The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเขียนตอบข้อสอบ อาจารย์สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-10-26 09:56:17

การเขียนตอบข้อสอบ อาจารย์สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์

การเขียนตอบข้อสอบ อาจารย์สมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์

การเขียนตอบขอ้ สอบ (ท่ีมา. อาจารยส์ มชาย พงษพ์ ฒั นาศิลป์ )1

การตอบขอ้ สอบโดยวางหลักกฎหมาย มีวธิ ีการตอบ คือ
1. วางหลกั กฎหมายที่เกี่ยวข้องในคาตอบ
2. นาข้อเท็จจรงิ ในคาถามมาปรับเข้ากบั ข้อกฎหมาย
3. ให้เหตุผลประกอบ เหตุผลในการตอบอาจจะมาจากทฤษฎตี า่ งๆ ท่ีอธบิ ายไว้ในตารา คาพิพากษา

ฎกี า หรอื จากหลักกฎหมายอ่ืน ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ งก็ได้
4. สรปุ ผลทางกฎหมาย

การตอบข้อสอบโดยวางหลกั กฎหมายมขี ้อดี คือ หากตอบผิดธง นกั ศึกษา ยงั อาจจะได้คะแนน
จากหลกั กฎหมายบ้าง คะแนนส่วนน้ีอาจจะช่วยให้นกั ศึกษาสอบผา่ นกไ็ ด้ อยา่ งไรก็ตาม การตอบข้อสอบ
โดยวางหลักกฎหมายยังมีข้อเสยี คือ ตอ้ งเสียเวลาในการเขยี นตอบข้อสอบมาก ถา้ ข้อสอบมีหลายประเด็น
หากตอบข้อสอบวธิ ีนี้นกั ศึกษาอาจจะทาขอ้ สอบไม่ทนั จงึ ขอใหน้ กั ศกึ ษาพจิ ารณาข้อดขี องการตอบข้อสอบ
โดยฟนั ธงประกอบด้วย โดยเฉพาะในกรณีทีข่ อ้ สอบมหี ลายประเดน็ ต้องพิจารณาวา่ การตอบข้อสอบวิธีใด
จะเหมาะสมกวา่

การตอบข้อสอบโดยฟนั ธง ก็จะคลา้ ยกบั การตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมาย แต่จะตัดข้อ 1. ท่ี
กล่าวมาแลว้ ออก กค็ อื จะนาข้อเท็จจริงในคาถามมาปรับเข้ากบั ข้อกฎหมาย พร้อมกับให้เหตุผลประกอบ
แลว้ จึงสรปุ ผลทางกฎหมาย การตอบข้อสอบวธิ นี ี้มีขอ้ ดี คอื ไม่ต้องเสยี เวลามากในการตอบขอ้ สอบ
โดยเฉพาะในกรณที ข่ี ้อสอบมีหลายประเดน็ หากตอบฟนั ธงนกั ศึกษาจะทาข้อสอบไดท้ ันเวลา อย่างไรก็
ตาม การตอบขอ้ สอบวธิ นี ้ีมีข้อเสยี คือ หากนกั ศึกษา ตอบผิดธง กจ็ ะไม่ได้คะแนนจากหลกั กฎหมายเลย

การสอบชัน้ เนตฯิ ข้อสอบ 10 ข้อ ใชเ้ วลาสอบ 4 ช่ัวโมง ขอ้ สอบบางข้ออาจจะมหี ลายประเดน็ แต่
บางข้ออาจจะมีเพียงหนง่ึ หรือสองประเด็นหากนกั ศึกษามัวไปเสยี เวลาทาข้อสอบท่ีมหี ลายประเด็นจนหมด
เวลาโดยไม่ไดต้ อบข้อสอบบางขอ้ นักศึกษาก็จะไม่มโี อกาสไดค้ ะแนนจากข้อทีไ่ ม่ไดต้ อบเลย ดงั น้นั การคุม
เวลาในการทาข้อสอบแต่ละข้อ ก็เป็นเรื่องสาคัญท่ีนกั ศึกษาตอ้ งตระหนัก ไว้ใหม้ าก จากทีก่ ล่าวมาแลว้ ใน
ตอนตน้ วา่ การตอบข้อสอบโดยวางหลกั กฎหมาย หรือฟันธงมที ้ังขอ้ ดีและข้อเสีย โดยเฉพาะเรื่องเวลาที่
แตกต่างกนั นกั ศกึ ษาจงึ ต้อง พิจารณาวา่ ข้อสอบขอ้ ใดควรจะตอบดว้ ยวธิ ีใด เพ่ือจะทาข้อสอบไดท้ นั เวลาและ
ไดค้ ะแนนบ้างหากตอบผิดธง เชน่ ข้อสอบที่มปี ระเด็นน้อยควรตอบโดยวางหลกั กฎหมาย ขอ้ สอบท่ีมหี ลาย
ประเด็นก็อาจจะตอบแบบผสมโดยวางหลกั กฎหมายเฉพาะประเด็นท่สี าคัญท่สี ดุ เพียงหน่ึงหรือสองประเด็น
ประเด็นอื่น กต็ อบโดยฟนั ธง สว่ นข้อสอบท่ีมีหลายประเด็นมาก ๆ ก็อาจจะตอบโดยฟันธงทง้ั หมด

นอกจากจะต้องร้วู ธิ ีการเขยี นตอบข้อสอบท่ีถูกตอ้ งแลว้ นักศกึ ษาต้องฝึก เขยี นตอบขอ้ สอบอย่าง
สมา่ เสมอ โดยใชเ้ วลาเทา่ กับการสอบจรงิ ของในแตล่ ะสนามสอบ เพ่ือจะได้ควบคุมเวลาในการทาขอ้ สอบและ
จะไดฝ้ กึ เลือกวา่ ข้อใดควรจะตอบโดยฟนั ธง ข้อใดควรจะตอบแบบผสม หรือข้อใดควรจะตอบโดยวางหลกั
กฎหมาย นักศึกษายงิ่ ฝึกเขยี นตอบข้อสอบได้มากเท่าใด พัฒนาการก็จะมากข้นึ เท่านนั้ เมอ่ื เข้าสนามสอบจรงิ ก็

1 ที่มา: http://lawwebservice.com/learning2/mod/forum/discuss.php?d=5

1

จะเลือกวิธีการตอบที่เหมาะสมได้ หากนักศึกษาฝกึ เขยี นตอบอยา่ งสมา่ เสมอแล้ว นักศกึ ษาจะได้คะแนนดีเทา่ ที่
นักศึกษา มีความรไู้ ด้ ไม่เสียคะแนนไปอยา่ งไมน่ ่าจะเสยี

ข้อบกพรอ่ งในการตอบข้อสอบที่พบเป็นประจากค็ ือนกั ศึกษาลอกคาถาม เกือบทงั้ หมดมาปรับเขา้
กบั ขอ้ กฎหมาย ซงึ่ ขอ้ เทจ็ จริงจากคาถามบางประการไม่จาเปน็ ต้องนามาปรบั เขา้ กบั ขอ้ กฎหมาย เม่ือใส่
เขา้ มาก็จะทาให้คาตอบวกวน เยิน่ เยอ้ และเสยี เวลาในการเขยี นทงั้ จะทาใหไ้ ด้คะแนนไมด่ ีด้วย หลัก
กฎหมายบางมาตรามีหลายกรณี กรณีใดทไ่ี ม่เกยี่ วข้องกับคาตอบนกั ศกึ ษาไม่ต้องเขียนมา เพราะจะทาให้
อาจารยส์ งสัยว่านกั ศึกษารูห้ รอื ไมว่ า่ กรณตี ามคาถามเป็นกรณใี ด

เช่น การพยายามกระทาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 มี 2 กรณีคือ

1. ลงมอื กระทาความผดิ แล้ว แตก่ ระทาไปไมต่ ลอด

2. ลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทาน้นั ไม่บรรลุผล

ตวั อย่างเช่น ก เล็งปนื ขน้ึ จะยิง ข แต่ ค มาแย่งปืนไปกอ่ นท่ี ก จะยิง เป็นการพยายามกระทาความผดิ
ท่ลี งมอื กระทาความผดิ แลว้ แต่กระทาไปไมต่ ลอด หรือ ก ยิงถูก ข แต่แพทยช์ ว่ ยชีวติ ไว้ทนั เปน็ การพยายาม
กระทาความผิดท่ีลงมอื กระทาความผดิ ไปตลอดแล้ว แต่การกระทานัน้ ไม่บรรลุผล คาถามเช่นนี้ นกั ศึกษาต้อง
ตอบใหช้ ดั เจนวา่ เปน็ การพยายามกระทาความผิดกรณีท่ี 1 หรอื กรณที ี่ 2 ไมใ่ ชต่ อบมาหมดท้งั 2 กรณี

ข้อบกพรอ่ งต่อไปท่ีพบก็คือนักศกึ ษาลอกคาถามมา แลว้ ฟันธงโดยไมม่ ีหลกั กฎหมายและเหตุผล
ประกอบ การตอบข้อสอบด้วยวธิ ีดังกลา่ วนจี้ ะไมไ่ ด้คะแนนเลย การตอบข้อสอบกฎหมายทด่ี ีตอ้ งนา
ขอ้ เทจ็ จรงิ จากคาถามมาปรับเข้ากับข้อกฎหมายและให้เหตุผลประกอบที่สนั้ กระชับ แต่มเี น้อื หาครบถว้ น

