กีฬา Avery Davis ESPORTS
คำ นำ 2022 BY: AARON LOEB หนัง นั สือ สื อิเล็กทรอนิก นิ ส์เ ส์ ล่นนี้เป็น ป็ ส่ว ส่ นหนึ่ง นึ่ ของวิช วิ า พลศึกษา โดยรวบรวมข้อ ข้ มูลที่เกี่ยวกับกีฬา คือ ประวัติ วั ติ และความเป็น ป็ มาของกีฬา หลักและวิธี วิ ก ธี าร เล่น การฝึก ฝึ เทคนิค นิ และทักษะส่ว ส่ นบุคคลในการเล่น การเคลื่อนไหวของร่า ร่ งกาย รวมทั้งกฎและกติกาใน การแข่ง ข่ ขัน ขั ถ้ารายงานเล่มนี้มีข้ มี อ ข้ ผิดพลาดประการ ใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
E-Book สารบัญ บั ฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เทนนิส ฟุตซอล เเบตมินตัน ว่ายน้ำ ตะกร้อ มวยไทย ปิงปอง เบสบอล กรีฑา ฟันดาบ อ้างอิง กีฬา หน้า 4-5 6-7 8-9 10-11 12-13 14-15 16-17 18-19 20-21 22-23 24-25 26-27 28-29 30
1. ฟุตบอล (Football) ประวัติ วั ติ จุดเริ่มริ่ต้นของฟุตบอลที่มีหมีลักฐานอย่า ย่ งเป็น ป็ ทางการ เริ่มริ่ตั้งตั้แต่ ปี ค.ศ. 1863 (พ.ศ. 2406) ที่ประเทศอังกฤษ มีกมีารจัดจัตั้งตั้สมาคมฟุตบอลอังกฤษในปีนั้ปีนนั้และเริ่มริ่มีกมีาร แข่ง ข่ ขันขั ฟุตบอลลีกเป็น ป็ ครั้งรั้แรก ใน ค.ศ. 1888 (พ.ศ. 2431) และเริ่มริ่มีกมีารแข่ง ข่ ขันขั ระหว่า ว่ งประเทศครั้งรั้แรกในปี ค.ศ. 1889 (พ.ศ. 2432) วิธีวิเ ธี ล่น ล่ การทรงตัวเป็น ป็ พื้นพื้ฐานเบื้อบื้งต้นที่มีคมีวามสำ คัญในการฝึกกีฬาทุกทุชนิดนิเพื่อพื่การเคลื่อนไหวได้อ ด้ ย่า ย่ งคล่องแคล่วว่อ ว่ งไว สามารถทำ ให้ก ห้ ารเล่นกีฬาเป็น ป็ ไปอย่า ย่ งต่อเนื่อนื่ง สนุกนุสนานเร้า ร้ใจท่าทางการทรงตัว ที่ผู้เผู้ล่นฟุตบอลควรฝึกหัดหัมีดัมีงดันี้ 1. ทำ การทรงตัวและจังจัหวะการใช้เ ช้ ท้าทั้งทั้บนพื้นพื้ดินดิและในอากาศ 2. การถ่ายน้ำ หนักนัตัวไปสู่เสู่ ท้าหลัก เมื่อมื่มีกมีารครอบครองลูกลูเตะลูกลูหรือรืเลี้ยงลูกลูฟุตบอล 3. การวิ่งวิ่ตามแบบของฟุตบอล เช่น ช่ วิ่งวิ่ไปที่มุมสนาม วิ่งวิ่หาช่อ ช่ งว่า ว่ ง วิ่งวิ่ตัดกันเพื่อพื่หลอกคู่ต่คู่ต่ อสู้ 4. การวิ่งวิ่ซิกซิแซ็ก ซ็ เพื่อพื่การหลบหลีกเมื่อมื่เลี้ยงหรือรืครอบครองลูกลู (จังจัหวะการทรงตัวในการเลี้ยงบอลและหลบหลีกคู่ต่คู่ต่ อสู้)สู้ มารยาทการเล่น 1. มีคมีวามรักรัและความสามัคมัคีในหมู่ค มู่ ณะ เอื้อเฟื้อฟื้เผื่อผื่แผ่ช่ ผ่ ว ช่ ยเหลือกัน 2. มีน้ำมีน้ำ ใจนักนักีฬา แสดงการขอโทษเมื่อมื่รู้ว่รู้า ว่ ตนเองกระทำ ผิดผิรู้จัรู้กจั ให้อ ห้ ภัยเมื่อมื่เพื่อพื่นผิดผิพลาด รู้จัรู้กจัแพ้เ พ้ มื่อมื่ ตนเองมีคมีวามสามารถและฝีมือมื ไม่ม ม่ ากนักนั 3. มีคมีวามรับรัผิดผิชอบในหน้า น้ ที่ของตนตามที่ได้รั ด้ บรัมอบหมาย 4. ปฏิบัติบั ติามกฎกติกาการเล่นโดยเคร่ง ร่ ครัดรั 5. เชื่อชื่ฟังฟัการตัดสินสิของผู้ตัผู้ ตัดสินสิ โดยไม่แ ม่ สดงกิริยริาที่ไม่เ ม่ หมาะสมแก่ผู้ตัผู้ ตัดสินสิ ในการตัดสินสิ ไม่ก ม่ ระทำ การใดๆ อันเป็นการยั่วยั่ยุหรือรืกลั่นลั่แกล้งผู้เผู้ล่นฝ่ายตรงข้า ข้ ม 6. มีคมีวามอดทน เสียสีสละ 7. กล้าตัดสินสิ ใจ แสดงความคิดเห็น ห็ และแสดงออกในสิ่งสิ่ที่ถูกถูต้อง 8. มีคมีวามสุภสุาพเรียรีบร้อ ร้ ย ปฏิบัติบั ตินอยู่ใยู่ นระเบียบีบประเพณีที่ณี ที่ ดีงดีาม
บริเวณที่ใช้การเล่นฟุตบอลซึ่งเป็นสนามรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและมีพื้นสนามเป็น หญ้า โดยบนสนามจะมีเส้นสีขาวแสดงถึงขอบเขตของสนาม โดยเส้นสี่เหลี่ยม รอบนอกจะเป็นเส้นขอบสนาม ซึ่งเมื่อลูกฟุตบอลยังอยู่บนเส้นหรือลอยเหนือ เส้น ยังถือว่าลูกฟุตบอลอยู่ในสนาม ยกเว้นแต่ว่าลูกฟุตบอลทั้งลูกออก ภายนอกเส้น เช่นเดียวกับการทำ ประตู ถ้าลูกฟุตบอลยังคงอยู่เหนือเส้นยังไม่ ถือว่าเป็นประตู วงกลมตรงกลางสนามจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน โดย ลูกฟุตบอลจะถูกวางไว้ตรงจุดศูนย์กลางของวงกลม สำ หรับกรอบสี่เหลี่ยมที่ อยู่ปลายทั้งสองข้างของสนามคือ กรอบเขตโทษ และจะมีจุดโทษอยู่ภายใน สำ หรับวางตำ แหน่งของลูกฟุตบอลใน การยิงลูกโทษ สนามฟุตบอล
ทีมที่ได้เสิร์สิฟร์จะต้องให้ผู้เผู้ล่นที่อยู่ใยู่ นตำ แหน่ง น่ ขวาหลัง เป็น ป็ ผู้เผู้สิร์สิฟร์เพื่อพื่เปิดปิเกม จากนั้นนั้ผู้เผู้ล่นทุกทุตำ แหน่ง น่ จะ ขยับยัตำ แหน่ง น่ วนไปตามเข็ม ข็ นาฬิกา -การเสิร์สิฟร์จะต้องรอฟังฟัสัญสัญาณนกหวีดวีก่อน และให้เริ่มริ่เสิร์สิฟร์ลูกลูบอลภายใน 5 วินวิาที -ทีมที่ได้คะแนนจะเป็น ป็ ผู้ไผู้ด้เสิร์สิฟร์จนกว่า ว่ จะเสียสีคะแนนให้ฝ่า ฝ่ ยตรงข้า ข้ มจึงจึจะเปลี่ยนเสิร์สิฟร์ -เมื่อมื่ลูกลูเข้า ข้ มาในเขตแดนของทีม จะสามารถเล่นบอลได้มากที่สุดสุ 3 ครั้งรั้เท่านั้นนั้ -สามารถบล็อคลูกลูบอลจากฝ่า ฝ่ ยตรงข้า ข้ มที่หน้า น้ ตาข่า ข่ ยได้ แต่หากผู้เผู้ล่นล้ำ เข้า ข้ไปในแดนของฝ่า ฝ่ ยตรงข้า ข้ มจะ ถือว่า ว่ ฟาวล์ -สามารถขอเวลานอกได้ 2 ครั้งรั้ต่อ 1 เซต ให้เวลาครั้งรั้ละ 30 วินวิาที -ทุกทุครั้งรั้ที่แข่ง ข่ ขันขัจบ 1 เซต จะต้องมีกมีารเปลี่ยนฝั่งฝั่ 2. วอลเลย์บ ย์ อล (WALL LA BALL) ประวัติ วั ติ กีฬาวอลเลย์บย์อล (Volleyball) นั้นนั้ถือกำ เนิดนิขึ้นขึ้ตั้งตั้แต่ปี ค.ศ.1895 (พ.ศ.2438) โดย นายวิลวิเลียม จี.จี มอร์แร์กน (William G. Morgan) ผู้อำผู้ อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. (Young Men's Christian Association) ประเทศสหรัฐรัอเมริกริา ที่ต้องการมีกีมี กีฬาสำ หรับรัเล่นในช่ว ช่ งฤดูหดูนาว แทนกีฬา กลางแจ้ง จ้ เพื่อพื่ออกกำ ลังกายและพักพัผ่อ ผ่ นหย่อ ย่ นใจยามหิมหิะตก วิธีวิเ ธี ล่น ล่ มารยาทการเล่น ๑. แสดงความยินยิดีด้ดีว ด้ ยการปรบมือมื ให้แ ห้ ก่ผู้เผู้ล่นที่เล่นดี มีมมีารยาทดี ๒. ไม่เ ม่ ชียชีร์ใร์น สิ่งสิ่ที่เป็น ป็ การเสียสีดสีใสีนทางไม่ดี ม่ ต่ดี ต่ อทีมใดทีมหนึ่งนึ่ ๓. ไม่ก ม่ ระทำ ตัวเป็น ป็ ผู้ตัผู้ ตัดสินสิเสียสีเอง เช่น ช่ การตะโกนด่า ด่ ว่า ว่ ผู้ตัผู้ ตัดสินสิเป็น ป็ ต้น ๔. ไม่ กระทำ สิ่งสิ่ใด ๆ ที่ทำ ให้ผู้ ห้ ตัผู้ ตัดสินสิหรือรืเจ้า จ้ หน้า น้ ที่อื่น ๆ ปฏิบัติบั ติงานไม่ส ม่ ะดวก
