• ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มนุษย์
สร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองความต้องการและช่วยยกระดับ
การใช้ชวี ิตใหม้ คี วามสะดวกสบายยง่ิ ข้นึ
• เกี่ยวข้อง เพราะ องค์ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์เป็นพ้ืนฐานในการ
ค้นควา้ ปรบั ปรงุ แก้ไขผลงานให้ดีขึ้น
มีความทันสมัย และแก้ปัญหาท่ี
เกิดขึน้ ได้
เช่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ทาให้ทรัพยากรธรรมชาตลิ ดลง ทา
ให้ส่ิงแวดล้อมเป็นพิษ ยิ่งความ
เจริญของเทคโนโลยีมากเท่าไร ก็
จ ะ ท า ใ ห้ ใ ช้ ท รั พ ย า ก ร อ ย่ า ง
ส้นิ เปลอื ง
ตัวอยา่ งสถานการณ์
• การเผาของคนที่ประสงคห์ าของป่า
• การถกู จา้ งวานใหเ้ ผาป่า
• กลไกทางธรรมชาตขิ องป่า
• การเผาเพ่ือผลประโยชนข์ องคนบางกล่มุ
• สะเต็มศึกษา ( STEM Education) เป็นการจดั การเรยี นรทู้ ี่เน้นให้
ผูเ้ รียนสรา้ งองค์ความรู้ไดด้ ้วยตนเอง ซึง่ เป็นการบูรณาการศาสตร์
ความรู้ 4 แขนงวชิ าได้แก่
• วทิ ยาศาสตร์ (S=Science)
• เทคโนโลยี (T=Technology)
• วศิ วกรรมศาสตร์ (E=Engineering)
• คณิตศาสตร์ (M=Mathematics)
เพอ่ื เช่ือมโยงองค์ความรูน้ ้ันนาไปส่กู ารประยุกต์สร้างสรรคน์ วัตกรรมใหมๆ่
เกยี่ วข้องกับ
วทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
กับชวี ิตประจาวนั กับการแกป้ ัญหาของมนษุ ย์
ประยุกต์ เช่น
ใชใ้ น
สร้างแนวทางแก้ปัญหา
การหาคาตอบ ระบุปญั หา
ผา่ น รวบรวมขอ้ มูล
การสร้างเทคโนโลยี ออกแบบช้นิ งาน
กระบวนการ ดาเนินการ
ผ่าน ออกแบบชิน้ งาน
ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรงุ
ประกอบดว้ ย
นาเสนอชนิ้ งาน