ววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
หน้าปก
จัดทาโดย
นาง สาว ชมพูนุท สาเร็จรัมย์ ม.4/2
เลขท1่ี 9
คอมพวิ เตอร์ทีเ่ ราใช้กนั อยู่ทุกวนั นีเ้ ป็ นผลมาจากการประดษิ ฐ์คดิ ค้นเคร่ืองมือในการคานวณซ่ึง
มีววิ ฒั นาการนานมาแล้ว เริ่มจากเครื่องมือในการคานวณเคร่ืองแรกคือ "ลกู คดิ " (Abacus) ท่ี
สร้างขนึ้ ในประเทศจีน เมอื่ ประมาณ 2,000-3,000 ปี คอมพวิ เตอร์มกี ารพฒั นาอย่างต่อเน่ือง
สามารถแบ่งออกได้โดยแบ่งส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ (Hardward ) เป็ น 6 ยคุ ด้วยกนั
ยุคท่ี 1 (The First Generation) ปี ค.ศ. 1951 – 1958
คอมพวิ เตอร์ในยคุ แรกนี้ ใช้หลอดสูญญากาศในวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์ของเคร่ือง
คอมพวิ เตอร์ ทาให้ต้องการกาลงั ไฟฟ้ าเลยี้ งวงจรทีม่ ีปริมาณมากและทาให้มคี วามร้อนเกดิ ขึน้
มากจึงต้องติดต้งั เครื่องในห้องปรับอากาศ ความเร็วในการทางานเป็ นวินาที เคร่ืองคอมพวิ เตอร์
มีขนาดใหญ่ สื่อท่ใี ช้ในการเกบ็ ข้อมูล คอื บัตรเจาะรู ภาษาคอมพวิ เตอร์ทใ่ี ช้ในการเขียน
โปรแกรมเพ่อื ควบคุมการทางาน คือ ภาษาเคร่ืองซึ่งเป็ นภาษาทีใ่ ช้รหัสเลขฐานสอง ทาให้เข้าใจ
ยาก
อุปกรณ์ : ใช้หลอดไฟสูญญากาศและวงจรไฟฟ้ า
หน่วยวดั ความเร็ว : วดั เป็ นวินาที ( Second)
ตวั อย่างภาษาคอมพวิ เตอร์ : ภาษาเคร่ือง (Machine Language)
ตวั อย่างเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ : Univac I, IBM 650, IBM 700, IBM 704, IBM 705, IBM 709
และ MARK I
MARK I
ยคุ ที่ 2 (The Second Generation) ปี ค.ศ. 1959 – 1964
เคร่ืองคอมพวิ เตอร์มขี นาดเลก็ ลง กนิ ไฟน้อยลง ราคาถูกลง เพราะมกี ารประดิษฐ์
ทรานซิสเตอร์ขนึ้ มาใช้แทนหลอดสูญญากาศ ทาให้ทางานได้เร็วขึน้ ความเร็วในการทางาน
เท่ากบั 1/103 วินาที (มลิ ลเิ ซคคัน่ ) และได้ผลลพั ธ์ที่ถูกต้องมากกว่าใช้หลอด
สูญญากาศ ทรานซิสเตอร์มีขนาดเลก็ กว่าหลอดสูญญากาศ 200 เท่า และได้มกี ารสร้างวงแหวน
แม่เหลก็ (Magnetic core) มาใช้แทนดรัมแม่เหลก็ (Magnetic drum) เป็ นหน่วยความจาภายใน
ซึ่งใช้ในการเกบ็ ข้อมูลและชุดคาสั่ง ภาษาคอมพวิ เตอร์ท่ีใช้เขยี นโปรแกรมในยุคที่ 2 นี้ คือ ภาษา
แอสแซมบลี้ (Assembly) ซ่ึงเป็ นภาษาทใ่ี ช้สัญลกั ษณ์แทนคาสั่งต่าง ๆ ทาให้เขียนโปรแกรมได้
ง่ายกว่าภาษาเคร่ืองเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ในยุคนี้ เช่น IBM 1620,IBM 401, Honeywell
