The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

42bf72525b7d595c3ef20f949f9f9019

42bf72525b7d595c3ef20f949f9f9019

จงั หวดั ร้อยเอด็

ผจู้ ดั ทำ
นำย ภำนุวฒั น์ ชนะสงครำม เลขท่ี10 ช้นั ม.4/11

นำเสนอ
ครู สุวำรีย์ ยภ่ี ู
โรงเรียนกรรณสูตศกึ ษำลยั

คำนำ

รำยงำนเล่มน้ีจดั ทำข้ึนเพื่อ
ศึกษำหำควำมรู้และสถำนที่ท่องเที่ยวใน
จงั หวดั ร้อยเอด็
และไดศ้ ึกษำอยำ่ งเขำ้ ใจเพื่อเป็นประโยชน์กบั ก
ำรเรียน

ผจู้ ดั ทำหวงั วำ่ รำยงำนเล่มน้ีจะเป็นประโ
ยชน์กบั ผอู้ ำ่ น หรือนกั เรียน นกั ศึกษำ
ท่ีกำลงั หำขอ้ มูลเรื่องน้ีอยหู่ ำกมีขอ้ แนะนำหรือข้
อผิดพลำดประกำรใด
ผจู้ ดั ทำขอนอ้ มรับไวแ้ ละขออภยั มำ ณ ท่ีน้ีดว้ ย

สำรบญั

เรื่อง หนำ้
คำนำ ก
สำรบญั ข
ประวตั ิ
คำขวญั 1-2
ขอ้ มลู กำรเดินทำง 3
ภมู ิศำสตร์ 4-5
กำรศกึ ษำ 6-7
สญั ลกั ษณ์ 8
9

สถำนที่ท่องเท่ียว 10-17

อำหำรพ้นื เมืองของจงั หวดั ร้อยเอด็ 18

สำรบญั

เรื่อง หนำ้

กำรแสดงพ้ืนบำ้ น 19-27

ประเพณีประจำจงั หวดั ร้อยเอด็ 28-30

ร้ำนอำหำรแนะนำ 31-33

สถำนท่ีพกั แรมท่ีพกั โรงแรม 34-35

ภำคผนวก 36-37

ประวตั ิ

ร้อยเอด็ เป็นจงั หวดั ท่ีต้งั อยกู่ ่ึงกลำงของภำคอีสำนมำนำนกวำ่ 200
ปี อดีตเคยเป็นเมืองใหญท่ ่ีรุ่งเรืองมำก ช่ือวำ่ สำเกตนคร
มีประตูเขำ้ เมือง 11 ประตู เมืองข้ึน 11 เมือง
แต่ปัจจบุ นั ไดม้ ีกำรพฒั นำในดำ้ นต่ำงๆ มำกมำย
เมืองร้อยเอด็ เป็นเมืองแห่งบึงพลำญชยั
และมีส่วนหน่ึงของทุ่งกลุ ำร้องไหท้ ่ีมีช่ือเสียง
ซ่ึงมีเน้ือที่กวำ้ งใหญ่ถึงสองลำ้ นไร่เศษ
ขณะน้ีกำลงั ไดร้ ับกำรพฒั นำเพอื่ ใหเ้ ป็นแผน่ ดินแห่งควำมอดุ มสม
บูรณ์จนแทบจะ หำร่องรอยแห่งอดีตไม่พบ

ประวตั ิศำสตร์ของเมืองร้อยเอด็ เร่ิมปรำกฏข้ึนในรำว
สมยั กรุงศรีอยธุ ยำตอนปลำย
โดยมีเจำ้ ลำวจำกนครจมั ปำศกั ด์ิไดเ้ ดินทำงมำต้งั บำ้ นเรือนในบริเว
ณที่เป็น อำเภอสุวรรณภมู ิในปัจจุบนั
ต่อมำไดม้ ำพ่งึ พระบรมโพธิสมภำรสมเดจ็ พระบรมรำชำท่ี 3

แห่งกรุงศรีอยธุ ยำ ในสมยั สมเดจ็ พระเจำ้ กรุงธนบุรี
ไดย้ ำ้ ยเมืองใหมม่ ำต้งั ท่ีบริเวณเมืองร้อยเอด็ ปัจจบุ นั
ส่วนเมืองสุวรรณภูมิเดิมกย็ งั คงมีอยใู่ นสมยั พระบำทสมเดจ็ พระนง่ั
เกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั รัชกำลท่ี 3
เจำ้ อนุวงศเ์ วียงจนั ทนค์ ิดกบฎต่อกรุงเทพฯ
ไดย้ กทพั เขำ้ มำตีหวั เมืองรำยทำงจนถึงนครรำชสีมำ
แต่กถ็ ูกทพั ไทยตีแตกพำ่ ยไปในที่สุด

นอกจำกหลกั ฐำนทำงประวตั ิศำสตร์แลว้
ยงั พบหลกั ฐำนทำงโบรำณคดีแสดงกำรอยอู่ ำศยั ของคนมำต้งั แต่ส
มยั ก่อน
ประวตั ิศำสตร์เช่นกนั และรวมท้งั เคยเป็นดินแดนท่ีอยใู่ นเขตอิทธิพ
ลของอำณำ จกั รขอมโบรำณ
เพรำะพบโบรำณสถำนแบบขอมหลำยแห่ง เช่น กพู่ ระโกนำ
อำเภอสุวรรณภูมิ กู่กำสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย ปรำงคก์ ู่
อำเภอธวชั บรุ ี เป็นตน้

ร้อยเอด็ มีเน้ือที่ 8,299 ตำรำงกิโลเมตร
และแบ่งกำรปกครองออกเป็น 20 อำเภอ คือ อำเภอเมืองร้อยเอด็
อำเภอเกษตรวิสยั อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอจตุรพกั ตรพมิ ำน
อำเภอธวชั บุรี อำเภอพนมไพร อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภมู ิ
อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภออำจสำมำรถ อำเภอหนองพอก
อำเภอเมืองสรวง อำเภอโพธ์ิชยั อำเภอโพนทรำย อำเภอเมยวดี
อำเภอศรีสมเดจ็ อำเภอจงั หำร อำเภอเชียงขวญั อำเภอหนองฮี
และอำเภอทุ่งเขำหลวง

คำขวญั ประจำจงั หวดั ร้อยเอด็

สิบเอด็ ประตูเมืองงำม เรืองนำมพระสูงใหญ่ ผำ้ ไหมสำเกตุ
บุญผะเหวดประเพณี มหำเจดียช์ ยั มงคล
งำมหนำ้ ยลบึงพลำญชยั เขตกวำ้ งไกลทุ่งกลุ ำ
โลกลือชำขำ้ วหอมมะลิ

ขอ้ มูลกำรเดินทำง

1.รถยนต์

ใชเ้ ส้นทำงกรุงเทพฯ -สระบุรี-นครรำชสีมำ(ทำงหลวงหมำยเลข
2) ถึงอำเภอบำ้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น ต่อดว้ ยทำงหลวงหมำยเลข
23 มหำสำรคำม -ร้อยเอด็ รวมระยะทำงประมำณ 512 กิโลเมตร

2.รถไฟ

ตอ้ งไปลงท่ีจงั หวดั ขอนแก่น
แลว้ ตอ่ รถยนตโ์ ดยสำรเขำ้ จงั หวดั ร้อยเอด็
สอบถำมรำยละเอยี ดเกี่ยวกบั ตำรำงรถไฟไดท้ ี่
หน่วยบริกำรเดินทำง กำรรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2223
7010, 0 2223 7020, 1690
www.railway.co.th

