37 สมัยนี้ที่ตรงนั้นคือตึกมหาจักรีฯ ตึกนี้จะมีสามชั้น ชั้นล่างทางขวามือจะเป็นห้องเรียนรวมหรือ ห้อง 103 และยังใช้เป็นห้องเชียร์ด้วย ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องของ ก.อศ. (คณะกรรมการ นิสิตอักษรศาสตร์) ในห้อง ก.อศ. นั้นจะมีห้องเล็กมาก ๆ คือยืนสิบห้าคนก็จะเต็มแล้ว ห้องนั้นจะ เป็นห้องดนตรีสากล ทีนี้จะสงสัยแล้วใช่ไหมว่าห้องดนตรีไทยอยู่ไหน ห้องอยู่ตรงข้ามกับห้อง 103 จะมี ขนาดใหญ่กว่าห้องดนตรีสากล ครูเข้าใจว่าขนาดเท่ากับห้องดนตรีไทยทุกวันนี้ และมีกระจก เพราะว่านาฏศิลป์ก็ใช้ห้องนี้ด้วย ห้องนี้รีโนเวทแล้วนะ ครูเข้าใจว่าห้องดนตรีไทยเดิมจะเป็นห้อง ดนตรีสากลที่อยู่ในห้อง ก.อศ. ครูต้องออกตัวก่อนว่าครูไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทยแบบจริงจังเพราะว่าครูไม่ มีสกิลดนตรี จับมือให้ตีระนาดก็ไม่ได้ ครูเลยแค่เข้าไปนั่งฟังดนตรีไทยเฉย ๆ แต่ก็ได้เข้าไปห้อง ดนตรีไทยบ่อย ๆ เพราะครูชอบไหว้พระ และห้องดนตรีไทยก็จะมีเศียรพ่อแก่กับศิวนาฏราช ซึ่ง เก่ามากเลยนะ ครูเข้ามาก็เห็นแล้ว ทีนี้ต่อมาครูไปเช่าพระนิรันตรายมาจากวัดราชบพิธฯ เพราะว่าเวลาจัดพิธีไหว้ครูในตอนนั้นก็ไม่ค่อยมี(พระพุทธรูป) เพราะฉะนั้นสำหรับครูแล้วห้อง ดนตรีไทยจะค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์และเป็นห้องพระกลาย ๆ มากกว่าจะเป็นห้องเข้าไปทำกิจกรรม การจัดงานแสดงของชมรมดนตรีไทยเป็นอย่างไร มีงานอะไรบ้าง สมัยครูเข้ามาเป็นนิสิตใหม่ ๆ จะมีงานแสดงประจำปี จัดที่สี่เสาเทวาลัยหรือแท่นปูน สี่เหลี่ยมหน้าตึกมหาจักรีฯ นอกจากนั้นก็แทบจะไม่ได้จัดอะไรเลยมั้ง ครูรู้สึกว่าการดำเนินงาน ของชมรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์ตอนนั้นไม่เข้มแข็งเหมือนทุกวันนี้ พอครูกลับมาเป็นอาจารย์เมื่อปี พ.ศ. 2552 ก็ยังไม่ได้ให้ชมรมดนตรีไทยมาแสดงงาน ถวายสักการะรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 แต่ก่อนนี่ครูให้วงรุ่นพี่ที่เป็นนักเรียนสาธิตจุฬาฯ และ ครุศาสตร์มาช่วยเล่น จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ. 2558 หรือ 6-7 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่านิสิต ภาควิชาภาษาไทยส่วนใหญ่จะเป็นตัวหลักของชมรมดนตรีไทยด้วย และพอครูเบียร์ (อาจารย์ดร. ปกรณ์ หนูยี่) เข้ามาช่วยสอน วงก็มีระเบียบชัดเจนมากขึ้นและเล่นได้ดีขึ้น ครูเลยให้ชมรมดนตรี
38 ไทย อักษรฯ มาเล่น คล้าย ๆ ว่าครูจะเริ่มจากการนำนาฏศิลป์มาเล่นก่อน ซึ่งแต่ก่อนนี้จะใช้วิธี เปิดเทป เสร็จแล้วชมรมนาฏศิลป์กับดนตรีไทยก็สนิทกันเพราะว่าคนที่อยู่ชมรมดนตรีไทยกับคน ที่อยู่ชมรมนาฏศิลป์เป็นนิสิตภาควิชาภาษาไทย พอมาปีนึงก็คุยกันประมาณว่าดนตรีไทยจะเล่น ให้นาฏศิลป์รำ งานบวงสรวงก็เลยกลายเป็นงานประจำปีของชมรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์ทำให้ ชมรมมีเป้าหมายในการซ้อมที่ชัดเจนมากขึ้น ความจริงแล้วยังมีไปช่วยงานไหว้ครูของอักษรฯ ด้วยนะ สมัยครูยังไม่มีดนตรีไทยเล่น หรอก หลัง ๆ มานี้ก็เลยมีโอกาสที่ได้แสดงออกมากขึ้น พอปี พ.ศ. 2560 ก็มีโอกาสได้เล่นถวาย สมเด็จพระเทพฯ ระหว่างที่ท่านเสวยพระกระยาหารกลางวันในงานพระราชทานปริญญาบัตร พอดีมีคนมาปรึกษาครูว่าจะจัดอะไรถวายท่านดี ครูก็เลยเสนอให้เล่นดนตรีไทย ประมาณนี้ ครูก็ ต้องขอบคุณครูเบียร์และครูสุราชดิษฐ์ ทราบมาว่าครูได้แต่งบทร้องให้กับชมรมดนตรีไทยด้วย พอจะเล่าถึงเรื่องนี้ได้บ้าง ไหม ใช่ ครูใช้วิธีแต่งโดยเอาเพลงต้นฉบับมาตั้งแล้วปรับคำ อันไหนที่คงเดิมได้ครูก็คงไว้ อันไหนที่คงเดิมไม่ได้ ครูก็จะเปลี่ยนและปรับให้เข้ากับโอกาส อย่างระบำพัธวิสัยที่เนื้อหาเดิมคือ สรรเสริญพระเกียรติพระมหากษัตริย์ พอเอามาเล่นในงานถวายสักการะรัชกาลที่ 5 ครูก็เลยปรับ ให้เข้ากับงาน ครูจะพยายามดูจังหวะของคำในเพลงเดิมเพราะถ้าเสียงหรือจังหวะไม่ลงและคำ เกิน เวลาร้องก็ไม่เข้าปาก ในช่วงหลังครูก็เลยจะไปฟังด้วยเวลาซ้อมว่า เอ้ย ท่อนนี้ไม่ลง ครูก็จะ แก้คำใหม่ให้มันลง จริง ๆ ครูเองก็ไม่ทราบหรอก ครูไม่มีความรู้เรื่องเพลง บางทีที่ครูแต่งให้เขาก็เลยต้อง บอกก่อนว่า ถ้าตอนซ้อมให้เราเข้าไปฟังได้นะ เพราะมีหลายทีแหละที่เขาเอากลอนครูไปใส่แล้ว มันร้องไม่ลงจังหวะ ทั้งที่ความจริงแล้วมันปรับได้ ไม่งั้นก็ร้องแล้วฉีกคำอย่างไม่ควรจะฉีก พอฟัง เพลงเลยรู้สึกแปลก ๆ ไม่เพราะ สุดท้ายนี้ครูอยากฝากอะไรถึงน้อง ๆ ชมรมดนตรีไทย
