The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1-ปฏิกิริยาเคมี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 0321, 2021-04-05 03:04:29

1-ปฏิกิริยาเคมี

1-ปฏิกิริยาเคมี

ปฏิกิริยาของกรดกบั เบส

ปฏิกิริยาเคมีของกรดกับเบสไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ เช่น ในกรณีท่ี
กระเพาะอาหารมีกรดในปริมาณมากเกินไป ต้องกินยาลดกรด ซึ่งมีสมบัติเป็นเบส
เพือ่ ชว่ ยทาปฏิกิริยากับกรด ทาใหค้ วามเปน็ กรดลดลง ในกรณขี องดินเปร้ียว ซ่ึงเป็น
ดนิ ทีม่ ีความเป็นกรดมากเกินไป ไมเ่ หมาะกับการเพาะปลูก การเติมปูนขาวที่มีสมบัติ
เป็นเบสจะช่วยลดความเป็นกรดในดิน นอกจากกรดและเบสจะทาปฏิกิริยาเคมีกัน
แลว้ ทั้งกรดและเบสต่างกส็ ามารถทาปฏิกริ ิยากบั สารอน่ื ได้

2. ปฏิกิรยิ าของกรดกบั โลหะ และเบสกบั โลหะ

ปฏิกิริยาของกรดกับโลหะ กรดทาปฏิกิริยากับโลหะได้หลายชนิด โดยทั่วไป
เมื่อกรดทาปฏิกิริยากับโลหะ ได้ผลิตภัณฑ์เป็นเกลือของโลหะและแก๊สไฮโดรเจน
(hydrogen gas หรือ H2)

โดยทวั่ ไปปฏิกิริยาของกรดกับโลหะจะไดผ้ ลติ ภณั ฑซ์ ึ่งเปน็ ไปตามสมการ ดังน้ี
กรด + โลหะ → เกลือของโลหะ + แกส๊ ไฮโดรเจน

ผลจากปฏิกริ ยิ าของกรดกบั โลหะ เช่น การผกุ รอ่ นของหลังคาสงั กะสเี ม่อื ทา
ปฏิกริ ยิ ากับน้าฝนท่ีมสี มบัติเปน็ กรด การกดั กรอ่ นตะกั่วเน่ืองจากกรดซัลฟวิ ริกใน
แบตเตอรี่ เปน็ ต้น

2. ปฏกิ ิรยิ าของกรดกบั โลหะ และเบสกบั โลหะ

ปฏิกิริยาของเบสกับโลหะ เบสทาปฏิกิริยากับสังกะสีและอะลูมิเนียม ได้
ผลิตภณั ฑเ์ ป็นเกลอื ของโลหะและแกส๊ ไฮโดรเจน

เมอื่ เบสทาปฏิกริ ยิ าเคมีกบั โลหะจะได้ผลิตภณั ฑ์ซึ่งเป็นไปตามสมการ ดังนี้
เบส + โลหะ → เกลอื ของโลหะ + แกส๊ ไฮโดรเจน

เราจะพบปฏกิ ิริยาของเบสกับโลหะในชวี ิตประจาวันไมห่ ลากหลายนกั เน่ืองจากมี
โลหะเพยี งไมก่ ีช่ นิดท่ีทาปฏกิ ิรยิ ากบั เบสได้

3. ปฏกิ ริ ยิ าการเกดิ สนมิ เหลก็

เมอื่ เหลก็ นา้ และแกส๊ ออกซิเจนทาปฏิกิริยากนั จะไดผ้ ลติ ภณั ฑ์เปน็ สนิม
เหล็ก ซึง่ เป็นของแขง็ สนี า้ ตาลแดง ปฏิกริ ยิ าเคมนี ้ีเรียกวา่ การเกดิ สนมิ เหลก็
(rusting) ผลของการเปลีย่ นแปลงนท้ี าใหเ้ หล็กผกุ ร่อน

ปฏิกริ ยิ าการเกดิ สนิมเหล็กเขียนแทนไดด้ ว้ ยสมการข้อความ ดังนี้
เหลก็ + แกส๊ ออกซเิ จน + นา้ → สนิมเหลก็

ปฏกิ ริ ยิ าเคมมี ผี ลตอ่ สง่ิ มชี วี ติ และสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั

- การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง เปน็ ปฏกิ ิรยิ าระหวา่ งแก๊สคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละน้า โดยอาศยั
พลังงานจากแสงและคลอโรฟิลล์ของพชื ได้ผลติ ภณั ฑ์เป็นนา้ ตาลซึ่งจาเปน็ ตอ่ การเจริญ

เตบิ โตของพืช และแก๊สออกซเิ จนซ่งึ จาเป็นตอ่ การหายใจของสง่ิ มชี วี ติ

ภาพ : Shutterstock

สมการเคมขี องกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง

6CO2 + 6H2O +นา้lighคพลลt-อัง-งโรา--นฟ--แลิ -สล>ง์->น้าCต6าHล12+Oแ6ก+ส๊ อ6อOกซ2เิ จน
คารบ์ อนไดออกไซด์ +

- การสนั ดาปหรือการเผาไหมเ้ ชอื้ เพลงิ
ทกุ ครง้ั ท่ีเราจดุ ไมข้ ดี ไฟหรอื ก่อกองไฟจะมีปฏกิ ริ ิยาเคมีอย่างหนึ่งเกิดข้ึน น่ันคือ

ปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหม้เช้ือเพลิง ซึ่งนอกจากจะมีเช้ือเพลิงท่ีติดไฟ เช่น
มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แล้วยังต้องมีก๊าซออกซิเจนเพื่อช่วยทาให้ไฟติดและความร้อน
ด้วยจึงจะทาให้ได้พลังงาน ตลอดจนน้าและแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ออกมา

ภาพ : Pixabay

สมการเคมกี ารสนั ดาป
C3H8 + 5O2 + heat ----> 4H2O + 3CO2 + energy
โพรเพน (เชือ้ เพลงิ ) + ออกซิเจน + ความรอ้ น ----> นา้ + คารบ์ อนไดออกไซด์ + พลงั งาน

- ปฏกิ ิริยาการเกดิ สนิมเหล็ก
หลายครั้งท่ีเราเห็นมีดในครวั กญุ แจ หรือราวสะพานลอยมีสีแดงเพราะถูกสนิม

เหล็กจบั มันคอื ตัวอย่างของการเกิดปฏิกริ ยิ าออกซเิ ดชัน หรือการสูญเสียอิเล็กตรอนจาก
วงโคจรภายในอะตอมของมันให้กับโมเลกุลอื่น ซ่ึงนอกจากปฏิกิริยาออกซิเดชันที่เกิด
ขนึ้ กับเหลก็ แลว้ ยังมีปฏกิ ิรยิ าที่เกดิ ขึน้ กับทองแดง ทาให้เกิดเป็นสนิมสีเขียวและปฏิกิริยาท่ี
เกิดข้ึนกับโลหะเงนิ ทาใหเ้ กิดเป็นรอยดา่ งดวงขนึ้ มาด้วย

ภาพ : Pixabay

สมการเคมขี องการเกิดสนมิ เหลก็
4Fe + 3O2 + 3H2O ----> 2Fe2O3.3H2O
เหล็ก + ออกซเิ จน + นา้ ----> เหล็กออกไซด์ (สนิมเหล็ก)

- ปฏิกริ ิยาการสะเทิน
ปฏิกิริยาการสะเทินเกิดจากการที่กรด เช่น น้าส้มสายชู น้ามะนาว กรด

ซัลฟิวริก และเบส เช่น เบกก้ิงโซดา สบู่ อะซีโตน เข้าทาปฏิกิริยากันได้พอดี เกิดเป็น
ผลิตภัณฑ์เกลือและน้า ท้ังนี้เกลือท่ีได้ไม่จาเป็นต้องเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์เสมอไป
ข้นึ กับสารต้งั ตน้ ซึง่ อาจทาให้ได้เป็นเกลอื โพแทสเซยี มคลอไรด์ ซ่ึงมรี สชาติเคม็ เหมือนกัน
แต่อันตรายสาหรับผ้ปู ่วยโรคไตมากกวา่ เกลอื โซเดียมคลอไรด์

สมการเคมขี องปฏกิ ริ ยิ าการสะเทนิ
HCl + KOH ----> KCl + H2O
ไฮโดรเจนคลอไรด์ (กรด) + โพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ (เบส) ---->
โพแทสเซียมคลอไรด์ (เกลือ) + น้า

