ประวตั วิ นั สงกรานต ์
คำว่ำ “สงกรำนต”์ มำจำกภำษำสนั สกฤตว่ำ “สง-กรำนต” ซงึ่ แปลว่ำ กำ้ วขนึ้ ย่ำงขึน้
หรอื ยำ้ ยขึน้ โดยมีนัยควำมหมำยว่ำ กำรเขำ้ สู่ศกั รำชรำศีใหม่ หรอื วนั ขึน้ ปี ใหม่น้ันเอง โดย
เทศกำลสงกรำนต ์ นั้นเป็ นประเพณีท่ีมีควำมเก่ำแก่และคนไทยสืบทอดกนั มำแต่โบรำณคู่กบั
ประเพณีตรุษจนี กนั เลยทเี ดยี ว จงึ ไดม้ ีกำรรวมเรยี กกนั ว่ำ “ประเพณีตรุษสงกรำนต”์ ซง่ึ แปลว่ำ
กำรส่งทำ้ ยปี เกำ่ ตอ้ นรบั ปี ใหม่ น้ันเอง
มหิ ลงั สงกรำนต ์ เป็ นประเพณีเกำ่ แกข่ องไทยประเพณีหน่ึงทส่ี บื ทอดตง้ั แต่สมยั โบรำณคู่
กบั ประเพณีตรุษ หรอื ทเี่ รยี กว่ำ ประเพณีตรุษสงกรำนต ์ ซง่ึ หมำยถงึ ส่งทำ้ ยปี เก่ำตอ้ นรบั ปี ใหม่
กอ่ นทจ่ี ะปรบั เปลยี่ นมำใชว้ นั ที่ ๓๑ ธนั วำคม เป็ นวนั สง่ ทำ้ ยปี เกำ่ และวนั ท่ี ๑ มกรำคม เป็ นวนั ขนึ้
ปี ใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ เช่นเดียวกบั ประเทศอื่น ๆ ท่วั โลก ประเพณีสงกรำนตม์ ีระเบียบวิธี
และประเพณีปฏบิ ตั ทิ เี่ ป็ นเอกลกั ษณเ์ ฉพำะและเชน่ เดยี วกบั กรณีอน่ื ๆ กระแส โลกำภวิ ตั นส์ ่งผล
ใหเ้ กิดกำรเปลี่ยนแปลงในประเพณีสงกรำนตด์ ว้ ยเช่นเดียวกนั โดยเฉพำะกำรเล่นสำดน้ำ
ซง่ึ มวี ธิ กี ำรและกำรขยำยควำมหมำยใหเ้ ป็ นจุดขำยของประเพณีสงกรำนตจ์ นเกนิ จรงิ ตำมหลกั
แลว้ เทศกำลสงกรำนตถ์ กู กำหนดตำมกำรคำนวณโดยหลกั เกณฑใ์ นคมั ภรี ส์ ุรยิ ยำตร ์โดยวนั แรก
ของเทศกำลซงึ่ เป็ นวนั ที่พระอำทิตยย์ กเขำ้ สู่รำศีเมษ (ยำ้ ยจำกรำศีมีนไปรำศีเมษ) เรยี กว่ำ
"วนั มหำสงกรำนต"์ วนั ถดั มำเรยี กว่ำ "วนั เนำ" และวนั สุดทำ้ ยซง่ึ เป็ นวนั เปลยี่ นจลุ ศกั รำชและเรมิ่
ใชก้ ำลโยคประจำปี ใหม่ เรยี กว่ำ "วนั เถลิงศก" จำกหลกั กำรขำ้ งตน้ นี้ ทำใหป้ ัจจุบนั เทศกำล
สงกรำนตม์ กั ตรงกบั วนั ที่ ๑๔-๑๖ เมษำยน (ยกเวน้ บำงปี เชน่ พ.ศ. ๒๕๕๑ และ พ.ศ. ๒๕๕๕
ทส่ี งกรำนตก์ ลบั มำตรงกบั วนั ที่ ๑๓ –๑๕ เมษำยน) อย่ำงไรก็ตำม ปฏทิ นิ ไทยในขณะนีก้ ำหนดให ้
เทศกำลสงกรำนตต์ รงกบั วนั ท่ี ๑๓ –๑๕ เมษำยน ของทุกปี และเป็ นวนั หยุดรำชกำร องคก์ ำร