สนามวอลเลย์บอล ขนาดสนาม ยาว 18 เมตร กว้าง 9 เมตร ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งแดนด้วยตาข่าย ทำ ให้เกิดพื้นที่แดนละ 9×9 เมตร พื้นที่โล่ง พื้นที่โล่งเหนือสนามควรสูงอย่างน้อย 7 เมตร แต่แนะนำ ที่สูง 8 เมตร ส่วนพื้นที่โล่งรอบสนาม ควรกว้างอย่างน้อย 3 เมตรขึ้นไป ในการแข่งขันระดับโลกหรือที่เป็นทางการมักกำ หนดพื้นที่โล่งเหนือ สนามที่ 12.5 เมตร ด้านข้าง 5 เมตร ด้านหลัง 6.5 เมตร สีพื้นสนาม สีพื้นสนามต้องเป็นสีอ่อนและสีแตกต่างกับพื้นที่โล่งรอบสนาม ตาข่าย กว้าง 1 เมตร ขึงเหนือเส้นกลางสนาม แถบบนของตาข่ายกว้าง 7 ซม. ประเภทชาย ส่วนบนของตาข่ายจะสูงจากพื้นสนาม 2.43 เมตร (8 ฟุต) ประเภทหญิง ส่วนบนของตาข่ายจะสูงจากพื้นสนาม 2.24 เมตร (7 ฟุต 4 นิ้ว) เส้นขอบสนาม เป็นเส้นสีขาวรอบพื้นที่สนาม กว้าง 2 นิ้ว (5 ซม.) ประกอบด้วยเส้นข้างและเส้นหลัง ถือ เป็นเส้นแสดงขอบเขตและเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สนาม หากบอลตกบนเส้นนี้จะถือว่าลงพื้นที่ในสนาม เส้นรุก หรือเส้น 3 เมตร เป็นเส้นที่ขนานกับตาข่าย โดยห่างจากตาข่าย 3 เมตรทั้งสองแดน เส้นนี้จะแบ่ง แดนแต่ละฝั่งออกเป็นแดนหน้ากับแดนหลัง เป็นเส้นกำ หนดขอบเขตการโจมตีของผู้เล่นแดนหลัง เส้นจำ กัดขอบเขตผู้ฝึกสอน เป็นเส้นประที่วาดต่อจากเส้นรุกออกไปด้านข้างยาว 1.75 เมตร แล้วจึงลาก ตั้งฉากโดยขนานไปกับเส้นข้างจนสุดเส้นหลังของสนาม เสาอากาศ เป็นเสาที่ติดอยู่ข้างตาข่ายทั้ง 2 ด้านและอยู่เหนือเส้นข้างของสนาม เสาสูง 1.8 เมตร เส้น ผ่านศูนย์กลาง 10 มม. เสาอากาศมักมีแถบสีแดงสลับขาว เสาอากาศจะยื่นขึ้นไปด้านบนนับจากด้านบน ตาข่าย 80 ซม. เพื่อแสดงสมมติฐานแนวเพดานของเส้นข้าง บอลจะข้ามตาข่ายอย่างถูกต้องก็ต่อเมื่อ บอลผ่านระหว่างเสาอากาศทั้ง 2 ด้านและไม่สัมผัสโดนเสาอากาศ อุณหภูมิ อุณหภูมิภายในสนามไม่ควรต่ำ กว่า 10 องศาเซลเซียส ส่วนการแข่งขันระดับโลกหรือที่เป็น ทางการมักกำ หนดอุณหภูมิอยู่ในช่วง 16–25 องศาเซลเซียส แสง การแข่งขันระดับโลกหรือที่เป็นทางการมักกำ หนดที่ 1,000–1,500 ลักซ์โดยวัดที่ระดับจากพื้น สนามขึ้นมา 1 เมตร
3.บาสเกตบอล (BAS GET BALL) ประวัติ วั ติ เป็น ป็ กีฬาประจำ ชาติอเมริกัริ กัน ถูกถูคิดขึ้นขึ้เพื่อพื่ต้องการช่ว ช่ ยเหลือบรรดาสมาชิกชิ Y.M.C.A. ได้เ ด้ ล่น กีฬาในฤดูหดูนาว เนื่อนื่งจากในช่ว ช่ งฤดูหดูนาวสภาพพื้นพื้ภูมิภูปมิระเทศโดยทั่วทั่ๆไป ถูกถูหิมหิะปกคลุมลุอัน เป็น ป็ อุปสรรคในการเล่นกีฬากลางแจ้ง จ้ เช่น ช่ อเมริกัริ กันฟุตบอล เบสบอล คณะกรรมการสมาคม วิธีวิเ ธี ล่น 1. ผู้เผู้ล่นห้ามถือลูกลูบอลแล้ววิ่งวิ่ 2. ผู้เผู้ล่นจะส่ง ส่ บอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มื ช้ อมืเดียวหรือรืสองมือมืก็ได้ 3. ผู้เผู้ล่นจะเลี้ยงบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มื ช้ อมืเดียวหรือรืสองมือมืก็ได้ 4. ผู้เผู้ล่นต้องใช้มื ช้ อมืทั้งสองเข้า ข้ ครอบครองบอล ห้ามใช้ร่ ช้ า ร่ งกายช่ว ช่ ยในการครอบครองบอล 5. ในการเล่นจะใช้ไช้ หล่กระแทก หรือรื ใช้มื ช้ อมืดึง ผลัก ตี หรือรืทำ การใดๆให้ฝ่า ฝ่ ยตรงข้า ข้ มล้มลงไม่ ได้ ถ้าผู้เผู้ล่นฝ่า ฝ่ ฝืนฝืถือเป็น ป็ การฟาวล์ 1 ครั้งรั้ถ้า ฟาวล์ 2 ครั้งรั้หมดสิทสิธิ์เธิ์ล่น จนกว่า ว่ ฝ่า ฝ่ ยหนึ่งนึ่ ฝ่า ฝ่ ยใดทำ ประตูกัตูกันได้จึงจึจะกลับมาเล่นได้อีก ถ้าเกิดการบาดเจ็บ จ็ ระหว่า ว่ งการแข่ง ข่ ขันขัจะไม่มี ม่ กมีาร เปลี่ยนตัวผู้เผู้ล่น 6. ห้ามใช้ข ช้ าหรือรืเท้าแตะลูกลูถือเป็น ป็ การฟาวล์ 1 ครั้งรั้ 7. ถ้าฝ่า ฝ่ ยหนึ่งนึ่ฝ่า ฝ่ ยใดทำ ฟาวล์ติดต่อกัน 3 ครั้งรั้ ให้อีกฝ่า ฝ่ ยหนึ่งนึ่ได้ประตู 8. ประตูที่ตูที่ ทำ ได้หรือรืนับนัว่า ว่ ได้ประตูนั้ตูนนั้ต้องเป็น ป็ การโยนบอลให้ลงตะกร้า ร้ ฝ่า ฝ่ ยป้อ ป้ งกันจะไปยุ่ง ยุ่ เกี่ยวกับประตูไตูม่ไม่ ด้เด็ดขาด มารยาทการเล่น ๑. การโยนลูกจะใช้มือเดียวหรือสองมือโดยไปในทิศทางใดก็ได้ ๒. การตีลูกจะใช้มือเดียวหรือสองมือตีไปทิศทางใดก็ได้ ๓. ผู้เล่นจะพาลูกบอลวิ่งไม่ได้ และต้องส่งตรงจุดรับลูกบอล ยกเว้นขณะที่วิ่ง มารับลูกด้วย ความเร็วให้เคลื่อนไหวได้เล็กน้อย ๔. ต้องจับลูกบอลด้วยมือทั้งสองข้าง โดยไม่ให้ใช้ส่วนอื่นของร่างกาย ๕ . การเล่นจะชนคือผลักหรือทำ ให้ฝ่ายตรงข้ามล้ม ถือว่าฟาวล์หนึ่งครั้ง ถ้า ฟาวล์ครั้งที่สอง ให้ออกจากการแข่งขัน จนกว่าจะมีผู้เล่น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยิงประตูได้ จึงจะกลับมาเล่นได้อีก ถ้าเกิดการบาดเจ็บขณะเล่นไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนตัว ๖. การทุบด้วยกำ ปั้นถือว่าผิดกติกาให้ปรับเช่นเดียวกับ ข้อ 5
เส้นขอบสนาม สนามแข่งขันต้องมีเส้นขอบสนามอย่างชัดเจน โดยทุกจุดต้องมีระยะห่างจากคนดู ป้าย โฆษณา หรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ อย่างน้อย 2 เมตร เส้นขอบสนามทางด้านยาวมีชื่อเรียกว่า เส้นข้าง และเส้นขอบสนามทางด้านสั้นมีชื่อเรียกว่า เส้นหลัง เส้นต่างๆ ที่กล่าวในข้อนี้ และในข้ออื่นๆ จะ ต้องเห็นได้อย่างชัดเจน และมีขนาดกว้าง 5 เซนติเมตร วงกลมกลาง วงกลมกลางต้องมีรัศมี 1.80 เมตร และอยู่ที่กลางสนาม ให้วัดรัศมีจากขอบนอกของเส้นรอบวง เส้นกลาง แดนหน้า และแดนหลัง เส้นกลางต้องลากให้ขนานกับเส้นหลังจากจุดกึ่งกลางของเส้นข้าง และต้องยื่นเลยเส้น ข้างออกไปอีกข้างละ 15 เซนติเมตร แดนหน้าของทีม คือส่วนของสนามระหว่างเส้นหลังที่อยู่ด้าน หลังของห่วงประตูของคู่แข่งขันกับขอบด้านใกล้ของเส้น กลาง สำ หรับส่วนที่เหลือของสนามรวม ทั้งเส้นกลางคือ แดนหลังของทีม สนามบาสเกตบอล
4.เทนนิส (TENNIS) ประวัติ ประมาณศตวรรษที่ 13 ประเทศฝรั่งเศสมีการเล่นเกมส์ซึ่งเป็นต้นกำ เนิดของกีฬาเทนนิส เรียกว่า Le Jeu Du Paume (เจอเดอปูม) หรือเป็นภาษาอังกฤษว่า The Game of the Palm (เกมส์ของฝ่ามือ) เป็นกีฬาของชนชั้นสูงที่เล่นในร่มโดยใช้ฝ่ามือตีลูกบอลทรง กลม หลังจากนั้นจึงมีการใช้เเร็คเก็ตเเทนฝ่ามือ วิธีเล่น เป็นกีฬาที่เล่นในร่มหรือกลางแจ้ง แบ่งเป็น 2 ฝ่ายแข่งกัน โดยมีผู้เล่นในประเภท เดี่ยวฝ่ายละ 1 คน และผู้เล่นในประเภทคู่ฝ่ายละ 2 คน ใช้ไม้เทนนิสตีส่งลูกไปมา เหนือตาข่ายภายในเขตที่กำ หนด โดยพยายามตีลูกให้ลงในแดนคู่แข่ง จนคู่แข่ง ไม่สามารถตีลูกกลับมาลงในแดนของเราได้ มารยาทการเล่น 1.ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อเทนนิส 2.เรียนรู้กติกาการเล่น 3.ต้องแต่งกายสุภาพและถูกต้องกับกฎกติกาของสนาม ปัจจุบันสโมสรส่วนใหญ่จะ เน้นเฉพาะให้สวมรองเท้าเทนนิส 4.เตรียมอุปกรณ์การเล่นของตัวเองให้พร้อม 5.แสดงกริยา วาจาสุภาพเรียบร้อย รู้จักกล่าวคำ ขอโทษ ขอบคุณ และชมเชย ผู้ร่วม เล่นเสมอ 6.ควรลงสนามตามลำ ดับ มาก่อน-หลัง (ตามคิว) และควรเปิดโอกาสให้เด็ก สตรีและ ผู้สูงอายุ เข้าร่วมเล่นบ้างในบางโอกาส เพื่อสังคมและส่งเสริมเยาวชน 7.ไม่ควรหน่วงเหนี่ยวการกระทำ เพื่อให้เกิดความล่าช้าในการเล่นต่อคู่แข่งขัน หรือ เมื่อมีสมาชิกหลายคนกำ ลังรอลงเล่น 8.ไม่ควรนำ เครื่องดื่มของมึนเมาเข้าไปดื่มในสนามเทนนิส 9.ไม่ควรก้าวหรือกระโดข้ามตาข่าย ในขณะเปลี่ยนแดนหรือเก็บลูกบอล 10.เล่นด้วยความเต็มใจ และเต็มความสามารถ โดยให้ความสนใจกับเกมการเล่น
สนามเทนนิส ยาว 23.77 เมตร (78 ฟุต) กว้าง 8.23 เมตร (27 ฟุต) สำ หรับประเภทผู้เล่นเดี่ยว ยาว 23.77 เมตร (78 ฟุต) กว้าง 10.97 เมตร (36 ฟุต) สำ หรับประเภทผู้เล่นคู่ เส้นสนาม แก้ไข เส้นหลัง หรือ เส้นท้ายสนาม (baseline) เป็นเส้นแนวนอน อยู่ด้านหลังสุดของสนามของแต่ละฝ่าย และ จะมีขีดกลาง (center mark) อยู่ตรงกึ่งกลางของเส้นหลัง เส้นข้าง (sideline) เป็นเส้นแนวตั้งด้านซ้ายและขวาของขอบสนาม ทอดไปตามความยาวของสนาม ซึ่ง จะเป็นตัวกำ หนดขอบเขตความกว้างของพื้นที่สนาม ในการเล่นประเภทเดี่ยวจะใช้เส้นข้างด้านใน (single sideline) ส่วนการเล่นประเภทคู่จะใช้เส้นข้างด้านนอก (double sideline) เส้นเสิร์ฟ (service line) เป็นเส้นแนวนอนขีดแบ่งพื้นที่ในสนามของแต่ละฝ่ายออกเป็นด้านหน้าและ ด้านหลัง เส้นอยู่ห่างจากตาข่าย 6.40 เมตร (21 ฟุต) เส้นเสิร์ฟกลาง (center service line) เป็นเส้นกลางสนามทอดตั้งฉากในแนวตั้งกับเส้นเสิร์ฟ ทำ ให้ เกิดกรอบพื้นที่เสิร์ฟ (service box) ฝ่ายละ 2 ด้าน คือ กรอบด้านซ้ายของแต่ละฝ่ายเรียกว่า Advantage court กับกรอบด้านขวาของแต่ละฝ่ายเรียกว่า Deuce court ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะอยู่ชิด ตาข่าย โดยผู้เล่นที่เสิร์ฟจะต้องเสิร์ฟลูกให้ลงในกรอบพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้จะต้องเสิร์ฟลูกให้ลง ด้านซ้ายหรือขวาจะขึ้นอยู่กับคะแนนที่เล่นในขณะนั้น เมื่อบอลตกสัมผัสเส้นถือว่าบอลสัมผัสพื้นที่ว่างภายในเส้นนั้น ตาข่าย (เน็ต) แก้ไข ขึงไว้กึ่งกลางสนามในแนวขวางตลอดความกว้างของสนาม เพื่อแบ่งสนามออกเป็น 2 ฝั่งเท่ากัน ความสูงของตาข่ายตรงกึ่งกลางสูง 0.914 เมตร (3 ฟุต) ส่วนตาข่ายบริเวณเสาสูง 1.07 เมตร (3.5 ฟุต) เสาตาข่ายเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 15 ซม. (6 นิ้ว) และสูงไม่เกิน 2.5 ซม. (1 นิ้ว) จากด้านบนของตาข่าย เสาอยู่ห่างจากเส้นข้างด้านนอก 0.91 เมตร (3 ฟุต) แถบด้านบนของตาข่ายกว้าง 5-6.35 ซม. (2-2.5
5. ฟุต ฟุ ซอล (FUTSAL) ประวัติ ลักษณะการเล่นเหมือนฟุตบอล แต่เป็นการเล่นในร่ม โดยสหพันธ์ฟุตบอลระหว่าง ประเทศ (ฟีฟ่า) เป็นองค์กรที่ควบคุมการเล่นฟุตซอลทั่วโลก ชื่อ ฟุตซอล มาจากวลีใน ภาษาโปรตุเกสว่า ฟูตึบอลดึซาเลา (futebol de salão) และในภาษาสเปนว่า ฟุตโบล ซาลา (fútbol sala) ซึ่งวลีทั้งสองหมายถึง "ฟุตบอลที่เล่นในห้อง" วิธี วิธี การเล่น 1. ทำ การทรงตัวและจังหวะการใช้เท้าทั้งบนพื้นดินและในอากาศ 2. การถ่ายน้ำ หนักตัวไปสู่เท้าหลัก เมื่อมีการครอบครองลูก เตะลูกหรือเลี้ยงลูก ฟุตบอล 3. การวิ่งตามแบบของฟุตบอล เช่น วิ่งไปที่มุมสนาม วิ่งหาช่องว่าง วิ่งตัดกันเพื่อ หลอกคู่ต่อสู้ 4. การวิ่งซิกแซ็ก เพื่อการหลบหลีกเมื่อเลี้ยงหรือครอบครองลูกวามในส่วนเนื้อหา เล็กน้อย มารยาทการเล่น 1.มีความรักและความสามัคคีในหมู่คณะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน 2.มีน้ำ ใจนักกีฬา แสดงการขอโทษเมื่อรู้ว่าตนเองกระทำ ผิด 3.รู้จักให้อภัยเมื่อเพื่อนผิดพลาดรู้จักแพ้เมื่อตนเองมีความสามารถและฝีมือไม่มากนัก 4.มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติตามกฎกติกาการเล่นโดยเคร่งครัด
