1
บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญ
เนื่องจากทางโรงเรียนคลองปักหลักประสบปัญหามีขยะประเภทขวดพลาสติกที่เหลือใช้
จำนวนมาก เมื่อทิ้งไปสู่ธรรมชาติจะกลายเป็นขยะอันตราย ย่อยสลายยาก ซึ่งเป็นปัญหาสังคมและ
ตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน ประกอบกับภายในโรงเรียนประสบปญหามียุงเป็นจำนวน
ั
มาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดโรคไข้เลือดออกอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และในปัจจุบันเครื่อง
ฉีดยุงที่ใช้กันอยู่ เป็นแบบชนิดใช้เครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักมากทำให้ลำบากต่อการใช้ การใช้เครื่องยนต์
ก่อให้เกิดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และจากการศึกษาข้อมูลสมุนไพร
ในสวนพฤกษศาสตร์ภายในโรงเรียนและภายในชุมชนคลองปักหลัก พบว่าตะไคร้หอม มีฤทธิ์ในการ
ไล่ยุง ทางคณะผู้จัดทำโครงงานจึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาเครื่องฉีดไล่ยุง โดยไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์
ไม่เกิดมลพิษทางอากาศ และเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เรื่องแรงดัน
น้ำและใช้น้ำยาสมุนไพรตะไคร้หอมและกะเพราแดงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดยุง เปนเครื่อง
็
ฉีดแรงดันสูง“เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”ในการกำจัดยุงภายในโรงเรียนจากวัสดุเหลือใช้ที่เหลือ
จากกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนเพื่อลดต้นทุน ไม่ใช้สารเคมี ลดปริมาณขยะและลดพลังงาน
เชื้อเพลิง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดภาวะโลกร้อน
จุดมุ่งหมายของการศึกษา
1. เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์เครื่องฉีดยุง “ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”
2. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการใช้เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายในการกำจัดยุงภายใน
โรงเรียน
สมมติฐานการศึกษา
1. สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดยุงแรงดันสูง “ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”.
2. “เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”สามารถนำมาใช้ในการกำจัดยุงภายในโรงเรียนได้จริง
ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง
1. ตัวแปรต้น ชนิดเครื่องฉีดยุง
2. ตัวแปรตาม ประสิทธิภาพในการกำจัดยุง
3. ตัวแปรควบคุม ปริมาณน้ำยาฉีดยุง ขนาดพื้นที่ฉีดยุง ระยะเวลาในการฉีดยุง
ชนิดของขวดพลาสติก ปริมาตรของขวด และสถานที่เก็บตัวอย่าง
นิยามเชิงศัพท์
1. ประสิทธิภาพของการกำจัดยุง หมายถึง จำนวนของยุงที่ตายในแต่ละครั้ง/การทดลอง
2
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
1. วัสดุที่ใช้สร้างสิ่งประดิษฐ์คือขวดพลาสติกและสิ่งของเหลือใช้จากกิจกรรมต่างๆ ภายใน
โรงเรียน
2. ศึกษาประสิทธิภาพในการกำจัดยุงโดยใช้เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
3. ศึกษาและปฏิบัติ ณ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ห้องประชุม
แหล่งเรียนรู้ และห้องเรียน โรงเรียนคลองปักหลัก สำนักงานเขตประเวศ
กรุงเทพมหานคร
4. ระยะเวลาที่ศึกษา 1 มิถุนายน 2566 - 31 กรกฎาคม 2566
ประโยชน์ทคาดว่าจะได้รับ
ี่
1. ทักษะกระบวนการและวิธีคิดทางวิทยาศาสตร์
2. นำวัสดุเหลือใช้ภายในโรงเรียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปริมาณขยะและพลังงาน
เชื้อเพลิง
3. สามารถใช้สิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายในการกำจัดยุงภายในโรงเรียน
ระยะเวลาในการศึกษา
กลุ่มของข้าพเจ้าใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ถึง 31 กรกฎาคม
2566 ณ ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ห้องประชุม และห้องเรียน
ขั้นตอนการดำเนินการ วัน เดือน ป ี การปฏิบัติงาน
เตรียมงาน 1 - 15 มิถุนายน 2566 หาข้อมูลที่เกี่ยวกับเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิต
ยุงร้าย เช่น วัสดุที่ใช้ในการทำเครื่องฉีดที่มี
ผลต่อการกำจัดยุง การออกแบบเครื่องฉีด
แรงดันสูง ฯลฯ
ประดิษฐ์ และทดลอง 16 – 30 มิถุนายน 2566 ประดิษฐ์ ที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
และทดลองตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้
รวบรวมข้อมูล 1 - 15 กรกฎาคม 2566 นำข้อมูลที่ได้จากการทดลองมารวบรวม
สรุปผลการทดลอง 16 - 31 กรกฎาคม 2566 อภิปรายผลการทดลอง
3
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับยุง
1.1 ชีววิทยาของยุง
ยุงเป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่พบมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น จากหลักฐานทาง
ฟอสซิล สามารถสันนิษฐานได้ว่า ยุงได้ถือกำเนิดขึ้นในโลกตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์เมื่อประมาณ 38-54
ล้านปีมาแล้ว ปัจจุบันพบว่าในโลกนี้มียุงประมาณ 3,450 ชนิด ส่วนในประเทศไทยพบว่ามียุงอย่าง
น้อย 412 ชนิด มีชื่อเรียกตามภาษาไทยแบบง่าย ๆ คือ ยุงลาย (Aedes ) ยุงรำคาญ ( Culex )
ยุงก้นปล่อง ( Anopheles ) ยุงเสือหรือยุงลายเสือ ( Mansonia ) และ ยุงยักษ์หรือยุงช้าง
( Toxorhynchites ) ซึ่งไม่ครอบคลุมสกุลของยุงทั้งหมดที่มีอยู่ ส่วน “ ยุงดำ ” ที่ปรากฏในตำรา
เรียนของกระทรวงศึกษานั้นไม่สามารถระบุได้ว่าหมายถึงยุงอะไรจึงควรตัดออก
็
ยุงเปนแมลงที่มีขนาดเล็กโดยทั่วไปมีขนาดลำตัวยาว 4-6 มม . บางชนิดมีขนาดเล็กมาก 2-3
มม. และบางชนิดอาจยาวมากกว่า 10 มม. ยุงมีส่วนหัว อก และท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและ
สามารถแยกออกจากแมลงชนิดอื่น ได้อย่างง่ายๆ โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปนี้คือ
1. มีปากคล้ายงวง ยื่นยาวออกไปข้างหน้า และมีปีกสำหรับบิน 1 คู่
2. ยุงมีวงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ (holometabolous) ซึ่งประกอบด้วย ไข (egg) ลูกน้ำ (larva;
่
พหูพจน์ =larvae) ตัวโม่ง (pupa; พหูพจน์ =pupae) และยุงตัวแก่ (adult)
3. ยุงเมื่อลอกคราบออกจากระยะตัวโม่งได้ไม่กี่นาทีก็สามารถออกบินได้เลย อาหารที่ใช้ใน
ระยะนี้ของทั้งตัวผู้และตัวเมียเป็นน้ำหวานจากดอกไม้หรือต้นไม้ การผสมพันธุ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน
อากาศ บางชนิดการผสมพันธุ์เกิดขึ้นในขณะที่ยุงตัวผู้มีการบินวนเป็นกลุ่ม (swarming) โดยเฉพาะ
เวลาหัวค่ำและใกล้รุ่ง ตามพุ่มไม้ บนศีรษะ ทุ่งโล่ง หรือบริเวณใกล้กับเหยื่อ เป็นต้น และตัวเมียจะบน
ิ
้
เขาไปเพื่อผสมพันธุ์ ยุงตัวเมียส่วนใหญ่ผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวโดยที่เชื้ออสุจิจากตัวผู้จะถูกกักเก็บใน
ถุงเก็บน้ำเชื้อ ซึ่งสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิตของมัน ส่วนยุงตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง ยุงตัว
เมียที่จับได้ตามธรรมชาติมักมีเชื้ออสุจิอยู่ในถุงเก็บน้ำเชื้อเสมอ
4. ยุงตัวเมียเมื่อมีอายุได้ 2-3 วันจึงเริ่มออกหากินเลือดคนหรือสัตว์ เพื่อนำเอาโปรตีนและแร่
ธาตุไปใช้สำหรับการเจริญเติบโตของไข่ในรังไข่ แต่มียุงบางชนิดที่ไม่จำเป็นต้องกินเลือดก็สามารถ
สร้างไข่ในรังไข่ได้ เช่น ยุงยักษ์ เลือดที่กินเข้าไปถูกย่อยหมดไปในเวลา 2-4 วัน แต่ถ้าอากาศเย็นลง
การย่อยจะใช้เวลานานออกไปเมื่อไข่สุกเต็มที่ยุงตัวเมียจะหาแหล่งน้ำที่เหมาะสมในการวางไข่
่
หลังจากวางไขแล้วยุงตัวเมียก็ออกดูดเลือดใหม่และวางไข่ได้อีก บางชนิดที่มีอายุยืนมากอาจไขได้ร่วม
่
10 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 4-5 วัน แต่อาจเร็วกว่าหรือนานกว่า ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและชนิด
ของยุง ส่วนยุงตัวผู้ตลอดอายุขัยจะกินอาหารจากแหล่งน้ำหวานของดอกไม้หรือพืชที่ผลิตน้ำตาลใน
4
่
ธรรมชาติ เช่นเดียวกันกับยุงบางชนิดที่ตัวเมียไม่กัดดูดเลือดคนหรือสัตว์เลย ยุงตัวเมียวางไขประมาณ
30-300 ฟองต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของยุงและปริมาณเลือดที่กินเข้าไป ไข่จะมีสีขาวหรือครีมเมื่อ
ออกมาใหม่ ๆ และในเวลาไม่กี่นาทีจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำไปจนถึงสีดำ ไข่ยุงมีรูปร่าง
ลักษณะหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิด ยุงลายวางไข่บนวัตถุชื้น ๆ เหนือผิวน้ำ ยุงรำคาญวางไข่ติดกันเป็น
็
แพบนผิวน้ำ ยุงก้นปล่องวางไข่บนผิวน้ำ ส่วนยุงเสือวางไข่ติดกันเปนกลุ่มใต้ผิวน้ำติดกับพืชน้ำที่ลอย
อยู่ ไข่ยุงส่วนใหญ่ทนต่อความแห้งแล้งไม่ได้ยกเว้นไข่ของยุงลายซึ่งสามารถทนทานต่อความแห้งแล้ง
ได้นานหลายเดือน ในเขตร้อนชื้นไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 2-3 วัน
ภาพที่ 1 แสดงลักษณะไข่ยุงแต่ละชนิด
็
ลูกน้ำของยุงเปนระยะที่สามารถแยกแยะออกจากตัวอ่อนของแมลงชนิดอื่นได้ง่ายโดยมี
่
ส่วนอกกว้างใหญ่กว่าส่วนหัวและส่วนท้อง เมื่อออกมาจากไขใหม่ ๆ จะมีขนาดเล็กมากและค่อยๆ โต
ขึ้น มีการลอกคราบ 4 ครั้ง ก่อนที่จะเป็นตัวโม่ง ลูกน้ำต้องอาศัยอยู่ในน้ำตลอดระยะที่ดำรงชีวิต มี
บางชนิดที่ปรับสภาพพัฒนาตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เช่น สามารถอยู่ได้ในสภาพที่เป็นโคลน