39 ครูก็รู้สึกดีและประทับใจในความตั้งใจของพวกเรา เวลาพวกเราทำกิจกรรมจะมี สปิริทเต็มที่กับการทำงานและไม่ได้หวังอะไรตอบแทน ซึ่งครูรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก อยากจะให้ รักษาสปิริทนี้เอาไว้แม้จะเข้าไปสู่โลกของการทำงานแล้ว ครูก็พยายามส่งเสริมให้พวกเราได้ แสดงออก การเรียนดนตรีไทยหรือการทำกิจกรรมในชมรมดนตรีไทยก็ขัดเกลาเราหลายอย่างให้ เราคิดถึงคนอื่นและมีความสามัคคีเพราะดนตรีไทยเล่นคนเดียวไม่ได้ เราต้องทำงานอยู่ร่วมกัน อีกอย่างคือครูรู้สึกว่าดนตรีไทยก็ทำให้เราใกล้ชิดกับวรรณคดีไทยและภาษาไทย ซึ่ง เป็นสิ่งที่เรา (สมาชิกชมรมส่วนใหญ่ที่เป็นนิสิตภาควิชาภาษาไทย) เรียนอยู่แล้ว และยังทำให้เห็น ความหมายของการสืบทอดวิชาหรือครูบาอาจารย์ซึ่งไม่ต้องมานั่งสอนว่าต้องเคารพเชื่อฟังครูนะ ชมรมดนตรีไทยได้หล่อหลอมเรื่องนี้เข้าไปในจิตใจของพวกเราเองจากการที่พวกเราเล่นดนตรี ไทย ได้วิชาและวิธีคิดจากครู ครูรู้สึกว่าอันนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียนดนตรีไทยหรือการ เรียนวิชาอะไรก็ตาม สุดท้ายครูอยากจะฝากให้พวกเราถ่ายทอดให้รุ่นน้องรุ่นต่อ ๆ ไป อันนี้ก็เป็นการช่วย คณะและมหาวิทยาลัยในการสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมา เพราะลำพังส่วนตัวครูหรือการเรียนการสอน ในห้องก็ไม่พอหรอก จึงต้องใช้กิจกรรมมาเสริม ครูรู้สึกว่าการที่พวกเราทำชมรมให้เข้มแข็งต่อไป เรื่อย ๆ และพยายามรักษาสปิริทเอาไว้จะทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดต่อ ๆ ไป เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่มีประโยชน์มาก พี่แพม พรรษชล ขาวดี, อบ. 84 ตำแหน่ง: ผู้ช่วยวิจัยและการฝึกอบรม บริษัทเดอะทีลีฟเซ็นเตอร์ บรรยากาศของชมรมขณะที่พี่แพมเป็นสมาชิกเป็นอย่างไรบ้าง มีสมาชิกเยอะไหม พี่อยากจะขอเล่าตั้งแต่ตอนช่วงเริ่มออดิชันตอนปีหนึ่งเลย มันใช้คำว่าออดิชันก็อาจจะ ดูยิ่งใหญ่ไปเนอะ ตอนนั้นชมรมจัดการออดิชันขึ้น พี่ก็เป็นหนึ่งในคนที่มาออดิชันแล้วมีความรู้สึก ว่า บรรยากาศจะดูน่ากลัวหน่อย ๆ เพราะว่ามีรุ่นพี่มากมายเข้ามาฟังเรา แต่หลังจากพี่ได้เข้ามา
40 ในชมรมแล้ว พี่ก็มีเพื่อนรุ่นเดียวกันที่สมัครเข้ามาเหมือนกันและยังมีรุ่นพี่ที่คอยช่วยเหลือและให้ คำแนะนำด้วย พี่มีความรู้สึกว่ารุ่นของพี่เป็นรุ่นที่คนเยอะมาก มีประมาณสี่ห้าคนเลยทำให้การไป แสดงอะไรต่าง ๆ นั้นไม่ต้องยากในการหาคน ส่วนบรรยากาศการเรียนการสอนจะรู้สึกว่าเป็นกันเองมาก ๆ แล้วก็ครูเบียร์ (อาจารย์ ดร. ปกรณ์ หนูยี่) เนี่ยเป็นครูที่ทุ่มเทให้เรามาก ๆ เลย พี่รู้ได้ว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ มากมายจากครู และก็ได้พัฒนาฝีมือตลอดเวลาที่อยู่ในชมรมดนตรีไทย ทีนี้ในช่วงของพี่จะมีครูเอ (อาจารย์สุราชดิษฐ์ ศรีสัตย์ชยะ) ด้วย ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นครูออย (อาจารย์ฐิตินนท์ ผุลละศิริ) มาแทนแล้ว อย่างที่พี่บอกว่า ชมรมมีการออดิชันแสดงว่าทุกคนมีฝีมือหรือเล่นดนตรีไทยเป็น ระดับหนึ่งอยู่แล้วหรือเปล่า ตอนนั้นพี่ไม่แน่ใจว่าเกณฑ์คืออะไร แต่ตามความเข้าใจ พี่คิดว่ารุ่นพี่น่าจะออดิชันไป อย่างนั้นแหละ ไม่ได้มีการคัดเลือกอย่างจริงจัง หมายความว่าทำให้มันพอเป็นพิธีเพื่อจะได้รู้ว่า น้องคนไหนเล่นได้ระดับไหน แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีการตัดใครออกนะ ยังต้อนรับทุกคน เหมือนเดิม ใครอยากจะเข้ามาในชมรม ไม่ว่าจะมีฝีมือเป็นอย่างไรก็สามารถเข้ามาได้ รุ่นพี่แพมมีคนที่เข้ามาในชมรมแบบไม่เคยเล่นเครื่องดนตรีอะไรมาก่อนบ้างไหม มีอยู่แล้วนะ มันไม่แปลกหรอกถ้าเกิดว่าจะมีคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การเล่นดนตรี ไทยมาเลยที่จะเข้ามาร่วมอยู่ในวงของเรา เนื่องจากว่าเราเป็นคณะอักษรศาสตร์ เราไม่ใช่คณะ ครุศาสตร์ที่มีเอกดนตรีไทย ดังนั้นการที่มีชมรมดนตรีไทยอยู่ในคณะของเราก็เหมือนเป็นการเปิด โอกาสให้กับคนที่สนใจทั่วไปจะได้มาจอยตรงนี้ ถ้าเกิดมีน้อง ๆ คนไหนกังวลว่าไม่มีพื้นฐานมาเลย แล้วจะเข้าร่วมได้ไหม แน่นอนว่าเข้าได้เพราะเรามีคุณครูที่คอยสอนและรุ่นพี่ใจดีจะคอย ช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ไม่มีพื้นฐานต่อไป
41 ช่วงนั้นวงอักษราวาทิตจะเป็นวงประเภทใด เป็นวงเครื่องสายหรือวงปี่พาทย์ อันนี้จะแล้วแต่งานว่าต้องใช้วงแบบไหน จากการสังเกตของพี่ก็จะเน้นเป็นวงมโหรีไป เลยเพราะจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุก ๆ คน น้องที่สามารถเล่นปี่พาทย์ได้ก็มาอยู่ในวงนี้ และน้องที่เล่นเครื่องสายได้ก็มาอยู่ในวงนี้เช่นกัน แน่นอนว่าก็ยังเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ที่เล่นขิมได้ ซึ่งมีจำนวนเยอะมากเลย เพลงที่เล่นจะเป็นประมาณไหน มีความยากมากหรือไม่ พี่มีโอกาสได้เล่นมาทุก ๆ แนวเลย แบบเดี่ยวก็เคยเล่นมาแล้ว เล่นผสมกับวงดนตรี สากลก็เคยมาแล้ว เพลงทั่วไปตามงานอย่างบวงสรวงรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 หรืองาน มุทิตาจิตก็ทำมาแล้ว ทีนี้ก็เลยรู้สึกว่าความยากมีในตัวของมันเองอยู่แล้ว ในฐานะที่เพิ่งเรียนจบไป การที่อยู่ในชมรมแล้วเราเรียนไปด้วย งานหนักและเป็น อุปสรรคมากหรือไม่ (หัวเราะ) ถ้าตอบตรง ๆ นะ ในปีหนึ่งปีสอง พี่ค่อนข้างจะทุ่มเทให้กับชมรมมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นเรายังไม่มีกิจกรรมอะไรมากมาย แล้วพี่ก็รู้สึกว่าชอบในสิ่งที่เราเรียน อยู่ หมายถึงพี่ชอบในสิ่งที่ได้เรียนในคณะ พอเราชอบอะไร เราก็มักจะทำได้ดี ตอนนั้นก็เลยไม่มี ปัญหาอะไรกับชมรมหรือเห็นว่าการเข้าชมรมดนตรีไทยจะให้ข้อเสียอะไรกับการเรียน จริง ๆ ปีหนึ่งปีสองก็รู้สึกว่าชิวอยู่และสนุกมาก ๆ แต่พอปีสามแล้ว พี่มีกิจกรรมทำ ค่อนข้างเยอะ ประกอบกับปีสามก็ได้เป็นประธานชมรมดนตรีไทยพอดี ทุกอย่างเลยรุมเร้ามาก ต้องบอกว่าปีสามเป็นปีที่หนักที่สุด มันก็ไม่ได้หนักจากชมรมดนตรีไทยอย่างเดียว แต่ก็หนักจาก กิจกรรมอื่น ๆ ด้วยที่พี่ทำชนกันหลายอย่าง แล้วก็หนักจาการเรียนด้วย ฉะนั้นพี่คิดว่า ถ้าเกิด น้อง ๆ คนไหนมีกิจกรรมแค่ไม่กี่อย่างและเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ภายในคณะ พี่รู้สึกว่าเราสามารถ จัดการเวลาได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง
42 มีความประทับใจอะไรบ้างในชมรมดนตรีไทยของคณะอักษรฯ พี่จะขอยกตัวอย่าง (ความประทับใจ) เป็นกิจกรรม “สามมิตรสราญรมย์” เพราะเป็น กิจกรรมที่พี่รู้สึกว่าทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง และได้มิตรภาพที่ดีกลับคืนมาด้วย ตอน นั้นก็จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเลย โดยมีคณะนิติศาสตร์เป็นเจ้าภาพ แสดงร่วมกับเราและคณะบัญชีฯ สำหรับงานนี้พี่รู้สึกว่าพี่ได้เรียนรู้ทั้งในแง่ของทักษะเพราะครูเบียร์ก็ช่วยฝึกซ้อมให้พี่สามารถเดี่ยว เพลง “พญาโศก” ได้ ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณสองสามเดือน ค่อนข้างเครียดมากเลย แต่สุดท้าย แล้วผลงานก็ออกมาดี ส่วนสมาชิกหรือเพื่อนร่วมวงในคณะอักษรฯ ทุกคนก็ทุ่มเทให้กับงานนี้มาก รวมถึงพี่ ยังได้รู้จักกับเพื่อน ๆ ในคณะอื่นด้วย หลายคนก็ยังคงติดต่อกันมาถึงปัจจุบันเลย จุดเริ่มต้นของงานสามมิตรเป็นอย่างไร ตอนนั้นพี่ทราบว่า คณะนิติศาสตร์เป็นเจ้าภาพ แล้วเขาก็หาคณะอื่นมาร่วมแสดง ดนตรีไทยด้วย แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคณะในจุฬาฯ จะมีชมรมดนตรีไทย จะมีแค่คณะอักษรฯ คณะ บัญชีประมาณนี้ แต่เราไม่ได้รวมคณะคุรุศาสตร์เข้ามาด้วยเพราะเราคิดว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็น บุคคลที่มีฝีมือมาก ๆ พี่ก็เลยอยากเปิดโอกาสให้กับคนจากคณะที่เหมือนกับเราคือไม่ได้เรียน ดนตรีเป็นหลัก แต่มีใจรักที่จะมาเล่นดนตรีร่วมกัน ปัจจุบันนี้ดนตรีไทยยังเป็นส่วนหนึ่งหรือมีส่วนร่วมในชีวิตของพี่แพมบ้างหรือไม่ ถ้าตอบตรง ๆ เลยก็คือ ไม่มี เพราะปัจจุบันนี้พี่ทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้พี่ไม่ สามารถขนเครื่องดนตรีทุกชิ้นมาได้และก็อยู่อพาร์ทเมนท์เลยเล่นซอด้วงไม่ได้ แต่ขอเน้นย้ำว่า ต่อให้ปัจจุบันเราจะไม่ได้เล่นดนตรีไทยหรือว่ามีดนตรีไทยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันก็ตาม ดนตรีไทยก็ยังคงเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอด ถ้าเราไปคุยกับคนอื่น บางทีก็กลายเป็นเรื่องราวที่ สามารถทำให้เราเข้ากับคนอื่นได้ง่ายขึ้นด้วยหากเรากับเขาเล่นดนตรีไทยเหมือนกัน
43 ปัจจุบันนี้ พี่ก็มีความสนใจทางด้านวัฒนธรรมมากขึ้น พี่มีโอกาสได้รู้จักกับคนจาก ประเทศลาว ซึ่งลาวก็มีศูนย์ดนตรีไทยของเขา พี่เลยมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเขาในเรื่องนี้ จึงรู้สึกว่าเรื่องดนตรีไทย เรารู้ไว้ก็ไม่เสียหายอะไร และยังทำให้เราเห็นโลกกว้างมากขึ้นด้วย อยากฝากอะไรถึงน้อง ๆ ในชมรมดนตรีไทยบ้าง ทั้งสมาชิกปัจจุบันและที่กำลังจะ เข้ามาในอนาคต พี่อยากให้ชมรมปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน พี่เชื่อว่าทุกคนมีพื้นฐานทาง ความคิดเรื่องการ “treat everyone equally” อยู่แล้ว แต่พี่อยากเน้นย้ำไปในแง่ของฝีมือใน การเล่นดนตรี เพราะชมรมของเรามีความหลากหลายของสมาชิกมาก ๆ ทั้งที่เคยมาก่อนแบบ ไม่กี่ปี คนที่เคยเล่นมาก่อนหน้าหลายปี คนที่เคยไปแข่งมาและคนที่ไม่เคยเล่นอะไรมาก่อนเลย พี่ จึงอยากให้น้อง ๆ ให้ความสนใจและใส่ใจกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน จะได้ไม่มีใครรู้สึกว่าถูกทิ้ง ไว้ข้างหลังเพียงเพราะเราไม่มีพื้นฐาน ถ้าเกิดว่าน้อง ๆ มีเวลา พี่อยากให้มีช่วงที่รุ่นพี่สอนรุ่นน้อง หรือเพื่อนสอนเพื่อนด้วย
44 เรื่องเกร็ดสะหลองหยูง คู่มือสำหรับการนอนค้างคืนที่ห้องชมรมดนตรีไทย ช่วงรับน้องแบบนี้ ได้เวลาที่จะมีคนต้องมาอาศัยนอนค้างที่คณะกันอีกแล้วสินะ ตอนที่น้องกำลังอ่านกระดาษใบนี้อยู่ แปลว่าคงแบ่งห้องนอนกันเสร็จแล้ว ไม่ต้อง เสียใจถ้าน้องเป็นพวกที่เลือกห้องไม่ทันจนต้องมานอนที่ห้องชมรมดนตรีไทย มันเป็นอย่างนี้ทุกปี นั่นแหละ จะทำยังไงได้ ก็ข่าวเรื่องห้องดนตรีไทยคณะเราเป็นห้องที่เฮี้ยนที่สุดมันลือต่อเนื่องมา แต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นะ แต่ในฐานะเด็กชมรม พี่ขอยืนยันกับน้องว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น อะไรที่ ใครเขาว่าเฮี้ยน ๆ นั่นไม่ได้อยู่ในห้องเราหรอก ในทางกลับกัน ห้องเราน่ะปลอดภัยที่สุดในบรรดา