บรหิ ำรส่วนตำบลโนนคณู ตระหนักถงึ ควำมเปลย่ี นแปลงดงั กลำ่ วและมคี วำมประสงคจ์ ะใหท้ กุ ส่วน
ในสงั คมเห็นควำมสำคญั และรบั รูเ้ นื้อหำสำระท่ีแทจ้ รงิ ของประเพณีสงกรำนต ์ จึงไดจ้ ดั ใหม้ ี
โครงกำรจดั งำนประเพณีสงกรำนตข์ นึ้ ควำมเชอ่ื
สงกรำนต ์ เป็ นประเพณีเกำ่ แกข่ องไทยซงึ่ สบื ทอดมำแตโ่ บรำณคมู่ ำกบั ประเพณีตรษุ จงึ มี
กำรเรยี กรวมกนั ว่ำ ประเพณีตรุษสงกรำนต ์ หมำยถงึ ประเพณีส่งทำ้ ยปี เก่ำ และตอ้ นรบั ปี ใหม่
คำว่ำตรุษเป็ นภำษำทมิฬ แปลว่ำ กำรสิน้ ปี ประเพณีสงกรำนตเ์ ป็ นประเพณีทง่ี ดงำม อ่อนโยน
เออื้ อำทร และเต็มไปดว้ ยบรรยำกำศของควำมกตญั ญู ควำมสนุกสนำน ควำมอบอุ่น และกำร
ใหเ้ กยี รตเิ คำรพซง่ึ กนั และกนั สะทอ้ นใหเ้ ห็น ถงึ ลกั ษณะของควำมเป็ นไทยไดอ้ ย่ำงชดั เจน โดย
ใชน้ ้ำเป็ นสอื่ ในกำรเชอ่ื มสมั พนั ธไมตรี ปัจจบุ นั สงกรำนตต์ รงกบั วนั ที่ ๑๓, ๑๔ และ ๑๕ เมษำยน
ของทุกปี ซงึ่ รฐั บำลไดป้ ระกำศใหเ้ ป็ นวนั หยุดรำชกำรต่อเนื่องกนั เพ่ือใหป้ ระชำชนทที่ ำงำนใน
ต่ำงทอ้ งท่ีไดก้ ลบั ไปยงั ถ่ินฐำนของตน เพื่อรว่ มทำบุญ เยี่ยมเยียนบุพกำรแี ละสนุ กสนำนกบั
ครอบครวั เพอ่ื นฝูง
วนั มหาสงกรานต ์
ในสมยั โบรำณ คนไทยถอื ว่ำ วนั ขนึ้ 1 ค่ำ เดอื นอำ้ ย ซงึ่ จะตรงในชว่ งเดอื น พฤศจกิ ำยน
หรอื ธนั วำคม ใหเ้ ป็ นวนั ขนึ้ ปี ใหม่ แต่ในสมยั รชั กำลท่ี 5 ไดม้ ีกำรเปลยี่ นใหว้ นั ที่ 1 เมษำยน เป็ น
วนั ขนึ้ ปี ใหม่ จนต่อมำในสมยั ยุค จอมพล ป. พิบูลสงครำม ในปี พ.ศ. 2483 ไดเ้ ปลยี่ นวนั ปี ใหม่
ใหเ้ ป็ นวนั สำกล คอื วนั ท่ี 1 มกรำคม แตถ่ งึ อย่ำงไร คนโบรำณก็ยงั คงคนุ ้ เคยกบั วนั ปี ใหม่ไทยใน
เดอื นเมษำยน จงึ ไดก้ ำหนดใหว้ นั ที่ 13 เมษำยน เป็ นวนั ขนึ้ ปี ใหม่ไทยรว่ มดว้ ย
นางสงกรานต ์
นำงสงกรำนต ์ ในโบรำณมกี ำรกำหนดไวถ้ งึ 7 นำงดว้ ยกนั ซง่ึ แตล่ ะนำงก็จะมคี วำมหมำย
คำทำนำยทแี่ ตกตำ่ งกนั ออกไป โดยทงั้ 7 นำงสงกำนต ์ จะประกอบไปดว้ ย
1. นำงทงุ ษะเทวี
2. นำงรำกษเทวี
3. นำงโครำคเทวี
4. นำงกริ ณิ ีเทวี
5. นำงมณฑำเทวี
6. นำงกมิ ทิ ำเทวี
7. นำงมโหธรเทวี
กจิ กรรมในวนั สงกรานต ์
ทาบญุ ตกั บาตร
วนั มหำสงกรำนต ์ ประชำชนจะลุกขนึ้ มำตอนเชำ้ เพื่อทจี่ ะจดั เตรยี มอำหำร ไปตกั บำตร
ถวำยพระ พอจดั เตรยี มอำหำรเสรจ็ ก็จะ บรรจงลงภำชนะมถี ว้ ยโถโอชำมทส่ี วยงำม แลว้ เอำวำง
เรยี งลงในถำด เพื่อนำไปทำบุญตกั บำตรและเลีย้ งพระประจำหมู่บำ้ นของตน เรอ่ื งกำรแต่งตวั
จะแตง่ ตวั ดว้ ยเสอื้ ผำ้ ทสี่ ะอำดสวยงำมมดิ ชดิ เหมำะแกก่ ำรไปวดั ของชำวบำ้ น
กอ่ พระเจดยี ท์ ราย
ในสมยั ก่อนทเี รอื่ งเล่ำขำนกนั ว่ำทุกคนเม่ือเขำ้ วดั มำแลว้ เวลำเดนิ ออกจำกวดั จะ มีเม็ด
ทรำยตดิ เทำ้ ออกไปดว้ ยเพรำะฉะนั้นเพอื่ เป็ นกำรเตมิ เต็มจงึ มกี ำรขนทรำย เขำ้ วดั หรอื กำรกอ่ พระ
เจดียท์ รำยนั้นเองแต่ถึงอย่ำงไรแลว้ กำรก่อพระเจดยี ์ ทรำยก็เป็ นเพียงกจิ กรรมอย่ำงหน่ึงที่ให ้
ชำวบำ้ นมสี ว่ นรว่ มกนั ทำเพรำะตอน เย็นๆชำวบำ้ นก็จะพำกนั ไปทท่ี ่ำน้ำแลว้ ขนทรำยกนั มำคนละ
ถงั เพื่อนำทรำยมำก่อ เป็ นพระเจดียน์ ่ันถือว่ำเป็ นกิจกรรมอย่ำงหน่ึงที่จะใหช้ ำวบำ้ นมีควำม
สำมคั คี กรมเกลยี วเพรำะเมอื่ ขนทรำยเขำ้ วดั แลว้ ทรำยก็จะลน้ วดั พระสงฆก์ ็จะนำทรำยท่ี ชำวบำ้ น
ขนมำนำไปคนื สู่แม่น้ำดงั เดมิ เพรำะไม่รูจ้ ะเก็บไวท้ ำอะไรเพรำะฉะน้ัน แลว้ เวลำขนทรำยเขำ้ วดั
ควรจะขนเพยี งแคเ่ ล็กนอ้ ยเทำ่ นั้นพอเพรำะจะสรำ้ งควำม ลำบำกใหพ้ ระเณรในภำยหลงั
สรงน้า รดน้า และเลน่ น้า
กำรสรงน้ำพระพุทธรูป มีดอกไม ้ ธูปเทยี น ไปบูชำ แลว้ เอำน้ำอบไปประพรมทอ่ี งคพ์ ระ
ทำเป็ นสังเขปพอเป็ นพิธีว่ำไดแ้ สดงควำมเคำรพบูชำและสรงน้ำท่ำนในวันขึน้ ปี ใหม่แลว้
เมอื่ อญั เชญิ พระพุทธรปู มำ ก็มกี ำรแห่แหนกนั อย่ำงสนุกสนำน สรงนำ้ พระพุทธรปู แลว้ ก็มกี ำรสรง
น้ำพระสงฆ ์ โดยมำกมกั เป็ นสมภำรเจำ้ วดั เป็ นกำรสรงน้ำจรงิ ๆ สรงเสร็จครองไตรจีวรใหม่ท่ี
อุบำสกอุบำสิกำนำ มำถวำย ท่ำนก็ขึน้ ธรรมำสนเ์ ทศนอ์ ำนวยพรปี ใหม่ใหแ้ ก่ผูท้ ี่ไปสรงน้ำ
นอกจำกนีย้ งั มกี ำรรดนำ้ ญำตผิ ูใ้ หญ่ หรอื ผูซ้ ง่ึ เป็ นทเ่ี คำรพนับถอื เพอ่ื ขอศลี ขอพรตำมประเพณี
กำรสรงน้ำพระพุทธรูป
กำรรดน้ำญำตผิ ูใ้ หญ่