เปียก หรือในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำหรือสูง
5
ภาพที่ 2 แสดงลักษณะลูกน้ำของยุงแต่ละชนิด
ลูกน้ำของยุงชนิดต่าง ๆ หายใจจากผิวน้ำโดยผ่านท่อหายใจ (ยุงลายและยุงรำคาญ) หรือ
รูหายใจ (ยุงก้นปล่อง) แต่ลูกน้ำของยุงเสือมีท่อหายใจที่สามารถสอดหรือแทงเข้าไปในบริเวณรากของ
พืชน้ำ โดยเฉพาะพวกจอกและผักตบชวา เพื่อใช้ออกซิเจนจากโพรงอากาศที่อยู่ที่รากหรือลำต้นของ
พืชน้ำลูกน้ำยุงกินอาหารจำพวก แบคทีเรีย โปรโตซัว ยีสต์ สาหร่าย และพืชน้ำที่มีขนาดเล็ก ลูกน้ำ
ยุงก้นปล่องส่วนใหญ่หากินบริเวณผิวน้ำ บางชนิดอาจดำลงไปกินอาหารใต้ผิวน้ำด้วย ในขณะที่ลูกน้ำ
ยุงลาย ยุงรำคาญ และยุงเสือหากินใต้ผิวน้ำ ลูกน้ำยุงยักษ์กินลูกน้ำชนิดอื่นหรือพวกเดียวกันเองเป็น
อาหาร ในเขตภูมิประเทศร้อนชื้นลูกน้ำใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงกลายเป็นตัวโม่งระยะตัวโม่ง
(pupa) มีรูปร่างคล้ายตัวจุลภาค ( , ) หรือ “comma” อาศัยอยู่ในน้ำ ตัวโม่งเป็นระยะพักตัวจะไม่
กินอาหาร รับเอาอากาศในการหายใจแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อถูกรบกวนจะดำน้ำลงสู่ข้างล่างใต้น้ำ
อย่างรวดเร็วและอยู่ใต้น้ำได้นานหลายนาที ตัวโม่งของยุงลายเสือแตกต่างกับชนิดอื่นโดยมีท่อหายใจ
แหลมสามารถแทงเข้ารากหรือลำต้นพืชน้ำเพื่อหายใจเหมือนกับระยะลูกน้ำ ในภูมิประเทศเขตร้อนตัว
โม่งจะใช้เวลา 2-4 วัน ยุงตัวเต็มวัยลอกคราบออกมาไม่กี่นาทีก็สามารถบินได้ ยุงตัวเมียบางชนิดชอบ
กัดกินเลือดคน philic) บางชนิดชอบกินเลือดสัตว์ (zoophilic) บางชนิดกัดดูดเลือดโดยไม่เลือก
ยุงสามารถเสาะพบเหยื่อได้โดยอาศัยปัจจัยหลายประการ เช่น กลิ่นตัว คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ( ที่
ออกมาจากลมหายใจ ) หรืออุณหภูมิของร่างกาย นิสัยการกินเลือดของยุงมีความสำคัญในด้านการ
แพร่เชื้อโรคหรือปรสิตต่าง ๆ ยุงส่วนมากจะบินกระจายจากแหล่งเพาะพันธุ์ไปได้ไกลออกไปในรัศมี
6
ประมาณ 1-2 กิโลเมตร โดยบินทวนลมตามกลิ่นเหยื่อไป กระแสลมที่แรงอาจทำให้ยุงบางชนิดแพร่
ออกจากแหล่งเพาะพันธุ์ไปได้ไกลยิ่งขึ้น ในปัจจุบันยุงสามารถแพร่ไปจากประเทศหนึ่งไปสู่ประเทศ
หนึ่งหรือทวีปหนึ่งไปยังอีกทวีปหนึ่ง โดยอาศัยเครื่องบิน เรือหรือรถยนต์โดยสาร
ในประเทศเขตร้อน ยุงตัวเมียส่วนใหญ่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ 2-3 สัปดาห์ หรือถ้าอุณหภูมิ
ความชื้นและแสงสว่างเหมาะสมก็อาจนานถึง 4-6 สัปดาห์ หรือนานกว่านี้ ส่วนยุงตัวผู้โดยทั่วไปมีอายุ
ประมาณ 1 สัปดาห์
ภาพที่ 3 แสดงลักษณะของยุงก้นปล่อง
ยุงก้นปล่องมีความสำคัญในทางการแพทย์โดยเฉพาะเป็นพาหะนำโรคมาลาเรีย ในประเทศ
็
ไทยเท่าที่พบในปัจจุบันมียุงก้นปล่องอย่างน้อย 73 ชนิด แต่มีเพียง 3 ชนิดที่เปนพาหะสำคัญ สังเกต
ยุงชนิดนี้ได้ง่ายเวลามันเกาะพัก จะยกก้นชี้เป็นปล่อง
ยุงลายที่พบตามบ้านเรือนหรือชนบท ( Aedes. aegypti, และ Aedes albopictus ) เป็น
พาหะสำคัญของโรคไช้เลือดออก ส่วนยุงลายป่าเป็นพาหะโรคเท้าช้าง ยุงลายชนิด Ae. aegypti หรือ
ยุงลายบ้าน พบบ่อยเป็นประจำในเขตเมือง มีขนาดค่อนข้างเล็ก บินได้ว่องไว บน scutum มีลายสี
ขาวรูปเคียว 2 อันอยู่ด้านข้าง มีขาลายชัดเจน ยุงชนิดนี้เพาะพันธุ์ในภาชนะที่มีน้ำขังทุกขนาดทั้งใน
และนอกบ้าน ชอบกัดกินเลือดคนมากกว่ากินเลือดสัตว์ มักหากินเวลากลางวันช่วงสายและบ่าย
ยุงลายชอบเข้ากัดคนทางด้านมืดหรือที่มีเงาโดยเฉพาะบริเวณขาและแขน ขณะที่กัดมักไม่ค่อยรู้สึก
เจ็บ คนถูกกัดจึงไม่รู้สึกตัว ยุง Ae. aegypti กัดทั้งในบ้านและนอกบ้าน และเกาะพักตามมุมมืดใน
ห้อง โอ่ง ไห หรือตามพุ่มไม้ที่เย็นชื้น ยุงลายอีกชนิดหนึ่ง คือ Ae. albopictus หรือยุงลายสวน พบได้
ทั่วไปในเขตชานเมือง ชนบทและในป่า มีลวดลายที่ scutum แตกต่างจาก Ae. aegyptiคือมีแถบยาว
7
สีขาวพาดผ่านตรงกลางไปตามความยาวของลำตัว เพาะพันธุ์ในภาชนะที่มีน้ำขัง กระบอกไม้ โพรงไม้
กะลามะพร้าว ใบไม้ ฯลฯ ยุงชนิดนี้มีอุปนิสัยคล้าย ๆ กับ Ae. aegypti แต่มีความว่องไวน้อยกว่า
ภาพที่ 4 แสดงลักษณะของยุงลาย
ยุงรำคาญมีหลายชนิดที่ไม่ใช่ก่อความรำคาญเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพาหะที่สำคัญของทั้ง
ไวรัสไข้สมองอักเสบและโรคเท้าช้าง ลูกน้ำยุงรำคาญมักอาศัยอยู่ในน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำนิ่งหรือน้ำไหล ที่
ค่อนข้างสกปรกที่มีไนโตรเจนสูงหรือมีการหมักเน่าของพืช ยุงรำคาญ ที่พบบ่อยในเขตเมือง
ได้แก่ Culex quinquefasciatus เปนยุงสีน้ำตาลอ่อน เพาะพันธุ์ในน้ำเสีย ตามร่องระบายน้ำ คูและ
็
หลุมบ่อต่าง ๆ ยุงรำคาญ พ บบ่อยในชนบท ได้แก่ Cx. tritaeniorhynchus และ Cx.
vishnu, เนื่องจากมีท้องนาเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หลัก โดยเฉพาะช่วงที่ไถนา และบริเวณหญ้าแฉะรก
ร้าง จึงมีมากในฤดุฝน ยุงชนิดนี้ชอบกัดสัตว์ พวกวัว ควายและหมูมากกว่าคน นอกจากก่อความ
รำคาญแล้วยังเป็นพาหะนำโรคไข้สมองอักเสบ
ภาพที่ 5 แสดงลักษณะของยุงรำคาญ
8
ยุงที่ก่อความรำคาญอีกสกุลหนึ่งที่มักกัดในเวลาพลบค่ำ มีขนาดใหญ่บินช้าๆ และกัดเจ็บ คือ
ยุง Armigeres ไม่มีชื่อภาษาไทย ยุงลายเสือหรือยุงเสือ ลำตัวและขามีลวดลายค่อนข้างสวยงาม บาง
ชนิดมีสีเหลืองขาวสลับดำคล้ายลายของเสือโคร่ง เช่น Ma. uniformis บางชนิดมีลายออกเขียว
คล้ายตุ๊กแก เช่น Ma. annulifera ยุงเหล่านี้ชอบเพาะพันธุ์ในบริเวณที่เปนหนอง คลอง บึง สระ ที่มี
็
พืชน้ำพวก จอกและ ผักตบชวา อยู่ ยุงลายเสือจะมีปีกแตกต่างจากยุงกลุ่มอื่น คือ เส้นปีกจะมีเกล็ด
ใหญ่สีอ่อนสลับเข้ม ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดเช่นกัน ทำให้ดูคล้ายมีฝุ่นผงเกาะติดทั่วตัว ขาลายเป็น
ปล้อง ๆ ตัวแก่มักจะกินเลือดสัตว์มากกว่าคน กัดกินเลือดนอกบ้าน โดยเฉพาะตามทุ่ง หนองน้ำ
คลอง บึง ที่มีพืชน้ำขึ้น มักกัดเวลาพลบค่ำหลังพระอาทิตย์ตกดิน หรือบางครั้งกัดตอนกลางวันถ้ามี
เหยื่อเข้าไปใกล้บริเวณเกาะพัก
ภาพที่ 6 แสดงลักษณะของยุงเสือ
ยุงลายเสือหลายชนิดเป็นพาหะของโรคเท้าช้างในภาคใต้ของประเทศไทย บางชนิดเป็นพาหะ
บริเวณชายแดนไทย - พม่า การป้องกันยุงกัดเป็นวิธีที่สามารถลดความรำคาญที่เกิดจากยุงและลด
ความเสี่ยงในการติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การนอนในมุ้งหรือมุ้งชุบสารเคมี
ฆ่าแมลง การติดตั้งมุ้งลวด การสุมควันไฟไล่ยุง การจุดยากันยุง และการทาสารเคมีไล่ยุง (repellent)
เช่น น้ำมันตะไคร้หอม หรือสารสังเคราะห์ เช่น DEET (diethyltoluamide) การควบคุมแหล่ง
ึ้
ึ่
เพาะพันธุ์ก็สามารถลดจำนวนยุงที่มากัดได้วิธีหนง ทั้งนี้ขนอยู่กับประเภทของแหล่งเพาะพันธุ์ ที่ทำได้
ง่าย ได้แก่ การดูแลโอ่งน้ำและภาชนะน้ำขังตามบ้านเรือน เพื่อควบคุมยุงลาย ( Ae. aegypti ) หรือ
การระบายน้ำตามท้องร่องไม่ให้ขังหรือเน่าเสีย เพื่อควบคุมยุงรำคาญ ( Cx. quinquefasciatus )
นอกจากนี้การปล่อยปลาที่กินยุงหรือใช้สารเคมีฆ่าแมลง เช่น Abate ใส่ลงในภาชนะต่าง ๆ ก็เป็นวิธีที่
ได้ผล อย่างไรก็ตามในแหล่งเพาะพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่หรือกว้างขวาง เช่น ในท้องนา ลำธาร หรือ
กระบอกไม้ในป่า การควบคุมลูกน้ำยุงจะทำได้ลำบากมากหรือแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
9
การควบคุมตัวยุง หมายถึงการทำให้ความหนาแน่นของยุงลดลง โดยการใช้วิธีการต่าง ๆ
ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาอาศัยสารเคมีฆ่าแมลง โดยอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
ก ) การลดจำนวนยุงที่ก่อความรำคาญ - ส่วนใหญ่กระทำในครัวเรือน โดยการใช้สารเคมีฆ่า
แมลงที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด หรือการใช้กับดักแสงไฟฆ่ายุง
ข ) การลดจำนวนยุงพาหะ - มักกระทำในวงกว้างเมื่อเกิดมีการระบาดของโรค เช่น การพ่น
สารเคมีฆ่าแมลงชนิดฝอยละอองเพื่อลดจำนวนยุงลาย การพ่นสารเคมีฆ่าแมลงชนิดตกค้างใน
บ้านเรือนและการใช้มุ้งชุบสารเคมีฆ่าแมลงเพื่อควบคุมมาลาเรีย เป็นต้น
1.2 วงจรชีวิตของยุง
ใน ประเทศไทยมีประมาณ 400 ชนิด ยุงบาง ชนิดแค่ก่อความรำคาญโดยการดูดกินเลือดคน
และสัตว์เลี้ยงเปนอาหารเท่านั้น แต่ก็ มียุงอีกหลายชนิดซึ่งนอกจากจะดูดกินเลือดเปนอาหารแล้ว ยัง
็
็
เป็นพาหะนำโรคร้ายแรงต่างๆ มาสู่คนและสัตว์อีกด้วย ซึ่ง นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งการที่จะควบคุม
ยุงให้ได้ผลดีนั้นจะต้องเรียนรู้ ยุงให้ถ่องแท้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีววิทยา ของยุงซึ่งรวมทั้ง
วงจรชีวิต อุปนิสัยของยุง ถิ่นที่อยู่ และ แหล่งเพาะพันธุ์
วงจรชีวิติของยุง จะมี 4 ระยะ
ได้แก่ ระยะเป็นไข่ (egg stage) ระยะตัวอ่อน (larva stage) ระยะเป็นดักแด้(pupa
stage) และระยะตัวเต็มวัย (adult stage) ซึ่งยุงจะมีวงจรชีวิต 9-14 วัน ตัวเมียอายุประมาณ 1-3
เดือน ตัวผู้อายุประมาณ 6-7 วัน ยุงแต่ละตัววางไข่ได้ 3-4 ครั้ง จำนวน 50-300 ฟองต่อครั้ง ยุงตัว
เมียเมื่ออายุได้ 2-3 วันจึงเริ่มออกหากินเลือดคนหรือสัตว์ เพื่อนำเอาโปรตีนและแร่ธาตุไปใช้สำหรับ
การเจริญเติบโตของรังไข่ ส่วนยุงตัวผู้จะดูดน้ำหวานเพื่อดำรงชีวิต หลังจากดูดเลือดเมื่อไข่สุกเต็มที่ ยุง
ตัวเมียจะหาแหล่งน้ำที่เหมาะสมในการวางไข่ หลังจากวางไข่แล้วยุงตัวเมียก็ออกดูดเลือดใหม่และ
วางไข่ได้อีก
1.ระยะไข ่
ไข่ยุงมีขนาดเล็กมากประมาณ 1 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไข ่
ยุงมีลักษณะรูปร่างแตกต่างกันไป ไข่ยุงก้นปล่องมีทุ่นลอยใสๆ ติดอยู่ด้านข้างของไข่ช่วยพยุงให้ไขลอย
่
น้ำได้ ไข่ยุงลายไม่มีทุ่นลอยแต่เกาะติดอยู่ตามผนังภาชนะกักเก็บน้ำ เช่น โอ่งน้ำ โดยเกาะติดอยู่ตาม
ขอบเหนือระดับน้ำเล็กน้อย ไข่ยุงรำคาญเรียงตัวเกาะกันเป็นแพอยู่บนผิวน้ำ ไข่ยุงเสือเกาะติดอยู่ตาม
10
ขอบใต้ใบพืชน้ำบางชนิดที่อยู่ปริ่มน้ำยุงวางไข่ครั้งละประมาณ 100 ฟอง ระยะฟักไข่ประมาณ 2 วัน
ก็จะออกมาเป็นลูกน้ำ
2. ระยะลูกน้ำ
แรกเริ่มเมื่อลูกน้ำฟักออกมาจากไข่ มีขนาดเล็กมากเป็นลูกน้ำระยะที่ 1 จากนั้นลูกน้ำจะกิน
อาหารทำให้เจริญเติบโตขึ้นและลอกคราบเปลี่ยนเป็นลูกน้ำระยะที่ 2 ซึ่งมีขนาดโตขึ้นแต่มีรูปร่าง
