The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนโดยใช้นิทาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Angang Jintana, 2020-11-04 04:39:09

แผนการสอนโดยใช้นิทาน

แผนการสอนโดยใช้นิทาน

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปการศกึ ษา ๒๕๕๑

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรือ่ ง ................................ (๑๕ ชัว่ โมง)

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑ เรื่อง การอา นจับใจความสาํ คัญจากนิทาน เวลา ๑ ช่ัวโมง

สอนวนั ที่ ........................................................ โรงเรียนบานสบปาด

1. มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ท ๑.๑.๓.๑ สามารถอานอยางมีสมรรถภาพและอานไดเร็วย่ิงข้ึน เขาใจ วงคําศัพท

กวางขวางข้ึน สามารถใชบริบทการอานสรางความเขาใจการอานและใชแหลงความรูพัฒนา

เผยแพรบ่ นเว็บไซต์ประสบการณแ ละความรูก วางขวางข้นึ
มาตรฐาน ท ๔.๑.๓.๓ สามารถใชภ าษาแสดงความคดิ เห็นดว ยภาษาและกริ ิยาทาทางที่สภุ าพ ใชค าํ

www.kroobannok.comราชาศพั ทไ ดถกู ตอ งตามฐานะของบุคคล คิดไตรต รองและลาํ ดบั ความคดิ กอ นพดู และเขียน

๒. สาระสาํ คัญ
การจับใจความสําคญั จากการอา นมคี วามจาํ เปน และสาํ คญั บทอานทัว่ ไปจะประกอบดว ยยอหนา

แตล ะยอ หนาจะมีประโยคใจความสําคญั ประโยคประกอบ และประโยคประกอบยอย เปน สวนขยาย
เพอื่ ใหเนือ้ เร่อื งชัดเจนย่ิงขนึ้

๓. ผลการเรยี นรทู คี่ าดหวงั
เม่ือนักเรยี นอา นขอ ความจากนทิ านแลวสามารถจับใจความสาํ คัญไดอ ยา งถกู ตอง โดยใชภ าษา

และถอยคําที่สละสวย

๔. จุดประสงคก ารเรยี นรู
๔.๑ นักเรยี นมีความรคู วามเขาเกี่ยวกบั ความหมาย ประเภทและคุณคาของนทิ าน
๔.๒ นกั เรยี นสามารถอา นจบั ใจความสําคญั จากนิทานได
๔.๓ นกั เรยี นสามารถใชภ าษาไดอ ยางถูกตองและใชถ อยคําไดสละสลวย ไพเราะ
๔.๔ นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบ ตรงตอเวลา
๔.๕ นกั เรียนมเี จตคตทิ ี่ดีตอวิชาภาษาไทย

๕. สาระการเรียนรู
การอานจบั ใจความสาํ คญั จากนทิ าน

๖. ผลงาน / ชน้ิ งาน / รอ งรอยหลกั ฐานการเรยี นรู
๖.๑ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิก์ อ นเรียน เร่อื ง การอา นเพ่อื จบั ใจความสาํ คญั
๖.๒ ใบงานท่ี ๑.๑ การอานจับใจความสาํ คญั จากนทิ านเรื่อง กระตายกับเตา
๖.๓ ใบงานท่ี ๑.๒ การอา นจบั ใจความสําคญั จากนิทานเร่ือง เศรษฐีเจา เลห 
๖.๔ ใบงานท่ี ๑.๔ การอานจบั ใจความสําคัญจากนทิ านเรือ่ ง หมาขนคาํ
๖.๕ ใบงานท่ี ๑.๕ การอานจับใจความสําคัญจากนิทานเรื่อง แมก บกับววั

เผยแพรบ่ นเว็บไซต์๗. กระบวนการเรียนรู/เทคนิควธิ กี าร
www.kroobannok.com๗.๑ กระบวนการฝก ทักษะปฏบิ ตั ิ

๗.๒ กระบวนการแกปญ หา
๗.๓ การเรียนรดู ว ยตนเอง

๘. กระบวนการจัดการเรยี นรู
ขัน้ นาํ เขา สบู ทเรียน
๑. นกั เรยี นและครทู กั ทายกนั และแจง จุดประสงคก ารเรยี นรู
๒. สนทนาซักถามเก่ียวกับนิทานตาง ๆ วานักเรียนรูจักและเคยไดฟงหรืออานมาวานักเรียนรูจัก

นทิ านเร่อื งใดบาง
ข้นั สอน
๑. นักเรียนทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กอนเรียน เรื่อง การอานเพื่อจับใจความสําคัญ

จาํ นวน ๓๐ ขอ เพอื่ วดั ผลสัมฤทธิ์ของตนเองกอนเขาสบู ทเรียน
๒. นกั เรยี นอานแผนภมู ิขอ ความทแี่ สดงถึงขัน้ ตอนการอานจับใจความ
๓. อธบิ ายวธิ ีการอา นจับใจความโดยใชรปู แบบ O K 4 R ทม่ี ีท้ังหมด ๖ ขนั้ ตอน คอื

อา นอยางคราว ๆ (Overview) หาใจความสําคญั แลวตั้งคําถาม (Key Idea) อานเพ่อื ตอบคําถาม (Read) การ
ระลึกวา สง่ิ ทีอ่ า นไปแลว จําไดมากนอยเพยี งไร (Recall) การสะทอนความคดิ หรือขยายความคดิ จากเดมิ
(Reflect) และการทบทวนเรอ่ื งท่อี านใหม (Review)

๔. นกั เรียนศกึ ษาใบความรทู ี่ ๑.๑ เร่ือง ความรเู กี่ยวกับนทิ าน เพอื่ ใหเขาใจในความหมาย
ลกั ษณะและสว นประกอบของนทิ าน

๕. นกั เรยี นออกมารบั ใบงานท่ี ๑.๑ การอานจบั ใจความสําคญั จากนิทาน เรอ่ื ง กระตา ย กบั เตา

ใบงานท่ี ๑.๒ เรอื่ ง การอา นจับใจความสําคญั จากนิทาน เร่อื ง เศรษฐีเจา เลห และใบงานที่ ๑.๓ การอา น

จบั ใจความสําคัญจากนทิ าน เรื่อง หมาขนคาํ

๖. นักเรยี นทําใบงานท่ีไดร บั เม่ือเสรจ็ แลว นกั เรยี นชว ยกนั เฉลยภายในหอ ง

ขน้ั สรุป

๑. นกั เรยี นชวยกนั สรุปความรู วธิ กี ารสรปุ ใจความสําคญั ของขอ ความ นกั เรยี นตอง จบั

เผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์๙. ส่อื การเรยี นการสอน
www.kroobannok.com๙.๑ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธก์ิ อ นเรียน เรื่อง การอา นเพ่อื จบั ใจความสาํ คัญ

๙.๒ แผนภมู ิขอความแสดงขนั้ ตอนการอา นจบั ใจความ
๙.๓ ใบความรทู ่ี ๑.๑ เร่อื ง ความรเู ก่ยี วกบั นิทาน
๙.๔ ใบงานท่ี ๑.๑ การอา นจบั ใจความสาํ คญั จากนิทานเรอ่ื ง กระตายกบั เตา
๙.๕ ใบงานที่ ๑.๒ การอา นจับใจความสําคญั จากนทิ านเรื่อง เศรษฐเี จา เลห 
๙.๖ ใบงานท่ี ๑.๓ การอานจับใจความสําคญั จากนิทานเรอื่ ง หมาขนคํา
๙.๗ ใบงานที่ ๑.๔ การอานจับใจความสําคญั จากนิทานเร่อื ง แมก บกบั ววั
ประเดน็ ใหไ ด วาใคร ทําอะไร ทไ่ี หน อยางไร เมือ่ ไหร
๒. นกั เรยี นรบั ใบงานท่ี ๑.๔ การอา นจับใจความสาํ คัญจากนทิ าน เรือ่ ง แมกบกับววั กลบั ไปทาํ

เปนการบาน นาํ มาสง ในชวั่ โมงถัดไป

๑๐. การวดั ผลและประเมินผล

สิ่งท่ตี อ งการวดั วธิ ีวดั เครื่องมอื วัด เกณฑการประเมิน
๑.๑ แบบบันทกึ คะแนน ๑. ผานเกณฑ
๑. ดา นความรู ๑.๑ แบบทดสอบ

วดั ผลสมั ฤทธิ์กอนเรียน แบบทดสอบวดั ผล รอ ยละ ๗๐

๑.๒ ตรวจใบงานที่ สัมฤทธ์กิ อนเรียน

๑.๑ - ๑.๔ ๑.๒ แบบบนั ทกึ ผลการ

ตรวจใบงาน

๒. ดานทกั ษะ ๒. สังเกตพฤติกรรม ๒. แบบประเมิน ๒. ผา นเกณฑ

การทาํ งาน พฤตกิ รรมการทํางาน รอ ยละ ๗๐

สิ่งทต่ี องการวดั วธิ วี ัด เครือ่ งมือวัด เกณฑก ารประเมนิ

๓. ดา นพฤติกรรม ๓. สงั เกตพฤติกรรม ๓. แบบสังเกตพฤติกรรม ๓. ผานเกณฑ

การเรยี น การเรยี น รอ ยละ ๗๐

เกณฑก ารประเมนิ

ระดบั คณุ ภาพ ๔ ๑๖-๒๐ คะแนน หมายถงึ ดมี าก

ระดบั คณุ ภาพ ๓ ๑๑-๑๕ คะแนน หมายถึง ดี
ระดับคุณภาพ ๒ ๖-๑๐ คะแนน หมายถงึ พอใช
ระดบั คณุ ภาพ ๑ ๑-๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง
เผยแพร่บนเว็บไซต์๑๑. บนั ทกึ การตรวจสอบ/ขอ เสนอแนะของผบู รหิ าร
www.kroobannok.com……………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………
(ลงชอ่ื )..........................................................
( นายกฤตวิทย ใจคําลอื )

ผอู ํานวยการโรงเรียนบานสบปา ด

๑๒. บันทึกผลหลังการจดั การเรียนรู
๑๒.๑ ผลการเรยี นรู

……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………

www.kroobannok.com……………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………

๑๒.๒ ปญหาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

๑๒.๓ ขอเสนอแนะ / แนวทางแกไข
……………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

(ลงช่ือ)...................................................ผูสอน
( นางฟองจนั ทร อินทวงศ)

ครูชาํ นาญการ โรงเรยี นบา นสบปา ด

แบบบันทึกคะแนน
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิกอ นเรยี น
เร่ือง การอา นจับใจความสําคญั ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี ๑

ที่ ช่ือ – สกุล คะแนนท่ีได หมายเหตุ
(เตม็ ๓๐ คะแนน)

๒๐๒


เผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์๔



www.kroobannok.com๖




๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙

รวมท้งั สนิ้

เฉล่ยี

เฉลยี่ รอยละ

แบบบันทกึ ผลการตรวจใบงาน
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๑ เร่ือง การอา นจับใจความสําคัญจากนทิ าน

ที่ ชอ่ื – สกลุ ใบงานท่ี ๑.๑ หมายเหตุ
ใบงานท่ี ๑.๒
ใบงานท่ี ๑.๓
ใบงานท่ี ๑.๔



เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์๓



www.kroobannok.com๕





๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐

รวมทง้ั ส้ิน
เฉลย่ี

เฉลย่ี รอ ยละ

เกณฑก ารประเมินผลพฤตกิ รรมการทํางาน
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๑ เรอ่ื ง การอานจบั ใจความสําคญั จากนิทาน

รายการ ระดับ ๔ ระดับ ๓ ระดับ ๒ ระดับ ๑

๑. นักเรยี นสามารถบอก บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย ไมสามารถบอก

ความหมายของนิทานได ของนิทานได ของนิทานได ของนทิ านได ความหมายของ
เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์ประเภทของนทิ านได นิทานได
ครบถว นสมบูรณ ๓ ใน ๔ สวน ๒ ใน ๔ สวน นทิ านได

๒. นกั เรยี นสามารถบอก บอกประเภทของ บอกประเภทของ บอกประเภทของ ไมสามารถwww.kroobannok.comครบถว นสมบูรณ ๓ใน๔สว น ๒ใน๔สวน ของนทิ านได

นิทานได นิทานได บอกประเภท

๓. นกั เรยี นสามารถ บอกคุณคาของ บอกคุณคา ของ บอกคณุ คาของ ไมส ามารถ
นิทานได ๒ ใน บอกคุณคาของ
บอกคุณคา ของนิทานได นทิ านได นิทานได ๓ ใน ๔ สวน นิทานได

