The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติการศึกษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 114 ปวริศา, 2020-11-12 04:14:51

114_ปวริศาเเละ225_เจรพิญ

ประวัติการศึกษาไทย

ประวตั ิการศึกษาของไทย

คาํ นํา

หนังสอื อเิ ล็คทรอนคิ ฉบบั นจี2 ัดทําขน2ึ เพอื: ทํารายงานวชิ า
ED113 ปรัชญาการศกึ ษาและพัฒนาวชิ าชพี ครู และเพอ:ื
ศกึ ษาเกย:ี วกบั โครงสรา้ งการศกึ ษาและความเป็ นมาของ
การศกึ ษาไทยตงั2 แตส่ มยั สมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
(รัชกาลท:ี 5)จนถงึ ปัจจบุ นั และศกึ ษาเกยี: วกบั การ
เปลย:ี นแปลงทางการศกึ ษาตงั2 แตส่ มยั ชว่ งรัชกาลที: 5

คณะผจู ้ ัดทํา
ปวรศิ า บญุ เงนิ และ เจรพญิ จริ ะชวี นันท์

ประวตั ศิ าสตรก์ ารศกึ ษาของไทย

การศกึ ษาของไทยสมยั ปฏริ ปู การศกึ ษา
มงุ่ ใหค้ นเขา้ รับราชการและมคี วามรทู ้ ดั เทยี มฝรEังแตไ่ มใ่ ชฝ่ รEัง

แบง่ ออกเป็ น 3 ชว่ ง ดงั นีH
2.1 การศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

หลงั จากทพEี ระองคไ์ ดค้ รองราชยแ์ ลว้ กไ็ ดท้ รงปรับปรงุ ประเทศให ้
เจรญิ รงุ่ เรอื งในทกุ ๆ ดา้ น ทงัH ในดา้ นการปกครอง การศาล การคมนาคมและ
สาธารณสขุ เป็ นตน้ โดยเฉพาะดา้ นการศกึ ษานันH พระองคไ์ ดท้ รงตระหนัก เพอEื
ปรับปรงุ คนในประเทศใหม้ คี วามรคู ้ วามสามารถจะชว่ ยให ้ประเทศชาตมิ คี วาม
เจรญิ กา้ วหนา้ ในทกุ ๆ ดา้ น ดงั พระราชดํารัสทวEี า่ “ วชิ าหนังสอื เป็ นวชิ าทนEี ่านับ
ถอื และเป็ นทนEี ่าสรรเสรญิ มาแตโ่ บราณวา่ เป็ นวชิ าอยา่ งประเสรฐิ ซงึE ผยู ้ งEิ ใหญ่
นับแต่ พระมหากษัตรยิ เ์ ป็ นตน้ มา ตลอดจนราษฎรพลเมอื งสมควรและจําเป็ น

จะตอ้ งรเู ้ พราะเป็ นวชิ าทอีE าจทําใหก้ ารทงัH ปวงสําเร็จในทกุ สงEิ ทกุ อยา่ ง การทีE
พระองคท์ รงเห็นความสําคญั ของการศกึ ษา จงึ ไดม้ กี ารจัดการศกึ ษาอยา่ งมี
ระเบยี บแบบแผน (Formal education) มโี ครงการศกึ ษาชาติ มโี รงเรยี น
เกดิ ขนHึ ในวงั และในวดั มกี ารกําหนดวชิ าทเี รยี น มกี ารเรยี นการสอบไล่ และมี
ทนุ เลา่ เรยี นหลวงใหไ้ ปศกึ ษาวชิ า ณ ตา่ งประเทศ ซงEึ ปัจจัยทมEี ผี ลในการ
ปฏริ ปู การศกึ ษาในครังH นมีH หี ลายปัจจัย เชน่

(1) แนวคดิ และวทิ ยาการตา่ งๆ ของชาตติ ะวนั ตก ซงึE คณะมชิ ชนั มารไี ดน้ ํา
วทิ ยาการเขา้ มาเผยแพรใ่ นดา้ นการแพทย์ การพมิ พห์ นังสอื และระบบโรงเรยี น
ของพวกสอนศาสนา ตงัH แตส่ มยั พระบาทสมเด็จพระนัEงเกลา้ เจา้ อยหู่ วั และ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั สบื เนอEื งมาถงึ ในสมยั นHี เป็ นเหตใุ ห ้
ไทยตอ้ งรับและปรับปรงุ แนวคดิ ในการจัดการศกึ ษาขนึH เพอืE ประโยชนใ์ นการ
พัฒนาประเทศ

(2) ภยั จากการคมุ คามของประเทศมหาอํานาจในตน้ ครสิ ตศ์ ตวรรษทEี 19
หรอื ปลายพทุ ธศตวรรษทEี 24 ลทั ธจิ ักรพรรดนิ ยิ มกําลงั แผข่ ยายมายงั ประเทศ
ตา่ งๆ ในเอเชยี ซงึE ประเทศเพอืE นบา้ น เชน่ พมา่ ญวน เขมรและมลายเู ป็ นตน้
ตา่ งตกอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของประเทศมหาอํานาจ สว่ นประเทศไทยมี
จดุ ออ่ นทงัH ในเรอืE งความลา้ หลงั ระบบการปกครองและการกําหนดเขตแดนทีE
ชดั เจนพระองคจ์ งึ ทรงหว่ งใยบา้ นเมอื ง จงึ ดําเนนิ นโยบายตา่ งประเทศแบบ
ประณีประนอมและเรง่ ปรับปรงุ ประเทศ โดยเนน้ การ ศกึ ษาของชาติ

