The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเสริมประสบการณ์ พันธุศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 0321, 2021-04-18 05:01:16

หนังสือเสริมประสบการณ์ พันธุศาสตร์

หนังสือเสริมประสบการณ์ พันธุศาสตร์

47

3. ใหน้ กั เรยี นนำคำทก่ี ำหนดใหเ้ ตมิ ลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง

4. ใหน้ กั เรยี นเปรยี บเทยี บการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ และการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ ตามประเดน็ ตอ่ ไปนี้

48

กกิจิจกกรรรรมทม่ี ท1 ี่ 2

คำชแ้ี จง : จากการทดลองของเมนเดลใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้

1. เม่อื ผสมพนั ธถุ์ วั่ ลันเตาแตล่ ะลกั ษณะ
ลักษณะใดทีไ่ ม่ปรากฏในรุน่ ที่ 1 แต่
ปรากฏในร่นุ ท่ี 2
……เม…ล…ด็ ข…ร…ขุ ร…ะ …เม…ล…็ดส…เี ข…ยี …ว…ฝ…ักแ…ฟ…บ…ฝ…กั …สีเ…หล…อื …ง
……ดอ…ก…เก…ิดท…ีย่ …อ…ด …ดอ…ก…สีข…า…ว …แล…ะ…ต้น…เ…ตีย้……………
2. เหตุใดเมนเดลจงึ ทดลองผสมพันธุถ์ ัว่
ลันเตาเปน็ จำนวนมาก
…เพ…่ือใ…ห้ไ…ดข้ …้อม…ลู …ปร…ิม…าณ…ม…าก…พ…อท…่ีจ…ะช…ว่ ย…ล…ดค…ว…าม………
…คล…าด…เค…ลอ่ื…น…ใน…ก…าร…วิเค…ร…าะ…ห์ผ…ล…ท…ำใ…หแ้…ม…น่ …ยำ…น…า่ …เช…อ่ื ถอื
3. ลักษณะเดน่ ของตน้ ถ่วั ลันเตาที่เมน
เดลศกึ ษา 7 ลักษณะ มีอะไรบา้ ง
…เม…ล…ด็ ก…ล…ม…เม…ล…็ด…สเี …หล…ือ…ง …ฝกั…อ…วบ……ฝัก…ส…เี ข…ียว………
…ด…อก…เก…ดิ ท…ี่ล…ำต…้น……ดอ…ก…สีม…่ว…ง …แล…ะ…ต้น…ส…ูง……………

4. เมนเดลทดลองผสมพนั ธ์ตุ ้นถ่วั ลนั เตาพนั ธ์ุแท้ โดยศกึ ษาเฉพาะลักษณะท่แี ตกตา่ งกันอย่างชัดเจนเพยี ง
1 ลักษณะ โดยไมพ่ ิจารณาลกั ษณะอน่ื เรียกการผสมลกั ษณะนว้ี ่าอะไร
…M…o…n…o…hy…b…ri…d…c…ro…s…s…………………………………………………………………………………………………………………………
5. ผลการทดลองพบวา่ รุ่นท่ี 1 มีลกั ษณะของร่นุ พอ่ แมป่ รากฏเพยี งลักษณะเดยี ว และรนุ่ ท่ี 2 มีลักษณะ
ของรุ่นพ่อแมป่ รากฏทงั้ สองลักษณะในอัตราสว่ นทีไ่ ม่เท่ากัน เมนเดลเรยี กลักษณะท่ีปรากฏในรุ่นท่ี 1 ว่าอะไร
และลักษณะท่ีไม่ปรากฏในรนุ่ ที่ 1 แตป่ รากฏในรนุ่ ท่ี 2 ว่าอะไร ตามลำดับ และเป็นอตั ราส่วนเทา่ ไร
…ล…ัก…ษ…ณ…ะท…ีป่ …รา…กฏ…ใน…ร…นุ่ …ท…่ี 1…เ…รยี …ก…วา่ …ล…ัก…ษณ…ะ…เด…น่ ……ลัก…ษ…ณ…ะท…่ีไม…ป่ …รา…ก…ฏใ…น…รุน่ …ท…่ี 1……แต…ป่ …รา…กฏ…ใ…นร…ุ่น…ท…ี่ 2……เร…ยี ก…ว…่า …ลกั …ษ…ณ…ะ……
…ด…้อ…ย…ซ…่งึ ล…ัก…ษณ……ะเด…่น…แ…ละ…ล…กั ษ…ณ…ะ…ด้อ…ย…มีอ…ตั …รา…สว่…น…3…:…1 ……………………………………………………………………………………

คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนใส่เครอื่ งหมาย ✓ หน้าข้อความที่ถูก และใสเ่ คร่ืองหมาย  หน้าขอ้ ความทผี่ ดิ
....✓......1. ยนี เด่น (dominant gene) เป็นยนี ที่แสดงลกั ษณะเดน่ แทนดว้ ยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่
...✓.......2. ยีนด้อย (recessive gene) เป็นยีนที่แสดงลกั ษณะด้อย แทนดว้ ยตัวอกั ษรพิมพ์เล็ก
..........3. จีโนไทป์ (Genotype) คือคู่ของยีนที่ควบคุมลักษณะทีแ่ สดงออก มี 2 ประเภท คือ พันธุ์แท้
และพนั ทาง เช่น ผมหยกิ ผิวดำ มลี ักย้ิม เป็นตน้
..........4. ฟโี นไทป์ (Phenotype) คือ ลกั ษณะทแ่ี สดงออก เช่น Tt , Bb
....✓......5. BB หรือ bb เรยี กวา่ Homozygous และ Bb เรยี กวา่ Heterozygous

49

คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนเติมตวั อกั ษรและคำลงในแผนภาพให้ถูกต้อง เมอ่ื นำต้นถัว่ ลันเตาทม่ี ตี น้ สงู และต้นเตีย้ มา
ผสมพันธกุ์ นั โดยกำหนดให้ T แทนแอลลลี ควบคุมตน้ สูง และ t แทนแอลลลี ท่ีควบคมุ ตน้ เต้ยี

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเขียนแผนภาพเพ่ือคำนวณหาอัตราสว่ นของจโี นไทปแ์ ละฟีโนไทปใ์ นรุ่นลูก เม่ือกำหนดให้
ถ่วั ลัน เตาท่มี ีแอลลีลควบคมุ เมลด็ กลม (R) เป็นแอลลีลเด่น และแอลลลี ควบคุมเมล็ดขรขุ ระ (r) เปน็ แอลลีล
ดอ้ ย ถ้านำถัว่ ลันเตาเมล็ดกลมทม่ี จี ีโนไทป์ RR ผสมพนั ธ์ุกบั ถ่วั ลันเตาเมลด็ กลมท่ีมจี ีโนไทป์ Rr

50

กกิจิจกกรรรรมทมี่ ท1 ่ี 3

คำชแี้ จง : ให้นกั เรียนทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในขอ้ ท่ถี กู และทำเคร่ืองหมาย  ลงในขอ้ ทีผ่ ิดเก่ียวกับการ
ถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมโดยยนี ทางออโตโซม (Autosomal inheritance)

ถกู /ผดิ ข้อความ
✓ 1. การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมโดยยีนบนออโตโซม แบ่งเปน็ 2 ชนดิ คอื ทค่ี วบคมุ
โดยยนี เด่นบนออโตโซม และยนี ด้อยบนออโตโซม
✓ 2. โรคทา้ วแสนปม (Neurofibromatosis) เปน็ ผิวหนังท่ถี ่ายทอดโดยโครโมโซมคู่ที่ 17
 หรือคู่ที่ 22

3. กล่มุ อาการดาวน์ (Down' s syndrome) เกดิ จากโครโมโซมคทู่ ่ี 21 ขาดหายไป
✓ 4. โรคเลือดจางจากเมด็ เลือดรปู เคียว (Sickle cell anemia) ทำให้เซลลเ์ ม็ดเลือดแดงไม่
 สามารถลำเลียงแก๊สออกซเิ จนได้ดเี หมือนเซลล์เม็ดเลอื ดแดงปกติ เป็นผลทำใหข้ าดออกซิเจนใน
✓ เลอื ด อ่อนเพลีย
✓ 5. ลักษณะนิว้ เกิน (Polydactyly) คือ มนุษย์ทีม่ ีนวิ้ มอื นิว้ เท้ามากกวา่ คนปกติ