ครบถวนสมบรู ณ ๔ สวน

๔. นกั เรยี นสามารถจบั สามารถจบั สามารถจับ สามารถจับ ไมส ามารถจบั
ใจความจากนทิ านได ใจความจาก ใจความจาก ใจความจาก ใจความจาก
ถกู ตอง นิทานไดถ กู ตอ ง นทิ านไดถ ูกตอ ง นิทานได แต นทิ านได
ครบถว นสมบูรณ เนอ้ื หาขาดไป เน้ือหาไม
ดมี าก บางสว น ครบถวน

๕. นักเรยี นสามารถใช สามารถใชภาษา สามารถใชภ าษา สามารถใชภ าษา ไมสามารถใช

ภาษาไดอ ยา งถกู ตองและ ไดอ ยางถกู ตอ ง ไดอ ยา งถกู ตอ ง ไดอ ยางถูกตอ ง ภาษาไดอยาง

ใชถอ ยคํา ไดไ พเราะ และใชถอ ยคาํ และใชถ อยคํา และแตใ ชถอ ยคํา ถูกตองและใช

สละสลวย ไดไพเราะ ไดไพเราะ ที่ไมไพเราะ ถอยคํา ท่ีไม

สละสลวยดมี าก สละสลวยดี สละสลวย ไพเราะ

สละสลวย

๑. นักเรียนสามารถบอก แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมการทํางาน๓. นักเรียนสามารถบอก๔. นักเรียนสามารถจับ๕. นักเรียนสามารถใชภาษารวมส ุรปผลการประเมิน
ความหมายของนิทานไดแผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ เร่ือง การอา นจับใจความสาํ คัญจากนิทานคุณคาของนิทานไดใจความจากนิทานไดถูกตองไดอยางถูกตอง ฯ
๒. นักเรียนสามารถบอก
ประเภทของนิทานได พฤตกิ รรมการทํางาน

ท่ี ชอ่ื - สกุล ผาน
ไม ผาน
เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐
www.kroobannok.com๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑










๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔

รวมทั้งสน้ิ
เฉลยี่

เฉล่ยี รอยละ

เกณฑการประเมนิ
ไดค ะแนนรวมตง้ั แต ๑๔ ขนึ้ ไปถอื วาผานการประเมนิ

เกณฑการประเมนิ พฤติกรรมการเรียน
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง การอานจับใจความสําคัญจากนทิ าน

รายการ ระดับ 4 ระดบั 3 ระดับ 2 ระดับ 1

๑. ความรับผดิ ชอบ ทํางานเสรจ็ ทํางานเสร็จ ทํางานเสร็จชา ทาํ งานไมเ สร็จ

ทนั เวลาทกี่ าํ หนด ทันเวลาเลก็ นอ ย เล็กนอ ย ทนั เวลา
๒. มีความสนใจ
มีความต้งั ใจใน มีความต้งั ใจ มคี วามตง้ั ใจ ไมต ้งั ใจทาํ งาน
เผยแwพwรwบ่ .kนrเoวoบ็ bไaซnnตo์ k.comต้ังใจในการทาํงานการทาํ งานใหตองการทํางานใหตอ งการทาํ งานให
เกิดผลดีขวนขวาย เกดิ ผลดี เกิดผลดีเปน
ชว ยงานอยาง บางครง้ั
สม่ําเสมอ

๓. มคี วามซื่อสตั ย ๑. มคี วามซ่ือสัตย บกพรอ งเกณฑใด บกพรอ งเกณฑขอ บกพรองเกณฑใน
อดทน สะอาด
รอบคอบ ๒. มีความอดทน เกณฑห นง่ึ ใน ใดขอ หนง่ึ ใน ขอ 1-4 ตั้งแต 3

๔. ใหความรว มมือ ๓. ทํางานสะอาด เกณฑหนา ขอ 1-4 เกณฑห นา ในขอ เกณฑข้นึ ไป
ในการทํางาน
๔. มีความ 1-4 ตัง้ แต 2 เกณฑ
๕. มีนํ้าใจ
เออ้ื เฟอ เผือ่ แผ รอบคอบในการ ข้ึนไป

ทํางาน

ใหความรว มมอื ใน ใหความรว มมอื ใน ใหค วามรว มมอื ใน ไมใหความรว มมือ

การทํางานเปน การทาํ งานเปน การทาํ งานบา ง ในการทาํ งานเลย

อยา งดี บางสว น เล็กนอ ย

มีนาํ้ ใจเอือ้ เฟอ มนี ํ้าใจเออื้ เฟอ มนี ้าํ ใจเอ้อื เฟอ ไมม ีนาํ้ ใจเอ้อื เฟอ

เผ่อื แผแ ละคอย เผอ่ื แผแ ละคอย เผอื่ แผแตไ ม เผ่อื แผ ไมส ามารถ

ชวยเหลือให ชวยเหลอื เพอื่ นท่ี สามารถชวยเหลือ ชวยเหลือเพอ่ื นที่

คําแนะนําเพอื่ นที่ ทาํ งานไมไ ดแ ตไม เพ่ือนท่ที าํ งาน ทํางานไมไ ดแ ละ

ทํางานไมไ ด สามารถให ไมไ ดและไม ไมส ามารถให

คําแนะนําท่ดี ี สามารถให คาํ แนะนาํ ทีด่ ีได

คาํ แนะนําท่ดี ีได

๑. ความรับ ิผดชอบ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน๒. มีความสนใจ ต้ังใจใน ๕. มีน้ําใจเอ้ือเฟอเ ่ืผอแ ผ รวม ส ุรปผลการประเมิน
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑ เรอ่ื ง การอานจบั ใจความสําคญั จากนทิ านการทํางาน
๓. มีความซื่อ ัสตย อดทน
พฤติกรรมการทาํ งานสะอาด รอบคอบ
๔. ใหความรวมมือในการ
ที่ ช่ือ - สกลุ ทํางาน

เผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐ ผาน
www.kroobannok.com๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ไม ผาน










๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔

รวมทัง้ สิน้
เฉลย่ี

เฉลยี่ รอ ยละ

เกณฑก ารประเมนิ
ไดคะแนนรวมตั้งแต ๑๔ ขน้ึ ไปถือวาผา นการประเมนิ

ใบความรูที่ ๑.๑
ความรเู กี่ยวกบั นิทาน

จดุ ประสงค : นกั เรียนมีความรคู วามเขา เก่ียวกับความหมาย ประเภทและคณุ คา
ของนทิ าน

