บุคคลสำคัญแห่งวงการละครไทย
พ ร ะ เ จ้ า บ ร ม ว ง ศ์ ก ร ม พ ร ะ น ร า ธิป
ป ร ะ พั น ธ์พ ง ศ์
จัดทำโดย
นายณัฐภัทร สถิรเรืองชัย เลขที่ 27 ม.5/3
อัตชีวประวัติ
เป็นพระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประสูติแต่เจ้า
จอมมารดาเขียน สมัยที่ทรงพระเยาว์ พระองค์เจ้าวรวรรณากรสน
พระทัยศิลปะ วรรณคดี ประวัติศาสตร์ และภาษา รวมทั้งภาษาอังกฤษ
จนถึงขั้นอ่าน เขียนและแปลได้คล่อง แม้จะมิได้เสด็จออกไปศึกษาต่าง
ประเทศเลย เมื่อเจริญ
พระชนม์ขึ้นทรงเริ่มรับราชการในด้านการคลัง จนกระทั่งทรงดำรง
ตำแหน่งรองอธิบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ ในรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2432 ได้
รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่น
นราธิปประพันธ์พงศ์
ราชการพิเศษที่ทรงได้รับมอบหมาย คือ เป็นนายด้านปฏิสังขรณ์
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทำบานซุ้มประตูโดยรอบพระพุทธปรางค์
ปราสาท (ปราสาทพระเทพบิดร) และพระศรีรัตนเจดีย์สลักเป็นรูปเขี้ยว
กางลงรักปิดทองทำขึ้นใหม่ และปั้ นประดับกระเบื้องก่อฐานยักษ์ยืน
ประตูคู่หนึ่ง ต่อมาเป็นกรรมสัมปาทิกหอพระสมุดวชิรญาณ โดยดำรง
ตำแหน่งดังนี้ พ.ศ. 2428 พ.ศ. 2432 พ.ศ. 2435 และ2437 เป็น
สาราณียกร พ.ศ. 2430 และ พ.ศ. 2436 เป็นเลขาธิการ พ.ศ. 2432 เป็น
ปฏิคม พ.ศ. 2434 เป็นสภานายก
1
นอกจากจะทรงควบคุมกิจการโรงละครปรีดาลัยและพัฒนารูปแบบ
การแสดงละครร้องแล้ว ยังทรงพระนิพนธ์บทละครแบบใหม่และงาน
ประพันธ์อื่น ๆ อีก ทั้งที่เป็นร้อยกรองและร้อยแก้ว ในพ.ศ. 2464 ทรง
ได้รับสถาปนาเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์
พงศ์
พระนิพนธ์ของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์มีทั้งงานแต่ง งานแปล
และงานแปลงจากภาษาอังกฤษ เช่น อาหรับราตรี รุไบยาต และเรื่อง
สั้นในวชิรญาณวิเศษ โดยใช้พระนามแฝงหลายพระนาม เช่น
ประเสริฐอักษร หมากพญา พานพระศรี พระศรี เป็นต้น
ผลงานและงานประพันธ์
บทละคร
1. บทละครเรื่องพระลอ*
2. บทละครเรื่องมหาราชวงศ์พม่าแผ่นดินพระเจ้าสีป่อมินทร์
3. บทละครเรื่องสาวเครือฟ้า* (จากเรื่อง Madame Butterfly)
4. บทละครเรื่องคว้าน้ำเหลว
5. บทละครเรื่องพระราชพงศาวดาร ตอนพระยาเดโชแข็งเมือง
6. บทละครเรื่องพระราชพงศาวดาร เรื่องพันท้ายนรสิงห์
7. บทละครเรื่องไกรทอง
8. บทละครเรื่องปักษีปกรณัม เรื่อง พญาระกา
9. บทเสภารำเรื่องพระอาลสะนัม
10. บทละครเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนวันทองห้ามทัพ
11. บทละครเรื่องหลงใหลได้ปลื้ม (จากเรื่อง Comedy of Errors ของ
เชกสเปียร์)
12. บทละครเรื่องตุ๊กตายอดรัก
13. บทละครเรื่องขวดแก้วเจียรไน
14. บทละครเรื่องอีนากพระโขนง
ฯลฯ
2
กลอน
1. กลอนนิยายอาหรับราตรี
2. กลอนสุภาพเรื่องลูกอินทร์
3. กลอนสุภาพเรื่องสมน้ำหน้า
4. กลอนสุภาพเรื่องชาติกระท้อน ไม่ทุบเสียก่อนก็ไม่หวาน
5. คำกลอนเรื่องสิทธิเสรีและสมภาพตามธรรมชาติ
6. นิราศนราธิป
7. กลอนสุภาพ ใน คำกลอนสรรเสริญพระบารมีพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาคที่ 3
8. นรางกุโรวาทคำกลอน
9. กลอนทรงอำนวยพรและสรรเสริญ
10. นิราศไทรโยค*
ร้อยแก้ว
1. กล่อมจิตร เป็นเรื่องสั้นบางเรื่องในวชิรญาณและวชิรญาณวิเศษ
นำมาพิมพ์รวมเป็นเล่ม เช่น เรื่องสั้นเรื่องมั่งมีขึ้นได้ในวันเดียว เรื่อง
ความรักของผู้ร้าย และเรื่องตาบอดสอดตาเห็น
2. ประวัติหอพระสมุดวชิรญาณ
3. มหามกุฎราชสันตติวงศ์
4. สร้อยคอที่หาย The Necklace ของ กี เดอ โมปัสซังต์
ฯลฯ
คำฉันท์
1. เฉลิมเกียรติกษัตรีคำฉันท์
2. คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมและกาพย์ขับไม้บำเรอพระเสวตคชเดชน์
ดิลก (รัชกาลที่ 7)
3. คำฉันท์มงคลมหาสมัยสมาคมสำหรับดุษฎีอำนวยในวันเถลิงพุทธศก
2471 (พ.ศ. 2471)
4. ฉันท์ของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ในคำกลอนสรรเสริญพระ
บารมีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาคที่ 3
3
โคลงและลิลิต
1. โคลงลิลิตดั้นเรื่องตำนานพระพุทธบาท
2. โคลงลิลิตดั้นตำนานพระแท่นมนังคศิลาบาต ปฐมภาค
3. โคลงลิลิตมหามกุฏราชคุณานุสรณ์ (ปกพิมพ์ “โคลงลิขิตมหามกุฏ
ราชคุณานุสรณ์”)
4. โคลงลิลิตสุภาพพระบรมราชาภิเษกสัปดมราชมหาจักรีวงศ์
5. อธิบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ ในโคลงยอพระเกียรติสมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์
6. โคลงภาพเรื่องรามเกียรติ์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม*
ห้องที่ 24 – 25 รวมโคลง 56 บท เนื้อความตั้งแต่นางสำมะนักขามา
ฟ้องทศกัณฐ์จนถึงหนุมานถวายตัว
7. โคลงศัพท์ง่ายยาก ในวชิรญาณวิเศษ ร.ศ. 108 เล่ม 5 (ภายหลังพิมพ์
รวมในโคลงอุภัยพากย์)
8. โคลงภาษิตใหม่ หรือโคลงสุภาษิตเจ้านาย มี 12 บท คือ โคลงความ
เหนื่อยหน่าย โคลงความเย่อหยิ่ง โคลงความฤษยา โคลงความ
พยาบาท โคลงความอาย โคลงว่าด้วยความกลัว ขลาด โคลงความ
เกียจคร้าน โคลงความโลภ โคลงความโทมนัส โคลงความโกง โคลง
ความซื่อสัตย์ และโคลงความโกรธ
9. รุไบยาต ของ ฮะกิม โอมาร์ คัยยาม
10. โคลงสุภาพเรื่องนิราศชะอำ
11. อุทานยวนถวิล
12. โคลงวรวรรณดนุช
13. โคลงเรื่องความมั่งมี ฉัฬะทิศะธรรมะปฏิบัติ และปัญจาภิณหะปัจจะ
เวกขณ์กับอัฎฐโลกธรรม
14. ยอพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในลิลิต
คำหลวง
15. โคลงถวายไชยมงคลจารึกในกระถางใหญ่
16. โคลงภาพพระราชพงศาวดาร*
4
พระราชนิพนธ์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์มีชื่อเสียงจากงานพระ
นิพนธ์หลายชิ้นที่รู้จักกันดี ได้แก่ บทละครพูดเรื่อง "สร้อยคอที่หาย" ซึ่งเคย
บรรจุในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยของกระทรวงศึกษาธิการ บทละครร้อง
"สาวเครือฟ้า" ซึ่งได้สร้างตัวละครให้กลายเป็นคนที่เหมือนกับมีตัวจริงขึ้น
มา 2 คน คือ ร้อยตรีพร้อม และสาวเครือฟ้า ทรงก่อตั้งโรงละครร้องขึ้นใน
บริเวณตำหนักที่ประทับ ชื่อว่า "โรงละครปรีดาลัย" เป็นโรงละครร้องแห่ง