✓ 6. โรคธาลัสซีเมีย (Thalasemia) เป็นลักษณะท่ีถูกควบคมุ โดยยนี เดน่ บนโครโมโซม
7. ผูป้ ่วยโรคธาลัสซเี มยี จะมีลักษณะเลือดจาง เนื่องจากเกดิ ความผดิ ปกตขิ องการสรา้ ง
ฮีโมโกลบนิ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดงผิดปกติ
8. โรคเตยี้ แคระ (Achondroplasia) เกิดจากความผิดปกตขิ องยนี ดอ้ ยบนออโตโซม
9. โรคผวิ เผือก (Albinos) เกิดจากความผิดปกตขิ องยีนด้อยบนออโตโซม
10. กลุม่ อาการเอด็ เวิรด์ (Edward's syndrome) เกิดจากโครโมโซมคู่ท่ี 18 เกนิ มา 1
โครโมโซม

คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเติมแผนภาพการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมให้สมบูรณแ์ ละตอบคำถามจาก
สถานการณต์ อ่ ไปน้ี สามีภรรยาคหู่ นึ่งเป็นพาหะของโรคธาลสั ซเี มียเหมือนกนั โอกาสท่ีลูกคนแรกจะเปน็
โรคธาลสั ซเี มียเปน็ เท่าใด

แทนยนี ควบคุมลักษณะปกติ
แทนยนี ควบคมุ โรคตาบอดสี

ตอบ : โอกาสที่ลูกคนแรกจะ
เป็นโรคธาลสั ซเี มยี เทา่ กับรอ้ ยละ…7…5..

51

คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ แผนภาพการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมให้สมบรู ณ์และตอบคำถามจาก
สถานการณ์ตอ่ ไปน้ี

โรคฮีโมฟีเลียควบคุมดว้ ยยีนดอ้ ยบนโครโมโซม X หญงิ คนหนึ่งเป็นพาหะโรคฮโี มฟเี ลยี แต่งงานกับชายปกติ
ลกู ของพวกเขาจะมีลักษณะอยา่ งไร กำหนดให้ H แทนยีนควบคมุ ลักษณะปกติ h แทนยีนควบคมุ โรคฮโี มฟีเลีย

คำชแี้ จง : พิจารณาแผนผงั พงศาวลวี ่าคแู่ ตง่ งานใดมคี วามเส่ียงทล่ี ูกจะเป็นโรคธาลัสซเี มยี มากทสี่ ดุ เพราะเหตใุ ด

52

กกิจจิ กกรรรรมมท่ีท1่ี 4

คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนโยงเสน้ จับคชู่ ่อื ประโยชน์ และผลกระทบของสิง่ มีชวี ติ ดดั แปรพันธุกรรมให้ถกู ต้อง

(สามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ประโยชนท์ ไี่ ดจ้ าก สง่ิ มชี วี ติ ดดั แปรพนั ธกุ รรม ผลกระทบทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ตอ่

สงิ่ มชี วี ติ ดดั แปรพนั ธกุ รรม มนษุ ยแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

53

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนนำคำทีก่ ำหนดเตมิ ลงในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง

54

แบบทดสอบ เรอ่ื ง พนั ธศุ าสตร์

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นเลือกคำตอบทีถ่ ูกทีส่ ดุ เพียงคำตอบเดยี ว แลว้ ทำเครอ่ื งหมาย  ลงในกระดาษคำตอบ

1. พนั ธุกรรม หมายถงึ ขอ้ ใด 6. ลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ิตท่เี ปน็ การแสดงออกของ
ก. สงิ่ ท่ไี ด้รับการถา่ ยทอดจากคนท่รี ู้จกั ยนี
ข. ส่งิ ทไี่ ด้รบั จากการถ่ายทอดมาจากบรรพ
ก. จโี นไทป์ ข. ฟโี นไทป์
บุรษุ หรอื จากรนุ่ ส่รู ่นุ ค. อัลลีน ง. เซลล์สบื พนั ธุ์
ค. ส่งิ ท่ไี ดร้ ับการถา่ ยทอดจากบรรพบรุ ษุ เพยี ง
7. ส่งิ มีชวี ติ ประกอบดว้ ยหนว่ ยพ้ืนฐานคอื อะไร
รนุ่ เดยี ว ก. ยีน ข. โครโมโซม
ง. ความผิดปกติของรา่ งกาย ค. เย่อื หุ้มเซลล์ ง. เซลล์

