ĂÜÙŤÙüćöøêĎš ćöðøąđéîĘ ÷čìíýćÿêøŤǰéšćîÖćøĂćÙćø
éĈđîîĉ ÖćøÝéĆ ìĈêćöĒñîÖćøÝéĆ ÖćøÙüćöøÖšĎ øöē÷íćíÖĉ ćøĒúąñÜĆ đöĂČ Üǰ ǰ%15ǰ,.ǰ"DUJPOǰ1MBOǰ
ðøąÝĈðÜŘ ïðøąöćèǰó ý ģĦħĢ
ēé÷ǰǰ ÿëćïîĆ óçĆ îćïčÙúćÖøéćš îÖćøóçĆ îćđöĂČ Ü
ǰǰǰēìøýóĆ ìǰŤ ǰǰġǰģģĪĪǰĥħģĢ
ǰǰǰēìøÿćøǰǰǰǰġǰģģĪĪǰĥħģĩ
ÿĈîĆÖÙüïÙöč ĒúąêøüÝÿĂïĂćÙćø
ǰǰǰēìøýĆóìŤǰǰǰġǰģģĪĪǰĥĤĥĩ
ǰǰǰēìøÿćøǰǰǰǰġǰģģĪĪǰĥĤĥĨ
óöĉ óŤÙøĚÜĆ ìǰęĊ Ģ ÖîĆ ÷ć÷îǰǰģĦħĢ
ÝĈîüîǰǰĤĤġǰǰđúŠö
óöĉ óìŤ ęǰĊ ïøþĉ ìĆ ǰđóøÿǰÙøđĊ ĂßĆîę ǰÝĈÖéĆ
ǰǰǰēìøýóĆ ìŤǰǰǰġǰģĩĩĢǰĢģĥĦ
ǰǰǰēìøÿćøǰǰǰǰġǰģĩĩĢǰĢģĥħ
ÿÜüîú×ĉ ÿìĉ íêĝĉ ćöó ø ï úĉ×ÿìĉ íĉǰĝ ó ý ǰģĦĤĨǰĒúąìĒęĊ Öĕš ×đóöęĉ đêöĉ
ÖćøéĈđîîĉ ÖćøĔéėǰĕöüŠ ŠćïćÜÿŠüîǰĀøĂČ ìÜĚĆ Āöé×ĂÜĀîÜĆ ÿČĂđúŠöîǰĊĚ êšĂÜĕéøš ĆïĂîčâćê
ÝćÖÖøöē÷íćíÖĉ ćøĒúąñÜĆ đöČĂÜǰÖøąìøüÜöĀćéĕì÷
คค�ำ ำนนำ�ำ
ในพน้ื ท่ีชมุ ชนที่มีผู้คนอาศัยอย่อู ย่างหนาแน่น หากมเี หตกุ ารณ์แผน่ ดินไหวเกิดขน้ึ อาจส่งผลให้อาคาร
ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาคารท่ีได้รับความเสียหายนั้นควรมีการตรวจสอบสภาพในขั้นต้น เพื่อประเมิน
ความปลอดภัยก่อนจะเข้าใช้อาคารต่อไปหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว การสารวจอาคารท่ีเสียหายในขั้นต้นนั้น
ควรมีความรวดเร็ว เพ่ือให้ครอบคลุมอาคารที่เสียหายจานวนมากในเวลาที่จากัด และเน่ืองจาก
วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมีจากัด ทาให้ไม่สามารถสารวจความเสียหายขั้นต้นของอาคารท้ังหมด
ได้อย่างรวดเร็วจึงจาเป็นที่จะต้องอาศัยผู้ที่มีพ้ืนฐาน ด้านช่างหรือวิ ศวกรเข้ามาช่วยส าร ว จ
สภาพความเสียหายขั้นต้นของอาคารท้ังหมดได้ในช่วงเวลาที่จากัด จึงได้มีการกาหนดวิธีการสารวจ
และรูปแบบท่ีสามารถเข้าใจได้ง่ายนาไปปฏิบัติได้เหมือนกันทั้งหมด โดยแบบสารวจความเสียหายขั้นต้นฯน้ี
ได้มีการใช้ระบบสี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว ในการระบุระดับความเสียหายของอาคาร
ท่ที าการตรวจสอบ ขั้นตอนในการสารวจข้ันต้นสามารถแบ่งออกเปน็ ๓ สว่ น ได้แก่ การสารวจความเสียหาย
ของสภาพรอบอาคาร (surrounding hazards) การสารวจความเสียหายโดยรวมของอาคารเมื่อสังเกต
จาก ภายน อก อา คาร ( exterior damages) และ ก าร เข้าส าร ว จ คว าม เสี ยห าย ภา ย ใน อ า ค า ร
(interior damages) เพื่อใหก้ ารสารวจเป็นแนวทางเดยี วกันและประเมนิ ความเสียหายได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ภาครฐั สามารถนาขอ้ มลู ไปวางแผนบรรเทาภัยได้อย่างเหมาะสม
หนังสือแนวทางการสารวจความเสียหายข้ันต้นของโครงสร้างอาคาร หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
สานักควบคุมและตรวจสอบอาคาร และสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาเมือง ได้ร่วมกันจัดทา
ตามแผนการจัดการความรู้ (DPT KM Action Plan) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตามประเด็น
ยุทธศาสตร์ด้านการอาคาร เพ่ือเป็นองค์ความรู้สาหรับใช้ในการสารวจ ความเสียหายข้ันต้น
ของโครงสรา้ งอาคาร ของเจ้าหน้าที่ และใชเ้ พื่อการศึกษาตอ่ ไป
คณะผจู้ ดั ทา
DPT KM Action Plan 2018
สารบญั
หลกั การสํารวจความเสียหายขนั้ ตน ของโครงสรางอาคาร..............................................................................1
คณุ สมบตั ิของผูสํารวจความเสยี หาย……….....................................................................………….................2
หลกั การของการแบงระดบั ความเสยี หายขน้ั ตน ของอาคาร………………………………………................................3
ระดบั ความเสียหายขัน้ ตน ของอาคาร.........................................................................................................4
การติดปายประกาศระดับความเสยี หายขนั้ ตน ของอาคาร.........................................................................8
การสํารวจความเสยี หายขัน้ ตนของโครงสรา งอาคารแตละประเภท...............................................................9
อาคารโครงสรา งไม……………………..............................................................................................................9
อาคารโครงสรางอิฐกอ ……………................................................................................................................10
อาคารโครงสรา งคอนกรีตเสริมเหล็ก……………………………..….…...............................................................11
อาคารโครงสรางเหลก็ รูปพรรณ…………………………………..………...............................................................15
การเตรียมความพรอมกอนออกสํารวจความเสยี หาย...................................................................................21
การสาํ รวจความเสียหายขั้นตนภายนอกอาคาร…………………….....................................................................23
การสํารวจความเสียหายขั้นตนภายในอาคาร……………………........................................................................25
ขอปฏบิ ัตเิ พอื่ ความปลอดภยั ในระหวางการสํารวจความเสียหาย…………………...........................................27
ปายประกาศระดบั ความเสียหายขั้นตนของอาคาร………………..................…….………………..........................29
แบบสาํ รวจความเสียหายข้ันตนของโครงสรางอาคาร………………………………………….……………………………37
ตัวอยา งการวเิ คราะหความเสยี หายขั้นตน ของอาคาร หลงั จากเหตุการณแ ผน ดินไหว...............................45
องคความรูตามประเดน็ ยุทธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผาังคเมาือรง
หลกั การสารวจความเสยี หายข้ันตน้ ของโครงสรา้ งอาคาร
ในการสารวจความเสยี หายขั้นตน้ ของโครงสร้างอาคาร หลงั จากเหตกุ ารณแ์ ผน่ ดนิ ไหว มวี ัตถปุ ระสงค์
เพื่อประเมินว่าความเสียหายที่ตรวจพบน้ันมีผลกระทบต่อตัวอาคารหรือไม่ เพ่ือให้ทราบถึง ความปลอดภัย
ในการใช้งานเส้นทางสัญจรที่อยู่ใกล้กับอาคารที่ได้รับความเสียหาย และความปลอดภัยในการใช้งานอาคาร
เมอ่ื ตอ้ งการใชง้ านอาคารตอ่ ไป ในกรณขี องอาคารที่มีความสาคัญเมอื่ เกิดเหตุฉกุ เฉิน ตอ้ งการจากัดผลกระทบ
ท่ีมีต่อกิจกรรมด้านการพาณิชย์ และต้องพิจารณาถึงความจาเป็นในการอพยพผู้คน รวมถึงความจาเป็น
ในการจัดให้มีการป้องกันช่ัวคราว เช่น ค้ายันหรือการปิดก้ันบริเวณ และความจาเป็นในการร้ือถอนอาคาร
โดยเฉพาะอาคารท่มี คี ณุ ค่าทางประวัตศิ าสตร์ เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจตอ่ เจา้ ของอาคารหรอื ชุมชน
ผู้ ทาก าร สาร ว จ คว ร สั ง เ ก ต ลั ก ษ ณะ ขอ ง คว าม เ สี ย ห า ย แ ละ คว ร ปร ะ เมิ น ว่ า คว า ม เ สี ย ห า ย น้ั น
มีผลกระทบต่อความสามารถของอาคารหรือส่วนหน่ึงส่วนใดของอาคารหรือไม่ เม่ือต้องต้านทานแรงกระทา
ดงั ต่อไปนี้ในอนาคต
▪ แรงจากนา้ หนกั บรรทุกใชง้ านปกติ
▪ แรงจากลม
▪ แรงจากแผน่ ดนิ ไหวตาม (aftershock) ที่มีขนาดใกลเ้ คยี งหรอื น้อยกว่าแผน่ ดนิ ไหวที่เพงิ่ เกดิ ขน้ึ
โดยประเดน็ หลกั ๆ ทีผ่ สู้ ารวจควรให้ความสาคัญในระหว่างการประเมินความเสียหายข้นั ตน้ ไดแ้ ก่
o โอกาสในการถล่มของอาคารท้ังหมดหรือเฉพาะบางส่วน เนื่องมาจากการสูญเสียกาลัง
(strength) เสถียรภาพ (stability) หรอื ความแขง็ แกร่ง (stiffness) ของระบบโครงสรา้ ง
o การร่วงหลน่ ของวสั ดปุ ระกอบอาคาร เชน่ อิฐก่อผนงั หรอื กระเบือ้ งมงุ หลงั คา เป็นตน้
o ภัยทีเ่ กิดจากความเสยี หายของอาคารขา้ งเคียงหรอื พนื้ ดินโดยรอบอาคาร
o ภัยอนื่ ๆ ท่อี าจส่งผลกระทบตอ่ ความปลอดภยั ตอ่ สาธารณะ เชน่ การปนเปอ้ื นของสารชีวภาพ
จากนา้ เสยี เนื่องจากการร่วั ไหลของทอ่ นา้ ทิง้ เป็นตน้
ก า ร เ ข้ า ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม เ สี ย ห า ย ขั้ น ต้ น ข อ ง อ า ค า ร ที่ ไ ด้ รั บ ค ว า ม เ สี ย ห า ย จ า ก แ ผ่ น ดิ น ไ ห ว น้ั น
จะมีกระบวนการในการตรวจสอบสามารถสรุปเป็นข้ันตอนไดต้ ามที่แสดงในรปู ที่ 1
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารหณจนดั พ้าก.ทาศร่ี.21ค5ว6า1มรู
หแลนงั วจทาากงเกหาตรกุ สาาํ รรณวจแ คผวน าดมนิ เสไหียวหายขัน้ ตน ของโครงสรา งอาคาร
ระบขุ ้อมูลอาคาร ประเมินความเสียหาย ระบุภยั ที่อาจเกดิ ข้ึน
ระบุระดบั ความเสียหาย บันทึกรายละเอยี ด ระบกุ ารตรวจสอบขัน้ ต่อไป
(เขียว เหลอื ง แดง) (ถา้ ม)ี
ตดิ ป้ายประกาศ ปิดกนั้ บริเวณรอบอาคาร รวบรวมผลการสารวจและ
(ถา้ จาเป็น) ส่งใหห้ น่วยงานท่เี ก่ียวข้อง
รูปที่ 1 ขนั้ ตอนการสารวจความเสียหายขน้ั ตน้ ฯ
คคณุ ุณสสมบมตั บขิ ัตองขิ ผอสู้ างรผวจสู คําวราวมเจสคยี หวาายมเสียหาย
ใ น ก า ร ส า ร ว จ ค ว า ม เ สี ย ห า ย ขั้ น ต้ น ข อ ง โ ค ร ง ส ร้ า ง อ า ค า ร ห ลั ง จ า ก เ ห ตุ ก า ร ณ์ แ ผ่ น ดิ น ไ ห ว
จ ะ ใ ช้ วิ ธี สั ง เ ก ต ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ค ว า ม เ สี ย ห า ย ข อ ง อ า ค า ร ด้ ว ย ต า เ ป ล่ า แ ล ะ ใ ช้ วิ จ า ร ณ ญ า ณ เ พ่ื อ ตั ด สิ น
ว่าความเสียหายเหล่านั้น ส่งผลต่อสมรรถนะของอาคารหรือไม่ ดังน้ันผู้สารวจควรจะต้องเป็นผู้มีความรู้
และมีประสบการณ์ด้านช่าง ความเข้าใจถึงหลักในการออกแบบโครงสร้างอาคาร หรืออาจเป็นการสารวจ
ซงึ่ มวี ิศวกรโครงสร้างเป็นผู้กากบั ดูแลโดยตรง
การเข้าสารวจอาคารแต่ละหลังควรดาเนินการโดยทีมงานซึ่งประกอบด้วยผู้สารวจ 2-3 คนเพ่ือให้มี
การแลกเปล่ียนความคิดเห็นในระหว่างการสารวจความเสียหาย ซึ่งจะช่วยให้การกาหนดระดับความเสียหาย
เป็นไปอย่างถูกต้อง และควรมีการกาหนดผู้สารวจท่ีเป็นหัวหน้าทีมในแต่ละชุดโดยควรเป็น
ผูท้ ่มี คี วามเช่ยี วชาญทส่ี ุดในทีมสารวจเพ่อื ทาหนา้ ทีก่ ากับดแู ลการสารวจและรับรองผลการสารวจ
นอกจากนี้ผู้สารวจควรเป็นผู้ท่ีได้รับมอบหมายจากผู้มีอานาจส่ังการเพ่ือให้ทาการสารวจในพื้นที่
ท่ีไดร้ บั มอบหมายเทา่ นั้น เพื่อปอ้ งกันความซา้ ซ้อนในการสารวจและความสบั สนต่อเจ้าของอาคารท่ีอาจเกิดข้ึนได้
หากผลการสารวจไม่สอดคล้องกัน
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หน้าที่ 2
องคค วามรตู ามประเด็นยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผางั คเมาอื รง
หลักการขกอารงแกบาร่งแระบดงับระคดวับาคมวเสายีมหเสาียหขา้นั ยตขน้ ้นั ขตอนงขออาคงอาราคาร
การประเมินความเสียหายขั้นต้นของอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวน้ี สามารถแบ่งระดับ
ความเสียหายของอาคารออกเปน็ 3 ระดบั ไดแ้ ก่
1) อาคารท่ีไม่มีความเสียหายหรือเสียหายเล็กน้อย ซ่ึงมีความปลอดภัยเพียงพอที่จะใช้งาน
ไดต้ ามปกติ
2) อาคารท่ีมีความเสียหายในระดับที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการใช้งานต่อไป ซึ่งจาเป็นต้องมี
การดาเนนิ การอยา่ งอืน่ เพ่มิ เตมิ เพื่อยนื ยนั ความปลอดภัยของอาคาร
3) อาคารมีความเสยี หายอยา่ งหนักหรอื ไม่มคี วามปลอดภัยหากมีการใชง้ านอาคารตอ่ ไป
ระดับความเสียหายของอาคารท้ัง 3 ระดับนี้จะแสดงด้วยสีของป้ายประกาศระดับความเสียหาย
ซึ่งได้แก่ สีเขียว สเี หลือง และสแี ดง ตามลาดับ โดยขนาดความเสียหาย ขอ้ จากดั ในการใชง้ านอาคารและสีของป้าย
ประกาศฯ ในแต่ละระดับได้แสดงในตารางท่ี 1
ตารางที่ 1 ระดับความเสยี หาย ข้อจากัดในการใช้งานอาคาร และปา้ ยประกาศระดบั ความเสยี หาย
ความเสียหาย ขอ้ จากดั ในการใช้งานอาคาร ปา้ ยประกาศฯ
ไม่เสียหาย ใช้งานอาคารได้ตามปกติ สเี ขียว
/เสยี หายเลก็ น้อย
เสยี หายปานกลาง ใชง้ านอาคารไดต้ ่อไป (บางสว่ นหรือทง้ั หมด) สเี หลอื ง
และอาคารควรไดร้ ับการตรวจสอบอยา่ งละเอยี ดอีกครั้ง
เสียหายหนัก ห้ามใช้งานอาคาร สีแดง
/อาจพังถล่มได้
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารหณจนัดพ้าก.ทาศรี่.23ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรกุ สาาํ รรณวจแคผวน าดมินเสไหยี วหายขน้ั ตน ของโครงสรางอาคาร
ระดบั ความเสยี หายขน้ั ตน้ ของอาคาร
อาคารไม่มคี วามเสยี หายหรอื เสยี หายเลก็ น้อย
อาคารท่ีไม่มีความเสียหายหรือมีความเสียหายเพียงเล็กน้อย ซ่ึงไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถ
ในการใชง้ านอาคารต่อไป จะระบดุ ้วยปา้ ยประกาศระดับความเสยี หายสเี ขียวหรือป้ายประกาศทม่ี ีข้อความว่า
“อาคารสามารถใช้งานได้ตามปกติ” ในรูปที่ 2 โดยอาคารที่จะพิจารณาว่าไม่มีความเสียหายหรือมีความเสียหาย
เลก็ น้อยควรมีคุณสมบตั ิเหลา่ นีค้ รบทุกหวั ขอ้ ได้แก่
▪ ความสามารถในการรบั แรงทางด่งิ ไมล่ ดลง
▪ ความสามารถในการรับแรงทางขา้ งไม่ลดลง
▪ ไม่มอี ันตรายจากการรว่ งหลน่ ของเศษวัสดุ
▪ ไม่พบการสูญเสยี เสถยี รภาพของพื้นดนิ บริเวณท่ตี งั้ อาคาร เช่น การทรดุ ตัว เปน็ ตน้
▪ ทางเขา้ ออกหลักของอาคารสามารถใช้งานได้
▪ ไม่พบความเสียหายของระบบทอ่ น้าทิง้ ที่อาจกอ่ ใหเ้ กิดการแพร่กระจายของเช้ือโรคได้
▪ ไมพ่ บสภาพอนื่ ๆ ที่อาจไม่ปลอดภัย
นอกจากน้ียังรวมถึงลักษณะของความเสียหายท่ีอาจตรวจพบได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะ
ซง่ึ ไดแ้ ก่
▪ รอยแตกรา้ วที่ผิวนอกของชนิ้ สว่ นโครงสรา้ งทีไ่ มก่ อ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายจากการรว่ งหลน่
▪ ส่วนประกอบโครงสรา้ งอาคารท่ีได้หลุดรว่ งลงมาแล้วและไมก่ ่อใหเ้ กดิ อันตรายไดอ้ ีก
▪ ระบบบางอย่างของอาคารไมท่ างาน แต่ไมก่ อ่ ใหเ้ กิดอันตราย เชน่ ระบบประปา เปน็ ต้น
หากอาคารจะได้รับการประเมินว่าไม่มีความเสียหายหรือมีความเสียหายเพียงเล็กน้อย
และสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่เจ้าของอาคารควรตระหนักว่าอาคารอาจไม่ได้มีความปลอดภัย
อย่างสมบรู ณเ์ มอื่ เกดิ แผน่ ดินไหวตาม (aftershock) ในภายหลงั อาจส่งผลใหผ้ ลการประเมินนีเ้ ปล่ียนไปได้
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หนา้ ท่ี 4
องคความรตู ามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดิกาานรกแาลระอผาังคเมาอื รง
รูปที่ 2 ป้ายประกาศ “อาคารสามารถใชง้ านได้ตามปกติ”
อาคารมีความเสียหายในระดับปานกลาง
อาคารที่มีความเสียหายในระดับปานกลาง คืออาคารที่มีระดับความเสียหายที่ไม่ชัดเจน
อยู่ระหว่างอาคารท่ีสามารถใช้งานได้ตามปกติและอาคารที่ไม่สามารถใช้งานได้ ทาใหม้ รี ะดับความเสยี หาย
ของอาคารในกลุ่มน้ีมีจานวนมาก โดยอาคารในกลุ่มนี้จะใช้ป้ายประกาศสีเหลืองหรือป้ายประกาศท่ีมีข้อความว่า
“อาคารใช้งานได้แบบมีเง่ือนไข” ในรูปที่ 3 เจ้าของอาคารควรจัดให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกคร้ัง
เพื่อยืนยันความปลอดภัยของอาคาร หรืออาจจาเป็นต้องมีการจากัดการใช้งานอาคารในบางพ้ืนท่ีท่ปี รากฏว่า
มอี ันตรายจากการร่วงหลน่ ของชิน้ สว่ นโครงสรา้ งหรอื ส่วนประกอบอาคาร
ผสู้ ารวจความเสียหายควรระบขุ ้อจากัดในการใช้งานอาคารใหช้ ัดเจน ทงั้ ในแบบสารวจความเสยี หายขั้นต้น
และป้ายประกาศระดับความเสียหาย โดยพื้นที่ท่ีไม่ปลอดภัยควรมีการกาหนดขอบเขตอย่างชัดเจนด้วยแผง
หรือเทปกั้นบริเวณหรือติดป้ายประกาศในบริเวณดังกล่าว และหากผู้สารวจเห็นว่าควรมีการดาเนินการใดๆ
ที่จาเป็นเพื่อลดอันตรายทั้งภายในหรือโดยรอบอาคาร ควรจะต้องระบุทั้งในแบบสารวจความเสียหายขั้นตน้ ฯ
และปา้ ยประกาศฯ ด้วย
ในกรณีที่ผู้สารวจสามารถเข้าสารวจอาคารได้เพียงบางส่วนและไม่สามารถสารวจความเสียหาย
ของอาคารส่วนที่เหลือได้ ผู้สารวจต้องระบุให้ชัดเจนในแบบสารวจความเสียหายขั้นต้นฯ และป้ายประกาศฯ ด้วย
ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วอาคารส่วนที่ไม่ได้ถูกตรวจสอบนี้ ควรถูกจากัดการใช้งานหรือถูกปิดก้ันการเข้าสู่พื้นที่
ดังกลา่ ว
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารหณจนดั พ้าก.ทาศร่ี.25ค5ว6า1มรู
หแลนงั วจทาากงเกหาตรุกสาาํ รรณวจแคผวนาดมินเสไหียวหายขัน้ ตนของโครงสรางอาคาร
สาหรับอาคารท่ไี ด้รับการซ่อมแซมแบบชัว่ คราว เช่น มกี ารตดิ ต้ังค้ายนั ช่ัวคราว ผสู้ ารวจควรพจิ ารณา
ว่าอาคารยังคงมีความเสียหายระดับปานกลางอยู่เพ่ือป้องกันไม่ให้มีการเคล่ือนย้ายการซ่อมแซมช่ัวคราวน้ัน
ออกจากตวั อาคาร
รูปท่ี 3 ป้ายประกาศ “อาคารใช้งานได้แบบมเี งอ่ื นไข”
รูปที่ 4 ลักษณะของอาคารท่มี คี วามเสยี หายระดับสีเหลอื ง
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หนา้ ท่ี 6
องคความรูตามประเด็นยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดกิ าานรกแาลระอผาังคเมาอื รง
อาคารมคี วามเสียหายอย่างรุนแรง
อาคารที่มีความเสียหายในระดับรุนแรงคือ อาคารท่ีได้รับความเสียหายจนส่งผลให้อาคารอาจเกิด
การพังถล่มได้เมื่อเกิดภัยอื่นๆ ข้ึนในภายหลัง เช่น แผ่นดินไหวตาม (aftershock) เป็นต้น อาคารในกลุ่มน้ี
จะใช้ป้ายประกาศสีแดงหรือป้ายประกาศท่ีมีข้อความว่า “ห้ามใช้งานอาคาร” ในรูปท่ี 5 ยกเว้นเป็นบุคคล
ท่ไี ดร้ บั อนญุ าตจากเจ้าหนา้ ท่ี โดยลักษณะความเสียหายทน่ี ามาใช้พิจารณาประกอบดว้ ย
ลกั ษณะของสภาพโดยรอบอาคาร
▪ อาคารท่ีอยตู่ ดิ กนั หรือใกล้เคยี งกนั อาจพงั ถลม่ ได้
▪ ปรากฏอันตรายเนอ่ื งจากดนิ ถลม่
▪ มโี อกาสทจ่ี ะเกิดนา้ ทว่ มฉับพลันได้เนือ่ งจากเขื่อนหรอื อ่างเก็บน้าที่ได้รบั ความเสยี หาย
▪ ภัยอน่ื ๆ โดยรอบอาคาร เช่น ต้นไม้ลม้ หลมุ ยบุ (sink holes) เปน็ ตน้
▪ การรวั่ ไหลของแกส๊ หรือสายจา่ ยไฟฟ้าได้รับความเสียหาย
▪ รอยแตกรา้ วขนาดใหญ่ของพ้นื ดนิ บริเวณทีต่ ดิ กบั อาคารหรืออย่ใู ตอ้ าคาร
ลักษณะของสภาพโครงสรา้ งอาคาร
▪ อาคารทั้งหลังหรือช้นั หน่งึ ช้ันใดของอาคารมีการเอียงตัวอยา่ งเห็นไดช้ ัด
▪ ผนังรับนา้ หนักหรือโครงสรา้ งหลังคาเกิดการพงั ถล่มลงมาทั้งหมดหรือบางสว่ น
▪ โครงสร้างเสา คาน หรือจุดเช่ือมต่อเสียหายอย่างหนัก โดยมีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่จนเห็น
เหล็กเสรมิ
▪ มกี ารเคลอื่ นตวั ระหวา่ งชนั้ ท่ตี ิดกนั (inter-story drift) อยา่ งเห็นไดช้ ดั
▪ ฐานรากอาคารได้รับความเสยี หายอย่างหนัก
รปู ท่ี 5 ป้ายประกาศ “หา้ มใช้งานอาคาร” ประจําปง บแปผรนะกมาารหณจนัดพา้ก.ทาศร่ี.27ค5ว6า1มรู
DPT KM Action Plan 2018
หแลนงั วจทาากงเกหาตรุกสาาํ รรณวจแ คผวน าดมนิ เสไหียวหายขนั้ ตนของโครงสรา งอาคาร
ท้ังนี้อาคารท่ีได้รับป้ายประก าศ “ห้ามใช้งานอาคาร ” อาจไม่จาเป็นต้องถูกร้ือถอน