เหมือนเดิม ลูกน้ำจะกินอาหารและเจริญเติบโตขึ้นอีกเป็นลูกน้ำระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป การเปลี่ยน
ระยะแต่ละครั้งจะมีการลอกคราบเสมอ เมื่อลูกน้ำระยะที่ 4 เจริญเต็มที่ก็จะลอกคราบครั้งสุดท้าย
็
เปลี่ยนเปนระยะตัวโม่ง ซึ่งมีลักษณะรูปร่างแตกต่างไปจากลูกน้ำอย่างมาก ระยะที่เป็นลูกน้ำใช้เวลา
ประมาณ 6 วัน ลูกน้ำยุงก็มีรูปร่างลักษณะรวมทั้งการเกาะที่ผิวน้ำและนิสัยการกินอาหารแตกต่างกัน
ไป เช่น ลูกน้ำยุงก้นปล่องไม่มีท่อหายใจมีแต่เพียงรูหายใจ จึงลอยตัวขนานกับผิวน้ำและหาอาหารที่
ผิวน้ำ ลูกน้ำยุงลายมีท่อหายใจสั้น เกาะที่ผิวน้ำโดยห้อยหัวอยู่ใต้น้ำและหาอาหารที่ก้นภาชนะกักเก็บ
น้ำ ลูกน้ำยุงรำคาญมีท่อหายใจยาว เกาะที่ผิวน้ำโดยห้อยหัวอยู่ใต้น้ำเช่นกันแต่หาอาหารที่แขวนลอย
อยู่ในน้ำ
3. ระยะตัวโม่ง
มีลักษณะรูปร่างที่เด่นชัดคือหัวโต ตามปกติจะลอยตัวนิ่งๆ ที่ผิวน้ำ แต่ถ้าถูกรบกวนจะ
็
เคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว ระยะตัวโม่งนี้จะหยุดกินอาหารและเปนระยะสุดท้ายที่ใช้ชีวิตอยู่ในน้ำ ระยะ
ตัวโม่งใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อให้ตัวอ่อนที่อยู่ภายในเจริญเติบโตเต็มที่ก่อนที่จะลอกคราบออกมา
็
่
เปนตัวยุงตัวเต็มวัยระยะเวลาเริ่มจากยุงวางไขจนกระทั่งเจริญจนถึงยุงตัวเต็มวัย ในประเทศเขตร้อย
ชื้นอย่างเช่นประเทศไทยนั้นใช้เวลาประมาณ 10 วันเท่านั้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดยุงด้วย
4. ระยะตัวเต็มวัย
เมื่อตัวโม่งเจริญเต็มที่จะลอยนิ่งๆ อยู่กับที่ จากนั้นเปลือกหุ้มบริเวณส่วนหัวของตัวโม่ง
เริ่มปริออก ตัวยุงที่อยู่ภายในจะค่อยๆ ดันออกมา ขณะที่ตัวยุงโผล่พ้นเปลือกตัวโม่งเกือบหมดเหลือ
เฉพาะส่วนขา ก็จะเริ่มคลี่ปีกออก เมื่อปลายขาหลุดออกมาหมดแล้วก็จะเกาะอยู่บนผิวน้ำหรือบริเวณ
ิ
ใกล้เคียงประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ปีกแข็งแรงพอที่จะบนได้ ตามปกติแล้วยุงตัวผู้ออกมาก่อนยุงตัว
เมียและอาศัยบริเวณแหล่งเพาะพันธุ์ตลอดชีวิต กินอาหารพวกน้ำหวานจากพืชโดยไม่กินเลือด ยุงตัวผู้
มีอายุสั้นกว่าตัวเมียส่วนยุงตัวเมียเมื่อออกมาจากตัวโม่งจะกินอาหารพวกน้ำหวานจากพืชก่อน เพื่อให้
มีพลังงาน จากนั้นก็ผสมพันธุ์โดยยุงตัวเมียผสมพันธุ์ครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิตก็สามารถออกไขได้
ตลอดไป เมื่อยุงตัวเมียได้รับการผสมพันธุ์แล้วก็จะหาอาหารเลือดซึ่งมีโปรตีนและธาตุอาหารที่จำเป็น
ต่อการเจริญเติบโตของไข่ โดยทั่วไปถ้ายุงตัวเมียไม่ได้กินเลือด ไข่ก็ไม่เจริญจึงไม่สามารถวางไข่ต่อไป
ได้ ยุงแต่ละชนิดชอบกินเลือดเหยื่อแตกต่างกันไป ยุงบางชนิดชอบกินเลือดคน เช่น ยุงลาย ยุงบาง
11
ชนิดชอบกินเลือดสัตว์ เช่น ยุงรำคาญ ยุงบางชนิดชอบกินทั้งเลือดคนและเลือดสัตว์
เมื่อยุงได้กินเลือดเต็มที่แล้ว ก็จะไปหาบริเวณที่เหมาะสม เกาะพักนิ่งๆ เพื่อรอเวลาให้ไข่เจริญเติบโต
็
เช่น ตามที่อับชื้น เยนสบายลมสงบและแสงสว่างไม่มาก ยุงบางชนิดชอบเกาะพักภายในบ้านตามมุม
มืดที่อับชื้น ยุงบางชนิดชอบเกาะพักนอกบ้านตามสุ่มทุมพุ่มไม้ที่ชุ่มชื้น ในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น
่
แบบบ้านเรา ยุงจะใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ไขก็สุกเต็มที่พร้อมที่จะวางไขได้ ยุงแต่ละชนิดเลือกแหล่งน้ำ
่
สำหรับวางไข่ไม่เหมือนกัน บางชนิดชอบน้ำใส นิ่ง เช่น ยุงลาย บางชนิดชอบน้ำโสโครกตามท่อระบาย
น้ำ เช่น ยุงรำคาญ ยุงบางชนิดชอบวางไข่ตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น ยุงก้นปล่อง ยุงวางไข่ครั้ง
ละประมาณ 100 ฟอง เมื่อยุงวางไข่แล้วก็จะบินไปหากินเลือดอีกสำหรับไข่ในรุ่นต่อไปวนเวียนอยู่
เช่นนี้จนกระทั่งยุงแก่ตาย ยุงตัวเมียโดยเฉลี่ยมีอายุประมาณ 1 เดือน ส่วนยุงตัวผู้มีอายุสั้นกว่ายุงตัว
เมีย โดยเฉลี่ยมีอายุประมาณ 1 สัปดาห์
2. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขวดน้ำ
็
ขวดน้ำพลาสติกที่เราเหน จะมีอยู่ 2 แบบ ที่เราเรียกกันว่าขวดแบบใส และขวดแบบขุ่น
ตรงนี้ผู้เขียนขอเน้นขวดแบบใสเพราะว่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับน้ำส่วนใหญ่นิยมนำขวดแบบใสมาใช้
มากกว่าขวดแบบขุ่น ไม่ว่าจะเป็น เป็ปซี่ โค้ก โออิชิ น้ำดื่มตราสิงห์ และอื่น ๆ อีกมาก ต่างก็ใช้
ขวดแบบใสทั้งสิ้น เพราะตัวขวดเองจะมีน้ำหนักเบา และดูสะอาด
ขวดแบบใสมีอีกชื่อว่าขวด PET (เพท) ย่อมาจาก Poly Ethylene Terephthalate (โพ
ลีเอทธิลีนเทเรฟทาเลต) มีกระบวนการผลิตดังนี้ เริ่มจากการนำเม็ด PET (เพท) มาอบให้แหงที่
้
อุณหภูมิ 160-180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 7-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดและความชื้นของเม็ด
้
PET (เพท) หลังจากอบแหงแล้วจะถูกส่งไปยังเครื่องฉีดและผลิต โดยส่งเข้าเครื่องเป่าเพื่อทำให้ร้อน
แล้วไปผ่านขบวนการยืดด้วยลม และถูกทำให้เย็นลงด้วยน้ำหล่อเย็น
ขวด PET (เพท) หลังจากขั้นการผลิตแล้วจะเขาสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพโดยการ
้
ทดสอบความสามารถในการทนแรงดันของขวดว่าถูกต้องตรงมาตรฐานที่บริษัทแม่ได้กำหนดไว้หรือไม่
ที่สำคัญที่บริเวณเกลียวขวดจะมีเลขบอกตำแหน่งของแม่พิมพ์ และตัวอักษรอีกด้านจะบอกชื่อ
โรงงานที่ผลิต ทำให้ทราบว่าขวด PET (เพท) นี้ผลิตมาจากที่ไหน
จากความนิยม ทำให้ขวด PET (เพท) เป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้น และทำให้อัตราการผลิต
สูงมากขึ้นด้วย ดูได้จากปริมาณขยะของ กทม. ในปี 2550 มีถึงวันละ 13,550 ตัน เป็นขวด