2. ข้อใดหมายถึงโครโมโซม 8. ลกั ษณะใดเปน็ ความแปรผนั ตอ่ เน่อื ง
ก. ลกั ษณะซึ่งถ่ายทอดจากร่นุ หนงึ่ ไปสูร่ ุ่นหน่งึ (continuous variation)
ข. เป็นประเภททอี่ ยู่ในบางที่
ค. สารพนั ธุกรรมซง่ึ กำหนดลักษณะตา่ งๆ ก. การมีลกั ยิ้ม การมีหนงั ตาขา้ งเดียว
ง. โครโมโซมไม่สมารถเปล่ียนแปลงได้ ข. การเวยี นของขวัญ การมีผิวเผือก
ค. ความสูงของคนปรมิ าณการใหน้ มของวัว
3. โครโมโซม ประกอบด้วยอะไรบ้าง ง. พันธุกรรมหมูเ่ ลือด การห่อลิน้
ก. โปรตนี และDNA ข. นำ้ ตาลและRNA
ค. นำ้ ตาลและDNA ง. โปรตีนและRNA 9. ข้อใดหมายถงึ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ก. ลักษณะของส่งิ มชี ีวิตท่ีควบคุมโดยยนี
4. คนปกตจิ ะมีจำนวนโครโมโซมเทา่ ใด ข. ลกั ษณะซึง่ ถ่ายทอดจากรนุ่ หน่งึ ไปยังรุ่น
ก. 23 คู่ 48 แท่ง
ข. 23 คู่ 46 แทง่ ต่อไป
ค. 24 คู่ 46 แท่ง ค. ลักษณะสบื เนอ่ื งกนั ไปโดยอาศยั เซลล์
ง. 24 คู่ 48 แทง่
สบื พันธเุ์ ปน็ สอื่ กลาง
ง. ถูกทกุ ขอ้

5. แอลลลี (Allele) หมายถงึ ข้อใด 10. ลักษณะใดตอ่ ไปนีไ้ ม่ถ่ายทอดทางพนั ธกุ รรม
ก. ยีนต่างชนิดกันอยู่บนตำแหน่งเดียวกันของฮ
ก. ลกั ยม้ิ และลักษณะติ่งหู ข. รูปรา่ งหนา้ ตา
อมอโลกสั โครโมโซม
ข. ยนี เหมือนกันควบคมุ พันธุกรรมเดยี วกัน ค. สติปญั ญา ง. ความรู้
ค. ยนี ที่เป็นฮอมอไซกัสกันบนตำแหน่งเดียวกัน
11. บดิ าแหง่ พันธุศาสตร์ คือใคร
ของฮอมอไซกัสโครโมโซม ก. เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล
ง. หน่วยพันธกุ รรมที่อย่เู ปน็ คูก่ ันบนฮ ข. โยฮนั ต์ ฟรดี รชิ มเี ชอร์
ค. ชาลส์ คาร์วนิ
อมอโลกสั โครโมโซม ง. ทอมสั มัลทสั

55

12. ลกั ษณะต่อไปน้ี Aa x aa จะมจี โี นไทป์กี่ 16. โรคทางพนั ธุกรรมใดทเี่ กิดจากการมี
แบบฟโี นไทป์กี่แบบ โครโมโซมค่ทู ี่ 21 เกินมา 1 แท่ง

ก. จโี นไทป์ 1 ฟโี นไทป์ 1 ก. กล่มุ อาการดาวน์ ข. ฮีโมฟเี ลีย
ข. จีโนไทป์ 2 ฟโี นไทป์ 2 ค. ธาลสั ซีเมีย ง. กล่มุ อาการเทอรเ์ นอร์
ค. จีโนไทป์ 3 ฟโี นไทป์ 3
ง. จีโนไทป์ 4 ฟีโนไทป์ 4 17. การเปลยี่ นแปลงในข้อใดที่เกิดขึ้นกบั พชื ดัด

13. กำหนดให้ A คมุ ลกั ษณะเดน่ a คุมลักษณะ แปรพนั ธกุ รรม GMO
ด้อย ถา้ ผสม Aa x Aa
1. มจี ำนวนโครโมโซมเพม่ิ ขึน้
ผลลัพธ์ AA : Aa : aa = 1:2:1
ผลลัพธจ์ ากการผสมน้ี ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ ง 2. มียนี ใหม่อยภู่ ายในเซลล์