คําวา นิทาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดให

เผยแพรบ่ นเว็บไซต์ความหมายไววา “นทิ าน น. เรือ่ งทีเ่ ลา กันมา เชน นทิ านชาดก นทิ านอสี ป”
นทิ านเปนคําศัพทภาษาบาลี มีความหมายวา คาํ เลาเรอ่ื ง
www.kroobannok.comสวนนักคติชนวิทยาใหความหมายวา นิทาน หมายถึง เร่ืองท่ีเลาสืบตอกันมา
จนกลายเปนมรดกทางวัฒนธรรม ถายทอดดวยวิธีมุขปาฐะ (การเลาสืบตอกันมาโดย
ใชวาจา) บางสว นไดรบั การบันทึกไวบา งแลว

นิทาน หมายถึงเร่ืองเลาท่ีเลาสืบตอกันมา มุงใหเห็นความบันเทิงแทรก
แนวคิด คติสอนใจ จนเปนมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยอยางหนึ่ง อาจเรียก
นทิ าน พ้นื บา น นิทานพืน้ เมอื ง นทิ านชาวบาน เปน ตน

ประเภทของนิทาน
นทิ านแบง เปนประเภทไดดังน้ี
๑. เทวปกรณหรอื เทพปกรณมั กลาวถึง โลก จักรวาล เทวดา กําเนิดมนุษยและ

สัตว ตลอดจนบทบาทหนาที่ของเทวดาและผูครองแผนดินมีอยูบาง เชน เรื่องเมขลา
รามสรู จนั ทคราส สุริยคราส ฯลฯ

๒. นิทานศาสนา มีจุดมุงหมายในการสั่งสอนศีลธรรมแกประชาชน แนะ
แนวทางประพฤติปฏิบัติ สรางคานิยมและบรรทัดฐานทางออมใหแกสังคม เรื่องราว
เกี่ยวกับนรกสวรรค หรือเร่ืองราวของบุคคลที่ศักดิ์สิทธ์ิในศาสนา โครงเรื่องจะยึด

พระพุทธศาสนาเปนสําคัญ เชา ทําดีไดดี ทําช่ัวไดชั่ว นิทานศาสนาของไทยจะมีที่มา
จากพทุ ธประวัติ เชน นทิ านชาดก เปนตน

๓. นิทานคติ คติ หมายถึง แนวทาง แบบอยาง แนวคิดท่ีปรากฏในนิทาน คือ
คุณคาของจริยธรรม และผลแหงการประกอบกรรมดีกรรมช่ัว กรรมดีท่ีนําผลดีมาให
สว นกรรมชั่วทนี่ ําผลชวั่ มาให นิทานคติมักช้ใี หเ ห็นผลดผี ลรายของกรรมในตอนทาย
เรื่องเสมอ

๔. นิทานมหัศจรรยหรือเทพนิยาย เปนนิทานเก่ียวกับเทวดานางฟา หรือเปน

เผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์เรอ่ื งราวท่มี หศั จรรยเหนอื ธรรมชาติ
www.kroobannok.com๕. นทิ านชีวติ มีลักษณะเปน เร่ืองท่เี คยเกดิ ขน้ึ จรงิ นิทานชวี ติ จะดําเนินเร่ืองอยู

ในโลกแหงความเปนจริงมากกวานิทานชนิดอ่ืน เชน พระลอ ไกรทอง ขุนชาง
ขนุ แผน

๖. นิทานประจําถิ่น มักเปนเรื่องแปลกซึ่งเชื่อวาเคยเกิดขึ้นจริง ณ สถานท่ีแหง
ใดแหงหนึ่ง ตัวละครและสถานที่บงไวชัดเจน อาจเปนเรื่องของบุคคล ใน
ประวตั ิศาสตร

๗. นิทานอธิบายเหตุ เปนเรื่องท่ีอธิบายถึงกําเนิด หรือความเปนมาของสิ่งท่ี
เกิดข้นึ ในธรรมชาติ

๘. นิทานเร่ืองสัตว เปนเรื่องที่สัตวเปนตัวเอก โดยทั่วไปมักแสดงใหเห็น
ความฉลาดของสตั วชนดิ หน่งึ และความโงเ ขลาของสัตวอีกชนดิ หน่ึง

๙. นิทานเร่ืองผี มีผีเปนตัวเอกของเรื่อง เรื่องเลาเกี่ยวกับผีนี้สะทอนใหเห็น
ความเชื่อในเรื่องวิญญาณ และเร่ืองภูตผีของคนไทย ผีในเร่ืองที่เลามีทั้งผีดีใหความ
ชวยเหลือ หรือคมุ ครอง และผีรายที่คอยหลอกหลอน รังความคน

๑๐. นิทานตลก มักจะมีขนาดโครงเร่ืองไมซับซอน ตัวละครอาจเปนมนุษย
หรือสัตวก็ได จดุ สาํ คญั ของเรอ่ื งอยทู ี่ความไมนา เปน ไปไดต างๆ

คณุ คา ของนิทาน
นิทานมีคุณคาหลายประการคอื
๑. ใหความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ
๒. ชวยกระชับความสมั พนั ธ
๓. ชวยเสริมสรางจินตนาการ
๔. ใหขอคดิ และคตเิ ตือนใจ
๕. ชวยสะทอนใหเห็นสภาพของสงั คมในอดตี

เผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์คํานิยมท่ปี รากฏอยใู นนิทานประเภทตางๆ
www.kroobannok.comคานยิ ม หมายถึง วิธจี ดั รูปพฤติกรรมของมนุษยท่ีฝงแนนอยูในตัวคน และเปน

ส่ิงท่ีเรายึดถือปฏิบัติกันตอๆ มา หรืออาจหมายถึง การยอมรับนับถือและพรอมท่ีจะ
ปฏิบัติตามคุณคาท่ีคนหรือกลุมคนท่ีมีอยูตอสิ่งตางๆ คํานิยมท่ีปรากฏอยูในนิทาน
อาจสรุปไดดงั น้ี

๑. ความขยนั
๒. ความกตัญู
๓. ความไมโ ลภ
๔. ความมปี ย วาจา
๕. ความเอ้อื เฟอเผือ่ แผ
๖. ความอดทนอดกล้นั
๗. การเชอื่ ฟง ผูใหญ บิดามารดา หรือผอู าวโุ ส
๘. การยกยองผมู ีวชิ าความรแู ละความเปนคนฉลาดหลักแหลม
๙. การใหอภยั กนั

ที่มา : กอเกียรติ อภชิ าตกลุ . ความรเู กยี่ วกบั นิทาน. กรุงเทพฯ : ธารอักษร, ๒๕๔๙.

ใบงานท่ี ๑.๑
การอานจับใจความสําคัญจากนิทาน

เรือ่ ง กระตายกับเตา

จุดประสงค : นกั เรียนสามารถอา นจับใจความสาํ คัญจากนทิ านได
คาํ ช้แี จง : ใหน ักเรยี นอานเนือ้ เรื่องของนิทานทก่ี าํ หนดใหน้ี จบั ใจความสาํ คญั

ของเนื้อเรือ่ งแลว ตอบคาํ ถามตอไปน้ี

เผยแพร่บนเว็บไซต์กระตายตัวหนึ่งหลงทะนงในฝเทา ของตน
www.kroobannok.comวาสามารถว่ิงไดรวดเร็วดุจสายสม ในปาท่ีอาศัย

อยูไมมีสัตวตัวใดสามารถเอาชนะมันได วันหนึ่ง
พบเตาคลานตวมเต้ียมผานหนาไป กระตายจึง
กลาววาจาเยาะเยยดวยความคึกคะนอง “มัวแต
คลานเชื่องชา อยูแบบนี้เมื่อไหรจะไปถึง
จุดหมายปลายทางเลาเพื่อน อยางเจานี้ขาตอใหคลานลวงหนาไปกอนสักคร่ึงวันก็คง
วงิ่ ตามทนั ”
“ไมตองตอใหขาหรอก” เตารูสึกไมพอใจ “กระตายขี้โมอยางเจาไมเห็นวาจะ
เกง กาจตรงไหน ไมเ ชื่อเรามาลองว่งิ แขง กันกไ็ ด”
“วาไงนะ” กระตายแทบไมเชือ่ หตู ัวเอง “เจานะเหรอกลาทาแขงกับขา ฮะ...ฮะ
...ฮะ..” กระตายยืนหัวเราะจนทองแข็ง พอดีหมาจิ้งจอกเดินผานมา ท้ังสองจึง
เชญิ ใหเปนกรรมการตัดสิน
เมื่อเรม่ิ การแขงขนั กระตา ยว่งิ ออกจากจุดเริ่มตนดวยความเร็วสุดฝเทา คร้ันถึง
กลางทางลองเหลียวกลับไปมองขางหลังไมเห็นแมแตเงาของคูแขง เจากระตายจึงละ
ลาใจแวะเขาไปนอนกระดกิ ขาเลน ท่ีใตรมไมใหญ

“หลับเอาแรงสกั งีบดีกวา” กระตา ยทาํ ทาบดิ ขเ้ี กยี จ “เอาไวพอเจาหลังตงุ มาถงึ
แถวน้ี คอ ยตน่ื ข้ึนมาเตนระบาํ ไปรอบ ๆ ตัวมันจนกวาจะถงึ เสน ชยั ”

สายลมเย็นพัดโชยเฉ่ือยฉิว ไมนานนักเจากระตายผูประมาทก็เผลอหลับไป
จริง ๆ ฝายเตายังคงคลานตวมเต้ียม ๆ อยางไมยอทอโดยมีเพ่ือนสัตวปาเดินทางสง
เสียงเชียรเพ่ือใหกําลังใจ เน่ืองจากทุกตัวตางชังน้ําหนาเจากระตาย ขี้คุยยกเวนแต
ตอนผานตนไมซ่ึงเจากระตายกําลังหลับฝนหวานอยูเทาน้ันท่ีสัตวทุกตัวตางพากัน
เงยี บเสียง

เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์เจากระตายสะดุงตื่นขึ้นมาเมื่อไดยินเสียงไชโยโหรอง เห็นรอยเทาสัตวตางๆ
www.kroobannok.comมากมายบนทางท่ีใชแขงขันรูสึกผิดสังเกต มันรีบว่ิงไปขางหนาอยางรวดเร็ว อึดใจ

ตอมาจึงเห็นคูแขงของมันกําลังจะคลานเขาสูเสนชัย เจากระตายออกแรงวิ่งสุดฝเทา
แตก็สายไปแลว พวกสัตวปาตางหอมลอมเขาไปแสดงความยินดีกับเตาตัวแรกท่ี
สามารถเอาชนะกระตายไดในการว่ิงแขงขัน เปนตํานานเลาขานสืบตอกันมาจนถึง
ทกุ วันน้ี

๑. ในเร่ืองสตั วทง้ั สองชนดิ ไดท ําอะไร .............................................................

๒. เจา หลงั ตงุ หมายถึงใคร ..............................................................................

๓. เพราะเหตุใดกระตายจึงไดเปนผแู พ .............................................................
.............................................................................................................................

๔. นทิ านเรอื่ งนีใ้ หขอคิดอะไร .........................................................................
.............................................................................................................................

๕. นิทานเรอ่ื งนเี้ ปน นิทานประเภทใด ...............................................................
.............................................................................................................................

เฉลยใบงานท่ี ๑.๑
การอา นจับใจความสําคญั จากนิทาน

เรื่อง กระตา ยกับเตา

๑. ในเรื่องสตั วท ้งั สองชนดิ ไดท ําอะไร ..................วง่ิ แขงขันกัน.....................
๒. เจาหลังตงุ หมายถงึ ใคร .............................เตา...........................................

เผยแพรบ่ นเวบ็ ไซต์๓. เพราะเหตใุ ดกระตายจงึ ไดเ ปนผูแพ ........เพราะกระตายประมาท ชะลา ใจ
www.kroobannok.com......วาไมมใี ครท่ีจะเอาชนะตนเองไดแ ละเตา มคี วามพยายาม.............................

๔. นทิ านเร่อื งนี้ใหขอคดิ อะไร .....การทําอะไรควรทําดว ยความระมัดระวัง
......ไมควรประมาทและความพยายามอยทู ี่ไหนความสาํ เรจ็ อยทู ี่นั่น..................
๕. นิทานเรื่องนี้เปนนิทานประเภทใด ......นิทานเรอื่ งสตั วห รอื นทิ านคต.ิ ........
.............................................................................................................................

ใบงานที่ ๑.๒
การอา นจับใจความสําคัญจากนทิ าน

เรอ่ื ง เศรษฐเี จาเลห 

จุดประสงค : นักเรยี นสามารถอานจับใจความสาํ คัญจากนทิ านได
คําช้ีแจง : ใหน กั เรยี นอา นเน้ือเร่ืองของนิทานท่กี ําหนดใหน้ี จับใจความสําคญั

ของเนือ้ เรอื่ งแลว ตอบคําถามตอ ไปน้ี

เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์เศรษฐีคนหน่ึงชอบใจลูกสาวชาวนายากไรเขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปท่ีสวน
www.kroobannok.comในคฤหาสนของเขาเปนสวนกรวดกวางใหญที่มีแตกรวดสีดํากับสีขาว เศรษฐีบอก

ชาวนาวา “ทานเปนหนี้สินขาจํานวนหนึ่ง แตหากทานยกลูกสาว ใหขาจะยกเลิก
หนส้ี ินทั้งหมดให” ชาวนาไมตกลง

เศรษฐีบอกวา “ถาเชนน้ันเรามาพนันกันดีไหม ขาจะหยิบกรวดสองกอน
ขึ้นมาจากสวนกรวดใสในถุงผานี้ กอนหนึ่งสีดํา กอนหนึ่งสีขาว ใหลูกสาวของทาน
หยิบกอนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบไดกอนสีขาว ขาจะยกหน้ีสินใหทานและนาง
ไมตองแตงงานกับขา แตหากนางหยิบไดกอนสีดํา นางตองแตงงานกับขา และ
แนน อน ขา จะยกหน้ีใหท า นดว ย” ชาวนาตกลง

เศรษฐีหยิบกรวดสองกอนใสในถุงผา หญิงสาวเหลือบไปเห็นวากรวดท้ังสอง
กอนน้ันเปนสีดํา เธอจะทําอยางไร หากเธอไมเปดโปงความจริงก็ตองแตงงานกับ
เศรษฐีขี้โกง หากเธอเปดโปงความจริงเศรษฐียอมเสียหนา และยกเลิกเกมนี้แตบิดา
ของเธอก็จะยงั คงเปน หน้เี ศรษฐตี อ ไปอกี นาน

ลูกสาวชาวนาเอ้ือมมือลงไปในถุงผาหยิบกรวดขึ้นมาหน่ึงกอนพลันเธอปลอย
กรวดในมือรวงลงสูพื้นกลืนหายไปในสีดําและขาวของสวนกรวด เธอมองหนา
เศรษฐีเอยวา “ขออภัยท่ีขาพลั้งเผลอปลอยหินรวงหลนแตไมเปนไรในเมื่อทานใส

กรวดสีขาวกับสีดําอยางละหน่ึงกอนลงไปในถุงนี้ดังน้ันเมื่อเราเปดถุงออกดูสีกรวด
กอนท่ีเหลือ ก็ยอมรูทันทีวา กรวดที่ขาหยิบไปเมื่อครูเปนสีอะไร” ที่กนถุงเปนกรวด
สีดาํ

“...ดังนัน้ กรวดกอ นท่ีขา ทําตกยอมเปน สีขาว”
ชาวนาพน สภาพลกู หน้ีและลกู สาวไมต องแตงงานกับเศรษฐขี โ้ี กงคนนน้ั

๑. เศรษฐีไดพาชาวนาและลูกสาวไปท่ีแหง ใด ..................................................

เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์.............................................................................................................................
www.kroobannok.com๒. เศรษฐไี ดต ้ังเงือ่ นไขการพนนั กับชาวนาสองขอ คือ ....................................

.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
๓. ความจริงแลว ในถงุ ผามกี อ นกรวดสใี ดบาง ..................................................
๔. เพราะเหตใุ ดลูกสาวชาวนาจึงไมเปด โปงความจรงิ วาเศรษฐีนนั้ เลนไมซ ื่อ
.............................................................................................................................
๕. สดุ ทา ยแลว ชาวนายังคงเปน หน้เี ศรษฐแี ละลูกสาวตอ งตกแตง งานกับเศรษฐี
หรือไม เพราะเหตุใด .........................................................................................
.............................................................................................................................
๖. นทิ านเรอ่ื งน้เี ปนนิทานประเภทใด ...............................................................
๗. นิทานเร่ืองน้ีใหขอ คิดอะไร ..........................................................................
.............................................................................................................................

เฉลยใบงานที่ ๑.๒
การอานจับใจความสําคัญจากนทิ าน

เรอ่ื ง เศรษฐเี จาเลห

๑. เศรษฐไี ดพาชาวนาและลูกสาวไปท่แี หง ใด ........สวนในคฤหาสนข องเขาซง่ึ เปน
สวนกรวดกวางใหญท มี่ ีแตก รวดสดี ํากบั สีขาว..................................

เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์๒. เศรษฐีไดต งั้ เง่อื นไขการพนนั กับชาวนาสองขอ คือ .....หากหยิบไดกรวด สขี าว
www.kroobannok.comจะยกหนีส้ ินใหแ ละลกู สาวไมตองแตงงานกบั เศรษฐี แตห ากหยิบไดกอนสดี ํา ลูก

สาวจะตองแตงงานกบั เศรษฐแี ละจะยกหนใี้ ห............................
๓. ความจริงแลวในถงุ ผา มีกอ นกรวดสีใดบาง ...........สดี ําท้ังสองกอ น.............
๔. เพราะเหตใุ ดลูกสาวชาวนาจึงไมเปดโปงความจรงิ วาเศรษฐีนั้นเลนไมซอ่ื

เพราะหากเปด โปงความจริงเศรษฐยี อมเสียหนา และยกเลิกเกมนแี้ ตบ ิดาของเธอก็
จะยงั คงเปนหนีเ้ ศรษฐตี อไปอกี นาน.......................................................
๕. สดุ ทายแลวชาวนายงั คงเปนหน้เี ศรษฐแี ละลูกสาวตองตกแตง งานกับเศรษฐี
หรือไม เพราะเหตุใด .......ไม เพราะ ความฉลาด รอบคอบและไตรตรองจนพบ
ทางออกของลูกสาว.............................................................................
๖. นิทานเรอ่ื งนีเ้ ปนนิทานประเภทใด ..............นิทานคตสิ อนใจ......................
๗. นทิ านเรอ่ื งนใ้ี หขอคิดอะไร .........ทุกปญ หายอมมที างแกและใหทกุ แกทา นทกุ ข
น้ันถงึ ตวั .................................................................................................

ใบงานที่ ๑.๓
การอานจับใจความสาํ คัญจากนิทาน

เร่ือง หมาขนคาํ

จุดประสงค : นักเรยี นสามารถอา นจับใจความสาํ คัญจากนิทานได
คาํ ชแ้ี จง : ใหนกั เรยี นอา นเนอื้ เรื่องของนิทานที่กาํ หนดใหจ ับใจความสําคญั ของ

เน้ือเร่ืองแลว ตอบคาํ ถามโดยทําเครื่องหมาย 9 หนา คําตอบ ทีถ่ ูกตอง

เผยแพร่บนเว็บไซต์กาลคร้ังหนึ่งนานมาแลว มีนายพรานคนหน่ึงไดเลี้ยงหมาตัวเมียไว หนึ่งตัว
www.kroobannok.comในยา นนนั้ ไมมีหมาตวั ผูอยูเลย วันหนึง่ แมห มาเกิดตั้งทองขึ้นมา นายพรานเกรงจะถูก

ชาวบานครหาวามีเมียเปนหมา จึงคิดจะกําจัดแมหมา บานของนายพรานเปนบาน
เสาสูงแบบเรือนตนไม ราวบันไดปลดเก็บข้ึนไว บนเรือน เพ่ือปองกันมิใหสัตวราย
ข้ึนไปทํารายชีวิตคนบนบานได เย็นวันหน่ึง นายพรานปลดบันไดบานเก็บไวบน
บานโดยท้ิงแมหมาไวขางลาง โดยหวังที่จะใหเสือมาคาบแมหมาเอาไปกิน แมหมาก็
วิ่งหนีไปถึงดอยผาสามเสาริมดอย วัดมวงคํา (อําเภอแมทะ จังหวัดลําปาง) แลว
คลอดลูกแฝดเปนเด็กสาวนารัก สองคน ลูกสาวฝาแฝดโตเปนสาว คนพี่ชื่อนางเจตะ
กา คนนอ งชอื่ นางบัวตอง กติ ติศัพทความงามของหญิงสาว ทั้งสองกระฉอนไปถึงใน
เมือง

เม่ือพระยาเจาเมืองทราบขาว ปรารถนาจะไดธิดาแฝดไปเปนมเหสี ก็ไปรับ
สองธิดาแฝดท่ีดอยผาสามเสาขณะท่ีแมหมาไมอยู ธิดาแฝดบัวตองผูนองแสดงความ
เสียใจรองไหครํ่าครวญถึงแมหมา สวนผูพ่ีมีทีทาตื่นเตนท่ีมีวาสนาจะไดเขาไปอยูใน
วัง พระยาเจาเมืองไดสรางปราสาทสองหลังใหนางเจตะกาและนางบัวตองอยูคนละ
หลัง

ฝายแมหมาเมื่อกลบั มากพ็ บวา ลูกสาวหายไป แมหมาก็เหาหอนและตะกุยหนา
ผาจนเปนรอยคลายเล็บเทาฝงในเน้ือหินผาที่ชาวบานเรียกวารอยตีนหมาขนคํา
รอ งไหหาลูกสาว มาจนทกุ วันนี้

พระอินทรเวทนาแมหมาจึงเนรมิตใหแมหมาพูดได แมหมาจึงเดินทางติดตาม
หาลูกสาวถึงในเมือง แมหมาไดถามไถชาวบานมาเร่ือย ๆ จนกระทั่งมาถึงปราสาท
ของนางเจตะกา ทหารไดซักถามแมหมาวารูจักและเกี่ยวของกับนางเจตะกาอยางไร
แมหมาก็บอกวานางเจตะกาเคยเปนนายเกามากอน คร้ันเมื่อทหารนําความมาแจงแก

เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์นางเจตะกา นางเจตะกากลวั วาจะอับอายท่มี ีแมเปน หมา จงึ ส่ังใหทหารทํารายแมหมา
www.kroobannok.comจนไดร บั บาดเจ็บว่ิงหนไี ป

แมห มาไดร บั บาดเจ็บก็วิ่งมาถึงปราสาทนางบัวตอง นางบัวตองรีบว่ิงมารับแม
หมานําเขาไปในปราสาทเพ่ือเยียวยารักษา ใหขาวใหน้ําแกแมหมา นางบัวตองได
ทูลขอหีบขนาดใหญจากสวามีโดยบอกวาจะเอาไปขนสมบัติ ที่ผาสามเสาภายใน
กําหนดเวลาเจ็ดวัน แตในความเปนจริงแลว นางบัวตอง ไดนําหีบไวเปนที่ซอน
ของแมหมาในวัง เม่ือครบเจ็ดวันแลว แมหมาทนพิษบาดแผลไมไหวก็ส้ินใจตาย
พระอินทรไดเนรมิตรางแมหมาใหกลายเปน แกวแหวนเงินทอง เมื่อพระยาเจา
เมืองพบวามีแกวแหวนเงินทองเต็มหีบ พระองคก็โปรดนางบัวตองเปนอันมาก
พระองคก ็ใหน างบวั ตองไปขนสมบัติ ทผี่ าสามเสาอีกคร้ังหน่ึง นางบัวตองมีความ
เสียใจที่แมหมาเสียชีวิต นางจึงคิดจะกระโดดหนาผาฆาตัวตาย บริเวณขางลางของ
หนาผาเปนท่ีอยูของยักษ ซ่ึงปวยเปนฝกลัดหนองเจ็บปวดมาก เมื่อนางบัวตอง
กระโดดลงไปกระทบกับรางของยักษทําใหฝแตก ยักษจึงหายปวดเปนปลิดท้ิง ยักษ
จงึ มอบทรัพยสมบตั ใิ หน างบัวตองเปน อนั มาก นางบวั ตองจึงนําสมบตั กิ ลบั วงั

