The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Is วิชาที่นักเรียนสนใจ มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนศึกษาว่านักเรียนชอบวิชาใดมากที่สุดและศึกษาข้อมูลที่วิชานักเรียนชอบมากที่สุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khim kann, 2020-12-29 00:15:57

Is วิชาที่นักเรียนสนใจ

Is วิชาที่นักเรียนสนใจ มีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนศึกษาว่านักเรียนชอบวิชาใดมากที่สุดและศึกษาข้อมูลที่วิชานักเรียนชอบมากที่สุด

Keywords: วิชาที่นักเรียนสนใจ

การเขียนรายงานวิชาการ
วชิ าท่นี ักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ่5ี /5 สนใจมากที่สดุ
โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พุแค อาเภอ เฉลมิ พระเกียรติ จงั หวัด สระบุรี

นางสาวณฐั ชยา ม่งุ จ่าง เลขที่ 11
นางสาวพมิ ลพรรณ สทุ ธิพงศ์ เลขท่ี 13
นางสาวกนั ยารัตน์ ฉ่าแสง เลขท่ี 19

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5/5

เสนอ
คุณครู ยุวดี ญาณสทิ ธ์ิ
รายงานนี้เปน็ ส่วนหนง่ึ ของวิชาการเขยี นรายงานวิชาการ
รหสั วิชา ร30202 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563
โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ พแุ ค อาเภอ เฉลิมพระเกยี รติ จังหวดั สระบรุ ี
สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต 4

สารบัญ

เน้ือหา หน้าท่ี
ประวัตผิ ้จู ัดทำ ก
บทคดั ย่อ ข
บทท่ี 1 ๒
บทที่ 2 ๑๖
บทที่ 3 ๒๑
บทที่ 4 ๒๓
บทท่ี 5 ๒๕
ภำคผนวก ๒๗
บรรณำนุกรม ๒๘



ประวัติผูจ้ ัดทา
1.นำงสำว ณัฐชยำ มุ่งจำ่ ง

ประวตั ิส่วนตัว
วันที่ 2 เดือน ตุลำคม พ.ศ. 2546 อำยุ 17
ท่ีอยู่ 85 หมู่ 1 ตำบล ขนุ โขลน อำเภอ พระพุทธบำท จงั หวัด สระบุรี
ประวตั กิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2558 ชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ 6 โรงเรียนเกตุพชิ ยั วิทยำ
ปี พ.ศ. 2561 ชั้นมธั ยมศึกษำตอนตน้ โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พแุ ค
ปี พ.ศ. 2563 ชัน้ มัธยมศึกษำตอนปลำย โรงเรียนเทพศริ นิ ทร์ พแุ ค
2. นำงสำว พิมลพรรณ สุทธิพงศ์
ประวัติส่วนตัว
วนั ท่ี 25 เดือน กนั ยำยน พ.ศ.2546 อำยุ 17
ทีอ่ ยู่ 127/2 หมู่ 9 ตำบล หน้ำพระลำน อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ จงั หวัด สระบรุ ี
ประวตั ิการศึกษา
ปี พ.ศ. 2558 ช้ันประถมศึกษำปที ี่ 6 โรงเรยี นหนำ้ พระลำน (พิบูลสงเครำะห์)
ปี พ.ศ.2561 ชนั้ มธั ยมศึกษำตอนตน้ โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พแุ ค
ปี พ.ศ.2563 ช้นั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พแุ ค



3.นำงสำว กันยำรัตน์ ฉำ่ แสง
ประวัติส่วนตวั
วันท่ี 10 เดือน กันยำยน พ.ศ. 2546 อำยุ 17
ทีอ่ ยู่ 165 หมู่ 8 ตำบล พุแค อำเภอ เฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวัด สระบรุ ี
ประวัตกิ ารศึกษา
ปี พ.ศ. 2558 ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี 6 โรงเรยี นอนบุ ำลสระบุรี
ปี พ.ศ. 2561 ช้นั มัธยมศึกษำตอนต้น โรงเรียนสำธติ มหำวทิ ยำลัยรำชภัฏเทพสตรี สำขำวดั พระพทุ ธบำท

รำชวรมหำวหิ ำร
ปี พ.ศ. 2563 ชน้ั มัธยมศึกษำตอนปลำย โรงเรียนเทพศริ ินทร์ พแุ ค



ชอ่ื เรอ่ื ง วิชำที่นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี 5/5 สนใจมำกทส่ี ุด
ผู้ศกึ ษา นำงสำว ณัฐชยำ ม่งุ จ่ำง ม.5/5 เลขท่ี 11

นำงสำว พมิ ลพรรณ สทุ ธิพงศ์ ม.5/5 เลขที่ 13
นำงสำว กนั ยำรัตน์ ฉ่ำแสง ม.5/5 เลขที่ 19

คุณครูผ้สู อน ยุวดี ญำณสทิ ธ์ิ
ระดับชน้ั ศกึ ษา นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 5/5
ปีการศกึ ษา 2563

บทคัดย่อ

กำรศึกษำครั้งน้ีมีจุดประสงค์เพ่ือที่จะศึกษำว่ำ นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษำปที ่ี 5/5 สนใจวิชำใดมำกท่ีสุด
โดย เพ่ือศกึ ษำสำเหตุจำกวชิ ำที่ชอบเรยี น และนำขอ้ มูลท่ีไดม้ ำวิเครำะห์ถงึ สภำพปัญหำวชิ ำท่ชี อบเรยี น

กลุ่มเป้ำหมำยเป็นนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 5/5 จำนวน 32 คน ได้มำโดยวิธีกำรเลือกโดยใช้
แบบสอบถำม

1

บทท่ี 1

บทนา

ท่ีมาและความสาคัญ

กำรศึกษำของเดก็ ไทยนบั เป็นสง่ิ สำคัญทจ่ี ะช่วยยกระดับผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรยี นรู้เพื่อให้ได้มำตรฐำนเป็น
ที่ยอมรับและพัฒนำประเทศไทยให้เจริญก้ำวหน้ำ ทัดเทียมกับประเทศต่ำงๆในโลก แต่ในกำรวัดผลสัมฤทธ์ิ
ทำงกำรเรียนของเด็กไทยในแต่ละปี ผลกำรเรียนเฉล่ียอยู่ในระดับท่ีต่ำกว่ำเกณฑ์มำตรฐำน ซึ่งปัญหำกำรเรยี น
ของเด็กเกดิ จำกปจั จยั หลำยอย่ำง

สภำพแวดล้อมทำงสงั คมที่เกิดควำมเปล่ยี นแปลงไปมำก สภำพแวดลอ้ มกำรเลี้ยงดูท้ังที่บ้ำนและโรงเรยี น
ปัญหำจำกตัวเด็กนักเรียน ซ่ึงอำจเกิดจำกพฤติกรรมควำมก้ำวร้ำวรุนแรง ปัญหำจำกครอบครัว ที่มีฐำนะทำง
บ้ำนยำกจน และปัญหำจำกโรงเรียน ซ่ึงมีสำเหตุมำจำก สติปัญญำของเด็กนักเรียนในวัยเดียวกัน กำรแข่งขัน
ทำงกำรเรียน แรงจูงใจจำกส่ิงแวดล้อมภำยนอก หรือแม้กระท่ังวิชำที่เด็กได้เรียน ซ่ึงมีควำมยำกง่ำยต่อเด็ก
นักเรยี น

ดังน้ันกำรศึกษำเรื่องวิชำใดท่ีนักเรียนชอบนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 5/5 สนใจมำกท่ีสุดเพ่ือที่จะศึกษำ
ว่ำนกั เรยี นไดใ้ ห้กำรสนใจวิชำใดมำกทส่ี ุด

วัตถุประสงค์ท่จี ะศกึ ษา

1.เพือ่ ที่จะศกึ ษำวำ่ นกั เรียนชอบวชิ ำใดมำกที่สดุ

2.เพอื่ ท่ีจะศึกษำขอ้ มลู วิชำทนี่ กั เรียนชอบมำกทีส่ ุด

ขอบเขตการศกึ ษา

1.ขอบเขตประชากร

ศึกษำวิชำทน่ี ักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษำปที ี่ 5/5 สนใจมำกทีส่ ุด

2.ขอบเขตเวลา

ศึกษำวิชำท่ีนักเรยี นช้ันมธยมศกึ ษำปีที่ 5/5 โดยใช้ระยะเวลำ1ภำคเรียน ปกี ำรศกึ ษำ 2563 ตัง้ แตเ่ ดือน
กรกฏำคมถึงพฤศจิกำยน

2

เน้อื หาและปญั หา
ศกึ ษำวำ่ นกั เรยี นสนใจวชิ ำใดมำกท่สี ุดเพรำะเน่อื งจำกในปัจจบุ นั มหี ลำกหลำยวิชำที่นักเรียนสนใจ

ผลทีค่ าดว่าจะได้รบั
ไดท้ รำบว่ำนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 5/5 สนใจวิชำใดมำกท่ีสุด

สมมุติฐานฐานการศึกษา
ศึกษำวำ่ นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษำปีที่ 5/5 สนใจวชิ ำใดมำกทสี่ ุด

นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ
นกั เรยี น หมำยถงึ ผู้เรยี นในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษำตอนต้นและตอนปลำย
วิชำ หมำยถึง ควำมรู้ ,ควำมรู้ท่ไี ดด้ ว้ ยกำรเลำ่ เรียนหรือฝึกฝน
วิทยำศำสตร์ หมำยถึง ควำมรู้เก่ยี วกบั สิง่ ตำ่ งๆในธรรมชำติท้งั ท่ีมชี ีวิตและไม่มชี ีวติ
คณิตศำสตร์ หมำยถึง (กำรนับ หรือ คำนวณ) และ ศำสตร์ (ควำมรู้ หรือ กำรศึกษำ)
ภำษำไทย หมำยถึง มีควำมสำคัญต่อระบบกำรสือ่ สำรหรือส่อื ควำมหมำยในชวี ติ จริง
ศิลปะ หมำยถึง เป็นสง่ิ ท่ีอยู่รอบตัวมนุษย์เป็นส่งิ ที่ให้คุณค่ำมหำศำลท้งั ทำงดำ้ นร่ำงกำยและจติ ใจ
นำฏศิลป์ ควำมหมำย คือ ศิลปะกำรเคลอ่ื นไหวอวัยวะส่วนต่ำงๆของร่ำงกำยอยำ่ งประณีต
ภำษำอังกฤษ หมำยถงึ ที่บำงครั้งมีผู้อธบิ ำยวำ่ เป็นภำษำกลำงภำษำแรกของโลกเปน็ ภำษำทใี่ ช้กันมำกที่สุด
สุขศกึ ษำ หมำยถึง ใหผ้ ู้เรยี นพฒั นำพฤติกรรมดำ้ นควำมรู้ เจตคติ คณุ ธรรม คำ่ นิยม
พลศึกษำ หมำยถึง ใหผ้ เู้ รยี นใช้กจิ กรรมกำรเคลื่อนไหว กำรออกกำลงั กำย กำรเลน่ เกมและกฬี ำ
สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม หมำยถึง แนวคิดพ้ืนฐำนเก่ียวกับศำสนำ ศีลธรรม จรยิ ธรรม หลกั ธรรม

3

บทที่ 2

เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง

ศึกษำวิชำท่ีนักเรียนสนใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 5/5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค
จังหวัดสระบุรี รำยงำนวิชำกำรเขียนรำยงำนวิชำกำร (IS2) รหัสวิชำ ร30202 ผู้ศึกษำได้ศึกษำตำรำ เอกสำร
และงำนวิจัยที่เกย่ี วขอ้ ง เพ่อื เป็นกรอบแนวคิดในกรดำเนินกำรศกึ ษำค้นควำ้ และอ้ำงอิง ตำมหัวขอ้ ต่อไปน้ี

1. ควำมหมำยของนักเรยี น
2. ควำมหมำยทฤษฎกี ำรเรยี นรู้
3. ควำมหมำยของกำรสอนด้วยส่อื
4. ควำมหมำยของวชิ ำ
5. ควำมหมำยวชิ ำที่ชอบเรยี น
6. งำนวิจยั ทเ่ี กยี่ วข้อง

นกั เรยี น ผูเ้ รียน นสิ ิต หรอื นักศกึ ษำ ในควำมหมำยโดยรวมคอื ผทู้ ่ีเขำ้ เรยี นในสถำนศึกษำ โดยแบง่ ออกเปน็
1. นักเรยี น หมำยถึง ผู้เรียนในโรงเรยี นระดับมธั ยมศึกษำตอนตน้ และตอนปลำย
ในประเทศไทยมกี ฎหมำยใหบ้ ุคคลทกุ คนต้องจบกำรศกึ ษำข้ันต่ำในระดับมัธยมศึกษำปที ี่ 3

(หลกั สูตรกำรศึกษำภำคบังคับ)

นักเรียนหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เขำ้ ถงึ ได้จำก : http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-
6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วนั ทค่ี น้ ข้อมูล : 25 กนั ยำยน 2563)

ควำมรู้“ควำมรูค้ ือสิง่ ท่ีทำให้คนเขำ้ ใจ แลว้ นำควำมเข้ำใจน้ันมำปฏิบัติหรอื ประยุกตใ์ ห้เกิดประโยชน์”

ที่มำ: ไพบลู ย์ วฒั นศิริธรรม, ควำมรทู้ ้องถน่ิ กำรจดั กำรองคค์ วำมรู้ กับกำรจัดกำรทำงสังคม

“ควำมรู้คือ สงิ่ ทม่ี นุษย์สร้ำง ผลิต ควำมคิด ควำมเชื่อ ควำมจริง ควำมหมำยโดยใช้ ข้อเท็จจรงิ ขอ้ คิดเห็น
ตรรกะ แสดงผำ่ นภำษำ เครื่องหมำย และสื่อตำ่ ง ๆ โดยมเี ป้ำหมำยและวัตถปุ ระสงคเ์ ป็นไปตำมผ้สู รำ้ ง ผผู้ ลิต
จะให้ควำมหมำย”

ความร้หู มายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถึงไดจ้ ำก : http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-
6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วันทคี่ ้นข้อมลู : 25 กันยำยน 2563)

4

ทฤษฎีกำรเรยี นรู้ (อังกฤษ: learning theory) กำรเรียนรู้คือกระบวนกำรท่ีทำใหค้ นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ควำมคดิ คนสำมำรถเรยี นได้จำกกำรได้ยนิ กำรสมั ผัส กำรอ่ำน กำรใชเ้ ทคโนโลยี กำรเรยี นรขู้ องเด็กและผู้ใหญ่
จะต่ำงกัน เด็กจะเรียนรดู้ ว้ ยกำรเรียนในหอ้ ง กำรซักถำม ผู้ใหญ่มกั เรยี นรดู้ ้วยประสบกำรณท์ ี่มีอยู่ แตก่ ำร
เรียนรู้จะเกดิ ข้ึนจำกประสบกำรณท์ ี่ผสู้ อนนำเสนอ โดยกำรปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่ำงผู้สอนและผ้เู รียน ผสู้ อนจะเป็น
ผูท้ ี่สร้ำงบรรยำกำศทำงจิตวทิ ยำทีเ่ อ้ืออำนวยต่อกำรเรียนรู้ ที่จะใหเ้ กิดขึน้ เปน็ รปู แบบใดก็ไดเ้ ช่น ควำมเปน็
กันเอง ควำมเขม้ งวดกวดขัน หรือควำมไม่มรี ะเบยี บวนิ ัย สิ่งเหลำ่ น้ผี ูส้ อนจะเป็นผู้สร้ำงเง่ือนไข และ
สถำนกำรณเ์ รยี นรู้ใหก้ บั ผเู้ รยี น ดังนน้ั ผ้สู อนจะตอ้ งพิจำรณำเลอื กรูปแบบกำรสอน รวมทง้ั กำรสร้ำง
ปฏสิ ัมพนั ธก์ ับผู้เรียน
กำรเรยี นรู้ตำมทฤษฎีของ Bloom (Bloom's Taxonomy)ไดแ้ บ่งกำรเรยี นร้เู ป็น 6 ระดับ

1.ควำมรู้ทเ่ี กดิ จำกควำมจำ (knowledge) ซึ่งเป็นระดบั ลำ่ งสุด
2.ควำมเข้ำใจ (Comprehend)
3.กำรประยุกต์ (Application)
4.กำรวิเครำะห์ (Analysis) สำมำรถแก้ปญั หำ ตรวจสอบได้
5.กำรสังเครำะห์ (Synthesis) สำมำรถนำสว่ นต่ำงๆ มำประกอบเปน็ รูปแบบใหม่ไดใ้ ห้แตกตำ่ งจำก
รูปเดมิ เนน้ โครงสร้ำงใหม่
6.กำรประเมนิ คำ่ (Evaluation) วัดได้ และตัดสินไดว้ ำ่ อะไรถกู หรือผดิ ประกอบกำร
ตดั สนิ ใจบนพื้นฐำนของเหตุผลและเกณฑท์ ่ีแน่ชดั
กำรเรียนรตู้ ำมทฤษฎีของเมเยอร์ (Mayor) ในกำรออกแบบส่อื กำรเรียนกำรสอนกำรวเิ ครำะห์ควำมจำเปน็ เป็น
สงิ่ สำคัญ และตำมด้วยจุดประสงคข์ องกำรเรยี น โดยแบ่งออกเปน็ ย่อยๆ 3 ส่วนด้วยกนั
1.พฤติกรรม ควรช้ชี ดั และสงั เกตได้
2.เงื่อนไข พฤติกรรมสำเรจ็ ไดค้ วรมีเงื่อนไขในกำรช่วยเหลือ
3.มำตรฐำน พฤติกรรมที่ไดน้ ั้นสำมำรถอยู่ในเกณฑท์ ่ีกำหนด
กำรเรียนรตู้ ำมทฤษฎขี องบรเู นอร์ (Bruner)

5

1.ควำมรูถ้ ูกสรำ้ งหรือหล่อหลอมโดยประสบกำรณ์
2.ผ้เู รียนมบี ทบำทรบั ผดิ ชอบในกำรเรียน
3.ผู้เรยี นเปน็ ผสู้ รำ้ งควำมหมำยขึ้นมำจำกแงม่ มุ ต่ำงๆ
4.ผเู้ รยี นอยใู่ นสภำพแวดลอ้ มท่ีเป็นจริง
5.ผเู้ รยี นเลอื กเนือ้ หำและกิจกรรมเอง
6.เนอ้ื หำควรถูกสร้ำงในภำพรวม
กำรเรียนร้ตู ำมทฤษฎขี องไทเลอร์ (Tylor)ควำมต่อเนื่อง (continuity) หมำยถึง ในวชิ ำทักษะ ต้องเปดิ โอกำส
ใหม้ ีกำรฝกึ ทักษะในกจิ กรรมและประสบกำรณบ์ ่อยๆ และต่อเนื่องกนั กำรจัดช่วงลำดับ (sequence) หมำยถงึ
หรือกำรจดั ส่งิ ที่มคี วำมงำ่ ย ไปสสู่ ิง่ ทีม่ คี วำมยำก ดงั น้นั กำรจดั กจิ กรรมและประสบกำรณ์ ให้มีกำรเรยี งลำดบั
กอ่ นหลงั เพ่ือให้ได้เรียนเน้ือหำที่ลึกซึ้งย่ิงข้ึนบูรณำกำร (integration) หมำยถึง กำรจัดประสบกำรณ์จงึ ควร
เปน็ ในลกั ษณะทชี่ ่วยให้ผ้เู รยี น ได้เพ่ิมพนู ควำมคดิ เหน็ และไดแ้ สดงพฤติกรรมท่สี อดคล้องกัน เนื้อหำทเี่ รยี น
เป็นกำรเพิ่มควำมสำมำรถทั้งหมด ของผู้เรยี นท่จี ะได้ใชป้ ระสบกำรณ์ได้ในสถำนกำรณต์ ่ำงๆ กนั ประสบกำรณ์
กำรเรยี นรู้ จึงเปน็ แบบแผนของปฏิสมั พนั ธ์ (interaction) ระหวำ่ งผเู้ รยี นกบั สถำนกำรณ์ที่แวดลอ้ ม
ทฤษฎกี ำรเรยี นรู้ 8 ขน้ั ของกำเย่ (Gagne)
1.กำรจงู ใจ (Motivation Phase) กำรคำดหวงั ของผเู้ รยี นเปน็ แรงจูงใจในกำรเรียนรู้
2.กำรรับร้ตู ำมเปำ้ หมำยท่ีต้ังไว้ (Apprehending Phase) ผเู้ รียนจะรับรสู้ ิ่งท่ีสอดคล้องกับควำมตั้งใจ
3.กำรปรงุ แตง่ สิง่ ท่รี บั รู้ไวเ้ ปน็ ควำมจำ (Acquisition Phase) เพื่อให้เกดิ ควำมจำระยะสนั้ และระยะยำว
4.ควำมสำมำรถในกำรจำ (Retention Phase)
5.ควำมสำมำรถในกำรระลกึ ถึงสง่ิ ท่ไี ด้เรียนร้ไู ปแลว้ (Recall Phase )
6.กำรนำไปประยกุ ต์ใช้กับส่งิ ที่เรยี นรู้ไปแล้ว (Generalization Phase)
7.กำรแสดงออกพฤติกรรมทเ่ี รียนรู้ ( Performance Phase)
8.กำรแสดงผลกำรเรียนรู้กลับไปยังผเู้ รยี น ( Feedback Phase) ผ้เู รยี นได้รบั ทรำบผลเรว็ จะทำให้มีผลดี
และประสิทธิภำพสงู
องคป์ ระกอบที่สำคญั ที่ก่อให้เกดิ กำรเรยี นรู้ จำกแนวคดิ นักกำรศึกษำ กำเย่ (Gagne)