แรกในสยาม
นอกจากนี้ยังทรงมีงานที่สำคัญ คือ พระนิพนธ์แปล จดหมายเหตุลาลูแบร์
โดยทรงแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ "ตำนานพระแท่นมนังคศิลาอาสน์"
รุไบยาตของโอมาร์ คัยยาม และ "นวางกุโรวาท" เป็นต้น พระองค์ทรงใช้
นามปากกาว่า "ประเสริฐอักษร" เพื่อทรงพระนิพนธ์เรื่องสั้นไว้จำนวนหนึ่ง
อีกด้วย
ผลงานในด้านพระนิพนธ์บางเรื่อง คือ ละครปักษีปะกรนัมเรื่อง "พญา
ระกา" ทำให้เกิดคดีพญาระกาในเวลาต่อมา เนื่องจากเนื้อเรื่องนั้นกระทบ
กระเทือนถึงพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ที่ทรง
คุ้มครองและช่วยเหลือนางละครของคณะพระองค์เอง ทั้งยังเป็นหม่อม
ของพระองค์อีกด้วย ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขังพระองค์ไว้ในพระบรมมหาราชวัง มีกำหนด 1
ปี โดยหม่อมและพระโอรสธิดาเข้าเยี่ยมได้เป็นเวลาตามควร
5
โรงละครปรีดาลัย ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ
นราธิปประพันธ์พงศ์ โรงมหรสพแห่งแรกในสยาม
โรงละครปรีดาลัย ได้ถือกำเนิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นโรงละครแบบตะวันตกที่โอ่อ่าและทันสมัย
ที่สุดในยุคนั้น ตั้งขึ้นในบริเวณวังวรวรรณ อยู่ด้านทิศเหนือของสะพาน
ช้างข้างโรงสี อันเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิป
ประพันธ์พงศ์ สร้างตามแบบอย่างโรงละครหรือโอเปร่าของตะวันตก มี
การแบ่งที่นั่งเป็นส่วน ๆ ตรงกลางเป็น ที่นั่งของเจ้านาย ชนชั้นสูง ผู้มี
บรรดาศักดิ์ ด้านข้างเป็นที่ นั่งสำหรับผู้ติดตาม บุคคลทั่วไป มีบาร์ขาย
เครื่องดื่มและ อาหารว่าง จัดแสดงเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์พระองค์ได้ทรงนิพนธ์
บทละครร้องมากมายนับร้อยเรื่อง ทรงพัฒนาปรับปรุงจาก การแสดง
ละครไทยผสมรวมกับการแสดงแบบตะวันตก กลายเป็นละครร้องรูปแบบ
หนึ่งเกิดขึ้น เรียกว่า ละคร ปรีดาลัย ซึ่งผู้แสดงเป็นผู้หญิงล้วน ๆ เป็นละคร
ร้องเพลง ไทย มีบทเป็นพื้นใช้เจรจาแทรกตามเนื้อเรื่อง ซึ่งรัชกาลที่ ๕ ก็
เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรละคร เป็นการส่วนพระองค์
หลายครั้ง และยังโปรดฯ ให้เล่น ละครเพื่อต้อนรับราชทูตชาวตะวันตก ณ
พระราชวังดุสิต อีกด้วย โรงละครแห่งนี้จึงเป็นโรงมหรสพของชาววังและ
6
ชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เมื่อราว พ.ศ๒๕๕๔ พระองค์ได้หยิบยก
ตำนานรักของไทยเรื่อง อำแดงนาก มาทรงนิพนธ์เป็นบทละครร้องชื่อ
เรื่องว่า อีนากพระโขนง ละครร้องเรื่องนี้นับเป็นละครร้องเรื่องแรกที่ได้
แสดงในโรง ละครปรีดาลัย และได้กลายเป็นนิยายรักสยองขวัญสุด
คลาสสิคที่ถูกนำมาสร้างในรูปแบบภาพยนตร์ ละคร โทรทัศน์ และละคร
เวทีในยุคสมัยต่อมา โรงละคร โทรทัศน์ และละครเวทีในยุคสมัยต่อมา
โรงละครปรีดาลัย ได้กลับมาเฟื่ องฟูอีกยุคหนึ่งภายใต้การดูแลของ
พระนางเธอลักษมีลาวัณ พระธิดา
ได้ทรงฟื้ นฟูการละครฯ ของพระ บิดาอีกครั้ง ได้ปรับเปลี่ยนการแสดงโดย
ใช้นักแสดงชาย จริงหญิงแท้ และวงดนตรีสากลเข้ามา และทรงนิพนธ์บท
