สาระสำสำสำสำคัคั คั ญ คั ญของ กฎหมายว่ว่า ว่ า ว่ ด้ด้ ด้ ว ด้ วยละเมิมิดมิ ดมิ
1.กฎหมายว่า ว่ ด้วยการละเมิดมิ ตามประมวลกฎหมายแพ่งพ่และพาณิชย์มย์าตรา 420 บัญบัญัติว่าว่ "ผู้ใดจงใจหรือรื ประมาทเลินเล่อ ทำ ต่อมุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียสีหายถึงแก่ชีวิชีตวิก็ดี แก่ร้าร้ง กายก็ดี อนามัยมัก็ดี เสรีภรีาพก็ดี ทรัพรัย์สิย์นสิก็ดี หรือรืสิทสิธิอธิย่าย่งหนึ่งอย่าย่งใดก็ดี ท่านว่าว่ผู้ นั้นนั้ทำ ละเมิดมิจำ ต้องใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนเพื่อพื่การนั้นนั้ "จากมาตรา 420 สามารถจำ แนก องค์ประกอบของละเมิดมิเป็นป็ดังต่อไปนี้ 1. การทำ ละเมิดมิต้องทำ โดยบุคคล โดยจะเป็นป็นิติบุคคลก็ได้ ดังนั้นนั้กรณีสัตสัว์ไว์ปทำ ร้าร้ย ใครเข้าข้หากสัตสัว์นั้ว์ นั้นั้เป็นป็สัตสัว์ป่ว์ ป่า ก็ไม่สม่ามารถฟ้อฟ้งร้อร้งการทำ ละเมิดมิจากใครได้ ในทาง กลับกันหากสัตสัว์นั้ว์ นั้นั้เป็นป็สัตสัว์มีว์เมีจ้าจ้ของ การฟ้อฟ้งละเมิดมิก็ไม่ใม่ช่กช่ารฟ้อฟ้งสัตสัว์ตัว์ ตัวนั้นนั้แต่ เป็นป็การฟ้อฟ้งเจ้าจ้ของผู้ดูแดูลสัตสัว์นั้ว์ นั้นั้ๆ 2. ต้องมีกมีารกระทำ โดยการกระทำ นี้ให้หมายความรวมถึงการงดเว้นว้การกระทำ ด้วย ยกตัวอย่าย่ง เช่นช่ คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 761/2518 เทศบาลจำ เลยมีหมีน้าที่ซ่อซ่มแชมถนน จำ เลยไม่ทม่ราบว่าว่มี ทางเท้าเป็นป็หลุมลุขนาดใหญ่มา 2 ปี จำ เลยไม่ซ่ม่อซ่มแซมเป็นป็เหตุใตุห้โจทก์เดินตกลงไป จำ เลย ทำ ละเมิดมิ คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 561-2/2516 พนักงานสอบสวนและหัวหน้าสถานีตำ รวจมีหมีน้าที่ดูแดูล รักรัษาทรัพรัย์ขย์องกลางเหมือมืนเช่นช่วิญวิญูชนพึงพึดูแดูลรักรัษาทรัพรัย์สิย์นสิของตนเอง การเก็บ รถยนต์ของกลางตากแดดตากฝน เป็นป็เหตุใตุห้รถยนต์เสียสีหาย ต้องรับรัผิดฐานละเมิดมิ การที่อ้างว่าว่ ไม่มีม่ โมีรงเก็บรถและรถของทางราชการหรือรืรถของกลางคดีอื่นก็เก็บรักรัษาไว้ ในสภาพเดียวกันไม่เม่ ป็นป็เหตุผตุล ที่จะให้พ้นพ้ความรับรัผิดฐานละเมิดมิ ได้ คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 769/2510 จำ เลยเป็นป็หญิงอายุ 28 ปี ขับขัรถมาคนเดียวขณะหยุด รถรอสัญสัญาณไฟเมื่อมื่เวลา 21 นาฬิกาได้มีคมีนร้าร้ยเปิดประตูรตูถเข้าข้ไปนั่งนั่คู่ และใช้รช้ะเบิดบิ มือมืขู่ใขู่ห้ขับขัรถไป จำ เลยตกใจขับขัรถฝ่าฝืนสัญสัญาณไฟ ออกไปชนรถที่แล่นสวนมาโดย ไม่ไม่ด้เจตนาตามพฤติการณ์เช่นช่นี้ จะว่าว่การชนเกิดเพราะความประมาทของจำ เลยไม่ไม่ด้ เพราะบุคคลที่อยู่ใยู่นภาวะตกตะลึงกลัวจะให้มีคมีวามระมัดมัระวังวัเช่นช่บุคคลปกติหาได้ไม่ เมื่อมื่จำ เลยไม่ไม่ด้จงใจหรือรืประมาทเลินเล่อทำ ละเมิดมิจำ เลยจึงจึไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิดในความเสียสี หายที่รถชนกันนั้นนั้
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 9042/2560 จำ เลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งซึ่เป็นป็แพทย์ร่ย์วร่มกันตรวจ วินิวิ นิจฉัยการตั้งครรภ์ของโจทก์ที่ 1 ไม่พม่บความพิกพิารของโจทก์ที่ 2 และไม่ไม่ด้แจ้งจ้ ให้ โจทก์ที่ 1 ทราบข้อข้มูล ที่ถูกถูต้องและครบถ้วนด้วยภาษาที่โจทก์ที่ 1 จะเข้าข้ใจได้ ทั้ง ๆ ที่ สภาพร่าร่งกายทารกในครรภ์ของโจทก์ที่ 1 มีคมีวามพิกพิารอย่าย่งรุนแรงย่อย่มทำ ให้โจทก์ที่ 1 เข้าข้ใจผิดและคาดหวังวัว่าว่ทารกในครรภ์มีสมีภาพร่าร่งกายปกติเช่นช่คนทั่วไป ย่อย่มทำ ให้ โจทก์ที่ 1 เสียสี โอกาสในการตัดสินสิ ใจว่าว่จะหาทางแก้ไข เยียยีวยา หรือรืดำ เนินการเกี่ยวกับ โจทก์ที่ 2 และหากโจทก์ที่ 1 ทราบข้อข้มูลที่ถูกถูต้องครบถ้วนจากจำ เลยที่ 3 เสียสีแต่แรก และทราบว่าว่ความพิกพิารของทารกไม่อม่าจแก้ไขได้ โจทก์ที่ 1 ก็ย่อย่มมีโมีอกาสเตรียรีมใจ ยอมรับรักับเหตุกตุารณ์ที่จะเกิดขึ้นขึ้ก่อนการคลอดโจทก์ที่ 2 อันจะเกิดผลดีแก่สภาพจิตจิ ใจ ของโจทก์ที่ 1 มากกว่าว่จะรู้ถึรู้ ถึงความพิกพิารของโจทก์ที่ 2 โดยกะทันหันอันเป็นป็เหตุใตุห้เกิด ความกระทบกระเทือนต่อสภาพจิตจิ ใจโจทก์ที่ 1 อย่าย่งรุนแรง จึงจึเป็นป็การกระทำ โดย ประมาทเลินเล่ออันเป็นป็การละเมิดมิทำ ให้โจทก์ที่ 1 ได้รับรัความเสียสีหายทางด้านจิตจิ ใจ ซึ่งซึ่ เป็นป็ความเสียสีหายแก่อนามัยมัจำ เลยที่ 1 ซึ่งซึ่เป็นป็คู่สัคู่ ญสัญากับโจทก์ที่ 1 และจำ เลยที่ 2 แพทย์เย์จ้าจ้ของไข้ใข้นฐานะตัวแทนของจำ เลยที่ 1 ซึ่งซึ่มอบหมายให้จำ เลยที่ 3 ร่วร่มในการ ตรวจวินิ วิจฉัยการตั้งครรภ์ของโจทก์ที่ 1 ด้วยเครื่อรื่งอัลตราชาวด์ต้องร่วร่มกันรับรัผิดใน ความเสียสีหายที่เกิดขึ้นขึ้แกโจทก์ที่ 1 ด้วย คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 5018/2550 จำ เลยที่ 3 เป็นป็แพทย์ปย์ระจำ โรงพยาบาล ส. และเป็นป็ เจ้าจ้หน้าที่ในหน่วยงานของจำ เลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ที่ 1 มีอมีาการเจ็บจ็ครรภ์ได้เข้าข้รับรัการ ตรวจรักรัษาที่โรงพยาบาล ส. มีจำมีจำเลยที่ 3 เป็นป็แพทย์ผู้ย์ ผู้ตรวจรักรัษาโดยวิธีวิผ่ธี ผ่าตัด ทำ คลอดแต่ทารกในครรภ์ได้ถึงแก่ความตาย จำ เลยที่ 3 ได้ใช้คช้วามระมัดมัระวังวัในการ ตรวจรักรัษาโจทก์ที่ 1 ตามความรู้ครู้วามสามารถในการประกอบวิชวิาชีพชีแพทย์แย์ล้ว การก ระทำ ของจำ เลยที่ 3 จึงจึไม่เม่ ป็นป็การละเมิดมิต่อโจทก์ทั้งสอง จำ เลยที่ 1 และที่ 2 ในฐานะ หน่วยงานของรัฐรัที่จำ เลยที่ 3 สังสักัด จึงจึไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิดต่อโจทก์ทั้งสอง คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 10312/2559 จำ เลยที่ 1 ขับขัรถเลี้ยวกลับรถเข้าข้ไปในทางเดินรถ ที่เกิดเหตุใตุนขณะที่มีรมีถยนต์ของโจทก์แล่นสวนทางมาในระยะน้อยกว่าว่ 100 ม. ตามที่ กฎหมายกำ หนด โดยไม่รม่อให้รถยนต์ของโจทก์ที่สวนมาผ่านทางร่วร่มทางแยกไปก่อน อันเป็นป็การกีดขวางการจราจรของรถอื่นและไม่ปม่ลอดภัย การเลี้ยวกลับรถของจำ เลยที่ 1 ดังกล่าวจึงจึเป็นป็การกระทำ โดยประมาทเป็นป็เหตุใตุห้เกิดเหตุรตุถชนกันในคดีนี้
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 16000/2557 การที่พยานโจทก์เพียพีงแจ้งจ้ ให้จำ เลยที่ 2 ทราบหลัง เกิดเหตุคตุรั้งรั้แรกว่าว่มีสมีายเคเบิลบิ ใยแก้วนำ แสงของโจทก์ติดตั้งอยู่แยู่ต่ไม่มีม่คมีว่าว่มชัดชัเจน ว่าว่ ฝังอยู่จุยู่จุดโดบ้าบ้ง ประกอบกับห้างหุ้นหุ้ส่วส่นจำ กัด ส. ผู้รับรัเหมาช่วช่งซึ่งซึ่ดำ เนินการวาง ท่อประปามาแล้วประมาณ 50 กิโลเมตร ชุดไม่โม่ดนสายเคเบิลบิของโจทก์เลย เหลือระยะ ทางที่จะต้องวางท้อประปาอีกประมาณ 135 กิโลเมตร ซึ่งซึ่ห้างหุ้นหุ้ส่วส่นจำ กัด ส. ยังยัคง ขุดเพื่อพื่วางท่อประปาต่อไปตามแนวเขตที่ได้รับรัอนุญาตโดยปฏิบัติบั ติเหมือมืนกับ 50 ไล เมตรเร จึงจึทั้งได้ว่าว่ ฝ่ายจำ เลยมีไมีด้จงไจหรือรืประมาทเลินเล่อ แม้จม้ะก่อให้เกิดความเสียสี หายแก่สายเคเบิลบิของโจทก์ก็ไม่ถืม่ ถือว่าว่เป็นป็การกระทำ ละเมิดมิต่อโจทก์ โจทก์จึงจึไม่มีม่สิมีทสิธิ เรียรีกค่าสินสิ ไหมทดแทนจากจำ เลยที่ 2 กับจำ เลยที่ 3 ซึ่งซึ่เป็นป็หุ้นหุ้ส่วส่นผู้จัดจัการของจำ เลย ที่ 2 และจำ เลยที่ 1 ผู้ว่าว่จ้าจ้งจำ เลยที่ 2 จึงจึไม่ต้ม่ ต้องร่วร่มรับรัผิดชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนแก่ โจทก์เช่นช่กัน 3. ต้องทำ ต่อบุคคลอื่น 4. โดยจงใจหรือรืประมาทเลินเล่อ หมายถึงจะกระทำ โดยตั้งใจก็ดี หรือรืประมาทก็ดี เป็นป็การกระทำ ละเมิดมิเสมอ แต่ทั้งนี้ การกระทำ โดยประมาทก็ยังยัต้องเป็นป็การกระทำ ที่มี ความรู้สึรู้กสึนึกคิดอยู่เยู่พียพีงแต่ไม่ใม่ช้คช้วามระมัดมัระวังวัให้พอเพียพีง ซึ่งซึ่ต่างจากการกระทำ ที่ไร้ ความรู้สึรู้กสึสำ นึก เช่นช่นายแดงเส้นส้เลือดในสมองแตก ล้มทับรถของนายดำ บุบเสียสีหาย เช่นช่นี้ไม่ใม่ช่กช่ารกระทำ โดยประมาทเพราะนายแดงไม่มีม่จิมีตจิรู้สำรู้สำนึก จึงจึไม่ต้ม่ ต้องไปวิเวิคราะห์ ต่อไปว่าว่นายแดงใช้คช้วามระมัดมัระวังวัเพียพีงพอที่จะเป็นป็ความประมาทหรือรื ไม่ใม่นกรณีนี้นาย แดงไม่ไม่ด้ทำ ละเมิดมิ 5. โดยผิดกฎหมาย หมายถึงการกระทำ ลงไปโดยไม่มีม่สิมีทสิธิหธิรือรื ไม่มีม่อำมี อำนาจ ไม่จำม่จำเป็นป็ ต้องเป็นป็การกระทำ ผิดตามตัวบทกฎหมายเท่านั้นนั้ดังนั้นนั้ ในทางกลับกัน การกระทำ ใด กระทำ ลงไปโดยที่มีสิมีทสิธิก็ธิ ก็ไม่เม่ ป็นป็การทำ ละเมิดมิยกตัวอย่าย่งเช่นช่ คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 360/2477 การแจ้งจ้ความต่อเจ้าจ้พนักงานหาว่าว่ผู้ใดกระทำ ผิดกฎหมาย นั้นนั้หากมีเมีหตุอัตุอันสมควรและกระทำ โดยสุจสุริตริแล้ว ไม่เม่ ป็นป็ความผิดตามกฎหมาย ไม่ต้ม่ ต้อง รับรัผิดฐานละเมิดมิ 6. ทำ ให้เขาเสียสีหาย ดังนั้นนั้หากเป็นป็การกระทำ ที่ยังยั ไม่ก่ม่ ก่อให้เกิดความเสียสีหายก็ยังยั ไม่จัม่ดจั เป็นป็ละเมิดมิ
1. การทำ ตามสัญสัญา ยกตัวอย่าย่งเช่นช่คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 137/2513 แม้สัม้ญสัญาเช่าช่เป็นป็ โมฆียฆีะแต่เมื่อมื่ โจทก์ยังยัมีไมีด้บอกล้างสัญสัญาเช่าช่นั้นนั้สัญสัญาก็ยังยัคงสมบูรณ์อยู่ การที่ จำ เลยเข้าข้ทำ นาโดยอาศัยสิทสิธิตธิามสัญสัญาที่ยังยัมีผมีลใช้บัช้งบัคับอยู่ ย่อย่มไม่เม่ ป็นป็ละเมิดมิ 2. มีอำมี อำนาจตามคำ พิพพิากษา ยกตัวอย่าย่งเช่นช่คำ พิพพิากษาฎีกาที 37/2529 โจทกร้อร้งขอ ให้ใช้วิช้ธีวิกธีารชั่วชั่คราวก่อนพิพพิากษาในกรณีฉุกฉุเฉินให้จำ เลยรื้อรื้ถอนแผ่นเหล็ก (ที่ปิดกั้นกั้ ทางระบายน้ำ ) ดังกล่าวออกเมื่อมื่ศาลอนุญาตแล้วโจทก์ก็เอาแผ่นเหล็กที่จำ เลยนำ ไปปิด กั้นกั้ออก การกระทำ ของโจทก์ดังกล่าวได้รับรัความคุ้มคุ้ครองตามคำ สั่งสั่ศาลอันชอบด้วย กฎหมาย ถือไม่ไม่ด้ว่าว่เป็นป็การกระทำ โดยละเมิดมิ 3. การกระทำ โดยความยินยิยอม มีหมีลักกฎหมายทั่วไปว่าว่ความยินยิยอมไม่ก่ม่ ก่อให้เกิดความ เสียสีหาย (Volenti non fit injuria) ดังนั้นนั้เมื่อมื่ ไม่มีม่คมีวามเสียสีหายก็ไม่เม่ ป็นป็ละเมิดมิจึงจึมีผู้มี ผู้ กล่าวอีกลักษณะหนึ่งว่าว่ "ความยินยิยอมไม่เม่ ป็นป็ละเมิดมิ " แต่ทั้งนี้ความยินยิยอมต้อง เป็นป็การยินยิยอมโดยสมัคมัรใจไม่ถูม่กถูบังบัคับหรือรืถูกถูข่มข่ขู่ คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 673/2510 การที่โจทก็ท้าให้จำ เลยฟันฟัเพื่อพื่ทดลองคาถาอาคมซึ่งซึ่ตน เชื่อชื่ถือและอวดอ้างว่าว่ตนอยู่คยู่งนั้นนั้เป็นป็การที่โจทก็ได้ยอมหรือรืสมัคมัรใจให้จำ เลยทำ ต่อ ร่าร่งกายเป็นป็การยอมรับรัผลเสียสีหายที่จะเกิดขึ้นขึ้แก่ตนเอง โจทก์จึงจึฟ้อฟ้งให้จำ เลยรับรัผิด ไม่ไม่ด้ คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 544/2523 โจทก์ยินยิยอมให้จำ เลยทิ้งดินจากเรือรืขุดลงในที่ดินของ โจทก์รวมทั้งที่สาธารณะที่โจทก์ปกครองอยู่โยู่ดยไม่ติม่ ติดใจเรียรีกร้อร้งค่าทดแทนหรือรืค่าเสียสี หายใดๆ ทั้งสิ้นสิ้การทิ้งดินของจำ เลยจึงจึไม่เม่ ป็นป็ละเมิดมิ คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 1656/2493 การเข้าข้ไปอยู่ใยู่นห้องของคนอื่น แม้ใม้นชั้นชั้ต้นจะมีใมีช่ เป็นป็การละเมิดมิแต่เมื่อมื่เจ้าจ้ของไม่ปม่ระสงค์จะให้อยู่อยู่าศัยต่อไปและบอกให้ออกไปแล้วยังยั ขืนขือยู่ดัยู่ ดังนี้ย่อย่มเป็นป็การละเมิดมิต่อเจ้าจ้ของ 2. ข้อ ข้ ยกเว้น ว้ การทำ ละเมิดมิ
ในเรื่อรื่งความรับรัผิดในความเสียสีหายอันเกิดจากการกระทำ ของผู้อื่นจะเป็นป็การร่วร่ม รับรัผิดมีใมีช่กช่าร รับรัผิดแทน นั้นนั้ก็แปลว่าว่ผู้ทำ ละเมิดมิยังยัคงมีคมีวามรับรัผิดอยู่ ดังเช่นช่เด็ก ชายแดงเตะลูกลูฟุตบอลไปลูกลูรเรื่อรื่ง บ้าบ้นนายดำ แตก พ่อพ่ของเด็กชายแดงต้องร่วร่มรับรั ผิดจากการกระทำ ของเด็กชายแด่งด้วย กฎหมายเรื่อรื่งความรับรัผิดในความเสียสีหายอัน เกิดจากการกระทำ ของผู้อื่นมีวัมีตวัถุปถุระสงค์เพื่อพื่คุ้มคุ้ครองบุคคลภายนอก ผู้ได้รับรัความ เสียสีหายจากการถูกถูละเมิดมิเป็นป็สำ คัญ ทั้งนี้เพราะตัวผู้ทำ ละเมิดมิเองอาจจะไม่สม่ามารถ รับรั ผิดชอบในเรื่อรื่งค่าสินสิ ไหมทดแทนได้เต็มที่เท่าที่ควรจึงจึมีกมีารกำ หนดให้บุคคลอื่นร่วร่มรับรั ผิดเพื่อพื่ละเมิดมิด้วยความรับรัผิดอันเกิดจากความเสียสีหายของผู้อื่นอาจมีไมีด้หลายลักษณะ ดังนี้คือ 1. นายจ้าจ้งต้องร่วร่มรับรัผิดกับลูกลูจ้าจ้งซึ่งซึ่ได้กระทำ ไปในทางการที่จ้าจ้ง" เช่นช่นายแดงเป็นป็ คนขับขัรถของนายดำ แล้วเกิดหลับในพุ่งพุ่ชนร้าร้นขายผลไม้ริม้มริทาง เช่นช่นี้นายดำ ผู้เป็นป็ นายจ้าจ้งก็ต้องร่วร่มรับรัผิดในการทำ ละเมิดมินี้ด้วย หรือรื ในกรณี นายแดงเป็นป็คนขับขัรถของ บริษัริ ษัท ขณะขับขัรถไปส่งส่สินสิค้า รถเกิดเสียสีหลัก พุ่งพุ่ชนคนข้าข้มถนนได้รับรับาดเจ็บจ็ นายจ้าจ้งก็ต้องร่วร่มรับรัผิดด้วยแต่ทั้งนี้นายจ้าจ้งก็ยังยัคงมีสิมีทสิธิไธิล่เบี้ย บี้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนที่ ได้จ่าจ่ยไปแก่บุคคลภายนอกจากลูกลูจ้าจ้งได้ คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 117/2540 จำ เลยที่ 3 เป็นป็ลูกลูจ้าจ้งของจำ เลยที่ 1 และที่ 2 ขับขัรถยนต์ ไปในทางการที่จ้าจ้ง หลังจากนั้นนั้จำ เลยที่ 3 จะทุจทุริตริขับขัรถยนต์ไปธุระส่วส่นตัวแล้วไป กระทำ ละเมิดมิต่อผู้อื่น ก็เป็นป็เรื่อรื่งการปฏิบัติบั ติงานในหน้าที่ระหว่าว่งนายจ้าจ้งกับลูกลูจ้าจ้งที่ไม่ ชอบ แต่สำ หรับรับุคคลภายนอกถือว่าว่เป็นป็การกระทำ ละเมิดมิ ในทางการที่จ้าจ้ง จำ เลยที่ 1 และที่ 2 ต้องร่วร่มรับรัผิดกับจำ เลยที่ 3 ด้วย คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 1485/2499 นายจ้าจ้งให้ลูกลูจ้าจ้งนำ มะพร้าร้วไปส่งส่ ให้ผู้ซื้อซื้ในระหว่าว่ง ส่งส่ มะพร้าร้วแก่กันนั้นนั้ผู้ซื้อซื้โต้เถียงด่าว่าว่ลูกลูจ้าจ้ง ลูกลูจ้าจ้งโกรธจึงจึชกต่อยผู้ซื้อซื้บาดเจ็บจ็ถือว่าว่ เป็นป็เหตุกตุารณ์อีกอย่าย่งหนึ่งไม่ใม่ช่กิช่ กิจการที่นายจ้าจ้งมอบให้ลูกลูจ้าจ้งไปกระทำ นายจ้าจ้งไม่ ต้องรับรัผิดฐานละเมิดมิร่วร่มกัน 3. ความรับรัผิดชอบในความเสียสีหายอันเกิดจากการกระทำ ของผู้อื่น
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 381/2560 ตารางกรมธรรม์คุ้ม์ คุ้มคุ้ครองผู้ประสบภัยจากรถเป็นป็กรม ธรรม์ที่ม์ ที่ ออกตาม พ.ร.บ.คุ้มคุ้ครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งซึ่ปังคับให้เจ้าจ้ของ รถจะต้องจัดจั ให้มีกมีารประกันตามมาตรา 7 ดังนั้นนั้เมื่อมื่ โจทก์ในฐานะผู้รับรั ประกันภัยได้ จ่าจ่ยค่าสินสิ ไหมทดแทนเป็นป็ค่าเสียสีหายเปื้องต้น 13,883 บาท ตามกรมธรรม์คุ้ม์ คุ้มคุ้ครองผู้ ประสบภัยจากรถแล้วโจทก์ย่อย่มมีสิมีทสิธิไธิล่เบี้ย บี้ เอาจาก ส. ผู้ขับขัรถโดยสารประจำ ทางที่ก่อ ให้เกิดความเสียสีหายเพราะประมาทเลินเล่อได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มคุ้ครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 31 อันเป็นป็สิทสิธิไธิล่เบี้ย บี้ ที่เกิดขึ้นขึ้โดยผลของกฎหมายเฉพาะ ทั้งจำ เลย เป็นป็นายจ้าจ้งของ ส. ผู้ซึ่งซึ่ได้กระทำ ละเมิดมิ ไปในทางการที่จ้าจ้ง แม้จำม้จำเลยจะมีใมีช่บุช่บุคคลตาม มาตรา 31 ก็ตาม แต่นายจ้าจ้งต้องร่วร่มรับรัผิดกับ ลูกลูจ้าจ้งในผลแห่งละเมิดมิซึ่งซึ่ลูกลูจ้าจ้งได้ กระทำ ไปในทางการที่จ้าจ้งนั้นนั้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 โจทก์จึงจึมีสิมีทสิธิไธิล่เบี้ย บี้ เอาค่าเสียสี หายเบื้อบื้งต้นดังกล่าวจากจำ เลยได้ด้วย จำ เลยจึงจึต้องรับรัผิดต่อโจทก์ 