The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supreeya Rakkhao, 2020-10-10 11:01:49

ebookเบาหวาน

ebookเบาหวาน

โรคเบาหวาน
( Diabetes mellitus)

โรคเบาหวาน คือ โรคทเี่ ซลล์ร่างกายมคี วามผดิ ปกติในขบวนการ
เปลีย่ นนา้ ตาลในเลอื ดให้เป็นพลงั งาน โดยขบวนการนี้เกีย่ วขอ้ งกบั
อนิ ซลู นิ ซง่ึ เป็นฮอร์โมนท่ีสรา้ งจากตับออ่ นเพ่ือใช้ควบคมุ ระดบั นา้ ตาล
ในเลอื ด เมือ่ น้าตาลไมไ่ ด้ถกู ใช้จงึ ท้าให้ระดบั นา้ ตาลในเลอื ดสงู ขน้ึ กว่า
ระดับปกติ

ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/hormone/image/insulin_glucose_absorp.jpg

โรคเบาหวาน( Diabetes mellitus)

แบ่งเปน็ 4 ชนดิ คือ

โรคเบาหวานชนดิ ที่ 1 (T1DM)
การท้าลายเบต้าเซลล์ท่ีตับอ่อนจากภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยผ่าน
ขบวนการ cellularmediated พบในคนอายุน้อย รูปร่างไม่อ้วน มีอาการ
ปัสสาวะมาก กระหายน้า ดื่มน้ามาก อ่อนเพลีย อาจจะเกิดขึ้นได้อย่าง
รวดเร็วและรนุ แรง (มักพบในวยั เด็ก)

โรคเบาหวานชนดิ ท่ี 2 (T2DM)
การมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance) พบในคนอายุ 30 ปี
ขึ้นไป รูปร่างท้วมหรืออ้วน าการค่อยเป็นค่อยไป มักมีประวัติใน
ครอบครัว ท่ีความเส่ียงต่อการเกิดโรคเบาหวานพบมากเมื่อ มีอายุสูงข้ึน
มนี ้าหนักตวั เพมิ่ ขึน้ การขาดการออกก้าลังกาย

โรคเบาหวาน( Diabetes mellitus)

แบง่ เป็น 4 ชนิด คือ

โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจ้าเพาะ
โ รคเบา หวานที่เ กิดจาก ความผิด ปกติทา งพันธุกร รม เช่ น
MODY(Maturity-Onset Diabetes of the Young) โรคเบาหวานที่เกิดจาก
โรคของตบั ออ่ น จากความผดิ ปกตขิ อง ต่อมไร้ท่อ ยา การติดเชื้อ ปฏิกิริยา
ภูมิค้มุ กัน หรอื โรคเบาหวานทีพ่ บร่วมกับกลมุ่ อาการต่างๆ ผปู้ ว่ ยจะมีลักษณะ
จา้ เพาะของโรคหรือกลุม่ อาการน้ันๆ

โรคเบาหวานขณะตง้ั ครรภ์ (GDM)
เกดิ จากการที่มีภาวะดือ้ ตอ่ อนิ ซูลินมากขึน้ ในระหว่างตง้ั ครรภ์ ปัจจยั
จาก รก หรือ อน่ื ๆ และตบั ออ่ นของมารดาไมส่ ามารถผลิตอนิ ซลู นิ ให้
เพยี งพอกบั ความตอ้ งการได้ ส้าหรับหญิงต้งั ครรภท์ พี่ บระดับน้าตาลใน
เลือดขณะอดอาหาร 126 มก./ดล.หรือมคี า่ HbA1C 6.5% ในไตรมาสท่ี 1
จะจัดอยใู่ นผู้ปว่ ยที่เป็นโรคเบาหวานอยเู่ ดิมแล้วกอ่ นการตง้ั ครรภ์

การวินจิ ฉัยโรคเบาหวาน

ส้าหรบั ผทู้ ม่ี คี วามเสยี่ งตอ่ เบาหวานมดี งั ตอ่ ไปน้ี

1. น้าตาลอดอาหาร(FPG)อยรู่ ะหว่าง 100–125 mg/dl
2. ค่าน้าตาลหลังจากดื่นน้าตาล 75 กรับท่ี 2 ชม ระหวา่ ง

(OGTT) 140–199 mg/dl
3. ค่าน้าตาลเฉลย่ี (HA1C)ระหว่าง5.7–6.4%

1. สามารถลดโรคแทรกซอ้ น 2. ลดอาการเนอ่ื งจากน้าตาลในเลอื ดสงู
เฉียบพลัน เชน่ ภาวะคโี ตซีส ตามวั น้าหนักลด หวิ บอ่ ย เพลยี ช่องคลอด
( diabetic ketoacidosis),ชอ็ กจาก
น้าตาลในเลือดสูง (hyperosmolar อักเสบ
hyperglycemic nonketotic syndrome)

3. ลดโรคแทรกซ้อนทาง ตา (diabetic 4. ลดปจั จยั เสี่ยงของโรคหลอดเลือดแข็ง
retinopathy)ไต (diabetic nephropathy) เช่นท้าให้ไขมนั ในเลือดใกล้เคียงปกติ
ปลายประสาทอักเสบ (neuropathy)

ตวั ชวี ัดเบาหวาน Clinical Tracer

ตวั ชว้ี ดั เปา้ หมาย(%)
≥60
1. รอ้ ยละการตรวจติดตามกลุม่ สงสัยปว่ ยโรคเบาหวาน ≥40
2. รอ้ ยละของผูป้ ่วยเบาหวานทีค่ วบคมุ ได้ดี (ไมม่ โี รครว่ ม A1C < 7%,
มโี รครว่ ม A1C <8%) ≤1.95
3. อตั ราผ้ปู ่วยเบาหวานรายใหม่จากกลมุ่ เสยี่ งระดบั น้าตาลในเลือด
ตอนเช้าขณะอดอาหารผดิ ปกติ (Impaired Fasting Glucose: IFG) ≥60
4. รอ้ ยละของผปู้ ่วยเบาหวานทไ่ี ดร้ ับการตรวจ LDL และมคี า่ LDL
<100 mg / dL ≥60
5. รอ้ ยละของผปู้ ว่ ยเบาหวานท่มี คี ่าความดนั โลหติ น้อยกวา่ 140/90 ≤2
mmHg

6. รอ้ ยละของการเกิดภาวะแทรกซอ้ นเฉยี บพลันในผปู้ ว่ ยเบาหวาน

7. รอ้ ยละของผ้ปู ่วยเบาหวานรายใหมล่ ดลง ≥5

8. รอ้ ยละของผปู้ ว่ ยเบาหวานที่มภี าวะอ้วน (BMI ≥ 25 kg / 2) ≥10
ลดลงจากปงี บประมาณทีผ่ ่านมา

9. รอ้ ยละของผปู้ ว่ ยเบาหวานที่ไดร้ ับการค้นหาและคดั กรองโรคไต ≥80
เรอ้ื รงั

10. รอ้ ยละของผู้ป่วยเบาหวานทมี่ ี CVD risk ≥ 20% ใน ไตรมาส 1 ≥40
และ 2 และมีผล CVD risk ≤ 20%ในไตรมาส 3 และ 4

11. รอ้ ยละของผ้ปู ว่ ยเบาหวานทเ่ี ปน็ CKD ระยะ 3-4 และชะลอการ ˃50
ลดลงของ eGFR ไดต้ ามเปา้ หมาย

12. รอ้ ยละของผู้ป่วยเบาหวานท่เี ปน็ CKD ระยะ 1-4 และได้รับยา ˃60
ACEI/ARB

หมายเหตุ-ตัวช้วี ัดเหล่านี้สา้ หรบั คลนิ ิกเบาหวานใชเ้ ปน็
แนวทางในการดา้ เนนิ งานก้าหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขใน
ปี พ.ศ. 2563 ตัวชี้วัดและเป้าหมายอาจปรับไดต้ าม
สถานการณ์

1. ผ้ใู หญ่ที่เปน็ โรคเบาหวานในระยะเวลาไมน่ าน ไม่มี
ภาวะแทรกซอ้ นหรอื โรครว่ มอื่น

การควบคุมเขม้ งวดมาก HbA1C <6.5% แตไ่ ม่สามารถท้าได้ในผูป้ ว่ ยสว่ นใหญ่
โดยทัว่ ไปควบคมุ HbA1C < 7.0%

ทมี่ า : แนวทางเวชปฏบิ ัตสิ ้าหรับโรคเบาหวาน 2560

2. ผู้ป่วยท่ีมีภาวะน้าตาลต่้าในเลอื ดบอ่ ย เปา้ หมายระดบั HbA1C
หรือรนุ แรง ผู้ปว่ ยที่มีโรคแทรกซอ้ น ไม่ควรตา้่ กวา่ 7.0%
รนุ แรงหรือมโี รครว่ มหลายโรค

3. ผสู้ งู อายุ (อายุ >65 ปี) ควรพจิ ารณาสุขภาพ
โดยรวมของผปู้ ว่ ยและแบ่งผปู้ ว่ ยเป็น 3 กล่มุ

3.1 ผปู้ ว่ ยสูงอายทุ ี่สุขภาพดี ควบคุมในระดบั เข้มงวด
ไมม่ โี รครว่ ม คอื HbA1C <7.0%

3.2 ผ้ปู ่วยท่สี ามารถชว่ ยเหลอื ตวั เองในการ เป้าหมายการควบคมุ
ด้าเนนิ กจิ วตั รประจา้ วันได้ และมโี รครว่ มที่ตอ้ ง คอื HbA1C 7.0-8.0%

ได้รบั การดูแลรว่ มดว้ ย

3.3 ผ้ปู ว่ ยทต่ี ้องไดร้ ับการ ควบคุมระดบั HbA1C
ชว่ ยเหลอื และดูแลใกลช้ ดิ ในการ 7.0-8.0%

ด้าเนนิ กจิ วัตรประจา้ วัน

3.3.1 ผู้ปว่ ยท่สี ภาพร่างกาย (fraility) ควรหลีกเลี่ยงยาท่ีทา้ ใหเ้ กิด
มีโอกาสทจ่ี ะหกลม้ /เจบ็ ปว่ ยรุนแรง การเบ่ืออาหาร คลนื่ ไส้
อาเจยี น
ระดับ HbA1C สูงไดถ้ ึง 8.5%

3.3.2 ผปู้ ว่ ยท่มี ีภาวะสมองเสอ่ื ม ควรหลีกเลี่ยงยาท่ที ้าใหเ้ กดิ
(dementia) มคี วามเส่ยี งสูงตอ่ การเกิด ภาวะน้าตาลต่า้ ตาลในเลอื ด
ภาวะน้าตาลต่า้ ตาลในเลอื ดขนั้ รนุ แรง

ระดับ HbA1C สงู ไดถ้ ึง 8.5%

วิธกี ารรกั ษาโดยใชย้ าชนดิ ฉดี

หลักการใหย้ า 7 R ตา้ แหน่งท่สี ามารถฉดี ไดแ้ กช่ นั้ ไขมันใต้
ผวิ หนงั บริเวณหนา้ ท้อง (ห่างจากขอบ
1.Right patient คนทจี่ ะรับยาถกู คน สะดอื 1-2นว้ิ ) แขน ต้นขา สะโพก เรยี ง
2.Right Drug ชนดิ ของยาท่จี ะให้ถูกต้อง ตาม บริเวณทีด่ ดู ซมึ ไดด้ ีท่ีสุดไปหานอ้ ย
3.Right Dose ขนาดของยาที่ให้ถกู ต้อง ควรฉีดกอ่ นอาหาร 1/2ชม. ต้าแหนง่ ทดี่ ดู
4.Right Route วธิ กี ารใหถ้ ูกต้อง ซมึ ได้ดีที่สุดคอื บรเิ วณหนา้ ทอ้ งเนื่องจากมี
5.Right Time ให้ยาได้ถูกตอ้ งตามเวลา เลอื ดไปล่อเลย้ี งมากและมีอณุ หภูมิสงู กว่า
6.Right to Refuse บันทกึ และรายงาน บริเวณอนื่ ดงั น้ันจงึ เป็นบรเิ วณท่เี หมาะสม
แพทยเ์ ม่อื ผู้ป่วยปฏิเสธการรับยาอยา่ ง ในการฉดี อินซูลินทีอ่ อกฤทธสฺ์ ้นั และ
ถูกตอ้ ง ตอ้ งการการดดู ซมึ ทีร่ วดเรว็
7.Right documentation เอกสารคา้ สั่งใช้ยา
ถกู ตอ้ ง

ปจั จยั ที่มผี ลตอ่ การดูดซมึ และการออกฤทธข์ิ องอนิ ซลู นิ
1. ต้าแหน่งทฉ่ี ดี ยาดงั กลา่ วข้างต้น
2. อุณหภูมแิ ละการถูนวด ถา้ ให้ความรอ้ นหรอื ถูนวดบริเวณนน้ั หรือออกกา้ ลงั โดยใช้
กลา้ มเนอื้ บริเวณนัน้ ทา้ ให้การดดู ซึมของยาเร็วขน้ึ
3. ความลึกของการฉดี ถา้ ฉดี ยาเข้ากลา้ มเนื้อจะท้าให้การดดู ซมึ ของยาเร็วกวา่ ใต้
ผิวหนัง
4. ความเข็มข้นของอนิ ซลู ิน อินซูลินทเ่ี จอื จางจะดูดซมึ ได้ดกี วา่ อนิ ซูลนิ ทเ่ี ข้มข้น
5. จา้ นวนอินซลู ินท่ฉี ีด การฉดี อินซลู ินจ้านวนมากจะท้าใหย้ าอยู่นานข้นึ

RAPID ACTING

Aspart Lispro

Novorapid Humalog

Glulisine ONSET: 5-15 นาที
Peak: 30-90 นาที
DURATION: 3-5 ช่ัวโมง

Glulisine Apidra Solostar กินอาหารภายใน 5 นาที
Monitor ใน 15 นาท

และ ทุก30 นาที

ท่ีมา: Mahidol University

SHORT ACTING

Regular (RI)

Actrapid HM

Gensulin R

Humulin R กินอาหารภายใน 30 นาที
Monitor ใน 30 นาทีและ
ทุก 1 ชม. จนครบ 2 ชม

ONSET: 30-60 นาที
PEAK: 2-3 ชั่วโมง
DURATION: 5-8 ชั่วโมง
ที่มา: Mahidol University

INTERMEDIATE ACTING

NPH

Gensulin N

Humulin N

กินอาหารภายใน 30 นาที
Monitor ใน 1 ชม.
และทุก1 ชม.
จนครบ 6-10ชม.