PET (เพท) ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลของ กทม. ทำให้เราต้องเลือกระหว่างสุขภาพ
อนามัยที่ดี โดยการใช้ขวด PET (เพท) ครั้งเดียวไม่ใช้ซ้ำอีก แต่จะทำให้ปริมาณขยะที่เป็นขวด
PET (เพท) ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน และถ้าเรากำจัดด้วยวิธีการเผาจะทำให้เกิดมลพิษ
มีสารไดออกซิน หรือสารก่อมะเร็งออกมา และ ถ้าฝังต้องใช้เวลาประมาณ 1,000 ปีในการย่อย
สลาย แถมยังเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
12
3.ลักษณะของเครื่องฉีดยุง
ในปัจจุบันเครื่องฉีดยุงที่ใช้กันอยู่ เป็นแบบชนิดใช้เครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักมากทำให้
ลำบากต่อการใช้ การใช้เครื่องยนต์ก่อให้เกิดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ
ภาพที่ 7 แสดงลักษณะของเครื่องฉีดยุง
13
4.ชีววิทยาของสมุนไพร
4.1 ตะไคร้หอม จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับตะไคร้บ้าน แต่มีกลิ่นหอมฉุนที่แรงกว่า นิยมนำมา
สกัดน้ำมันหอมระเหย ต้มน้ำดื่ม ทำธูป และใช้ในการป้องกัน และกำจัดแมลงศัตรูพืช ตะไคร้หอม
(Citronella grass) เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวอยู่ในวงศ์ Gramineae พันธุ์ที่นิยมปลูกมากเพื่อการผลิต
น้ำมันหอมระเหย มีอยู่ 2 ชนิด คือ พันธุ์Cymbopogonnardus Lin. มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น
ตะไคมะขูด ตะไคร้มะขูด (ภาคเหนือ) หรือตะไคร้แดง (นครศรีธรรมราช) ส่วนอีกชนิดคือ
พันธุ์Cymbopogonwinterianus Jowitt ปลูกมากบริเวณเกาะชวา มีชื่อพื้นเมืองว่า Mahapengiri
ซึ่งต่อมาได้กระจายออกไปหลายแห่ง เช่น เกาะไต้หวัน เกาะไฮติ และเป็นชนิดที่ปลูกมากในประเทศ
ไทย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
ตะไคร้หอมเป็นพืชล้มลุก อายุประมาณได้นาน 6-8 ปี เป็นพืชที่มีกลิ่นหอม เจริญเติบโตด้วยการแตก
หน่อ หรือแตกเหง้า มีทรงพุ่มเป็นกอคล้ายตะไคร้บ้าน มีลำต้นยื่นจากเหง้าสั้น รูปทรงกระบอก ผิว
เรียบเกลี้ยง ส่วนเหนือดินสูงได้ตั้งแต่ 1-2 เมตร
ภาพที่ 8 แสดงลักษณะของตะไคร้หอม
14
ใบ
ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาดใหญ่ ยาว แต่บางกว่าตะไคร้บ้าน ใบเรียวยาว กว้าง 1.5-2.6 เซนติเมตร ยาว
60-115 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักถี่ คมแข็ง มีผิวใบสาก ไม่มีขน บริเวณโคนใบด้าน
ในมีขน ปลายใบยาวมีลักษณะโน้มลง ใบมีสีเขียวแกมเหลือง กาบใบเป็นส่วนหุ้มที่มองเป็นลำต้นเทียม
มีสีเขีนวแกมแดงหรือสีม่วง ซึ่งต่างจากตะไคร้บ้านที่มีสีขาวอมเขียว
ภาพที่ 9 แสดงลักษณะใบของตะไคร้หอม
ดอก และเมล็ด
ดอกออกในฤดูหนาว ออกเป็นช่อยาวขนาดใหญ่ เป็นแบบแยก แขนงขนาดใหญ่ยาวประมาณ 100
เซนติเมตร แกนก้านช่อยาวโค้งหักไปหักมา ช่อดอกย่อยเปนแบบกระจับหรือแบบเชิงลด ดอก
็
ประกอบด้วยดอกสมบูรณ์เพศ กาบล่างมี 2 หยัก สีใส รยางค์แข็งยาว (ถ้ามีรยางค์) ไม่มีกาบบน กลับ
เกล็ดมี 2 กลับ เกสรเพศผู้มี 3 อัน เกสรเพศเมียมี 2 อัน ยอดเกสรปกคลุมด้วยขนยาวนุ่ม ก้านย่อยรูป
รี เป็นดอกเพศผู้หรือดอกเป็นหมัน กาบช่อย่อยข้างล่าง มีเส้น 7-9 เส้น ดอกย่อยจริงมีเกล็ด 1 เกล็ด
ยาวประมาณ 0.3 เซนติเมตร มีสีใส ล้อมเกสรเพศผู้ไว้ 3 อัน และมีกลีบเกล็ด 2 กลีบ ผลเป็นแบบผล
แห้งติดเมล็ด รูปทรงกระบอกออกกลม และมีขั้วที่ฐาน
15
น้ำมันหอมระเหยตะไคร้หอม
น้ำมันหอมระเหย (volatile oil) เป็นสารอินทรีย์ที่พืชสังเคราะห์ขึ้น มีกลิ่น และรสเฉพาะตัว ถูกสร้าง
ไว้ในเซลล์พิเศษ ผนังเซลล์ ต่อมหรือท่อภายในพืช น้ำมันหอมระเหยเกิดขึ้นจากกระบวนการเมทาบอ
ลิซึมระดับทุติยภูมิ (secondary metabolite) แต่เป็นสารที่ไม่ได้ทำหน้าที่ต่อการเจริญเติบโต เป็น
สารที่พบในพืชบางชนิด สารตั้งต้นในกระบวนการผลิตน้ำมันหอมระเหย เป็นสารที่ได้จากปฏิกิริยาเม
แทบอลิซึมระดับปฐมภูมิ (primary metabolite) แตกต่างกันที่มีเอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของการ
ผลิตน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด พืชที่ผลิตน้ำมันหอมระเหยได้จะสังเคราะห์ จัดเก็บ และปลดปล่อย
กลิ่นน้ำมันหอมระเหยแตกต่างกัน สำหรับตะไคร้หอม เป็นพืชที่สร้างน้ำมันหอมระเหยจากเซลล์ขน
ขนาดเล็ก (microhairs) ที่อยู่บริเวณเนื้อเยื่อถาวร abaxial epidermis ของใบ
การใช้ประโยชน์จากตะไคร้หอม
การใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์
ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีน้ำมันหอมระเหยสูงกว่าตะไคร้บ้าน พบในส่วนใบ กาบใบ และลำ
ต้น มีสรรพคุณทางยา ใช้แก้ริดสีดวงในปาก ปากแตกระแหง แผลในปาก ขับลมในกระเพราะ ลำไส้
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
การใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอมคุณสมบัติป้องกันตัวเต็มวัยและสามารถฆ่าไข่ของด้วงถั่วเขียว
(Callosobruchus maculates)ซึ่งเป็นแมงลงในโรงเก็บเข้าทำลายเมล็ดถั่วเขียวที่เก็บ โดยใช้
้
citronellal ความเข้มขนร้อยละ 5 ตั้งทิ้งไว้ในดรงเก็บเมล็ดเป็นเวลา 3 ชั่วโมงสามารถออกฤทธิ์ไล่ตัว
เต็มวัยและไข่ของด้วงถั่วเขียวได้
16
บทที่ 3
อุปกรณ์ และวิธีการดำเนินการ
1. วัสดุอุปกรณ์
1.1 เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
1. ขวดพลาสติก
2. ท่อ 3 ทางขนาด 1 นิ้ว
3. ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 50 เซนติเมตร
4. เกลียวในต่อตรงขนาด 1 นิ้ว
5. จุกปิดขนาด 1 นิ้ว
6. ท่อแกนพีวีซีขนาด 6 หุน ยาว 70 เซนติเมตร
7. จุกปิดขนาด 6 หุน
8. กาวร้อน
1.2 น้ำยาสมุนไพร
1. ตะไคร้หอม
2. น้ำเปล่า
3. เครื่องปั่น
4. มีด กรรไกร
5. เขียง
6. บีกเกอร์ขนาด 1000 ml.
7. ผ้าขาวบาง
8. กะละมัง
2. วิธีดำเนินการทดลอง
2.1 สร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
1. คัดแยกขวดพลาสติกเหลือใช้จากธนาคารขยะ นำมาทำความสะอาดก่อนการ
นำมาใช้
2. ประกอบอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อทำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
3. ทำหัวฉีด และประกอบเข้ากับขวดพลาสติกที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม
4. ทดลองนำไปใช้ และบันทึกผลการปฏิบัติงาน
2.2 ดำเนินการทำน้ำยาสมุนไพรไล่ยุง
1. นำตะไคร้หอมมาล้างทำความสะอาด
2. นำตะไคร้หอมมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
3. เทน้ำเปล่าและสมุนไพรตะไคร้หอมใส่เครื่องปั่นในอัตราส่วน 1 ลิตร : 1
กิโลกรัม ปั่นตามลำดับ
17
4. ทำการปั่นจนละเอียด
5. นำน้ำปั่นสมุนไพรที่ได้มากรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำยาสมุนไพรไล่ยุง
6. ทดลองนำไปใช้ และบันทึกผลการปฏิบัติงาน
2.1 สร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
ภาพที่ 10 แสดงการคัดแยกขวดพลาสติกเหลือใช้จากธนาคารขยะ
ภาพที่ 11 แสดงการเตรียมอุปกรณ์เพื่อทำหัวฉีด
18
ภาพที่ 12 แสดงการประกอบอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อทำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
ภาพที่ 13 แสดงการทำหัวฉีด และประกอบเข้ากับขวดพลาสติกที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม
19
ภาพที่ 14 แสดงการทดลองนำไปใช้ และบันทึกผลการปฏิบัติงาน
2.2 ดำเนินการทำน้ำยาสมุนไพรไล่ยุง
ภาพที่ 15 แสดงการนำตะไคร้หอมมาล้างทำความสะอาดแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
1.
20
ภาพที่ 16 เทน้ำเปล่าและสมุนไพรตะไคร้หอมใส่เครื่องปั่นในอัตราส่วน 1 ลิตร : 1 กิโลกรัม ปั่น
ตามลำดับแล้วทำการปั่นจนละเอียด
ภาพที่ 17 นำน้ำปั่นสมุนไพรที่ได้มากรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำยาสมุนไพรไล่ยุง
21
ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องฉีดแรงดันสูงในการกำจัดยุงร้าย
ี
ี่
ภาพท 18 แสดงการทดลองน าเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายไปใช้ก าจัดยุงภายในห้องเรยน
ภาพท 19 แสดงการทดลองน าเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายไปใช้ก าจัดยุงภายในห้องวิทยาศาสตร ์
ี่
22
ี่
ภาพท 20 แสดงการทดลองน าเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายไปใช้ก าจัดยุงภายในห้องประชม
ุ
23
บทที่ 4
ผลการดำเนินการ
ในการศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายในการ
กำจัดยุงทดแทนเครื่องฉีดยุงทั่วไปที่น้ำหนักมากและต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการลดต้นทุน ลด
พลังงานเชื้อเพลิงและไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เพื่อเป็นการลดภาวะโลกร้อน
กลุ่มของข้าพเจ้าได้นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และนำเสนอเป็นตารางประกอบ คำบรรยาย
โดยเสนอเป็น 2 ตอนดังนี้
ตอนที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องฉีดแรงดันสูงในการกำจัดยุงร้าย
ตอนที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
สามารถประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายได้จริง วัดประสิทธิภาพจากการ
กำจัดยุง พบว่ามีต้นทุนการผลิตต่ำ เพราะใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เหลือใช้จากกิจกรรมต่าง ๆ ภายใน
โรงเรียนและไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องฉีดแรงดันสูงในการกำจัดยุงร้าย
ตารางที่ 1 แสดงประสิทธิภาพในการใช้เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
ประสิทธิภาพในการกำจัดยุง
แบบเครื่องฉีด
บริเวณห้องเรียน บริเวณห้องวิทย์ บริเวณห้องประชุม สรุปผล
เครื่องฉีดแรงดันสูง กำจัดยุงได้ทั้งหมด กำจัดยุงได้ทั้งหมด กำจัดยุงได้ทั้งหมด ไม่แตกต่างกัน
เครื่องฉีดยุงทั่วไป กำจัดยุงได้ทั้งหมด กำจัดยุงได้ทั้งหมด กำจัดยุงได้ทั้งหมด ไม่แตกต่างกัน
จากตารางที่ 1 ประสิทธิภาพการกำจัดยุงร้ายพบว่าการกำจัดยุงด้วยเครื่องฉีดแรงดันสูง
พิชิตยุงร้ายสามารถกำจัดยุงได้ใกล้เคียงกับเครื่องฉีดยุงทั่วไป
24
บทที่ 5
สรุปและอภิปรายผลการดำเนินการ
โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง “เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายเป็นโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
กลุ่มของข้าพเจ้าได้นำเสนอตามลำดับดังนี้
1. จุดมุ่งหมายของการศึกษา
2. สมมติฐานการศึกษา
3. สรุปผลการดำเนินการ
4. อภิปรายผลการดำเนินการ
5. ข้อเสนอแนะ
จุดมุ่งหมายของการศึกษา
1. เพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์เครื่องฉีดแรงดันสูงกำจัดยุง “ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”
2. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการใช้เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายในการกำจัดยุงภายใน
โรงเรียน
3. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายกับเครื่องฉีดยุงทั่วไปในการ
กำจัดยุง
สมมติฐานการศึกษา
1. สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดยุงแรงดันสูง “ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”.