2. บิดบิามารดาหรือรืผู้อนุบาลร่วร่มรับรัผิดกับผู้เยาว์หว์รือรืคนวิกวิลจริตริแล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ หากบิดบิามารดาหรือรืผู้อนุบาลสามารถพิสูพิจสูน์ได้ว่าว่ตนได้ใช้คช้วามระมัดมัระวังวัตามสมควรแก่ หน้าที่ที่จะต้องดูแดูล ก็ไม่จำม่จำต้องร่วร่มรับรัผิดกับบุคคลดังกล่าว" 3. ครูบาอาจารย์ นายจ้าจ้งหรือรืบุคคลผู้ดูแดูลผู้ไร้คร้วามสามารถอยู่เยู่ ป็นป็ ประจำ หรือรืชั่วชั่คราว จำ ต้อง ร่วร่มรับรัผิดจากการทำ ละเมิดมิของผู้ไร้คร้วามสามารถ เว้นว้แต่จะได้ใช้คช้วาม ระมัดมัระวังวัตามสมควร" คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 1788/2499 บิดบิามารดาซึ่งซึ่เป็นป็ผู้ปกครองผู้เยาว์รู้ว์รู้เรู้ห็นยินยิยอมให้บุตร ผู้เยาว์ขัว์บขัขี่ร ขี่ ถจักจัรยานยนต์และขับขัรถยนต์มาข้าข้นาน มีไมีด้ห้ามปรามตามสมควรแก่ หน้าที่ดูแดูลเมื่อมื่ผู้เยาว์ขัว์บขัรถจักจัรยานยนต์ขนรถผู้อื่นเสียสีหายอันเป็นป็การละเมิดมิ ปิดา มารดาต้องรับรัผิดร่วร่มด้วย
คำ พิพพิากษาฎีกาที356/2511 มารดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์เว์ล่นไม้กม้ระบอกพลุที่ลุที่ บ้าบ้นและ ที่โรงเรียรีนมาก่อนจนบุตรมีคมีวามสามารถทำ ให้คนอื่นเล่นได้และนำ ไปเล่นที่โรงเรียรีน เป็นป็เหตุใตุห้เด็กนักเรียรีนผู้หนึ่งตาบอด เช่นช่นี้มารดาต้องรับรัผิดร่วร่มกับบุตรในผลการ ทำ ละเมิดมินั้นนั้ด้วยแต่ครูประจำ ชั้นชั้ของเด็กผู้ทำ ละเมิดมิซึ่งซึ่ตอนเข้าข้เห็นเด็กนักเรียรีนเอา กระบอกพลมาเล่นกันเกรงจะเกิดอันตราย จึงจึได้เก็บไปทำ ลายและห้ามมีใมีห้เด็กเล่นต่อ ไป แต่เด็กได้ใช้พช้ลุยิลุงยิกันในเวลาหยุดพักพักลางวันวัและนอกห้องเรียรีน ถือว่าว่ ได้ใช้คช้วาม ระมัดมัระวังวัตามสมควรแล้ว จึงจึไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิด คำ พิพพิากษาฎีกาที่ 62/2522 บิดบิามารดาของเด็กซึ่งซึ่หนีจากบ้าบ้นตั้งแต่อายุ 12 ปีแปีม้ถูม้กถู ล่ามโซไว้ก็ว้ ก็ยังยัหนี จนอายุ 18 ปีไปีปรับรัจ้าจ้งขับขัรถยนต์ บิดบิามารดาใช้คช้วามระมัดมัระวังวั ดูแดูลอย่าย่ง ดีแล้ว นอกเหนือจากอำ นาจของบิดบิามารดาจะระมัดมัระวังวัได้ บิดบิามารดาไม่ ต้องรับรัผิดในละเมิดมิที่บุตร ขับขัรถชนผู้อื่นโดยประมาท 4. ความรับ รั ผิดในความเสีย สี หายอันเกิดจากทรัพ รั ย์ 1. ความเสียสีหายอันเกิดจากสัตสัว์ หากสัตสัว์สว์ร้าร้งความเสียสีหายเจ้าจ้ของสัตสัว์หว์รือรืผู้รับรั เลี้ยง จำ ต้องใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนแก่ฝ่ายที่เสียสีหาย เว้นว้แต่จะใช้คช้วามระมัดมัระวังวัตาม สมควรแก่พฤติการณ์ของสัตสัว์นั้ว์ นั้นั้หรือรืแม้ใม้ช้คช้วามระมัดมัระวังวัแล้วความเสียสีหายก็ยังยั คงเกิดขึ้นขึ้อยู่ดียู่ ดี" เช่นช่ช้าช้งกำ ลังตกมันมัแม้เม้จ้าจ้ของจะล่ามโซ่ไซ่ว้อว้ย่าย่งดีช้าช้งก็กระชากโซ่ หลุดลุแล้วไล่ทำ ร้าร้ยคน เช่นช่นี้ เจ้าจ้ของข้าข้งก็ไม่ต้ม่ ต้องใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทน แต่ทั้งนี้หาก การที่สัตสัว์สว์ร้าร้งความเสียสีหายเกิดจากมีบุมีบุคคลไปยุแหย่ก็ย่ ก็สามารถไล่เบี้ย บี้ เอากับบุคคลที่ ยุแหย่สัย่ตสัว์ไว์ด้ คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 973/2479 ผู้รับรัมอบให้เลี้ยงรักรัษาข้าข้งแต่ผู้เดียวจักจัต้องรับรัผิด ใช้ค่ช้ ค่าเสียสีหายในกรณีที่ช้าช้งไปทำ ร้าร้ยข้าข้งอื่นถึงตายโดยความประมาทเลินเล่อของผู้ เลี้ยงรักรัษาเจ้าจ้ของข้าข้งไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิดร่วร่มด้วย
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 1067/2496 มารดาเป็นป็เจ้าจ้ของข้าข้งแต่บุตรเป็นป็ผู้ดูแดูลรักรัษาช้าช้ง นั้นนั้ ไว้แว้ทนมารดา และบุตรยังยั ได้จ้าจ้งลูกลูจ้าจ้งให้เป็นป็ควาญและเป็นป็ผู้เลี้ยงรักรัษาช้าช้งนั้นนั้ เมื่อมื่เกิดการละเมิดมิ โดยลูกลูจ้าจ้งปล่อยปละประมาทเลินเล่อไม่รม่ะมัดมัระวังวัข้าข้งเป็นป็เหตุใตุห้ ข้าข้งไปทำ ลายสิ่งสิ่ของของผู้อื่นเสียสีหายเช่นช่นี้ บุตรกับลูกลูจ้าจ้งต้องร่วร่มกันรับรัผิดชดใช้ค่ช้ ค่า เสียสีหายให้แก่เขา แต่มารดา ผู้เป็นป็เจ้าจ้ของข้าข้งไม่ไม่ด้เกี่ยวข้อข้งอะไรด้วย จึงจึไม่ต้ม่ ต้องร่วร่ม รับรัผิดด้วย คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 889/2510 เจ้าจ้ของข้าข้งมอบข้าข้งให้บุตรไปดูแดูลเลี้ยงรักรัษาและ ทำ งานหาประโยชน์โดยเจ้าจ้ของช้าช้งไม่ไม่ด้เกี่ยวข้อข้งในการเลี้ยงหรือรืรับรัจ้าจ้ง เมื่อมื่ช้าช้ง ทำ ความเสียสีหายขึ้นขึ้โดยละเมิดมิเจ้าจ้ของข้าข้งไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิด บุตรผู้เลี้ยงรักรัษาข้าข้งเท่านั้นนั้ ต้องรับรัผิด 2. ความเสียสีหายอันเกิดจากโรงเรือรืนหรือรืสิ่งสิ่ปลูกลูสร้าร้งที่ชำ รุด ผู้ครองโรงเรือรืน" จำ ต้องใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนหรือรืจัดจัหามาตรการที่จำ เป็นป็เพื่อพื่บำ บัดบั ปัดป้องภยันยัตรายตามที่ ผู้ที่จะประสบความเสียสีหายร้อร้งขอ ก็ได้'7 คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 5783/2541 โจทก์ก่อสร้าร้งโรงงานและกำ แพง