ห้องชมรมทั้งหมดบนชั้นลอยนี้แล้วด้วยซ้ำ สิ่งที่เรียกกันในนามว่า “กฎการใช้ห้อง” น่ะมันก็มีอยู่ จริง ๆ ห้องอื่นที่ไม่ได้มีข่าวลือ หนักเท่าห้องเราเขาก็มี “กฎ” ของเขาเหมือนกัน จุดประสงค์ของกฎพวกนี้ไม่ได้จะเขียนมาไว้ขู่ให้ พวกน้องกลัว ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของน้อง ๆ ทั้งสิ้น มันอาจจะยาว และยุ่งยากจุกจิก แต่พี่อยากให้น้องอ่านให้ละเอียดและทำความเข้าใจทุกข้อให้ดี ถือซะว่าเป็นคำ ขอจากพี่ที่เคยเจอเรื่องทั้งหมดนี้มาก่อน และตั้งใจเขียนกฎนี้ขึ้น เพราะเป็นห่วงน้องจากใจจริงก็ แล้วกัน 1. ช่วงหลังกินข้าวเย็น ถ้ามีเวลานะ น้องหาคนขึ้นมาเตรียมเปิดห้องและจัดห้องนอน ไว้ล่วงหน้าได้เลย ตอนแรกมาถึงห้องอาจจะล็อกอยู่ ให้น้องเดินไปบอกพี่แม่บ้านให้มาเปิดห้อง ปกติพี่เขาจะอยู่ที่ห้องนั่งพักตรงก่อนถึงห้องน้ำ ที่จริงก็มีพี่ชมรมรุ่นโต ๆ หลายคนที่มีกุญแจห้อง เหมือนกัน แต่พี่ว่าน้องให้พี่แม่บ้านมาเปิดห้องให้จะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวน้องเองนะ 2. พอน้องเข้ามาแล้ว ถ้ามู่ลี่กระจกข้างประตูหน้าห้องเปิดอยู่ ให้รูดปิด จากนั้นให้มอง ไปที่หิ้งบูชาครูบนหลังตู้เก็บซอ พวกเด็กชมรมจะตั้งของไหว้เอาไว้ ตอนที่น้องเข้ามาธูปน่าจะหมด ดอกแล้ว น้องลาของไหว้ลงมาได้เลย อยากกินอะไรในนั้นก็กินได้ แต่อย่ากินจนหมด เพราะน้อง จะมีเหตุต้องใช้ของไหว้ภายในคืนนี้
45 3. ถ้าพวกเด็กชมรมมาซ้อมการแสดงแล้วไม่ได้เก็บเครื่อง น้องก็ช่วยเก็บให้หน่อย (ขอ โทษแทนพวกเด็กชมรมด้วยนะ) แต่ตอนเก็บให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า พวกเครื่องตีกับเครื่องดีด ทั้งหลาย อย่าให้มีอุปกรณ์บรรเลงติดอยู่กับตัวเครื่องเด็ดขาด เมื่อเอาอุปกรณ์บรรเลงออกจาก ตัวเครื่องแล้ว ให้เอาไปเก็บไว้ในลิ้นชักตู้เก็บซอ ชั้นบนกับชั้นกลางเท่านั้น แต่อย่าเปิดชั้นล่างสุด นะ (ปกติพวกพี่จะไม่เปิดชั้นนั้นกัน) ส่วนเรื่องต้องเก็บอะไรบ้าง พี่จะจดเครื่องดนตรีให้น้องไว้ รีเช็กตามนี้ ก. ระนาด ทั้งระนาดเอกและระนาดทุ้ม ให้ยกผืนดู ไม้จะเก็บอยู่ในราง และน้อง ต้องตรวจทุกราง ไม่ว่ารางที่วางอยู่กับพื้น หรือรางที่เก็บไว้บนชั้น อย่าลืมหย่อนผืน ลงด้วย ข. ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ และฆ้องวงเล็ก ไม้จะวางอยู่ ใกล้ๆ หรือไม่ก็เสียบอยู่ที่ตัวเครื่อง ค. จะเข้ ไม้ดีดก็จะพัน ๆ อยู่บนเครื่องนั่นแหละ ง. ขิมผีเสื้อ ให้เปิดฝาขิมออกดู ปกติเด็กชมรมจะเก็บไม้ไว้ที่ช่องเสียบใต้ฝา หรือไม่ ก็วางไว้ที่ตัวขิม จ. ถ้าเจอซอวางไว้ที่พื้นด้วย ให้น้องเก็บเข้าตู้ได้เลย แต่ระวังให้ดี ตอนเก็บอย่า เดินข้ามซอนะ (จริง ๆ เครื่องดนตรีอื่น ๆ ก็ด้วย) ให้เดินอ้อมเอา ฉ. ส่วนพวกเครื่องประกอบจังหวะทั้งหมด ให้เอาไปวางแอบ ๆ ไว้ในที่ที่ไม่เกะกะ ตอนจะนอน แต่ทุกคนที่จะเข้ามานอนในห้องนี้ควรรู้ว่าเก็บไว้ตรงไหน เพราะเดี๋ยว ต้องหยิบออกมาใช้ 4. พอหลังจบกิจกรรมรอบดึก ตอนก่อน 23.00 น. ที่น้องเตรียมจะเข้ามานอน เตือน ๆ คนอื่นที่มาทีหลังด้วยว่าอย่านอนหันเท้าไปทางเครื่องดนตรี แต่ถ้าสมมติเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ไหว้บอกกล่าวครูสักหน่อย ก่อนจะเข้ามานอนก็เข้าห้องน้ำและจัดการธุระนอกห้องให้เสร็จ เข้า
46 มาแล้วก็นอนให้เรียบร้อย ไม่ต้องเอะอะเสียงดังอะไรอีก ก่อนนอนก็ตั้งจิตสวดมนต์ตามศาสนาที่ นับถือ หากไม่ได้นับถือศาสนาก็ให้ตั้งจิตให้มั่น แล้วอธิษฐานว่า คืนนี้จะขออนุญาตนอนที่ห้องนี้ 5. คืนนี้ไม่ต้องล็อกประตู 6. จะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นในช่วง 23.00 - 01.00 น. หลังจากนั้น ลมจะเงียบ น้อง อาจจะเห็นว่ามีเงาวูบไหวนอกหน้าต่าง แต่นั่นไม่ใช่เงาต้นไม้ใหญ่ที่โรงเรียนข้าง ๆ ปลูกไว้ หรอกนะ ให้พยายามข่มตาหลับทำเป็นไม่สนใจ และห้ามบอกคนอื่นที่นอนด้วยว่าเห็นอะไร ไม่ ต้องกลัว จำไว้อย่างหนึ่งว่า ตราบใดที่อยู่ในห้องดนตรีไทย อะไรก็ตามอยู่ข้างนอกจะเข้ามาทำ อะไรน้องไม่ได้ 7. ประมาณ 01.15 น. แอร์ตัวหนึ่งในห้องจะมีน้ำหยดลงมา ทุกครั้งที่ผ่านมาจะเป็น ตัวที่ติดอยู่ฝั่งหน้าต่าง ให้เอาถังขนมสวัสดิการใบเล็ก ๆ ที่เหลือใช้มารอง ถังจะเก็บอยู่ใต้ชั้นวาง จะเข้ อย่าให้อะไรที่หยดลงมาจากแอร์หยดลงพื้นหรือกระเด็นโดนเครื่องดนตรีที่วางอยู่ใกล้ๆ เด็ดขาด ถ้ามีใครนอนอยู่ใต้แอร์ก็หลบ ๆ ออกมานะ พยายามอย่าให้น้ำหยดโดนตัว ภายในความ มืด น้องอาจจะเห็นไม่ชัดว่าน้ำที่หยดลงมาเป็นอะไร แต่เชื่อเถอะว่านั่นไม่ใช่น้ำแอร์ 8. ระหว่างจัดการกับน้ำที่หยดลงมาจากแอร์ น้องจะได้ยินเสียงเหมือนยามเดินอยู่ที่ ระเบียงหน้าห้อง ถ้าเห็นแสงไฟฉายมาตามทางล่ะก็ เป็นเขานั่นแหละ บางครั้งเขาอาจจะส่องไฟ ทะลุประตูกระจกห้องเราเข้ามา ถ้าเขาฉายไฟเข้ามาป๊ะเรา อย่าตกใจ ไม่ต้องทำอะไร ให้อยู่นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ไว้เหมือนกับว่าเราหลับกันหมดแล้ว เขาคนนั้นมองไม่เห็นเรา 9. ถ้าโชคดี เขาจะส่องไฟรอบเดียวแล้วไป แต่ถ้าโชคร้าย เกิดมีเสียงอะไรแว่วไปเข้าหู เขาเข้า พี่ยามนั่นจะมาเคาะประตูเรียกให้คนไปเปิด ถ้าไม่มีคนลุกไปเปิดเขาจะเขย่าประตูอย่าง แรง แต่ถึงเขาจะเขย่าแรงแค่ไหนก็จะไม่มีทางเปิดเข้ามาได้ แล้วถ้าน้องยังมีสติพอ ก็ฝากดูๆ เพื่อนในห้องไว้ด้วยนะ อย่าให้มีใครหลอนเดินไปเปิดประตูให้เขา พอจวนจะถึง 02.00 น. เขาก็ จะจากไปเอง
