The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเสริมประสบการณ์ พันธุศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 0321, 2021-04-17 12:42:44

หนังสือเสริมประสบการณ์ พันธุศาสตร์

หนังสือเสริมประสบการณ์ พันธุศาสตร์

47

3. ใหน้ กั เรยี นนำคำทก่ี ำหนดใหเ้ ตมิ ลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง

4. ใหน้ กั เรยี นเปรยี บเทยี บการแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ และการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ ตามประเดน็ ตอ่ ไปนี้

48

กกิจิจกกรรรรมทม่ี ท1 ี่ 2

คำชแ้ี จง : จากการทดลองของเมนเดลให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้

1. เม่อื ผสมพันธถุ์ วั่ ลันเตาแตล่ ะลกั ษณะ
ลักษณะใดที่ไม่ปรากฏในรุ่นที่ 1 แต่
ปรากฏในร่นุ ท่ี 2
……เม…ล…ด็ ข…ร…ุขร…ะ …เม…ล…็ดส…เี ข…ีย…ว…ฝ…ักแ…ฟ…บ…ฝ…กั …สเี…หล…ือ…ง
……ดอ…ก…เก…ิดท…่ยี …อ…ด …ดอ…ก…สขี…า…ว …แล…ะ…ต้น…เ…ต้ีย……………
2. เหตุใดเมนเดลจึงทดลองผสมพันธถ์ุ ่ัว
ลันเตาเป็นจำนวนมาก
…เพ…่ือใ…ห้ไ…ด้ข…้อม…ูล…ปร…ิม…าณ…ม…าก…พ…อท…่จี …ะช…ว่ ย…ล…ดค…ว…าม………
…คล…าด…เค…ลอ่ื…น…ใน…ก…าร…วิเค…ร…าะ…หผ์ …ล…ท…ำใ…ห้แ…ม…่น…ยำ…น…า่ …เช…อ่ื ถอื
3. ลักษณะเด่นของต้นถวั่ ลันเตาทีเ่ มน
เดลศกึ ษา 7 ลักษณะ มีอะไรบ้าง
…เม…ล…ด็ ก…ล…ม…เม…ล…ด็ …สเี …หล…ือ…ง …ฝัก…อ…วบ……ฝกั…ส…ีเข…ยี ว………
…ด…อก…เก…ดิ ท…ล่ี …ำต…้น……ดอ…ก…สีม…่ว…ง …แล…ะ…ต้น…ส…ูง……………

4. เมนเดลทดลองผสมพนั ธ์ุต้นถั่วลันเตาพันธ์ุแท้ โดยศึกษาเฉพาะลักษณะทีแ่ ตกต่างกนั อยา่ งชดั เจนเพยี ง
1 ลักษณะ โดยไมพ่ ิจารณาลักษณะอน่ื เรยี กการผสมลกั ษณะนว้ี ่าอะไร
…M…o…n…o…hy…b…ri…d…c…ro…s…s…………………………………………………………………………………………………………………………
5. ผลการทดลองพบวา่ รุ่นที่ 1 มีลกั ษณะของร่นุ พอ่ แมป่ รากฏเพยี งลักษณะเดยี ว และรุน่ ท่ี 2 มีลักษณะ
ของรุ่นพ่อแมป่ รากฏทงั้ สองลักษณะในอตั ราสว่ นทีไ่ ม่เท่ากนั เมนเดลเรยี กลกั ษณะท่ีปรากฏในรุ่นที่ 1 ว่าอะไร
และลักษณะท่ีไมป่ รากฏในรนุ่ ท่ี 1 แต่ปรากฏในรนุ่ ท่ี 2 ว่าอะไร ตามลำดบั และเปน็ อัตราส่วนเท่าไร
…ล…ัก…ษ…ณ…ะท…ีป่ …รา…กฏ…ใน…ร…นุ่ …ท…่ี 1…เ…รยี …ก…วา่ …ล…กั …ษณ…ะ…เด…น่ ……ลัก…ษ…ณ…ะท…่ีไม…ป่ …รา…ก…ฏใ…น…รุน่ …ท…่ี 1……แต…่ป…รา…กฏ…ใ…นร…ุ่น…ท…ี่ 2……เร…ยี ก…ว…่า …ลกั …ษ…ณ…ะ……
…ด…้อ…ย…ซ…่งึ ล…ัก…ษณ……ะเด…่น…แ…ละ…ล…กั ษ…ณ…ะ…ด้อ…ย…มอี…ตั …รา…ส่ว…น…3…:…1 ……………………………………………………………………………………

คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนใส่เครอื่ งหมาย ✓ หน้าข้อความทถ่ี ูก และใสเ่ คร่ืองหมาย  หน้าข้อความทีผ่ ิด
....✓......1. ยนี เด่น (dominant gene) เป็นยนี ที่แสดงลกั ษณะเดน่ แทนดว้ ยตวั อกั ษรพมิ พ์ใหญ่
...✓.......2. ยนี ด้อย (recessive gene) เป็นยีนที่แสดงลกั ษณะด้อย แทนด้วยตัวอกั ษรพมิ พ์เล็ก
..........3. จีโนไทป์ (Genotype) คอื คูข่ องยีนที่ควบคุมลกั ษณะทีแ่ สดงออก มี 2 ประเภท คือ พันธแุ์ ท้
และพนั ทาง เช่น ผมหยกิ ผิวดำ มีลักยมิ้ เปน็ ตน้
..........4. ฟีโนไทป์ (Phenotype) คือ ลักษณะทแ่ี สดงออก เช่น Tt , Bb
....✓......5. BB หรือ bb เรยี กว่า Homozygous และ Bb เรียกวา่ Heterozygous

49

คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนเติมตวั อกั ษรและคำลงในแผนภาพให้ถูกต้อง เมอ่ื นำต้นถัว่ ลันเตาทม่ี ตี น้ สงู และต้นเตีย้ มา
ผสมพันธกุ์ นั โดยกำหนดให้ T แทนแอลลลี ควบคุมตน้ สูง และ t แทนแอลลลี ท่ีควบคมุ ตน้ เต้ยี

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเขียนแผนภาพเพ่อื คำนวณหาอัตราสว่ นของจโี นไทปแ์ ละฟีโนไทปใ์ นรุ่นลูก เม่ือกำหนดให้
ถ่ัวลัน เตาท่มี ีแอลลีลควบคมุ เมลด็ กลม (R) เป็นแอลลีลเด่น และแอลลลี ควบคุมเมล็ดขรขุ ระ (r) เปน็ แอลลีล
ด้อย ถ้านำถัว่ ลันเตาเมล็ดกลมทม่ี จี โี นไทป์ RR ผสมพนั ธ์ุกบั ถ่วั ลันเตาเมล็ดกลมท่ีมจี ีโนไทป์ Rr

50

กกิจิจกกรรรรมทมี่ ท1 ่ี 3

คำชแี้ จง : ให้นกั เรียนทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในข้อที่ถกู และทำเครอื่ งหมาย  ลงในขอ้ ที่ผิดเก่ียวกับการ
ถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมโดยยนี ทางออโตโซม (Autosomal inheritance)

ถกู /ผดิ ข้อความ
✓ 1. การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมโดยยีนบนออโตโซม แบ่งเปน็ 2 ชนดิ คือ ทค่ี วบคมุ
โดยยีนเด่นบนออโตโซม และยีนดอ้ ยบนออโตโซม
✓ 2. โรคทา้ วแสนปม (Neurofibromatosis) เปน็ ผวิ หนงั ทีถ่ า่ ยทอดโดยโครโมโซมคู่ที่ 17
 หรือคู่ที่ 22

3. กล่มุ อาการดาวน์ (Down' s syndrome) เกดิ จากโครโมโซมคทู่ ี่ 21 ขาดหายไป
✓ 4. โรคเลือดจางจากเมด็ เลือดรปู เคียว (Sickle cell anemia) ทำให้เซลลเ์ ม็ดเลือดแดงไม่
 สามารถลำเลียงแก๊สออกซิเจนได้ดเี หมอื นเซลล์เมด็ เลือดแดงปกติ เป็นผลทำใหข้ าดออกซิเจนใน
✓ เลอื ด อ่อนเพลีย
✓ 5. ลักษณะนิว้ เกิน (Polydactyly) คอื มนุษย์ท่ีมนี วิ้ มือนวิ้ เท้ามากกวา่ คนปกติ

✓ 6. โรคธาลัสซีเมีย (Thalasemia) เป็นลักษณะทถี่ กู ควบคุมโดยยนี เดน่ บนโครโมโซม
7. ผู้ป่วยโรคธาลัสซเี มยี จะมลี ักษณะเลือดจาง เนือ่ งจากเกดิ ความผดิ ปกตขิ องการสรา้ ง
ฮีโมโกลบนิ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเมด็ เลือดแดงผดิ ปกติ
8. โรคเตยี้ แคระ (Achondroplasia) เกิดจากความผดิ ปกตขิ องยนี ดอ้ ยบนออโตโซม
9. โรคผวิ เผือก (Albinos) เกดิ จากความผิดปกตขิ องยนี ด้อยบนออโตโซม
10. กลุม่ อาการเอด็ เวิรด์ (Edward's syndrome) เกดิ จากโครโมโซมคู่ท่ี 18 เกนิ มา 1
โครโมโซม

คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเติมแผนภาพการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมใหส้ มบรู ณแ์ ละตอบคำถามจาก
สถานการณต์ อ่ ไปน้ี สามีภรรยาคหู่ นึ่งเป็นพาหะของโรคธาลัสซเี มยี เหมอื นกนั โอกาสท่ีลูกคนแรกจะเปน็
โรคธาลสั ซเี มียเปน็ เทา่ ใด

แทนยีนควบคุมลักษณะปกติ
แทนยีนควบคมุ โรคตาบอดสี

ตอบ : โอกาสที่ลูกคนแรกจะ
เป็นโรคธาลสั ซเี มยี เทา่ กับรอ้ ยละ…7…5..

51

คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นเตมิ แผนภาพการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมให้สมบรู ณ์และตอบคำถามจาก
สถานการณ์ตอ่ ไปน้ี

โรคฮีโมฟีเลียควบคุมดว้ ยยีนดอ้ ยบนโครโมโซม X หญงิ คนหนึ่งเป็นพาหะโรคฮโี มฟเี ลยี แต่งงานกับชายปกติ
ลกู ของพวกเขาจะมีลักษณะอยา่ งไร กำหนดให้ H แทนยีนควบคมุ ลักษณะปกติ h แทนยีนควบคมุ โรคฮโี มฟีเลีย

คำชแี้ จง : พิจารณาแผนผงั พงศาวลวี ่าค่แู ตง่ งานใดมคี วามเส่ียงทล่ี ูกจะเป็นโรคธาลัสซเี มยี มากทสี่ ดุ เพราะเหตใุ ด

52

กกิจจิ กกรรรรมมที่ท1ี่ 4

คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนโยงเสน้ จับคชู่ ่อื ประโยชน์ และผลกระทบของสิง่ มีชวี ติ ดดั แปรพันธุกรรมให้ถกู ต้อง

(สามารถตอบได้มากกวา่ 1 ข้อ)

ประโยชนท์ ไี่ ดจ้ าก สง่ิ มชี วี ติ ดดั แปรพนั ธกุ รรม ผลกระทบทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ตอ่

สงิ่ มชี วี ติ ดดั แปรพนั ธกุ รรม มนษุ ยแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

53

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนนำคำทีก่ ำหนดเตมิ ลงในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง

54

แบบทดสอบ เรอื่ ง พนั ธศุ าสตร์

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบทถี่ ูกท่ีสดุ เพียงคำตอบเดยี ว แลว้ ทำเครอื่ งหมาย  ลงในกระดาษคำตอบ

1. พนั ธุกรรม หมายถงึ ขอ้ ใด 6. ลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ิตท่เี ปน็ การแสดงออกของ
ก. สิ่งที่ไดร้ ับการถ่ายทอดจากคนทรี่ ูจ้ ัก ยนี
ข. สงิ่ ทไ่ี ดร้ ับจากการถา่ ยทอดมาจากบรรพ
ก. จโี นไทป์ ข. ฟโี นไทป์
บุรุษ หรือจากร่นุ สูร่ ุ่น ค. อัลลนี ง. เซลลส์ บื พนั ธุ์
ค. สง่ิ ท่ไี ด้รบั การถ่ายทอดจากบรรพบรุ ุษเพียง
7. ส่งิ มีชวี ติ ประกอบด้วยหนว่ ยพ้ืนฐานคอื อะไร
รุ่นเดยี ว ก. ยีน ข. โครโมโซม
ง. ความผิดปกติของรา่ งกาย ค. เย่อื หุ้มเซลล์ ง. เซลล์