คอนกรีตรีเสริมริเหล็กผนังอิฐบล็อกที่พิพพิาทบนที่ดินของโจทก์ ต่อมาจำ เลยกับพวกได้ ก่อสร้าร้งอาคารคอนกรีตรีสำ นักงานสูงสู 4 ชั้นชั้ชิดชิกำ แพงพิพพิาทของโจทก์เป็นป็เหตุใตุห้ กำ แพงพิพพิาทมีรมีอยแตกร้าร้วเป็นป็เส้นส้เฉพาะกำ แพงช่อช่งที่ 1 ที่ 5 และที่ 22 รอยแตกร้าร้ว ของปูนเป็นป็ช่อช่งใหญ่ประมาณ 1 นิ้ว ช่อช่งผนังกำ แพงที่แตกร้าร้วเป็นป็เส้นส้มีจำมีจำนวน 14 ช่อช่ง และบริเริวณแนวกำ แพงที่โอนเอน เข้าข้มาจากระดับ ตั้งฉากเดิม เมื่อมื่นับจากผนัง กำ แพงใกล้กับท่อน้ำ ทิ้งหลังอาคารสำ นักงานของจำ เลยผนังกำ แพงเอนจากแนวตั้ง ฉากประมาณ 4 เซนติเมตรและเอนเข้าข้ไปด้านในจนถึงจุดที่เอนมาก ที่สุดสุห่าง จุดแรก 9 เมตร มีคมีวามเอน ประมาณ 15 เซนติเมตร เมื่อมื่ความเสียสีหายของกำ แพงพิพพิาทมีเมีพียพีง บางส่วส่น จำ นวน 14 ช่อช่งของจำ นวนกำ แพงพิพพิาทซึ่งซึ่มีทั้มี ทั้งหมด 22 ช่อช่ง ถือได้ว่าว่มี ความเสียสีหายมากเกินกว่าว่ครึ่งรึ่หนึ่งของกำ แพงพิพพิาท อีกทั้งกำ แพงพิพพิาทยังยัเอียงจาก แนวระดับ ตั้งฉากเดิมอีกด้วยประกอบกับความเอียงของกำ แพงมิไมิด้อยู่คยู่งที่หากแต่มี การเอียงอยู่ตยู่ลอดเวลา
ซึ่งซึ่เป็นป็ผลให้กำ แพงพิพพิาทส่วส่นอื่นที่ยังยั ไม่ไม่ด้รับรัความเสียสีหาย มีโมีอกาสเอียงไปตาม แรงติ่งของ ก้านพงส่วส่นที่เยียยีงได้ มื่อมื่ ได้ำ นึงถึงความสียสีขาวางที่เดรับรัจาการทำ ละเมิดมิของจำ เลยแล้ว การให้จำ เลยจัดจัการซื้อซื้ถอนกำ แพงทิพาทและก่อสร้าร้งใหม่ย่ม่อย่ม มีคมีวามเหมาะสมกว่าว่ ให้จำ เลย ก่อสร้าร้งกำ แพงใหม่เม่ฉพาะส่วส่นที่เสียสีหาย 3. ความเสียสีหายอันเกิดจากสิ่งสิ่ของที่ตกจากโรงเรือรืนหรือรืของถูกถูทิ้งขว้าว้งจากโรง เรือรืน ผู้อยู่ใยู่นโรงเรือรืนต้องรับรัผิดชอบ 4. จากยานพาหนะ เครื่อรื่งจักจัรกล หรือรืวัตวัถุอัถุอันตราย ผู้ครอบครองหรือรืควบคุมคุต้อง รับรัผิดชอบหากเกิดความเสียสีหายจากทรัพรัย์ดัย์ ดังกล่าว เว้นว้แต่เหตุสุตุดสุวิสัวิยสัหรือรืเพราะ ความผิดของผู้เสียสีหายนั้นนั้เอง เช่นช่บ้าบ้นของนายเอกกำ ลังทำ บั้งบั้ ไฟ และได้กำ ชับชัทุกทุ คนแล้วว่าว่ห้ามสูบสูบุหรี่ แต่นายโทแอบไปสูบสูบุหรี่บ รี่ ริเริวณใกล้เคียง จึงจึเกิดการระเบิดบิ ขึ้นขึ้นายโทได้รับรับาดเจ็บจ็เช่นช่นี้ความเสียสีหายเกิดขึ้นขึ้เพราะนายโทเอง นายเอกไม่ต้ม่ ต้อง รับรัผิดชอบในความเสียสีหาย 5.ค่าสินสิ ไหมทดแทนเพื่อ พื่ การละเมิดมิ กฎหมายกำ หนดให้บุคคลผู้ทำ ละเมิดมิต้องชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนเพื่อพื่การละเมิดมิต่อ เมื่อมื่ ได้กระทำ โดยจงใจหรือรืประมาทเลินเล่อต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมาย และเป็นป็ เหตุใตุห้ผู้ถูกถูกระทำ ต้องได้รับรัความเสียสีหายแก่ชีวิชีตวิร่าร่งกาย อนามัยมัเสรีภรีาพ ทรัพรัย์สิย์นสิหรือรืสิทสิธิอธิย่าย่งหนึ่งอย่าย่งใด ซึ่งซึ่ค่าสินสิ ไหมทดแทนจะ พึงพึใช้โช้ดยสถานใด เพียพีงใดนั้นนั้ ให้ศาลวินิวิ นิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้าร้ยแรงแห่งละเมิดมิการ คืนทรัพรัย์สิย์นสิอันผู้เสียสีหายต้องเสียสี ไปเพราะละเมิดมิหรือรื ใช้รช้าคาทรัพรัย์สิย์นสินั้นนั้รวมทั้งค่า เสียสีหายอันจะพึงพึบังบัคับให้ใช้เช้พื่อพื่ความเสียสีหายอย่าย่งใด ๆ อันได้ก่อขึ้นขึ้นั้นนั้ด้วย แต่ ทั้งนี้ศาลไทยยังยั ไม่รม่วมค่าเสียสีหายทางจิตจิ ใจเป็นป็ค่าสินสิ ไหมทดแทนที่ผู้เสียสีหายอาจจะ เรียรีกได้ในมูลละเมิดมิ
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 10854/2559 จำ เลยปลอมสัญสัญากู้เกู้งินใช้เช้ป็นป็หลักฐานฟ้อฟ้งโจทก์ และนำ สืบสืสัญสัญากู้เกู้งินปลอมนั้นนั้จนศาลรับรั ฟังฟัและพิพพิากษาให้โจทก์ชำ ระเงินแก่จำ เลย เป็นป็การทำ ให้โจทก์เสียสีหายและเป็นป็ละเมิดมิต้องชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนแกโจทก์ การที่ จำ เลยต้องชำ ระเงิน ที่ได้รับรัจากเจ้าจ้พนักงานบังบัคับคดีคืนแก่โจทก์เป็นป็การใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหม ทดแทนอย่าย่งหนึ่ง คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 11044/2558 ข. คนขับขัรถเครนคันเกิดเหตุเตุป็นป็พนักงานบริษัริ ษัท จำ เลยเป็นป็ผู้ควบคุมคุปันจันจัรถเครนในการยกเครื่อรื่งจักจัรขึ้นขึ้ลงตามความชำ นาญงานของ ตน ส่วส่น ก. พนักงานบริษัริ ษัท ท. เป็นป็เพียพีงผู้กำ หนดจุดที่ตั้งเครื่อรื่งจักจัร ก. ไม่มีม่อำมี อำนาจ กำ หนดวิธีวิกธีารใช้อุช้อุปกรณ์หรือรืปั้นจั่นจั่ของรถเครน ดังนี้ การงานที่ทำ ดังกล่าวมีลัมี ลักษณะ สำ คัญเป็นป็การงานที่จำ เลยตกลงรับรัทำ ให้บริษัริ ษัท ท. ผู้ว่าว่จ้าจ้งจนสำ เร็จร็และผู้ว่าว่จ้าจ้งตกลงให้ สินสิจ้าจ้งเพื่อพื่ผลสำ เร็จร็แห่งการที่ทำ นั้นนั้ โดยจำ เลยเป็นป็ผู้จัดจัหาเครื่อรื่งมือมืคือรถเครน สัญสัญา ระหว่าว่งบริษัริ ษัท ท. กับจำ เลยมีลัมี ลักษณะเป็นป็สัญสัญาจ้าจ้งทำ ของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เพราะมุ่งมุ่เน้นเอาผลสำ เร็จร็ของการงานที่ทำ เป็นป็สำ คัญจำ เลยรวมทั้งพนักงานของจำ เลย มิไมิด้ใช้คช้วามระมัดมัระวังวัในการตรวจสอบปั้นจั่นจั่รถเครนคันเกิดเหตุใตุห้อยู่ใยู่นสภาพเรียรีบร้อร้ย