(3) ความตอ้ งการบคุ คลทมีE คี วามรคู ้ วามสามารถ เขา้ มารับราชการ
เนอEื งจากพระองคท์ รงปรับปรงุ และขยายงานในสว่ นราชการตา่ งๆ จงึ
จําเป็ นตอ้ งจัดตงัH โรงเรยี นเพอืE สอนคนใหเ้ ขา้ มารับราชการ

(4) โครงสรา้ งของสงั คมไทยไดม้ กี ารเปลยEี นแปลง โดยมกี ารเลกิ ทาส
และมกี ารตดิ ตอ่ กบั ตา่ งประเทศมากขนHึ วฒั นธรรมแบบอยา่ งตะวนั ตกได ้
แพรห่ ลายจงึ จําเป็ นตอ้ งการปรับปรงุ การศกึ ษา เพอEื ใหป้ ระชาชนไดร้ ับ
การศกึ ษาเพมิE ขนึH

(5) การทพEี ระองคไ์ ดเ้ สด็จตา่ งประเทศทงัH ในเอเชยี และยโุ รป ทําใหไ้ ด ้
แนวความคดิ เพอEื นํามาปฏริ ปู การศกึ ษาและใชเ้ ป็ นแนวทางพัฒนาบา้ นเมอื ง
2.2 การศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั

1. ปัจจัยทมEี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษา มดี งั นHี

(1) พระบรมราชโชบายในการปกครองประเทศ เพอืE ใหป้ ระเทศมคี วาม
เจรญิ กา้ วหนา้ ทดั เทยี มกบั นานาประเทศ โดยการสง่ ทหารไปรว่ มกบั ฝ่ าย
สมั พันธมติ รในสงครามโลกครังH ทีE 1 นอกจากนพHี ระองคท์ รงสรา้ งความรสู ้ กึ
ชาตนิ ยิ มในหมปู่ ระชาชนชาวไทยโดยมสี าระสําคญั ของอดุ มการณช์ าตนิ ยิ ม
คอื ความรักชาติ ความจงรักภกั ดตี อ่ พระมหากษัตรยิ แ์ ละความยดึ มนEั ในพทุ ธ
ศาสนา

(2) พระองคท์ รงศกึ ษาวชิ าการจากตา่ งประเทศ และเมอEื เสด็จกลบั มาแลว้
พระองคไ์ ดท้ รงนําเอาแบบอยา่ งและวธิ กี ารทเEี ป็ นประโยชนม์ าใชเ้ ป็ นหลกั ใน
การปรับปรงุ การศกึ ษา เชน่ ทรงนําเอาแบบอยา่ งและวธิ กี ารทเีE ป็ นประโยชนม์ า
ใชเ้ ป็ นหลกั ในการปรับปรงุ การศกึ ษา เชน่ ทรงนําเอาวชิ าลกู เสอื จากประเทศ
องั กฤษเขา้ มาจัดตงัH กองเสอื ป่ า พระองคท์ รงเป็ นนักปราชญโ์ ดย ทรงแปล
วรรณคดตี า่ งประเทศเป็ นภาษาไทยและทรงนพิ นธว์ รรณคดไี วห้ ลายเรอืE ง

(3) ผลอนั เนอืE งจากการจัดการศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เมอEื คนสว่ นมากทไีE ดร้ ับการศกึ ษา มคี วามรแู ้ ละแนวคดิ

เกยีE วกบั การปกครองประเทศในระบอบรัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภา จงึ มคี วาม
ปรารถนาจะเปลยEี นแปลงการปกครองไปเป็ นระบอบประชาธปิ ไตย และปัญหา
อนั เกดิ จากคนลน้ งานและคนละทงHิ อาชพี และถนิE ฐานเดมิ มงุ่ ทจEี ะหนั เขา้ สู่
อาชพี ราชการมากเกนิ ไป

2. ววิ ฒั นาการในการจัดการศกึ ษา มดี งั นHี ปี พ.ศ. 2453 ประกาศตงัH โรงเรยี น
ขา้ ราชการพลเรอื นเพอืE ฝึกคนเขา้ รับราชการตามกระทรวง ทบวง กรมตา่ ง ๆ
และตอ่ มาปี พ.ศ. 2459 ไดป้ ระกาศยกฐานะโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื นนHี ขนึH
เป็ นจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั นับเป็ นมหาวทิ ยาลยั แหง่ แรกของประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2454 ตงัH กองลกู เสอื หรอื เสอื ป่ าขนHึ เป็ นครังH แรกโครงการศกึ ษา พ.ศ.
2456 และฉบบั แกไ้ ข พ.ศ. 2458 โดยมงุ่ ใหป้ ระชาชนมคี วามรทู ้ างดา้ นการทํา
มาหาเลยHี งชพี ตามอตั ภาพของตน พยายามทจEี ะเปลยEี นคา่ นยิ มของประชาชน