6

1.ผ้เู รียน (Learner) มีระบบสมั ผสั และ ระบบประสำทในกำรรับรู้

2.สง่ิ เรำ้ (Stimulus) คอื สถำนกำรณ์ตำ่ งๆ ที่เปน็ สงิ่ เร้ำให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้

3.กำรตอบสนอง (Response) คอื พฤตกิ รรมทีเ่ กิดขึ้นจำกกำรเรียนรู้

กำรสอนด้วยสอ่ื ตำมแนวคิดของกำเย่ (Gagne)เรำ้ ควำมสนใจ มโี ปรแกรมท่ีกระตุ้นควำมสนใจของผู้เรยี น เช่น
ใช้ กำร์ตนู หรอื กรำฟิกท่ีดงึ ดูดสำยตำควำมอยำกรู้อยำกเห็นจะเป็นแรงจูงใจให้ผเู้ รียนสนใจในบทเรียน กำรต้ัง
คำถำมก็เป็นอกี สงิ่ หนึง่ บอกวัตถุประสงค์ ผู้เรยี นควรทรำบถึงวัตถปุ ระสงค์ ให้ผเู้ รยี นสนใจในบทเรียนเพื่อให้
ทรำบวำ่ บทเรยี นเกี่ยวกบั อะไรกระตนุ้ ควำมจำผเู้ รยี น สรำ้ งควำมสมั พนั ธ์ในกำรโยงข้อมูลกับควำมรทู้ ่ีมอี ยู่ก่อน
เพรำะสง่ิ น้ีสำมำรถทำใหเ้ กิดควำมทรงจำในระยะยำวได้เม่ือได้โยงถงึ ประสบกำรณ์ผูเ้ รยี น โดยกำรตง้ั คำถำม
เกี่ยวกบั แนวคิด หรือเน้ือหำนั้นๆเสนอเนือ้ หำ ขัน้ ตอนน้จี ะเปน็ กำรอธิบำยเนื้อหำให้กับผเู้ รยี น โดยใชส้ ่อื ชนดิ
ต่ำงๆ ในรปู กรำฟกิ หรอื เสยี ง วิดีโอกำรยกตัวอย่ำง กำรยกตวั อย่ำงสำมำรถทำได้โดยยกกรณีศกึ ษำ กำร
เปรยี บเทียบ เพื่อให้เข้ำใจได้ซำบซง้ึ กำรฝึกปฏบิ ัติ เพอื่ ใหเ้ กิดทกั ษะหรอื พฤตกิ รรม เป็นกำรวัดควำมเขำ้ ใจวำ่
ผู้เรยี นไดเ้ รียนถูกตอ้ ง เพือ่ ให้เกิดกำรอธบิ ำยซ้ำเมื่อรับสิง่ ท่ีผิดกำรให้คำแนะนำเพ่ิมเติม เช่น กำรทำแบบฝึกหดั
โดยมีคำแนะนำกำรสอบ เพื่อวดั ระดับควำมเข้ำใจกำรนำไปใช้กับงำนทท่ี ำในกำรทำส่ือควรมี เนือ้ หำเพิ่มเตมิ
หรอื หัวข้อต่ำงๆ ท่คี วรจะรเู้ พิ่มเติม

การเรยี นหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เขำ้ ถึงไดจ้ ำก : http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-
4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วันท่คี น้ ข้อมลู : 25 กนั ยำยน 2563)

4.วชิ ำ หมำยถึง ควำมรู้ ,ควำมรู้ที่ไดด้ ว้ ยกำรเลำ่ เรยี นหรอื ฝึกฝนบำงคร้ังอำจหมำยถึง ควำมรคู้ วำมสำมำรถของ
บุคคลหนง่ึ ทสี่ ำมำรถถำ่ ยทอดไปใหผ้ อู้ ่ืนได้ โดยไม่จำเป็นต้องสอนในหอ้ งเรยี น ผู้เรยี นจะต้องศึกษำเรยี นรู้
เพ่ือให้เกิดควำมร้คู วำมเข้ำใจในวชิ ำนั้นๆ ฝกึ ฝนใหเ้ กิดควำมชำนำญ แลว้ สำมำรถนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั
ได้ แบ่งออกได้กลุ่มสำระกำรเรียนรู้8 กล่มุ ดังนี้

1.กลุม่ สำระเรยี นรภู้ ำษำไทย

2.กลุ่มสำระเรยี นรู้คณิตศำสตร์

3.กลมุ่ สำระเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์

4.กลุม่ สำระเรยี นรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม

5.กลมุ่ สำระเรียนร้สู ขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ

7

6.กลุ่มสำระเรยี นรู้ศิลปะ

7.กลมุ่ สำระเรียนรภู้ ำษำต่ำงประเทศ

8.กลุม่ สำระเรยี นรู้กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี

วิชาหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เขำ้ ถงึ ได้จำก : http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-
14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วนั ทคี่ น้ ข้อมลู : 25 กันยำยน 2563)

กลุม่ สำระเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์

วทิ ยำศำสตร์ หมำยถงึ ควำมรูเ้ ก่ียวกบั ส่งิ ต่ำงๆในธรรมชำติท้ังที่มีชวี ิตและไม่มชี ีวติ รวมทัง้ กระบวนกำร
ประมวลควำมรูเ้ ชงิ ประจักษ์ ที่เรยี กว่ำกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ และกลุ่มขององค์ควำมรู้ทไี่ ด้จำก
กระบวนกำรดังกลำ่ วกำรศึกษำในดำ้ นวิทยำศำสตร์ยงั ถกู แบ่งย่อยออกเปน็ วทิ ยำศำสตร์ธรรมชำติ และ
วทิ ยำศำสตรป์ ระยุกตค์ ำว่ำ science ในภำษำองั กฤษ ซ่ึงแปลว่ำ วิทยำศำสตรน์ ้นั มำจำกภำษำลำตนิ คำ
วำ่ scientiaซง่ึ หมำยควำมว่ำ ควำมรูเ้ ชน่ วทิ ยำศำสตร์ เรียนในระดบั ชน้ั มัธยมตอนต้น ส่วนฟสิ ิกส์ เคมี และ
ชวี วิทยำ เรียนในระดับช้ันมัธยมตอนปลำย

วิชาวิทยาศาสตร์หมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถึงไดจ้ ำก :
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วันทค่ี ้นข้อมูล : 25 กันยำยน 2563)

กลุ่มสำระเรียนรูค้ ณิตศำสตร์

คณติ ศำสตร์ หมำยถงึ (กำรนบั หรือ คำนวณ) และ ศำสตร์ (ควำมรู้ หรอื กำรศึกษำ) ซง่ึ รวมกนั มี
ควำมหมำยโดยทัว่ ไปว่ำ กำรศึกษำเกี่ยวกับกำรคำนวณ หรือ วิชำท่เี กี่ยวกับกำรคำนวณ.

วชิ าคณติ ศาสตร์หมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เขำ้ ถึงไดจ้ ำก :
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วันทคี่ ้นข้อมูล : 25 กันยำยน 2563)

8

กลุม่ สำระเรยี นรู้ศลิ ปะ ประกอบดว้ ย ศิลปะและนำฏศิลปเ์ รยี นในระดบั ช้ันมัธยมตอนต้น และในระดบั ชั้น
มธั ยมตอนปลำย

ศลิ ปะ หมำยถึง เป็นสง่ิ ที่อยรู่ อบตัวมนษุ ยเ์ ป็นส่งิ ท่ีให้คุณคำ่ มหำศำลทั้งทำงดำ้ นร่ำงกำยและจิตใจ ศลิ ปะท่ีให้
คุณคำ่ ทำงรำ่ งกำยเปน็ ศิลปะท่ีเก่ียวข้องกับกำรดำรงชีวิต ประจำวนั ของมนุษยเ์ ปน็ สงิ่ ที่มนษุ ยพ์ บเห็นเขำ้ ใจและ
เห็นคณุ คำ่ คุณประโยชน์ได้อย่ำงเป็นรูปธรรม แต่ศลิ ปะทใ่ี ห้คุณค่ำทำงจิตใจเปน็ งำนศลิ ปะทีม่ ีคณุ ค่ำในกำร
พัฒนำ มนษุ ยใ์ ห้มคี วำมเปน็ มนษุ ยท์ ส่ี มบรู ณส์ ำมำรถดำรงชีวติ อยใู่ นสงั คมได้อยำ่ งมีควำมสขุ

นำฏศลิ ป์ ควำมหมำย คือ ศลิ ปะกำรเคล่อื นไหวอวัยวะสว่ นต่ำงๆของร่ำงกำยอย่ำงประณีต ออ่ นช้อยจนเกดิ
ควำมงดงำมวิจติ รบรรจง

วชิ าศลิ ปะหมายถงึ .(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถงึ ไดจ้ ำก : http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-
4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วันทคี่ ้นข้อมลู : 25 กนั ยำยน 2563)

กลุ่มสำระเรียนรภู้ ำษำตำ่ งประเทศเรยี นในระดับชัน้ มธั ยมตอนต้นและในระดบั ชัน้ มัธยมตอนปลำย

ภำษำอังกฤษ หมำยถึง ที่บำงครัง้ มีผู้อธิบำยว่ำเป็นภำษำกลำงภำษำแรกของโลกเป็นภำษำที่ใช้กันมำกท่สี ดุ หรือ
ในบำงกรณี เปน็ ภำษำระหว่ำงประเทศทต่ี ้องใชใ้ นกำรสอ่ื สำรเรียนในระดับชน้ั มธั ยมตอนตน้ และในระดับช้ัน
มธั ยมตอนปลำย

วิชาภาษาตา่ งประเทศหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก :
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วนั ที่ค้นข้อมลู : 25 กันยำยน 2563)

กลมุ่ สำระเรยี นรกู้ ำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ประกอบด้วย วชิ ำเทคโนโลยสี ำรสนเทศ และกำรงำนอำชีพ
เรยี นในระดับชั้นมธั ยมตอนต้น และในระดับชั้นมธั ยมตอนปลำย

เทคโนโลยี หมำยถึง วทิ ยำกำรท่ีเกย่ี วกบั ศิลปะในกำรนำเอำวิทยำศำสตร์ประยุกต์มำใช้ให้เกดิ
ประโยชนใ์ นทำงปฏบิ ัติและอุตสำหกรรม"

วชิ าเทคโนโลยีหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก :
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วนั ท่ีคน้ ข้อมูล : 25 กันยำยน 2563)

9

กล่มุ สำระเรยี นรู้สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ ประกอบด้วย สุขศึกษำ และพลศึกษำ เรยี นในระดบั ช้ันมธั ยมตอนต้น
และในระดับชน้ั มัธยมตอนปลำย