ซ่ึงการดาเนินการต่ออาคารที่ได้รับความเสียหายระดับนี้จะข้ึนอยู่กับวิศวกรผู้เข้าทาการตรวจสอบ
อยา่ งละเอยี ดอกี คร้ังหนงึ่
รปู ที่ 6 ลักษณะของอาคารทีม่ ีความเสยี หายระดับสีแดง
การตดิ ปา้ ยประกาศระดบั ความเสยี หายข้ันตน้ ของอาคาร
การกรอกป้ายประกาศฯ ควรใช้ปากกาชนิดหมึกถาวร (permanent marker) เพื่อป้องกัน
การลบเลือนของข้อมูล การติดป้ายประกาศฯ ควรติดในบริเวณใกล้ทางเข้าอาคารท่ีสามารถเห็นไดช้ ัดเจน
และถ้าอาคารมีทางเข้ามากกว่าหน่ึงทาง ผู้ตรวจสอบควรติด ป้ายประกาศท่ีทุกทางเข้าของอาคาร
และหลงั จากติดปา้ ยประกาศแลว้ ควรมีการถา่ ยรปู ไวด้ ้วยเพอ่ื เก็บเปน็ ขอ้ มลู
ท้ังนี้ อาคารแต่ละหลังควรได้รับป้ายประกาศระดับความเสียหายขั้นต้นฯ ในระดับเดียวกันทั้งหลัง
แมว้ ่าในอาคารหลังเดียวกนั จะมกี ารใชอ้ าคารท่แี ตกตา่ งกนั ไป
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หนา้ ที่ 8
องคความรตู ามประเด็นยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดิกาานรกแาลระอผาังคเมาอื รง
การสารวจความเสียหายข้ันตน้ ของโครงสร้างอาคาร
แกาตร่ลสะาํ ปรวระจเคภวทามเสียหายข้ันตนของโครงสรางอาคารแตล ะประเภท
ออาาคคาารรโคโรคงรสงรสา้ งรไา มง้ ไม
อาคารโครงสร้างไม้เป็นโครงสร้างที่มีน้าหนักเบาเมื่อเทียบกับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
หรือโครงสร้างอิฐก่อ ดังนั้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหวแรงส่ันสะเทือนที่เกิดขึ้นจึงส่งผลกระทบต่ออาคารประเภทนี้
น้อยกว่าอาคารประเภทอื่นๆ สังเกตได้จากหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวท่ีสาคัญๆ อาคารโครงสร้างไม้
ท่ี ไ ด้ รั บ ค ว า ม เ สี ย ห า ย อ ย่ า ง ห นั ก ห รื อ เ กิ ด ก า ร พั ง ท ล า ย จ ะ มี จ า น ว น น้ อ ย ม า ก เ ม่ื อ เ ที ย บ กั บ อ า ค า ร
โครงสร้างประเภทอื่นๆ โดยความเสียหายของช้ินส่วนโครงสร้างไม้ส่วนมากจะเกิดข้ึนเฉพาะบริเวณจุดต่อ
(connection) แต่มักจะไม่ปรากฏความเสียหายท่ีตัวช้ินส่วนโครงสร้าง ดังนั้นในการสารวจความเสียหาย
ของโครงสร้างไม้ จึงเน้นที่การสารวจความเสียหายท่ีจุดต่อชิ้นส่วนโครงสร้างไม้เป็นหลัก แต่หากปรากฏ
การวิบัติของตัวชิ้นส่วนโครงสร้างจะแสดงว่าโครงสร้างของอาคารนั้นได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
โดยในการสารวจความเสียหายขั้นต้นของอาคารโครงสร้างไม้ ผู้สารวจสามารถสังเกตจากลักษณะ
ความเสียหาย ดงั ต่อไปน้ี
▪ ตวั อาคารหรือเสาของอาคารเคล่อื นหลดุ ออกจากฐานราก
▪ การฉกี ขาดของชิ้นส่วนโครงสรา้ งไม้บริเวณจุดตอ่
▪ การวิบัติลักษณะต่างๆ ของช้ินส่วนโครงสร้างไม้ เช่น การฉีกขนานเสี้ยน การฉีกตั้งฉากเสี้ยน
การหกั เป็นตน้
รูปท่ี 7 ตวั อย่างการเคลื่อนหลดุ ออกจากฐานรากของอาคารโครงสร้างไม้
รปู ที่ 8 ตวั อย่างการฉีกขาดของชน้ิ สว่ นโครงสร้างไมบ้ รเิ วณจดุ ต่อ หนา้ ที่ 9
DPT KM Action Plan 2018
ประจําปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรกุ สาํารรณวจแ คผวนาดมินเสไหยี วหายขน้ั ตนของโครงสรางอาคาร
รปู ที่ 9 การวิบัติลกั ษณะตา่ งๆ ของชน้ิ ส่วนโครงสรา้ งไม้
เน่ืองจากไม้จรัดูปเปท็นี่ 9วัสกดาุทรี่เวปบิ ราตั ะิลเักพษราณะะเมตื่อ่าเงกๆิดขกอารงวชิบ้ินัตสิแ่วลน้วโจคะรไงมส่สราา้ มงาไมรถ้ รับกาลังได้อีกต่อไป
เจดพังะิ่มนแเ้ันสตกดิมดเจคมาพงเใัีงะวครนนวิ่มนาแทว่ ่ืาอเั้นมอสาต่ีผอกเงมนดิมู้สสจาาเงาใี ยารสาคนวคทหรี ย่กาอาตว่ีผาหอไนรู้จยสมาาาเไาขตคยช้คจดรอราใ่ตัวนด้ สงนวรจเอู จเญไรตปแชาดะพร่็รนนคเ้ สดวบสงาู จวญั บแีจรยคพั สรรเโาวสบสุดงนคกาีจยมคุรทแมแาวสงรรี่เกผาเสมปงรสมแ่รนรถรี(ยผเ้ ารสสดา่นนงหถีียแิะนไดะนาหมดเิไนยใะ้พางใหไนยนไใ)หรวนมไกกเาวมตก่วพาาะต่ว่าาาื่รอร่าาเรมทสมปมทรราี่จ้่ืั่ีออจบั บอรอุดุดงเวกกาากกตตจจาจาั่ิอนด่อคสลสลหอก่ังวหง่ังงรัผนาไารผือไปลมตรือปลทใอเวรหทสี่ชใอยิาบหี้ิ้อยน่ีช่ ยายั ตาห้สิ้อนงจ่ าคิ่วมแาาาสงานยาลคก่วรมโขก้กวาเนคาั้กนราจรซโกิดตรเงคะึ่ งกก้พสนหไรซาิรดั งมงา่ึร้างจถก่สสกพงหะลขารอาัง่พมาอร้าถมาิ จขกงพงลคาอาอข่อมัางรรางอรไถาถคณอดตงลคาร้าา้ออรด่ัมบาควโางัง่ราไาคกครนดอรตรอาั้านห้าง้ ลงอรดสหคารังโรงังาากั บคไ้ารกรนยดแงรนพอั้ังนไ้รงอ้ั มนมบงงสหีกี้ รราตั บ้าก่ อแงพไไรปมบง้
ค ว า ม เ สกี ายรหใชา้งยานขออางคอาราตค่อาไปร โแคลระงเพส่ือรใ้ าหง้มไีกมา้รใดนากเนาินรกสาารตรรววจจคสอวบาคมวเาสมี ยเสหียาหยายขอั้ นย่าตง้ นละเจอะียดพอิ จีกาครรณั้งเพาื่อวย่ าืนอยาันค า ร นั้ น
มีความคเวสาียมปหลาอยดใภนัยรในะกดาับรใรชุน้งาแนรองาค(าสรีแโดดงย)หลเักพเ่ือกณปฑ้อ์ดงังกทันี่กลอ่าันวตมารนาี้จยะจสาอกดคกลา้อรงพกับงหถลลัก่มเกขณอฑง์ใอนากคารารระหบาุ กยังมี
การใช้งราะนดอบั าคควาามรเตส่อียหไปายขแอลงะอเาพคา่ือรใโหคร้มงีกสราา้รงดไมาซ้เน่ึงอินยกู่ในาขรอ้ตร5วขจอสงอแบบบคสวาารมวจเสควียาหมาเสยียอหยา่ยาขงล้ันตะน้เอฯียดอีกครั้งเพ่ือยืนยัน
คระวดาับมคปวอลาาอามคดคเสาภาียรัยรหโใคโานครยกงขราสอรงรงใสอ้าชรงา้งคอาาานิฐงรกออโคอ่าิฐครกงาสรอ ร้าโงดไยมห้ซลง่ึ อักยเกู่ในณขฑอ้ ์ด5ังทขี่กอลงแ่าบวมบาสนารี้จวะจสคอวดามคเลส้อียงหกาับยขหนั้ลตักน้เกฯณฑ์ในการระบุ
อาคารโครงสร้างอิฐก่อส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะเป็นชนิดไม่มีการเสริมเหล็ก โดยมีผนังก่อสร้าง
อาคารดโ้วคยอริฐงมสอญร้าองิฐอบลฐิ ็อกกอ่ หรืออิฐบล็อกประสาน และทาหน้าที่รับน้าหนักจากคาน พื้น หรือหลังคาท่ีก่อสร้าง
ด้วยวัสดุประเภทอ่ืน เช่น ไม้หรือเหล็กรูปพรรณ เป็นต้น การพังทลายของ อาคารโครงสร้างอิฐก่อ
สอ่วนาใคหาญร่จโะคเรปง็นสผรล้าเนง่ือองิฐมกา่อจสาก่วกนาใรหเอญน่ใอนอปกจราะกเรทะศนไาทบย(จoะutเปo็นf ชplนanิดeไ)มข่มอีกงผานรเังสกร่อิมอิฐเหโลด็ยกคโวดามยเมสีีผยหนาังยก่อสร้าง
เดดสร่ว้้วว่ิมนยยตอใว้หนิฐัสญมจอแเจซดรตย่ึอะงา่จิุ่มปูใ่เ่หไกญะปนตมราผเ้ร็นนก่สะปะนอกจผ่งเน็นิาฐัาลผงภารผกบเจลบสทกผลาลตต่ันิอกนดเ่็ออ่อสนแื่ังนกไเะกป่ืเอรสเากทงไถงหเริดดสอืมียชท้แ่ัรกนนรา่นืาอาตสภจใรมอะหกาาไแีคิเฐผ้รกพมทตวบน้ากาขื้อกหังลมวอานรสรร็อใร้าง่วใืนุอนกนวนผเแอเในปแนชรหนน่นั้ัวนงงรแลมงอเเะวกนนเ็ากอสริดทกื่อวิ่มรกากขทงแูตนปาจน้ึจแยร้นาจพาพยงแกะกงงัรหสลรถน(ร่งาะ(ะลd้าผdณก่มนทหiลiaกaลาาในggางหเบหัooกรมป้รnนสาขnอ็น(ซaั่น้อาaยolึ่งตสทแงluสcะ้ผตนี่รง่ctrเกaนผับrทocรลaังกนืkอ้าใcfยsหาวน้าkั)pงก้อรหsมคเวlา)พีปaคนา้งคัn็เงวนงสาักปมารทeราจาบม็นูปม)ลกาาราขรขกขงาุนร้ัูนปสึน้อยคแถ่วบจงขาขรนยนัผนั้นงนึอหดผนไไบรรงดมนังพอืั้ง่ัตมังนอกทรื้นไาาาไม่ออัง้ มกดหค่สอยหแามตารแิฐรนมดอราตือาวพโยมโกรหขดังคแถแรอถลยตค้ราลนงังคงกวงม่ปควสวรไสูนภาข้วาารท้กวาไมอ้าพด่นอ่ีกเงง้สี้ ่อปอียสูนิฐหรกกา้า่่ออยง
จแอซตย่ึะงเู่ใ่หไปนมาร็นก่สะกผ่จงนาาลผการจลบลสาักตตั่นกษ่อ่อสใ▪▪ณแไเะนปรสะเกคทงไถรราดวสือออียราท้ั่นยยนมตราแแสเรภสใยตมะวหยีกกาีคจเหผ้รรพทวสะ้าานาวยหขืออังใมอวบอนนสนื่า่รคแง่วงใุนๆนโนนวผคแวาขนนชรนรมอง่ั้นัวงงองสเมงเเอสนรกนเีาาา้ยทริดคงก่ือี่ฐหิ่มพากาขงาร้ืนนตานึ้โยจหรผค้นจขาพนรรั้ะนอืกงังังหสสหตถนร่งล้านล้้าาผงักงข่มคหลอกอลาิฐในแางงกหัลอกรม่อ้ระาสาไขอผดคซั่นอนย้ดาึง่ สังแงงัรสอตะผตโ่งฐิอ่คเกนผกไทรปรล่อังงือ้านใยสหวนี้ ัรงก้อ้มาควางีค้างคองวสาิฐมารากาบมม่อการาขงุผนรสนึู้้สแถ่วจารนยรนงึหวดผไจรรมนสอื้ัง่มงั าทรไามมอั้งกาห่สยรามรแถมดอสตาพัยงกรเังแถกรถตค้ตาลงกว่มสรไภ้วา้วาไพดน้ี้
จากลักษใณนะกคาวราใ▪▪นมตกเรสกกาวยีาารรรจหสถเสอาาอรนยอนวออขบจอน่ือคคกงๆจวอวาาปุาขกมกมอรเระสงเณนอสียย์าีาหยบดึ คาหตขายอ่าารขงงโยๆั้ผนคนขตรรงั้ัะ้นนงอหสหตฐิ วรก้านา่ า้ อ่กงงขโพอคอบรฐิ งงกคสอ่อวราาา้ไดมงคพ้ดเาส้ืนงัรียหตโหรอ่คือาไรหยปงลขนงัสอี้ครงา้อาแาลงคะอผาิฐนรกังออ่อิฐิฐกกผ่อ่อู้สตาามรทว่ีรจะสบาุขม้าางตร้นถสังเกต
ค▪วรระงรบั อกยาแรใตชกง้ ารนา้ อวาใคนารแนแลวะนใหอ้มนดี ทา่ีฐเนานิ นกผานรตังรวจสอบอย่างละเอยี ดเพอื่ รับรองความปลอดภัย หากเจา้ ของอาคาร
ม▪คี วามรปอรยะแสงยคก์จระะใชหง้ วา่านงอโาคครางรสต่อรไา้ ปงพื้นหรือหลังคาและผนงั อิฐก่อ
▪ การถอนของอุปกรณ์ยึดต่างๆ ระหวา่ งโครงสรา้ งพนื้ หรอื หลังคาและผนังอิฐกอ่
DK▪ใMPนTAกKcกtาMioารnรAสเPcอาltaรiนonวอn2จอ0Pคก1la8จวnาาก2ม0รเ1ะส8นียาหบาขยอขงั้ผนนตงั้นอหฐิ กาอ่ก หนา้ ท่ี 10
DPT พบคว ามเสียหาย ของ อาคารอิฐก่ อ าง ต้ น
ตามที่ระบุข้
ควรระงับการใช้งานอาคาร และใหม้ ดี าเนนิ การตรวจสอบอย่างละเอยี ดเพอื่ รับรองความปลอดภยั หากเจา้ ของอาคาร
องคความรูตามประเด็นยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดกิ า านรกแาลระอผาังคเมาอื รง
ออาาคคาารโรคโรคงรสงรสา้ งรคาองนคกอรนตี เกสริมีตเเหสลร็กมิ เหลก็
โ ด ย ทั่ ว ไ ป อ า ค า ร โ ค ร ง ส ร้ า ง ค อ น ก รี ต เ ส ริ ม เ ห ล็ ก ซ่ึ ง ส่ ว น ใ ห ญ่ เ ป็ น โ ค ร ง ข้ อ แ ข็ ง รั บ แ ร ง ดั ด
(rigid moment frame) จะมีคานเป็นโครงสร้างแนวราบ เสาเป็นโครงสร้างแนวด่ิง และมีผนังอิฐก่อ
เป็นผนังก้ันท้ังภายในหรือภายนอกอาคาร โดยลักษณะความเสียหายที่ควรนามาพิจารณาในการสารวจ
ความเสยี หายขัน้ ต้นของอาคารโครงสร้างคอนกรตี เสริมเหล็กจะประกอบด้วยดังที่แสดงในรูปที่ 10