3.รถโดยสำรประจำทำง

บริษทั ขนส่ง จำกดั
มีรถโดยสำรประจำทำงไปจงั หวดั ร้อยเอด็ วนั ละหลำยเที่ยว
สอบถำมรำยละเอยี ดเพิม่ เติมไดท้ ี่สถำนีขนส่งจตุจกั ร (หมอชิต 2)
โทร. 0 2936-2852-66 และสถำนีขนส่งร้อยเอด็ โทร. 0
4351 1939, 0 4351 2546
www.transport.co.th

4.เคร่ืองบิน

สำยกำรบินพี บี แอร์ เปิ ดบริกำรเท่ียวบิน กรุงเทพฯ-ร้อยเอด็
ทุกวนั ๆ ละ 1 เท่ียว เวน้ วนั อำทิตยก์ บั วนั องั คำร
สอบถำมรำยละเอียดเพิ่มเติมไดท้ ี่โทร. 0 2261 0220 ต่อ
201-210สำนกั งำนร้อยเอด็ โทร.043518572

www.pbair.com

ภูมิศำสตร์

ท่ีต้งั และอำณำเขต

จงั หวดั ร้อยเอด็ ต้งั อยตู่ อนกลำงของภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ระหวำ่ งละติจูดที่
15 องศำ 24 ลิปดำเหนือ ถึง 16 องศำ 19 ลิปดำเหนือ และลองจิจูดที่
103 องศำ 16 ลิปดำตะวนั ออก ถึง 104 องศำ 21 ลิปดำตะวนั ออก
อยหู่ ่ำงจำกกรุงเทพมหำนคร โดยทำงรถยนตป์ ระมำณ 512 กิโลเมตร
มีพ้นื ท่ีท้งั สิ้น 8,299.46 ตำรำงกิโลเมตร หรือ 5,187,156 ไร่
มีเขตแดนติดต่อกบั จงั หวดั อื่นดงั น้ี

ทิศเหนือและตะวนั ตกเฉียงเหนือ จรดจงั หวดั กำฬสินธุ์

ทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือ จรดจงั หวดั มกุ ดำหำร

ทิศตะวนั ออก จรดจงั หวดั ยโสธร

ทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ จรด จงั หวดั ศรีสะเกษ

ทิศใต้ จรดจงั หวดั สุรินทร์

ทิศตะวนั ตก จรดจงั หวดั มหำสำรคำม

ลกั ษณะภมู ิประเทศ

จงั หวดั ร้อยเอด็ ต้งั อยบู่ ริเวณตอนกลำงของภำคตะวนั ออกเฉียงเหนือของไทย
ลกั ษณะภมู ิประเทศโดยทวั่ ไปเป็นที่รำบสูง
สูงจำกระดบั น้ำทะเลปำนกลำงประมำณ 120-160 เมตร
มีภเู ขำทำงตอนเหนือซ่ึงติดต่อจำกเทือกเขำภูพำน บริเวณตอนกลำงของจงั หวดั
มีลกั ษณะเป็นท่ีรำบลูกคล่ืน

บริเวณตอนล่ำงมีลกั ษณะเป็นท่ีรำบลุ่มริมฝ่ังแมน่ ้ำมลู และสำขำ ไดแ้ ก่ ลำน้ำชี
ลำน้ำพลบั พลำ ลำน้ำเตำ เป็นตน้ บริเวณท่ีรำบต่ำอนั กวำ้ งขวำง เรียกวำ่
ทุ่งกุลำร้องไห้ มีพ้ืนท่ีประมำณ 80,000 ไร่ มีลกั ษณะเป็นที่รำบแอ่งกระทะ
ลกั ษณะภูมิอำกำศ
จงั หวดั ร้อยเอด็ ไดร้ ับอิทธิพลจำกลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือและลมมรสุมต
ะวนั ตกเฉียงใต้ สภำพภมู ิอำกำศอยใู่ นประเภทฝนเมืองร้อน ปริมำณน้ำฝนเฉล่ีย
1,196.8 ลูกบำศกม์ ิลลิเมตร ฝนตกชุกในเดือนมิถุนำยนถึงตุลำคม
อำกำศร้อนแห้งแลง้ ในเดือนมีนำคมถึงพฤษภำคม

กำรศึกษำ

กำรศึกษำในจงั หวดั ร้อยเอด็ ไดร้ ิเร่ิมอยำ่ งแบบตะวนั ตกน้นั ไดเ้ กิดข้ึนเม่ือปี พ.ศ.
2453 โดยพระครูเอกุตรสตำธิคุณ (โมง) เจำ้ อำวำสวดั ศรีมงคล
(ปัจจุบนั คือวดั สระทอง) อำเภอเมืองร้อยเอด็
ตรงกบั ช่วงเวลำท่ีพระบำทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั ทรงริเร่ิมขยำยกำรศึ
กษำไปสู่หวั เมืองต่ำง ๆ ในปี พ.ศ. 2454
รัฐบำลจึงไดม้ อบหมำยใหร้ ำชบุรุษจนั ทร์มำเปิ ดโรงเรียนอยำ่ งเป็นทำงกำรที่วดั
ศรีมงคลโดยไดต้ ้งั ชื่อวำ่ โรงเรียนวดั ศรีมงคล ปลำย พ.ศ. 2456
จึงไดย้ ำ้ ยมำทำกำรสอนที่อำคำรที่วำ่ กำรอำเภอเก่ำริมคูเมือง
พร้อมท้งั เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนประจำมณฑลร้อยเอด็
และต้งั เป็นโรงเรียนประจำมณฑลร้อยเอด็ (ร้อยเอด็ มหำสำรคำม
และกำฬสินธุ์) ซ่ึงภำยหลงั ไดเ้ ปลี่ยนช่ือเป็น โรงเรียนร้อยเอด็ วทิ ยำลยั

เน่ืองจำกโรงเรียนประจำมณฑลร้อยเอด็ เปิ ดสอนเฉพำะนกั เรียนชำย
จึงไดม้ ีกำรจดั ต้งั โรงเรียนประจำมณฑลหญิงข้ึนในปี พ.ศ. 2462
โดยไดแ้ ยกออกมำทำกำรเรียนกำรสอนบริเวณนอกคูเมืองทำงทิศใต้
ซ่ึงปัจจุบนั คือ โรงเรียนสตรีศึกษำ
ตอ่ มำรัฐก็ไดพ้ ยำยำมส่งเสริมกำรศึกษำระดบั มธั ยมศึกษำมำกข้ึน
โดยไดจ้ ดั ต้งั โรงเรียนวสิ ำมญั ประอำเภอจนครบทุกอำเภอในปี พ.ศ. 2513
จนกระทง่ั ปัจจุบนั จงั หวดั ร้อยเอด็ มีกำรจดั กำรศึกษำในทุกระดบั กำรศึกษำท้งั ร
ะดบั อมุ ศึกษำ อำชีวศึกษำ กำรศึกษำข้นั พ้ืนฐำนและกำรศึกษำนอกโรงเรียน
ท้งั ในสงั กดั กระทรวงศึกษำธิกำรและองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

สญั ลกั ษณ์

ตรำประจำจงั หวดั : ประกอบดว้ ยสัญลกั ษณ์ท่ีสำคญั คือรูปบึงพลำญชยั
ศำลหลกั เมือง พระมหำเจดียช์ ยั มงคล ตวั เลข ๑๐๑ และรวงขำ้ วหอมมะลิ
ตรำที่ใชใ้ นปัจจุบนั ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำเมื่อ ปี พ.ศ. 2545
ออกแบบโดย นำยรังสรรค์ ตน้ ทพั ไทย

คำขวญั ประจำจงั หวดั : สิบเอด็ ประตเู มืองงำม เรืองนำมพระสูงใหญ่
ผำ้ ไหมสำเกต บุญผะเหวดประเพณี มหำเจดียช์ ยั มงคล งำมน่ำยลบึงพลำญชยั
เขตกวำ้ งไกลทุ่งกลุ ำ โลกลือชำขำ้ วหอมมะลิ

ตน้ ไมป้ ระจำจงั หวดั : ตน้ กระบก (Irvingia malayana)

ดอกไมป้ ระจำจงั หวดั : ดอกอินทนิลบก (Lagerstroemia
macrocarpa)
สตั วน์ ้ำประจำจงั หวดั : ปลำหลดจุด (Macrognathus siamensis)

เคร่ืองดนตรีประจำจงั หวดั : โหวด

สถำนที่ท่องเที่ยว

ผำน้ำยอ้ ย (พุทธอุทยำนอีสำน)
อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยทู่ ่ีบำ้ นโคกกลำง ตำบลผำน้ำยอ้ ย
เป็นผำหินขนำดใหญ่ ซ่ึงมีน้ำไหลและซึมตลอดปี อยบู่ นภเู ขำเขียว

แบง่ พรมแดนระหวำ่ งอำเภอหนองสูง จงั หวดั มุกดำหำร
และอำเภอกฉุ ินำรำยณ์ จงั หวดั กำฬสินธุ์ มีเน้ือที่ประมำณ 20,000ไร่

สวนพฤกษศำสตร์วรรณคดี
อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอด็ เป็น
เน้ือที่สำหรับปลูกตน้ ไมแ้ บง่ ตำมวรรณคดี เช่น เร่ืองพระเวสสนั ดร
ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเบงพำ่ ย ลำนพทุ ธประวตั ิ ฯลฯ
นอกจำกน้ียงั มีสมุนไพรแยกตำมสรรพคุณ
บริเวณสวนมีสภำพภมู ิประเทศสวยงำม

แหลมพยอม

อำเภอโพนทอง จ.ร้อยเอด็ เป็น สถำนท่ีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ
อยบู่ ริเวณทิศตะวนั ออกของบึงโพนทอง ซ่ึงเป็นแหล่งน้ำกวำ้ งใหญ่
มีเน้ือที่ประมำณ 20 ไร่
อยหู่ ่ำงจำกที่วำ่ กำรอำเภอโพนทองไปทำงทิศตะวนั ออก
(ถนนสำยอำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก) ระยะทำงประมำณ 2
กิโลเมตร

สถำนแสดงพนั ธุส์ ตั วน์ ้ำเทศบำลเมืองร้อยเอด็
อำเภอเมอื ง จ.ร้อยเอด็ เป็น อำคำร 2 อำคำรเชื่อมต่อกนั
อำคำรแรกประกอบดว้ ยหอ้ งโถง หอ้ งบรรยำย หอ้ งนิทรรศกำร
สำนกั งำน หอ้ งจำหน่ำยบตั รและของท่ีระลึก ส่วนอำคำรท่ี 2
ช้นั ล่ำงเป็นส่วนแสดงพนั ธุ์
ช้นั บนของอำคำรเป็นบอ่ พกั และสำรองพนั ธุ์สัตวน์ ้ำ

วดั บูรพำภิรำม
อำเภอเมือง จ.ร้อยเอด็ เป็น พระอำรำมหลวงช้นั ตรี ชนิดสำมญั เดิมชื่อ
วดั หวั รอ ตอ่ มำไดเ้ ปล่ียนชื่อมำเป็น วดั บูรพำภิรำม
มีพระพทุ ธรูปปำงประทำนพรท่ีสูงท่ีสุดในประเทศไทยคือ
พระพทุ ธรัตนมงคลมหำมนุ ี หรือหลวงพอ่ ใหญ่
สร้ำงดว้ ยคอนกรีตเสริมเหลก็

วดั สระทอง อำเภอเมือง จ.ร้อยเอด็
เป็น ท่ีประดิษฐำนหลวงพอ่ พระสงั กจั จำยน์
ซ่ึงเป็นพระพุทธรูปท่ีชำวร้อยเอด็ เคำรพสักกำระ พระยำขตั ติยะวงษำ

(ทำ้ วธน) ซ่ึงเป็นเจำ้ เมืองร้อยเอด็ คนแรก
ไดพ้ บพระองคน์ ้ีเห็นวำ่ มีควำมเก่ำแก่และศกั ด์ิสิทธ์ิมำก

จึงไดน้ ำมำประดิษฐำนที่วดั สระทอง

พระมหำเจดียช์ ยั มงคล
อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอด็
เป็นพระเจดียท์ ่ีใหญอ่ งคห์ น่ึงของประเทศไทย มคี วำมกวำ้ ง 101 เมตร
ควำมยำว 101 เมตร ควำมสูง 101 เมตร สร้ำงในเน้ือที่ 101 ไร่

เขตหำ้ มล่ำสตั วป์ ่ ำถ้ำผำน้ำทิพย์

อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยใู่ นพ้นื ท่ีอำเภอหนองพอก
ครอบคุมดูแลพ้ืนท่ีประมำณ 151,242 ไร่ หรือประมำณ 242
ตำรำงกิโลเมตร
โดยสภำพพ้ืนที่จะเป็นเทือกเขำหินทรำยสูงชนั และสลบั ซบั ซอ้ น

ก่พู ระโกนำ
อำเภอสุวรรณภมู ิ จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยทู่ ่ีบำ้ นกู่ วดั กู่พระโกนำ หมู่ 2
ตำบลสระคู กำรเดินทำงจำกจงั หวดั ร้อยเอด็ เดินทำงตำมทำงหลวงสำย
215 ผำ่ นอำเภอเมืองสรวง

สิมวดั ไตรภูมิคณำจำรย์
อำเภอสุวรรณภมู ิ จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยทู่ ่ีหมูบ่ ำ้ นตำกแดด ตำบลหวั โทน
อำเภอสุวรรณภูมิ ลกั ษณะทำงศิลปกรรม เป็นสิมแบบพ้นื เมืองอีสำน

ทุง่ กลุ ำร้องไห้

อำเภอเกษตรวิสยั จ.ร้อยเอด็ เป็น ทุ่งกวำ้ งใหญข่ องภำคอีสำน
มีอำณำเขตครอบคลุมถึง 5 จงั หวดั คือ
ในแนวทิศเหนือน้นั ครอบคลมุ อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวสิ ยั
อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทรำย ของจงั หวดั ร้อยเอด็

กู่กำสิงห์
อำเภอเกษตรวสิ ยั จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยใู่ นวดั บูรพำกู่กำสิงห์ ตำบลกู่กำสิงห์
สำมำรถเดินทำงได้ 2 ทำง คือ ใชเ้ สน้ ทำงร้อยเอด็ -เกษตรวิสัย
ทำงหลวงหมำยเลข 214 ระยะทำง 47 กิโลเมตร

สิมวดั จกั รวำลภมู ิพินิจ (วดั หนองหมื่นถ่ำน)
อำเภออำจสำมำรถ จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยทู่ ี่หมู่บำ้ นหนองหม่ืนถ่ำน
ตำบลหนองหมื่นถ่ำน
มีลกั ษณะทำงศิลปกรรมเป็นสิมแบบพ้ืนเมืองอีสำน

