ิ
รายงานการวจัย
เรื่อง
ิ
์
การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณตศาสตร
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
นายนุกูล แจ้งสวาง
่
ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข”
อ าเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบรี
ุ
ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 9
ก
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง : การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
ผู้วิจัย : นายนุกูล แจ้งสว่าง
ปีการศึกษา : 2562
การศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1
ื่
ปีการศึกษา 2562 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพอ ศึกษาความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชา
ึ
คณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านครูผู้สอน ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านการวัด
และประเมินผลการเรียนรู้ และ ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาค
เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จ านวน 68 คน ได้มาโดยการเลือกแบบบังเอญ (Accidental sampling) เครื่องมือที่
ิ
ึ
ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความพงพอใจของนักเรียนมีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปี
การศึกษา 2562 มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า ความพงพอใจของนักเรียนส่วนมากในภาพรวมที่มีต่อการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์
ึ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 อยู่ในระดับมาก ( x = 3.96) เมื่อวิเคราะห์รายด้านพบว่า ทุกด้านนักเรียนมี
̅
ความพึงพอใจในระดับมาก และเมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้านพบว่า
1) ด้านครูผู้สอน ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชา
ึ
คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านครูผู้สอน อยู่ในระดับมาก ( x = 4.13 ) เมื่อวิเคราะห์ราย
̅
ข้อพบว่า นักเรียนมีความพงพอใจมากที่สุดที่ครูผู้สอนแต่งกายเรียบร้อย เหมาะสมกับความเป็นครู ( x = 4.52 )
ึ
̅
รองลงมาคือ นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่ครูผู้สอนเสียงดัง ฟังชัด ครูผู้สอนมีความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอน ครูผู้สอน
ี
มีความขยันหมั่นเพยรหาความรู้ที่ทันสมัยเพมเติมและมาใช้สอนนักเรียนอยู่เสมอ ครูผู้สอนมีความยุติธรรมในชั้น
ิ่
เรียน ครูผู้สอนพดจาสุภาพ ครูผู้สอนเอาใจใส่ ดูแลนักเรียน อย่างใกล้ชิด ครูผู้สอนมีความรับผิดชอบและตรงต่อ
ู
เวลาในการสอน และครูผู้สอนมีความเป็นกันเองกับผู้เรียน
ึ
2) ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียน
รายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ( x =
̅
3.94 ) เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครูส่งเสริมให้นักเรียน
ท างานเป็นกลุ่ม รองลงมา คือ นักเรียนมีความพงพอใจมากที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ซักถามข้อ
ึ
ิ่
สงสัยต่างๆในขณะปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียน ครูส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าความรู้เพมเติมจากแหล่งเรียนรู้
ต่างๆ ครูมีการน าเข้าสู่บทเรียน/ทบทวนความรู้เดิมก่อนสอนเนื้อหาความรู้ใหม่ ครูแจ้งจุดประสงค์ให้นักเรียนทราบ
ก่อนเรียน ครูและนักเรียนได้ร่วมกันสรุปหลักการ ทฤษฎี นิยามทุกครั้งหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนมี
ส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการอย่างหลากหลาย ครูใช้สื่อ
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และครูสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียน
ึ
3) ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อ
การเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ อยู่ในระดับ
ข
มาก ( x = 3.85 ) เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพงพอใจมากที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน
ึ
̅
การก าหนดเกณฑ์การประเมินผล รองลงมาคือ นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่การวัดผลและประเมินผลสอดคล้องกับ
จุดประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนมีโอกาสแก้ไขผลการประเมินผลของตนเอง ครูใช้วิธีการ
วัดผลที่หลากหลาย นักเรียนทราบผลการประเมินผลทุกครั้ง และมีการวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน
4) ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียน
ึ
รายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน อยู่ในระดับมาก ( x = 3.71 )
̅
ึ
เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพงพอใจมากเกี่ยวกับแสงสว่างในห้องเรียน รองลงมาคือ นักเรียนมี
ี้
ึ
ความพงพอใจมากเกี่ยวกับจ านวนโต๊ะ เก้าอในห้องเรียน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในห้องเรียน ความสะอาดของ
ห้องเรียน และการมีอุปกรณ์และเครื่องมือส าหรับใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอน
ค
กิตติกรรมประกาศ
การศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2562 ในครั้งนี้ ส าเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ผู้วิจัยของขอบคุณ
ผู้อานวยการโรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข” ที่ให้ความอนุเคราะห์ ช่วยเหลือ และอานวยความ
สะดวกในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้
ึ
ึ
ขอบใจนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมัธยมศกษาปีที่ 4 และ นักเรียนชั้นมัธยมศกษาปีที่ 5
้
ที่ให้ความร่วมมือในการทดลองและเก็บรวบรวมขอมูลการวิจัยครั้งนี้
ขอขอบพระคุณบุคคลในครอบครัวที่สนับสนุนและเป็นก าลังใจ ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้
ึ
คุณค่าและประโยชน์ที่พงมีจากรายงานการวิจัยฉบับนี้ ขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณของบิดา มารดาและ
ครู อาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่านที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ผู้วิจัย
นุกูล แจ้งสว่าง
ง
สารบัญ
เรื่อง หน้า
บทคัดย่อ ก-ข
กิตติกรรมประกาศ ค
สารบัญ ง
บทที่ 1 บทน า 1-2
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3-8
บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย 9-11
บทที่ 4 ผลการวิจัย 12-15
้
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ 16-18
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ประวัติย่อผู้วิจัย
บทที่ 1
บทน า
ความเป็นมาและความส าคัญของการศึกษา
โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข” อาเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา
ขนาดกลาง ประจ าอาเภอศรีประจันต์ จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
โดยจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนฐาน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จัดหลักสูตรที่
ื้
เน้นการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียนห้อง 1 และ ห้อง 2 และในระดับชั้นมัธยมศึกษา
ตอนปลายจัดหลักสูตรที่เน้นการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียนห้อง 1 เน้นการเรียน
ภาษาอังกฤษ – คณิตศาสตร์ ส าหรับนักเรียน ห้อง 2 และ จัดหลักสูตรทั่วไป ส าหรับนักเรียน ห้อง 3 มีจ านวน
ทั้งสิ้น 27 ห้องเรียน แบ่งออกเป็น ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน 18 ห้องเรียน และระดับชั้น
มัธยมศึกษาตอนปลาย จ านวน 9 ห้องเรียน
การจัดการเรียนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์จัดหลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนฐาน
ื้
ุ
พทธศักราช 2551 ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และตามหลักหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ุ
พทธศักราช 2551 ปรับปรุง พทธศักราช 2560 ส าหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 5 จัดการเรียนการสอนที่
ุ
เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสม วัดประเมินผลการเรียนรู้อย่างหลากหลาย
ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้จัดการเรียนการสอนรายวิชา