อปุ กรณ์ : ใช้ทรานซิสเตอร์(Transistor) แทนหลอดไฟสูญญากาศ
หน่วยวัดความเร็ว : วดั เป็ นมิลลวิ นิ าที ( Millisecond)
ตวั อย่างภาษาคอมพวิ เตอร์ : ภาษาแอสแซมบลี (Assembly) , ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN)
ตัวอย่างเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ : IBM 1620, IBM 1401, CDC 6600, NCR 315 , Honey Well
Honey Well
ยคุ ท่ี 3 (The Third Generation) ปี ค.ศ. 1965 – 1970
เครื่องคอมพวิ เตอร์ท่ีถูกพฒั นามาใช้ในยคุ นเี้ ป็ นวงจรรวม หรือ เรียกว่าไอซี (IC :
Integrated Circuit) ซ่ึงเป็ นวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์ท่ีถูกบรรจุลงในแผ่นซิลคิ อน (silicon) บาง ๆ ท่ี
เรียกว่า ซิป (Chip) ในซิปแต่ละตัวจะประกอบด้วยวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์หลายพนั ตัว จงึ ทาให้
คอมพวิ เตอร์มีขนาดเลล็ งกว่าเดมิ แต่ความเร็วในการทางานสูงขึน้ ความเร็วในการทางานเป็ น
1/106 วินาท่ี (ไมโครเซคคน่ั ) กนิ ไฟน้อยลง ความร้อนลดลงปละประสิทธิภาพในการทางาน
เพม่ิ ขนึ้ แต่ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเป็ นวงจรรวม คอมพวิ เตอร์จะถูกออกแบบเพอื่ ใช้กบั งานแต่
ละอย่าง เช่น ใช้ในงานคานวณหรือใช้กับงานธุรกจิ เมอ่ื คอมพวิ เตอร์ถูกพฒั นามาใช้วงจรรวมก็
สามารถใช้กบั งานทซ่ี ับซ้อนได้มากขนึ้
IBM 360 เป็ นหนง่ึ ในคอมพวิ เตอร์ท่ีใช้วงจรรวมทีส่ ามารถทางานได้ท้งั การประมวลผล
แฟ้ มข้อมูล และวเิ คราะห์ค่าทางคณิตศาสตร์ ต่อมาบริษัท DEC (Digital Equiptment
Corporation) ได้หันมามุ่งผลติ คอมพวิ เตอร์ขนาดเลก็ เพอ่ื หลกี เลยี่ งการแข่งขนั
กบั IBM มินคิ อมพวิ เตอร์ (Minicomputer) จงึ ถูกพฒั นาขนึ้ เป็ นคร้ังแรก ในช่วงยุคท่ี 2 และ
นยิ มใช้กนั แพร่หลาย DEC ได้แนะนามนิ ิคอมพวิ เตอร์เคร่ืองแรก และ PDP1 เป็ นหน่ึงใน
มนิ ิคอมพวิ เตอร์ยุคแรกท่ีนิยมใช้กนั แพร่หลายโดยเฉพาะในกลุ่มของนกั วทิ ยาศาสตร์ นกั วศิ วกร
และนกั วิจยั ตามมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยที างด้านซอฟต์แวร์กเ็ กดิ ขึน้ โปรแกรมมาตรฐานได้ถูก
เขียนข้ึนเพ่อื ใชง้ านกบั คอมพวิ เตอร์ที่เป็นวงจรรวม และใชเ้ คร่ืองมาหลงั จากท่ีไดม้ ีการปรับปรุง
ทางดา้ นฮาร์ดแวร์
อุปกรณ์ : ใชว้ งจรแบบไอซี (IC) ซ่ึงเป็นวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์ที่ถูกบรรจุลงในแผน่ ซิลิกอน