สุขศึกษำ หมำยถึง ให้ผ้เู รียนพฒั นำพฤติกรรมด้ำนควำมรู้ เจตคติ คุณธรรม คำ่ นิยม และกำรปฏิบัติ
เกีย่ วกับสุขภำพควบคู่ไปด้วยกัน

พลศกึ ษำ หมำยถงึ ให้ผู้เรยี นใชก้ จิ กรรมกำรเคลือ่ นไหว กำรออกกำลงั กำย กำรเลน่ เกมและกฬี ำ เป็น
เครื่องมือในกำรพฒั นำโดยรวมท้งั ดำ้ นร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สงั คม สตปิ ญั ญำ รวมทงั้ สมรรถภำพเพ่ือ
สขุ ภำพและกฬี ำ

วิชาสุขศึกษาและพลศึกษาหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถงึ ไดจ้ ำก :
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วนั ท่คี น้ ข้อมลู : 25 กนั ยำยน 2563)

กลุ่มสำระเรยี นรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรมเรียนในระดับชัน้ มัธยมตอนต้น และในระดับชน้ั มธั ยมตอน
ปลำย

สงั คมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม หมำยถงึ แนวคิดพนื้ ฐำนเกี่ยวกับศำสนำ ศลี ธรรม จริยธรรม หลักธรรมอง
พระพุทธศำสนำหรือศำสนำที่ตนนับถอื กำรนำหลกั ธรรมคำสอนไปปฏิบตั ิในกำรพฒั นำตนเอง และกำรอยูรวม
กันอย่ำงสันตสิ ุข เป็นผ้กู ระทำควำมดี มีค่ำนยิ มทด่ี งี ำม พฒั นำตนเองอยูเสมอ รวมทง้ั บำเพญ็ ประโยชน์ต่อ
สงั คมและสว่ นรวม

วชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรมหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก :
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วนั ท่คี ้นข้อมลู : 25 กันยำยน 2563)

กลุม่ สำระเรยี นรภู้ ำษำไทยเรียนในระดับชน้ั มธั ยมตอนตน้ และในระดับชัน้ มัธยมตอนปลำยภำษำไทย หมำยถงึ
มีควำมสำคัญตอ่ ระบบกำรส่ือสำรหรอื ส่อื ควำมหมำยในชวี ติ จริง เรมิ่ ดว้ ยกำรใหผ้ ูเ้ รียนไดเ้ รียนรู้ถงึ
ทักษะ ควำมจำเป็นของธรรมชำติสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย คอื ทกั ษะกำรฟงั ทกั ษะกำรดู ทักษะกำร
อ่ำน ทักษะกำรเขียน ทกั ษะกำรพูด กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ จงึ มคี วำมจำเป็นมำกท่ีจะใหผ้ ู้เรยี นมที ักษะ
ตำ่ งๆ ดังกล่ำวมำ อย่ำงมีคณุ ภำพและมปี ระสทิ ธิภำพ

วิชาภาไทยหมายถงึ .(2557).[ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก :http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-
4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html (วนั ทคี่ ้นข้อมลู : 25 กันยำยน 2563)

10

5.วชิ ำทชี่ อบเรียน หมำยถึง วิชำท่เี รยี นแล้วมีควำมสนใจในชว่ั โมงทีเ่ รียน

วิชาทช่ี อบเรียนหมายถึง.(2557).[ออนไลน์]. เขำ้ ถึงได้จำก :
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

(วนั ท่คี น้ ข้อมลู : 25 กนั ยำยน 2563)

งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ียวข้อง

งำนวิจัยต่ำงประเทศ บอร์ด (Bard. 1975: 5947 - A) ได้ศึกษำผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนวิชำวิทยำศำสตร์
กำยภำพของนักศกึ ษำที่ Southern Colorado State College โดยใช้บทเรยี นสำเรจ็ รูปกบั กำรสอน ตำมปกติ
กลุ่มทดลองสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มควบคุมสอนแบบปกติปรำกฏว่ำ ผลสัมฤทธิ์ ทำงกำรเรียนของ
กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองไม่แตกต่ำงกันทอโร (Tauro. 1981 :643 A) ได้ทำกำรวิจัยเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์
ทำงกำรเรียนกำรสอนวิชำเคมีและเจตคติต่อวิชำเคมีของนักศึกษำท่ีเลือกลง เรียนวิชำเคมี 127 มหำวิทยำลัย
คอนเนคติกัต ประเทศสหรัฐอเมริกำ โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่ำงออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
กลุ่มที่สองใช้กำรเรียนกำรสอนตำมปกติ ผลกำรวิจัย พบว่ำ นักศึกษำที่เรียนจำกคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะมี
ผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียน และเจตคติต่อวิชำเคมีในเชิง บวกสูงกว่ำกลุ่มที่ใช้กำรเรียนกำรสอนตำมปกติ และ
นักศึกษำยังแสดงควำมคิดเห็นว่ำคอมพิวเตอร์ 22 ช่วยสอนวิชำเคมีเป็นรูปแบบกำรเรียนกำรสอนที่มี
ประสิทธภิ ำพชว่ ยเพ่ิมควำมกระตือรือร้นและ แรงจงู ใจในกำรเรยี นย่ิงข้ึน โอเดน (Oden. 1982: 1063 - A) ได้
ศึกษำเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในกำรเรียนวชิ ำ คณิตศำสตร์และวัดเจตคติต่อวิชำคณิตศำสตร์ของนักเรียนเกรด
9 โดยกำรเรยี นจำกคอมพิวเตอรช์ ่วย สอน และเรยี นจำกกำรสอนแบบบรรยำย พบวำ่ นกั เรยี นกลุ่มทีเรียนจำก
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีเจต คติที่ดีต่อวิชำคณิตศำสตร์และมีคะแนนสูงกว่ำกลุ่มท่ีเรียนจำกกำรสอนแบบ
บรรยำยอย่ำงมีนัยส ำคัญ ทำงสถิติกิซำรำ (Gizara. 1989: 3236 - B) ได้วิจัยเรื่องกำรเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ
ทำงกำร เรียนวิชำเคมจี ำกกำรเรยี นดว้ ยคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนและกำรเรยี นแบบปกติโดยกลุ่มหนึ่งใหเ้ รียนด้วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน อีกกลุ่มหน่ึงเรียนด้วยโปรแกรมกำรเรียน ผลกำรวิจัย พบว่ำผลสัมฤทธ์ิทำงกำร เรียน
ของกลุ่มท่ีเรียนดว้ ยคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนดีกว่ำกลุ่มท่เี รียนดว้ ยโปรแกรมกำรเรยี น ฮนุ เชลและฮิล(Hounshell;
& Hill. 1989: 543 - 549) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทำงกำรเรียนวิชำชีววิทยำจำกกำรเรียนด้วยคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน และกำรเรียนแบบปกติผลกำรวิจัย พบว่ำ ผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนและเจตคติของกลุ่ม ท่ีเรียนด้วย
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนดีกว่ำกลุ่มที่เรียน ด้วยกำรเรียนแบบปกติอย่ำงมีนัยสำคัญ ชำง(Chang C - Y. 2002:
บทคดั ยอ่ ) ศึกษำเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทำงกำรเรียนวชิ ำ Earth Science ของนักเรยี นเกรด 10 จำกกำรเรียน
ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบใช้ครูเป็น ศูนย์กลำงและแบบใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลำง ผลกำรวิจัย

11

พบว่ำ ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนของกลุ่มท่ี เรียนด้วยคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนแบบใช้ครูเป็นศูนย์กลำงดีกว่ำกลุ่มที่
เรยี นแบบใชน้ กั เรยี นเปน็ ศูนย์กลำง

2.3.2 งำนวิจัยในประเทศ จันทร์เพ็ญ หำญจิตต์เกษม (2532: บทคัดย่อ) ศึกษำผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน
และ ควำมคงทนในกำรเรียนรู้วิชำวิทยำศำสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 1 โรงเรียนสวนกุหลำบ
วิทยำลัย กลุ่มตัวอย่ำงเป็นนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 1 จำนวน 53 คน โดยกลุ่มทดลองเรียนโดยใช้ บทเรียน
สื่อประสมและกลุ่มควบคุมเรียนแบบปกติ ผลกำรวิจัย พบว่ำ ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน วิทยำศำสตร์ของ
นักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียนสื่อประสมกับเรียนแบบปกติ แตกต่ำงกันอย่ำงมี นัยสำคัญทำงสถิติ ควำมคงทน
ของกำรเรียนรู้ของนักเรียนที่เรียน โดยใช้บทเรียนส่ือประสมกับแบบ ปกติ แตกต่ำงกันอย่ำงมีนัยสำคัญทำง
สถิติและบทเรียนส่ือประสมมีประสิทธภิ ำพ 89.92/80.09ธวัช หมอยำดี (2532: บทคัดย่อ) ศึกษำเปรียบเทยี บ
ผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนและควำมคงทนในกำรเรียน วิชำภำษำอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 2 จำก
บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน ท่มี แี ละไม่มี 23 เสียงประกอบ กลุ่มตวั อย่ำงที่ใช้ในกำรทดลองมีจำนวน 48 คน
ผลกำรศึกษำ พบว่ำผลสัมฤทธ์ิทำงกำร เรียนในวิชำภำษำอังกฤษของนักเรียนจำกบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอนทีม่ ีเสยี งประกอบ และไมม่ ี เสียงประกอบในบทเรยี นไมแ่ ตกต่ำงกันอย่ำงมีนยั สำคัญทำงสถิติท่ีระดับ 0.05
เมื่อวัดผลสัมฤทธ์ิ ทำงกำรเรียนหลังจำกเรียนเสร็จแล้ว 2 สัปดำห์ และ 4 สัปดำห์ พบว่ำ นักเรียนที่เรียนจำก
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่มีเสียงประกอบมีควำมคงทนในกำรเรียนสูงกว่ำนักเรียนที่เรียนจำกบทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ไม่มีเสียงประกอบอย่ำงมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ 0.05 กฤติวรรณ รอบคอบ (2542:
บทคัดย่อ) ศึกษำเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิและควำม คงทนในกำรเรียนรู้วิชำวิทยำศำสตร์ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษำปีที่ 5 ท่ีเรียนโดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มตัวอย่ำง จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่ม
ทดลองและกลุ่มควบคุมผลกำรวิจยั พบว่ำผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนและควำมคงทนในกำรเรียนรู้ของนักเรียนที่
เรียนจำกบทเรยี น คอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนกับกลมุ่ นกั เรยี นทเ่ี รยี นตำมปกติแตกต่ำงกันจำกงำนวจิ ัยดงั กลำ่ วแสดง
ให้เห็นว่ำ มีผู้ที่สนใจศึกษำเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนหลังจำกใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกับ
กำร สอนแบบปกติหรือแบบบรรยำยทั้งในประเทศ และต่ำงประเทศ ต่ำงก็สรุปว่ำคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
สำมำรถทำให้ผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี นสูงข้ึนไดส้ ำมำรถนำมำใชส้ อนได้จริง

3. เอกสำรและงำนวจิ ัยเกี่ยวกับวธิ ีสอนแบบบรรยำย

3.1 ควำมหมำยของวิธีสอนแบบบรรยำย กำรสอนแบบรรยำย เป็นกำรสอนที่ผู้สอนเป็นฝ่ำย บอกเล่ำ
อ ธิ บ ำ ย ห รื อ ถ่ ำ ย ท อ ด ค ว ำ ม รู้ แ ก่ ผู้ เ รี ย น ใ น รู ป ข อ ง ค ำ พู ด โ ด ย ผู้ ส อ น เ ป็ น ฝ่ ำ ย เ ต รี ย ม เ นื้ อ ห ำ
(มหำวทิ ยำลัยสุโขทยั ธรรมำธริ ำช.2550: 5 - 8) ได้สรุปลักษณะของกำรสอนแบบบรรยำยดังนี้

12

3.1.1เป็นกำรสอนที่เป็นกำรส่ือควำมหมำยทำงเดียว กล่ำวคือ ผู้สอนเป็นฝ่ำยให้ ควำมรู้แก่ผู้เรียน
โดยมผี ู้เรยี นเป็นฝำ่ ยรับ คือ ฟัง และอำจจดบันทกึ สำระสำคัญของเนื้อหำทคี่ รูบอก หรืออธิบำยนน้ั ตำมไปดว้ ย

3.1.2เป็นกำรสอนที่ผู้สอนมีบทบำทมำกในขณะจัดกำรเรียนกำรสอน ผู้สอนจะมี พฤติกรรมใน
ระหว่ำงกำรเรียนกำรสอนมำกกว่ำผู้เรียน กล่ำวคือ พฤติกรรมของผู้สอน คือกำรพูด อธิบำย บอก เพื่อให้
ผู้เรยี นเกิดควำมรู้ควำมเข้ำมำในเนอ้ื หำวชิ ำท่ีถำ่ ยทอดให้ โดยนัยดังกล่ำวผูเ้ รียน ยอ่ มมีโอกำสน้อยในกำรมีส่วน
ร่วมในกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน จนบำงครัง้ ดเู หมอื นว่ำมีพฤติกรรมที่ เฉอื่ ยชำไปจำกคำกล่ำวขำ้ งต้นสรปุ ได้ว่ำ
วิธีกำรสอนแบบบรรยำย หมำยถึง กำรสอนที่ผู้สอนเป็นผู้ บอกกล่ำว อธิบำยและถ่ำยทอดควำมรู้ให้กับผู้เรียน
โดยที่ผู้เรียนมีบทบำทเพียงเป็นผู้รับฟังควำมรู้และ ปฏิบัติตำมที่ผู้สอนบอกกล่ำวเท่ำน้ันรูปแบบวิธีสอนโดยใช้
กำรบรรยำยวิธสี อนโดยใช้กำรบรรยำย สำมำรถจัดได้หลำยรูปแบบ รูปแบบท่นี ยิ มใช้กันอย่ำงแพร่หลำยมี ดังนี้
(มหำวิทยำลยั สุโขทยั ธรรมำธริ ำช. 2550: 5 - 13) 24

1. กำรบรรยำยโดยผู้สอนอธิบำยเน้ือหำสำระของบทเรียนโดยตลอดกำรบรรยำยในรูปแบบนผ้ี ู้สอนต้อง
รับผิดชอบในเนื้อหำวิชำเพียงคนเดียว รูปแบบกำรสอนนี้ใช้กันอย่ำง แพร่หลำยมำกเพรำะเตรียมกำรสอนง่ำย
แต่ทั้งน้ีกำรสอนจะมีประสิทธิภำพหรือไม่อยู่ท่ีตัวผู้สอน ถ้ำ หำกผู้สอนมีควำมสำมำรถทำงกำรพูดสูง รู้
เนอ้ื หำวชิ ำอย่ำงดวี ิธกี ำรบรรยำยในลกั ษณะน้ี ก็จะเปน็ ที่ สนใจสำหรบั ผเู้ รยี นอยำ่ งมำก ปัญหำอยูท่ ่ีว่ำผสู้ อนจะ
พฒั นำควำมสำมำรถเหลำ่ นอี้ ย่ำงไร

2. กำรบรรยำยโดยใช้สื่อกำรสอนประกอบ กำรสอนบรรยำยในลักษณะน้ี เป็นกำรบรรยำยอย่ำงเป็น
ทำงกำรโดยอำจมีผู้รับผิดชอบร่วมกันหลำยคนและใช้สื่อกำรสอนหลำย อย่ำงผู้รับผิดชอบประกอบด้วยผู้รู้
เฉพำะเรื่องในด้ำนต่ำงๆ เพ่ือประโยชน์ของกำรสอน มีกำรจัดเตรียม และเสนอกำรบรรยำยอย่ำงมีระบบ
ระเบียบและประสำนกันอย่ำงดี ลักษณะกำรบรรยำยแบบน้ี เน้นหนักท่ีกำรเสนอเน้ือหำและข้อมูลชนิดท่ีสร้ำง
ควำมสนใจให้แกผ่ ู้เรยี นอยำ่ งมำก กำรดำเนนิ กำร สอนอำจต้องมสี ถำนทเ่ี ฉพำะโดยตรง ซง่ึ จะตอ้ งมีอปุ กรณ์ทุก
อยำ่ งพร้อมมลู จะต้องมีผ้รู ู้เฉพำะทำงโสต ทศั นศ์ กึ ษำอยู่ประจำซึ่งอำจต้องเสียค่ำใช้จ่ำยสูงและมกั เป็นที่นิยมกัน
ในประเทศอุตสำหกรรมเป็น ส่วนใหญ่โดยท่ัวไปโรงเรียนแต่ละแห่งอำจจัดเตรียมห้องบรรยำยแบบน้ีไว้เพียง
ห้องเดียวหรือสองห้อง เท่ำนั้นกำรจัดกำรสอนบรรยำยโดยใช้ส่ือกำรสอนประกอบ จะช่วยแก้ปัญหำควำมเบ่ือ
หนำ่ ยของ ผู้เรียนไดม้ ำกแต่ควำมสมั พันธ์ของผเู้ รียนและผู้สอนจะเปลยี่ นไป

ผู้สอนไม่ค่อยมีบทบำทต่อผเู้ รียนมำก นัก แต่ต้องใช้เวลำในกำรเตรียมกำรสอนมำก ต้องกำรผู้รับผดิ ชอบหลำย
คนและต้องเสียค่ำใช้จ่ำยด้วย โดยเหตุนี้ควำมนิยมจึงหันไปสู่กำรบรรยำยแบบกำรท่ีผู้สอนรับผิดชอบคนเดียว
แตอ่ ำศยั โสตทศั น์ศกึ ษำ เพยี งคนเดยี วหรือสองคน มำชว่ ยในกำรวำงแผนและดำเนินกำรเกี่ยวกับกำรใชส้ ื่อเพ่ือ
ประกอบกำร สอน

13

3. กำรบรรยำยเชิงอภิปรำย กำรบรรยำยแบบนี้เป็นกำรบรรยำยอย่ำงไม่ เป็นทำงกำรเพื่อกำรสอน
ผู้เรียนกลุ่มใหญ่ แต่ก็ไม่ควรมีจำนวนมำกเกินไป กำรบรรยำยเชิงอภิปรำย ผู้เรียนและผู้สอนมีโอกำส
แลกเปลี่ยนควำมคิดเหน็ กนั ได้มำกกว่ำรูปแบบอ่ืนๆ และไมเ่ ป็นทีร่ บกวน เพ่ือนร่วมชน้ั เกินไป จึงเรียกไดว้ ่ำกำร
บรรยำยเชิงอภิปรำย กำรบรรยำยแบบน้ี มีใช้มำกเช่นเดียวกับ แบบแรก แต่ผู้สอนมักจะใช้เทคนิคและวิธีกำร
แบบแรกมำใช้กับแบบน้ี ซึ่งแท้ที่จริงแล้วกำรสอน แบบ นี้ควรใช้เทคนิคของกำรซักซ้อมและอภิปรำยมำใช้
ประกอบด้วย น่ันคือ เปิดโอกำสให้ผูเ้ รยี นได้มีส่วน ร่วมในกำรซักถำมหรือตอบคำถำมในขณะท่ีกำลังสอน กำร
บรรยำยผสมกับกำรอภิปรำยนี้ ผู้สอน จะต้องเป็นนักคิด นักอภิปรำย มีควำมรู้และควำมเข้ำใจกว้ำงขวำง ใน
ขณะเดียวกันก็จะต้องใจกว้ำง ด้วย เพรำะเม่ือผู้เรียนตอบคำถำมอะไรมำแล้ว ถ้ำไม่ตรงกับที่ผู้สอนตั้งไว้ก็
จะต้องรับฟังและพยำยำม อธิบำยเพ่ิมเติมเพ่ือให้ผู้เรียนเข้ำใจจำกคำอธิบำยข้ำงต้น สำมำรถสรุปรูปแบบกำร
สอนโดยใช้กำร บรรยำยได้ คือ กำรบรรยำยโดยผู้สอนอธิบำยเน้ือหำสำระของบทเรียนโดยตลอด ซ่ึงเป็นวิธีท่ี
นิยม 25 เพรำะเตรียมกำรสอนงำ่ ยผสู้ อนจะต้องมีทักษะในกำรพดู ท่ีดีกำรสอนจึงจะมีประสทิ ธิภำพ สำหรบั กำร
บรรยำยโดยใช้ส่ือกำรสอนประกอบ เป็นวิธีที่ใช้สอนผู้เรียนกลุ่มใหญ่ อำจมีผู้บรรยำยหลำยคนหรือคน เดียวก็
ได้ และต้องอำศัยเจ้ำหน้ำท่ีโสตทัศนูปกรณ์ มีอุปกรณ์พร้อม และสื่อที่ใช้จะต้องนำเสนอได้อย่ำง น่ำสนใจ ซึ่ง
ผู้วิจัยมีควำมคิดเห็นว่ำ ในกำรน ำเสนอสื่อกำรสอนของผู้บรรยำยนั้นจะต้องช่วยอธิบำย เนื้อหำส่วนท่ียำกต่อ
กำรเข้ำใจของนักเรียนให้ชัดเจนมำกย่ิงขึ้น ผู้สอนจึงควรเตรียมส่ือท่ีแสดงภำพ เสียง ภำพเคล่ือนไหวท่ีเอ้ือต่อ
กำรทำควำมเขำ้ ใจของผ้เู รียนพรอ้ มทั้งบรรยำยใหผ้ ูเ้ รยี นฟงั จะชว่ ยทำให้ ผเู้ รยี นเขำ้ ใจในบทเรยี นได้ดียง่ิ ข้นึ