ตวั อยา่ งการตอบขอ้ สอบกฎหมายอาญา ภาค 1

คาถาม นายเอกจ้างนายโทอดีตนักวา่ ยน้าทีมชาติทต่ี กอบั ให้ไปฆ่านายตรี ดว้ ยการใช้ปนื ยิงให้ตาย
นายโทไม่มีปนื จึงตัง้ ใจว่าจะไปหาซ้อื ปืน แตก่ ่อนท่นี ายโทจะได้ปนื นายตรมี าวา่ ยน้าในสระท่ีนายโทคอยดแู ลให้
ความช่วยเหลอื ผู้มาวา่ ยนา้ ขณะท่นี ายตรีว่ายน้าอยู่คนเดียวในสระน้าโดยมีนายโทดูแลความปลอดภยั อยนู่ ้ัน
นายตรเี ป็นตะครวิ กาลงั จะจมน้าตาย นายโทเหน็ เหตุการณ์แต่อยากไดเ้ งินค่าจ้าง นายโทจึงแกลง้ หลบั ไม่
ช่วยเหลอื นายตรี ในเวลาเดยี วกนั นัน้ นายจัตวาเดนิ ผ่านมามองเห็นเหตุการณ์พอดี แต่นายจตั วากไ็ ม่ชว่ ยเหลอื
นายตรี เชน่ เดยี วกัน ทั้งทนี่ ายจัตวาไมต่ ้องกลัววา่ จะเกดิ อันตราย ขณะทน่ี ายตรีกาลงั จะจมน้านายโทเกิดความ
สงสาร จงึ กระโดดลงสระไปช่วยนายตรีขน้ึ มา นายตรีไม่ตาย เพียงแตเ่ ปน็ เหตุใหเ้ กิดอันตรายแก่กายเท่านัน้ ให้
วนิ ิจฉัยความรับผิดทางอาญาของนายเอก นายโท และนายจัตวา

คาตอบ ประมวลกฎหมายอาญาท่ีเกย่ี วข้องมีใจความสาคัญวา่ การกระทาโดยงดเวน้ ให้หมายความ
รวมถงึ การให้เกิดผลอันหน่งึ อันใดขนึ้ โดยงดเว้นการที่จักต้องกระทาเพ่ือป้องกันผลน้นั ดว้ ย (มาตรา 59 วรรค
ทา้ ย)

2

ผู้ใดลงมือกระทาความผดิ ไปตลอดแล้ว แตก่ ารกระทานน้ั ไม่บรรลผุ ล ผู้นัน้ พยายามกระทาความผดิ
ตอ้ งระวางโทษสองในสามของความผิด (มาตรา 80) (หลกั กฎหมายท่ีเกยี่ วขอ้ งทงั้ หมด คอื เร่ืองการกระทา
โดยงดเวน้ และละเวน้ การพยายามกระทาความผิด การกลับใจแก้ไขไมใ่ หเ้ กิดผล ผู้ใช้ ขอบเขตของการใช้ และ
เหตสุ ว่ นตวั ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 80, 82, 84, 87, 89 ซ่ึงไม่อาจวางหลกั ท้งั หมดได้ทัน
จึงวางหลักเฉพาะ 2 มาตราดังกลา่ ว)

ความรับผดิ ทางอาญาของนายโทขณะท่นี ายตรเี ปน็ ตะคริวกาลังจะจมน้าตาย เมื่อนายโทมองเหน็ แล้ว
นายโทยงั แกลง้ หลับไมช่ ่วยเหลอื เปน็ การกระทาโดยงดเวน้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคท้าย
ซึง่ ใหห้ มายความรวมถึง การให้เกิดผลอันหนึง่ อันใดข้ึน โดยงดเวน้ การท่ีจกั ต้อง กระทาเพอื่ ป้องกันผลนนั้ ด้วย
เพราะนายโทมหี นา้ ทเี่ ฉพาะเจาะจงทจ่ี ะตอ้ ง คอยดูแลให้ความช่วยเหลอื นายตรผี ู้มาวา่ ยนา้ เพ่ือป้องกันไมใ่ ห้
เกิดผล คอื ความตายของนายตรี การไมเ่ คล่อื นไหวของนายโทจึงเป็นการกระทาโดยงดเว้นแล้ว

เมอื่ นายโทแกล้งหลบั ไมช่ ่วยเหลอื ขณะที่นายตรีกาลงั จะจมนา้ แต่นายตรีไมถ่ ึงแก่ความตาย การ
กระทาของนายโทผ่านพน้ ขน้ั ตระเตรยี มเข้าสูข่ ั้นลงมือกระทาความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทาน้ันไม่
บรรลุผล เพราะการกระทาของนายโทใกลช้ ิดตอ่ ผลคือความตายของนายตรีจากการ จมนา้ ตายแล้ว ตอ้ งถอื วา่
นายโทพยายามฆ่านายตรโี ดยไตรต่ รองไว้ก่อนโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 80
แม้นายโทจะพยายามฆ่านายตรีดังทว่ี ินิจฉัยมาแลว้ แตก่ ารท่ีนายโทเกดิ ความสงสารจงึ กระโดดลงสระไปช่วย
นายตรขี ึ้นมา นายตรีไม่ตาย เป็นกรณที ี่ ผู้พยายามกระทาความผิด กลบั ใจแกไ้ ขไม่ใหก้ ารกระทานั้นบรรลุผล
เพราะหากนายโทไม่ชว่ ยนายตรีคงจะจมน้าตาย เน่อื งจากไม่มีคนอนื่ ช่วย เมือ่ นายโทชว่ ย นายโทจงึ ได้รบั
ยกเวน้ โทษในความผิดฐานพยายามฆา่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82 อยา่ งไรกต็ าม การกระทาของ
นายโทเปน็ เหตใุ ห้เกิดอันตรายแก่กายของนายตรี จงึ เปน็ กรณีการท่ีได้กระทาไปแลว้ ตอ้ งตามบทกฎหมายที่
บัญญตั เิ ป็นความผิด นายโทจงึ ตอ้ งรบั โทษในความผดิ ฐานทาร้ายร่างกายนายตรีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296, 82

ความรบั ผิดทางอาญาของนายเอก แมน้ ายเอกจะจ้างนายโทให้ไปฆา่ นายตรดี ้วยการใช้ปืนยงิ แต่นาย
โทไปฆ่านายตรดี ว้ ยการไม่ช่วยเหลอื นายตรี เมื่อนายโทกระทาความผิดถึงข้ันลงมือ ซ่ึงถอื วา่ เป็นการพยายาม
ฆา่ นายตรีโดยไตรต่ รองไว้ก่อนโดยเจตนาดงั ทีว่ นิ ิจฉยั มาแลว้ แม้นายโทไมไ่ ด้ใชป้ ืนยิงนายตรีตามทน่ี ายเอกใช้
แต่ก็ถือวา่ การกระทาความผดิ ของนายโทยงั อยู่ในขอบเขต การใช้ของนายเอก เพราะนายเอกเปน็ ผู้กอ่ ใหน้ าย
โทไปฆ่านายตรดี ้วยการจา้ ง เมือ่ นายโทไปกระทาความผิด กถ็ ือวา่ นายโทกระทาความผดิ เพราะการก่อของ
นายเอกโดยไมต่ ้องคานึงถึงวธิ ีการฆ่า เมื่อนายโทผู้ถกู ใช้ ไดก้ ระทาความผดิ นายเอกผู้ใช้ก็ตอ้ งรับโทษเสมอื น
ตัวการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 วรรคสอง, 87 วรรคแรก แม้การกลับใจแก้ไขไม่ให้เกดิ ผลของ
นายโท จะทาใหน้ ายโทไดร้ ับยกเว้นโทษในความผิดฐานพยายามฆา่ นายตรี โดยไตร่ตรองไวก้ ่อนโดยเจตนา
ดงั ทีว่ ินิจฉยั มาแล้ว แต่กจ็ ะนาเหตยุ กเว้นโทษนม้ี าใช้กับนายเอกผูใ้ ช้ไม่ได้ เพราะการกลับใจเป็นเหตสุ ่วนตัวของ
นายโท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 89 นายเอกจงึ มคี วามผดิ และตอ้ งรบั โทษในความผิดฐานพยายาม
ฆ่าผอู้ ่ืน โดยไตร่ตรองไวก้ อ่ นโดยเจตนา โดยเป็นผใู้ ช้

ความรับผดิ ทางอาญาของนายจตั วา ขณะที่นายตรีเปน็ ตะครวิ กาลงั จะจมน้าตาย นายจัตวาเดนิ ผา่ น
มามองเห็นเหตุการณ์พอดี แตน่ ายจตั วากไ็ ม่ช่วยเหลือนายตรีเช่นเดยี วกัน ทงั้ ทีน่ ายจัตวาไมต่ ้องกลวั วา่ จะเกดิ
อันตราย ไม่เปน็ การกระทาโดยงดเวน้ ในความผดิ ฐานฆ่าผู้อนื่ โดยเจตนา เพราะนายจัตวาไมม่ หี น้าที่ท่จี ักต้อง

3

กระทาเพื่อป้องกันผล แตก่ ็ถือว่าเป็นการกระทาโดยละเว้น ไมช่ ว่ ยเหลือผซู้ ง่ึ ตกอยู่ในภยนั ตรายแห่งชวี ติ ซ่งึ ตน
อาจชว่ ยได้โดย ไม่ควรกลวั อันตรายแก่ตนเอง แต่ไมช่ ว่ ยตามความจาเปน็ ตามมาตรา 374

ขอ้ สงั เกต คาถามข้อน้ีมีหลายประเด็นหากตอบข้อสอบโดยวางหลักกฎหมายจะทาขอ้ สอบไม่ทนั
จงึ ควรตอบโดยฟนั ธง แต่เพื่อป้องกันความผดิ พลาด จงึ ตอบ แบบผสม ข้อความในหลักกฎหมายไม่
จาเป็นต้องตรงตามตัวบททุกถ้อยคา แต่ขอให้ไดใ้ จความสาคญั ครบถ้วน

สาหรับเลขมาตราของกฎหมายที่มีในคาตอบ หากนกั ศึกษาจาเลขมาตราไม่ได้กไ็ มต่ ้องใส่ เพราะ
หากตอบหลกั กฎหมายถกู โดย ไม่มีเลขมาตรานักศกึ ษาก็จะได้คะแนนดีแล้ว ถ้านกั ศึกษาตอบหลกั กฎหมาย
ถูก แตใ่ สเ่ ลขมาตราผิด อาจจะถูกหกั คะแนน

