กตรอะบรแอทนกบุเญผืคุอณก
กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ ป่าใหญ่ที่เขียวฉอุ่มตลอดทั้งปี เป็นป่าที่มีทั้งแม่น้ำ
ถ้ำ และภูเขา ป่าแห่งนี้ถูกปกครองดูแลโดยฝูงสิงโต และในป่าแห่งนี้ก็มีฝูงกระรอก
ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน
ในหน้าร้อนปีหนึ่ง กระรอกตัวหนึ่งได้เกิดขึ้นมา กระรอกตัวนี้แปลกไปจากตัวอื่น
มันมีขนสีขาวไปตลอดทั้งตัว และยังมีตาสีแดงก่ำดูน่าลึกลับพิกล ทำให้กระรอกตัวอื่น
ตีตัวออกห่าง ไม่มีการพูดคุยสุงสิงกับกระรอกเผือกตัวนี้เลย กระรอกพวกนั้นคิดว่า
ถ้าหากพูดคุยกับเจ้ากระรอกเผือกด้วย จะเกิดโชคร้ายและสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น กระรอก
เผือกที่เกิดมาก็ถูกโชคชะตากลั่นแกล้งทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร ทุกสิ่งโดนพรากไปจาก
มัน กระรอกเผือกจึงทำตัวเหลวแหลกเป็นคนไม่ดี เพราะไม่เคยมีใครมาสอนหรือกล่าว
ตักเตือน กระรอกเผือกจึงไม่รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
ในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง กระรอกเผือกได้หนีออกจากรังที่พวกพ้องตัวเองอยู่
มันหนีไปไกลถึงริมลำธาร ซึ่งเป็นอีกฟากหนึ่งของป่า และมันก็ได้อาศัยอยู่ที่ต้นไม้
ข้าง ๆ ลำธาร การที่กระรอกเผือกได้อยู่ที่ใหม่นี้ ทำให้มีความสุขมากกว่าการได้อยู่
ที่เดิมของตัวเอง มันไม่ต้องพบเจอกับการถูกเมินจากเพื่อนกระรอกตัวอื่น ๆ หลังจาก
ที่กระรอกอยู่ที่นี่ได้หลายวัน ก็เกิดพายุโหมกระหน่ำอย่างหนัก ทำให้ต้นไม้ริมลำธาร
ใกล้ ๆ บริเวณที่กระรอกอาศัยอยู่ โดนฟ้าผ่าหักโค่นลงไปในลำธาร และเนื่องจาก
ฝนที่ตกหนัก จึงเกิดเป็นน้ำป่าไหลหลาก สิ่งต่าง ๆ ในป่า ก็ถูกพัดไปกับน้ำป่า
ไหลหลาก รวมทั้งโพรงที่กระรอกอาศัยอยู่ก็ถูกน้ำป่าไหลหลากพัดเข้ามา กระรอก
เผือกร้องตะโกน และใช้แรงตะกายออกมาจากโพรงสุดชีวิตจนแทบขาดใจ
ในขณะนั้นก็มีสิงโตที่เดินลาดตระเวนเพื่อระวังภัยอยู่อีกฟากของป่า ได้ยินเสียง
ของกระรอก สิงโตจ่าฝูงจึงวิ่งกระโจนไปอย่างรวดเร็ว และช่วยชีวิตกระรอกได้ทันเวลา
และได้พากระรอกเผือกมาพักฟื้ นในถ้ำที่อยู่บนเขา หลังจากผ่านไป 3 วัน กระรอกฟื้ นขึ้น
มันก็สั่นเทาไปหมด ไม่คิดว่าจะมีใครมาช่วยชีวิตมันให้รอดพ้นจากความตาย เมื่อสิงโต
เห็นดังนั้น จึงพูดออกไปว่า "ไม่ต้องกลัวข้าหรอกท่านกระรอก ข้ามาช่วยท่านด้วย