47 10. พอพี่ยามไปแล้ว “น้ำแอร์” จะหยุดหยด ช่วง 02.00 - 02.45 น. เจ้าลาย แมว คณะเราจะเดินขึ้นมานอนบนตึกชั้นห้องชมรม นี่เป็นช่วงเวลาที่น้องสามารถออกมาจากห้องไป เข้าห้องน้ำได้ พี่แนะนำว่า ไม่ต้องไปเข้าห้องน้ำชั้นอื่น 11. เตือน ๆ เพื่อนที่จะไปเข้าห้องน้ำว่า ห้ามเข้าห้องน้ำริมในสุดฝั่งขวามือ ถ้าเข้าไป คงจะเห็นว่า ประตูห้องน้ำห้องนั้นที่ปกติเปิดตลอดจะงับปิดอยู่แล้ว อย่าพิเรนทร์ไปเปิดเด็ดขาด แล้วก็รีบทำธุระของตัวเองให้เสร็จ รีบออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอ ตอนที่กลับมากันแล้ว ให้น้องเช็กจำนวนเพื่อนในห้องด้วยว่ากลับมาครบไหม 12. เมื่อครบ 45 นาที เจ้าลายจะลงจากตึกไป และช่วง 15 นาทีก่อนเข้า 03.00 น. จะมีเสียงเพื่อนน้องคนหนึ่งมาเคาะกระจกข้างประตูหน้าห้อง บอกว่าเพิ่งกลับจากห้องน้ำและให้ เปิดประตูให้หน่อย อย่าเปิด ไอ้ที่มาเคาะนั่นไม่ใช่เพื่อนน้อง และอย่าลืมว่า เราไม่ได้ล็อกประตูกัน แต่แรก ถ้าเป็นเพื่อนน้องจริงก็คงรู้อยู่แล้วว่าประตูไม่ได้ล็อก 13. อีกสักพัก เดี๋ยวจะมีเพื่อนคนหนึ่งเกิดหิวขึ้นมาอย่างรุนแรง และร้องจะออกไปหา ของกินข้างนอก อย่าปล่อยให้เพื่อนไป เพราะเพื่อนคนเดิมจะไม่กลับมาหาเราอีกแล้วแน่ ทางแก้ คือให้เอาของไหว้ที่พี่บอกให้เก็บไว้ตอนแรกให้เพื่อนกิน เพื่อนคนนั้นของน้องจะขัดขืนอย่าง รุนแรงและกระฟัดกระเฟียดใส่น้องมาก แต่ยังไงก็ต้องพยายามตะล่อมให้กินให้ได้ เพื่อนคนนั้นจึง จะปลอดภัยและอยู่กับน้องไปได้ถึงเช้า 14. ช่วง 03.00 - 05.00 น. พวกเด็กชมรมดนตรีไทย รวมถึงคนที่รู้จักเพลงไทยเดิมที่ นอนอยู่ในห้องจะได้ยินเสียงดนตรีไทยบรรเลงดังอยู่ในหู ดังมากเหมือนมีคนตั้งวงเล่นกันอยู่นอก ห้อง แถมเสียงของพวกนั้นจะยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป น้องที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยฟังเพลง ไทยเดิมก็ไม่ต้องแปลกใจถ้าอยู่ดีๆ เพื่อนในห้องจะเกิดนอนกระสับกระส่าย เอามือปิดหูขึ้นมา นั่นแปลว่าเพื่อนของน้องกำลังทรมานเพราะได้ยินอะไรที่น้องไม่ได้ยินอยู่ 15. หลังจากดนตรี (ที่น้องอาจไม่ได้ยิน) บรรเลงไปจนครบทุกเพลงที่ “นอกห้อง” เขา เตรียมมาแล้ว เขาจะขึ้นเพลงสุดท้าย หรือที่นักดนตรีไทยจะรู้กันดีว่าเป็น “เพลงลา” เพลงนั้นก็
48 คือเพลง “ลาวดวงเดือน” คราวนี้ไม่ว่าใครก็จะได้ยินเพลงเหมือนกันหมด และจะพิเศษกว่าเพลง อื่นเขาหน่อยตรงที่มีเสียงนักร้องด้วย แต่สิ่งที่จะขาดหายไปในเพลงก็คือ เสียงฉิ่งและเสียงกรับ 16. ถ้าไอ้พวกเด็กชมรมยังไหว ไม่ทรมานจนลุกไม่ขึ้นไปก่อน มันจะรู้อยู่แล้วว่าต้อง ทำอะไร แต่ถ้าพวกนั้นไม่ไหวแล้ว ให้น้องไปหยิบฉิ่งและกรับพวงมา แล้วพยายามตีให้ลงจังหวะ เพลง ไม่ต้องห่วงถ้าน้องไม่เคยเล่นดนตรีไทยมาก่อน พี่จดทุกอย่างที่น้องควรรู้ไว้บนไวท์บอร์ด แล้ว ใช้เปิดไฟมือถือส่องอ่านเอา อย่าเปิดไฟจนสว่างจ้าจนนอกห้องรู้ตัว สิ่งที่น้องต้องทำให้ได้ถ้า อยากรอดไปถึงเช้าคือ ต้องคุมจังหวะเพลงให้ลงจบอย่างเรียบร้อย อย่าให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “วงล่ม” ขึ้นเด็ดขาด 17. เพลงลาวดวงเดือนไม่ใช่เพลงยาว น้องเลยจะมีเวลาพยายามงมจังหวะไม่มากนัก ถ้าน้องเริ่มได้กลิ่นดอกไม้หอมประหลาด ที่จะมาพร้อมท่อนร้องว่า “หอมกลิ่นเกสร…เกสรดอกไม้ หอมกลิ่นคล้ายคล้ายเจ้าสูเรียมเอย” นั่นเป็นสัญญาณว่าน้องควรรีบหาทางเข้าจังหวะให้ถูกได้ แล้ว เพราะว่าเพลงดำเนินมาถึงท่อนสุดท้ายแล้ว 18. มีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างหนึ่งที่อยากเตือนน้องไว้สักหน่อย ปกตินักดนตรีไทย จะไม่ตีฉิ่งจบก่อนดนตรี เพราะฉะนั้นจังหวะสุดท้ายให้ระวังให้ดีๆ ถ้าดนตรีเริ่มทอดช้าลง ให้น้อง ตีฉิ่งเกาะจังหวะไว้ แล้วให้กะจังหวะลงฉับสุดท้ายให้เหมาะสม แค่ฟังแล้วดูไม่น่าเกลียดหรือ ประดักประเดิดก็ใช้ได้แล้ว 19. พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าน้องทำล่มแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่มีใคร ล่มเลย พวกเพื่อนที่เคยทำหน้าที่นั้นบอกพี่ว่า เหมือนได้ยินเสียงคนมาคอยกระซิบเตือนให้จับ จังหวะได้ถูกต้อง แต่ก็เคยได้ยินจากรุ่นพี่แก่ๆ มาเหมือนกันว่า ถ้าทำเพลงลาล่มแล้ว จากที่ควร ได้ลาก็จะไม่ได้ลา อาจจะต้องติดอยู่ในห้วงเวลานั้นไปตลอดกาล พี่ก็ไม่รู้หรอกว่าจริงไหม ทางที่ดี ก็อย่าลองเลยแล้วกัน