คณิตศาสตร์ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รหัสวิชา ค22101 รายวิชาคณิตศาสตร์ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รหัสวิชา
ค31101 และรายวิชาคณิตศาสตร์ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ค32101 รวมทั้งสินจ านวน 18 คาบ ใน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นข้าพเจ้าได้พยายามออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้น
ผู้เรียนเป็นส าคัญ จัดท าและจัดหาสื่อการเรียนรู้ เพอใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่าง
ื่
ิ
หลากหลายทั้งสื่อประดิษฐ์ สื่อสิ่งพมพ สื่อการเรียนรู้ออนไลน์ มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เพอให้
ื่
์
นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามมาตรฐานที่หลักสูตรก าหนด ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าวอาจจะยังไม่
สอดคล้องกับความต้องการและศักยภาพของนักเรียน ซึ่งสามารถท าให้นักเรียนไม่เกิดการเรียนรู้ทุกตัวชี้วัด
อย่างเต็มศักยภาพ และอาจจะมีสาเหตุมาจากบริบทต่างๆที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ซึ่งจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนของนักเรียน
ิ
ดังนั้น ข้าพเจ้าในฐานะครูผู้สอนจึงได้ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณตศาสตร์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โดยแบ่งประเด็นของการศึกษาออกเป็น 4 ประเด็นได้แก่ ด้านครูผู้สอน ด้าน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน
เพื่อน าข้อมูลที่ได้รับ เป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในภาคเรียนต่อไป
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
ด้านครูผู้สอน ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ ด้าน
สภาพแวดล้อมในชั้นเรียน
2
ขอบเขตของการศึกษา
ประชากร
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 5 ที่
เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 รวมทั้งสิ้น คน
กลุ่มตัวอย่าง
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมัยธมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 5 ที่
เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 รวมทั้งสิ้น 68 คน ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
แบบบังเอิญ ( Accidental sampling )
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา
ผลการศึกษาในครั้งนี้จะเปนประโยชนส าหรับการปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอน การออกแบบการ
จัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในภาคต่อไป
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้
1. ความหมายของความพึงพอใจ
2. ทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างความพึงพอใจ
3. วิธีการวัดและประเมินผลความพึงพอใจ
แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ
ความหมายของความพึงพอใจ
ณัฐสิทธิ์ วงค์ตลาด (2544, หน้า 10) ได้ให้ความหมายของ ความพึงพอใจในการท างานไว้ว่า ความพึงพอใจ
ในการท างาน หมายถึง ความรู้สึกหรือทัศนคติของบุคคลที่มีต่อการท างาน งานนั้นส าเร็จได้ด้วยความพึงพอใจ
ดวงสมร สุนทร (2544, หน้า 15) ได้ให้ความหมายของความพงพอใจในการท างานไว้ว่า หมายถึง การที่
ึ
บุคคลปฏิบัติงานด้วยความสุข จนเป็นผลท าให้งานที่ปฏิบัตินั้นส าเร็จลุล่วงไปด้วยดีตามนโยบายและวัตถุประสงค์ของ
องค์กร
วันดี นิลพมาย (2550, หน้า 62) ให้ความหมายของความพงพอใจว่า ความพงพอใจ หมายถึง ความรู้สึก
ึ
ึ
ิ
หรือทัศนคติที่ดีของบุคคล ที่มีต่องานหรือกิจกรรมที่ท า และท าให้บุคคลมีพฤติกรรม ซึ่งเป็นความรู้สึกชอบ ดีใจ มี
ความสุข อันมีผลมาจากเมื่อบุคคลนั้นได้รับการตอบสนองตามจุดมุ่งหมายและส าเร็จตามที่ได้ตั้งไว้
ึ
ึ
รสริน ป้อมสาหร่าย (2550, หน้า 40) ให้ความหมายของความพงพอใจว่าความพงพอใจ หมายถึง พอใจ
ึ
ชอบใจ ความรู้สึก หรือเจตคติที่ดี ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความพงพอใจเป็นความรู้สึกของบุคคล ที่มีต่อสิ่งหนึ่งหรือปัจจัย
ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นความรู้สึกส่วนตัว ที่รู้สึกมีความสุขหรือยินดีที่ได้รับการตอบสนองความต้องการในสิ่งที่ขาด
หายไป หรือบรรลุจุดมุ่งหมาย (goals) ตามความต้องการหรือแรงจูงใจ(motivation) ซึ่งความรู้สึกดังกล่าวจะลดลง
หรือไม่เกิดขึ้นหากความต้องการหรือจุดมุ่งหมายไม่ได้รับการตอบสนอง ความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน
ึ
การสอนสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้เรียนที่แสดงออกมา เช่น สายตา การพดจา ท่าทางที่แสดงออก
ู
ให้เห็นถึงความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรม มีความตั้งใจท างาน และมีความสุขกับงานที่ท า รวมทั้งแสดงออก
โดยการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่อยู่ในเกณฑ์ 4-5 คะแนน ได้ด้วยเช่นกัน
็
ี่
Morse (1988, p. 27) ได้ให้ความหมายของความพงพอใจว่า หมายถึง สิ่งใดกตามทสามารถลดความตึง
ึ
เครียดของมนุษย์ให้น้อยลง และความตึงเครียดนี้เป็นผลจากความต้องการของมนุษย์ เมื่อมนุษย์มีความต้องการมาก
ก็จะเกิดปฏิกิริยาเรียกร้อง เมื่อใดความต้องการได้รับการตอบสนอง ความตึงเครียดก็น้อยลงหรือหมดไป ท าให้เกิด
ความพึงพอใจ
Wallerstein (1995, p. 27) ได้ให้ความหมายของความพงพอใจว่า หมายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อได้รับ
ึ
ผลส าเร็จตามความมุ่งหมาย ความพงพอใจ เป็นกระบวนการทางจิตวิทยา ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่สามารถ
ึ
คาดคะเนได้ว่า มีหรือไม่มี จากการสังเกตพฤติกรรมของคนเท่านั้น การที่จะท าให้เกิดความพงพอใจมีปัจจัย และ
ึ
องค์ประกอบที่เป็นสาเหตุแห่งความพึงพอใจ
จากที่กล่าวมาทั้งหมดผู้วิจัยสรุปได้ว่า ความพงพอใจ หมายถึง ความรู้สึก เจตคติ หรือพฤติกรรมที่เกิด
ึ
ึ
ขึ้นกับนักเรียนที่มีต่อการท างาน การท ากิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นความรู้สึกในเชิงบวก ดังนั้น ความพงพอใจในการเรียน
4
ิ
จึงหมายถึง ความรู้สึก ทัศนคตที่นักเรียนมีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูจัดขึ้นและปฏิบัติกิจกรรมนั้นจนบรรลุ
ความส าเร็จตามความต้องการของนักเรียน
ทฤษฎีเกี่ยวกับการสร้างความพึงพอใจ
ทฤษฎีส าหรับการสร้างความพึงพอใจมีหลายทฤษฎี ทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับคือ
1. ทฤษฎีล าดับขั้นของมาสโลว์ (Maslow,s Hierarchy of Needs) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
มาสโลว์ได้ตั้งทฤษฎีทั่วไปเกี่ยวกับการจูงใจ (Maslow ’s General Theory) เป็นที่รู้จักและยอมรับกันแพร่หลาย
“Hierarchy of Need” ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์มีข้อสมมติฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ 3 ประการ ดังนี้
(สุรางค์ โค้วตระกูล, 2536, หน้า 111 - 118)
1. ทุกคนมีความต้องการและความต้องการนี้มีอยู่ตลอดเวลาและไม่มีที่สิ้นสุด
2. ความต้องการที่ได้รับการตอบสนองแล้วจะไม่เป็นสิ่งจูงใจของพฤติกรรมอกต่อไปความต้องการที่ยังไม่ได้
ี
รับการตอบสนองเท่านั้นที่เป็นสิ่งจูงใจของพฤติกรรม
3. ความต้องการของคนจะมีลักษณะเป็นล าดับขั้นจากต่ าไปหาสูงตามล าดับความส าคัญกล่าวคือเมื่อความ
ต้องการในระดับต่ าได้รับการตอบสนองแล้วความต้องการระดับสูงก็จะเรียกร้องให้ตอบสนอง มาสโลว์ได้สรุปลักษณะ
ของการจูงใจไว้ว่าการจูงใจจะเป็นไปอย่างมีระเบียบล าดับขั้นของความต้องการหรือตามทฤษฎีของมาสโลว์จะมี
ลักษณะตามล าดับจากต่ าไปหาสูง 5 ขั้น ดังนี้
3.1 ความต้องการทางด้านร่างกาย (Physiological Need) เป็นความต้องการเบื้องต้นเพื่อความอยู่
รอด เช่น ความต้องการในเรื่องอาหาร น้ า ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคความต้องการพกผ่อน ความต้องการ
ั
ทางเพศ ฯลฯ ความต้องการทางด้านร่างกายจะมีอทธิพลต่อพฤติกรรมของคนก็ต่อเมื่อความต้องการทางด้านร่างกาย
ิ
ยังไม่ได้รับการสนองเลยในด้านนี้ โดยปกติแล้วองค์กรทุกแห่งมักจะตอบสนองความต้องการของแต่ละคนด้วยวิธี
ทางอ้อมคือการจ่ายเงินค่าจ้าง
3.2 ความต้องการความปลอดภัยหรือความมั่นคง (Security of Safety Need) เมื่อความต้องการ
ทางด้านร่างกายได้รับการตอบสนองตามสมควรแล้วมนุษย์จะมีความต้องการในขั้นที่สูงขึ้นต่อไปคือความต้องการ
