Volume 1
CIhoBeSnocmieAnncieidccal
THIDARAT SRISASOM PIMPANYA JULAMANE WARANYA NOOPUN PAKAWADEE TAWEEWATTANA
คำนำ
อีบุ๊กเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายเคมีโดยผู้เขียนได้จัด
ทำเรื่องพันธะไออนิกซึ่งเป็นเนื้อหาเบื้องต้นในชั้นมัธยมศึกษาปีที่4โดยข้อมูลในอิบุ๊กเล่มนี้
ได้สืบค้นมาจากหนังสือเรียนรายวิชาเคมีชั้นมัธยมศึกษาปีที่4วัตถุประสงคืในการจัดทำคือ
การสร้างเเหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สาขาเคมีในหัวข้อพันธะไอออนิก
ผู้เขียนขอขอบคุณผู้เเต่งเเละผู้เรียบเรียงทำหวังว่าอิบุ๊กเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาศึกษา
คณะผู้จัดทำ
นางสาว ธิดารัตน์ ศรีษะสม
นางสาว พิมพ์ปันหยา จุฬามณี
นางสาว วรัณญา หนูพันธ์
นางสาว ภควดี ทวีวัฒนา
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1
2
พันธะไอออนิก 4
พันธะไอออนิกเกิดจาก? 5
โครงสร้างประกอบของไอออนนิก 6
สมบัติการเป็นพันธะไอออนิก
การเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก 7
8
เลขโรมัน 11
อนุมูลสูตร 12
สมบัติของการละลาย
สมการไอออนิกสิทธิ
การอ่านสารประกอบไอออนิก
พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก
แผนภาพ Bonr-Haber
1
พันธะไอออนิก
พันธะไออนิกเกิดจากธาตุที่เป็นโลหะซึ่งมีค่าพลังงานไอออไนเซชั่นต่ำ จึงมีเเนวโน้มที่จะสูญเสีย
อิเล็กตรอนที่ไอออนเป็นบวกให้กับอโลหะซึ่งมีค่าพลังงานไอออไนเซซั่นสูงจึงมีเเนวโน้มที่จะรับ
อิเล็กตรอนที่ไออนเป็นลบ จะทำให้ไอออนที่เป็นบวกเเละลบเกิดการดึงดูดกันด้วยเเรงดึงดูุดระ
หว่างประจุไฟฟ้า ทำใไห้เกิดสารประกอบำออนิกขึ้น
Na ให้e- ใช้พลังงาน IE Cl รับe- ใช้พลังงาน EA
ไอออนเป็นบวก ไอออนเป็นลบ
โลหะ อโลหะ
พันธะไอออนิกเกิดจาก
1 โลหะที่เป็นบวกกับไอออนของอโลหะที่เป็นลบมาสร้างพันธะกัน เเต่อะตอมของโลหะบางชนิด
เช่น Al ,Be , Hg สามารถสร้างพันธะโคเวเลนต์กับอะตอมของอโลหะได้
2 พันธะไอออนิกเกิดจากธาตุที่มี IE ต่ำ มารวมหับธาตุที่มี IE สูง
3 สารประกอบไออนิกไม่มีสูตรโมเลกุลมีเเต่สูตรอย่างง่าย
4 พันธะไอออนิกอาจเป็นพันธะเกิดจากไอออนบวกที่เป็นกลุ่มของอะตอมของอโลหะกับไอออน
ลบของอโลหะ
ธาตุโลหะมีค่า EN ต่ํา ให้อิเล็กตรอน เกิดเป็นแคตไอออน
ธาตุอโลหะมีค่าEN สูง รับอิเล็กตรอน เกิดเป็นแอนไอออน
2
โครงสร้างของสารประกอบไอออนิก
1.โครงสร้างผลึกเเบบโซเดียมคลอไรด์
ในผลึกโซเดียมคลอไรด์ มีโซเดียมไอออนสลับกันกับคลอไรด์ไอออนเป็นแถว ๆ ทั้ง
สามมิติ มีลักษณะคล้ายตาข่าย โดยที่แต่ละไอออน จะมีไอออนต่างชนิดล้อมรอบอยู่
6 ไออออน ดังรูป ดังนั้น อัตราส่วนระหว่างไอออนบวก : ไอออนลบเท่ากับ 6 : 6
หรือ 1 : 1 จึงเป็น NaCl.
เเทน Cl
เเทน Na
ภาพโครงสร้างผลึกเเบบโซเดียมคลอไรด์
2.โครงสร้างผลึกเเบบซีเซียมคลอไรด์
ผลึกเป็นรูปลูกบาศก์โดยมีไอออน 8 ไอออนอยู่ที่มุมทั้ง 8 ของลูกบาศก์มุมละ 1 ไอออน และ
แอนไอออน 1 ไอออนอยู่ตรงกลางของลูกบาศก์ ในทำนองเดียวกันถ้ามีแอนไอออนอยู่ที่มุมทั้ง
8 ของลูกบาศก์ตรงกลางของลูกบาศก์ก็จะเป็นไอออนจะเห็นได้ว่าอัตราส่วนระหว่างอัตราส่วน
ระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบเป็น1:1
เเทน Cl
เเทน Cs
ภาพโครงสร้างผลึกเเบบซีเซียมคลอไรด์
3
3..โครงสร้างผลึกเเบบเเคลเซียมฟลูออไรด์
โครงสร้างผลึกของ CaF2 มีรูปร่างเป็นทรงเหลี่ยมสี่หน้า ที่มีเลข โคออดิเนชั่นเป็น 8:4
หมายความว่า ไอออนบวกแต่ละไอออน ถูกล้อมรอบด้วยไอออนลบจำนวน 8 ไอออน และ
ไอออนลบแต่ละ ไอออนถูกล้อมรอบด้วยไอออนบวกจำนวน 4 ไอออน ซึ่งจะเห็นว่า อัตราส่วน
ระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบเป็น 1:2
เเทน F
เเทน Ca2
ภาพโครงสร้างผลึกเเบบเเคลเซียมคลอไรด์
4.โครงสร้างผลึกเเบบซิงค์ซัลไฟด์
โครงสร้างผลึกของ ZnS มีรูปร่างเป็นทรงเหลี่ยมสี่หน้า ที่มีเลขโคออดิเนชั่นเป็น 4 4
หมายความว่า ไอออนบวกแต่ละ ไอออนถูกล้อมรอบด้วยไอออนลบจำนวน 4 ไอออน และ
ไอออนลบ แต่ละไอออนจะถูกล้อมรอบด้วยไอออนบวกจำนวน 4 ไอออน ซึ่งจะเห็นว่าอัตราส่วน
ระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบเป็น 1:1
เเทน S2
เเทน Zn2
4
สมบัติของการเป็นพันธะไอออนิก
จุดหลอมเหลวสูงเเต่น้อยกว่าพันธะโลหะ
ไอออนิกจะมีขั้วเสมอ
มีความเเข็งเเต่จะเปราะ
ไอออนิกจะไม่นำไฟฟ้า
เเต่!!!
จะนำไฟฟ้าเมื่อเหลอมเหลวหรือละลายน้ำ
5
การเขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก
เกิดจากกสรไขว้ประจุ ในการเขียนนสูตรมีหลักการดังนี้
การเขียนสูตร
1 แสดงประจุบวกของโลหะหรือกลุ่มของประจุบวกที่มีอยู่ในสูตรก่อน จากนั้นตาม
ด้วย ประจุลบของอโลหะหรือกลุ่มของประจุลบ
ยกเว้นในกรณีที่สารประกอบไอออนิกนั้นเป็นเกลือ ของกรดอินทรีย์ เช่น แอซีเตตไอออน
(CHI3 , coo ) จะนำด้วยประจุลบก่อนแล้วจึงตามด้วย ประจุบวก เช่น โซเดียมแอซีเตต
(CH3 ,COONa)
2 เมื่อรวมประจุบวกกับประจุลบเข้าด้วยกันต้องมีค่าเท่ากับศูนย์
3 ถ้ามีประจุบวกหรือประจุลบมากกว่า 1 กลุ่ม ให้ใส่วงเล็บและระบุจำนวนกลุ่มไว้
ทางมุมล่างด้านขวามือ
ตัวอย่างการเขียนสูตร
Ca2 F CaF2
21
Mg O MgO
11
6
Cu(II)2 F เ ล ข โ ร มั น
21 I =1 VI = 6
II = 2 VII = 7
III = 3 VII I = 8
IV = 4 IX = 9
V =5 X = 10
CuF2
กรณีที่สารประกอบเป็นอนุมูลสูตร
ประจุของอนุมูลสูตร
1 = NH4 2 = SO2 , CO2
4 3
1 = CIO_ , OH , NO3_ 3 = PO3
4 4
สมบัติของการละลายของสารประกอบไออนิก
ละลายน้ำได้ ไม่ละลาย(ตะกอน)
•สารประกอบ หมู่1ทุกตัว •สารประกอบระหว่าง หมู่2+ CO4,PO4,SO3 4
ยกเว้นMgSO
•สารประกอบ NO-
•สารประกอบระหว่าง หมู่7+ Ag,Hg,Pb
3
2- 2- -
•สารประกอบ CH3COO (อะสิเตด),CIO-4
•สารประกอบ O ,S ,OH ของโลหะFeO
2- 2-
•สารประกอบ สารประกอบSO4 ทุกตัว ยกเว้นSO4ของ
Pb,Ba,Sr
7
Mg +2+ SO42
Mg2 Cl 2 Na2SO24 เกิดจากการดุลสมการ
MgSO4 + 2NaCl
Na+ + Cl
ละลายน้ำ ละลายน้ำ
Na + Cl เกิดจากการดุลสมการ
Na 3(PO4)3 Mg2 Cl2 6NaCl + Mg3(PO4)2
Mg +2+ (PO4)3 ละลายน้ำ ตะกอน
สมการไอออนิกสุทธิ Mg(PO 4 ) 2
3Mg (aq) + 2PO4 (aq)
9
กรณีที่สารประกอบไอออนิกมีไอออนบวกที่มาจากโลหะที่มีค่าประจุบวกหลายค่า
รวมตัวกับกลุ่มของอโลหะ ให้เรียกชื่อไอออนบวกซึ่งเป็นโลหะตามด้วยประจุของ
ไอออนโลหะนั้นเป็นเลขโรมันอยู่ภายในวงเล็บก่อน แล้วตามด้วยกลุ่มไอออนลบของ
อโลหะ
สูตรเเละชื่อของไอออนบวกที่มีประจุหลายค่าบางชนิด
Pb2 เลด (II) ไอออน Pb 4 เลด (IV) ไอออน
Hg 4 เมอร์คิวรีี (IV) ไอออน Mn3 เเมงกานีส (III) ไอออน
Sn2 ทิน (II) ไอออน Fe2 ไอร์ออน (II) ไอออน
การเรียกชื่อสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากโลหะที่มีค่าหลายประจุบวก
หลายค่ารวมกับอโลหะ
CuS2 คอปเปอร์(II)ซัลไฟด์ Cu2S คอปเปอร์(I)ซัลไฟด์
MnO แมงกานีส(II)ออกไซด์ Mn2O3 เเมงดานีส(III)ออดไซด์
8
การอ่านสารประกอบไอออนิก
กรณีที่สารประกอบเกิดจากโลหะรวมกับกลุ่มของอโลหะ ให้เรียกชื่อไอออนบวกของ
โลหะก่อน แล้วตามด้วยกลุ่มไอออนลบของอโลหะ เเล้วเปลี่ยนท้ายเสียงเป็น "ไอด์"
ตัวอย่างการเรียกชื่อของไออน บวก
Na โซเดียมไอออน Al อะลูมิเนียมไอออน
Li ลิเทียมไอออน H ไฮโดรเจนไอออน
NH แอมโมเนียมไอออน Ba แบเรียมไอออน
ตัวอย่างการเรียกชื่อของไออน ลบ
F ฟลูออไรด์ไอออน S2 ซัลไฟด์ไอออน
H ไฮไดรด์ไอออน O2 เปอร์ออกไซด์ไอออน
2
Si4 ซิลิไซด์ไอออน P3 ฟอสไฟด์ไอออน
ตัวอย่างการเรียกสารประกอบไอออนิกที่เกิดจากโลหะรวมกับอโลหะ
NaCl โซเดียมคลอไรด์ NH4Cl แอมโมเนียมคลอไรด์
CaC2 แคลเซียมคาร์ไบด์ Li3N ลิเทียมไนไตรด์
10
• กรณีที่สารประกอบเกิดจากโลหะรวมกับกลุ่มของอโลหะ ให้เรียกชื่อ
ไอออนบวกของโลหะอ่อน แล้วตามด้วยกลุ่มไอออนลบของอโลหะ
สูตรและชื่อของกรดไอออนลบบางชนิด
OH- ไฮดรอกไซด์ไอออน CO2- คาร์บอเนตไอออน
3
CN- ไซยาไนด์ไอออน SCN- ไทโอไซยาเนตไอออน
NO2- ในไตรท์ไอออน BrO-4 เปอร์โบรเมตไอออน
11
พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก
Na(s) + 1/2Cl , (g) NaCl(s)
1. พลังงานการระเหิด คือพลังงานที่สารในสถานะของแข็งดูดเข้าไปเพื่อเปลี่ยนสถานะ
จากของแข็ง เป็นก๊าซ พลังงานที่ใช้เรียกว่า พลังงานการระเหิด
Na (g) Na(g)
2. พลังงานไอออไนเซชัน เป็นพลังงานที่ใช้ในการแตกตัวของโซเดียมให้เป็นไอออน
ในสถานะก๊าซ เรียกว่า พลังงานไอออไนเซชัน : IE
Na (g) Na+ (g) + e
3. พลังงานการสลายพันธะ คือพลังงานที่ใช้ในการสลายพันธะในโมเลกุลของก๊าซ
คลอรีน เพื่อให้ สลายเป็นอะตอมในสถานะก๊าซ เรียกว่าพลังงานการสลายพันธะ
½Cl2(g) C+ l(g)
4. สัมพรรคอิเล็กตรอน เป็นพลังงานที่อะตอมของก๊าซคลอรีนคายออกมาเพื่อ
เปลี่ยนเป็นไอออนลบ ในสถานะก๊าซ เรียกว่า สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน
Cl(g) +e Cl- (g)
5. พลังงานแลคติ หรือพลังงานโครงผลึกเป็นพลังงานที่คายออกมาเมื่อไอออนบวกของ
โซเดียมรวม กับไอออนลบของคลอไรด์ไอออนเรียกว่าพลังงานโครงผลึกหรือพลังงาน
แลตติส
Na+(g) + Cl-(g)+ NaCl(g)
12
Na(s) + 1/2Cl (g) ∆H f0 NaCl(s)
∆H 5 เเลชทิต
∆ ∆H 1 H 2
Na(g) Cl(g)
∆H 3 ∆H 4
Na+ (g) Cl- (g)
ในการเกิดสารประกอบไอออนิกจากโลหะและอโลหะนั้น จะมี
พลังงานเกี่ยวข้อง 2 แบบ คือ ชั้น 1,2,3 เป็นแบบดูดพลังงาน ส่วนขั้นตอน
ที่ 4 และ 5 เป็นแบบคายพลังงาน ดังนั้น
∆ ∆ ∆ ∆ ∆ ∆พลังงานการเกิด NaCl( H° ) = H1+ H2+ H3+ H4+ H5
= (+109) + (+121)+(+494) + (-347) + (-787)
= -410kl/mol
บรรณานุกรม
พงศธร นันทรเนศ เเละคณะ หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 เล่ม 1
กรุงเทพมหานครฯ :สำนักพิมพ์สกสค.ลาดพร้าว
watcharin lorhana', 2020-04-28 พันธะไอออ
นิก"https://anyflip.com/hfcex/omgo/basic
A
I oBno nidc