ภาควิชวิาบริหริาร วิจัวิย จั และพัฒ พั นานวัต วั กรรมทางการศึก ศึ ษา คณะศึก ศึ ษาศาสตร์ มหาวิทวิยาลัย ลั นเรศวร รายงานสรุป รุ ผลการดำ เนินนิ โครงการศึก ศึ ษาดูง่ ดู า ง่ นด้า ด้ นการบริหริารจัด จั การที่มี ที่ คุ มี ณ คุ ภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่ญี่ นปุ่ ระหว่า ว่ งวัน วั ที่ 29 มกราคม - 4 มีน มี าคม 2567
ก บทสรุปผู้บริหาร โครงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น โครงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ของภาควิชาบริหาร วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 4 มีนาคม 2567 เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้คณาจารย์และนิสิตได้เรียนรู้หลักการแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มี คุณภาพจากสถานศึกษาต้นแบบด้านการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพ 2) เพื่อให้คณาจารย์ และนิสิตได้รับการพัฒนาศักยภาพ และสามารถนำแนวคิดการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพ และผลงานที่ประสบความสำเร็จของสถานศึกษาในต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ในองค์กร 3) เพื่อให้คณาจารย์และนิสิตได้มโอกาสประสานสัมพันธ์การบูรณาการความรู้และประสบการณ์ที่ ได้รับจากการศึกษาดูงานไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทางการศึกษา โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน ทั้งสิ้น 32 คน ได้แก่ นิสิตระดับปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 26 คน ชั้นปีที่ 2 จำนวน 2 คน อาจารย์ประจำ หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต จำนวน 4 คน ผลการดำเนินโครงการศึกษาดูงานด้านการบริหาร จัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น พบว่า 1. การประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศ ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2567 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (̅= 4.62, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า รายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ รายการประเมินข้อที่ 9 ในภาพรวมท่านมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการของโครงการศึกษา ดูงานฯ (̅= 4.94, S.D. = 0.35) รองลงมา คือ รายการประเมินข้อที่ 1 โครงการศึกษาดูงานและ กำหนดการศึกษาแหล่งเรียนรู้มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด (̅= 4.85, S.D. = 0.44)ส่วนรายการ ประเมินที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ รายการประเมินข้อที่ 2 ท่านศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ก่อนไปศึกษาดูงาน (̅= 4.03, S.D. = 0.85) 2. สรุปผลการถอดบทเรียนของผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการที่มี คุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น พบว่า การศึกษาดูงานในโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 1 แห่ง คือ Shiseikan Primary School และโรงเรียนมัธยมศึกษา ทั้ง 2 แห่ง คือ Sapporo Kaisei Secondary Schoon และ Sapporo Asahigaoka High School นั้นมีความเข้มงวดในการ ควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อมและสิ่งของภายในโรงเรียน การสร้างวินัยเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการทำงาน และสร้างความไว้วางใจในองค์กรและสังคม ระบบการจัดการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นมีความเป็น มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ บุคคลที่จะเป็นผู้บริหารต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ และมีประสบการณ์สูง เน้นหลักสูตรที่สนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียนมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีข้อมูล นักเรียนเป็นรายบุคคล มีการพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล และรักษาข้อมูลส่วนตัว สิทธิของผู้เรียน อย่างเป็นระบบ และการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ข 3. ข้อเสนอแนะควรจะสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับประเทศที่จะไปศึกษาดูงานตั้งแต่ก่อน เริ่มโครงการควรจัดเป็นกลุ่มตามชั้นปี เพื่อความสะดวกในการวางแผน และมอบหมายงานอย่างทั่วถึง ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมเป็นโครงการที่ดี ทำให้นิสิตได้เปิดโลกทัศน์อย่างหลากหลาย เช่น การศึกษาของ ประเทสญี่ปุ่น, วัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อม, ชีวิตวามเป็นอยู่ของคนชนบทกับในเมือง, เทคโนโลยี
ค คำนำ รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ของภาควิชาบริหาร วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง 4 มีนาคม 2567 เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเสริม หลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดโลกทัศน์สร้างสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาด้านการพัฒนาตนเอง และพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพจากสถานศึกษาต้นแบบระดับ สากล พร้อมทั้งสามารถนำหลักการแนวคิดการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพ และผลงานที่ ประสบความสำเร็จของสถานศึกษาต้นแบบระดับสากลมาบูรณาการประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาให้ เกิดประสิทธิผล และประสิทธิภาพขององค์กรเพื่อสร้างคุณภาพการจัดการศึกษา รวมทั้งสร้าง เครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาในระดับประเทศส่วนประกอบสำคัญของรายงานการสรุปผลการ ดำเนินโครงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 สาระสำคัญของกิจกรรม ส่วนที่ 2 การดำเนินกิจกรรม ส่วนที่ 3 ผลการดำเนินกิจกรรม และส่วนที่ 4 สรุปผลกิจกรรม บัดนี้การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ทุกประการคณะผู้จัดทำ ขอขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อนุชา กอนพ่วง ดร.ณัฏฐ์ รัตนศิริณิชกุล ดร.พิทยา แสงสว่าง และอาจารย์นรินทิพย์ กอนพ่วง อาจารย์ประจำหลักสูตรและผู้รับผิดชอบโครงการศึกษาดูงานด้าน การบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ คณะผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ ที่จะศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพจากสถานศึกษา ต้นแบบระดับสากล และนำไปปรับประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาต่อไป นิสิตระดับปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษาชั้นปีที่ 1