ก่อนนำ ไปใช้ทำช้ ทำการงานที่รับรัจ้าจ้ง เป็นป็เหตุใตุห้เครื่อรื่งจักจัรรูดตกลงไปกระแทกพื้นพื้ ได้รับรัความ เสียสีหาย เป็นป็ผลที่สืบสืเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของจำ เลยและพนักงานขับขัรถ บริษัริ ษัทจำ เลย จำ เลยต้องรับรัผิดชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนแก่บริษัริ ษัท ฮ. ผู้ซื้อซื้เครื่อรื่งจักจัร ในกรณีทำ ให้ผู้เสียสีหายถึงแก่ความตายตายนั้นนั้ค่าสินสิ ไหมทดแทนได้แก่ ค่าปลงศพรวมทั้ง ค่าใช้จ่ช้าจ่ย อันจำ เป็นป็อย่าย่งอื่น ๆ อีกด้วย แต่ถ้าผู้เสียสีหายมิไมิด้ถึงแก่ความตายในทันที ค่า สินสิ ไหมทดแทนได้แก่ค่ารักรัษาพยาบาล รวมทั้งค่าเสียสีหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำ มาหาได้ เพราะไม่สม่ามารถประกอบการงานนั้นนั้และถ้าเหตุที่ตุที่ ตายลงนั้นนั้ทำ ให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาด ไร้อุร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วย บุคคลที่ทำ ละเมิดมิจะต้องจ่าจ่ยค่าสินสิ ไหมทดแทนแก่ผู้ที่ผู้ตาย ได้อุปการะอยู่ด้ยู่ ด้วย คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 5245/2558 โจทก์เป็นป็ภริยริาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีสิมีทสิธิ์ ได้รับรัค่าขาดไร้อุร้อุปการะตามกฎหมายเพราะเหตุลตุะเมิดมิข้อข้เท็จจริงริปรากฏว่าว่ โจทก์ถึงแก่ ความตายระหว่าว่งพิจพิารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อมื่วันวัที่ 19 ตุลตุาคม 2556 หน้าที่ในการ อุปการะของผู้ตายในฐานะสามีขมีองโจทก์ที่มีต่มี ต่อโจทก์จึงจึสิ้นสิ้สุดสุลงในวันวัดังกล่าว ที่ศาล อุทธรณ์ภาค 7 กำ หนดค่าเสียสีหายในส่วส่นนี้ตามที่โจทก์เรียรีกร้อร้งเป็นป็เวลา 7 ปี นับแต่วันวัทำ ละเมิดมิคือ วันวัที่ 17 มกราคม 2554 จึงจึมากเกินสมควร กรณีมีเมีหตุสตุมควรกำ หนดค่าขาดไร้ อุปการะที่จำ เลย ทั้งสองต้องรับรัผิดต่อโจทก็ใหม่ตม่ามส่วส่นที่โจทก์เรียรีกร้อร้ง
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 4780/255 ค่าเสียสีหายเบื้อบื้งต้นตามนิยามของ พ.ร.บ. คุ้มคุ้ครอง ผู้ ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 มาตรา4 หมายถึงค่าปลงศพด้วยเหตุที่ตุที่ จำ เลยที่ 3 ต้องจ่าจ่ยค่า เสียสีหายเบื้อบื้งต้นก็เพราะจำ เลยที่ 2 นายจ้าจ้งของจำ เลยที่ 1 ผู้ทำ ละเมิดมิทำ สัญสัญาประกันภัย ค้ำ จุนไว้กัว้ กับจำ เลยที่ 3 ค่าเสียสีหายเบื้อบื้งต้นจึงจึเป็นป็ค่าสินสิ ไหมทดแทนที่จำ เลยที่ 2 มีภมีาระต้อง รับรัผิดต่อโจทก์ทั้งสอง การที่จำ เลยที่ 3 ชำ ระค่าเสียสีหายเบื้อบื้งต้นแกโจทก็ทั้งสองจึงจึเป็นป็การ ชำ ระค่าปลงศพรวมถึงค่าใช้จ่ช้าจ่ยอันจำ เป็นป็อย่าย่งอื่นด้วยแก่โจทก์ทั้งสองแทนจำ เลยที่ 2 ผู้ ต้องรับรัผิดจากการทำ ละเมิดมิของจำ เลยที่ 1 ซึ่งซึ่เป็นป็ลูกลูจ้าจ้งและทำ ละเมิดมิ ในทางการที่จ้าจ้ง ล. เป็นป็ภริยริาของ ห. ผู้ตาย มีสิมีทสิธิ์ไธิ์ด้รับรัค่าอุปการะเลี้ยงดูจดูากผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1461 วรรคสอง ขณะ ห. มีชีมีวิชีตวิเป็นป็ผู้ออกค่ารักรัษาพยาบาลซึ่งซึ่ถือเป็นป็ค่าอุปการะเลี้ยงดูใดูห้แก่ ล. ตลอดมา เมื่อมื่ห. ถึงแก่ความตายจากการทำ ละเมิดมิของจำ เลยที่ 1 ล. จึงจึมีสิมีทสิธิเธิรียรีกค่าขาด ไร้อุร้อุปการะในส่วส่นนี้ได้ แต่ก่อนถึงแก่ความตาย ล. ยังยัมิไมิด้ฟ้อฟ้งเรียรีกค่าขาดไร้อุร้อุปการะ แม้ โจทก์ทั้งสองจะเป็นป็ทายาทโดยธรรมของ ล. แต่โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้อฟ้งเพียพีงว่าว่เป็นป็ ทายาทโดยธรรมและเป็นป็ผู้จัดจัการมรดกร่วร่มกันของ ห. มิไมิด้บรรยายให้ชัดชัแจ้งจ้ว่าว่ โจทก์ทั้ง สองฟ้อฟ้งคดีนี้ในฐานะทายาทโดยธรรมของ ล. ด้วย โจทก์ทั้งสอง จึงจึไม่มีม่อำมี อำนาจเรียรีกค่า สินสิ ไหมทดแทนในส่วส่นนี้แทน ล. คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้อฟ้งให้จำ เลยทั้งสาม รับรัผิดค่าขาดรายได้ จากการประกอบอาชีพชีของ ห. ผู้ตาย แต่มิไมิด้บรรยายฟ้อฟ้งให้ชัดชัแจ้งจ้ว่าว่ โจทก์ทั้งสองฟ้อฟ้ง เรียรีกค่าเสียสีหายดังกล่าวในฐานะทายาทโดยธรรมของ ล. และ ห. ผู้ตายมีคมีวามผูกพันพัตาม กฎหมายจะต้องทำ การงานให้เป็นป็คุณคุในครัวรัเรือรืนหรือรือุตสาหกรรมแก่ ล. อย่าย่งไร โจทก์ทั้ง สองจึงจึไม่มีม่สิมีทสิธิเธิรียรีกค่าขาดแรงงานตามฟ้อฟ้ง ผู้ที่จะได้รับรัค่าขาดไร้อุร้อุปการะเลี้ยงดูจดูะต้อง เป็นป็ผู้มีสิมีทสิธิไธิด้รับรัค่าอุปการะเลี้ยงดูตดูาม ป.พ.พ. มาตรา 1598/38 คือ สามีกัมี กับภริยริา หรือรื บิดบิามารดา กับบุตร แต่ อ. และ ธ. มิใมิช่บุช่บุตรของ ห. ผู้ตาย แม้ใม้นความเป็นป็จริงริผู้ตายจะ อุปการะเลี้ยงดูเดูด็ก ทั้งสองอยู่ก็ยู่ ก็ตาม จึงจึไม่มีม่สิมีทสิธิเธิรียรีกค่าขาดไร้อุร้อุปการะเลี้ยงดูจดูากจำ เลยทั้ง สามและไม่ก่ม่ ก่อสิทสิธิใธิห้แก่ผู้อื่นฟ้อฟ้งเรียรีกค่าขาดไร้อุร้อุปการะเลี้ยงดูแดูทน คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 842/2558 ป.พ.พ. มาตรา 433 บัญบัญัติให้ผู้ทำ ละเมิดมิรับรัผิดใช้ค่ช้ ค่า ปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ช้าจ่ยอันจำ เป็นป็อย่าย่งอื่นด้วย ซึ่งซึ่การกำ หนดค่าเสียสีหายดังกล่าวศาลจะ ต้องพิเพิคราะห์ถึงค่าปลงศพตามประเพณีและตามฐานานูรูปของผู้ตาย มิใมิช่ผู้ช่ ผู้ทำ ละเมิดมิต้อง รับรัผิดทั้งหมด การกำ หนดค่าขาดไร้อุร้อุปการะศาลย่อย่มกำ หนดตามฐานะของผู้ตายและฐานะ ของ ผู้มีสิมีทสิธิไธิด้รับรัค่าอุปการะเลี้ยงดู และต้องพิจพิารณาว่าว่หากผู้ตายมีชีมีวิชีตวิอยู่จยู่ะให้อุปการะ เลี้ยงดูไดูด้เพียพีงใดและเป็นป็เวลานานเท่าใด
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 18235/2557 ค่าเสียสีหายเบื้อบื้งต้น หมายความว่าว่ค่ารักรัษาพยาบาล ค่าใช้จ่ช้าจ่ยอันจำ เป็นป็เกี่ยวกับการรักรัษาพยาบาล ค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ช้าจ่ยเกี่ยวกับการจัดจัการ ศพ รวมทั้ง ค่าเสียสีหายและค่าใช้จ่ช้าจ่ยที่จำ เป็นป็อย่าย่งอื่นเพื่อพื่บรรเทาความเดือดร้อร้นของผู้ ประสบภัยในเบื้อบื้งต้นเมื่อมื่คดีนี้โจทก์ฟ้อฟ้งขอให้บังบัคับจำ เลยชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนเฉพาะ ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ช้าจ่ย อันจำ เป็นป็เกี่ยวกับการจัดจัการศพ ซ. กับค่าเสียสีหายของรถ จักจัรยานสองล้อเท่านั้นนั้ โดยไม่ปม่รากฏว่าว่ โจทก์เรียรีกร้อร้งค่าเสียสีหายอย่าย่งอื่นหรือรืต้องนำ ค่าเสียสีหายเบื้อบื้งต้นไปชดใช้ค่ช้ ค่าเสียสีหายอย่าย่งอื่น อันเกิดขึ้นขึ้จากการที่จำ เลยกระทำ ละเมิดมิ จนเป็นป็เหตุใตุห้นายชิ้นชิ้ถึงแก่ความตาย จึงจึต้องนำ เงิน ค่าเสียสีหายเบื้อบื้งต้น 200,000 บาท ที่โจทกได้รับรั ไปแล้วและถือว่าว่เป็นป็ค่าเสียสีหายส่วส่นหนึ่งตาม ป.พ.พ.ไปหักออกจ่าจ่ค่าเสียสี หายดังกล่าวด้วย และเมื่อมื่ข้อข้เท็จจริงริฟังฟัเป็นป็ยุติได้ว่าว่เงินค่าเสียสีหายเบื้อบื้งต้นที่โจทก็ได้ รับรั ไปแล้วมีจำมีจำนวนเท่ากับค่าปลงศพและค่าใช้จ่ช้าจ่ยอันจำ เป็นป็เกี่ยวกับการจัดจัการศพที่ศาล ล่างทั้งสองกำ หนดให้จำ เลยรับรัผิดต่อโจทก์จำ เลยจึงจึไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิดชำ ระ ค่าปลงศพและ ค่าใช้จ่ช้าจ่ยอันจำ เป็นป็เกี่ยวกับการจัดจัการศพแก่โจทก์อีก ในกรณีทำ ให้เสียสีหายแก่ร่าร่งกายหรือรือนามัยมันั้นนั้ผู้ห้องเสียสีหายชอบที่จะได้ชดใช้ค่ช้ ค่าใช้จ่ช้าจ่ย อันตนต้องเสียสี ไปและค่าเสียสีหายเพื่อพื่การที่เสียสีความสามารถประกอบการงานสิ้นสิ้เชิงชิหรือรื แต่บางส่วส่นทั้งในเวลาปัจจุบันบันั้นนั้และในเวลาอนาคตด้วย รวมถึงทดแทนให้แก่บุคคล ภายนอกเพื่อพื่ที่เขาต้องขาดแรงงานอันนั้นนั้ ไปด้วยการทำ ละเมิดมิที่ทำ ให้ผู้เสียสีหายแก่ชื่อชื่ เสียสีงเมื่อมื่ผู้ต้องเสียสีหายมีสิมีทสิธิจธิะร้อร้งขอศาลสั่งสั่ ให้บุคคล ผู้ทำ ละเมิดมิจัดจัการตามควรเพื่อพื่ ทำ ให้ ชื่อชื่เสียสีงของผู้นั้นนั้กลับคืนดีแทนให้ใช้ค่ช้ ค่าเสียสีหายหรือรืทั้งให้ใช้ค่ช้ ค่าเสียสีหาย ด้วยก็ได้ คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 15591/2557 แม้กม้ารขอให้ออกหมายจับจัของพนักงานสอบสวน ดัง กล่าวจะฟังฟั ไม่ไม่ด้ว่าว่มีเมีจตนากลั่นลั่แกล้งโจทก์ แต่ก็เป็นป็การปฏิบัติบั ติหน้าที่โดยปราศจาก ความระมัดมัระวังวัไม่ตม่รวจสอบให้รอบคอบ ถือได้ว่าว่เป็นป็การกระทำ โดยประมาทเลินเล่อจน เป็นป็เหตุใตุห้มีกมีารออกหมายจับจัผิดตัว ทำ ให้โจทก์ต้องถูกถูจับจักุมกุตัวไปดำ เนินคดีต่างท้องที่ เป็นป็เหตุใตุห้โจทก์ได้รับรัความเสียสีหาย เป็นป็การกระทำ ละเมิดมิต่อโจทก์ จำ เลยในฐานะหน่วย งานของรัฐรัต้นสังสักัดของพนักงานสอบสวนสถานีตำ รวจภูธภูรอำ เภอเมือมืงนครพนมที่ออก หมายจับจั โจทก์ผิดตัวจึงจึต้อง รับรัผิดชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนจากการปฏิบัติบั ติหน้าที่บกพร่อร่ง ดังกล่าว
สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งค่าเสียสีหายอันเกิดแต่มูลละเมิดมินั้นนั้มีอมีายุความหนึ่งปีนัปี นับแต่วันวัที่ผู้ต้องเสียสี หาย รู้ถึรู้ ถึงการละเมิดมิและรู้ตัรู้ ตัวผู้จะพึงพึต้องใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทนหรือรืเมื่อมื่พ้นพ้สิบสิ ปีนัปี นับแต่วันวั ทำ ละเมิดมิแต่ถ้าเรียรีกร้อร้งค่าเสียสีหายในมูลอันเป็นป็ความผิด มีโมีทษตามกฎหมายลักษณะ อาญาและมีกำมี กำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าว่ 1 ปี ให้นำ อายุความที่ยาวกว่าว่นั้นนั้มา บังบัคับ คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 10941/2558 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง กำ หนดอายุ ความสิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งอันเกิดแต่มูลละเมิดมิ ไว้ 2 กรณี คือ กรณีแรก มีอมีายุความหนึ่งปีนัปี นับ แต่วันวัที่รู้ถึรู้ ถึงการละเมิดมิและรู้ตัรู้ ตัวผู้จะพึงพึต้องใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทน กรณีที่สอง มีอมีายุความ สิบสิ ปีนัปี นับแต่วันวัทำ ละเมิดมิซึ่งซึ่หากเป็นป็กรณีใดกรณีหนึ่งก็ถือว่าว่สิทสิธิเธิรียรีกร้อร้งอันเกิดแต่มูล ละเมิดมิเป็นป็อันขาดอายุความ คดีนี้โจทก์ฟ้อฟ้งจำ เลยทั้งสิบสิแปดซึ่งซึ่เป็นป็คณะกรรมการ ดำ เนินการของโจทก์กระทำ ละเมิดมิ ไม่ปม่ฏิบัติบั ติามระเบียบีบของโจทก์ว่าว่ด้วยเงินกู้พิกู้เพิศษ โดยอนุมัติมั ติให้เงินกู้พิกู้เพิศษแก่ ส. เพื่อพื่ซื้อซื้รถยนต์โดยไม่ไม่ด้ให้ ส. ส่งส่มอบทะเบียบีนรถยนต์ให้ โจทก์เป็นป็เหตุใตุห้โจทกได้รับรัความเสียสีหายเมื่อมื่ส. จะต้องส่งส่มอบทะเบียบีนรถยนต์แก่โจทก์ ภายในวันวัที่ 31 มีนมีาคม 2540 และมูลละเมิดมิของจำ เลยทั้งสิบสิแปดเกิดจากไม่ดำม่ ดำเนินการ หรือรืละเลยไม่กม่วดขันขั ให้พนักงานสหกรณ์โจทก์ติดตามทวงถาม ส. ให้ส่งส่มอบทะเบียบีน รถยนต์ตามระเบียบีบของโจทก์ตั้งแต่วันวัที่ 30 กรกฎาคม 2540 ดังนั้นนั้วันวัทำ ละเมิดมิย่อย่ม เกิดขึ้นขึ้นับแต่วันวัที่ได้กระทำ หรือรืงดเว้นว้กระทำ อันเป็นป็มูลเหตุใตุห้เกิดความเสียสีหายนั้นนั้ย่อย่ม เกิดอย่าย่งช้าช้ที่สุดสุในวันวัที่ 30 กรกฎาคม 2540 โจทก์ฟ้อฟ้งคดีนี้วันวัที่ 15 กุมกุภาพันพัธ์ 2551 จึงจึล่วงพันพัสิบสิ ปีนัปี นับแต่วันวัทำ ละเมิดมิแล้วฟ้อฟ้งโจทก์ย่อย่มขาดอายุความ คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 9468/2558 ข้อข้เท็จจริงริฟังฟัเป็นป็ยุติว่าว่จำ เลยกระทำ ละเมิดมิต่อโจทก์ และกระทำ ผิดสัญสัญาจ้าจ้งแรงงานระหว่าว่งวันวัที่ 7 มิถุมินถุายน 2534 ถึงวันวัที่ 13 มกราคม 2538 นับถึงวันวั ฟ้อฟ้งวันวัที่ 1 กุมกุภาพันพัธ์ 2554 เกินกว่าว่ 10 ปี แล้ว ฟ้อฟ้งโจทก์จึงจึขาดทั้ง อายุความฐานละเมิดมิและอายุความฐานผิดสัญสัญาจ้าจ้งแรงงาน
นิรโทษกรรมคือการยกเว้นว้ โทษจากการทำ ละเมิดมิกล่าวคือ การยกเว้นว้ที่ผู้ทำ ละเมิดมิ ไม่ต้ม่ ต้อง เสียสีค่าสินสิ ไหมทดแทน มีกมีรณีดังต่อไปนี้ คือ 1. ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งซึ่ผู้เสียสีหายอาจไปเรียรีกเอาจากผู้เป็นป็ต้นเหตุใตุห้ป้องกัน คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 1498/2529 การที่เจ้าจ้ของที่ดินยอมให้โจทก์และประชาชนทั่วไปใช้ ทางพิพพิาทสัญสัจรไปมาเป็นป็เวลาช้าช้นานหลายสิบสิ ปีเปีช่นช่นี้ ย่อย่มถือได้ว่าว่เจ้าจ้ของที่ดินได้อุทิศ ที่ดินดังกล่าวให้เป็นป็ทางสาธารณะโดยปริยริายแล้วทางพิพพิาทเป็นป็ทางสาธารณะ จำ เลยปิด กั้นกั้ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ ใช้รช้ถยนต์ผ่านเข้าข้ออกไม่ไม่ด้ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ย่อย่มได้รับรัความเสียสี หายเมื่อมื่จำ เลยที่ 6 ทำ รั้วรั้ปิดกั้นกั้ทางพิพพิาทซึ่งซึ่เป็นป็ทางสาธารณะเป็นป็เหตุใตุห้โจทก์ที่ 2 ใช้ ทางพิพพิาทเข้าข้ออกบ้าบ้นของโจทก์ที่ 2 ไม่ไม่ด้ ก่อให้เกิดความเสียสีหายแกโจทก์ที่ 2 ใช้ทช้าง พิพพิาทเข้าข้ออก บ้าบ้นของโจทก์ที่ 2 ไม่ไม่ด้ ก่อให้เกิดความเสียสีหายแกโจทก์ที่ 2 การที่โจทก์ที่ 2 รื้อรื้รั้วรั้ที่จำ เลยที่ 6 ปิดกั้นกั้ออก เพื่อพื่จะได้ใช้ทช้างพิพพิาทต่อไป จึงจึเป็นป็การกระทำ เพื่อพื่ ป้องกันความเสียสีหายโดยชอบด้วยกฎหมายแม้จม้ะก่อให้เกิดความเสียสีหายแก่จำ เลยที่ 6 โจทก์ที่ 2 ก็ไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทน 2. ทำ ตามคำ สั่งสั่ โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งซึ่ผู้เสียสีหายอาจไปเรียรีกเอาจากผู้ออกคำ สั่งสั่ คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 5774/2530 จำ เลยที่ 7 เป็นป็ลูกลูจ้าจ้งของกรมชลประทาน ได้ร่วร่ม กระทำ การกับจำ เลยอื่นตามคำ สั่งสั่ของผู้บังบัคับบัญบัชาโดยเข้าข้ใจว่าว่เป็นป็การช่วช่ยเหลือวัดวัถือ ได้ว่าว่กระทำ ตามคำ สั่งสั่อันชอบด้วยกฎหมาย แม้กม้ารกระทำ ของจำ เลยที่ 7 ทำ ให้โจทก์เสียสี หายจำ เลยที่ 7 ก็ได้รับรันิรโทษกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งพ่และพาณิชย์ มาตรา 449 วรรคแรก จำ เลยที่ 7ไม่ต้ม่ ต้องร่วร่มรับรัผิดชดใช้ค่ช้ ค่าเสียสีหายให้โจทก์
คำ พิพพิากษาศาลฎีกาที่ 291/2473 กำ นันและราษฎรช่วช่ยกันทำ ลายทำ นบดักปลาของ เอกชนโดยจำ เป็นป็เพื่อพื่ป้องกันมิใมิห้น้ำ ท่วมนาราษฎร ซึ่งซึ่เป็นป็ภัยมีมมีาเป็นป็สาธารณะโดย ฉุกฉุเฉินเมื่อมื่ทำ ไม่เม่กินสมควรแก่เหตุแตุล้วเจ้าจ้ของทำ นบจะฟ้อฟ้งค่าเสียสีหายไม่ไม่ด้ 4. ผู้ครองอสังสัหาริมริทรัพรัย์กย์ระทำ ต่อสัตสัว์ที่ว์ ที่ รุกล้ำ เข้าข้มาสร้าร้งความเสียสีหายใอ อสังสัหาริมริทรัพรัย์ สรุปใจความสำ คัญ การละเมิดมิเป็นป็การกระทำ ที่จงใจหรือรืประมาทเสินสิเล่อเป็นป็เหตุใตุห้ผู้อื่นเสียสีหายต่อชีวิชีตวิ และทรัพรัย์สิย์นสิผู้ทำ ละเมิดมิมีหมีน้าที่ต้องชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทน รวมถึงกฎหมายว่าว่ด้วย ละเมิดมิมุ่งมุ่คุ้มคุ้ครองผู้เสียสีหายให้ได้รับรัความคุ้มคุ้ครอง จึงจึกำ หนดให้นายจ้าจ้งต้องร่วร่มรับรั ผิดกับลูกลูจ้าจ้งกรณีที่ลูกลูจ้าจ้งทำ ละเมิดมิจากทางการที่จ้าจ้งหรือรืบิดบิามาดาร่วร่มกับผิดกับผู้ เยาว์ใว์นการทำ ละเมิดมิของผู้เยาว์นั้ว์ นั้นั้ด้วย ทั้งนี้กฎหมายกำ หนดให้บางกรณีแม้มีม้กมีารทำ ละเมิดมิแต่ไม่ต้ม่ ต้องรับรัผิดชดใช้ค่ช้ ค่าสินสิ ไหมทดแทน เรียรีกว่าว่นิรโทษกรรม แบบทดสอบ