- การเกดิ ฝนกรด
การเกิดฝนกรดเป็นปฏิกิริยาระหว่างออกไซด์ของไนโตรเจนหรือออกไซด์ของ

ซัลเฟอร์กับน้า ได้ผลิตภัณฑ์ท่ีมีสมบัติเป็นกรด ซึ่งเป็นอันตรายต่อส่ิงมีชีวิตและทาให้
โลหะผกุ ร่อน สร้างความเสียหายตอ่ สิง่ ก่อสร้างต่าง ๆ

ภาพ : Pixabay

สมการเคมกี ารเกดิ ฝนกรดจากแกส๊ ซลั เฟอรไ์ ดออกไซด์
2SO2 + O2 ----> 2SO3

แก๊สซลั เฟอร์ไดออกไซด์ + ออกซเิ จน --->แกส๊ ซัลเฟอรไ์ ตรออกไซด์
SO3 + H2O ----> H2SO4

แก๊สซลั เฟอรไ์ ตรออกไซด์ + นา้ ----> กรดซลั ฟิวริก

สมการเคมกี ารเกดิ ฝนกรดจากออกไซดข์ องไนโตรเจน
2NO + O2 ----> 2NO2

ไนตริกออกไซด์ + ออกซิเจน ----> ไนโตรเจนไดออกไซด์
3NO2 + H2O ----> 2HNO3 + NO

ไนโตรเจนไดออกไซด์ + น้า ----> กรดไนตรกิ +ไนโตรเจนออกไซด์

- การเกดิ หมอกพษิ
หมอกพิษ เป็นกลุ่มหมอกควันที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ จึงนับเป็นมลพิษทางอากาศ

อย่างหน่ึง ส่วนใหญ่พบในเขตเมืองเนื่องมาจากการปล่อยควันจากโรงงานและเคร่ืองยนต์
การเกิดหมอกพิษมีลักษณะคล้ายกับการเกิดฝนกรด โดยหากมีไนตริกออกไซด์เป็นสารต้ังต้น
จะไดผ้ ลติ ภณั ฑ์จากปฏิกิริยาเคมีเป็นไนไตรเจนไดออกไซด์และโอโซน ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการ
เจบ็ คอ แสบตา แสบจมูก ทางเดนิ หายใจอกั เสบและหอบหืดด้วย

ภาพ : Pixabay

สมการเคมกี ารเกดิ หมอกพษิ จากไนโตรเจนไดออกไซด์
2NO + O2 ----> 2NO2

ไนตริกออกไซด์ + ออกซเิ จน ----> ไนโตรเจนไดออกไซด์

NO2 + UV radiation ----> O + NO
ไนโตรเจนไดออกไซด์ + รังสียวู จี ากดวงอาทติ ย์ ----> โมเลกลุ ออกซิเจน + ไนตริกออกไซด์

O + O2 ----> O3
โมเลกลุ ออกซิเจน + ออกซเิ จน ----> โอโซน

- การสลายตัวของหินปูน
แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate, CaCO3) เป็นสารประกอบท่ีไม่

ละลายน้า พบได้ท่ัวไปตามธรรมชาติ ซึ่งรูปแบบท่ีพบมากคือ หินปูน การสลายตัวของหินปูน
เกิดได้จากการสัมผัสกับความร้อน จะได้คาร์บอนไดออกไซด์และปูนขาวท่ีนามาใช้ใน
อุตสาหกรรม นอกจากน้ีหากหินปูนสัมผัสกับกรด เช่น ฝนกรด ก็จะเกิดการสลายตัวได้เป็น
แคลเซียมซัลเฟต ซึ่งนามาใช้ในอุตสาหกรรมเป็นส่วนประกอบของซีเมนต์ หรือในทาง
เกษตรกรรมเปน็ สารเคมสี าหรบั ปรับปรุงดนิ ได้

ภาพ : Pixabay

สมการเคมกี ารสลายตวั ของหินปนู จากการสมั ผสั กบั ความรอ้ น
CaCO3 + heat ----> CaO + CO2

แคลเซียมคาร์บอเนต + ความรอ้ น ----> แคลเซียมออกไซด์ (ปนู ขาว) + คาร์บอนไดออกไซด์

สมการเคมกี ารสลายตวั ของหนิ ปนู จากการสมั ผสั กบั กรด
CaCO3 + H2SO4 ----> CaSO4 + CO2 + H2O
แคลเซียมคารบ์ อเนต + กรดซัลฟวิ ริก ----> แคลเซยี มซัลเฟต + คาร์บอนไดออกไซด์ + น้า

- ปฏกิ ิรยิ าในแบตเตอร่ี
แบตเตอร่ี เป็นอุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าท่ีเราใช้กันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจาวัน

ตัวอย่างแบตเตอร่ีรถยนต์ที่ใช้แผ่นโลหะตะกั่ว (Pb) และตะก่ัวออกไซด์ (PbO2) เป็นข้ัวลบ
และขว้ั บวก โดยมีกรดซัลฟิวริกเป็นสารละลายอิเลก็ โทรไลต์ เม่ือถูกใช้ไปแล้วแผ่นโลหะท้ังสองใน
แบตเตอรจี่ ะกลายเปน็ ตะกวั่ ซัลเฟต สว่ นกรดซลั ฟวิ ริกกจ็ ะเจอื จางลงจนกลายเป็นนา้

ภาพ : Pixabay

สมการเคมปี ฏกิ ิรยิ าในแบตเตอรี่
Pb + PbO2 + 2H2SO4 ----> 2PbSO4 + 2H2O
ตะก่ัว + ตะก่ัวออกไซด์ + กรดซัลฟิวริก ----> ตะกวั่ ซัลเฟต + นา้

- ปฏิกริ ิยาการย่อยในร่างกาย
มปี ฏิกริ ยิ ามากมายเกดิ ข้นึ ในระบบย่อยอาหาร เพียงแค่นาอาหารเข้าปาก เอนไซม์อะ

ไมเลสจากต่อมน้าลายก็จะเริ่มย่อยคาร์โบไฮเดรตให้มีขนาดเล็กลง และเม่ืออาหารถูกกลืนลงสู่
กระเพาะอาหาร ก็จะมีกรดไฮโดรคลอริกที่จะทาปฏิกิริยากับอาหารเพื่อให้มันแตกออกเป็น
โมเลกุลเล็ก ๆ ขณะท่ีเอนไซม์จะย่อยโปรตีนและไขมัน สาหรับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยผนัง
ของลาไสเ้ ลก็ ต่อไป

ภาพ : Pixabay

สมการเคมปี ฏิกริ ยิ าการยอ่ ยในรา่ งกาย
C12H22O11 + H2O + Sucrase enzyme ----> C6H12O6 + C6H12O6
น้าตาลโมเลกลุ คู่ (ซโู ครส) + นา้ + เอนไซม์ซูเครส ----> น้าตาลโมเลกุลเดีย่ ว (กลูโคส)

+ น้าตาลโมเลกลุ เดี่ยว (ฟรกุ โทส)

- ปฏิกริ ิยาในน้าอัดลม
ในน้าอัดลมประกอบด้วยน้า กรดคาร์บอนิก คาร์บอนไดออกไซด์ น้าตาลหรือสารให้รสหวาน

นอกจากน้ีกรดยังช่วยเพ่ิมรสชาติท่ีจัดจ้านและกระตุ้นให้น้าลายไหลอีกด้วย ในกระบวนการทาน้าอัดลมจะมี
การอัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปเพ่ือให้มันละลายในน้าโดยการเพ่ิมความดัน เนื่องจากในสภาพปกติแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์จะไมท่ าปฏิกิริยากบั นา้ ซงึ่ เมอื่ คาร์บอนไดออกไซดร์ วมกับน้าแล้วก็จะกลายเป็นกรดคาร์บอ
นิก แต่เมื่อบรรจุภัณฑ์ถูกเปิดออกเม่ือไรความดันภายในจะลดลง และกรดคาร์บอนิกท่ีไม่เสถียรก็จะแตกตัว
ออกเปน็ คาร์บอนไดออกไซด์กับน้า

ภาพ : Pixabay

สมการเคมปี ฏิกริ ยิ าในนา้ อดั ลม
CO2 + H2O ----> H2CO3
คาร์บอนไดออกไซด์ + น้า ----> กรดคารบ์ อนิก


Click to View FlipBook Version