49 20. ตอนหกโมงเช้า เรื่องทุกอย่างจะสงบลง ให้น้องเอาถังรองน้ำที่หยดลงมาจากแอร์ ไปเทที่ใต้ต้นสาละใหญ่ที่ปลูกอยู่หน้าตึกข้าง ๆ ต้องเป็นที่นั่นเท่านั้นนะ เทดีๆ อย่าให้น้ำในนั้น กระเด็นโดนตัว และอย่าทักเรื่องสีของน้ำล่ะ ให้ทำเหมือนเป็นน้ำแอร์ธรรมดา 21. ก่อนจะออกไปทำงานรับน้อง ให้หามาลัยมาคล้องที่จับประตูทั้งสองข้าง ปกติจะ มีพวงมาลัยเก่าใส่อยู่ในพานที่วางข้างตะโพน แต่ถ้ามาลัยเก่าเกินไปจนพวกเด็กชมรมเผลอทิ้งไป แล้ว ให้โทรหาเพื่อนให้ไปซื้อมาลัยดาวเรืองใหม่ที่ตลาดใกล้ๆ มาคล้อง และอย่าเพิ่งไปจากห้อง จนกว่าจะแน่ใจว่ามีมาลัยมาคล้องประตู 22. หลังจากคล้องมาลัยเรียบร้อยแล้ว ไปตามพี่แม่บ้านให้มาปิดล็อกห้องให้เรียบร้อย ถ้าพี่แม่บ้านถามว่าคล้องมาลัยไว้ทำไม ให้ตอบยังไงก็ได้ไม่ให้พี่แม่บ้านสงสัยหรือเอามาลัยออกก็ พอ ท้ายที่สุด อย่าลืมไหว้ลาครูที่คอยคุ้มครองน้องให้ผ่านคืนนั้นมาได้อย่างปลอดภัยด้วย นี่อาจจะไม่ใช่ข้อบังคับ แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะการที่น้องยังปลอดภัยดีก็เป็นเครื่องยืนยันได้ ว่านั่นไม่ใช่แค่เพราะโชคช่วย เรื่องโดย สามใบเถา *เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น หากรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่ภายในเรื่องก็...คิดไปเองแล้วค่ะ แหะ ๆ
50 ประชุมบทร้องคัดสรร บทร้องประกอบการบรรเลงดนตรีที่ได้ประพันธ์ขึ้นใหม่ สำหรับชมรมดนตรีไทย คณะ อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้บรรเลงในโอกาสต่าง ๆ ในช่วงพ.ศ. 2558 – 2563 ทั้ง ที่ได้ปรับปรุงดัดแปลงจากบทประพันธ์ของเก่าและที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ ประพันธ์ขึ้นโดยสมาชิกชมรมเอง และบางส่วนได้ประพันธ์ขึ้นโดยอาจารย์ในคณะอักษรศาสตร์ ประกอบไปด้วยบทอาศิรวาท บทสดุดีเฉลิมพระเกียรติต่าง ๆ ที่ใช้บรรเลงในงานพิธีการของ มหาวิทยาลัยและคณะอักษรศาสตร์ รวมไปถึงบทร้องเล่นสำหรับงานกิจกรรมโดยทั่วไปที่จัดขึ้น ภายในชมรม เช่น งานแรกพบ งานรับน้อง งานปัจฉิมนิเทศ เป็นต้น ………………………………… ระบำอักษราลักษณ์ หม่อมราชวงศ์อรฉัตร ซองทอง ประพันธ์บทร้อง -เพลงอัปสรสำอาง- สาวอักษรฯ ฟ้อนรำระบำร่าย กรกรีดกรายร่วมงานการฉลอง เวียนบรรจบมาพบเพื่อนพ้อง เหล่าพี่น้องอักษราเทวาลัย ทั้งหญิงชายกระจายกระจรอักษรศาสตร์ รับใช้ชาติหลายยุคหลายสมัย ทุกวงการชื่อเสียงก้องเกรียงไกร เลือดสีเทายิ่งใหญ่ในแผ่นดินฯ -เพลงพญาสี่เสา- ขอเกื้อหนุนคุณธรรมน้อมนำชาติ ด้วยภาษาวิชาการงานศาสตร์ศิลป์ อักษรฯ จุฬาฯ พาน้ำใจไร้ราคิณ ใครยลยินรู้รักอักษราฯ …………………………………
51 บทร้องเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล ปรับปรุงบทร้องจากระบำพัธวิสัย พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ บรรเลงครั้งแรกใน พิธีถวายสักการะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558 ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -เพลงทองย่อน- สรวมชีพข้าพระบาท ถวายอภิวาทบาทธุลี นฤบดีอภิวัฒน์ สยามรัฐผ่านเผ้า พระเดชพระจุลจอมเกล้า ไพร่ฟ้าอยู่เย็น สรวมชีพขอถวายบังคม เรืองสมญาพระปิยราช พระจอมปราชญ์ผู้ทรงศรี พระบารมีแผ่อ้อม ทวยไทภักดีพร้อม นอบน้อมราชันฯ -เพลงมอญแปลง- วันนี้เอย วันนี้วันดี แสนสุรเสนี จะเล่นระบำ หลายเลบง บำเรอทรงธรรม จะผูกพจน์ เป็นบทลบอง จะเลือกทำนอง ให้ร้องคมขำ สอดสำเนียง กับเสียงดนตรี ให้เข้าที จะเต้นจะรำ จะเฟ้นถ้อยคำ ยอยศพระเรืองชัย ด้วยสำราญ สำเริงหฤทัย สมภพพระภูวนัย เวียนไวมาเอยฯ โอ้องค์เอย องค์พระตรีศุลี พระจักรปาณี และบิดามหา สามพระองค์ ทรงเดชประมวลมา พร้อมองค์อัมรินทร์ แรมบุรพทิศ
52 พระยมศักดิ์สิทธิ์ สถิตทางขวา พระพิรุณ ระวังหลังภพ พระไพสพ เธอสิงอุตรา ปวงสรรพเทวา จงรักษาพระวงศ์ พงศ์จักรี ศักดิ์ศรียิ่งยง เด่นด้าวธำรง ทรงสุขสวัสดิ์เอยฯ ขอไท้ธำรง ทรงเกษมสำราญ เสวยรมย์สมภาร บริวารสลับสลอน เจริญศักดิ์ ทรงพลสิทธิ์ เจริญพระฤทธิ์ ริปูสยบสยอน พระยศแพร่หลาย อย่ารู้หายรู้หย่อน พระเกียรติกระฉ่อน ทุกนครมาคัล หิรัญสุวรรณ บรรณาการมากมา ขอจงสยามรัฐ พิพัฒน์วัฒนา ไทยสุขทุกทิวา พระศาสนายืนยง สมศักดิ์ตั้งประสงค์ จงประสิทธิ์เถิดเอยฯ …………………………………
53 ระบำดาวดึงส์ นายภูริทัต หงษ์วิวัฒน์ สมาชิกชมรมดนตรีไทย คณะอักษรศาสตร์ ประพันธ์ขึ้นเป็น บทร้องสำหรับพิธีสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีการศึกษา 2562 -ปี่พาทย์ทำเพลงเหาะ รัว- -เพลงตะเขิ่ง- องค์ปิยมหาราชผู้จอมปราณ ทรงสถิต ณ วิมานแมนสวรรค์ สามิภักดิ์ในองค์พระทรงธรรม์ น้อมภิวันท์พึ่งพาพระบารมี ข้าพระบาทฟ้อนกรายร่ายรำ กระทำดุริยางค์ทั้งดีดสี ดวงจิตหมายเชิดชูภูบดี ผู้ครองภพตรีด้วยปรีชาฯ -เพลงเจ้าเซ็นสมเด็จพระปรมินทร์ปิ่นไตรจักร คือพระหริรักษ์นาถา เกษียรชลพิมาน อันโอฬาร์ อุปมาน้ำจิตจอมนคร บำรุงนิกร สัตว์ทั้งหลาย บำราบภัยร้ายจนถ่ายถอน เปลื้องทุกข์เลิกทาสด้วยอาทร เปรียบบิดรรักบุตรก็ดุจกัน จักรกรดจักรกฤษณ์ฤทธิรุทร ดั่งคมปัญญาวุธวิเศษสรรพ์ พระดำริ พระดำรัส อัศจรรย์ จะร่ำพจน์รำพันฤๅพอพจน์ เทพคทาลงพระทัณฑ์อริแผ้ว เลิศแล้วยุติธรรมกำหนด หมู่พาลต่างสละละพยศ ปรากฏแจ่มแจ้งแก่โลกา ดวงปัทม์ในหัตถ์นารายณ์ มิงามเพริศพรายเหนือกว่า ดวงปัทม์ธรรมะพระพุทธา ในหทัยผ่านฟ้าจุฑาชน แซ่เสียงสังข์ทิพย์อันพิสุทธิ์ อึงอุตม์ธรณีแลเวหน เปรียบพระเกียรติเกริกไกรในสกล กระหึ่มก้องกลางกมลนิรันดร์กาลฯ -ปี่พาทย์ทำเพลงรัว- …………………………………
