The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นางพัทยา ชมถนอม, 2020-11-04 02:55:40

7247-22006-1-SM

7247-22006-1-SM

128 วารสารวชิ าการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ : ปี ท่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558

รูปแบบเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียน
ระดบั ประถมศึกษา

MODEL OF ACADEMIC EDUCATIONAL QUALITY DEVELOPMENT NETWORK FOR
PRIMARY SCHOOLS

เสมอ สุวรรณโค1, รศ.ดร.ธีรวฒุ ิ เอกะกลุ 2 , รศ.ดร.สมคดิ สร้อยนา้ 3
Samer Suwannako1, Assoc.Prof.Dr.Theerawut Aekakul 2 , Assoc.Prof.Dr.Somkid Soinom3

คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี

บทคดั ย่อ

การวจิ ยั ครัง้ นมี ้ วี ตั ถปุ ระสงค์เพ่ือ 1) ศกึ ษาสภาพการจดั การศึกษา 2) ศกึ ษาสภาพการดาเนินงาน และ 3) สร้าง
รูปแบบเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดับประถมศึกษา โดยศึกษาสภาพการจัด
การศึกษาโรงเรียนต้นแบบด้วยเทคนิควิจยั เชิงคณุ ภาพและสงั เคราะห์แนวคิดด้วยการสมั ภาษณ์เชิงลึก สนทนากลมุ่ และ
สงั เกตตวั อยา่ งเป็ นโรงเรียนต้นแบบการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวิชาการ จานวน 2 แหง่ และสอบถามผ้มู คี วามรอบรู้ใน
องค์ประกอบของรูปแบบ จานวน 10 คน ได้มาโดยเลือกแบบเจาะจง และศึกษาสภาพการดาเนินงาน ตวั อย่างเป็ นผ้บู ริหาร
สถานศึกษา จานวน 115 คนและครูผ้สู อนจานวน 115 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ดาเนินการสร้ างรูปแบบ
สร้างค่มู ือการใช้รูปแบบ และประเมินความเหมาะสม ความเป็ นไปได้ ความเป็ นประโยชน์และความสอดคล้องของรูปแบบ
โดยผ้เู ชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ในการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา
โดยผ้เู ชี่ยวชาญ จานวน 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์เนือ้ หา ร้ อยละ ค่าเฉล่ีย และค่าส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจยั พบวา่
1. สภาพการจดั การศกึ ษาโรงเรียนต้นแบบของเครือขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวชิ าการของโรงเรียนระดบั
ประถมศึกษา ดงั นี ้1) องค์ประกอบผ้บู ริหารสถานศกึ ษา ประกอบด้วย 1.1) ด้านภาวะผ้นู า 1.2) ด้านหลกั การบริหาร
1.3) ด้านการพฒั นาครู 1.4) ด้านชมุ ชน 2) องค์ประกอบครูผ้สู อน ประกอบด้วย 2.1) ด้านหลกั สตู ร 2.2) ด้านการจดั การ
เรียนรู้ 2.3) ด้านสอ่ื และเทคโนโลยี 2.4) ด้านการวดั และประเมินผล 2.5) ด้านการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน 2.6) ด้านการวิจยั
และพฒั นาผ้เู รียน
2. สภาพการดาเนินงานของเครือขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั ประถมศึกษา ใน
ภาพรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง ซง่ึ เมอ่ื พจิ ารณารายองค์ประกอบ พบวา่ องค์ประกอบผ้บู ริหารสถานศกึ ษามีคา่ เฉลยี่ มากกว่า
องค์ประกอบครูผ้สู อน โดยองค์ประกอบผ้บู ริหารสถานศกึ ษา มคี า่ เฉลย่ี ในระดบั ปานกลาง ด้านทีม่ ีคา่ เฉลย่ี สงู ทสี่ ดุ คอื การให้
คาแนะนาหรือปรึกษาทางวชิ าการ การเอาใจใสก่ ารจดั การศกึ ษาเตม็ ศกั ยภาพ องค์ประกอบครูผ้สู อน มคี า่ เฉลย่ี ในระดบั ปาน
กลาง ด้านที่มคี า่ เฉลย่ี มากที่สดุ คอื การศกึ ษาวจิ ยั พฒั นาการจดั การเรียนรู้
3. ผลการสร้ างรูปแบบ ประกอบด้วย 1) หลกั การ 2) จุดมุ่งหมาย 3) ระบบและกลไกการดาเนินงาน 4) การ
ดาเนินงาน 5) การประเมินผลและ 6) เงื่อนไขความสาเร็จ สว่ นการประเมินความเหมาะสม ความเป็ นไปได้ ความเป็ น
ประโยชน์ และความสอดคล้ องของรู ปแบบเครื อข่ายการพัฒน าคุณภาพการศึกษาด้ านวิชาการของโรงเรี ยนระดับ

1นกั ศกึ ษาหลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาวจิ ยั และประเมนิ ผลการศกึ ษา มหาวิทยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี
2อาจารย์ประจาคณะครุศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี : ประธานที่ปรึกษาวิทยานพิ นธ์
3อาจารย์ประจาคณะบริหารการศกึ ษา, มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี อาจารย์ท่ีปรึกษา

วารสารวิชาการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ : ปี ที่ 16 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558 129

ประถมศกึ ษา พบวา่ ในภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก ผลการประเมินความเหมาะสมอย่ใู นระดบั มากที่สดุ ความเป็ นไปได้อยใู่ น
ระดบั มาก ความเป็ นประโยชน์อยใู่ นระดบั มาก และความสอดคล้องอยใู่ นระดบั มาก

คาสาคัญ : รูปแบบ, เครือขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวชิ าการ,โรงเรียนประถมศกึ ษา

ABSTRACT

This research aimed to 1) study the condition of education management, 2) study the condition of
work process, and 3) build a model of academic educational quality development for primary schools. The
education management of the model schools was studied with qualitative research techniques, and the
concepts were synthesized by depth interviewing, group discussion, and observation. The samples consisted of
2 model schools of academic education quality development, and 10 purposively selected knowledgeable
people were interviewed. For the condition of work process, the samples consisted of 115 school administrators
and 115 teachers, gained by purposive sampling. The model and manual were built and the suitability,
possibility, usefulness, and concordance were assessed by 5 specialists who have knowledge and experiences
in academic educational quality development for primary schools. The statistics used for analyzing the data
consisted of content analysis, percentage, mean, and standard deviation.

The research findings were as follows.
1. The condition of education management of model schools consisted of 1) school administrators;
1.1) leadership, 1.2) management principles, 1.3) teacher development, 1.4) community, 2) teachers; 2.1)
curriculum, 2.2) learning management, 2.3) media and technology, 2.4) measurement and evaluation, 2.5)
students care, 2.6) learner research and development.
2. The overall condition of the network work process was in medium level. When considering each
element, it was found that the mean of school administrators, which was in medium level, was higher than the
teachers’. The element that gained the highest mean was academic supervisory or consultation and full
potential education management concern, while the element of teachers gained the medium mean. Also,
learning management research and development gained the highest mean.
3. The results of building the model consisted of 1) principles, 2) goals, 3) operation system and
mechanism, 4) work process, 5) evaluation, and 6) accomplishment condition. For the assessment of suitability,
possibility, usefulness, and concordance, it was found that the overall perspective was in high level. The
suitability was in the highest level, the possibility was in high level, the usefulness was in high level, and the
concordance was in high level.

Keywords: model, academic educational quality development network, primary school

130 วารสารวิชาการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ : ปี ที่ 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558

บทนา ได้ รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เกิดทักษะในการ
การปฏิรู ปการศึกษาตามพระราชบัญญัติ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้หลากหลายสามารถนา
วิธีการเรียนไปใช้ในชีวิตจริงได้และมงุ่ ให้ผ้เู ก่ียวข้องทกุ คน
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม มี มีส่วนรวม ในทุกขัน้ ตอนเพื่อพัฒนาผู้เรี ยนให้ เกิด
ลกั ษณะเด่นคือ เป็ นการบริหารงานแบบมสี ว่ นร่วมหรือ กระบวนการเรียนรู้อยา่ งตอ่ เนื่องตลอดวยั เรียน
การบริหารงานโดยองค์คณะบคุ คล เน้นการดาเนินการ
จดั การศกึ ษาเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของนกั เรียน การเสริมสร้างความร่วมมือของหนว่ ยงานทาง
ใช้บคุ ลากรมืออาชีพ มีการตรวจสอบและประเมินตาม การศึกษาในแต่ละระดบั จนถึงโรงเรียนที่เป็ นหนว่ ยปฏิบตั ิ
มาตรฐาน การบริหารเน้นเป็ นพิเศษที่สถานศึกษาหรือ จาเป็ นอย่างยิ่งต้ องมีการทางานร่วมกันในลักษณะ
โรงเรียน เน้นการกระจายอานาจ เป็ นการบริหารที่ เครือข่ายความร่วมมือ เพ่ือให้ความช่วยเหลือกันในด้าน
อาศยั องค์กรวิชาชีพ เป็ นการ บริหารท่ีเน้ นความ ความรู้ ทรัพยากร และบุคคลในการดาเนินการเพ่ือให้
ทดั เทียมกนั และเป็ นการบริหารท่ีต้องประกันคุณภาพ ภารกิจในการจดั การศกึ ษาประสบผลสาเร็จ โดยการอาศยั
ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (สานักงานคณะกรรมการ ความร่วมมือกัน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการดาเนินงานด้าน
การศกึ ษาขนั้ พนื ้ ฐาน : 2549) วิชาการซึ่งมีความสาคญั ในการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
และยังเป็ นการสร้ างความเข้ มแข็งในด้ านวิชาการใน
อีกทัง้ นโยบายการกระจายอานาจใน ภาพรวมในพนื ้ ทน่ี นั้ ๆ
องค์การทางการศกึ ษา กาลงั ได้รับความสนใจจากผ้นู า
ในการบริหารประเทศ โดยคาดหวงั วา่ นโยบายดงั กลา่ วจะ การสร้างเครือขา่ ยด้านวิชาการเป็ นการรวมตวั
ทาให้เกิดประสิทธิภาพในการทางานมากที่สดุ ซึ่งการ ของบุคคล กล่มุ บุคคล หน่วยงาน ร่วมทากิจกรรม เพ่ือให้
กระจายอานาจได้กลายเป็ นกระแสนิยมหลกั ท่ีควบคกู่ บั บรรลุเป้ าหมายเดียวกัน มีการดาเนินการท่ีเป็ นระบบ
กระแสโลกาภิวัตน์ โดยขณะที่กระแสโลกาภิวัฒน์ หลากหลายรูปแบบแนวทาง การปฏิบตั ิตามความต้องการ
สง่ เสริมความเป็ นนานาชาติและสากลนิยม กระแสการ จาเป็ นของบุคคลหรือหน่วยงาน ตามแนวความคิดของ
กระจายอานาจเป็ นกระแสหลกั ที่ผูกกบั ท้องถิ่นนิยม สพุ ิทย์ กาญจนพนั ธ์ุ (2541 : 171) กลา่ วว่า ระบบการ
และสง่ เสริมการมีสว่ นร่วมของผ้ทู ่ีเก่ียวข้อง ซึ่งเป็ นผู้มี เช่ือมโยงซ่ึงกันและกันระหว่างองค์กรตวั แทนหรือสถาบนั
สว่ นได้สว่ นเสยี (Stakeholders) โดยตรงในแตล่ ะเร่ือง เข้าด้วยกนั ทาให้สามารถจ่ายแจกแลกเปล่ียนทรัพยากร
ในแต่ละพืน้ ที่ (สานักงานคณะกรรมการการศึกษา พลงั งาน หรือสารสนเทศ และ ศิริวรรณ เสรีรัตน์ (2542 :
แหง่ ชาติ : 2544) 219) ได้ให้ความหมายของเครือข่ายไว้ว่า ส่วนประกอบ
ของกระบวนการจดั การท่ีประกอบด้วยความสมั พนั ธ์ของ
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพ่ือให้ มี บคุ คลแต่ละคน ซ่ึงช่วยให้ผ้บู ริหารบรรลคุ วามต้องการใน
ประสิทธิภาพในการจัดการและการบริหารงานทัง้ ด้าน การปฏิบตั ิงานอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล
วิชาการ ด้านบุคลากร งบประมาณ การบริหารทวั่ ไปต้อง
คานึงถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในรูแบบที่เป็ น ผู้วิจัยจึงได้ สรุปองค์ประกอบสาคัญของ
เครือข่าย ทงั้ ทางด้านการบริหารจัดการ การจัดการเรียน รูปแบบเครือขา่ ยการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวชิ าการ
การสอน และด้ านคุณภาพนักเรี ยน สานักงาน ได้ 2 ด้าน คือ ด้านผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานได้กาหนดแนวทางการ 1) ด้านภาวะผ้นู า 2 )ด้านหลกั การบริหาร 3) ด้านการ
ดาเนินงานเพ่ือพฒั นาประสิทธิภาพสถานศึกษาไว้ การ พฒั นาครู และ4) ด้านชมุ ชนสว่ นด้านครูผ้สู อนประกอบด้วย
บริหารจัดการเพ่ือนาไปสู่ การพฒั นาประสิทธิภาพ และ 1) ด้านหลกั สตู ร 2) ด้านการจดั การเรียนรู้ 3) ด้านส่ือและ
รูปแบบการดาเนนิ งาน จะมงุ่ ไปท่ีการจดั กระบวนการเรียนรู้ เทคโนโลยี 4) ด้านการวดั และประเมินผล 5) ด้านการดแู ล
ท่ียดึ ผ้เู รียนเป็ นสาคญั ม่งุ ประโยชน์สงู สดุ แก่ผ้เู รียน ผ้เู รียน

วารสารวชิ าการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ : ปี ท่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558 131

ชว่ ยเหลอื นกั เรียน และ 6) ด้านการวจิ ยั และพฒั นาผ้เู รียน ไปสคู่ วามร่วมมือแบบเครือข่าย เพ่ือประสานความร่วมมือ
จากปั ญหาและแนวทางการแก้ ไขปั ญหาเพื่อ ร่วมใจเป็ นปัจจัยเสริม ผลักดันกระบวนการทางานใน
สถานศึกษาให้ก้าวหน้าและมีความเป็ นมืออาชีพในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษานัน้ หากต้องการที่จะทาการ บริหารงานด้านวิชาการอยา่ งแท้จริง
บริหารงานวิชาการให้เกิดความสาเร็จ ก็คงไมห่ วงั พง่ึ เพียง
บคุ คลใดบคุ คลหนง่ึ หรือหนว่ ยงานใดหนว่ ยงานเดียวได้ เรา
จึงจาเป็ นต้องทาให้เกิดการขยายตัวของคนกล่มุ เล็กๆ นี ้

กรอบแนวคิดทางการวจิ ัย
ผ้วู ิจยั ได้ใช้แนวคิดของ Necciai (2013:53) และการศกึ ษาข้อมลู เชิงคณุ ภาพในเครือขา่ ยสถานศกึ ษาต้นแบบ

แล้วสงั เคราะห์เชิงเนือ้ หา และสรุปเป็ นองค์ประกอบสาคญั ในการพฒั นารูปแบบเครือข่ายการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
ด้านวชิ าการของโรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา ซง่ึ สรุปเป็ นกรอบแนวคิดในการวจิ ยั ได้ดงั นี ้

หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎี องค์ประกอบการพัฒนาคุณภาพ รูปแบบของเครือข่าย
และ งานวิจยั ที่เก่ียวข้อง การศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียน พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
เครือขา่ ยการสร้างและพฒั นา ด้านวชิ าการของโรงเรียน
ระดบั ประถมศึกษา
เครือข่าย 1.ผู้บริหารสถานศกึ ษา ระดบั ประถมศกึ ษา

ศกึ ษาสภาพการจดั การศกึ ษา 1.1 ด้านภาวะผ้นู า
โรงเรียนท่ีเป็ นต้นแบบ 1.2 ด้านหลกั การบริหาร
1.3 ด้านการพฒั นาครู
ศกึ ษาการจดั การศกึ ษาของ 1.4 ด้านชมุ ชน
เครือขา่ ยการพฒั นาคณุ ภาพ 2. ครูผู้สอน
การศกึ ษาด้านวชิ าการทเ่ี ป็ น 2.1 ด้านหลกั สตู ร
2.2 ด้านการจดั การเรียนรู้
ต้นแบบ 2.3 ด้านส่ือและเทคโนโลยี
2.4 ด้านการวดั และประเมนิ ผล
2.5 ด้านการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน
2.6 ด้านการวิจยั และพฒั นาผ้เู รียน

กระบวนการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาด้านวิชาการ

ระยะท่ี 1 อบรมเชงิ ปฏิบตั ิการ
ระยะท่ี 2 ศกึ ษาดงู าน
ระยะท่ี 3 ฝึกปฏบิ ตั ิจริง
ระยะท่ี 4 นิเทศติดตามผล

132 วารสารวชิ าการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ : ปี ท่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558

วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั วธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
1. เพ่อื ศกึ ษาสภาพการจดั การศึกษาโรงเรียน 1) วิเคราะห์และสงั เคราะห์แนวคิด ทฤษฏี

ต้ นแบ บของ เครื อข่าย พัฒนา คุณภาพกา รศึกษ าด้ า น และงานวิจยั ที่เกี่ยวข้องประกอบจากเอกสาร 2) ใช้แบบ
วิชาการของโรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา สมั ภาษณ์แบบ มโี ครงสร้างในการสมั ภาษณ์

2. เพ่ือศึกษาสภาพการดาเนินงานของ ขัน้ ตอนท่ี 2 ศึกษาสภาพการดาเนินงาน
เครื อข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้ านวิชาการขอ ง ของเครือข่ายพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้านวิชาการของ
โรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา โรงเรียนระดับประถมศึกษาใช้ วิธีการวิจัยเชิงสารวจ
(Survey Research)
3. เพ่ือสร้ างและตรวจสอบคุณภาพของ
รู ปแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้ านวิชาการของ กลุ่มเป้ าหมาย เป็ นผู้บริหารสถานศึกษา
โรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา จานวน 115 คนและครูผ้สู อนจานวน 115 คน ได้มาโดย
การเลอื กแบบเจาะจงจากโรงเรียนต้นแบบของเครือขา่ ย
วธิ ีดาเนินการวจิ ยั ในจงั หวดั อบุ ลราชธานี จานวน 115 เครือขา่ ย
การวิจัยครัง้ นีใ้ ช้ วิธีการเก็บข้ อมูลทัง้ เชิง
เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการวจิ ัย ได้แก่ แบบสอบถาม
ปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้ อมูลหลายแหล่ง ศกึ ษาสภาพการดาเนินงานของเครือข่ายพฒั นาคณุ ภาพ
หลายวิธีการเพ่ือตรวจสอบและยืนยนั ความถกู ต้องของ การศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั ประถมศึกษา
ข้อมลู ซงึ่ ผ้วู ิจยั ได้สงั เกต Best Practices ในการวิจยั ครัง้ ชนิด rating scale 5 ระดบั
นไี ้ ด้แบง่ วิธีดาเนนิ การวจิ ยั เป็ น 3 ขนั้ ตอน
วธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมลู สง่ แบบสอบถาม
ขัน้ ตอนท่ี 1 ศึกษาสภาพการจัดการศึกษา ให้ กลุ่มตัวอย่าง ตอบแบบสอบถามแล้ วส่งกลับคืน
โรงเรียนต้นแบบของเครือข่ายพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา คดั เลอื กแบบสอบถามท่ีมีความสมบรู ณ์ นามาวิเคราะห์
ด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั ประถมศึกษา 2 วิธีการ ข้ อมูลโดยใช้ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
1) โดยวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฏี และ
งานวิจัยท่ีเกี่ ยวข้ องประกอบด้ วยการพัฒนาคุณภาพ ขัน้ ตอนท่ี 3 สร้ างและตรวจสอบคณุ ภาพ
การศกึ ษา การบริหารงานวิชาการ แนวคิดทฤษฎเี กี่ยวกบั ของรูปแบบเครือขา่ ยการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้าน
เครือขา่ ย แนวคิดเก่ียวกบั รูปแบบ แนวคิดทฤษฎีเก่ียวกบั วิชาการของโรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา
ประสิทธิผลการวิจัยและพัฒนา 2) สมั ภาษณ์เชิงลึก
สนทนากลมุ่ ผ้มู ีความรอบรู้ในองค์ประกอบของรูปแบบ กลุ่มเป้ าหมาย เป็ นผู้เชี่ยวชาญจานวน
เครื อข่ายพัฒนาคุณ ภาพการศึกษาด้ านวิชาการขอ ง 5 คน ประกอบด้วยผ้เู ชี่ยวชาญด้านการพฒั นาคณุ ภาพ
โรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา เพ่ือใช้เป็ นกรอบแนวคิด และ การศึกษาด้านวิชาการ ด้านบริหารการศึกษา ด้านการ
กลุ่มตัวอย่างเป็ นโรงเรียนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพ วิจยั และประเมนิ ผลการศกึ ษา
การศกึ ษาด้านวิชาการ จานวน 2 แหง่
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ค่มู ือ
กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้มีความรอบรู้ใน การใช้ รู ปแบบเครื อข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
องค์ประกอบของรูปแบบ จานวน 10 คน โดยการเลือก ด้านวิชาการ 2) แบบประเมินความเหมาะสม ความ
แบบเจาะจง เป็ นไปได้ ความเป็ นประโยชน์และความสอดคล้องของ
รูปแบบ ชนิด rating scale 5 ระดบั

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ผ้วู ิจยั ส่งค่มู ือ
การใช้ รู ปแบบเครื อข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ด้านวิชาการ พร้ อมแบบประเมินความเหมาะสมความ
เป็ นไปได้ ความเป็ นประโยชน์ไปและความสอดคล้องให้

วารสารวชิ าการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ : ปี ท่ี 16 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558 133

ผ้เู ช่ียวชาญพิจารณาและประเมินความเหมาะสม นามา ด้านผ้บู ริหารสถานศึกษามีคา่ เฉลี่ย(̅ 2.80)มากกว่า
วิเคราะห์ข้ อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน ด้านครูผู้สอน (̅ 2.75)ในส่วนการดาเนินงานด้าน
มาตรฐาน และนามาปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของ
ผู้เชี่ยวชาญแล้วจัดพิมพ์เป็ นฉบับสมบูรณ์ เพื่อนาไป ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา พบวา่ มีค่าเฉล่ียในระดบั ปานกลาง
ทดลองใช้ในขนั้ ตอ่ ไป (̅ 2.80) ด้านทมี่ คี า่ เฉลย่ี สงู ท่ีสดุ คอื การให้คาแนะนา
หรือปรึกษาทางวิชาการ (̅ 2.92) และการเอาใจใส่
การวเิ คราะห์ข้อมลู การจดั การศึกษาเต็มศกั ยภาพ (̅ 2.92) รองลงมา
1. ศึกษาและทาความเข้าใจข้อมูลเชิง
คือ การกระตุ้นครูและบุคลากรให้ร่วมมือในการพฒั นา
คณุ ภาพทเี่ ก็บรวบรวมมาจากแบบสมั ภาษณ์หลายๆรอบ คุณภาพผ้เู รียน (̅ 2.82) ส่วนด้านท่ีมีค่าเฉล่ียน้อย
แล้วหาความสัมพนั ธ์ของข้อมูลเหล่านนั้ ในลักษณะใด
ลกั ษณะหน่ึง เพื่อกาหนดทิศทางของการสร้ างข้อสรุป ที่สุด คือ การนาผลการประเมินไปพฒั นาและปรับปรุง
โดยยดึ หลกั สามเส้า (Triangulation) และนาเสนอโดยอิง งาน (̅ 2.47) ส่วนด้านครูผ้สู อน มีค่าเฉล่ียในระดบั
กรอบการศึกษาค้นคว้าโดยการบรรยายพร้ อมอ้างอิง ปานกลาง(̅ 2.75) ด้านท่ีมีคา่ เฉลยี่ มากทีส่ ดุ คือ การ
ข้อมลู บางสว่ นทเี่ ป็ นมาของข้อสรุปนนั้ ศกึ ษาวจิ ยั พฒั นาการจดั การเรียนรู้ (̅ 2.92) สว่ นด้าน

2. สาหรับข้อมลู เชิงปริมาณท่ีเก็บรวบรวม ท่ีมคี า่ เฉลย่ี น้อยทีส่ ดุ คอื การนาบริบทและภมู ิปัญญาการ
จากแบบสอบถาม แบบประเมินความเหมาะสม ความ
เป็ นไปได้ ความเป็ นประโยชน์และความสอดคล้องของ เรียนรู้ของท้ องถ่ินมาบูรณาการในการจัดการเรียนรู้
รูปแบบเครือข่ายพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้านวิชาการ (̅ 2.81)
ของโรงเรียนระดับประถมศึกษา นามาตรวจสอบความ
สมบรู ณ์ ตรวจสอบคะแนนจดั หมวดหมู่ แยกประเภทแล้ว 3. ผลการสร้างรูปแบบประกอบด้วย 1. หลกั การ
นามาวิเคราะห์ข้อมลู โดยหาคา่ เฉลยี่ และแปลผล
2. จดุ มงุ่ หมาย 3. ระบบและกลไกการดาเนินงาน 4.การ
สรุปผลการวิจัย
1. สภาพการจดั การศึกษาโรงเรียนต้นแบบ ดาเนินงาน 5. การประเมินผล และ 6. เง่ือนไขความสาเร็จ

ของเครือข่ายพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้านวิชาการของ สว่ นการประเมินความเหมาะสม ความเป็ นไปได้ ความ
โรงเรียนระดบั ประถมศึกษา ประกอบด้วยองค์ประกอบ
ดงั นี ้ 1) องค์ประกอบผู้บริหารสถานศึกษา 1.1) ด้าน เป็ นประโยชน์และความสอดคล้องของรูปแบบเครือข่าย
ภาวะผ้นู า 1.2) ด้านหลกั การบริหาร 1.3) ด้านการพฒั นา
ครู 1.4) ด้านชุมชน และ 2) องค์ประกอบครูผู้สอน การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียน
2.1) ด้านหลกั สตู ร 2.2) ด้านการจดั การเรียนรู้ 2.3) ด้าน
ส่ือและเทคโนโลยี 2.4) ด้านการวดั และประเมินผล ระดับประถมศึกษา พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
2.5) ด้านการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน 2.6) ด้านการวิจยั (̅ 3.37) ผลการประเมินความเหมาะสมอย่ใู นระดบั
และพฒั นาผ้เู รียน มากที่สดุ (̅ 3.56) ความเป็ นไปได้อย่ใู นระดบั มาก
(̅ 3.37) ความเป็ นประโยชน์อยู่ในระดับมาก
2 ผลการศึกษาสภาพการดาเนินงานของ (̅ 3.52) และความสอดคล้องอยู่ในระดับมาก
เครื อข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้ านวิชาการขอ ง (̅ 3.52)
โรงเรียนระดับประถมศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง (̅ 2.80) ซงึ่ เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อภปิ รายผล
1.สภาพการดาเนินงานของเครือขา่ ยพฒั นา

คณุ ภาพการศกึ ษาด้านวชิ าการของโรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา

ในภาพรวมอย่ใู นระดบั ปานกลาง ซ่ึงเมื่อพิจารณารายด้าน
พบว่า ด้านผ้บู ริหารสถานศึกษามีค่าเฉล่ีย (̅ 2.80)
มากกว่าด้านครูผ้สู อน (̅ 2.75) ในสว่ นการดาเนินงาน

ด้านผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า มีค่าเฉลี่ยในระดับ

134 วารสารวิชาการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ : ปี ท่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558

ปานกลาง ด้านท่ีมีค่าเฉล่ียสงู ที่สดุ คือ การให้คาแนะนา เปรียบเทียบ ความแตกต่างรายคู่ พบว่า บุคลากรใน
หรือปรึกษาทางวิชาการ การเอาใจใสก่ ารจดั การศึกษา สถานศึกษาขนาดกลาง มีส่วนร่วมในงานวิชาการ
เต็มศกั ยภาพ รองลงมา คือ การกระต้นุ ครูและบคุ ลากร มากกวา่ บคุ ลากรในสถานศกึ ษาขนาดใหญ่ และขนาดเลก็
ให้ร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่วนด้านท่ีมี
ค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสดุ คือ การนาผลการประเมินไปพัฒนา 2. ผลการสร้างและประเมินรูปแบบเครือข่าย
และปรับปรุงงาน ส่วนด้านครูผ้สู อน มีค่าเฉลี่ยในระดับ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั
ปานกลาง ด้านท่ีมีค่าเฉลี่ยมากที่สดุ คือ การศกึ ษาวิจยั ประถมศกึ ษาพบวา่ มีองค์ ประกอบดงั นี ้หลกั การวตั ถปุ ระสงค์
พัฒนาการจัดการเรียนรู้ รองลงมา คือ การเช่ือมโยง กลไกการดาเนินงาน วิธีดาเนินงาน การประเมินผล และ
เป้ าหมายคุณภาพผู้เรียนและมาตรฐานการเรียนรู้ของ เง่ือนไขความสาเร็จ ซ่ึงสอดคล้องกับ สมาน อศั วภูมิ
หลกั สูตรและหลกั สูตรสถานศึกษากับแผนการจัดการ (2550 : 83-84) ได้แยกองค์ประกอบของรูปแบบ
เรียนรู้ ส่วนด้านท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสดุ คือการนาบริบท ออกเป็ นสองส่วน คือ 1) องค์ประกอบของรูปแบบ
และภมู ิปัญญาการเรียนรู้ของท้องถ่ินมาบรู ณาการในการ หมายถึง ส่วนประกอบที่เป็ นตวั รูปแบบที่สร้ างขึน้ นนั ้ มี
จัดการเรียนรู้ สอดคล้องกับงานวิจัยของธรรมเนียม อะไรบ้าง ทางานอย่างไร มีความสมั พันธ์และทางาน
เพ็ชรพงษ์ (2547 : 101-103) ศึกษาเกี่ยวกบั การศกึ ษา ร่วมกบั องค์ประกอบอืน่ อยา่ งไร และ 2) องค์ประกอบของ
การบริหารแบบมีส่วนร่วมในงานวิชาการของบุคลากร เอกสารรูปแบบ หมายถึง องค์ประกอบท่ีเป็ นสาระหลกั ใน
ในสถานศึกษาสงั กดั สานกั งานการประถมศึกษาจงั หวดั การนาเสนอรูปแบบที่สร้ างขึน้ ว่าควรจะนาเสนอเรื่อง
พิจิตร ผลการวิจยั พบว่า 1) การศึกษาการบริหารแบบมี ใดบ้าง และได้กาหนดกรอบในการวิเคราะห์รูปแบบ
สว่ นร่วมในงานวิชาการของบคุ ลากรในสถานศึกษาสงั กดั ออกเป็ น 5 องค์ประกอบ คือ 1) บริบทของรูปแบบ 2)
สานกั งานการประถมศึกษาจงั หวดั พิจิตร ในภาพรวมทงั้ วตั ถุประสงค์ของรูปแบบ 3) หลักการของรูปแบบ 4)
5 ด้าน มีสว่ นร่วมอยใู่ นระดบั มาก เมื่อพิจารณารายด้าน องค์ประกอบหลกั ของรูปแบบ และ 5) การประเมินผล
พบวา่ ด้านการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา ด้านการจดั การ รูปแบบ พร้อมกนั นีไ้ ด้กลา่ วถึง ธีระ รุญเจริญ (2550 : 162-
เรียนการสอน ด้านการวดั ผลและประเมินผลการศึกษา 163) ได้เสนอองค์ประกอบของรูปแบบไว้ 6 องค์ประกอบ
อยู่ในระดบั มาก ด้านหลกั สตู รและการบริหารหลกั สูตร คือ 1) หลกั การของรูปแบบ 2) วตั ถปุ ระสงค์ของรูปแบบ
และด้านการนิเทศภายใน อย่ใู นระดบั ปานกลาง 2) ผล 3) ระบบและกลไกของรูปแบบ 4) วิธีดาเนินงานของ
การเปรียบเทียบการบริหารแบบมีสว่ นร่วมในงานวิชาการ รูปแบบ 5) แนวทางการประเมินผลรูปแบบ และ 6) เง่ือนไข
ของบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสานักงานการ ของรูปแบบ ตวั อยา่ งตารางในภาพที่ 1
ประถมศกึ ษาจงั หวดั พิจิตร จาแนกตามตาแหนง่ ผ้บู ริหาร
และครูผ้สู อน โดยภาพรวม ทงั้ 5 ด้าน มีสว่ นร่วมในงาน
วิชาการแตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั 0.5
และ 3) ผลการเปรียบเทียบการบริหารแบบมีสว่ นร่วมใน
งานวชิ าการของบคุ ลากรในสถานศกึ ษา สงั กดั สานกั งาน
การประถมศึกษาจังหวัดพิจิตร จาแนกตามขนาด
สถานศึกษา พบว่า บุคลากรในสถานศึกษาขนาดใหญ่
ขนาดกลาง และขนาดเลก็ โดยภาพรวม ทงั้ 5 ด้าน มีสว่ น
ร่วมแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.5

วารสารวชิ าการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ : ปี ที่ 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558 135

รูปแบบเครือข่ายการพฒั นาคุณภาพการศึกษาด้านวชิ าการของโรงเรียนประถมศกึ ษา

1. หลกั การ 1.1 หลกั การบริหารงานวชิ าการ
1.2 หลกั การมีสว่ นร่วม

2. จุดมุ่งหมาย 1. เพอ่ื ให้เครือข่ายโรงเรียนบริหารงานวชิ าการอยา่ งมปี ระสทิ ธิผลโดยใช้รูปแบบเครือขา่ ย
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวชิ าการ ของโรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา
2.เพื่อให้บคุ คลในเครือขา่ ยได้มีสว่ นร่วมในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนระดบั
ประถมศกึ ษาให้เกิดประสิทธิผล

3. ระบบและกลไก 1.สว่ นประกอบสาคญั ของเครือขา่ ยความร่วมมือ ประกอบด้วย
การดาเนินการ 1.1 แกนนาหรือผ้นู าเครือข่าย
1.2 สมาชกิ เครือขา่ ย
1.3 บทบาทหน้าท่ี
1.4 การมีสว่ นร่วมของสมาชกิ
1.5 การมวี สิ ยั ทศั น์ร่วมกนั
1.6 การติดตามและประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน

2. การดาเนินการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวิชาการของเครือขา่ ยโรงเรียนระดับ
ประถมศกึ ษา สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื ้ ฐานต้องปฏิบตั อิ ยา่ งตอ่ เนื่องใน
ทกุ กิจกรรม

4. การดาเนินการ 1.ด้านผู้บริหารสถานศึกษา กระบวนการพัฒนาคุณภาพ
1.1 ด้านภาวะผ้นู า การศกึ ษาด้านวิชาการ
1.2 ด้านหลกั การบริหาร
1.3 ด้านการพฒั นาครู ระยะที่ 1 อบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร
1.4 ด้านชมุ ชน ระยะท่ี 2 ศกึ ษาดงู าน
ระยะท่ี 3 ฝึกปฏบิ ตั ิจริง
2. ด้านครูผู้สอน ระยะท่ี 4 นิเทศติดตามผล
2.1 ด้านหลกั สตู ร
2.2 ด้านการจดั การเรียนรู้
2.3 ด้านสื่อและเทคโนโลยี
2.4 ด้านการวดั และประเมนิ ผล
2.5 ด้านการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน
2.6 ด้านการวิจยั และพฒั นาผ้เู รียน

5. การประเมนิ ผล 1. ประเมินประสทิ ธิผลการบริหารงานวชิ าการ โดยผ้มู สี ว่ นได้สว่ นเสยี และผ้ปู กครองหรือชมุ ชน
ในโรงเรียนเครือข่ายทกุ แหง่ เข้ามามีสว่ นร่วม
2. ประเมินผลจากความพงึ พอใจของบคุ คลในเครือขา่ ยทไ่ี ด้มสี ว่ นร่วมในการบริหารงาน
วชิ าการ

6. เง่อื นไข 1. ผ้บู ริหารสถานศกึ ษาท่ีเป็ นเครือข่ายทกุ คนมภี าวะผ้นู า สร้างแรงจงู ใจ รักและศรัทธา
ความสาเร็จ 2. บคุ ลากรในโรงเรียนเครือขา่ ยมสี ว่ นร่วมในการบริหารงานวิชาการโดยใช้รูปแบบเครือขา่ ย
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวชิ าการท่ีมปี ระสิทธิผลของโรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา สงั กดั
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื ้ ฐาน
3.บคุ ลากรในโรงเรียนเครือขา่ ยมคี วามพงึ พอใจและสมคั รใจเข้ามามสี ว่ นร่วมในการบริหารงาน
วิชาการในเครือข่ายโรงเรียน

ภาพท่ี 1 รูปแบบเครือขา่ ยพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวชิ าการของโรงเรียนระดบั ประถมศกึ ษา

136 วารสารวิชาการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ : ปี ท่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558

ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในการนาผลการวจิ ัยไปใช้

1. ควรนารูปแบบเครือข่ายพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั ประถมศึกษา
ไปใช้ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกบั การบริหารเครือข่ายพฒั นา
คุณภาพการศึกษาด้ านวิชาการของโรงเรียนระดับ
ประถมศกึ ษา โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ การนาผลการประเมินไป
พฒั นาและปรับปรุงงาน และการนาบริบทและภมู ิปัญญา
การเรียนรู้ของท้องถ่ินมาบรู ณาการในการจดั การเรียนรู้

2. ควรนาสภาพการดาเนินงานของเครือข่าย
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั
ประถมศึกษา ไปปรับใช้ในการบริหารจดั การศกึ ษาในการ
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั
ประถมศกึ ษาให้มปี ระสทิ ธิภาพมากย่ิงขนึ ้

3. การใช้รูปแบบเครือข่ายพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาด้านวิชาการของโรงเรียนระดบั ประถมศึกษา
ควรดาเนินการตามองค์ประกอบทุกส่วนให้ครบทกุ ด้าน
และครอบคลมุ โดยให้ผ้มู ีสว่ นร่วมปฏิบตั ิตามคู่มือการใช้
รูปแบบให้มากทส่ี ดุ

ข้อเสนอแนะในการวิจยั ครัง้ ต่อไป
1. ควรทดลองใช้ รูปแบบเครื อข่ายพัฒนา

คุณภาพการศึกษาด้ านวิชาการของโรงเรียนระดับ
ประถมศกึ ษา ในทกุ ๆด้าน

2. ควรมีการวิจัยรูปแบบเครื อข่ายพัฒนา
คุณภาพการศึกษาด้ านวิชาการของโรงเรียนระดับ
ประถมศึกษา ท่ีเชื่อมโยงกับการบริหารการศึกษาของ
หน่วยงานทุกระดับที่เกี่ยวข้ องกับการจัดการศึกษา
ของชาติ

วารสารวชิ าการศกึ ษาศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ : ปี ที่ 16 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม – ธนั วาคม 2558 137

บรรณานุกรม

คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื ้ ฐาน, สานกั งาน. (2549). การศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจดั การ
ศกึ ษาท่ีมีประสทิ ธิภาพตามหลักสตู รการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานพุทธศกั ราช 2544. กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พ์ครุ ุสภาลาดพร้าว.

คณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ, สานกั งาน. (2544). ปฏริ ูปการเรียนรู้ผ้เู รียนสาคญั ท่สี ุด. กรุงเทพฯ :
วฒั นาพานชิ .

ธรรมเนยี ม เพช็ รพงษ์. (2547). การศกึ ษาการบริหารแบบมสี ่วนร่วมในงานวชิ าการของบุคลากรใน
สถานศกึ ษา สงั กดั สานักงานการประถมศึกษาจงั หวัดพิจติ ร. ปริญญานิพนธ์การศกึ ษา
มหาบณั ฑติ มหาวิทยาลยั นเรศวร.

ธีระ รุญเจริญ. (2550) ความเป็ นมืออาชพี ในการจดั และบริหารการศึกษาในยคุ ปฏริ ูปการศึกษา (พิมพ์ครัง้ ที่ 4)
กรุงเทพมหานคร.แอล.ที.เพรส.

ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2542). องค์การและการจัดการฉบับมาตรฐาน. กรุงเทพฯ : ธีระฟีลม์ และไซเทก็ ซ์.
สมาน อศั วภมู .ิ “การใช้วจิ ยั พฒั นารูปแบบในวิทยานพิ นธ์ระดบั ปริญญาเอก,” วารสารมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั

อุบลราชธานี. 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2550): 83-84.
สพุ ิทย์ กาญจนพนั ธ์. (2541). รวมศัพท์เทคโนโลยแี ละส่อื สารเพ่ือการศกึ ษา. กรุงเทพฯ : ซเี อ็ดยเู คชน่ั ,
Necciai, R. A., (2013). Implementation of total school cluster grouping : A case study. Doctoral

Dissertation. University of Pittsburgh.


Click to View FlipBook Version