ความเต็มใจ" กระรอกได้ยินก็รู้สึกสับสนในใจ ทำไมสิงโตผู้สูงส่งอย่างท่านถึงมาช่วย
คนอย่างข้า ข้ามันตัวอัปลักษณ์เป็นลางร้ายของเผ่าพันธุ์ เจ้ากระรอกคิดหาเหตุผล
มากมาย "อาจเป็นเพราะท่านเจ้าป่าดูถูกตัวข้า" เมื่อกระรอกคิดว่านั่นคงเป็นเหตุผล
ที่สมเหตุสมผลที่สุด ก็โกรธจัด และพูดออกไปอย่างโมโหว่า "เพราะข้ามันแปลกแยก
ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ท่านเลยเข้ามาช่วยใช่มั้ย" พูดจบกระรอกก็วิ่งหนีออกจากถ้ำไป
สิงโตไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองกระรอกเผือกแต่อย่างใด แต่กลับเห็นใจกระรอก
มันคงผ่านเรื่องราวแย่ ๆ มามากมาย จนทำให้ความคิดของกระรอกเป็นแบบนี้
ผ่านไปเกือบ 1 เดือน หลังจากที่สิงโตได้ช่วยกระรอกไว้ สิงโตก็ทราบว่ามีกลุ่มนาย
พรานออกล่าจับสัตว์ในป่าแห่งนี้ไปหลายตัว นายพรานพวกนี้ไม่ได้ล่าสัตว์เพื่อไปเป็น
อาหาร แต่ล่าสัตว์เพื่อความสนุก และการพนันกันว่าใครจะล่าได้มากกกว่ากัน สิงโตที่รู้
ดังนั้น ก็ไม่รอช้า มันได้ออกไปช่วยเพื่อนพ้องร่วมป่าให้รอดพ้นจากนายพราน และได้
เตือนเหล่านายพรานว่า "อย่าฆ่าสัตว์เพื่อตัณหาตัวเองเลย จงฆ่าพวกเราเพื่อเป็นอาหาร
เท่านั้นเถิด การทำเยี่ยงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง หากเป็นข้าที่ออกล่าพวกเจ้า
เพื่อความสนุกบ้าง พวกเจ้าจะมีความสุขหรือเปล่าเล่า"
ณ ช่วงเวลาเย็นของวันนั้น ในระหว่างที่สิงโตกำลังออกเดินลาดตระเวน ตรวจดู
ความเรียบร้อยภายในป่าเหมือนกับที่เคยทำในทุก ๆ วัน สายตาของสิงโตก็ได้ไปสังเกต
เห็นกระรอกเผือก ที่ตนได้เคยเจอและได้เข้าไปช่วยเหลือมาก่อน กำลังถูกนายพราน
จ้องจะทำร้ายอยู่ สิงโตที่เห็นว่ากระรอกเผือกกำลังอยู่ในอันตราย จึงรีบวิ่งตรง
เข้าไปหาเพื่อทำการช่วยเหลือ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน พวกนายพรานได้วางกับดัก
ไว้ก่อนแล้ว บ่วงพันธนาการได้ผูกมัดขาของสิงโต แล้วก็ดึงขึ้นไปบนต้นไม้
สิงโตได้พลาดท่าให้กับนายพรานเข้าให้แล้ว ก่อนหน้านั่นกระรอกวิ่งไปหลบในพุ่มไม้
และได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กระรอกตกใจมากที่สิงโตถูกจับและได้ร้องไห้ออกมา
อย่างหนัก พร้อมกับคิดในใจว่า ทำไมท่านสิงโตถึงเข้ามาช่วยเรา ทั้ง ๆ ที่เราได้กระทำ
พฤติกรรมแย่ ๆ ต่อท่านสิงโตไว้
กระรอกเผือกคิดได้ว่า ท่านสิงโตคงไม่ได้คิดดูถูกเรา ไม่ได้คิดว่าเราอัปลักษณ์
เหมือนกับที่สัตว์ตัวอื่น ๆ ในป่าคิด กระรอกจึงตัดสินใจกับตนเองอย่างแน่วแน่ว่า
จะต้องตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เคยช่วยเหลือตนเองไว้ให้ได้ สิงโตได้ถูกนายพราน
มัดมือ มัดเท้า จับใส่กรง และนำไปไว้ที่บ้านของนายพรานเอง กระรอได้แอบเดินตามไป
หลังจากนั้น กระรอกเผือกก็ได้ทำการแอบลอบเข้าไปภายในบ้านที่สิงโตได้ถูกจับไว้
เห็นสิงโตอยู่ในกรงไม้ เมื่อเห็นอย่างนั้นกระรอกเผือกจึงรีบเร่งตรงเข้าไปแทะกรงไม้
และ แทะเชือกที่มัดสิงโตไว้อยู่ จนทำให้สิงโตจนสามารถหลบหนีออกมาได้ สิงโตรู้สึก
ขอบคุณกระรอกเผือกอย่างมาก เจ้ากระรอกเผือกคงจะคิดได้แล้วว่า สิงโตไม่ได้คิดร้าย
ต่อกระรอก และมีความหวังดีต่อกระรอกมาตลอด
กระรอกเผือกคิดได้ว่า ท่านสิงโตคงไม่ได้คิดดูถูกเรา ไม่ได้คิดว่าเราอัปลักษณ์
เหมือนกับที่สัตว์ตัวอื่น ๆ ในป่าคิด กระรอกจึงตัดสินใจกับตนเองอย่างแน่วแน่ว่า
จะต้องตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เคยช่วยเหลือตนเองไว้ให้ได้ สิงโตได้ถูกนายพราน
มัดมือ มัดเท้า จับใส่กรง และนำไปไว้ที่บ้านของนายพรานเอง กระรอได้แอบเดินตามไป
หลังจากนั้น กระรอกเผือกก็ได้ทำการแอบลอบเข้าไปภายในบ้านที่สิงโตได้ถูกจับไว้
เห็นสิงโตอยู่ในกรงไม้ เมื่อเห็นอย่างนั้นกระรอกเผือกจึงรีบเร่งตรงเข้าไปแทะกรงไม้
และ แทะเชือกที่มัดสิงโตไว้อยู่ จนทำให้สิงโตจนสามารถหลบหนีออกมาได้ สิงโตรู้สึก
ขอบคุณกระรอกเผือกอย่างมาก เจ้ากระรอกเผือกคงจะคิดได้แล้วว่า สิงโตไม่ได้คิดร้าย
ต่อกระรอก และมีความหวังดีต่อกระรอกมาตลอด
เหล่านายพรานที่ได้ยินสิงโตเจ้าป่าพูดเช่นนั้น จึงคิดได้ และเกิดความสำนึกว่าตน
ทำผิดอย่างมหันต์ การล่าสัตว์เพื่อความสนุกของตน แต่สัตว์อื่นไม่ได้สนุกเหมือน
กับตน นายพรานเคยไม่เข้าใจในความรู้สึกของสัตว์ป่าเลย แต่ตอนนี้นายพราน
เข้าใจดีแล้ว ทำให้นายพรานได้ทำการตกลงกับสิงโตว่าจะไม่กระทำพฤติกรรมแบบนี้อีก
หลังจากเรื่องราวร้าย ๆ ได้จบลง เจ้ากระรอกเผือกได้ช่วยสิงโตเจ้าป่าอย่างกล้าหาญ
ถือเป็นการทำคุณความดี ส่งผลให้สัตว์น้อยใหญ่ในป่า มองกระรอกเผือกในทางที่ดี
ทำให้เพื่อน ๆ ตัวอื่นในฝูงกระรอกยอมรับในตัวกระรอกเผือก เจ้ากระรอกเผือกรู้สึก
มีความสุขมากที่ตนถูกยอมรับในกลุ่มเพื่อนของตนเอง และหลังจากนั้นกระรอกเผือก
ก็ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ขอบคุณค่ะ