ง คำนำ เรื่อง หน้า บทสรุปผู้บริหาร คำนำ สารบัญ ส่วนที่ 1 สาระสำคัญของกิจกรรม 1 หลักการและเหตุผล 1 วัตถุประสงค์ 2 กลุ่มเป้าหมาย 2 เป้าหมาย 2 การดำเนินงาน/ปฏิทินปฏิบัติงาน 3 ตัวชี้วัดความสำเร็จ 4 ส่วนที่ 2 การดำเนินกิจกรรม 5 ส่วนที่ 3 ผลการดำเนินกิจกรรม 8 รูปแบบการประเมิน 8 เครื่องมือการประเมิน 8 เกณฑ์การประเมิน 8 ผลการดำเนินงาน 9 ส่วนที่ 4 สรุปผลกิจกรรม 12 สรุปผลการดำเนินการ 12 สรุปผลการถอดบทเรียนของผู้เข้าร่วมโครงการ 13 ภาคผนวก 20
1 ส่วนที่ 1 สาระสำคัญของกิจกรรม 1. หลักการและเหตุผล ตามกรอบนโยบายทิศทางการพัฒนาการศึกษาตามแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 - 2579) ได้กำหนดกลยุทธ์และการดำเนินงานให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งเป็นแหล่งผลิต บัณฑิตที่มีคุณภาพสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยเป็นแหล่งพัฒนา วิชาการ วิชาชีพชั้นสูง การคันคว้าวิจัย เพื่อการพัฒนา ความรู้ที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ สู่เศรษฐกิจ และสังคมฐานความรู้และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และกำหนดการ ดำเนินงานส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งต้องพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาสู่ระดับ สากลและการเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการทางเทคโนโลยีส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงด้าน เศรษฐกิจทั่ว ทั้งระดับโลกและระดับประเทศ กลยุทธ์การบริหารจัดการด้านธุรกิจส่งผลกระทบต่อ รูปแบบการจัดการศึกษาในยุค ปัจจุบันให้ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ศาสตร์ทางการบริหาร การศึกษาจึงจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้และ การประยุกต์ใช้การบูรณาการศาสตร์แนวคิด ที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนให้การจัดการศึกษาเกิดประสิทธิผลและ ประสิทธิภาพภายใต้ข้อจำกัดและ ความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของทางเศรษฐกิจยุคดิจิทัล โดยสถานการณ์ตั้งแต่ การเริ่มต้นการปฏิรูป การศึกษาจนถึงทศวรรษที่สามในปัจจุบัน มีจุดเน้นให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพครูโดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษาการยกระดับมาตรฐาน วิชาชีพเป็นวิชาชีพ ชั้นสูงมีใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมและวิถี ดำเนินชีวิตของบุคคลในยุคนี้ที่ เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกที่เรียนรู้และตามอย่างกันผ่านเครื่องมือ เทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษายุคใหม่จึงต้องเป็นมืออาชีพสามารถ ปรับตัว สร้างความเปลี่ยนแปลงของการบริหารจัดการศึกษา ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม และวัฒนธรรม มีภาวะผู้นำการเรียนรู้ภาวะผู้นำทางวิชาการ ภาวะผู้นำเชิง นวัตกรรมในยุคดิจิทัล รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงจากเหตุภัยพิบัติและโรคอุบัติใหม่ รวมทั้งความขัดแย้งภายใต้ การเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม การจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มีพันธกิจที่สำคัญในการผลิตและพัฒนาบุคลากรทาง การศึกษาของประเทศ ควบคู่ทั้งความ เป็นเลิศทางวิชาการและมีคุณธรรมจริยธรรม เป็นแบบอย่าง ที่ดีงามในการดำรงชีวิต โดยบัณฑิตสาขาวิชาการบริหาร การศึกษาจะเป็นผู้ที่มีความสามารถใน การศึกษา หรือค้นคว้าวิจัยเพื่อสรรค์สร้างองค์ความรู้ใหม่ หรือนวัตกรรม ทางการบริหารการศึกษา สามารถเป็นผู้นำทางการบริหารการศึกษา เพื่อริเริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของชาติและของโลก สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวรที่มุ่งเน้นที่ผลิต บัณฑิต ให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการและมีคุณธรรมจริยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดีงามในการดำรงชีวิต และสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสงบและสันติสุข และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการวิจัยระดับแนวหน้า ของโลก (Global and Frontier Research) มุ่งเน้นการสร้าง และพัฒนาบุคลากรตอบโจทย์ ตลาดแรงงานระดับโลก จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น นิสิตระดับปริญญาเอก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงจัดโครงการ ศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโลกทัศน์สร้างสมรรถนะผู้บริหาร
2 สถานศึกษาด้านการพัฒนาตนเอง และพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพ จากสถานศึกษาต้นแบบระดับสากล พร้อมทั้งสามารถนำหลักการ แนวคิดการบริหารจัดการ สถานศึกษาที่มีคุณภาพ และผลงานที่ประสบความสำเร็จ ของสถานศึกษาต้นแบบระดับสากลมา บูรณาการ ประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาให้เกิดประสิทธิผล และ ประสิทธิภาพขององค์กรเพื่อสร้าง คุณภาพการจัดการศึกษา รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาใน ระดับประเทศ 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อใหอาจารยและนิสิตไดเรียนรูหลักการ แนวคิด เกี่ยวกับการบริหารจัดการ สถานศึกษาและการจัดการศึกษา ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาจากสถานศึกษาตนแบ บดานการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพ 2.2 เพื่อใหอาจารยและนิสิตไดรับการพัฒนาศักยภาพ และสามารถนำแนวคิดการบริหาร จัดการสถานศึกษาและ การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพและ ผลงานที่ประสบความสำเร็จของ สถานศึกษาในตางประเทศมาประยุกตใชในองคกร 2.3 เพื่อใหอาจารยและนิสิตไดมีโอกาสประสานสัมพันธการบูรณาการความรูและประสบกา รณที่ไดรับจากการศึกษาดูงานไปประยุกตใชใหเกิดประโยชนตอองคกร และสรางเครือขายความรวม มือทางการศึกษา 3. กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดในโครงการ กลุ่มเป้าหมายการเก็บข้อมูล นิสิตระดับปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 28 คน อาจารยประจำหลักสูตรการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 3 คน อาจารยประจำหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาปฐมวัย 1 คน รวมทั้งหมด 32 คน 4. เป้าหมาย 4.1 เชิงปริมาณ 4.1.1 ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ ประเทศญี่ปุ่น 4.1.2 ความเหมาะสมของการดำเนินงานโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ ประเทศญี่ปุ่น อยู่ในระดับมาก ขึ้นไป (ตามมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ)
3 4.2 เชิงคุณภาพ 4.2.1 คณาจารย์และนิสิตพัฒนาศักยภาพและสามารถนำแนวคิดการบริหารจัดการ สถานศึกษาที่มีคุณภาพและผลงานที่ประสบความสำเร็จของสถานศึกษาในต่างประเทศมา ประยุกต์ใช้ในองค์กร 4.2.2 คณาจารย์และนิสิตมีการประสานสัมพันธ์การบูรณาการความรู้และ ประสบการณ์เครือข่ายทาง การศึกษาในการพัฒนาศักยภาพขององค์กร ผู้บริหารสถานศึกษา 5. การดำเนินงาน/ปฏิทินปฏิบัติงาน กิจกรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ต.ค . พ.ย . ธ.ค . ม.ค . ก.พ . มี.ค . เม.ย . พ. ค มิ.ย . ก. ค ส.ค . ก.ย . ขั้นวางแผนงาน (P) 1. ประชุมวางแผนการ ดำเนินงาน 2. จัดทำแผนการดำเนินงาน ขั้นดำเนินการ (D) 1. ติดต่อประสานงานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง 2. ดำเนินงานตามที่กำหนดไว้ ขั้นสรุปและประเมินผล (C) 1. แจกและเก็บแบบประเมิน โครงการ 2. สรุปผลการดำเนินงานจาก แบบประเมิน โครงการ ขั้นปรับปรุงตามผลการประเมิน (A) 1. เสนอผลการดำเนินงานต่อ ผู้บริหาร 2. นำข้อเสนอแนะจากการ สรุปผลการ ดำเนินงานโครงการ ไปปรับปรุงแก้ไขใน โครงการ ต่อไป
4 6. ตัวชี้วัดความสำเร็จ ลำดับ กิจกรรม วัตถุประสงคกิจกรรม ตัวชี้วัด เชิงผลลัพธ (Outcome) ตัวชี้วัด ตาม เกณฑ ประกัน คุณภาพ 1. การศึกษาดูงาน ด้านการ บริหารจัด การศึกษาที่มี คุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุน 1. เพื่อใหอาจารยและ นิสิตไดเรียนรูหลักการ แนวคิด เกี่ยวกับการ บริหารจัดการ สถานศึกษาการจัด การศึกษาระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และ มัธยมศึกษาจาก สถาน ศึกษาตนแบบดาน การ บริหารจัดการ สถานศึกษาที่มีคุณภาพ 2. เพื่อใหอาจารยและ นิสิตไดรับการพัฒนา ศักยภาพ และสามารถนำ แนวคิดการบริหารจัดการ สถานศึกษาการจัด การศึกษาระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และ มัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ และผลงานที่ประสบ ความสำเร็จของ สถานศึกษาใน ตาง ประเทศมา ประยุกตใชใน องคกร 3. เพื่อใหอาจารยและ นิสิตไดมีโอกาสประสาน สัมพันธ การบูรณาการ ความรูและประสบการณ ที่ไดรับจากการศึกษาดู งานไปประยุกตใชใหเกิด ประโยชนตอองคกร และ สรางเครือขายความ รวม มือทางการศึกษา 1. การมีสวนร วมของกลุมเปา หมายใน การศึกษาดู งานตางประเทศ 2. ความ เหมาะสมของ การดำเนินงาน โครงการ ศึกษา ดูงานตาง ประเทศฯ 3. สมรรถนะด านการ พัฒนา ตนเอง 1. สมรรถนะด านการ พัฒนา ตนเองและ ศักยภาพ สามารถนำ แนวคิดการ บริหารจัดการ สถานศึกษาการ จัด การศึกษา ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และ มัธยมศึกษาที่มี คุณภาพ และ ผลงานที่ประสบ ความสำเร็จของ สถานศึกษาใน ตางประเทศไป ประยุกตใชใน องคกร 2. เครือขายทาง การ ศึกษาและ เครือขายความ รวมมือในการ พัฒนา ศักยภาพของ องคกร EdPEx หมวด 3 ลูกคา และ หมวด 6 ระบบ ปฏิบัติการ
5 ส่วนที่ 2 การดำเนินกิจกรรม โครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ภาควิชาบริหาร วิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567 มีกระบวนการดำเนินกิจกรรมตามลำดับ ดังนี้ วันที่ 29 มกราคม 2567 เวลา 13.00 น. เดินทางจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ไปยัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 00.45 น. ออกเดินทาง ไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาตินิวชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น เวลา 11.00 น. ถึง ท่าอากาศยานนานาชาตินิวชิโตเสะ ประเทศญี่ปุ่น เวลา 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 – 16.00 น. ศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ สำคัญ ณ เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด เวลา 17.30 น. พักรับประทานอาหารกลางเย็น เวลา 19.00 น. เข้าที่พัก Hotel Wing International Sapporo Susukino และ พักผ่อนตามอัธยาศัย วันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า เวลา 09.00 – 12.00 น. ศึกษาแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่สำคัญของคนในท้องถิ่น ณ เมืองอาซาฮิคาวะ เวลา 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 – 16.00 น. ศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สำคัญ ณ เมืองฟูราโนะ เวลา 17.30 น. พักรับประทานอาหารกลางเย็น เวลา 19.00 น. เข้าที่พัก ณ Hotel Wing International Sapporo Susukino และพักผ่อนตามอัธยาศัย
6 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า เวลา 09.00 – 11.00 น. ศึกษาดูงานเรื่อง “การบริหารจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ” ณ Sapporo Kaisei Secondary School เวลา 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 14.00 – 16.00 น. ศึกษาดูงานเรื่อง “การบริหารจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ” ณ Sapporo Asahigaoka High School เวลา 17.30 น. พักรับประทานอาหารกลางเย็น เวลา 19.00 น. เข้าที่พัก ณ Toya Sun Palace และพักผ่อนตามอัธยาศัย วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า เวลา 09.00 – 12.00 น. ศึกษาแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่สำคัญของคนในท้องถิ่น ณ เมืองโทยะ เวลา 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 – 16.00 น. ศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สำคัญ ณ เมืองโอ ตารุ เวลา 17.30 น. พักรับประทานอาหารกลางเย็น เวลา 19.00 น. เข้าที่พัก ณ APA Hotel & Resort Sapporo และพักผ่อนตาม อัธยาศัย วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเช้า เวลา 12.00 น. ออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานนานาชาตินิวชิโตเสะ ประเทศ ญี่ปุ่น เวลา 20.00 น. ถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเดินทางกลับมหาวิทยาลัย นเรศวร วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 04.00 น. ถึงมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยสวัสดิภาพ หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
7 แผนรักษาความปลอดภัย อาจารย์นัดหมายนิสิต จำนวน 28 คน พร้อมกันที่บริเวณลานใต้ห้องสัมมนา 1 คณะศึกษาศาสตร์เวลา 12.00 น. เพื่อรอขึ้นรถบัสของคณะศึกษาศาสตร์ จำนวน 1 คัน เวลา 12.30 น. ในวันที่ 29 มกราคม 2567 ที่หน้าตึกคณะศึกษาศาสตร์ในระหว่างการเดินทาง และระหว่างการ ดำเนินงานโครงการ มีอาจารย์ควบคุมดูแลตลอดระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการ และเดินทาง กลับถึงมหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาเวลา 04.00 น. โดยสวัสดิภาพ ซึ่งในการเดินทางในครั้งนี้มีอาจารย์ผู้ควบคุม 2 ท่าน ดังรายชื่อต่อไปนี้ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา กอนพ่วง โทร. 085-725-4560 2. ดร.พิทยา แสงสว่าง โทร. 091-854-4692
8 ส่วนที่ 3 ผลการดำเนินกิจกรรม รูปแบบการประเมิน ใช้แบบจำลองหรือรูปแบบของไทเลอร์(Tyler Model Evaluation,1949) เป็นรูปแบบการ ประเมินโครงการที่ยึดจุดประสงค์เป็นหลัก (Goal Objective Attainment Model) เพื่อศึกษาว่าการ ปฏิบัติการจริงตามโครงการได้ผลสอดคล้องหรือแตกต่างกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ มีองค์ประกอบ 4 ส่วน ประกอบด้วย 1) จุดมุ่งหมายของการศึกษา (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม) 2) เนื้อหาหรือประสบการณ์การเรียนรู้ 3) วิธีการเรียนการสอน 4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยจุดมุ่งหมายในการประเมินตามรูปแบบการประเมินตามแนวคิดของไทเลอร์นั้นมี 2 ประการ (ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ, 2547) ดังนี้่ 1. เพื่อตัดสินว่าจุดมุ่งหมายการศึกษาที่ตั้งไว้ในรูปของจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมนั้นประสบ ความสำเร็จหรือไม่ ส่วนในที่ประสบความสำเร็จก็จะได้นำไปใช้ต่อไป หากพบว่ายังมีส่วนใดที่บกพร่อง ก็จะมีการแก้ไขปรับปรุง แต่ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จก็จะพิจารณาระงับโครงการ 2. เพื่อประเมินความก้าวหน้าของกลุ่มประชากรขนาดใหญ่เพื่อให้สาธารณชนได้ข้อมูลที่ น่าเชื่อถือได้ในอันที่จะช่วยเข้าใจปัญหาและความต้องการทางการศึกษาได้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลนั้นเป็น แนวทางในการที่จะปรับปรุงนโยบายทางการศึกษาโดยคนส่วนใหญ่เห็นด้วย เครื่องมือการประเมิน 1. แบบลงทะเบียน 2. แบบสอบถาม เกณฑ์การประเมิน คะแนนเฉลี่ย 4.50 – 5.00 หมายถึง ระดับปฏิบัติการของผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับมาก ที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายถึง ระดับปฏิบัติการของผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับ มาก คะแนนเฉลี่ย 2.50 – 3.49 หมายถึง ระดับปฏิบัติการของผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับ ปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.50 – 2.49 หมายถึง ระดับปฏิบัติการของผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับ น้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.49 หมายถึง ระดับปฏิบัติการของผู้เข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับ น้อยที่สุด
9 ผลการดำเนินกิจกรรม ตารางที่ 1 แสดงข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน (คน) ร้อยละ ตำแหน่ง 1) ผู้อำนวยการสถานศึกษา 6 18.18 2) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 8 24.24 3) ครู 11 33.33 4) ศึกษานิเทศก์ 1 3.03 5) อาจารย์ 1 3.03 6) อื่น ๆ 6 18.18 รวม 33 100.00 เพศ 1) ชาย 10 30.30 2) หญิง 23 69.70 รวม 33 100.00 อายุ 1) ต่ำกว่า 30 ปี 10 30.30 2) 31-40 ปี 16 48.48 3) 41-50 ปี 6 18.18 4) มากกว่า 50 ปี 1 3.03 รวม 33 100.00 ระดับการศึกษา 1) ปริญญาเอก 4 12.12 2) กำลังศึกษาปริญญาเอก ปี 1 21 63.64 3) กำลังศึกษาปริญญาเอก ปี 2 2 6.06 4) กำลังศึกษาปริญญาเอก ปี 3 0 0.00 5) อื่น ๆ 6 18.18 รวม 33 100.00 จากตารางที่ 1 แสดงข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 33 คน จำแนกตาม ตำแหน่ง เพศ อายุและระดับการศึกษา พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่ มีตำแหน่ง เป็นครู จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 เป็นเพศหญิง จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 69.70 มีอายุอยู่ในช่วง 31-40 ปีจำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 48.48 ด้านระดับการศึกษาส่วนใหญ่มีระดับ การศึกษาอยู่ในระดับกำลังศึกษาปริญญาเอก ปี 1 จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 63.64
10 ตารางที่ 2 แสดงการประเมินความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 รายการ ̅ S.D. การแปล ผล 1. โครงการศึกษาดูงานและกำหนดการศึกษาแหล่งเรียนรู้มี ความเหมาะสม มากน้อยเพียงใด 4.85 0.44 มากที่สุด 2. ท่านศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ก่อนไปศึกษาดู งาน 4.03 0.85 มาก 3. วิทยากรสามารถถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัด การศึกษาได้อย่างเหมาะสม 4.64 0.55 มากที่สุด 4. ท่านแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหาร จัดการศึกษา ที่มีคุณภาพได้ 4.39 0.56 มาก 5. ท่านสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ปรับใช้ในการ ปฏิบัติงานและพัฒนา วิชาชีพ 4.64 0.49 มากที่สุด 6. สิ่งที่ท่านได้รับจากการศึกษาดูงาน หรือประโยชน์จาก โครงการฯ ตรงตาม ความคาดหวังของท่าน 4.61 0.56 มากที่สุด 7. ท่านคิดว่าสถานศึกษาที่ศึกษาดูงานเป็นสถานที่มีคุณภาพ แหล่งเรียนรู้ และวัฒนธรรมมีความเหมาะสม 4.82 0.39 มากที่สุด 8. ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดโครงการฯ มีความเหมาะสมเพียงใด 4.67 0.54 มากที่สุด 9. ในภาพรวมท่านมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการของ โครงการศึกษาดูงานฯ 4.94 0.35 มากที่สุด รวม 4.62 0.53 มากที่สุด จากตารางที่ 2 พบว่า การประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่มี คุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (̅= 4.62, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า รายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยมาก ที่สุด คือ รายการประเมินข้อที่ 9 ในภาพรวมท่านมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการของโครงการ ศึกษาดูงานฯ (̅= 4.94, S.D. = 0.35)รองลงมา คือ รายการประเมินข้อที่ 1 โครงการศึกษาดูงานและ กำหนดการศึกษาแหล่งเรียนรู้มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด (̅= 4.85, S.D. = 0.44)ส่วนรายการ ประเมินที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ รายการประเมินข้อที่ 2 ท่านศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ก่อนไปศึกษาดูงาน (̅= 4.03, S.D. = 0.85)
11 ข้อเสนอแนะ 1 มีการเตรียมความพร้อมของสถานที่ศึกษาดูงาน 2 ประทับทัวร์ ดูแลเป็นอย่างดี สถานที่ท่องเที่ยวดีมาก โรงเรียนที่ดูงานมีคุณภาพ เป็นทริปที่ ประทับใจมาก 3 ประทับใจในการบริหารจัดการของแต่ละโรงเรียน วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น เรียนรู้วิถี มารยาทต่างๆ 4 หากเพิ่มมหาวิทยาลัยสักแห่งจะดีมาก 5 ความใส่ใจของโรงเรียน 6 ประทับใจในการบริหารจัดการของโรงเรียนในประเทศญี่ปุ่นและประทับใจผู้ประสานงาน เพื่อให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้น 7 ประสานงานเพื่อให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้น 8 ประทับใจ เป็นอย่างมาก 9 บรรยากาศในแต่ละสถานที่ดีมาก 10 ประทับใจไกด์สามารถให้ความรู้เพิ่มเติมได้เป็นอย่างดี ประทับใจบริษัททัวร์ 11 รู้สึกประทับใจมาก เพราะได้ไปศึกษาดูงานโรงเรียนที่หลากหลายระดับชั้นและหลากหลาย แบบแผน 12 วัฒนธรรม วิถีชีวิต 13 อยากให้ทางโรงเรียนที่ไปดูงานนำเสนอประเด็นต่างๆมากกว่านี้ บางทีการแค่เดินดูตามห้องทำ ให้เห็นแค่บรรยากาศ แต่ไม่ได้รู้ถึงโครงสร้างการบริหารเบื้องหลังจริงๆ 14 หากเพิ่มมหาวิทยาลัยสักแห่งได้จะดีมาก 15 ประทับใจสถานที่ๆ ศึกษาดูงานและระยะเวลา รวมถึงสถานที่ในการท่องเที่ยวระหว่างการดู งาน 16 เพื่อลดระยะเวลาในการเดินทาง ควรเลือกสายการบินที่บินตรงไปฮอกไกโด 17 ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ 4M 18 สถานที่พักดี และโรงเรียนที่ศึกษามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง
12 ส่วนที่ 4 สรุปผลการดำเนินกิจกรรม คณะผู้รายงานได้สรุปผลการดำเนินโครงการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีรายละเอียดของการสรุปผลการดำเนิน กิจกรรม การถอดบทเรียนของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตลอดจนปัญหา อุปสรรค แนวทางแก้ไข และข้อเสนอแนะ ดังนี้ สรุปผลการดำเนินกิจกรรม สรุปผลการประเมินความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567 จากผลการประเมินความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ณ ประเทศ ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567 ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด อาจเนื่องด้วย ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความเข้าใจเกี่ยวกับของโครงการอย่างชัดเจน ตั้งแต่หลักการ แนวคิด เกี่ยวกับ การบริหารจัดการสถานศึกษาและการจัดการศึกษาจากสถานศึกษาต้นแบบด้านการบริหารจัดการ สถานศึกษาที่มีคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพ การนำแนวคิดการบริหารจัดการสถานศึกษาและการจัด การศึกษาที่มีคุณภาพและผลงานที่ประสบความสำเร็จของสถานศึกษาในต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ใน องค์กร การประสานสัมพันธ์การบูรณาการความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานไป ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา จึงส่งผลให้ การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุดและผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ในส่วนของผลการประเมินเป็นรายข้อ จะเห็นได้ว่า ในภาพรวมท่านมีความพึงพอใจต่อการ ดำเนินการของโครงการศึกษาดูงานฯ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดและอยู่ในระดับมากที่สุด อาจเนื่องด้วย ผู้เข้าร่วมโครงการเล็งเห็นถึงความสำคัญของประโยชน์ที่ได้จากการสานสัมพันธ์การบูรณาการความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและสร้าง เครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงสนทนา ซึ่งจะสามารถนำประเด็น ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นนั้นไปใช้ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับ ผู้เรียนให้เกิดคุณภาพซึ่งสอดคล้องกับประเด็นที่ได้ค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ โครงการศึกษาดูงานและ กำหนดการศึกษาแหล่งเรียนรู้มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด สำหรับรายการประเมินที่มีค่าเฉลี่ย ต่ำที่สุดนั้นคือ ท่านศึกษา ค้นคว้า หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ก่อนไปศึกษาดูงาน อาจเป็นเพราะ ข้อจำกัดด้านภาษาของข้อมูลสถานที่
13 สรุปการถอดบทเรียนของผู้เข้าโครงการ 1. องค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ 1.1 ด้านการศึกษาดูงานในโรงเรียนประถมศึกษาคือ Sapporo Shiritsu Kaisei Elementary School จัดการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 1) ตราสัญลักษณ์โรงเรียน เป้าหมายทางการศึกษาทั้งสี่ประการของไคเซมีรากฐานมาจากที่ราบอิชิคาริที่ ขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้คนที่มีความรอบรู้ และมีลักษณะคล้าย กับดาวเหนือที่ส่องแสงชั่วนิรันดร์ รูปร่างตรงกลางเป็นรูปตัว K ใน KAISEI ในรูปแบบและยังเป็นสัญลักษณ์ของ สุขภาพและการเติบโตของร่างกายของเด็ก การจับมือกันและรวมตัวกันอย่างกลมกลืน และในที่สุดก็ บินออกไปสู่โลกกว้าง 2) เป้าหมายทางการศึกษาโรงเรียน : การพัฒนาเด็ก Kaisei ด้วยมนุษยชาติที่ร่ำรวย มุ่งหน้าสู่โรงเรียนประถมศึกษาไคเซ ที่ซึ่งการเรียนรู้ร่วมกัน การยอมรับร่วมกัน การพัฒนาร่วมกัน และความไว้วางใจ บนพื้นฐานสี่เสาหลักของการพัฒนาความสามารถทางวิชาการ การทำความ เข้าใจผู้อื่น วิวัฒนาการร่วมกัน และการสร้างความไว้วางใจ โรงเรียนพัฒนากิจกรรมการศึกษาโดยยึด ตามความสัมพันธ์กับผู้คน ที่สืบทอดมาจากโรงเรียนประถมไคเซ เราจะสำรวจเป้าหมายทางการศึกษา และภาพลักษณ์ของเด็กที่เราตั้งเป้าไว้ 3) เอกลักษณ์โรงเรียน 3.1) เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ 3.2) เด็กรักมนุษย์และธรรมชาติและมีอารมณ์ความรู้สึกมากมาย 3.3) เด็กตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนและติดตามจนจบ 3.4) เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเต็มไปด้วยพลังและความแข็งแกร่งทางร่างกาย 1.2 ด้านการศึกษาดูงานในโรงเรียนมัธยมศึกษาคือ Sapporo Kaisei Secondary School 1) คำขวัญทางการศึกษา : ฉัน คุณ ทุก ๆ คน ต่างมีภาพที่งดงาม 2) เป้าหมายทางการศึกษา ความคาดหวังของนักเรียน ความคาดหวังของพนักงานและผู้ปกครอง ให้ความสำคัญกับความสามารถในการค้นพบ ปัญหาของตนเองและเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการเรียนรู้ตลอดทั้ง หกปีของชีวิตในโรงเรียนและสร้าง สภาพแวดล้อม ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ ให้ความสำคัญกับการเปิดใจกว้างและยืนยัน ตนเองและตระหนักถึงคุณค่าอันหลากหลาย เพื่อใช้การเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มอายุต่าง ๆ เพื่อ สร้างสภาพแวดล้อมที่นักเรียนสามารถ เผชิญหน้าและมีปฏิสัมพันธ์กับวัฒนธรรมและ ภูมิหลังที่หลากหลาย
14 ความคาดหวังของนักเรียน ความคาดหวังของพนักงานและผู้ปกครอง ให้ความสำคัญกับความกล้าที่จะท้าทาย ไม่รู้จักและจุดประกายเส้นทางของเราเอง เพื่อใช้ชีวิตในโรงเรียนหกปีเพื่อสร้างความ ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ท้าทายในขณะที่ ค่อย ๆ ขยายขอบเขตของโปรแกรมการศึกษา ของโรงเรียน 3) การจัดการศึกษา มุ่งหวังที่จะรักษาความเป็นอิสระของเด็ก ๆ ผ่านทางประสบการณ์การเรียนรู้ ของตนเอง ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นพื้นฐาน (ปีที่ 1 และ 2) : การเตรียมตัวเพื่อตนเอง (ยืนบนขาของ ตัวเอง) (1) สามารถพิจารณาสภาพแวดล้อมได้ (2) สามารถก้าวได้อย่างอิสระ ขั้นที่ 2 ขั้นเติมเต็ม (ปีที่ 3 และ 4) : การเริ่มต้นด้วยตนเอง (พัฒนาความเป็น อิสระ) (1) มีแนวของคุณเอง (2) รับทราบแนวของผู้อื่น ในปีที่ 1-4 ซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานและขั้นเติมเต็ม นักเรียนจะเรียน International Baccalaureate MYP ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะและ รวมถึง 8 กลุ่มวิชา ได้แก่ ภาษาและวรรณคดี ความเป็นมาของภาษา บุคคลและสังคม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ การออกแบบ พลศึกษาและสุขศึกษา ซึ่งจะช่วยทำให้นักเรียนกลายเป็นผู้เรียน อิสระตลอดการเรียน โครงงานส่วนบุคคล เป็นจุดสูงสุดของการเรียนรู้แบบสืบเสาะเป็นเวลาสี่ปีตลอด หลักสูตร MYP และช่วยให้นักเรียนกำหนดหัวข้อตามความสนใจของตนเอง การวิจัยนี้ทำให้นักเรียน จะได้เรียนรู้พื้นฐานของกระบวนการวิจัยตลอดจนองค์ประกอบและทักษะที่จำเป็นในการทำวิจัยให้ ประสบความสำเร็จ มีการแบ่งปันโครงงานกับนักเรียนและผู้ปกครองคนอื่น ๆ ผ่านการนำเสนอ การบริการ ใน IB เน้นไปที่การประยุกต์ใช้สิ่งที่เรียนรู้ในชุมชนและสังคมจริง ๆ การใช้ความรู้จะนำไปสู่การยืนยันถึงความสำคัญของสิ่งที่ได้เรียนรู้ซึ่งจะช่วยผลักดันไปสู่ขั้นต่อไปของ การศึกษา การปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับผู้คนจำนวนมากผ่านการบริการถือเป็นประสบการณ์ที่ยอด เยี่ยม ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนา (ปีที่ 5 และ 6) : การออกผลของตนเอง (ทำงานเพื่อ สังคม) (1) ทำงานเพื่อประโยชน์ของตนเอง (2) ทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น การเลือกระหว่าง DP (หลักสูตรอนุปริญญา) และ IP (หลักสูตรสอบถามข้อมูล) • DP เป็นโปรแกรม International Baccalaureate สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 5 และ 6 เมื่อสำเร็จหลักสูตรที่กำหนดและผ่านการสอบปลายภาค นักเรียน จะสามารถรับวุฒิการศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
15 (International Baccalaureate) นักเรียนสามารถใช้ผลการสอบปลาย ภาคเพื่อเข้ารับการศึกษาต่อในประเทศ และมหาวิทยาลัยนานาชาติ • IP เป็นโปรแกรมสอบถามข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนสำหรับ นักเรียนชั้นปีที่ 5 และ 6 ซึ่งนักเรียนจะเลือกจากวิชาต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ (วิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาและวิชาที่โรงเรียนกำหนด) ตามการ ออกแบบอาชีพของตนเอง 4) การเรียนรู้แบบสืบเสาะ การเรียนรู้แบบสืบเสาะมุ่งเน้นการเรียนรู้แบบอิสระ การโต้ตอบ และเชิงลึก บน พื้นฐานการทำงานร่วมกัน ในการเรียนรู้รูปแบบนี้นักเรียนจะค้นพบหลักการและกฎผ่านการสนทนา กลุ่ม และได้แนวคิดใหม่ ๆ โดยการเชื่อมโยงและขัดเกลาความรู้ของพวกเขา นอกเหนือจากการได้รับ ความรู้และทักษะในชั้นเรียน แล้วยังเน้นการนำความรู้และทักษะไปใช้ผ่านการนำเสนอและการ อภิปราย วงจรการเรียนรู้ของ IB ซึ่งการซักถาม การกระทำ การสะท้อนกลับ เป็นกระบวนการโต้ตอบ จะดำเนินการผ่านชุดบทเรียน และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียนที่จะเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ในช่วงหกปี เพื่อที่จะเป็นผู้เรียนอิสระ 5) การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา และความสามารถของนักเรียนในการพัฒนาความเชี่ยวชาญในวิชานั้น ดังนี้ 5.1) โซนสังคมศึกษา มีแผนที่และสื่อการสอนเพื่อช่วยให้เข้าใจง่ายในชั้นเรียน และกระดานดำกระจกเป็นทั้งกระดานไวท์บอร์ดและเป็นจอสำหรับฉายวิดีโอโปรเจกเตอร์ 5.2) โซนภาษาญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้นักเรียนใช้ภาษาดีขึ้น จึงเน้นการอภิปรายกลุ่ม ย่อยและกิจกรรมที่แสดงออก รูปแบบการเรียนรู้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของกิจกรรม โดยนักเรียนสามารถเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ ห้องเรียนได้อย่างอิสระ และบางครั้งก็แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นภายในและระหว่างกลุ่ม นักเรียนทำงานร่วมกันและบางครั้งก็แข่งขันกันเองเพื่อเพิ่มพูนคำศัพท์ และความรู้ พัฒนาความคิด และฝึกฝนทักษะการแสดงออก มีกระดานดำอยู่ในแนวตั้งเพื่อให้อ่าน ข้อความบนกระดานได้ง่าย 5.3) โซนคณิตศาสตร์นักเรียนจะทำกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ทุกวัน ตั้งแต่การ เรียนรู้เชิงสำรวจเป็นกลุ่มไปจนถึงการฝึกแก้ปัญหา เพื่อฝึกฝนทักษะการคิดเชิงตรรกะ มีกระดานดำอยู่ ในแนวนอนเพื่อให้ดูสูตรยาว ๆ ได้ง่ายขึ้น ฉากกั้นห้องเรียนยังมีกระดานไวท์บอร์ดซึ่งนักเรียนสามารถ ใช้เพื่อแก้ปัญหาและนำเสนอในระหว่างการอภิปรายกลุ่ม 5.4) โซนวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ได้รับการออกแบบเพื่อดึงเอา คุณลักษณะที่ดีที่สุดของแผนกวิทยาศาสตร์คอสโมของโรงเรียนของเราออกมา มีห้องปฏิบัติการ ทั้งหมดหกห้อง และจัดโต๊ะตามลักษณะของฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และธรณีวิทยา มีห้องปฏิบัติการและ ห้องสัมมนาที่นักเรียนสามารถหารือเกี่ยวกับกิจกรรมการวิจัยและหัวข้ออื่น ๆ นอกจากนี้ภายในมุม นิทรรศการยังมีการจัดวางโปสเตอร์และนิตยสารที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และสิ่งประดิษฐ์ที่ นักเรียนในชั้นเรียนสร้างขึ้นด้วย 5.5) โซนศิลปะและเทคโนโลยี "การออกแบบ" คือการเชื่อมโยงระหว่าง นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ในสาขาศิลปะ เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ และสารสนเทศศึกษา
16 นักเรียนจะพัฒนาความคิดของตนเองผ่านการออกแบบและสำรวจความเป็นไปได้และข้อจำกัดของ ผลิตภัณฑ์และระบบบางอย่าง จากนั้นจะสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ผ่านการทดลองและกิจกรรมอื่น ๆ ในขณะเดียวกันก็สร้างต้นแบบ สำรวจ และแก้ไขปัญหา การจัดชั้นเรียนที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่ความ สมบูรณ์แบบของงานและผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระบวนการออกแบบซึ่งเกี่ยวข้องกับการ ทำงานอย่างแข็งขันในการสร้างสรรค์มีอุปกรณ์ที่ช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้เชิงสำรวจได้ อย่างอิสระ (ห้องจำลองงานไม้ ห้องเครื่อง ห้องจำลองงานโลหะ) มีมุมนิทรรศการจัดแสดงผลงานของ นักเรียนเป็นประจำ สร้างสภาพแวดล้อมที่นักเรียนสามารถมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมสร้างสรรค์ของ ตนเองได้ 5.6) โซนภาษาอังกฤษ ในโซนภาควิชาภาษาอังกฤษ แต่ละชั้นเรียนจะแบ่ง ออกเป็นเวลาป้อนข้อมูล (การทำความเข้าใจเนื้อหา คำศัพท์ และไวยากรณ์) และเวลาในการส่งออก (สื่อสารสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ด้วยคำพูดของคุณเอง) แทนที่จะสอนทั้งหมดในคราวเดียว พัฒนาทักษะ ภาษาอังกฤษและการสื่อสารของนักเรียนผ่านการฝึกทักษะที่พัฒนาทักษะทั้งสี่ด้าน ได้แก่ การอ่าน การฟัง การเขียน และการพูด รวมถึงการทำงานเป็นคู่และการทำงานเป็นกลุ่ม โดยมุ่งเน้นที่กิจกรรม ของนักเรียน 5.7) โซนพลศึกษา ในโซนสุขภาพและพลศึกษา มุ่งหวังที่จะสนุกสนานไปพร้อม กับการสร้างร่างกายที่แข็งแรงซึ่งเป็นพื้นฐานของกิจกรรมทั้งหมด ชั้นเรียนจะจัดขึ้นในโรงยิม ห้องโถง อเนกประสงค์(หอประชุม) ห้องศิลปะการต่อสู้ สนามกีฬา หรือสนามเทนนิส ขึ้นอยู่กับกิจกรรม ภาคปฏิบัติในกรณีที่ฝนตกอาจใช้สนามฝึกซ้อมฝนที่ชั้น 1 ของโรงยิม หรือห้องบรรยายเฉพาะที่อยู่ติด กับโรงยิม การจัดหาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่จะพัฒนานักเรียนที่มีความสมดุลระหว่าง ความรู้ คุณธรรม และความสามารถทางกายภาพ โดยมีอินเทอร์เน็ตอยู่ในห้องเรียนทั้งหมดในโรงเรียน การสำรวจบางสิ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียนในการเรียนรู้เชิงสำรวจ นักเรียนสามารถเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตจากในห้องเรียนใดก็ได้สามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ทันทีบนอุปกรณ์ของเขา นอกจากนี้ จอแสดงผลที่ติดตั้งในแต่ละห้องเรียนยังเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทำให้สามารถทราบประกาศของโรงเรียน และนำเสนองานของนักเรียนสร้างขึ้นโดยการฉายบนหน้าจอ 6) ความโดดเด่นของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งนี้มีการจัดการศึกษาโดยคำนึงถึงผู้เรียน โดยผู้เรียนปีที่ 1 – 4 จะได้รับการพัฒนาความรู้วิชาพื้นฐาน และปีที่ 5 – 6 สามารถเลือกเรียนตามความสนใจ มีการ จัดสภาพแวดล้อมเอื้อให้เกิดการเรียนรู้โดยมีโซนวิชาและอุปกรณ์ประจำห้องที่พอเพียงเพื่อให้การ จัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใน อาคารที่สามารถเชื่อมต่อในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมได้ 1.3 ด้านการศึกษาดูงานในโรงเรียนมัธยมศึกษาคือ Sapporo Asahigaoka High School Sapporo Asahigaoka High School ก่อตั้ง เมื่อปี ค.ศ. 1958 เป็นโรงเรียน มัธยมศึกษาประจำแห่งแรกของเมืองซับโปโร ที่จัดการจัดการเรียนการสอนที่เน้นวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี
17 1) คำขวัญทางการศึกษา : “Let’s go over the hill ” 2) พันธกิจ/เป้าหมายโรงเรียน (1) นักเรียนมีสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์มีความสามารถในการอธิบาย ปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ การออกแบบและประเมินกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ และการแปลความหมายข้อมูลและใช้ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์อย่างมี วิจารณญาณ และการศึกษาค้นคว้า ประเมิน และใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อการตัดสินใจและการ ลงมือกระทำ (2) นักเรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมญี่ปุ่น มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำ ประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข (3) นักเรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลัง กาย 3) หลักสูตรสถานศึกษา 3.1) รายวิชาทั่วไป (จำนวน 240 ชั่วโมง/ภาคเรียน) • วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) • ภาษาญี่ปุ่น • การสื่อสาร ตรรกะ และสำนวนภาษาอังกฤษ • ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ พลเมือง • ศิลปะ (ดนตรี ศิลปะ การเขียนตัวอักษรคันจิ) • สุขศึกษาและพลศึกษา 3.2) รายวิชาเพิ่มเติม (จำนวน 80 ชั่วโมง/ภาคเรียน) • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ • การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ • การสร้างอินโฟกราฟิก • สถิติเกี่ยวกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ • กระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์(ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) • ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ 4) Super Science High School (SSH) โรงเรียน Sapporo Asahigaoka High School ได้รับการอนุมัติจาก Super Science High School (SSH) โดย MEXT (กระทรวงศึกษาธิการ) ให้เป็นโรงเรียนที่มีภารกิจ พิเศษ มีวัตถุประสงค์และภารกิจเฉพาะตัวที่แตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป มีภารกิจในการศึกษาค้นคว้า และดำเนินการจัดการศึกษาให้กับผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ทั้งใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ในลักษณะของโรงเรียนประจำ เพื่อพัฒนานักเรียนผู้มี ความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไปสู่ความเป็นนักวิจัย นักประดิษฐ์ นักคิดค้น ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีความที่มีความสามารถระดับสูงเยี่ยมเทียบเคียงกับ นักวิจัยชั้นนำของนานาชาติ มีจิตวิญญาณมุ่งมั่นพัฒนาประเทศชาติ มีเจตคติที่ดีต่อเพื่อนร่วมโลกและ ธรรมชาติ สามารถสร้างองค์ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้กับประเทศชาติ และสังคมไทยในอนาคต ช่วยพัฒนาประเทศชาติให้สามารถดำรงอยู่และแข่งขันได้ในประชาคมโลก
18 เป็นสังคมผู้ผลิตที่มีมูลค่าเพิ่ม มากขึ้น สร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ สังคมแห่งคุณภาพ และแข่งขันได้ และสังคมที่ยั่งยืน 5) การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสีบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) โรงเรียนใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้เป็นวิธีการสอน ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่เน้นการแสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหาโดยคำถาม จัดเป็นวิธีการสอนที่เปิด โอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน บทบาทของครูผู้สอนจะลดลง ผู้สอนจะเปิด โอกาสและชี้แนะให้ผู้เรียนได้ร่วมคิดร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมคั่นคว้า และสรุปความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการค้นหาคำตอบจากปัญหาโดยผ่านการกระทำ (Process of Doing) และ กระบวนการคิด (Process of Thinking) คำตอบที่ได้จะเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผล 6) การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 6.1) ด้านภูมิทัศน์ : มีบรรยากาศ และความประทับใจที่ดีต่อผู้พบเห็น ได้แก่ บริเวณสถานศึกษา บริเวณที่ตั้งอาคารเรียน บริเวณที่พักผ่อน 6.2) ด้านความปลอดภัย : มีมาตรการในการดูแลเอาใจใส่เกี่ยวกับความ ปลอดภัย มีการให้ความรู้ในการรักษาความปลอดภัย 6.3) ด้านอาคารสถานที่ : จัดตกแต่งอาคารสถานที่สิ่งปลูกสร้าง มีความมั่นคง แข็งแรงปลอดภัย มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด 6.4) ด้านการจัดการต่าง ๆ ภายในโรงเรียน : มีการบริหารจัดการอย่างเป็น ระบบ วางแผนพัฒนางานที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของบุคลากร การบังคับบัญชาที่มีความเป็น กันเอง 6.5) ด้านการเรียนการสอนห้องเรียน : โรงเรียนส่งเสริมพัฒนาการด้านจิตใจ และสังคมของนักเรียน อำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนให้วัตถุประสงค์การเรียนการสอน 6.6) ด้านการปฏิสัมพันธ์ของครูและนักเรียน : ครูผู้สอนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับ นักเรียนจะ ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทางสังคมอย่างถูกต้อง และเหมาะสม 2. การนำองค์ความรู้อันเป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) มาประยุกต์ใช้ในการบริหาร จัดการสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ดังนี้ 2.1 การปรับปรุงหรือพัฒนาหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียน สามารถปรับใช้องค์ความรู้ที่หลากหลายในสถานการณ์จริง ออกแบบกลยุทธ์และแสวงหาแนว ทางแก้ไขปัญหา โดยพลิกแพลงและอย่างยืดหยุ่นในระยะยาว ตลอดจนมีสุขภาวะที่ดี สามารถ ปรับเปลี่ยนเส้นทางชีวิตให้สอดคล้องกับความผันผวนของโลกและความก้าวหน้าทางวิทยาการได้ 2.2 การพัฒนาครูผู้สอน มีการพัฒนาครูให้เป็นครูมืออาชีพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู มุ่งมั่นในการจัดการเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ที่มีประสิทธิภาพ รอบรู้ สื่อและเทคโนโลยี 2.3 การจัดการเรียนรู้ที่เน้นความเป็นเลิศรอบด้านทั้งดนตรี ศิลปะ กีฬา กำหนดน หลักสูตรให้นักเรียนระดับมัธยมซึกษาตอนปลายได้เรียนรู้วิชาอาชีพอย่างเข้มข้น จัดการเรียนการสอน ที่เน้นการปฏิบัติ พัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน 2.4 การนำเรื่องระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่นมาปรับประยุกต์ใช้ในรูปแบบการฝึกฝนวินัยใน การเรียนรู้และการทำงาน โดยการฝึกฝนวินัยในการเรียนรู้และการทำงานในห้องเรียน เพื่อส่งเสริมให้
19 นักเรียนมีทักษะและความรับผิดชอบที่สูงขึ้น โดยการใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การตั้งเป้าหมายเพื่อสร้าง แรงจูงใจในการเรียนรู้และการทำงานสอนวินัยและกฎระเบียบในการเรียนรู้ ในช่วงการเรียนรู้ใน ห้องเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการบริหารจัดการและ ควบคุมความเรียบร้อยและวินัยในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.5 การปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการ เรียนรู้และการพัฒนาทั้งของนักเรียนและบุคลากร โดยมีการใช้เทคโนโลยี และอุปกรณ์ สื่อการสอนที่ ทันสมัยเพื่อทำให้นักเรียนก้าวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการใช้เทคโนโลยีและวิธีการสอนที่ สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของนักเรียน 2.6 การให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา เพราะการสร้างสรรค์และ การแก้ปัญหาเป็นความสามารถที่สำคัญในการพัฒนาทักษะและความสามารถของนักเรียน การนำ หลักการการสร้างสรรค์และการแก้ปัญหามาใช้ในการสอนและการเรียนรู้จะช่วยส่งเสริมการคิด วิเคราะห์และการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพของนักเรียน 2.7 พัฒนาโรงเรียนให้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัย เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย 2.8 การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ฝึกการคัดแยกขยะ การทำความสะอาด ฝึกการ ช่วยเหลือผู้อื่น 2.9 การมีส่วนร่วม ส่งเสริมการให้คุณค่าของการมีส่วนร่วม โดยให้ครู ผู้ปกครอง ชุมชน ท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อม 2.10 การส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ประเทศญี่ปุ่นมีการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านอย่าง เต็มที่ โดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก และมีการสนับสนุนให้ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่านเข้าใจเนื้อหาอย่าง ดี การนำหลักการและวิธีการที่ใช้งานได้ผลจากประเทศญี่ปุ่นมาใช้ในการส่งเสริมการอ่านและการ เรียนรู้ในสถานศึกษาในประเทศของเราจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียน
20 ภาคผนวก ภาคผนวก ก โครงการ ภาคผนวก ข หนังสือเชิญเข้าร่วมโครงการ ภาคผนวก ค แบบสอบถามโครงการศึกษาดูงาน ภาคผนวก ง รายงานการสะท้อนผลการเรียนรู้ ภาคผนวก จ ประมวลภาพกิจกรรม ภาคผนวก ฉ คณะผู้จัดทำ
21 ภาคผนวก ก โครงการ
22
23
24
25
26
27
28
29 ภาคผนวก ข หนังสือเชิญเข้าร่วมโครงการ
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45