2. “เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”สามารถนำมาใช้ในการกำจัดยุงภายในโรงเรียนได้จริง
สรุปผลการดำเนินการ
ตอนที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
สามารถประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายได้จริง วัดประสิทธิภาพจากการ
กำจัดยุง พบว่ามีต้นทุนการผลิตต่ำ เพราะใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เหลือใช้จากกิจกรรมต่าง ๆ ภายใน
โรงเรียนและไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งตรงกับสมมติฐานที่ตั้งไว้
25
ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องฉีดแรงดันสูงในการกำจัดยุงร้าย
พบว่าเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายมีประสิทธิภาพในการกำจัดยุงใกล้เคียงกับเครื่องฉีดยุง
ทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
เมื่อหาประสิทธิภาพในการกำจัดยุงเปรียบเทียบกับเครื่องฉีดยุงทั่วไปสรุปได้ว่าไม่แตกต่างกัน
อภิปรายผลการดำเนินการ
สิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงในการกำจัดยุงร้ายสามารถกำจัดยุงได้จริง ซึ่งเป็น
สาเหตุหลักในการเกิดโรคไข้เลือดออก โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เหลือใช้จากกิจกรรมต่าง ๆ ภายใน
โรงเรียนเพื่อเป็นการลดต้นทุน พบว่าเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายเป็นอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยใช้
หลักการทางวิทยาศาสตร์เรื่องแรงดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดยุง ปัจจุบันเครื่องฉีดยุงที่ใช้
็
กันอยู่ เปนแบบชนิดใช้เครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักมากทำให้ลำบากต่อการใช้ การใช้เครื่องยนต์ก่อให้เกิด
การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และเกิดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ “เครื่อง
ฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย” สามารถกำจัดยุงภายในโรงเรียนได้จริงมีประสิทธิภาพสูง สามารถช่วยลด
มลพิษทางอากาศ ช่วยให้การใช้แรงงานมนุษย์ลดดง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงและปริมาณขยะ ซึ่ง
เป็นสาเหตุหลักในการเกิดภาวะโลกร้อน
ข้อเสนอแนะ
1. สามารถเพิ่มแรงดันหัวฉีด โดยการเพิ่มการต่อเข้ากับขวดพลาสติกจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 1 เป็น 2
และ 4 ขวด
2. สามารถนำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย ไปต่อเข้าก๊อกน้ำแล้วใช้รดน้ำต้นไม้หรือล้างรถได้
3. สามารถเลือกใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ ในการไล่ยุงได้อีก เช่น กะเพราแดง สะเดา มะกรูด
โหระพา และสาระแหน่
26
บรรณานุกรม
เอกสารระเบียบการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ จัดโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ใน
พระบรมราชูประถัมภ์ ประจำปี 2544
http://www.trueplookpanya.com/true/plookpanya_actdata.php?mainType=knw&subT
ype=04 (สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 66)
http://www.scisoc.or.th/main/index.php?option=com_content&task=view&id=20&Item
id=50 (สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 66)
http://www.powerpestgroup.com/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=1&Id=5919(
สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 66)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%
B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%9A (สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 66)
http://www.powerpestgroup.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=59200&Ntype1
(สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 66)
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2546. ประมวลผลงานวิจัยด้านพิษวิทยา ของ
สถาบันวิจัยสมุนไพร เล่ม 1.โรงพิมพ์การศาสนา:กรุงเทพมหานคร.
รัตติพร กายเพชร, ธนิยา หมวดเชียงคะ, ไพรินทร์ ต้นพุฒ.ฤทธิ์การต้านเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสมิวแทนส์
ของน้ำมันหอมระเหยกะเพรา. วิทยาสารทันตแพทยศาสตร์มหิดล. 2558;35(3):311-319.
สุกัญญา เขียวสะอาด.กะเพรากับการต้านอนุมูลอิสระ. วารสารวิทยาศาสตร์ลาดกระบัง.
2555;21(2):54-65.
27
ภาคผนวก
วิธีดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์
“เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”
ตอนที่ 1 สร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องฉีดแรงดันสูงในการกำจัดยุงร้าย
28
วิธีดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์
“เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย”
ตอนที่ 1 สร้างสิ่งประดิษฐ์ เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
สามทาง ข้องอ
เกลียวในต่อตรง เกลียวนอกต่อตรง
ภาพที่ 21 แสดงอุปกรณ์ในการทำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
29
ภาพที่ 22 แสดงการเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อทำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
30
ภาพที่ 23 แสดงการประกอบอุปกรณ์เพื่อทำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
ภาพที่ 24 แสดงการทำหัวฉีด และประกอบเข้ากับขวดพลาสติกที่เตรียมไว้ ตกแต่งให้สวยงาม
31
ภาพที่ 25 แสดงเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
ตอนที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องฉีดแรงดันสูงในการกำจัดยุงร้าย
ภาพที่ 26 แสดงการทดลองนำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายไปใช้กำจัดยุงภายในห้องเรียน
32
ภาพที่ 27 แสดงการทดลองนำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายไปใช้กำจัดยุงภายในห้องวิทยาศาสตร์
ภาพที่ 28 แสดงการทดลองนำเครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้ายไปใช้กำจัดยุงภายในห้องประชุม
33
ภาพที่ 29 แสดงคณะผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์เครื่องฉีดแรงดันสูงพิชิตยุงร้าย
34
ภาพที่ 30 แสดงสวนพฤกษศาสตร์ภายในโรงเรียนคลองปักหลัก ซึ่งมีสมุนไพรต่างๆ อาทิเช่น
ตะไคร้หอม ใบเตย กะเพราแดง เป็นต้น