คาถามขอ้ น้ีมีผ้ถู ูกกระทาเพยี งคนเดียว แตม่ ผี ูก้ ระทาหลายคน การตอบ ข้อสอบต้องวินจิ ฉัยผูก้ ระทาท่ี
เป็นผ้ลู งมือกระทาความผิด คือ นายโทเสยี กอ่ น ในทกุ ประเด็นท่เี กย่ี วข้อง แล้วจงึ วนิ จิ ฉยั ผ้กู ระทาท่เี ปน็ ตัวการ
ผู้ใช้ หรอื ผสู้ นบั สนนุ ตอ่ ไป หากไม่วนิ ิจฉัยตามลาดบั ดังกลา่ ว แต่ไปวนิ ิจฉยั ผู้ใชก้ อ่ น คาตอบจะวกวน

เชน่ การวนิ จิ ฉัยความรับผิดทางอาญาของนายเอกก่อน นกั ศกึ ษากต็ ้องวินิจฉัยความรับผดิ ทางอาญา
ของนายโทในการวนิ ิจฉัยความรบั ผดิ ของนายเอกดว้ ย เพราะผใู้ ช้ต้องรบั โทษเสมือนตวั การ เม่ือถึงการวนิ ิจฉยั
ความรบั ผิดทางอาญาของนายโท กจ็ ะต้องวนิ จิ ฉยั ความรับผิดของนายโทซึ่งวินิจฉัยไปแล้วขณะที่วินิจฉัยความ
รบั ผดิ ของนายเอก จะทาใหค้ าตอบวกวนสับสน

ดังนัน้ กอ่ นตอบขอ้ สอบนกั ศึกษาต้องจดั ลาดับเสยี ก่อนวา่ จะวนิ จิ ฉยั ความรับผดิ ทางอาญาของ 1.นาย
โท 2.นายเอก และ 3.นายจัตวา ตามลาดับ และในความรับผิดของแต่ละบุคคลจะต้องวนิ จิ ฉยั ประเด็นใดบ้าง
กต็ ้องจดั ลาดบั ไว้

1. กรณีของนายโทก็ต้องวินิจฉยั วา่
1.1 เป็นการกระทาโดยงดเว้น
1.2 เป็นการพยายามกระทาความผดิ
1.3 มกี ารกลบั ใจไดร้ บั ยกเวน้ โทษ
1.4 ตอ้ งรับโทษในความผดิ ท่ีไดก้ ระทาไปแล้ว

2. กรณขี องนายเอกตอ้ งวินจิ ฉัยว่า
2.1 ขอบเขตและผลของการใช้ 2.2 เหตสุ ว่ นตวั ของผกู้ ระทาความผดิ

3. กรณขี องนายจัตวาต้องวินิจฉยั ว่า
3.1 ไม่เป็นการกระทาโดยงดเวน้
3.2 แต่เป็นการละเวน้

ขอ้ เท็จจรงิ ในคาถามบางอย่าง เช่น "นายโทเป็นอดตี นักว่ายน้าทมี ชาตทิ ่ตี กอับ" ไม่ต้องเขียนมาใน
คาตอบ เพราะไม่ใช่ขอ้ เท็จจริงทต่ี ้องนามาปรบั เขา้ กับขอ้ กฎหมาย

4

หลกั การเขียนธงคาตอบกฎหมาย2

การใช้ภาษาเขียนตอบ เนื่องจากเปน็ การทดสอบความร้ทู างกฎหมายภาษาทใี่ ชจ้ งึ ต้องเปน็ ภาษา
กฎหมาย จึงจะมบี างท่านสงสัยวา่ ภาษากฎหมายท่ีว่าน้เี อามาจากไหน คาตอบคอื สกดั เอามาจาก ตัวบท
และคาพพิ ากษาฎกี า เช่น มีคาถามทีใ่ หว้ นิ ิจฉัยเรอ่ื งฎีกาความผดิ ฐานรับของโจรซึง่ ตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา ๓๕๗ มลี ักษณะของการกระทาที่เป็นองค์ประกอบความผดิ หลายประการ คือ ชว่ ยซ่อน
เรน้ ชว่ ยจาหน่าย ชว่ ยพาไป ซ้ือไว้ รับจานา หรอื รับไวโ้ ดยประการอน่ื แต่คาถามมขี อ้ เทจ็ จรงิ เพยี งวา่
จาเลยชว่ ยรับเอาไว้เพื่อจาหน่าย ดังนี้ สกดั เอาถ้อยคาในตัวบทเฉพาะเร่ืองช่วยจาหน่ายเท่านน้ั

ประเภทคาถามวชิ ากฎหมาย
ประเภทคาถามหรือประเภทข้อสอบ อาจแบ่งออกเปน็ ประเภทใหญ่ ๆ ได้ ๓ ประเภท คือ
๑.ประเภทความจา
๒.ประเภทปญั หาวนิ ิจฉยั
๓.ประเภทบรรยาย
คาถามประเภทความจา มกั เปน็ การทดสอบระดับปริญญาตรี เพราะต้องการทดสอบวา่ นกั ศึกษา

จาหลกั กฎหมายไดห้ รือไม่ ตัวอย่าง เช่น ถามวา่ บ่อเกดิ แห่งหนม้ี ีกป็ ระการ อะไรบ้าง หรือโทษตามประมวล
กฎหมาย มกี ่ีประเภทอะไรบา้ ง เป็นต้น การเขียนคาตอบคาถามประเภทนี้นบั วา่ ง่ายมาก เพอ่ื เพียงแต่เขียน
ตอบให้ครบตามตัวบทกฎหมาย จัดย่อหน้าและวรรคตอนให้สวยงาม อ่านง่ายก็เพยี งพอแล้ว

คาถามประเภทปญั หาวินจิ ฉัย เปน็ คาถามหรือข้อสอบท่ีมีทุกสนามทงั้ ในระดับปริญญาตรี เนติ
บณั ฑติ นิตกิ ร อยั การผู้ช่วย และผ้ชู ว่ ยผู้พิพากษา เพราะข้อสอบประเภทนส้ี ามารถทดสอบผเู้ ข้าสอบวา่ มี
ความร้กู ฎหมายดีเพยี งใด สามารถนาเอาความรู้มาใชไ้ ด้จริงหรือไมแ่ ละยังสามารถทดสอบเชาว์หรอื ไหวพรบิ ได้
เปน็ อย่างดี คาถามปัญหาวินิจฉยั หรือทเ่ี รียกกันตดิ ปากว่า ปญั หาตุก๊ ตา น้ัน ลักษณะคาถามเป็นการสร้าง
เรอื่ งราวเหตกุ ารณห์ รอื สมมตุ ิข้อเท็จจรงิ ข้นึ มา ซ่ึงผู้ออกข้อสอบอาจจะสรา้ งขึ้นมาหรือดดั แปลงมาจากคา
พิพากษาฎกี าก็ได้ แล้วใหผ้ ้เู ข้าสอบหรอื ผูถ้ ูกทดสอบวินจิ ฉัยหาคาตอบโดยอาศัยเหตจุ ากหลักตวั บทกฎหมาย

คาถามประเภทบรรยาย มกั ให้ทดสอบความรู้ระดบั ปรญิ ญาโท หรือปริญญาเอก เพราะการศึกษา
ท้งั สองระดบั ดงั กลา่ วน้ี มุง่ ทจ่ี ะเพาะแนวคดิ ทฤษฎีกฎหมายและฝึกใหน้ ักศกึ ษาหรือคดิ ทฤษฎกี ฎหมายใหม่ ทา
ใหว้ ิชานติ ิศาสตร์มกี ารพฒั นาในเชงิ วิชาการ ดังน้ัน ลกั ษณะคาถามประเภทบรรยายจึงมกั จะตง้ั คาถามให้
นกั ศกึ ษาหรือผเู้ ขา้ สอบไดแ้ สดงความเห็นและเขียนตอบแบบบรรยายความ

การวิเคราะห์คาถามวิชากฎหมาย

การวเิ คราะห์คาถามเปน็ เรื่องสาคญั สาหรบั นักศึกษาหรือผู้เข้าสอบมากเพราะการวเิ คราะหค์ าถามท่ี
ถกู ต้อง จะนาไปส่กู ารตอบคาถามไดอ้ ย่างถกู ต้อง

2 ชมรมกฎหมาย เพ่อื ประชาชน ที่มา https://groups.google.com/forum/#!topic/lawsiam/TTfGwQIKyMw