สนามแข่งขันต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวของเส้นข้างต้องยาวกว่าความยาวของเส้นประตู ความยาวต่ำ สุด 25 เมตร สูงสุด 42 เมตร ความกว้างต่ำ สุด 15 เมตร สูงสุด 25 เมตร การแข่งขันระหว่างชาติ (International Matches) ความยาวต่ำ สุด 38 เมตร สูงสุด 42 เมตร ความกว้างต่ำ สุด 18 เมตร สูงสุด 22 เมตร การทำ เส้นสนามแข่งขัน (Pitch Markings) สนามแข่งขันประกอบด้วยเส้นต่างๆเส้นเหล่านั้นเป็นพื้นที่ของเขตนั้นๆ เส้นด้านยาวสองข้าง เรียกว่า เส้นข้าง (Touch Line) เส้นด้านสั้นสองเส้น เรียกว่า เส้นประตู (Goal Line)เส้นทุกเส้นต้องมีความกว้าง 8 เซนติเมตร สนามแข่งขันแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่าๆกัน โดยมีเส้นแบ่งแดน (A Halfway Line) ที่กึ่งกลางของเส้นแบ่งแดน มีจุดกึ่งกลางสนาม (Center Mark) และวงกลมรัศมี 3 เมตรล้อมรอบจุดนี้ไว เขตโทษ (The Penalty Area) เขตโทษทำ ไว้ตรงส่วนท้ายของสนามแต่ละด้าน ดั้งนี้ ให้วัดจากด่านนอกเสาประตูทั้งสองข้าง ออกไปตามแนวเส้นประตูข้างละ 6 เมตร เขียนส่วนโค้งซึ้งมีรัศมี 6 เมตรเข้าไปใน พื้นที่สนามแข่งขัน จนปลายของส่วนโค้งสัมผัสกับเส้นขนานที่ตั้งฉากกับเส้นประตู ระหว่างเสาประตูทั้งสองข้างมีความ ยาว 3.16 เมตร พื้นที่ภายในเขตเส้นเหล่านี้และเส้นประตูล้อมรอบ เรียกว่า เขตโทษ สนามฟุตซอล
วิธีเล่น 1. การออกนอกเส้น มีการกำ หนดเส้นออกแต่งต่างกันในกรณีเล่นเดี่ยวและเล่นคู่ 2. การเสิร์ฟลูก ตามกติกา ที่ถูกต้อง คือ 1. หัวไม้ขณะสัมผัสลูกต้องต่ำ กว่าข้อมืออย่างเห็นได้ชัด 2. หัวไม้ขณะสัมผัสลูกต้องต่ำ กว่าเอวอย่างเห็นได้ชัด 3. ผู้เล่นต้องไม่ถ่วงเวลา หรือเสริฟช้า หรือเสริฟ 2 จังหวะ การเสริฟ ต้องเสริฟไปด้วยจังหวะเดียว 4. ขณะเสิร์ฟ ส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าทั้ง 2 ข้างต้องสัมผัสพื้นตลอดเวลา 5. การเสิร์ฟลูกที่ถูกต้อง ต้องให้แร็กเก็ตสัมผัสกับหัวลูกก่อน หากโดนขนก่อนถือว่าผิดกติกา 3. ขณะตีลูกโต้กัน ห้ามนำ ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายหรือไม้แบดไปสัมผัสกับเน็ท 4. ห้ามตีลูกที่ฝั่งตรงข้ามโต้กลับมาในขณะที่ลูกยังไม่ข้ามเน็ทมายังแดนเรา(Over net) 6.เเบตมินตัน (BEDMINTON) ประวัติ จอห์น ลอเรน บอลด์วิน ผู้ริเริ่มกีฬาแบดมินตันขึ้นเป็นครั้ง แรกโดยจัดการเล่นที่ คฤหาสน์แบดมินตัน (Badminton House) ในปราสาทของท่านดยุค แห่งบิวฟอร์ด ในกลอสเตอร์ ชาร์ ประเทศอังกฤษ บอลด์วินมีความคิดริเริ่มเมื่อใดไม่ปรากฏ แน่ชัด แต่ว่ากันประมาณ 60 ปีกว่าของคริสต์ศตวรรษที่แล้ว มารยาทในการเล่น 1. ผู้แข่งขันต้องตระหนักอยู่เสมอว่าผู้เข้าแข่งขันเป็นนักกีฬาสมัครเล่น ซึ่งต้องมีน้ำ ใจเป็นนักกีฬา อยู่เสมอ และพร้อมที่จะให้อภัยแกความผิดพลาดทุกโอกาส โดยไม่คำ นึงถึงผลแพ้ชนะเป็นสำ คัญ จนเกินไป 2. ผู้เข้าแข่งขันแต่งกายด้วยชุดกีฬาสีขาว สะอาด เรียบร้อย 3. ยิ้มแย้มแจ่มใสต่อคู่แข่งขันแสดงออกถึงมิตรภาพความสุภาพ อ่อนโยนด้วยการสัมผัสมือ หรือ เปิดโอกาสให้คู่แข่งขันได้วอร์ม รวมทั้งไม่เอาเปรียบคู่ต่อสู้หรือคู่แข่งขันในการเสี่ยง ให้โอกาสคู่ ต่อสู้เป็นผู้นำ การเลือกเสี่ยงก่อน 4. ไม่แสดงกริยาที่ไม่ดีเมื่อทำ เสียเอง ด้วยท่าทางหรือคำ พูด รวมทั้งการกล่าวตำ หนิผู้เล่นฝ่าย เดียวกัน 5. ใช้คำ พูดที่สุภาพในการแข่งขัน 6. การถามข้อสงสัย หรือถามคะแนนต่อผู้ตัดสินในระหว่างการแข่งขันควรจะใช้ถ้อยคำ ที่สุภาพ
สนามจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยเส้นกว้างขนาด 40 มิลลิเมตร ตามภาพ เส้นทุกเส้นต้องเด่นชัด และควรทาสีขาวหรือสีเหลือง เสาตาข่ายจะต้องสูง 1.55 เมตร จากพื้นสนาม และตั้งตรงเมื่อขึงตาข่ายให้ตึง ตามมาตรฐานกำ หนด โดยที่จะต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของเสายื่นเข้ามาในสนาม (เฉพาะรายการที่ รับรองโดย IBF จะต้องใช้ระเบียบ จนกระทั่ง 1 สิงหาคม 2547 ทุกรายการที่แข่งขันจะต้องยึดตามระเบียบนี้) ตาข่ายจะต้องถักด้วยเส้นด้ายสีเข้มและมีขนาดตากว้างไม่น้อยกว่า 15 มิลลิเมตร และไม่เกิน 20 มิลลิเมตร ตาข่ายต้องมีความกว้าง 760 มิลลิเมตร และความยาวอย่างน้อย 6.1 เมตร ขอบบนของตาข่าย ต้องมีแถบผ้าสีขาวพับสองขนาดกว้าง 75 มิลลิเมตร ทับบนเชือกหรือลวด ที่ร้อยตลอดแถบผ้าสีขาว สนามเเบตมินตัน
หายใจ : เป็นเรื่องสำ คัญมาก การหายใจในน้ำ หากคุณไม่รู้จักทักษะการหายใจใต้น้ำ ทรงตัว และเคลื่อนไหวตัวใต้น้ำ จะเป็นอันตรายต่อร่างกายคุณเป็นอย่างมาก ควบคุมสติ : เมื่อตัวเราลงน้ำ สิ่งแรกที่ควรทำ เลยคือตั้งสติ หากคุณไม่มีสติในการว่ายน้ำ อาจ ทำ ให้คุณเกิดความกลัวและความกังวลและทำ ให้ขั้นตอนว่ายน้ำ นั้นไม่เป็นไปตามขั้นตอน ห้ามเกร็ง : สิ่งที่ไม่ควรทำ เลยคือ เกร็งตัวในน้ำ เพราะมันจะทำ ให้คุณเป็นตะคิวและจมน้ำ ได้ ถือว่าอันตรายมาก หากรู้ว่าเมื่อลงน้ำ แล้วเกร็งก็ไม่ควรลงเป็นเด็ดขาด ลอยตัวบนน้ำ : เมื่อเริ่มลงสระควรจะลงไปฝึกลอยตัวบนน้ำ เพื่อผ่อนคลาย คลายความเครียด และความกลัว ให้รู้สึกสบายตัว ถึงจะเริ่มทำ เป็นท่าได้ วางท่าในน้ำ : เมื่อคุณเริ่มว่ายน้ำ ก็ควรจะตั้งหลักการวางท่าใต้น้ำ ให้ดีเสียก่อน อย่าเกร็ง ค่อยๆทำ เมื่อจัดท่าในน้ำ เสร็จแล้วก็ลองเริ่มเตะขาใต้น้ำ เพื่อไม่ให้ตัวจม 7.ว่ายน้ำ (swim) ประวัติ ประวัติกีฬาว่ายน้ำ เริ่มมีการแข่งขันครั้งแรก พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) ที่วูลิช บาร์ท ใกล้กับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยกติกาการแข่งขันจะว่าย แบบใดก็ได้ ขอให้ถึงเส้นชัยเป็นพอ และหลังจากการแข่งขันครั้งนี้จบลง ประชาชนก็สนใจกีฬาว่ายน้ำ มากขึ้น จนถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกครั้ง แรก เมื่อปี พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) จวบจนทุกวันนี้ วิธีการเล่น มารยาทในการเล่น ห้ามปัสสาวะ บ้วนน้ำ ลาย เสมหะ สั่งน้ำ มูก ลงในสระน้ำ หรือ บริเวณพื้นสระว่ายน้ำ ในบริเวณสระว่ายน้ำ ไม่อนุญาตให้สวม รองเท้า นอกจากมีรองเท้าประจำ สระว่ายน้ำ ห้ามนำ สัตว์ทุกชนิด เข้ามาในบริเวณสระว่ายน้ำ ห้ามนำ อาหารมารับประทานหรือดื่ม บริเวณสระว่ายน้ำ 67%
สระว่ายน้ำ ขนาดสระว่ายน้ำ ในสระว่ายน้ำ สากลจะมีความกว้าง 25 เมตร ความยาว 50 เมตร และมีลู่สำ หรับการ ว่ายทั้งหมด 8 ลู่หรือ 8 ช่องสำ หรับการแข่งขัน แต่ละลู่กว้างประมาณ 7-9 ฟุต โดยปกติ ในบ้านเราจะมีไม่กี่ที่เท่านั้นที่ได้มาตรฐานสากลของสระว่ายน้ำ มในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
8.เซปักตะกร้อ (Sepak Takraw) ประวัติ ในสมัยโบราณนั้นประเทศไทยเรามีกฎหมายและวิธีการลงโทษผู้กระทำ ความผิด โดยการนำ เอา นักโทษใส่ลงไปในสิ่งกลมๆที่สานด้วยหวายให้ช้างเตะ แต่สิ่งที่ช่วยสนับสนุนประวัติของตะกร้อได้ดี คือ ในพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาของรัชกาลที่ 2 ในเรื่องมีบางตอนที่กล่าวถึงการเล่นตะกร้อ และที่ ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเขียนเรื่องรามเกียรติ์ ก็มีภาพการเล่นตะกร้อ แสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ โดยภูมิศาสตร์ของไทยเองก็ส่งเสริมสนับสนุนให้เราได้ทราบประวัติของตะกร้อ คือประเทศของเรา อุดมไปด้วยไม้ไผ่ หวายคนไทยนิยมนำ เอาหวายมาสานเป็นสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงการละเล่นพื้น บ้านด้วย อีกทั้งประเภทของกีฬาตะกร้อในประเทศไทยก็มีหลายประเภท เช่น ตะกร้อวง ตะกร้อลอด ห่วง ตะกร้อชิงธงและการแสดงตะกร้อพลิกแพลงต่างๆ ซึ่งการเล่นตะกร้อของประเทศอื่นๆนั้นมี การเล่นไม่หลายแบบหลายวิธีเช่นของไทยเรา การเล่นตะกร้อมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาตาม ลำ ดับทั้งด้านรูปแบบและวัตถุดิบในการทำ จากสมัยแรกเป็นผ้า , หนังสัตว์ , หวาย , จนถึงประเภท สังเคราะห์ ( พลาสติก ) วิธีการเล่น 1. การเดาะลูกด้วยหลังเท้า ปลายเท้าที่เดาะลูกจะกระดกขึ้นและลูกตะกร้อจะถูกหลังเท้าค่อนไป ทางปลายเท้าบริเวณโคนนิ้วเท้าทั้งห้าใช้ปลายเท้าตวัดลูกตะกร้อให้ลอยขึ้นมาตรง ๆ 2. ยกเท้าที่เดาะลูกให้ต่ำ ที่สุดเท่าที่จะทำ ได้ 3. ขณะที่เดาะลูกควรก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย 4. ควรฝึกเดาะลูกตะกร้อด้วยหลังเท้าให้ได้ทั้งสอง มารยาทในการเล่น 1. ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ กติกาการเล่นอย่างเคร่งครัด และการยอมรับการตัดสินของผู้ตัดสิน ตลอดเวลาที่แข่งขัน 2. มีความสุภาพเรียบร้อย แสดงความเป็นมิตรและให้เกียรติแก่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก่อนและหลัง จากการแข่งจันเสร็จสิ้น ควรจับมือกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าทีมตนจะชนะหรือแพ้ก็ตาม 3. ไม่แสดงกิริยาหรือถ้อยคำ ที่ไม่สุภาพต่อผู้เล่นและผู้ชม 4. มีใจคอหนักแน่น อดทน อดกลั้น และสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ 5. ไม่จงใจฟังคำ สอนจากผู้หนึ่งผู้ใดนอกสนามในระหว่างการแข่งขัน 6. ไม่พูดจาหยาบคายหรือแสดงกิริยาเสียดสีและล้อเลียนผู้แข่งขัน
สนามตะกร้อ สนามแข่งขัน พื้นที่ของสนาม มีความยาว 13.40 เมตร กว้าง 6.10 เมตร จะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ วัดจากพื้นสนามสูงขึ้นไป 8.00 เมตร (พื้นสนามไม่ควรเป็นสนามหญ้าหรือสนามทราย) เส้นสนาม ขนาดของเส้นสนามทุกเส้นที่เป็นขอบเขตของสนามต้องไม่กว้างกว่า 4 เซนติเมตร ให้ตีเส้นขอบนอกเข้ามาในสนาม และถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สนามแข่งขันด้วย เส้นเขตสนามทุกเส้นต้องห่างจากสิ่ง กีดขวางอย่างน้อย 3.00 เมตร
9.มวยไทย (Thai boxing) ประวัติ มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยที่สืบทอดกันมานาน เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกัน ตัวและกีฬา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ถือว่ามวยไทยเป็น ศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโด ของเกาหลี การชกมวยไทยหน้าพลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว ในงานพระศพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช พ.ศ. ๒๔๕๒ ๑. การไหว้ครูและร่ายรำ เริ่มที่กราบ ๓ ครั้ง เพื่อระลึกถึงบิดา มารดา ครู อาจารย์ และสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ตลอดจนขอพรพระคุ้มครองให้ชนะ ด้วยความปลอดภัยที่สุด แล้วร่าย รำ ไปรอบ ๆ เวทีตามแบบฉบับของครูที่สอนไว้ให้ ดนตรีจะบรรเลงจังหวะช้า ซึ่งเป็นศิลปที่แตก ต่างจากชาติใด ๆ เป็นจุดที่น่าสนใจมาก และแสดงถึงเอกลักษณ์ประจำ ชาติด้วย ๒. เริ่มการแข่งขัน ครูจะเป็นผู้ถอดมงคลจากศีรษะ หลังจากนั้นกรรมการผู้ชี้ขาดจะเรียกนัก มวยทั้งสองออกจากมุมของตนจับมือกัน พร้อมกับทบทวนกติกาสำ คัญ ๆ ให้ ๓. เมื่อจบการแข่งขัน กรรมการผู้ตัดสินให้นักมวยทั้งสองจับมือกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแสดงถึง ความมีน้ำ ใจเป็นนักกีฬา 1.เคารพในกฎกติกาการชกมวยไทยโดยเคร่งครัด 2.เคารพ เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำ แนะนำ และคำ ตักเตือน ของผู้ตัดสินอย่างเคร่งครัด 3.ไม่แสดงกิริยาอาการอันไม่สุภาพต่อคู่แข่งขัน หรือผู้ชม เช่น ถ่มน้ำ ลาย หรือตะโกนด่าผู้ชม 4.ไม่แสดงปฏิกิริยาคัดค้านไม่พอใจในการตัดสินของผู้ตัดสินทุกกรณี เช่น ไม่ยอมลงจาก เวที ทำ ร้ายร่างกายผู้ตัดสิน ด่าว่าผู้ตัดสิน 5.ไม่พยายามซ้ำ เติมคู่แข่งขันที่ด้อยกว่า ทั้งที่มีโอกาสกระทำ ได้ โดยไม่ผิดกติกา 6.มีน้ำ ใจนักกีฬา เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ไม่มีทางสู้แล้วก็พยายามทำ ให้คู่ตู่สู้บอบช้ำ อีกต่อไป 7.ให้เกียรติและเคารพนักมวยรุ่นพี่ก่อนและหลังการต่อสู้ทุกครั้ง 8.ตามประเพณีนิยมก่อนการแข่งขันนักมวยต้องทำ การไหว้ครูและต้องมีการร่ายรำ ตาม ศิลปะมวยไทย วิธีการเล่น มารยาทในการเล่น
สนามมวยไทย . สังเวียนต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเล็กด้านละ 20 ฟุต (6.10 เมตร) ขนาดใหญ่ด้านละ 24 ฟุต (7.30 เมตร) วัดภายในเส้นเชือก พื้นเวทีสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3 ฟุต แต่ไม่สูงกว่า 4 ฟุต 2. เชือกกั้น ต้องมีเชือก 4 เส้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์ไม่น้อยกว่า 1½ นิ้ว ขึงติดกับเสาที่มุม สูง จากพื้นเวทีขึ้นไป 16, 32, 48 และ 60 นิ้ว ตามลำ ดับ ให้หุ้มเชือกด้วยวัสดุอ่อนนุ่มและเรียบ ที่ มุมเชือกด้านในต้องหุ้มด้วยวัสดุอย่างอ่อน เชือกแต่ละด้านของสังเวียนต้องผูกยึดกันด้วยผ้า เหนียวสองชิ้น ซึ่งมีขนาดกว้าง 1 – 1½ นิ้ว โดยมีระยะห่างที่เท่า ๆ กันและผ้าที่ผูกนั้นต้องไม่ลื่น ไปตามเชือก 3. พื้นเวที ต้องปลอดภัยได้ระดับ ปราศจากสิ่งกีดขวางใด ๆ และต้องยื่นออกไปนอกเชือก อย่างน้อย 20 นิ้ว ต้องปูด้วยสักหลาด ยางหรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม มีลักษณะยืดหยุ่นได้ มีความ หนาไม่น้อยกว่า 1 ½ นิ้ว ปูทับด้วยผ้าตึงคลุมพื้นเวทีทั้งหมด 4. มุมสังเวียน ต้องตั้งเสาที่มุมทั้งสี่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว สูงขึ้นไปจากเวที 60 นิ้ว พร้อมทั้งหุ้มนวมที่มุมภายในเส้นเชือกให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับนักมวย มุมแดง คือมุมสังเวียนด้านซ้ายมือใกล้กับประธานกรรมการควบคุมการแข่งขันหรือประธานคณะ ลูกขุน
10.ปิงปอง(table tennis) ประวัติ กีฬาปิงปองได้เริ่มขึ้นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) ที่ประเทศอังกฤษ โดยใน อดีตอุปกรณ์ที่ใช้เล่นปิงปองเป็นไม้หุ้มหนังสัตว์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไม้ปิงปองใน ปัจจุบัน ส่วนลูกที่ใช้ตีเป็นลูกเซลลูลอยด์ ซึ่งทำ จากพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ โดยเวลาที่ ลูกบอลกระทบกับพื้นโต๊ะ และไม้ตีจะเกิดเสียง “ปิก-ป๊อก” ดังนั้น กีฬานี้จึงถูกเรียกชื่อ ตามเสียงที่ได้ยินว่า “ปิงปอง” (PINGPONG) และได้เริ่มแพร่หลายในกลุ่มประเทศ ยุโรปก่อน เป็นกีฬาโดยมีผู้เล่นสองหรือสี่คน ซึ่งยืนเล่นกันคนละด้านของโต๊ะปิงปอง โดยตี ลูกโต้กันให้ข้ามตาข่ายเน็ตกั้นกลางโต๊ะปิงปองไปมา ผู้เล่นมีสิทธิ์ให้ลูกบอลเด้ง กระดอนตกพื้นโต๊ะฝั่งตนเองได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น แล้วจึงตีโต้ข้ามฟากให้เด้ง กระดอนไปกระทบกับพื้นโต๊ะฝ่ายตรงข้าม ถ้าลูกไม่กระทบกับพื้นโต๊ะของฝ่ายตรง ข้ามก็ถือว่าเสีย แต่ถ้าเป็นลูกดีฝ่ายตรงข้ามก็จะตีโต้กลับมาฝั่งเรา เทเบิลเทนนิส เป็นเกมที่โต้รับกับอย่างรวดเร็ว ผู้เล่นที่มีฝีมือสามารถตีลูกสปินได้ ทำ ให้ปิงปอง นั้นหมุนเร็ว ซึ่งจะทำ ให้ฝ่ายตรงข้ามรับได้ยากยิ่งขึ้น วิธีการเล่น มารยาทในการเล่น 1. ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ กติกาการเล่นอย่างเคร่งครัด และการยอมรับการตัดสินของ ผู้ตัดสินตลอดเวลาที่แข่งขัน 2. มีความสุภาพเรียบร้อย แสดงความเป็นมิตรและให้เกียรติแก่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ก่อนและหลังจากการแข่งจันเสร็จสิ้น ควรจับมือกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าทีมตนจะ ชนะหรือแพ้ก็ตาม 3. ไม่แสดงกิริยาหรือถ้อยคำ ที่ไม่สุภาพต่อผู้เล่นและผู้ชม 4. มีใจคอหนักแน่น อดทน อดกลั้น และสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ 5. ไม่จงใจฟังคำ สอนจากผู้หนึ่งผู้ใดนอกสนามในระหว่างการแข่งขัน 6. ไม่พูดจาหยาบคายหรือแสดงกิริยาเสียดสีและล้อเลียนผู้แข่งขัน
โต๊ะปิงปอง มาตรฐานของพื้นที่แข่งขันจะต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 14 เมตร กว้างไม่น้อยกว่า 7 เมตร และสูงไม่น้อยกว่า 4 เมตร 17.2 พื้นที่การ แข่งขันจะถูกล้อมไว้โดยรอบ ซึ่งที่ปิดล้อมหรือแผงกั้น จะมีขนาดสูง ประมาณ 75 เซนติเมตร แยกพื้นที่การแข่งขันออกจากผู้ชม โดยแผง กั้นทั้งหมดจะต้องมีสีพื้นเดียวกันและมีสีเข้ม
11.เบสบอล(baseball) ประวัติ เป็นกีฬาประเภททีม โดยผู้เล่นที่รับ ที่เรียกว่า ผู้ขว้าง หรือ พิทเชอร์ (pitcher) จะขว้าง ลูกเบสบอล ซึ่งมีขนาดประมาณเท่ากำ ปั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2นิ้ว ให้ผู้เล่นทีม รุก ซึ่งเรียกว่า ผู้ตี หรือ แบตเตอร์ (batter) นั้นทำ การตีลูกด้วยไม้เบสบอล (bat)ซึ่งทำ จากไม้หรืออะลูมิเนียม. การทำ คะแนนในเกมนั้น จะได้จากการที่ แบตเตอร์วิ่งไปสัมผัส ฐาน หรือ เบส (base) ซึ่งวางอยู่ตามจุดต่าง ๆ 4 จุด ตามลำ ดับโดยเริ่มตั้งแต่เบสแรกไป จนถึง โฮมเพลท และในบางครั้ง ถ้าผู้ตีได้ตีลูกบอลออกไปนอกสนามโดยอยู่ในเส้นฟาลว์ จะเรียกว่า โฮมรัน ซึ่งจะได้แต้มไป 1คะแนน. เบสบอลนั้นบางครั้งก็เรียกว่า ฮาร์ดบอล (hardball) หรือ บอลแข็ง เพื่อเป็นการระบุความแตกต่างจากกีฬาอีกประเภทหนึ่ง คือ ซอฟต์บอล (softball) ซึ่งมีลักษณะการเล่นคล้ายคลึงกัน วิธีการเล่น มารยาทในการเล่น 1. สามารถโยนลูกบอลด้วยมือข้างเดียวหรือสองมือ 2. สามารถตีลูกบอลด้วย มือข้างเดียวหรือสองมือ แต่ต้องไม่ใช้กำ ปั้นสามารถตีลูกบอลด้วยมือข้างเดียว หรือสองมือ แต่ต้องไม่ใช้กำ ปั้น 3. ห้ามถือลูกเบสบอลวิ่ง ต้องโยนลูกบอลจาก จุดที่ถือลูกบอล ผู้เล่นสามารถวิ่งเพื่อคว้าบอล 4. ต้องถือลูกเบสบอลด้วยมือ แขนหรือลำ ตัว ห้ามดึงลูกบอล มีความรู้เรื่องระเบียบและกฎกติกาการเล่น ๒. แต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมต่อการเล่นหรือการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล ๓. สุภาพทั้งกิริยาท่าทางตลอดจนคำ พูด ๔. ให้เกียรติและเชื่อฟัง ยอมรับคำ ตัดสินของผู้ตัดสิน ๕. มีน้ำ ใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย ๖. เป็นผู้ที่ตรงต่อเวลา ๗. ไม่ควรดูถูกความสามารถผู้อื่น จะด้วยวาจาหรือท่าทาง ๘. ควรแสดงความยินดีและชมเชยเมื่อผู้เล่น เล่นได้ดี ๙. ควรเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เล่นบ้างเมื่ออุปกรณ์มีจำ กัด ๑๐. ไม่กระทำ การใดๆ อันเป็นการยั่วยุหรือกลั่นแกล้งผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
สนามเบสบอล 1 สนามกีฬาเอนกประสงค์ (ขนาดใหญ่) หมายถึง สนามที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดพื้นที่ ตั้งแต่ 1 ไร่ ถึง 5 ไร่ มีลักษณะเป็นสนามหญ้า สนามดิน สนามคอนกรีต หรือปูด้วย แอสฟัลต์เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ซึ่งเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้นหรือรวมกัน หรือตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไป ใช้สำ หรับออกกำ ลังกาย เช่น ใช้เล่นกีฬาบาสเกตบอล วอลเลย์บอล เซปัก ตะกร้อ ภายในพื้นที่สนามเดียวกัน 6.2 สนามกีฬาเอนกประสงค์ (ขนาดเล็ก) หมายถึง สนามที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด พื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ มีลักษณะเป็นสนามหญ้า สนามดิน สนามคอนกรีต หรือปูด้วยแอสฟัลต์ เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ซึ่งเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้นหรือรวมกัน หรือตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไป ใช้สำ หรับออกกำ ลังกาย เช่น ใช้เล่นกีฬาบาสเกตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ ภายใน พื้นที่สนามเดียว 6.3 โรงยิมเนเซียม หมายถึง อาคารกีฬาในร่มทุกชนิด ใช้เล่นกีฬาบาสเกตบอล วอลเลย์บอล เซปักตะกร้อ แบดมินตัน ยิมนาสติก ยูโด มวยปล้ำ เทเบิลเทนนิส เทควันโด เป็นต้น 6.4 สนามฟุตบอลมาตรฐานพร้อมลู่วิ่ง 8 ช่องวิ่ง หมายถึง สนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวไม่เกิน 130 หลา (120 เมตร) ไม่น้อยกว่า 100 หลา (90 เมตร) และความกว้าง ไม่เกินกว่า 100 หลา (90 เมตร) ไม่น้อยกว่า 50 หลา (45 เมตร) ประตูตั้งอยู่บนกึ่งกลาง เส้นประตูแต่ละด้าน ประกอบด้วยเสา 2 อัน ที่ปักตั้งฉากไว้ทั้ง 2 ด้าน สนามรอบนอกจะมีลู่ ใช้แข่งวิ่งได้ 8 ช่องวิ่ง 6.5 สนามฟุตบอลมาตรฐานพร้อมลู่วิ่ง 6 ช่องวิ่ง หมายถึง สนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวไม่เกินกว่า 130 หลา (120 เมตร) ไม่น้อยกว่า 100 หลา (90 เมตร) และความ กว้างไม่เกินกว่า 100 หลา(90 เมตร) ไม่น้อยกว่า 50 หลา (45 เมตร) ประตูตั้งอยู่บน กึ่งกลางเส้นประตูแต่ละด้าน ประกอบด้วยเสา 2 อัน ที่ปักตั้งฉากไว้ทั้ง 2 ด้าน สนามรอบ นอกจะมีลู่ใช้แข่งวิ่งได้ 6 ช่องวิ่ง 6.6 สนามฟุตบอล หมายถึง สนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวไม่เกินกว่า 130 หลา (120 เมตร) ไม่น้อยกว่า 100 หลา (90 เมตร) และความกว้างไม่เกินกว่า 100 หลา (90 เมตร) ไม่น้อยกว่า 50 หลา (45 เมตร) ประตูตั้งอยู่บนกึ่งกลางเส้นประตูแต่ละด้าน ประกอบด้วย เสา 2 อัน ที่ปักตั้งฉากไว้ทั้ง 2 ด้าน ไม่มีอัฒจันทร์และไม่มีลู่วิ่ง
1. ในการวิ่งให้โน้มตัวไปข้างหน้าอย่างน้อย 20 องศา จากเส้นตั้งฉากในการวิ่งเต็มฝีเท้า 2. ศีรษะตั้งตรงทำ มุมพอสบายตามองไปข้างหน้า 15 ฟุต ตามทางวิ่ง 3. เท้าก้าวไปข้างหน้าตรง ไม่วิ่งส่ายไปมา 4. ไหล่คงที่ แขนแกว่งจากหัวไหล่ เน้นการกระตุกข้อศอกไปข้างหลังในการเหวี่ยงแขน ไม่ ตัดลำ ตัว 5. มือกำ หลวม ๆหรือแบมือก็ได้ 6. ช่วงก้าวเท้ายาวเต็มที่ น้ำ หนักอยู่บนเท้าที่สัมผัสพื้น 7. การวิ่งทางโค้ง ต้องเอนตัวเข้าด้านในของลู่เล็กน้อย แขนซ้ายแกว่งเป็นวงแคบ แขนขวา แกว่งแรงเป็นวงกว้าง ปลายแขนเหวี่ยงตัดเฉียงลำ ตัวเข้าหาสนาม ปลายเท้า พยายามจด พื้นเป็นเส้นขนานไปกับทิศทางการวิ่ง 8. ในการวิ่งระยะสั้นต้องใช้ความเร็ว ยกเข่าสูงกว่าการวิ่งระยะกลางและระยะไกล 12.