บึงเกลือ (บุ่งเกลือ)
อำเภอเสลภมู ิ จ.ร้อยเอด็
ห่ำงจำกตวั อำเภอเสลภมู ิไปทำงทิศตะวนั ออกประมำณ 10 กิโลเมตร
เป็นแหล่งน้ำขนำดใหญ่ มีเน้ือท่ี 7,500 ไร่

ปรำงคก์ ู่ หรือ ปรำสำทหนองกู่
อำเภอธวชั บุรี จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยทู่ ี่บำ้ นยำงกู่ ตำบลมะอี
กำรเดินทำงจำกตวั เมอื งใชท้ ำงหลวงหมำยเลข 23 (ร้อยเอด็ -ยโสธร)
ประมำณ 10 กิโลเมตร ถึงท่ีวำ่ กำรอำเภอธวชั บุรี

บำ้ นหวำยหลึม
อำเภอธวชั บุรี จ.ร้อยเอด็ เป็นหมบู่ ำ้ นทอผำ้ ไหม มีกำรจดั ต้งั
"กลุ่มออมทรัพยเ์ พอื่ กำรผลิต" เป็นศูนยร์ วมและจำหน่ำยผลิตภณั ฑ์

พพิ ิธภณั ฑสถำนแห่งชำติร้อยเอด็
อำเภอเมอื ง จ.ร้อยเอด็ พพิ ิธภณั ฑ์
สถำนแห่งชำติที่จดั ต้งั ข้ึนตำมโครงกำรกำรจดั ต้งั พิพิธภณั ฑสถำนแห่งช
ำติ
ประจำเมืองเป็นสถำนที่จดั แสดงและรวบรวมเรื่องรำวน่ำรู้ทุกดำ้ นของจั
งหวดั แห่งน้ี

บึงพลำญชยั
อำเภอเมือง จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยบู่ ริเวณกลำงเมืองร้อยเอด็
ถือเป็นสญั ลกั ษณ์ของจงั หวดั

มีลกั ษณะเป็นเกำะอยกู่ ลำงบึงน้ำขนำดใหญ่ มีเน้ือที่ประมำณ 2
แสนตำรำงเมตร

สวนสมเดจ็ พระศรีนครินทร์ร้อยเอด็
อำเภอเมือง จ.ร้อยเอด็ สวน สำธำรณะกลำงเมือง
อยหู่ นำ้ ศำลำกลำงจงั หวดั เปิ ดเมื่อปี พ.ศ. 2529 มีเน้ือที่ประมำณ 225 ไร่
ตกแตง่ บริเวณดว้ ยไมด้ อกไมป้ ระดบั นำนำพนั ธุ์

วดั กลำงม่ิงเมือง

อำเภอเมือง จ.ร้อยเอด็ ต้งั อยบู่ นเนินในเมือง
เป็นวดั เก่ำแก่สนั นิษฐำนวำ่ สร้ำงก่อนต้งั เมืองร้อยเอด็
ส่วนอโุ บสถสร้ำงในสมยั อยธุ ยำตอนปลำยในอดีตเคยใชเ้ ป็นสถำนท่ีปร
ะกอบพธิ ีถือ น้ำพพิ ฒั นส์ ตั ยำ

อำหำรพ้นื เมืองของจงั หวดั ร้อยเอด็

ลำบ

เป็นอำหำรประเภทยำท่ีมีเน้ือมำสบั ละเอียดหรือหน่ั เป็นชิ้นเล็กๆบำงๆปรุงรสด้
วยน้ำปลำร้ำ พริก ขำ้ วคว่ั ตน้ หอม ผกั ชี รับประทำนกบั ผกั พ้ืนเมือง
นิยมใชก้ บั เน้ือปลำหมูววั ควำยและไก่

แจ่ว

คือ น้ำพริกของชำวอีสำนนิยมใส่ปลำร้ำสับหรือน้ำปลำร้ำ
บำงคร้ังใส่มะกอกพ้ืนบำ้ นก็เป็นแจ่วมะกอก รับประทำนกบั ผกั สด ลวก
หรือน่ึง เป็นอำหำรที่นิยมรับประทำนกนั ทุกบำ้ นในภำคอีสำน
เพรำะมีข้นั ตอนกำรทำที่ไม่ยงุ่ ยำก

หม่ำ คือ ไส้กรอกเน้ือววั ผสมตบั ตะไคร้และเครื่องเทศอื่นๆ

กำรแสดงพ้ืนบำ้ น

ฟ้อนร้อยเอด็ เพชรงาม

ฟ้อนร้อยเอด็ เพชรงาม ได้ประดิษฐ์คดิ ค้นการแสดงโดย
คณาจารย์จากวทิ ยาลยั นาฏศิลป์ ร้อยเอด็ ประพนั ธ์เนื้อร้องโดย อ.สมชิต
สุนาคราช เป็ นการฟ้อนประกอบท่วงทานองดนตรีท่มี ีความจังหวะสนุกสนา
นเร้าใจ การฟ้อนแสดงถึง
การอธิบายคาขวญั ของจงั หวดั ร้อยเอด็ ออกมาเป็ นท่วงท่าที่สวยงาม
โดยมเี นื้อหาชักชวนให้ไปท่องเทย่ี วในจังหวดั ร้อยเอด็
และการแต่งกายของนักแสดงด้วยผ้าไหมลายประจาจงั หวดั
กแ็ สดงให้เหน็ ถึงความเป็ นเอกลกั ษณ์ประจาท้องถิน่ อกี ด้วย

การแต่งกาย
หญงิ สวมเสื้อผ้าไหมแขนส้ัน ห่มทบั ด้วยสไบไหม
นุ่งผ้าซ่ินไหมมดั หม่ีร้อยเอด็ ยาวกรอมเท้า
ผมเกล้ามวยประดบั มวยผมด้วยดอกไม้ และสวมเครื่องประดบั เงนิ

เพลงร้อยเอด็ เพชรงาม
มาเถิดอ้ายมา
มาเถดิ หนามาเทย่ี วเมืองร้อยเอด็ เมืองนี้งามดงั เพชร
ๆ โอ้เมืองร้อยเอด็ งามซึง้ ตรึงใจ
เสียงแคนดังต่อยแล่นแตร ดอกคูนงามแท้ชูช่อไสว บึงโอ้บึงพลาญชัย ๆ
หมู่ปลาแหวกว่ายอย่ใู นธารา

โอ โอ้ โอ ถ้าอยากสุขโขมาร้อยเอด็ เถิดหนา มีพระใหญ่สูงเยย่ี มเทียมฟ้า ๆ
ผ้าไหมงามตา สาวโสภาถูกใจ
เสียงพณิ ดงั แว่วแผ่วมา กว้างไกลสุดตาทุ่งกุลาสดใส ชาวร้อยเอด็ เป็ นผู้มนี า้ ใจ ๆ
จะมองแห่งไหนร้อยเอด็ งามจริงเอย

ฟ้อนสาละวนั

ลาสาละวนั เป็ นวฒั นธรรมของชนชาติลาวอกี ประเภทหน่ึง
การลาสาละวนั ท่เี ก่าแก่ท่กี าเนิดมาจากการทรงผไี ท้ผแี ถน
ตามความเช่ือด้งั เดิมแล้วกลายมา
เป็ นมหรสพของชุมชนแล้วได้ประยกุ ต์เพม่ิ กลอนลาให้เกดิ ความสนุกสนาน
ประกอบท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยอสิ ระตามธรรมชาติ

แรกเร่ิมเป็ นการเล่นโดยทว่ั ไปในหมู่ชาวบ้านแล้วแพร่กระจายเข้ามาในประเทศ
ไทย ได้รับความนิยมมายาวนาน ด้วยท่วงทานองทีไ่ พเราะ จังหวะสม่าเสมอ

เนื้อความของลาสาละวัน
นอกจากจะสะท้อนให้เห็นแนวทางการเกยี้ วพาราสีระหว่างชายหญงิ แล้ว
โวหารเปรียบเทยี บท่ีใช้ได้สะท้อนให้เห็นถงึ ความงามของการใช้ภาษา
นอกจากน้ัน ท่วงทานองของการลา ยงั มีการเอือ้ นที่เป็ นลกั ษณะเฉพาะตัว

ลาสาละวนั จึงเป็ นเอกลกั ษณ์ของชาวสาละวันยาวนานร่วม 70
ปี ไม่มวี นั สูญหาย และยงั คงไว้ซ่ึงความไพเราะ
และเป็ นการร้อยเรียงภาษาท่บี อกเล่าเป็ นทานองให้ทราบถึงอดีตท่รี ุ่งเรืองของส
าธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้อย่างดียง่ิ

การแสดงชุด ฟ้อนสาละวนั คณาจารย์จากวทิ ยาลยั นาฏศิลป์ ร้อ
ยเอด็
เลง็ เห็นคุณค่าความไพเราะของทานองและบทร้องตลอดจนท่าฟ้อนราที่ส่ือคว
ามหมายตามแบบศิลปะพื้นบ้านที่บริสุทธ์ิ
รวมไปถึงความสวยงามของลวดลายที่ปรากฏบนผ้าทอของชาวสาละวนั
โดยพยายามอนุรักษ์การฟ้อนแบบด้ังเดิมไว้ให้มากทสี่ ุดโดยไปศึกษาการขบั ลา
สาละวนั และท่าฟ้อนสาละวนั ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
แล้วนากลบั เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยอกี คร้ัง
จึงได้นาฟ้อนประกอบการลาสาละวนั จัดระเบยี บแผนในการแสดงใหม่โดยดัดแ
ปลงเพื่อใช้ประกอบในการแสดงวงโปงลางแต่ยงั คงรูปแบบไว้ด้ังเดมิ เอาไว้อย่า
งครบถ้วน

การแต่งกาย

- ชาย สวมเสื้อคอกลมแขนส้ันสีเขียวลายจกดิน้ ทอง นุ่งผ้าโจงกระเบนสีเขียว
ใช้ผ้าสไบจกลุ่มน้าโขงมัดเอว สวมสร้อยทอง และกาไลทอง

- หญงิ สวมเสื้อทีม่ ีไหล่เสื้อด้านซ้ายสีเขียว
ซ่ึงเป็ นแบบเสื้อชุดประจาชาตขิ องลาว
ห่มสไบจกดนิ้ ทองและนุ่งผ้าซ่ินจกสีแดงยกดนิ้

ทอง ผมเกล้ามวยสูง รวบผมตงึ เบ่ียงมวยผมไปทางซ้าย
มดั มวยผมด้วยสายลกู ปัดทอง ปักป่ิ นทองท่ียอดมวยผม สวมเคร่ือง

ประดบั ทอง เช่น สร้อย ต่างหู กาไล เขม็ ขัด

ลาสาละวนั

(เกริ่น)

โอ๋ ..โอย...น้อ โอ...หนา โอ๋หนออ้ายเอย มา..มาแล้ว สาละวนั มาแล้ว
มาเอาแนวไปไว้ มาเอาในมันไปหว่านอ้ายเอย
เอาเมือปลูกไว้บ้านพอสิได้ดอกเฮ็ดแนว..เฮ็ดแนวหนา

โอหนออ้ายเอย ยามน้องมาเห็นหน้าอยากถามข่าวถามถึงเด้หนอ สุขสาบายดบี ่
หือได๋อยากฮู้ข่าวท่านเอย น้องนี่มาฟาวฟ้าวอยาก

เห็นหน้าอยากข่าวถามข่าวถามหนา โอ...โอย...หนา

โอ๋ ..โอย...น้อ โอ...หนา โอ๋หนออ้ายเอย เชิญอ้ายมาลาฟ้อน
สาละวนั ให้มันคล่องอ้ายเอย ขอเชิญอ้ายและน้องมาลงฟ้อนเตีย้ เข้าใส่กนั
ใส่กนั หนา

เตยี้ ลงสาละวันเตยี้ ลง (ซ้า) เตยี้ ลงให้คือหงส์เล่นน้า อยากให้งามให้เตยี้ ลงต่าๆ
เตยี้ ต่าๆให้เตยี้ ลงต่าๆ เตยี้ ลงแล้วฟังน้องสิเด่ยี วกลอน

ฟ้อนอ่อนๆ เด้อชายสาละวนั ฟ้อนอ่อนๆ ละเด้อสาวสาละวนั
เฮามาฟ้อนนากนั ให้เตยี้ ลงต่าๆ เตยี้ ตา่ ๆ เตีย้ ลงตา่ ๆ เกยี้ วให้งามให้เตยี้

ตา่ จาดนิ เตีย้ ลงแล้วลุกขึน้ สาละวนั สาละวนั ลกุ ขนึ้ ลุกขึน้ สาละวนั
ลกุ ขนึ้ แล้วกะฟ้อนอยู่ตรงๆ

มาราวงนากนั เป็ นหมู่ เดินเป็ นคู่สอดสายมาลยั จกั แฟนไผกะซางมางามแท้น้อ
รูปหล่อๆ น้องอยากขอเมือนา ตาดาๆ สิฮักน้องบ่นอ (ซ้า) โอ...โอย...หนา

โอ๋ ..โอย...น้อ โอ...หนา โอ๋หนออ้ายเอย ยามน้องมาเห็นนา้ วงั ใส
คดึ อยากอาบหลายเด บาดเทือมาฮอดแล้ววงั น้าย้านเพนิ่ หมาย เพน่ิ หมายหนา
คดึ อยากเมือนาอ้ายย้านบ่อนน่ังน้ันมแี ต่ขอนเด้
ย้าน บ่อนนอนน้ันมตี ้งั แต่เสี้ยนหาบ่อนเมีย้ นคงี น้องหย้านบ่มี บ่มีหนา

โอหนออ้ายเอย เฮาได้มาลาฟ้อนสาละวนั กนั เป็ นหมู่น่ันแล้ว
เดนิ เป็ นคู่เกยี่ วก้อย สาวซาเลก็ บ่าวซาน้อย มาลอยหน้าต่อไป ต่อไปหนา

สาละวนั เดินหน้า เดินหน้า เดนิ หน้าสาละวนั สาละวนั ถอยหลงั
ถอยหลงั ถอยหลงั สาละวนั (ซ้า) ถอยหลงั แล้วเชิญยมิ้ หวานๆ อ้ายบ่

สงสารสาวหมอลาบ่ บ่ฮักน้องบ้อ บ่ฮักน้องบ่ บ่ฮักน้อง...บ่

สาละวนั ขาเดยี ว ขาเดียว ขาเดียวสาละวนั

สาละวนั แขนเดียว แขนเดียว แขนเดยี วสาละวนั

สาละวนั ขาเดยี ว ขาเดียว ขาเดียวแขนเดียวสาละวนั

แขนเดียวแล้วเชิญยมิ้ หวานๆ อ้ายบ่สงสารสาวหมอลาบ่ บ่ฮักน้องบ้อ
บ่ฮักน้องบ่ บ่ฮักน้อง...บ่
โอ...โอย...หนา

โอ๋ ..โอย...น้อ โอ...หนา โอ๋หนออ้ายเอย พอแต่มาถึงนี้
สาละวนั สิลงก่อนท่านเอย ขอแถมพรบาดท้าย สิลาอ้ายแล้วต่าวลง ต่าวลงหนา
ขอลาลง.......