ละครบางเรื่องขึ้นด้วย จนกระทั่ง พระนางเธอลักษมีลาวัณ เสด็จไป
ประทับ ณ ทวีปยุโรป ละครปรีดาลัยจึงได้ปิดตัวลง เมื่อราว พ.ศ. ๒๔๗๐
เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ นราธิปประพันธ์พงศ์ สิ้นพระชนม์ใน
สมัยรัชกาลที่ ๗ วังวร วรรณตกอยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สิน
ส่วนพระ มหากษัตริย์ ต่อมาขุนแพร่นครนฤเบศร์ เหรียญ ตะละภัฏ ได้ขอ
เช่าวังแห่งนี้จากสำนักงานทรัพย์สินฯ จัดตั้งเป็น โรงเรียนตะละภัฏศึกษา
จนกระทั่งโรงเรียนแห่งนี้ได้ปิด กิจการลงใน พศ๒๕๓๘ ปัจจุบันอาคาร
ส่วนหนึ่งใช้เป็น สํานักงานสมหมาย ตะละภัฏ ทนายความ ของนายกัลล
วัตร ตะละภัฏ ประธานชมรมแพร่งนรา อาคารแห่งนี้ครั้ง หนึ่งได้เคยเป็น
โรงละครปรีดาลัย แหล่งบันเทิงที่นิยมสูงสุด ของชาววังตลอดจนบุคคล
ภายนอก อีกหนึ่งสถาปัตยกรรม อันทรงคุณค่าที่ให้เราได้ชมความงดงาม
จนมาถึง ทุกวันนี้ 7
พระอิสริยยศ
20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 : พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์
เจ้าวรวรรณากร
1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 – 8 ธันวาคม พ.ศ. 2432 : พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวร
วรรณากร
8 ธันวาคม พ.ศ. 2432 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 : พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่น
นราธิปประพันธ์พงศ์
23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 – 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
หมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์
11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 – ปัจจุบัน : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิป
ประพันธ์พงศ์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไป
นี้
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรี
บรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.) (ฝ่ายหน้า) (ภราดร)
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภ
รณ์ (น.ร.) (ฝ่ายหน้า)
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้า
(ป.จ.) (ฝ่ายหน้า)
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 1 ประ
ถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 2 ทวีติ
ยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)
พ.ศ. 2452 – เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา (ร.ด.ม.(ศ))[11]
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.)
พ.ศ. 2447 – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4 ชั้นที่ 3 (ม.ป.ร.3)[12]
พ.ศ. 2452 – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 2 (จ.ป.ร.2)[13]
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 2 (ว.ป.ร.2)
พ.ศ. ไม่ปรากฏ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 7 ชั้นที่ 2 (ป.ป.ร.2)
8