ฝายนางเจตะกา เม่ือทราบขาววานางบัวตองไปขนสมบัติที่ผาสามเสา นางก็

รสู กึ อิจฉานางบวั ตอง นางจึงอาสาพระยาเจา เมืองจะไปขนสมบัติท่ี ผาสามเสา

เมื่อไปถึงผาสามเสานางเจตะกาก็กระโดดหนาผาตามท่ีนางบัวตองแนะนํา ดวยความ

ท่ีนางเจตะกามีบาปหนาฆาแมของตัวเอง ยักษจึงจับนางกินเปนอาหาร แลวยักษก็ไล

กินขบวนชางมาตายเกลื่อนเปนจํานวนมาก สถานที่แหงนี้จึงเรียกวาโทกหัวชางใน
เผยแwพwรw่บ.kนrเoวoบ็ bไaซnnตo์ k.com๑. ในเร่ืองหมาไดค ลอดลกู ออกมาเปน
ปจจบุ ัน ( อยูในเขตอําเภอเมืองลําปาง )

ลกู สาวฝาแฝด
ลกู ชายฝาแฝด

๒. นิทานเร่ืองนี้เปน นิทานพน้ื บา นของจังหวัดใด จงั หวดั ตาก
จังหวดั ลาํ ปาง

๓. เมือ่ แมหมาตายไปไดก ลายเปนสงิ่ ใด ผาไหมดิ้นทอง
แกว แหวนเงนิ ทอง

๔. ในเรอื่ งบุคคลใดทีเ่ ปนผูท่ีมีความกตัญู นางบวั ตอง
นางเจตะกา

๕. บรเิ วณดานลา งหนา ผาเปนท่อี ยขู องใคร พญาชาง
นางยกั ษ

เฉลยใบงานท่ี ๑.๓
การอา นจับใจความสําคัญจากนิทาน

เรื่อง หมาขนคํา

เผยแwพwรwบ่ .kนrเoวo็บbไaซnnตo์ k.com๒.นทิ านเร่ืองน้ีเปนนิทานพื้นบานของจังหวัดใด จังหวดั ตาก๑. ในเรอ่ื งหมาไดคลอดลกู ออกมาเปน9 ลูกสาวฝาแฝด
9 จังหวดั ลาํ ปางลกู ชายฝาแฝด

๓. เม่อื แมห มาตายไปไดกลายเปน สิ่งใด ผา ไหมดนิ้ ทอง
9 แกวแหวนเงินทอง

๔. ในเรอื่ งบคุ คลใดท่ีเปน ผทู ่มี คี วามกตญั ู 9 นางบวั ตอง
นางเจตะกา

๕. บริเวณดา นลา งหนาผาเปน ทอี่ ยูข องใคร พญาชาง

9 นางยักษ

ใบงานท่ี ๑.๔
การอา นจับใจความสําคญั จากนิทาน

เรอ่ื ง แมก บกับววั

จดุ ประสงค : นักเรียนสามารถอานจับใจความสาํ คัญจากนิทานได
คาํ ชแ้ี จง : ใหน กั เรียนอา นเนือ้ เรื่องของนทิ านท่ีกาํ หนดใหแ ลว จับใจความสําคญั

เผยแwพwรw่บ.kนrเoวoบ็ bไaซnnตo์ k.comของเนื้อเร่อื งลงในชองวางท่ีกาํ หนด

แมว ัวตวั หนึง่ เดนิ หาอาหารอยูใ นทอ งนา บังเอิญพลาดไปเหยยี บเอาพวกลูกกบ
เขา ลูกกบสวนใหญถ กู เหยยี บตายเกือบหมด เหลอื รอดมาตวั เดยี ว วิ่งหนีมาหาแม ตัว
ส่ันงันงกบอกกับแมข องมนั วา "ฉันไดเห็นสัตว ประหลาดตัวใหญเ บอเรอ ทีเดียวตัว
มนั ใหญโ ตเหมือนภูเขามีเขาอยบู นหวั มหี างยาว กีบเทาของมนั แยกออกมาเปน สอง
ซกี มันเปน ตวั อะไรกไ็ มรู ใหญม หมึ า เหยียบ พวกพ่ีนองตายหมด เหลอื แตข ารอด
มา" แมก บถามวา " ตวั มันโต ขนาดไหนละ?" วา แลวก็พองตัว ใหลกู ดู ลกู กบ
ก็ตอบวา ใหญก วานั้น แมกบกพ็ ยายามเบงตวั ใหพอง ข้ึนอกี ลูกก็วาโตยังไมเทาสัตว
ตวั น้ัน แมก บก็ยงิ่ พองตวั ขึน้ อยา งสุดฤทธ์ิ

แลว ถามลูกอีกวา " ขนาดนไ้ี ดไหม?" ลกู กบ กต็ อบ ตามเดมิ วา " ยงั ใหญก วานั้น

ถึงแมวาแมจ ะพองตัวจนพุงแตกกย็ ังไมไ ดครง่ึ ของ สัตวตวั นัน้ เลย..กรณุ าอยา ถงึ

ขนาดทาํ รายตัวเองเลยแม? ?" แมก บยังไมห ายสงสัยใน ความ

ใหญโตของสัตวตัวท่ีลกู ของมนั พดู น่ันเอง ดงั น้นั แมก บ จงึ สูด

ลมหายใจจนสดุ เทา ที่มันจะทําได เบง เบง แลวก็เบง จน ตัวของ
มันพองขนึ้ พองขึ้น และพองขึ้น แลวมนั ก็พูดวา "แม
เหลือเกินวา สัตวต ัวนนั้ คงไมใ หญไ ปกวา นี้หรอก..." พูด www.kroobannok.comสรปุ ใจความสําคญั ของนิทาน มัน่ ใจ
ถึงแคน้ี
เผยแพร่บนเว็บไซต์ตวั มนั ก็แตกระเบดิ (ดังโปะ ) ......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
ขอ คิดท่ไี ดจากนิทานเร่อื งน้ี
.....................................................................................................................

เฉลยใบงานท่ี ๑.๔
การอา นจับใจความสําคญั จากนิทาน

เรอื่ ง แมก บกบั วัว

สรุปใจความสาํ คญั ของนทิ าน

เผยแพร่บนเวบ็ ไซต์......................................................................................................................
www.kroobannok.com......................................................................................................................

....................................(อยใู นดุลยพนิ จิ ของครูผูส อน)..................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................

ขอ คิดที่ไดจากนิทานเรอื่ งนี้
นทิ านเรื่องนสี้ อนใหร วู า “ตนตองรจู กั ประมาณตนเอง”


Click to View FlipBook Version