ก. ถ้ามีลูกจากการผสม 4 ตัว จะได้ลกู แสดง 3. มีการสรา้ งโปรตีนชนิดใหม่
ลักษณะเดน่ 3 ตวั และลักษณะด้อย 1 ตัว
ก. 1 และ 2 ข. 2 และ 3
ข. จะมโี อกาสท่ีลกู แสดงลักษณะเดน่ 3/4
และลักษณะดอ้ ย 1/4 ค. 1 และ 3 ง. 1 2 และ 3

ค. จะไดล้ กู ชนิดจโี นไทป์เหมอื นพ่อแม่ 3/4 18. ข้อใดจัดเปน็ สง่ิ มชี ีวิตดัดแปรพันธกุ รรม
ง. จะไดล้ ูกชนิดท่มี ีฟโี นไทป์เหมอื นพ่อแม่ ½
ก. แตงโมไม่มเี มลด็
14. ในการทดลองเพ่ือศึกษาแบบแผนการถ่ายทอด
ลักษณะทางพนั ธุกรรมของสง่ิ มชี วี ิต เมนเดลใช้ถว่ั ข. กล้วยไม้ทไี่ ด้จากการเพาะเลี้ยงเนือ้ เยื่อ
ลันเตาเป็นพชื ทดลอง เพราะมีสมบัตใิ ดสำคัญทสี่ ุด
ค. แบคทีเรียท่ีสามารถผลติ ฮอรโ์ มนอนิ ซลู ิน
ก. เปน็ ดอกสมบูรณ์เพศ
ข. ปลูกงา่ ยให้ผลผลิตสงู ง. กล้วยไม้พันธใ์ุ หม่ที่ไดจ้ ากการฉายรงั สี
ค. มีการผสมขา้ มพนั ธต์ุ ามธรรมชาติ
ง. มีพนั ธ์เุ ดียวสามารถหาพันธแุ์ ท้ได้ง่าย แกมมา

15. สมมติวา่ ลักษณะต้นสูงและตน้ เต้ยี ของพืช 19. ขอ้ ใดหมายถงึ พนั ธุวศิ วกรรม
ตระกูลถ่ัว มกี ารถ่ายทอดทางพนั ธกุ รรมเปน็ ไป
ตามกฎของเมนเดล ถ้าจะพิสจู น์วา่ พชื ต้นสงู เป็น ก. การทำใหส้ ง่ิ มชี วี ติ เพิ่มจำนวนได้อยา่ งรวดเรว็
พันธ์สุ งู แท้หรือไม่โดยวธิ ีใด
ในเวลาจำกัด
ก. หาพันธ์ุสงู แทม้ าผสม
ข. หาพันธสุ์ ูงเทยี มมาผสม ข. การสร้างสิง่ มชี วี ติ ใหมใ่ หม้ ีลักษณะ
ค. หาพนั ธ์ุเต้ียแทม้ าผสม
ง. ผสมเกสรในตน้ เดียวกัน พนั ธุกรรมเหมอื นเดมิ ทกุ ประการ

ค. การสอดใสย่ นี ที่ต้องการเขา้ ไปทำใหส้ ง่ิ มชี วี ิต

น้ันมลี กั ษณะพนั ธุกรรมเปลยี่ นไป

ง. ถูกทกุ ข้อ

20. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ งตามความหมาย "โคลนน่ิง"
ก. โคลนนง่ิ ใชไ้ ดเ้ ฉพาะกับสตั ว์ชัน้ สงู เท่าน้นั
ข. โคลนนง่ิ เปน็ การขยายพนั ธแุ์ บบอาศยั เพศ
ค. โคลนนงิ่ เป็นการขยายพนั ธ์แุ บบไมอ่ าศัยเพศ
ง. โคลนนงิ่ กับพนั ธุวศิ วกรรมมีความหมาย