กรีฑา วิธีเล่น มารยาทในการเล่น ประวัติ ประวัติกรีฑา ความเป็นมาของกรีฑานั้นเป็นที่เชื่อกันว่าชาวกรีกสมัยโบราณเป็นผู้ริเริ่ม การแข่งขันกีฬาและกรีฑาเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 776 ปีก่อนคริสตกาล โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมพลเมืองของกรีกให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะ รับใช้ประเทศชาติได้อย่างเต็มที่ อีกเหตุผลหนึ่งคือชาวกรีกในสมัยโบราณนับถือเทพเจ้า อยู่หลายองค์ และเชื่อว่ามีเทพเจ้าสถิตอยู่บนเขาโอลิมปัสเทพ เจ้าทั้งหลายเป็นผู้บันดาล ความสุขหรือความทุกข์ให้แก่ผู้นับถือคล้ายกับเป็นผู้ชี้ชะตาของ ชาวกรีก ดังนั้นชาวกรีก จึงพยายามที่จะประพฤติตนให้เป็นที่โปรดปราน ทำ ความเข้าใจและสนิทสนมกับเทพเจ้า เป็นเหตุให้มีพิธีบวงสรวงหรือทำ พิธีกรรม ต่าง ๆ เมื่อเสร็จการบวงสรวงตามพิธีทาง ศาสนาแล้วจะต้องมีการเล่นกีฬาถวาย ณ ลานเชิงเขาโอลิมปัสแค้วนอีลิสเพื่อเป็นการ เฉลิมฉลองพระเกียรติของเทพเจ้า 1. นักกรีฑาที่ดีจะต้องศึกษาและเข้าใจในระเบียบ กฎ กติกาการแข่งขันอย่างถูกต้องและชัดเจน 2. นักกรีฑาที่ดีจะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกติกาการแข่งขันอย่างเคร่งครัด 3. นักกรีฑาที่ดีจะต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย รัดกุมและปลอดภัย 4. นักกรีฑาที่ดีจะต้องมีกิริยาวาจาสุภาพเรียบร้อย 5. นักกรีฑาที่ดีจะต้องรู้จักประมาณความสามารถของตน ไม่เย่อหยิ่งจองหอง 6. นักกรีฑาที่ดีจะต้องเล่นและแข่งขันด้วยชั้นเชิงของนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย 7. นักกรีฑาที่ดีจะต้องให้เกียรติผู้แข่งขันอื่น รวมทั้งผู้ตัดสินด้วย 8. นักกรีฑาที่ดีจะต้องยอมรับและเชื่อฟังคำ ตัดสินของผู้ตัดสิน 9. นักกรีฑาที่ดีจะต้องเป็นผู้รู้จักข่มใจ รักษาสติไม่แสดงโมโหโทโส 10. นักกรีฑาที่ดีจะต้องรู้จักทำ ใจให้หนักแน่นเมื่อปราชัย 11. นักกรีฑาที่ดีจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตนเอง 12. นักกรีฑาที่ดีจะต้องไม่หยิบอุปกรณ์เครื่องใช้ก่อนได้รับอนุญาต
สนามกรีฑา 400 เมตร คือ สนามที่มีทางวิ่งเป็นวงรอบประกอบด้วยทางวิ่งที่เป็นทางตรง และทางโค้ง ถ้าวิ่งชิดขอบในสุดโดยห่างจากขอบใน 30 เซนติเมตร (ขอบในทำ ด้วยคอนกรีต หรือโลหะ) หรือ 20 เซนติเมตร (ขอบในทำ ด้วยปูนขาวหรือทาด้วยสี) เมื่อวิ่งครบ 1 รอบ จะได้ ระยะทาง 400 เมตร พอดี สิ่งควรทราบ ลู่วิ่ง คือ ทางวิ่งทั้งหมด ช่องวิ่ง คือ อาณาเขตที่แบ่งย่อยจากลู่วิ่ง เป็นช่องวิ่งที่ 1 ช่องวิ่งที่2....ช่องวิ่งที่ 8 มี ความกว้างช่องวิ่งละ 1.22 เมตร การวัดความกว้างวัดจากขอบนอกถึงขอบในเส้นของช่อง วิ่งกว้าง 5 เซนติเมตร รัศมีทางวิ่ง คือ รัศมีที่วัดจากจุดศูนย์กลางไปถึงทางวิ่งของช่องวิ่งนั้นๆ รัศมีขอบใน คือ รัศมีที่วัดจากจุดศูนย์กลางไปถึงขอบในของช่องวิ่งนั้นๆ สนามกรีฑา
13.ฟัน ฟั ดาบไทย(Thai fencing) ประวัติ วิธีการเล่น มารยาทในการเล่น กีฬาฟันดาบ หรือ Fencing มาจากดาบในอดีตที่ถูกใช้เป็นอาวุธเชิงรุกในการทำ ลายเสือ เกราะ ต่อมาถูกใช้ในเชิงรุกและเชิงรับ และเริ่มมีการพัฒนากลายเป็นศิลปะการใช้ดาบ ระหว่างสองฝ่าย (ฝ่ายละ 1 คน) โดยไม่ได้มีความประสงค์ให้อีกฝ่ายถึงแก่ชีวิตแต่อย่างใด การฟันดาบนิยมในประเทศแถบยุโรป อียิปต์ จีน กรีซ อิตาลี และประเทศแถบอาหรับ แม้จะ ไม่ได้รับความนิยมเท่ากีฬาอื่นๆ แต่ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากศิลปะ เอกลักษณ์และความตื่นเต้นเฉพาะตัว กีฬาฟันดาบเริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 และก่อตั้งสมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2508 และเป็นสมาชิกของสหพันธ์กีฬาฟันดาบระหว่างประเทศ ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย จะยืนหันลำ ตัวด้านข้างให้กับประธานกรรมการ การแข่งขัน โดยที่ทั้งคู่จะยืนห่างจากเส้นแบ่งเขตแดน 2 เมตร ประธานกรรมการจะขานเตรียมพร้อม เมื่อผู้เล่นพร้อมแล้วจะ กรรมการขานเริ่มแข่ง 1.การต่อสู้แบบประชิดตัวจะอนุญาตให้ทำ ได้ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันถือและใช้อาวุธได้อย่างถูก ต้องตามกฎกติกา 2.การปะทะตัวกันสำ หรับการแข่งขันประเภทฟอยล์และซาเบอร์ จะใช้การเตือนเป็นการลงโทษ ครั้งแรกก่อน เมื่อกระทำ ผิดอีกครั้งต่อไปจะถูกปรับเป็นถูกแทง 1 ครั้ง ส่วนประเภทดาบเอเป้ การปะทะตัวกระทำ ได้เมื่อไม่เจตนาและไม่รุนแรง 3.อนุญาตให้ผู้แข่งขันก้มตัวต่ำ และหมุนตัวได้ 4.มือที่ไม่มีอาวุธอาจแตะถูกพื้นสนามได้ หากผู้เข้าแข่งขันแตะถูกตัวกัน ประธานกรรมการอาจ สั่งหยุด และให้จัดตำ แหน่งใหม่ 5.การฟันในจังหวะที่สวนกันไม่ถือว่าผิดกติกา แต่ถ้าหลังจากการที่สวนผ่านไปแล้วจะไม่นับ คะแนน การข้ามเขตแดนทำ ได้โดยประเภทดาบฟอยล์ต้องไม่เกิน 1 เมตรและไม่เกิน 2 เมตร สำ หรับ ประเภทดาบเอเป้และซาเบอร์ 6.การฟันนอกพื้นที่แข่งขันไม่มีการนับคะแนน 7.การข้ามเขตแดนด้านข้างเพื่อหลบการฟัน จะถูกลงโทษเป็นการถูกแทง 1 ครั้ง ถ้าถูกเตือนมา ก่อนแล้ว รวมถึงการข้ามเขต หลังด้วย
สนามฟันดาบ สนามที่ใช้แข่งขันจะต้องเป็นพื้นราบ อาจจะอยู่ในร่มหรือกลาง แจ้งก็ได้ พื้นสนามอาจปูด้วยไม้แผ่นยาง พลาสติกหรือแผ่น โลหะ โดยจะต้องมีความกว้างเท่ากันตลอด ความยาวของพื้น แข่งขันจะขึ้นอยู่กับประเภทของการแข่งขัน แต่อย่างน้อยจะ ต้องยาว 13 เมตร
อ้างอิง ฟุต ฟุ บอล: http://www.tripletrees.co/article วอลเลย์บอล: http://www.digitalschool.club ตะกร้อ: https://sites.google.com บาสเกตบอล: https://th.m.wikipedia.org (เทนนิส ฟุต ฟุ ซอล เเบตมินตัน ว่า ว่ ยน้ำ มวยไทย เบสบอล) ปิงปอง: https://www.shanghaisportthailand.com กรีฑ รี า: https://hilight.kapook.com/view/72001
2023