The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookitc.dpt, 2020-07-02 02:34:59

การควบคุมงานและการตรวจการจ้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง

กองควบคุมการก่อสร้าง

Keywords: การควบคุมงานและการตรวจการจ้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง,กองควบคุมการก่อสร้าง

ĂÜÙŤÙüćöøšêĎ ćöðøąđéîĘ ÷čìíýćÿêøǰŤ éćš îÖćøïøÖĉ ćøéćš îßćŠ Ü

éĈđîîĉ ÖćøÝéĆ ìĈêćöĒñîÖćøÝéĆ ÖćøÙüćöøÖšĎ øöē÷íćíÖĉ ćøĒúąñÜĆ đöĂČ Üǰ ǰ%15ǰ,.ǰ"DUJPOǰ1MBOǰ

ðøąÝĈðŘÜïðøąöćèǰó ý ģĦħġ

ēé÷ǰǰ ÿëćïĆîóçĆ îćïčÙúćÖøéćš îÖćøóçĆ îćđöČĂÜ
ǰǰǰēìøýĆóìŤǰġǰģģĪĪǰĥħģĢ
ǰǰǰēìøÿćøǰǰġǰģģĪĪǰĦħģĩ
ÖĂÜÙüïÙčöÖćøÖĂŠ ÿøšćÜ
ǰǰǰēìøýóĆ ìǰŤ ġǰģģĪĪǰĥĤĩĤ
ǰǰǰēìøÿćøǰǰġǰģģĪĪǰĥĤĩģ

óöĉ óŤÙøĆÜĚ ìǰęĊ Ģ ÖîĆ ÷ć÷îǰģĦħġ
ÝĈîüîǰĢĤġǰđúŠö

óöĉ óŤìĊǰę ïøþĉ ĆìǰđóøÿǰÙøđĊ ĂßęĆîǰÝĈÖĆé
ǰǰǰēìøýĆóìŤǰġǰģĩĩĢǰĢģĥĦ
ǰǰǰēìøÿćøǰǰġǰģĩĩĢǰĢģĥħ

ÿÜüîú×ĉ ÿĉìíĉêĝ ćöó ø ï ú×ĉ ÿĉìíĝĉǰó ý ǰģĦĤĨǰĒúąìĊĒę Öšĕ×đóĉöę đêöĉ
ÖćøéĈđîîĉ ÖćøĔéėǰĕöüŠ ćŠ ïćÜÿŠüîǰĀøČĂìĚÜĆ Āöé×ĂÜĀîĆÜÿĂČ đúŠöîǰĊĚ êĂš ÜĕéšøïĆ Ăîâč ćê

ÝćÖÖøöē÷íćíÖĉ ćøĒúąñÜĆ đöĂČ ÜǰÖøąìøüÜöĀćéĕì÷

องคค วามรตู ามประเดน็ ยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดรา แนลกะาผรังชเมาืองง

ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๑

องคความรูต ามประเด็นยุทธศาสดตารน กกรามรโบยรธิกาธากิราดราแนลกะาผรังชเมา อืงง

คํานํา

งานกอสรางเข่ือนปอ งกนั ตลิง่ เปน หนึง่ ในโครงการกอสรางท่ีสําคญั ของกรมโยธาธิการและผงั เมอื ง
เพอื่ ใหเมืองมีความปลอดภัยจากธรรมชาติ จงึ มีความจําเปนอยางยง่ิ ที่ผูควบคุมงาน ตองมคี วามเขาใจในเร่อื งเทคนคิ
วิธีการและข้นั ตอนตา ง ๆของการกอ สรางเข่อื นปอ งกันตล่งิ รวมถงึ กระบวนการท่เี ก่ยี วของกับการควบคุมงาน
เพือ่ ประสิทธิภาพของงานกอสรางที่ดี ซ่ึงมไิ ดหมายถึงเพียงแคผลสําเร็จของงานกอสรางเทา นัน้ แตร วมถงึ
กระบวนการควบคุมงานที่ดอี ีกดว ย

หนังสือเลมนี้ มีเนื้อหาครอบคลุม เทคนิค วิธีการ และขั้นตอนตาง ๆ ของการควบคุมงาน
กอ สรา งเขอ่ื นปอ งกันตลิ่งแบบท้ิงหนิ /เรยี งหิน และเข่อื นปอ งกันตล่ิงแบบตอกเสาเขม็ รับแรงดนั ดิน ที่ไดร วบรวม
จากประสบการณจ ริงมากกวา สบิ ปของผูควบคุมงาน โดยปรับปรุงจากองคความรูที่ ๓ ของหนังสือการจัดการความรู
ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อใหท ันสมยั ตอ ววิ ฒั นาการท่ีมีความกาวหนาเพ่ิมข้ึนและสามารถนําไปประยุกตใช
ไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ คณะผูจดั ทาํ หวงั วาหนังสือเลม นี้จะเปนประโยชนตอนายชาง วศิ วกร และผูปฏิบัติงานท่ี
เกย่ี วขอ งตอไป

คณะผจู ัดทาํ

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๓

องคความรูตามประเด็นยุทธศาสดตา รน กกรามรโบยรธกิาธาิกราดราแนลกะาผรงั ชเมาอืงง

สารบญั

การควบคุมงานและการตรวจการจา งเข่ือนปองกันตลิ่ง

บทท่ี ๑ บทนาํ หนา

บทท่ี ๒ ข้นั ตอนการกอสรางและวธิ กี ารตรวจสอบเขื่อนปองกันตล่งิ แบบทิง้ หิน/เรยี งหนิ ๑

บทท่ี ๓ ขน้ั ตอนการกอสรางและวธิ กี ารตรวจสอบเขือ่ นปองกนั ตลิง่ แบบเสาเขม็ รบั แรงดนั ดิน ๕๙
๑๐๓
บทท่ี ๔ การเกบ็ ตวั อยา งและเกณฑการพิจารณาผลการทดสอบวัสดุ ๑๑๕
๑๔๕
บทท่ี ๕ แนวทางการตรวจสอบงวดงาน และการจัดเตรียมขอ มลู ๑๕๓
๑๕๕
บทท่ี ๖ กรณศี กึ ษาการตรวจสอบความผดิ ปกตทิ ่ีเกิดขน้ึ ในระหวา งการตอกเสาเขม็ ๑๕๗
๑๘๓
ภาคผนวก ๑๘๕
๑๘๙
ก) ตารางการตรวจสอบขน้ั ตอนการกอ สรา ง (Check List) ๑๙๕
ข) ตวั อยา งการจัดทาํ เอกสารขออนุมัติหมดุ ทางราบ ทางดง่ิ ๒๒๙
ค) ตารางสรุปการจัดทําเอกสารแนบหนังสือขออนมุ ัติวัสดุ
ง) ตารางการคํานวณปริมาณการเก็บตัวอยางวัสดุทดสอบ
จ) รูปแบบรายงานประจําวัน/ประจาํ สปั ดาห
ฉ) รปู แบบเอกสารประกอบการตรวจรบั งาน
ช) รปู แบบเอกสารเตรยี มขน้ึ ทะเบยี นกบั กรมธนารกั ษ

(แบบ ทร.๐๕ และ แบบทะเบยี นครุภัณฑ)

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๕

องคความรตู ามประเด็นยทุ ธศาสดตา รน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดรา แนลกะาผรังชเมา อืงง

บทท่ี ๑
บทนำ

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๑

บทท่ี 1 บทนาํ

ปญหาการพังทลายของตลง่ิ กอใหเกิดความเดือดรอนเสียหายตอประชาชนและประเทศไทย
มานานหลายป โดยเฉพาะอยางยง่ิ หลังจากเหตุการณม หาอทุ กภยั ในป พ.ศ. ๒๕๕๔ กอใหเกดิ การเปล่ียนแปลง
ทางธรณวี ทิ ยา และสงผลตอสภาพพน้ื ท่ีริมตล่ิงในหลายพ้ืนท่ี โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนลางถึงภาคกลาง
ทีม่ ีลักษณะสภาพชัน้ ดินสวนใหญเปนดินออ น บานเรือนประชาชนที่อยรู ิมน้าํ จํานวนมากไดรับความเสียหาย
จากการพังทลายของตล่ิง ซ่ึงบางกรณียากท่ีจะสืบหาสาเหตุท่ีแทจริงของการดอยเสถียรภาพของตล่ิงบริเวณน้ัน ๆ
เปนแนวยาวจนกระทัง่ วิบัติ ทัง้ ที่มิไดมกี ารกระทําใดที่มีแนวโนมเปนสาเหตุของการวิบัตินัน้ ได นอกจากนี้
ยงั มปี ญ หาการสูญเสียดินแดนเนื่องจากปญหากระแสน้ํากัดเซาะตลิ่งในลุมน้ําบริเวณชายแดน เชน แมน้ําโขง
ทีย่ งั คงเปนปญหาใหญของประเทศไทย ณ ปจจุบันอกี ดวย โดยทั่วไปแลวสาเหตุหลักในการพังทลายของตลิ่ง
สามารถแบงได ๒ ประการ ไดแก การกัดเซาะของตลิ่ง และการขาดเสถียรภาพทางเทคนิคธรณี ซึ่งมปี จจัย
หลายประการทีส่ ามารถกอ ใหเ กิดสาเหตุของการพังทลายเหลา น้ไี ด

จากทีก่ ลาวมาขางตน เขือ่ นปองกันตลิ่งจึงเปนสิ่งกอสรางหนึง่ ที่สําคัญตาม ยุทธศาสตร
การพัฒนาเมือง ของกรมโยธาธิการและผังเมอื ง เพือ่ ใหเกิดความมนั่ คงและปลอดภัยจากธรรมชาติ ซึ่งจําเปน
อยา งย่ิงที่ผูค วบคมุ งานและผูออกแบบ ตอ งมคี วามรูและความเขาใจในกระบวนการและเทคนิคกอสรางตาง ๆ
ของงานกอ สรา งเขือ่ นปองกนั ตล่งิ เพ่ือกอ ใหเ กิดประโยชน เกิดความสอดคลอง และถูกตอง ท้ังงานออกแบบกอสราง
และงานกอสรางจริงในภาคสนาม นอกจากนี้ ขัน้ ตอนตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วกับการควบคุมคุณภาพวัสดุ รวมทั้ง
การตรวจสอบผลงาน ยังเปนสิ่งสําคัญที่ผูควบคุมงานจะตองเขาใจอยางถองแท เพื่อประสิทธิภาพที่ดี
ในการกอสรางตามวัตถุประสงคของสญั ญา