5

วิธกี ารวเิ คราะห์คาถามเร่มิ ด้วยการอ่านคาถามหรอื ข้อสอบอย่างชา้ ๆ มสี ติและสมาธิ ซ่ึงจะทาให้เกิด
ความเข้าใจกบั คาถามวา่ ต้องการถามอะไรหรือทดสอบอะไร คือการจับประเด็นคาถามน้ันเอง แตม่ ักจะ
ปรากฏอย่เู สมอวา่ เมอ่ื นักศึกษาอา่ นขอ้ สอบจบแล้วกย็ ังไม่ทราบว่า ถามอะไรหรอื ยงั จบั ประเด็นไม่ได้ ผเู้ ขียน
ขอเสนอวธิ ที จ่ี ะชว่ ยให้นักศึกษาจบั ประเดน็ คาถามได้ถกู ต้องและงา่ ยขน้ึ คอื ในขณะทนี่ ักศึกษาอ่านข้อสอบเม่ือ
อ่านถงึ ช่ือบคุ คลหรือสถานท่ีก็ใหท้ าเคร่ืองหมายโดยวงกลมชื่อน้ัน ๆ ไว้ สว่ นขอ้ ความทส่ี าคัญกใ็ ห้ขดี เส้นใต้ไว้
และหากนึกตัวบทกฎหมายหรือคาพพิ ากษาฏีกาท่ีเกย่ี วขอ้ งได้ในขณะน้ัน ก็ใหเ้ ขียนยอ่ ๆ ไว้ในข้อสอบหรอื ท่ี
ว่างข้างข้อสอบสนั้ แต่ทง้ั นี้ต้องระวังวา่ มคี าส่งั หรือระเบยี บการสอบห้ามมิใหข้ ดี เขียนในกระดาษคาถามหรือไม่
ซง่ึ ส่วนใหญ่มักจะไมม่ ขี ้อห้ามดงั กลา่ ว วธิ ีการวงกลมชือ่ บคุ คลหรือสถานท่นี ี้จะชว่ ยใหน้ ักศกึ ษาไม่พลาด กรณี
ในคาถามีตัวละครเป็นช่ือบุคคลหลายคน และชอ่ื คลา้ ยกนั เช่น นายสี นายแสง นายใส นายสุข และนายเสาร์
เป็นตน้ ซง่ึ โดยหลักแลว้ ผอู้ อกข้อสอบตอ้ งการทดสอบมิใชเ่ พยี งความรู้ทางกฎหมายเทา่ น้ัน แตย่ งั ต้องการ
ทดสอบความละเอยี ดรอบครอบพร้อมท้ังเชาวข์ องนักศึกษาอกี ด้วย จึงได้อออกข้อสอบเชน่ นนั้ ดังนัน้ ถา้
นกั ศึกษาหรือผเู้ ขา้ สอบพบลกั ษณะคาถามทานองน้ีกอ็ ยา่ งเพ่มิ อารมณ์เสียเพราะอาจจะทาใหท้ าข้อสอบไม่ได้

วิธีชว่ ยการวเิ คราะห์คาถามอกี วิธหี นี้ คือ ใหส้ ังเกตข้อความในตอนทา้ ยคาถามวา่ ถามอะไร โดยที่
โครงสรา้ งของคาถามประเภทปัญหาวนิ จิ ฉัยน้นั อาจแยกเป็นสามสว่ นด้วยกันคอื

สว่ นแรก เปน็ ข้อเท็จจริงบรรยายถึงพฤติการณ์แหง่ การกระทาหรือข้อเท็จจริงอนื่ ๆ ซึง่ จะนาสสู่ ง่ิ ที่
เป็นปัญหาใหว้ ินิจฉยั

ส่วนทีส่ อง เป็นข้อเทจ็ จริงทเี่ ป็นปญั หาให้วนิ จิ ฉัย และ
สว่ นทสี่ าม อยูต่ อนสุดท้ายของคาถาม ซ่งึ มักจะใช้คาวา่ “ ดงั น้ี” หรอื “ ถา้ ท่านเป็นผพู้ พิ ากษาทา่ น
จะวนิ จิ ฉยั อยา่ งไร เป็นต้น

วธิ เี ขยี นธงคาตอบ

ก่อนทจ่ี ะกล่าวถงึ วิธฝี กึ ตอบ ขอกล่าวถงึ หลักสาคัญของการตอบข้อสอบเสียกอ่ นการเขียนคาตอบท่ดี ี
ควรประกอบด้วยองค์ประกอบดงั ต่อไปน้ี

๑. ตอบถูกต้องตรงประเด็น และครบถ้วน

๒. ภาษาทีใ่ ชต้ อ้ งเป็นภาษากฎหมาย

๓. ชดั เจน กะทดั รดั ไม่ฟุ่มเฟือย

๔. ลายมอื ชอ่ื ต้องอ่านง่าย และสะอาด

๕. ทาให้ตรงคาสั่ง

๑.ตอบถกู ต้องตรงประเดน็ และครบถ้วน หมายถึงมีคาถามแตล่ ะข้อจะมีประเดน็ ท่ีถามอยู่
หลายประเดน็ โดยจะมปี ระเด็นหลกั และกับประเด็นรอง เกณฑ์การให้คะแนนของกรรมการผู้ตรวจสอบ
ขอ้ สอบจะให้คะแนนในประเด็นหลกั มากว่าประเด็นรอง นักศึกษาหรอื ผเู้ ขา้ สอบจะตอ้ งตอบใหค้ รบทุก

6

ประเดน็ จึงจะไดค้ ะแนนดี ซ่ึงการฝึกฝนทาใหด้ ้วยการเอาขอ้ สอบเก่ามาหดั ทาโดยการอา่ นคาถามแล้วตอบ
ในใจจากนัน้ กธ็ งคาตอบประอบแล้วหัดแยกประเดน็ ด้วยการสังเกตจากธงคาตอบ

๒. ภาษาที่ใช้เขียนตอ้ งเป็นภาษากฎหมาย ดังทไ่ี ดก้ ล่าวมาแล้วในเรือ่ งของการใช้ภาษาในการ
เขยี นคาตอบวา่ ตอ้ งใชภ้ าษากฎหมาย ไม่ใช่ภาษาชาวบา้ นเพราะหากไม่ใชภ้ าษากฎหมายกอ็ าจจะถูกหกั
คะแนน หรือได้คะแนนไม่ดี เช่นในความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ภาษากฎหมายใหว้ ่า “ ผูใ้ ด เอา ทรพั ย์ ของผอู้ ่นื ไป “
ถ้านกั ศึกษาหรือผู้เขา้ สอบเขียนวา่ “ ผู้ใดนา ทรัพยข์ องผอู้ ่นื ไป “ กจ็ ะทาให้เสียคะแนนได้

๓. ชัดเจน กะทดั รดั ไมฟ่ ุ่มเฟือย หมายถึงการเขียนคาตอบแต่เน้ือ ๆ ตรงประเดน็ ไม่ออ้ มค้อมเลี้ยว
ไปเล้ียวมา การเขียนคาตอบที่ดไี มค่ วรจะเกินหนึ่งหน้ากระดาษมาตรฐานเอส่ี ( เปน็ ความเหน็ ส่วนตวั )

๔. ลายมือช่ือต้องอ่านงา่ ย และสะอาด หมายถึง เขียนใหผ้ ู้ตรวจอา่ นง่ายไม่เล่นหาหรือเขียนหวดั
จนเกินไป เพราะกรรมการผู้ตรวจขอ้ สอบมาเป็นร้อยคนเป็นพนั คน ผเู้ ข้าสอบจึงควรช่วยแบง่ เบาภาระท่าน
กรรมการผู้ตรวจข้อสอบด้วยการเขยี นให้อ่านง่าย ๆ และสะอาดเรียบรอ้ ย

๕. ทาให้ตรงคาส่ังหรอื ไม่ทาผิดคาส่ัง หมายถงึ คาสงั่ ทร่ี ะบใุ หผ้ ู้เข้าสอบปฏบิ ตั งิ านในการสอบ เชน่ ไม่
เขยี นตอบสองข้อในกระดาษแผน่ เดียวกัน หรอื เม่อื เขยี นผิดใหข้ ีดฆา่ โดยไมต่ อ้ งลงชือ่ กากบั หรือให้ใชป้ ากกาสี
น้าเงินหรอื สีดาเท่านน้ั ห้ามใชส้ ีอืน่ เป็นตน้ คาสั่งเหล่าน้หี ากนักศึกษาหรือผเู้ ข้าสอบปฏิบตั ไิ ม่ถูกต้องก็อาจจะ
ทาใหเ้ สียคะแนนหรอื อาจถูกปรบั ให้ตกเลยเสยี ทเี ดยี ว

การวางแผนการเขยี นคาตอบ

การวางแผนการเขียนคาตอบ นกั ศึกษาและผู้เข้าสอบมักจะประสบปัญหาไม่ทราบว่าจะเรม่ิ เขียน
คาขอบอย่างไร หรืองบางครั่งเม่ือเขยี นไปจวนจะจบขอ้ แล้ว ก็คดิ ขึน้ ว่าควรจะเอาข้อความทอี่ ยตู่ รงกลางข้อขึ้น
ไปตอบข้างบน จึงจะสละสลวย จะแก้ไขเขยี นใหม่กไ็ ม่ทนั เวลา จึงต้องปล่อยเลยตามเลยทาให้คะแนนน้อยกวา่
เทา่ ท่ีควร ปญั หานีแ้ กไ้ ขไดด้ ว้ ยการฝึกฝนวางโครงสรา้ งของคาตอบเสียกอ่ นแล้วจงึ จะลงมือเขียน
โครงสร้างของการเขยี นคาตอบอาจแบ่งไดเ้ ป็น ๓ แบบด้วยกันคอื

๑.แบบสามส่วน คือ ยอ่ หน้าท่ีหนง่ึ เปน็ หลักกฎหมาย ย่อหน้าทีส่ อบเปน็ การปรบั ข้อเท็จจริงในคาถาม
กับหลักกฎหมาย และยอ่ หนา้ ทสี่ ามเปน็ การสรปุ คาตอบ

๒.แบบสองสว่ น คือ มสี องย่อหน้าโดยย่อหน้าแรกเปน็ การจบั ประเดน็ ยอ่ หนา้ ท่ีสองเป็นการวินจิ ฉัย
และตอบ

๓.แบบส่วนหน่งึ มยี อ่ หน้าเดยี วหรือท่ีมักจะเรยี กกนั วา่ ตอบแบบฟนั ธง คอื เม่ือเริ่มเขียนก็วนิ ิจฉัน
คาตอบเลย แลว้ จึงอธบิ ายหลกั กฎหมายประกอบ การเขียนคาตอบแบบน้ีเหมาะกันการสอบเนติบัณฑิต
อยั การผชู้ ่วย หรือผ้ชู ว่ ยผู้พพิ ากษา เพราะประหยัดเวลาในการเขยี นคาตอบดมี าก และแสดงให้เห็นว่าผู้เขา้
สอบเขยี นคาตอบมีความรู้ความชานาญในกฎหมายเปน็ อย่างดี แตอ่ ยา่ งไรก็ตามถ้ามีการฝึกซ้อมเขียนคาตอบ

7

ทด่ี แี ล้วก็จะมเี วลาเหลือมาก ซงึ่ หากเปน็ เช่นน้ีก็ขอแนะนาว่าควรจะตอบแบบสามสว่ นบา้ งในบางข้อท่ีมน่ั ในใน
คาตอบและหลกั กฎหมาย เพราะการตอบแบบสามส่วนทาใหไ้ ด้คะแนนมากท่ีสุด

โครงสรา้ งการเขียนคาตอบ

แบบสามส่วน

กรณตี ามปัญหาประมวลกฎหมาย.................................วางหลกั กฎหมายไวว้ า่ ..................................
.................................................................................................................. ...........................................................
( หลกั กฎหมาย )

ข้อเทจ็ จริงตามปัญหา การที่................................................................................................................
............................................................................................................................................................ ..................
................................................................................................................. .............................................................
..................................... .......................................( ปรับข้อเท็จจรงิ เข้ากบั ข้อกฎหมาย ท่ยี กไว้ในย่อหน้าแรก )

ดว้ ยเหตุผลดังท่วี นิ จิ ฉัยมาแลว้ ข้างต้น...................................................................................................
.................................................................................................................................................. .( สรุปคาตอบ )

หมายเหตุ การเขียนคาตอบในลกั ษณะนี้มักจะเขียนตอบในชน้ั ปริญญาตรี โดยกรรมการสอบ
หรือผ้ตู รวจข้อสอบจะแบ่งคะแนนในข้อนัน้ ๆ ออกเป็นสองส่วน ดังน้นั นกั ศกึ ษาชนั้ ปรญิ ญาตรจี งึ ควรเขยี น
คาตอบโดยเร่ิมตน้ ดว้ ยการวางหลกั กฎหมายก่อนทุกครง้ั ที่เขียนตอบ ซึ่งมขี ้อควรระวงั ว่า เม่ือยกหลกั กฎหมาย
ในย่อหนา้ ที่หนงึ่ แล้วพอมาถงึ ย่อหน้าทสี่ องหรือส่วนทสี่ องใน-ขนั้ ตอนวนิ ิจฉัยข้อเทจ็ จรงิ นั้น การปรบั หลัก
กฎหมายก็จะต้องกลา่ วถึงหลักกฎหมายทนี่ ามาใชป้ ระกอบอีก มิใชเ่ พยี งแต่กล่าวว่า ตามหลักกฎหมายที่กล่าว
มาข้างต้น เพราะจะทาใหไ้ ด้คะแนนน้อยเนอ่ื งจากในส่วนวินิจฉยั กรรมการตอ้ งการทราบวา่ นักศกึ ษาหรือผเู้ ขา้
สอบสามารถปรบั หลักกฎหมายเข้ากบั ขอ้ เทจ็ จรงิ ไดห้ รือไม่ หรือกลา่ วอีกนยั หน่งึ ก็คอื เอากฎหมายมาใชเ้ ป็น
หรือไม่

แบบสองสว่ น
กรณีตามปัญหามีประเดน็ ท่ตี ้องวินิจฉัยว่า........................................................................................

....................................................................................................................................................... (ต้งั ประเดน็ )
ข้อเทจ็ จรงิ ตามปญั หา การที่................................................................................................................

........................................................................................................................................... ...................................
....................................................................................................................................................... ( ปรบั ข้อเท็จ
จรงิ เข้ากบั หลักกฎหมายแลว้ สรปุ คาตอบ )

ดว้ ยเหตผุ ลดงั ทไี่ ดว้ นิ จิ ฉยั มาแลว้ ข้างต้น...............................................................................................

............................................................................................................................................................ ( สรุป )

หมายเหตุ การเขียนคาตอบในลกั ษณะน้ี มักจะใชเ้ ขยี นตอบในการสอบแข่งขันคัดเลอื กเพราะผู้เขยี น
ตอบสามารถแสดงออกถงึ ความแน่นยาในหลักกฎหมาย และประหยดั เวลาในการเขยี นตอบอีกทั้งยังช่วยให้ผู้

8

ตรวจข้อสอบทราบวา่ ผ้เู ขยี นตอบหรือผู้เข้าสอบวินิจฉัยคาถามได้ถูกต้องหรือไม่ โดยเพียงแตด่ ปู ระเด็นคาตอบ
ย่อหนา้ แรก แต่อยา่ งไรก็ตามสาหรบั ผ้ทู ไี่ มม่ ่นั ใจในคาตอบ ควรใช้การเขียนตอบแบบสามสว่ นเหมาะกวา่
เพราะถงึ แม้ตอบผดิ กย็ งั ไดค้ ะแนนจากสว่ นที่วางหลักกฎหมายอยู่บ้าง

แบบหนงึ่ ส่วน

ตามปญั หา (หรือ กรณีตามปัญหา) การท.ี่ ............................................................................................
..................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................. ( ปรับข้อเท็จจริงเขา้ กบั หลักกฎหมาย
แล้วสรปุ คาตอบ )

ดว้ ยเหตผุ ลดงั ท่ีไดว้ นิ จิ ฉัยมาแล้วขา้ งตน้ ...............................................................................................

....................................................................................................................... ( สรุป )

หมายเหตุ การเขยี นคาตอบแบบส่วนเดยี วน้ี มกั เรียกว่า “ ฟันธง “ เหมาะสาหรบั การเขยี น
ตอบในการสอบเนตบิ ัณฑติ อัยการผชู้ ว่ ย ผู้ช่วยผพู้ ิพากษา ไมเ่ หมาะท่จี ะใชเ้ ขยี นตอบในช้ันปริญญาตรีเพราะ
ขาดส่วนที่แยกเปน็ หลักกฎหมายซ่งึ กรรมการจะต้องใหค้ ะแนน แตส่ าหรับผทู้ ี่ไมม่ ัน่ ใจในคาตอบก็ควรหนั
กลับไปใชเ้ ขยี นตอบแบบสามส่วน คอื มกี ารวางหลกั กฎหมายก่อนแลว้ จงึ เขียนตอบ ทั่งนี้เผ่อื วา่ ตอบผิดก็ยังได้
คะแนนจากหลกั กฎหมายที่เขียนตอบไว้ แตท่ ั้งนกี้ ข็ ้ึนอยู่กับกรรมการผตู้ รวจข้อสอบเพราะการสอบบางสนาม
ถา้ ตอบผิดก็ไม่มคี ะแนนให้แม้จะวางหลักกฎหมายไดถ้ ูกต้อง

หลักการเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย
การเขียนตอบใหไ้ ด้คะแนนดีไม่ใชเ่ พยี งแต่ตอบถูกธงคาตอบเท่าน้นั การที่อาจารย์ผตู้ รวจจะให้

คะแนนเต็มหรอื เปล่าข้ึนอยู่กับการจับประเด็น การเรียงลาดบั ข้อเทจ็ จริงที่จะนามาปรับกบั หลักกฎหมาย ซึ่ง
อยใู่ นขัน้ ตอนการวนิ ิจฉยั นั่นเอง ข้อสอบกฎหมายมีหลายลักษณะอีกทงั้ รปู แบบการเขียนก็จะแตกต่างกนั ไป
ตามระดบั การศึกษาและเวลาในการทาข้อสอบดว้ ย

แตก่ รณีต่อไปนจี้ ะเปน็ การให้เทคนคิ การเขียนตอบข้อสอบในระดับปริญญาตรีซึง่ เหมาะสาหรบั นิสติ
ปี 1 หรอื นิสติ กฎหมายที่ยังอ่อนประสบการณใ์ นด้านการเขยี นซงึ่ การเขยี นตอบกจ็ ะเป็นในลักษณะท่ีเรียกวา่
การตอบแบบสามส่วน คอื มหี ลกั กฎหมาย การวินจิ ฉยั และสรปุ กล่าวคือ

ขอ้ สอบแบบตุ๊กตาหรือแบบอทุ าหรณ์
ส่วนที่ 1 หลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมาย................มาตรา .......................................(กรณที อ่ งจาตัวบทได้แม่นยาทกุ
ตัวอกั ษร) หรือ

ประมวลกฎหมาย................วางหลักวา่ ..................................................(กรณีจาแคห่ ลกั ตัวบทใน
มาตรานั้นหรือยกมาใชเ้ ฉพาะหลัก/วรรคท่เี กีย่ วข้อง)

9

สว่ นที่ 2 วนิ ิจฉัย

กรณตี ามปัญหาวินิจฉัยไดว้ ่า................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................

(เป็นการปรบั บทคอื ปรบั หลักกฎหมายในส่วนที่ 1 ใหเ้ ขา้ กับข้อเท็จจรงิ ทโ่ี จทย์ใหม้ า การวนิ จิ ฉัยนั้น
เปน็ ส่งิ สาคัญเพราะเปน็ การวดั ความเข้าใจของผูเ้ ขยี นไดด้ ีว่านอกจากจะจาตวั บทได้แลว้ ยงั สามารถนาหลกั
กฎหมายนั้นมาปรบั ใช้กับข้อเทจ็ จริงทเ่ี กิดขึน้ ได้อีกด้วย แต่มันกอ็ าจจะเป็นเร่อื งท่ยี ากสาหรับคนท่เี ขา้ ใจแต่
ถา่ ยทอดออกมาไมเ่ ป็น ซึง่ คนประเภทนีต้ ้องฝกึ เขียนและฝึกพูดให้เพื่อนหรืออาจารยช์ ่วยทดสอบบ่อย ๆ
หรือกค็ อื หดั มีนา้ ใจช่วยติวให้เพือ่ น ๆ บ่อย ๆ ก็จะสามารถเป็นนักกฎหมายที่มกี ารถา่ ยทอดเป็นเลิศได้
แถบยงั ไดท้ บทวนความร้ตู ัวเองและช่วยเหลือเพื่อนๆ ได้ดอี ีกดว้ ย)

ส่วนที่ 3 สรปุ
ดังน้ัน................................................................................................................................

(เปน็ การตอบคาถามตามที่ถาม เช่น คาถามถามว่านิติกรรมน้มี ผี ลทางกฎหมายอยา่ งไร ก็ตอบไปว่า นติ ิกรรมน้ี
เปน็ โมฆะ เท่าน้นั เองไม่ต้องอธิบายอะไรอีกเพราะเราเขียนไวใ้ นส่วนที่สองหมดแล้ว)

ตวั อย่างขอ้ สอบอุทาหรณ์
กฎหมายอาญา
EX. นายชมวา่ จ้างนายชิตให้ไปฆา่ นายใส นายชติ ตกลงทาตาม แต่กอ่ นทีจ่ ะไปฆา่ นายชิตเกดิ ปว่ ย
กะทนั หัน นายชติ จงึ ไปวา่ จา้ งนายชนื่ ให้ไปฆ่านายใสแทนตน เมือ่ นายชืน่ จ้องเลง็ ปนื จะยิงนายใส นายชมเกิด
สานกั ผดิ จึงว่งิ เข้ามายังท่ีเกดิ เหตุและปัดปืน ทาให้ปนื ตกลงในน้า
ให้วนิ ิจฉยั วา่ นายชน่ื นายชติ นายชม ต้องรบั ผิดฐานใดหรอื ไม่
ตอบ
หลักกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา ข้อ 1 วางหลักว่า ผ้ใู ดฆ่าผ้อู น่ื โดยไตรต่ รองไวก้ ่อน ต้องระวางโทษ

ข้อ 2 วางหลักว่า ผใู้ ดลงมอื กระทาความผดิ แต่กระทาไปไม่ตลอด หรือ
กระทาไปตลอดแล้วแตก่ ารกระทาน้นั ไมบ่ รรลผุ ล ผู้นนั้ พยายามกระทาความผดิ ผู้ใดพยายามกระทาความผิด ผู้
น้ันตอ้ งระวางโทษสองในสามสว่ นของโทษที่กฎหมายกาหนดไว้สาหรับความผดิ น้ัน

ข้อ 3 วางหลักวา่ ผูใ้ ดก่อให้ผู้อ่ืนกระทาความผดิ ไม่ว่าด้วยการ ใช้ บงั คบั
จ้าง วานหรือดว้ ยวิธกี ารอื่นใด ผูน้ ้ันเป็นผู้ใชใ้ ห้กระทาความิผิด ถ้าผู้ใช้ไดก้ ระทาผดิ ผูใ้ ชต้ ้องรบั โทษเสมือนเป็น
ตัวการ ถ้าความผดิ ไม่ได้กระทาไมว่ า่ จะเปน็ เพราะผถู้ ูกใชไ้ ม่ยอมกระทา ยงั ไม่ไดก้ ระทาหรอื เหตอุ น่ื ใด ผใู้ ช้ต้อง
ระวางโทษเพยี งหนึง่ สามของโทษท่ีกาหนดไว้สาหรับความผิดน้ัน

ขอ้ 4 ถา้ ความผิดท่ีไดใ้ ช้ ได้กระทาถงึ ขัน้ ลงกระทาความผิด แต่เนอื่ งจาก
การเขา้ ขัดขวางของผู้ใช้ ผ้กู ระทาไดก้ ระทาไปไม่ตลอดหรือกระทาไปตลอดแล้ว แตก่ ารกระทานน้ั ไมบ่ รรลผุ ล
ผูใ้ ช้รับผดิ เพยี งท่ีบัญญัติไว้ใน มาตรา๘๔ วรรคสอง

10

วินจิ ฉัย
สาหรับความผดิ ของนายชื่น การทน่ี ายชน่ื ไดร้ บั จ้างฆา่ นายใสถือไดว้ า่ มีเจตนาฆ่าโดยไตรต่ รองไว้
ก่อน เม่ือนายชน่ื จอ้ งเล็งปืนจะยงิ นายใส เป็นการกระทาขัน้ ลงมือกระทาความผดิ ที่ได้กระทาลงจนใกล้ชิดกับ
ผลสาเรจ็ อันพึงเห็นได้ประจกั ษ์แลว้ คือได้กระทาในข้นั สดุ ท้ายของการจะฆา่ นายใสแลว้ แตก่ ระทาไปไมต่ ลอด
เพราะนายชมได้วิง่ มาปัดปนื ท้ิง การฆา่ นายใสจึงไมบ่ รรลผุ ลสมด่ังเจตนา อันเป็นการพยายามกระทาความผิด
ฐานฆ่าผู้อ่นื โดยไตร่ตรองไวก้ ่อน ต้องระวางโทษ สองในสามของความผิดฐานดังกลา่ ว ตามหลักกฎหมายขอ้ 2
ประกอบหลักกฎหมายข้อ1
กรณีของนายชติ ท่ีรบั จา้ งฆ่านายใสแต่ไปจา้ งนายชน่ื ใหฆ้ า่ แทน จึงเป็นการก่อให้นายชอื่ กระทา
ความผิด โดยการวา่ จ้าง ซง่ึ นายชืน่ ไมม่ ีเจตนาจะฆา่ นายใสมาก่อน นายชิตจงึ เป็นผใู้ ช้ ตามหลกั กฎหมาย ข้อ 3
วรรคแรก เม่ือนายช่นื ไดก้ ระทาความผดิ ตามทร่ี ับจา้ งมาคือ เล็งปนื จอ้ งจะยิง อันเป็นการกระทาความผิดตามท่ี
ได้ใช้มาแล้ว นายชิต ต้องรบั โทษเสมือนตวั การคือ รบั โทษเทา่ กบั นายชนื่ ผู้ลงมือกระทาความผดิ นายชติ จงึ มี
ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อนื่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเปน็ ผู้ใชต้ ามหลกั กฎหมายข้อ 3 วรรคสองประกอบหลัก
กฎหมายข้อ 2 และ ข้อ 1
ส่วนกรณีของนายชมท่ีไปวา่ จา้ งนายชติ ให้ฆา่ นายใสเปน็ การก่อใหน้ ายชติ กระทาความผิดเพราะนาย
ชติ ไมม่ ีเจตนาจะฆา่ นายใสมากอ่ น นายชมจงึ เปน็ ผู้ใช้ ตามหลักกฎหมายข้อ 3 วรรคแรก เชน่ เดยี วกบั นายชติ
แมน้ ายชติ จะไปว่าจา้ งนายช่นื อีกต่อกต็ าม ก็ถือไดว้ า่ การท่ีนายช่นื พยายามฆ่านายใสนั้นเป็นผลโดยตรงมาจาก
การวา่ จ้างของนายชม นายชมจงึ มคี วามผดิ ตาม หลกั กฎหมายข้อ 3 ประกอบหลกั กฎหมายขอ้ 2และข้อ1รับ
โทษเสมอื นตวั การเช่นเดยี วกับนายชิต
แตอ่ ย่างไรกต็ ามการทนี่ ายชมได้เขา้ มาปัดปืนตกนา้ นน้ั ทาใหน้ ายชน่ื กระทาไปไม่ตลอดเพราะการ
ขัดขวางเองของนายชมผใู้ ช้ เป็นผลใหก้ ารฆา่ นายใสไม่บรรลุผล นายชมจึงคงรับผิดเพยี งหน่งึ ในสามของโทษ
ฐานพยายามฆ่าผ้อู ื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เสมือนวา่ ความผิดท่ีใชย้ ังไม่ได้กระทาลงตาม หลักกฎหมาย ข้อ 4
ประกอบหลักกฎหมายข้อ 3 วรรคสอง

ดงั นนั้ นายชนื่ มคี วามผิดฐานพยายามฆา่ ผอู้ ืน่ โดยไตรต่ รองไวก้ ่อน
นายชิตมีความผดิ ฐานพยายามฆ่าผอู้ นื่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเปน็ ผใู้ ช้
สว่ นนายชมมคี วามผดิ ฐานพยายามฆ่าผู้อ่ืนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยเป็นผู้ใช้ แตร่ ับผิดเพยี งหนงึ่ ใน
สามของโทษฐานดงั กล่าว

กฎหมายแพง่ และพาณิชย์
Ex. เมอื่ วันที่ 12 เมษายน 2548 นาย จ. ตกลงทาสญั ญาจะซอ้ื ขายที่ดินมีหนังสือรบั รองการทา
ประโยชน์ (น.ส. 3) ที่มีข้อกาหนดหา้ มโอนภายใน 10 ปี ในราคา 1,000.000 บาทใหแ้ ก่นาย อ. ซ่งึ ขณะน้นั
ยังเหลอื เวลาท่ีห้ามโอนอีกเพียง 6 เดอื น นาย อ. ไดช้ าระราคาให้บางส่วนจานวน 800,000 บาท สว่ นท่ี
เหลอื จะชาระในวนั จดทะเบียนโอน นาย จ. ส่งมอบหนังสือรบั รองการทาประโยชนแ์ ละส่งมอบการครอบครอง
ทด่ี นิ ดังกลา่ วให้นาย อ. ในวนั ทาสญั ญาจะซอ้ื ขายแลว้ และตกลงว่าจะจดทะเบยี นโอนให้นายอ.ในวันท่ี 12
ตลุ าคม 2548 ซ่ึงเปน็ วันรุง่ ข้ึนหลงั จากพน้ กาหนดหา้ มโอน แตเ่ ม่อื ถึงกาหนด นาย จ.ไม่ยอมโอนท่ีดนิ ทีจ่ ะซอื้
ขายให้นาย อ. นาย อ.ไดเ้ รยี กเงนิ จานวน 800,000 บาท คืนจาก นาย จ. แต่นาย จ.ไม่มเี งนิ ทจี่ ะคืนให้ทันที
จงึ ได้ทาหนังสือสญั ญากู้เงินจานวน 800,000 บาท และตกลงชาระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี กาหนด
ชาระคืนภายใน 12 กุมภาพันธ์ 2549 ให้ไวแ้ ก่ นาย อ. แต่เม่ือครบกาหนด นายจ. ไม่ชาระใหท้ ั้งตน้ เงินและ

11

ดอกเบีย้ นาย อ. ยนื่ ฟ้องนาย จ. ให้ชาระหนเี้ งินกแู้ ละดอกเบีย้ ดงั กลา่ ว ในวันท่ี 17 เมษายน 2549 เนื่องจาก
วนั ท่ี 12-14 เมษายน 2549 เปน็ วันหยดุ สงกรานต์และวันท่ี 15-16 เมษายน 2549 เปน็ วนั เสาร์ อาทิตย์
นาย จ. ให้การต่อสวู้ า่ ไมต่ ้องรับผิดตามฟ้อง และคดีโจทก์ขาดอายคุ วาม

ให้วินิจฉัยวา่ นาย จ. ต้องรับผดิ ต่อนาย อ. หรือไม่ และวนั ทีน่ าย อ. ยนื่ ฟ้องนั้นคดขี าดอายุความ
หรอื ไม่

ตอบ
หลักกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา 150 บัญญตั ิว่า การใดมวี ตั ถปุ ระสงค์เปน็ การต้องห้าม
ชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพน้ วิสยั หรอื เป็นการขดั ต่อความสงบเรยี บรอ้ ยหรือศลี ธรรมอันดขี องประชาชน
การนนั้ เปน็ โมฆะ
มาตรา 411 บญั ญตั ิว่า บุคคลใดไดท้ าการเพ่ือชาระหน้ี เป็นการอนั ฝ่าฝืนขอ้ หา้ มตามกฎหมายหรอื
ศีลธรรมอนั ดี ท่านวา่ บุคคลนั้นหาอาจจะเรยี กรอ้ งคืนทรัพย์ไดไ้ ม่
มาตรา 419 บญั ญตั วิ ่า ในเร่ืองลาภมคิ วรไดน้ ั้น ท่านหา้ มมใิ ห้ฟ้องคดเี มื่อพ้นกาหนดปีหนง่ึ นบั แต่
เวลาทฝ่ี า่ ยผเู้ สยี หายรู้วา่ ตนมสี ิทธเิ รียกคืน หรอื เมื่อพน้ สิบปีนบั แต่เวลาที่สิทธินั้นไดม้ ีข้นึ
มาตรา 193/8 บญั ญตั ิวา่ ถ้าวนั สุดทา้ ยของระยะเวลาเป็นวันหยุดทาการตามประกาศเปน็ ทางการ
หรอื ตามประเพณี ให้นับวนั ท่ีเรมิ่ ทาการใหม่ต่อจากวนั ทีห่ ยุดทาการน้นั เปน็ วนั สดุ ท้ายของระยะเวลา
วนิ ิจฉยั
กรณีท่ดี นิ ตามสญั ญาจะซ้ือขายระหวา่ งนาย อ. กับนาย จ. ที่ได้กระทาขึน้ น้นั ยงั อยู่ในระยะเวลาห้าม
โอนตามกฎหมาย ถอื ไดว้ ่าสญั ญาจะซ้ือขายมวี ัตถุประสงคเ์ ป็นการต้องหา้ มชดั แจง้ ตามกฎหมายตกเป็นโมฆะ
นติ กิ รรมนนั้ เสยี เปล่ามาตั้งแต่ต้น ตามมาตรา 150 ข้างต้น
เม่ือนิตกิ รรมเสยี เปล่านาย อ. ก็ยังชาระเงนิ ค่าท่ีดินให้นาย จ. ตามสัญญานัน้ อีก ทงั้ ยังได้รู้อยู่แลว้ วา่
ท่ดี ินนน้ั หา้ มโอนตามกฎหมายแต่กย็ ังฝนื ชาระ จึงเป็นการชาระหนอี้ นั ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย นายอ.จงึ ไม่
อาจเรียกคืนเงินจานวนนี้ได้ในฐานลาภมิควรได้ ตามมาตรา 411
ต่อมาการที่นาย อ. นาสญั ญากยู้ ืมเงนิ ทนี่ าย จ.ได้ทา ไวก้ บั ตนมาฟ้อง เปน็ สญั ญาทีน่ าย จ.ตกลงรับ
ผิดใชห้ น้ีซ่ึงมีมลู หนี้มาจากการทน่ี าย อ.ไดช้ าระหนฝ้ี ่าฝืนกฎหมาย จงึ เปน็ สญั ญาท่มี วี ตั ถุประสงคต์ ้องห้ามตาม
กฎหมายชดั แจง้ ยอ่ มตกเปน็ โมฆะ ตาม มาตรา 150 นาย อ. กไ็ ม่อาจเรียกใหน้ าย จ. ชาระเงนิ ต้นและ
ดอกเบี้ยตามสญั ญากู้ยมื เงินได้
สรปุ นายจ.ไม่ตอ้ งรับผิดชาระเงินต้นและดอกเบ้ียตามสัญญากูใ้ ห้แก่นาย อ. (ฎ.1876/2542)

สว่ นประเด็นท่นี าย อ. ยน่ื ฟ้องน้ัน คดีขาดอายคุ วามหรือไม่ อนั เป็นการฟ้องเรยี กคนื ฐานลาภ
มิควรได้ ซึง่ ตามมาตรา 419 หา้ มฟ้องคดเี มือ่ พน้ กาหนด 1 ปี นบแต่ร้วู า่ มสี ิทธเิ รยี กคนื หรือเม่ือพน้ 10 ปีนับ
แตเ่ วลาทสี่ ิทธนิ นั้ ได้มีขึ้น สาหรับนิตกิ รรมที่เปน็ โมฆะเพราะคู่กรณีมีเจตนาทาสญั ญาทม่ี ีวัตถุประสงค์เป็นการ
ตอ้ งหา้ มชดั แจ้งโดยกฎหมายนน้ั ตอ้ งถือวา่ บคุ คลทุกคนได้รู้ถงึ กฎหมายเชน่ วา่ นแี้ ลว้

เมอ่ื ไม่ปรากฏวา่ นาย อ. ได้อา้ งวา่ ตนไม่รู้และไม่อย่ใู นฐานะท่ีอาจรไู้ ดเ้ ชน่ นน้ั สิทธิในการ
เรยี กคนื ทรัพยข์ องนาย อ. ย่อมเกดิ ขึ้นทันทีทน่ี าย จ. ได้ทรัพย์มาโดยปราศจากมลู อนั จะอา้ งได้ตามกฎหมาย
และปรากฏว่านาย อ. ได้ชาระหนีค้ า่ ท่ีดนิ ให้นาย จ. วนั ที่ 12 เมษายน 2548 นายอ.เมษายน 2549 แต่วันท่ี
12-16 เมษายน 2549 เป็นวันหยุดราชการ นาย อ.ยอ่ มมีสิทธิยน่ื ฟอ้ งไดใ้ นวนั ท่ี 17 เมษายน 2549 ซง่ึ

12

เปน็ วันแรกท่ีศาลเปิดทาการตามมาตรา193/8 คดีจึงไมข่ าดอายคุ วาม
ดังน้ัน คดที น่ี าย อ.ย่ืนฟ้องนาย จ. จงึ ยงั ไม่ขาดอายุความ
กรณขี ้อสอบบรรยาย
การตอบข้อสอบบรรยายต้องจาในเรื่องของความหมายของคาท่ใี ห้ เพ่อื ท่ีจะไดอ้ ธิบายความหมาย

ของคาหรือประโยคท่โี จทย์กาหนดมาได้ ซง่ึ ผูส้ อบจะต้องอา่ นหนังสอื ใหม้ ากและละเอียด ท้งั จะต้องยกตัวอยา่ ง
ดว้ ยในการอธบิ ายความหมายนน้ั จงึ จะทาให้ได้คะแนนเต็ม แตท่ ้งั นี้การตอบขอ้ สอบบรรยายก็ไม่ควรโมม้ าก
เกินไป ควรโม้(บรรยาย) ใหม้ ีสาระ ได้ใจความ ไม่เย่ินเยอ้ เพราะถ้าตอบมากไป เป็นนา้ เสยี สว่ นมากกจ็ ะทาให้
อาจารย์ผู้ตรวจไม่ชอบ เบื่อ(ข้ีเกียจอา่ น) และผลที่ตามมาก็คือขเี้ กียจใหค้ ะแนนดี ๆ ดว้ ย

ฉะน้ันการตอบข้อสอบบรรยายควรอ่านใหม้ าก แต่เขียนแบบย่อความ เอาเฉพาะประเด็นท่ีถาม
พร้อมยกตัวอยา่ งประกอบให้ถกู ต้องและเขา้ ใจงา่ ย คณุ ก็จะได้คะแนนเต็มแนน่ อน

Ex สิทธคิ ืออะไร เหมือนหรือแต่ตา่ งกบั หน้าอย่างไร จงอธิบายพอสังเขป
สิทธิ คอื ……………………………………………………..........................................................................
ตวั อย่าง เชน่ ...............................................................................................................................
หนา้ ที่ คือ…………………………………………………………………………………………………………………….
ตวั อยา่ งเช่น................................................................................................................................
ขอ้ ทเ่ี หมือนกัน คือ 1………………………………

2………………………………
ขอ้ ท่ีแตกตา่ งกัน คือ 1……………………………….