ไมใ่ หม้ งุ่ ทจEี ะเขา้ รับราชการอยา่ งเดยี ว



ปี พ.ศ. 2459 จัดตงัH กองลกู เสอื หญงิ และอนุกาชาดโรงเรยี นกลุ สตรวี งั หลงั
และไดจ้ ัดตงัH กองลกู เสอื หญงิ ขนHึ เรยี กวา่ เนตรนารี ปี พ.ศ. 2461 มกี าร
ปรับปรงุ และขยายฝึกหดั ครขู นึH โดยโอนกลบั มาขนึH กบั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ซงEึ
เดมิ เป็ นแผนกหนงEึ ของโรงเรยี น

ขา้ ราชการพลเรอื น ปี พ.ศ. 2461 ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัตโิ รงเรยี นราษฎร์
และ ปี พ.ศ. 2464 ปรับปรงุ โครงการศกึ ษาชาติ โดยวางโครงการศกึ ษาขนHึ ใหม่
เพอืE สง่ เสรมิ ใหท้ ํามาหาเลยHี งชพี นอกเหนอื จากทําราชการ ปี พ.ศ. 2464 ใช ้
พระราชบญั ญัตปิ ระถมศกึ ษาบงั คบั ใหเ้ ด็กทกุ คนทมEี อี ายุ 7 ปี บรบิ รู ณห์ รอื ยา่ ง
เขา้ ปีทEี 8 ใหเ้ รยี นอยใู่ นโรงเรยี นจนถงึ อายุ 14 ปีบรบิ รู ณห์ รอื ยา่ งเขา้ ปีทEี 15
โดยไมต่ อ้ งเสยี คา่ เลา่ เรยี น และมกี ารเรยี กเกบ็ เงนิ ศกึ ษาพลจี ากประชาชนคน
ละ 1- 3 บาทเพอืE นําไปใชจ้ า่ ยในการจัดดําเนนิ การประถมศกึ ษา

2.3 การจัดการศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

1. ปัจจัยทมEี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษาในสมยั นมีH ดี งั นHี
(1) ปัญหาการเมอื งทเีE กดิ ขนึH ภายในประเทศ มกี ลมุ่ ผตู ้ นืE ตวั ทางการเมอื ง

ในกรงุ เทพมหานคร เรยี กรอ้ งใหม้ กี ารเปลยีE นแปลงทางเศรษฐกจิ สงั คม และ
การเมอื ง มกี ารวพิ ากษ์วจิ ารณร์ ะบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าช

(2) ปัญหาสบื เนอืE งจากอทิ ธพิ ลจักรวรรดนิ ยิ มตะวนั ตก ซงEึ ตกคา้ งมาตงัH แต่
รัชกาลกอ่ น ๆ

(3) ปัญหาสบื เนอEื งจากภาวะเศรษฐกจิ ตกตําE ในระหวา่ ง พ.ศ.2463 - พ.ศ.
2474 เศรษฐกจิ ของประเทศตกตําE จนเป็ นเหตใุ หร้ ัฐบาลตอ้ งตดั ทอนรายจา่ ย

ลง มกี ารยบุ หน่วยงานและปลดขา้ ราชการออก สรา้ งความไมพ่ อใจใหก้ บั
รัฐบาลระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์

(4) ปัญหาสบื เนอEื งจากการประกาศใชก้ ฎหมายการศกึ ษา คอื
พระราชบญั ญัตปิ ระถมศกึ ษา ทําใหก้ ารศกึ ษาแพรห่ ลายออกไป แตข่ าดความ
พรอ้ มทางดา้ นงบประมาณการศกึ ษา

2. ววิ ฒั นาการการจัดการศกึ ษาในสมยั นHี มดี งั นีH
(1) ปี พ.ศ. 2469 เปลยีE นชอืE กระทรวงธรรมการอยา่ งเดมิ
(2) ปี พ.ศ. 2473 ยกเลกิ การเกบ็ เงนิ ศกึ ษาพลคี นละ 1 - 3บาท จากผชู ้ าย

ทกุ คนทมีE อี ายรุ ะหวา่ ง 16 - 60 ปี โดยใชเ้ งนิ จากกระทรวงพระคลงั มหาสมบตั ิ
อดุ หนุนการศกึ ษาแทน

(3) ปี พ.ศ. 2474 ปรับปรงุ กระทรวงธรรมการเพอืE ใหส้ อดคลอ้ งกบั ภาวะ
เศรษฐกจิ ตกตําE ของประเทศ โดยยบุ กรมสามญั ศกึ ษาในตอนนันH กระทรวง
ธรรมการจงึ มหี น่วยงานเพยี ง 3 หน่วยคอื กองบญั ชาการ กองตรวจการศกึ ษา
กรงุ เทพ ฯ และกองสขุ าภบิ าลโรงเรยี น