เดียวกนั

56

กระดาษคำตอบ

ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20

57

เฉลยแบบทดสอบ

ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง

1 11 

2  12 

3 13 

4 14 

5 15 

6 16 

7  17 

8  18 

9  19 

10  20 

58

คำศพั ทน์ า่ รู้

- พนั ธกุ รรม การถา่ ยทอดลกั ษณะตา่ ง ๆ ของส่ิงมชี วี ติ ไปสู่ลูกหลาน
- ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม ลักษณะของส่ิงมีชวี ิตที่ควบคุมโดยยนี ซึง่ สามารถถ่ายทอดจากรนุ่ หนึ่งไป
ยงั รนุ่ ตอ่ ไปได้
- ความแปรผนั ไมต่ อ่ เนอ่ื ง เป็นลักษณะพันธุกรรมที่สามารถแยกความแตกตา่ งกนั ไดอ้ ย่างเด่นชดั เช่น
ลักยมิ้ หมเู่ ลอื ด
- ความแปรผนั ตอ่ เนอื่ ง เป็นลกั ษณะทางพันธกุ รรมที่ไม่สามารถแยกความแตกตา่ งไดอ้ ย่างเดน่ ชดั
ไดร้ ับอทิ ธพิ ลจากพนั ธุกรรมและสงิ่ แวดล้อม เชน่ ความสูง สีผิว
- โครโมโซม เปน็ สารพนั ธกุ รรมในร่างกายของมนษุ ย์ เป็นตัวกำหนดลักษณะต่าง ๆ เชน่ สตี า สผี ม
- ออโตโซม เปน็ โครโมโซมรา่ งกาย คือ โครโมโซมคู่ท่ี 1 ถึงคทู่ ี่ 22 เหมือนกันทัง้ เพศหญิงและเพศ
ชาย คอื คทู่ ่ี 1-22
- โครโมโซมเพศ เปน็ โครโมโซมคทู่ ่ี 23 ของมนุษย์ โดยเพศหญงิ เปน็ XX เพศชายเปน็ XY
- ยนี เปน็ หนว่ ยควบคุมลักษณะตา่ ง ๆ ของสงิ่ มีชวี ติ เชน่ สีผม สตี าสผี วิ ความสงู สติปัญญา
- ยนี เดน่ ยีนทีส่ ามารถแสดงลักษณะน้นั ๆ ออกมาได้แมจ้ ะมเี พยี งยีนเดียว
- ยนี ดอ้ ย ยีนที่แสดงลกั ษณะออกมาไดเ้ มอื่ มยี นี ด้อยทัง้ จากพอ่ และแม่มาเข้าคู่กนั เชน่ โรคทาลัสซีเมีย
- แอลลลี เป็นรูปแบบของยีนท่ีต่างกัน
- ดเี อ็นเอ เป็นสารพันธุกรรมของสิง่ มชี วี ติ ทำหน้าทเี่ ปน็ ยีนควบคุมลกั ษณะทางพันธกุ รรมของ
ส่งิ มชี ีวติ
- การแบง่ เซลล์ เป็นการเพ่มิ จำนวนเซลล์ของสง่ิ มีชวี ิตเพอื่ การเจรญิ เตบิ โตหรอื การสืบพันธุ์
- ไมโทซสิ เปน็ การแบง่ นวิ เคลยี สเพือ่ เพิม่ ปรมิ าณเซลลร์ ่างกายของส่ิงมีชวี ิต
- ไมโอซสิ เปน็ การแบ่งนวิ เคลียสเพ่ือลดจำนวนโครโมโซมลงครง่ึ หนึง่ ซง่ึ เปน็ การแบง่ เซลล์
เพ่ือสร้างเซลลส์ บื พันธ์ขุ องท้ังสัตวแ์ ละพชื
- เกรเกอร์ โยฮนั น์ เมนเดล เป็นบิดาทางพันธุศาสตรท์ ศ่ี กึ ษาเกย่ี วกบั ลักษณะทางพนั ธุกรรม
- พนั ธแ์ุ ท้ ลกั ษณะทป่ี รากฏใหเ้ หน็ โดยพันธ์ุแท้จะมยี ีนที่เหมอื นกนั มาเข้าคกู่ นั เชน่ TT , Tt
- พนั ทาง ลักษณะทป่ี รากฏให้เห็นเป็นลกั ษณะเด่น แต่มลี ักษณะดอ้ ยแฝงอยู่ แอลลีลของยีนท่เี ข้าคู่
กันจะมลี กั ษณะที่แตกตา่ งกัน เชน่ Tt
- ลกั ษณะเดน่ ลกั ษณะทปี่ รากฏออกมาในรุ่นลูกหรือร่นุ ตอ่ ๆ ไปเสมอ
- ลกั ษณะเดน่ ลกั ษณะทไ่ี ม่มีโอกาสปรากฏในรุน่ ต่อไป เป็นยนี ท่ีแฝงอยู่จะถูกข่มโดยยนี เดน่
- กฎของเมนเดล
- จโี นไทป์ ลกั ษณะหรอื แบบของยีนทค่ี วบคมุ ลักษณะ เชน่ GG เป็นลักษณะฝกั สเี ขียว
- ฟโี นไทป์ ลกั ษณะของสิง่ มชี ีวิตท่ีปรากฏออกมาเน่ืองจากการแสดงออกของยีน และอิทธพิ ลของ
สงิ่ แวดล้อม