ความปลอดภัยหรือความมั่นคงต่าง ๆ ความต้องการความปลอดภัยจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันเพอให้เกิดความ
ื่
ปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับการด ารงชีพ เช่น ความมั่นคงในหน้าที่การงาน สถานะทางสังคม
3.3 ความต้องการทางด้านสังคม (Social or Belongingness Need) ภายหลังจากคนที่ได้รับการ
ตอบสนองในสองขั้นดังกล่าวแล้วก็จะมีความต้องการสูงขึ้นคือความต้องการทางด้านสังคมจะเริ่มเป็นสิ่งจูงใจที่ส าคัญ
ต่อพฤติกรรมของคน ความต้องการทางด้านนี้จะเป็นความต้องการอยู่ร่วมกันและได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่น และ
ความรู้สึกว่าตนเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทางสังคมอยู่เสมอ
3.4 ความต้องการที่จะมีฐานะเด่นในสังคม (Esteem or Status Need) ความต้องการขั้นต่อมาเป็น
ความต้องการที่ประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ ดังนี้คือ ความมั่นใจตนเองในเรื่องความสามารถ ความรู้และความส าคัญของ
ตนเอง รวมทั้งความต้องการที่จะมีฐานะเด่นเป็นที่ยอมรับของบุคคลอน หรืออยากให้คนอนยกย่องสรรเสริญในความ
ื่
ื่
รับผิดชอบในหน้าที่การงาน
3.5 ความต้องการที่จะได้รับความส าเร็จในชีวิต (Self – actualization or Self – realization)
ล าดับความต้องการสูงสุดของมนุษย์คือความต้องการที่จะส าเร็จในชีวิตตามความนึกคิดหรือความคาดหวัง
ทะเยอทะยาน ใฝ่ฝัน ในขั้นนี้จะเกิดขึ้นและมักเป็นความต้องการที่เป็นอสระเฉพาะแต่ละคน ซึ่งต่างมีความนึกคิด
ิ
ใฝ่ฝันที่อยากจะได้รับความส าเร็จในสิ่งอันสูงส่งในทัศนะของตนเอง
5
้
2. ทฤษฎี ERG (ERG Theory) (จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์, 2532, หน้า 10-11อางถึงใน ชาคริต เรือง
ประพันธ์, 2556, หน้า 50-51) อัลเดอร์เฟอร์ (Clayton Alderfer) มีความเชื่อว่า ความต้องการมีอิทธิพลต่อการแสดง
ั
พฤติกรรมของมนุษย์เช่นเดียวกับมาสโลว์ (Maslow) แต่ความต้องการตามแนวคิด อลเฟอร์เฟอร์ แบ่งออกเป็น 3
กลุ่มใหญ่ด้วยกันคือ
ื่
1. ความต้องการเพอการด ารงชีวิต (existence needs) เป็นความต้องการทางกายภาพ และความต้องการ
ทางวัตถุที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดได้ เช่น อาหาร น้า ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นค่าจ้างแรงงาน ความมั่นคง สวัสดิ
ื่
ภาพ ความปลอดภัย ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เมื่อเปรียบเทียบกับทฤษฎีของมาสโลว์ ความต้องการเพอความต้องการดารง
ชีวิตจะรวมส่วนที่เป็นความต้องการด้านสรีระทั้งหมด กับบางส่วนของความต้องการความมั่นคงปลอดภัย
2. ความต้องการด้านความสัมพนธ์ (relatedness needs) เป็นความต้องการที่รวมความต้องการทางสังคม
ั
ั
ความต้องการความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย ในความสัมพนธ์ระหว่างบุคคล การรับได้การยอมรับ การมีชื่อเสียง และการ
ได้รับยกย่องจากสังคม เมื่อเทียบกับทฤษฎีของมาสโลว์ ความต้องการด้านความสัมพนธ์นี้จะรวมถึงส่วนที่เป็นความ
ั
ต้องการความมั่นคง ปลอดภัย ความต้องการทางสังคม และบางส่วนของความต้องการเกียรติ และศักดิ์ศรี
3. ความต้องการเติบโต (growth needs) เป็นความต้องการทั้งหมดเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ความก้าวหน้า
ในวิชาชีพ ความภูมิใจในตนเอง ตลอดจนการเข้าใจตนเองและการใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ อัลเดอร์เฟอร์
ตั้งทฤษฎีนี้ โดยมีแนวคิดพื้นฐาน ดังนี้
1. มนุษย์อาจมีความต้องการหลาย ๆ อย่าง เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันได้ โดยไม่จ าเป็นว่าต้องการ
เบื้องล่างจะต้องได้รับการตอบสนองก่อนจึงจะเกิดความต้องการเบื้องสูง
2. ความต้องการยิ่งได้รับการตอบสนองน้อยเท่าใด บุคคลก็จะต้องมีความต้องการแต่ละประเภท
เพิ่มมากขึ้น
3. ความต้องการระดับต่ ายิ่งได้รับการตอบสนองมากเท่าใด บุคคลก็จะมีความต้องการระดับสูงมาก
ขึ้นไปอีก
4. ความต้องการระดับสูงยังได้รับการตอบสนองน้อยเท่าใดก็จะมีความต้องการในระดับต่ ามากขึ้น
เท่านั้น
Bloom (1976, pp. 72-74 อางถึงใน มลฤดี สิงห์นุกูล, 2555, หน้า 52 ) ได้กล่าวว่า ถ้าสามารถจัดให้
้
นักเรียนได้ท ากิจกรรมตามที่ตนต้องการ ก็จะคาดหวังได้แน่นอนว่า นักเรียนทุกคนได้เตรียมใจส าหรับกิจกรรมที่
ตนเองเลือกนั้น ด้วยความกระตือรือร้น พร้อมทั้งความมั่นใจ เราสามารถสังเกตเห็นความแตกต่างของความพร้อมด้าน
จิตใจได้ชัดเจน จากการปฏิบัติของนักเรียน ต่องานที่เป็นวิชาบังคับ กับวิชาเลือก หรือจากสิ่งนอกโรงเรียนที่นักเรียน
อยากเรียน เช่น เกม ดนตรีบางชนิด การขับรถยนต์ หรืออะไรบางอย่างที่นักเรียนอาสาสมัคร และตัดสินใจโดยเสรีใน
การเรียน มีความกระตือรือร้น มีความพึงพอใจ และมีความสนใจเมื่อเริ่มเรียนจะท าให้นักเรียนเรียนได้เร็วและประสบ
ความส าเร็จสูง อย่างไรก็ตาม Bloom เห็นว่าวิธีนี้ค่อนข้างเป็นอุดมคติที่จัดได้ล าบาก ในการด าเนินกิจกรรมการเรียน
การสอน ความพึงพอใจเป็นสิ่งส าคัญที่กระตุ้นให้ผู้เรียนท างานที่ได้รับมอบหมาย หรือต้องการปฏิบัติให้บรรลุผล ตาม
ี
วัตถุประสงค์ครูผู้สอนซึ่งในสภาพปัจจุบันเป็นเพยงผู้อานวยความสะดวกหรือให้ค าแนะน าปรึกษาจึงต้องค านึงถึง
ึ
ื้
ความพงพอใจในการเรียนรู้ การท าให้ผู้เรียนเกิดความพงพอใจในการเรียนรู้หรือการปฏิบัติงานมีแนวคิดพนฐานที่
ึ
แตกต่างกัน 2 ลักษณะคือ (สมยศ นาวีการ, 2547, หน้า 155 )
1. ความพึงพอใจน าไปสู่การปฏิบัติงาน การตอบสนองความต้องการผู้ปฏิบัติงานจนเกิดความพึงพอใจจะท า
ให้เกิดแรงจูงใจในการเพมประสิทธิภาพในการท างานที่สูงกว่าไม่ได้รับการตอบสนอง จากแนวคิดดังกล่าว ครูผู้สอน
ิ่
ที่ต้องการให้กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญบรรลุผลส าเร็จจึงต้องค านึงถึง การจัดบรรยากาศและ
6
ื่
ึ
สถานการณ์รวมทั้งสื่อ อปกรณ์การเรียนการสอนที่เอออานวยต่อการเรียน เพอตอบสนองความพงพอใจของผู้เรียน
ุ
ื้
ให้มีแรงจูงใจในการท ากิจกรรมจนบรรลุตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
ั
ึ
2. ผลของการปฏิบัติงานน าไปสู่ความพงพอใจ ความสัมพนธ์ระหว่างความพงพอใจและผลการปฏิบัติงาน
ึ
จะถูกเชื่อมโยงด้านปัจจัยอนๆ ผลการปฏิบัติงานที่ดีจะน าไปสู่ผลตอบแทนที่เหมาะสมซึ่งจะน าไปสู่การตอบสนอง
ื่
ึ
ความพงพอใจ ผลการปฏิบัติงานย่อมได้รับการตอบสนองในรูปของรางวัลหรือ ผลตอบแทน ซึ่งแบ่งเป็นผลตอบแทน
ภายใน (Intrinsic Rewards) และผลตอบแทนภายนอก (Extrinsic Rewards) โดยผ่านการรับรู้เกี่ยวกับความยุติธรรม
ของผลตอบแทนเป็นตัวบ่งชี้ปริมาณของผลตอบแทนที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับนั้นคือ ความพึงพอใจในงานของผู้ปฏิบัติงาน
จะถูกก าหนดโดยความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงและการรับรู้เรื่องเกี่ยวกับความยุติธรรมของ
ผลตอบแทนที่รับรู้แล้ว ความพึงพอใจย่อมเกิดขึ้น (สมยศ นาวีการ, 2547, หน้า 119 )
จากแนวคิดพื้นฐานดังกล่าว เมื่อน ามาใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน ผลตอบแทนภายในหรือรางวัลภายใน
เป็นผลทางด้านความรู้สึกของผู้เรียนที่เกิดขึ้นกับตัวของผู้เรียนเอง เช่น ความรู้สึกต่อความส าเร็จที่เกิดขึ้นเมื่อสามารถ
เอาชนะความยุ่งยากต่างๆ และสามารถด าเนินภายใต้ความยุ่งยากทั้งหลายให้ส าเร็จ ท าให้เกิดความภาคภูมิใจ ความ
มั่นใจ ตลอดจนได้รับความยกย่องจากบุคคลอนส่วนผลของการตอบแทนจากภายนอกจะเป็นรางวัลที่ผู้อนจัดหาให้
ื่
ื่
มากกว่าที่ตนเองให้ตนเอง เช่น การได้รับความยกย่องชมเชยจากครูผู้สอน พอแม่ ผู้ปกครอง หรือแม้แต่ได้คะแนน
่
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับที่น่าพอใจ
วิธีการวัดและประเมินผลความพึงพอใจ
ึ
เนื่องจากการวัดความพงพอใจเป็นทัศนคติที่เป็นนามธรรมและค่อนข้างซับซ้อน จึงสามารถวัดได้โดย
ทางอ้อม โดยวัดความคิดเห็นของบุคคลนั้นแทน ทั้งนี้การแสดงความคิดเห็นของบุคคลนั้นจะต้องตรงกับความรู้สึกที่
แท้จริงจึงจะสามารถวัดความพึงพอใจได้ มิฉะนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อนในการวัดความพึงพอใจได้
การวัดและประเมินผลความพงพอใจ สามารถกระท าการได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ (ชวลิต ชูก าแหง, ม.ป.ป.,
ึ
หน้า 111-136 อ้างถึงใน พาณี อวนศรี, 2556, หน้า 71-72 )
1. การสังเกต ( Observation ) การสังเกตการพด การกระท า การเขียน ของนักเรียนที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่
ู
ครูต้องการวัด เช่น การวัดว่า นักเรียนคนหนึ่งมีความสนใจต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์มากน้อยเพยงใด ครูอาจ
ี
สังเกตการกระท าของนักเรียนในเรื่อง
1.1 การมาเรียน
1.2 การถามตอบในชั้นเรียน
1.3 การท าการบ้าน/การส่งงาน
1.4 อ่านหนังสือเกี่ยวกับคณิตศาสตร์
1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางคณิตศาสตร์
ส าหรับรายวิชาอนๆ ก็สังเกตได้ท านองเดียวกันนี้ ผลจากการสังเกตการณ์กระท าของนักเรียนดังกล่าว
ื่
พอที่จะท าให้ครูวินิจฉัยได้ว่า นักเรียนสนใจการเรียนวิชาใดมากน้อยปานใด ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมก็เช่นกัน ครู
อาจดูความประพฤติของนักเรียนแล้วแปลความว่า นักเรียนผู้นั้นเป็นผู้ปฏิบัติตนดีมากน้อยปานใด เช่น การไม่ขาด
เรียนก็แสดงว่ามีความรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์ มีวินัยในตนเอง การไม่เล่นการพนัน การไม่เที่ยวกลางคืน ล้วนแต่
เป็นพฤติกรรมที่แปลความได้ว่า นักเรียนนั้นเป็นคนดี เป็นต้น
2. การสัมภาษณ์ (Interview) บางครั้งครูใช้วิธีพดคุยกับนักเรียนในประเด็กที่ครูอยากรู้ ซึ่งอาจเป็น
ู
ิ
ู
ความรู้สึก ทัศนคติของนักเรียน เพื่อน าสิ่งที่นักเรียนพดออกมาแปลความหมายเกี่ยวกับลักษณะจิตพสัยของนักเรียน
เช่น ครูอยากรู้ว่าเขาสนใจเรียนวิชาภาษาไทยหรือไม่ ครูอาจพดคุยกับนักเรียนว่าเคยอานวรรณคดีเล่มใดบ้าง เคย
ู
่
7
เขียนกลอนไหม เคยอานหนังสืออะไรที่ดีๆบ้างลองเล่าให้ครูฟงบ้าง ค าตอบของนักเรียนจะท าให้ครูประเมินได้ว่ามี
่
ั
ความสนใจการเรียนวิชาภาษาไทยมากน้อยปานใด
3. การใช้แบบวัด (Rating Scale)
มีครูหรือนักวัดผลได้สร้างเครื่องมือวัดทัศนคติ วัดความสนใจ วัดคุณธรรม จริยธรรมไว้มากพอสมควร ซึ่งครูอนๆ
ื่
สามารถน าไปใช้ได้ ถ้าเป็นแบบวัดทัศนคติหรือวัดความสนใจจะมีรูปแบบการวัด 5 รูปแบบ คือ แบบของลิเคร์ท
แบบเธอร์สโตน แบบของออสกูด แบบวัดเชิงสถานการณ์และแบบจับคู่
ภณิดา ชัยปัญญา (2541, หน้า 51) กล่าวว่า มีวิธีที่สามารถวัดความพึงพอใจได้ดังนี้
1. การใช้แบบสอบถาม โดยผู้ออกแบบสอบถามจัดท าแบบสอบถามเพื่อต้องการทราบ ความคิดเห็น สามารถ
ิ
ึ
กระท าได้ในลักษณะก าหนดค าตอบให้เลือก หรือตอบค าถามอสระ ซึ่งค าถามดังกล่าวอาจถามความพงพอใจในด้าน
ต่างๆ
2. การสัมภาษณ์ เป็นวิธีวัดความพึงพอใจโดยตรงโดยอาศัยเทคนิคและวิธีการที่ดีจึงจะได้ข้อมูลที่เป็นจริง
3. การสังเกต เป็นวิธีวัดความพงพอใจโดยการสังเกตพฤติกรรมของบุคคลเป้าหมายไม่ว่าจะแสดงออกจาก
ึ
การพูดจา กริยา ท่าทาง วิธีนี้ต้องอาศัยการกระท าอย่างจริงจัง และสังเกตอย่างมีระเบียบแบบแผน
Day (199, pp.54 อ้างถึงใน ภณิดา ชัยปัญญา, 2541, หน้า 51-52) ได้เสนอแนวคิดในการประเมินผลความ
พึงพอใจไว้ 2 แบบดังนี้
1. การประเมินทางจิตวิทยา (Psychological interpretation of satisfaction) แนวทางนี้มอง Satisfaction
ึ
ว่าเป็นการยืนยัน (Confirmation) ของความคาดหวังที่เกิดขึ้น (Prior expectation) ความพงพอใจหรือไม่พอใจ
ขึ้นกับการเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ซึ่งก็คือแนวทางของ Disconfirmation process
2. การประเมินผลตามทฤษฎีอรรถประโยชน์ (Utility Theory Interpretation of Satisfaction) เป็นการ
ิ
้
อางองทฤษฎีในทางเศรษฐศาสตร์ โดยสมมุติฐานว่าผู้บริโภคที่มีเหตุผล (Rational consumer) ซึ่งต้องการท าให้ตน
บรรลุความพอใจสูงสุดเมื่อเกิดอรรถประโยชน์สูงสุดและท าให้เกิด Ideal point ว่าน้อยกว่า เท่ากับหรือมากกว่า และ
ระยะห่างมากน้อยเพียงใด โดยการน ามาเปรียบเทียบกับความหวัง (Expectation) และการรับรู้ (Perception)
จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับความพึงพอใจในข้างต้น ผู้วิจัยสรุปได้ว่า ความพึงพอใจและผล
ั
การเรียนรู้มีความสัมพนธ์กันในทางบวก ซึ่งขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ครูจัดขึ้นให้นักเรียนได้ปฏิบัตินั้นสามารถตอบสนอง
ึ
ความต้องการของผู้เรียนได้มากน้อยเพยงไรความพงพอใจมีความส าคัญต่อการเรียนรู้และการสอนครูสูงมาก ดังนั้น
ี
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละครั้ง ครูผู้สอนจ าเป็นต้องค านึงการจัดบรรยากาศและสถานการณ์รวมทั้งสื่อ
ื่
อปกรณ์การเรียนการสอน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญทั้งนี้เพอตอบสนองความต้องการและความ
ุ
ึ
แตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งนี้เพอให้ผู้เรียนเกิดความพงพอใจและให้เกิดแรงจูงใจการท ากิจกรรมของตนเองจน
ื่
บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ผลตอบแทนภายในหรือรางวัลภายใน จะเป็นผลด้านความรู้สึกของผู้เรียนที่เกิดแก่
ตัวผู้เรียนเอง
ึ
ดังนั้น การวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยจะวัดความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2562 โดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ ซึ่งเป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
8
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ึ
จารุวรรณ เทวกุล ( 2555 , 70 - 79 ) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของ
นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชาพานิชยกรรม ชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยอาชีวะ
ศึกษาฉะเชิงเทรา พบว่า 1) ความพึงพอใจในการเรียนการสอนของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากและรายด้านอยู่ใน
ระดับมาก จ านวน 5 ด้านระดับปานกลางจ านวน 1 ด้าน ด้านระดับมากเรียงจากมากไปหาน้อย คือ ด้านเนื้อหาหลัก
สูตร ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านบุคลิกภาพของครูผู้สอน ด้านการวัดและประเมินผล และด้านสภาพแวดล้อม
ึ
ในการเรียน และด้านที่อยู่ระดับปานกลาง คือ ด้านการจัดบริการของวิทยาลัย 2) นักเรียนที่มีเพศต่างกัน มีความพง
พอใจในการจัดการเรียนการสอนโดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3)
นักเรียนที่เรียนชั้นปีต่างกัน มีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนโดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .01 และเมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้าน พบว่า ด้านบุคลิกภาพของครูผู้สอนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .01 ด้านการจัดบริการของวิทยาลัยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วน
ึ
ื่
ด้านอนๆ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) นักเรียนที่เรียนสาขาต่างกัน มีความพงพอใจใน
การจัดการเรียนการสอนโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้าน
พบว่า ด้านเนื้อหาหลักสูตรและด้านการจัดการเรียนการสอนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ส่วนด้านอนๆ แตกต่างกนอย่างไม่มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 5) นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ื่
ั
ึ
ต่างกัน มีความพงพอใจในการจัดการเรียนการสอนโดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยส าคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
มูหามัด เต๊ะยอ และมารีเย๊าะ มาแต ( 2558 , 123 – 134 ) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของนักศึกษา
ต่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์วิศวกรรม 2 ของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
นราธิวาสราชนครินทร์ พบว่า ความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 4.07 ) ส่วนความพึงพอใจในแต่ละ
ด้านที่ประกอบด้วย ด้านผู้สอนมีความพงพอใจสูงสดระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 4.11 ) รองลงมา คือ ด้านสถานที่และ
ึ
โสตทัศนูปกรณ์อยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 4.10 ) ด้านกระบวนการเรียนการสอนอยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 4.06 )
และความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านการวัดและประเมินผลอยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 3.96 ) ตามล าดับ
บทที่ 3
วิธีการด าเนินงาน
การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
ในครั้งนี้ ด าเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การก าหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
3. การสร้างและพัฒนาเครื่องมือ
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. การวิเคราะห์ข้อมูล
6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
การก าหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 5 ที่
เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 รวมทั้งสิ้น คน
กลุ่มตัวอย่าง
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้นมะยมศึกษาปีที่ 5 ที่
เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 รวมทั้งสิ้น 68 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
( Purposive sampling )
เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชา
ึ
ึ
คณตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกษา 2562 ที่ผู้วิจัยสร้างขน เพอสอบถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชั้น
ึ้
ิ
ื่
มัธยมศึกษาปีที่ 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของ
ผู้ตอบแบบสอบ และตอนที่ 2 ความพึงพอใจของนักเรียน โดยตอนที่ 2 แบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านครูผู้สอน ด้าน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านการวัดและประเมินผลดารเรียนรู้ และด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ลักษณะของ
แบบสอบถามเป็นแบบมาตรประมาณค่า 5
การสร้างและพัฒนาเครื่องมือ
ึ
การสร้างและพฒนาแบบสอบถามความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1
ั
ปีการศึกษา 2562 มีขั้นตอนดังนี้
1. ศึกษาต ารา เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความพงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของนักเรียน
ึ
เพื่อน ามาเป็นแนวทางและเพื่อสร้างแนวคิด ก าหนดขอบเขตในการสร้างแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียน
10
2. ศึกษาวิธีสร้างแบบสอบถามและก าหนดแบบสอบถามที่ใช้ในการวิจัยเป็นมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating
Scale) 5 ระดับ ซึ่งมีระดับการประเมินเป็นดังนี้
5 หมายถึง พึงพอใจระดับมากที่สุด
4 หมายถึง พึงพอใจระดับมาก
3 หมายถึง พึงพอใจระดับปานกลาง
2 หมายถึง พึงพอใจระดับน้อย
1 หมายถึง พึงพอใจระดับน้อยที่สุด
3. ก าหนดประเด็นที่ต้องการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน
4. ร่างแบบสอบถาม โดยเขียนข้อค าถาม จ านวน 45 ข้อ
5. น าแบบสอบถามวัดความพึงพอใจเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมแล้ว
น าข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไข
ึ
6. น าแบบสอบถามวัดความพงพอใจให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ซึ่งได้ก าหนดเกณฑ์
ในการพิจารณาความเที่ยงตรง ดังนี้
+1 หมายถึง แน่ใจว่าค าถามมีความเหมาะสม
0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าค าถามมีความเหมาะสมหรือไม่
-1 หมายถึง แน่ใจว่าค าถามไม่มีความเหมาะสม
7. ปรับปรุงแก้ไขตามค าแนะน าของผู้เชี่ยวชาญโดยคัดเลือกข้อค าถามจ านวน 30 ข้อ
ึ
8. น าแบบสอบถามวัดความพงพอใจที่ได้ปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รวมทั้งสิ้นจ านวน 50 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง
เพอหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามวัดความพงพอใจ โดยหาค่าความเชื่อมั่นตามวิธีของ Cronbach ที่เรียกว่า
ื่
ึ
Alpha Coefficient มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.98
9. จัดท าแบบสอบถามฉบับจริงเพื่อน าไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างต่อไป
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดล าดับขั้นในการเก็บรวบรวมข้อมูลหลังจากจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนจบในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โดยแจกแบบสอบถามให้นักเรียนในคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของสัปดาห์
สุดท้ายของภาคเรียน ซึ่งผู้วิจัยควบคุมการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง โดยแจกแบบสอบถามทั้งหมด 80 ฉบับ ได้รับกลับ
คนมาและมีความสมบูรณ์สามารถน ามาวิเคราะห์ข้อมูลได้จ านวน 68 ฉบับ
การวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้วิจัยท าการวิเคราะห์ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ มีขั้นตอนดังนี้
ั้
1. ผู้วิจัยน าแบบสอบถาม จ านวน 80 ฉบับ มาตรวจสอบความสมบูรณ์ พบว่ามีความสมบูรณ์ทงหมด 68
ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 85 ของแบบสอบถามทั้งหมด
2. วิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามโดยใช้ค่าความถี่และค่าร้อยละ
3. วิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ 2 โดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนในรายด้านและ
รายข้อ โดยก าหนดเกณฑ์ในการแปลความหมายของคะแนนเฉลี่ย เป็นดังนี้
คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.49 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับน้อยที่สุด
คะแนนเฉลี่ย 1.50-2.49 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับน้อย
คะแนนเฉลี่ย 2.50-3.49 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับปานกลาง
11
คะแนนเฉลี่ย 3.50-4.49 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับมาก
คะแนนเฉลี่ย 4.50-5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1. ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก ่
หาค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของนักเรียนจากแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ
ิ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้คณตศาสตร์เรื่อง เลขยกก าลัง ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีการสร้างองค์
ความรู้ด้วยตนเอง โดยใช้ค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าตัวกลางเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
1.1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( Arithmetic Mean) (พิสณุ ฟองสี, 2554, หน้า 163)
X =
̅ ∑ X
n
เมื่อ ∑ X คือ ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด
n คือ จ านวนข้อมูลทั้งหมด
1.2 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( Standard Deviation) ( พิสณุ ฟองสี, 2554, หน้า 165)
S.D. = √ ∑(x−x ̅) 2
n−1
เมื่อ x คือ ข้อมูลแต่ละจ านวน
̅ คือ ค่าเฉลี่ย
x
n คือ จ านวนข้อมูลหรือขนาดตัวอย่าง
2. สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.1 การหาค่าความสอดคล้องของเนื้อหาในข้อค าถามกับวัตถุประสงค์ (Index of Item
Objective Congruence) (สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์ และคนอนๆ, 2557, หน้า 329)
ื่
∑ R
IOC =
N
เมื่อ IOC = ดัชนีผลรวมระหว่างข้อค าถามกับวัตถุประสงค์
∑ = ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นในแต่ละข้อของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
N = จ านวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
2.2 การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยหาค่าความเชื่อมั่นตามวิธีของ Cronbach ที่เรียกว่า
Alpha Coefficient (สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์ และคนอื่นๆ, 2557, หน้า 325-327 )
บทที่ 4
ผลการศึกษา
การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2562 เก็บข้อมูล 4 ด้าน คือ ด้านครูผู้สอน ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ และด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ผู้วิจัยน าเสนอผลการศึกษาได้ดังนี้
ตอนที่ 1 แสดงข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางที่ 1 แสดงความถี่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามเพศ
เพศ จ านวนนักเรียน ร้อยละ
ชาย 29 42.60
หญิง 39 57.40
จากตารางที่ 1 พบว่า นักเรียนผู้ที่ตอบแบบสอบถามส่วนมากเป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 57.40 และเพศ
ชาย คิดเป็นร้อยละ 42.60 ตามล าดับ
ตารางที่ 2 แสดงความถี่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามระดับชั้น
ระดับชั้น จ านวนนักเรียน ร้อยละ
ม.2 15 21.10
ม.4 19 27.90
ม.5 34 50.00
จากตารางที่ 2 พบว่า นักเรียนผู้ที่ตอบแบบสอบถามส่วนมากเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
คิดเป็นร้อยละ 50.00 รองลงมาคือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คิดเป็นร้อยละ 27.90 และนักเรียนระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 21.10 ตามล าดับ
13
ตอนที่ 2 แสดงความพึงพอใจของนักเรียน
ึ
ตารางที่ 3 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมและ
รายด้าน
รายการ S.D. แปลผล
̅
ด้านครูผู้สอน 4.13 0.93 พึงพอใจมาก
ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3.94 0.97 พึงพอใจมาก
ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 3.85 0.92 พึงพอใจมาก
ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน 3.71 1.12 พึงพอใจมาก
รวม 3.96 0.98 พึงพอใจมาก
จากตารางที่ 3 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชา
คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 อยู่ในระดับมาก ( x = 3.96 ) เมื่อวิเคราะห์รายด้านพบว่า ทุก
̅
ด้านนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก โดยเรียงตามคะแนนเฉลี่ยได้ดังนี้ ด้านครูผู้สอน รองลงมาคือ ด้านการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ตามล าดับ
ตารางที่ 4 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียนด้านครูผู้สอน
รายการ S.D. แปลผล
̅
1. ครูผู้สอนมีความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอน 4.34 0.81 พึงพอใจมาก
ี
2. ครูผู้สอนมีความขยันหมั่นเพยร หาความรู้ที่ทันสมัย 4.13 0.87 พึงพอใจมาก
เพิ่มเติมและมาใช้สอนนักเรียนอยู่เสมอ
3. ครูผู้สอนมีความยุติธรรมในชั้นเรียน 4.07 0.96 พึงพอใจมาก
4. ครูผู้สอนมีความเป็นกันเองกับผู้เรียน 3.72 1.08 พึงพอใจมาก
5. ครูผู้สอนพูดจาสุภาพ 4.07 0.97 พึงพอใจมาก
6. ครูผู้สอนแต่งกายเรียบร้อย เหมาะสมกับความเป็นครู 4.52 0.73 พึงพอใจมากที่สุด
7. ครูผู้สอนมีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลาในการสอน 3.96 0.84 พึงพอใจมาก
8. ครูผู้สอนเสียงดัง ฟังชัด 4.39 0.89 พึงพอใจมาก
9. ครูผู้สอนเอาใจใส่ ดูแลนักเรียน อย่างใกล้ชิด 3.97 0.97 พึงพอใจมาก
รวม 4.13 0.93 พึงพอใจมาก
จากตารางที่ 4 พบว่า ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชา
ึ
คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านครูผู้สอน อยู่ในระดับมาก ( x = 4.13 ) เมื่อวิเคราะห์ราย
̅
ข้อพบว่า นักเรียนมีความพงพอใจมากที่สุดที่ครูผู้สอนแต่งกายเรียบร้อย เหมาะสมกับความเป็นครู ( x = 4.52 )
ึ
̅
รองลงมาคือ นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่ครูผู้สอนเสียงดัง ฟังชัด ครูผู้สอนมีความรู้ในเนื้อหาวิชาที่สอน ครูผู้สอน
ี
ิ่
มีความขยันหมั่นเพยรหาความรู้ที่ทันสมัยเพมเติมและมาใช้สอนนักเรียนอยู่เสมอ ครูผู้สอนมีความยุติธรรมในชั้น
ู
เรียน ครูผู้สอนพดจาสุภาพ ครูผู้สอนเอาใจใส่ ดูแลนักเรียน อย่างใกล้ชิด ครูผู้สอนมีความรับผิดชอบและตรงต่อ
เวลาในการสอน และครูผู้สอนมีความเป็นกันเองกับผู้เรียน ตามล าดับ
14
ตารางที่ 5 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียนด้านการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้
รายการ S.D. แปลผล
̅
1. ครูแจ้งจุดประสงค์ให้นักเรียนทราบก่อนเรียน 4.06 0.87 พึงพอใจมาก
2. ครูมีการน าเข้าสู่บทเรียน/ทบทวนความรู้เดิมก่อนสอน 4.08 0.86 พึงพอใจมาก
เนื้อหาความรู้ใหม่
3. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการอย่างหลากหลาย 3.79 0.95 พึงพอใจมาก
4. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ซักถามข้อ 4.15 1.00 พึงพอใจมาก
สงสัยต่างๆในขณะปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียน
5. ครูใช้สื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 3.72 1.13 พึงพอใจมาก
หลากหลาย
6. ครูส่งเสริมให้นักเรียนท างานเป็นกลุ่ม 4.37 0.78 พึงพอใจมาก
7. ครูส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมจาก 4.09 0.90 พึงพอใจมาก
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ
8. ครูสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียน 3.60 1.06 พึงพอใจมาก
9. นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน 3.97 0.92 พึงพอใจมาก
10. ครูและนักเรียนได้ร่วมกันสรุปหลักการ ทฤษฎี นิยาม 4.00 0.97 พึงพอใจมาก
ทุกครั้งหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
รวม 3.94 0.97 พึงพอใจมาก
ึ
จากตารางที่ 5 พบว่า ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชา
คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ( x = 3.94 )
̅
เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครูส่งเสริมให้นักเรียนท างาน
ึ
เป็นกลุ่ม รองลงมา คือ นักเรียนมีความพงพอใจมากที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น ซักถามข้อสงสัย
ต่างๆในขณะปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียน ครูส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ครู
มีการน าเข้าสู่บทเรียน/ทบทวนความรู้เดิมก่อนสอนเนื้อหาความรู้ใหม่ ครูแจ้งจุดประสงค์ให้นักเรียนทราบก่อนเรียน
ครูและนักเรียนได้ร่วมกันสรุปหลักการ ทฤษฎี นิยามทุกครั้งหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนมีส่วนร่วมใน
กิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการอย่างหลากหลาย ครูใช้สื่อประกอบการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และครูสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียน ตามล าดับ
15
ตารางที่ 6 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของนักเรียนด้านการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้
รายการ S.D. แปลผล
̅
1. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการก าหนดเกณฑ์ 4.01 0.88 พึงพอใจมาก
การประเมินผล
2. มีการวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน 3.76 0.94 พึงพอใจมาก
3. ครูใช้วิธีการวัดผลที่หลากหลาย 3.79 0.86 พึงพอใจมาก
4. การวัดผลและประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์การ 3.96 0.86 พึงพอใจมาก
เรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้
5. นักเรียนทราบผลการประเมินผลทุกครั้ง 3.78 0.93 พึงพอใจมาก
6. นักเรียนมีโอกาสแก้ไขผลการประเมินผลของตนเอง 3.82 1.01 พึงพอใจมาก
รวม 3.85 0.92 พึงพอใจมาก
จากตารางที่ 6 พบว่า ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชา
ึ
คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ( x = 3.85 )
̅
เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพงพอใจมากที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการก าหนดเกณฑ์
ึ
การประเมินผล รองลงมาคือ นักเรียนมีความพงพอใจมากที่การวัดผลและประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์การ
ึ
เรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนมีโอกาสแก้ไขผลการประเมินผลของตนเอง ครูใช้วิธีการวัดผลที่หลากหลาย
นักเรียนทราบผลการประเมินผลทุกครั้ง และมีการวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน ตามล าดับ
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพงพอใจของนักเรียนด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน
ึ
̅
รายการ S.D. แปลผล
1. ความสะอาดของห้องเรียน 3.61 1.13 พึงพอใจมาก
2. แสงสว่างในห้องเรียน 3.94 1.01 พึงพอใจมาก
3. จ านวนโต๊ะ เก้าอี้ในห้องเรียน 3.80 1.14 พึงพอใจมาก
4. ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในห้องเรียน 3.70 1.06 พึงพอใจมาก
5. มีอุปกรณ์และเครื่องมือส าหรับใช้ประกอบการจัดการ 3.48 1.21 พึงพอใจมาก
เรียนการสอน (เช่น คอมพิวเตอร์,โปรเจคเตอร์ ฯ)
รวม 3.71 1.12 พึงพอใจมาก
จากตารางที่ 7 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชา
คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน อยู่ในระดับมาก ( x = 3.71 )
̅
เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจมากเกี่ยวกับแสงสว่างในห้องเรียน รองลงมาคือ นักเรียนมี
ความพึงพอใจมากเกี่ยวกับจ านวนโต๊ะ เก้าอี้ในห้องเรียน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในห้องเรียน ความสะอาดของ
ห้องเรียน และการมีอุปกรณ์และเครื่องมือส าหรับใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอน ตามล าดับ
บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2562 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้น
มะยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 รวมทั้งสิ้น 68 คน ที่ได้มาโดยการ
ึ
เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอญ (Accidental sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความพง
ิ
พอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 เก็บข้อมูล 4 ด้าน คือ ด้าน
ครูผู้สอน ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และด้านสภาพแวดล้อม
ในชั้นเรียน ท าการเก็บรวบรวมข้อมูลหลังจากจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจบในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562
โดยแจกแบบสอบถามให้นักเรียนในคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของสัปดาห์สุดท้ายของภาคเรียน ซึ่งผู้วิจัยควบคุมการ
เก็บข้อมูลด้วยตนเอง โดยแจกแบบสอบถามให้กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง และผู้วิจัยท าการวิเคราะห์ข้อมูลทาง
คอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ ผู้วิจัยสามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้
ความพึงพอใจของนักเรียนส่วนมากในภาพรวมที่มีต่อการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2562 อยู่ในระดับมาก ( x = 3.96) เมื่อวิเคราะห์รายด้านพบว่า ทุกด้านนักเรียนมีความพงพอใจ
ึ
̅
ในระดับมาก และเมื่อวิเคราะห์เป็นรายด้านพบว่า 1) ด้านครูผู้สอน ความพึงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของ
นักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้านครูผู้สอน อยู่ในระดับมาก
( x = 4.13 ) เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพงพอใจมากที่สุดที่ครูผู้สอนแต่งกายเรียบร้อย เหมาะสม
ึ
̅
กับความเป็นครู ( x = 4.52 ) รองลงมาคือ นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่ครูผู้สอนเสียงดัง ฟังชัด ครูผู้สอนมีความรู้
̅
ในเนื้อหาวิชาที่สอน ครูผู้สอนมีความขยันหมั่นเพยรหาความรู้ที่ทันสมัยเพมเติมและมาใช้สอนนักเรียนอยู่เสมอ
ิ่
ี
ครูผู้สอนมีความยุติธรรมในชั้นเรียน ครูผู้สอนพูดจาสุภาพ ครูผู้สอนเอาใจใส่ ดูแลนักเรียน อย่างใกล้ชิด ครูผู้สอนมี
ความรับผิดชอบและตรงต่อเวลาในการสอน และครูผู้สอนมีความเป็นกันเองกับผู้เรียน 2) ด้านการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ ความพึงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาคณตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปี
ิ
การศึกษา 2562 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ( x = 3.94 ) เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า
̅
ึ
นักเรียนมีความพงพอใจมากที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครูส่งเสริมให้นักเรียนท างานเป็นกลุ่ม รองลงมา คือ
ึ
ิ
้
นักเรียนมีความพงพอใจมากที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคดเห็น ซักถามขอสงสัยต่างๆในขณะปฏิบัติ
กิจกรรมในชั้นเรียน ครูส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าความรู้เพมเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ครูมีการน าเข้าสู่
ิ่
บทเรียน/ทบทวนความรู้เดิมก่อนสอนเนื้อหาความรู้ใหม่ ครูแจ้งจุดประสงค์ให้นักเรียนทราบก่อนเรียน ครูและ
นักเรียนได้ร่วมกันสรุปหลักการ ทฤษฎี นิยามทุกครั้งหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม
การเรียนรู้ในชั้นเรียน ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการอย่างหลากหลาย ครูใช้สื่อประกอบการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ที่หลากหลาย และครูสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียน 3) ด้านการวัดและประเมินผลการ
ึ
เรียนรู้ ความพงพอใจของนักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปี
การศึกษา 2562 ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ( x = 3.85 ) เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า
̅
ึ
นักเรียนมีความพงพอใจมากที่ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการก าหนดเกณฑ์การประเมินผล รองลงมาคือ
ึ
นักเรียนมีความพงพอใจมากที่การวัดผลและประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้
17
นักเรียนมีโอกาสแก้ไขผลการประเมินผลของตนเอง ครูใช้วิธีการวัดผลที่หลากหลาย นักเรียนทราบผลการประเมินผล
ึ
ทุกครั้ง และมีการวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน และ 4) ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ความพงพอใจของ
นักเรียนในภาพรวมของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ด้าน
ึ
สภาพแวดล้อมในชั้นเรียน อยู่ในระดับมาก ( x = 3.71 ) เมื่อวิเคราะห์รายข้อพบว่า นักเรียนมีความพงพอใจ
̅
ี้
มากเกี่ยวกับแสงสว่างในห้องเรียน รองลงมาคือ นักเรียนมีความพงพอใจมากเกี่ยวกับจ านวนโต๊ะ เก้าอในห้องเรียน
ึ
ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในห้องเรียน ความสะอาดของห้องเรียน และการมีอปกรณ์และเครื่องมือส าหรับใช้
ุ
ประกอบการจัดการเรียนการสอน
ผลการวิจัยข้างต้นมีความสอดคล้องกับงานวิจัยของ มูหามัด เต๊ะยอ และมารีเย๊าะ มาแต ( 2558 ,
123 – 134 ) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความพงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์วิศวกรรม 2 ของ
ึ
นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พบว่า ความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ใน
ระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 4.07 ) ส่วนความพึงพอใจในแต่ละด้านที่ประกอบด้วย ด้านผู้สอนมีความพึงพอใจสูงสดระดับดี (
ค่าเฉลี่ย = 4.11 ) รองลงมา คือ ด้านสถานที่และโสตทัศนูปกรณ์อยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 4.10 ) ด้านกระบวนการ
เรียนการสอนอยู่ในระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 4.06 ) และความพงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านการวัดและประเมินผลอยู่ใน
ึ
ระดับดี ( ค่าเฉลี่ย = 3.96 )
้
นอกจากนี้ผลการวิจัยข้างต้นมีความสอดคล้องกับ Bloom (1976, pp. 72-74 อางถึงใน มลฤดี สิงห์นุกูล,
2555, หน้า 52 ) ที่ได้กล่าวว่า ถ้าสามารถจัดให้นักเรียนได้ท ากิจกรรมตามที่ตนต้องการ ก็จะคาดหวังได้แน่นอนว่า
นักเรียนทุกคนได้เตรียมใจส าหรับกิจกรรมที่ตนเองเลือกนั้น ด้วยความกระตือรือร้น พร้อมทั้งความมั่นใจ เราสามารถ
สังเกตเห็นความแตกต่างของความพร้อมด้านจิตใจได้ชัดเจน จากการปฏิบัติของนักเรียน ต่องานที่เป็นวิชาบังคับ กับ
วิชาเลือก หรือจากสิ่งนอกโรงเรียนที่นักเรียนอยากเรียน เช่น เกม ดนตรีบางชนิด การขับรถยนต์ หรืออะไรบางอย่าง
ที่นักเรียนอาสาสมัคร และตัดสินใจโดยเสรีในการเรียน มีความกระตือรือร้น มีความพงพอใจ และมีความสนใจเมื่อ
ึ
เริ่มเรียนจะท าให้นักเรียนเรียนได้เร็วและประสบความส าเร็จสูง เหตุผลเพราะ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ที่ผ่านมานั้น ได้มีการก าหนดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นล าดับขั้นตอนที่ชัดเจนคือ
ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน และขั้นสรุป ในแต่ละขั้นตอนได้มีการน าวิธีการต่างๆมาใช้อย่างหลากหลาย เพอให้
ื่
นักเรียนมีความสนุกสนาน มีความกระตือรือร้น มีความพงพอใจ และมีความสนใจ ในกิจกรรมการเรียนการรู้ การวัด
ึ
และประเมินผลใช้การประเมินอย่างหลากหลาย นักเรียนมีบทบาทในฐานะผู้ประเมินและผู้ถูกประเมิน และการ
พฒนาสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่ครูผู้สอนให้ความสนใจและพฒนาให้เกิดความพร้อมต่อการจัดการเรียนรู้อยู่
ั
ั
เสมอๆ ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนมีความพึงพอใจ และยังสอดคล้องกับ Bloom (1976, pp. 72-74 อ้างถึงใน มลฤดี สิงห์นุกูล,
ึ
2555, หน้า 52 ) ที่กล่าวว่า ความพงพอใจเป็นสิ่งส าคัญที่กระตุ้นให้ผู้เรียนท างานที่ได้รับมอบหมาย หรือต้องการ
ี
ปฏิบัติให้บรรลุผล ตามวัตถุประสงค์ครูผู้สอนซึ่งในสภาพปัจจุบันเป็นเพยงผู้อานวยความสะดวกหรือให้ค าแนะน า
ปรึกษาจึงต้องค านึงถึงความพึงพอใจในการเรียนรู้ (สมยศ นาวีการ, 2547, หน้า 155 )
ข้อเสนอแนะ
ิ
ึ
ึ
ผลการศกษาวิจัยเรื่อง การศกษาความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาคณตศาสตร์ ภาคเรียน
ึ
ที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ในครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะเพอเป็นแนวทางให้กับครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา และ
ื่
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพื่อน าไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ดังนี้
1. ด้านครูผู้สอน บุคลิกภาพของครูผู้สอนเป็นสิ่งส าคัญที่ครูจะต้องพฒนาตนเองอย่างสม่ าเสมอ และ
ั
ื่
พัฒนาตนเองในด้านวิชาการเพอให้มีความรู้และมีเทคนิควิธีการสอนที่ทันต่อวามก้าวหน้าของวิทยาการสมัยใหม่
มีความขยันหมั่นเพียร มีความรอบคอบ พูดจาสุภาพ เสียงดังฟังชัดเจน มีความเป็นกัลยาณมิตรกับนักเรียน
18
2. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สถานศึกษาควรส่งเสริมให้ความรู้ครูในด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
( Active Learning ) ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ตอบสนองความสนใจและศักยภาพของนักเรียน โดยใช้
วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและวิธีอื่นๆ ให้เกิดความหลากหลาย นักเรียนจะได้ไม่เบื่อหน่าย น าสื่อและเทคโนโลยี
ิ่
สมัยใหม่มาใช้ให้เหมาะสมในชั้นเรียนหรืออาจจะน านักเรียนเรียนรู้นอกห้องเรียน แหล่งเรียนรู้ เพมบทบาทให้
ผู้เรียนเป็นผู้สืบค้นความรู้ น าเสนอ และสรุปองค์ความรู้ให้มากขึ้น
3. ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ สถานศึกษาควรส่งเสริมให้ความรู้ครูในด้านการประเมินผล
การเรียนรู้ตามสภาพจริง และให้การสนับสนุน ส่งเสริมให้ครูใช้การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่หลากหลาย
4. ด้านสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน สถานศึกษา ครูผู้สอน ควรจัดสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนให้มีความ
ี
สะอาด มีแสงสว่างที่เพยงพอ อากาศถ่ายเทได้ดี ห้องเรียนปราศจากเสียงรบกวน มีเครื่องมือด้านเทคโนโลยีการ
เรียนการสอนที่เพียงพอและสะดวกต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้อเสนอแนะส าหรับการวิจัยครั้งต่อไป
1. ในการศึกษาครั้งต่อไปอาจจะศึกษาความพงพอใจของนักเรียนที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์ทั้งระดับชั้น
ึ
หรือทั้งโรงเรียน เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการสอนคณิตศาสตร์ทั้งโรงเรียน
ึ
2. ในการศึกษาครั้งต่อไปอาจจะศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความพงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการ
เรียนการสอนคณิตศาสตร์ เพอเป็นแนวทางส าหรับครูคณิตศาสตร์ในการวางแผนการจัดการเรียนการสอนใน
ื่
ครั้งต่อไป
บรรณานุกรม
จารุวรรณ เทวกุล. (2555). ความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ประเภทวิชาพานิชยกรรม ชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 และชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยอาชีวะศึกษาฉะเชิงเทรา. สารนิพนธ์
กศ.ม. (ธุรกิจศึกษา). กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนรินทรวิโรฒ.
ชาคริต เรืองประพันธ์. ( 2556 ). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่องสมการกาลังสองโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SSCS ร่วมกับทฤษฎีการสร้างองค์
ความรู้ด้วยตนเอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามค าแหง.
ณัฐสิทธิ์ วงค์ตลาด. (2544). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร ส านักงานศึกษาธิการอ าเภอ
ในจังหวัดอุดรธานี. มหาสารคาม, ส านักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นพพร แหยมแสง. (2556). พฤติกรรมการสอนคณิตศาสตร์ 1 ( พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ส านักพมพ ์
ิ
มหาวิทยาลัยรามค าแหง.
้
พาณี อวนศรี. ( 2556). การพัฒนาความสามารถในการแกโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้
ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การบล การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปี
ที่ 5. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคราม.
์
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. ( 2548). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา ( พิมพครั้งที่ 3).กรุงเทพมหานคร: เฮ้าออฟ
เคอร์มิสท์.
ิ
์
พิสณุ ฟองสี. ( 2550). การประเมินทางการศึกษา:แนวคิดสู่ปฏิบัติ ( พมพครั้งที่ 4).กรุงสเทพมหานคร: พอพ
เบอร์ตี้พริ้นท์จ ากัด.
พิสณุ ฟองสี. ( 2554). วิจัยในชั้นเรียน: หลักการและเทคนิคปฏิบัติ ( พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร:
ด่านสุทธาการพิมพ์.
มลฤดี สิงห์นุกูล. ( 2555 ). การศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจในการเรียนเรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปร
เดียวชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ตามแนวทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองร่วมกับวิธีเรียนแบบร่วมมือ
เทคนิค STAD. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามค าแหง.
ภณิดา ชัยปัญญา. ( 2541). ความพึงพอใจของเกษตรกรต่อกิจการไร่นาสวนผสมภายใต้โครงการปรับ
โครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตรของจังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต,
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
รสริน ป้อมสาหร่าย. (2550). ผลของกรใช้การเรียนแบบร่วมมือที่มีต่อความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษ
และความพึงพอใจในการเรียนแบบร่วมมือ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ครุศาสต
ิ
ิ
รมหาบัณฑิต (หลักสูตรและการสอน). พษณุโลก, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพบูลสงคราม.
วันดี นิลพิมาย. ( 2550). การเปรียบเทียบความสามารถในการบวกและการลบจ านวนที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่
เกิน 20 และความพึงพอใจในการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างการ
สอนแบบเรียนปนเล่นกับการสอนปกติ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครราชสีมา.
สุโขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัย. ( 2546). การพัฒนาเครื่องมือส าหรับการประเมินผลทางการศึกษา หน่วยที่
1-7 . นนทบุรี: มหาวิทยาลัย.
สุรางค์ โค้วตระกูล. ( 2536). จิวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมยศ นาวีการ. ( 2547) . การบริหาร ( พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: บรรณกิจ.
อ าพร ม้าคนอง. ( 2546). การสอนและการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: โรงพมพแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
์
ิ
Bloom, B. ( 1976). Human characteristics and school learning. New York: McGraw-Hill.
ภาคผนวก ก
แบบสอบถามความพึงพอใจ
ภาคผนวก ข
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ประวัติย่อผู้วิจัย
ชื่อ ชื่อสกุล นายนุกูล แจ้งสว่าง
วัน เดือน ปี เกิด 19 เมษายน 2532
สถานที่เกิด อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่อยู่ปัจจุบัน 12 หมู่ 5 ต าบลเดิมบาง อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
สถานที่ท างานปัจจุบัน โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข” อ าเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
ประวัติการศึกษา
พ.ศ. 2543 ประถมศึกษา โรงเรียนวัดเดิมบาง อาเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ. 2546 มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนวัดเดิมบาง อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ. 2549 มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนธรรมโชติศึกษาลัย อ าเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
พ.ศ. 2555 ครุศาสตรบัณฑิต ( คณิตศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. 2562 ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ( คณิตศาสตรศึกษา ) มหาวิทยาลัยรามค าแหง
พ.ศ. 2563 สัมฤทธิบัตร (การพัฒนาเครื่องมือวัดด้านเจตพิสัยและทักษะพิสัย) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช