The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการอบรม สทศ. สมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mimm_jewpanya, 2023-01-26 01:46:09

รายงานการอบรม สทศ. สมบูรณ์

รายงานการอบรม สทศ. สมบูรณ์

ฉบับนี้เป็นรายงานผลการอบรมตามแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA)สำหรับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ (ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ) ตามหลักเกณ์และวิธีการ ที่ ก.ค.ศ. กำหนดเพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ เป็นคณะทำงานระดับสนามสอบ ได้แก่ หัวหน้าสนามสอบ กรรมการกลาง และกรรมการคุมสอบที่มีความรู้ ความสามารถและได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สทศ. ขอขอบคุณผู้บริหารการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สนับสนุนการพัฒนา องค์ความรู้ด้วยตนเอง อันเป็นการนำทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการ เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพครูและผู้เรียน และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการนิเทศ การจัดการเรียนรู้และการจัดการศึกษา และบริการวิชาการแก่ หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานต่าง ๆ รายงาน


หน้า คำนำ 1 สารบัญ ส่วนที่1 ข้อมูลบุคลากร 1 ส่วนที่2 รายละเอียดการอบรม 2 หน่วยที่ 1 การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)....... 2 หน่วยที่ 2 การบริหารการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้น พื้นฐาน (O-NET)...................................................................................... 11 หน่วยที่ 3 ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของกรรมการคุมสอบ..................... 20 หน่วยที่ 4 ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของกรรมการกลาง...............………. 25 หน่วยที่ 5 ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของหัวหน้าสนามสอบ……………… 32 ส่วนที่3 ประโยชน์ที่ได้รับ / การนำไปใช้ 36


1 แบบรายงานผลการอบรม สัมมนา ประชุมของบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลบุคลากร ชื่อ – สกุล นางสาวลักขณา จิ๋วปัญญา ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 ประเภทการไปราชการ อบรม ศึกษาดูงาน ประชุมทางไกล สัมมนา เข้าร่วมกิจกรรม หนังสืออ้างอิง - หลักสูตร/หัวข้อ โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดสอบด้วยบทเรียนรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์(National Digital Learning & Testing Platform for Testing Administration) หน่วยงานดำเนินการ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ระยะเวลา วันที่ 17 – 19 มกราคม 2566 การใช้ประโยชน์ จากการไปราชการ ปฏิบัติงานในหน้าที่รับผิดชอบ ขยายผลแก่โรงเรียนในสังกัด เป็นแบบอย่าง และเกียรติยศของหน่วยงาน อื่นๆ ระบุ................................................... ค่าใช้จ่าย - เอกสาร/ตำรา -


2 ส่วนที่ 2 รายละเอียดการอบรม หน่วยที่ 1 การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) 1. ความเป็นมา และความสำคัญของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กำหนดให้การ จัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยการ จัดระบบโครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ยึดหลักมีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายใน การปฏิบัติ มีการกระจายอำนาจ ที่มีประสิทธิภาพ และมีการทดสอบที่ได้มาตรฐานไปสู่ระดับชาติ สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุก ระดับและทุกประเภทการศึกษา ดังนั้นจึงจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบประเมินผลว่าการจัดการศึกษาที่เป็นการ ให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนที่รัฐจะต้องจัดให้ทั่วถึงนั้น มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดและมี คุณภาพเท่าเทียมกันมากน้อยเพียงใด จึงได้จัดตั้งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) ขึ้น เรียกโดยย่อว่า "สทศ" ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า " National Institute of Educational Testing Service ( Public Organization) " เรียกโดยย่อว่า "NIETS" จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันทดสอบทาง การศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2548 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหาร จัดการและดาเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย พัฒนา และให้บริการทางการประเมินผลทางการศึกษาและ ทดสอบทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาใน ระดับชาติและนานาชาติ ซึ่ง สทศ. มีพันธกิจ ดังนี้ 1) จัดทำระบบ วิธีการทดสอบ และพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลตามมาตรฐานการศึกษา 2) จัดการประเมินผลการจัดการศึกษา และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการทดสอบทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา 3) จัดการทดสอบทางการศึกษา บริการสอบวัดความรู้ความสามารถ และการสอบวัดมาตรฐาน วิชาการและวิชาชีพ ผลที่ได้นำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเทียบระดับ และเทียบโอนผลการเรียนที่มาจาก การศึกษาในระบบเดียวกัน 4) จัดการศึกษาวิจัย และเผยแพร่นวัตกรรมด้านการทดสอบทางการศึกษา เผยแพร่เทคนิคการวัด และประเมินผลการศึกษา


3 5) เป็นศูนย์กลางข้อมูลการทดสอบทางการศึกษา สนับสนุน และให้บริการผลการทดสอบแก่ หน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 6) พัฒนาและส่งเสริมวิชาการด้านการทดสอบและประเมินผลทางการศึกษา พัฒนาบุคลากรด้าน การทดสอบและประเมินผล ติดตามและประเมินผลคุณภาพบัณฑิต การรับรองมาตรฐานของระบบ วิธีการ เครื่องมือวัดของหน่วยงานด้านการประเมินผลและทดสอบทางการศึกษา 7) เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาทั้งในระดับประเทศและระดับ นานาชาติในปัจจุบัน สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) ให้บริการจัดสอบต่างๆ ดังนี้ 1) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test : O-NET) 2) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอิสลามศึกษา (Islamic National Educational Test : I-NET) 3) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (Vocational National Educational Test : V-NET) 4) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (Non-Formal National Educational Test : N-NET) 5) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านพระพุทธศาสนา (Buddhism National Educational Test : B-NET) 6) การทดสอบความถนัดความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test : GAT) 7) การทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (Professional and Academic Aptitude Test : PAT) 8) การติดตามและประเมินผลคุณภาพบัณฑิต (University National Educational Test : UNET) 9) การบริการการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา (University Direct Access Test : U-DAT) 10) การทดสอบวัดสมรรถนะครูทางด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ในปัจจุบันสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีการส่งเสริมการนำผลการ ทดสอบ O-NET ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โดยมีระบบการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือเรียกสั้นว่า OLE ดังแผนภาพ


4 จากแผนภาพจะเห็นว่า การที่เราจะยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้นั้น จำเป็นต้องถักทอร้อย ทั้งหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลให้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งหลังจากการทดสอบ ทางศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เสร็จสิ้น นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และผู้บริหารทางการศึกษา สามารถ นำผลการทดสอบไปใช้ประโยชน์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ดังนี้ 1. ระดับนักเรียน ใบรายงานผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) แสดงคะแนนของนักเรียนรายบุคคล โดยนักเรียนดูผลคะแนนของตนเองในแต่ละวิชาว่าสูงกว่า หรือต่ากว่าค่าเฉลี่ยของระดับโรงเรียน ระดับสังกัด และระดับประเทศ เพื่อประเมินและพัฒนาตนเองให้มีผลการเรียนดียิ่งขึ้น 2. ระดับครูผู้สอน ครูผู้สอนแต่ละรายวิชาดูผลคะแนนรายวิชาที่ตนเองสามารถสอนจากใบรายงานผลการทดสอบ O-NET ฉบับที่ 1 ใบรายงานผลการทดสอบ O-NET รายบุคคล (สถานศึกษา) ฉบับที่ 2 ค่าสถิติระดับโรงเรียน แยกตามมาตรฐานการเรียนรู้ และฉบับที่ 5 ค่าสถิติระดับโรงเรียน แยกตามสาระการเรียนรู้ 3. ระดับผู้บริหารสถานศึกษา ต้องพิจารณาค่าสถิติในทุกกลุ่มสาระวิชา และใบรายงานผลฉบับที่ 6 ค่าสถิติระดับโรงเรียน แยกตามรายวิชา ซึ่งผู้บริหารสามารถพิจารณาผลการสอบในภาพรวมของวิชาจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียน เทียบเคียงกับโรงเรียนที่อยู่ในจังหวัดหรือโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดเดียวกันที่มีสภาพแวดล้อมในการจัดการเรียน การสอนที่ใกล้เคียงกัน และระดับประเทศ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนยิ่งขึ้น โดยใช้ระบบการนิเทศฯ แล้วส่งเสริม สนับสนุน 4. ระดับเขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาจากใบรายงานผลฉบับที่ 6 ค่าสถิติระดับโรงเรียน แยกตามรายวิชา ฉบับที่ 5 ค่าสถิติ ระดับโรงเรียน แยกตามสาระการเรียนรู้ และฉบับที่ 2 ค่าสถิติระดับโรงเรียน แยกตามมาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาสามารถนาไปใช้ในการส่งเสริม สนับสนุนสถานศึกษาในสังกัดได้ 5. ระดับต้นสังกัด ต้นสังกัดของโรงเรียนทุกโรงเรียน สามารถนำผลการสอบ O-NET ไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาครูผู้สอน ในสังกัดให้มีความรู้ ความชำนาญในวิชาที่สอน กระตุ้นผู้บริหารสถานศึกษาให้นิเทศ กำกับติดตาม จัดทำระบบ ช่วยเหลือนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งผลักดันให้มีการปรับปรุง และพัฒนาการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล 6. ระดับประเทศ การทดสอบ O-NET เป็นข้อสอบกลาง โดยนักเรียนผู้เข้าสอบต้องทำแบบทดสอบเดียวกัน ทั่วประเทศ ดังนั้นผลการทดสอบ O-NET จึงเป็นสิ่งสะท้อนผลการจัดการศึกษาในระดับชั้นเรียน ระดับ


5 โรงเรียน และสะท้อนถึงคุณภาพนักเรียน อีกทั้งยังใช้ผลการทดสอบในการประเมินตนเอง และประเมินเทียบ กับผู้อื่นได้อีกด้วย นอกจากนี้การนำผลของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่หลายคนอาจจะมองไม่เห็น จึงขอสสรุปประโยชน์ ดังนี้ 1. ใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่ง (30%) ในการจบการศึกษา ชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 2. ใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับ ม.1 (ใช้ O-NET ป.6 = 20%) ม.4 (ใช้ O-NET ม.3 = 20%) ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง และในระดับอุดมศึกษา (O-NET) ม.6 = 30%) 3. ใช้ในการประกันคุณภาพภายใน และประเมินคุณภาพภายนอก 4. ใช้ในการบริหารการศึกษา โดยมีรายงานผล O-NET ให้ผู้บริหารนำไปเพื่อยกระดับคุณภาพ การศึกษาในระดับศึกษาธิการภาค (18 ภาค) ศึกษาธิการจังหวัด (77 จังหวัด) ระดับเขตพื้นที่ (220 เขต) และระดับสถานศึกษา (35,000 โรง) ระดับชั้นเรียน โดยมีรายงานผล O-NET (ฉบับที่ 2-5) ให้ครูนำไปปรับปรุง การเรียนการสอน ระดับนักเรียนรายบุคคล (E-Score) ใช้วางแผนและปรับปรุงการเรียน 5. ใช้ในการประเมินผลการจัดการศึกษาในระดับชาติ และเทียบเคียงนานาชาติ 6. เป็นตัวชี้วัดผลการจัดการศึกษาในระดับกระทรวง/เขตพื้นที่/สถานศึกษา คำรับรองปฏิบัติ ราชการของ ก.พ.ร. ที่มีตัวชี้วัด ให้มีผลการทดสอบระดับชาติ เพิ่มขึ้น 3 % 7. แผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงศึกษาธิการ ใน 3 ยุทธศาสตร์ (จาก 6 ยุทธศาสตร์) คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้มีตัวชี้วัด ที่สำคัญที่ให้โรงเรียนมีจานวนร้อยละของนักเรียนมีคะแนน O-NET ตั้งแต่ 50 % ในแต่ละวิชาเพิ่มขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา มีตัวชี้วัดที่ สำคัญ ให้ความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET ของนักเรียนระหว่างพื้นที่/ภาคการศึกษาใน วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษลดลง 8. ใช้ในการวิจัย และการให้รางวัลตลอดจนวัตถุประสงค์อื่นๆ


6 2. มาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดทำมาตรฐานการทดสอบทาง การศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารการทดสอบ การจัดระบบวิธีการทดสอบ บุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบ การพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผล การรายงานผลและการน ำผลไปใช้ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติ และระดับนานาชาติ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานการทดสอบทาง การศึกษาแห่งชาติขึ้น โดยมีคณะอนุกรรมการยกร่างการกำหนดมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษา ทำหน้าที่ กำหนดขอบเขตและรายละเอียดของมาตรฐานแต่ละด้าน เพื่อให้ครอบคลุมโครงสร้างและการดำเนินงานของ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลเป็น รูปธรรมได้ โดยมาตรฐานที่ได้มีการจัดทำ ประกอบด้วยมาตรฐาน 5 ด้าน ได้แก่ 1) มาตรฐานการบริหารการทดสอบ 2) มาตรฐานบุคลากรด้านการทดสอบ 3) มาตรฐานการพัฒนาแบบทดสอบ 4) มาตรฐานการพิมพ์ การรับ/ส่ง การตรวจ และการประมวลผล 5) มาตรฐานการรายงานผล และการนาผลไปใช้ 3. แนวปฏิบัติเพื่อความโปร่งใสในการจัดสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน สำหรับการดำเนินงานในสนามสอบของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานนั้นสถาบัน ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้กำหนดแนวปฏิบัติเพื่อให้การจัดการทดสอบมีความ โปร่งใส ดังนี้ 1) การจัดสนามสอบ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้จัดสนามสอบโดยกำหนด 1 กลุ่มเครือข่ายโรงเรียนเป็น 1 สนามสอบ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้จัดสนามสอบโดยกำหนด 1 อำเภอหรือกลุ่มเครือข่ายโรงเรียน เป็น 1 สนามสอบ 2) การแต่งตั้งตัวแทนศูนย์สอบไปประจาที่สนามสอบ ศูนย์สอบพิจารณาแต่งตั้งบุคลากรภายในศูนย์สอบ ครูต่างเครือข่ายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจาก หน่วยงานอื่นๆ เป็นตัวแทนศูนย์สอบไปประจำที่สนามสอบ สนามสอบละ 2 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลความ เรียบร้อยภายในสนามสอบและทำหน้าที่ในการรับ-ส่งแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ


7 3) การแต่งตั้งตัวแทน สทศ. ประจำสนามสอบ ในวันสอบจะมีบุคลากร ครู อาจารย์และนักศึกษาระดับปริญญาเอก โท ตรี หรือนิสิต/นักศึกษา ชั้นปีที่3-4 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยของรัฐ เข้าสังเกตการปฏิบัติงานของสนามสอบและ รายงานผลให้สถาบันทดสอบฯ ทราบ 4) การแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนามสอบ ศูนย์สอบแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนามสอบในตำแหน่งหัวหน้าสนามสอบ กรรมการกลาง และกรรมการคุมสอบ จากต่างกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนที่เป็นสนามสอบทั้งชุด โดยใช้วิธีการหมุนไขว้กัน 5) การรับ-ส่งกล่องแบบทดสอบและกล่องกระดาษคำตอบ เมื่อศูนย์สอบได้รับกล่องแบบทดสอบและกล่องกระดาษคาตอบจาก สทศ. ต้องเก็บรักษากล่อง แบบทดสอบและกล่องกระดาษคำตอบในห้องมั่นคงหรือห้องที่ปิดมิดชิด มีผู้ที่คอยดูแลตลอดเวลา และหลังจากเสร็จสิ้นการสอบในแต่ละวัน ให้ตัวแทนศูนย์สอบเป็นผู้รับผิดชอบนำกล่องบรรจุซอง กระดาษคำตอบเพื่อส่งกลับ สทศ. 6) กล่องบรรจุแบบทดสอบและกล่องกระดาษคาตอบ กล่องบรรจุแบบทดสอบต้องปิดแน่นหนาแล้วปิดทับด้วยเทปกาว และมัดด้วยสายรัดเฉพาะของ สทศ. โดยสทศ. อนุญาตให้หัวหน้าสนามสอบเปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาสอบ และต้องเปิดต่อหน้ากรรมการกลาง และตัวแทนศูนย์สอบ 7) จำนวนชุดข้อสอบที่ใช้ ข้อสอบแต่ละวิชามีจานวน 6 ชุด ในแต่ละชุดจะมีการจัดเรียงลำดับข้อที่แตกต่างกัน และ สทศ. ได้จัดสลับชุดข้อสอบไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 8) การติดตามการบริหารการทดสอบ สทศ.ร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการติดตามการบริหารการทดสอบตามมาตรฐานการ ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ โดยคณะทำงานจะเข้าตรวจเยี่ยมศูนย์สอบและสนามสอบ ในช่วงก่อนวันสอบ วันสอบและหลังวันสอบ 9) การรับแจ้งเรื่องร้องเรียน เรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบ สทศ.เปิดช่องทางรับแจ้งเรื่องร้องเรียนกรณีพบในความไม่โปร่งใสในการสอบ 4 ช่องทาง คือ 1) สายตรงผู้บริหาร 2) จดหมาย 3) E-mail : [email protected] และ 4) Call Center 0-2217-3800 10) ระเบียบ สทศ. ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการทดสอบ พ.ศ. 2557


8 4. ระเบียบสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการดำเนินการทดสอบ พ.ศ. 2557 สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้กำหนดระเบียบสถาบันทดสอบทาง การศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการทดสอบ พ.ศ. 2557 ขึ้นเพื่อให้การดำเนินการทดสอบทางการศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยมีระเบียบ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบุคลากรระดับสนามสอบ สามารถสรุปได้ดังนี้ 1) กรรมการประจำสนามสอบและกรรมการคุมสอบ ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังนี้ 1.1) ต้องปฏิบัติตามคู่มือการดำเนินการทดสอบที่สถาบันกำหนด 1.2) ห้ามคัดลอก บันทึกภาพ บันทึกเสียง หรือเผยแพร่แบบทดสอบหรือกระดาษคำตอบ 1.3) ห้ามเปิดเผยข้อสอบในแบบทดสอบ หรือกระทำการใดๆ ให้ผู้เข้าสอบล่วงรู้ข้อสอบ ในแบบทดสอบก่อนถึงกำหนดเวลาทำแบบทดสอบ 1.4) ห้ามบอกคำตอบ หรือกระทำการใดๆ ให้ผู้เข้าสอบล่วงรู้คำตอบของแบบทดสอบ กรณีที่กรรมการคุมสอบฝ่าฝืนข้อปฏิบัติ • ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้กระทำเป็นบุคคลที่ไม่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการประจำสนาม สอบ หรือกรรมการคุมสอบและแจ้งไปยังศูนย์สอบ • แจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดหรือผู้บังคับบัญชาของผู้กระทำเพื่อดำเนินการทางวินัย • พิจารณาดำเนินการฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีตามกฎหมายในกรณีที่เกิดความเสียหาย อย่าง หนึ่งอย่างใดแก่ สทศ. หรือ ระบบการทดสอบ 2) ผู้เข้าสอบ ต้องปฏิบัติดังนี้ 2.1) ผู้เข้าสอบจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่าย หรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่ายฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ แสดงต่อกรรมการคุมสอบก่อนเข้าห้องสอบ และวางไว้บนโต๊ะที่นั่งสอบ 2.2) ห้ามขีดเขียนข้อความหรือทำเครื่องหมายหรือทำสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งไว้ในบัตร ประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวนักเรียนที่มีรูปถ่ายหรือบัตรที่ออกโดยทางราชการที่มีรูปถ่ายหรือตัว ผู้เข้าสอบหรือสิ่งอื่นใดที่ผู้เข้าสอบนำติดตัวเข้ามาสอบ 2.3) ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบหลังจากเวลากำหนดเริ่มทำการทดสอบผ่านไปแล้ว สามสิบนาทีและไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่าจะหมดเวลาทำการทดสอบ หากมีเหตุจำเป็น ระหว่างทำการทดสอบให้ผู้เข้าสอบแจ้งให้กรรมการคุมสอบทราบ และให้กรรมการคุมสอบพิจารณาดำเนินการ ตามเหตุจำเป็น เป็นรายกรณี


9 2.4) อนุญาตให้นำเฉพาะบัตรที่ใช้แสดงตนต่อกรรมการคุมสอบ ปากกาลูกลื่น ดินสอดำที่มี ความเข้ม 2B กบเหลาดินสอ และยางลบเข้าห้องสอบได้เท่านั้น 2.5) ห้ามเปิดแบบทดสอบหรือทาข้อสอบก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด กรอกข้อมูลบนปก แบบทดสอบให้ครบถ้วน เมื่อกรรมการคุมสอบประกาศอนุญาตจึงเปิดแบบทดสอบได้ โดยผู้เข้าสอบทุกคน ต้องอ่านคำชี้แจงในแบบทดสอบและคำสั่งบนกระดาษคำตอบอย่างละเอียดรอบคอบและต้องปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด 2.6) ในกรณีระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ 2.6.1) การระบายวงกลมตัวเลือกในกระดาษคำตอบ ต้องระบายให้ดำเข้มเต็มวงกลมจะ ระบายไม่เต็มวงกลมหรือใช้เครื่องหมายอื่นไม่ได้และต้องใช้ดินสอดำที่มีความเข้ม 2B เท่านั้น 2.6.2) กระดาษคำตอบต้องสะอาดปราศจากรอยขีดเขียนหรือเครื่องหมายใดๆ เนื่องจาก เครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตรวจตามข้อมูลที่ผู้เข้าสอบระบายเท่านั้นสถาบันจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นใน กรณีที่ไม่ปรากฏหรือไม่ประกาศผลการสอบ หากผู้เข้าสอบไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในข้อนี้ 2.7) ห้ามกระทำการใด ๆ อันเป็นการทุจริตหรือส่อทุจริตในการทดสอบ 2.7.1) การพูด ถาม บอก หรือดูคำตอบซึ่งกันและกัน หรือแสดงอาณัติ สัญญาณ หรือ กระทำอย่างหนึ่งอย่างใดอันส่อไปในทางไม่สุจริต 2.7.2) นำอุปกรณ์อื่นใดที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช้ในการสอบ ซึ่งหมายความรวมถึง การนำ อุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเข้ามาในห้องสอบด้วย 2.7.3) นำหนังสือ ตำรา พจนานุกรม หรือเอกสารใด ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในห้อง สอบ 2.8) ขณะหมดเวลาทำการทดสอบ ห้ามผู้เข้าสอบออกจากห้องสอบจนกว่ากรรมการคุมสอบจะ เก็บแบบทดสอบและกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบนั้นไปจากโต๊ะที่นั่งสอบ และอนุญาตให้ผู้เข้าสอบออกจาก ห้องสอบ 2.9) ห้ามผู้เข้าสอบนำแบบทดสอบและกระดาษคำตอบออกจากห้องสอบโดยเด็ดขาด 2.10) ผู้เข้าสอบต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน เครื่องแบบนักศึกษา หรือแต่งกายสุภาพ ตามประเพณีนิยม กรณีที่ผู้เข้าสอบฝ่าฝืนข้อปฏิบัติ • ไม่ประกาศผลสอบในรายวิชานั้นๆ หรือทุกรายวิชา • แจ้งไปยังสถานศึกษาของผู้เข้าสอบที่ฝ่าฝืนข้อกาหนดเพื่อดำเนินการทางวินัย • แจ้งพฤติการณ์การฝ่าฝืนไปยังสถาบันอุดมศึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา ประกอบการรับเข้าศึกษาหรือรับเข้าทำงาน


10 • พิจารณาดำเนินการฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีตามกฎหมายในกรณีที่เกิดความเสียหายอย่าง หนึ่งอย่างใดแก่ สทศ. หรือ ระบบการทดสอบ 4. รู้เท่าทันเทคโนโลยีและกลโกงการสอบ การทดสอบทางศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน มีความสำคัญและมีผลต่อตัวผู้เข้าสอบอย่างมาก ดังที่ กล่าวมาแล้วข้างต้น ดังนั้นการจัดการทดสอบในระดับสนามสอบ จึงต้องมีความโปร่งใส ยุติธรรม และถูกต้อง ตามระเบียบการทดสอบ รวมถึงต้องระมัดระวังพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตการสอบ ซึ่งแต่เดิมผู้เข้า สอบอาจจะใช้วิธีจดเนื้อหาที่จะต้องใช้สอบลงไปในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น จดโพยบนยางลบ , จดโพยบนไม้ โปรแทรกเตอร์ จดบนตัว เป็นต้น หรือวิธีเหลือบมองคำตอบของผู้อื่น หรือบางคนเดินไปส่งกระดาษคำตอบ พร้อมกัน แล้วแอบเปลี่ยนกระดาษคำตอบในระหว่างที่ผู้คุมสอบเผลอ สำหรับสังคมในยุคของดิจิตอล กลโกงที่ผู้เข้าสอบจะทุจริตจึงมาในรูปแบบของอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์และมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการสอบที่มีการแข่งขันสูง มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเนื้อหาวิชา 2. ส่งบลูทูธภาพเข้าไปที่นาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch) 3. กล้องแว่นตา 4. กล้องสปาย หรือกล้องสายลับ แนวทางป้องกันการใช้เทคโนโลยีในการทุจริตของผู้เข้าสอบ ควรมีการปฏิบัติดังนี้ คือ 1. ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าห้องสอบ 2. กรรมการคุมสอบตรวจอุปกรณ์ก่อนเข้าห้องสอบ รวมถึงสังเกตพฤติกรรมของผู้เข้าสอบระหว่าง การสอบ ดังนี้ 2.1 แว่นตาของผู้ทุจริตสอบจะมีขนาดใหญ่เกินกว่าเหตุ เลนส์ค่อนข้างหนา หน้าแว่นมีรูกลมๆ คล้ายเลนส์กล้อง 2.2 กิริยาอาการของผู้ทุจริตจะไม่มีสมาธิกับข้อสอบ 2.3 ผู้ทุจริตสอบเหลือบดูข้าวของบนโต๊ะชนิดใดชนิดหนึ่งบ่อยครั้งจนเกินไป 2.4 ไม่ทดเลข หรือขีดเขียนใดๆ ที่เป็นวิธีคิดหาคำตอบ แต่ผู้ทุจริตสามารถฝนคำตอบได้เลย 3. จัดทำข้อสอบแบบเขียนตอบ เพราะข้อสอบประเภทดังกล่าว จะบ่งบอกเลยว่า ผู้สอบมีความรู้ ในระดับใดรวมถึงมีข้อสอบหลากหลายชุด


11 หน่วยที่ 2 การบริหารการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) 1. โครงสร้างในการบริหารการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน จะแบ่งการ บริหารงานออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ สทศ. ระดับศูนย์สอบ และระดับสนามสอบ เพื่อให้การดำเนินการ จัดการทดสอบมีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ โดยมีสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัด เป็นหน่วยงานที่สนับสนุน กำกับ ดูแล ควบคุมและตรวจสอบการดำเนินการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติขั้นพื้นฐาน เช่น การประชาสัมพันธ์การสอบ การตรวจเยี่ยมสนามสอบในวันสอบ การนำผลการสอบ ไปใช้ เป็นต้น ซึ่งแสดงโครงสร้างในการบริหารการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ดังแผนภาพ บทบาทหน้าที่ของคณะทำงานในระดับต่างๆ มีดังนี้ ระดับ สทศ. มีหน้าที่ 1) กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทดสอบให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุเป้าประสงค์ มีความยุติธรรมและโปร่งใส เป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 2) ประสานงานเกี่ยวกับการจัดสอบในระดับต่างๆ 3) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่ได้รับมอบหมาย 4) ปฏิบัติการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ระดับศูนย์สอบ ประกอบด้วยคณะทำงาน คือ ประธานศูนย์สอบ คณะทำงานประสานการจัดสอบ คณะทำงานรับ-ส่ง เก็บรักษาแบบทดสอบ กระดาษคำตอบและอุปกรณ์การสอบ คณะทางานจัดทำข้อมูล โรงเรียน ข้อมูลนักเรียนและข้อมูลศูนย์สอบ คณะทำงานการเงิน และตัวแทนศูนย์สอบ ซึ่งคณะทำงานมีหน้าที่


12 1) ประสานงานกับ สทศ. ดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติของ สทศ. โดยเฉพาะการ ดำเนินงานตามมาตรฐานการบริหารการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ด้านมาตรฐานการบริหาร การทดสอบ และบุคลากรด้านการทดสอบ 2) กำกับ และติดตามให้โรงเรียนในความรับผิดชอบของศูนย์สอบดำเนินการส่งข้อมูลโรงเรียน รายชื่อนักเรียนให้ครบถ้วนและถูกต้อง เป็นไปตามกำหนดการและแนวปฏิบัติที่ สทศ. กำหนด 3) กำหนดสนามสอบโดยเลือกโรงเรียนในความรับผิดชอบของศูนย์สอบ และจัดห้องสอบในแต่ละ สนามสอบให้ครบถ้วน ผ่านระบบ O-NET ภายในเวลาที่กำหนด 4) พิจารณาอนุมัติในกรณีมีผู้เข้าสอบกรณีพิเศษที่ไม่มีเลขที่นั่งสอบ โดยตรวจสอบว่านักเรียน เป็นผู้มีสิทธิ์สอบและแจ้งสนามสอบทราบในวันสอบ 5) แต่งตั้งตัวแทนศูนย์สอบและส่งไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสนามสอบ 6) แต่งตั้งคณะทำงานระดับศูนย์สอบ และคณะกรรมการระดับสนามสอบ 7) ควบคุม กำกับให้การดำเนินการจัดสอบของศูนย์สอบและสนามสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ 8) แก้ปัญหาในการดำเนินการจัดสอบของศูนย์สอบและสนามสอบ 9) บริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดสอบ จากเงินจัดสรรที่ได้รับจาก สทศ. 10) รายงานสรุปผลการดำเนินการจัดสอบ และสรุปค่าใช้จ่ายในการจัดสอบ แจ้งให้ สทศ. ทราบ ภายใน 30 วันหลังเสร็จสิ้นการสอบ ระดับสนามสอบ ประกอบด้วยคณะกรรมการ คือ หัวหน้าสนามสอบ กรรมการกลาง กรรมการ คุมสอบ เจ้าหน้าที่ประสานงานประจำสนามสอบ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่พยาบาล นักการ ภารโรง ซึ่งคณะทำงานมีหน้าที่ ก่อนการสอบ 1) ประสานงานกับศูนย์สอบ และดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติของ สทศ. อย่างเคร่งครัด 2) เสนอชื่อคณะกรรมการระดับสนามสอบ ให้ศูนย์สอบพิจารณาแต่งตั้งอนุมัติ 3) เตรียมความพร้อมก่อนการจัดสอบในส่วนของสถานที่สอบ ติดประกาศรายชื่อผู้เข้าสอบ รวมทั้ง มีการประชาสัมพันธ์การสอบให้ผู้เข้าสอบได้รับทราบข้อมูลในวันสอบ 4) ขออนุมัติจากศูนย์สอบในกรณีมีผู้เข้าสอบกรณีพิเศษที่ไม่มีเลขที่นั่งสอบ (walk in) ซึ่งนักเรียน ที่ walk in อาจเกิดจากโรงเรียนส่งรายชื่อเพิ่มเติมภายหลังจากประกาศเลขที่นั่งสอบหรือย้ายเข้าสถานศึกษา มาภายหลัง ระหว่างการสอบ 5) ดำเนินการจัดสอบภายในสนามสอบให้มีประสิทธิภาพ มีความยุติธรรม โปร่งใสและเป็นไปตาม แนวปฏิบัติในคู่มือการจัดการทดสอบ


13 6) ตรวจนับจำนวนกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบและนำส่ง สทศ.ให้ครบถ้วน เพื่อรักษา ผลประโยชน์ให้กับผู้เข้าสอบ หลังการสอบ 7) เก็บรักษาแบบทดสอบให้ครบถ้วนตามจำนวนที่ระบุไว้หน้าซองแบบทดสอบ (แบบทดสอบถือ เป็นเอกสารลับทางราชการและเป็นสมบัติของ สทศ.) เมื่อดำเนินการสอบเสร็จสิ้นแล้ว ขอให้สนามสอบหรือ ศูนย์สอบเก็บรักษาแบบทดสอบไว้จนกระทั่ง สทศ.ประกาศผลสอบ จึงอนุญาตให้ทำลายแบบทดสอบได้ ไม่อนุญาตให้ทาสำเนา เผยแพร่หรือแจกจ่ายให้กับโรงเรียน 8) รายงานค่าสถิติการสอบผ่านทาง www.niets.or.th หลังการสอบเสร็จสิ้นในแต่ละวิชา 9) ประสานงานกับศูนย์สอบในการสรุปผลการดำเนินการจัดสอบ O-NET ระดับสนามสอบ (O-NET5) และการเบิกจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการปฏิบัติงานระดับสนามสอบ (O-NET8) รวมทั้งการส่ง มอบเอกสารการจัดสอบและหลักฐานทางการเงินให้ศูนย์สอบเก็บรักษาไว้หรือนาส่ง สทศ.ต่อไป 2. คุณสมบัติและหน้าที่ของคณะกรรมการระดับสนามสอบ กรรมการระดับสนามสอบ เป็นบุคลากรที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการดาเนินงานในสนาม สอบให้ มีความโปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานที่สถาบันฯ กำหนด ซึ่งคณะกรรมการระดับสนามสอบ ประกอบด้วย 1) หัวหน้าสนามสอบ เป็นประธานศูนย์เครือข่าย หรือผู้อำนวยการต่างโรงเรียนหรือผู้ที่ศูนย์สอบ พิจารณาแต่งตั้งตามความเหมาะสมภายในกลุ่มเครือข่าย โดยมีหน้าที่ ดังนี้ 1.1) ประสานงานกับศูนย์สอบเพื่อเสนอรายชื่อคณะกรรมการระดับสนามสอบ และดำเนินการ ตามนโยบายและแนวปฏิบัติของ สทศ. อย่างเคร่งครัด 1.2) จัดประชุมคณะกรรมการระดับสนามสอบก่อนวันสอบ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการจัดสอบ และขั้นตอนการดำเนินงานของกรรมการคุมสอบ 1.3) เตรียมความพร้อมก่อนการจัดสอบในส่วนของสถานที่ โดยกำกับการจัดห้องสอบและติด สติ๊กเกอร์ข้อมูลผู้มีสิทธิ์สอบบนโต๊ะสอบ และเอกสารอื่นๆ ที่หน้าห้องสอบ พร้อมทั้งกำกับให้มีการติดรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์สอบ และเอกสารการสอบอื่นๆ ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของสนามสอบ 1.4) รับ-ส่งกล่องแบบทดสอบ กล่องกระดาษคำตอบ กล่องปรับขนาดสำหรับใส่ซอง กระดาษคำตอบกลับและเอกสารเกี่ยวกับการจัดสอบจากศูนย์สอบ ตามวันและเวลาที่ศูนย์สอบนัดหมายและ เก็บรักษาให้ปลอดภัย 1.5) ขออนุมัติจากศูนย์สอบในกรณีมีผู้เข้าสอบกรณีพิเศษที่ไม่มีเลขที่นั่งสอบ (นักเรียน Walk In)


14 1.6) กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ การจัดสอบภายในสนามสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ มีความยุติธรรม โปร่งใส และตรงตามแนวทางปฏิบัติที่ สทศ. กำหนด 1.7) สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ในกรณีที่กรรมการคุมสอบ หรือเจ้าหน้าที่ในสนามสอบบกพร่อง ต่อหน้าที่หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม และรายงานให้ศูนย์สอบทราบ 1.8) เก็บรักษากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบและนำส่งศูนย์สอบให้ครบถ้วน 1.9) รายงานจำนวนผู้เข้าสอบ ผู้ขาดสอบ และผู้เข้าสอบกรณีพิเศษ (นักเรียน Walk In) ใน ระบบนาส่งสถิติผู้เข้าสอบทางเว็บไซต์ http://www.niets.or.th/ระบบนำส่งสถิติผู้เข้าสอบ หลังเสร็จสิ้นการ สอบของแต่ละวิชา 1.10) ประสานงานกับศูนย์สอบในการสรุปผลการดำเนินการจัดสอบ O-NET ระดับสนามสอบ (O-NET 5) และการเบิกจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานระดับสนามสอบ (O-NET 8) และสรุปค่าใช้จ่ายในการ จัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET 8.1) รวมทั้งการส่งมอบเอกสารการจัดสอบ และหลักฐาน ทางการเงินให้ศูนย์สอบเก็บรักษาไว้ หรือนาส่ง สทศ. ต่อไป 1.11) สรุปผลพร้อมบทลงโทษร่วมกับตัวแทนศูนย์สอบ ในกรณีที่มีเหตุการณ์ทุจริตหรือส่อว่า จะมีการทุจริตในห้องสอบหรือบริเวณสนามสอบ โดยหัวหน้าสนามสอบจะต้องเขียนแนวทางการพิจารณาหรือ ความเห็นของหัวหน้าสนามสอบ พร้อมทั้งลงนามลงในแบบฟอร์มสาหรับผู้ปฏิบัติผิดระเบียบการสอบ (สทศ.5) เพื่อเสนอให้ สทศ. พิจารณาต่อไป 2) กรรมการกลาง มีจำนวนอัตรา 1 คน : 3 ห้องสอบ (หากไม่ถึง 3 ห้องสอบสามารถแต่งตั้ง กรรมการกลางได้ 1 คน) โดยมีหน้าที่ ดังนี้ 2.1) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการระดับสนามสอบก่อนวันสอบ เพื่อทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการจัดสอบ การคุมสอบ และมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 2.2) ศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการจัดสอบจากคู่มือ และวีดิทัศน์ การจัดสอบ 2.3) ดำเนินการจัดเตรียมซองบรรจุแบบทดสอบ ซองบรรจุกระดาษคำตอบ และใบเซ็นชื่อ ผู้เข้าสอบ (สทศ.2) เพื่อมอบให้กับกรรมการคุมสอบ 2.4) ประสานงานกับกรรมการคุมสอบในการรับ-ส่งซองบรรจุแบบทดสอบ ซองบรรจุกระดาษ คาตอบ และใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) 2.5) หลังเสร็จสิ้นการสอบ ทำหน้าที่ในการตรวจนับจำนวนแบบทดสอบและกระดาษคำตอบว่า ครบถ้วนตามจำนวนที่ระบุ 2.6) ประสานงานกับกรรมการคุมสอบและผู้เข้าสอบที่มาติดต่อในเรื่องต่างๆ 2.7) รับรายงานตัวผู้เข้าสอบประเภทเด็กพิเศษ (นักเรียนที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ เช่น นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ทางการมองเห็นหรือทางการได้ยิน) โดยอำนวยความสะดวกในการแจ้ง ห้องสอบ และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการสอบ เช่น ระเบียบการเข้าสอบ ตารางสอบ ให้กับผู้เข้าสอบ


15 2.8) จัดเตรียมเอกสารต่างๆ เช่น แบบฟอร์มสำหรับผู้ปฏิบัติผิดระเบียบการสอบ (สทศ.5) หรือ แบบฟอร์มคำขอแก้ไขข้อมูล (สทศ.6) เป็นต้น 2.9) ช่วยควบคุมห้องสอบในกรณีที่กรรมการคุมสอบไม่เพียงพอ 2.10) ทำหน้าที่เป็นผู้บรรจุซองกระดาษคาตอบใส่กล่องกลับ เพื่อเตรียมส่งมอบให้ศูนย์สอบ 2.11) ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย 3) กรรมการคุมสอบ มีจำนวนอัตรา 2 คน : 1 ห้องสอบ ซึ่งกรรมการคุมสอบในแต่ละห้องสอบ จะต้องมาจากต่างโรงเรียนกัน และกรรมการคุมสอบต้องไม่คุมสอบนักเรียนของตนเอง โดยมีหน้าที่ ดังนี้ 3.1) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการระดับสนามสอบก่อนวันสอบ เพื่อทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการจัดสอบ การคุมสอบ และมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 3.2) ศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการจัดสอบจากคู่มือ และวีดิทัศน์ การจัดสอบ 3.3) กำกับการสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งภายในห้องสอบและบริเวณใกล้เคียง ให้มี ความโปร่งใสและยุติธรรมในการคุมสอบ มีประสิทธิภาพและปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของ สทศ. 3.4) ดำเนินการคุมสอบ โดยยึดตามแนวปฏิบัติในคู่มือการจัดสอบฯ 3.5) ควบคุมไม่ให้ผู้เข้าสอบปฏิบัติผิดระเบียบหรือกระทำการทุจริตในระหว่างการสอบ 3.6) รายงานหัวหน้าสนามสอบ กรณีที่สงสัยว่าจะมีการทุจริตหรือมีการทุจริตเกิดขึ้น และห้าม บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าบริเวณห้องสอบ 3.7) รักษาความลับของแบบทดสอบ โดยไม่ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการคุมสอบด้วยกันดู แบบทดสอบ 3.8) ตรวจสอบการกรอกข้อมูล การระบาย และการลงลายมือชื่อของผู้เข้าสอบที่หัว กระดาษคำตอบให้เรียบร้อยและถูกต้อง 3.9) ตรวจนับกระดาษคาตอบและแบบทดสอบให้ถูกต้องและครบถ้วน 3.10) รักษากระดาษคำตอบและแบบทดสอบของผู้เข้าสอบไม่ให้สูญหาย และนำส่งกรรมการ กลาง/หัวหน้าสนามสอบทันที หลังเสร็จสิ้นการสอบในแต่ละวิชา 4) เจ้าหน้าที่ประสานประจำสนามสอบ เป็นครู อาจารย์โรงเรียนที่เป็นสนามสอบ โดยมีหน้าที่ 4.1) ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างศูนย์สอบกับสนามสอบ และเรื่องอาคารสถานที่ 4.2) อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ กับบุคลากรภายในสนามสอบ โดยไม่ต้องรับผิดชอบ เกี่ยวกับแบบทดสอบ กระดาษคำตอบ และบริหารการสอบ 5) เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เป็นครู อาจารย์โรงเรียนที่เป็นสนามสอบ โดยมีหน้าที่ 5.1) ประชาสัมพันธ์การสอบ ตอบข้อซักถามและให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าสอบ ได้รับทราบ เช่น เวลาสอบแต่ละวิชา กำหนดการสอบ อุปกรณ์ที่อนุญาตให้นำเข้าห้องสอบ และระเบียบการ เข้าสอบ รวมถึงข้อควรปฏิบัติต่างๆ ในระหว่างดำเนินการสอบ เป็นต้น


16 5.2) ประกาศเวลาให้ผู้เข้าสอบได้รับทราบ ก่อนเริ่มการสอบของแต่ละวิชา และระหว่างการ สอบตามช่วงเวลาในคู่มือการจัดสอบฯ 6) เจ้าหน้าที่พยาบาล เป็นครู อาจารย์โรงเรียนที่เป็นสนามสอบ โดยมีหน้าที่ดูแลรักษา และ บรรเทาอาการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บของผู้เข้าสอบภายในสนามสอบ 7) นักการ/ภารโรง มีจำนวนอัตรา 1 คน : 5 ห้องสอบ โดยมีหน้าที่ 7.1) อำนวยความสะดวกแก่กรรมการคุมสอบโดยดำเนินการต่างๆ ตามที่ได้ร้องขอ 7.2) จัดเตรียมสถานที่ในการจัดการสอบทั้งในและนอกห้องสอบ ให้เรียบร้อยก่อนดำเนินการ สอบ 7.3) ดำเนินการติดสติ๊กเกอร์ข้อมูลผู้มีสิทธิ์สอบบนโต๊ะสอบ ติดรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบและเอกสาร การสอบอื่นๆ ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของสนามสอบและหน้าห้องสอบ 7.4) ปฏิบัติงานอื่นใดที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสนามสอบ 8) เจ้าหน้าที่อื่นๆ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในสนามสอบที่มีความ เสี่ยงสามารถพิจารณาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม เพื่อดูแลความเรียบร้อยในสนามสอบ และดำเนินการสอบให้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 3. รูปแบบข้อสอบ กระดาษคาตอบและวิชาที่จัดสอบ 1) ข้อสอบ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นการทดสอบความคิดรวบยอดในรายวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ซึ่งแต่ละวิชาจะมีชุดข้อสอบจำนวน 6 ชุด สำหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทดสอบในรายวิชา ภาษาไทย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งแต่ละวิชาจะมี ชุดข้อสอบจำนวน 2 ชุดโดยมีรูปแบบข้อสอบ ดังนี้ 1.1) แบบปรนัย 4 ตัวเลือก 1 คำตอบ 1.2) ปรนัย 5 ตัวเลือก 1 คำตอบ 1.3) ปรนัย 5 ตัวเลือก 2 คำตอบ 1.4) เลือกตอบเชิงซ้อน 1.5) เลือกคำตอบจากแต่ละหมวดที่สัมพันธ์กัน 1.6) ระบายคำตอบที่เป็นค่า/ ตัวเลข 1.7) อัตนัย 2) กระดาษคำตอบ กระดาษคำตอบที่ใช้ในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน มีลักษณะดังนี้


17 2.1) กระดาษคำตอบแบบลงข้อมูล เป็นกระดาษคำตอบที่ผู้เข้าสอบที่มีรายชื่อตามระบบการ จัดสอบจะได้ใช้ในแต่ละวิชา โดยจะระบุชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้เข้าสอบ วิชาที่สอบ สถานที่สอบ วันที่สอบ และรหัสวิชา อยู่บนหัวกระดาษคำตอบ 2.2) กระดาษคำตอบสำรอง เป็นกระดาษคำตอบที่ใช้ในกรณีผู้เข้าสอบกรณีพิเศษ กระดาษคำตอบแบบลงข้อมูลชำรุด ซึ่งผู้เข้าสอบต้องกรอกข้อมูล ชื่อ-สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน สถานที่สอบ ห้องสอบ วันที่สอบ และระบายเลขที่นั่งสอบ บนหัวกระดาษคำตอบ ให้ถูกต้องและครบถ้วน 2.3) กระดาษคำตอบอัตนัย เป็นกระดาษคำตอบที่จะใช้ในวิชาภาษาไทย ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 (รหัสวิชา 61) โดย สทศ. ได้จัดทำทั้งผู้เข้าสอบปกติ ผู้เข้าสอบตาบอด และผู้เข้าสอบตา เลือนลาง 3) ตารางสอบ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้เวลา 1 วัน และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใช้เวลา 2 วัน มีการจัดสอบประมาณเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช้เวลาสอบ 2 วัน 4. การใช้งานระบบ O-NET สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้จัดทำระบบ O-NET โดยสถานศึกษา ศูนย์สอบ และสนามสอบ สามารถเข้าผ่านเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th โดยใช้ username และ password ที่หน่วยงานได้รับ เพื่อส่งและตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติขั้นพื้นฐาน โดยเมนูต่างๆ จะแสดงข้อมูล ดังนี้ 1) เมนูหน้าหลัก เป็นเมนูที่แสดงข้อมูลสรุปจำนวนโรงเรียนและสนามสอบในการส่งข้อมูลของ โรงเรียน การจัดสนามสอบ พร้อมรายละเอียด ซึ่งสถานศึกษา ศูนย์สอบ และสนามสอบ สามารถเข้ามา ตรวจสอบข้อมูลได้ 2) เมนูข้อมูลศูนย์สอบ เป็นเมนูที่แสดงข้อมูลรายละเอียดของศูนย์สอบ เช่น ที่ตั้ง เบอร์ติดต่อ และ ชื่อประธาน และผู้ประสานงานของศูนย์สอบ เป็นต้น 3) เมนูข้อมูลโรงเรียน เป็นเมนูที่สถานศึกษาสามารถเข้ามาส่งข้อมูลห้องเรียน รวมทั้งศูนย์สอบ สามารถตรวจสอบข้อมูลของโรงเรียนในสังกัดได้ ซึ่งมีข้อระวังในการนำส่งข้อมูล ดังนี้ 3.1) ข้อมูลที่โรงเรียนส่งมาเป็นข้อมูลห้องเรียนที่สามารถ ใช้เป็นห้องสอบ ศูนย์สอบต้องจัด สนามสอบและเลือกห้องสอบจากในระบบที่โรงเรียนส่งมา 3.2) การนำส่งข้อมูลห้องเรียนต้องเพียงพอกับจำนวน ผู้มีสิทธิ์สอบในแต่ละระดับชั้น 4) เมนูข้อมูลสนามสอบ เป็นเมนูที่ศูนย์สอบสามารถเข้ามาจัดสนามสอบ และสามารถตรวจสอบ ข้อมูลในการจัดสนามสอบ และประกาศเลขที่นั่งสอบ


18 5) เมนูข้อมูลนักเรียน เป็นเมนูที่สถานศึกษาสามารถเข้ามาส่งข้อมูลนักเรียน ดาวน์โหลดฟอร์ม ข้อมูล แจ้งขอปรับปรุงข้อมูลนักเรียน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์ของนักเรียน ข้อ มูล นักเรียนที่ผิดปกติ ตรวจสอบเลขประจำตัวซ้ำ ซึ่งการนำส่งรายชื่อนักเรียนเพื่อเข้าสอบ สถานศึกษามีข้อควร ระวัง ดังนี้ 5.1) การนำส่งรายชื่อนักเรียนเพื่อเข้าสอบ ขอให้โรงเรียนควรตรวจสอบความถูกต้อง ดังนี้ - ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน ของนักเรียนว่าพิมพ์ถูกต้อง เนื่องจากหากระบบพบว่าพิมพ์ เลขบัตรประชาชนไม่ครบหรือเลขบัตรประชาชนซ้ำ การนำส่งจะไม่สำเร็จ - การระบุประเภทของนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนที่เป็นเด็กพิเศษ 5.2) ปัญหาการส่งรายชื่อผิดระดับชั้น เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ของชั้น ม.3 แต่กรอกข้อมูลของ นักเรียน ป.6 หรือการส่งรายชื่อนักเรียนของปีการศึกษาที่ผ่านมา 5.3) กรณีที่นักเรียนเป็นเด็กต่างชาติ ให้ใช้รหัสโรงเรียน 10 หลักและต่อด้วยลำดับที่ 001 แทน เลขบัตรประจำตัวประชาชน 5. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) จะแบ่งเป็น 3 ประเภทตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ได้แก่ เอกสารประชาสัมพันธ์ เอกสารที่ใช้ในการสอบ เอกสารและ แบบฟอร์มระหว่างสนามสอบกับศูนย์สอบ 5.1 เอกสารประชาสัมพันธ์ที่สนามสอบ จัดทำเพื่อให้ผู้เข้าสอบรวมทั้งบุคลากรในสนามสอบได้ทราบแนวปฏิบัติและข้อห้ามต่างๆ ที่ไม่ ควรปฏิบัติ โดยมุ่งหวังให้การสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส ยุติธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานการ ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 5.2 เอกสารที่ใช้ในการสอบ เป็นเอกสารที่ใช้ในกระบวนการสอบซึ่งถือเป็นเอกสารที่ความสำคัญและเป็นหลักฐานเพื่อใช้ ในการตรวจสอบการเข้าสอบ ประกอบด้วย 1) เอกสารที่ใช้ในการสอบแยกตามรายวิชา • สทศ.2 ใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ • สทศ.3 ใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (กรณีพิเศษ) • สทศ.5 แบบฟอร์มสาหรับผู้เข้าสอบปฏิบัติผิดระเบียบการสอบ 2) เอกสารที่ใช้ในการสอบแยกตามรายวิชา • สทศ.6 แบบฟอร์มสาหรับผู้เข้าสอบปฏิบัติผิดระเบียบการสอบ


19 5.3 เอกสารและแบบฟอร์มระหว่างสนามสอบกับศูนย์สอบ • ONET 1 บัญชีรับส่งแบบทดสอบและกระดาษคำตอบระหว่างหัวหน้าสนามสอบ/กรรมการ กลางกับกรรมการคุมสอบ • ONET 2 บัญชีส่งจำนวนกล่องกระดาษคำตอบ และเอกสารอื่น ๆ จากหัวหน้าสนามสอบ ถึงศูนย์สอบ • O-NET 4 บัญชีส่งจำนวนกล่องแบบทดสอบจากสนามสอบถึงศูนย์สอบ • O-NET 5 รายงานผลการปฏิบัติงานการดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับสนามสอบ • O-NET 7 รายงานผลการปฏิบัติงานของตัวแทนศูนย์สอบ • O-NET 8 ใบสำคัญรับเงินค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานประจำสนามสอบการทดสอบทาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน • O-NET 8.1 รายงานสรุปค่าใช้จ่ายในการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ • O-NET 10 เอกสารกำกับการเปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบและกล่องกระดาษคำตอบ


20 หน่วยที่ 3 ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของกรรมการคุมสอบ 1. บทบาทและหน้าที่ของกรรมการคุมสอบ 1) กำกับการดำเนินการสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งภายในห้องสอบและบริเวณใกล้เคียง ให้มีความโปร่งใสและยุติธรรม มีประสิทธิภาพและปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของ สทศ. อย่างเคร่งครัด 2) การดำเนินการคุมสอบ ขอให้ยึดตามแนวปฏิบัติในคู่มือฉบับนี้เป็นหลักในการปฏิบัติงาน 3) ควบคุมไม่ให้ผู้เข้าสอบปฏิบัติผิดระเบียบหรือกระทำการทุจริตในระหว่างการสอบ 4) รายงานหัวหน้าสนามสอบ กรณีที่ผู้เข้าสอบปฏิบัติผิดระเบียบการสอบหรือสงสัยว่าจะมีการ ทุจริตหรือมีการทุจริตเกิดขึ้น และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าบริเวณห้องสอบ 5) รักษาความลับของแบบทดสอบ โดยไม่ให้บุคคลอื่นหรือกรรมการคุมสอบดูแบบทดสอบ 6) ตรวจนับกระดาษคำตอบและแบบทดสอบให้ถูกต้องและครบถ้วน 7) ตรวจสอบการกรอกข้อมูลและการระบายที่หัวกระดาษคำตอบให้เรียบร้อยและถูกต้อง 8) รักษากระดาษคำตอบและแบบทดสอบของผู้เข้าสอบไม่ให้สูญหาย และต้องนำส่งกรรมการ กลาง/หัวหน้าสนามสอบทันที หลังเสร็จสิ้นการสอบในแต่ละวิชา 2. วิธีการทำงานของกรรมการคุมสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการคุมสอบถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการสอบ เนื่องจากมีความ เกี่ยวข้องกับผู้เข้าสอบโดยตรง การดำเนินการต่างๆ ของกรรมการคุมสอบจะเป็นสิ่งสะท้อนการบริหารการจัด สอบ และแนวปฏิบัติที่ สทศ. กำหนด ว่าเป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ดังนั้นเพื่อให้ การบริหารการทดสอบในระดับสนามสอบและห้องสอบเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ จึงขอให้กรรมการ คุมสอบได้ปฏิบัติตามวิธีการทำงานของกรรมการคุมสอบอย่างเคร่งครัด ในทุกวิชาที่มีการสอบ ดังนี้ ขั้นตอนการทำงานของกรรมการคุมสอบ แบ่งเป็น 3 ช่วงที่สำคัญ ดังนี้ ก่อนเวลาสอบ แผนภาพ แสดงขั้นตอนการทำงานของกรรมการคุมสอบในช่วงก่อนการสอบ


21 2. ระหว่างการสอบ 1) เมื่อถึงเวลาสอบ เมื่อถึงเวลาสอบของการสอบแต่ละรายวิชา กรรมการคุมสอบแจ้งผู้เข้าสอบทุกคนปฏิบัติ พร้อมกันตามลำดับ ดังนี้ 1.1) เมื่อถึงเวลาสอบแจ้งให้ผู้เข้าสอบ เปิดแบบทดสอบได้ 1.2) แจ้งให้ผู้เข้าสอบเปิดนับจำนวนหน้าของแบบทดสอบว่าครบถ้วน หากแบบทดสอบ หน้าใดหรือข้อใดพิมพ์ไม่ชัดเจน ให้แจ้งกรรมการคุมสอบเพื่อเปลี่ยนแบบทดสอบฉบับใหม่ทันที 1.3) ประกาศให้ผู้เข้าสอบอ่านคำชี้แจงให้เข้าใจและเริ่มทำแบบทดสอบได้ และเน้นย้ำให้ผู้ เข้าสอบ ระบายคำตอบด้วยดินสอดำ 2B เท่านั้น 2) ระหว่างการสอบ 2.1) ในกรณีที่ผู้เข้าสอบมีความจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำ ให้กรรมการคุมสอบติดตามผู้เข้าสอบ และตรวจดูภายในห้องน้ำก่อนและหลังจากที่ผู้เข้าสอบใช้ห้องน้ำ เพื่อป้องกันการทุจริต 2.2) ตรวจดูความเรียบร้อยระหว่างการสอบ ให้มีความโปร่งใส ไม่มีการทุจริต และควบคุม การสอบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 2.3) ประกาศเวลา ให้ผู้เข้าสอบทราบในแต่ละวิชา ดังนี้ ครั้งที่ 1 เมื่อถึงเวลสอบ ครั้งที่ 2 เมื่อการสอบผ่านไป 30 นาที (สำหรับผู้เข้าสอบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6) เมื่อ การสอบผ่านไป 1 ชั่วโมง (สำหรับผู้เข้าสอบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) ครั้งที่ 3 ก่อนหมดเวลาสอบ 5 นาที ครั้งที่ 4 เมื่อหมดเวลาสอบ 3) หลังจากการสอบผ่านไป 30 นาที เมื่อการสอบในแต่ละรายวิชาผ่านไป 30 นาที ซึ่งหมดเวลาที่จะอนุญาตให้ผู้เข้าสอบเข้าห้อง สอบ กรรมการคุมสอบต้องนำใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) มาให้ผู้เข้าลงชื่อเพื่อยืนยันการเข้าสอบ ซึ่งมี ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ ดังนี้ 3.1) กรรมการคุมสอบนำใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) ทั้ง 2 แผ่น ให้ผู้เข้าสอบลงลายมือชื่อ ด้วยปากกา และย้ำว่าให้ผู้เข้าสอบลงลายมือชื่อให้เหมือนกับในกระดาษคำตอบ (สทศ.1) 3.2) ให้ผู้เข้าสอบกรอกรหัสชุดข้อสอบที่ตนเองได้รับ ลงในใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) 3.3) ในระหว่างที่ผู้เข้าสอบลงลายมือชื่อ กรรมการคุมสอบต้องปฏิบัติหน้ที่ในการตรวจสอบ ข้อมูลของผู้เข้าสอบ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 3.3.1) ตรวจสอบการระบายรหัสชุดข้อสอบของผู้เข้าสอบบนกระดาษคำตอบเทียบกับ หน้าปกของแบบทดสอบว่าตรงกัน


22 3.2) ตรวจดูการเขียนชุดรหัสข้อสอบของผู้เข้สอบในใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ(สทศ.2) ว่ากรอก รหัสชุดข้อสอบตรงกับที่ผู้เข้าสอบได้รับ 3.3) เมื่อผู้เข้าสอบลงลายมือชื่อและกรอกข้อมูลในใบเซ็นชื่อผู้เข้สอบ (สทศ.2) เรียบร้อย แล้ว ให้กรรมการคุมสอบลงลายมือชื่อบนกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบ 3.4) กรณีมีผู้ขาดสอบให้เก็บแบบทดสอบและกระดาษคำตอบของผู้ขาดสอบกลับคืน 3.5) กรณีที่ผู้เข้าสอบมาสายเกิน 30 นาทีมาขอเข้าห้องสอบ ให้ผู้เข้าสอบที่มาสายติดต่อที่ กรรมการกลางของสนมสอบ สำหรับผู้เข้าสอบที่มาสายไม่เกิน 30 นาที (อยู่ในระยะเวลาที่ สทศ. อนุญตให้เข้า สอบได้ภายใน 30 นาทีหลังจากที่เริ่มสอบ) ให้พิจารณาอนุญาตให้เข้าสอบและกำกับให้ผู้เข้าสอบดำเนินการ ตามแนวปฏิบัติของ สทศ. อย่างเคร่งครัด 4) ก่อนหมดเวลาสอบ 5 นาที กรรมการคุมสอบแจ้งเวลาให้ผู้เข้าสอบทราบก่อนหมดเวลาสอบ 5 นาทีในแต่ละรายวิชา เพื่อผู้เข้าสอบจะได้ทราบเวลาและตรวจทานการตอบให้เรียบร้อยก่อนหมดเวลาสอบ 3. หลังเสร็จสิ้นการสอบ


23 หมายเหตุ การคิดค่าสถิติในการสอบ สทศ. จะไม่ดำเนินการแก้ไขใดๆทั้งสิ้น หากไม่ดำเนินการในช่วงเวลาที่ สทศ. กำหนด แนวทางปฏิบัติการบริหารการจัดสอบสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น 1) กรณีเด็กตำบอด ที่อ่านอักษรเบรลล์ได้ ให้จัดกรรมการคุมสอบเพื่อช่วยในการระบายคำตอบ 1 คน และกรรมการที่ช่วยอ่านข้อสอบ 1 คน ซึ่งควรเป็นอาจารย์ที่ได้สอนในรายวิชานั้น (ต่างโรงเรียนกับ ผู้เข้าสอบ) หรือผู้ที่สามารถอ่านในวิชานั้นๆได้ 2) กรณีเด็กตาบอด ที่ต้องการผู้ช่วยอ่าน ให้จัดกรรมการคุมสอบเพื่อช่วยในการระบายคำตอบ 1 คน และกรรมการที่ช่วยอ่านข้อสอบ 1 คน ซึ่งควรเป็นอาจารย์ที่ได้สอนในรายวิชานั้น (ต่างโรงเรียนกับผู้เข้าสอบ) 3) กรณีเด็กบกพร่องทางการมองเห็น (ตาเลือนราง) ให้จัดกรรมการคุมสอบเพื่อช่วยในการระบาย คำตอบ 1 คน


24 สำหรับเด็กที่มีความผิดปกติอื่นๆ ให้หัวหน้าสนามสอบจัดหากรรมการคุมสอบและดำเนินการจัดสอบ ตามความเหมาะสมโดยกรรมการที่เกี่ยวข้องต้องไม่เป็นครูโรงเรียนเดียวกับผู้เข้าสอบ ข้อปฏิบัติสำหรับการจัดสอบเด็กพิเศษ กรณีที่สนามสอบมีเด็กพิเศษ ได้แก่ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น นักเรียนที่มีความ บกพร่องทางด้านร่างกาย หรือนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ขอให้ดำเนินการดังนี้ 1) นักเรียนที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ รายงานตัวที่ห้องอำนวยการสอบประจำสนามสอบ เพื่อ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับห้องสอบ (กรณีที่ไม่ทราบข้อมูล) 2) ขอให้กรรมการกลางรับรายงานตัวผู้เข้าสอบประเภทเด็กพิเศษ (นักเรียนที่มีความบกพร่องในด้าน ต่างๆ เช่น นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ทางการมองเห็นหรือทางการได้ยิน) โดยอำนวยความสะดวก ในการแจ้งห้องสอบ และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการสอบ เช่น ระเบียบการเข้าสอบ ตารางสอบ ให้กับผู้เข้า สอบ 3) ขอให้สนามสอบอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนกลุ่มดังกล่าว ตามความเหมาะสม


25 หน่วยที่ 4 ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของกรรมการกลาง 1. บทบาทและหน้าที่ของกรรมกลางในระดับสนามสอบ กรรมการกลาง เป็นบุคลากรที่ทำหน้าที่การบริหารการจัดการในสนามสอบที่สำคัญส่วนหนึ่ง ในระดับสนามสอบ เนื่องจากต้องเตรียมการจัดสอบทั้งก่อนการสอบ ระหว่างการสอบและหลังการสอบ ซึ่งกรรมการกลางต้องทราบถึงบทบาท หน้าที่ของตนเอง เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง บทบาทของกรรมการกลาง 1. จัดเตรียมซองแบบทดสอบ ซองกระดาษคำตอบและใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) เพื่อมอบ ให้กับกรรมการคุมสอบ 2. ประสานงานกับกรรมการคุมสอบในการรับ-ส่งซองแบบทดสอบ ซองกระดาษคำตอบและใบ เซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) 3. หลังเสร็จสิ้นการสอบ ทำหน้าที่ในการตรวจนับจำนวนแบบทดสอบและกระดาษคำตอบว่า ครบถ้วน ตามจำนวนที่ระบุ 4. ประสานงานกับกรรมการคุมสอบและผู้เข้าสอบที่มาติดต่อในเรื่องต่างๆ 5. รับรายงานตัวผู้เข้าสอบประเภทเด็กพิเศษ (นักเรียนที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ เช่น นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ทางการมองเห็นหรือทางการได้ยิน) โดยอำนวยความสะดวกในการแจ้ง ห้องสอบ และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการสอบ เช่น ระเบียบการเข้าสอบ ตารางสอบ ให้กับผู้เข้าสอบ 6. เดินตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องสอบและสนามสอบ 7. ช่วยควบคุมห้องสอบในกรณีที่กรรมการคุมสอบไม่เพียงพอ 8. ทำหน้าที่เป็นผู้บรรจุซองกระดาษคำตอบใส่กล่องบรรจุกระดาษคำตอบเพื่อส่งกลับ สทศ. และเตรียมส่งมอบให้ศูนย์สอบ 9. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสนามสอบ 2. วิธีการดำเนินงานของกรรมการกลาง กรรมการกลางต้องศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนการทำงาน รวมทั้งต้องสามารถปฏิบัติได้อย่าง ถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ สทศ. กำหนด เนื่องจากหากกรรมการกลางดำเนินการผิดขั้นตอนจะส่งผล กระทบต่อการบริหารการจัดสอบในระดับสนามสอบ และส่งผลกระทบต่อผู้เข้าสอบทั้งทางตรงและทางอ้อม


26 ขั้นตอนการทำงานของกรรมการกลาง แบ่งเป็น 3 ช่วงที่สำคัญ ดังนี้ 1. ก่อนการสอบ 1) ก่อนการสอบ 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงก่อนการสอบ หลังจากหัวหน้าสนามสอบดำเนินการเปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบ และกล่องบรรจุกระดาษคำตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรรมการกลางต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.1) จัดเตรียมเอกสาร O-NET 1 บัญชีรับส่งแบบทดสอบและกระดาษคำตอบระหว่าง หัวหน้าสนามสอบ/กรรมการกลางกับกรรมการคุมสอบ ( O-NET 1 เป็นเอกสารที่ให้กรรมการคุมสอบแต่ละ ห้องสอบลงนามเพื่อรับซองแบบทดสอบ ซองกระดาษคำตอบและใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ โดยแยกใช้ตามรายวิชา ที่จัดสอบ) 1.2) หลังจากหัวหน้าสนามสอบดำเนินการเปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบและกล่องบรรจุ กระดาษคำตอบกรรมการกลางต้องดำเนินการจัดเตรียม 1.3) กรรมการกลางต้องตรวจสอบว่าซองแบบทดสอบ ซองกระดาษคำตอบ และใบเซ็นชื่อผู้ เข้าสอบ (สทศ.2) มีรายวิชาว่าตรงกันทั้ง 3 ส่วน และไม่สลับห้องสอบ เพื่อส่งมอบให้กรรมการคุมสอบ 2) ก่อนการสอบ 30 นาที 2.1) กรรมการกลางแจกซองแบบทดสอบ ซองกระดาษคำตอบให้ตรงตามตารางสอบ 2.2) กรรมการคุมสอบ 1 ท่าน ลงชื่อรับซองแบบทดสอบ ซองกระดาษคำตอบในเอกสาร O-NET 1บัญชีรับส่งแบบทดสอบและกระดาษคำตอบระหว่างหัวหน้าสนามสอบ/กรรมการกลางกับกรรมการ คุมสอบ


27 2.3) กรรมการกลางต้องแจกแบบทดสอบและกระดาษคำตอบให้ตรงตามตารางสอบ ห้าม ไม่ให้กรรมการคุมสอบนำแบบทดสอบที่ยังไม่ถึงเวลาสอบไปเก็บไว้เพื่อรอการสอบ 2. ระหว่างการสอบ 1) ประสานงานกับกรรมการคุมสอบและผู้เข้าสอบที่มาติดต่อในเรื่องต่างๆ 2) เดินตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องสอบและสนามสอบระหว่างการสอบ 3) ช่วยควบคุมห้องสอบในกรณีที่กรรมการคุมสอบไม่เพียงพอ 3. หลังการสอบ 1) หลังเสร็จสิ้นการสอบในแต่ละวิชา กรรมการคุมสอบนำซองแบบทดสอบ ซอง กระดาษคำตอบ และใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) มาส่งคืนที่กรรมการกลาง 2) กรรมการกลางกำกับให้กรรมการคุมสอบ สรุปข้อมูลการสอบลงในเอกสาร O-NET 1 บัญชีรับส่งแบบทดสอบและกระดาษคำตอบระหว่างหัวหน้าสนามสอบ/กรรมการกลางกับกรรมการคุมสอบ 3) กรรมการกลางตรวจนับกระดาษคำตอบของแต่ละห้องสอบเทียบกับใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 3.1) นับกระดาษคำตอบให้ครบตามจำนวนรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบในใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) โดยปกติคือ 30 แผ่น (ยกเว้นห้องสอบสุดท้ายและกรณีมีการใช้กระดาษคำตอบสำรอง) 3.2) ตรวจความเรียบร้อยการกรอกข้อมูลบนหัวกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบ


28 3.3) ตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าสอบบนกระดาษคำตอบเทียบกับใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ. 2) ว่าตรงกันหรือไม่ 3.4) เรียงลำดับกระดาษคำตอบจากเลขที่นั่งสอบน้อยไปมากตามลำดับ ในกรณีมีการ ยกเลิกกระดาษคำตอบแบบลงข้อมูล ให้นำกระดาษคำตอบที่ยกเลิกมาเรียงต่อจากกระดาษคำตอบสำรองของ ผู้เข้าสอบคนนั้น 3.5) ใช้ใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) 1 แผ่น ที่ระบุ “สำหรับสนามสอบใช้หุ้ม กระดาษคำตอบ และส่งคืน สทศ.” หุ้มกระดาษคำตอบและใช้กระดาษแข็งปิดด้านบนและด้านล่างของ กระดาษคำตอบ ก่อนบรรจุลงซองกระดาษคำตอบ 3.6) กำกับและตรวจสอบว่ากรรมการคุมสอบ ลงลายมือชื่อและข้อมูลการสอบบนหน้า ซองกระดาษคำตอบครบถ้วน 3.7) กรรมการกลางตรวจนับจำนวนแบบทดสอบของแต่ละห้องสอบ ซึ่งจำนวน แบบทดสอบในแต่ละห้องสอบต้องมีจำนวนครบถ้วนตามที่ระบุบนหน้าซองแบบทดสอบ 3.8) ซองกระดาษคำตอบที่กรรมการกลางตรวจนับเรียบร้อยแล้ว กรรมการกลางดึงเทป กาวที่ปากซองกระดาษคำตอบปิดผนึกให้เรียบร้อย 3.9) รวบรวมซองกระดาษคำตอบเพื่อส่งให้ตัวแทนศูนย์สอบเป็นผู้ทำหน้าที่ปิดเทปกาว พิเศษแบบทำลายตนเองทับปากซองกระดาษคำตอบ และให้ตัวแทนศูนย์สอบเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ลงชื่อกำกับที่ หน้าซองกระดาษคำตอบ 3.10) เมื่อตัวแทนศูนย์สอบดำเนินการปิดเทปกาวพิเศษแบบทำลายตนเองครบทุกซอง ในสนามสอบเรียบร้อยแล้ว กรรมการกลางต้องรวบรวมซองกระดาษคำตอบทั้งหมดเพื่อเตรียมบรรจุซอง กระดาษคำตอบลงกล่องบรรจุกระดาษคำตอบเพื่อส่งกลับ สทศ. 3. ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของตัวแทนศูนย์สอบ และตัวแทน สทศ. ประจำสนามสอบ 3.1 บทบาทหน้าที่ของตัวแทนศูนย์สอบ ตัวแทนศูนย์สอบ เป็นบุคลากรจากศูนย์สอบที่ทำหน้าที่กำกับการบริหารการจัดสอบในสนาม สอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนศูนย์สอบต้องได้รับการแต่งตั้งจากประธานศูนย์สอบ โดยบุคลากรที่ปฏิบัติ หน้าที่จะเป็นบุคลากรของศูนย์สอบ ครูต่างเครือข่ายหรือจากหน่วยงานอื่นๆที่มีคุณสมบัติเหมาะสมคุณสมบัติ ของตัวแทนศูนย์สอบ จะต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย และมีความเหมาะสมทั้งด้าน วัยวุฒิและคุณวุฒิ เนื่องจากต้องทำหน้าที่ในการกำกับการบริหารการจัดสอบในสนามสอบอัตราตัวแทนศูนย์ สอบให้ใช้อัตรา 2 คนต่อสนามสอบ


29 บทบาทหน้าที่ของตัวแทนศูนย์สอบ ประจำสนามสอบ 1) รับ-ส่งกล่องแบบทดสอบและกล่องกระดาษคำตอบระหว่างศูนย์สอบกับสนามสอบ 2) กำกับการเปิดกล่องแบบทดสอบให้ตรงตามตารางสอบและเวลาที่กำหนด ร่วมกับหัวหน้า สนามสอบและกรรมการกลาง 3) เมื่อกรรมการกลางตรวจนับกระดาษคำตอบครบถ้วนและบรรจุใส่ซองพร้อมทั้งปิดผนึก ซองกระดาษคำตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตัวแทนศูนย์สอบเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ปิดเทปกาวพิเศษแบบทำลาย ตนเองที่ปากซองกระดาษคำตอบ พร้อมทั้งลงชื่อกำกับที่หน้าซองกระดาษคำตอบ 4) กำกับ ดูแลการจัดสอบภายในสนามสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามมาตรฐานการ ทดสอบ 5) กำกับการบรรจุซองกระดาษคำตอบลงกล่องทันทีหลังเสร็จสิ้นการสอบแต่ละวิชาและปิด ผนึกกล่องกระดาษคำตอบกลับด้วยเทปกาวของ สทศ. พร้อมทั้งให้ตัวแทนศูนย์สอบลงชื่อที่ใบปะหน้ากล่อง บรรจุซองกระดาษคำตอบกลับ สทศ. 6) นำกล่องบรรจุซองกระดาษคำตอบกลับที่ปิดผนึกเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่งศูนย์สอบหลังจาก เสร็จสิ้นการสอบในแต่ละวัน ห้ามทิ้งกล่องบรรจุซองกระดาษคำตอบไว้ที่สนามสอบ 7) รายงานการจัดสอบของสนามสอบให้ศูนย์สอบทราบตามเอกสารรายงานการปฏิบัติงาน ของตัวแทนศูนย์สอบ 3.2 บทบาทหน้าที่ของตัวแทน สทศ.ประจำสนามสอบ 1) ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวปฏิบัติของสถาบันทดสอบฯ ด้วยความรับผิดชอบและมีประสิทธิผล สูงสุด 2) ตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบว่าเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ สทศ. กำหนดในคู่มือการจัดสอบ O-NET สำหรับหัวหน้าสนามสอบและกรรมการกลาง และคู่มือการจัดสอบ O-NETสำหรับกรรมการคุมสอบ พร้อมทั้งบันทึกรายงานผลต่อประธานคณะทำงานตัวแทน สทศ. 3) ตรวจสอบการเปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบและกล่องบรรจุกระดาษค าตอบก่อนการสอบ ของแต่ละวิชา 4) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการคุมสอบระหว่างการสอบ 5) ตรวจสอบการปิดซองบรรจุกระดาษคำตอบหลังเสร็จสิ้นการสอบของแต่ละวิชา 6) ตรวจสอบการบรรจุซองกระดาษคำตอบลงกล่องปรับขนาด (กล่องสำหรับบรรจุซอง กระดาษคำตอบ กลับ สทศ.) 7) รายงานการปฏิบัติงานดำเนินงานต่อประธานคณะทำงานตัวแทน สทศ.


30 4. ข้อบังคับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ในการดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) สทศ.มีค่าใช้จ่ายในการ บริหารจัดการระดับสนามสอบ ที่สนามสอบสามารถเบิกจ่ายได้ มีรายละเอียด ค่าใช้จ่ายระดับสนามสอบ 1) ค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน ตำแหน่ง ค่าตอบแทนต่อคนต่อวัน(บาท) วันทำการ วันหยุด 1. หัวหน้าสนามสอบ 2. กรรมการกลาง กรรมการคุมสอบ กรรมการคุมสอบ สำรอง ผู้ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ พยาบาล และ ตำแหน่งอื่นๆ ที่จำเป็น 3. คนงาน นักการภารโรง พนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่ อื่นๆ ที่จำเป็น 4. เจ้าหน้าที่ตำรวจ 400 300 200 300 550 450 250 450 2) ค่าใช้จ่ายสำหรับการขนส่งนักเรียนเดินทางมาสอบ เฉพาะการดำเนินการทดสอบการศึกษา ระดับขั้นพื้นฐาน (ประถมศึกษาปีที่ 6) 2.1) ค่าพาหนะเดินทาง - เบิกตามอัตราที่จ่ายจริง - เบิกค่าพาหนะชดเชยการใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล กิโลเมตรละ 5 บาท 2.2) ค่าตอบแทนอาจารย์ที่คุมนักเรียนเดินทางมาสอบ (อาจารย์ 1 คนต่อนักเรียน 20 คน) ให้ เบิกในอัตราไม่เกิน 500 บาทต่อวัน ต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง (ไป-กลับ) 2.3) ค่าตอบแทนพนักงานขับรถ (ถ้ามี) ให้เบิกในอัตราไม่เกิน 500 บาทต่อวันต่อการเดินทาง หนึ่งครั้ง (ไป-กลับ) 3) ค่าตอบแทนการใช้สถานที่เป็นสนามสอบ ให้คำนวณจากจนวนรวมทั้งหมดของผู้มีสิทธิเข้าสอบ รวมทุกวิชา ณ สนามสอบนั้นต่อการจัดสอบแต่ละครั้ง โดยให้เบิกในอัตรา 1 บาทต่อผู้มีสิทธิเข้าสอบหนึ่งคนต่อ หนึ่งวิชา ในกรณีที่สนามสอบได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่า 1,000 บาท ให้สนามสอบได้รับค่าตอบแทน1,000 บาท


31 5. การรายงานระบบนำส่งสถิติผู้เข้าสอบ 5.1 วิธีการรายงานค่าสถิติ ในวันสอบ สทศ.กำหนดให้โรงเรียนที่เป็นสนามสอบ ด นินการรายงานค่าสถิติการสอบผ่าน ทางwebsite สทศ. โดยโรงเรียนที่เป็นสนามสอบสามารถใช้ Username และ Password ในการเข้าระบบ รายงานค่าสถิติได้ทันที ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 1) เข้าระบบรายงานค่าสถิติที่ www.niets.or.th เลือกเมนู 1.การจัดสอบ 2.ระบบสารสนเทศ การจัดสอบ 3.ระบบนำส่งสถิติผู้เข้าสอบ 2) โรงเรียนที่เป็นสนามสอบใช้ Username และ Password ของโรงเรียน 3) สนามสอบกรอกข้อมูลจ านวนผู้เข้าสอบ ผู้ขาดสอบและรายละเอียดต่างๆผ่านระบบ สามารถกรอกข้อมูลได้เมื่อการสอบเสร็จสิ้นในแต่ละวิชา ซึ่ง สทศ.จะปิดรับการกรอกข้อมูลในวันสุดท้ายของ การสอบ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและศูนย์สอบ ได้ทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในเบื้องต้น 5.2 ข้อมูลที่ใช้ในการรายงานค่าสถิติ ข้อมูลที่ใช้ในการรายงานค่าสถิติในระบบเมื่อการสอบเสร็จสิ้นในแต่ละรายวิชา ได้แก่ 1) จำนวนผู้เข้าสอบ 2) จำนวนผู้ขาดสอบ 3) จำนวนผู้เข้าสอบกรณีพิเศษ 4) ปัญหา/การกระทำที่เข้าข่ายส่อทุจริตในการสอบ เช่น ไม่มีเอกสารแสดงตน นำ โทรศัพท์มือถือ/อุปกรณ์สื่อสารเข้าห้องสอบ ลอกคำตอบจากเอกสารที่นำเข้าห้องสอบ เข้าสอบสาย เป็นต้น 5) ปัญหาในการบริหารการทดสอบ เช่น แบบทดสอบที่ได้รับขาดไป กระดาษคำตอบที่ได้รับ ขาดไป เป็นต้น


32 หน่วยที่ 5 ภารกิจและบทบาทหน้าที่ของหัวหน้าสนามสอบ 1. การบริหารจัดการสอบระดับ สทศ. วิสัยทัศน์ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นสถาบันทางวิชาการและวิชาชีพ และ เป็นแหล่งอ้างอิงระดับชาติและนานาชาติที่เชี่ยวชาญด้านการทดสอบและการประเมินผลทางการศึกษา เพื่อให้ คนไทยมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาในทุกระดับและทุกประเภทการศึกษาสู่ระดับสากล พันธกิจ 1. จัดทำระบบ วิธีการทดสอบ และพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลตามมาตรฐานการศึกษา 2. จัดการประเมินผลการจัดการศึกษา และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการทดสอบทั้งระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา 3. จัดการทดสอบทางการศึกษา บริการสอบวัดความรู้ความสามารถ และการสอบวัดมาตรฐาน วิชาการและวิชาชีพ ผลที่ได้นาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเทียบระดับ และเทียบโอนผลการเรียนที่มาจาก การศึกษาในระบบเดียวกัน 4. จัดการศึกษาวิจัย และเผยแพร่นวัตกรรมด้านการทดสอบทางการศึกษา เผยแพร่เทคนิคการวัด และประเมินผลการศึกษา 5. เป็นศูนย์กลางข้อมูลการทดสอบทางการศึกษา สนับสนุน และให้บริการผลการทดสอบแก่ หน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 6. พัฒนาและส่งเสริมวิชาการด้านการทดสอบและประเมินผลทางการศึกษา พัฒนาบุคลากรด้าน การทดสอบและประเมินผล ติดตามและประเมินผลคุณภาพบัณฑิต การรับรองมาตรฐานของระบบ วิธีการ เครื่องมือวัดของหน่วยงานด้านการประเมินผลและทดสอบทางการศึกษา 7. เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาทั้งในระดับประเทศและระดับ นานาชาติ การบริหารการจัดสอบ 1. กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการทดสอบให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามเป้าประสงค์ มีประสิทธิภาพ มีความยุติธรรมและโปร่งใส เป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบทาง การศึกษาแห่งชาติ 2. ประสานงานเกี่ยวกับการจัดสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบ ได้แก่ หน่วยงานต้น สังกัดในระดับต่างๆ สถานศึกษา ศูนย์สอบ สนามสอบ ตลอดจนหน่วยงานที่สนับสนุนส่งเสริมให้การจัดการ ทดสอบระดับชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 3. บริหารจัดการทดสอบให้เป็นตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 4. จัดทาฐานข้อมูลสำหรับการบริหารการทดสอบและการประกาศผลสอบ


33 5. สนับสนุนงบประมาณสำหรับการบริหารจัดสอบให้ศูนย์สอบและสนามสอบ 6. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงานบริหารการทดสอบในระดับ สทศ. และแต่งตั้งประธานศูนย์ สอบ 7. ปฏิบัติการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) 2. การบริหารจัดการสอบระดับศูนย์สอบ ศูนย์สอบ คือ หน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารการทดสอบของสนามสอบในการ สอบตามที่ สทศ. กำหนดเพื่อให้การจัดสอบบรรลุความสำเร็จตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ในการจัดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) หน้าที่สาคัญของศูนย์สอบ 1. ประสานงานกับ สทศ. ดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติของ สทศ. โดยเฉพาะการ ดำเนินงานตามมาตรฐาน การบริหารการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ด้านมาตรฐานการบริหารการทดสอบ และบุคลากรด้านการทดสอบ 2. กำกับและติดตามให้โรงเรียนในความรับผิดชอบของศูนย์สอบดำเนินการส่งข้อมูลโรงเรียน รายชื่อนักเรียนให้ครบถ้วนและถูกต้อง เป็นไปตามกำหนดการและแนวปฏิบัติที่ สทศ. กำหนด 3. กำหนดสนามสอบโดยเลือกโรงเรียนในความรับผิดชอบของศูนย์สอบ และจัดห้องสอบในแต่ละ สนามสอบให้ครบถ้วน ผ่านระบบ O-NET ภายในเวลาที่กำหนด 4. จัดประชุมชี้แจงคณะทำงานระดับศูนย์สอบ และคณะกรรมการระดับสนามสอบเพื่อให้ทราบ ขั้นตอนในการดำเนินการจัดสอบ 5. พิจารณาอนุมัติในกรณีมีผู้เข้าสอบกรณีพิเศษที่ไม่มีเลขที่นั่งสอบ โดยตรวจสอบว่านักเรียนเป็น ผู้มีสิทธิ์สอบและแจ้งสนามสอบทราบในวันสอบ 6. แต่งตั้งตัวแทนศูนย์สอบและส่งไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสนามสอบ 7. แต่งตั้งคณะทำงานระดับศูนย์สอบ และคณะกรรมการระดับสนามสอบ 8. ควบคุม กำกับให้การดำเนินการจัดสอบของศูนย์สอบและสนามสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพเป็นตามมาตรฐานการบริหารการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ 9. แก้ปัญหาในการดาเนินการจัดสอบของศูนย์สอบและสนามสอบ 10. บริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดสอบ จากเงินจัดสรรที่ได้รับจาก สทศ. 11. รายงานสรุปผลการดำเนินการจัดสอบ และสรุปค่าใช้จ่ายในการจัดสอบ แจ้งให้ สทศ. ทราบ ภายใน 60 วันหลังเสร็จสิ้นการสอบหากมีเงินค่าใช้จ่ายในการจัดสอบคงเหลือต้องดาเนินการส่งคืน สทศ.


34 คณะทำงานระดับศูนย์สอบ ประธานศูนย์สอบ คือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา / ผู้อานวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา / เลขาธิการสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน / ผู้อำนวยการสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร / ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาเมืองพัทยา หรือผู้ที่ได้รับ มอบหมาย ทั้งนี้ศูนย์สอบสามารถตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ ประกอบด้วย 1. คณะทำงานประสานงานการจัดสอบ 2. คณะทำงานรับ ส่ง เก็บรักษาแบบทดสอบ กระดาษคาตอบและอุปกรณ์การสอบ 3. คณะทำงานจัดทำข้อมูลโรงเรียน ข้อมูลนักเรียนและข้อมูลศูนย์สอบ 4. คณะทำงานการเงิน 5. ตัวแทนศูนย์สอบแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในวันสอบ การแต่งตั้งคณะทำงานของศูนย์สอบควรแต่งตั้งโดยมีตัวแทนจากทุกสังกัดที่อยู่ในศูนย์สอบ เพื่อให้ การประสานงานและดำเนินการในเรื่องต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การกำหนดจำนวนคณะทำงาน และจำนวนผู้ทำงานในแต่ละคณะขอให้พิจารณาตามความ เหมาะสมกับจำนวนผู้มีสิทธิ์สอบและงบประมาณที่ได้รับตลอดจนการบริหารจัดการ 3. การแต่งตั้งคณะกรรมการระดับสนามสอบ ประธานศูนย์สอบเป็นผู้ทำหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับสนามสอบโดยพิจารณาตาม นโยบายและข้อปฏิบัติตามที่ สทศ. กำหนด การแต่งตั้งคณะกรรมการในระดับสนามสอบต้องเป็นตาม มาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ คือ 1. มาตรฐานการบริหารการทดสอบ เพื่อเป็นการประกันคุณภาพว่าระบบการบริหารการทดสอบมี คุณภาพเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ในระดับชาติและนานาชาติ 2. มาตรฐานบุคลากรด้านการทดสอบ เพื่อการประกันคุณภาพว่าบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการ ทดสอบมีคุณภาพ คุณสมบัติและหน้าที่เทียบเท่ามาตรฐานสากลและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) ซึ่งบุคลากรที่หัวหน้าสนามสอบสรรหานั้นควรมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) ตรงต่อเวลา 2) เก็บรักษาความลับได้เป็นอย่างดี 3) คำนึงถึงความถูกต้องของระเบียบข้อบังคับ 4) มีความละเอียด ถี่ถ้วน และให้ความสำคัญกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง


35 4. บทบาทหน้าที่ของหัวหน้าสนามสอบ สนามสอบมีภาระหน้าที่และบทบาทที่สำคัญที่สุดในการบริหารการทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐาน การบริหารการทดสอบ ซึ่งเป็นมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพว่าระบบการบริหารการทดสอบมีความชัดเจน สามารถปฏิบัติได้จริงมีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ในระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยเฉพาะต้องมี ความยุติธรรมและความโปร่งใสในการจัดการทดสอบ หัวหน้าสนามสอบจึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการ บริหารการทดสอบให้สำเร็จ ซึ่งหัวหน้าสนามสอบมีบทบาทและหน้าที่ ดังนี้ 1. ประสานงานกับศูนย์สอบและดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติของ สทศ. อย่างเคร่งครัด 2. ประสานงานกับศูนย์สอบเสนอรายชื่อคณะกรรมการระดับสนามสอบ เพื่อให้ศูนย์สอบพิจารณา แต่งตั้งอนุมัติ 3. จัดประชุมคณะกรรมการระดับสนามสอบก่อนวันสอบ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ จัดสอบและขั้นตอนการดำเนินงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบ 4. เตรียมความพร้อมก่อนการจัดสอบในส่วนของสถานที่สอบ โดยกำกับการจัดห้องสอบและติด สติ๊กเกอร์ข้อมูลผู้มีสิทธิ์สอบบนโต๊ะสอบ พร้อมทั้งกำกับให้มีการติดรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบและเอกสารการสอบอื่น ๆ ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของสนามสอบและหน้าห้องสอบ 5. เป็นผู้ทำหน้าที่เปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบในวันสอบ สทศ. อนุญาตให้เปิดกล่องบรรจุ แบบทดสอบได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงก่อนเวลาสอบตามตารางสอบ โดยมีตัวแทนศูนย์สอบหรือผู้ที่ศูนย์สอบ มอบหมาย และตัวแทนจาก สทศ. ประจำสนามสอบเป็นสักขีพยานพร้อมทั้งบันทึกรายละเอียดและลงนาม ในเอกสารกำกับการเปิดกล่องบรรจุแบบทดสอบ (O-NET 10) ให้ครบถ้วน 6. ขออนุมัติจากศูนย์สอบ ในกรณีมีผู้เข้าสอบกรณีพิเศษที่ไม่มีเลขที่นั่งสอบ (นักเรียน walk in) ผู้เข้าสอบกรณีพิเศษ คือ ผู้ที่ไม่มีรายชื่อในใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบ (สทศ.2) ซึ่งนักเรียนจะเข้าสอบได้เมื่อได้รับ อนุญาตจากศูนย์สอบแล้ว และให้นักเรียนลงชื่อเข้าสอบในใบเซ็นชื่อผู้เข้าสอบกรณีพิเศษ (สทศ.3) 7. กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการจัดสอบภายในสนามสอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมี ประสิทธิภาพ มีความยุติธรรม โปร่งใส และเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ สทศ. กำหนด 8. สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ในกรณีที่กรรมการคุมสอบหรือเจ้าหน้าที่ในสนามสอบบกพร่องต่อหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมและรายงานศูนย์สอบทราบ 9. รายงานค่าสถิติการสอบผ่านทางระบบนำส่งสถิติผู้เข้าสอบ ที่ www.niets.or.th หลังเสร็จสิ้น การสอบของแต่ละวิชา 10. เก็บรักษาแบบทดสอบและกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบ เมื่อการสอบเสร็จสิ้นในแต่ละวันให้ หัวหน้าสนามสอบดำเนินการส่งมอบกล่องบรรจุซองกระดาษคาตอบที่ปิดผนึกเรียบร้อยแล้วให้ตัวแทนศูนย์ สอบ เพื่อส่งกลับศูนย์สอบทันที ห้ามทิ้งกล่องบรรจุซองกระดาษคาตอบไว้ที่สนามสอบ


36 11. ประสานงานกับศูนย์สอบในการสรุปผลตามรายงานผลการปฏิบัติงานการดำเนินการทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับสนามสอบ (O-NET 5) และสรุปค่าใช้จ่ายการเบิกจ่าย ค่าตอบแทนคณะกรรมการปฏิบัติงานระดับสนามสอบในใบสาคัญรับเงินค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานประจำสนาม สอบ (O-NET 8) รวมทั้งการส่งมอบเอกสารการจัดสอบและหลักฐานทางการเงินให้ศูนย์สอบ 12. สรุปผลพร้อมบทลงโทษร่วมกับตัวแทนศูนย์สอบ ในกรณีที่มีเหตุการณ์ทุจริตหรือส่อว่าจะมี การทุจริตในห้องสอบหรือบริเวณสนามสอบโดยใช้แบบฟอร์มสำหรับผู้ปฏิบัติผิดระเบียบการสอบ O-NET (สทศ.5) โดยกรรมการคุมสอบหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเขียนรายงานและเสนอหัวหน้าสนามสอบพิจารณาการตัดสิน หรือให้ความเห็นพร้อมทั้งลงนาม รวบรวมเสนอศูนย์สอบและส่ง สทศ. พิจารณาต่อไป ส่วนที่ 3 ประโยชน์ที่ได้รับ / การนำไปใช้ 1. สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะทำงานระดับสนามสอบ ได้แก่ หัวหน้าสนามสอบ กรรมการกลาง และกรรมการคุมสอบที่มีความรู้ความสามารถและได้รับการรับรองมาตรฐานจาก สทศ. 2. สร้างฐานข้อมูลบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการปฺฏิบัติงานเป็นคณะทำงานในระดับ สนาม สอบในจังหวัดตาก 3. สามารถดำเนินการบริหารการทดสอบในทุกสนามสอบเป็นตามมาตรฐานการทดสอบมีความ ยุติธรรม โปร่งใส เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ลงชื่อ ............................................... ผู้รายงาน (นางสาวลักขณา จิ๋วปัญญา) ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ความคิดเห็นของผู้อำนวยกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ……………………………………………………………………………………...………………………..................……………… ……………………………………………………………………………………...………………………………………..………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………..….................................... ลงชื่อ ........................................................ (นายสุรศักดิ์ เอี่ยมทุเรียน) ตำแหน่ง ผู้อำนวยกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา


Click to View FlipBook Version