2. ขอ้ ใดหมายถึงโครโมโซม 8. ลกั ษณะใดเปน็ ความแปรผนั ตอ่ เน่อื ง
ก. ลกั ษณะซึง่ ถ่ายทอดจากรนุ่ หน่งึ ไปสู่รุ่นหนึง่ (continuous variation)
ข. เปน็ ประเภททอี่ ยู่ในบางที่
ค. สารพนั ธุกรรมซง่ึ กำหนดลกั ษณะตา่ งๆ ก. การมีลกั ยิ้ม การมีหนงั ตาขา้ งเดยี ว
ง. โครโมโซมไมส่ มารถเปล่ียนแปลงได้ ข. การเวยี นของขวัญ การมีผิวเผือก
ค. ความสูงของคนปรมิ าณการให้นมของวัว
3. โครโมโซม ประกอบด้วยอะไรบา้ ง ง. พันธุกรรมหมู่เลือด การห่อลิน้
ก. โปรตีนและDNA ข. น้ำตาลและRNA
ค. น้ำตาลและDNA ง. โปรตีนและRNA 9. ข้อใดหมายถงึ ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
ก. ลักษณะของส่งิ มีชีวิตท่ีควบคุมโดยยนี
4. คนปกติจะมจี ำนวนโครโมโซมเทา่ ใด ข. ลกั ษณะซึง่ ถ่ายทอดจากรนุ่ หนงึ่ ไปยังรุ่น
ก. 23 คู่ 48 แทง่
ข. 23 คู่ 46 แท่ง ต่อไป
ค. 24 คู่ 46 แทง่ ค. ลักษณะสบื เนอ่ื งกนั ไปโดยอาศยั เซลล์
ง. 24 คู่ 48 แท่ง
สบื พันธเุ์ ปน็ สอื่ กลาง
ง. ถูกทุกขอ้

5. แอลลลี (Allele) หมายถึงข้อใด 10. ลักษณะใดตอ่ ไปนี้ไม่ถ่ายทอดทางพนั ธกุ รรม
ก. ยนี ต่างชนิดกนั อยบู่ นตำแหน่งเดียวกันของฮ
ก. ลกั ย้มิ และลักษณะติ่งหู ข. รูปรา่ งหนา้ ตา
อมอโลกัสโครโมโซม
ข. ยีนเหมอื นกันควบคมุ พันธกุ รรมเดียวกัน ค. สติปญั ญา ง. ความรู้
ค. ยนี ท่ีเปน็ ฮอมอไซกัสกนั บนตำแหนง่ เดยี วกัน
11. บดิ าแห่งพันธศุ าสตร์ คอื ใคร
ของฮอมอไซกสั โครโมโซม ก. เกรเกอร์ โยฮันน์ เมนเดล
ง. หนว่ ยพนั ธุกรรมท่ีอยูเ่ ปน็ คกู่ ันบนฮ ข. โยฮนั ต์ ฟรดี รชิ มเี ชอร์
ค. ชาลส์ คาร์วนิ
อมอโลกัสโครโมโซม ง. ทอมัส มัลทสั

55

12. ลกั ษณะตอ่ ไปน้ี Aa x aa จะมีจีโนไทป์กี่ 16. โรคทางพันธุกรรมใดท่เี กดิ จากการมี
แบบฟโี นไทป์กี่แบบ โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แทง่

ก. จโี นไทป์ 1 ฟโี นไทป์ 1 ก. กลุ่มอาการดาวน์ ข. ฮโี มฟเี ลยี
ข. จีโนไทป์ 2 ฟโี นไทป์ 2 ค. ธาลัสซเี มยี ง. กลุ่มอาการเทอรเ์ นอร์
ค. จีโนไทป์ 3 ฟโี นไทป์ 3
ง. จีโนไทป์ 4 ฟีโนไทป์ 4 17. การเปล่ยี นแปลงในข้อใดทเี่ กิดขน้ึ กบั พชื ดัด

13. กำหนดให้ A คมุ ลักษณะเด่น a คุมลักษณะ แปรพนั ธกุ รรม GMO
ด้อย ถา้ ผสม Aa x Aa
1. มจี ำนวนโครโมโซมเพม่ิ ขน้ึ
ผลลัพธ์ AA : Aa : aa = 1:2:1
ผลลัพธ์จากการผสมน้ี ข้อใดกลา่ วถกู ต้อง 2. มยี ีนใหม่อยู่ภายในเซลล์

ก. ถ้ามีลูกจากการผสม 4 ตัว จะได้ลกู แสดง 3. มีการสรา้ งโปรตนี ชนิดใหม่
ลักษณะเดน่ 3 ตวั และลักษณะดอ้ ย 1 ตัว
ก. 1 และ 2 ข. 2 และ 3
ข. จะมโี อกาสท่ีลกู แสดงลักษณะเดน่ 3/4
และลักษณะดอ้ ย 1/4 ค. 1 และ 3 ง. 1 2 และ 3

ค. จะไดล้ กู ชนิดจโี นไทป์เหมอื นพ่อแม่ 3/4 18. ข้อใดจดั เป็นสง่ิ มชี วี ิตดัดแปรพันธกุ รรม
ง. จะไดล้ ูกชนิดท่มี ีฟโี นไทป์เหมอื นพ่อแม่ ½
ก. แตงโมไมม่ ีเมล็ด
14. ในการทดลองเพ่ือศกึ ษาแบบแผนการถ่ายทอด
ลักษณะทางพนั ธุกรรมของสง่ิ มชี วี ติ เมนเดลใช้ถว่ั ข. กลว้ ยไมท้ ไี่ ด้จากการเพาะเล้ยี งเนื้อเยอื่
ลันเตาเป็นพชื ทดลอง เพราะมีสมบตั ิใดสำคัญทสี่ ุด
ค. แบคทีเรียท่สี ามารถผลิตฮอรโ์ มนอนิ ซูลนิ
ก. เปน็ ดอกสมบูรณเ์ พศ
ข. ปลูกงา่ ยให้ผลผลิตสงู ง. กลว้ ยไมพ้ นั ธ์ุใหมท่ ่ไี ดจ้ ากการฉายรังสี
ค. มีการผสมขา้ มพนั ธต์ุ ามธรรมชาติ
ง. มีพนั ธ์เุ ดียวสามารถหาพันธุ์แท้ไดง้ ่าย แกมมา

15. สมมติวา่ ลักษณะตน้ สงู และตน้ เตีย้ ของพืช 19. ขอ้ ใดหมายถงึ พนั ธุวศิ วกรรม
ตระกูลถ่ัว มกี ารถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมเปน็ ไป
ตามกฎของเมนเดล ถ้าจะพิสจู น์วา่ พชื ต้นสงู เป็น ก. การทำใหส้ งิ่ มีชวี ิตเพมิ่ จำนวนได้อย่างรวดเรว็
พันธ์สุ งู แท้หรือไม่โดยวธิ ีใด
ในเวลาจำกดั
ก. หาพันธ์ุสูงแทม้ าผสม
ข. หาพันธสุ์ ูงเทยี มมาผสม ข. การสร้างส่ิงมีชวี ติ ใหม่ให้มีลักษณะ
ค. หาพนั ธุ์เต้ียแทม้ าผสม
ง. ผสมเกสรในตน้ เดยี วกัน พนั ธุกรรมเหมือนเดิมทุกประการ

ค. การสอดใส่ยีนทีต่ อ้ งการเข้าไปทำให้สิง่ มชี วี ติ

น้ันมลี กั ษณะพันธกุ รรมเปลี่ยนไป

ง. ถูกทกุ ข้อ

20. ข้อใดไมถ่ ูกต้องตามความหมาย "โคลนนิ่ง"
ก. โคลนนง่ิ ใช้ไดเ้ ฉพาะกบั สัตว์ชนั้ สูงเท่านั้น
ข. โคลนนงิ่ เปน็ การขยายพันธแ์ุ บบอาศยั เพศ
ค. โคลนนงิ่ เป็นการขยายพนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศ
ง. โคลนนง่ิ กบั พันธุวิศวกรรมมีความหมาย

เดียวกนั

56

กระดาษคำตอบ

ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20

57

เฉลยแบบทดสอบ

ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง

1 11 

2  12 

3 13 

4 14 

5 15 

6 16 

7  17 

8  18 

9  19 

10  20 

58

บรรณานกุ รม

สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือครูรายวชิ า
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เลม่ 1. กรงุ เทพมหานคร: สสวท.

ศริ ิลักษณ์ ผลวฒั นะ และเจยี มจติ กุลมาลา. (2560). ระบบต่าง ๆ ของมนุษย์. กรงุ เทพมหานคร:
แม็คเอ็ดดเู คช่นั จำกัด.

ฝา่ ยวิชาการสำนกั พมิ พภ์ มู บิ ัณฑิต. วิทยาศาสตร์ ม.3. กรุงเทพมหานคร: สำนักพมิ พ์ภูมิบัณฑติ , 2563
สุธารี คำจนิ ศรี และภคพร จติ ตรขี ันธ์. คู่มอื ครรู ายวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

เล่ม 1. กรุงเทพมหานคร: อักษรเจรญิ ทศั น์, 2563

59

ประวตั ผิ เู้ ขยี น

ช่ือ นางสาวทพิ ากร ล่ันนาวา
เกิด 4 เมษายน 2532
ทอ่ี ยูปจจุบัน มนัสแมนช่ัน 3 ซอยกำนันแม้น 1/1 แขวงบางบอน เขตบางบอน
กรุงเทพมหานคร 10150
การศกึ ษา ครศุ าสตรบณั ฑิต สาขาวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั จนั ทรเกษม
ปจจุบนั ครผู ู้สอน โรงเรียนมธั ยมวดั สิงห์ เขตจอมทอง กรงุ เทพมหานคร
โทรศพั ท 087-3815342
อเี มล [email protected]

60


Click to View FlipBook Version