ในการนี้ เน้ือหาในบทท่ี ๒ และบทท่ี ๓ จะอธิบายถึงลําดับขั้นตอน เทคนิค และวิธีการตาง ๆ
ของงานกอสรางเขือ่ นปองกันตลิง่ แบบทิง้ หิน/เรียงหิน และเขือ่ นปองกันตลิง่ แบบตอกเสาเข็มรับแรงดันดิน
ตามลาํ ดับ ซ่ึงเปนทนี่ ิยมออกแบบกอสรางในปจจุบัน สวนในบทท่ี ๔ กลาวถึงขอกําหนดและวิธีการตาง ๆ เกีย่ วกับ
การทดสอบวัสดุ เพ่ือควบคุมคุณภาพของงานกอ สรางฯ จากน้ัน กระบวนการตรวจสอบงวดงานและจัดเตรียม
ขอมลู สําหรับการตรวจการจาง ไดถูกสรุปเปนแนวทางไวในบทที่ ๕ และยกตัวอยางกรณีศึกษาเกีย่ วกับการ
ตรวจสอบความผดิ ปกติท่ีเกิดข้ึนในระหวางการตอกเสาเข็มไวในบทท่ี 6 เพ่ือเปนประโยชนในการออกแบบแกไข
ในกรณีที่เกิดปญหาขึน้ ระหวางดําเนินการกอสราง นอกจากนี้ คณะผูจัดทํายังไดรวบรวมตัวอยางแบบฟอรม
เอกสารตาง ๆ ทส่ี าํ คญั และเกย่ี วขอ งสาํ หรบั การควบคมุ งานกอ สรางเขอ่ื นปอ งกนั ตลิง่ ฯ ไวใ หในภาคผนวกอีกดว ย

รูปแบบและรายละเอียดของเขื่อนปอ งกันตลิ่งทัง้ ๒ ประเภท สรปุ ไดโ ดยยอ ดังตอไปน้ี

เข่ือนปอ งกันตลง่ิ แบบท้งิ หนิ /เรยี งหนิ

เขอื่ นลักษณะนี้เหมาะสาํ หรบั กอ สรา งริมตลงิ่ ที่มสี ภาพดนิ ฐานรากคอนขางแข็งแรง ไมเปนดินออน
สามารถรบั นํา้ หนกั ของหนิ ทง้ิ /หนิ เรียง ไดอ ยางมเี สถียรภาพ โดยสวนใหญจะออกแบบกอสรางเขื่อนประเภทน้ี
ในบรเิ วณพน้ื ท่ีภาคเหนือ ภาคอีสาน เพ่ือปอ งกันการกดั เซาะพงั ทลายของตล่ิงตลอดริมแมน้ําโขง ซึ่งมีความลึก
ของลําน้าํ มาก และมกี ระแสน้าํ ไหลเชีย่ ว รวมทัง้ สามารถใชเขือ่ นประเภทนี้เพือ่ ปองกันการกัดเซาะชายฝง
ในบริเวณพนื้ ทรี่ มิ ทะเลอีกดว ย

๒ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรูต ามประเดน็ ยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธกิาธากิราดราแนลกะาผรงั ชเมา ืองง

องคป ระกอบหลกั ของเขอื่ นปอ งกนั ตลิง่ แบบท้ิงหนิ /เรยี งหนิ ประกอบดว ย

 คนั หนิ ทิง้ ตนี เขือ่ น จะทิ้งหินตนี เขอื่ นเปน รปู ส่ีเหลี่ยมคางหมู ทําหนาท่ีเปนฐานของเข่ือน
และปองกันการกัดเซาะทองน้ําบริเวณตีนเขื่อน ใชสําหรับเปนน้าํ หนักกดทับไมใ หเกิดการยกตัวของชายตลิ่ง
และปอ งกันไมใ หดนิ หนา ตล่ิงยบุ และเคลือ่ นตวั

 งานถมหนา เข่ือน ประกอบดวย

ช้ันดนิ ฐานราก ทรายถม เปนโครงสรางของเขื่อนที่ทําหนาท่ีรองรับน้ําหนักและถายแรงลงสู

แผนใยสังเคราะห ทําหนาที่เปนวัสดุกรอง ไมใ หทรายถมไหลออกจากตัวเขือ่ น
เมื่อเกิดการลดระดับน้าํ

หินเรียง ทําหนาที่ปองกันตลิ่งจากการกัดเซาะเนื่องจากกระแสน้ําและคลื่น รวมทั้ง
เพื่อความสวยงาม

 หนิ ทิ้งปดหวั - ทา ยเข่อื น คือ ตวั เขอ่ื นท่ีกอ สรางบริเวณจุดเร่ิมตน และจุดส้นิ สุดของโครงการฯ
 สันเขือ่ น คือ สวนทีอ่ ยสู ูงสุดของเขือ่ น และตองสูงกวาระดับน้าํ สูงสุด ประกอบดวย
งานกอสรางเบ็ดเตล็ดตาง ๆ เพือ่ ความสวยงามและประโยชนใชสอยอนื่ เชน งานระบบระบายน้ํา บันได
คอนกรีตเสรมิ เหลก็ ทางเทา ราวกนั ตก ถมดินหลงั เขื่อน และปลกู หญา

ตัวอยางรปู ตัดท่ัวไปของเขื่อนปอ งกนั ตลงิ่ แบบทิ้งหิน/เรยี งหิน

ตัวอยา งเขอ่ื นปอ งกันตลิ่งแบบทิ้งหิน/เรียงหนิ ทกี่ อสรางแลวเสรจ็

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๓

เขื่อนปอ งกนั ตลง่ิ แบบตอกเสาเขม็ รบั แรงดันดิน

เขื่อนปองกันตลิง่ แบบตอกเสาเข็มรับแรงดันดิน เขือ่ นลักษณะนี้จะใชกับแมน้าํ ขนาดใหญ
ซึ่งเกิดการพังทลายของดินลาดตล่ิง มลี ักษณะชั้นดินเปนชัน้ ดินออนถึงออ นมาก สวนใหญอยใู นบริเวณพืน้ ที่
ภาคกลาง เชน แมนํ้าเจาพระยา แมน ํา้ ทาจีน และแมน ํา้ นอ ย เปน ตน
องคป ระกอบหลกั ของเขอ่ื นปอ งกันตล่ิงแบบตอกเสาเข็มรับแรงดิน ประกอบดว ย

▪ วัสดุถมหนาเขื่อนเพื่อปองกันการกัดเซาะและการพังทลายของดิน ประกอบดวย
งานบรรจุหินในกลองลวดตาขา ย โดยทว่ั ไปใชข นาด ๐.๓๐ x ๒.๐๐ x ๖.๐๐ เมตร สําหรับปองกันการกัดเซาะ
ของนาํ้ บรเิ วณชายตลง่ิ งานทิ้งหนิ ตนี เข่อื นเปนรูปสี่เหล่ียมคางหมูใชสําหรับเปนน้ําหนักกดทับไมใหเกิดการยกตัว
ของชายตลิง่ และปองกันไมใ หด ินหนาตลิง่ ยุบและเคล่อื นตัว ทรายถมหนา เขื่อนและแผน กรองใชสําหรับลดนํ้าหนัก
ของดินหนา เขอ่ื นในชวงเวลาท่อี ่มิ ตัวดว ยนา้ํ และยงั สามารถระบายนํา้ ไดดี สว นแผนกรองใชสาํ หรับปองกนั ทราย
ไหลไปกบั นาํ้ สุดทา ยเปนงานเรียงหนิ หนา เข่อื น ใชส ําหรบั ปอ งกนั การกัดเซาะและเพื่อความสวยงาม

▪ โครงสรา งหลกั สาํ หรับรับแรงดันดินหลังเข่ือน ประกอบดวยเสาเข็มรูปตัวไอใสแผงกรุกันดิน
คสล. และเข็มสมอตอกเอียงยึดดานใน และคาน คสล. รัดหัวเสาเข็มท้ังหมด โครงสรางดังกลาวน้ีสําหรับรับแรงดัน
ของดินหลังเขื่อน

▪ วัสดุถมหลังเขื่อนจะเปนทราย เหมาะกับงานทีไ่ มส ามารถใชเครื่องจักรหนักบดอัด
ซึง่ จะเปนอนั ตรายตอโครงสรา งหลกั ของเขื่อน อกี ทง้ั ทรายยงั สามารถบดอดั จนมคี วามแนนไดง า ย

▪ งานอนื่ ๆ ระบบระบายน้ําประกอบดวยบอพักทุกระยะ ๒๐ เมตร และทอระบายออก
สูหนาเขอ่ื น ขนาด ๘ นิว้ งานทางเทาปูคอนกรตี บล็อกประสาน งานราวกันตกทอเหลก็ ชบุ สงั กะสี บางโครงการ
จะมงี านถนน คสล. และงานปลกู หญา ไหลท าง

รูปตัดทัว่ ไปเขื่อนปองกนั ตลงิ่ แบบเสาเข็ม

ตวั อยา งเข่อื นปองกันตลง่ิ แบบเสาเข็มท่ีกอสรางแลว เสรจ็

๔ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรตู ามประเด็นยุทธศาสดตา รน กกรามรโบยรธิกาธากิราดรา แนลกะาผรงั ชเมาอืงง

บทที่ ๒

ขัน้ ตอนการกอสรางและวธิ กี ารตรวจสอบ
เข่อื นปอ งกนั ตล่ิงแบบทง้ิ หนิ /เรยี งหิน

ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๕

ขั้นตอนการกอสรา งและวธิ ีการตรวจสอบ เขอื่ นปองกนั ตลิง่ แบบทิ้งหนิ /เรยี งหนิ

แบง เปนกิจกรรมงานยอยได ๑๖ ข้นั ตอน ดังน้ี
๑. งานสาํ รวจเบ้อื งตนและงานสาํ รวจวางแนวกอสราง
๒. งานเตรียมพนื้ ที่ ขดุ ดนิ ปรบั ระดับหนาเข่ือนและบริเวณสันเข่อื น
๓. งานวางผงั แนวและระดับกอสรา งเขือ่ น
๔. งานกอสรา งทางลาดลงหนาเข่ือนเพ่ือการขนสงวัสดุไปทาํ การกอสรา ง
๕. งานกอสรา งคนั หินทิ้งตีนเขอื่ น
๖. งานบรรจุหนิ ใหญพ รอมแทรกโพรงดว ยหนิ เลก็ และติดตั้งกลองแมทเทรสตีนเขอ่ื น
๗. งานถมทรายหนาเขือ่ นและทําช้นั วัสดุกรอง
๘. งานเรยี งหินใหญพ รอ มแทรกโพรงดวยหินเล็กหนาเขอื่ น
๙. งานทงิ้ หินปดหัว - ทา ยเขอื่ น
๑๐. งานกอสรา งบนั ไดคอนกรตี เสริมเหล็ก
๑๑. งานกอ สรางบอพักและทอระบายน้ํา
๑๒. งานกอ สรา งคานรบั ราวกนั ตก
๑๓. งานกอสรา งคนั หนิ คอนกรตี เสริมเหล็ก
๑๔. งานกอสรา งทางเทา
๑๕. งานกอ สรา งราวกนั ตก
๑๖. งานถมดินปลูกหญา หลงั เขอ่ื น

๑. งานสาํ รวจเบอื้ งตนและงานสาํ รวจวางแนวกอ สราง

๑.๑ งานสาํ รวจเบอื้ งตน มรี ายละเอียดดังน้ี
 เขา พ้ืนท่เี พ่ือหาสถานทท่ี ําการกอสรา ง
 ตรวจหาตําแหนงกอ สรา งเขือ่ น จุดเรมิ่ ตน โครงการตอเนือ่ งเข่ือนเดมิ หรอื จดุ เริ่มตน
ท่ีไมต อเนื่องเข่อื นเดิม และจดุ ส้ินสดุ โครงการ
 ตรวจหาหมดุ หลกั ฐานการสํารวจ (B.M.) ในพ้ืนที่ ตามทม่ี ีอยใู นแบบกอสราง
 กอนการสาํ รวจเพื่อวางแนวกอสรา งอาจมีความจําเปน ตองถางปา ตดั ตนไมบ างสว นกอน

๑.๒ งานสาํ รวจวางแนวกอ สรางเขือ่ น มรี ายละเอยี ดดังน้ี
๑.๒.๑ การวางหมดุ หลกั ฐานทางราบ
 หลงั จากไดต รวจหาหมดุ หลกั ฐานการสาํ รวจในสนามพบแลว เริ่มทําการวางแนวกอสราง
ไปตามหมดุ วงรอบ (หมดุ P.I.) ตามทม่ี อี ยใู นแบบ
 เนือ่ งจากในแบบกอสรางจะกําหนดหมุดหลักฐานการสํารวจเปนคาพิกัดฉาก ดังนั้น
การวางแนวกอสรางเขือ่ นจึงสามารถวางแนวโดยการใชมมุ และระยะ และ/หรือ
การกาํ หนดจดุ โดยการใชค า พกิ ดั

๖ DPT KM Action Plan 2017

องคความรตู ามประเด็นยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธกิาธากิราดรา แนลกะาผรังชเมา ืองง

 ในการวางแนวคนหาหมุด P.I. ตาง ๆ ตามที่มีในแบบ บางกรณีอาจพบหมุดหลักฐาน
(หมุด P.I.) เดิม ที่วางไวตั้งแตการสํารวจเพื่อการออกแบบทั้งหมด หรือพบบางหมุด
และ/หรอื พบแตอ าจมคี วามคลาดเคลอ่ื นบา ง หากคลาดเคล่ือนเล็กนอยสามารถปรับแกได
แตต องดูความตอเนือ่ งในหมุดอื่น ๆ ดวย หากมคี วามคลาดเคล่ือนมาก หรือคลาดเคลื่อน
ทกุ หมดุ ควรแจง ผูอ อกแบบตรวจสอบ

 หลังจากวางแนวไดหมุด P.I. ทั้งหมด และไดตรวจสอบความถูกตองแลว ท้ังคาพิกัดฉาก
มุมและระยะถูกตองดีแลว ใหทําเครื่องหมายปองกันหมุด โดยการหลอคอนกรีตหุม
หรือทําหลักไมลอมไวเพื่อปองกันการถูกรบกวนจากเครือ่ งจักร ทําปายบอกชื่อหมุด
และใหทาํ หมุดอางอิง (R.P.) ไวทกุ หมดุ ดวยเพือ่ ใหงา ยตอการตรวจสอบไดตลอดเวลา

 ทําการวางแนวกําหนดจุดเริ่มตนกอสรางเขือ่ น แนวสันเขื่อน จุดหักของสันเขือ่ น
จดุ ส้นิ สดุ กอสรางเขอ่ื น ตามคา พิกัดฉาก แลวทําการปก หมดุ เขยี นปา ยบอกชื่อหมุด

๑.๒.๒ การวางหมดุ หลกั ฐานทางดง่ิ
 การวางหมดุ หลักฐานทางด่ิงในแบบจะกําหนดหมุดหลักฐานทางดิง่ ไว อยางนอย ๒ หมุด
การทํางานตองทําการหาคาระดับที่ออกจากหมุดหลักฐาน (B.M.) ไปไวในที่ถาวร
ตามแนวกอสรางเขือ่ นตามสมควร เพ่ือใหสะดวกในการหาคาระดับสิง่ กอสรางอืน่ ๆ
เชน การหาระดบั สนั เขอ่ื น ระดบั คนั หนิ ตนี เข่อื น ซึ่งหมุดระดับท่ีสรางข้ึนควรมีความม่ันคง
แข็งแรง และอยูหา งจากรัศมกี ารทาํ งานของเครื่องจกั ร

๑.๒.๓ การนาํ เสนอเพื่อขออนุมตั ใิ ชหมุดหลักฐานทางราบและทางดง่ิ
 นําขอมูลการสํารวจวางแนวกอสรางเข่ือนพรอมแสดงรายการคํานวณ และแสดงตําแหนง
หมดุ ตา ง ๆ จัดทําเปนรูปเลมนาํ เสนอเพอ่ื ขออนุมตั ิใช
 ประสานกับวิศวกรโครงการ เพื่อนัดหมายรวมกันตรวจสอบหมดุ หลักฐานทางราบ
ทางดงิ่ และการวางแนวกอ สรา งเขอื่ น เพือ่ พิจารณาอนุมตั ติ อไป

๒. งานเตรยี มพืน้ ที่ ขุดดินปรับระดับหนาเข่ือนและบรเิ วณสนั เขือ่ น

เขือ่ นปองกันตลิง่ จะถูกกอสรางบริเวณริมตลิง่ สวนบนและลาดตลิ่งไปจนถึงริมตลิง่ ดานลาง
โดยทั่วไปจะถูกปกคลุมไปดวยวัชพืชรวมถึงตนไมนอยใหญ กอนเริม่ ทําการกอสรางจะตองกําจัดวัชพืช
และขุดลอกผิวดนิ ออกไมน อยกวา ๐.๓๐ เมตร จนปราศจากตอไม รากไม เศษไม ขยะ หรืออินทรียวัตถุอืน่ ใด
จากนั้นใหนําวัชพืชไปทิ้งนอกพื้นทีก่ อสราง (หามนําไปทิ้งไวในลําน้ําบริเวณหนาเขื่อนหรือตลิ่งหนาเขื่อนฯ)
สวนดินที่ขุดลอกออกในรายการประกอบแบบ อาจกําหนดใหนําไปถมในสวนทีเ่ ปนงานดินถมหลังเขือ่ นได
กรณีที่มีงานดินตัดเปนจํานวนมากตองดูในรายการประกอบแบบ วาจะกําหนดใหนําไปใชงานในสวนไหนได
หรือหากไมมที ี่ใชใ นงานเขอื่ น จะตองหาทท่ี ิ้งซงึ่ เปน ที่สาธารณะ โดยอาจสอบถามจากสวนทองถิ่น หามนําออกไปท้ิง
นอกพ้นื ที่หรอื ในทข่ี องเอกชน

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๗

ภาพถายบรเิ วณสนั เขื่อนและหนาเขอ่ื นกอ นการถางปา ภาพถายบริเวณหนา เข่ือนและสันเขือ่ นหลังจากการถางปา ออกแลว

ภาพถา ยการปรบั พื้นท่ีกอ สรา งบรเิ วณหนาเขือ่ น

กรณีที่ตรวจพบตาน้าํ น้าํ ใตดิน หรือดินหนาเขือ่ นมีสภาพเปนดินออน ตองทําการกอสราง
รางกรวดเพือ่ ใหน้าํ ไหลผานชั้นดินหรือชั้นทรายออกหนาเขื่อนได หากไมทําการแกไขจะทําใหไมสามารถ
นาํ เครอ่ื งจกั รเขา ทาํ งานได ขนาดรางกรวดประมาณ ๐.๔๐ × ๐.๔๐ เมตร หุมดวยแผนใยสังเคราะห ขนานกับ
แนวเขื่อนฯ ตลอดแนวที่พบตาน้ําหรือน้ําใตดิน และมีรางกรวดในแนวตั้งฉากกับแนวเขื่อนฯ ระบายน้ําออก
หนา เขอ่ื นฯ ทกุ ระยะ ไมเ กิน ๒๐ เมตร