สาละวนั ลาลง ลาลง ลาลงสาละวนั
สาละวนั ลาลง ลาลง ลาลงสาละวนั
ลา..ลงลาลงสาละวนั ลา..ลงลาลง สา...ละวนั
โอ...โอย...หนา

ฟ้อนโหวด

โหวด เป็ นเครื่องดนตรีประเภทเป่ าชนิดหนึ่ง และถือได้ว่า โหวด
เป็ นสัญลกั ษณ์ประจาจังหวดั ร้อยเอด็ ทาด้วยลกู แคนแต่ไม่มีลนิ้
โดยนาเอากู่แคนจานวนประมาณ 7 ถงึ 12 อนั มาตัดให้ได้ขนาดลดหลน่ั กนั ให้

ปลายท้งั สองข้างเปิ ด ปลายด้านล่างใช้ขสี้ ูดปิ ดให้สนิท
ส่วนปลายบนเปิ ดไว้สาหรับเป็ นรูเป่ า
โดยนาเอาก่แู คนมารวมกนั เข้ากบั แกนไม้ไผ่ทอี่ ยู่ตรงกลาง
จดั ลุกแคนล้อมรอบในลกั ษณะทรงกลม
ตรงหวั โหวดใช้ขีส้ ูดก่อเป็ นรูปกรวยแหลม
เพื่อใช้เป็ นฐานสาหรับจรดฝี ปากด้านล่าง และให้โหวดหมนุ ได้รอบทิศเวลาเป่ า

ฟ้อนโหวด เป็ นชุดการแสดงที่จัดทาขึน้ ใหม่โดยภาควชิ านาฏศิลป์
ไทย โดยวทิ ยาลยั นาฏศิลปร้อยเอด็
ด้วยการนาลกั ษณะของช่างประดษิ ฐ์โหวดมาปรับปรุงเป็ นท่าฟ้อทมี ีความอ่อน
ช้อยสวยงาม
สามารถสะท้อนให้เหน็ ถงึ กรรมวธิ ีการประดษิ ฐ์โหวดได้อย่างชัดเจน
โดยเร่ิมจากการฝ่ ายชายเข้าป่ าไปหาตัดไม้กู่แคน นามาตากแห้ง เลือกตดั
ตกแต่ง ตดิ ขสี้ ูดประกอบเข้ากบั แกนโหวด เทยี บเสียง แกว่งโหวดทดสอบ
แล้วฝ่ ายหญิงออก มาแสดงความร่าเริง สนุกสนาน
ปิ ดท้ายด้วยการทฝ่ี ่ ายชายออกมาเกยี้ วพาราสี หยอกล้อกัน

ฟ้อนโหวด ประกอบไปด้วยท่าจากท่าฟ้อนแม่บทอสี านเช่น
ท่านาคเกล้าเกยี้ ว ท่าอ่นุ มโนราห์ ท่าบัวควา่ บวั หงาย ฯลฯ

ดนตรีบรรเลงด้วยวงโปงลาง ลายเค้าอ่านคอน
ลายอ่านหนังสือน้อย ลายกลอนเขิน ลายพรานเดินดง และลายเมยกนิ โป่ ง
การแต่งกาย

- หญงิ สวมเสื้อไม่มแี ขนสีดา
เบ่ียงผ้าสไบด้วยผ้าจกไทแดงหรือผ้าไหมแพรวาสีแดง

นุ่งซิ่นไทลื้อยาวกรอมเท้า ผมเกล้ามวย ประดบั ดอกไม้และหวเี งินสับมวยผม
สวมเคร่ืองประดับเงิน
- ชาย สวมเสื้อสีแดงแขนต้ังผ่าหน้าติดกระดุม
นุ่งผ้าโจงกระเบนพบั ชายหยกั ร้ังมาด้านหน้า ใช้ผ้าสไบขดิ สีดา
โพกศีรษะและมดั เอว

ฟ้อนหมากกบ๊ั แก้บ-ลาเพลนิ

หมากกบั๊ แก้บ(กรับ) เป็ นเคร่ืองดนตรีประกอบจังหวะของภาค
อสี าน มีด้วยกนั 2 ประเภท คือ
1. กบ๊ั แก้บไม้ส้ัน เป็ นไม้ผวิ เรียบยาวประมาณ 4-6 นิว้
2. กบ๊ั แก้บไม้ยาว เป็ นไม้ผวิ เรียบมีการหยกั ร่องฟันปลา
เพ่ือขดู กันให้เกดิ เสียง

การเล่นหมากกบ๊ั แก้บน้ัน
สามารถเล่นได้ทุกโอกาสท่มี กี ารบรรเลงดนตรีพืน้ บ้าน และผู้เล่นส่วนใหญ่มัก
จะแต่งกายเหมือนชาวอสี านโบราณ คือนุ่งผ้าเตีย่ วมีการสักลวดลายบนร่างกาย
ปัจจุบนั ไม่นิยมการสักจึงมักจะใช้สีเขยี นลวดลายขนึ้ แทน เช่นลายเสือผงาด
ลายหนุมานถวายแหวน ลายนกอนิ ทรี ลายมอม ลายสิงห์ เป็ นต้น

การเล่นหมากกบั๊ แก้บ เป็ นการเล่นท่ไี ม่มรี ูปแบบตายตัว
สุดแท้แต่ใครมคี วามสามารถในการแสดงออกถึงลลี าท่าทางทโ่ี ลดโผนให้เป็ นท่ี
ประทับใจของหญงิ สาวได้มากน้อยเพยี งใด หากเล่นกนั เป็ นคู่มฝี ่ ายรุกฝ่ ายรับ
แล้วเปลยี่ นลลี าสลบั กนั กข็ นึ้ อยู่กบั โอกาสและปฏิภาณของผ้เู ล่น

ลาเพลนิ เป็ นการขับลาอีกประเภทหน่ึงของชาวอีสาน
สันนิษฐานว่าการขับลาเพลนิ มาจากการลาทานองตีกลองนา้ เพราะจังหวะลลี า
ท่วงทานองคล้ายคลงึ กนั มาก

หมอลาเพลิน ถือกาเนิดขึน้ มาในสมยั ใดไม่สามารถระบุหลกั ฐานไ
ด้แน่ชัด
แต่กเ็ ป็ นทานองกลอนลาท่นี ิยมกนั อย่างกว้างขวางท้งั ในภาคอสี านและประเทศ
ลาว ต้ังแต่ พ.ศ.2505 จนถงึ ปัจจุบัน
บางคนกเ็ รียกทานองหมอลาชนิดนีว้ ่าหมอลาแก้วหน้าม้า อันเน่ืองมาจาก
แต่เริ่มเดิมทีน้ันหมอลาเพลนิ นิยมเล่นเรื่อง ?แก้วหน้าม้า? เพยี งอย่างเดยี ว
ในสมยั ต่อมากม็ ีการเล่นเรื่อง ?ขุนช้างขุนแผน? ซึ่งชาวอสี านจะนิยมเรียกว่
า ขุนแผน-ลาวทอง เพราะนิยมเล่นตอนนางลาวทองเขยี นสาสน์ ปัจจุบัน
ลาเพลนิ พฒั นาตนเองไปอย่างรวดเร็ว
จึงนิยมนาเอาวรรณกรรมและนิทานพืน้ บ้านมาใช้เล่นกนั อย่างกว้างขวาง

ความไม่พถิ ีพถิ นั
ของคณะหมอลาและผู้จัดการวงหมอลาในปัจจุบนั
ทาให้ภาพลกั ษณ์ของหมอลาเพลนิ
เกือบจะสูญเสียความเป็ นเอกลกั ษณ์ของท้องถ่ินอสี านเพราะในขณะนีห้ มอลาเ
พลนิ แทบทุกคณะนิยมนาเอาเครื่องดนตรีสากลมาใช้ในการบรรเลงเพลงประก
อบการแสดงแทบจะไม่เหลือความเป็ นขนบด้งั เดมิ ของหมอลา
กลอนลาที่ใช้กไ็ ม่ไม้ถูกต้องตรงกบั เนื้อเรื่อง
มกั จะลาไปเรื่อยๆตามคากลอนของผ้เู ขยี นเพลงจะคดิ ได้

นายชุมเดช เดชภิมล

อาจารย์2 แห่งวทิ ยาลยั นาฏศิลปร้อยเอด็ (**ปัจจุบนั
อยู่ที่วทิ ยาลยั ดรุ ิยางคศิลป์
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม) ได้ผนวกการเล่นหมากกบั๊ แก้บเข้ากบั การเล่นลาเ
พลนิ ของชาวอสี าน
โดยยงั คงลลี าการเล่นหมากกบ๊ั แก้บและการฟ้อนลาเพลนิ ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
ซ่ึงมผี ู้แสดงร่วมท้ังชายและหญิง

จุดเด่นของการฟ้อนหมากก๊บั แก้บ-
ลาเพลนิ อยู่ท่ีจังหวะลลี าท่วงทานองดนตรี ประกอบกบั ท่าฟ้อนของชาวอสี าน
เช่น ท่าถวยแถน ท่าหมาเยย่ี ว ท่าลอยปลากระเดดิ ท่าเสือตะครุบ ท่าดาวน้อย
ท่าลาเพลนิ ท่าบัวหุบ-บัวบาน ท่าส่าย ท่าเนิ้ง ฯลฯ
ดนตรีบรรเลงลายแมงตับเต่า และทานองหมอลาอศั จรรย์ลายลาเพลนิ

การแต่งกาย
- ชาย สวมเสื้อยนั ต์แขนกดุ สีขาวขอบชายเสื้อสีแดง นุ่งผ้าลายโสร่ง
เป็ นโจงกระเบนร้ังสูงถงึ ต้นขา ม้วนปลายผ้าสอดไปด้านหลงั
(เรียกลกั ษณะการนุ่งผ้าเช่นนีว้ ่า การนุ่งแบบเสือลากหาง)
มดั ศีรษะด้วยผ้าขาวม้า และมดั เอวด้วยผ้าขิด
- หญงิ สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มทบั ด้วยสไบขดิ นุ่งผ้าซ่ินมดั หมยี่ าวคลมุ เข่า
ผมเกล้ามวยประดับมวยผมด้วยดอกไม้ และสวมเคร่ืองประดับเงนิ

ประเพณีประจำจงั หวดั ร้อยเอด็

ประเพณีบุญขำ้ วจ่ี ของดีเมืองโพธ์ิชยั

บุญขำ้ วจี่เป็นงำนบุญประจำเทศกำลของชำวอีสำน เป็นกำรทำบุญตำมฮีต 12
(ฮีต หมำยถึง จำรีตประเพณี) ซ่ึงกำหนดทำบุญในวนั ข้ึน 1 ค่ำ เดือน 3
บุญขำ้ วจ่ีน้ี นบั เป็นงำนบุญพิเศษเทียบเทำ่ บุญผะเหวด และบุญกฐิน
และมีควำมเชื่อวำ่ หำกบำ้ นใดไม่ทำบุญขำ้ วจ่ี
อำจทำใหเ้ กิดควำมเดือดร้อนในหมูบ่ ำ้ นได้ ภำยในงำนมีกิจกรรมที่สำคญั คือ
กำรประกวดขำ้ วจ่ียกั ษ์ ประกวดของดีเมืองโพธ์ิชยั อนั ไดแ้ ก่ ผำ้ ไหม หมอนขิต
ผำ้ ขำวมำ้ กำรแสดงฟ้อน เซิ้งกระติบขำ้ ว
สถำนที่จดั งำนบริเวณสนำมหนำ้ ท่ีวำ่ กำรอำเภอโพธ์ิชยั

งำนประเพณีกินขำ้ วปุ้นบุญผะเหวด
เร่ิมจดั ข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2534 และจะจดั เป็นประจำทุกปี ในวนั ที่ 1-2
มีนำคมของทุกปี ณ บริเวณสวนสมเด็จฯ และบึงพลำญชยั บุญผะเหวด

หรือทำงภำคกลำงเรียกวำ่ บุญมหำชำติ นิยมจดั ในช่วงเดือนสี่
เป็นงำนบุญท่ีพระเทศน์มหำเวสสนั ดรชำดก เรียกกำรเทศน์น้ีว่ำ เทศนม์ หำชำติ
มีกำรแห่ขบวนผะเหวด 13 ขบวน ตำมกณั ฑเ์ ทศน์มหำชำติ
จำกอำเภอและหน่วยงำนตำ่ งๆ บริเวณรอบบึงพลำญชยั
ดำ้ นในกจ็ ดั เป็นร้ำนขำ้ วปุ้น (ขนมจีน) ไวค้ อยบริกำรฟรีสำหรับผมู้ ำร่วมงำน

งำนแขง่ ขนั เรือยำวประเพณี
ไดจ้ ดั ข้ึนเป็นประจำทุกปี ในช่วงฤดูน้ำหลำก คือช่วงเทศกำลออกพรรษำ
หรือช่วงประมำณวนั ท่ี 15-31 ตุลำคม ของทุกปี ที่ตำบลเมืองบวั
อำเภอเกษตรวสิ ัย
โดยเรือที่มำร่วมแข่งส่วนหน่ึงกจ็ ะเป็นเรือของจงั หวดั ร้อยเอด็
และอีกส่วนก็เดินทำงมำจำกจงั หวดั ใกลเ้ คียง เช่น กำฬสินธุ์, มหำสำรคำม,
ศรีสะเกษ, และนครรำชสีมำ

ประเพณีแห่เทียนพรรษำ
จดั ข้ึนในวนั อำสำฬหบูชำของทุกปี ณ
บริเวณสวนสมเดจ็ พระศรีนครินทร์โดยขบวนแห่ตน้ เทียนแต่ละวดั ซ่ึงไดร้ ับกำ
รตกแต่งอยำ่ งสวยงำมดว้ ยดอกไมส้ ีสวยสด

และสำวงำมจะเคลื่อนขบวนจำกคุม้ ต่ำงๆ
ผำ่ นตลำดไปยงั บริเวณหนำ้ ศำลำจตรุ มุข
ในบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
เพ่ือร่วมประกวดตน้ เทียนและขบวนแห่ตน้ เทียน
โดยมีกำรรำเซิ้งแบบอีสำนประกอบ

ประเพณีบุญบ้งั ไฟ

มีขบวนแห่บ้งั ไฟซ่ึงจดั อยำ่ งสวยงำม แสดงถึงประเพณีและวฒั นธรรมพ้ืนบำ้ น
โดยเฉพำะที่อำเภอพนมไพร และอำเภอสุวรรณภูมิ
มีขบวนแห่ที่จดั อยำ่ งยงิ่ ใหญ่ ไมแ่ พร้ ะดบั จงั หวดั

ประชำชนภำยในจงั หวดั และจงั หวดั ขำ้ งเคียงไดเ้ ดินทำงมำชมเป็นจำนวนมำก
จดั ตำมอำเภอต่ำงๆ ภำยในจงั หวดั ช่วงเดือนหกถึงเดือนเจด็

ร้ำนอำหำรแนะนำ

ร้ำนขำ้ วตม้ เลิศโอชำ

ร้ำนอำหำรรสชำติดีเยยี มกินเพลินๆชิลๆอร่อยชวนใหล้ องเลยทีเดียว
ท่ีอยู่ : 2/2-3 ถ.บำ้ นท่ำนคร ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอด็ จ.ร้อยเอด็ 45000
โทรศพั ท์ : 0846998068
เปิ ดทุกวนั เวลำ 11:00 น. ถึง 22:30 น.