Insulatard HM

ONSET: 2-4 ช่ัวโมง
PEAK: 4-10 ช่ัวโมง
DURATION: 10-16 ช่ัวโมง

ท่ีมา: Mahidol University

LONG ACTING
Glargine

Lantus

Lantus solution

ONSET: 2-4 ชั่วโมง
DURATION: 20-24 ช่ัวโมง

Determir
Levemir flexpen

Onset: 2-4 ช่ัวโมง
Peak: 6-14 ชั่วโมง
Duration: 16-20 ช่ัวโมง

ที่มา: Mahidol University

PRE-MIXED ACTING
70% NPH + 30% RI

Monitor ทุก 1 ชม. กินอาหาร ภายใน
จนครบ 6-10 ชม. 30 นาที

Gensulin M 30 Monitor ใน 30
น า ที

Mixtard 30 HM

Humulin 70/30

Onset: 30-60 นาที
Peak: 4-8 ชั่วโมง
Duration: 10-16 ชั่วโมง

ท่ีมา: Mahidol University

การเตรียมฉดี

1.ตรวจสอบความถกู ต้องของยาตามหลกั การใหย้ า 7 R

2. ท้าความเขา้ ใจกับค้าสัง่ การให้ยานัน้ หากมีขอ้ สงสยั ให้
สอบถามกบั พยาบาลหวั หนา้ เวรหรอื แพทย์

4.เตรยี มยาท่ีจะฉีดโดยอา่ นชือ่ ยา ขนาดยาท่ีบรรจใุ น
ขวดยา หนทางให้ยา ตรวจดวู ันที่ยาหมดอายทุ ฉี่ ลากขา้ ง
ขวดใหต้ รงกบั รายละเอียดในใบบันทกึ การให้

3.ล้างมอื

5. คา้ นวณปรมิ าณยาทจี่ ะฉีดให้ถกู ตอ้ ง
6. เตรยี มกระบอกฉีดยาและเขม็ ฉดี ยาให้เหมาะสมกบั จะฉดี เบอร์
เขม็ ฉดี ยาพจิ ารณาจากรูปรา่ งผ้ปู ่วย

7. ตอ่ หัวเขม็ เบอร์ 20 สา้ หรับดูดยาเข้ากระบอกฉีดยา

8. เตรียมยาฉดี ให้ตรงตามขนาดท่ีตอ้ งการ

8.1ถ้ายาฉีดบรรจุอยู่ในขวดแกว้

8.1.1 ใชส้ ้าลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เชด็ จุกยางตรงกลางและบรเิ วณรอบ

8.1.2 ใส่อากาศเขา้ ในกระบอกฉดี ยามากกวา่ ปรมิ าณยาทตี่ อ้ งการนา้ ไปฉดี
เล็กนอ้ ยโดยใช้มอื ขา้ งหนึ่งถือกระบอกฉีดยามอื อกี ขา้ งดงึ ลกู สบู ออก

8.1.3 ใช้มือขา้ งท่ถี นัดถือกระบอกฉดี ยาโดยใชน้ ิว้ ชป้ี ระคองท่ีหวั เขม็
น้ิวทีเ่ หลือจบั อยู่ท่ีกระบอกฉดี ยาระวังไม่ให้น้วิ สัมผสั ด้านในของ
ลูกสบู มอื อีกขา้ งหนึ่งถือขวดยา

8.1.4 ถอื ขวดยาให้อยใู่ นแนวราบโดยหนั ฉลากอยูด่ ้านบน กระบอก
ฉีดยาวางแนบกบั ฝ่ามอื ขา้ งท่ถี ือขวดยาและตรงกับขวดยาแลว้ แทง
เขม็ ผา่ นจกุ ยางตรงกลางเขา้ ไปในขวดใหป้ ลายเขม็ สว่ นปลายตดั ผ่าน
พ้นเขา้ ไปในจกุ ยางเพียงเล็กนอ้ ย

8.1.5 ดนั ปลายลกู สูบเพอ่ื ใหอ้ ากาศในกระบอกฉดี ยาเขา้ ไปในขวด
แกว้ และคงมอื ทีด่ นั ลูกสบู ไวแ้ ล้วยกขวดยาและกระบอกฉดี ขน้ึ ใน
แนวด่ิงสูงระดับสายตาหนั กระบอกฉดี ยาดา้ นทีม่ ีมาตรวัดเขา้ หาผู้
เตรียม

8.1.6 คอ่ ยๆดึงลกู สูบ
เพ่ือให้ยาไหลเข้ามาในกระบอกฉีดทลี ะนอ้ ยขณะเดียวกนั ให้
ขยบั ปลายเขม็ ใหจ้ ุม่ น้ายาภายในขวดตลอดเวลาถา้ มีอากาศ
เขา้ มาในกระบอกฉดี ยาใหด้ ันลกู สบู ใหอ้ ากาศเขา้ ไปในขวด

ถ้ายาไมไ่ หลเข้ากระบอกฉดี และเม่ือดงึ ลูกสบู ออกลูกสบู ถกู ดึงกลบั
ใหถ้ อื ขวดยาและกระบอกฉดี ยาในแนวราบแลว้ ดึงเขม็ และ
กระบอกฉีดยาออกจากขวดยาดงึ ลกู สบู ใหอ้ ากาศเขา้ ไปในกระบอก
ฉีดยาเพม่ิ ขึน้ ท้าซา้ อกี คร้ังโดยขน้ั ตอนแทงเขม็ ผ่านจกุ ยางเข้าไป
ในขวดยาต้องเชด็ จกุ ยางด้วยแอลกอฮอล์ 70%

8.1.7 เม่ือไดย้ าถูกตอ้ งตามปริมาณทตี่ ้องการแล้วให้ถือกระบอกฉีดยา
ในลักษณะเดยี วกับตอนแทงเขม็ ผ่านจกุ ยางเขา้ ไปในขวดในแนวราบมอื
อีกข้างดึงขวดยาออก
8.1.8 ดูดอากาศเขา้ เลก็ น้อยเปล่ยี นเข็มอันใหม่ตามขนาดท่ีจะนา้ ไปฉดี
ให้

8.2ถา้ ยาฉีดบรรจุอยู่ในหลอดแกว้
8.2.1 ขนั้ แรกให้จบั หลอดยาต้งั ข้ึนแล้วใช้นิว้ เคาะปลายหลอดหรือถือ
หลอดยายกขน้ึ สลดั เบา

8.2.2 ใช้ส้าลชี บุ แอลกอฮอล์ 70% เช็ดคอหลอดแก้ว

8.2.3 ยาบางชนิดสามารถหกั หลอดแก้วไดเ้ ลย แต่ถ้าหักไม่ไดใ้ หใ้ ช้
ในเลื่อยท่เี ช็ดดว้ ยแอลกอฮอล์ 70% แลว้ เลือ่ ยรอบคอพลอดแก้ว
แล้วเชด็ รอบคอหลอดแก้วด้วยสา้ ลชี ุบแอลกอฮอล์ 70% อกี ครงั้ หน่ึง
นกั หลอดยาโดยใชส้ ้าลีหรอื ก๊อสปราศจากเชื้อรองทีค่ อหลอดแกว้ แล้ว
พักหลอดแกว้ ไปทางดา้ นท่มี ีส้าลีรองอย่หู ้ามบีบกนั หลอดขณะนกั
หลอดแก้ว

8.2.4 ถอดปลอกเข็มฉีดยาออก แล้วจบั หวั เขม็ หมุนให้
ยดึ แน่นกบั กระบอกฉีดยาใหป้ ลายตดั ท่ปี ลายเขม็ อยู่ดา้ นตรง
ข้ามกับมาตราข้าง

ต้าแหนง่ ในการฉดี อินซูลิน
และการดูแลบรเิ วณทฉี่ ดี

หน้าท้อง การฉีดบริเวณหน้าท้องให้ฉีดห่างจาก
สะดืออย่างน้อย 3 เซนติเมตรหรือประมาณ
ความกว้างของ 2 น้ิวมือ ซ่ึงต้าแหน่งน้ีจะดูดซึม
อนิ ซูลนิ ได้ดีที่สดุ และเจบ็ นอ้ ยทีส่ ดุ

ต้นขา 2 ข้าง ฉีดยาบริเวณต้นขาต้อง ต้นแขน
ระวังความเสี่ยงในการฉีดยาเข้าช้ัน
กล้ามเนื้อเน่ืองจากต้นขามีความหนา ที่มา : https://thainurseclub.blogspot.com
ของผิวหนังน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ
บรเิ วณอืน่ ๆ

สะโพก 2 ข้าง สะโพกจะดูดซึมอินซูลนิ ไดช้ ้า

ผทู้ ีเ่ ปน็ เบาหวานตอ้ งรกั ษาความ
สะอาดของผิวหนังบริเวณท่ฉี ดี ยา
อยา่ งสมา้่ เสมอ ประเมินหากอ้ น
ไขมนั ใตผ้ ิวหนงั (tipohypertrophy)
และ ประเมินภาวะอักเสบตดิ เชอ้ื

การฉดี ยาให้ผู้ปว่ ย

1.นา้ ยาที่เตรียมไว้ ส้าลีชุบแอลกอฮอล์ 70% หรอื นา้ ยาทา้ ลายเชื้อชนิดอืน่ ส้าลี
แห้ง 1 กอ้ นกล่องทิ้งเขม็ ชามรปู ไตหรอื ถงุ ทิง้ ของมาท่ีเตยี งผูป้ ว่ ย

2.สอบถามชอื่ -สกลุ ผู้ปว่ ยและตรวจสอบเลขประจา้ ตวั โรงพยาบาลของผ้ปู ว่ ยทปี่ า้ ยขอ้ มอื หรือ
ตรวจสอบข้อมูลอน่ื เชน่ วันเดือนปเี กิดตามนโยบายของสถาบันใหต้ รงกบั ช่อื ในใบบันทกึ การ
ใหย้ าหรอื บตั รให้ยาโดยถามผู้ปว่ ยว่า “ช่ืออะไรนามสกุลอะไร" หรือดูช่อื จากปา้ ยขอ้ มือกรณที ี่
ผู้ป่วยไม่ร้สู กึ ตัวหรือเป็นผปู้ ว่ ยเด็ก

3.บอกผูป้ ่วยว่าจะฉีดยาบอกชนดิ ของยา เช่น ยาแกป้ วดและส่งิ ทีอ่ าจจะเกิดขึน้ ในขณะฉีด
ยา เช่น อาจปวดเล็กนอ้ ย บอกผลขา้ งเคยี งท่อี าจเกิดขน้ึ เช่น อาจเวียนศีรษะเลก็ นอ้ ย
โดยพิจารณาใหเ้ หมาะสมกบั ผู้ป่วยแตล่ ะคน

4. ใหผ้ ูป้ ว่ ยเลือกตา้ แหนง่ ท่จี ะฉดี ยาบริเวณฉดี ยาตอ้ งไม่มีอาการกดเจ็บแข็งบวมรอย
แผลดนั แสบอกั เสบหรือมรี อยแทงเข็มซ้าหลายครง้ั

การฉดี ยาให้ผปู้ ่วย

5. จัดท่าผปู้ ่วยให้บรเิ วณทจ่ี ะฉดี ยาอยู่ในทา่ ท่ีผอ่ นคลายและอยู่ใน
สภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมถ้าตอ้ งฉีดยาตา้ แหนง่ ท่ีเปิดเผยเชน่ หน้าท้อง
ให้กนั มา่ นกอ่ น

6. ใชม้ ือคล้าหาต้าแหน่งท่จี ะฉดี ยาตามข้อก้าหนดทางกายวภิ าคศาสตร์

7.ลา้ งมือ

8. ใชส้ ้าลชี บุ แอลกอฮอล์ 70% บดิ ให้หมาดเช็ดผวิ หนงั อาดโดยเริม่ ท่ีตา้ แหนง่
แทงเข็มแล้วเช็ดหมุนออกเปน็ วงรอบกว้างประมาณ 3 นิ้วรอให้แห้งสา้ ลแี ห้งอกี
ก้อนหนง่ึ ทเ่ี ตรียมมาให้ใสไ่ ว้ระหวา่ งน้ิวกลางกบั นว้ิ นางของมือขา้ งทไ่ี ม่ถนัด

9. มอื ข้างถนดั ถอื กระบอกฉีดยาถอดปลอกเข็มวางไวใ้ นถาดหรือภาชนะท่ีวาง
กระบอกฉีดยามาไม่ท้ิงปลอกเขม็ ลงในท่ีท้งิ ขยะขา้ งเตยี งหรือวางไว้บนทนี่ อน

การฉดี ยาใหผ้ ูป้ ่วย

10. จับหวั เขม็ หมนุ ให้ยึดแน่นกับกระบอกฉดี ยาให้ปลายตดั ของเข็มอยู่ด้าน
เดยี วกับมาตราขา้ งกระบอกฉีดยา

11. ถือกระบอกฉีดยาในแนวตงั้ ระดับสายตาและหนั สเกลข้างกระบอกฉีดเข้า
หาตัวผฉู้ ีดมืออีกขา้ งหนง่ึ ดงึ ปลายลูกสบู ออกมาเลก็ นอ้ ยจากน้นั จงึ ต้นลูกสูบ
เขา้ ไปชา้ ๆจนกระทงั่ มองเห็นหยดยาทปี่ ลายตดั เข็ม