( Silicon)ท่ีเรียกวา่ Chip
หน่วยวดั ความเร็ว : วดั เป็นไมโครวนิ าที ( Microsecond)
ตวั อยา่ งภาษาคอมพิวเตอร์ : COBOL , PL/1 , RPG , BASIC
ตวั อยา่ งเคร่ืองคอมพิวเตอร์ : IBM 360 , CDC 3300 , UNIVAC 9400 BURROUGH 7500 ,
PDP1
UNIVAC
ยุคที่ 4 (The fourth Generation) ปี ค.ศ. 1971
ในยคุ นไี้ ด้มีการพฒั นาเอาวงจรรวมหลาย ๆ วงจรมารวมเป็ นวงจรขนาดใหญ่
เรียกว่า LSI (Large Scalue Integrated) ลงในซิปแต่ละอนั บริษทั อนิ เทล (Intel) ได้สร้าง
ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ซึ่งเป็ นซิป 1 อนั ท่ีประกอบด้วยวงจรท้งั หมดท่ตี ้องใช้
ในการประมวลผลโปรแกรม ไมโครโปรเซสเซอร์ซิปทีใ่ ช้ในเครื่องพซี ี (PC : Personal
Computer) มขี นาดกระทดั รัดประกอบด้วยส่วนประกอบของ ซีพยี ู (CPU) 2 ส่วน คอื หน่วย
ควบคมุ (Control Unit) และหน่วยคานวณและตรรก (Arithmetic / Logic Unit)
ปัจจุบันได้มีการสร้างวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์หลายหม่ืนวงจรรวมอยู่ในซิปเดียว เป็ น
วงจร LSI (Large Scalue Integrated) และ VLSI (Very Large Scale Integrated) ในยคุ นไี้ ด้มี
การสร้างเครื่องคอมพวิ เตอร์ท้งั ขนาดเลก็ ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ได้แก่ ไมโครคอมพวิ เตอร์
มนิ คิ อมพวิ เตอร์ เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ และซุปเปอร์คอมพวิ เตอร์ โดยเฉพาะเครื่อง
ไมโครคอมพวิ เตอร์ได้รับความนยิ มมากเพราะมขี นาดเลก็ กระทดั รัดและราคาถูก
แต่มีประสิทธิภาพเพม่ิ ขนึ้ ทางานเร็วขนึ้ ความเร็วในการทางานเป็ น 1/109 วนิ าที (นาโนเซคคั่น)
และ 1/1012 วนิ าที (พโิ คเซคคั่น) นอกจากนวี้ งจร LSI ยังได้ถูกนาไปใช้กบั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์
ขนาดใหญ่เป็ นการลด ค่าใช้จ่ายพร้อมกับเพมิ่ ประสิทธิภาพในการทางาน
อุปกรณ์ : ใช้ระบบ LSI ( Large Scale Integrated ) ซ่ึงเป็ นวงจรทปี่ ระกอบด้วยทรานซิสเตอร์
หลายพนั ตัวและต่อมา ได้รับการพฒั นาปรับปรุงเป็ น VLSI ซึ่งก็
คือ Microprocessor หรือ CPU
หน่วยวัดความเร็ว : วัดเป็ นนาโนวินาที ( Nanosecond) และพโิ ควนิ าที (Picosecond)
ตัวอย่างภาษาคอมพวิ เตอร์ : ภาษาปาสคาล (PASCAL) , ภาษาซี (C)
ตวั อย่างเครื่องคอมพวิ เตอร์ : IBM 370
เน่ืองจากการเพมิ่ ความจขุ องหน่วยบันทกึ ข้อมูลสารองนเี่ อง ซอฟต์แวร์ชนิดใหม่ได้
พฒั นาขนึ้ เพอ่ื ให้สามารถเกบ็ รวมรวบและบันทึกแก้ไขข้อมูลจานวณมหาศาลที่ถูกจัดเกบ็