ตำกระเทย ร้อยเอด็

บรรยำกำศร้ำนจะมีโซนหอ้ งแอร์และที่นง่ั แบบซุม้ ในบรรยำกำศอีสำนใหเ้ ลือก
นง่ั ตำมใจชอบ คอปลำร้ำไม่ผิดหวงั แน่นอน
ที่อยู่ : 492 ม.6 ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอด็ จ.ร้อยเอด็ 45000
โทรศพั ท์ : 043 031 398
เปิ ดทุกวนั เวลำ 10.30 - 21.00 น.

สวนอสี ำนบำ้ นเบน ร้อยเอด็

สวนอีสำนบำ้ นเบน ร้ำนอำหำรบรรยำกำศดี อยไู่ ม่ไกลจำกตวั เมืองร้อยเอด็
มีเมนูอำหำรใหเ้ ลือกหลำกหลำย
ท่ีอยู่ : 281 ม.9 ต.โนนรัง อ.เมืองร้อยเอด็ จ.ร้อยเอด็ 45000
โทรศพั ท์ : 0884858858
เปิ ดทุกวนั เวลำ 10.00 - 22.00 น.

Pankkee Bar & Restaurant ร้อยเอด็

Pankkee Bar & Restaurant ร้ำนอำหำรบรรยำกำศดี
ริมถนนบำยพำส อำหำรอร่อย ดนตรีเพรำะ

ท่ีอยู่ : 256 ถ.บำยพำสวงแหวนรอบใน ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอด็
จ.ร้อยเอด็ 45000
โทรศพั ท์ : 0910606054
เปิ ดทุกวนั เวลำ 17.00 - 24.00 น.

Tara Pub & Restaurant ร้อยเอ็ด

Tara Pub & Restaurant ร้ำนอำหำรไทย-อีสำนฟิ วชนั่ บรรยำกำศดี
อยใู่ จกลำงเมืองร้อยเอด็ ริมบึงพลำญชยั บรรยำกำศรอบๆ
ตกแตง่ เป็นหอ้ งกระจกติดแอร์ มีกำรจดั เป็นโซนตำ่ งระดบั รับลมดำ้ นนอก
พร้อมชมววิ ของบึงพลำญชยั สร้ำงเสน่ห์ใหก้ บั ร้ำนน้ีไดเ้ ป็นอยำ่ งดี:
ท่ีอยู่ : 98/8 ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอด็ จ.ร้อยเอด็ 45000
โทรศพั ท์ : 043512672 , 0876419911
เปิ ดทุกวนั เวลำ 10.00 - 24.00 น.

ร้ำนอำหำร ริมห้วยเหนือ ร้อยเอด็

ร้ำนอำหำร ริมหว้ ยเหนือ เป็นร้ำนอำหำรบรรยำกำศดีแห่งเมืองร้อยเอด็
ดว้ ยพ้นื ที่ภำยในร้ำนที่กวำ้ งขวำง มีโซนทำนอำหำรใหเ้ ลือกนง่ั หลำยโซน

ดว้ ยควำมปลอดโปร่งภำยในร้ำน
เมื่อกำ้ วเขำ้ มำแลว้ จะสมั ผสั ไดถ้ ึงควำมรู้สึกสบำยๆ
เหมำะกบั กำรทำนอำหำรกบั ครอบครัว คนรู้ใจ และกำรฉลองในโอกำสพิเศษๆ
ท้งั ปำร์ต้ีวนั เกิด งำนเล้ียงรับปริญญำและอ่ืนๆ
โซนตรงกลำงร้ำนจดั เป็นมมุ ดนตรีสด มีดนตรีขบั กลอ่ มทุกค่ำคืน
ท่ีอยู่ : ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอด็ จ.ร้อยเอด็ 45000
โทรศพั ท์ : 0800065554 , 043513407 , 0857499199
เปิ ดทุกวนั เวลำ 11.00 - 23.00 น.

สถำนท่ีพกั แรม ที่พกั โรงแรม

• โรงแรมร้อยเอ็ดซิตี ้78 ถนนเพลินจติ โทร. 0-4352-0387 –
400 โทรสาร 0-4352-0401 จานวน 167 ห้อง ราคา 800 –
4,800 บาทv โรงแรมไหมไทย 99 ถนนหายโศรก โทร. 0-4351-
1136 , 0-4351-1038 จานวน 112 ห้อง ราคา 455 – 750
บาท

• โรงแรมเพชรรัชต์ 60-80 ถนนหายโศรก โทร. 0-4351-1937,
0-4351-4058 โทรสาร 0-4351-4078 จานวน 146 ห้อง
ราคา 300 – 600 บาท

• โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น 404 หมู่ 17 ถนนคชพลายกุ ต์ ต.เหนือเมอื ง
อ.เมือง โทร./โทรสาร 0-4351-9000 - 7 จานวน 146 ห้อง ราคา
300–600 บาท

• โรงแรมบรรจง 99-101 ถนนสรุ ิยเดชบารุง โทร. 0-4351-1234,
0-4351-5158 จานวน 30 ห้อง ราคา 120 – 200 บาท

• โรงแรมสายทพิ ย์ 133 ถนนสรุ ิยเดชบารุง โทร. 0-4351-4028,
0-4351-1742 จานวน 66 ห้อง ราคา 280 – 380 บาท

• โรงแรมแคนคา 2-62 ถนนรัฐกิจไคลคลา โทร. 0-4351-1508,0-
4351-4036จานวน 31 ห้อง ราคา 180 – 220 บาท

• โรงแรมแพรทอง 45-47 ถนนเพลินจติ โทร. 0-4351-1127
จานวน 56 ห้อง ราคา 130 – 220 บาท

• บงั กะโล99 102 – 104 ถนสนุ ทรเทพ โทร. 0-4351-1035,
0-4351-3986 จานวน 31 ห้อง ราคา 220 - 320 บาท

• โรงแรมบวั ทอง 40-46 ถนนรัฐกิจไคลคลา โทร. 0-4351-1142
จานวน 36 ห้อง ราคา 120 – 270 บาท

ภำคผนวก

https://sites.google.com/site/52010913888inetg8/prawati-
laea-khwam-pen-ma-khxng-canghwad-rxyxed

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%
B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%
A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AD
%E0%B9%87%E0%B8%94

https://sites.google.com/site/theiywxisan101/02-naeana-
canghwad-rxyxed/c-kar-saedng-phun-ban-thi-pen-
xeklaksn-khxng-rxyxed

https://sites.google.com/site/53011711048inetg8
/canghwad-rxyxed/prapheni

https://www.magic-
ontours.com/content/13104/%E0%B8%A3%E0%B
8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%
B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0
%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%94%E
0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%
E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88
%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%
A2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8
%94


Click to View FlipBook Version