12. ใช้นิว้ หัวแม่มอื เเละน้วิ ชม้ี ือขา้ งทไี่ ม่ไดถ้ อื กระบอกฉีดยา ยดึ ตา้ แหน่งที่จะ
ฉดี ยา มอื ข้างทถ่ี นดั ถือกระบอกฉีดยาในลักษณะจบั ปากกา

13. แทงเข็มเขา้ ไปเร็ว ๆ ให้เขม็ ทา้ มุม 45-60 องศาหรือ 90 องศา ส้าหรบั
คนทม่ี รี ปู ร่างผอมให้แทงเข็มทา้ มุม 45 องศา

การฉีดยาให้ผู้ปว่ ย

14. เมื่อปลายเขม็ ลกึ ตรงตามท่ตี ้องการแลว้ ดึงลกู สูบกลบั เพ่ือทดสอบการฉดี เข้าหลอดเลือด
หรอื ไมจ่ า้ เป็นตอ้ งดงึ ลกู สูบกลบั เพอื่ ทดสอบการฉดี เขา้ หลอดเลอื ด ใช้น้ิวชท้ี ี่จับกระบอกฉดี ยา
ดันลกู สูบผลกั ยาเข้าไป หรอื มือขา้ งไม่ถนัดยดึ กระบอกฉดี ยาและหัวเขม็ ให้อยู่กบั ท่ี นวิ้ ช้มี ือข้าง
ถนัดดันลูกสูบเพอื่ ฉดี ยาเขา้ ไปชา้ ๆอตั รา ๑ ประมาณ 1 มลิ ลิลิตรตอ่ 10 วนิ าทเี มอ่ื ฉีดยาหมดรอ
ประมาณ 5 วนิ าที

15. ใชม้ อื ขา้ งท่ีไม่ถนัดหยบิ ส้าลีแหง้ วางไว้เหนอื ตา้ แหนง่ แทงเขม็ มือที่จบั กระบอกฉีดยาดึงเข็ม
ฉดี ยาออกเรว็ ๆ ในแนวเดียวกับทีแ่ ทงเขม็ เข้าไป ทันทที ด่ี ึงเข็มออกใหก้ ดสา้ สแี ห้งตรงต้าแหน่ง
ที่แทงเข็มไว้สักครู่ ถ้าพบเลือดออกท่ีต้าแหน่งแทงเข็มให้ใช้ส้าลีกดต่อไปจนกว่าเลือดจะหยุด
หรือใชล้ าสเตอร์ปดิ ไวห้ ้ามคลงึ หรือนวดบรเิ วณทฉ่ี ีดยา

การฉดี ยาใหผ้ ู้ป่วย

16. กรณที ่ีเตรยี มกล่องท้ิงเขม็ ไปดว้ ยใหท้ ้ิงเขม็ ลงในกล่องทิ้งเขม็ อยา่ งระมัดระวงั และถกู วิธี แต่
หากไม่ได้นา้ กลอ่ งทิง้ เข็มไปให้ใชว้ ธิ สี อดเข็มฉดี ยาทีใ่ ช้แลว้ เขา้ ไปในปลอกเขม็ ซึ่งวางอย่ใู นถาดฉีดยา
ด้วยมอื ข้างเดยี ว (One hand technique) ใหป้ ลอกเข็มล็อคสนิทกับเขม็ ก่อนน้าไปทง้ิ ในกลอ่ งทง้ิ เข็ม

17. ช่วยให้ผูป้ ่วยอย่ใู นทา่ ทสี่ ขุ สบายและอยูเ่ ปน็ เพื่อนผปู้ ว่ ยสักครู่สังเกตอาการผิดปกตทิ เี กิดขน้ึ

18. ท้ิงกระบอกฉีดยา ส้าลีใชแ้ ลว้ ในถงั ขยะตดิ เช้ือ

19. ล้างมือหลังทา้ หตั ถการ

20. บนั ทึกการใหย้ าซ่งึ รวมถงึ ชอ่ื ยา ขนาดยา ทางท่ีให้ ต้าแหน่งทฉี่ ีดยา เวลาทใ่ี ห้จริงพรอ้ มกับ
เซ็นช่ือผใู้ ห้ยาลงในแผ่นบนั ทึกการใหย้ าในกรณที ม่ี ีสิง่ ผิดปกติตา่ งๆหรือผู้ปว่ ยให้ข้อมูลถึงอาการท่ี
เกดิ ข้ึนจากการฉีดยาให้บนั ทกึ ในแผ่นบนั ทกึ การพยาบาล

21. บันทกึ การใหย้ าซ่งึ รวมถึงช่อื ยา ขนาดยา ทางท่ีให้ ตา้ แหนง่ ทีฉ่ ีดยา เวลาท่ีใหจ้ รงิ พร้อม
กบั เซน็ ชื่อผูใ้ ห้ยาลงในแผ่นบันทึกการใหย้ าในกรณีท่มี สี ่ิงผิดปกตติ า่ งๆหรือผปู้ ว่ ยใหข้ ้อมูลถงึ
อาการทเ่ี กดิ ขึ้นจากการฉดี ยาให้บนั ทึกในแผ่นบนั ทกึ การพยาบาล

ขอ้ แนะนา้ ในการฉดี ยา

1. ไมค่ วรฉีดซ้าตา้ แหน่งเดมิ ทุกวนั

2. ตา้ แหน่งที่ฉีดใหม่ควรมรี ะยะห่างจากครัง้
หลงั สดุ ประมาณ 1 นิ้ว

3. ไม่ควรใชเ้ ข็มฉดี ยาร่วมกนั เพราะอาจท้าให้ตดิ
เชอ้ื โรคจากผอู้ ืน่ ได้

4. กอ่ นฉดี ยาแตล่ ะครงั้ ควรสงั เกตปรมิ าณของยาที่
เหลืออยู่ ว่าเพียงพอกับท่ตี อ้ งการหรอื ไมถ่ ้าเพียงพอ
สามารถปฏิบัติตามข้ันตอนในการฉดี ตามปกติ หากไม่
เพียงพอทา่ นอาจเปล่ยี นเพ็นฟิลล์ใหม่

ค้าแนะนา้ การเก็บยาฉีดและการพกพาอินซูลนิ

ทม่ี า : https://www.sirivejpharma.com อนิ ซลู ินทยี่ ังไม่เปิดใช้
- ให้เก็บไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิ 2-8

องศาเซลเซียส
- หา ก ไ ม่ มี ตู้ เ ย็ น ส า ม า ร ถ เ ก็ บ

อินซูลินไว้ในกระติกน้าแข็งโดย
เก็บยาไว้ในกล่องกันน้าหรือห่อไว้
ในถงุ พลาสติกก่อนแช่นา้ แขง็
- อินซูลินท่ียังไม่เปิดใช้จะมีอายุ
การใช้งานตามวันหมดอายุทีระบุ
ไว้ข้างกล่องบรรจุภัณฑ์

อนิ ซูลินท่เี ปดิ ใชแ้ ลว้ ทม่ี า : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย 2017
- ให้เก็บท่ีอุณหภูมิไม่เกิน 25-30 องศา ท่ีมา : สมาคมโรคเบาหวานแหง่ ประเทศไทย 2017