(4) ยกเลกิ ระเบยี บวา่ ดว้ ยการควบคมุ แบบเรยี น

การศกึ ษาของไทยสมยั การปกครองระบอบรัฐธรรมนูญระยะแรก
1.ปัจจัย ของไทยทมีE อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษา

(1) นโยบายการจัดการศกึ ษาของคณะราษฎร์ ประเทศไทยได ้
เปลยีE นแปลงการปกครองจากระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชยม์ าเป็ นระบอบ
ประชาธปิ ไตยเมอEื วนั ทีE 24 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรซ์ งEึ เป็ นกลมุ่ บคุ คล
ทรEี วมตวั กนั เปลยEี นแปลงการปกครอง ไดว้ างเป้าหมายสําคญั หรอื อดุ มการณ์
ของคณะราษฎร์ มปี รากฏอยใู่ นหลกั 6 ประการ ขอ้ ทีE 6 จะตอ้ งใหก้ ารศกึ ษา
อยา่ งเต็มทแEี กร่ าษฎร เพราะคณะราษฎรม์ คี วามเห็นวา่ การทจีE ะใหป้ ระชาชนมี
ความรคู ้ วามเขา้ ใจเรอEื งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย จําเป็ นตอ้ งจัด
การศกึ ษาใหก้ บั ประชาชนอยา่ งทวัE ถงึ เมอืE ประชาชนมกี ารศกึ ษาดยี อ่ มจะทํา
ใหป้ ระเทศชาตเิ จรญิ ขนHึ ดว้ ย ดงั จะเห็นไดจ้ ากคําแถลงนโยบายของรัฐบาล
พระยามโนปกรณน์ ติ ธิ าดา พ.ศ. 2475 กลา่ วไวว้ า่ การจัดการศกึ ษาเพอืE จะให ้
พลเมอื งไดม้ กี ารศกึ ษาโดยแพรห่ ลาย กจ็ ะตอ้ งอนุโลมตามระเบยี บการ
ปกครองทใีE หเ้ ขา้ ลกั ษณะเกยEี วกบั แผนเศรษฐกจิ แหง่ ชาติ หลกั สตู รของ
โรงเรยี นและมหาวทิ ยาลยั จะตอ้ งขยายใหส้ งู ขนึH เทา่ เทยี มอารยประเทศ ใน

การนจHี ะตอ้ งเทยี บหลกั สตู รของนานาประเทศ หลกั สตู รใดสงู ถอื ตามหลกั สตู ร
นันH ” รัฐบาลชดุ ตอ่ ๆ มากไ็ ดพ้ ยายามทจEี ะไดจ้ ัดการศกึ ษาใหท้ วEั ถงึ ในหมู่
ประชาชนทวEั ไป ถา้ วเิ คราะหด์ จู ากคําแถลงนโยบายของรัฐบาลพบวา่ ไดต้ งัH
ความหวงั เรอืE งการศกึ ษาไวส้ งู เกนิ ไปจะใหเ้ ทา่ เทยี มอารยประเทศ ซงึE
สภาวการณใ์ นประเทศขณะนันH ยงั ไมม่ คี วามพรอ้ ม โดยเฉพาะดา้ นเศรษฐกจิ
ซงEึ เป็ นปัญหาใหญข่ องประเทศในขณะนันH เป็ นผลใหเ้ กดิ ปัญหาในการจัด
การศกึ ษานับแตน่ ันH เป็ นตน้ มา

(2) การเกดิ สงครามโลกครังH ทสEี อง พ.ศ. 2484 - พ.ศ. 2488 ประเทศไทย
ตกอยใู่ นภาวะสงครามโลกครังH ทสEี อง ซงEึ มผี ลกระทบกระเทอื นตอ่ ประเทศไทย
อยา่ งรนุ แรงทงัH ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คมและการศกึ ษา หลงั สงครามโลกครังH ทEี
สอง ประเทศไทยไดร้ ับความเสยี หาย อนั สบื เนอืE งมาจากสงครามโลกครังH ทีE
สอง จงึ จําเป็ นตอ้ งกเู ้ งนิ จากธนาคารโลกเพอEื นํามาใชใ้ นการพัฒนาประเทศ
และประเทศไทยสมคั รเป็ นสมาชกิ องคก์ ารศกึ ษาวทิ ยาศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม
แหง่ สหประชาชาติ ทําใหป้ ระเทศไทยไดร้ ับความชว่ ยเหลอื ในดา้ นตา่ งๆ
ตลอดจนแนวคดิ ใหม่ ๆมาใชใ้ นการพัฒนาประเทศ ทําใหแ้ นวคดิ ทางการ
ศกึ ษาของไทยเรมิE เปลยีE นแปลงจากเดมิ เป็ นอยา่ งมาก
2. ววิ ฒั นาการการจัดการศกึ ษา มดี งั นHี

(1) มกี ารประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาชาติ หลงั เปลยีE นแปลงการปกครอง
เป็ นระบอบประชาธปิ ไตยแลว้ โดยจัดตงัH คณะกรรมการการศกึ ษาและทรงพระ
กรณุ าโปรดเกลา้ ๆ ใหต้ งัH สภาการศกึ ษา พ.ศ. 2475 ประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษา
ชาติ ตอ่ มามกี ารปรับปรงุ การจัดการศกึ ษาภาคบงั คบั จาก 6 ปี เหลอื 4 ปี และ
ประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาชาติ พ.ศ. 2479

(2) การมอบใหท้ อ้ งถนEิ จัดการศกึ ษา พ.ศ. 2476 และยกฐานะทอ้ งถนEิ ขนึH
เป็ นเทศบาลตราพระราชบญั ญัตเิ ทศบาลขนึH และเทศบาลไดจ้ ัดการศกึ ษา
อยา่ งแทจ้ รงิ ใน พ.ศ. 2478

(3) การปรับปรงุ หน่วยงานทมEี สี ว่ นรับผดิ ชอบในการจัดการศกึ ษาและ
เหตกุ ารณส์ ําคญั ทางการศกึ ษา

การศกึ ษาของไทยสมยั ปฏริ ปู การศกึ ษา(พ.ศ. 2412 – พ.ศ. 2474)
การศกึ ษาของไทยสมยั ปฏริ ปู การศกึ ษา
มงุ่ ใหค้ นเขา้ รับราชการและมคี วามรทู ้ ดั เทยี มฝรEังแตไ่ มใ่ ชฝ่ รัEง
แบง่ ออกเป็ น 3 ชว่ ง ดงั นีH

1. การศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

2. การศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
3. การจัดการศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
การศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระราชดํารัส “ … วชิ าหนังสอื เป็ นวชิ าทนEี ่านับถอื และเป็ นทนEี ่าสรรเสรญิ มาแต่
โบราณวา่ เป็ นวชิ าอยา่ งประเสรฐิ ซงึE ผยู ้ งEิ ใหญน่ ับแต่ พระมหากษัตรยิ เ์ ป็ นตน้
มา ตลอดจนราษฎรพลเมอื งสมควรและจําเป็ นจะตอ้ งรเู ้ พราะเป็ นวชิ าทอีE าจทํา
ใหก้ ารทงัH ปวงสําเร็จในทกุ สงิE ทกุ อยา่ ง… ”

ปัจจัยทมีE ผี ลในการปฏริ ปู การศกึ ษาในครังH นHี
* แนวคดิ และวทิ ยาการตา่ งๆ ของชาตติ ะวนั ตก ซงEึ คณะมชิ ชนั มารไี ดน้ ํา
วทิ ยาการเขา้ มาเผยแพร่
* ภยั จากการคมุ คามของประเทศมหาอํานาจ
* ความตอ้ งการบคุ คลทมีE คี วามรคู ้ วามสามารถเขา้ มารับราชการ
* โครงสรา้ งของสงั คมไทยไดม้ กี ารเปลยีE นแปลง โดยมกี ารเลกิ ทาสและมกี าร
ตดิ ตอ่ กบั ตา่ งประเทศมากขนHึ
* การทพEี ระองคไ์ ดเ้ สด็จตา่ งประเทศทงัH ในเอเชยี และยโุ รป ทําใหไ้ ด ้
แนวความคดิ เพอEื นํามาปฏริ ปู การศกึ ษาและใชเ้ ป็ นแนวทางพัฒนาบา้ นเมอื ง
การจัดตงัH สถานศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2414 จัดตงัH โรงเรยี นหลวงขนึH ในพระบรมมหาราชวงั เพอEื ฝึกคนใหเ้ ขา้
รับราชการ มพี ระยาศรสี นุ ทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยางกรู ) ในขณะนันH เป็ นหลวง
สารประเสรฐิ เป็ นอาจารยใ์ หญ่ โดยมกี ารสอนหนังสอื ไทย การคดิ เลข และ
ขนบธรรมเนยี มราชการ นอกจากมกี ารจัดตงัH โรงเรยี นหลวงสําหรับสอน
ภาษาองั กฤษในพระบรมมหาราชวงั เกดิ จากแรงผลกั ดนั ทางการเมอื งทสีE ง่ ผล
ใหไ้ ทยตอ้ งเรยี นรภู ้ าษาองั กฤษ เพอืE จะไดเ้ จรจากบั มหาอํานาจตะวนั ตก และมี
การสง่ นักเรยี นไทยไปศกึ ษาวชิ าครทู ปีE ระเทศองั กฤษ

การจัดตงัH สถานศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2423 จัดตงัH โรงเรยี นสนุ ันทาลยั ในพระบรมมหาราชวงั เป็ นโรงเรยี นสตรี
ปี พ.ศ. 2424 ปรับปรงุ โรงเรยี นพระตําหนักสวนกหุ ลาบใหเ้ ป็ นโรงเรยี น
นายทหารมหาดเล็ก ตอ่ มาไดก้ ลายเป็ นโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื นในปี พ.ศ.
2453 และปี พ.ศ. 2459 ไดต้ งัH เป็ นจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั

ปี พ.ศ. 2425 จัดตงัH โรงเรยี นแผนทแีE ละในปี พ.ศ.2427 จัดตงัH โรงเรยี นหลวง
สําหรับราษฎรขนHึ ตามวดั ในกรงุ เทพมหานครหลายแหง่ และแหง่ แรก คอื
โรงเรยี นมหรรณพาราม

ปี พ.ศ. 2432 ตงัH โรงเรยี นแพทยข์ นHึ เรยี กวา่ โรงเรยี นแพทยากร ตงัH อยทู่ รEี มิ
แมน่ Hําหนา้ โรงพยาบาลศริ ริ าช ใชเ้ ป็ นทสEี อนวชิ าแพทยแ์ ผนปัจจบุ นั

ปี พ.ศ. 2435 จัดตงัH โรงเรยี นมลู ศกึ ษาขนHึ ในวดั ทวัE ไปทงัH ในกรงุ เทพมหานคร
และหวั เมอื ง โดยประสงคจ์ ะขยายการศกึ ษาเลา่ เรยี นหนังสอื ไทยให ้
แพรห่ ลายเป็ นแบบแผนยงEิ ขนึH และตงัH โรงเรยี นฝึกหดั ครเู ป็ นแหง่ แรกทตEี ําบล
โรงเลยีH งเด็ก ตอ่ มายา้ ยไปอยทู่ วEี ดั เทพศริ นิ ทราวาส

ปี พ.ศ. 2437 นักเรยี นฝึกหดั ครชู ดุ แรก 3 คนสําเร็จการศกึ ษาไดร้ ับ
ประกาศนยี บตั รเป็ นครสู อนภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
ปี พ.ศ. 2449 ยา้ ยโรงเรยี นฝึกหดั ครู ซงึE ตงัH อยทู่ วีE ดั เทพศริ ทิ ราวาส ไปรวมกบั
โรงเรยี นฝึกหดั ครฝู Eังตะวนั ตก (บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา) ปรับปรงุ หลกั สตู รให ้
สงู ขนHึ เป็ น โรงเรยี นฝึกหดั อาจารยส์ อนหลกั สตู ร 2 ปี รับนักเรยี นทสEี ําเร็จ
มธั ยมศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2456 ตงัH โรงเรยี นฝึกหดั ครหู ญงิ ขนHึ เป็ นครังH แรกทโEี รงเรยี นเบญจมราชา
ลยั

การบรหิ ารการศกึ ษา
เมอืE จํานวนโรงเรยี นเพมEิ มากขนHึ จงึ จําเป็ นตอ้ งมหี น่วยงานรับผดิ ชอบ
การศกึ ษาเป็ นสว่ นหนงึE ตา่ งหาก เชน่ ปี พ.ศ. 2430 ทรงโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ งัH กรม
ศกึ ษาธกิ ารโดยโอนโรงเรยี นทสEี งั กดั กรมทหารมหาดเล็กมาทงัH หมด ใหก้ รม
หมนืE ดํารงราชานุภาพเป็ นผบู ้ ญั ชาการอกี ตําแหน่งหนงึE ปี พ.ศ. 2432 รวมกรม
ศกึ ษาธกิ ารเขา้ ไปอยใู่ นบงั คบั บญั ชาของกรมธรรมการ และ ปีพ.ศ. 2435
ประกาศตงัH กระทรวงธรรมการ มเี จา้ พระยาภาสกรวงศ์ (พร บนุ นาค) เป็ น
เสนาบดี มหี นา้ ทใีE นการจัดการศกึ ษา การพยาบาล พพิ ธิ ภณั ฑแ์ ละศาสนา

การจัดแบบเรยี นหลกั สตู รและการสอบไล่
ปี พ.ศ. 2414 ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระยาศรสี นุ ทรโวหาร (นอ้ ย
อาจารยางกรู ) เรยี บเรยี งแบบเรยี นหลวงขนึH 1 เลม่ ชดุ มลู บรรพกจิ เพอืE ใชเ้ ป็ น
บทหลกั สตู รวชิ าชนัH ตน้
ปี พ.ศ. 2427 กําหนดหลกั สตู รชนัH ประโยคหนงEึ โดยอนุโลมตามแบบเรยี น
หลวงหกเลม่ นับเป็ นปีแรกทจEี ัดใหม้ กี ารสอบไลว่ ชิ าสามญั และมกี ารกําหนด
หลกั สตู รชนัH ประโยคสอง ซงEึ เป็ นหลกั สตู รทเีE กยีE วกบั วชิ าสามญั ศกึ ษา หมายถงึ
ความรตู ้ า่ ง ๆ ทตEี อ้ งการใชส้ ําหรับเสมยี นในราชการพลเรอื นตามกระทรวงตา่ ง


ปี พ.ศ. 2431 กรมศกึ ษาธกิ าร จัดทําแบบเรยี นเร็วใชแ้ ทนแบบเรยี นหลวงชดุ
เดมิ ผแู ้ ตง่ คอื พระองคเ์ จา้ ดศิ วรกมุ าร (กรมพระยาดํารงราชานุภาพ) 1 ชดุ มี 3
เลม่

ปี พ.ศ. 2433 ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัตวิ ชิ า พ.ศ. 2433 มผี ลทําใหห้ ลกั สตู ร
ภาษาไทยแบง่ ออกเป็ น 3 ประโยค หลกั สตู รภาษาองั กฤษแบง่ ออกเป็ น 6 ชนัH
ปี พ.ศ. 2434 ไดแ้ กไ้ ขการสอบไลจ่ ากเดมิ ปีละครังH เป็ นปีละ 2 ครังH เพอืE ไมใ่ ห ้
นักเรยี นเสยี เวลานานเกนิ ไป

การศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั

ปัจจัยทมEี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษา
(1) พระบรมราชโชบายในการปกครองประเทศ เพอืE ใหป้ ระเทศมคี วาม
เจรญิ กา้ วหนา้ ทดั เทยี มกบั นานาประเทศ โดยการสง่ ทหารไปรว่ มกบั ฝ่ าย
สมั พันธมติ รในสงครามโลกครังH ทีE 1 นอกจากนพHี ระองคท์ รงสรา้ งความรสู ้ กึ
ชาตนิ ยิ มในหมปู่ ระชาชนชาวไทยโดยมสี าระสําคญั ของอดุ มการณช์ าตนิ ยิ ม
คอื ความรักชาติ ความจงรักภกั ดตี อ่ พระมหากษัตรยิ แ์ ละความยดึ มนัE ในพทุ ธ
ศาสนา
(2) พระองคท์ รงศกึ ษาวชิ าการจากตา่ งประเทศ และเมอEื เสด็จกลบั มาแลว้
พระองคไ์ ดท้ รงนําเอาแบบอยา่ งและวธิ กี ารทเEี ป็ นประโยชนม์ าใชเ้ ป็ นหลกั ใน
การปรับปรงุ การศกึ ษา เชน่ ทรงนําเอาวชิ าลกู เสอื จากประเทศองั กฤษเขา้ มา
จัดตงัH กองเสอื ป่ า

ปัจจัยทมีE อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษา
(3) ผลอนั เนอืE งจากการจัดการศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เมอืE คนสว่ นมากทไีE ดร้ ับการศกึ ษา มคี วามรแู ้ ละแนวคดิ
เกยีE วกบั การปกครองประเทศในระบอบรัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภา จงึ มคี วาม
ปรารถนาจะเปลยีE นแปลงการปกครองไปเป็ นระบอบประชาธปิ ไตย
(4) ปัญหาอนั เกดิ จากคนลน้ งานและคนละทงิH อาชพี และถนิE ฐานเดมิ มงุ่ ทจEี ะ
หนั เขา้ สอู่ าชพี ราชการมากเกนิ ไป

ววิ ฒั นาการในการจัดการศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2453 ประกาศตงัH โรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื นเพอEื ฝึกคนเขา้ รับราชการ
ตามกระทรวง ทบวง กรมตา่ ง ๆ และตอ่ มาปี พ.ศ. 2459 ไดป้ ระกาศยกฐานะ
โรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื นนีH ขนHึ เป็ นจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั นับเป็ น
มหาวทิ ยาลยั แหง่ แรกของประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2454 ตงัH กองลกู เสอื หรอื เสอื ป่ าขนึH เป็ นครังH แรกโครงการศกึ ษาพ.ศ.
2456 และฉบบั แกไ้ ข พ.ศ. 2458 โดยมงุ่ ใหป้ ระชาชนมคี วามรทู ้ างดา้ นการทํา
มาหาเลยHี งชพี ตามอตั ภาพของตน พยายามทจEี ะเปลยีE นคา่ นยิ มของประชาชน
ไมใ่ หม้ งุ่ ทจEี ะเขา้ รับราชการอยา่ งเดยี ว

ปี พ.ศ. 2459 จัดตงัH กองลกู เสอื หญงิ และอนุกาชาดโรงเรยี นกลุ สตรวี งั หลงั และ
ไดจ้ ัดตงัH กองลกู เสอื หญงิ ขนึH เรยี กวา่ เนตรนารี
ปี พ.ศ. 2461 มกี ารปรับปรงุ และขยายฝึกหดั ครขู นHึ โดยโอนกลบั มาขนHึ กบั
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ซงEึ เดมิ เป็ นแผนกหนงEึ ของโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื น
ปี พ.ศ. 2461 ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัตโิ รงเรยี นราษฎร์
ปี พ.ศ. 2464ปรับปรงุ โครงการศกึ ษาชาติ โดยวางโครงการศกึ ษาขนHึ ใหมเ่ พอืE
สง่ เสรมิ ใหท้ ํามาหาเลยีH งชพี นอกเหนอื จากทําราชการ
ปี พ.ศ. 2464 ใชพ้ ระราชบญั ญัตปิ ระถมศกึ ษาบงั คบั ใหเ้ ด็กทกุ คนทมEี อี ายุ 7 ปี
บรบิ รู ณห์ รอื ยา่ งเขา้ ปีทีE 8 ใหเ้ รยี นอยใู่ นโรงเรยี นจนถงึ อายุ 14 ปีบรบิ รู ณห์ รอื
ยา่ งเขา้ ปีทีE 15 โดยไมต่ อ้ งเสยี คา่ เลา่ เรยี น และมกี ารเรยี กเกบ็ เงนิ ศกึ ษาพลี
จากประชาชนคนละ 1- 3 บาทเพอEื นําไปใชจ้ า่ ยในการจัดดําเนนิ การ
ประถมศกึ ษา
การจัดการศกึ ษาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

ปัจจัยทมีE อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษา
(1) ปัญหาการเมอื งทเีE กดิ ขนึH ภายในประเทศ
(2) ปัญหาสบื เนอEื งจากอทิ ธพิ ลจักรวรรดนิ ยิ มตะวนั ตก
(3) ปัญหาสบื เนอEื งจากภาวะเศรษฐกจิ ตกตําE
(4) ปัญหาสบื เนอืE งจากการประกาศใชก้ ฎหมายการศกึ ษา คอื พระราชบญั ญัติ
ประถมศกึ ษา ทําใหก้ ารศกึ ษาแพรห่ ลายออกไป แตข่ าดความพรอ้ มทางดา้ น
งบประมาณการศกึ ษา

ววิ ฒั นาการการจัดการศกึ ษา
(1) ปี พ.ศ. 2473 ยกเลกิ การเกบ็ เงนิ ศกึ ษาพลคี นละ 1 – 3 บาท จากผชู ้ ายทกุ
คนทมีE อี ายรุ ะหวา่ ง 16 - 60 ปี โดยใชเ้ งนิ จากกระทรวงพระคลงั มหาสมบตั ิ
อดุ หนุนการศกึ ษาแทน
(2) ปี พ.ศ. 2474 ปรับปรงุ กระทรวงธรรมการเพอEื ใหส้ อดคลอ้ งกบั ภาวะ
เศรษฐกจิ ตกตําE ของประเทศ โดยยบุ กรมสามญั ศกึ ษาในตอนนันH กระทรวง
ธรรมการจงึ มหี น่วยงานเพยี ง 3 หน่วยคอื กองบญั ชาการ กองตรวจการศกึ ษา
กรงุ เทพ ฯ และกองสขุ าภบิ าลโรงเรยี น
(3) ยกเลกิ ระเบยี บวา่ ดว้ ยการควบคมุ แบบเรยี น

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรัฐธรรมนูญ (พ.ศ. 2475 –ปัจจบุ นั )
ปัจจัยของไทยทมEี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจัดการศกึ ษา
* นโยบายการจัดการศกึ ษาของคณะราษฎร์ ดงั จะเห็นไดจ้ ากคําแถลง
นโยบายของรัฐบาลพระยามโนปกรณน์ ติ ธิ าดา พ.ศ. 2475 กลา่ วไวว้ า่ “….การ
จัดการศกึ ษาเพอEื จะใหพ้ ลเมอื งไดม้ กี ารศกึ ษาโดยแพรห่ ลาย กจ็ ะตอ้ งอนุโลม
ตามระเบยี บการปกครองทใEี หเ้ ขา้ ลกั ษณะเกยีE วกบั แผนเศรษฐกจิ แหง่ ชาติ
หลกั สตู รของโรงเรยี นและมหาวทิ ยาลยั จะตอ้ งขยายใหส้ งู ขนึH เทา่ เทยี ม
อารยประเทศ ในการนจีH ะตอ้ งเทยี บหลกั สตู รของนานาประเทศ หลกั สตู รใดสงู
ถอื ตามหลกั สตู รนันH ”
* การเกดิ สงครามโลกครังH ทสEี อง

ววิ ฒั นาการการจัดการศกึ ษา

(1) มกี ารประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาชาติ หลงั เปลยีE นแปลงการปกครองเป็ น
ระบอบประชาธปิ ไตยแลว้ โดยจัดตงัH คณะกรรมการการศกึ ษาและทรงพระ
กรณุ าโปรดเกลา้ ๆ ใหต้ งัH สภาการศกึ ษา พ.ศ. 2475 ประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษา
ชาติ ตอ่ มามกี ารปรับปรงุ การจัดการศกึ ษาภาคบงั คบั จาก 6 ปี เหลอื 4 ปี และ
ประกาศใชแ้ ผนการศกึ ษาชาติ พ.ศ. 2479
(2) การมอบใหท้ อ้ งถนิE จัดการศกึ ษา พ.ศ. 2476 และยกฐานะทอ้ งถนEิ ขนึH เป็ น
เทศบาลตราพระราชบญั ญัตเิ ทศบาลขนึH และเทศบาลไดจ้ ัดการศกึ ษาอยา่ ง
แทจ้ รงิ ใน พ.ศ. 2478
(3) การปรับปรงุ หน่วยงานทมีE สี ว่ นรับผดิ ชอบในการจัดการศกึ ษา

อา้ งองิ

1. https://sites.google.com/site/thaieducationnn/home/kar-suksa-khxng-thiy-smay-boran
2. https://sites.google.com/site/thaieducationnn/home/kar-suksa-khxng-thiy-smay-ptirup-kar-suksa
3. https://sites.google.com/site/thaieducationnn/home/kar-suksa-khxng-thiy-smay-kar-pkkhrxng
4. https://www.gotoknow.org/posts/617188

5.รปู ภาพจาก Google


Click to View FlipBook Version