กรวดคละ

ภาพถา ยขณะทาํ การกอ สรา งรางกรวด

๓. งานวางผังแนวและระดับกอสรางเข่ือน

หลังจากท่ีไดวางแนวกอสรางเขือ่ นและกําหนดแนวสันเขื่อน รวมทัง้ จุดหักจุดโคงตาง ๆ แลว
ควรทําโครงสรางผังแนวและระดับสันเขือ่ นเพือ่ ใหเห็นภาพรวมของเขือ่ น อกี ทั้งเพือ่ ปองกันความผิดพลาด
ทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ จากการทตี่ อ งวางแนวกอสรา งคนั หินตนี เข่อื น ซ่งึ ตองมีการตรวจสอบอยูตลอดเวลา หากมีผังแนว
และระดับสันเขื่อนอยู จะงา ยตอการตรวจสอบ ไมตองวางแนวและหาระดับใหมทุกคร้ังที่ตองการหาตําแหนง
คันหินตีนเขือ่ น หากมผี ังแนวและระดับ สามารถวัดไดโดยตรง สะดวกและรวดเร็ว แตอาจมีขอจํากัดในเรื่อง
การกดี ขวางการทาํ งานของเครอ่ื งจกั ร
๘ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรูตามประเด็นยทุ ธศาสดตา รน กกรามรโบยรธิกาธากิราดรา แนลกะาผรังชเมาอืงง

แนวและระดับสนั เข่อื น

ภาพถายแสดงการตผี งั แนวและระดับสนั เขอื่ น

๔. งานกอ สรา งทางลาดลงหนา เขอื่ นเพ่ือการขนสงวัสดุไปทาํ การกอ สราง

เขือ่ นปองกันตลิง่ ที่มคี วามสูงมากกวา ๑๐ เมตร และระยะราบจากสันเขือ่ นถึงคันหินทิง้ ตีนเขื่อน
มากกวา ๒๕ เมตร (อัตราลาดหนาเขื่อนปกติ ๑ : ๒.๕) เมอื่ วางผังแนวกอสรางสันเขื่อนและวางแนวกอสราง
คันหินตีนเขื่อนแลว จะทราบตําแหนงการกอสรางคันหินตีนเขือ่ น มคี วามจําเปนตองทําทางลาดลงหนาเขื่อน
เพอ่ื ลาํ เลยี งวสั ดุ โดยใชร ถบรรทกุ สิบลอ ขนวัสดุหินใหญจากดานบนลงไปทําการกอสรางตีนเข่ือน และงานถมทราย
หนา เขือ่ นในสว นลาง

ทางลาดจะเปนทางลงที่หัวเขื่อนลงไปถึงสวนลางในระดับทีจ่ ะทําการกอสรางคันหินตีนเขื่อน
แลว เปน ทางตรงไปข้นึ ทางทายเข่อื น ซ่งึ จะทาํ การกอ สรา งในลักษณะใดนัน้ มขี อพิจารณา คือ

 ควรจัดรถบรรทุกขนวัสดใุ หมที างว่งิ ข้นึ หรือลงในทศิ ทางเดยี วกนั ไมว ิง่ สวนทางกนั
 เพอ่ื ใหรถบรรทกุ ขนวสั ดุเขา ถงึ พ้ืนที่กอ สรางไดทง้ั หมด ควรตดั ถนนขนานกับแนวกอ สราง
ตลอดแนว และหากเปนไปไดค วรตดั ถนนชว งข้นึ และชวงลงอยูน อกแนวกอ สรางเขือ่ น
 หากความยาวเขอ่ื นมากกวา ๕๐๐ เมตร ควรตัดถนนชวงขึ้นเพิ่มในสว นกลางเขอื่ นอีก ๑ ชอ งทาง
 เนื่องจากรถบรรทุกขนวัสดุสงลงยงั ดานลางในชวงขาลง และวิง่ รถเปลาในชวงขาขึ้น
ความลาดของถนนชวงขึ้น - ลง ควรมีคาระหวาง ๘ - ๑๒% และไมควรเกิน ๑๕% หากกอสรางเกิน ๑๕%
ตองพิจารณานํ้าหนักบรรทุก สมรรถนะของรถ ความกวางของหนาเข่ือนในขณะกอสราง หรือกอสราง Slide Bank
ประกอบเพื่อความปลอดภัยดวย ซึง่ ในทางปฏิบัติแลว ผูดําเนินการกอสรางสวนใหญ มักจะกอสรางถนน
ลาํ เลยี งวสั ดุ มคี วามลาดมากกวา ๑๕% (เน่อื งจากตองการเขาถงึ พืน้ ทกี่ อ สรา งไดม ากที่สดุ และมขี อจํากดั ในพื้นท่ี)
 รศั มวี งเลี้ยวของรถบรรทกุ ดานใน ตองไมนอยกวา ๑๒ เมตร
 ในกรณีที่งานกอสรางท่ีตีนเขือ่ นไกลจากตลิ่งมาก มีการถมทรายลงไปกอนเพือ่ สรางพืน้ ที่
ดําเนินการกอสราง และระดับน้าํ ขณะกอสรางอยูต่าํ จากระดับถมทราย รถบรรทุกวัสดุไมสามารถวิ่งผานได
ควรปลู กู รงั รองพ้นื หนาประมาณ ๒๐ - ๓๐ เซนติเมตร เพื่อไมใหลอรถสัมผัสกับทรายโดยตรงหลังจากกอสราง
ในชน้ั นั้นเสร็จแลว ใชร ถแบคโฮขดุ ลอกออกเกบ็ ไวใ ชปูทาํ ทางในการกอสรางถมวัสดุชัน้ ตอไป และเพื่อไมใหดิน
เปนตัวก้ันระหวา งช้ันทรายในชั้นตอไปซง่ึ จะเปนอันตรายตอความมนั่ คงแขง็ แรงของเขอื่ น

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๙

การตดั ดินตลิง่ เดิม

ภาพถา ยแสดงงานตัดดินตล่ิงเดมิ เพือ่ ทําเปนทางลาด

ถมดินปดทับทรายถมเปนทางลาด

ภาพถา ยแสดงการถมดนิ ปด ทับเพอ่ื เปน ทางลาด

๕. งานกอสรา งคันหนิ ทิ้งตีนเขอ่ื น

๕.๑ การตรวจสอบเพอ่ื พจิ ารณากาํ หนดวธิ กี ารกอ สรา ง
กอ นดาํ เนินการกอ สรางหินทง้ิ ตีนเขือ่ น สิ่งท่ีผคู วบคุมงานจะตอ งตรวจสอบและนํามาประกอบ

การพิจารณากําหนดวิธแี ละขน้ั ตอนการกอ สราง คือ
๕.๑.๑ ความสูงของคันหินตนี เข่ือนกอ สรางไดตามรูปแบบไมน อ ยกวา ๒ เมตรหรือไม
เมือ่ ทราบแนวกอ สรางคันหนิ ตนี เขอ่ื นแลว กอนอ่ืนจะตองทําการหาคาระดับนํ้าแลวทําการหยั่งนํ้า

เพื่อสํารวจทองน้ําหาคาระดับดินเดิมบริเวณทีก่ อสรางคันหินตีนเข่ือน แลวนํามาขึน้ รูปหาคาความสูง
ของคนั หนิ ตีนเขือ่ น ซ่งึ ในแบบจะกาํ หนดใหความสูงของคันหินตีนเขื่อนตองไมนอยกวา ๒.๐๐ เมตร ถาพบวา
ระดับดินเดิมสูงจนทําใหความสูงของคันหินตีนเขือ่ นไมถ ึง ๒.๐๐ เมตร และจะตองขุดออกนั้น กรณีที่เปนดิน
หรอื ทรายสามารถขดุ ออกได แตบ างกรณเี ปน หินดานไมส ามารถขุดออกได ตองแจง ผอู อกแบบเพื่อแกไขตอ ไป
๑๐ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรูตามประเด็นยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธกิาธากิราดราแนลกะาผรงั ชเมา ืองง

ภาพแสดงรปู ตัดคันหนิ ตนี เขือ่ น แสดงระดับดนิ เดมิ มสี ภาพเปน หนิ ดานไมส ามารถขุดออกได
ทาํ ใหความสูงของคนั หนิ ไมถึง ๒.๐๐ เมตร ตองแกไ ขแบบ

๕.๑.๒ ระดบั น้ําต่ําสุดเปนไปตามทีก่ าํ หนดในแบบหรอื ไม
โดยทัว่ ไป ผูออกแบบจะกําหนดระดับหลังคันหินทิง้ สูงกวาระดับน้ําต่ําสุด เฉลี่ยประมาณ

๐.๓๐ - ๐.๕๐ เมตร เพื่อความสะดวกในการกอสรางและเกิดความสวยงาม (งานเรียงหินจะเริ่มจากระดับ
หลังคันหินทิ้ง) โดยเมือ่ ผูควบคุมงานทราบระดับน้ําปจจุบันแลว จะพิจารณาไดวาสามารถดําเนินการกอสราง
คันหินทิง้ บันได หรือรางระบายน้ําหนาเขื่อนตามแบบกอสรางไดหรือไม หากระดับน้ําทวมระดับหลังคันหิน
ไมสามารถกอสรางได และผูค วบคุมงานตรวจสอบสถิตขิ อมูลระดับน้ําจากสถานีวัดระดับน้ําในบริเวณใกลเคียง
โครงการกอสรางแลว พบวาระดับน้ําต่ําสุดเฉลี่ยคลาดเคลื่อนจากขอเท็จจริงไมสามารถกอสรางได จะตองรีบ
รายงานคณะกรรมการตรวจการจางและหารือผูอ อกแบบ เพือ่ พิจารณาวาควรมีการเปล่ียนแปลงแกไข
แบบกอ สรางหรือไม สถิติขอมูลระดับนํ้ายงั เปน ประโยชนตอผคู วบคุมงานในการวางแผนและวิธีการท่ีเหมาะสม
ในการกอ สรา งเขอ่ื น

๕.๑.๓ ความลึกของนา้ํ ณ ตาํ แหนงท้ิงหนิ ใหญกอ สรา งตนี เขอื่ น
ผูควบคุมงานตองตรวจสอบความลึกของน้าํ บริเวณทีจ่ ะทําการทิง้ หินใหญกอสรางตีนเขื่อน

เพอ่ื ประกอบการพิจารณาวิธีการกอสรา งตนี เขอื่ น เน่ืองจากกอนการกอสรางคันหินทิ้งตีนเขื่อนจะตองถมวัสดุ
(ทรายถม) ลงไปบางสวนเพือ่ ใหม ีพ้ืนทีใ่ นการดําเนินการกอสราง และใหเครื่องจักร (รถบรรทุกและรถแบคโฮ)
เขาใกลตําแหนงทิ้งหินในระยะทํางานได หากถมทรายเขาใกลตําแหนงคันหินทิ้ง เครื่องจักรทํางานงาย
แตทรายถมจะไหลไปแทนทีห่ ินทิง้ ในตําแหนงกอสรางคันหิน ซึง่ อาจเกิดความเสียหายตอโครงสราง
และไมเ ปนไปตามเงอ่ื นไขสมมตุ ฐิ านทีผ่ ูออกแบบออกแบบไว หากถมทรายหางออกจากตําแหนงคันหินท้ิงมาก
เครือ่ งจักรก็ไมส ามารถทิ้งหินใหญได และความลึกของน้าํ ทีต่ ีนเขือ่ นเปนเงื่อนไขกําหนดความเหมาะสม
สําหรบั เลือกวิธีการติดตั้งแผนใยสังเคราะหชั้นวัสดุกรองบริเวณตีนเขื่อนอีกดวย สําหรับความลึกตั้งแต ๑.๕๐ เมตร
ควรกําหนดขอบเขตการถมทรายเพือ่ กนั ไมใหท รายถมไหลเขา แทนท่ีหนิ ทิ้งในโครงสรา งตีนเข่ือน และเปนระยะ
ท่ีรถแบคโฮสามารถเริ่มทิง้ หนิ บรเิ วณปลาย Slope ดา นใน

ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๑๑

๕.๒ ขนาดของหนิ และความสงู ของคนั หนิ ทง้ิ
 หนิ ใหญขนาดไมนอยกวา ๐.๓๕ เมตร
 ความสงู ของคันหินทิง้ สงู ไมนอ ยกวา ๒.๐๐ เมตร

๕.๓ ขนั้ ตอนกอ สรางคนั หนิ ทิง้ ตีนเข่ือน
๑. วางทนุ หรือปก หลักไมแสดงตําแหนงปลาย Slope คันหินทิ้งตีนเขื่อนดานใน เพื่อใหผูป ฏิบัติงาน

ทราบตําแหนง และไมถ มทรายเขาใกลค นั หินทง้ิ มากเกนิ ไป (ควรมีระยะหา งอยใู นรัศมีการทํางานของรถแบคโฮ
ถงึ ปลาย Slope คันหินทิ้งดานในได) โดยการวางทุน ซึง่ ใชขวดเปลาพลาสติกหรือแกลลอนน้ํามันใชแลวมดั ดวยเชือก
ผูกติดกับกอนหิน ลอยเรือนําไปวางในตําแหนงปลาย Slope คันหินทิ้งดานใน โดยควรมดั ใหขวดเปลาจมน้าํ
เหลือสวนทายขวดโผลขึ้นจากน้าํ ประมาณ ๒ - ๓ เซนติเมตร เพือ่ ใหแรงลอยตัวของขวดดันขวดใหลอยขึ้น
ตานทานแรงจากกระแสน้ําไหล เมื่อวางทุนลอยเสร็จ ตองสังเกตวาขวดน้ําอยใู นตําแหนงใกลเคียงกับตําแหนง
ท่ตี องการหรือไม เน่ืองจากแรงกระแสนํ้าอาจทําใหทุนลอยไมอยูในตําแหนงท่ีตองการ หากมีความคลาดเคล่ือนมาก
ควรปรับตาํ แหนง กอ นหินข้ึนเหนอื นํา้ ชดเชยระยะทผ่ี ดิ พลาด ตาํ แหนงการวางทุน ลอยดงั รูป

ขวดนาํ้ ทาํ เปนทนุ ลอย

ภาพแสดงรปู แบบตําแหนง การตดิ ตง้ั ทุนลอย

๑๒ DPT KM Action Plan 2017

องคความรตู ามประเด็นยุทธศาสดตารน กกรามรโบยรธกิาธาิกราดรา แนลกะาผรงั ชเมา อืงง

ภาพแสดงรปู ตดั ทั่วไปของเข่อื นแบบเรยี งหิน

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๑๓

ภาพแสดงตําแหนงการตดิ ตง้ั ทนุ ลอยเพอ่ื แสดงตาํ แหนง ปลาย Slope คันหนิ ทิ้งดานใน

๒. เมือ่ ถมทรายเขา ใกลค นั หินทงิ้ จนไดระยะที่สามารถทิ้งหินใหญท่ีตําแหนงปลาย Slope คันหินทิง้
ดานในได จะเริ่มทงิ้ หนิ ใหญเ พอื่ ปองกันไมใ หท รายไหลไปแทนท่หี ินท้งิ ตีนเขอ่ื นดังรูป

ภาพแสดงการวางทนุ แนวปลาย Slope ของคนั หนิ ตนี เข่ือนดา นใน

ภาพแสดงการปก แนวปลาย Slope ของคนั หินตนี เข่อื นดานในและถมทรายเปนฐานในการทํางานของเครื่องจักร

๑๔ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดราแนลกะาผรงั ชเมา อืงง

ภาพถายแสดงการท้งิ หินตนี เข่ือน คันหินตีนเข่ือนดานใน

๓. กรณคี ันหินตีนเขื่อนมีความสงู ๒.๐๐ - ๒.๕๐ เมตร เมอ่ื ปกหลกั ไมห รือวางทุนลอยแสดงตําแหนง
ปลาย Slope คันหนิ ทง้ิ ดา นในแลว ทาํ การถมทรายเขามาใกลแ นวทนุ ตองไมใหทรายไหลเขาไปอยูในตําแหนงคันหิน
แลว ทําการทง้ิ หนิ ตนี เขอ่ื นจากปลาย Slop ของคันหินตนี เข่อื นจนไปถงึ แนวกลางคันหินตีนเขื่อน และมี Slope
ของคันหินตีนเขื่อนดานนอกเล็กนอยตามทีห่ ินทิง้ ไหลไป ตบแตงคันหินใหไดระดับลาดเอยี งและมคี วามเรียบ
สมํา่ เสมอ แลว ทําการตรวจสอบแนวและระดับพรอ มทงั้ Slope ของคันหนิ ตนี เขอื่ น

ภาพแสดงการทิง้ หนิ ตนี เขอ่ื น

ภาพถายแสดงการท้ิงหนิ ตนี เข่อื น

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๑๕

ภาพแสดงการตบแตง Slope คนั หนิ ดา นใน

ภาพถา ยแสดงการตบแตง คนั หนิ ดานใน

ภาพถายแสดงคนั หนิ ตีนเขอ่ื นเมื่อทําการทงิ้ หนิ Slope ดานในแลว เสรจ็

๑๖ DPT KM Action Plan 2017

องคความรูตามประเด็นยุทธศาสดตา รน กกรามรโบยรธกิาธาิกราดราแนลกะาผรงั ชเมา อืงง

ภาพแสดงการตรวจสอบ Slope ของคนั หนิ ดา นใน

ภาพถา ยแสดงการตรวจสอบ Slope ของคนั หนิ ดา นใน

หลงั จากทําการตรวจสอบแนวระดับและ Slope ของคันหินตีนเขื่อนดานในไดตามรูปแบบแลว
เพื่อใหแนใจไดวาไมม ที รายไหลไปทับปลาย Slope ของคันหินตีนเขือ่ น ใหขุดลอกในสวนนีอ้ ีกครัง้ แลวจึง
ทาํ การปูวัสดกุ รอง (แผนใยสงั เคราะห) ปด ทับ Slope ของคันหินตีนเข่อื น ซง่ึ แผนใยสังเคราะหท่ีใชปู หากแผน
มคี วามกวา ง ๔ เมตร ใหใช ๒ ผืนเย็บติดกันแลวนําไปปู หากเปนชนิดท่ีมีความกวาง ๖ เมตร สามารถนําไปปูไดเลย
การปูแผนใยสงั เคราะหป ด ทับคนั หนิ ตีนเข่ือนน้ี มีเทคนิคการปูหลายแบบ อาทิเชน การใชหลักปกกดชายผาไว
ไมใ หลอยขนึ้ มาแลวจงึ ถมทรายลงไป หรือใชคนหลาย ๆ คนชวยกันพยุงไวทั้งดานลางและดานบน ในระหวาง
การถมทราย เมอื่ ถมทรายจนใกลถึงระดับคันหินตีนเขือ่ นแลว ใหมว นเก็บมัดชายแผนใยสังเคราะหทีเ่ หลือ
และกลบทรายทบั ไวป ระมาณ ๒๐ - ๓๐ เซนตเิ มตร เพอ่ื ปอ งกนั ความเสยี หายฉกี ขาดจากการทาํ งานของรถแบคโฮ

ประจําปง บแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๑๗

ภาพแสดงการปวู ัสดกุ รอง (แผนใยสังเคราะห)

ภาพถา ยแสดงการปวู สั ดุกรอง (แผน ใยสังเคราะห) ความกวาง ๖ เมตร
แลวถมทรายทบั จะมีขอบแผน ใยสังเคราะหเ หลือประมาณ ๑ เมตร ใหมวนเก็บไวตอทาบในข้นั ตอนตอไป

การตอแผนใยสงั เคราะห
ดว ยวธิ ีการเยบ็

ภาพถา ยแสดงการปวู ัสดุกรอง (แผน ใยสงั เคราะห) ความกวาง ๔ เมตร เย็บตอกนั ๒ ผืน

๑๘ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรูตามประเดน็ ยุทธศาสดตารน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดราแนลกะาผรังชเมา อืงง

ภาพถา ยแสดงการปวู ัสดุกรอง ความกวา ง ๓ เมตร เย็บตอกนั ๒ ผนื (แผนใยสงั เคราะห)
ขณะทําการถมทรายตอ งใชค นชว ยกดทบั แผนใยสังเคราะหดา นลา งและชว ยยึดรง้ั ดานบน

ภาพแสดงการมว นเก็บแผน ใยสังเคราะห แลว เกลี่ยทรายปดทับไวกอนทาํ งานวางกลอ งแมทเทรสในขนั้ ตอนตอ ไป

ทําการทิง้ หินตีนเขื่อนที่ Slope ของคันหินตีนเขื่อนดานนอก และตบแตงใหไดตามรูปแบบ
และมคี วามราบเรียบสมาํ่ เสมอ แลว ทาํ การตรวจสอบแนวและระดบั พรอ มท้ัง Slop ของคนั หนิ ตนี เขือ่ น

ภาพแสดงการเติมหนิ ทคี่ ันหนิ ดา นนอก

ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๑๙

ภาพแสดงการตบแตง คนั หนิ ดา นนอก
ภาพแสดงการตรวจสอบคนั หนิ ดา นนอก

ภาพแสดงการตรวจสอบคนั หนิ ดา นนอก

๒๐ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสดตา รน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดรา แนลกะาผรงั ชเมาืองง

ภาพแสดงการตรวจสอบความกวางของสนั คันหนิ ตนี เขื่อน

๔. กรณีคันหินตีนเขื่อนมีความสูงมากกวา ๒.๕๐ เมตร Slope ดานในมากข้ึน ซ่ึงการถมทรายจะตอง
ถอยหางออกไปตามระยะ Slope ของคันหินตีนเขือ่ น เม่ือถมทรายเขาใกลคันหินทิ้ง จนไดระยะทีส่ ามารถ
ทง้ิ หินใหญท่ตี ําแหนงปลาย Slope คันหินทิ้งดานในได จะเร่ิมทิ้งหินใหญเพื่อปองกันไมใหทรายไหลไปแทนที่
หนิ ท้งิ ตนี เขื่อนดังรูป

ภาพแสดงการทิง้ หนิ ตนี เขอ่ื นที่ปลาย Slope ดา นใน เพือ่ ปอ งกันไมใ หทรายไหลไปแทนทห่ี ิน

หลังจากทําการทิง้ หินใหญในตําแหนงปลาย Slope ดานในคันหินทิง้ ดานในแลว จะทําการ
ถมทรายเขาใกลค ันหินทิ้งเพมิ่ ขึ้นอีก เมอ่ื ถมทรายเขา ใกลค นั หนิ ท้ิงในระยะรถแบคโฮทิ้งหินใหญกอสรางคันหินทิ้ง
เพิ่มข้ึนได ก็จะทําการทิง้ หินใหญตีนเขือ่ นเพิม่ ขึน้ อีก ทําการกอสรางถมทรายและทิ้งหินใหญตีนเขื่อนสลับกัน
จนกอ สรางคนั หนิ ท้ิงดา นในโผลน ้ําขึ้นมาดังภาพ

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๒๑

ภาพแสดงการท้งิ หนิ ตนี เขื่อนท่ีปลาย Slope ดา นใน และจนสดุ ความสามารถของแบคโฮ

ทําการขุดทรายบริเวณตีนเขือ่ นดานในออก แลวปูแผนใยสังเคราะหปดทับคันหินตีนเขื่อน
และมวนสวนท่ีเหลือใหเก็บใหต่าํ จากทรายถมประมาณ ๒๐ - ๓๐ เซนติเมตร เพื่อปองกันความเสียหาย
จากขั้นตอนการกอสรางทิง้ หินใหญต นี เข่อื นตอ ไป การทิ้งหินใหญในข้ันตอนนี้เปนการท้ิงเพ่ิมเติมท่ี Slope ดานหนา
และดานบน ซึ่งดานบนควรทิง้ หินใหญสูงจากระดับน้าํ เพียงเล็กนอย ไมควรทิง้ หินใหญใหกองหินทิ้งตีนเขื่อน
สูงกวาระดับน้าํ มาก หรือกอสรางถึงระดับหลังคันหินทิ้ง เนื่องจากความสูงของคันหินทิ้งจะเปนอุปสรรค
ตอรถแบคโฮที่ขึน้ ไปยนื ทิง้ หินใหญชวงปลาย Slope คันหินทิง้ ดานนอกและวางกลองแมทเทรสตีนเขื่อน
ทาํ ใหรถแบคโฮไกลจากตําแหนงกอ สรางคนั หิน

ภาพแสดงการขุดทรายในรองคนั หนิ ออกกอ นทาํ การปูวัสดุกรองปด ทับคนั หิน

๒๒ DPT KM Action Plan 2017

องคความรูต ามประเดน็ ยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธกิาธาิกราดราแนลกะาผรังชเมา อืงง

ภาพแสดงการปวู สั ดกุ รองในรอ งคันหินและทาํ การท้ิงที่ Slope ดา นหนาคนั หินใหไดตามรปู แบบ

๖. งานบรรจหุ นิ ใหญพรอ มแทรกโพรงดวยหนิ เลก็ และตดิ ตัง้ กลองแมทเทรสตนี เขอื่ น

หลังจากทําการกอสรางคันหินทิง้ ตีนเขือ่ นแลวเสร็จ จึงทําการปรับระดับทรายถมดานใน
ใหร าบเรยี บเพอ่ื ใหการบรรจุหนิ ลงกลองและการจัดเรยี งทําไดง า ยและเต็มกลองสม่ําเสมอกัน และมีความกวาง
ไมน อยกวา ๖ เมตร ตามความยาวของกลองแมทเทรส จากนัน้ จึงนํากลองแมทเทรสมาขึน้ รูปผูกลวดมัดกลอง
ตามแนวขอบกลอ ง มมุ ตา ง ๆ และบริเวณท่ีแผน แบง ชอ งสมั ผัสกบั พ้นื กลอ งตองผูกลวดมัดใหแนน หากผูกมัดไมแนน
เมือ่ ยกกลองบรรจุหินขึน้ สวนพืน้ จะหลุดออกทําใหหินไมอ ยใู นชองทําใหเสียรูป จากนั้นนํากลองแมทเทรส
ที่ขึ้นรปู แลวมาวางเรยี งกันบนพื้นทรายในแนวหลังคันหิน ใหมชี องวางระหวางกลองพอที่จะทํางานผูกลวดมัดกลอง
และใชโ ซเ กีย่ วในขน้ั ตอนการยกกลอ ง

ภาพแสดงการใชล วดผูกกลอ งแมทเทรส

ภาพแสดงการใชลวดผูกกลองแมทเทรส ภาพแสดงการผูกกลอ งขึ้นรูปแลวนําไปวางเตรียมบรรจุหนิ ลงกลอง

ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๒๓

จากนน้ั นําหนิ ใหญบรรจุลงกลองแมทเทรสทว่ี างเตรยี มไวแลว หินใหญท่ีใชบรรจุในกลองแมทเทรส
ใหใชหินขนาดประมาณ ๐.๑๒ - ๐.๒๐ เมตร และแทรกโพรงดวยหินเล็กใหแนน แลวปดฝากลองตรวจนับ
จาํ นวนกลอ งกอนนาํ ไปติดต้ังทีต่ นี เข่ือน

ภาพแสดงกลอ งแมทเทรสท่ีบรรจหุ นิ ใหญพรอ มแทรกโพรงดวยหินเลก็

ภาพแสดงกลองแมทเทรสที่บรรจุหินใหญพ รอ มแทรกโพรงดวยหนิ เลก็ หนา เขื่อน
และปดฝาตรวจนบั จาํ นวนพรอ มที่จะนาํ ไปติดตง้ั ที่ตีนเขื่อน

การนํากลองแมทเทรสที่บรรจุหินและปดฝากลองเสร็จแลวไปติดตั้งที่ตีนเขื่อน มวี ิธีการนําไปติดตั้ง
โดยใชร ถแบคโฮยกเฟรมขึน้ และนาํ สลิง โซ หรอื เชอื กทย่ี ดึ ปลายขางหน่ึงไวที่เฟรม และอีกดานที่เหลือปลอยไว
สาํ หรบั นาํ ไปเกีย่ วมดั กับมมุ กลองแมทเทรส สอดข้นึ ไปคลอ งกบั ตะขอเหลก็ ทเ่ี ช่อื มตดิ กับเฟรม

ภาพถา ยแสดงเฟรมยกกลอ งแมทเทรสแบบตา ง ๆ ทใี่ ชท าํ งาน

๒๔ DPT KM Action Plan 2017

องคความรูต ามประเดน็ ยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดรา แนลกะาผรังชเมา อืงง

ภาพถา ยแสดงการยกกลองแมทเทรสไปยัง ตาํ แหนง ติดต้ังท่ตี นี เขอื่ น

หลังจากเกี่ยวยดึ กลองแมทเทรสแลวเสร็จ รถแบคโฮจะยกกลอ งแมทเทรสไปยงั ตําแหนงติดตัง้
ทีต่ ีนเขือ่ นซึ่งไดปกไมหรือทิ้งทุน บอกตําแหนงไวแลว ในขณะทีย่ กกลองขึน้ ใชคนดึงเชือกที่ผูกติดกับเฟรม
ดึงปรับทิศทางกลองแมทเทรสใหอ ยใู นตําแหนง ทถ่ี ูกตองกอ นวางลง

ภาพแสดงการติดต้งั กลองแมทเทรสทีต่ นี เขื่อน กรณคี ันหินสงู ไมเ กิน 2.00 เมตร

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๒๕

ภาพแสดงการตดิ ตัง้ กลองแมทเทรสทต่ี นี เขื่อน กรณีคันหินสงู เกนิ 2.00 เมตร
ปกหลักไมแ สดงตําแหนง
วางกลอ งแมทเทรส

ภาพถายแสดงตําแหนง ติดตั้งกลองแมทเทรสตีนเขือ่ น

๒๖ DPT KM Action Plan 2017

องคความรตู ามประเด็นยทุ ธศาสดตา รน กกรามรโบยรธกิาธากิราดราแนลกะาผรังชเมา อืงง

ปก หลักไมแ สดงตําแหนง วางกลอ งแมทเทรส

ภาพแสดงการตดิ ตงั้ กลองแมทเทรสตนี เขื่อน
กรณีคันหินตีนเขือ่ นมคี วามสงู มาก ปลาย Slope อยไู กลออกไปและพืน้ ทีก่ วางพอสาํ หรบั รถยกปฏบิ ตั ิงานไดโ ดยสะดวก

หลังจากติดตั้งกลองแมทเทรสในตําแหนงกอสรางแลว ทําการปลดหวงสลิงยึดกลองออก
โดยการปลดปลายหวงของสลิงที่คลองกับตะขอเหล็กของเฟรมเหล็กออก และใหรถแบคโฮยกเฟรมขึน้
สลิงก็จะหลุดออกจากตัวกลองแมทเทรส

ภาพแสดงการติดต้ังกลอ งแมทเทรสทีต่ นี เขื่อน

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๒๗

เมื่อตดิ ต้ังกลอ งแมทเทรสกลองแรก ทาํ การตดิ ตั้งกลองแมทเทรสกลอ งตอ ๆ ไป ตามขั้นตอนเดิม
ซึง่ การจะทําใหกลองแมทเทรสวางเรียงตอกันน้ัน หลังจากวางกลองแมทเทรสลงไปแลว ใหทําการปกไมขางกลอง
แสดงตําแหนง ท่วี างไปแลว ทําเหมือนกนั ทุกกลอ งจนกระทั่งครบตามจํานวน

ปกไมแ สดงตําแหนงกลอ งแมทเทรส
ทว่ี างไปแลวกอนวางกลองตอ ไป

ภาพแสดงการปก หลกั ไมแ สดงตาํ แหนงกลองแมทเทรสท่ีวางไปแลวกอนวางกลองตอไป

๗. งานถมทรายหนาเขอื่ นและทําช้ันวสั ดุกรอง

หลังจากทําการทง้ิ หินตนี เขื่อนและวางกลองแมทเทรสพรอมบรรจุหินใหญในกลองแมทเทรส
แลวเสร็จ จะทําการถมทรายกอสรางชัน้ วัสดุทรายถม โดยทั่วไปขั้นตอนการกอสรางจะแบงชวงการถมทราย
ตามระดับความลกึ ของเขื่อนเปน ชวง ๆ (Step) ท่ีชว งละไมเ กนิ ๒.๕0 เมตร ตามรายละเอียด ดังนี้

๑. ขน้ั ตอนการถมทรายหนาเข่ือน ใหทําการถมทรายเปนช้ัน ๆ ในแตละ Step โดยใชทรายหยาบ
ในกลุม SW หรือ SP ตามการจําแนกประเภทของดินในระบบ UNIFIED SOIL CLASSIFICATION SYSTEM
โดยมปี ริมาณของทรายเม็ดละเอยี ดผานตะแกรงเบอร ๒๐๐ ไมเกิน ๑๐% โดยน้าํ หนัก และตองปราศจาก
สิง่ ปฏกิ ลู อินทรยี วตั ถุ รากไม หรอื วัสดุเจือปน เมื่อนําทรายใสรถบรรทุกมาลงในที่หนาเข่ือนแลว ใชรถแบคโฮ
หรือรถแทรกเตอรเกลี่ยปรับใหไดระดับ ในระหวางนั้นทําการราดน้าํ ไปดวย โดยความสูงชั้นวัสดุทรายถม
ในแตละชวงตอน (Step) ของการถมทรายจะอยูท่ีประมาณ ๒.๕๐ เมตร เน่ืองจากท่ีความสูงประมาณ ๒.๕๐ เมตร
ท่ี Slope หนาเขื่อน ๑ : ๒.๕ ระยะทางวัดตามแนว Slope หนาเขื่อนประมาณ ๖.๗๓ เมตร อยใู นรัศมี
ทร่ี ถแบคโฮสามารถทาํ งานไดส ะดวก

๒๘ DPT KM Action Plan 2017

องคความรตู ามประเด็นยทุ ธศาสดตา รน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดราแนลกะาผรงั ชเมา อืงง

ภาพแสดงการทาํ งานถมทรายหนา เข่อื นและเรยี งหนิ หนาเขือ่ นเปนชว งตอน (Step)

ประจําปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๒๙

ภาพแสดงการถมทรายในชว งตอน (Step) ที่ 1

คันหินท้ิงตีนเข่อื น

ภาพถา ยแสดงการถมทรายในชวงตอน (Step) ท่ี 1

๒. การถมทรายจะตอ งมกี ารควบคุมปริมาณวสั ดุทรายถมใหใกลเคียงกับปริมาณที่ตองการถม
ในแตล ะชว งตอน ซงึ่ ในทางปฏบิ ัติจะตองมีปรมิ าณเกินเลก็ นอย เพ่ือใชสําหรับปรับแตง Slope ทรายหนาเขื่อน
ทําใหผิวทรายหนา Slope แนน การถมทราย ผูดําเนินการกอสรางจะใหแนวหลักแสดงขอบเขตถมทราย
และระดบั ทรายถม

ภาพถา ยแสดงการนาํ ทรายเขา มาถม

๓๐ DPT KM Action Plan 2017

องคความรูตามประเดน็ ยุทธศาสดตารน กกรามรโบยรธิกาธากิราดราแนลกะาผรังชเมาืองง

ภาพถายแสดงการถมทรายขึ้นมาถงึ ชนั้ ท่จี ะทาํ การปรับ Slope

๓. หลังจากแตง Slope ทรายหนาเข่ือนในเบ้ืองตนแลวเสร็จ จะทําการราดนํ้าทรายถมเพ่ือให
ทรายแนน โดยทรายทอ่ี ยูในแนวระดับจะใชว ธิ กี น้ั คนั ทรายโดยรอบ และขงั นา้ํ จนทรายแนน ดังรปู

ภาพแสดงการปรับระดบั ทรายถมฉดี นํ้าและขงั น้ําทําใหทรายแนน

ภาพถา ยแสดงการปรบั ระดับและทาํ ทรายถมใหแนน

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๓๑

ภาพถา ยแสดงการราดนาํ้ ทรายหนา Slope

ภาพถายแสดงการขงั นา้ํ ทําทรายใหแ นน หลงั จากปรบั Slope ในเบื้องตน

๔. หลงั จากราดนาํ้ จนทรายแนน แลว จงึ ทาํ การตัด Slope ทราย มีขั้นตอน คือ ทําการตอกหลัก
ระดับทราย โดยระดับทรายหาไดจากระดับกอสราง (ระดับหลังหินเรียง) - ความหนาหินเรียงในแนวดิ่ง
ในกรณี คา Slope หนาเขอ่ื น มคี า ๑ : ๒.๕ หินเรียงหนา ๐.๕๐ เมตร จะไดความหนาหินในแนวดิง่ ประมาณ
๐.5๔ เมตร ดังรูป

ภาพแสดงตาํ แหนง ระดบั หลังหนิ เรยี งตาม Slope และแสดงความหนาของชน้ั หินเรยี ง

๓๒ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรตู ามประเด็นยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดรา แนลกะาผรังชเมา อืงง

ภาพแสดงการใหร ะดับหลัก และปรับ Slope ทรายถม

ภาพแสดงการใหร ะดบั หลักกําหนดการถมทราย

๕. การใหระดับตัด Slope ทรายถม จะใหหลักระดับบริเวณปลายหัวทายของ Slope ทราย
โดยจะใชตะปูตอกที่ระดับหินเรียงและใชเชือกผูกขึงระหวางตะปูหัวทายทั้ง ๒ ในข้ันตอนตัด Slope ทราย
จะใชรถแบคโฮตัดทรายออกใหไดความลึกจากระดับหลังหินเรียง ๐.๕๔ เมตร โดยผูดําเนินการกอสราง
จะตรวจสอบระดับหลัง Slope ทราย โดยใชตลับเมตร หรือใชไมว ัดระดับ (Staff) วัดตรวจสอบความลึก
กบั เชือกท่ีขงึ กอ นทาํ การปวู สั ดกุ รอง

สงู 54 เซนตเิ มตร

ภาพถา ยแสดงการตรวจสอบความหนาของชัน้ หินเรียง เม่ือปรบั ระดบั ทรายถมแลว เสร็จกอ นการปวู ัสดุกรองปดทับทรายถม

ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๓๓

๖. หลงั จากข้ันตอนตัด Slope ทรายหนาเขือ่ นแลวเสร็จ จะตองรีบปูแผนใยสังเคราะหทันที
เนื่องจากหากทิ้งระยะไวนาน ทรายถมจะสูญเสียความช้ืนไมมีแรงยึดเกาะระหวางเม็ดทราย ทําให Slope ทราย
ที่ตัดไวไมค งรูป แผนใยสังเคราะหเปนวัสดุสําเร็จรูปขนาดความกวาง มีตัง้ แตขนาด ๔.๐๐ - ๖.๐๐ เมตร
ขนาดท่นี ิยมใช คือขนาดความกวาง 4 เมตร วิธีการตอระหวางแผนมีการตออยู 2 วิธี ไดแก การตอดวยการทาบ
และการเยบ็ ตอดว ยดา ยเย็บ

 การตอแผนใยสังเคราะหด ว ยการทาบ ใชในกรณปี ูแผนใยสังเคราะหตามความยาวเข่อื น
ระยะทาบระหวางแผนตามยาวไมนอยกวา 0.50 เมตร

ภาพแสดงการตอ ระหวางแผนในกรณปี แู ผน ใยสงั เคราะหต ามความยาวเขอ่ื น (รอยตอ ขนานทศิ ทางนาํ้ ไหล)

ภาพแสดงแผนใยสงั เคราะหท ่ปี ปู ด ทับคนั หนิ ตนี เขอื่ นสวนท่เี หลือไวสําหรับตอทาบกับแผนตอ ไป

๓๔ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรูตามประเด็นยุทธศาสดตารน กกรามรโบยรธกิาธาิกราดรา แนลกะาผรงั ชเมา อืงง

ภาพแสดงแผน ใยสงั เคราะหตอทาบกบั แผนตอ ไป

ภาพแสดงการปวู ัสดกุ รอง (แผน ใยสงั เคราะห)

 การตอ แผน ใยสงั เคราะหโดยการเย็บ จะตอ งเปน ไปตามขอ กาํ หนดคอื ใหเย็บดว ยฝเ ขม็ เด่ยี ว
โดยมรี ะยะฝเข็มไมน อยกวา ๑ เซนตเิ มตร

