The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือปฏิบัติงาน การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าเบื้องต้น สำนักงานศาลยุติธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-09-23 11:01:27

คู่มือปฏิบัติงาน การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าเบื้องต้น สำนักงานศาลยุติธรรม

คู่มือปฏิบัติงาน การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าเบื้องต้น สำนักงานศาลยุติธรรม

คมู่ อื การปฏิบัตงิ าน

ด้านการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจา้ หน้าที่เบ้อื งต้น
สาหรับหนว่ ยงานในสังกัดสานกั งานศาลยุตธิ รรม

สำนักกิจกำรคดี
สว่ นควำมรับผดิ ทำงละเมดิ ของเจ้ำหนำ้ ที่

มิถุนำยน ๒๕๖๓

คมู่ ือการปฏบิ ตั งิ านด้านการสอบข้อเท็จจริงความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ท่ีเบอ้ื งต้น
สาหรบั หนว่ ยงานในสงั กดั สานักงานศาลยุติธรรม
-

ท่ปี รกึ ษา นำยภพ เอครพำนิช รองเลขำธกิ ำรสำนกั งำนศำลยตุ ิธรรม
นำยนติ ิธร วงศย์ ืน ผพู้ ิพำกษำหัวหน้ำศำลประจำสำนักประธำนศำลฎกี ำ
นำงสำววรมน รำมำงกูร ผู้พิพำกษำศำลชน้ั ต้นประจำสำนกั ประธำนศำลฎีกำ
นำงพัชรพร โรจนสโรช ผพู้ ิพำกษำศำลชน้ั ต้นประจำสำนกั ประธำนศำลฎกี ำ
นำยปยิ ะกลุ มลี ุน ผอู้ ำนวยกำรสำนักกจิ กำรคดี

ผู้จัดทา ส่วนควำมรบั ผดิ ทำงละเมดิ ของเจ้ำหนำ้ ท่ี

หนว่ ยงาน สว่ นควำมรับผดิ ทำงละเมดิ ของเจ้ำหนำ้ ท่ี
สำนกั กจิ กำรคดี
สำนกั งำนศำลยุตธิ รรม

ปที ีจ่ ัดทา พ.ศ. ๒๕๖๓

“...ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปด้วยดีน้ัน นอกจากต้องใช้ความรู้ความสามารถแล้ว
ยังต้องเป็นผู้มีจิตใจสูง มีศีลธรรม มีสติสัมปชัญญะ ประพฤติแต่ในส่ิงที่ชอบท่ีควร วางตนให้สมเกียรติ
เปน็ ผทู้ ค่ี วรแก่การนบั ถือ...”

พระบรมรำโชวำทในพธิ พี ระรำชทำนปรญิ ญำบัตรแก่ผูส้ ำเรจ็ กำรศกึ ษำจำก
มหำวทิ ยำลัยเกษตรศำสตร์ ณ หอประชมุ มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์
วนั ที่ ๑๔ กรกฎำคม ๒๔๙๘

คู่มอื การปฏบิ ัตงิ าน

ดา้ นการสอบขอ้ เท็จจริงความรบั ผิดทางละเมิดของเจา้ หน้าทีเ่ บื้องต้น

สาหรบั หนว่ ยงานในสงั กัดสานกั งานศาลยุตธิ รรม

สำนกั กิจกำรคดี
ส่วนควำมรบั ผดิ ทำงละเมิดของเจ้ำหนำ้ ที่

มถิ นุ ำยน ๒๕๖๓

คานา

กา ร ด า เ นิ นก า ร เ ก่ี ยว กับ ค ว า ม รั บ ผิด ทา ง ละ เ มิด ข อ ง เ จ้า หน้ า ท่ี ต า ม ที่กา ห น ด ไ ว้ใน
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙ และระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่า
ดว้ ยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกยี่ วกับความรบั ผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่
ของรัฐทุกระดับ และเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานยังมีปัญหาและอุปสรรคท้ังในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย
การตีความกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติอยู่หลายประการ ดังน้ัน เพ่ือเป็นการ
เสริมสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจของเจา้ หนา้ ท่ใี นการปฏบิ ตั ิงานใหม้ ีความรวดเรว็ ถูกตอ้ งตามหลกั กฎหมาย
มีประสิทธิภาพ และสามารถอ้างอิง และตรวจค้นได้อย่างรวดเร็ว สานักกิจการคดีจึงได้จัดทาคู่มือการ
ปฏิบัติงานด้านการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ีเบื้องต้นสาหรับหน่วยงานใน
สงั กดั สานกั งานศาลยตุ ิธรรม เพอ่ื ใชเ้ ป็นคู่มือหรอื แนวทาง ในการดาเนนิ การเกีย่ วกบั การสอบข้อเทจ็ จริง
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่เบ้ืองต้น เมื่อเกิดความเสียหายต่อหน่วยงานในสังกัดสานักงาน
ศาลยตุ ธิ รรม เพื่อให้ได้ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่ีชัดเจนวา่ ความเสียหายท่เี กดิ ขึ้นเกดิ จากสาเหตุใดและความเสียหาย
น้ันคิดเป็นเงินจานวนเท่าใด เพ่ือนาไปสู่กระบวนการหาตัวผู้รับผิดเพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่
หน่วยงานของรัฐต่อไป และเพื่อให้การสอบสวนหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นของหน่วยงานเป็นไปด้วยความ
เสมอภาค เปน็ ธรรม โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ตามหลักการบริหารจัดการภาครัฐที่ดี ลดความเสี่ยงการขาด
อายุความใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเก่ียวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ต่อผู้กระทา
ความผดิ และผู้ทเ่ี กย่ี วข้อง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือการปฏิบัติงานด้านการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
ของเจ้าหน้าท่ีเบื้องต้นสาหรับหน่วยงานในสังกัดสานักงานศาลยุติธรรมเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์
อย่างย่ิงตอ่ การปฏิบตั ริ าชการของสานกั งานศาลยุตธิ รรม

สานกั กจิ การคดี
สว่ นความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหนา้ ที่

ปรบั ปรุงคร้ังที่ 1
มิถนุ ายน ๒๕๖๓



สารบัญ หนา้

บทท่ี 1
2
ความเป็นมา
ก. แนวทางปฏบิ ตั ิในการสอบขอ้ เท็จจรงิ ความรับผดิ ทางละเมดิ

ของเจ้าหน้าทเี่ บอื้ งต้น
1. วตั ถปุ ระสงค์
2. ขน้ั ตอนการดาเนินการสอบข้อเทจ็ จริงเบ้อื งต้น
2.1 แต่งต้ังคณะกรรมการสอบขอ้ เท็จจรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ
2.2 การสอบข้อเทจ็ จรงิ
2.3 ตวั อย่างการทาสานวนการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรบั ผดิ ทางละเมดิ
ของเจ้าหน้าทเี่ บ้ืองตน้ แยกตามประเภทสานวนการสอบสวน

ข. การสอบข้อเทจ็ จรงิ ความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หน้าที่ ตามระเบียบ 11

สานกั นายกรฐั มนตรีวา่ ดว้ ยหลักเกณฑก์ ารปฏิบัตเิ ก่ยี วกบั ความรับผิดทางละเมดิ

ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ข้อ 8

1. วตั ถปุ ระสงค์

2. ขั้นตอนการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรบั ผดิ ทางละเมดิ

3. การสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หน้าที่แยกตามประเภทสานวน

- กรณที ุจรติ ทางการเงินหรอื ทรพั ย์สิน

- กรณีไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายหรอื ระเบยี บ

- กรณคี นรา้ ยกระทาโจรกรรมหรอื ทรพั ยส์ ินสญู หาย

- กรณอี าคารสถานทถ่ี กู เพลงิ ไหม้

- กรณอี บุ ตั เิ หตุ

ค. อายุความ 20

ง. การกาหนดสัดสว่ นความรับผิดท่ีเจ้าหน้าท่ีต้องชดใชค้ วามเสียหาย 22
ใหแ้ กห่ นว่ ยงานของรัฐ

ข้ันตอนแนวทางปฏิบัตเิ ก่ยี วกบั การสอบข้อเท็จจริง 23
ภาคผนวก 28

ความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ท่ี

ความเป็นมา1

พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ได้ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 113 ตอนที่ 60 ก ลงวันท่ี 14 พฤศจิกายน 2539 และเริ่มมีผลใช้บังคับ
เมื่อวันท่ี 15 พฤศจิกายน 2539 ซ่ึงเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด
ของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ตามทีป่ รากฏทา้ ยพระราชบญั ญตั ิดงั กล่าวคือ การที่เจ้าหน้าท่ีดาเนินกิจการ
ต่างๆ ของหน่วยงานของรัฐนั้น หาได้เป็นไปเพื่อประโยชน์อันเป็นการเฉพาะตัวไม่ การปล่อยให้
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ปฏิบัติงานในหน้าท่ี และเกิดความเสียหายแก่เอกช น
เป็นไปตามหลักกฎหมายเอกชนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นการไม่เหมาะสม
ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดในการกระทาต่าง ๆ เป็นการเฉพาะตัวเสมอไป
เม่ือการที่ทาไปทาให้หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกเพียงใด ก็จะมีการฟ้องไล่เบี้ย
เอาจากเจ้าหน้าท่ีเต็มจานวนน้ัน ทั้งท่ี บางกรณีเกิดขึ้นโดยความไม่ตั้งใจหรือความผิดพลาด
เล็กน้อยในการปฏิบัติหน้าท่ี นอกจากนั้น ยังมีการนาหลักเรื่องลูกหน้ีร่วมในระบบกฎหมายแพ่งมา
ใช้บังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องร่วมรับผิดในการกระทาของเจ้าหน้าที่ผู้อ่ืนด้วย ซ่ึงระบบน้ันมุ่งหมายแต่
จะได้รับเงินครบถ้วนโดยไม่คานึงถึงความเป็นธรรมที่จะมีต่อแต่ละคน กรณีเป็นการก่อให้เกิด
ความไม่เป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ และยังเป็นการบั่นทอนขวัญกาลังใจในการทางานของเจ้าหน้าท่ีด้วย
จนบางครั้งกลายเป็นปัญหาในการบริหาร เพราะเจ้าหน้าที่ไม่กล้าตัดสินใจดาเนินงานเท่าที่ควร
เพราะเกรงความรับผิดชอบท่ีจะเกิดแก่ตน อนึ่ง การให้คุณให้โทษแก่เจ้าหน้าท่ีเพื่อควบคุมการ
ทางานของเจ้าหน้าที่ยังมีวิธีการในการบริหารงานบุคคลและการดา เนินการทางวินัยกา กับดูแลอีก
ส่วนหน่ึง อันเป็นหลักประกันมิให้เจ้าหน้าท่ีทาการใด ๆ โดยไม่รอบคอบอยู่แล้ว ดังน้ัน จึงสมควร
กาหนดให้เจ้าหน้าท่ีต้องรับผิดทางละเมิดในการปฏิบัติงานในหน้าที่เฉพาะเม่ือเป็ นการจงใจกระทา
เพ่ือการเฉพาะตัวหรือจงใจให้เกิดความเสียหายหรือประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น
และให้แบ่งแยกความรับผิดของแต่ละคนมิให้นาหลักลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็น
ธรรมและเพิ่มพนู ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ านของรฐั จงึ จาเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ินี้

พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 13 ได้
กาหนดให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีระเบียบเพื่อให้เจ้าหน้าท่ีซ่ึงต้องรับผิดตามมาตรา 8 และมาตรา 10
สามารถผ่อนชาระเงินท่ีจะต้องรับผิดนั้นได้ โดยคานึงถึงรายได้ ฐานะ ครอบครัวและความรับผิดชอบ
แ ล ะ พ ฤ ติ ก า ร ณ์ แ ห่ ง ก ร ณี ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี จึ ง ไ ด้ ว า ง ร ะ เ บี ย บ ส า นั ก น า ย ก รั ฐ ม น ต รี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. 2539 ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 113 ตอนพิเศษ 39 ง ลงวันท่ี 15 พฤศจิกายน 2539 และมีผลใช้บังคับ
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2539 โดยระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีฯ ดังกล่าวได้ยกเลิกระเบียบ

1สาระนา่ รู้เกย่ี วกับความรบั ผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี ครบรอบ 10 ปี พระราชบัญญัติความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539,
สานกั ความรับผดิ ทางแพ่ง กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลงั , โรงพิมพ์สานกั งาน พระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ.



ความรับผิดชอบของข้าราชการในทางแพ่ง ซ่ึงออกตามมติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือสานัก
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วน ที่ นร 155/2503 ลงวันท่ี 1 ธันวาคม 2503 และบรรดาระเบียบ
ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี รวมท้ังหนังสือเวียนของกระทรวงการคลังท่ีเก่ียวข้องท้ังหมด และให้ใช้
ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรีฯ ดังกล่าวแทน

ส่วนกรณีมูลคดีเกิดข้ึนและมีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากการกระทาของ
เจ้าหน้าท่ีกล่าวคือ ในชั้นของเลขาธิการสานักงานศาลยุติธรรม ก่อนที่เลขาธิการสานักงาน
ศาลยุติธรรมพิจารณาเก่ียวกับผู้ต้องรับผิด และจานวนค่าสินไหมทดแทนที่ผู้รับผิดต้องชดใช้นั้น
ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด
ของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. 2539 ข้อ 8 ได้กาหนดว่า “เม่ือเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐแห่งใด
และหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น มีเหตุอันควรเชื่อว่าเกิดจากการกระทาของเจ้าหน้าท่ีของ
หน่วยงานของรัฐแห่งน้ัน ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐดังกล่าว แต่งต้ังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ความรับผิดทางละเมิดขึ้นคณะหนึ่งโดยไม่ชักช้า” ดังนั้น กรณีที่มีความเสียหายเกิดข้ึนแก่
หน่วยงานในสังกัดสานักงานศาลยุติธรรม ให้หน่วยงานน้ันดาเนินการสอบข้อเท็จจริงเบ้ืองต้น
โดยแต่งต้ังคณะกรรมการข้ึนคณะหนึ่ง เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นว่าความเสียหายท่ีเกิดข้ึน
เกิดจากสาเหตุใด เกิดจากการกระทาของเจ้าหน้าท่ีหรือไม่ โดยดาเนินการสอบปากคาพยานบุคคล
ท่ีเกี่ยวข้อง รวบรวมพยานเอกสารต่าง ๆ และสรุปผลรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเสนอ
ความเห็นว่าความเสียหายเกิดขึ้นจากสาเหตุใด จานวนค่าเสียหายเท่าใด พร้อมส่งเอกสาร
ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง ท้ั ง ห ม ด ม า ยั ง ส า นั ก ง า น ศ า ล ยุ ติ ธ ร ร ม เ พื่ อ พิ จ า ร ณ า แ ล ะ ด า เ นิ น ก า ร ต า ม ร ะ เ บี ย บ
สานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี
พ.ศ. 2539 ขอ้ 8 ต่อไป

ก. แนวทางปฏิบตั ิในการสอบขอ้ เท็จจรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ทเ่ี บ้ืองตน้

1. วัตถปุ ระสงค์
1.1 เพ่อื ให้ได้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่าความเสียหายเกิดจากสาเหตุใด และหากพิจารณา

แล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากการกระทาของเจ้าหน้าที่ สานักงานศาลยุติธรรม
จะได้ดาเนินการแต่งต้ังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามที่กาหนดไว้ใน
ข้อ 8 วรรคหนึ่ง ของระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเก่ียวกับความรับผิด
ทางละเมดิ ของเจา้ หน้าท่ี พ.ศ. 2539

1.2 เพอื่ ใหก้ ารดาเนินการสอบข้อเท็จจริงเบื้องตน้ เปน็ ไปในแนวทางเดียวกนั
1.3 เพ่ือให้การบังคับใช้ของกฎหมายที่หน่วยงานนามาบังคับใช้อันเกี่ยวข้องกับ
กฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เช่น ระเบียบ ก.บ.ศ. ว่าด้วยรถราชการและ
ค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจาตาแหน่ง พ.ศ. 2547 ระเบียบ ก.บ.ศ. ว่าด้วยเครื่อง
คอมพิวเตอร์พกพา พ.ศ. 2549 และระเบียบ ก.บ.ศ. ว่าด้วย ว่าด้วยการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบ
สงั เคราะหค์ วามถี่ (SYNTHESIZER) ของหนว่ ยงานในสงั กดั สานกั งานศาลยุติธรรม พ.ศ. 2559 เป็นต้น
เป็นไปตามแนวทางเดยี วกนั



1.4 เพื่อให้การปฏิบัติราชการ สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม โปร่งใส
และตรวจสอบได้

2. ข้ันตอนการดาเนนิ การสอบขอ้ เทจ็ จริงเบ้อื งตน้
2.1 แต่งต้ังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

เบ้ืองต้น
เมอื่ เกิดความเสยี หายขึน้ แก่สานักงานศาลยุติธรรมโดยมีเหตุอันควรเช่อื วา่ ความเสยี หาย

เกดิ จากการกระทาของเจา้ หน้าท่ี ให้ผูบ้ ังคบั บัญชาของส่วนราชการในสังกัดสานักงานศาลยุติธรรมตาม
ประกาศคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและการกาหนดอานาจ
หน้าท่ีของส่วนราชการในสังกัดสานักงานศาลยุติธรรม ท่ีเกิดความเสียหาย แต่งตั้งคณะกรรมการสอบ
ข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นขึ้นคณะหนึ่งโดยไม่ชักช้าไม่ควรเกิน 15 วัน
นบั แตร่ ูห้ รือทราบความเสยี หาย และรายงานข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นให้สานักงานศาลยุติธรรมทราบภายใน
7 วัน นับแต่วันแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ผา่ นระบบ QR – CODE ทง้ั นี้ ให้คณะกรรมการฯ รบี ดาเนนิ การ
สอบข้อเท็จจรงิ ความรับผิดทางละเมิดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว อย่างช้าไม่ควรเกิน 60 วัน นับแต่วันแต่งต้ัง
หากคณะกรรมการฯ ไม่สามารถดาเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กาหนด ผู้แต่งตั้ง
อาจอนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้อกี ครั้งละไม่เกิน 30 วัน ซ่ึงรวมระยะเวลาสอบข้อเท็จจริงแล้วไม่ควร
เกนิ 180 วัน โดยให้คานงึ ถงึ เหตผุ ลและความจาเป็นในการขอขยายระยะเวลาและระมัดระวังเรื่องอายุ
ความดว้ ย

แบบรายงาน


ตวั อยา่ งคาสง่ั แต่งตั้งคณะกรรมการ ฯ

คำสั่งสำนัก..................................................
ที่ /๒๕

เร่อื ง แต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบข้อเทจ็ จริงควำมรับผดิ ทำงละเมดิ ของเจำ้ หน้ำทเ่ี บอื้ งตน้

ด้วย (ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีท่ีเกิดควำมเสียหำย/สูญหำย เช่น วัน เวลำ สถำนที่
รำยละเอียดเกีย่ วกบั ทรพั ย์สนิ หรอื ควำมเสยี หำยท่เี กิดขนึ้ ).................................................................................
....................................................................................................................................................................... ................
.......................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................

ฉะนั้น จึงแต่งต้ังคณะกรรมกำรสอบข้อเท็จจริงควำมรับผิดทำงละเมิดของเจ้ำหน้ำที่
เบอ้ื งต้น ประกอบด้วยข้ำรำชกำรศำลยตุ ธิ รรมดังต่อไปน้ี

๑. ............................................ เป็นประธำนกรรมกำร
๒. ............................................ เป็นกรรมกำร
๓. ............................................ เป็นกรรมกำรและเลขำนกุ ำร

ท้งั นี้ ใหค้ ณะกรรมกำรที่ได้รับแต่งตั้งเร่งดำเนินกำรสอบข้อเท็จจริงแล้วเสนอควำมเห็น
เกยี่ วกบั สำเหตขุ องควำมเสยี หำยท่ีเกิดขึ้นและมูลค่ำของควำมเสียหำยที่เกิดขึ้นภำยใน..........วัน นับแต่
วันทปี่ ระธำนกรรมกำรไดร้ บั ทรำบคำส่งั น้ี

สงั่ ณ วันท่ี พ.ศ. ๒๕

(ลงชอ่ื )..................................
(...................................)

ผอู้ ำนวยกำรสำนกั ...................................



2.2 การสอบข้อเท็จจริง
หวั ขอ้ การสอบข้อเทจ็ จริงความรับผิดทางละเมดิ ของเจา้ หน้าทโ่ี ดยสงั เขป
(1) ขอ้ เท็จจริง

(1.1) วนั เวลา สถานท่ีเกดิ เหตุ
(1.2) ชื่อ ตาแหนง่ หนา้ ทีก่ ารงานของผูก้ ระทาความเสยี หาย
(1.3) การกระทา สภาพเหตุการณ์ หรอื พฤตกิ ารณ์ท่ีทาให้เกดิ ความเสียหาย
(1.4) จานวนความเสียหาย โดยให้ระบุประเภทของความเสียหาย รายการ มูลค่า
ทรัพย์สนิ ทีเ่ สยี หาย
(1.5) ผู้บาดเจ็บหรอื เสียชีวติ (ถา้ มี)
(1.6) ข้อเทจ็ จรงิ อนื่ ท่ีเปน็ ประโยชน์ในการสอบสวน
(2) พยานหลกั ฐาน
(2.1) พยานเอกสารและพยานวตั ถุ

(2.1.1) กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและคาสั่งในเรื่องท่ีเกี่ยวข้องกับกรณี
ทีเ่ กิดเหตแุ ละความเสยี หาย

(2.1.2) หลักฐานการแสดงสิทธิว่าเป็นผู้มีหน้าที่และความรับผิดชอบให้
กระทาการดงั กล่าวได้ เชน่ ใบขออนุญาตการใช้รถ คาส่งั อนญุ าตใหใ้ ชร้ ถ ใบขับขผ่ี ้ขู บั รถ

(2.1.3) หลกั ฐานทีผ่ ู้กระทาหรอื ละเว้นไมก่ ระทาเป็นเหตใุ ห้เกดิ ความ เสียหาย
(2.1.4) หลักฐานการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สรุปรายงาน
การสอบสวนความเห็นและคาสั่งของพนักงานสอบสวนและพนกั งานอัยการ
(2.1.5) บันทึกรายงานการตรวจสถานท่ีเกิดเหตุของพนักงานสอบสวนหรือ
เจ้าหน้าทีก่ องพิสจู นห์ ลักฐาน สานักงานตารวจแหง่ ชาติ
(2.1.6) ภาพถ่าย หรือแผนผังแสดงสถานที่เกิดเหตุ อุปกรณ์การเก็บรักษา
ทรัพย์กอ่ นและหลังเกดิ เหตุ
(2.1.7) ภาพถ่ายแสดงสภาพความเสียหายของทรัพย์สินทางราชการหรือ
วตั ถพุ ยานที่สาคญั
(2.1.8) วิธีการหรือมาตรการในการป้องกันรักษาทรัพย์สินของทางราชการ
เชน่ การอยเู่ วรยาม
(2.1.9) หลกั ฐานอ่นื ท่เี ก่ียวข้องหรือจาเป็น
(2.2) พยานบุคคล
(2.2.1) บันทึกคาให้การของเจ้าหน้าที่ผู้ที่ทาให้เกิดความเสียหาย หรือ
รบั ผดิ ชอบ หรือครอบครองทรัพย์สินขณะน้ัน
(2.2.2) บันทึกคาให้การของเจ้าหน้าท่ีรวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่มีส่วนเก่ียวข้อง
ตามสายงานบังคับบัญชาทกุ คน
(2.2.3) บนั ทกึ คาให้การของบุคคลซ่ึงเปน็ คกู่ รณี หรอื ผทู้ ีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
(2.2.4) บนั ทกึ คาใหก้ ารของผชู้ านาญการหรอื ผู้เช่ียวชาญเฉพาะกรณี
(2.2.5) บันทึกคาให้การประจักษ์พยานหรือพยานอ่ืนท่ีเห็นเหตุการณ์ขณะ
เกิดเหตกุ อ่ นหรอื หลังเกดิ เหตุ



(2.2.6) พยานอ่ืนทจ่ี าเป็นหรอื เป็นประโยชนใ์ นการสอบสวน
(3) พยานแวดลอ้ มอื่น ๆ

(3.1) ภาพถ่ายหรือแผนผังหรือเอกสารอย่างหนึ่งอย่างใดที่อาจใช้เป็นหลักฐาน
สนบั สนุนคาใหก้ ารหรือข้อต่อส้ขู องผ้ถู กู กล่าวหาหรอื พยาน

(3.2) หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใชเ้ ฉพาะกรณีทเ่ี ก่ียวข้องหรือจาเปน็ )
(3.3) บันทึกคาให้การของบุคคลท่ีน่าเช่ือถืออ่ืน เช่น กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ที่อาจ
นามาใช้ประกอบการพจิ ารณาความนา่ เชื่อถือของเหตุความเสียหายที่เกิดขึ้นได้



ตวั อย่างบันทึกการสอบข้อเท็จจรงิ

บันทึกการสอบขอ้ เท็จจรงิ
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หน้าทเ่ี บอื้ งตน้
ตามคาสัง่ สานกั อานวยการ/สานกั งานประจาศาล .............................. ท่ี ............../...........

ลงวนั ที่ ............... เดือน ........................ พ.ศ. .............

เร่ือง ..............................................................

สถำนท่ี .............................................
วนั ที่ ........... เดอื น ........................ พ.ศ. ..............
ขำ้ พเจ้ำ ............................................................ อำยุ .................. ปี อำชพี ....................
อยู่บำ้ นเลขท่ี ................................... ตรอก/ซอย .................................... ถนน ........................................
แขวง ............................ เขต ............................... จังหวัด ................................. โทร ..............................
สถำนทปี่ ฏิบตั งิ ำน ............................................................................................... โทร ..............................
บัตรประจำตวั ............................................ เลขประจำตวั ประชำชน .......................................................
ออกใหโ้ ดย .................................................................. เม่อื วนั ท่ี ..............................................................
หมดอำยุ .....................................................................

ขำ้ พเจ้ำขอให้ถ้อยคำดว้ ยควำมสมคั รใจและสตั ย์จรงิ ดงั น้ี
………………………………………………………………………………………………………………..………..
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

ข้ำพเจำ้ ไดอ้ ่ำนบนั ทึกกำรสอบข้อเท็จจริงฉบบั นโ้ี ดยตลอดแลว้ ขอรบั รองวำ่ ถูกต้องตรง
กบั ที่ให้ถอ้ ยคำไว้ จงึ ลงลำยมอื ช่อื ไว้เปน็ หลกั ฐำน

ลงช่อื ................................................ ผใู้ หถ้ ้อยคำ
(...............................................)

ลงชือ่ ................................................ ประธำนกรรมกำร
(...............................................)

ลงชอ่ื ................................................ กรรมกำร
(...............................................)

ลงช่ือ ................................................ กรรมกำรและเลขำนุกำร
(...............................................)

ลงชื่อ ................................................ ผพู้ มิ พ/์ บนั ทกึ
(...............................................)



2.3 ตวั อยา่ งการทาสานวนการสอบข้อเทจ็ จรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี
เบอื้ งต้นแยกตามประเภทสานวนการสอบสวน



ตัวอย่างการทาสานวน

กรณียานพาหนะเกดิ อุบัตเิ หตเุ สยี หาย

ประเภทสานวน อบุ ตั ิเหตุ
เรอ่ื ง รถยนต์............. (หมายเลขทะเบียน..........) ของ
(ชื่อหนว่ ยงาน).....................ประสบอุบตั ิเหตเุ ฉ่ียวชนกบั รถยนตข์ องบุคคลภายนอก
วันเวลาทเ่ี กดิ เหตุ ......................
สถานทเ่ี กิดเหตุ ..................
คาสงั่ แตง่ ตัง้ คณะกรรมการสอบข้อเทจ็ จรงิ ความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหน้าทเี่ บือ้ งต้น
คาส่งั สานักอานวยการ/สานกั งานประจาศาล............ท่.ี ............./..............ลงวันท.่ี ........เดอื น..........
พ.ศ. .......

สาระสาคัญในการสอบขอ้ เทจ็ จริง
1) สาเหตขุ องความเสียหายที่เกิดขน้ึ (ต้องระบุให้ชดั เจนว่าเกดิ จากเหตใุ ด เช่น เหตสุ ดุ วสิ ยั เกดิ จากการ
กระทาของเจา้ หนา้ ท่ี เปน็ ตน้ )
2) ความเสยี หายเป็นจานวนเงนิ ....................บาท (หักค่าเสือ่ มราคาแลว้ กรณีทตี่ อ้ งคิดค่าเสือ่ มราคา)
3) การร้องทกุ ขต์ ่อพนกั งานสอบสวน และความเหน็ พนกั งานสอบสวน
4) คาสงั่ พนักงานอยั การ (ถา้ มี)

สรปุ ขอ้ เท็จจริงไดว้ ่า
สรุปข้อเท็จจริงตามสาระสาคัญในการสอบข้อเท็จจริง ข้อ 1) ถึง 4) .....................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................

๑๐

ตวั อยา่ งการทาสานวน

กรณีทรัพยส์ ินของทางราชการ สูญหาย เสียหาย หรือถกู โจรกรรม

ประเภทสานวน คนร้ายกระทาโจรกรรมหรือทรัพย์สินสูญหาย (เช่นเคร่ืองคอมพิวเตอร์พกพา
หรือวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนทถี่ ูกโจรกรรมหรือสูญหาย)
เร่ือง เคร่ืองคอมพิวเตอร์พกพา/วิทยุโทรศัพท์เคล่ือนท่ี ยี่ห้อ ........................ รุ่น ..........................
หมายเลขเครอ่ื ง ........................................ ซง่ึ ได้รับการจัดสรรจาก ..........................................................
เมอ่ื วนั ที่ .............................................. เป็นจานวนเงนิ ...................... บาท
ให้ ...................................................... ตาแหน่ง ................................................
ได้ถูกโจรกรรม หรอื สูญหายไป
สถานทเี่ กิดเหตุ .......................................
คาส่งั แตง่ ตัง้ คณะกรรมการสอบข้อเทจ็ จรงิ ความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ทเี่ บ้ืองต้น
คาส่งั สานักอานวยการ/สานกั งานประจาศาล............ท่.ี ............./............ลงวันท่ี.......เดือน........พ.ศ........

สาระสาคญั ในการสอบขอ้ เท็จจริง
1) สาเหตขุ องความเสยี หายท่เี กดิ ขึน้ (ตอ้ งระบุใหช้ ดั เจนวา่ เกดิ จากเหตใุ ด เช่น เหตสุ ดุ วสิ ยั เกิดจากการ
กระทาของเจา้ หน้าท่ี หรอื เกดิ จากการกระทาของบุคคลภายนอก เป็นต้น)
2) ความเสยี หายเป็นจานวนเงนิ ....................บาท (หกั ค่าเสือ่ มราคาแลว้ กรณที ่ตี อ้ งคิดค่าเสอื่ มราคา)
3) การรอ้ งทุกข์ตอ่ พนกั งานสอบสวน และความเหน็ พนกั งานสอบสวน
4) คาสงั่ พนกั งานอัยการ (ถา้ มี)

สรุปข้อเท็จจรงิ ได้ว่า
สรุปข้อเท็จจริงตามสาระสาคัญในการสอบข้อเท็จจริง ข้อ 1) ถึง 4) .....................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.......................................................................

๑๑

ข. การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี
วา่ ดว้ ยหลักเกณฑก์ ารปฏิบัติเก่ยี วกับความรับผิดทางละเมิดของเจา้ หน้าที่ พ.ศ. 2539

1. วัตถุประสงค์ เพ่ือเป็นแนวทางให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งต้ังคณะกรรมการสอบ
ข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นดาเนินการสอบข้อเท็จจริง เพ่ือหาตัวผู้ต้องรับผิดและ จานวน
ค่าสินไหมทดแทนที่ผู้กระทาละเมิดต่อทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ตามระเบียบสานายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของ
เจา้ หน้าท่ี พ.ศ. 2539

2. ขั้นตอนการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรับผิดทางละเมิด
2.1 แตง่ ต้ังคณะกรรมการ
2.2 การสอบขอ้ เท็จจรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมิดของเจ้าหนา้ ที่

หวั ข้อการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรับผิดทางละเมิดของเจา้ หนา้ ที่โดยสงั เขป
(1) ข้อเท็จจริง

(1.1) วนั เวลา สถานท่เี กิดเหตุ
(1.2) ชื่อ ตาแหน่ง หนา้ ทกี่ ารงานและอานาจหน้าท่ีในการปฏิบัติราชการโดยปกติ
ของผู้กระทาความเสียหาย
(1.3) การกระทา สภาพเหตกุ ารณห์ รอื พฤตกิ ารณ์ที่ทาใหเ้ กิดความเสียหาย
(1.4) จานวนความเสียหาย โดยให้ระบุประเภทของความเสียหาย รายการ
และ มลู ค่าทรัพยส์ นิ ท่เี สยี หาย
(1.5) ผบู้ าดเจบ็ หรือผู้เสียหาย (ถา้ มี)
(1.6) ขอ้ เทจ็ จรงิ อื่นทีเ่ ป็นประโยชนใ์ นการสอบสวน

(2) พยานหลกั ฐาน
(2.1) พยานเอกสารและพยานวตั ถุ
(2.1.1) กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ และคาสัง่ ในเรอ่ื งที่เกยี่ วขอ้ งกับกรณี

ท่ีเกดิ เหตุและความเสียหาย
(2.1.2) หลักฐานการแสดงสิทธิว่าเป็นผู้มีหน้าท่ีและความรับผิดชอบ

ให้กระทาการดงั กลา่ วได้ เชน่ ใบอนญุ าตในการใช้รถ คาสั่งอนุญาตใหใ้ ช้รถ ใบขบั ขีผ่ ขู้ บั รถ
(2.1.3) หลักฐานท่ีผู้กระทากระทาหรือละเว้นไม่กระทาเป็นเหตุให้เกิด

ความเสยี หาย
(2.1.4) หลักฐานการแจง้ ความทกุ ข์ตอ่ พนักงานสอบสวน สรปุ รายงานการ

สอบสวน ความเห็นและคาส่ังของพนกั งานสอบสวนและพนักงานอยั การ
(2.1.5) บันทกึ รายงานการตรวจสถานท่ีเกิดเหตขุ องพนกั งานสอบสวน

หรอื เจา้ หนา้ ที่กองพิสจู น์หลักฐาน สานักงานตารวจแหง่ ชาติ
(2.1.6) ภาพถ่ายหรือแผนผังแสดงสถานท่ีเกิดเหตุ อุปกรณ์เก็บรักษา

ทรพั ย์ กอ่ นและหลงั เกดิ เหตุ
(2.1.7) ภาพถ่ายแสดงความเสียหายของทรัพย์สินทางราชการหรือ

๑๒

วตั ถุพยานท่ีสาคญั
(2.1.8) วิธีการหรือมาตรการในการป้องกันรักษาทรัพย์สินของทาง

ราชการ
(2.1.9) หลักฐานอืน่ ท่เี ก่ยี วขอ้ งหรือจาเปน็

(2.2) พยานบคุ คล
(2.2.1) บนั ทึกคาให้การของเจ้าหน้าท่ีผู้ที่ทาให้เกิดความเสียหายหรือ

รับผิดชอบหรอื ครอบครองทรพั ยส์ ินขณะน้นั
(2.2.2) บันทึกคาให้การของเจ้าหน้าที่รวมทั้งผู้บังคับบัญชาท่ีมี

สว่ นเกี่ยวข้อง ตามสายงานบงั คบั บญั ชาทกุ คน
(2.2.3) บันทึกคาให้การของบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณี หรือผู้ท่ีเก่ียวข้อง
(2.2.4) บนั ทกึ ใหก้ ารของผู้ชานาญการหรอื ผ้เู ชยี่ วชาญเฉพาะกรณี
(2.2.5) บันทึกคาให้การประจักษ์พยานหรือพยานอื่นที่เห็นเหตุการณ์

ขณะเกดิ เหตุ กอ่ นหรือหลังเกดิ เหตุ
(2.2.6) พยานอน่ื ทจี่ าเป็นเพ่อื ประโยชนใ์ นการสอบสวน

(2.3) พยานแวดลอ้ มอืน่ ๆ
(2.3.1) ภาพถ่ายหรือแผนผังหรือเอกสารอย่างหนึ่งอย่างใดที่อาจใช้

เป็นหลักฐานสนบั สนนุ คาให้การขอ้ ตอ่ สขู้ องผถู้ ูกกลา่ วหาหรอื พยาน
(2.3.2) หลักฐานใบรับรองแพทย์ (ใช้เฉพาะกรณีท่ีเกี่ยวข้องหรือจาเป็น)
(2.3.3) บันทึกคาให้การของบุคคลท่ีน่าเชื่อถืออ่ืน เช่น กานัน

ผู้ใหญบ่ ้าน ฯลฯ ที่อาจนามาใช้ประกอบการพจิ ารณาความนา่ เชอ่ื ถือของเหตคุ วามเสยี หายท่ีเกิดขึน้ ได้

3. การสอบขอ้ เทจ็ จริงความรบั ผิดทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ทแี่ ยกตามประเภทสานวน

สานวน ส.1 กรณที ุจริตทางการเงินหรอื ทรพั ยส์ ิน
(1) วนั เวลาที่เกดิ การทจุ รติ
(2) ชอ่ื ตาแหน่ง และอานาจหนา้ ที่ของผกู้ ระทาทจุ ริตในการปฏิบัติราชการโดยปกติ
(3) การกระทา และพฤตกิ ารณ์ในการกระทาทจุ รติ
(4) ชื่อ ตาแหน่ง และอานาจหน้าท่ีของเจ้าหน้าที่ท่ีร่วมงานหรือท่ีเกี่ยวข้อง

ตลอดจนผบู้ งั คบั บัญชาตามสายงาน
(5) รายละเอียดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องท้ังหมดรวมทั้ง

ผู้บังคับบัญชา ว่าตามกฎหมายและระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง และหรือทางปฏิบัติที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
เปรียบเทียบ กับการกระทาท่ีเกิดขึ้นจริง พร้อมแผนภูมิประกอบเปรียบเทียบระหว่างแนวทางปฏิบัติท่ี
ถูกต้องกบั การกระทาท่ีเกิดขึ้นจริง

(6) กฎหมายระเบียบข้อบังคับและคาสั่งเกี่ยวกับงานในหน้าท่ีนั้นๆ หรืองานท่ี
ได้รบั มอบหมาย

(7) หลกั และวธิ ีปฏิบตั โิ ดยปกตขิ องงานหรอื กจิ การน้นั เปน็ อยา่ งไร
(8) หลักฐานและเอกสารที่ผู้ทุจริตได้กระทา หรือหลักฐานท่ีผู้ทุจริตจะต้อง
กระทาแตไ่ ด้ละเว้นไม่กระทา

๑๓

(9) รายการและจานวนเงนิ ทท่ี ุจริต หรอื ขาดหาย
(10) เอกสารแจ้งความร้องทุกข์ สาเนาสานวนการสอบสวนของเจ้าหน้าท่ี
ตารวจ พนกั งานอยั การ และความเห็น (ถ้ามี) ตลอดจนผลการฟ้องคดี
(11) กรณีการระบุว่า ลายมือช่ือปลอม ได้มีการส่งหลักฐานให้ผู้ชานาญของ
กองพสิ จู นห์ ลักฐานตรวจสอบหรือไม่ (ถา้ มี) ขอรายงานผลการพสิ จู นด์ งั กลา่ ว
(12) การเรยี กร้องหรือฟ้องคดกี บั ธนาคารผ้จู ่ายเงนิ (ถา้ มี)
(13) ในกรณีเป็นเร่ืองเกี่ยวกับเช็ค ขอสาเนาเช็ค สาเนาใบเสร็จรับเงิน
เอกสาร ประกอบการส่ังจา่ ยเช็ค ผู้มอี านาจส่ังจา่ ย หลกั ฐานการได้รับชาระหนแ้ี ละอน่ื ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
(14) พฤติการณ์และกรณีแวดล้อมอื่นๆ เช่น ผู้ทุจริตเป็นคนชอบเล่นการพนัน
ใชเ้ งนิ เกนิ ฐานะ ภาวะแห่งจิตใจ ฯลฯ
(15) สาเนารายงานความเห็นของสานักงานการตรวจเงินแผ่นดนิ หรือเหตทุ ่ีทา
ให้ทราบว่ามกี ารกระทาทจุ ริต (ถ้ามี)
(16) ความเห็นและผลการดาเนินการของคณะกรรมการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และผลการดาเนิน
คดีอาญา (ถา้ มี)
(17) กรณีมีการกระทาทุจริตเกิดข้ึนหลายกรณี ให้แยกการสอบสวนเป็น
รายกรณี พร้อมความเห็นว่าผกู้ ระทาการทจุ รติ และผบู้ งั คบั บัญชา จะต้องรบั ผิดหรอื ไม่ อยา่ งไร และเปน็
จานวนเงนิ เทา่ ใด
(18) บันทกึ การให้ปากคาของผู้เก่ียวข้อง และโดยเฉพาะผู้ท่ีจะต้องรับผิดหรือ
อาจจะต้องรับผิด ท้ังนี้ ต้องให้บุคคลดังกล่าวได้มีโอกาสที่จะทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและ
เปน็ ธรรมและใหม้ ีโอกาสโตแ้ ย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนด้วย โดยต้องมิได้กระทาการใดอันเป็น
การลอ่ ลวง ขู่เข็ญ ให้สญั ญา หรือกระทาโดยมชิ อบดว้ ยประการอื่น
(19) กรณชี ว่ งระยะเวลาท่ีเกิดความเสียหายมีผู้รับผิดชอบและเกี่ยวข้องหลาย
คน ซ่ึงมกี ารเปลย่ี นแปลงตาแหน่งผู้รับผดิ ชอบหรอื ที่เกยี่ วขอ้ งและหรือมกี ารโยกย้าย ใหร้ ะบุรายละเอยี ด
ช่วงเวลาท่ีแต่ละคนต้องรับผิดชอบและจานวนความเสียหายซ่ึงเกิดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวพร้อม
แผนภมู ปิ ระกอบ
(20) ข้อมูลรายละเอียดอน่ื ๆ

๑๔

สานวน ส.2 กรณีไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายหรอื ระเบียบ
(1) กฎหมาย ระเบียบ มตคิ ณะรัฐมนตรี ขอ้ บงั คบั และคาสัง่ ทเี่ ก่ยี วข้อง
(2) สาเนารายงานความเห็นของสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือเหตุท่ีทา

ให้ทราบว่า มีการไม่ปฏิบัตติ ามกฎหมายหรอื ระเบยี บ (ถา้ มี)
(3) ความเห็นและหรอื ผลการดาเนนิ การของคณะกรรมการป้องกนั ปราบปราม

การทจุ ริตแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงนิ และผลการดาเนินคดีอาญา (ถา้ มี)
(4) กรณีกาหนดราคากลางสงู กว่าราคาค่าก่อสร้าง
ก. รายละเอียดแสดงวธิ ีคานวณหาคา่ แฟคเตอรเ์ อฟ (ถา้ มี)
ข. แหล่งทมี่ าของราคาวสั ดุทีใ่ ช้กาหนดเปน็ ราคากลาง
ค. ราคาวัสดแุ ยกประเภท ชนิด พร้อมราคา
(5) กรณีไมป่ ฏิบัติตามระเบยี บพสั ดุ
ก. ขั้นตอนดาเนินการก่อนมีการประกาศสอบราคา ประกวดราคา

จัดซ้อื จัดจ้างโดยวธิ พี ิเศษ หรอื กอ่ นมีการตกลงราคาแล้วแตก่ รณี
ข. ประกาศสอบราคา ประกวดราคา ฯลฯ
ค. รายชื่อคณะกรรมการท่ีแต่งตัง้ ตามระเบยี บทุกคน
ง. รายละเอียดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้เก่ียวข้องท้ังหมดรวมทั้ง

ผู้บังคับบัญชาระบุชื่อและตาแหน่งว่าตามกฎหมายและระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง และหรือทางปฏิบัติท่ี
ถูกต้องควรเป็นอย่างไร เปรียบเทียบกับการกระทาท่ีเกิดข้ึนจริงพร้อมแผนภูมิประกอบเปรียบเทียบ
ระหวา่ งทางปฏิบัตทิ ถ่ี ูกต้องกบั การกระทาทเี่ กิดข้ึนจริง

จ. รายงานผลการปฏิบัติงานและความเห็นของเจ้าหน้าที่และ
คณะกรรมการทีเ่ กย่ี วขอ้ งทุกคณะ

ฉ. หากมีการยกเลิกการสอบราคา ประกวดราคาฯ ขอเหตุผลพร้อม
หลักฐานทเี่ กย่ี วขอ้ ง

ช. ความเห็นของผู้ส่ังซื้อ / สง่ั จ้าง
(6) จานวนเงินที่ถอื ว่าทาใหท้ างราชการได้รบั ความเสยี หาย
(7) บันทึกการให้ปากคาของผู้เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะผู้ท่ีจะต้องรับผิดหรือ
อาจจะต้องรับผิด ท้ังน้ี ต้องให้บุคคลดังกล่าวได้มีโอกาสท่ีจะทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและเป็น
ธรรม และให้มโี อกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนด้วย โดยต้องมีได้กระทาการใดอันเป็นการ
ลอ่ ลวง ขู่เข็ญ ใหส้ ัญญา หรือกระทาโดยมิชอบด้วยประการอ่ืน
(8) กรณีช่วงระยะเวลาทีเ่ กิดความเสียหายมีผรู้ ับผิดชอบและเก่ยี วข้องหลายคน
ซ่ึงมี การเปล่ียนแปลง ตาแหน่งผู้รับผิดชอบหรือที่เก่ียวข้องหรือมีการโยกย้าย ให้ระบุรายละเอียด
ช่วงเวลาที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบ และจานวนความเสียหายซึ่งเกิดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวพร้อม
แผนภมู ปิ ระกอบ
(9) ข้อมูลรายละเอยี ดอนื่ ๆ

๑๕

สานวน ส.3 กรณคี นรา้ ยกระทาโจรกรรม หรือทรพั ย์สินสูญหาย
(1) ข้อเท็จจรงิ ทวั่ ไป และรายละเอยี ดของทรพั ย์สินท่ีสญู หาย
ก. วันเวลาท่เี กิดเหตุ
ข. เป็นทรัพย์ชนิดใด ตั้งหรือเก็บรักษา ณ ที่ใด บริเวณท่ีต้ังทรัพย์หรือ

สถานท่ีเก็บรักษาทรัพย์น้ัน มีทรัพย์สินอื่นที่ไม่ได้ถูกลักไปด้วยหรือไม่ ถ้ามี อะไรบ้าง (อธิบายโดย
ละเอียดหรือแยกเปน็ รายการ)

ค. รายการและมูลค่าของทรัพย์สินที่สูญหายทั้งก่อนและหลังคานวณ
ค่าเส่ือมราคา

(2) อาคารและสถานทที่ เ่ี กบ็ ทรัพย์
ก. ลกั ษณะของอาคาร ทางเข้า ทางออก รอ่ งรอยทค่ี นรา้ ยเข้าและออก

มรี ้ัว รอบขอบชดิ หรือไมอ่ ยา่ งไร แผนผงั บรเิ วณอาคารหรือสถานทเ่ี กบ็ รักษาทรพั ย์ที่สญู หาย
ข. พฤติการณ์ที่คนร้ายเข้าไปในอาคาร และทาการลักทรัพย์อย่างไร

(ถ้าไมม่ หี ลักฐานแน่นอน กค็ วรสนั นิษฐาน)
ค. สถานท่ีเก็บทรัพย์ เป็นอะไร เช่น ตู้เหล็ก ตู้ไม้ ฯลฯ และมีลักษณะ

อย่างไร มีลิ้นชักหรือมีทรัพย์สินหรือส่ิงของอ่ืนเก็บรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ถ้ามี มีอะไรบ้าง ความม่ันคง
แข็งแรงของทเ่ี ก็บทรัพยน์ ้นั เช่น เปน็ ตู้เหล็ก มีกุญแจ ฯลฯ และตงั้ อยู่ในบรเิ วณส่วนใดของอาคาร

ง. มีทรัพย์สินหรือส่ิงของอ่ืนที่ไม่สูญหายเก็บรวมอยู่ในท่ีเก็บทรัพย์นั้น
หรอื ไม่

จ. กุญแจอาคาร กุญแจสถานที่เก็บทรัพย์ เก็บรักษาไว้ที่ใด ผู้ใดเป็น
ผรู้ บั ผดิ ชอบ หรือเก็บรักษาและสูญหายหรอื เสยี หายไปในขณะเกิดเหตุหรือไม่

(3) ระเบยี บ คาสั่ง มาตรการในการปอ้ งกนั รักษาทรัพย์
ก. ระเบยี บ ข้อบังคับ และคาสั่งที่เกี่ยวกับการป้องกันดูแลรักษาทรัพย์

กาหนดไว้อยา่ งไร
ข. มีการจดั เวรยามหรอื ไม่ ถา้ มี จดั เวรยามไว้อย่างไร
ค. ใครมีหน้าท่ีอยู่เวรยามและตรวจเวรในระหว่างทรัพย์สินหาย หรือ

สันนิษฐาน ว่าเป็นผู้มีหน้าที่เวรยามในระหว่างทรัพย์สินหาย ให้ระบุชื่อตาแหน่ง และการปฏิบัติหน้าที่
ของเวรยามเหล่านัน้

ง.เจ้าหน้าทเี่ วรยามและผตู้ รวจเวรได้ปฏบิ ตั ิอยา่ งไรหรอื ละเลยตอ่ หน้าที่ อย่างไร
จ.นอกจากเวรยามแล้ว ยังมีมาตรการอื่นท่ีใช้สาหรับป้องกันอันตราย
ของทรัพย์สินดว้ ยหรอื ไม่
ฉ. บนั ทกึ การตรวจเวรยามในชว่ งเวลาที่เกดิ เหตุ
(4) บันทึกการให้ปากคาของผู้เก่ียวข้อง และโดยเฉพาะผู้ท่ีจะต้องรับผิดหรือ
อาจจะต้องรับผิด ท้ังน้ี ต้องให้บุคคลดังกล่าวได้มีโอกาสที่จะทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและเป็นธรรม
และให้มีโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนด้วย โดยต้องมิได้กระทาการใดอันเป็นการ
ล่อลวง ขเู่ ข็ญ ใหส้ ญั ญา หรอื กระทาโดยมชิ อบด้วยประการอ่นื
(5) กรณชี ่วงระยะเวลาที่เกดิ ความเสยี หายมีผ้รู ับผิดชอบและเก่ยี วข้องหลายคน
ซ่ึงมี การเปลี่ยนแปลงตาแหน่งผู้รับผิดชอบหรือที่เก่ียวข้องและหรือมีการโยกย้าย ให้ระบุรายละเอียด

๑๖

ช่ ว ง เ ว ล า ที่ แ ต่ ล ะ ค น ต้ อ ง รั บ ผิ ด ช อ บ แ ล ะ จ า น ว น ค ว า ม เ สี ย ห า ย ซ่ึ ง เ กิ ด ใ น ช่ ว ง ร ะ ย ะ เ ว ล า ดั ง ก ล่ า ว
พรอ้ มแผนภมู ิประกอบ

(6) ขอ้ มลู รายละเอียดอ่นื ๆ

๑๗

สานวน ส. 4 กรณอี าคารสถานที่ถูกเพลงิ ไหม้
(1) ข้อเท็จจริงท่ัวไป วัน เวลาท่ีเกิดเพลิงไหม้ ตัวอาคารท่ีเกิดเพลิงไหม้ และ

ลกั ษณะ ของอาคาร เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก ฯลฯ มูลค่าและรายการทรัพย์สินท่ีถูกเพลิงไหม้แยกจาก
ตัวอาคารทีต่ ้องซ่อมแซม

(2) การตรวจสอบสาเหตุ
ก. วัตถพุ ยานและร่องรอยทเ่ี หลือจากเพลิงไหม้เพ่ือนามาสันนิษฐานว่า

เกดิ จากสาเหตใุ ด (ถา้ เป็นเพลิงไหม้จากทอี่ นื่ ท่เี หน็ ชัดแจง้ แล้วลกุ ลามมาอาจจะไม่ตอ้ งสอบปัญหาน้ีกไ็ ด้)
ข. ประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ก่อนจะมีลักษณะรุนแรง

(ถ้ามี) ที่จะชแ้ี จงวา่ ตน้ เพลงิ อยู่ตาแหนง่ ใด
(3) มาตรการในการปอ้ งกันเพลงิ
ก. มกี ารจดั เจา้ หนา้ ทีเ่ วรรกั ษาการและดูแลสถานทีห่ รือไม่ อย่างไร
ข. ระเบยี บหรอื คาส่งั ทเ่ี ก่ียวกับการจัดเจ้าหน้าท่ีรักษาการดังกล่าวใคร

เป็นผู้วางระเบยี บหรอื ออกคาสั่ง
ค. ไดม้ ีการปฏิบัติหน้าท่ีเวรรักษาการอย่างไร หรือไม่ ในระหว่างเวลาเกิด

เพลิงไหม้
(4) บคุ คลที่เกี่ยวข้องทจี่ ะทางานหรือปฏิบัติหน้าที่เป็นประจา หรืออยู่อาศัยใน

อาคารหลังนั้น สอบพฤติการณ์รายละเอียดในการทางานหรือปฏิบัติหน้าที่หรืออยู่ในอาคารหลังนั้น
คร้งั สุดทา้ ยก่อนเพลงิ ไหม้

(5) การร้องทุกข์ และการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และความเห็นของ
เจา้ หน้าท่ี กองพิสูจน์หลักฐานหรือวทิ ยาการ ตลอดจนความเหน็ ของพนกั งานอยั การ

(6) ข้อสันนษิ ฐานหรอื ขอ้ พสิ ูจนส์ าเหตทุ เ่ี กิดเพลงิ ไหม้ อาจเปน็ กรณตี ่อไปนี้
ก. ไฟฟา้ ลัดวงจร มีผู้ใดกระทาโดยประมาทหรอื ไมอ่ ยา่ งไร
ข. เป็นการลอบวางเพลิงหรอื ไม่ รตู้ ัวและจบั ตัวผู้ตอ้ งหาไดแ้ ลว้ หรือไม่
ค. สาเหตเุ กิดจากความประมาทของบคุ คลหรอื ไม่ เช่น ท้ิงก้นบุหรี่ในที่ติด

ไฟงา่ ย ตดิ หลอดไฟฟา้ ไวใ้ นที่อบั และมีวัตถทุ ี่ติดไฟไดง้ ่าย
ง. เหตุนอกเหนือการควบคุม เช่น พายุพัดแรง เสาไฟฟ้าโค่นลงมาทา

ให้สายไฟ เกิดลดั วงจรและสายไฟอยู่ใกล้อาคาร ฯลฯ

๑๘

สานวน ส.5 กรณีอุบัตเิ หตุ
(1) ข้อเทจ็ จริงทวั่ ไป
ก. วนั เวลาเกิดเหตุ
ข. ช่ือ ย่หี อ้ และหมายเลขทะเบียนรถ
ค. ชอ่ื ผู้ขบั และฐานะตาแหน่ง
ง. ชื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้ควบคุมดูแลรถตลอดจน

อานาจหน้าที่
จ. รายการและมลู คา่ ของทรพั ย์สนิ ที่สญู หาย (ก่อนและหลังหกั ค่าเสือ่ มราคา)
ฉ. มผี ูบ้ าดเจ็บหรอื เสยี ชีวิตหรอื ไม่

(2) การตรวจสอบสาเหตุทีเ่ กดิ ขึน้
ก. ตรวจวตั ถพุ ยาน เชน่ คันชัก คันส่ง พวงมาลัย เคร่อื งยนต์ ฯลฯ
ข. ร่องรอยลอ้ และเบรก ขอภาพถ่ายสีประกอบ (ถา้ มี)
ค. มีรถคกู่ รณีหรือไม่ ถา้ มีจะต้องสอบตามข้อ (1) - (2) ก. ข. ดว้ ย
ง. อัตราความเร็วของรถก่อนและขณะเกิดเหตุ ตลอดจนพฤติการณ์ท่ี

เก่ยี วขอ้ ง
จ. สภาพของทางหรอื พื้นถนน
ฉ. สาเหตภุ ายนอกที่เขามาเกยี่ วขอ้ ง เช่น คนวงิ่ ตัดหน้า สตั ว์ว่งิ ตัดหน้าฯลฯ
ช. ระยะห่างระหวา่ งรถคันหน้าและรถคนั หลัง (ในกรณีเกดิ เหตชุ นทา้ ย)
ซ. พฤติการณอ์ ืน่ ๆ

(3) สภาพของรถก่อนใช้
ก. มีการตรวจสภาพกอ่ นใชห้ รือไม่
ข. สภาพของรถเป็นอย่างไร เช่น เบรกพวงมาลัย ยาง และประวัติการ

บารุงรกั ษาฯ
(4) สภาพความเสียหายของรถหลงั เกิดเหตุ
ก. ตรวจสอบสภาพความเสยี หายของรถเปรยี บเทียบกบั อตั ราความเร็ว

ของรถวา่ มี ความสัมพันธก์ นั หรือไม่ เช่น ผูข้ บั รถใหถ้ ้อยคาวา่ ขับรถดว้ ยความเรว็ 60 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง
แต่สภาพของรถได้รับความเสียหายท้ังคัน หรือได้รับความเสียหายมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ฯลฯ ขอ
ภาพถ่ายประกอบ (ถ้ามี)

ข. กรณีมีรถคู่กรณี ต้องตรวจสอบความเสียหายของท้ังสองฝ่าย เช่น
รถคนั ใดวิ่งด้านซ้าย รถคันใดว่ิงด้านขวา หรือวิ่งตามกันมาในทิศทางเดียวกัน ฯลฯ เกิดการเฉียวชนกัน
อย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถราชการและรถคู่กรณีสอดคล้องกับคาให้การของฝ่ายใด
มากกว่ากัน และฝ่ายใดน่าจะเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่ากัน หรือต่างฝ่ายต่างก่อให้เกิด
ความเสยี หายไมย่ งิ่ หย่อนไปกวา่ กัน ฯลฯ

(5) สภาพของพืน้ ถนนหรือทางเป็นอย่างไร เชน่ สภาพความกว้างของถนนและ
ไหล่ถนน และใช้วง่ิ รถไดท้ ช่ี ่องทางขอภาพถ่ายสปี ระกอบ (ถา้ มี)

(6) เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือไม่ ถ้าไม่มี
การแจ้งความขอทราบว่าเพราะเหตุใด จงึ ไม่แจ้งความ

๑๙

(7) ถ้ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีการร้องทุกข์และการสอบสวนของพนักงาน
สอบสวนหรอื ไม่ พร้อมความเห็นของพนกั งานอัยการ (ถ้ามี)

(8) ระเบยี บข้อบงั คับในการใชร้ ถมีวา่ อย่างไร
(9) นารถไปใช้ในราชการหรือไม่ ถ้าไปใช้ในราชการ ขอหลักฐานแสดงการขอ
ใช้รถที่ได้รับอนญุ าตจากผู้บังคับบญั ชา
(10) ผู้ขบั รถมใี บอนญุ าตขบั รถหรอื ไม่ หรอื ขับรถมาแล้วนานเทา่ ใด
(11) ภาวะแห่งจิตใจ สุขภาพหรือสภาพแวดล้อมของผู้ขับรถเป็นอย่างไร เช่น
ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับหรือขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอ่ืน เคยมี
ประวัติเป็นโรคลมบา้ หมูหรอื โรคหวั ใจ หรือขบั รถติดต่อกนั เป็นเวลานาน
(12) รายงานผลการตรวจวดั ระดับแอลกอฮอลใ์ นร่างกายของผู้ขบั ขี่
(13) บุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากทางราชการ
หรอื ไม่ ผลคดีเปน็ อยา่ งไร
(14) บันทึกการให้ปากคาของผู้เก่ียวข้อง โดยเฉพาะผู้ท่ีจะต้องรับผิดหรือ
อาจจะ ต้องรับผิด ท้ังน้ี ต้องให้บุคคลดังกล่าวมีโอกาสที่จะทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและเป็นธรรม
และต้องมีโอกาสโต้แย้ง และแสดงพยานหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งของตนด้วย โดยต้องมิได้
กระทาการใดอันเปน็ การ ล่อลวง ขเู่ ขญ็ ให้สัญญา หรือกระทาโดยมิชอบด้วยประการอื่น
(15) ขอ้ มลู รายละเอยี ดอน่ื ๆ 2

2แนวทางสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรบั ผิดทางละเมดิ ประเภทสานวนการสอบสวน (ท่ี กค 0406/ว.56 ลงวันท่ี 12 กันยายน 2550)

๒๐

ค.อายคุ วาม

กรณีเจา้ หน้าท่ีของรฐั กระทาละเมิดตอ่ บุคคลภายนอก
เมื่อเกดิ กรณเี จ้าหนา้ ทข่ี องรัฐกระทาละเมิดตอ่ บคุ คลภายนอกและหนว่ ยงานของรัฐต้อง
รบั ผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพอ่ื การละเมิดของเจ้าหนา้ ที่น้นั เมอ่ื หน่วยงานของรฐั ไดช้ ดใช้
ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสยี หายแลว้ หน่วยงานของรัฐอาจใช้สิทธิเรียกร้องหรือท่ีในทางกฎหมายเรียกว่า
“ใช้สทิ ธไิ ลเ่ บยี้ ” ให้เจา้ หนา้ ท่ี ผกู้ ระทาละเมดิ ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเลอ่ อย่างรา้ ยแรงชดใช้เงิน
ค่าสินไหมทดแทนตามท่ีหน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายไปก่อนแล้วก็ได้ และอาจมีบางกรณีท่ี
เจ้าหน้าที่ได้ชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายไปก่อนโดยท่ียังไม่รู้ว่าตนต้องรับผิดในเหตุละเมิด
ดังกล่าวหรือไม่ หากเจ้าหน้าท่ีผู้นั้นเห็นว่า ตนไม่ต้องรับผิด เพราะมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่าง
ร้ายแรง หรือผลการสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่า เจ้าหน้าท่ีผู้น้ันไม่ต้องรับผิดเจ้าหน้าที่ผู้น้ันก็ชอบที่จะ
ได้รบั คา่ สนิ ไหมทดแทนทตี่ นจ่ายใหแ้ ก่ผเู้ สยี หายไปแล้วคืนจากหน่วยงานของรฐั ได้
พระราชบัญญัตคิ วามรบั ผิดทางละเมิดของเจ้าหนา้ ที่ พ.ศ. 2539
มาตรา 9 บัญญัติว่า “ถ้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่
ผู้เสียหาย สิทธิท่ีจะเรียกให้อีกฝ่ายหนึ่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนให้มีกาหนดอายุความหน่ึงปี
นบั แตว่ นั ท่ีหนว่ ยงานของรฐั หรอื เจ้าหนา้ ทไ่ี ดใ้ ช้คา่ สนิ ไหมทดแทนน้ันแกผ่ เู้ สยี หาย”
ดังน้นั อายคุ วามในการใชส้ ิทธิไล่เบ้ยี จึงแยกออกไดเ้ ป็น 2 กรณี ดังนี้
(1) กรณีเจา้ หน้าทีใ่ ช้สิทธไิ ลเ่ บยี้
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้กระทาละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ แต่การกระทาละเมิดดังกล่าว
มิได้เป็นการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แต่เม่ือเกิดความเสียหายข้ึน
เจ้าหน้าท่ีท่ีกระทาละเมิดได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ก็ชอบที่จะได้รับ เงินค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวคืนจากหน่วยงานของรัฐ ซ่ึงกรณีน้ีเจ้าหน้าท่ีต้อง
ใช้สิทธิไล่เบี้ยเพ่ือขอ คืนเงินท่ีตนได้จ่ายแก่ผู้เสียหายไปแล้วคืนจากหน่วยงานของรัฐภายใน 1 ปี
นับแตว่ ันท่ตี นได้ชดใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทนใหแ้ กผ่ ้เู สยี หาย
(2) กรณีหนว่ ยงานของรัฐใชส้ ิทธิไล่เบยี้
ในกรณีท่ีหน่วยงานของรัฐได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแ ทนจากการกระ ทาละเมิด ของ
เจ้าหน้าท่ีในการปฏิบัติหน้าที่แก่ผู้เสียหายไปก่อนแล้ว และผลการสอบข้อเท็จจริงปรากฏต่อมาว่า
การกระทาละเมิดของเจ้าหน้าท่ีดังกล่าวเป็นการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
เมื่อได้กาหนดจานวนเงนิ ทเ่ี จ้าหน้าท่ดี ังกลา่ วจะตอ้ งรบั ผิดตามมาตรา 8 แห่งพระราชบญั ญตั คิ วามรบั ผดิ
ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. 2539 แล้ว หน่วยงานมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าท่ีชดใช้เงินจานวนดังกล่าว
ภายใน 1 ปี นบั แตห่ นว่ ยงานของรฐั ไดช้ ดใชใ้ หแ้ กผ่ ู้เสียหาย

กรณเี จ้าหนา้ ทีข่ องรัฐกระทาละเมิดต่อหน่วยงานของรฐั
พระราชบัญญตั ิความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหนา้ ที่ พ.ศ. 2539
มาตรา 10 บัญญัติว่า “ในกรณีท่ีเจ้าหน้าท่ีเป็นผู้กระทาละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐไม่ว่า
จะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ผู้น้ันอยู่ในสังกัดหรือไม่ ถ้าเป็นการกระทาในการปฏิบัติหน้าท่ีการเรียกร้อง
ค่าสินไหมทดแทนจากเจา้ หน้าที่ให้นาบทบญั ญัตมิ าตรา 8 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้ามิใช่การกระทา
ในการปฏบิ ตั หิ น้าที่ ใหบ้ ังคับตามบทบญั ญตั ิแห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์

๒๑

สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองประการตามวรรคหน่ึง ให้มี
กาหนดอายุความสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละ เมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึ งต้องใช้
คา่ สนิ ไหมทดแทน และกรณที หี่ นว่ ยงานของรฐั เห็นว่าเจ้าหน้าท่ีผู้น้ันไม่ต้องรับผิด แต่กระทรวงการคลัง
ตรวจสอบแล้วเห็นว่าต้องรับผิด ให้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนน้ันมีกาหนดอายุความหนึ่งปี
นบั แต่วันท่ีหน่วยงานของรัฐมีคาสัง่ ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง”

ดังนั้น อายุความกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทาละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐจึงแยก
ออกเป็น 2 กรณี คอื

(1) อายคุ วาม 2 ปี
กรณีที่หน่วยงานของรัฐตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหัวหน้าหน่วยงาน
มีคาวินิจฉัยว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งหรือหลายรายจะต้องรับผิดในความเสียหาย
ท่ีเกิดข้ึน หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกร้องให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้กระทาละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าท่ีผู้ซ่ึงจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยวันที่รู้
ถงึ การละเมดิ น้ันได้แกว่ นั ท่ีหน่วยงานไดร้ บั แจง้ ว่ามีเหตลุ ะเมดิ เกิดข้ึน ส่วนวันท่รี ตู้ ัวเจา้ หน้าที่ผจู้ ะพึงตอ้ ง
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้แก่วันท่ีหัวหน้าหน่วยงานมีคาส่ังว่าเจ้าหน้าท่ีผู้ใดต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทนในกรณดี ังกล่าว สาเหตุทกี่ ฎหมายกาหนดอายคุ วามเชน่ น้ี เพราะหลังจากหน่วยงานมีคาวินิจฉัย
แล้ว จะต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจพิจารณาและมีความเห็นก่อน โดยจะเรียกให้เจ้าหน้าที่
ผกู้ ระทาละเมิดชดใชท้ นั ทไี ม่ได้ ดว้ ยเหตผุ ลดงั กลา่ ว จงึ ต้องกาหนดอายุความใหย้ าวกว่าอายุความละเมิด
ทั่วไป
(2) อายุความ 1 ปี
กรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าเจ้าหน้าท่ีนั้นไม่ต้องรับผิด
เนอ่ื งจากการกระทาละเมิดของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นการกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
แต่เม่ือรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจพิจารณา กระทรวงการคลังกลับเห็นว่า เจ้าหน้าท่ีท่ีกระทา
ละเมิดจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายที่เกิดข้ึน หน่วยงานของรัฐดังกล่าวมีสิทธิ
เรียกใหเ้ จ้าหนา้ ที่ผู้กระทาละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนภายในอายุความ 1 ปี นับแต่วันท่ีหน่วยงานมี
คาสงั่ ตามความเหน็ ของกระทรวงการคลัง
ทั้งน้ี การใช้สิทธิเรียกร้องตามท่ีกาหนดไว้เป็นการเฉพาะดังกล่าวข้างต้นจะต้องกระทา
ภายในอายุความท่ัวไปตามมาตรา 448 วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ท่ีกาหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอันเกิดแต่มูลละเมิดมีอายุความสิบปีนับแต่วันทาละเมิด
ด้วย (คาพพิ ากษาศาลปกครองสงู สดุ คดีหมายเลขแดงท่ี อ.96/2552)

๒๒

ง. การกาหนดสดั ส่วนความรบั ผิดทเ่ี จ้าหน้าทต่ี ้องชดใช้ความเสยี หายให้แก่หนว่ ยงานของรฐั

กรณีเจ้าหน้าท่ีของรัฐกระทาละเมิดในการปฏิบัติหน้าท่ีต่อหน่วยงานของรัฐ และเกิด
ความเสยี หายขน้ึ ไมว่ า่ ความเสียหายจะเกดิ ขึ้นจากการกระทาของเจา้ หนา้ ที่โดยตรงต่อหนว่ ยงานของรฐั
เช่น ไฟไหม้ทรัพย์สินราชการ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหรือวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่สูญหายหรือ
เสียหาย เป็นต้น หรือกระทาละเมิดต่อเอกชนแม้เจ้าหน้าที่จะไม่ต้องรับผิดโดยตรงต่อผู้เสียหายใน
การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าท่ีจะหลุดพ้นจากความรับผิดทั้งหมด
ไปเสียทีเดียวกล่าวคือเจ้าหน้าท่ีต้องรับผิดชอบในจานวนค่าสินไหมนั้นด้วย ถ้าหากตนได้กระทาให้
เกิดการละเมิดข้ึนด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ในกรณีเช่นนี้เม่ือหน่วยงาน
ของ รัฐ ได้ชด ใช้ค่าสิน ไห มทดแ ทนให้แ ก่ผู้เสียห ายไป แล้วก็ มีสิทธิไ ล่เบี้ ยเอาค่ าสินไ หม ทด แทนแ ก่
เจ้าหน้าท่ีได้ (มาตรา 8 วรรคหน่ึง) แต่หน่วยงานของรัฐจะมีสิทธิไล่เบ้ียได้มากน้อยเพียงใดนั้น จะต้อง
พิจาร ณาถึ งระดั บขอ งควา มร้า ยแร งแห่ง การ กระ ท าแล ะควา ม เป็ นธร รมใน แต่ล ะกรณี เป็น เกณ ฑ์
โดยเจ้าหน้าที่อาจจะไม่ต้องถูกไล่เบี้ยจนเต็มจานวนของความเสียหายก็ได้ (มาตรา 8 วรรคสอง)
และถ้าการละเมิดเกิดข้ึนจากความรับผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือเกิดจาก
ระบบการดาเนินงานส่วนรวม ก็ต้องหักส่วนแห่งความรับผิดน้ันออกเสีย นอกจากน้ัน ถ้าการละเมิด
เกิดจากการกระทาของเจ้าหน้าท่ีหลายคนเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดเฉพาะส่วนท่ีตนเป็นผู้กระ ทา
เท่าน้ันไม่ต้องร่วมรับผิดไปถึงในส่วนท่ีคนอื่นเป็นผู้กระทาผิด กล่าวคือไม่ให้ถือว่าเจ้าหน้าท่ีทุกคนเป็น
ลกู หนรี้ ว่ มกันในมลู ละเมิดท่ีเกดิ ข้นึ (มาตรา 8 วรรคสาม และวรรคส่ี) หรือเจ้าหน้าที่ได้ชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปก่อนเจ้าหน้าท่ีก็มีสิทธิที่จะเรียกให้หน่วยงานของรัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ใหแ้ กต่ น

ดังน้นั เพอื่ ให้หนว่ ยงานของรฐั กาหนดความรับผิดอยา่ งเปน็ ธรรมไม่ให้มีความเหลื่อมล้า
เกดิ ความเสมอภาคแก่เจ้าหน้าท่ีผู้ตอ้ งรบั ผิดชดใช้คา่ สินไหมทดแทน โดยไมต่ ้องเรยี กให้ชดใช้เต็มจานวน
ตามมาตรา 8 กระทรวงการคลังได้วางแนวทางกาหนดสัดส่วนความรับผิดดังกล่าวไว้เพ่ือใช้ เป็น
แนวทางในการพิจารณาเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนปรากฏตามเอกสารแนบท้ายภาคผนวก ซ่ึง
หน่วยงานของรฐั สามารถนาไปปรบั ใชใ้ นการกาหนดจานวนคา่ สนิ ไหมทดแทนท่เี จ้าหนา้ ที่ของรฐั ตอ้ งรับ
ผดิ ไดต้ ามความเหมาะสมแต่ละกรณี 3

3หนงั สอื กระทรวงการคลัง ที่ กค 04062/ว66 ลงวนั ที่ 25 กันยายน 2550

๒๓

ขัน้ ตอนแนวทางปฏิบตั ิเกี่ยวกบั การสอบขอ้ เทจ็ จรงิ

ขั้นตอนท่ี ๑ ทาบันทึกขอ้ ความรายงานความเสยี หายต่อผบู้ ังคบั บญั ชา

เมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน ผู้ที่เก่ียวข้องต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลาดับชั้น
ทราบโดยทาบันทึกขอ้ ความรายงานความเสยี หายต่อผบู้ ังคับบัญชา พรอ้ มทัง้ บอกเล่าเหตุการณ์ก่อนเกิด
เหตุ ขณะเกดิ เหตุ และภายหลังการเกดิ เหตุ ตามข้อเทจ็ จรงิ ทเ่ี กดิ ขนึ้

ตัวอยา่ งเอกสารท่ีตอ้ งแนบตามความเสียหายทเ่ี กิดขนึ้ ไดแ้ ก่
๑. กรณีทุจริตทางการเงินหรือทรัพย์สิน ตัวอย่างเช่น ยักยอก ปลอมเอกสารสิทธิและ
เอกสารราชการอันเปน็ หลกั ฐานทางการเงนิ
เอกสารทต่ี ้องแนบท้ายรายงาน
- บัญชคี ุมรายการทรัพย์สนิ ราชการท่ีถกู ทจุ รติ หรอื ท่ขี าดหายไป
- คาสั่งต่าง ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
- หลักฐานหรือเอกสารท่ีผู้ทุจริตได้กระทา หรือหลักฐานท่ีผู้ทุจริตจะต้องกระทา แล้วแต่
กรณเี ปน็ เรอื่ ง ๆ ไป เช่น เก่ยี วกบั เชค็ ขอสาเนาเช็ค สาเนาใบเสรจ็ รับเงิน เอกสารการส่ังจ่าย ผู้มีอานาจ
สัง่ จ่ายหลกั ฐานการการจ่าย และอืน่ ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง

๒. กรณคี นร้ายกระทาโจรกรรม หรือเขา้ ไปลกั ทรพั ย์ในสถานทร่ี าชการ
เอกสารท่ตี ้องแนบทา้ ยรายงาน คอื
- ภาพถ่ายอาคารที่เกบ็ รักษาทรัพย์
- ภาพถ่ายตู้/ภาชนะทเี่ กบ็ รกั ษาทรพั ย์
- ภาพถา่ ยสถานท่เี กิดเหตุ
- รายการและมูลคา่ ของทรัพยส์ ินที่หายไป
- การแจ้งความในกรณีทรพั ย์สนิ /เอกสารราชการทีส่ ูญหาย

๓. กรณยี านพาหนะเกิดอุบัติเหตุเสียหาย
เอกสารทตี่ ้องแนบทา้ ยรายงาน คือ
- หนังสืออนมุ ตั ใิ หเ้ ดนิ ทางไปราชการ
- ใบขออนุญาตใชร้ ถยนตร์ าชการ
- แผนทท่ี ่เี กดิ เหตุ
- ภาพถ่ายสถานทีเ่ กดิ เหตุ
- ภาพถ่ายจดุ ทเี่ สียหายของรถยนตห์ รือจักรยานยนต์ และรปู ถ่ายรถทง้ั คนั ทสี่ ามารถมองเหน็
ทะเบยี นรถไดช้ ดั เจน
- บนั ทึกการแจ้งความรอ้ งทกุ ข์ (กรณเี กดิ อบุ ตั เิ หตุ)
- สาเนาใบเสรจ็ รับเงินหรอื ใบเสนอราคาค่าซ่อม กรณมี ีการนาไปซ่อมแซม (ถ้ามี)
- รายงานอุบัติเหตุรถยนต์ราชการหมายเลขทะเบียนตามแบบ ของระเบียบ
คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดรถประจา
ตาแหนง่ พ.ศ. 2547 และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ

๒๔

- การแจ้งเหตุต่อผู้บังคับบัญชาเมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ควรโทรศัพท์
แจ้ง ผู้บังคับบัญชา ควรถ่ายภาพสถานท่ีเกิดเหตุ ทรัพย์สินราชการท่ีเสียหาย และหลักฐานท่ีเห็นว่ามี
ความสาคญั เช่น
- ร่องรอยเบรกของล้อ สภาพเส้นทางท่ีใช้เดินรถในขณะเกิดเหตุ ความเสียหายของ
รถยนต์

- กรณีมีคู่กรณี วัตถุที่เข้ามาปะทะหรือก่อให้เกิดเหตุ เช่น ต้นไม้ท่ีหักโค่น รถยนต์ เป็นต้น
รวมทัง้ จดจาพยานในท่เี กดิ เหตไุ ว้(หากเป็นไปได้ควรขอหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อไว้เพ่ือประโยชน์ในการ
เรยี กมาให้ถ้อยคาเปน็ พยานในภายหลัง)

- แจ้งความทส่ี ถานีตารวจโดยไม่ชักช้า (เจ้าหน้าท่ีควรขอถ่ายบันทกึ /ใบแจ้งความเกบ็ ไวด้ ว้ ย)
ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าทท่ี เ่ี กี่ยวขอ้ งควรทาหนงั สอื รายงานผบู้ งั คับบัญชาถึงอุบตั ิเหตุท่ี
เกิดขึ้นโดยไม่ชักช้า จากน้ันผู้บังคับบัญชาจึงรายงานตามลาดับชั้นจนถึงเลขาธิการสานักงาน
ศาลยุติธรรม(ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทาง
ละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ.๒๕๓๙ ขอ้ ๗)

๔. กรณีอาคารสถานทรี่ าชการถูกเพลงิ ไหม้
เอกสารทตี่ ้องแนบทา้ ยรายงานคอื
- ภาพถ่ายสถานทเ่ี กิดเหตุ
- บญั ชจี านวนรายการทรัพยส์ ิน/เอกสารราชการทีเ่ สยี หายและชารุดจากเพลงิ ไหม้
- บันทึกการแจง้ ความในกรณีทรัพย์สิน/เอกสารราชการทไ่ี ด้รับความเสียหาย

๕. กรณีภัยธรรมชาติ เชน่ วาตภัย อทุ กภยั ฯลฯ
เอกสารท่ตี ้องแนบท้ายรายงาน คอื
- ภาพถ่ายสถานทเี่ กิดเหตุ
- มาตรการในการเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกัน หรือปฏิบัติการ เมื่อเกิดวาตภัย
อทุ กภยั เพ่ือควบคุม บรรเทา หรอื ระงับภัยนนั้ หรอื ไม่ (ถ้ามี)
- บญั ชจี านวนรายการทรัพยส์ ิน/เอกสารราชการที่ได้รับความเสยี หาย
- บันทึกการแจ้งความในกรณีทรัพย์สิน/เอกสารราชการท่ีได้รับความเสียหายเนื่องจาก
วาตภยั อทุ กภยั

๒๕

ข้นั ตอนท่ี ๒ การแต่งต้ังคณะกรรมการสอบข้อเท็จจรงิ ความรับผดิ ทางละเมดิ เบ้ืองตน้
เม่ือผู้บังคับบัญชาได้รับรายงานความเสียหายดังกล่าวแล้ว ควรแต่งตั้งคณะกรรมการ

สอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเบ้ืองต้น เพื่อสอบสวนให้ได้ความว่าความเสียหายที่เกิดข้ึนน้ันมี
เหตุอนั ควรเช่อื ว่า เกิดจากการกระทาของเจ้าหน้าที่หรอื ไม่ ในการแตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ให้แต่งต้ังจากข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และควรแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้มี
จานวนไมเ่ กนิ ๕ คน และใหก้ าหนดเวลาแล้วเสรจ็ ในการดาเนนิ การของคณะกรรมการฯ ไว้

ขัน้ ตอนที่ ๓ บทบาทหนา้ ที่ของคณะกรรมการสอบข้อเทจ็ จริง
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเบ้ืองต้นท่ีหน่วยงานแต่งตั้งข้ึน

มีหน้าที่สอบสวน โดยรวบรวมพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานผ้เู ชีย่ วชาญ พยานวัตถุ ตลอดจนตรวจสอบ
เอกสารวัตถุ หรือสถานท่ี เพ่ือให้ทราบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีเหตุอันควรเช่ือว่าเกิดจากการกระทา
ของเจา้ หนา้ ทีห่ รอื ไม่

เน่ืองจากไม่มีระเบียบ กฎหมาย กาหนดแนวทางในการดาเนินการของคณะกรรมการ
สอบข้อเท็จจริงไว้ ดังนั้น เพ่ือให้ผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกิดความสมบูรณ์
เพียงพอที่ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือข้ึนไปสามารถใช้พิจารณาได้ จึงควรนาหลักเกณฑ์ท่ัว ๆ ไป มาเป็นแนว
ปฏิบัติ เป็นต้นวา่
- มีการประชมุ คณะกรรมการฯ เพือ่ พจิ ารณาหรอื มีมติในประเด็นตา่ ง ๆ
- ในการประชุมคณะกรรมการฯ กรรมการท่ีมาร่วมประชุมมีจานวนไม่ควรน้อยกว่ากึ่ง
หน่งึ ของกรรมการทง้ั หมด
- ถ้าประธานกรรมการไม่อย่ใู นทป่ี ระชุมหรอื ไม่สามารถปฏิบัติหน้าท่ไี ด้ใหก้ รรมการทม่ี า
ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหน่ึงข้ึนทาหนา้ ท่แี ทน
- มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการท่ีไม่เห็นด้วยกับมติท่ีประชุมอาจทาความเห็น
แยง้ มติทปี่ ระชุมรวมไว้ในความเห็นของคณะกรรมการฯ ได้

แนวการสอบข้อเท็จจริง เพ่ือให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความละเอียด รอบคอบและ
ครบถ้วนทุกประเด็น ให้จัดประเภทสานวนการสอบสวนเป็น ๕ ประเภท เช่นเดียวกับแนวการสอบ
ข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี (ตามหนังสือกระทรวงคลัง ที่ กค ๐๔๐๖.๗/ว ๕๖ ลง
วนั ท่ี ๑๒ กนั ยายน ๒๕๕๐) ดังนี้

๓.๑ ทุจริตทางการเงินหรือทรัพย์สิน
๓.๒ ไม่ปฏบิ ัติตามกฎหมายหรือระเบยี บ
๓.๓ คนรา้ ยกระทาโจรกรรมหรือทรัพยส์ ินสูญหาย
๓.๔ อาคารสถานที่ถกู เพลิงไหม้
๓.๕ อุบัติเหตุ
เมอื่ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ทาบันทึกรายงานผล
การสอบข้อเท็จจริงเสนอผู้แต่งต้ัง พร้อมต้นฉบับสานวนการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้ผู้แต่งต้ัง
จัดสง่ เอกสารท้งั หมดมายงั สานกั งานศาลยุติธรรม

๒๖

ถ้าสานักงานศาลยตุ ธิ รรมมีความเหน็ ใหท้ บทวนหรอื สอบสวนเพิ่มเติมให้คณะกรรมการ
สอบข้อเท็จจริงรีบดาเนินการให้เสร็จส้ินภายในเวลาที่กาหนด บันทึกรายงานผลการสอบข้อเท็จจริง
ต้องมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน สนับสนุนข้อเท็จจริงมีข้อกฎหมายที่แจ้งชัด พร้อมท้ังต้องมี
ความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงประกอบด้วยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีเหตุอันควรเชื่อว่า
เกิดจากการกระทาของเจ้าหนา้ ที่หรือไม่

ขั้นตอนที่ ๔ การดาเนินการของสานกั งานศาลยุตธิ รรมหลังจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความ
รับผดิ ทางละเมดิ เบ้อื งตน้ ส่งสานวนการสอบขอ้ เท็จจริง

ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทาง
ละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙ ตามขอ้ ๘ กาหนดวา่ “เมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรฐั แหง่
ใด และหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งนั้น มีเหตุอันควรเช่ือว่าเกิดจากการกระทาของเจ้าหน้าท่ีของ
หน่วยงานของรัฐแหง่ นัน้ ใหห้ วั หนา้ หนว่ ยงานของรฐั ดังกลา่ วแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเทจ็ จริงความ
รบั ผิดทางละเมิดข้ึนคณะหน่งึ โดยไมช่ ักช้า เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นเกยี่ วกับผ้ตู อ้ งรับผิดและจานวนคา่
สินไหมทดแทนทีผ่ นู้ ้นั ต้องชดใช้”

เม่ือสานักงานศาลยุติธรรมได้รับรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงพร้อมต้นฉบับสานวนการ
สอบขอ้ เทจ็ จริงจากคณะกรรมการสอบข้อเทจ็ จรงิ ฯ ให้ดาเนนิ การดงั น้ี

๑. หากพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นกรณีไม่มีเหตุอันควรเช่ือว่าเกิดจากการกระทาของ
เจ้าหน้าที่หรือความเสียหายดังกล่าวได้รับการชดใช้แล้ว และสานักงานศาลยุติธรรมไม่ได้รับความ
เสียหาย ให้สานักงานศาลยุติธรรมทาความเห็นว่าไม่ควรแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความ
รับผดิ ทางละเมดิ ตามระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยหลักเกณฑก์ ารปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทาง
ละเมดิ ของเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙ แลว้ ใหส้ ่งรายงานผลการสอบข้อเท็จจรงิ พร้อมสานวนการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ
ไปยังประธานศาลฎีกาโดยให้รายงานผ่านสานักประธานศาลฎีกา ตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่า
ด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเก่ียวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อ 12 เพ่ือ
พจิ ารณาความเห็นของสานกั งานศาลยุติธรรมต่อไป

๒. หากพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากการ
กระทาของเจ้าหน้าที่ และสานักงานศาลยุติธรรมได้รับความเสียหาย ให้สานักงานศาลยุติธรรมทา
ความเห็นว่าเห็นควรแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ตามระเบียบสานัก
นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเก่ียวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
แล้วให้ส่งรายงานการสอบข้อเท็จจริงพร้อมคาสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมิดไปยังประธานศาลฎีกาโดยให้รายงานผ่านสานักประธานศาลฎีกา ตามระเบียบสานัก
นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ข้อ 12 เพ่ือพจิ ารณาเหน็ ชอบการแตง่ ตงั้ คณะกรรมการสอบขอ้ เท็จจริงทางละเมดิ ต่อไป

๒๗

คาอธบิ าย

ช่ือเรอื่ ง

การตั้งชือ่ เรอื่ งใหต้ รงกบั ขอ้ เทจ็ จรงิ และระบุทรัพย์สนิ ราชการทเ่ี สียหาย เช่น

- กรณี ทุจริตทางการเงนิ ศาล........

- กรณี ไม่ปฏบิ ัติตามกฎหมายหรอื ระเบียบ “ส่วนราชการจดั ซอื้ กลอ้ งวงจรปิดไมถ่ ูกตอ้ งตามระเบียบ

- กรณี ถูกโจรกรรม หรือสูญหาย “ทรัพย์สินของทางราชการถูกโจรกรรม” หรือ “ทรัพย์สินของทาง
ราชการสูญหาย”

- กรณี ภัยธรรมชาติ หรอื เพลงิ ไหม้ “เพลงิ ไหม้ศาล..................../บา้ นพักศาล...................”

- กรณี อุบัติเหตุ “รถยนต์ของทางราชการประสบอบุ ัตเิ หตุชนปา้ ยขา้ งทางไดร้ บั ความเสยี หาย ”

๑.ข้อเทจ็ จริง

การสรปุ ข้อเท็จจริง ซงึ่ เป็นสาระสาคัญ ตวั อยา่ งเชน่
นาย ย. ตาแหนง่ นิติกร และนาย พ. ตาแหน่งพนักงานขับรถ ได้รับอนุมัติให้เดินทางไป
ปฏบิ ตั ิราชการทต่ี ่างจงั หวดั ระหวา่ งวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๓ กนั ยายน ๒๕๖๒ เดินทางโดย
รถส่วนกลาง (รถตู้) หมายเลขทะเบียน ฮ ๑๑๑๑ กรุงเทพมหานคร โดยมีนาย พ. เป็นพนักงานขับรถ
เหตุเกิดเมอ่ื วนั ท่ี ๔ กันยายน ๒๕๖๒ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. ระหวา่ งเดินทางจากจังหวัดหนงึ่ มุ่งหนา้
ไปอีกจังหวดั หน่งึ ระหวา่ งทางมีฝนตกพรา ๆ รถเสียหลักพุ่งชนป้ายข้างทาง เป็นเหตุให้รถยนต์ของทาง
ราชการไดร้ ับความเสยี หายคิดเปน็ เงินจานวน ๒๓,๐๕๕ บาท

๒. ผ้เู กยี่ วขอ้ งใหถ้ ้อยคาสรุปดังน้ี
สรุปถ้อยคาของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาให้บุคคลใดต้อง

รับผิดชอบหรือไม่ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างย่ิงต้องมีถ้อยคาของผู้ต้องรับผิดชอบครบทุกคน เชิญ
แลว้ ไม่มาหรือตดิ ต่อไมไ่ ดห้ รอื มีข้อขดั ข้อง แต่ต้องระบไุ ว้

๓.พยานหลกั ฐานสาคัญ (ถ้ามี)
ระบุพยานหลกั ฐานสาคญั เชน่ เอกสารหรือวัตถุ ที่เป็นหลักฐานสาคัญต่อการพิจารณา

เช่น หนังสืออนมุ ตั ิ/อนุญาต ภาพถา่ ยสถานท่เี กิดเหตุ

๔. การพิจารณาและให้ความเหน็ ของคณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ
ระบุรายละเอียดโดยชัดเจนว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มีเหตุผลประกอบการ

พิจารณาอย่างไร สานักงานศาลยุติธรรมได้รับความเสียหายหรือไม่ มีเหตุอันควรเช่ือว่าเกิดจากการ
กระทาของเจา้ หน้าท่ีหรือไม่ อย่างไร

๒๘

สารบญั ภาคผนวก

ลาดบั ท่ี 1 พระราชบญั ญตั คิ วามรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หน้าที่ พ.ศ. 2539

ลาดับท่ี 2 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเก่ียวกับความ
รับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ลาดับที่ 3 ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและ
ค่าตอบแทนเหมาจา่ ยแทนการจัดรถประจาตาแหน่ง พ.ศ. 2547

ลาดับที่ 4 ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยการใช้เครื่องวิทยุ
คมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (SYNTHESIZER) ของหน่วยงานในสังกัดสานักงานศาลยุติธรรม
พ.ศ. 2559

ลาดบั ท่ี 5 ระเบยี บคณะกรรมการบริหารศาลยตุ ธิ รรม ว่าด้วยเคร่อื งคอมพวิ เตอร์พกพา
พ.ศ. 2549

ลาดับท่ี 6 หนังสือกระทรวงการคลังท่ี กค 0406.7/ว.56 ลงวันที่ 12 กันยายน
2550 เรือ่ ง แนวทางการสอบข้อเทจ็ จริงความรับผดิ ทางละเมดิ ตามประเภทสานวนการสอบสวน

ลาดับที่ 7 หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนท่ีสุด ท่ี กค 0406.2/ว.66 ลงวันที่
25 กันยายน 2550 เร่อื ง แนวทางการกาหนดสัดสว่ นความรบั ผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี

ลาดับที่ 8 แผนผังแนวทางการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี

เบื้องต้น

ลาดับที่ 9 แบบฟอร์มตา่ ง ๆ

ลาดบั ที่ 10 ตัวอย่างสานวนการสอบสวนขอ้ เทจ็ จริงความรบั ผดิ ทางละเมิดเบอ้ื งต้น

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานพครณะระกาชรรบมัญกญารัตกิฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๓๙สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
สาํ นักงานคณะกรรใมหกไ้ าวร้ ณกฤษวนัฎีกทาี่ ๒๗ กนั ยายนสําพน.ักศง.า๒นค๕ณ๓ะ๙กรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สเปําน็นกั ปงทีาน่ี ๕คณ๑ะใกนรรรมัชกกาารลกปฤจั ษจฎุบีกันา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานพกั รงาะนบคาณทะสกมรเรดมจ็ กพารระกปฤษรมฎินีกาทรมหาภูมิพลสอําดนุลักยงาเดนชคณมะีพกรระรมบกรามรรกาฤชษโอฎงีกกาารโปรดเกล้าฯ
ใหป้ ระกาศว่า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

โดยที่สมควรมกี ฎหมายวา่ ดว้ ยความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญัตขิ ้นึ ไว้โดยคาํ แนะนําและยินยอม
สาํ นักงานขคอณงระัฐกสรภรมากดารังกตฤ่อษไปฎนกี าี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานมักางาตนรคาณ๑ะกรพรมระกรารากชฤบษัญฎญกี าัติน้ีเรียกว่า “สพํานรักะงราานชคบณัญะกญรัตรมิคกวาารมกรฤับษผฎิดีกทา างละเมิดของ

สํานกั งานเจคา้ ณหะนกา้ รทรมี่ พก.าศร.กฤ๒ษ๕ฎ๓ีก๙า” สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นมกั างาตนรคาณ๒ะก๑รรพมรกะารรกาฤชษบฎัญีกญา ัติน้ีให้ใช้บังสคําับนตกั ั้งงแานตค่วณันะถกัดรจรมากกาวรันกปฤรษะฎกกี าาศในราชกิจจา
นุเบกษาเปน็ ต้นไป

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๓ บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับใด ๆ ในส่วนท่ีมีบัญญัติไว้แล้วใน

พระราชบัญญสัตําินน้ีหักรงือานซค่ึงขณดั ะกหรรรือมแกยาง้รกกับฤษบฎทกี แาห่งพระราชบสญั ําญนักัตงินาี้นใคหณ้ใชะ้พกรรระมรกาาชรบกัญฤษญฎตั ีกินาแ้ี ทน

สํานักงานคณะกรรมการกฤษมฎาตกี ารา ๔ ในพระสรําานชกั บงัญานญคตัณนิ ะกี้ รรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภท
อนื่ ไมว่ ่าจะเปสน็ าํ กนากั รงแานตคง่ ตณ้งั ะใกนรฐรามนกะารเปกฤ็นษกฎรรกี มาการหรอื ฐานสะําอน่ืนกั ใงดานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ“ฎหกี นา่วยงานของรสัฐําน”กั หงามนาคยณคะวการรมมวก่าารกกรฤะษทฎรีกวา ง ทบวง กรสมํานหักรงือานสค่วณนะรการชรมกกาารรทก่ีฤษฎีกา
เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่

ตั้งขึ้นโดยพระสราํ านชกั บงาัญนญคณัตะิหกรรือรมพกราะรรกาฤชษกฎฤกี ษา ฎีกา และใหส้หํานมกั างยาคนควาณมะรกวรรมมถกึงาหรกนฤ่วษยฎงีกานา อื่นของรัฐที่มี

พระราชกฤษฎีกากําหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑ ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๖๐ ก/หน้า ๒๕/๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๓๙

- ๒ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๕ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าท่ี

สํานกั ขงอานงคตณนะไกดร้กรมระกาทรํากใฤนษกฎาีกราปฏิบัติหน้าทสําี่ นในักงการนณคณีนะี้ผกู้เรสรมียกหาารยกฤอษาฎจกีฟา้องหน่วยงานสขํานอักงงราัฐนดคังณกะลกร่ารวมไกดา้ รกฤษฎีกา

โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าท่ีไม่ได้

สถาํ ้านกกั างารนลคะณเมะกิดรเรกมิดกจารากกฤเษจฎ้าีกหาน้าที่ซึ่งไม่ไดส้สําันงกักังดาหนนคณ่วยะกงรารนมขกอารงกรฤัฐษแฎหกี ่งาใดให้ถือว่า

กระทรวงการคลังเปน็ หน่วยงานของรัฐทตี่ ้องรับผดิ ตามวรรคหนึ่ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

เจ้าหน้าที่ต้องรับสมผาํ านิดตักในรงาากนา๖ครณนะถั้นก้าเรกปราม็นรกกกาารรรกะเฤทฉษําพฎลากี ะะาเตมัวิดขในอกงเรจณ้าหีนสนี้ผํานู้า้เสกัทียงี่มาหินใชาคย่กณอาะรากกจรรฟรมะ้อกทงาําเรจใกน้าฤหกษานฎร้าีกปทาฏี่ไดิบ้โัตดิหยนต้ารทง่ี

สํานกั แงตาน่จคะณฟะ้อกงรหรนม่กวยารงกาฤนษขฎอีกงารัฐไม่ได้ สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สมําานตักรงาาน๗คณะในกรครดมีทก่ีาผรู้เกสฤียษหฎาีกยาฟ้องหน่วยงาสนําขนอักงงารนัฐคถณ้าะหกรนร่วมยกงาารนกฤขษอฎงรกี ัฐาเห็นว่าเป็น

เรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดหรือต้องร่วมรับผิด หรือในคดีท่ีผู้เสียหายฟ้องเจ้าหน้าท่ีถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่า

สาํ นกั เงปา็นนเครณื่อะงกทร่ีหรมนก่วายรงกาฤนษขฎอีกงารัฐต้องรับผิดสหํานรือกั งตา้อนงครณ่วะมกรรับรมผกิดารหกนฤ่วษยฎงีกาานของรัฐหรือสเจํา้นาหักงนา้านทค่ีดณังะกกลรร่ามวกมาี รกฤษฎีกา

สิทธิขอให้ศาลที่พิจารณาคดีน้ันอยู่เรียกเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี เข้ามาเป็น
คู่ความในคดี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ถ้าศาลพิพากษายกฟ้องเพราะเหตุที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ที่ถูกฟ้องมิใช่
สาํ นกั ผงู้ตาน้อคงณรับะกผริดรมใกหา้ขรยกาฤยษอฎาีกยาุความฟ้องร้อสงํานผกัู้ทงี่ตา้อนคงรณับะผกิดรรซมึ่งกมาิไรดก้ถฤูกษฎเรีกียากเข้ามาในคดสีอาํ นอักกงไาปนถคึงณหะกกเรดรือมกนารกฤษฎีกา

นับแต่วันท่ีคําพิพสาาํ กนษักางานนั้นคถณึงะทก่ีสรุรดมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกมฤาษตฎรีกาา๘ ในกรณีทสี่หํานนัก่วงยางนาคนณขะอกงรรรัฐมตก้อารงกรฤับษผฎิดกี ใาช้ค่าสินไหมทสดําแนทักงนาแนกค่ผณู้เะสกียรหรมากยารกฤษฎีกา

เพ่ือการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทําละเมิดชดใช้ค่าสินไหม

ทดแทนดังกล่าวแสกําน่หกั นง่วายนงคาณนะขกอรรงมรัฐกไาดรก้ ถฤ้าษเฎจีก้าาหน้าที่ได้กระทสําํานกักางรานนั้นคณไปะดก้วรรยมคกวาารมกจฤงษใฎจกี หารือประมาท

เลินเลอ่ อย่างร้ายแรง

สาํ นกั งานคณะกรรมการกสฤิทษธฎิเรกี ียากให้ชดใช้ค่าสสําินนไกั หงามนทคดณแะทกนรรตมากมาวรกรฤรษคฎหกีนาึ่งจะมีได้เพียงสใําดนใักหง้คาํานนคึงณถะึงกรระรดมกับารกฤษฎกี า

ความร้ายแรงแห่งการกระทําและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์โดยมิต้องให้ใช้เต็มจํานวน
ของความเสียหายสกาํ นไ็ ดกั ้ งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ถ้าการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบ
สาํ นักกงาารนดคําณเนะกินรงรามนกสาว่รกนฤรษวฎมีกใาห้หักส่วนแหง่ สคําวนาักมงรานบั คผณิดะดกังรกรลม่ากวาอรอกฤกษดฎว้ ยีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สใํานนกักรงณานีทค่ีกณาะรกลรระมเมกาิดรเกกฤิดษจฎากี กาเจ้าหน้าที่หลสาํายนคกั งนานมคิใณหะ้นกํารหรมลกักาเรรก่ือฤงษลฎูกกี หาน้ีร่วมมาใช้
บงั คับและเจ้าหน้าทแ่ี ตล่ ะคนต้องรับผดิ ใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านัน้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๙ ถ้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย

สิทธิที่จะเรียกใหส้อําีกนฝกั ่างายนหคนณึ่งะชกดรรใชม้กคา่ารสกินฤไษหฎมกี ทา ดแทนแก่ตนสใําหนกั้มงีกาํานหคนณดะกอรารยมุคกวารากมฤหษนฎึ่งีกปาีนับแต่วันที่

หนว่ ยงานของรัฐหรอื เจ้าหน้าทีไ่ ดใ้ ช้ค่าสินไหมทดแทนนัน้ แก่ผูเ้ สยี หาย

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

มาตรา ๑๐ ในกรณีท่ีเจ้าหน้าท่ีเป็นผู้กระทําละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็น
หน่วยงานของรัฐสทํานี่ผักู้นง้ันานอคยณู่ในะกสรังรกมัดกหารรกือฤไษมฎ่ ีกถา้าเป็นการกระสําทนําักใงนากนคารณปะฏกริบรัตมิหกานร้ากทฤษี่กฎากีราเรียกร้องค่า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้ามิใช่การกระทํา
สํานกั ใงนากนาครณปะฏกิบรรัตมิหกนารา้ กทฤใี่ ษหฎบ้ ีกังาคับตามบทบัญสญํานัตกั ิแงหานง่ คปณระะกมรวรลมกกฎารหกมฤาษยฎแกี พา่งและพาณิชยส์ ํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ท้ังสองประการตามวรรคหนึ่ง ให้มี
กาํ หนดอายุความสสาํ อนงักปงนีานบั คแณตะว่ กนั รทรมห่ี กนา่วรยกงฤาษนฎขกี อางรฐั รถู้ ึงการลสะําเนมกั ดิ งแานลคะณรตู้ ะวักเรจร้ามหกนาร้ากทฤ่ี ษผฎู้จกีะาพึงต้องใช้ค่า
สินไหมทดแทน และกรณีท่ีหน่วยงานของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าท่ีผู้น้ันไม่ต้องรับผิด แต่กระทรวงการคลัง
สาํ นักตงราวนจคสณอะบกรแรลม้วกเหาร็นกวฤ่าษตฎ้อีกงารบั ผดิ ใหส้ ทิ ธสิเํารนยี ักกงรานอ้ คงคณ่าะสกินรรไหมกมาทรดกแฤษทฎนกีนา้ันมีกําหนดอาสยําุคนวักางมานหคนณึ่งปะกีนรับรมแกตา่ รกฤษฎกี า
วนั ทห่ี น่วยงานขอสงํารนัฐกั มงีคานําสคัง่ณตะากมรครมวกามารเกหฤ็นษขฎอีกงากระทรวงการสคําลนังักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกมฤาษตฎรกีาา๑๑ ในกรณสีทําน่ีผกัู้เสงาียนหคาณยะเกหร็นรมว่ากาหรกนฤ่วษยฎงีกาานของรัฐต้องรสับาํ นผักิดงตานามคณมาะกตรรรามก๕ารกฤษฎกี า
ผู้เสียหายจะย่ืนคําขอต่อหน่วยงานของรัฐให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสําหรับความเสียหายท่ี
เกิดแก่ตนก็ได้ ในสกาํ านรกั นงี้าหนนค่วณยะงการนรขมอกงารรักฐตฤษ้อฎงอกี อากใบรับคําขอสใําหน้ไักวง้เาปน็นคหณละักกรฐรามนกแาลรกะฤพษิจฎากีรณา าคําขอนั้น
โดยไม่ชักช้า เม่ือหน่วยงานของรัฐมีคําสั่งเช่นใดแล้วหากผู้เสียหายยังไม่พอใจในผลการวินิจฉัยของ

สาํ นักหงานน่วคยณงะากนรรขมอกงารรักฐฤกษ็ใฎหีก้มาีสิทธิร้องทุกสขํา์ตนกั่องคานณคะณกะรกรรรมมกกาารรกวฤินษิจฎฉกี ัยา ร้องทุกข์ตาสมาํ กนักฎงหานมคาณยะวก่ารดรม้วกยารกฤษฎีกา
คณะกรรมการกฤษฎีกาไดภ้ ายในเก้าสบิ วันนับแตว่ นั ท่ตี นไดร้ บั แจง้ ผลการวินจิ ฉัย
สใาํหน้หกั นงา่วนยคงณานะกขรอรงมรกัฐาพริจกฤารษณฎีกาาคําขอท่ีได้รับตสาํานมักวงรารนคคหณนะ่ึงกใรหร้แมลก้วารเสกรฤ็จษภฎาีกยาในหนึ่งร้อย
แปดสิบวัน หากเรื่องใดไม่อาจพิจารณาได้ทันในกําหนดน้ันจะต้องรายงานปัญหาและอุปสรรคให้

สาํ นกั รงัฐานมคนณตะรกีเรจร้ามสกังากรักดฤหษรฎือีกกาํากับหรือควสบําคนุมักดงาูแนลคหณนะก่วรยรงมากนารขกอฤงษรฎัฐกีแาห่งน้ันทราบแสลํานะักขงอานอคนณุมะัตกิขรรยมากยารกฤษฎกี า
ระยะเวลาออกไปสไําดน้ แักงตา่รนัฐคมณนะตกรรีดรมังกกลาร่ากวฤจษะฎพกี ิจาารณาอนุมัติใสหํา้ขนยักางยานรคะณยะะกเวรลรมาใกหาร้อกีกฤไษดฎ้ไมีก่เากินหน่ึงร้อย
แปดสบิ วนั

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ๑๒ ในกรณีท่ีเจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนท่ีหน่วยงานของรัฐได้ใช้

ให้แก่ผู้เสียหายตสาาํ มนมักางาตนรคาณ๘ะกหรรรมือกใานรกกรฤณษฎีทีกี่เาจ้าหน้าที่ต้องสใําชน้คัก่างสานินคไหณมะกทรดรแมทกานรเกนฤื่อษงฎจกี าากเจ้าหน้าท่ี

ผู้นั้นได้กระทําละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐ ประกอบกับมาตรา ๘ ให้หน่วยงานของ

สํานักรงัฐาทนค่ีเสณียะหการยรมมกีอาํารนกฤาจษอฎอีกากคําสั่งเรียกใหสํา้เนจัก้าหงานน้าคทณ่ีผะู้นกรั้นรชมาํ กราะรเกงฤินษดฎังีกกาล่าวภายในเวสลาํ านทัก่ีกงาาํ นหคนณดะกรรมการกฤษฎีกา

สมาํ านตักรงาานค๑ณ๓ะกใรหรม้คกณาระกรฤัฐษมฎนกี ตารีจัดให้มีระเสบํานียักบงเาพนื่อคใณหะ้เกจร้ารหมกนา้ารทกี่ฤซษึ่งฎต้ีกอางรับผิดตาม

มาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ สามารถผ่อนชําระเงินที่จะต้องรับผิดนั้นได้โดยคํานึงถึงรายได้ ฐานะ
สาํ นกั คงราอนบคณคระกัวแรรลมะกคาวรากมฤรษับฎผกี ดิาชอบ และพฤสตํานิกักางราณนแ์คหณ่งะกกรรณรมีปกราะรกกฤอษบฎดกี ้วาย สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ๑๔ เมื่อได้มีการจัดต้ังศาลปกครองขึ้นแล้ว สิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการ

สํานักวงนิ านิจคฉณยั ระ้อกงรทรมุกกขาต์ รากมฤมษฎาตีกราา ๑๑ ใหถ้ ือวสา่ําเนปกั น็ งาสนิทคธณิฟะอ้ กงรครดมตีก่อารศกาฤลษปฎกีกคารอง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สมําานตกั รงาาน๑ค๕ณะกใหรร้นมากยากรรกฐัฤมษนฎตีกราีรักษาการตาสมําพนรกั ะงรานาชคบณญัะกญรรัตมนิ กี้ ารกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ผูร้ บั สนองพระบรมราชโองการ
บรรหาร สศาํ ลินปกั องาานชคาณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรนรามยกการรัฐกมฤษนฎตีกราี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

- ๔ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ การที่เจ้าหน้าท่ีดําเนินกิจการต่าง ๆ
สํานกั ขงอานงหคณน่วะกยรงรามนกขาอรกงรฤัฐษนฎั้นกี าหาได้เป็นไปเสพําื่นอักปงราะนโคยณชะนก์อรันรมเปก็นารกกาฤรษเฉฎพกี าาะตัวไม่ การปสลําน่อักยงใาหน้คควณาะมกรรับรมผกิดารกฤษฎกี า

ทางละเมิดของเจ้าหน้าท่ี ในกรณีท่ีปฏิบัติงานในหน้าที่และเกิดความเสียหายแก่เอกชนเป็นไปตาม
หลักกฎหมายเอกสชํานนกั ตงาานมคปณระะกมรวรลมกกฎารหกมฤาษยฎแีกพา ่งและพาณิชสยํา์จนึงักเงปาน็นคกณาระกไมรร่เหมกมาาระกสฤมษกฎ่อีกใาห้เกิดความ
เข้าใจผิดว่า เจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดในการกระทําต่าง ๆ เป็นการเฉพาะตัวเสมอไป เมื่อการที่ทําไปทํา
สาํ นักใงหา้หนคนณ่วยะกงรารนมขกอางรกรัฤฐษตฎ้อีกงราับผิดต่อบุคคสลําภนักางยานนอคกณเะพกียรงรมใดกการ็จกะฤมษีกฎาีกราฟ้องไล่เบี้ยเอสาาํ จนาักกงเาจน้าคหณนะ้ากทรร่ีเมตก็มารกฤษฎีกา
นจําอนกวจนานกน้ัน้ันทั้งยทัง่บีมสาีกาํ งานกรักรนงณาํานหเี กคลิดณักขะเึ้นกร่ือรโดรงมยลกคูกาวหรากนมฤ้ีรไษ่วมฎม่ตกีใัง้ นาใจรหะบรือบคกวฎาหมมผสาิดํายนพแักลพงาา่งดนมเคพาณใียชะงก้บเลรังร็กคมนับก้อาใยรหกใน้เฤจษก้าฎาหรกี นปา้าฏทิบ่ีตัต้อิหงนร่้าวทมี่
สาํ นักรงับานผคิดณในะกการรรมกกราะรทกําฤขษอฎงีกเาจ้าหน้าท่ีผู้อื่นสดํา้วนยกั งซาึ่งนรคะณบะบกนรร้ันมมกุ่งาหรมกฤาษยแฎตีกา่จะได้เงินครบโสดาํ ยนไักมง่คานําคนณึงถะกึงครรวมากมารกฤษฎกี า
เป็นธรรมท่ีจะมีต่อแต่ละคน กรณีเป็นการก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่และยังเป็นการบ่ัน
ทอนกําลังขวัญในสํากนาักรงทานําคงณานะกขรอรงมเกจา้ารหกนฤษ้าฎทีก่ีดา้วย จนบางคสรํา้ังนกกั ลงาานยคเปณ็นะกปรัญรมหกาาใรนกกฤาษรฎบกี ราิหารเพราะ
เจ้าหน้าท่ีไม่กล้าตัดสินใจดําเนินงานเท่าที่ควร เพราะเกรงความรับผิดชอบท่ีจะเกิดแก่ตน อนึ่ง การ
สาํ นักใงหาค้นุณคณใหะกโ้ ทรรษมแกกา่เรจก้าฤหษนฎ้ากี ทาเ่ี พ่อื ควบคมุ กสาํารนทักํางางนานคณขอะกงเรจรา้มหกนาร้ากทฤยี่ ษังฎมกี ีวาธิ กี ารในการบสรําิหนาักรงงาานนคบณุคะคกลรรแมลกะารกฤษฎีกา
การดําเนินการทางวินัยกํากับดูแลอีกส่วนหน่ึง อันเป็นหลักประกันมิให้เจ้าหน้าที่ทําการใด ๆ โดยไม่
รอบคอบอยู่แล้วสาํ ดนักังนงา้ันนคจณึงะสกมรครมวกรากรํากหฤนษฎดกีใหา ้เจ้าหน้าท่ีต้สอํางนรกัับงผานิดคทณาะงกลระรเมมกิดาใรนกฤกษาฎรปีกาฏิบัติงานใน
หน้าที่เฉพาะเม่ือเป็นการจงใจกระทําเพื่อการเฉพาะตัว หรือจงใจให้เกิดความเสียหายหรือประมาท
สาํ นักเงลาินนเคลณ่อะอกยร่ารมงรก้าารยกแฤรษงฎเทกี ่าานั้น และให้แสบําน่งกัแงยากนคควณาะมกรรัรบมผกิดาขรกอฤงษแฎตกี่ลาะคนมิให้นําหสลําักนลักงูกาหนนคณ้ีร่วะมกรมรามใกชา้ รกฤษฎีกา
บังคับ ทั้งนี้ เพสื่อําในหัก้เงกาินดคคณวะากมรเรปม็นกธารรกรฤมษแฎลกี ะาเพิ่มพูนประสสําินทักธงิภานาคพณในะกกรารรมปกาฏริบกัฤตษิงฎานกี าของรัฐ จึง
จาํ เปน็ ต้องตราพระราชบญั ญตั ินี้

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

- ๕ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมกากรฤกษฤษดฎายีกุทา ธ/ปรบั ปรุง

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ๑๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๖

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมก๑า๙รกกฤมุษภฎวีกาชิพาพนั งธษ์ ๒/์ ต๕ร๕ว๖จ

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สราํ นะเกั บงยีานบคสณํานะกักรนรามยกการรกัฐฤมษนฎตีกราี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วาดวยหลกั เกณฑการปฏิบตั ิเก่ยี วกับความรับผิดทางละเมดิ ของเจาหนาที่

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาพ.ศ. ๒๕๓๙สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขึ้น และกฎหมสาาํ ยนโดกั ดังงยากนทลค่ไี าดณวมมะีกกีหารลรรักมตกกราาารพรกเรกฤะษ่ียรฎวากีกชับาบคัญวญามัตริคับวผามิดรสทับาํ านผงกัลิดงะทาเนามคงิดลณขะะอเกมงรเิดรจมขากอหางนรเกจาฤาทษหี่ ซฎนึ่งีกาเาทปี่ลพ่ีย.ศน.แ๒ป๕ลง๓ไ๙ป
สาํ นกั งานจคากณแะนกรวรทมากงาปรฏกฤบิ ษัตฎใิ นีกเารือ่ งความรบั ผสิดาํ นทกั างงาแนพคงณทะี่ทการรงมรากชารกกาฤรษถฎือีกปาฏิบัติในป:จจุบสันาํ นโกั ดงยานไดคแณยะกกครรวมากมารรับกฤษฎีกา

ผิดทางละเมิดของเจาหนาท่ีออกเป<นเหตุท่ีเนื่องมาจากการปฏิบัติหนาท่ีและที่ไมใชการปฏิบัติหนาท่ี
โดยเมื่อมีควาสมาํ เนสกั ียงหานาคยณเนะกื่อรงรมมากจารากกฤกษาฎรีกปาฏิบัติหนาท่ีนสั้นาํ นหกั งนานวยคณงาะนกรขรอมงกราัฐรกจฤะษตฎอีกงารับภาระชดใช
คาเสียหายไปกอน สวนเจาหนาท่ีของรัฐจะรับผิดชดใชคาเสียหายตอหนวยงานของรัฐเพียงใดน้ัน ให
สาํ นกั งานไปคไณละเบกรี้ยรตมอกไาปรกในฤษภฎายีกหา ลัง โดยจะยสึดาํหนลกั ักงาวนาคจณะเะรกียรกรมเอกาแรกกฤเจษาฎหีกนา าที่ของรัฐเฉพสาํานะกักงราณนคีคณวาะมกรเสรมียกหาารยกฤษฎีกา
น้ันเกิดขึ้นโดยจงใจหรือประมาทเลินเลออยางรายแรงเทานั้น นอกจากนี้ ในกรณีท่ีเจาหนาท่ีของรัฐ
ตองรับผิดชดใสชาํ คนกาั เงสานียคหณาะยกใรหรเมจกาาหรนกฤาษทฎ่ีขีกอางรัฐสามารถผสาอํ นนกั ชงําานรคะณคาะสกรินรไมหกมารทกดฤแษทฎนีกาไดโดยคํานึงถึง
รายได ฐานะ ครอบครัวและความรับผิดชอบ และพฤติการณแหงกรณีประกอบดวย สําหรับความ
สาํ นกั งานเสคียณหะากยรรทมี่เกกาิดรจกาฤกษกฎาีกราที่ไมใชการปสฏาํ ิบนกััตงิหานนคาณท่ีะเกจรารหมกนาารทก่ีขฤษอฎงรีกัฐาจะตองถูกฟAอสงาํ แนลกั งะาชนดคใณชะคการสรมินกไหารมกฤษฎีกา
ทเกดี่ยแวทกนับเคปว<นากมาสรราํับสนผกวั ิดนงทาตนาัวคงโณลดะะยกเไมรมิรดเมกขก่ียอาวงรกเกจับฤาษทหฎานีกงาราทา่ีชใหกเาหรมสามะสคสมวาํรแนวลกัาะงงสารนอะคดเบณคียะลกบอรกงรํากมหับกนพารดรกหะฤรลษาักฎชเีกกบาณัญฑญกัตาิครวปาฏมิบรับัติ
สาํ นกั งานผคิดณทาะกงลรระมเมกดิารขกอฤงษเจฎาีกหานาท่ี พ.ศ. ๒ส๕าํ ๓น๙กั งาคนณคะณระฐั กมรนรมตกราีจรึงกมฤมี ษตฎิใีกหาวางระเบียบไวสาํ ดนังกั ตงอานไปคนณี้ ะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นขกั องาน๑คณระะกเรบรียมบกานรี้เกรฤียษกฎวีกาา “ระเบียบสสําาํนนักกั นงาานยคกณระัฐกมรนรมตกราี รวกาฤดษวฎยีกหา ลักเกณฑการ
ปฏบิ ตั ิเกี่ยวกบั ความรับผิดทางละเมดิ ของเจาหนาท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙”

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๒๑ ระเบียบนี้ใหใชบังคับต้ังแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป<น
ตนไป สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษขฎอีก๓า ใหยกเลกิ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

โดยหนังสือสาํ สนาํักนเ(กลั๑งข)าานรธะคกิ เณาบระียกคบรณครมะวรกาัฐามรมรกนบั ฤตผษรดิ ฎีชีกดอาวบนขทอี่งนขวาร๑า๕ชสก๕าํา/นร๒กัใ๕นงา๐ทนา๓คงณและพงกวงรนั รซทมึ่งี่กอ๑าอรกธกนัตฤวษาามฎคมีกมตา ิค๒ณ๕ะ๐ร๓ัฐมนตรี

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษ(๒ฎ)ีกาหนังสือกระทสราํ วนงกั กงาานรคคณลังะกทร่ีร๑มก๓า๕รก๘ฤ๒ษ,ฎ๑ีกา๓๕๘๓ (บครส).าํ/น๒กั ๕ง๐าน๔คณละงกวรันรทมก่ี ๒าร๔กฤษฎีกา
เมษายน ๒๕๐๔

สาํ น(กั๓ง)านหคนณงั สะกือรกรรมะกทารรกวงฤกษาฎรีกคาลัง ที่ กค ๐๕ส๐าํ น๘กั/ง๖า๔น๖คณ๖ะลกงรวรมันกทา่ี ร๑ก๑ฤษมฎีนีกาาคม ๒๕๐๙

(๔) หนงั สือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๕๐๘/๑๐๒๘๓ ลงวนั ที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๖

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษ(๕ฎ)ีกาหนังสือกระทสราํ วนงกั กงาานรคคณลัะงกทรรี่ มกกคาร๐ก๕ฤษ๐ฎ๘ีก/าว.๒๗๒๗๔ ลสงาํ วนันกั ทงา่ี น๑ค๙ณะกกรรกรฎมกาาครมกฤษฎีกา

๒๕๒๕ สาํ น(กั๖ง)านหคนณังสะกือรกรรมะกทารรกวงฤกษาฎรีกคาลงั ที่ กค ๐๕ส๑าํ น๔กั/ง๒า๑น๗คณ๓ะ๘กรลรงมวกันาทรกี่ ๗ฤษพฎฤีกษาภาคม ๒๕๒๘

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๓/ตอนพิเศษ ๓๙ ง/หนา ๑/๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๙

- ๒ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

(๗) หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ท่ี กค ๐๕๑๔/๒๓๐๒ ลงวนั ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๙

สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๘ฤ)ษหฎีกนางั สอื กระทรวงสกาํ านรกั คงลานังคทณ่ี กะกครร๐ม๕ก๑าร๔ก/ฤ๑ษ๒ฎ๔ีกา๖๑ ลงวันที่ ๒ส๕าํ นมกั นี งาานคคมณ๒ะ๕กร๓ร๐มการกฤษฎีกา
(๙) หนงั สอื กระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๕๑๔/๕๒๓๓๓ ลงวันท่ี ๒๙ ตลุ าคม ๒๕๓๐
ส(๑าํ น๐กั )งาหนนคงั ณสะอื กกรรรมมบกญัารชกีกฤษลาฎงีกาท่ี กค ๐๕๑๔ส/๕าํ น๙กั ๗งา๕นคลณงวะันกรทร่ี ม๑ก๑ารพกฤฤษศฎจีกิกาายน ๒๕๓๐

(๑๑) หนังสือกระทรวงการคลัง ท่ี กค ๐๕๑๔/๒๓๒๒๘ ลงวันท่ี ๑๐ พฤษภาคม
สาํ นกั ๒ง๕าน๓ค๑ณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส(๑าํ น๒กั )งาหนนคัณงสะือกรกรรมะกทารรกวฤงษกฎาีกราคลัง ท่ี กค ๐สาํ๕น๑กั ง๔า/น๖ค๓ณ๑ะก๑รร๙มกลางรวกันฤษทฎ่ี ๒ีกา๐ ธันวาคม
๒๕๓๑

สาํ นกั งานคณะกรรมการกบฤรษรฎดีกาาระเบียบ ขอบสาํังนคกั ับงานหครณือมะกตริครมณกะารรักฐฤมษนฎตีกราีอ่ืนใดในสวนสทาํ ี่กนํกาั หงานนดคณไวะแกลรรวมใกนารกฤษฎีกา
ระเบียบนี้ หรอื ซ่ึงขดั หรอื แยงกบั ระเบยี บนี้ ใหใชระเบียบนแี้ ทน

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๔ ในระเบียบนี้

สาํ นกั งานคณะกรรมการก“ฤเจษาฎหีกนาาที่” หมายคสวาํ านมกั วงาานขคาณระากชรกรามรกาพรนกฤักษงาฎนีกาลูกจาง หรือผสูปาํ นฏกัิบงัตานิงาคนณปะรกะรรเภมกทารกฤษฎีกา

อน่ื ไมวาจะเป<นการแตงต้ังในฐานะเป<นกรรมการหรือฐานะอ่ืนใด บรรดาซ่ึงไดรับแตงตั้งหรือถูกส่ังให
ปฏิบัตงิ านใหแกหสนาํ นวยกั งงาานนคขณองะรกฐัรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั ลงะานเมคิดณะกรรมการก“ฤคษณฎะีกการรมการ” หสมาํ านยกั คงาวนาคมณวะากรครณมกะากรรกรฤมษกฎาีกราสอบขอเท็จจสราํ ินงคกั วงาานมครณับะผกิดรรทมากงารกฤษฎีกา

ส“าํ ผนแู กั ตงางนตคง้ั ”ณะหกมรารมยกคาวรากมฤวษาฎผีกแูาตงตง้ั คณะกรสราํ มนกกั างารนขค้นึ ณเพะ่ือกรปรฏมิบกัตาริตกาฤมษรฎะีกเบา ยี บนี้
“ความเสยี หาย” หมายความวา ความเสยี หายทเี่ กิดจากการละเมิดอยางใด ๆ แตไม

สาํ นกั รงวามนถคึงณกะากรรอรอมกกคาราํ กสฤั่งษหฎรีกือากฎ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๕งานใหคณนาะยกรกรรมัฐกมานรกตฤรษีรักฎษีกาาการตามระเบสียาํ นบกั นงี้านคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานหคมณวะดกร๑รมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กรณีเจาหนาท่ีกระทาํ ละเมิดตอหนวยงานของรฐั
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๖ฎีกาในหมวดน้ี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส“าํ หนนกั งวายนงคาณนะขกรอรงมรกัฐา”รกหฤมษฎาียกาความวา กระสาทํ นรกั วงงานทคบณวะกงรกรมรกมารหกรฤือษสฎีกวานราชการที่
เรียกช่ืออยางอื่นและมีฐานะเปน< กรม ราชการสวนภมู ิภาค ราชการสวนทองถ่ิน รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งข้ึน

สาํ นกั โงดายนพคณระะรการชรมบกัญารญกัตฤิหษฎรือีกพา ระราชกฤษฎสาํีกนากั งหารนือคหณนะวกยรรงมากนาอรื่นกฤขษอฎงรีกัฐาตามกฎหมายสวาํ นาดกั งวายนคควณาะมกรรับรมผกิดารกฤษฎีกา
ทางละเมดิ ของเจาหนาที่

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๗ เมื่อเกิดความเสียหายแกหนวยงานของรัฐ ใหเจาหนาท่ีท่ีเกี่ยวของแจงตอ
สาํ นกั ผงบูานงั คคณบั บะกัญรชรมาโกดารยกไมฤษชฎักีกชาา และใหมีการสราํ นายกั งงาานนคตณามะกลรํารดมับกชาร้ันกถฤงึ ษหฎัวีกหานาหนวยงานขสอาํ นงรกั ฐังาแนหคงณนะัน้ กรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๘งานเมคณ่ือเะกกิดรครมวกาามรเกสฤียษหฎาีกยาแกหนวยงานสขาํ อนงกั รงัฐานแหคณงใะดกรแรลมะกหารัวกหฤนษาฎหีกนาวยงานของ
สาํ นกั รงัฐานแคหณงนะก้ันรมรมีเหกตารุอกันฤษคฎวีกรเาชื่อวาเกิดจาสกาํ กนากั รงากนรคะณทะํากขรอรมงเกจาารกหฤนษาฎทีกี่ขาองหนวยงานสขาํ นอกั งงราัฐนแคหณงะนก้ัรนรมใกหารกฤษฎีกา

- ๓ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หัวหนาหนวยงานของรัฐดังกลาวแตงต้ังคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดข้ึนคณะ
สาํ นกั หงนาน่ึงคโณดะยกไรมรชมักกชารากเฤพษ่ือฎพีกิจา ารณาเสนอคสวาํ นามกั เงหาน็นคเกณี่ยะวกกรรับมผกูตารอกงฤรษับฎผีกิดาและจํานวนคสาาสํ นินกั ไงหามนคทณดแะกทรนรทมก่ีผาู รกฤษฎีกา

น้ันตองชดใช
สคาํ ณนกัะงการนรคมณกะากรรตรามมกวารรกรคฤษหฎนีก่งึ าใหมจี าํ นวนไมสาเํ กนินกั งหาานคคนณะโกดรยรแมตกงาตรก้ังฤจษากฎเีกจาาหนาที่ของ

หนวยงานของรัฐแหงนั้นหรอื หนวยงานของรัฐอื่นตามท่ีเหน็ สมควร
สาํ นกั งานคณะกรรมการกกฤรษะทฎีกรวางการคลงั อาจสปาํ นรกัะงกาานศคกณําะหกนรรดมวกาาใรนกกฤรษณฎคี ีกวาามเสียหายที่เสกาํ ิดนขกั ึ้งนามนีมคูลณคะากครรวมากมารกฤษฎีกา

เสยี หายต้งั แตจาํ นสวาํ นนกัเทงาานใดคณจะะกใรหรมมีผกแูารทกนฤขษอฎงีกหานวยงานของสรัาฐํ นหกั นงวานยคงาณนะใกดรเรขมากราวรมกเฤปษ<นฎกีกรารมการดวย
ก็ได
สาํ นกั งานคณะกรรมการกในฤษกฎาีกราแตงต้ังคณะสกาํ รนรกั มงากนาครณใะหกรกรํามหกานรดกฤเวษลฎาีกแา ลวเสร็จของสกาํ นากัรงพานิจคาณรณะการขรมอกงารกฤษฎีกา
คณะกรรมการไวดวย

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๙ ถาเจาหนาที่ของหนวยงานของรัฐแหงหนึ่งทําใหเกิดความเสียหายแก

สาํ นกั หงนานวคยณงาะนกขรรอมงกราัฐรอกกี ฤแษหฎงีกหานงึ่ ใหเจาหนสาาํ ทนีผ่กั ูทงาาํ นใหคณเกะดิ กครรวมามกาเสรกียฤหษาฎยีกแาจงตอผูบังคับสบาํัญนชกั งาานแคลณะใะหกมรรีกมากรารกฤษฎีกา

รายงานตามลาํ ดบั ชั้นจนถึงหวั หนาหนวยงานของรฐั ท่ตี นสังกดั เวนแต
ส(๑าํ น)กั ถงาาเนจคาณหะนการทรม่ผี กทู าํารใกหฤเษกิดฎีคกาวามเสยี หายเปสน<าํ นรกัฐั งมานนตครณี ะใกหรแรจมงกตาอรกนฤาษยฎกีกรัฐามนตรี

สาํ นกั หงนานวคยณงาะนกขรรอมงกราฐั รแก(ห๒ฤง)ษใฎถดีกาใเาหจแาหจงนตาอทห่ีผัวูทหสํานาใํ านหหกัเกนงาิดวนยคคงวณาานะมกขเรอสรงียมรหกัฐาาแรยหกเฤงปนษ<นั้นฎกีกรารมการท่ีตั้งขสึ้นาํ เนพกั ื่องาปนฏคิบณัตะิงการนรมใกนารกฤษฎีกา

ส(๓าํ น)กั ถงาาเนจคาณหะนการทรม่ผี กูทาาํ รใกหฤเษกดิฎีคกาวามเสยี หายเปส<นาํ นผกั ซู งึ่งาไนมคไณดสะกังกรรดั มหกนารวกยฤงษานฎีกขาองรัฐแหงใด
ใหแจงตอกระทรวงการคลงั

สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๔ฤ)ษฎถีกาาเจาหนาที่ผูทสําาํ นใหกั งเากนิดคคณวะากมรรเสมีกยาหรกาฤยษเปฎ<ีนกาผูซึ่งไมมีผูบังสคาํ ับนกับงัญานชคาณแะลกะรรมมิใกชารกฤษฎีกา

ผูปฏิบัติงานในราชการสวนทองถิ่น รัฐวิสาหกิจท่ีจัดต้ังขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หรือหนวยงานอื่สนาํ ขนอกั งงรานัฐคตณาะมกกรรฎมหกมารากยฤวษาฎดีกวายความรับผิดสทาํ นากังงลาะนเคมณิดะขกอรงรเมจกาาหรกนฤาษทฎี่ ีกใาหแจงตอผูมี

อํานาจกาํ กับดแู ล ผแู ตงตงั้ ตน หรอื ผซู ่ึงสัง่ ใหตนปฏบิ ตั งิ านใหแกหนวยงานของรัฐ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๑๐ ในกรณีความเสียหายเกิดขึ้นตามขอ ๙ ใหหัวหนาหนวยงานของรัฐท่ีไดรับ
ความเสียหายแลสะาํ หนัวกั หงานนาคหณนะวกยรรงมากนาขรอกฤงรษัฐฎทีก่ีเาจาหนาท่ีผูน้ันสาํสนังกั กงัดานหครณือผะกูซรึ่งรรมะกเาบรียกบฤษนฎี้กีกําาหนดใหเป<น
สาํ นกั ผงรูาับนคแณจงะตการมรมขกอาร๙กฤ(๑ษ)ฎี(ก๒า) (๓) หรือ (๔ส)าํ นแกัลงวาแนตคกณระณกรี มรมีอกาํ านรากจฤรษวฎมีกกาันแตงต้งั คณะสกาํรนรกัมงกาานรคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๑ง๑านคใณนะกกรรณรมีทก่ีเากริดกคฤวษาฎมีกเาสียหายแกหนสวาํ ยนงกั างนานขคอณงระัฐกมรรามกกกาวรากหฤนษฎ่ึงแีกหา ง และหรือ
ความเสยี หายเกิดจากผลการกระทาํ ของเจาหนาทห่ี ลายหนวยงาน ใหผูมีอํานาจแตงต้ังคณะกรรมการ
สาํ นกั ตงาามนขคอณะ๘กรหรรมอืกขารอกฤ๑ษ๐ฎีกบารรดาทเ่ี กยี่ วขสอาํ งนแกั งลาวนแคตณกะรกณรรี รมวกมารกกันฤแษตฎงีกตางั้ คณะกรรมกาสราํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๑ง๒าน๒คณในะกกรรรณมกีทาี่ผรูมกฤีอษําฎนีกาาจแตงต้ังคณะสกาํ รนรกั มงกานารคตณาะมกขรรอมก๘ารขกอฤษ๑ฎ๐ีกาหรือขอ ๑๑
แตงต้ังคณะกรรมการหรือเห็นวาไมมีเหตุที่จะแตงตั้งคณะกรรมการ ใหผูมีอํานาจแตงตั้ง
สาํ นกั คงณานะคกณระรกมรกรามรกราารกยฤงาษนฎไีกปายังผูบังคับบัญสาํ ชนากั หงารนือคผณูกะํากกรับรดมูแกาลรหกรฤือษคฎวีกบาคุมการปฏิบัตสาํิงนากันงขาอนงคผณูมะีอกํารนรมากจารกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๒ ขอ ๑๒ แกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติ
สาํ นกั เงกาี่ยนวคกณับะคกวรารมมรกับาผริดกทฤาษงฎลีกะาเมิดของเจาหนสาาํ ทนี่กั (งฉาบนับคทณี่ ๒ะก)รพร.มศก.า๒รก๕ฤ๕ษ๙ฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๔ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

แตงต้ังน้ันเพื่อตรวจสอบความถูกตองของการแตงตั้งหรือไมแตงตั้งคณะกรรมการ หากการนั้นไม

สาํ นกั ถงูกานตคอณงใะหกสรงั่รแมกกาไขรกใหฤษมฎใหีกถากู ตอง สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ถาผูมีอํานาจแตงต้ังคณะกรรมการตามขอ ๘ ขอ ๑๐ หรือขอ ๑๑ ไมแกไขใหมให
ถูกตองตามคําสั่งใสนาํ นวรกั รงคานหคนณึง่ ะภการยรใมนกเาวรลกาฤอษนั ฎสีกมาควร ใหผูบังคสับาํ นบกััญงชานาคหณรือะกผรกู รํามกกับาดรกูแฤลษหฎรีกือาควบคุมการ

ปฏิบัติงานของผูมีอํานาจแตงต้ังคณะกรรมการ มีอํานาจแตงต้ังคณะกรรมการหรือเปลี่ยนแปลง
สาํ นกั กงรารนมคกณาะรกแรทรมนกผามู รีอกฤํานษาฎจีกแาตงตัง้ น้นั ไดตสาาํมนทกั เี่ งหา็นนคสณมคะกวรรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๑ง๒าน/ค๑ณ๓ะกใรนรกมรกณารีทก่ีมฤษีเหฎตีกุอาันควรเชื่อไดสวาํานหกั ัวงหานนคาณหะนกวรยรงมากนารขกอฤงษรฎัฐีกการะทําใหเกิด

สาํ นกั คงวานามคเณสะียกหรารยมหการรอื กมฤีสษวฎนีกการะทําใหเกิดคสวาํ านมกั เงสานียหคณายะแกรกรหมนกวารยกงฤาษนฎขีกอางรัฐ ใหผูบังคับสาํบนัญกั งชาานหครณือะผกูกรํารกมักบารกฤษฎีกา
ดแู ลหรือควบคมุ การปฏิบัตงิ านของหวั หนาหนวยงานของรัฐมอี าํ นาจแตงต้งั คณะกรรมการ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๑๓ ในการประชุมคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวาก่ึงหน่ึง

สาํ นกั ขงอานงคกณรระมกรกรามรกทาั้งรหกฤมษดฎจีกึงาจะเป<นองคปสราํ ะนชกั ุมงานถคาปณระะกรธรามนกการรกรฤมษกฎาีกราไมอยูในท่ีประสชาํ นุมกัหงราือนคไมณสะากมรรามรกถารกฤษฎีกา

ปฏบิ ตั ิหนาทไ่ี ด ใหกรรมการท่มี าประชุมเลอื กกรรมการคนใดคนหนง่ึ ขึ้นทําหนาทแี่ ทน
สมาํ ตนิทกั ง่ีปานรคะณชุมะกใรหรถมือกเาสรกียฤงษขฎาีกงามาก กรรมกสาาํรนทกั ่ีไงมานเหค็นณดะกวรยรกมับกามรตกิทฤษ่ีปฎรีกะาชุม อาจทํา

สาํ นกั คงวานามคเณหะน็ กแรยรมงมกาตรทิ ก่ปีฤรษะฎชีกมุารวมไวในควาสมาํ เนหกั น็ งาขนอคงณคณะกะรกรมรรกมารกกาฤรษไดฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๑ง๔านคใณนะกการรรปมกฏาิบรัตกฤิหษนฎาีกทาี่ ใหคณะกรรสมาํ กนากั รงมานีอคําณนาะกจรหรนมากทารี่พกิจฤาษรฎณีกาาขอเท็จจริง
อันเกยี่ วกบั การกระทาํ ละเมิด โดยตรวจสอบขอเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานท้ังปวงที่เกี่ยวของ
สาํ นกั รงับานฟคง: ณพยะการนรบมุคกคารลกฤหษรฎือีกพายานผูเชี่ยวชาสญาํ นแกั ลงาะนตครณวจะสกรอรบมเกอากรสกาฤรษฎวีกัตาถุ หรือสถานทสี่ าํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กระทรวงการคลังอาจกําหนดแนวทางการสอบขอเท็จจริง การทําบันทึกและการ
รายงานผล เพอื่ เปสน<าํ นแกั นงวาทนคางณปะฏกริบรัตมเิ กปาน< รกกฤารษทฎวั่ีกไาปได สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๑ฎ๕ีกา คณะกรรมกสาาํ รนตกั องงาในหคโณอะกการสรแมกกเาจรกาหฤษนฎาีกทา่ีท่ีเก่ียวของหรสือาํ ผนูเกั สงียานหคาณยไะดกชรร้ีแมจกงารกฤษฎีกา

ขอเทจ็ จริงและโตแยงแสดงพยานหลักฐานของตนอยางเพยี งพอและเปน< ธรรม
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั แงตานงตค้ังณขะอกใรหรมทกบาทรกขวฤอนษห๑ฎรี๖กือาสเอมบ่ือสควณนะเพก่ิมรสรเาตํ มนิมกกั างใราหนพคคิจณณาะระกณกรรารรเมมสกกรา็จารรแกรลฤีบษวดใฎหําีกเเานสนินอกคารวใาหมเเสหร็นส็จไาํสปนิ้นกยั ภงังาผานยูแคใตณนงเะตวกั้งลรารถทมาก่ีผผาูู รกฤษฎีกา

แตงต้งั กําหนด สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ความเห็นของคณะกรรมการตองมีขอเท็จจริงและขอกฎหมายท่ีแจงชัด และตองมี

สาํ นกั พงยานาคนณหะลกักรฐรามนกทารีส่ กนฤับษสฎนีกุนา ประกอบดวยสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ความเห็นของคณะกรรมการไมผูกมัดผูแตงตงั้ หรือรัฐทจี่ ะมีความเหน็ เปน< อยางอ่นื

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๓ ขอ ๑๒/๑ เพิ่มโดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติเกี่ยวกับ
สาํ นกั คงวาานมครณับะผกิดรทรมางกลาะรเกมฤิดษขฎอีกงาเจาหนาท่ี (ฉบสับาํ ทนี่ กั ๒ง)านพค.ศณ. ะ๒ก๕รร๕ม๙การกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ขอ ๑๗ เม่ือผแู ตงตงั้ ไดรับผลการพิจารณาของคณะกรรมการแลว ใหวินิจฉัยส่ังการ

สาํ นกั วงาามนีผคูณรับะกผริดรชมดกใาชรกคฤาษสฎินีกไาหมทดแทนหสรืาอํ นไกัมงาแนลคะณเปะก<นรจรํามนกวารนกเฤทษาฎใดีกาแตยังมิตองแสจาํ งนกกั างราสน่ัคงกณาะรกใรหรผมูกทา่ี รกฤษฎีกา

เก่ียวของทราบ สใาํหนผกั ูแงตานงคตณั้งสะงกสรรํามนกวานรภกฤาษยฎในีกเาจ็ดวันนับแตวสันาํ นวกิันงิจาฉนัยคสณั่งะกการรรใมหกการรกะฤทษรฎวีกงาการคลังเพื่อ

ตรวจสอบ เวนแตเป<นเร่ืองท่ีกระทรวงการคลังประกาศกําหนดวาไมตองรายงานใหกระทรวงการคลัง
สาํ นกั ตงราวนจคสณอะบกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สใาํหนกกั รงะาทนครวณงะกการรรคมลกงัาพรกิจฤาษรฎณีกาาโดยไมชักชา สแาํลนะกั ใงหามนีคอณํานะกาจรรตมรกวาจรสกอฤบษฎพีกยาานหลักฐาน
ท่ีเก่ียวของ ในกรณีที่เห็นสมควรจะใหบุคคลใดสงพยานหลักฐานหรือมาใหถอยคําเพ่ือประกอบการ

สาํ นกั พงจิานาครณณะากเพรรม่ิ มเตกามิ รอกกี ฤกษ็ไฎดีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ในระหวางการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ใหผูแตงตั้งสั่งการใหตระเตรียมเร่ือง

ใหพรอมสําหรับกสาํ นรอกั งอากนคําณสะั่งกใรหรเมจกาาหรกนฤาษทฎี่ชีกําาระคาสินไหมสทาํ ดนแกั ทงานนคหณระือกดรํารมเนกินารกกาฤรษฟฎAอีกงาคดีเพื่อมิให

ขาดอายคุ วามสองปRนับจากวันทีผ่ ูแตงต้งั วนิ จิ ฉัยสง่ั การ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกใหฤษกรฎะีกทา รวงการคลังสพาํ ิจนากั รงณานาคใณหแะกลรวรเมสกรา็จรกกอฤนษฎอีกายาุความสองปRสสิ้นาํ นสกัุดงไามนนคอณยะกกวรารหมกการกฤษฎีกา

เดือน ถากระทรวงการคลังไมแจงผลการตรวจสอบใหทราบภายในกําหนดเวลาดังกลาว ใหผูแตงตั้งมี
คําส่ังตามที่เห็นสสมาํ คนวกั รงแานลคะณแจะกงรใหรมผกูทา่ีเรกกี่ยฤวษขฎอีกงาทราบ เวนแตสใาํ นนกกั งราณนีหคณนวะกยรงรามนกขาอรกงรฤัฐษนฎ้ันีกาเป<นราชการ

สาํ นกั ตสงวาานมนคกทณฎองะหถกมริ่นารยมรวกัฐาาวรดิสกวาฤยหษคกฎวิจีกาทามี่จรัดับตผงั้ ิดข้นึทโาดงยลสพะาํเรนมะกัิดรงขาาชอนบงคเัญณจะญากหตั รนิหรามรทกือาี่พใรหรกะฤกรษราฎะชีทกการฤวษงฎกีการาคหลรังือพหสิจาํนานวรกั ณยงงาาานในคหอณแื่นละกขวรอเรสงมรรก็จัฐารกฤษฎีกา

กอนอายุความสอสงาํ นปกัRสง้ินานสคุดณไมะนกรอรยมกกวารากหฤนษ่ึงฎปีกR าถากระทรวงกสาาํ นรคกั งลาังนไคมณแะจกงรผรลมกกาารรกตฤรษวฎจีกสาอบใหทราบ
ภายในกําหนดเวลาดงั กลาว ใหผแู ตงต้งั มีคําสงั่ ตามทเี่ หน็ สมควรและแจงใหผูท่เี ก่ียวของทราบ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอ ๑๘๔ เมือ่ กระทรวงการคลังพิจารณาเสร็จแลว ใหผูแตงต้ังมีคําสั่งตามความเห็น

ของกระทรวงการสคาํ ลนงักั แงลานะคแณจงะคกํารรสมง่ั กนาน้ั รใกหฤผษทู ฎ่เีีกกา่ียวของทราบสราํ วนมกั ทงาง้ั นรคาชณกะากรรสรมวนกาทรอกงฤถษิ่นฎีกราัฐวิสาหกิจท่ี

จดั ตัง้ ขนึ้ โดยพระราชบัญญตั ิหรือพระราชกฤษฎีกา หรอื หนวยงานอื่นของรฐั ตามกฎหมายวาดวยความ
สาํ นกั รงับานผคิดณทะากงรลระมเกมาิดรขกอฤษงเฎจีกาาหนาท่ี ใหผูแสตาํงนตกั ั้งงขาอนงคหณนะวกยรรงมากนาขรอกงฤรษัฐฎแีกหางน้ันส่ังการไปสาํตนากั มงคานวคามณเะหก็นรรขมอกงารกฤษฎีกา

กระทรวงการคลัง
สเาํมน่ือกั งหานนควณยะงการนรมขกอารงกรฤัฐษทฎี่เีกสาียหายตามวสาํรนรกั คงาหนนค่ึณงสะกั่งรกรามรกาตรากมฤษคฎวีกาามเห็นของ

สาํ นกั กฟงรอAาะนงทคคณรดวตีะงกอกรศารารมลคกอลายรงั กาแฤใลหษวขฎใาีกหดาผอูแาตยุคงตว้ังาดมาํ เนสินาํ นกากั รงาเพนค่อื ณออะกกรครํามสก่ังาใรหกผฤูตษอฎงีกราับผิดชําระคาสสาํินนไกัหงมานทคดณแะทกนรหรมรกือารกฤษฎีกา

สใาํนนกกั รงณานีทค่ีปณระกากรรฏมตกาารมกคฤวษาฎมีกเาห็นของกระทสราํ วนงกั กงาานรคคณละังกวรารมมีผกูใาดรกตฤอษงฎรีกับาผิดชดใชคา
สินไหมทดแทนเพ่ิมขึ้นหรือตางไปจากสํานวนท่ีผูแตงตั้งสงใหตรวจสอบ หากยังไมเคยมีการสอบผูน้ัน

สาํ นกั ใงนาฐนาคนณะะผกูตรรอมงกราับรผกิดฤษมฎากีกอา น ใหผูแตงตสั้งาํ สนงกั เงรา่ือนงคใณหคะกณระรมกกรารรมกกฤาษรฎทีกําาการสอบขอเทสา็จํ นจกั รงิงาคนวคาณมะรกับรผรมิดกผาู รกฤษฎีกา

นั้นเพื่อประกอบการวินิจฉัยสั่งการ ถาผลของคําวินิจฉัยของผูแตงต้ังตรงกับความเห็นของ

กระทรวงการคลังสาํในหกัผงแู าตนงคตณั้งะสก่ังรกรามรกใาหรผกฤูนษั้นฎรีกับาผิดแลวรายงาสนาํ นกกัรงะาทนรควณงะกการรรคมลกังาเรพก่ือฤษทฎรีกาบา ถาผลของ

คําวินิจฉัยของผูแตงต้ังตางไปจากความเห็นของกระทรวงการคลัง ใหผูแตงตั้งรายงาน
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๔ ขอ ๑๘ แกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติ
สาํ นกั เงกา่ียนวคกณับะคกวรารมมรกับาผริดกทฤาษงฎลีกะาเมิดของเจาหนสาาํ ทน่ีกั (งฉาบนับคทณ่ี ๒ะก)รพร.มศก.า๒รก๕ฤ๕ษ๙ฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กระทรวงการคลังพิจารณาใหความเห็นอีกคร้ังหนึ่ง ทั้งน้ี ใหนําความในขอ ๑๗ วรรคสี่และวรรคหา

สาํ นกั มงาาในชคบณงั ะคกบั รโรดมยกอารนกุโฤลษมฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๑ง๙าน๕คณ(ยะกกเรลรกิม)การกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๒ฎีก๐า ในกรณีรวมสกาํ ันนกัแงตางนตคั้งณคะณกระรกมรกรามรกกฤารษตฎาีกมาขอ ๑๐ หรือสขาํ อนกั ๑ง๑านคใหณผะูแกรตรงมตก้ังารกฤษฎีกา
รวมรวมกันวินิจสาํฉนัยกั สงาั่งนกคาณระกแรลรมะกเาสรนกฤอษคฎวีกาามเห็นท้ังหมสดาํ นกัไมงาวนาคจณะะกเหรร็นมตการรงกกฤันษฎหีกราือไม ไปยัง
กระทรวงการคลัง และเมื่อไดดําเนินการตามขอ ๑๗ และขอ ๑๘ แลว ถาผลในช้ันที่สุดผูแตงต้ังรวม

สาํ นกั ยงังามนคีควณาะมกเรหรน็มตกาารมกขฤอษฎ๑ีก๘า แตกตางกนั จสนาํ นหกั างขาอนยคุตณไิ ะมกไรดรมกก็ใาหรเกสฤนษอฎเีรก่ือางใหคณะรัฐมสนาํ ตนรกั ีวงินานิจคฉณัยชะกข้ี รารดมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๒ง๑านคใณนกะการรรพมิจกาารณกฤาษขฎอีกงกา ระทรวงการสคาํ ลนังกั งใาหนมคี ณ“คะกณระรมกกรรารมกกฤาษรฎพีกิจาารณาความ

รับผดิ ทางแพง” เป<นผูพจิ ารณาใหความเห็นตอกระทรวงการคลงั

สาํ นกั งานคณะกรรมการกใหฤษคฎณีกะากรรมการตาสมาํ นวกัรงราคนหคนณ่ึงะปกรรระมกกอารบกดฤวษยฎอีกธาิบดีกรมบัญชสีกาํ นลกัางงาเนปค<นณปะรกะรธรมากนารกฤษฎีกา

กรรมการ ผูแทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผูแทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผูแทนสํานักงาน
ตรวจเงินแผนดินสแาํ นลกัะงผาูแนทคณนกะกรระรทมรกวางรกกฤารษคฎลีกังาตามจํานวนทสี่จาํ นํากเั ปงา<นนคซณ่ึงปะกลรัดรกมรกะาทรกรฤวษงฎกีการาคลังแตงตั้ง

สาํ นกั เงปา<นนกครณระมกกรารรมการกคฤณษะฎกีกรารมการพจิ ารณสาํานคกั วงาามนรคับณผะิดกรทรามงกแาพรกงอฤษาจฎแีกตางตั้งคณะอนุกสราํ นรมกั งกาานรคเพณื่อะกปรฏริบมกัตาิ รกฤษฎีกา

หนาที่ตามท่มี อบหสาํมนากั ยงไาดนคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพงใหนําความในขอ ๑๓

สาํ นกั มงาาในชคบณังะคกับรโรดมยกอารนกุโฤลษมฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๒ง๒านคใณนกะกรรณรมที ก่ีคาวรากมฤเษสฎียีกหาายเกิดแกเงินสใาํ หนใกั ชงเาปน<นคเณงินะกแรตรเมพกยี างรอกยฤาษงฎเีกดายี ว

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๒ฎีก๓า ในกรณีที่คสวาํานมกั เงสาียนหคาณยะมกิรไดรมเกกิดารแกกฤเษงฎินีกจา ะดําเนินการสดาํ ังนตกั องาไนปคนณ้ีแะทกนรรกมากรารกฤษฎีกา

ชาํ ระเงนิ กไ็ ด
ส(๑าํ น)กั ชงาดนใคชณเปะ<นกรทรรมัพกายรสกินฤอษยฎีกางาเดียวกันโดยสมาํ ีสนกภั งาาพนคคณุณะกภรารพมกปารรกิมฤาษณฎีกแาละลักษณะ

สาํ นกั เเงสดาียียนหวคกาณยันะกกโดรับรยทมทรกาํ ัพาสรยญักสฤญินษาทฎยีกี่สนิ าูญยอหมาชยดหใรชือคเาสสสียาํินหนไกัาหงยมาแนทลคดะณแใะทชกนงราเรปนมน< แกทาทรรนกพั ไฤยดษสเฎชนิ ีกนดาเังดกียลวากวับทรัพสยาํ สนินกั งทาี่สนูคญณหะากยรหรมรกือารกฤษฎีกา

ส(๒าํ น)กั ซงอานมคแณซมะกหรรรือมบกูรารณกะฤทษรฎัพีกยา สินทีช่ ํารุดเสสียาํ หนากั ยงาใหนคคณงสะภกรารพมเกดาิมรกโฤดษยฎทีกําาสัญญาวาจะ
จดั การใหทรพั ยสินคงสภาพเหมือนเดมิ ภายในเวลาไมเกนิ หกเดอื น

สาํ นกั งานคณะกรรมการก(๓ฤ)ษกฎีากราชดใชเป<นทรสัพาํ นยกสั งินาหนรคือณกะากรรรซมอกมาแรกซฤมษหฎรีกือาบูรณะทรัพยสสินาํ นทกั ่ีแงตานกคตณางะไกปรรจมากการกฤษฎีกา

(๑) หรอื (๒) ตองไดรบั ความเห็นชอบจากกระทรวงการคลงั กอน

สกาํ านรกั ชงดานใชคณคาะเกสรียรมหกาายรเกปฤ<นษทฎรีกัพา ยสินหรือกาสราํซนอกั มงแานซคมณหะรกือรบรมูรกณาะรกทฤรษัพฎยีกสาินตามวรรค

หนง่ึ ใหมีการตรวจรบั ตามระเบยี บวาดวยการพสั ดุของทางราชการหรอื ของหนวยงานของรัฐน้นั ๆ
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๕ ขอ ๑๙ ยกเลิกโดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยหลักเกณฑการปฏิบัติเกี่ยวกับ
สาํ นกั คงวาานมครณับะผกิดรทรมางกลาะรเกมฤิดษขฎอีกงาเจาหนาท่ี (ฉบสับาํ ทนี่ กั ๒ง)านพค.ศณ. ะ๒ก๕รร๕ม๙การกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๗ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

การทําสัญญาตามวรรคหน่ึงตองจัดใหมีผูคํ้าประกัน และในกรณีที่เห็นสมควรจะให

สาํ นกั วงาางนหคลณักะปกรระรมกกนั าดรวกยฤกษไ็ฎดีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๒ง๔านคใณนะกกรรณรมีทก่ีเาจรากหฤนษาฎทีก่ีผาูรับผิดตาย ใสหาํ รนีบกั ดงาํานเนคินณกะการรรตมากมารระกเฤบษียฎบีกนาี้โดยอนุโลม

เพื่อใหไดขอยุติโดยเร็วและระมัดระวังอยาใหขาดอายุความมรดก ในกรณีที่ผูแตงตั้งเห็นวาเจาหนาท่ี
สาํ นกั ตงอานงรคับณผะิดกรชรดมใกชาครากสฤินษฎไหีกมาทดแทนแกหสนาํ นวยกั งงาานนคขณอะงกรรัฐรมใหกสารงกเรฤื่อษงฎใีกหาพนักงานอัยกสาาํรนเพกั ง่ือาฟนคAอณงผะูจกัดรรกมากรารกฤษฎีกา

มรดกหรอื ทายาทสตาํ อนไกั ปงาในนคกณระณกีขรรอมงกผาูแรตกฤงตษั้งฎรีกวามถามีความเหสาํ็นนแกั ตงกานตคาณงกะันกรใรหมดกําาเรนกินฤกษาฎรีกไาปพลางกอน
ตามความเห็นของผูแตงต้ังสําหรับหนวยงานของรัฐที่เสียหาย และถาตอมามีขอยุติเป<นประการใดให

สาํ นกั แงกานไขคเณปะลกี่ยรนรแมปกาลรงกกฤาษรฎดีกําาเนนิ การไปตาสมาํนนัน้ กั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๒ง๕านคใณนะกกรรณรมีทกี่เาจรากหฤนษาฎทีกี่ตาองรับผิดและสขาํ นอกัผงอานชคณําระะกครรามสกินาไรหกมฤทษฎดีกแาทน ไมวาจะ

เกิดข้ึนในข้ันตอนใด ใหหนวยงานของรัฐท่ีเสียหายกําหนดจํานวนเงินที่ขอผอนชําระน้ันตามความ

สาํ นกั เงหามนาคะณสะมกรโรดมยกคาาํรนกงึฤถษึงฎรีกาายได คาใชจายสใาํ นนกกั างารนดคําณรงะชกีพรรตมากมาฐรากนฤาษนฎรุ ีกปู าของเจาหนาทส่ีาํ คนวกั างมานรคับณผิะดกชรอรบมกทาี่ รกฤษฎีกา

บุคคลนั้นมีอยตู ามกฎหมายหรอื ศลี ธรรมอนั ดี และพฤตกิ ารณแหงกรณปี ระกอบดวย
สใาํนนกกั างรานใหคณผอะกนรชรํมารกะารกตฤอษงฎจีกัดาใหมีผูคํ้าประสกาํ นันกั งแาลนะคใณนะกกรรณรมีทกี่เาหรก็นฤสษมฎคีกวารจะใหวาง

สาํ นกั หงลานกั คปณระะกกรนั รดมวกยารกกไ็ ดฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๒งา๖นคกณระะกทรรรมวกงากรากรฤคษลฎังีกอาาจประกาศกสําาํ หนนกั งดาหนลคักณเะกกณรรฑมเกกา่ียรกวฤกษับฎกีกาารคํ้าประกัน
การวางหลกั ประกนั หนังสอื ผอนชําระ และสญั ญาคาํ้ ประกนั กไ็ ด

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๒๗ ในกรณีท่ีเจาหนาที่ตองชดใชคาสินไหมทดแทน แมปรากฏวาเจาหนาท่ีไม

สามารถชําระหน้ีไสดาํ นใกัหงหานนควณยงะากนรรขมอกงารรัฐกทฤเ่ี ษสฎยี ีกหาายพจิ ารณาผสอาํนนผกั ันงาตนาคมณคะวการมรเมหกมาาระกสฤมษตฎีากมา หลักเกณฑ

ทีก่ ระทรวงการคลังกําหนดและตองไมดําเนินคดีลมละลายแกผูน้ัน แตถาการที่ไมสามารถชําระหนี้ได
สาํ นกั นงั้นานเกคิณดจะการกรกมากราปรกรฤะษพฎฤีกตาิชั่วอยางรายสแาํรนงกั ขงอานงเคจณาะหกนรารมทกี่หารรือกฤเจษาฎหีกนา าที่กระทํากาสราํ ในดกั งๆานอคันณเะปก<นรรกมากรารกฤษฎีกา

ประพฤติช่ัวอยางรายแรงเพ่ือใหหนวยงานของรัฐไมไดรับชําระหนี้ครบถวน ใหหนวยงานของรัฐที่
เสยี หายสงเรอื่ งใหสพาํ นนกั กั งงาานนคอณยั ะกการรรดมํากเานรกนิ ฤคษดฎีลีกมาละลาย สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๒ฎีก๘า การประนีปสราํ ะนนกั งอามนยคอณมะคกวรรามมกไามรวกาฤจษะฎเีกกาิดข้ึนในขั้นตอสนาํ ในดกั ตงอานงไคดณระับกครรวมากมารกฤษฎีกา
เหน็ ชอบจากกระสทาํรนวกังงกาานรคคณละังกกรอรนมกเวารนกแฤตษกฎรีกะาทรวงการคลังสจาํ ะนปกั รงาะนกคาณศกะกํารหรนมดกเาปรก<นฤอษยฎาีกงอา ื่น

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๒ฎ๙ีกา ในกรณีตามสขาํอนกั๒ง๖านขคอณะ๒ก๗รรหมรกือารขกอฤษ๒ฎ๘ีกถา าเกีย่ วกับหนสวาํ ยนงกั างนานขคอณงระัฐกทรรี่เปมก<นารกฤษฎีกา

ราชการสวนทองถ่ิน รัฐวิสาหกิจท่ีจัดต้ังขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือหนวยงาน

อื่นของรัฐตามกฎสหาํ นมกั างยานวคาดณวะกยรครวมากมารรกับฤผษิดฎทีกาางละเมิดของสเจาํ นากัหงนานาทคณ่ี กะากรรดรมํากเนารินกกฤาษรฎใีกหาเป<นไปตาม

ระเบยี บสาํ หรบั หนวยงานของรฐั แหงนน้ั สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมวด ๒
สาํ นกั งากนรคณณเีะจการหรนมกาทาร่ีขกอฤงษรฎฐั ีกการะทาํ ละเมดิ ตสอาํ นบกัคุ งคาลนภคณายะนกอรรกมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๘ - สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๓ฎ๐ีกา ในหมวดน้ี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“หนวยงานของรัฐ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม หรือสวนราชการที่
เรียกช่ืออยางอื่นสแาํ ลนะกั งมาีฐนาคนณะะเกปร<นรมกกรามรกแฤลษะฎรีกาาชการสวนภูสมาํิภนากั คงานแคตณไมะรกวรรมมถกึงารรากชฤษกฎารีกสา วนทองถ่ิน

รฐั วสิ าหกจิ หรือหนวยงานอ่นื ของรัฐ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๓ง๑านคใณนะกกรรณรมีทกี่เจารากหฤนษาฎทีก่ีทาําใหเกิดความสเาํ สนียกั หงาานยคตณอะบกุครรคมลกภาารยกฤนษอฎกีกถาาเจาหนาที่
ผูนั้นเห็นวาความเสียหายเกิดขึ้นเน่ืองในการท่ีตนไดกระทําในการปฏิบัติหนาที่ ใหเจาหนาที่ผูน้ันแจง

สาํ นกั ตงอานผคูบณังคะกับรบรมัญกชาารโกดฤยษไฎมีกชาักชา และใหมสาํีกนากั รงราานยคงณาะนกตรารมมลกําารดกับฤชษั้นฎถีกึงาหัวหนาหนวยสงาํ นานกั งขาอนงครณัฐะแกหรงรนมกั้นารกฤษฎีกา

แตในกรณีทเี่ จาหนาทเ่ี ปน< รัฐมนตรหี รอื กรรมการท่ีตงั้ ขึ้นเพ่อื ปฏิบตั งิ านในหนวยงานของรัฐหรือผูซ่ึงไม

สังกัดหนวยงานขสอาํ นงรกั ัฐงาแนหคงณใดะกหรรรือมผกูซาร่ึงกไมฤษมฎีผีกูบาังคับบัญชา ใสหาํ ดนํากั เงนานินคกณาระกตรารมมขกอาร๙กฤ(ษ๑ฎ)ีก(า๒) (๓) หรือ

(๔) และใหนาํ ขอ ๘ ถงึ ขอ ๒๐ มาใชบงั คบั โดยอนโุ ลม

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๓๒ ในกรณที ีผ่ เู สยี หายยน่ื คําขอใหหนวยงานของรัฐชดใชคาสินไหมทดแทน ให
หนวยงานของรัฐทสาํ่เี จนากั หงานนาคทณ่ผี ะนู ก้ันรรสมงั กกาัดรกหฤรษือฎกีกราะทรวงการคลสงั าํ นในกั กงารนณคทีณ่ีเะจการหรนมกาทารี่มกิไฤดษสฎังีกกาัดหนวยงาน
สาํ นกั ใหงดลานาหคยรณหอื นะหกวนรยวรงมยากงนาารนรกขับฤอคษงาํ ฎรขีกัฐอาแนหัน้ งแใลดะแดหํางเหนนสินา่ึงํกนาใกั นรงตกาานรมคณรณีทะะี่เคกบวรยี ารบมมนเกสาี้โียดรกหยฤไาษมยฎชเกีักกิดาชจาากผลการกสราํะนทกั ํางขานอคงณเจะากหรนรมากทา่ี รกฤษฎีกา

สใาํนนกกั รงณานีทคี่ผณูเะสกียรหรมากยายร่ืนกฤคษําฎขีกอาผิดหนวยงานสาํในหกัหงนานวคยณงาะนกรผรูรมับกคารํากขฤอษรฎีบีกสางเรื่องไปยัง
หนวยงานของรฐั ทีเ่ หน็ วาเป<นหนวยงานของรฐั ทจี่ ะตองรับผดิ ชอบพิจารณาตอไปและใหแจงใหผูยื่นคํา
สาํ นกั ขงอานทครณาบะกกรรรณมกดี างัรกกลฤาษวฎนีกี้ใาหถือวาหนวยสงาํ านนกั ขงอานงครัฐณไะดกรรับรมคกําาขรอกใฤหษชฎดีกใาชคาสินไหมทสดาํแนทกั นงานนับคแณตะวกันรรทมี่ไกดารกฤษฎีกา
รับคาํ ขอท่สี งมานน้ั

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๓๓ เมอ่ื ไดรับคําขอตามขอ ๓๒ และหนวยงานของรัฐที่ไดรับคําขอไวเห็นวาเป<น
สาํ นกั เงราอื่ นงคทณเี่ กะย่ีกวรรกมับกตานรกใฤหษแฎตีกงาตัง้ คณะกรรมสกาํ านรกั เพงาอื่ นดคาํณเนะกนิ รกรามรกตาอรกไปฤษโดฎยีกไามชักชา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๓ง๔านคใณนกะกรรณรมที กต่ี าอรงกชฤดษใฎชีกคาาสนิ ไหมทดแสทาํ นนใกั หงแานกคผณยู ืน่ะกคราํ รขมอกาใรหกหฤนษวฎยีกงาานของรัฐที่
สาํ นกั ตงอานงชคดณใะชกครารสมินกาไรหกใมหฤทษคดฎิดแีกดทาอนกปเบฏี้ยบิ ตตั าิตมาอมัสตทาํรกี่นารกัดะงอทานกรคเวบณงี้ยกะผากริดรครนมลัดกงั นการับาํ กหแฤนตษดวฎันีกการะทําละเมิดสในาํ นจกั ํางนานวนคณเงะินกทรร่ีตมอกงารกฤษฎีกา

ชดใชคาสนิ ไหมทสดาํแนทกั นงาในหคแณกผะกูยร่นื รคมาํกขาอรกจฤนษถฎึงีกวานั ชาํ ระคาสินไสหาํ มนทกั งดาแนทคนณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกขฤอษ๓ฎีก๕า ในกรณีท่ีผูเสสาํ นียกัหงาายนฟคAณองะคกรดรีตมอกศารากลฤษใหฎผีกูมา ีอํานาจแตงตส้ังาํ ตนั้งกั คงาณนะคกณระรกมรรกมากรารกฤษฎีกา

โดยไมชักชา เวนแตจะไดมีการต้ังคณะกรรมการดังกลาวไวแลว และใหประสานงานกับสํานักงาน

อยั การสงู สุดเพ่ือเสตาํ รนยี กั มงกานาครตณอะสกูครรดมตี กอาไรปกฤพษรฎอีกมาทั้งรายงานใหสกาํ นระกั ทงารนวคงณกาะรกครรลมังกทารรากบฤแษลฎะีกปา ฏิบัติตามท่ี

ไดรับคําแนะนําจากกระทรวงการคลงั สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๓๖ ถาผูแตงตั้งเห็นวาความเสียหายเกิดจากเจาหนาที่มิไดกระทําในการปฏิบัติ
หนาที่ หรือเมื่อสาไํ นดกั ฟง:างนคควณาะมกเรหรม็นกขารอกงฤคษณฎีกะากรรมการหสราํ นือกั ไงดานรัคบณทะรการรบมผกลารกกาฤษรพฎีกิจาารณาของ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๙ - สํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า

กระทรวงการคลังแลว เห็นวาความเสียหายเกิดจากเจาหนาที่มิไดกระทําในการปฏิบัติหนาท่ี ใหเรียก

สาํ นกั เงจาานหคนณาะทก่ีผรูนรม้ันกเขารากมฤาษเปฎ<นีกาคคู วามในคดดี สวาํ ยนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๓งา๗นคณถาะกผรลรกมากรารพกิจฤาษรฎณีกาาของผูแตงตส้ังาํยนุตกั ิเงปาน<นคทณี่สะุดกวรารมคกวารากมฤเษสฎียีกหาายเกิดจาก
เจาหนาท่ีไดกระทําในการปฏิบัติหนาที่ จะตองไมมีการเรียกเจาหนาที่เขามาเป<นคูความในคดี แตถา
สาํ นกั ผงูเาสนียคหณาะยกไรดรฟมกAอางรเกจฤาษหฎนีกาาที่ตอศาลกอนสแาํ ลนวกั หงารนือคมณีกะากรรเรรมียกกาเรจกาฤหษนฎาีกทาี่เขามาเป<นคูคสวาํ นามกั งในานคคดณีกะอกนรแรมลกวารกฤษฎีกา
ใหผูแตงต้ังแจงผลสกาํ นากัรงพาิจนาครณณะกาใรหรมพกนาักรกงฤานษฎอีกัยาการเพ่ือแถลงสตาํ อนศกั างาลนคเพณื่อะใกหรเรจมากหารนกาฤทษี่มฎีโีกอากาสพนจาก
การเปน< คูความในคดี และขอใหพนกั งานอยั การชวยเหลอื ทางคดแี กเจาหนาทใ่ี นระหวางน้ันดวย

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขอ ๓๘ ในกรณีหนวยงานของรัฐตองรับผิดตอบุคคลภายนอกในความเสียหายท่ี

เกดิ ขน้ึ จากการปฏสาบิํ นัตกั ิหงนานาคทณีข่ ะอกงรเจรมาหกานรากทฤี่นษั้นฎีกคาวามรับผิดขอสงาํ เนจกั างหานนคาณท่ีจะกะรมรีหมรกือารไมกฤแษลฎะีกเาพียงใด เป<น

กรณีท่ีหนวยงานของรัฐจะพิจารณาไลเบ้ียเอาจากเจาหนาที่ในภายหลัง ซึ่งคณะกรรมการ ผูแตงต้ัง

สาํ นกั แงลานะคกณระะทกรรรวมงกกาารรกคฤลษังฎแีกลาวแตกรณี ตอสงาํ พนิจกั างารนณคาณดะวกยรวรามจกะารมกีกฤาษรฎไลีกเาบ้ียหรือไม หรสือาํ นจกัะงไาลนเบคณี้ยใะหกชรรดมใกชารกฤษฎีกา

เพียงใด และใหนาํ ขอ ๒๒ ถึงขอ ๒๙ มาใชบังคับกับการชดใชคาสินไหมทดแทนท่ีหนวยงานของรัฐได
ใชใหแกผเู สยี หายสาํโนดกยั งอานนุโคลณมะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกปฤรษะฎกีกาาศ ณ วนั ท่ี ๑ส๕าํ นพกั ฤงศานจิกคณายะนกรพรม.ศก.าร๒ก๕ฤ๓ษ๙ฎีกา
บรรหาร ศิลปอาชา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมกนาารยกกฤรษัฐฎมีกนาตรี สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

- ๑๐ - สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

ระเบียบสํานกั นายกรฐั มนตรวี าดวยหลักเกณฑการปฏิบตั ิเกย่ี วกบั ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาท่ี
สาํ นกั (งฉาบนบั คทณี่ ะ๒ก)รรพม.ศกา. ร๒ก๕ฤษ๕ฎ๙ีก๖า
สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สขาํ อนกั ๒งานรคะณเบะยี กบรรนมใ้ี กหาใรชกบฤงัษคฎบั ีกตาัง้ แตวันถดั จาสกาํ วนันกั ปงารนะคกณาศะกในรรรมาชกากริจกจฤาษนฎุเีกบากษาเป<นตน

ไป สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ประดชิ ญา/ผูจัดทาํ

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๒๒ สพาํ ฤนศกั จงากิ นาคยณนะ๒กร๕ร๕ม๕การกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษวฎชิีกพา งษ/ผูตรวจ

๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา กัญฑรัตน/เพ่ิมเติม
สาํ นกั งานคณะกรรมกา๒รก๙ฤษกฎันีกยาายน ๒๕๕๙

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาํ นกั งานคณะกรรมการก๖ฤรษาชฎกีกิจาจานุเบกษา เลสมาํ น๑กั ๓งา๓น/คตณอะนกพริเรศมษกา๒ร๐กฤ๗ษงฎ/ีกหานา ๑/๑๕ กันยสาาํ ยนนกั ง๒าน๕ค๕ณ๙ะกรรมการกฤษฎีกา


Click to View FlipBook Version