2……………………………….
ขอ้ เสนอแนะ
การเรียนกฎหมายไม่ใชเ่ รื่องยากแต่ก็ไม่ใช่ของง่าย ๆ ทใี่ คร ๆ กเ็ รยี นจบอย่างสวยงามได้ ผู้เขยี น
มเี ทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเรยี น-การสอบดงั น้ี

1. อา่ นก่อนเรยี น เพ่อื ท่เี วลาเรยี นจะได้ตงั้ ใจฟงั เปน็ พเิ ศษเพราะอ่านเองงงไมค่ ่อยเขา้ ใจ ต้อง
มาอาศยั อาจารย์ทา่ นบรรยายยกตัวอย่างให้ฟัง

2. อ่านทวนหลังเรยี นเสร็จเผอ่ื เจอปญั หาไมเ่ ข้าใจอีกจะได้ถามอาจารยใ์ นช่วั โมงหน้า พรอ้ ม
กับอ่านเตรียมเรยี นชวั่ โมงหนา้ ดว้ ย

3. เวลาเรยี นใหจ้ ดไปดว้ ย โดยฟงั แลว้ สรุปเอาจากการบรรยายของอาจารย์ ไมใ่ ชม่ าคอยจด
เอาจากหนา้ จอฉาย power point จะทาให้เราไมส่ นใจฟังมวั แต่ขมกั เขมน่ กบั การจดตามและหงดุ หงิดเวลา
อาจารย์คลิกผา่ นหนา้ นัน้ ไปเร็วจนจดไม่ทัน ทง้ั ที่กลับไปอ่านในตาราก็ได้ แต่ควรฟังก่อนเพอ่ื ความเขา้ ใจและจด
สรุปเปน็ คาพดู ของตวั เองตามความเขา้ ใจ อาจจะจดใสส่ มดุ ดว้ ยและโน้ตยอ่ ไว้ในประมวลมาตรานั้นดว้ ยก็ย่งิ
ดี เวลาอา่ นทวนจะไดถ้ ือประมวลไปเลม่ เดียวกส็ ามารถอ่าน ทอ่ งจาได้อย่างเข้าใจ

4. คนทเ่ี พิ่งเรียนกฎหมายหรอื ทีย่ ังไม่ไดเ้ รียนมักมีคาถามวา่ เรียนกฎหมายตอ้ งท่องจาเก่งใช่
ไหม ขอใหท้ ราบเอาไวเ้ ลยวา่ มวี ชิ าใดบา้ งทไี่ มต่ ้องท่องจา ทกุ สาขาวิชาต้องอาศยั การจา และการท่องก็เปน็ การ
ทาให้จาได้ แต่ไม่ใช่แบบนกแกว้ นกขุนทองนะ ตอ้ งเป็นการท่องเพอ่ื จาและจาอย่างเขา้ ใจ จึงจะเรียนวิชานัน้ ๆ
อย่างเข้าใจได้ รวมถงึ การเรยี นวชิ ากฎหมายดว้ ย

การทดสอบความเขา้ ใจไดด้ ีทีส่ ดุ คอื การพูดให้เพื่อนฟัง การเขียนให้เพอื่ นอ่าน หรอื ให้
อาจารย์ รนุ่ พี่ที่มีความรู้ความเขา้ ใจเรื่องน้ัน ชว่ ยให้คะแนน กจ็ ะเปน็ การทดสอบตัวเองและชว่ ยไดด้ เี วลาสอบ

13

ด้วย เพราะการเขียนเป็นสง่ิ สาคญั ถ้าเขยี นแลว้ ผูต้ รวจไมร่ ้เู ร่ือง เขยี นวนไปเวียนมา หาที่ลงไม่ได้ ผ้ตู รวจกจ็ ะหา
คะแนนลงใหไ้ ม่ได้เชน่ เดียวกัน ฉะน้นั ตอ้ งฝึกหดั เขยี นทาข้อสอบเก่าเยอะ ๆก็จะช่วยไดม้ ากทีเดยี ว

5. การอ่านหนงั สือเตรยี มตวั สอบควรอา่ นวชิ าทสี่ อบวันสดุ ท้ายกอ่ นไล่มาถึงเลม่ ทีส่ อบวันแรก
กรณตี ารางสอบออกช้า ก็ควรถามร่นุ พ่ี ว่าปีกอ่ นนนั้ ตารางสอบเป็นยังไง วชิ าไหนสอบก่อนหลงั เพอื่ เป็น
แนวทาง (ตารางอาจเปล่ียนแปลงได้ในแตล่ ะปีอย่าถือตามเสียทีเดียว) การอ่านหนังสือควรสมา่ เสมอมาต้ังแต่
ตน้ เทอมเพื่อท่ีปลายเทอมจะไดไ้ มห่ นักเกนิ ไปในการอ่านหนังสือแถมเวลาเรยี นก็เข้าใจเร็วและงา่ ยกว่าคนอน่ื ๆ
ดว้ ย ในการอา่ นหนังสือแตล่ ะครัง้ ควรขีดเสน้ ใต้ใจความสาคัญหรือสัญลักษณ์ไวด้ ว้ ยเพราะเวลาอ่านทวนจะได้
อ่านเฉพาะท่สี าคัญ สาหรบั บางคนทเี่ ป็นคุณสะอาดไมช่ อบเลอะเทอะก็แนะนาวา่ ให้ทาบันทกึ ยอ่ ๆเอาไว้ใน
สมุดก็จะทาให้ได้ สรุปวชิ านัน้ ๆ หน่งึ เล่มสาหรบั อ่านทบทวนตอนใกลส้ อบ

6. เทคนิคในการสอบอกี อย่างกค็ ือ หดั ทาขอ้ สอบเก่า เพ่อื ฝึกจับประเด็นโจทย์ เพราะโจทย์
มกั มีอะไรซ่อนอยู่เสมอ โดยเฉพาะวชิ ากฎหมายอาญาคาทุกคาของโจทย์มีความหมายเสมอเพราะผอู้ อก
ขอ้ สอบจะไม่ออกข้อสอบยาวเกนิ ไป

7. การทาข้อสอบ เมื่อได้ข้อสอบมาควรอ่านอยา่ งต้งั ใจทลี ะข้อ โดยแต่ละขอ้ ให้โน้ตเอาไว้วา่ มี
ประเด็นอะไรบา้ ง มาตราที่เก่ียวขอ้ งหรือหลักยอ่ ๆ ตามความเข้าใจ พรอ้ มทั้งฟนั ธงไปเลยว่าผดิ ไหม ผดิ อะไร
ใครบา้ ง จนครบทุกข้อ แลว้ กลับมาเลอื กทาข้อท่งี า่ ยและมั่นใจทสี่ ดุ ว่าถกู ต้องเรียงลาดับไปจนถงึ ข้อทีย่ ากทสี่ ุด

และในการนีต้ อ้ งคานวณเวลาในการทาข้อสอบดว้ ยว่าแตล่ ะข้อควรใช้เวลาเทา่ ใดและต้อง
ไมม่ ากไปกวา่ ทกี่ าหนดไว้ ถ้าขอ้ ไหนทาเกนิ เวลาทก่ี าหนดอีกก็ควรเรง่ เวลาให้ทดแทนกัน ซ่ึงข้องา่ ย ก็จะเขียน
ได้เร็ว แตก่ ็อย่าชะลา่ ใจมัวแต่บรรยายนา้ รเู้ อาไว้เลยวา่ อาจารย/์ ผตู้ รวจไม่ให้คะแนนความมากของจานวนหนา้
หรอก ถ้าเขียนดีจานวนหน้าที่ไดใ้ นการเขียนตอบก็จะสมน้าสมเนอ้ื เอง รวมถงึ คะแนนด้วย เพราะพงึ สังวรไว้
เลยว่า การเขียนมากกถ็ ูกหกั มาก เขยี นน้อยก็ไดค้ ะแนนน้อย

ตอนสอบไม่ต้องสนใจคนทข่ี อสมุดเพม่ิ เพราะน้ันอาจเปน็ นา้ หรอื อาจตอบผิดขีดฆ่าทิ้งกไ็ ด้
หรอื เขยี นเวน้ บรรทดั ไมต่ ้องสนใจจะทาใหเ้ ราเสียสมาธิได้ และท่สี าคัญอีกอย่าง การเขยี นตอบข้อสอบลายมอื
ควรเขียนใหอ้ า่ นง่าย ใครลายมอื ไมส่ วยก็ให้เขียนตวั โต ๆ เข้าไว้ และย่อหน้าใหม่ทกุ ครง้ั สาหรับประเด็นถดั ไป
ใครลายมอื แย่สุดๆ เขยี นเวน้ บรรทดั เลยกไ็ ด้ แตไ่ ด้เฉพาะสนามปรญิ ญาตรเี ท่านน้ั นะการเขียนเวน้ บรรทดั สนาม
ใหญ่อ่ืน ๆ มักหา้ มเว้นบรรทดั หา้ มทาสัญลักษณ์ และขดี เส้นใต้ เพราะอาจเป็นการส่งสญั ลกั ษณ์ใหผ้ ตู้ รวจจะ
ถกู สันนิฐานวา่ โกง

การสะกดคากค็ วรเขียนให้ถูกต้องเพราะแสดงถึงว่าเราอา่ นมาดคี าทน่ี ่าจะสะกดผดิ ก็เขียน
ถูกต้อง เผอื่ เวลาเราผดิ พลาดบางประเด็นผ้ตู รวจก็อาจเหน็ ใจไมห่ ักคะแนนมากก็อาจเปน็ ได้

8. หา้ มทุจริตเปน็ อันขาด นอกจากถูกปรับตกแลว้ ยังเปน็ ท่ีนา่ เสื่อมเกียตรอิ ยา่ งแรง คนท่ีตก
เพราะเตรยี มตัวมาไม่ดี ก็ยังมีศกั ดศ์ิ รีกวา่ คนผา่ นแบบทุจริต นักนติ ศิ าสตร์รูว้ ่าอะไรผิดถูกแตก่ ลับทาผิดเสยี เอง
โทษนน้ั ไม่นา่ อภยั ย่งิ นัก (ความคิดเหน็ สว่ นบุคคล)

9.หนังสอื แนะนาในการศึกษากฎหมาย คือ “คาแนะนักศึกษากฎหมาย” ของศาสตราจารย์
ธานินทร์ กรัยวเิ ชยี ร สานกั พมิ พ์มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

14


Click to View FlipBook Version