54 เพลงชุด “เฉลิมศตพรรษ จุฬาภิวัตน์สถาพร” การบรรเลงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ชุดเฉลิมศตพรรษ จุฬาภิวัตน์สถาพร เรียบเรียงขึ้นเพื่อ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า พระผู้ทรง สถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครบ 100 ปี รายละเอียดการแสดงชุดนี้ประกอบด้วยการ บรรเลงเพลงมหานิมิตร ซึ่งประพันธ์โดยคุณครูจางวางทั่ว พาทยโกศล เพลงทะเเยกลองโยน และ รัวดึกดำบรรพ์ ประพันธ์เนื้อร้องโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล อาจารย์ดร. ปกรณ์ หนูยี่ บรรจุเพลง -เพลงมหานิมิตร- -เพลงทะแยกลองโยนพระเอยพระธีรราช ทรงสร้างชาติรุ่งเรือง งามฤทธิ์แรงกำแหงราม รอนราพณ์ร้ายพ่ายบารมี เรืองรองคือทองทอ ทวยไทยขอกรานบทศรี เย็นชื่นพระปรานี เหมือนฝนหลั่งฉ่ำชื่นใจ สร้างฐานการศึกษา สร้างจุฬาฯ เกริกเกรียงไกร ร้อยปีทรงนำให้ มหาวิทยาลัยได้เจริญ ปณิธานชวนตรองตรึก น้อมรำลึกสรรเสริญ ปวงข้าฯ ตั้งจิตเชิญ เป็นมิ่งขวัญอนันต์นาน พระเอยสถิตใด คาบนี้ไทยสมัครสมาน สยามชาติสุขสำราญ ปัญญาญาณพระแท้เอยฯ -รัวดึกดำบรรพ์- …………………………………
55 ระบำจุฬาฯร้อยปี เป็นระบำเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิด และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสถาปนา ในโอกาสที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครบรอบ 100 ปี โดยได้แนวคิดมาจากระบำ นางกอย ในพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่า ประพันธ์เนื้อร้องโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล ร้อยปี จุฬาลงกรณ์ เกียรติกำจร จามจุรีเอยฯ ร้อยปี พระธีรรามราชา ทรงวางฐานการศึกษา ทรงวางศิลาฤกษ์ชัย สร้าง “มหาจุฬาลงกรณ์” เกริกเกียรติกำจรถิ่นอมรเทวาลัย ปิยมหาราชัน อภิวันท์เป็นหลักใจ สถิตแนบอุราใน ไม่รู้เลือนเคลื่อนคลา รื่นฤดีสีชมพู ชูพระเกี้ยวเชิดบูชา สมภพวารเวียนอีกครา ปวงจุฬาฯ พูนภักดี รวมจิตชื่นรื่นภิรมย์ น้อมบังคมพระภูมี หลั่งพรอาทรทวี คุ้มศีราผองข้าฯ เอยฯ ร้อยปี จุฬาลงกรณ์ เกียรติกำจร จามจุรีเอยฯ ชื่นจิตปวงนิสิตเอย อีกเหล่าบัณฑิตชุมนุมพร้อมหน้า ร่วมน้อมบังคมองค์ปิยราชา ชื่นจิตปวงนิสิตเอยฯ รำลึกนึกพระคุณเอย พระทรงเกื้อหนุนสร้างการศึกษา จากแรกเริ่มต้นจนเป็น “จุฬาฯ” รำลึกนึกพระคุณเอยฯ เลอค่าพระปัญญาเอย นำพาไทยพ้นโพยภัยสุขศรี ประเทศน้อยใหญ่ทรงผูกไมตรี เลอค่าพระปัญญาเอยฯ
56 ถ้วนหน้าสามัคคีเอย สยามพึงมีแต่ความก้าวหน้า ทรงสอนให้รักษ์พิทักษ์พารา ถ้วนหน้าสามัคคีเอยฯ งามล้ำธรรมิกราชเอย ทรงเป็นจอมปราชญ์พระศาสนา เอกองค์ประเสริฐเลิศพระบุญญา งามล้ำธรรมิกราชเอยฯ งามล้นพระนิพนธ์เอย ปวงชนปีติพระวิริยะ ร้อยกรองร้อยแก้วพระทรงอุตสาหะ งามล้นพระนิพนธ์เอยฯ จงจิตอธิษฐานเอย ขอทรงสำราญเนานานเมืองฟ้า การุณย์เหนือเกล้าเหล่าไทยประชา จงจิตอธิษฐานเอยฯ เชิดหน้าสถาวรเอย กรุงเทพนครรัตนโกสินทร์ เดชพระอำนาจป้องชาติแผ่นดิน เชิดหน้าสถาวรเอยฯ ………………………………… ระบำกฤดาภินิหาร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล ประพันธ์บทร้องเพิ่มเติม -รัวดึกดำบรรพ์- -เพลงครวญหาปราโมทย์แสน องค์อัปสรอมรแมนแดนสวรรค์ ยินกฤดาภินิหารมหัศจรรย์ พระทรงธรรม์จุลจอมเกล้าชนชาวไทย ต่างเต็มตื้นชื่นชมโสมนัส โอษฐ์เอื้อนอรรถแซ่ซ้องสุนทรไข ราชสมภพเวียนดลมงคลชัย พระเกียรติไกรดั่งเพ็ญโสมประโลมลาน บรรเลงเพลงเริงระบำร่าย กรกรีดกรายโปรยมาลีสีประสาน ยอพระยศยิ่งฟ้าสุธาธาร จักรวาลฉ่ำชื่นรื่นรมย์ครันฯ -ปี่พาทย์ทำเพลงจีนรัว- …………………………………
57 เดี่ยวซอด้วง เพลงพญาโศก 3 ชั้น บทร้องเพลงพญาโศกสามชั้น ประพันธ์ขึ้นเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล พร้อมกับทางเดี่ยวซอด้วงประพันธ์ขึ้นใหม่ โดยอาจารย์ดร. ปกรณ์หนูยี่ โอ้ตะวันพลันด่วนล่วงลิบลับ หัวอกไทยจะแดดับเสียสิ้นได้ พระเสโทเคยเย็นหยาดซาบทรวงใน กลายน้ำตาอาลัยใจแผ่นดิน ………………………………… เพลงชุดรามัญกำสรวล รามัญกำสรวล เป็นเพลงชุดสำเนียงมอญที่เรียบเรียงขึ้นด้วยความสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประพันธ์เนื้อร้องโดย นายจุฑาคภัสติ์ รัตนพันธ์ บรรจุเพลงโดยครูทัศนีย์ ขุนทอง (ศิลปินแห่งชาติ) และอาจารย์ดร. ปกรณ์ หนูยี่ -รัวมอญ- -เสภามอญพระนิพพานปานพิภพจะทบท่าว เดือนดาวสูรย์สลบซบแสงใส พระธรณีชอกช้ำระกำใจ ทุกทั่วไทยตรมน้ำตาโอ้อาดูร -เพลงยาดเล้- เจ็ดสิบปีบุญพระเจิมเฉลิมด้าว ร้อนผ่าวเคยประทุษก็สุดสูญ สุขซ้ำหยาดเย็นก็เพ็ญพูน เบิกสมบูรณ์สยามยงดำรงยืน