59

คำศัพทน์ า่ รู้

- กลมุ่ อาการดาวน์ เปน็ กล่มุ อาการทเี่ กดิ จากมีโครโมโซมคูท่ ่ี 21 เกิน ทำใหผ้ ูป้ ว่ ยมีเชาวนป์ ญั ญาต่ำ
พูดชา้ มปี ัญหาในการใช้กลา้ มเนื้อและมีลักษณะภายนอกที่สังเกตไดค้ อ่ นข้างชัดเจน อย่างหน้าแบน หวั แบน
จมูกแบน ตาเลก็ เป็นวงรี คอสน้ั ตวั เต้ยี กว่าคนในวยั เดยี วกนั เมอ่ื โตขนึ้ และอาจมีปญั หาสขุ ภาพต่าง ๆ

- กลมุ่ อาการครดิ ชู าต์ เปน็ ความผดิ ปกตขิ องโครโมโซมคู่ท่ี 5 ผดิ ปกตไิ ป 1 โครโมโซม ทมี่ รี ูปรา่ ง
ลกั ษณะของผู้ป่วยคือ มีปญั ญาอ่อนศรี ษะเลก็ กว่าปกติ ใบหอู ยตู่ ำ่ กวา่ ปกตแิ ละคนไขม้ เี สียงร้องแหลมคลา้ ยเสยี ง
แมวรอ้ ง พบในเดก็ หญงิ มากกวา่ เด็กชาย

- กลมุ่ อาการเอด็ เวริ ด์ เกิดจากโครโมโซมคทู่ ่ี 18 เกินมา 1 แทง่ โดยอาจมีอาการท่ผี ดิ ปกตจิ ากคน
ทั่วไป ปัญญาออ่ น ปากแหวง่ เพดานโหว่ ศรี ษะมีขนาดเล็ก น้วิ มอื บิดงอและกำแนน่ เข้าหากัน ปอดและระบบ
ย่อยอาหารผดิ ปกติ หวั ใจพกิ ารแต่กำเนดิ ทารกมกั เป็นเพศหญิง มกั จะเสียชวี ติ ตง้ั แตก่ อ่ นมีอายุครบ 1 ขวบ

- กลมุ่ อาการพาเทา มอี อโตโซมคูท่ ี่ 13 เกินมา 1 แท่ง ทำให้มีโครโมโซมเปน็ 47 แทง่ มีลักษณะ
ของโรคคือ ปากแหว่ง เพดานโหว่ ตาเล็ก หหู นวก ใบหตู ำ่ นว้ิ มอื นวิ้ เทา้ เกนิ หัวใจและไตผิดปกติ สมองพิการ
ปญั ญาอ่อน ทารกตายหลังจากคลอดไมก่ ่เี ดือน พบประมาณ 1:5,000 ของทารกแรกคลอด

- โรคตาบอดสี เป็นภาวะการมองเหน็ สบี างสีไดไ้ ม่ชัดเจนหรอื ผดิ เพย้ี นไปจากผทู้ ม่ี ีสายตาผิดปกติ โดย
มกั พบในเพศชายมากกวา่ เพศหญงิ

- โรคฮโี มฟเิ ลยี หรอื โรคเลอื ดไหลไม่หยุด มีความผดิ ปกตเิ ฉพาะในโครโมโซม X ทำใหผ้ ้ปู ่วยท่ีเปน็
โรคนม้ี อี าการเลือดออกนานกวา่ คนปกติทวั่ ไปเม่ือได้รับบาดเจบ็

- โรคธาลสั ซเี มยี หรือโลหิตจางหรอื ทเ่ี รยี กวา่ เลอื ดจางหรือโรคซดี เป็นโรคชนิดหนง่ึ ที่เกิดจากเมด็ เลอื ด
แดงผิดปกติ โดยการถ่ายทอดจากพ่อแมท่ างกรรมพันธุ์ พบมากในประเทศไทย

- ผวิ เผอื ก เกดิ จากการไดร้ ับ Recessive allele ทำใหไ้ มส่ ามารถสร้างเอนไซม์ที่ใชใ้ นการ
สังเคราะหเ์ ม็ดสเี มลานิน จงึ สง่ ผลทำใหผ้ ิวหนัง เส้นผม นยั น์ตา และเซลล์ผวิ หนังมีสขี าว

- การกลายหรอื มิวเทชัน เป็นการเปลี่ยนแปลงพันธกุ รรมของสิง่ มีชวี ติ เกิดโดยธรรมชาติ
- การโคลน เปน็ การผลติ สิ่งมชี วี ติ ให้มีลกั ษณะทางพันธุกรรมเหมอื นกันทุกประการ ทำให้ไดส้ งิ่ มชี วี ิต
ทมี่ ีลักษณะตามท่ีต้องการ
- การเพาะเลี้ยงเนอ้ื เยอ่ื พชื เป็นการนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชมาเลย้ี งในอาหารเล้ียงในสภาพปลอด
เชอื้ จุลินทรยี ์ และอยู่ในสภาพควบคุมอุณหภมู ิ แสงและความชื้นเพื่อใหเ้ ซลล์พชื ท่นี ำมาเพาะเล้ยี งนั้น ปราศจาก
เชือ้ ทมี่ ารบกวนและทำลายการเจรญิ เตบิ โตของพชื
- พนั ธวุ ศิ วกรรม เป็นการนำยนี จากส่งิ มีชีวิตหนึง่ ไปถา่ ยฝากใหก้ ับสิง่ มชี วี ิตอนื่ โดยมยี นี พาหะพาไป
ทำใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงลกั ษณะต่างไปจากพนั ธุ์เดมิ ท่ีมีอย่ใู นธรรมชาติ

60

บรรณานกุ รม

สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คมู่ อื ครรู ายวิชา
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 เลม่ 1. กรงุ เทพมหานคร: สสวท.

ศิริลักษณ์ ผลวฒั นะ และเจียมจติ กลุ มาลา. (2560). ระบบตา่ ง ๆ ของมนุษย์. กรุงเทพมหานคร:
แมค็ เอ็ดดูเคช่ัน จำกัด.

ฝา่ ยวิชาการสำนกั พิมพภ์ มู บิ ณั ฑิต. วิทยาศาสตร์ ม.3. กรงุ เทพมหานคร: สำนักพิมพ์ภมู บิ ณั ฑติ , 2563
สธุ ารี คำจนิ ศรี และภคพร จติ ตรขี ันธ.์ ค่มู ือครรู ายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

เลม่ 1. กรงุ เทพมหานคร: อักษรเจรญิ ทศั น,์ 2563
โรคทางพนั ธุกรรม. ค้นเมอื่ วันที่ 14 เมษายน 2564 จาก

https://sites.google.com/site/rokhthangphanthukrrm00/
การเพาะเล้ียงเนอื้ เยอ่ื พืช. ค้นเม่อื วันท่ี 14 เมษายน 2564 จาก

https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/917

61

ประวตั ผิ เู้ ขยี น

ช่ือ นางสาวทพิ ากร ล่ันนาวา
เกิด 4 เมษายน 2532
ทอ่ี ยูปจจุบัน มนัสแมนช่ัน 3 ซอยกำนันแม้น 1/1 แขวงบางบอน เขตบางบอน
กรุงเทพมหานคร 10150
การศกึ ษา ครุศาสตรบณั ฑิต สาขาวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั จนั ทรเกษม
ปจจุบนั ครผู ู้สอน โรงเรียนมธั ยมวดั สิงห์ เขตจอมทอง กรงุ เทพมหานคร
โทรศพั ท 087-3815342
อเี มล [email protected]

62


Click to View FlipBook Version