ไว้ นั่นคือ ซอฟร์แวร์ ฐานข้อมูล (Data base ) นอกจากนี้ ยังมกี ารถือกาเนิดขนึ้ ของเคร่ือง
คอมพวิ เตอร์ส่วนบุคคลในปี 1975 คือเคร่ือง Altair ซ่ึงใช้ชิฟ intel 8080 และถัดจากน้นั กเ็ ป็ นยคุ
ของเครื่อง และ ตามลาดบั ในส่วนของซอฟต์แวร์กไ็ ด้มีการพฒั นาให้เป็ นมิตรกบั ผู้ใช้ มีขนาด
ใหญ่และซับซ้อนมากขนึ้ เร่ือย ๆ รวมท้งั มีการนาเทคนิคต่าง ๆ เช่น OOP (Object-Oriented
Programming) และ Visual Programming มาเป็ นเคร่ืองมือช่วยในการพฒั นา
การพฒั นาทสี่ าคญั อนื่ ๆในยคุ ที่ 4 คอื การพฒั นาเคร่ือข่ายคอมพวิ เตอร์ความเร็วสูง ทาให้
คอมพวิ เตอร์สามารถเช่ือมโยงและแลกเปลย่ี นกนั ได้ โดยการใช้งานภายในองค์กรน้นั ระบบ
เครื่อข่ายท้องถนิ่ (Local Araa Networks) ซ่ึงนยิ มเรียกว่า แลน (LANs) จะมีบทบาทในการ
เชื่องโยงเคร่ืองนับร้อยเข้าด้วยกนั ในพนื้ ทีห่ ่างไกลกนั นกั ส่วนระบบเครื่องข่ายระยะไกล ( Wide
Area Networks ) หรือ แวน (WANs) จะทาหน้าที่เช่ือมโยงเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ทอ่ี ย่หู ่างไกลคน
ละซีกโลกเข้าด้วยกนั
IBM 370
ยคุ ที่ 5 (The Fifth Generation) ต้ังแต่ปี ค.ศ. 1980 - 1989
ในยุคที่ 4 และยคุ ท่ี 5 กจ็ ดั เป็ นยุคของคอมพวิ เตอร์ในปัจจุบัน แต่ในยุคที่ 5 นมี้ กี ารใช้
คอมพวิ เตอร์เพือ่ ช่วยการจัดการและนามาใช้สนบั สนุนการตดั สินใจของผ้บู ริหารจงึ เกดิ
สาขา MIS (Management Information System) ขนึ้
ในปี ค.ศ 1980 ญป่ี ่ ุนได้พยายามทจี่ ะสร้างเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ให้สามารถคิดและ
ตัดสินใจได้เอง โดยสร้างเครื่องคอมพวิ เตอร์ให้มี “สตปิ ัญญา” เพอื่ ใช้ในการตัดสินใจแทน
มนุษย์จงึ เกดิ สาขาใหม่ขนึ้ เรียกว่า สาขาปัญญาประดษิ ฐ์ (AI : Artificial Intelligence) สาขา
ปัญญาประดิษฐ์เป็ นสาขาทีเ่ น้นถงึ ความพยายามในการนาเอากระบวนการทางความคดิ ของ
มนุษย์มาใช้ในการแก้ปัญหาด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ นอกจากนมี้ ีการตื่นตวั ในการจดั เกบ็ ข้อมูล
เป็ นระบบฐานข้อมูล (Database) การนาคอมพวิ เตอร์มาใช้กบั งานทางด้านกราฟิ ก และมีการ
พฒั นาซอฟต์แวร์ (Software) เพอื่ ใช้กบั งานเฉพาะอย่าง เช่น งานการเงิน งานงบประมาณ งาน
บญั ชี งานสต๊อกสินค้า เป็ นต้น
จากววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์ท้งั 5 ยคุ สามารถสรุปเป็นแผนผงั ไดด้ งั น้ี