เซลเซียส
- ห้ามเกบ็ ยาในรถที่จอดท้งิ ไว้กลางแจ้งหรือ

ในบ้านที่มแี สงอาทิตย์ส่องและอากาศรอ้ น
- กรณีเดินทางโดยเคร่ืองบินโดยสาร ห้าม

เก็บยา / ปากกาในห้องเก็บสัมภาระใต้
เคร่อื งบนิ
- ไม่ควรพกยาฉดี ในกระเป๋ากางเกงหรือติด
กับร่างกาย เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายท่ีสูง
อาจสง่ ผลให้ยาเสอื่ มสภาพโดยท่ัวไป
- อินซูลินท่ีเปิดใช้แล้วจะสามารถใช้ต่อได้
ในเวลา 28 วันนบั จากวนั แรกทเี่ ปิดใชย้ า

ค้าแนะนา้ ในการใช้เข็มและอปุ กรณ์

- ในกรณีที่ใช้กระบอกฉีดอินซูลินขนาดของกระบอกฉีดยาควรสัมพันธ์กับปริมาณ
อนิ ซลู ินที่ใช้เพ่ือเตรียมยาไดอ้ ยา่ งครบถว้ นและจับถนัดสะดวกในการฉีด
- กระบอกฉดี ยาอินซูลนิ ต้องมีเข็มติดมาด้วยและเป็นชนิดท่ีไม่สามารถถอดออกได้
เพื่อป้องกันอินซูลินคา้ งทห่ี วั เขม็ ทา้ ให้ไดร้ ับยาไมค่ รบ
- อธิบายให้ผู้ที่เป็นเบาหวานทราบความแตกต่างของกระบอกฉีดยาขนาดบรรจุ
ความหมายของแต่ละขดี บนกระบอกฉีดยาเพอื่ ใหไ้ ด้ปรมิ าณอินซลู ินทีถ่ ูกตอ้ ง

- ในกรณีที่ใช้ปากกาคู่กับหัวเข็มฉีดอินซูลินปากกากับหลอดอินซูลินต้อง
ใชข้ อง บรษิ ัท เดียวกันในขณะทหี่ ัวเข็มสามารถใช้ได้กับปากกาฉีดอินซูลิน
ทุกชนิดความยาวและขนาดของหัวเข็มจะมีขนาดตั้งแต่ 29-32Gเลขท่ี
สูงขึ้นหมายถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่ีเล็กลงและมีความยาวของเข็มสั้น
ลงโดยท่ัวไปผิวหนังของผู้ใหญ่จะมีความหนาต้ังแต่ 1.9-24 มม. ดังน้ัน
การใช้เข็มที่มีความยาว 4.5 มม. จะยาวเพียงพอท่ีจะบริหารยาเข้าชั้นใต้
ผวิ หนังและป้องกันการฉีดยาเข้าขั้นกล้ามเนื้อ เข็มสั้นใช้ง่ายและเจ็บน้อย
กวา่ การใช้เขม็ ยาว

ค้าแนะนา้ ในการเฝ้าระวงั ปอ้ งกนั และแก้ไข
ปัญหาจากการฉดี อนิ ซลู ิน

1. การจัดการความปวดด้วยการใช้เข็มส้ันเช่นเข็มเบอร์ 31-32G การเปลี่ยนหัวเข็มใหม่ทุก
ครงั้ การปกั เขม็ อยา่ งรวดเรว็ เมอ่ื แอลกอฮอล์ท่ใี ช้ทา้ ความสะอาดผิวหนังแหง้

2. การป้องกันการฉีดเข้าช้ันกล้ามเน้ือเพราะอินซูลินจะดูดซึมเร็วกว่าปกติเพ่ิมโอกาสเกิดภาวะ
น้าตาลในเลือดต้่าซ่ึงป้องกันได้โดยการใช้เข็มยาว 4 หรือ 5 มม. การดึงผิวหนังข้ึนเม่ือใช้เข็ม
ยาวต้ังแต่ 6 มม. ขึ้นไปหรือการฉีดยาที่ 45 องศาทา้ มุมกบั ผวิ หนังบริเวณท่ีจะท้าการฉีด

3. การป้องกันการไหลย้อนของอินซูลินออกทางรูเข็มซึ่งพบได้บ่อยและสัมพันธ์กับปริมาณ
ของอนิ ซลู นิ ที่ใช้ปอ้ งกันได้โดยการคาเข็มไวอ้ ยา่ งน้อย 10 วนิ าทีภายหลังฉีดเสรจ็ หากพบว่ายัง
มอี ินซลู นิ ไหลออกมาจากรูเขม็ ให้คาเขม็ ไว้นานมากขึ้นในการฉีดคร้ังต่อไป

ค้าแนะนา้ ในการเฝ้าระวังป้องกันและแกไ้ ข
ปัญหาจากการฉดี อนิ ซลู นิ

4.การเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดก้อนไขมันใต้ผิวหนังซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง
ของชน้ั ไขมันมลี ักษณะแข็งคล้ายพังผืดเกิดจากการฉีดอินซูลินในบริเวณเดิมเป็น
เวลานานเพราะการฉดี ยาในบรเิ วณนนั้ จะเจ็บน้อยกว่าปกติ แต่ร่างกายจะดูดซึม
อินซูลนิ ลดลงประมาณร้อยละ 25 และอาจมกี ารไหลย้อนของอินซูลนิ จากรเู ขม็
- พยาบาลควรให้ความรู้ / ทบทวนความรู้ถึงสาเหตุของการเกิดผลเสียของการ
ฉีดยาในบริเวณน้ันสอนการประเมินก้อนไขมันใต้ผิวหนังโดยการสังเกตและ
สมั ผสั ดว้ ยการใชน้ ิว้ หวั แม่มือและน้วิ ช้ีจบั ยกผวิ หนังขนึ้ เป็นบริเวณกว้างหากมีก้อน
ไขมันใต้ผิวหนังจะพบก้อนหรือไตแข็งเน้นย้าให้ประเมินผิวหนังทุกคร้ังก่อนที่จะ
ท้าการฉีดอินซูลินหากพบว่ามีก้อนไขมันใต้ผิวหนังเกิดขึ้นไม่ฉีดอินซูลินบริเวณ
นั้นอยา่ งน้อย 1 เดอื น

5. การเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดรอยช้าและเลือดออกจากการฉีดอินซูลิน
เกิดจากการนวดคลึงหรือถูแรง ๆ ในบริเวณท่ีฉีดยาหรืออาจเกิดจากยาหรือ
โรครว่ มทม่ี ีผลต่อการแขง็ ตัวของเลือด
- พยาบาลควรให้ค้าแนะน้า / ทบทวนเทคนิคการฉีดยาการประเมินผิวหนัง
บริเวณทฉ่ี ดี และไม่ฉีดอนิ ซูลนิ ในบริเวณดังกล่าวจนกวา่ รอยช้าหรือรอยแดงจะ
หายไป

เทคนิคการฉีดอินซูลิน

1 ท้าความสะอาดผิวหนังด้วยแอลกอฮอล์โดยเร่ิม
เช็ดจากตรงกลางแล้ววนออกด้านนอกในลักษณะ
วงกลมจากน้ันท้ิงไว้ให้แห้งก่อนทา้ การฉีดอินซูลิน

2 ขัน้ ตอนในการฉดี อินซูลิน
- เข็มยาว 4 หรือ 5 มม. ไมต่ ้องดึงผวิ หนงั ขน้ึ กอ่ นฉีดยา เขม็ ยาว 12.7 มม.
ต้องดงึ ผวิ หนงั ขึ้นกอ่ น
- ผู้ที่มชี ั้นไขมันใตผ้ ิวหนังน้อยหรอื ฉีดยาบรเิ วณต้นแขน / ตน้ ขา ควรดงึ
ผิวหนงั ขึ้นกอ่ นฉดี ยาทกุ คร้งั
- การปักเขม็ โดยทว่ั ไปอยูท่ ่ี 90 องศาท้ามมุ กับผิวหนังบริเวณทฉี่ ีด ยกเว้นการ
ฉดี ยาในเดก็ ผสู้ ูงอายุท่ีเปราะบาง (frait elderly) หรอื ผใู้ หญท่ ม่ี ีภาวะผอมหนงั
หุ้มกระดูก (cachexia) ควรฉีดยาท้ามมุ 45 องศากบั ผิวหนงั

พยาบาลจงึ ควรประเมินหากพบว่าบ่อยครง้ั ทผี่ ปู้ ว่ ยไม่ไดด้ งึ ผิวหนงั ขน้ึ ควร
แนะน้าใหใ้ ชเ้ ขม็ สั้น เมอ่ื ปกั เขม็ แล้วให้ดนั ยาเขา้ ขัน้ ใต้ผวิ หนงั ชา้ ๆและลงน้าหนัก
มือเท่ากนั เมือ่ ฉดี ยาจนสุดแลว้ ให้ค้างไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 10 วนิ าที ก่อนทจี่ ะท้าการ
ถอนเข็มออกจากผวิ หนังตรง ๆ
- ไม่คลึงหรอื นวดบริเวณท่ีฉีดเพราะจะทา้ ใหก้ ารดูดซมึ ยาไวกว่าปกติ

เทคนิคการฉดี อนิ ซูลนิ

2.3 ไม่ควรฉีดอินซูลินผ่านเสื้อผ้าเน่ืองจากจะท้าให้เจ็บมากข้ึนจากการ
หลุดลอกของสารท่ีเคลือบเข็มเพิ่มความเส่ียงต่อการฉีดอินซูลินเข้าชั้น
ผิวหนังโดยเฉพาะเมื่อใช้เข็มยาว4 มม.หรือเส้ือผ้ามีความหนาการฉีดผ่าน
เส้ือผ้าอาจทา้ ให้เข็มบิดงอส่งผลต่อปริมาณอินซูลินท่ีได้รับไม่ครบถ้วนทา้

ให้การควบคุมระดับน้าตาลในเลือดไม่ดี

3 การท้ิงเขม็ และอุปกรณฉ์ ดี ยาอนิ ซูลินเมอ่ื ฉดี อนิ ซลู นิ เสรจ็ แลว้ ให้
สวมปลอกเขม็ อย่างระมดั ระวงั ด้วยวธิ ใี ช้มอื ขา้ งเดยี ว (one hand
technique) ทงิ้ เขม็ ในภาชนะพลาสตกิ แข็งปอ้ งกนั การทะลุและไม่
สามารถเปดิ ออกไดด้ า้ นข้างภาชนะระบวุ ่าเปน็ ขยะตดิ เชื้อเมื่อเขม็ ใกล้
เตม็ ปิดฝาและนา้ ไปฝากท้าลายยังสถานพยาบาลใกลบ้ ้าน

อาการภาวะน้าตาลในเลอื ดต้า่
(Hypoglycemia)

อาการภาวะนา้ ตาลในเลือดตา่้ (Hypoglycemia)
โดยทัว่ ไปมกั เร่ิมมอี าการผดิ ปกตเิ มอ่ื ระดับนา้ ตาลในเลือด
< 60 มก./ดล. และเมอ่ื < 50 มก./ดล. จะเรม่ิ มคี วาม
ผดิ ปกตทิ างระบบประสาทเกิดข้นึ อาการของภาวะนา้ ตาลใน
เลือดต้่าแบ่งออกเป็น 2 กลมุ่ ได้แก่

1. อาการทางระบบประสาทอัตโนมตั ิ (autonomic ท่ีมา: http://th.medicineh.com

symptom) ไดแ้ ก่ มอื ส่นั ใจสัน่ เหงอ่ื ออก หงดุ หงดิ
กระวนกระวาย ออ่ นเพลยี ตาลาย เปน็ ลม

2. อาการทางระบบประสาท (neuroglycopenic
symptom) ได้แก่ ปวดศีรษะ สบั สน พูดผิดปกติ
พฤตกิ รรมเปลีย่ นแปลง การเคลื่อนไหวผดิ ปกติ ชกั
หมดสตแิ ละเสียชวี ติ ได้

โดยทว่ั ไปเมื่อระดับน้าตาลในเลือดลดลงเร็วมักจะเกิดอาการเก่ยี วกับระบบประสาท
อัตโนมตั ิกอ่ น ในขณะที่ถา้ ระดับนา้ ตาลในเลอื ดลดลงอย่างช้า ๆ มกั เกิดอาการทางระบบ
ประสาทบอ่ ย นอกจากนีพ้ บว่าผปู้ ว่ ยท่มี ีภาวะน้าตาลในเลอื ดตา่้ ไมจ่ า้ เปน็ ตอ้ งมอี าการครบทั้ง
2 แบบ บางรายอาจมีเพียงอาการทางระบบประสาทเพียงอย่างเดยี วกไ็ ด้
ผศ.พญ.รพพี ร โรจนแ์ สงเรือง แพทย์เวชศาสตรฉ์ ุกเฉนิ

การรกั ษาภาวะนา้ ตาลในเลอื ดตา้่
(Hypoglycemia)

อาการไม่มาก ตรวจน้าตาลปลายน้ิว
ได้แก่ ใจส่นั หิว เหงอ่ื แตก หากไมม่ เี ครอื่ งตรวจ ให้ปฏบิ ัตติ าม

ข้นั ตอน ดงั นี้

กินลกู อมแบบมนี า้ ตาล 3เม็ด
หรอื นา้ ส้มคั้น/น้าอัดลม 180 cc/
น้าผ้ึง3ช้อนชา/ไอศกรมี 2กอ้ น/กล้วย1ผล

หากอาการไมด่ ขี ้นึ หากอาการดขี นึ้
หรือตรวจน้าตาลได้ นอ้ ยกวา่ 70 ให้รับประทานขนมปัง1แผน่ /นมสด
มก./ดล. ให้กินแบบข้างต้นซ้า
240 cc/ขา้ วต้มครง่ึ ถ้วย

การรักษาภาวะนา้ ตาลในเลอื ดต้่า
(Hypoglycemia)

อาการมาก จดั ทา่ ศรี ษะให้ตะแคง ผู้ชว่ ยเหลือเอา
ชว่ ยเหลือตนเองไมไ่ ด้ มอื ประคองคางสองข้างยกดนั ขน้ึ เพอื่

ไม่รสู้ กึ ตวั ไมใ่ หล้ ้นิ อุดทางเดนิ หายใจ

ให้ญาตเิ อาน้าหวาน น้าผง้ึ หรอื น้าเช่อื มเข้มขน้
ปา้ ยกระพงุ้ แกม้ หา้ มปอ้ น กรอกนา้ หรืออาหาร

เวลาผ้ปู ่วยไมร่ ตู้ วั จากนน้ั จงึ โทร 1669
เรยี กรถฉกุ เฉิน

แจง้ แพทยท์ ีร่ ักษาเบาหวาน
เพือ่ ให้ค้าแนะนา้ หรอื ปรับยา

ช่องทางการหาข้อมูลเพมิ่ เตมิ
Facebook : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ
เว็บไซต์สมาคมโรคเบาหวานแหง่ ประเทศไทย : www.dmthai.org

ตวั อยา่ งการฉีดอนิ ซลู นิ (Regular หรือ Short-Acting insulin)
ท่เี จอไดจ้ รงิ บนหอผู้ป่วย ชนิดออกฤทธิ์ปกติ เรมิ่ ออกฤทธิ์หลังฉีด
เขา้ ร่างกายประมาณ 30 นาที ตวั ยาออก
Regular insulin ฤทธ์สิ ูงสุดระหว่าง 2.5-5 ชัว่ โมง และ
Doctor order sheet ออกฤทธิ์ต่อเน่อื ง 4-8 ชัว่ โมง
Order for continue
DTX premeal ทุก (7,15) ใบบนั ทกึ คาส่งั การรกั ษา
RI Scale
DTX 200-250 mg/dl RI 2 unit sc ค้าส่ังทีม่ ีผลใชไ้ ดตลอดไป จนกระท่งั จะมคี า้ สง่ั
DTX 250-300 mg/dl RI 4 unit sc บอกเลิก (off)
DTX 301-350 mg/dl RI 6 unit sc
DTX 351-400 mg/dl RI 8 unit sc Dextrostix คอื วิธกี ารทดสอบหาคา่ ปริมาณ
DTX มากกวา่ 400 mg/dl Notify น้าตาลในกระแสเลือดโดยใชเ้ ลอื ดเพยี ง 1

หยดเปน็ ตัวทดสอบกบั เครอ่ื งวัด
เพ่ือประเมินระดับน้าตาลในเลอื ด

กอ่ นอาหาร เฝ้าระวงั ภาวะ
hypo/hyperglycemia

Mixtard
Doctor order sheet
Order for continue
Mixtard Scale
10-0-14 unit sc

เช้า เยน็
เทยี่ ง

Rapid – Acting insulin

*ยกตวั อยา่ งเชน่ เวลา 07.oo น ผ้ปู ่วยฉดี Rapid – Acting insulin กอ่ นอาหาร

เวลา 07.oo-07.30 น. เปน็ ระยะเวลาทย่ี าเรมิ่ ออกฤทธ์ิ
(ควรรบั ประทานอาหารหลงั ฉีดยาทันที 15-30 นาที)
เวลา 07.30-09.00 น. ระยะเวลาที่ยาออกฤทธ์ิสงู สุด
(เฝ้าระวังอาการระดบั นา้ ตาลในเลือดตา้่ )
เวลา 09.00-11.30 น. ระยะเวลาในการออกฤทธขิ์ องยาทงั้ หมด
(ระยะน้เี ป็นระยะปลอดภยั )

Short – Acting insulin

*ยกตวั อย่างเชน่ เวลา 07.oo น ผู้ป่วยฉดี Short – Acting insulin กอ่ นอาหาร

เวลา 07.oo-08.00 น. ระยะเวลาท่ยี าเร่มิ ออกฤทธ์ิ
(ควรรับประทานอาหารหลังฉีดยาทนั ที 15-30 นาที)
เวลา 08.oo-10.00 น. ระยะเวลาท่ียาออกฤทธิ์สูงสดุ
เฝ้าระวงั อาการระดับนา้ ตาลในเลอื ดตา้่ (hypoglycemia)
เวลา 10.oo-15.00 น. ระยะเวลาในการออกฤทธิข์ องยาทั้งหมด
ระยะนี้เป็นระยะปลอดภยั

Intermediate – Acting insulin

*ยกตวั อยา่ งเชน่ เวลา 07.oo น ผ้ปู ว่ ยฉดี Intermediate – Acting insulin

เวลา 07.oo-11.00 น. ระยะเวลาทย่ี าเรมิ่ ออกฤทธ์ิ
(ควรรับประทานอาหารหลังฉดี ยาทันที 15-30 นาที)
เวลา 11.oo-17.00 น. ระยะเวลาที่ยาออกฤทธิส์ งู สดุ
เฝา้ ระวงั อาการระดับนา้ ตาลในเลือดต้่า (hypoglycemia)
เวลา 17.oo-01.00 น. ระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของยาทั้งหมด
ระยะน้เี ป็นระยะปลอดภัย

Long Acting insulin

*ยกตวั อยา่ งเชน่ เวลา 16.oo น
ผปู้ ว่ ยฉดี Long Acting insulin ก่อนนอน

เวลา 16.oo-18.00 น. ระยะเวลาท่ยี าเรมิ่ ออกฤทธิ์
ระยะนี้เปน็ ระยะปลอดภยั
เวลา 18.oo-14.00 น. ของอีกวนั ระยะเวลาท่ยี าออกฤทธิ์สมา้่ เสมอ
เฝ้าระวงั อาการระดับน้าตาลในเลือดต่้า (hypoglycemia)

Premixed insulin

Asp 30 / Pro Asp 70
Lis 25 / Pro Lis 75
*ยกตวั อยา่ งเชน่ เวลา 07.oo น ผ้ปู ว่ ยฉดี Asp 30 / Pro Asp 70
Lis 25 / Pro Lis 75 ก่อนอาหาร

เวลา 07.oo-07.30 น. ระยะเวลาท่ียาเรม่ิ ออกฤทธ์ิ
(ควรรบั ประทานอาหารหลังฉดี ยาทันที 15-30 นาที)
เวลา 08.3o-11.00 น. ของอีกวัน ระยะเวลาที่ยาออกฤทธิ์สูงสดุ
เฝ้าระวังอาการระดับน้าตาลในเลอื ดต่า้ (hypoglycemia)

Premixed insulin

NPH70/R/30
*ยกตวั อยา่ งเชน่ เวลา 07.oo น ผปู้ ่วยฉดี NPH70/R/30 ก่อนอาหาร

เวลา 07.oo-08.00 น. ระยะเวลาท่ียาเร่มิ ออกฤทธ์ิ
(ควรรบั ประทานอาหารหลังฉดี ยาทนั ที 15-30 นาท)ี
เวลา 08.oo-11.00 น. ของอีกวนั ระยะเวลาทย่ี าออกฤทธส์ิ งู สุด
เฝ้าระวังอาการระดับน้าตาลในเลือดต่้า (hypoglycemia)


Click to View FlipBook Version