ภาพแสดงการตอแผนใยสังเคราะหด วยการเยบ็ เปนการเย็บ ๒ แถว

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๓๕

๘. งานเรยี งหนิ ใหญพ รอมแทรกโพรงดว ยหนิ เลก็ หนา เขอ่ื น

สาํ หรับงานเรียงหนิ ใหญ หินใหญท ี่ใชเปนหินเรียงหนาเขื่อนมีขนาดประมาณ ๐.๒๐ - ๐.๕๐ เมตร
ซึง่ จะตองทําการยอยหินใหญใหไดขนาดตามที่กําหนดกอนนําไปใชงาน กระบวนการเรียงหินหลังจาก
ปูแผนใยสังเคราะหแลวเสร็จ จะใชหลักไมตอกยดึ แผนใยสังเคราะห หางประมาณ ๓ - ๔ เมตร เพือ่ ปองกัน
ไมใ หแ ผน ใยสงั เคราะหเ คล่ือนลงขณะรถแบคโฮตกั หนิ ใหญมากองทับแผนใยสังเคราะห คนเรียงหินจะตอกหลักไม
และขึงเชือกตามแนว Slope ระดับหลังหินเรียง เพื่อเปนระดับอา งองิ ในการเรียงหิน โดยการขึงเชือกระดับ
ควรยกสูงกวาระดับหลังหนิ เรียงประมาณ ๕ เซนติเมตร เพื่อปองกันหินเรียงหนุนเชือกที่ขึงสูงขึ้น ทําใหระดับ
หินเรียงเกิดความคลาดเคลื่อน จากน้ัน รถแบคโฮจะตักหินสงใหคนเรียงหิน โดยใหกองอยูระหวางแนวเชือก
ขงึ ระดบั จากนนั้ คนเรยี งหินจึงยกหินไปเรียงใหไดระดับแลวใชหินเล็กแทรกโพรงหินใหญจนแนนและไดระดับ
ตามแนว Slope

ภาพถายแสดงการยอ ยหินใหญใ หไ ดขนาดไมใหญกวา ๐.๕๐ เมตร กอนนําไปเปนหินเรียงหนาเขือ่ น

ภาพแสดงรปู แบบกอ สรางหนิ เรยี งหนา เขอื่ น

๓๖ DPT KM Action Plan 2017

องคความรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสดตา รน กกรามรโบยรธิกาธาิกราดราแนลกะาผรังชเมา อืงง

ภาพถายแสดงการตรวจวัดความหนาของช้นั หินเรยี งชั้นแรกปดทับคนั หินตนี เข่ือน

ภาพถายแสดงการเรียงหนิ ชน้ั แรกปด ทบั คนั หินตีนเขือ่ น

ภาพถายแสดงระดบั หินเรียงชัน้ แรก

ประจําปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๓๗

ไมน อยกวา 54 เซนตเิ มตร
ภาพถายแสดงการใหร ะดบั หลักเพื่อขงึ เชอื กระดับหนิ เรยี งหนา เขอื่ น

ภาพแสดงชัน้ หนิ ทเี่ รียงซอนกันตามความหนา

ภาพถายแสดงการเรยี งหนิ หนาเข่ือนเม่ือแลวเสร็จ

๓๘ DPT KM Action Plan 2017

องคความรูตามประเดน็ ยุทธศาสดตา รน กกรามรโบยรธกิาธาิกราดราแนลกะาผรงั ชเมา อืงง

เมอื่ ทําการเรียงหินหนาเขื่อนแตละชัน้ แลวเสร็จ ควรเก็บงานหินเรียงใหไดแนวและระดับ
เพือ่ ใหระดับหินเรียงมีความราบเรียบตอเนื่อง และควรทําการเก็บพับแผนใยสังเคราะหสวนที่เหลือไว
สําหรับรอยตอข้ึนมาปดแนวหินเรียง เพ่ือความสะดวกในการปรับระดับทรายถมในช้ันตอไป และทําการกอสราง
ในขั้นตอน ถมทราย - ขั้นตอนเรียงหินใหญหนาเขือ่ น และทําการกอสรางเขื่อนขึ้นมาเปนชัน้ ๆ ขึน้ มาเปนลําดับ
จนกระทงั่ ถึงระดบั กอ สรางคานรับราวกนั ตก

ภาพถา ยแสดงการพับแผนใยสังเคราะหเพื่อความสะดวกในการปรบั ระดับทรายถมในช้ันตอ ไป

๙. งานท้งิ หนิ ปด หัว - ทายเขอื่ น

งานทิง้ หินใหญปดหัวและทายเขื่อน ทําการกอสรางโครงสรางหินทิ้งปดหัวและทายเขือ่ น
โดยทําการถมทรายปรับ Slope (๑ : ๒) ปูแผนใยสังเคราะห และลงหินใหญปดทับแผนใยสังเคราะหเหมือน
การกอสรางชั้นหินเรียงหนาเขือ่ น โดยชวงปลาย Slope ดานลางควรขุดดินฝงแผนใยสังเคราะหและหินใหญ
ลกึ ประมาณ ๐.๕๐ เมตร ดงั รปู

ภาพแสดงงานกอ สรางท้ิงหนิ ใหญป ดหวั เขื่อน

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๓๙

ภาพแสดงทิ้งหินปด หวั - ทา ยเขื่อนแบบคันหนิ ตนี เขื่อน ภาพแสดงปูแผน ใยสังเคราะหป ดทบั ทรายแลว ท้งิ หินใหญปด ทับ

ภาพแสดงการตรวจสอบ Slope ของหินท้งิ ปด หัว - ทา ยเขื่อน ๑ : ๒

๑๐. งานกอ สรางบันไดคอนกรตี เสริมเหลก็

๑๐.๑ กําหนดตาํ แหนงกอ สรา งบันได
หาแนวฉากกับแนวสนั เขอ่ื นลงไปสูตนี เขอ่ื น กําหนดจุดทีป่ ลายสุดบันไดดานลางท่ีคันหินตีนเข่ือน

ตผี งั แนวและระดับ

ภาพถา ยแสดงการตผี ังบันได

๔๐ DPT KM Action Plan 2017

องคความรตู ามประเด็นยุทธศาสดตา รน กกรามรโบยรธกิาธากิราดราแนลกะาผรังชเมา อืงง

๑๐.๒ งานกอสรางคานบันได
ทําการปรับระดับทรายปูวัสดุกรองตามแบบเทคอนกรีตหยาบ เสริมเหล็กเทคอนกรีตคาน

กอ นการเทคอนกรตี ตอ งทําการเจาะแบบขา งคานดา นในเพือ่ เสียบเหลก็ เสรมิ ตามแบบ

ภาพถายแสดงการเทคอนกรีตคานบันได

๑๐.๓ งานเทคอนกรีตหยาบ
หลงั จากเทคอนกรตี คานแลว ทําการปรบั ระดับทรายตามขน้ั บนั ได แลว จงึ ทําการเทคอนกรีตหยาบ

ภาพถายแสดงการปรับระดับทราย

ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๔๑

ภาพถายแสดงการปวู สั ดกุ รองทีร่ อยตอ ระหวางชว งตามแบบกอนเทคอนกรตี หยาบรองพื้น

ภาพถา ยแสดงการเทคอนกรีตหยาบรองพ้ืน

๑๐.๔ งานเหล็กเสริม
หลังจากเทคอนกรีตหยาบแลวจึงทําการเสริมเหล็กบันได สวนทีเ่ ปนขัน้ และพืน้ บันได

จดั ระยะเหล็กเสรมิ ใหอยใู นตาํ แหนง และมีระยะหมุ คอนกรตี ตามขอ กําหนด

ภาพถา ยแสดงเหลก็ เสรมิ บันได จัดเหล็กเสรมิ ใหอ ยูในตําแหนง หนุนลูกปนู ยึดแบบ

๔๒ DPT KM Action Plan 2017

องคความรูต ามประเดน็ ยทุ ธศาสดตารน กกรามรโบยรธกิาธาิกราดรา แนลกะาผรงั ชเมา ืองง

๑๐.๕ การตดั ขาดรอยตอ
ระมดั ระวงั เร่อื งรอยตอคานและพนื้ บันไดในแตละชวง ตองตัดขาดใหตรงตําแหนง หากผิดตําแหนงไป

จะเกิดการแตกรา วข้นึ ในภายหลังและเปน เรอื่ งแกไ ขไดค อนขา งยาก

ภาพถายแสดงรอยตอ ตัดขาดของคานในแตล ะชว งตอ งตรงตําแหนง กนั การแตกราวภายหลัง

ภาพถา ยแสดงงานกอ สรา งบันได

๑๐.๖ กอสรางบันไดแลวเสร็จ

ภาพแสดงงานกอ สรา งบนั ไดเมอ่ื แลว เสร็จ

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๔๓

๑๑. งานกอ สรา งบอพักและทอ ระบายนา้ํ

ภาพแสดงรูปแบบบอ พักและทอระบายนํ้า

๑. ทําการหลอคอนกรีตบอ พักนํ้าตามรปู แบบ

ภาพแสดงงานหลอ บอ พกั คอนกรตี เสริมเหลก็

๔๔ DPT KM Action Plan 2017

องคค วามรตู ามประเดน็ ยุทธศาสดตา รน กกรามรโบยรธิกาธากิราดรา แนลกะาผรงั ชเมาืองง

๒. วางบอ พกั ตามตําแหนง ทกุ ระยะไมเ กนิ 20 เมตร

ภาพแสดงการติดตั้งบอพกั คอนกรตี เสริมเหลก็

๓. วางระบายนํ้า ใหใชทอ PVC ชั้น 8.5 ขนาด Ø 200 มิลลิเมตร การตอทอระบายน้ํา ใหตอดวยขอตอ
แหวนยางตามมาตรฐานของผผู ลติ

ภาพถา ยแสดงทอ PVC.ชัน้ 8.5 ขนาด Ø 200 มม. ภาพถา ยแสดงการตอทอ เขากบั บอ พัก
ชนดิ ตอดว ยแหวนยาง

ภาพถายแสดงการตอ ทอ ระบายน้ําออกไปหนา เข่ือน ภาพถา ยแสดงการตดั ปลายทอ ระบายนาํ้ ใหเ รยี บตามความลาดผวิ หนา เขอ่ื น

ประจําปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.๒ค๕วา๖ม๐รู ๔๕


Click to View FlipBook Version