67
8
1 8
2, 3
4 5
รปู ที่ 10 ลักษณะความเสียหายทว่ั ไปท่มี ักตรวจพบในโครงสรา้ งคอนกรีตเสรมิ เหลก็
(ท่ีมา: Field Guide: Rapid Post Disaster Building Usability Assessment – Earthquakes, 2014,
New Zealand)
DPT KM Action Plan 2018 หนา้ ที่ 11
ประจําปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรกุ สาํารรณวจแ คผวน าดมินเสไหยี วหายขั้นตน ของโครงสรา งอาคาร
ตารางที่ 2 ลกั ษณะความเสียหายโครงสร้างคอนกรตี เสริมเหล็ก
1.การเอนหลดุ ออกจากตาแหน่งของเสา 2. รอยแตกรา้ วทแยงเนื่องจากแรงเฉอื นท่เี สา
หรืออาคารมกี ารโย้ หรือกาแพงรบั แรงเฉอื น
1 2
3. การโกง่ เดาะของเหล็กเสรมิ ในเสา 4. รอยแตกรา้ วทแยงทจ่ี ดุ ตอ่ เสาและคาน
หรือกาแพงรับแรงเฉือน
3 4
5. รอยแตกรา้ วและการหลดุ ล่อนของเน้อื คอนกรตี
6. รอยแตกรา้ วที่พ้ืน
ทบี่ รเิ วณปลายคาน
6
5
7. รอยแตกร้าวในผนงั อิฐกอ่ 8. การหลุดห้อยของผนังแผน่ คอนกรีต (ถ้าม)ี
8
7
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หน้าที่ 12
องคความรตู ามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดกิ า านรกแาลระอผาังคเมาือรง
การระบรุ ะดับความเสยี หายของโครงสร้างคอนกรีตเสรมิ เหลก็
เนื่องจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้มีความเหนียว ทาให้โครงสร้าง
สามารถรองรับความเสยี หายได้มากจนกว่าจะเกิดการพังถล่ม ซ่งึ แตกตา่ งกบั โครงสร้างไมห้ รือโครงสร้างอิฐก่อ
ที่อาจเกิดการพังทลายได้หากตรวจพบความเสียหายที่เพียงเล็กน้อย ดังน้ัน ในการตรวจสอบความเสียหายข้ันต้น
ของอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กจึงสามารถแบ่งระดับความเสียหายของโครงสร้างออกเป็น 3 ระดับ ซึ่ง
สอดคล้องกบั ภัยท่ีอาจเกดิ ข้ึนได้ ดงั น้ี
ระดบั ที่ 1 ไมม่ คี วามเสียหายหรือเสียหายเพยี งเลก็ น้อย
ลักษณะของความเสยี หายในระดบั นี้จะใช้กับช้นิ สว่ นโครงสร้างทีไ่ ม่พบรอยแตกร้าวหรือมีรอยแตกร้าว
ขนาดเล็กมาก (hair crack) เกิดที่ผิวของช้ินส่วนโครงสร้าง โดยไม่ส่งผลต่อสมรรถนะในการรับน้าหนัก
ของอาคารแมจ้ ะตอ้ งรองรับแรงแผ่นดินไหวตาม หรือแรงอ่ืนๆ ในอนาคต
ระดบั ท่ี 2 มคี วามเสียหายปานกลาง
ลักษณะของความเสียหายในระดับน้ีจะใช้กับช้ินส่วนโครงสร้างที่เกิดรอยแตกร้าวที่เห็นได้ชัดเจน
แต่ยังไม่เห็นเหล็กเสริม และรอยแตกร้าวอาจมีความลึกตลอดหน้าตัดได้ โดยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
ที่มีความเสียหายระดับนี้ยังคงสามารถใช้งานต่อไปได้ อาจไม่ส่งผลต่อสมรรถนะในการรบั น้าหนักของอาคาร
เมื่อต้องรองรับแรงแผ่นดินไหวตาม หรือแรงอ่ืนๆ ในอนาคต แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการร่วงหล่น
ของชนิ้ สว่ นวสั ดไุ ด้ ควรได้รบั การตรวจสอบอย่างละเอยี ดอีกครั้งเพื่อยนื ยันความปลอดภัยในการใชง้ านอาคารต่อไป
ระดบั ที่ 3 มคี วามเสยี หายรนุ แรง
ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ค ว า ม เ สี ย ห า ย ใ น ร ะ ดั บ นี้ จ ะ ใ ช้ กั บ ชิ้ น ส่ ว น โ ค ร ง ส ร้ า ง ที่ มี ร อ ย แ ต ก ร้ า ว ข น า ด ใ ห ญ่
หรือมีการหลุดร่อนของเนื้อคอนกรีตขนาดใหญ่จนสามารถเห็นเหล็กเสริมได้อย่างชัดเจน รวมท้ังเหล็กเสริม
อาจเกิดการโก่งเดาะด้วย ซึ่งบ่งบอกว่าช้ินส่วนโครงสร้างน้ันๆ ได้สูญเสียกาลังในการรับแรงไปอย่างมาก
ส่งผลต่อสมรรถนะในการรับน้าหนักของอาคาร และอาคารอาจเกิดการพังถล่มได้เมื่อต้องรองรับ
แรงแผ่นดินไหวตาม หรือแรงอ่ืนๆ ในอนาคต โดยอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่มีความเสียหายระดับน้ี
จะถูกห้ามให้ใชง้ านเพ่ือป้องกนั ภัยจากการพงั ถล่ม และต้องไดร้ บั การตรวจสอบโดยละเอียดอีกครงั้ โดยวิศวกร
เพ่ือประเมินถึงความจาเป็นหากต้องร้ือถอนอาคาร หรือกาหนดวิธีในการซ่อมแซมให้อาคารมีความปลอดภัย
เพยี งพอ หากต้องการใชง้ านอาคารตอ่ ไป
ในแบบสารวจความเสียหายขั้นต้นฯ จะพิจารณาระดับความเสียหายของโครงสร้างประเภทต่างๆ
ซ่ึงประกอบด้วย พ้ืน คาน เสา และกาแพงรับแรง ซึ่งอยู่ในข้อ 5 ของแบบสารวจความเสียหายข้ันต้นฯ
โดยมีรายละเอียดการพจิ ารณาระดบั ความเสยี หายของโครงสรา้ งแต่ละประเภทตามทไี่ ดส้ รปุ ไว้ในตารางท่ี 3
DPT KM Action Plan 2018 ประจําปงบแปผรนะกมหาารนณจา้ ดั พทก.่ีาศ1ร.23ค5ว6า1มรู
หแลนงั วจทาากงเกหาตรุกสาํารรณวจแ คผวน าดมนิ เสไหียวหายขน้ั ตนของโครงสรา งอาคาร
ตารางท่ี 3 ลกั ษณะและระดบั ความเสยี หายในโครงสรา้ งคอนกรตี เสริมเหล็กแตล่ ะชนดิ
ส่วนโครงสร้าง ไม่มี/มเี ลก็ นอ้ ย ระดับความเสียหาย รนุ แรง
ปานกลาง
พนื้
คาน หนา้ ที่ 14
เสา
กาแพง คสล.
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018
องคค วามรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดกิ าานรกแาลระอผาังคเมาอื รง
เนื่องจากระดับความรุนแรงของรอยแตกร้าวตามตารางที่ 2 จะพิจารณาจากขนาดความกว้าง
ของรอยแตกร้าวซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนิดของโครงสร้าง ได้แก่ พื้น คาน เสา และกาแพงรับแรง
โดยช้ินส่วนโครงสร้างรับแรงดัดจะมีขนาดของรอยแตกร้าวในแต่ละระดับความเสียหายมากกว่าชิ้นส่วนโครงสร้าง
รับแรงอัดและรับแรงเฉือน ในกรณที ่ีรอยแตกร้าวมีเนอ้ื คอนกรีตหลุดร่วงออกมาเพยี งเลก็ น้อย หรือรอยปริแตก
ของเน้ือคอนกรีต มีความยาวน้อยกว่า 20 เซนติเมตร ผู้สารวจอาจไม่นาความเสียหายดังกล่าวมาพิจารณา
ในการประเมินได้ หากช้ินส่วนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กถูกปกปิดด้วยปูนฉาบหรือวัสดุปิดผิวอ่ืนๆ
ไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายได้ ให้ผู้สารวจกะเทาะปูนฉาบหรือลอกวัสดุปิดผิวออกแล้วทาการประเมิน
ความเสียหาย ถ้าหากไม่สามารถกะเทาะปูนฉาบหรือลอกวัสดุปิดผิวได้ให้ผู้สารวจประเมินความเสียหา ย
ของปูนฉาบและวัสดุปดิ ผิวแทน
อาาคคาารรโคโครงรสงรสา้ งรเา หงลเ็กหรลปู ก็พรูปรณพรรณ
โครงสร้างเหล็กรปู พรรณสามารถแบง่ ได้ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ อาคารโครงแกงแนง (braced frame) และ
อาคารโครงรับโมเมนต์ดัด (moment-resisting frame) โดยการตรวจสอบความเสียหายอาคารโครงแกงแนง
จะพิจารณาจากความเสียหายที่ตาแหน่งต่างๆ ได้แก่ การฉีกขาดหรือการโก่งเดาะของแกงแนง การฉีกขาด
ของสลกั ยึดหรอื รอยเชอ่ื มทีจ่ ดุ ตอ่ ของแกงแนง และการโก่งเดาะของเสา
ส่วนอาคารโครงรับโมเมนต์ดัด เม่ือเกิดแผ่นดินไหวอาคารจะเกิดการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ระหว่างชั้น
(story drift) อย่างมากจนอาจส่งผลให้เกิดการคราก (yielding) การโก่งเดาะ (buckling) หรือการฉีกขาด
(fracture) ทต่ี วั ช้ินสว่ นโครงสรา้ งเองหรอื ท่ีจดุ ตอ่ (connection) ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะพบความเสยี หายทค่ี าน
(girder) เสา (column) บริเวณถ่ายเทแรงระหว่างคาน-เสา (panel zone) รอยเชื่อมระหว่างคานและเสา
(Weld) แผ่นเหล็กรับแรงเฉือน (shear tab) ท่ียึดระหว่างส่วนเอวของคานและส่วนปีกของเสา รอยเชื่อมต่อ
ของชน้ิ ส่วนโครงสร้าง (splice) แผน่ เหลก็ ท่ีฐานรองรับ (base plate) และจุดอน่ื ๆ ดงั แสดงในรูปที่ 11 อาคาร
โครงสรา้ งเหล็กรับโมเมนตด์ ดั จะมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี
รอยเช่อื มตอ่ ของชิ้นส่วนโครงสรา้ ง
รแอผย่นเเชหื่อลม็กรถะา่ หยวเท่างแครางนและเสาเสา
แผ่นเหลก็ รบั แรงเคฉอืานน
บรเิ วณถ่ายเทแรงระหวา่ งคาน-เสา
แผ่นเหล็กเสรมิ ความหนา
แผน่ เหลก็ ท่ฐี านรองรบั
รูปท่ี 11 ตาแหนง่ ทม่ี ักจะได้รบั ความเสยี หายของโครงเหลก็ รับแรงดดั (ทีม่ า: FEMA-352)
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปง บแปผรนะกมหาารนณจ้าัดพทก.่ีาศ1ร.25ค5ว6า1มรู
หแลนงั วจทาากงเกหาตรุกสาํารรณวจแคผวนาดมินเสไหียวหายขน้ั ตนของโครงสรา งอาคาร
ลกั ษณะความเสยี หายเน่ืองจากแผ่นดนิ ไหวของโครงสรา้ งเหล็กรปู พรรณ
▪ คานเหล็ก (Girder)
ความเสียหายของคานเหล็กรูปพรรณทมี่ กั จะตรวจพบหลังเหตุการณแ์ ผ่นดนิ ไหว ได้แก่ การคราก
การโก่งเดาะ หรือการฉีกขาดท่ีส่วนปีกของคานหรือใกล้กับจุดต่อระหว่างเสา - คาน โดยมีลักษณะ
ของความเสยี หายสรปุ ได้ตามตารางท่ี 4 และรปู ที่ 12
ตารางท่ี 4 ลกั ษณะความเสียหายของคานเหล็กรูปพรรณ
ชนิด คาอธิบาย
G1 การโกง่ เดาะทป่ี กี คาน (ปีกบนหรือปีกล่างกไ็ ด)้
G2 การครากท่ีปีกคาน (ปีกบนหรอื ปีกลา่ งกไ็ ด)้
G3 การฉกี ขาดท่ีปกี คานบรเิ วณใกล้รอยเชือ่ ม (ปกี บนหรอื ปกี ล่างก็ได)้
G4 การฉีกขาดท่ปี ีกคานบรเิ วณห่างจากรอยเชื่อม (ปีกบนหรอื ปกี ล่างกไ็ ด้)
G5 การครากหรอื การโก่งเดาะท่ีส่วนเอวของคาน
G6 การฉกี ขาดท่ีสว่ นเอวของคาน
G7 การโกง่ เดาะด้านขา้ งเน่ืองจากแรงบดิ ของหน้าตัดคาน
GG14 G5
G3 G6 G2 G7
รปู ที่ 12 ลักษณะความเสียหายของคานเหลก็ รปู พรรณ (ทีม่ า: FEMA-352)
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หน้าที่ 16
องคค วามรูตามประเดน็ ยุทธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผาังคเมาอื รง
▪ เสาเหลก็ (Column)
ความเสียหายของเสาเหล็กจะส่งผลให้ความสามารถในการรับน้าหนักเนื่องจากแรงโน้มถ่วง
และการต้านทานแรงทางขา้ งของโครงสรา้ งลดลง โดยทว่ั ไปลักษณะของความเสียหายเน่อื งจากแรงแผ่นดินไหว
ของเสาเหล็กที่มักจะตรวจพบสามารถแบ่งได้ 7 ประเภท ตามรายละเอียดในตารางท่ี 5 และในรูปท่ี 13
ตารางที่ 5 ลักษณะความเสียหายของเสาเหลก็ รปู พรรณ
ชนิด คาอธิบาย
C1 รอยแตกร้าวทผ่ี วิ ของส่วนปีก
C2 เนือ้ เหล็กของสว่ นปกี เกิดการฉีกหลุดออกมามีลกั ษณะเป็นหลุม
C3 รอยฉกี ขาดท่ีสว่ นปีกบริเวณใกล้รอยเชอื่ ม
C4 รอยฉกี ขาดทสี่ ่วนปีกบริเวณทต่ี ดิ กับรอยเช่ือม
C5 การฉีกขาดเป็นแผน่ (lamellar tearing) ท่ีส่วนปีก
C6 การโกง่ เดาะของสว่ นปกี
C7 การวิบัตบิ ริเวณจดุ ตอ่ ทาบเสาเหล็ก (splice)
C8 การโก่งเดาะดา้ นข้าง
C7
C1 C5
C8
C4 C2
C3
C6
รูปที่ 13 ลกั ษณะความเสยี หายของเสาเหลก็ รปู พรรณ (ทีม่ า: FEMA-352)
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปงบแปผรนะกมหาารนณจา้ ดั พทก.่ีาศ1ร.27ค5ว6า1มรู
หแลนงั วจทาากงเกหาตรกุ สาาํ รรณวจแคผวน าดมินเสไหยี วหายขั้นตน ของโครงสรางอาคาร
▪ แผน่ เหล็กรับแรงเฉือน (Shear Tab)
แผ่นเหล็กรับแรงเฉือนเป็นส่วนประกอบหน่ึงของจุดเชื่อมต่อระหว่างคานและเสาโดยทาหน้าที่
ถ่ายทอดแรงเฉือนจากคานลงสู่เสา โดยปกติความเสียหายของแผ่นเหล็กรับแรงเฉือนน้ีจะเกิดร่วมกับ
ความเสียหายของส่วนประกอบอื่นๆ ในบริเวณจุดเชื่อมต่อ เช่น คาน เสา รอยเชื่อม และพื้นท่ีถ่ายเทแรง
(panel zone) โดยลกั ษณะความเสียหายเน่ืองจากแรงแผน่ ดินไหวของแผ่นเหล็กรบั แรงเฉอื นที่มักจะตรวจพบ
สามารถแบง่ ได้ 6 ประเภท ตามรายละเอียดในตารางที่ 6 และในรปู ท่ี 14
ความเสียหายของแผ่นเหล็กรับแรงเฉือนจะส่งผลให้ความสามารถในการรับน้าหนักเนื่องจาก
แรงโน้มถ่วงของคานเหล็กลดลงอย่างมากซ่ึงอาจก่อให้เกิดการพังทลายบางส่วนได้ โดยแรงเฉือนที่เพิ่มข้ึน
อย่างมากจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อแผ่นเหล็กรับแรงเฉือนนี้เกิดจากการท่ีคานและเสามี การโก่งหมุน
ที่ไมเ่ ท่ากัน (differential rotation) ซ่ึงเปน็ ผลจากความเสียหายอยา่ งหนกั ของจดุ เชื่อมต่อ
ตารางท่ี 6 ลักษณะความเสียหายของแผน่ เหล็กรบั แรงเฉอื น
ชนดิ คาอธบิ าย
S1 รอยแตกรา้ วบางสว่ นของรอยเชอื่ มระหวา่ งเสากับแผน่ เหล็กฯ
S2 รอยฉกี ขาดของรอยเช่อื มโดยรอบแผน่ เหล็กฯ
S3 รอยฉกี ขาดของแผ่นเหล็กฯ ตามแนวสลกั ยดึ (bolt)
S4 การครากหรอื การโก่งเดาะของแผน่ เหล็กฯ
S5 สลกั ยึดหลวม เสียหาย หรอื หลดุ หายไป
S6 รอยฉกี ขาดตลอดความยาวของรอยเชือ่ มระหวา่ งเสากับแผน่ เหลก็ ฯ
S4 S1
S5
SS63 S2
รปู ท่ี 14 ลักษณะความเสยี หายของแผ่นเหล็กรบั แรงเฉือน (ที่มา: FEMA-352)
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หนา้ ท่ี 18
องคค วามรตู ามประเด็นยุทธศาสตร กรมโยธาธดกิ าานรกแาลระอผาังคเมาอื รง
▪ บริเวณถ่ายเทแรงระหว่างเสา-คาน (Panel Zone)
ความเสียหายบริเวณถ่ายเทแรงระหว่างเสา-คาน (panel zone) เป็นหนึ่งในความเสียหาย
ท่ีตรวจสอบได้ยากเน่ืองจากการกีดขวางของคานเหล็กในทิศทางแกนอ่อน ( weak axis) ของเสา
รวมท้ังความยากในการเข้าถึงและการเคลื่อนย้ายช้ินส่วนเสาโดยไม่กระทบต่อความสามารถในการรับนา้ หนกั
คงที่ทั้งหมดของตัวอาคาร (gravity load) ทาให้ความเสียหายน้ีมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมมากท่ีสุด
ในบรรดาความเสียหายท้ังหมด โดยลักษณะความเสียหายบรเิ วณถา่ ยเทแรงระหว่างเสา-คานอันเนื่องมาจาก
แผน่ ดนิ ไหวทม่ี กั จะตรวจพบสามารถแบง่ ได้ 9 ประเภท ตามรายละเอียดในตารางที่ 7 และในรปู ที่ 15
ตารางที่ 7 ลกั ษณะความเสยี หายของแผ่นเหล็กรบั แรงเฉอื น
ชนดิ คาอธบิ าย
P1 การฉีกขาด การโกง่ เดาะ หรือการครากของแผน่ เหลก็ ถา่ ยเทแรง (continuity plate)
P2 การฉกี ขาดที่รอยเชือ่ มของแผน่ เหลก็ ถ่ายเทแรง
P3 การครากหรือการยืดตวั ท่ีส่วนเอวของเสา
P4 การฉกี ขาดท่รี อยเช่ือมของแผน่ เหล็กเสริมความหนา (doubler plate)
P5 การฉีกขาดบางสว่ นของแผ่นเหล็กเสริมความหนา
P6 การฉกี ขาดบางสว่ นท่ีสว่ นเอวของเสา
P7 การฉีกขาดตลอดความลกึ ท่ีส่วนเอวของเสาหรอื ท่ีแผ่นเหล็กเสริมความหนา
P8 การโก่งเดาะท่ีสว่ นเอวของเสา
P9 การฉกี ขาดตลอดหน้าตัดเสา
P4
P9 P2 P8
P1 P7 P3 P5, P6
รปู ที่ 15 ลักษณะความเสยี หายของบริเวณถ่ายเทแรงระหวา่ งเสา-คาน (ทม่ี า: FEMA-352)
DPT KM Action Plan 2018 ประจําปงบแปผรนะกมหาารนณจ้าัดพทก.่ีาศ1ร.29ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรกุ สาาํ รรณวจแคผวน าดมินเสไหียวหายข้นั ตนของโครงสรางอาคาร
การระบุระดบั ความเสียหายของโครงสร้างเหลก็ รูปพรรณ
ในการสารวจความเสียหายขั้นต้นของอาคารโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ผู้สารวจควรสามารถพิจารณา
ในเบื้องต้นได้ว่าความเสียหายลักษณะไหนบ้างท่ีอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้อาคารและความเสียหาย
ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงในระดับไหน ซ่ึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาระดับความเสียหายของอาคาร
โครงสร้างเหล็กรูปพรรณจะนาลักษณะความเสียหายของโครงสร้างเหล็กรูปพรรณตามท่ีได้อธิบายข้างต้น
เพียงบางลักษณะมาพิจารณา โดยดูจากลักษณะความเสียหายท่ีส่งผลกระทบต่อความสามารถ
ในการรบั นา้ หนกั คงที่ทัง้ หมดของตวั อาคารเป็นหลกั ซึ่งรายละเอยี ดของหลักเกณฑ์มดี ังนี้
ระดับท่ี 1 ไม่มคี วามเสยี หายหรือมคี วามเสยี หายเพยี งเลก็ น้อย
อ า ค า ร โ ค ร ง ส ร้ า ง เ ห ล็ ก รู ป พ ร ร ณ ที่ จ ะ พิ จ า ร ณ า ว่ า ไ ม่ มี ค ว า ม เ สี ย ห า ย ห รื อ มี ค ว า ม เ สี ย ห า ย
เพียงเลก็ น้อยคืออาคารท่ีไม่ตรวจพบความเสียหายตามท่ีระบุในเงื่อนไขของอาคารท่ีมีความเสยี หายปานกลาง
และอาคารทีม่ คี วามเสยี หายรุนแรง
ระดบั ท่ี 2 มคี วามเสยี หายปานกลาง
อาคารโครงสร้างเหล็กรูปพรรณที่จะพิจารณาว่ามีความเสียหายปานกลาง คือ อาคาร
ท่ีมีส่วนประกอบอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนักและปรากฏลักษณะความเสียหายของโครงสร้าง
ดังต่อไปนข้ี ้อใดขอ้ หนง่ึ หรือมากกว่าหน่ึงข้อ โดยเปน็ ความเสียหายท่ีสามารถเห็นไดด้ ้วยตาเปล่าเท่านั้น
▪ จดุ ต่อของคานใดคานหนงึ่ มีความเสียหายของแผ่นเหลก็ รับแรงเฉอื นประเภท S3 S5 และ S6
▪ คานเหลก็ หลดุ ออกจากฐานรองรบั
▪ เสาเหล็กมคี วามเสยี หายประเภท C7 และความเสียหายบริเวณถ่ายเทแรงประเภท P7
ระดับที่ 3 มีความเสียหายรนุ แรง
อาคารโครงสรา้ งเหลก็ รปู พรรณที่จะพจิ ารณาว่ามีความเสยี หายรุนแรง คือ อาคารปรากฏลักษณะ
ความเสยี หายของโครงสร้างดงั ต่อไปนี้
▪ อาคารมีการเคล่ือนท่ีสัมพัทธ์ระหว่างชั้น (interstory drift) ที่ช้ันใดชั้นหน่ึง มากกว่า
1 เปอร์เซ็นต์ หรือ
▪ อาคารปรากฏความเสียหายประเภท G7 C3 C6 C7 S3 S4 S5 S6 P6 P7 หรือ P9
ตงั้ แต่ 2 ตาแหนง่ ขนึ้ ไป ทีช่ ้ันใดช้นั หน่งึ
ในการระบุระดับความเสียหายดว้ ยแบบสารวจความเสียหายขัน้ ต้นฯ สาหรับโครงสร้างเหลก็ รูปพรรณ
จะใช้หลักเกณฑ์ตามท่ีได้อธิบายข้างต้นน้ีซึ่งจะอยู่ในข้อ 5 สาหรับโครงสร้างเหล็กรูปพรรณในแบบสารวจ
ความเสียหายขั้นต้นฯ แต่ผู้สารวจควรตระหนักว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงหลักเกณฑ์ทั่วๆ ไปเพื่อให้
ผู้สารวจท่ีไม่ใช่วิศวกรโครงสร้างหรือผู้ท่ีไม่มีประสบการณ์ในการสารวจความเสียหายของโครงสร้างเหล็ก
รูปพรรณสามารถทาการประเมินระดับความเสียหายในข้ันต้นได้ แต่หากผู้สารวจเป็นวิศวกรหรือเป็นผู้ท่ีมี
ความเช่ยี วชาญสามารถใช้วิจารณญาณประกอบหลกั เกณฑข์ ้างต้นนี้เพอ่ื ให้ผลการประเมินมีความปลอดภัยมากขึ้นได้
สาหรับอาคารโครง สร้าง เหล็กรูปพร ร ณชนิดโครง แกง แนง สามารถใช้หลัก เก ณฑ์ก าร ร ะ บุ
ระดับความเสียหายตามทีก่ ล่าวข้างต้นไดเ้ ช่นกัน
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018 หนา้ ที่ 20
องคค วามรตู ามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดกิ า านรกแาลระอผาังคเมาอื รง
กกาารรเเตตรรยี ยีมคมวคาวมาพมรอ้พมรกอ ่อมนกอออ กนสอาอรวกจสคําวราวมเจสคยี วหาายมเสยี หาย
ผู้ ส า ร ว จ ทุ ก ค น ค ว ร มี ก า ร เ ต รี ย ม ค ว า ม พ ร้ อ ม ก่ อ น อ อ ก ส า ร ว จ อ า ค า ร ที่ ไ ด้ รั บ ค ว า ม เ สี ย ห า ย
จากแผ่นดินไหว โดยเข้ารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และแผนการสารวจจากผู้มีอานาจส่ังการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉินในพนื้ ที่ที่ได้รบั มอบหมาย ผู้สารวจควรมีการเตรียมส่ิงของและเคร่ืองมือที่มีความจาเปน็
ในระหว่างการสารวจด้วย ดงั ตอ่ ไปน้ี
▪ เอกสารสรปุ ขอ้ มูลสาคัญในการสารวจ
▪ เอกสารสรุปข้อมูลที่จาเปน็ สาหรับเจ้าของอาคาร บตั รประจาตัวผู้สารวจ
▪ แบบสารวจความเสียหายขนั้ ตน้ ฯ
▪ ป้ายประกาศระดับความเสียหายและเทปกาว
▪ อุปกรณ์สานักงาน เช่น ปากกาลูกลน่ื กระดานรองเขียน ซองพลาสติก ปากกาชนดิ หมึกถาวร
เครือ่ งเยบ็ กระดาษ หมุดปกั กรรไกร อุปกรณ์เกบ็ ข้อมูลแบบ USB เป็นตน้
▪ เทปก้ันเขต สาหรับใชก้ น้ั บรเิ วณที่เปน็ อันตราย
▪ แผนท่ีแสดงถนนหรอื เส้นทางสัญจรในบรเิ วณทีท่ าการสารวจ
▪ ภาพถา่ ยทางอากาศและข้อมูลเฉพาะของอาคาร
▪ หมวกนริ ภยั ชุดท่ีมองเหน็ ได้ในระยะไกล และรองเทา้ นริ ภยั
▪ ชดุ ปอ้ งกนั สว่ นบุคคลอื่นๆ เชน่ ถุงมือ หน้ากากป้องกันฝุน่ ชดุ กนั ฝน
▪ โทรศพั ท์มอื ถือหรอื อุปกรณ์สอื่ สารอื่นๆ และอปุ กรณช์ ารจ์ ไฟ
▪ กลอ้ งถา่ ยรูปอิเล็กทรอนิคส์
▪ ไฟฉายและแบตเตอร่ี
▪ ตลับเมตรและค้อนหวั หงอน
▪ กล้องส่องทางไกล
▪ เครอ่ื งระบุตาแหนง่ GPS
▪ ชดุ ปฐมพยาบาล
▪ เครอื่ งคอมพวิ เตอรพ์ กพาหรอื แทป็ เล็ต (ถ้าจาเปน็ )
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปงบแปผรนะกมหาารนณจ้าัดพทก.ี่าศ2ร.21ค5ว6า1มรู
องคค วามรตู ามประเด็นยุทธศาสตร กรมโยธาธดกิ าานรกแาลระอผางั คเมาอื รง
กกาารรสสาาํรวรจวคจวคาวมเาสมยี เหสาียหข้ันาตยน้ขภนั้ าตยนน อภกาอยานคาอรกอาคาร
ตรวจสอบสภาพโดยรอบอาคาร (ข้อ 3 ในแบบสารวจความเสียหายข้นั ตน้ ฯ) โดยผูส้ ารวจควรสังเกต
จากสงิ่ เหล่านี้
▪ สภาพของอาคารข้างเคยี งและส่ิงแวดล้อมอนื่ ๆ เชน่ อาคารขา้ งเคยี งไดร้ ับความเสียหาย
และอาจพังถลม่ ลงมาทบั อาคารท่กี าลังตรวจสอบ
▪ ความเสยี หายของระดับถนนเมอื่ เทยี บกบั โครงสรา้ งอาคาร
▪ สภาพของความลาดชันหรือการเกิดรอยแยกของพน้ื ดินบรเิ วณรอบอาคาร
▪ ภัยอื่นๆ โดยรอบอาคาร เช่น การรั่วไหลของสารเคมี การฉีกขาดของสายไฟ
หรือการรวั่ ไหลของกา๊ ซ
1. ประเมนิ ความเสยี หายขั้นต้นของตัวอาคารจากภายนอก (ข้อ 4 ในแบบสารวจความเสียหายขั้นต้นฯ)
โดยส่ิงทีผ่ ู้สารวจควรสงั เกตมีดังนี้
▪ การยบุ ของตวั อาคารในบางสว่ นหรือทงั้ หมด
▪ การเคลอ่ื นหลุดออกจากฐานราก
▪ ตัวอาคารหรือชั้นหน่ึงช้นั ใดของอาคารเกดิ การเอียงตวั
▪ การทรดุ ตวั ทีเ่ หน็ ไดช้ ดั เจนหรือการแตกรา้ วของฐานรากอาคาร
▪ อันตรายจากการร่วงหล่นของช้ินส่วนอาคาร เช่น ส่วนของหลังคาที่ย่ืนออกมา หน้าตา่ ง
หรือระเบยี งท่ชี ารดุ
▪ การเคล่ือนตัวหรือการเกิดรอยแยกของพื้นดินบริเวณใต้อาคารและโดยรอบข้างอาคาร
หรือมีความเสยี หายของฐานรากอาคาร
2. เดนิ สารวจรอบอาคารให้ไกลสดุ เท่าทจ่ี ะทาไดแ้ ละตรวจสอบความตา่ งระดับในแต่ละจุด
หากผสู้ ารวจตรวจพบลักษณะความเสียหายของสภาพโดยรอบอาคารตามท่ีได้กล่าวมาน้ีอย่างใดอย่างหน่ึง
จะถือว่าอาคารท่ีทาการสารวจมีสภาพท่ีเป็นอันตรายต่อการใช้งาน ซึ่งในแบบสารวจความเสียหายข้ันต้นฯ
จะระบุลักษณะความเสียหายเหล่าน้ีเป็นสีแดง (ห้ามใช้งานอาคาร) และผู้ตรวจไม่ควรเข้าไปในอาคาร
แ ต่ ห า ก ต ร ว จ ไ ม่ พ บ ค ว า ม เ สี ย ห า ย เ ห ล่ า นี้ ใ ห้ เ ข้ า ท า ก า ร ส า ร ว จ ค ว า ม เ สี ย ห า ย ภ า ย ใ น อ า ค า ร ต่ อ ไ ป
แตท่ ัง้ นี้ ผสู้ ารวจควรมัน่ ใจวา่ เสน้ ทางเข้า-ออกอาคารน้ันมีปลอดภัยเพยี งพอ
รูปที่ 16 รปู ตวั อย่างการทรุดตัวของพืน้ ดนิ บริเวณทตี่ ้งั อาคาร
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปงบแปผรนะกมหาารนณจ้าดั พทก.่ีาศ2ร.22ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรุกสาาํ รรณวจแ คผวนาดมนิ เสไหียวหายขั้นตนของโครงสรา งอาคาร
รูปที่ 17 รูปตัวอย่างอาคารพงั ทลายบางสว่ นหรอื ท้งั หมด
รปู ที่ 18 รูปตัวอยา่ งอาคารเคลอ่ื นหลดุ ออกจากฐานราก
รูปท่ี 19 รปู ตวั อย่างการเอียงตัวของชน้ั ใดชน้ั หนงึ่ อย่างเห็นได้ชดั
รูปท่ี 20 รปู ตัวอยา่ งการทรดุ ตัวที่เหน็ ได้ชดั เจน หน้าที่ 23
DPT DKMPTAKctMionAPcltaionn20P1la8n 2018
องคความรูต ามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดกิ า านรกแาลระอผาังคเมาอื รง
กกาารรสาํ รรววจจคคววามาเมสเยี สหียาหยขาน้ั ยตขน้ น้ั ภตายน ใภนาอายคใานรอาคาร
การสารวจความเสียหายขน้ั ตน้ ภายในอาคาร ผู้สารวจควรสังเกตจากส่ิงเหลา่ นี้
▪ ความเสียหายของระบบโครงสร้างรับน้าหนักบรรทุกเน่ืองจากแรงโน้มถ่วง โดยสังเกตจาก
ความเสียหายของโครงสร้างพ้ืน โครงสร้างหลังคา คาน และเสา รวมท้ังผนังอฐิ ก่อสาหรบั อาคาร
โครงสรา้ งอฐิ ก่อ
▪ ความเสียหายของระบบโครงสร้างรบั แรงกระทาด้านขา้ ง โดยสงั เกตได้จาก
o การแตกรา้ วของผนังรบั แรง (bearing wall)
o การหลดุ หรอื การฉกี ขาดของจดุ ต่อระหว่างเสาและคานคอนกรตี
o การโกง่ เดาะของแกงแนงเหลก็ (steel bracing)
o การเคลอื่ นตวั ระหว่างช้ัน (inter-story drift) ทเ่ี ห็นได้ชดั
▪ ความเสียหายของโครงสร้างไดอะแฟรม เช่น พ้ืน เป็นต้น โดยสังเกตจากรอยแตกร้าว
และการเคล่อื นหลุดจากฐานรองรับของแผ่นพน้ื
▪ ความเสียหายของจุดต่อของช้ินสว่ นโครงสรา้ งสาเร็จรปู โดยสงั เกตได้จาก
o การแตกหกั ของสลกั เกลยี ว
o การแตกรา้ วบรเิ วณจุดตอ่ หรือการเอียงออกจากระนาบ (out of alignment) ของแผ่นช้นิ สว่ นสาเร็จรูป
o การแยกตวั ออกจากวัสดุกรผุ ิวภายใน (interior lining)
ภัยอันตรายอน่ื ๆ ที่อาจมีตอ่ ตัวผู้สารวจเองในขณะเขา้ สารวจภายในอาคาร เชน่
o ระบบลฟิ ตไ์ มท่ างาน
o ภัยจากวัตถอุ ันตราย เช่น การรั่วไหลหรอื การหกล้นของสารเคมี
o ความเสยี หายของอปุ กรณป์ อ้ งกนั และตรวจจับอคั คภี ัย
o ความเสียหายของบันได บานประตูไม่สามารถเปิด-ปิดได้สะดวก หรือมีสิ่งกีดขวาง
ทางเขา้ -ออกอาคาร
หากผู้สารวจตรวจพบภัยอันตรายอ่ืนๆ นอกเหนือจากที่ระบุในแบบสารวจความเสียหายข้ันต้นฯ ให้
ผู้สารวจระบุภัยดังกล่าวในพื้นทวี่ ่างดา้ นหลงั แบบสารวจความเสียหายข้นั ตน้ ฯ และใหค้ ณะผูส้ ารวจพจิ ารณาว่า
ภยั ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอนั ตรายตอ่ ผสู้ ารวจหากเขา้ สารวจภายในอาคารหรอื ไม่
DPT KM Action Plan 2018 ประจําปง บแปผรนะกมหาารนณจ้าัดพทก.่ีาศ2ร.24ค5ว6า1มรู
องคค วามรูตามประเด็นยุทธศาสตร กรมโยธาธดกิ า านรกแาลระอผาังคเมาอื รง
ขขอ้ ปปฏฏิบิบัตตั เิ พเิ พ่อื คือ่ วคาวมาปมลอปดลภอยั ดในภรัยะใหนวา่รงะกหาวรสา างรกวาจรคสวาํามรเวสจียคหาวยามเสียหาย
ข้อควรจาทีผ่ สู้ ารวจสามารถนาไปใช้ปฏบิ ตั ิในระหวา่ งการสารวจภาคสนาม ดังนี้
▪ ผู้สารวจควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายซ่ึงอย่างน้อยที่สุดควรจะประกอบด้วย หมวกแข็ง
ชดุ ที่สามารถมองเหน็ ไดใ้ นระยะไกล รองเท้านิรภยั และโทรศัพทม์ ือถอื (หรอื อุปกรณส์ ื่อสารอ่นื ๆ)
▪ ไมค่ วรเดนิ สารวจใกลต้ ัวอาคารหรอื ในขอบเขตของส่วนยน่ื หรอื หลงั คาของอาคารมากเกนิ ไป
▪ ควรหลีกเล่ียงพื้นที่ท่ีมีสารอันตรายหรือมีการร่ัวไหลของสารอันตราย หากมีความจาเป็น
และสามารถกระทาได้อยา่ งปลอดภยั ให้ทาการปดิ หรือจากดั การร่วั ไหลกอ่ นเข้าสารวจ
▪ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณใกลเ้ คยี งเสาไฟฟ้าทีโ่ คน่ ล้มลงมา
▪ ให้อพยพออกจากอาคารทันทเี ม่ือเกดิ เพลิงไหม้
▪ ควรระมัดระวังภัยท่ีอาจเกิดข้ึนได้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวตาม (aftershock) เช่น ถ้าคุณอยู่
ด้านนอกให้ถอยห่างออกจากอาคารโดยเฉพาะอาคารสูง แต่ถ้าอยู่ภายในอาคารไม่ควรรีบวิ่ง
ออกมา ควรหาทีห่ ลบภยั ภายในอาคาร เช่น ใตโ้ ตะ๊ ชอ่ งประตู เป็นตน้ จนกระท่ังการสน่ั สะเทือน
หยดุ ลง
▪ ควรตรวจเช็คปรมิ าณน้าและอาหารใหเ้ พยี งพอและเหมาะสมกบั ระยะเวลาการปฏบิ ัติงาน
▪ เมือ่ ต้องเข้าสารวจภายในอาคาร ควรยึดหลักปฏบิ ัติเพือ่ ความปลอดภยั ดงั น้ี
o มีการมอบหมายให้มีบุคคลอยู่ภายนอกอาคารเพ่อื คอยเตือนภัยในกรณีท่ีจาเป็น (ถ้าเป็นการ
สารวจแบบทมี งาน)
o จัดใหม้ เี ส้นทางออกจากอาคารที่ไม่มีส่ิงกดี ขวาง ถ้าจาเป็นให้เปิดประตูคา้ งไว้โดยใช้ลิ่มไม้รอง
ดา้ นลา่ งของบานประตู
o ควรระมดั ระวังในการสัมผัสสายไฟฟา้ ทีย่ ังมกี ระแสไฟฟ้าอยู่
o ไม่ควรบริโภคหรือสัมผัสน้าที่ร่ัวไหลภายในอาคารที่รับความเสียหายหากปราศจาก
การป้องกันทเี่ หมาะสม เชน่ ใสถ่ ุงมอื หรือรองเทา้ บู๊ท
o ควรสวมหน้ากากเพื่อความปลอดภัย เน่อื งจากอาคารเก่าบางหลงั อาจมีวัสดุทีม่ ีส่วนประกอบ
ของแร่ใยหิน
o ควรระมดั ระวงั การสะดดุ หากทาการสารวจบริเวณขอบสงู ทไี่ ม่มีราวกันตก
o ในระหว่างการสารวจควรจดั ใหม้ แี สงสว่างทเี่ พียงพอ
DPT KM Action Plan 2018 ประจําปง บแปผรนะกมหาารนณจา้ ัดพทก.ี่าศ2ร.25ค5ว6า1มรู
องคความรูตามประเดน็ ยุทธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผาังคเมาือรง
ปา ยประกาศระดบั ความเสยี หายขน้ั ตน
ของอาคาร
ประจําปง บแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.2ค5ว6า1มรู
อาคารสามารถใช้งานได้ตามปกติ
พ้ืนทพี่ ่น/ระบาย ชื่อและที่ตงั้ อาคาร
สเี ขยี ว ……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
องคความรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผาังคเมาือรง
ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
ข้อแนะนาในการปฏบิ ตั ิเพ่อื ความปลอดภัยในการใช้งานอาคารต่อไป ชอ่ื หวั หนา้ ผสู้ ารวจ.................................................................................
และความปลอดภยั ตอ่ สาธารณะ วันที่................................................. เวลา...............................................
เบอรโ์ ทรศัพท์ ........................................................................................
• เจ้าของอาคารควรเฝ้าระวงั หากความเสยี หายของอาคารมีการ
เปลีย่ นแปลงไปจากทผ่ี สู้ ารวจตรวจพบ
• แจ้งเจ้าหน้าทห่ี ากตรวจพบส่งิ ท่อี าจกอ่ ใหเ้ กิดอันตรายได้
ลายมือชอื่ ...................………………………………………………………………….
ห้ามเคล่ือนย้ายหรือทาลายป้ ายประกาศนี้
อาคารใช้งานได้แบบมีเง่ือนไข
พนื้ ท่ีพ่น/ระบาย ชอ่ื และทตี่ งั้ อาคาร
สีเหลอื ง ……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
ขอ้ ปฏบิ ตั ิสาหรบั เจา้ ของอาคารท่สี ามารถใชง้ านไดแ้ บบมเี งื่อนไข ……………………………………………………………………………………………………
• จดั หาวิศวกรดาเนินการสารวจความเสยี หายอยา่ งละเอียดอกี ครง้ั ……………………………………………………………………………………………………
เพ่ือยืนยนั ความปลอดภัยในการใชง้ านอาคารหรือกาหนดวธิ กี าร
ซอ่ มแซมทีเ่ หมาะสมตอ่ ไป ช่อื หัวหน้าผู้สารวจ.................................................................................
• ห้ามใชอ้ าคารในบรเิ วณดงั น.้ี ......................................................... วนั ที่................................................. เวลา...............................................
...................................................................................................... เบอรโ์ ทรศพั ท์ ........................................................................................
......................................................................................................
ลายมอื ชือ่ ………………………………..………………………………………………….
องคความรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผาังคเมาือรง
ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
ห้ามเคล่ือนย้ายหรือทาลายป้ ายประกาศนี้
ห้ามใช้งานอาคาร
พนื้ ท่ีพ่น/ระบาย ชอื่ และที่ตง้ั อาคาร
สแี ดง
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
ข้อปฏบิ ัติสาหรับเจ้าของอาคารท่ีห้ามใช้งาน
องคความรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผาังคเมาือรง
ประจาํ ปงบแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
• การเข้าภายในอาคารหลังน้ีต้องได้รบั การอนุญาตเป็นลายลักษณ์ ชอ่ื หวั หนา้ ผสู้ ารวจ.................................................................................
อกั ษรจากเจ้าหนา้ ทผี่ มู้ ีอานาจอนุญาต วนั ท่ี................................................. เวลา...............................................
เบอร์โทรศพั ท์ ........................................................................................
• จดั หาวิศวกรดาเนินการสารวจความเสยี หายอย่างละเอียดอีกครง้ั
เพ่ือกาหนดวธิ ีการซอ่ มแซมทเ่ี หมาะสมต่อไป
• ทาการกัน้ ล้อมอาคารโดยมีขอบเขตดงั้ นี้ …………………………….…
...................................................................................................... ลายมอื ชื่อ ……………………………….………………………………………………….
………………………………………………………………………………………..
ห้ามเคลื่อนย้ายหรือทาลายป้ ายประกาศนี้
องคค วามรูตามประเด็นยุทธศาสตร กรมโยธาธดกิ าานรกแาลระอผางั คเมาอื รง
แบบสำรวจความเสยี หายขน้ั ตน
ของโครงสรา งอาคาร
ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
องคความรูตามประเดน็ ยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดกิ าานรกแาลระอผางั คเมาอื รง
1. ��� ��� ��� ���������� ������ ����������� ������ ��� �����������������
���� ������������� ������ ���
��������: …………………………………………………………….…………………………… ������� ������� (ìćĞ đÙøČĂę ÜĀöć÷ 9 ĕéšöćÖÖüŠć 1 ךĂ)
������������: …………………………………………………………….………………..….. __ ïćš îóÖĆ Ăćý÷Ć __ ĂćÙćøÿĞćîÖĆ Üćî
���������� __ ĂćÙćøĂ÷ŠĎĂćýĆ÷øüö __ ēïøćèÿëćî
đú×ìęĊ: ……………….. ĀöĎìŠ Ċę ………………. àĂ÷: …………..….……………….……… __ ĀĂðøąßöč __ ēøÜÜćîĂêč ÿćĀÖøøö
ëîî: ……………………………….....… êćĞ ïú: ………………………………………….. __ ĂćÙćøóćîßĉ ÷Öøøö __ ÿëćîýċÖþć
ĂĞćđõĂ: ………………………………..… ÝĆÜĀüĆé……………………………….…….….… __ ēøÜöĀøÿó __ ÿëćîó÷ćïćú
��� ���������� GPS (����)� __ ēøÜĒøö __ ýćÿîÿëćî
úąêÝĉ Ďé: ………………………………………..…………………………………….…………. __ ĂČęîė ……………………………….....
úĂÜÝĉÝéĎ : ……………………………………………………………………………………….. __ ĂćÙćø×ĂÜđĂÖßî
__ ĂćÙćø×ĂÜõćÙøĆå
2. �����������������������
��� ������: đĀîČĂóîČĚ éîĉ : ……….………ßîĚĆ Ĕêšéĉî: ……………….ßîĆĚ ��������������� (ìćĞ đÙøČęĂÜĀöć÷ 9 ĕéšöćÖÖüŠć 1 ×Ăš )
���������� (������): ……………………………………..….……… êø.ö. __ öĂĊ ćÙćø×ćš ÜđÙ÷Ċ Ü __ êéĉ đîîĉ éĉî/đßÜĉ đ×ć __ êéĉ ĒöîŠ ĞĚć ÙúĂÜ
���� �������������� (ìćĞ đÙøĂČę ÜĀöć÷ 9 ĕéöš ćÖÖüŠć 1 ךĂ)
__ ēÙøÜÿøšćÜĕöš __ ēÙøÜÿøćš ÜÙĂîÖøĊêđÿøĉöđĀúĘÖ __ ēÙøÜÿøćš ÜĂĉåÖŠĂ
__ ēÙøÜÿøćš ÜđĀúĘÖøĎðóøøè __ ēÙøÜÿøšćÜÙøęċÜÙÿú.- ÙøęÜċ ĕöš __ ēÙøÜÿøćš ÜĔêšëčîēúŠÜ
__ ĂČîę ė………………………………………………..
��� �������������������� (ìĞćđÙøČęĂÜĀöć÷ 9 ĕéšöćÖÖüćŠ 1 ×Ăš ) ������������������������� (ìćĞ đÙøęČĂÜĀöć÷ 9 ĕéöš ćÖÖüćŠ 1 ×Ăš )
__ ñîĆÜĂåĉ ÖŠĂ __ ñîÜĆ đïć __ ñîÜĆ ĂĉåÖĂŠ __ ñîÜĆ đïć
__ ñîĆÜĒñîŠ ÙĂîÖøĊê __ ñîĆÜÖøąÝÖ __ ñîÜĆ ĒñîŠ ÙĂîÖøĊê __ ñîÜĆ ÖøąÝÖ
__ ñîĆÜĕöš __ ĂČîę ė ………………………… __ ñîĆÜĕöš __ ĂČęîė …………………………
3. ��� ������������������������� �� ���������� ���������� ��� ������� ��
ĂîĆ êøć÷ÝćÖĂćÙćø×šćÜđÙĊ÷Ü đßîŠ
x ĂćÙćø×šćÜđÙĊ÷ÜđĂ÷Ċ ÜĒúąĂćÝóĆÜëúöŠ ĕéš
x đýþüĆÿéčøŠüÜĀúŠîÝćÖĂćÙćø×šćÜđÙĊ÷Ü
ĂîĆ êøć÷ÝćÖÿõćóóîĚČ ìęêĊ ÜĚĆ ĂćÙćøĒúąóČĚîìęĊēé÷øĂï đߊî
x ÖćøëúŠö×ĂÜúćéđßÜĉ đ×ć/êúĉęÜ
x óČĚîéĉîìĊęêÜĚĆ ĂćÙćøöĊÖćøìøéč êüĆ /Ē÷ÖêüĆ
��
4. �����������������������������������
x ēÙøÜÿøšćÜĂćÙćøöÖĊ ćøóĆÜëúöŠ ìĆĚÜĀöé/ïćÜÿüŠ î
�������� ÿđĊ ×Ċ÷ü ÿđĊ ĀúĂČ Ü ÿĊĒéÜ ĒñŠîìĊę 1/5
ประจําปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
หแลนงั วจทาากงเกหาตรกุ สาํารรณวจแคผวน าดมินเสไหยี วหายขน้ั ตน ของโครงสรางอาคาร มี
แบบสารวจความเสียหายข้ันตน้ ของโครงสรา้ งอาคาร หลงั จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
4. ความเสยี หายเมื่อสงั เกตจากภายนอกอาคาร (ตอ่ )
• อาคารเกิดการทรุดตัวหรือเอียงอยา่ งเห็นได้ชดั
• อาคารเกิดการเคล่ือนตวั ระหว่างชน้ั ท่ีตดิ กันอย่างเหน็ ได้ชัด
• อาคารโครงสร้างอิฐก่อมรี อยแตกรา้ วหรือความเสียหายที่ผนังอย่างเหน็ ไดช้ ดั
• อาคารเคล่ือนหลดุ ออกจากฐานราก
5. ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร โครงสรา้ งไม้ มี
ส่วนโครงสรา้ ง บรเิ วณทีต่ รวจสอบ • เกิดการฉีกขาดของจุดเช่อื มต่อโครงสรา้ งไม้ บริเวณ ......................
• เกิดการวิบตั ิของชน้ิ ส่วนโครงสรา้ งไม้ เช่น การฉกี ขาดขนานเสย้ี น
บริเวณ ......................
การฉีกขาดตง้ั ฉากเสยี้ น การหัก เปน็ ตน้
โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหลก็ มรี อยฉกี ขาดอย่างรุนแรง
ระดับความเสียหาย
ไมม่ ี/มีรอยแตกรา้ วขนาดเลก็ มีรอยแตกร้าวเหน็ ไดช้ ดั เจน
ผวิ พนื้ ดา้ นบน/ลา่ ง
บรเิ วณ ............................. บริเวณ ............................. บริเวณ .............................
พ้ืน ผวิ พน้ื รอบๆ เสา บริเวณ ............................. บริเวณ ............................. บรเิ วณ .............................
รอยต่อระหวา่ งพ้ืนและ
คาน
บริเวณ ............................. บริเวณ ............................. บรเิ วณ .............................
ชว่ งกลางคาน บริเวณ ............................. บรเิ วณ ............................. บริเวณ .............................
บริเวณ ............................. บริเวณ ............................. บรเิ วณ .............................
คาน
รอยตอ่ ระหว่างคานและ
เสา
หมายเหตุ สีเขียว สเี หลอื ง สีแดง แผน่ ท่ี 2/5
DPT KM Action Plan 2018
องคความรูต ามประเด็นยุทธศาสตร กรมโยธาธดกิ า านรกแาลระอผาังคเมาอื รง
แบบสารวจความเสยี หายขนั้ ต้นของโครงสร้างอาคาร หลงั จากเหตกุ ารณ์แผ่นดนิ ไหว
5. ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร (ตอ่ )
โครงสรา้ งคอนกรีตเสริมเหล็ก
สว่ นโครงสร้าง บริเวณทตี่ รวจสอบ ไม่มี/มีรอยแตกร้าวขนาดเล็ก ระดับความเสยี หาย มรี อยฉีกขาดอย่างรนุ แรง
มีรอยแตกร้าวเหน็ ได้ชัดเจน
ชว่ งเสา บริเวณ ............................. บริเวณ ............................. บริเวณ ............................
เสา
จุดต่อเสา-คาน
บรเิ วณ ............................. บริเวณ ............................. บรเิ วณ ............................
กาแพง คสล. ท่ัวไป บรเิ วณ ............................. บริเวณ ............................. บริเวณ ............................
สว่ นโครงสร้าง
โครงสร้างเหลก็ รปู พรรณ บริเวณ ..............
คาน บรเิ วณ ..............
ส่งิ ที่ตรวจสอบ รายละเอยี ดการตรวจสอบ บรเิ วณ ..............
เสา 1 ส่วนเอวเกดิ การฉีกขาด มากกวา่ 1 จุดต่อชน้ั
2 หนา้ ตัดเกดิ การโก่งเดาะดา้ นขา้ ง
แผน่ เหลก็ รับ
แรงเฉอื น กรณี 2 มมี ากกว่า 1 จดุ ตอ่ ชัน้
บริเวณถา่ ยเท
แรงระหวา่ ง 1 ส่วนปกี เกิดรอยร้าวตลอดความลกึ มากกวา่ 1 จดุ ต่อชัน้ บรเิ วณ ..............
คาน-เสา 2 สว่ นปกี เกิดการโก่งเดาะ มากกว่า 1 จดุ ตอ่ ช้นั บริเวณ ..............
3 การวบิ ัตบิ ริเวณรอยต่อเช่ือมเสา
กรณี 3 มมี ากกว่า 1 จุดตอ่ ชนั้ บรเิ วณ ..............
บริเวณ ..............
4 หนา้ ตัดเกิดการโก่งเดาะดา้ นข้าง
กรณี 4 มมี ากกว่า 1 จดุ ตอ่ ชัน้ บริเวณ ..............
1 แผ่นเหล็กปะกับมรี อยฉกี ขาดในแนวของสลักยดึ บริเวณ ..............
กรณี 1 มมี ากกวา่ 1 จดุ ต่อชัน้
2 แผ่นเหลก็ ปะกับเกิดการโก่งเดาะ มากกว่า 1 จดุ ตอ่ ชน้ั บริเวณ ..............
3 จดุ ต่อเกิดการหลวมตวั เนอ่ื งจากสลกั เสียหายหรอื หายไป บริเวณ ..............
กรณี 3 มมี ากกวา่ 1 จดุ ตอ่ ชน้ั บรเิ วณ ..............
4 รอยฉีกขาดตลอดความยาวของรอยเชอื่ มทีต่ ดิ กับเสา
บรเิ วณ ..............
กรณี 4 มมี ากกวา่ 1 จุดตอ่ ชนั้ บรเิ วณ ..............
1 รอยฉีกขาดตลอดความลึกของหน้าตดั มากกวา่ 1 จุด/ชั้น
2 รอยฉีกขาดตลอดความลกึ ของส่วนเอว บริเวณ ..............
กรณี 2 มมี ากกว่า 1 จดุ ตอ่ ชัน้ บรเิ วณ ..............
บรเิ วณ ..............
บริเวณ ..............
บริเวณ ..............
หมายเหตุ สีเขียว สีเหลอื ง สแี ดง แผน่ ที่ 3/5
ประจําปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.2ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรกุ สาาํ รรณวจแ คผวน าดมินเสไหยี วหายขนั้ ตนของโครงสรางอาคาร
แบบสารวจความเสยี หายขั้นต้นของโครงสร้างอาคาร หลงั จากเหตกุ ารณ์แผน่ ดินไหว
5. ความเสยี หายของโครงสร้างอาคาร (ต่อ)
โครงสรา้ งอื่นๆ โครงสร้างหลกั เช่น จันทัน อกไก่ เสาด้ัง
เสียหาย
โครงหลงั คา ไม่มีความเสียหาย โครงสรา้ งรองเช่น แป เสียหาย
6. ความเสยี หายของส่วนประกอบอาคาร
รายการ ระดับความเสยี หาย
ผนงั ก่อ ไม่มีความเสียหาย/เสียหายเล็กนอ้ ย เสียหายมาก อาจล้มพังลงมา
บริเวณ .................................... บริเวณ ................................
ฝา้ เพดาน ไม่มีความเสยี หาย/เสยี หายเล็กนอ้ ย เสียหายมาก อาจร่วงหล่นได้
บรเิ วณ .................................... บรเิ วณ ................................
วสั ดมุ งุ ไม่มีความเสียหาย/เสยี หายเล็กนอ้ ย เสยี หายมาก อาจรว่ งหล่นได้
หลังคา บริเวณ .................................... บริเวณ ................................
7. ความเสยี หายของระบบไฟฟา้ และระบบอ่ืนๆ
ขอ้ สังเกต ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. สรปุ ผลการประเมนิ ความเสียหายท่ีมีผลต่อการใช้งานอาคาร
โครงสร้างอาคารมคี วามเสียหายเล็กนอ้ ยหรอื ไม่มคี วามเสยี หาย สามารถใชง้ านได้ปกติ
โครงสรา้ งอาคารมคี วามเสยี หายปานกลาง สามารถใช้งาน ข้อแนะนาเพ่มิ เตมิ
ได้แต่ตอ้ งระมดั ระวงั ภัยจากเศษวัสดรุ ่วงหล่นจากชิน้ สว่ น
โครงสรา้ งและส่วนประกอบต่างๆ ของอาคาร จดั ให้มกี ารตรวจสอบอย่างละเอียด
โครงสรา้ งอาคารมคี วามเสยี หายอย่างหนกั และอาจเกดิ
การพงั ถลม่ ได้ หรืออาคารมสี ภาพทเ่ี ปน็ อนั ตรายถงึ ชวี ติ ได้ จดั ใหม้ ีการกน้ั โดยรอบอาคาร หรอื พนื้ ที่บางส่วนของอาคาร
จึงไม่สามารถให้ใชง้ านอาคารตอ่ ไปได้ คาแนะนาอนื่ ๆ ………………………………..................................……………………
……………………………………………….................…………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………
……………………………………………..…………………………………………………………
9. ข้อมูลผู้สารวจ
ช่ือผู้สารวจ #1: ..………………………………………………………………………………… หนว่ ยงาน: ……………..………………………………………………………….………………
โทรศพั ท์: ………………………………………………………………….………………….…….. ตาแหนง่ : ………………………………..……………………..…………………………………..
ช่อื ผู้สารวจ #2: ……………………………………………………………………………..…… หน่วยงาน: ……………..………………………………………………………….………………
โทรศัพท์: ………………………………………………………………….………………….…….. ตาแหนง่ : ………………………………..……………………..…………………………………..
ชอื่ ผู้สารวจ #3: ……………………………………………..…………………………………… หนว่ ยงาน: ……………..………………………………………………………….………………
โทรศัพท์: ………………………………………………………………….………………….…….. ตาแหน่ง: ………………………………..……………………..…………………………………..
วันที่: ……………………………………………. เวลาเร่มิ ต้นสารวจ: …………………………………………..…… เวลาสารวจแลว้ เสรจ็ : …………………………………….…..……
หวั หน้าผสู้ ารวจ: ………………………………..………..……………………………… หนว่ ยงาน: ……………..……………………………...………………
โทรศัพท์: ………………………………………………………………...……….………… ตาแหนง่ : ……………………….………..………………..…………..
ลายมอื ชอื่ ……………………………………….……………………………………………………………………………………………………………………………………
หมายเหตุ สีเขียว สีเหลือง สแี ดง แผน่ ท่ี 4/5
DPT KM Action Plan 2018
องคค วามรตู ามประเดน็ ยุทธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผาังคเมาอื รง
แบบสารวจความเสยี หายขนั้ ตน้ ของโครงสรา้ งอาคารหลังจากเหตุการณแ์ ผ่นดนิ ไหว
10. พื้นท่สี าหรบั วาดภาพประกอบที่จาเป็น
แผนที่ 5/5
ประจําปงบแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.2ค5ว6า1มรู
องคค วามรูตามประเดน็ ยุทธศาสตร กรมโยธาธดิกาานรกแาลระอผาังคเมาือรง
ตวั อยา งการวเิ คราะหค วามเสยี หายขน้ั ตน ของอาคาร
หลงั จากเหตกุ ารณแ ผน ดนิ ไหว
ประจําปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
องคค วามรตู ามประเดน็ ยุทธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผางั คเมาอื รง
ตัวอย่างการวิเคราะห์ความเสยี หายข้นั ตน้ ของภายนอกอาคาร
รูปภาพความเสียหายภายนอกอาคาร ลกั ษณะความ ระดบั ความ
เสยี หาย เสยี หาย
โครงสรา้ งอาคารมกี าร สีแดง
พังถล่มทั้งหมด/
บางส่วน
อาคารเกดิ การเอียง สแี ดง
อยา่ งเห็นไดช้ ัด
อาคารขา้ งเคยี งเอยี ง สแี ดง
และอาจพงั ถล่มได้
(ทมี่ า : http://updatetoday.in.th)
อาคารเกดิ การเอยี ง สีแดง
อยา่ งเห็นไดช้ ัด
อาคารเกดิ การเคลอื่ น สีแดง
ตวั ระหวา่ งชน้ั ทตี่ ดิ กัน
อยา่ งชัดเจน
ทมี า : http://simplengi.com/articles ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจดั พก.าศร.2ค5ว6า1มรู
DPT KM Action Plan 2018
หแลนังวจทาากงเกหาตรกุ สาํารรณวจแคผวนาดมินเสไหียวหายข้ันตน ของโครงสรา งอาคาร
ตวั อยา่ งการวเิ คราะหค์ วามเสยี หายขน้ั ตน้ ของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหลก็
รูปภาพความเสียหายโครงสรา้ งคอนกรีตเสรมิ เหลก็ บริเวณทีต่ รวจพบ ลกั ษณะความ ระดับความ
เสียหาย เสียหาย
เสา ปูนฉาบหลุดลอ่ น/ สีเขยี ว
มีรอยแตกรา้ ว
(บรเิ วณช่วงเสา) ขนาดเลก็
เสา ปนู ฉาบหลุดล่อน/ สีเขยี ว
(บรเิ วณช่วงเสา) ไม่มรี อยแตกร้าว
เสา มรี อยแตกรา้ ว สีเหลือง
(บรเิ วณช่วงเสา) เหน็ ได้ชดั เจน
เสา มีรอยแตกรา้ ว สเี หลือง
(บรเิ วณช่วงเสา) เหน็ ได้ชัดเจน
DPT KM Action Plan 2018
DPT KM Action Plan 2018
องคความรตู ามประเด็นยทุ ธศาสตร กรมโยธาธดิกา านรกแาลระอผางั คเมาือรง
ตัวอยา่ งการวิเคราะหค์ วามเสียหายขน้ั ตน้ ของโครงสร้างคอนกรีตเสรมิ เหล็ก
รูปภาพความเสียหายโครงสร้างคอนกรีตเสรมิ เหล็ก บรเิ วณท่ีตรวจพบ ลกั ษณะความ ระดบั ความ
เสียหาย เสียหาย
เสา มรี อยฉกี ขาดอย่าง สแี ดง
(บริเวณชว่ งเสา) รุนแรง
เสา มรี อยฉกี ขาดอยา่ ง สแี ดง
(บรเิ วณชว่ งเสา) รนุ แรง
เสา ปูนฉาบหลดุ ลอ่ น/มี สีเหลือง
(จุดต่อเสาคาน) รอยแตกรา้ วเห็นได้ สเี หลือง
ชดั เจน
เสา มรี อยแตกร้าวเห็น สเี หลือง
(จดุ ตอ่ เสาคาน) ได้ชดั เจน
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.2ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรกุ สาํารรณวจแ คผวนาดมนิ เสไหยี วหายขนั้ ตน ของโครงสรางอาคาร
ตัวอย่างการวเิ คราะห์ความเสียหายขน้ั ต้นของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหลก็
รปู ภาพความเสยี หายโครงสรา้ งคอนกรีตเสรมิ เหล็ก บริเวณทตี่ รวจพบ ลกั ษณะความ ระดบั ความ
เสยี หาย เสียหาย
คาน มีรอยแตกร้าว สเี หลือง
(รอยต่อระหวา่ งคาน เหน็ ได้ชัดเจน
และเสา)
คาน มรี อยแตกรา้ ว สเี หลอื ง
(รอยต่อระหวา่ งคาน เห็นไดช้ ัดเจน
และเสา)
คาน มรี อยแตกร้าว สีเหลอื ง
(รอยตอ่ ระหวา่ งคาน เหน็ ไดช้ ัดเจน
และเสา)
คาน มรี อยฉกี ขาด สีแดง
(รอยต่อระหวา่ งคาน อยา่ งรนุ แรง
และเสา)
DPT KM Action Plan 2018
DPT KM Action Plan 2018
องคค วามรูตามประเดน็ ยุทธศาสตร กรมโยธาธดิกาานรกแาลระอผางั คเมาอื รง
ตัวอย่างการวเิ คราะหค์ วามเสยี หายข้ันตน้ ของสว่ นประกอบของอาคาร
รูปภาพความเสยี หายสว่ นประกอบของ บริเวณทีต่ รวจพบ ลักษณะความเสยี หาย ระดบั ความ
อาคาร เสียหาย
ผนงั ก่อ เสยี หายเลก็ น้อย สีเขยี ว
ผนังก่อ เสียหายเลก็ น้อย สีเขยี ว
ผนังกอ่ เสยี หายมาก สเี หลอื ง
อาจลม้ พังลงมา
ผนงั ก่อ เสยี หายมาก สเี หลอื ง
อาจล้มพงั ลงมา
DPT KM Action Plan 2018 ประจาํ ปง บแปผรนะกมาารณจัดพก.าศร.2ค5ว6า1มรู
หแลนังวจทาากงเกหาตรุกสาํารรณวจแ คผวน าดมนิ เสไหยี วหายขน้ั ตนของโครงสรา งอาคาร
ตวั อยา่ งการวเิ คราะหค์ วามเสยี หายขัน้ ตน้ ของส่วนประกอบของอาคาร
รปู ภาพความเสียหายส่วนประกอบของอาคาร บริเวณที่ตรวจพบ ลกั ษณะความ ระดบั ความ
เสยี หาย เสยี หาย
ฝ้า เพดาน เสยี หายมาก สีเหลอื ง
อาจล้มพังลงมา
วสั ดุมงุ หลงั คา เสียหายเลก็ นอ้ ย สเี ขียว
สเี ขยี ว
วัสดมุ ุงหลงั คา เสียหายเลก็ น้อย
วสั ดมุ งุ หลงั คา เสยี หายมาก สีเหลือง
อาจลม้ พงั ลงมา
DPT KM Action Plan 2018
DPT KM Action Plan 2018
ท่ีปรกึ ษา
นายมณฑล สุดประเสริฐ
อธบิ ดกี รมโยธาธิการและผังเมือง
ผูบริหารสูงสดุ ของสว นราชการ (CEO)
นางสมจิต ปยะศลิ ป
รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
ผูนำการบริหารการเปล่ยี นแปลง (CCO)
นายอนวัช สวุ รรณเดช
รองอธิบดกี รมโยธาธกิ ารและผงั เมือง
ผูบริหารสูงสดุ ดานการจดั การความรู (CKO)
บรรณาธิการ
นางอญั ชลี ริ้วธงชัย
ผอู ำนวยการสถาบนั พัฒนาบุคลากรดานการพฒั นาเมอื ง
หวั หนาคณะทำงานการจดั การความรู (CKM Team)
นายสนิ ิทธิ์ บุญสทิ ธิ์
ผูอำนวยการสำนกั ควบคมุ และตรวจสอบอาคาร
คณะทำงานการจัดการความรู (KM Team)
กองบรรณาธิการ
สถาบันพฒั นาบคุ ลากรดา นการพฒั นาเมือง
๑. นายมาโนช ขาวขำ
หวั หนา กลมุ งานวางแผนและประสานงาน คณะทำงานและเลขานกุ าร
๒. คณะทำงานและผชู ว ยเลขานุการ
๒.๑ นางสาวไพรินทร ดุราศวิน นกั ทรัพยากรบคุ คลชำนาญการพเิ ศษ
๒.๒ นางสาวจิตกุศล เปาประดิษฐ นกั ทรพั ยากรบคุ คลชำนาญการ
๒.๓ นางสาวอรอมุ า อาจปกษา พนักงานพฒั นาทรัพยากรบคุ คล
๒.๔ นางสาวอรณี มีสา พนกั งานพฒั นาทรัพยากรบุคคล
สำนักควบคมุ และตรวจสอบอาคาร
๑. นายอนวชั บรู พาชน วิศวกรโยธาเชีย่ วชาญ
๒. นายพรชยั สังขศรี วศิ วกรโยธาชำนาญการพเิ ศษ
๓. นายทยากร จันทรางศุ วิศวกรโยธาชำนาญการพเิ ศษ
๔. นางสาวยพุ ิน พรมหลอ วศิ วกรโยธาปฏบิ ตั กิ าร
๕. นางสาวสธุ าสนิ ี อาทิตยเ ที่ยง วิศวกรโยธาปฏิบัตกิ าร
๖. นางณฏั กานต แสงสุวรรณ วศิ วกรโยธาปฏบิ ัตกิ าร
๗. นายชานนท โตเบญจพร วศิ วกรโยธาปฏบิ ตั ิการ