58 (สร้อย) ยาตเล้ เกี๊ยเตะ กะละเยียมกะโปนต๊ะ ก่อนเตะ โดดอาวาว ช๊อตตอย กะโตนโต๊ะ กะเล็ม คำลูกเกริง กะละเยียม ป๊ะอารา นิเปรียง จะเปรียง เล้จุ๊ดพอ หยาดไคว ฮอมชอน อาวาว อิลิ ประคอง ฮะกาว จอดฮะกาว -เพลงปรมัยโอ้ตั้งแต่นี้มิเห็นแล้ว ดวงแก้วยวนไทยให้แช่มชื่น แต่นี้จะเย้าย้ำกล้ำกลืน ดั่งค่ำคืนมืดแสนทั้งแดนไตร (สร้อย) ปรมัย ปรมัย ตันตุเขว เอยโปรยมานี เตวะดาวเกริงชัว เออริปาหละ กามิ กามิ กระมงกรอบเต๊ะ กามิกะเรียงเตะ เกาะกาวมิจอด -เพลงตะนาวมอญแม้ศัพท์ส่ำสำนารสึงอึงพระโสต จงพระโปรดสดับครวญหึ่มหวนไห้ ทูลพระทูลกระหม่อมกลับประทับไทย คอบราไชไอศวรรย์ตราบกัลปา หมายจงรักภักดีธุลีพระบาท ต่างไม้มาศพุ่มพวงดวงบุปผา ตัววายสนองพระกรุณา ขอเป็นข้าฉลองบาททุกชาติเอยฯ -โอดมอญ- ………………………………… เพลงระบำดอกบัว นายชนะพล ปานสมบัติ สมาชิกชมรมดนตรีไทย ประพันธ์ขึ้นเพื่อใช้บรรเลงครั้งแรก ในงานปัจฉิมนิเทศนิสิตอักษรศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2557 ร่มจามจุรีวิไล พลิ้วใบสะบัดชูช่อ พี่เก็บให้น้องคล้องคอ สัมพันธ์ก่อรักมั่นนานมา งามช่อชงโคแย้มบาน ร่มลานตระหง่านสง่า โอ้ดอกชงโคโสภา จำต้องลาร้างเจ้าเศร้าใจ ถึงตัวจะพรากจากจร ถิ่นอักษรฯ เทวาลัย แต่จิตยังคิดห่วงใย มั่นสมัครรักสมาน สอนประสิทธิ์วิทยา ซึ้งเมตตาครูอาจารย์
59 เพื่อนพี่น้องคล้องประสาน รักสนิทมิตรดำรง ถึงจากไกลใจมั่นคง เทิดเทาธงไม่เสื่อมคลายฯ ………………………………… เพลงวันเกิด อาจารย์ดร. ปกรณ์ หนูยี่ ประพันธ์คำร้องและปรับปรุทำนองจากเพลงอวยพรวัน เกิดของเดิม บรรเลงครั้งแรกเพื่ออวยพรผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว อาจารย์ ที่ ปรึกษาชมรมดนตรีไทย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ทำนองเพลง - - - - - ดํ - ล - - - ซ - ม - ล - - - ซ - ล - ด - - - ร - ซ - ม - - - - - ดํ - รํ - - - มํ - ดํ - ล - - - ม - ซ - ล - - - มํ - รํ - ดํ ขอให้วันเกิดนี้ จงแฮปปี้สุขสำราญ โรคภัยไม่แผ้วพาน จิตเบิกบานทุกวันคืนฯ …………………………………
60 เพลงคุณหลวง (มาร์ชชิ่งทูจอร์เจีย) อาจารย์ดร. ปกรณ์ หนูยี่ ประพันธ์บทร้องเพิ่มเติม คุณหลวง คุณหลวง อยู่กระทรวงธรรมการ เงินเดือนยี่สิบบาท เปิ๊ดสะก๊าดเต็มประดา ใส่เสื้อราชปะแตน ทำไมไม่แขวนนอละกา คุณหนู คุณหนู เขาเรียนอยู่ที่จุฬาฯ เดินผ่านเทวาลัย ส่งยิ้มไปก็ยิ้มมา เรียนอยู่คณะอะไร เอ๊ะ! น่าจะใช่อักษรฯ จุฬาฯ อยากรู้ อยากรู้ เขาเรียนอยู่คณะอะไร ใส่เสื้อผูกเนกไท เอ๊ะเดินไปก็เดินมา ถ้ายังไม่มีแฟน มาเดินควงแขนสาวอักษรา ………………………………… ราตรีประดับดาว เพลงราตรีประดับดาว สองชั้น ประพันธ์และแปลขึ้นโดยนายภูริทัต หงษ์วิวัฒน์ เพื่อ ประกอบการบรรเลงในกิจกรรมแรกพบอักษรฯ ประจำปีการศึกษา 2563 มีเนื้อหาเป็นการเชิญ ชวนนิสิตใหม่คณะอักษรศาสตร์ มาเข้าร่วมชมรมดนตรีไทย ดนตรีไทยไพเราะเสนาะทรวง ชนทั้งปวงยอมรับต่างนับถือ (สร้อย) หอมดอกรัก ให้หลงรัก เหลือใจ ดนตรีไทยชวนรักเสียจริงเอยฯ รู้ร้องเล่นเป็นความรู้ไว้คู่มือ จะชูจิต ชูชื่อลือขจร (สร้อย) หอมระรวยชวยกลิ่นมลิวัน จะชื่นขวัญทุกวันแน่เอย ขอเชิญเข้ามาบรรเลงเพลงดนตรี เป็นเกียรติศรีสำนักนามอักษรฯ เอยฯ (สร้อย) หอมระริน ชื่นกลิ่นชงโค เติบโตต่อก้านตระการเอยฯ
61 เทวาลัยเลิศฟ้าสถาพร จักกางกรโอบท่านไว้ด้วยไมตรี (สร้อย) หอมระรื่น บุปผาสุมามาลย์ ไม่หอมหวานเท่าดนตรีเอยฯ คำแปลภาษาอังกฤษ Thai traditional music is widely appreciated due to its melodious and delightful charm. O! How we love the scent of delicate flowers! Our love for Thai traditional music has no difference to that of the flowers. Singing and playing it will fill thy heart with joy and bring glory to thy name. O! Such joy we always gain from the sweet scent of Jasmine; like the music, it will always lift our hearts aloft. Mayst thou join our club and be the honour of our faculty. We bid thee welcome! O! As a beautiful tree grows with grace and beauty, we wish the same for thee. Every door and path in our faculty is opened for thee to live freely as thy second home. O! So sweet is the flowers’ scent! But it is surpassed by the incomparable sweet melody of music.
62 กองบรรณาธิการ อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว ประธานชมรมดนตรีไทย ปิติ มานุชานนท์ (2564) วัสสา ชาวคำเขต (2565) บรรณาธิการ ปิติ มานุชานนท์ ผู้ช่วยบรรณาธิการ กวินภพ ทองนาค เนื้อหา กวินภพ ทองนาค เกวลิน ถนอมทอง แก้วสกุล สุพรรณชนะบุรี ชุติภา สุวิมล ธนพงษ์ เมืองศิลปศาสตร์ ธัญลักษณ์ ทองสุข พรรษชล วินิยกูล พุฒิพงศ์ เจืออุปถัมย์ ภูริทัต หงษ์วิวัฒน์ ศราวุธ วังหลวง สุพิชญา วรธำรง พิสูจน์อักษร กวินภพ ทองนาค แก้วสกุล สุพรรณชนะบุรี งามวาด ดำคำ พรประทาน วงศ์วุฒิวัตน์ วัสสา ชาวคำเขต ออกแบบปก กุลนาถ โกสิน จัดทำโดย ชมรมดนตรีไทย คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร สนับสนุนโดย นายกสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ และสมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี