รัฐธรรมนูญเป็นบทบัญญัติหรือระเบียบแบบแผนในการ
ปกครองรัฐ ซึ่งรัฐจะประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 ประการ
ไดแ้ ก่
ประชากร (Population)
ดินแดน (Territory)
อานาจ (sovereignty)
และรฐั บาล (Government)
จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คือ กฎหมายสูงสุดท่ีจัดระเบียบการปกครอง
ประเทศ
Black’s Law Dictionary รัฐธรรมนูญ คือ
กฎหมายประกอบและกฎหมายพื้นฐานของประเทศหรือรัฐ ซึ่ง
อาจบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ รัฐธรรมนูญมี
ลักษณะและสาระเกี่ยวกับการปกครองประเทศ โดยบัญญัติ
ปัจจัยพื้นฐานของบุคคล การจัดองค์กรรัฐบาล กฎระเบียบการ
กระจายอานาจและข้อจากัดต่างๆ รวมทั้งการใช้อานาจอธิปไตย
ดว้ ย
Law Dictionary รัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายที่เป็นกรอบ
ของระบบการปกครองเป็นต้น กาเนิดและพื้นฐานของกฎหมาย
ที่เก่ียวกับการปกครองประเทศ โดยมีการมอบอานาจจาก
ประชาชนผ่านผู้แทนในการใช้อานาจอธิปไตยเพื่อออกข้อบังคับ
หรือนติ ิบญั ญตั ิของรัฐบาล
จากคานยิ ามและการศกึ ษาลักษณะรัฐธรรมนูญทุกฉบับสามารถ
ประมวลความหมายของรัฐธรรมนูญคือ กฎหมายสูงสุดท่ีจัด
ระเบียบการปกครองประเทศ
หรือกาหนดโครงสร้างในการปกครองประเทศ โดยการจัดสรร
อานาจอธิปไตยให้เหมาะสมกับสิทธิหน้าท่ีอันเป็นพื้นฐานความ
เป็นอย่ขู องประเทศในประเทศนั้น
นอกจากกฎหมายท่ีใช้ชื่อรัฐธรรมนูญแล้ว ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.
เสนีย์ ปราโมช ได้แสดงความเห็นว่า ข้อความในศิลาจารึกของ
พ่อขุนรามคาแหงกรุงสุโขทัยควรถือได้ว่าเป็นปฐมรัฐธรรมนูญ
ของไทย และกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ย่อม
ถือวา่ เปน็ กฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย
ประเทศไทยเคยใช้คาวา่ “รัฐธรรมนญู ” กบั “ธรรมนญู ” สลบั กนั มา จึงมีข้อน่าสงสัยว่า
เม่ือใดควรเรียกว่า “รัฐธรรมนูญ” และเมื่อใดควรเรียกว่า “ธรรมนูญ” ข้อสงสัยน้ีมีคาตอบได้ 2
ประการ คือ 1.จากคาอธบิ ายของพจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน “ธรรมนูญ” คือ กฎหมายท่ี
จัดระเบียบองค์กรในระหว่างท่ียังไม่มีรัฐธรรมนูญ เช่น ธรรมนูญศาลทหาร พระธรรมนูญศาล
ยุติธรรม เมื่อเทียบกับคาว่า “รัฐธรรมนูญ” ดังได้อ้างมาแล้ว มีความแตกต่างที่สาคัญ คือ
“รัฐธรรมนูญ” เป็นคาที่ใช้สาหรับกฎหมายที่มีลักษณะหรือระดับสูงสุด ส่วน “ธรรมนูญ” เป็น
กฎหมายท2วั่.ปไปรทะวจ่ี ัตดั ิศระาสเบตียร์กบาอรงปคกก์ ครเรทอ่างนปรั้นะเทศในระบอบประชาธิปไตยท่ีผ่านมาพบว่า “รัฐธรรมนูญ”
เปน็ กฎหมายท่ีประสงคจ์ ะให้ใช้ถาวร สว่ น “ธรรมนูญ” เปน็ การบญั ญัติใชช้ ัว่ คราว
วันท่ี 24 ซ่งึ เปน็ วัน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นรูปหล่อลอยตัว ประกอบด้วยรูปเล่มรัฐธรรมนูญ
ในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า สร้างด้วยทองแดง มีความสูง 3 เมตร หนัก 4
ตัน ตงั้ บนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอก
ลานอนสุ าวรยี ์มีครีบทรงแบน อยู่ 4 ทิศ ที่โคนครบี มีภาพแกะสลักลายปั้นนูน และมีรั้ว
เตยี้ ๆ กัน้ โดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจานวน 75 กระบอก ฝังดินโผล่
ทา้ ยกระบอกข้ึนมา เป็นเสา คล้องโซเ่ ชอ่ื มต่อกนั
ครีบ 4 ด้าน สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง
เปลีย่ นแปลงการปกครอง
ปนื ใหญจ่ านวน 75 กระบอก (ปากกระบอกปืนฝังลงดิน) โดยรอบฐานของ
อนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ หมายถึงปีที่ทาการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็น
เลขทา้ ยสองหลักของปี พ.ศ. 2475) ส่วนโซ่ท่ีร้อยไว้ด้วยกันหมายถึงความสามัคคีพร้อม
เพรยี งของคณะปฏิวัติ
ลายป้ันนูนที่ฐานครีบท้ัง 4 เน้นถึงเรื่องราวการดาเนินงานของคณะราษฎรตอนท่ีนัด
หมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เม่ือวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.
2475
เรียกว่า “วันรัฐธรรมนูญ” โดยกาหนดวันท่ี 10
ธันวาคมของทุกปี เพ่ือระลึกถึงรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกที่
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้กับปวง
ชนชาวไทย เม่ือวนั ที่ 10 ธนั วาคม 2475 ทงั้ น้ี มีการจัดพระ
ราชพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เป็นประจา
ทกุ ปี
อนึ่ง วันดังกล่าวได้กาหนดให้เป็น “วันธรรมศาสตร์” อีก
ดว้ ย กล่าวคอื มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ท่ีเป็นรากฐานในการสร้างบัณฑิตข้ึนรองรับการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยได้เคยจัดงานวันธรรมศาสตร์สามัคคีในวันท่ี 11
ตุลาคม และ 5 พฤศจิกายน จนถึง พ.ศ.2504 จึงเร่ิมใช้
วันท่ี 10 ธันวาคม เป็น “วันธรรมศาสตร์” ตั้งแต่
พ.ศ.2504 จนถึงปัจจุบัน ซ่ึงสอดคล้องกับวันรัฐธรรมนูญท่ี
เป็นสญั ลักษณข์ องการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ขอบคุณทม่ี า
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1766722
โดย ผศ.ดร.สมหมาย จนั ทร์เรอื ง
สือ่ ฉบับนจ้ี ดั ทาขนึ้ เพือ่ การศกึ ษาเทา่ นน้ั
เพอื่ ใชใ้ นกจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ นหนงั สอื 3 ภาษา
ในรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4-ม.6)
จัดทาโดย
สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา และงานหอ้ งสมดุ
ฝ่ายการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา
โรงเรยี นภูเกต็ ไทยหวั อาเซยี นวทิ ยา
ขอบคุณทม่ี า
https://parliamentmuseum.go.th/2564/ar64-monument.html
https://www.reporternews5.com/archives/17301
สอ่ื ฉบบั นจี้ ดั ทาขนึ้ เพ่อื การศกึ ษาเทา่ นนั้
เพ่ือใช้ในกิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นหนงั สอื 3 ภาษา
ในรายวชิ าภาษาไทย ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6)
จดั ทาโดย
สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา และงานหอ้ งสมดุ
ฝา่ ยการศกึ ษาประถมศกึ ษา โรงเรยี นภเู กต็ ไทยหวั อาเซยี นวทิ ยา