สำหรับกำรบรรยำยเชิงอภิปรำย ผู้เรียนมีโอกำสแลกเปลี่ยนควำม คิดเห็นกัน ซ่ึงผู้สอนสำมำรถนำวิธีแรกและ
วธิ ีนี้มำใชผ้ สมกันได้ ผูส้ อนจะตอ้ งเป็นนกั คดิ นักอภิปรำย มี ควำมรู้ควำมเข้ำใจอย่ำงกว้ำงขวำง เมอื่ ผเู้ รียนตอบ
คำถำมไม่ตรงกับท่ีผู้สอนตงั้ ไว้จะตอ้ งรบั ฟัง และ อธิบำยเพอื่ เตมิ ได้ 3.2 ข้ันตอนของวิธสี อนแบบบรรยำย

สิริวรรณ ศรพี หล และ พันทิพำ อุทัยสขุ (2526: 59) ได้กล่ำวถึงข้นั ตอนกำรสอน แบบบรรยำยที่มีประสิทธภิ ำพ
สรปุ ได้ ดังน้ี

1. ข้ันเตรียมกำรสอน ในกำรเตรียมกำรสอน ครูควรรู้จักผู้เรียนเป็นอย่ำงดี ไม่ว่ำจะ เป็นควำมรู้และ
ประสบกำรณเ์ ดมิ เพอื่ เตรียมบทเรยี นใหเ้ หมำะสม จัดลำดบั ขัน้ ตอนของเนื้อหำ เรียงลำดับตำมควำมสำคัญโดย
คำนึงถึงระดับควำมรู้ ภำวะของผู้เรียน และเวลำในกำรดำเนินกำรสอน นอกจำกน้ัน ผู้สอนควรเตรียมกำร
ประเมินผลเพื่อทดสอบว่ำผู้เรยี นเข้ำใจเน้ือหำมำกน้อยเพียงใดและ พิจำรณำดูว่ำกำรบรรยำยตอนใดควรใช้สอื่
กำรเรยี นอะไร หรือไมแ่ ตท่ ั้งนีค้ วรคำนึงถงึ ควำมคล่องตัว ในกำรใช้และควำมเหมำะสม

2. ขั้นอธิบำยดำเนินตำมข้ันตอนต่ำงๆ ตำมท่ีได้เตรียมไว้แล้วในขณะที่บรรยำย พฤติกรรมกำรสอนของ
ครูควรเป็นดงั น้ี

14

2.1 บอกหัวขอ้ หรอื เนอื้ เรอื่ งโดยสังเขปและวตั ถุประสงค์ของบทเรยี นก่อน บรรยำย

2.2 ผู้สอนควรจดหวั ขอ้ ยอ่ ยๆ ลงบนกระดำนดำเพอ่ื ให้ผูเ้ รียนสำมำรถ ตดิ ตำมบทเรยี น และจดเน้ือหำ
สำระสำคญั ลงในสมุดจดของตนได้

2.3 ขณะท่ีบรรยำยอำจต้ังคำถำมเพื่อทดสอบควำมเข้ำใจของผู้เรียนเป็น ระยะๆ รวมท้ังเป็นกำรดึง
ควำมสนใจของผเู้ รียนกลับมำยงั บทเรยี น ในกรณที ผ่ี เู้ รยี นเรม่ิ เบื่อหนำ่ ยกำร เรยี นกำรสอน 26

2.4 ถ้ำผู้เรียนไม่เข้ำใจบทเรียน หรือกำรส่ือควำมหมำยของผู้สอนไม่ดีพอ ต้องคอยกระตุ้นให้ผู้เรียน
ถำมปัญหำได้บ้ำง

2.5 ในขณะท่ีสอนผู้สอนควรให้ผู้เรียนมีกิจกรรมกำรเรียนกำรสอนร่วมกับ ผู้สอนเช่น กำรให้จดเนื้อหำ
สำระสำคญั ของบทเรยี น และเป็นกำรดึงควำมสนใจของผู้เรียนอีกด้วย

3. ข้ันสรุป ผู้สอนควรสรุปประเด็น หรือสำระสำคัญของบทเรียนทุกครั้ง อำจสรุป เป็นระยะๆ ตำมหัวข้อ
หรือสรุปรวมขัน้ สุดทำ้ ยกไ็ ด้

4. ข้ันติดตำมผล หลังจำกท่ีเรียนไปแล้ว ผู้สอนควรติดตำมผลว่ำผู้เรียนมีควำมเข้ำใจ ในเนื้อหำมำกน้อย
เพียงใด อำจเปน็ กำรถำมคำถำมที่เกย่ี วข้องกับเนื้อหำ กำรทดสอบย่อยกำร มอบหมำยงำนให้ไปศึกษำต่อ หรอื
ค้นคว้ำ เป็นต้นจำกคำกล่ำวข้ำงต้นสรุปได้ว่ำ ข้ันตอนของวิธีกำร สอนแบบบรรยำยแบ่งเป็น 4 ขั้น คือข้ัน
เตรียมกำรสอนโดยพิจำรณำถึงระดับควำมรู้ผู้เรียน และ ประเมินควำมรู้ผู้เรียน พิจำรณำว่ำช่วงใดควรใช้ส่ือ
ประเภทใด ขั้นอธิบำยมีกำรบอกหัวข้อย่อย มีกำร ต้ังคำถำมขณะสอน มีกำรกระตุ้นให้ผู้เรียนถำม มีกิจกรรม
เสริมเพื่อดึงควำมสนใจของผู้เรียน ขั้นสรุปมี กำรสรุปประเด็น หรือสำระสำคัญของบทเรียนและขั้นติดตำมผล
โดยกำรถำมคำถำมเพ่อื ทดสอบวำ่ ผ้เู รยี นมีควำมเขำ้ ใจมำกน้อยเพียงใด

3.4 กำรนำวิธกี ำรสอนโดยใช้กำรบรรยำยไปใช้ให้มีประสทิ ธภิ ำพ กำรสอนแบบบรรยำยจะมีประสทิ ธภิ ำพ
ไดน้ ้นั ขึ้นอย่กู บั ปจั จัย โอกำสและสถำนกำรณ์หลำยประกำร เป็นตน้ ว่ำ

4.4.1 วัตถุประสงค์กำรสอน เง่ือนไขประกำรแรกท่ีควรพิจำรณำก็คือ วัตถุประสงค์กำรสอนโดยปกติ
บทเรียนหรือหน่วยกำรสอนหน่ึงๆ ผู้สอนจะต้องทำแผนกำรจัดกำร เรียนรู้ในเบ้ืองต้นจะต้องกำหนด
วัตถุประสงค์กำรสอนในลักษณะวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเสียก่อน วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมน้ีจะเป็น
เงื่อนไขหนึ่งว่ำควรจะใช้วิธีกำรสอนแบบบรรยำย หรือไม่ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมด้ำนพุทธิพิสัยนั้น มีอยู่
หลำยระดบั ตั้งแตร่ ะดับควำมจำควำมเข้ำใจ กำรนำไปใช้กำรวิเครำะห์กำรสังเครำะหแ์ ละกำรประเมินผล จำก
ธรรมชำติของกำรสอนแบบบรรยำยจะ เห็นได้ว่ำ ผู้สอนถ่ำยทอดควำมรู้ให้ผู้เรียนในลักษณะของกำรบอก
อธิบำย ให้ข้อมูลเป้ำหมำยของกำร สอนแบบบรรยำยจะเหมำะสมกับวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้ในระดับต้นๆ คือ

15

ต้องกำรให้ผู้เรียนมีควำมรู้ ควำมจำควำมเข้ำใจในเนื้อหำของบทเรียน ถ้ำบทเรียนเน้นพฤติกรรมท่ีจะให้ผเู้ รยี น
สำมำรถวเิ ครำะห์ แกป้ ัญหำหรอื ประเมนิ ผลได้แล้ว กำรสอนแบบบรรยำยย่อมไม่เออื้ อยำ่ งแนน่ อน

4.4.2 ผู้เรียนในระดับเด็กเล็กย่อมไม่เหมำะที่จะได้รับกำรสอนแบบบรรยำย เพรำะสมำธิหรือควำมต้ังใจ
ในกำรฟังมีไม่มำกนัก หรือยังไม่เข้ำใจศัพท์คำยำกๆ ท่ีอำจมีในกำรบรรยำย ด้วยทำให้กำรสอนแบบบรรยำย
ขำดคุณค่ำไป แต่ถ้ำเป็นเด็กโตกำรสอนแบบบรรยำยอำจได้ผล เพรำะ สมำธิของกำรฟังดีข้ึน สำมำรถฟังกำร
บรรยำยได้นำนและเข้ำใจคำพูดในเชิงนำมธรรมมำกข้ึน โดย 27 ปกติกำรสอนแบบบรรยำยจะเหมำะสมกับ
ผ้เู รียนระดบั ชั้นมธั ยมศึกษำข้ึนไป แต่ระดบั ทตี่ ่ำลงมำน้นั อำจไม่เหมำะสม สว่ นเรอ่ื งจำนวนผู้เรยี นนัน้ กำรสอน
แบบบรรยำยสำมำรถใช้ไดก้ บั ผเู้ รียนจำนวนมำก นบั วำ่ เปน็ ข้อดีขอ้ หนงึ่

4.4.3 เวลำเป็นเงื่อนไขอีกข้อหนึ่งที่จะทำให้กำรสอนแบบบรรยำยมีคุณค่ำหรือไม่ เน่ืองจำกธรรมชำตขิ อง
กำรสอนแบบบรรยำยไม่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีกิจกรรมระหว่ำงกำรสอนมำกนัก คือเป็นฝ่ำยฟังมำกกว่ำ ดังน้ัน
เวลำท่ีใช้ในกำรบรรยำยจึงไม่ควรยำวเกินไปหรือใช้เวลำมำกจนทำให้ ผู้เรียนเบื่อหน่ำยและไม่อยำกสนใจ
บทเรียนอีกต่อไปนอกจำกเงื่อนไขท่ียกตัวอย่ำงมำแล้วนั้น กำรสอน แบบบรรยำยจะมีคุณค่ำมำกขึ้น ถ้ำใช้ใน
สภำพกำรณต์ ่อไปน้ี

1. เม่ือต้องกำรเสนอข้อมลู ทเ่ี ป็นทยี่ อมรบั ของคนท่ัวไปหรอื ข้อมลู ทไ่ี ม่ต้องกำรพสิ ูจน์อะไร มำกนัก

2. เมื่อต้องกำรดึงควำมสนใจของผู้เรียน เช่น เมื่อเริ่มบทเรียนใหม่ จำเป็นต้องให้ผู้เรียน ได้รับข้อมูล
ใหม่หรอื ขอ้ มลู พน้ื ฐำนบำงประกำร

3. เมอื่ ตอ้ งกำรให้ผู้เรยี นไดร้ ้เู นื้อหำสำระของบทเรยี นตำมขนั้ ตอนของหลักสตู รแต่มีเวลำจำกัด

4. เม่อื ตอ้ งกำรให้ผเู้ รียนมีควำมรูห้ รือมโนมติเบ้อื งตน้ ก่อนทจ่ี ะแยกย้ำยไปประกอบกิจกรรม

กำรเรยี นกำรสอนนัน้ ๆ

5. เม่อื ต้องกำรใหผ้ ู้เรยี นไดร้ ับควำมรู้พืน้ ฐำนทผี่ ้เู รียนยังไมไ่ ดเ้ รยี นหรอื เคยรบั รูม้ ำกอ่ น

6. เม่ือข้อมูลหรือควำมรู้นั้นๆ ยังมีข้อโต้แย้งหรือยังสับสนอยู่ก็ควรใช้วิธีกำรบรรยำยมำกกว่ำ กำรเรียน
กำรสอนโดยวธิ อี น่ื

7. เมือ่ มีเวลำในกำรเรยี นจำกัด แตข่ ้อมูลหรือควำมร้ทู ีจ่ ะสอนน้ันมมี ำกและกระจดั กระจำย

8. เม่อื ตอ้ งกำรสรปุ บทเรียนหรือส่งิ ท่ไี ด้ศกึ ษำคน้ คว้ำมำแลว้ ซ่ึงเปน็ กำรให้มโนมติขัน้ สดุ ท้ำย

9. เม่อื ต้องกำรจะทบทวนบทเรียนทีไ่ ด้เรยี นไปแล้วให้แก่ผเู้ รยี น

16

10.เมื่อต้องกำรอธิบำยเน้ือหำเพ่ิมเติมจำกที่ได้เรียนไปแล้วถึงแม้วำ่ ปัจจุบันนี้วธิ ีกำรสอนแบบ บรรยำย ครู
ส่วนใหญ่ไม่นยิ มใชส้ อน แล้วเปล่ียนมำใช้วธิ ีกำรสอนตำ่ งๆ ท่ีมีหลกั กำรสอนทีเ่ นน้ ผูเ้ รยี น เป็นสำคัญ แต่ผู้วจิ ัยก็
มคี วำมเช่อื ว่ำ วธิ กี ำรสอนแบบบรรยำยยังมีควำมสำคญั ตอ่ กำรสอนวชิ ำชีววทิ ยำ บำงเนอ้ื หำ เม่ือผูส้ อนบรรยำย
เนือ้ หำที่เรียนประกอบกบั กำรเลือกใช้สือ่ กำรสอนคอมพิวเตอร์ที่ สำมำรถแสดงภำพ เสียง ภำพเคลือ่ นไหว

จะเพิม่ ควำมน่ำสนใจในกำรเรยี นรู้

มหำลัยธุรกิจบัณฑิตย์. (2555). การศึกษาถึงการศึกษาพฤติกรรมการเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน.
[ออนไลน์]. เขำ้ ถึงได้จำก : http://libdoc.dpu.ac.th/research/147592.pdf

(วันที่คน้ ข้อมลู 25 กนั ยำยน 2563)

17

บทที่ 3
วิธีการศกึ ษาและคน้ ควา้

ในกำรศกึ ษำคร้ังน้ี ผู้ศกึ ษำไดท้ ำกำรศึกษำปัญหำทต่ี รรกะถงึ ว่ำนกั เรยี นสนใจวิชำใด ของนักเรียนชน้ั
มธั ยมศึกษำปที ี่ 5/5 โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พุแค จังหวัดสระบรุ ี ซ่งึ มีวิธกี ำรดังนี้
ระเบียบวิธีท่ีใช้ในการศกึ ษา

ในกำรศึกษำใชร้ ปู แบบ กำรสำรวจ กำรศึกษำค้นควำ้ ดว้ ยวิธกี ำร สบื ค้นขอ้ มลู จำกหนังสอื อนิ เตอร์เนต็
และตอบแบบสอบถำม
ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ งที่ใช้

ประชากร
ประชำกรที่ใช้ในกำรศึกษำครั้งน้ี เป็นนกั เรยี นระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 5/5 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พุแค

จังหวัดสระบุรี ภำคเรยี นท่ี 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2563 จำนวน 1 หอ้ งเรียน หอ้ งละ 32 คน เป็นนักเรียนท้ังสนิ้ 32
คน

กลุม่ ตัวอย่าง
กลุ่มตัวอยำ่ งทใี่ ช้ในกำรศึกษำครง้ั นี้ได้แกน่ ักเรยี นระดับชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 5/5 โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พแุ ค

จังหวัดสระบรุ ี ภำคเรียนท่ี 1 ปีกำรศึกษำ 2563 เปน็ นักเรียนทัง้ สิ้น 32 คน ได้มำโดยวิธีกำรคดั เลอื กอย่ำงง่ำย
จำนวน 1 หอ้ งเรียน เพอื่ ตอบแบบสอบถำมทส่ี ร้ำงข้นึ
ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการศกึ ษา

ระยะเวลำท่ีใช้ในกำรศึกษำ ในภำคเรยี นที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2563 เปน็ เวลำ 4 เดือน ตั้งแตก่ รกฎำคมถงึ
เดือนพฤศจิกำยน

18

วิธกี ารดาเนินการศกึ ษา

ผ้ศู กึ ษาไดด้ าเนนิ การตามขน้ั ตอนดงั นี้

1. กำหนดเรือ่ งทจ่ี ะศกึ ษำ โดยสมำชิกทง้ั 3 ประชุมรว่ มกนั และร่วมกนั คิดวำงและวำงแผน วำ่ จะ
ศึกษำเร่ืองวิชำใดท่ีนักเรยี นสนใจมำกท่ีสดุ ของนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษำปีท่ี 5/5
โรงเรียนเทพศริ ินทร์ พุแค จงั หวดั สระบุรี

2. สำรวจปญั หำทพ่ี บในโรงเรียน ซ่งึ มีท้งั ปญั หำดำ้ น ผู้เรียน ครูผู้สอน อำคำร สถำนท่ี สิง่ แวดลอ้ มใน
โรงเรยี น ฯลฯ

3. เลือกเร่ืองท่ีจะศึกษำ โดยเลอื กเรอ่ื งทส่ี มำชกิ มีควำมสนใจมำกทีส่ ดุ เพ่ือเป็นแรงจงู ใจในกำรคเนหำ
คำตอบ

4. ศกึ ษำแนวคดิ ในกำรแก้ปญั หำ
5. ตง้ั ชื่อเรื่อง
6. สมำชกิ ท้ัง 3 คน ของกล่มุ พบครูผูส้ อนเพ่ือปรึกษำวำงแผนและรบั ฟัง ควำมคิดเห็น ปรับปรุงแก้ไข
7. เขียนควำมสำคัญควำมเป็นมำของปัญหำวัตถุประสงค์ สมมติฐำน ขอบเขต กำรวิจยั และประโยชน์

ที่คำดวำ่ จะไดร้ บั โดยศึกษำข้อมลู จำกหนงั สือ วทิ ยำนพิ นธ์และสบื ค้นข้อมลู จำกอินเตอรเ์ น็ต และ
จดบันทกึ ในโครงร่ำงรำยวิชำกำรเขียนรำยงำนวิชำกำร
8. สร้ำงเคร่อื งมอื ท่ีเป็นแบบสอบถำม จำนวน 8 ข้อ
9. นำเครือ่ งมอื ทป่ี รับปรงุ แลว้ ไปใชก้ ับกล่มุ ตวั อย่ำง
10. รวบขอ้ มลู
11. วเิ ครำะหข์ ้อมูล
12. สรปุ ผลกำรศึกษำ

ขนั้ ตอนวธิ กี ารดาเนนิ การศกึ ษา

กำหนดเรอ่ื งทีจ่ ะศกึ ษำ
กำหนดเรอ่ื งท่จี ะศกึ ษำ

ศกึ ษำแนวคิดและกำรแก้ปญั หำ

สำรวจปญั หำและเลือกเรื่อง

19

ตง้ั ชือ่ เรอ่ื งที่จะศกึ ษำ
พบครูที่ปรกึ ษำ (คณุ ครู ยุวดี ญำณสทิ ธิ์)

ศึกษำวธิ กี ำรเขียนบทนำ

สรำ้ งเครือ่ งมอื (แบบสอบถำม)

ปรบั ปรุง เครือ่ งมือและนำไป
ทดลองใชก้ ับกลมุ่ ตวั อยำ่ ง

รวบรวมข้อมลู

วเิ ครำะห์ขอ้ มูล

สรปุ ผลกำรศกึ ษำ

เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการศึกษา
เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นกำรศึกษำครง้ั น้คี ือ แบบสอบถำม 1 ฉบับ ซง่ึ มีรำยละเอยี ดดังน้ี
1. ออกแบบสอบถำมเรื่อง นักเรียนสนใจเรยี นวิชำใดมำกที่สุด ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ 5/5
โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี โดยขอคำแนะนำจำก คุณครู ยวุ ดี ญำณสิทธิ์ โดยเตรยี ม
รำ่ งขอ้ คำถำมมลี กั ษณะเปน้ ข้อคำถำมจำนวน 10 ข้อ เป็นแบบมำตรำสว่ นประมำณ 5 ระดบั คอื

20

5 หมำยถงึ เหน็ ด้วยมำกที่สุด
4 หมำยถงึ เหน็ ด้วยมำก
3 หมำยถึง เห็นดว้ ยปำนกลำง
2 หมำยถงึ เหน็ ด้วยนอ้ ย
1 หมำยถงึ เหน็ ด้วยน้อยทส่ี ุด

กำรพิจำรณำคำ่ เฉลย่ี ใช้เกณฑ์ดังน้ี

ค่ำเฉลีย่ 4.51-5.00 หมำยถงึ เหน็ ดว้ ยมำกท่สี ุด

คำ่ เฉล่ีย 3.51-4.50 หมำยถงึ เห็นด้วยมำก

คำ่ เฉลี่ย 2.51-3.50 หมำยถึง เหน็ ดว้ ยปำนกลำง

ค่ำเฉลีย่ 1.51-2.50 หมำยถึง เหน็ ด้วยน้อย

คำ่ เฉลย่ี 1.00-1.50 หมำยถงึ เห็นด้วยนอ้ ยท่สี ุด

2. สร้ำงแบบสอบถำม เร่อื ง นักเรียนสนใจวิชำใดมำกทีส่ ดุ ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษำปีที่ 5/5
โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พุแค จงั หวัดสระบุรี โดยขอคำแนะนำจำกคุณครู ยวุ ดี ญำณสทิ ธ์ิ จำกน้ันนำมำ
ปรบั ปรงุ แก้ไขแลว้ นำไปตรวจสอบควำมเหมำะสม

3. นำแบบสอบถำมเร่ือง นกั เรียนสนใจวิชำใดมำกที่สดุ ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษำปที ี่ 5/5
โรงเรยี นเทพศริ ินทร์ พแุ ค จังหวดั สระบรุ ี ท่ีแก้ไข ปรบั ปรุงแลว้ ใหก้ ลุ่มตัวอยำ่ งประเมิน หลังจำกน้นั
นำผลทีไ่ ด้มำหำค่ำเฉลยี่

การเก็บรวบรวมข้อมูล

กำรศกึ ษำคร้งั น้ีได้ดำเนินกำรโดยนำแบบสอบถำมทร่ี ้ำงขึ้นใหน้ กั เรียกลุม่ ตัวอยำ่ งตอบจำนวน 32 คน และ
เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจำกนักเรียน ทีเ่ ปน็ กลุ่มตัวอย่ำง โดยผู้ศึกษำท้ัง 3 คน ดำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมลู ด้วย
ตวั เอง

การวิเคราะห์ข้อมูล

ในกำรวิเครำะหข์ ้อมูล ผศู้ กึ ษำได้วิเครำะห์ข้อมูลดงั นี้

1. นำแบบสอบถำมทง้ั หมดทต่ี อบโดยนักเรียนกล่มุ ตวั อย่ำงมำหำคำ่ คะแนนรวม
2. นำผลรวมมำคิดคำ่ ร้อยละ 5.72

21

สถิตทใี่ ชใ้ นการศึกษา
สถิตทิ ่ีใชใ้ นกำรศึกษำคร้ังน้ี คอื กำรหำคำ่ เฉล่ยี คดิ เป็น ร้อยละ 5.72

22

บทที่ 4

ผลการศกึ ษาคน้ ควา้

กำรศึกษำค้นคว้ำคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 5/5

โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี รู้จักว่ำตนเองสนใจวิชำไหนมำกท่ีสุด เพ่ือศึกษำต่อใน
ระดับชัน้ อุมศกึ ษำ โดยนำเสนอผลกำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู ตำ่ ง ๆ ดงั นี้

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี มีกำรเรียนสนใจวิชำใด
มำกท่ีสุดเพ่ือท่ีจะไปศึกษำและค้นหำวิชำท่ีต้นเองชอบเพื่อไปศึกษำในชั้นระดับอุมศึกษำเพ่ือให้ตรงกับ
ควำมชอบของตนเอง

ตารางท่ี 1 แสดงผลระดบั คะแนนกำรประเมินเร่ือง วิชำทนี่ กั เรียนสนใจมำกที่สุดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำ
ปที ี่ 5/5 โรงเรยี นเทพศริ ทิ ร์ พแุ ค จังหวดั สระบุรี จำนวนกล่มุ ตวั อย่ำง 32 คน

ค่ำคะแนนร้อยละ

รำยกำรประเมิน 5 4 3 21

1. วชิ ำภำษำจีน 31 31 15 9 12

2. วิชำภำษำญ่ปี ่นุ 25 18 21 25 9

3. วชิ ำภำษำอังกฤษ 21 25 34 12 6

4. วชิ ำสังคมศึกษำ 21 21 21 28 6

5. วชิ ำสขุ ศึกษำ 18 34 21 18 6

6. วชิ ำภำษำไทย 21 28 34 9 6

7. วชิ ำคณิตศำสตร์ 6 9 18 21 43

8. วิชำวิทยำศำสตร์ 6 6 25 34 28

23

จำกตำรำงท่ี 1 พบว่ำนักเรียนสนใจวิชำภำษำจีน อยู่ในระดับ 4 คิดเป็นร้อยละ 3.59 นักเรียนสนใจ
วิชำภำษำญ่ีปุ่น อยู่ในระดับท่ี 3 คิดเป็นร้อยละ 3.25 นักเรียนสนใจวิชำภำษำอังกฤษ อยู่ในระดับ 3 คิดเป็น
ร้อยละ 3.40 นักเรยี นสนใจวชิ ำสังคมศึกษำ อยู่ในระดบั 3 คิดเปน็ รอ้ ยละ 3.25 นกั เรยี นสนใจวชิ ำสุขศกึ ษำ อยู่
ในระดับที่ 3 คิดเป็นร้อยละ 3.40 นักเรียนสนใจวิชำภำษำไทย อยู่ในระดับ 4 คิดเป็นร้อยละ 3.50 นักเรียน
สนใจวิชำคณิตศำสตร์ อยู่ในระดับ 2 คิดเป็นร้อยละ 2.12 นักเรียนสนใจวิชำวิทยำศำสตร์ อยู่ในระดับ 2 คิด
เปน็ รอ้ ยละ 2.28

ตารางที่ 2 แสดงผลกำรประเมินเรื่อง วิชำที่นักเรียนสนใจมำกที่สุดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/5
โรงเรียนเทพศิริทร์ พุแค จงั หวัดสระบรุ ี

รำยกำรประเมิน ค่ำเฉลีย่ ระดับคุณภำพ
1. วชิ ำภำษำจนี 3.59 มำก
2. วิชำภำษำญ่ปี นุ่ 3.25
3. วิชำภำษำองั กฤษ 3.40 ปำนกลำง
4. วิชำสังคมศึกษำ 3.25 ปำนกลำง
5. วชิ ำสขุ ศึกษำ 3.40 ปำนกลำง
6. วชิ ำภำษำไทย 3.5 ปำนกลำง
7. วิชำคณติ ศำสตร์ 2.12
8. วิชำวทิ ยำศำสตร์ 2.28 มำก
3.09 น้อย
รวมท้งั หมด น้อย
มำก

จำกตำรำงที่ 2 พบว่ำ นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษำปีที่ 5/5 โรงเรียนเทพศิริทร์ พุแคจังหวัด
สระบุรี วิชำที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/5 อยู่ในระดับคุณภำพ มำก ค่ำเฉล่ีย 3.09

24

บทที่5

สรุป อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ

จำกกำรศึกษำครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัด
สระบรุ ี ร้จู ักว่ำตนเองสนใจเรยี นวชิ ำใดมำกทสี่ ุด สำมำรถสรุปผล อภิปรำยผล และขอ้ เสนอแนะไดด้ ังน้ี

วัตถุประสงคข์ องการศกึ ษา
1. เพื่อให้นักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 5/5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี รู้จักท่ีจะศึกษำว่ำ

นักเรยี นชอบวชิ ำใดมำกท่ีสุด

2. เพ่ือให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 5/5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรี รู้จักท่ีจะศึกษำข้อมูล
วิชำทีน่ ักเรียนชอบมำกท่สี ดุ

ขอบเขตของการศึกษา
1. ประชำกรทใี่ ช้ในกำรศึกษำ
ประชำกรที่ใช้ในกำรศึกษำครั้งน้ี ศึกษำวิชำที่สนใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 5/5 โรงเรียน

เทพศิรนิ ทร์ พุแค จงั หวัดสระบุรี จำนวน 1 หอ้ ง หอ้ งละ 32 คน
2. กลมุ่ ตวั อย่ำงที่ใช้ในกำรศึกษำ
กลุ่มตัวอย่ำงท่ีใช้ในกำรศึกษำวิชำท่ีสนใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 2

โรงเรียนเทพศิรนิ ทร์ พุแค จังหวัดสระบรุ ี
เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษา

เครอ่ื งมอื ทีใ่ ชใ้ นกำรศึกษำครั้งนี้ ประกอบด้วยแบบสอบถำม จำนวน 1 ฉบบั เรอ่ื ง วชิ ำท่ีนักเรยี นสนใจ
ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีที่ 5/5 โรงเรยี นเทพศิรนิ ทร์ พแุ ค จงั หวัดสระบรุ ี จำนวน 8 ข้อ
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู

ในกำรวิเครำะหข์ ้อมลู ผศู้ กึ ษำได้วิเครำะหข์ ้อมูลของนักเรียนทม่ี ีตอ่ เรอ่ื ง วิชำที่สนใจของนกั เรยี นชั้น
มัธยมศกึ ษำปีท่ี 5/5 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัดสระบุรโี ดยกำรคิดคะแนนเฉล่ีย เป็นค่ำร้อยละ 3.09
สรปุ ผลการศกึ ษา

ผลกำรศกึ ษำทีม่ ีต่อกำรศกึ ษำ เรือ่ งวิชำท่ีสนใจของนักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี 5/5
โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พุแค จงั หวัดสระบรุ ี อยูใ่ นระดับคณุ ภำพมำก

25

การอภิปรายผล
จำกกำรศึกษำวิชำที่สนใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/5 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จังหวัด

สระบุรี พบว่ำ นักเรยี นทกุ คน มคี วำมพงึ พอใจหรอื ทัศนคติอยู่ในระดับ มำก คิดเป็นร้อยละ 3.09

ขอ้ เสนอแนะ
ขอ้ เสนอแนะในกำรศึกษำครง้ั น้ี
1. สำมำรถนำไปศึกษำปัญหำต่ำง ๆ ท่ีพบในโรงเรียนได้ แต่ควรมีตัวแปรร่วมด้วย เพ่ือให้

กำรศึกษำมีคุณภำพ
2. สำมำรถนำไปศึกษำกับกลุ่มตัวอย่ำงอื่น
3. ควรมเี วลำศกึ ษำมำกขน้ึ
4. ควรเพิม่ รำยกำรประเมินให้มำกข้นึ

26

ภาคผนวก

27

แบบสอบถาม
เรื่อง วชิ าทีน่ ักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5/5 สนใจ
นักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเทพศิรินทร์ พุแค จังหวดั สระบรุ ี

นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ........ หอ้ ง ........

คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนใสเ่ คร่ืองหมำย √ ลงในชอ่ งท่เี หน็ ด้วยมำกท่สี ุด

รายการประเมนิ คะแนน
54321

1. วชิ ำภำษำจนี
2 วชิ ำภำษำญป่ี นุ่
3. วิชำภำษำองั กฤษ
4. วิชำสังคมศกึ ษำ
5. วชิ ำสุขศึกษำ
6. วิชำภำษำไทย
7. วิชำคณติ ศำสตร์
8. วิชำวทิ ยำศำสตร์
9. วชิ ำ อนื่ ๆโปรดระบลุ งในข้อเสนอแนะ

รวม

ขอ้ เสนอแนะ
................................................................................................................... ...........................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................... ..........................................
...........................

28

บรรณานุกรม

โรงเรยี นบ้ำนหมอพัฒนำนุกลุ .(2557).วชิ าทน่ี ักเรยี นสนใจ สืบค้น 25 กันยำยน 2563 จำก
http://student52002.blogspot.com/2014/03/2-4-6-14-15-52-2-2556-2556-is2-2557-1-1.html

งานวิจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง

มหำลัยธุรกิจบัณฑิตย์. (2555). การศึกษาถึงการศึกษาพฤติกรรมการเรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน.
สบื ค้นจำก : http://libdoc.dpu.ac.th/research/147592.pdf


Click to View FlipBook Version