The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ อปท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-09-28 01:06:49

มาตรฐานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ อปท

มาตรฐานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ อปท

กรมสง เสรมิ การปกครองทองถิ่น กระทรวงมหาดไทย

(2) เมื่อนายอําเภอ หรือ จะมอบหมายใหผูใดผูหนึ่งปฏิบัติหนาที่แทนพนักงาน
เจาหนาท่ี (องคกรปกครองสวนทองถ่ิน / กํานัน / ผูใหญบาน) ดําเนินการใหเปนไปตามประมวล
กฎหมายท่ีดิน มาตรา 108 โดยใหพนักงานเจาหนาท่ีมีคําส่ังเปนหนังสือใหผูฝาฝนออกจากท่ีดิน
และหรอื ร้อื ถอนสง่ิ ปลูกสรางในท่ีดนิ น้นั ภายในระยะเวลาที่กําหนด

กรณีผูบุกรุกไมยอมออกจากพื้นท่ีสาธารณประโยชน ใหแจงความดําเนินคดีผูบุกรุก
และรายงานนายอาํ เภอทราบซ่งึ ผบู ุกรกุ มีความผดิ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงป หรือปรับไมเกิน
หาพันบาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรับ

ประมวลกฎหมายทีด่ ิน

มาตรา 108 ผูใดฝาฝนมาตรา 9 อยูกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับน้ี (แกไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับท่ี 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ. 2515)ใชบังคับ พนักงานเจาหนาที่หรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาที่
มีอํานาจแจงเปนหนังสือใหผูฝาฝนปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ถาผูฝาฝนเพิกเฉยหรือไมปฏิบัติใหถูกตอง
ตามระเบียบ ใหพนักงานเจาหนาท่ีมีคําสั่งเปนหนังสือใหผูฝาฝนออกจากท่ีดินและหรือร้ือถอนสิ่งปลูกสรางในที่ดินนั้น
ภายในระยะเวลาท่ีกําหนด ถาไมปฏิบัติตามคําส่ังของพนักงานเจาหนาท่ี ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับ
ไมเกนิ หา พนั บาท หรอื ทัง้ จําท้งั ปรบั

ในการกําหนดระเบียบตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการจะกําหนดใหผูฝาฝนตองเสียคาตอบแทนในการใชที่ดิน
นั้นใหแกร ัฐหรือราชการบรหิ ารสว นทอ งถ่นิ ดวยกไ็ ด

มาตรา 108 ทวิ นับตั้งแตวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใชบังคับ (เพ่ิมเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับท่ี 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ. 2515) ผูใดฝาฝนมาตรา 9 ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป หรือปรับไมเกินหาพันบาท
หรอื ทงั้ จาํ ท้ังปรับ

ถาความผิดตามวรรคหนงึ่ ไดก ระทาํ แกท ี่ดินซึ่งเปนสาธารณสมบัติของแผนดินที่ประชาชนใชรวมกัน หรือท่ีใช
เพ่อื ประโยชนของแผน ดินโดยเฉพาะ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กินสามป หรือปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ หม่นื บาท หรอื ทงั้ จําท้งั ปรับ

ถาความผิดตามวรรคสองไดกระทําเปนเนื้อที่เกินกวาหาสิบไร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับ
ไมเกินสองหม่ืนบาท หรอื ทัง้ จาํ ทง้ั ปรบั

ในกรณีท่ีมีคําพิพากษาวาผูใดกระทําความผิดตามมาตราน้ี ศาลมีอํานาจส่ังในคําพิพากษาใหผู กระทําความผิด
คนงาน ผูรับจา ง ผแู ทน และบรวิ ารของผกู ระทาํ ความผดิ ออกไปจากท่ดี นิ น้นั ดว ย

บรรดาเครื่องมือ เคร่ืองใช สัตวพาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลไดใชในการกระทํา
ความผิด หรือไดใชเปนอุปกรณใหไดรับผลในการกระทําความผิดดังกลาว ใหริบเสียท้ังสิ้น ไมวาจะมีผูถูกลงโทษตาม
คําพิพากษาหรือไม

บทที่ 3 การคุม ครองท่สี าธารณประโยชน 45

มาตรฐานการดูแลรกั ษาท่ีสาธารณประโยชน

(3) กาํ หนดระยะเวลาใหผบู กุ รกุ ออกจากพ้ืนท่ี
(4) กําหนดแนวทางการปองกันการบุกรุกเชนมีปายบอกณบริเวณที่สาธารณประโยชน
และจัดทําแนวเขตที่ชัดเจน ประกาศตามหอกระจายขาวในพ้ืนที่ท่ีมีการบุกรุก จัดประชุม ชาวบาน
เพือ่ แจง ใหทราบพ้ืนท่สี าธารณประโยชนม แี นวเขตแคไหน
(5) ประชาสัมพันธใหประชาชนทราบ พรอมขอความรวมมือในการดูแลรักษาที่
สาธารณประโยชน
2) กรณบี ุกรกุ หลงั วันที่ 29 กุมภาพันธ 2515
ใหองคปกครองสวนทองถิ่นมีอํานาจในการฟองรองคดีไดทันที ท้ังน้ีจะตองเปน
ผูรับผิดชอบคาใชจา ยในการดําเนนิ การทั้งหมดดวย

46 บทที่ 3 การคุมครองที่สาธารณประโยชน

กรมสงเสริมการปกครองทอ งถิ่น กระทรวงมหาดไทย

แผนภูมิการดําเนนิ งานเมือ่ พบผูบกุ รุกที่สาธารณะประโยชน กรณบี ุกรกุ กอ น 29 กมุ ภาพนั ธ 2515

1) กรณบี กุ รกุ กอน 29 ก.พ. 2515 หรอื ไมทราบเวลาท่เี ริ่มบุกรกุ
นายอาํ เภอชแ้ี จงความผิด และโทษของการบกุ รกุ ตอ ผบู กุ รกุ และแนวทางการ
ปฏบิ ัตเิ พอ่ื ออกจากพ้ืนทีส่ าธารณประโยชน

ปฏบิ ัติตาม ไมปฏิบัตติ าม

1. แจง ความดําเนินคดีผูบุกรุก และรายงานนายอาํ เภอทราบ
2. ใหผ ูฝา ฝน ออกจากท่ดี ินและหรอื รือ้ ถอนส่งิ ปลูกสรา งในทดี่ ินนนั้
3. ระวางโทษจาํ คุกไมเกนิ หนึง่ ป หรอื ปรบั ไมเ กินหาพันบาทหรือทง้ั จําทั้งปรบั
4. ผฝู าฝน ตองเสียคา ตอบแทนการใชท ่ีดนิ นน้ั ใหแ กรฐั หรือราชการบริหาร
สว นทองถิน่
5. ริบอปุ กรณ เครอ่ื งใชส ัตวพาหนะหรืออปุ กรณท ีใ่ ชใหไดรับผลในการกระทํา
บนทด่ี ินกรณีเกินกวา 50 ไร

กาํ หนดระยะเวลาใหผ ูบ ุกรกุ ออกจากพน้ื ที่

กําหนดแนวทางการปองกันการบกุ รุก

ภายใตอ าํ นาจของนายอําเภอ องคก รปกครองสวนทอ งถน่ิ ประชาสัมพันธใ หประชาชนทราบ
พรอมขอความรวมมอื ในการดแู ลรักษาทส่ี าธารณประโยชน

บทท่ี 3 การคมุ ครองท่สี าธารณประโยชน 47

มาตรฐานการดแู ลรักษาท่สี าธารณประโยชน

5. การดําเนินคดี กรณีมีการบกุ รุกทีส่ าธารณประโยชนต ามประมวลกฎหมายที่ดนิ

มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินของรัฐอีก
ประการหนึ่งก็คือ การดําเนินคดีกับผูบุกรุก กลาวคือ แมรัฐจะสรางหลักฐานขึ้นคุมครองปองกัน
ท่ีดินของรัฐโดยการออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง และมีการจัดทําทะเบียนที่สาธารณประโยชน
แตก็เปนเพียงหลักฐานของทางราชการที่จะใชพิสูจนถึงความเปนที่ดินสําหรับพลเมืองใชรวมกัน
เม่ือมีคดีขึ้นสูศาล หรือใชในการพิจารณาวาท่ีพิพาทเปนที่ดินของรัฐหรือไม สวนตามสภาพความ
เปน จริงก็ยังปรากฏวา มรี าษฎรบุกรกุ ทด่ี ินของรัฐอยูเสมอ

รัฐจึงจําเปนตองออกกฎหมายวางมาตรการลงโทษผูบุกรุกเหลานี้โดยมีจุดประสงค
เพื่อใหผูบุกรุกเข็ดหลาบ เกิดความเกรงกลัวไมกลากระทําผิดอีก โดยประมวลกฎหมายที่ดินได
บัญญัติใหผูที่เขาครอบครองที่ดินของรัฐโดยไมไดรับอนุญาตเปนความผิดในตัวเองโดยบัญญัติไว
ในมาตรา 9 ดงั น้ี

มาตรา 9 ภายใตบ งั คบั กฎหมายวาดวยการเหมอื งแรและการปา ไม ทด่ี ินของรฐั นั้นถา มิไดมีสทิ ธิครอบครอง หรือมไิ ดรับ
อนุญาตจากพนักงานเจา หนา ท่แี ลว หามมใิ หบ คุ คลใด

(1) เขา ไปยึดถอื ครอบครอง รวมตลอดถึงการกอ สรา งหรือเผาปา
(2) ทาํ ดวยประการใด ใหเปน การทาํ ลาย หรอื ทําใหเ สือ่ มสภาพทดี่ นิ ทหี่ นิ ท่ีกรวด หรอื ทท่ี ราย ในบริเวณที่

รฐั มนตรปี ระกาศหวงหามในราชกจิ จานุเบกษา หรอื
(3) ทาํ สิง่ หน่งึ ส่ิงใดอันเปน อันตรายแกท รัพยากรในทดี่ ิน

บุคคลซึ่งเขาไปครอบครองหรือทําการใดๆ ในท่ีดินของรัฐโดยมิไดรับอนุญาตจาก
พนักงานเจาหนาที่ยอมเปนผูฝาฝนมาตรา 9 แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน คือ เปนผูบุกรุกที่ดินของ
รัฐ ตามปกติเมื่อมีการบุกรุกที่ดินของรัฐ พนักงานเจาหนาท่ีจะตองดําเนินการใหผูบุกรุกออกไป
จากท่ดี นิ หากไมย อมออก พนักงานเจา หนา ท่ีจะตองดาํ เนนิ การฟอ งรอ งดาํ เนินคดที างศาล

ปจจุบัน มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 96 ลงวันท่ี 29 กุมภาพันธ 2515 แกไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายที่ดนิ โดยบัญญัติโทษที่จะลงแกผูบุกรุกท่ีดินของรัฐไวในมาตรา 108 และมาตรา
108 ทวิ ดังนี้

มาตรา 108 “ผูใดฝาฝนมาตรา 9 อยูกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับน้ีใชบังคับ
พนักงานเจาหนาท่ีหรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจแจงเปนหนังสือให
ผูฝาฝนปฏิบัติตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกําหนด ถาผูฝาฝนเพิกเฉยหรือไมปฏิบัติใหถูกตองตาม

48 บทที่ 3 การคมุ ครองทส่ี าธารณประโยชน

กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถนิ่ กระทรวงมหาดไทย

ระเบียบใหพนักงานเจาหนาท่ีมีคําสั่งเปนหนังสือใหผูฝาฝนออกไปจากที่ดิน และหรือร้ือถอนส่ิง
ปลูกสรางในท่ีดินภายในระยะเวลาที่กําหนด ถาไมปฏิบัติตามคําสั่งจองพนักงานเจาหนาท่ี ตอง
ระวางโทษจาํ คุกไมเกนิ หนง่ึ ป หรือปรบั ไมเ กนิ หา พันบาท หรอื ท้งั จําทง้ั ปรบั

ในการกําหนดระเบียบตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการจะกําหนดใหผูฝาฝน ตองเสีย
คา ตอบแทนในการใชที่ดินนนั้ ใหแ กร ัฐหรอื ราชการบรหิ ารสว นทองถน่ิ ดวยกไ็ ด”

มาตรา 108 ทวิ “นับแตวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใชบังคับผูใดฝาฝนมาตรา 9
ตองระวางโทษจาํ คุกไมเ กินหน่ึงป หรอื ปรับไมเกนิ หา พนั บาทหรอื ทง้ั จําท้งั ปรับ

ถาความผิดในวรรคหน่ึงไดกระทําแกท่ีดินซ่ึงเปนสาธารณสมบัติของแผนดินที่ประชาชน
ใชรวมกัน หรือที่ใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามปหรือ
ปรับไมเ กนิ หน่งึ หมนื่ บาทหรือทง้ั จาํ ท้งั ปรบั

ถาความผิดตามวรรคสองไดกระทําเปนเนื้อที่เกินกวาหาสิบไร ตองระวางโทษจําคุก
ไมเ กินหาปห รือปรับไมเ กนิ สองหมน่ื บาท หรอื ทัง้ จาํ ทั้งปรับ

ในกรณที ่มี ีคําพิพากษาวาผูใดกระทาํ ความผดิ ตามมาตราน้ี ศาลมอี ํานาจสั่งในคาํ พิพากษา
ใหผ ูกระทําผิดคนงาน ผูร ับจา ง ผูแทน และบรวิ ารของผกู ระทาํ ความผดิ ออกไปจากทดี่ นิ นน้ั ดวย

บรรดาเคร่ืองมือ เครื่องใช สัตวพาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใดๆ ซ่ึงบุคคลได
ใชในการกระทําความผิด หรือไดใชเปนอุปกรณใหไดรับผลในการกระทําความผิดดังกลาวใหริบ
เสยี ทั้งส้นิ ไมวาจะมีผูถ กู ลงโทษตามคําพพิ ากษาหรอื ไม”

โทษของการฝา ฝน กระทาํ ผิดบกุ รุกทส่ี าธารณประโยชนโดยสรปุ
มาตรา 108 กอ นวนั ทีป่ ระกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ที่ 96 ใชบ งั คบั
• ผใู ดฝา ฝนตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กินหนง่ึ ป หรือปรบั ไมเกินหา พันบาท หรือทงั้ จําทงั้ ปรับ และอาจตอ งเสีย

คา ตอบแทนในการใชท ด่ี ินนน้ั ใหแกรัฐหรือราชการบรหิ ารสวนทอ งถิน่ ดวย
มาตรา 108ทวิ นับต้งั แตวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ท่ี 96 ใชบังคับ
• ผูใดฝา ฝนมาตรา 9 ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หน่งึ ป หรือปรับไมเกนิ หา พนั บาท หรือทงั้ จาํ ท้งั ปรับ
• ถา บุกรกุ ท่ีสาธารณประโยชน ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กินสามป หรอื ปรบั ไมเกนิ หนงึ่ หมน่ื บาท หรอื ทงั้ จาํ ทัง้ ปรบั
• ถาบกุ รกุ ที่สาธารณประโยชนเ กินกวาหา สบิ ไร ตองระวางโทษจําคุกไมเกนิ หา ป หรือปรับไมเกนิ สองหมน่ื บาท หรอื

ทง้ั จําท้ังปรบั และริบเครอื่ งมือ เครอ่ื งใช สตั วพาหนะ ยานพาหนะ หรอื เครอ่ื งจกั รกลใด ๆ
• ผใู ดขดั ขวางหรอื ไมใ หความสะดวกตอ พนักงานเจาหนา ท่ซี ง่ึ ปฏบิ ตั หิ นาท่ตี ามมาตรา 66 ตองระวางโทษปรบั ไมเกิน

หนง่ึ พันบาท

บทที่ 3 การคมุ ครองท่ีสาธารณประโยชน 49

มาตรฐานการดแู ลรักษาที่สาธารณประโยชน

จากมาตราดงั กลา ว จงึ ตองแบงวิธีการดาํ เนนิ การกับผูฝ าฝนตามมาตรา 9 ออกเปน 2 กรณี คือ
• การดําเนินการกับผูบุกรุกท่ีดินของรัฐ ซึ่งไดฝาฝนกอนใชประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบบั ที่ 96
• การดําเนินการกับผูบุกรุกท่ีดินของรัฐ ซ่ึงไดฝาฝนหลังใชประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบบั ท่ี 96

ประกาศคณะปฏวิ ัติ
ฉบับที่ 96

โดยท่คี ณะปฏิวตั ิไดพ จิ ารณาเหน็ วา ........................................................................................
ขอ ๑๑ ใหย กเลกิ ความในมาตรา ๑๐๘ แหงประมวลกฎหมายท่ีดนิ และใหใ ชความตอไปนีแ้ ทน

"มาตรา ๑๐๘ ผูใดฝาฝน มาตรา ๙ อยกู อนวนั ที่ประกาศของคณะปฏิวัตฉิ บับนีใ้ ชบงั คับ
พนักงานเจาหนาท่ีหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจแจงเปนหนังสือใหผูฝาฝนปฏิบัติตาม
ระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ถาผูฝาฝนเพิกเฉยหรือไมปฏิบัติใหถูกตองตามระเบียบใหพนักงานเจาหนาที่มีคําส่ัง
เปนหนังสือใหผูฝ าฝนออกจากท่ีดินและหรือร้ือถอนส่ิงปลูกสรางในท่ีดินน้ันภายในระยะเวลาที่กําหนด ถาไมปฏิบัติ
ตามคาํ ส่ังของพนกั งานเจาหนา ท่ีตอ งระวางโทษจําคุกไมเกนิ หนง่ึ ป หรอื ปรบั ไมเ กินหาพนั บาท หรอื ทัง้ จาํ ทงั้ ปรบั
ในการกําหนดระเบียบตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการจะกําหนดใหผูฝาฝนตองเสียคาตอบแทนในการใชท่ีดินน้ัน
ใหแ กรฐั หรอื ราชการบรหิ ารสว นทอ งถ่นิ ดว ยกไ็ ด

มาตรา ๑๐๘ ทวิ นับต้ังแตวันท่ีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใชบังคับผูใดฝาฝนมาตรา ๙ ตองระวาง
โทษจําคุกไมเ กินหนง่ึ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หา พันบาท หรอื ท้ังจาํ ท้งั ปรับ

ถาความผิดตามวรรคหนึ่งไดกระทําแกที่ดินซึ่งเปนสาธารณสมบัติของแผนดินที่ประชาชนใชรวมกัน
หรือที่ใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหน่ึงหมื่นบาท
หรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรบั

ถาความผิดตามวรรคสองไดกระทําเปนเน้ือที่เกินกวาหาสิบไร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือ
ปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับในกรณีท่ีมีคําพิพากษาวาผูใดกระทําความผิดตามมาตราน้ีศาลมี
อํานาจสัง่ ในคาํ พิพากษาใหผูกระทําความผิด คนงาน ผูรับจาง ผูแทน และบริวารของผูกระทําความผิดออกไปจาก
ที่ดินนั้นดวย บรรดาเครื่องมือ เคร่ืองใช สัตวพาหนะ ยานพาหนะ หรือเคร่ืองจักรกลใดๆ ซ่ึงบุคคลไดใชในการ
กระทาํ ความผดิ หรือไดใชเปนอุปกรณใหไดรับผลในการกระทําความผิดดังกลาว ใหริบเสียท้ังส้ิน ไมวาจะมีผูถูก
ลงโทษตามคําพพิ ากษาหรอื ไม

มาตรา ๑๐๘ ตรี ผูใดขัดขวางหรือไมใหความสะดวกตอพนักงานเจาหนาท่ีซึ่งปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา
๖๖ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเกินหนง่ึ พันบาท"

…………………………………………………………………………………………………………

50 บทที่ 3 การคมุ ครองทส่ี าธารณประโยชน

กรมสง เสริมการปกครองทองถ่ิน กระทรวงมหาดไทย

(1) การดําเนินการกับผูบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งไดฝาฝนกอนใชประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 96
(ใชบงั คับ 4 มีนาคม 2525)

การดําเนินการกับผูฝาฝนตามมาตรา 9 ในกรณีน้ีพนักงานเจาหนาท่ีจะตองปฏิบัติให
เปน ไปตามมาตรา 108 ซ่งึ มขี ้นั ตอนดงั นี้

ขั้นตอนท่ี 1 พนักงานเจาหนาที่จะตองมีหนังสือแจงไปยังผูฝาฝนใหปฏิบัติใหเปนไป
ตามมาตรา 108 ซึง่ มีขัน้ ตอนดังนี้

1.1 กรณีที่ที่ดินท่ีมีการบุกรุกเปนท่ีดินที่สงวนหรือหวงหามไวเพื่อใชประโยชนของ
ทางราชการเม่ือทบวงการเมืองซึ่งมีหนาที่ดูแลรักษาหรือใชประโยชนรองขอตามระเบียบนี้ให
พนักงานเจา หนาทแ่ี จงใหผฝู า ฝนทราบเพ่อื ปฏิบัติการอยางหน่ึงอยา งใดดังตอ ไปนี้

ก. ใหมาจัดการทําบันทึกไวเปนหลักฐานตอทางราชการภายในเวลาท่ีกําหนดวา
ไดครอบครองและทําประโยชนอยูในที่ดินเปนเนื้อที่เทาใด ตั้งแตเม่ือใด และจะออกไปจากที่ดิน
ไดเมอ่ื ใด

ข. ใหมาทําความตกลงเพ่ือเสียคาตอบแทนตามอัตราและเวลาท่ีทางราชการ
กําหนดให

ค. เมื่อมีความจําเปนอาจส่ังใหผูฝาฝนและบริวารออกไปจากท่ีดินหรือร้ือถอน
สิ่งปลูกสรางออกไปจากที่ดนิ ดว ยกไ็ ด

1.2 กรณีท่ีที่ดินท่ีมีการบุกรุกเปนท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินที่ประชาชน
ใชประโยชนรวมกนั ตามระเบียบนี้ ใหอ าํ นาจพนกั งานเจาหนาที่ มีคําสง่ั ใหผฝู าฝนออกไปจากทด่ี นิ
เวนแตกรณีที่มีเหตุผลและความจําเปนพิเศษ และไมเปนการกระทําใหเสื่อมประโยชนในการท่ี
ประชาชนจะใชท่ีดินน้ัน พนักงานเจาหนาท่ีจะผอนผันใหอยูอาศัยหรือใชประโยชนเปนการ
ชวั่ คราวโดยเสยี คา ตอบแทนหรอื ไมกไ็ ด

1.3 กรณีที่ท่ีดินท่ีมีการบุกรุกเปนที่ดินที่ทางราชการมีโครงการจะจัดใหประชาชนเขา
อยูอาศัย และประกอบอาชีพ พนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจแจงใหผูฝาฝนไปติดตอกับเจาหนาท่ีผูมี
หนาที่ในการจัดท่ีดินเพื่อขอรับคําวินิจฉัยเก่ียวกับสิทธิในที่ดินและเพ่ือปฏิบัติตามระเบียบ
ขอ บังคับ ขอกําหนดและเง่ือนไขในการจัดที่ดนิ ตามโครงการจดั ทด่ี ินนั้นตอ ไป

บทท่ี 3 การคมุ ครองทสี่ าธารณประโยชน 51

มาตรฐานการดูแลรักษาทส่ี าธารณประโยชน

1.4 กรณีที่ดินมีการบุกรุกเปนท่ีดินท่ีมีทรัพยากรธรรมชาติ เปนตนวา ที่หิน ท่ีกรวด
หรือท่ีทราย ไมวาที่ดินนั้น รัฐมนตรีจะไดประกาศหวงหามไวในมาตรา 9 (2) แหงประมวลกฎหมาย
ที่ดินแลวหรือไมก็ตามถามีผูฝาฝนเขาไปทําดวยประการใดๆ ใหเปนการทําลายหรือทําให
เสื่อมสภาพ หรือเปนอันตรายแกทรัพยากรในท่ีดินตามระเบียบนี้ ใหอํานาจพนักงานเจาหนาท่ีท่ี
จะแจงผูบุกรุกใหระงับการกระทําหรือสั่งใหออกไปจากท่ีดินน้ันและถาการกระทํานั้นกอใหเกิด
ความเสยี หายแกสาธารณชนก็มอี าํ นาจใหผ ูฝ าฝน แกไ ขการกระทํานั้นใหกลบั คืนสสู ภาพเดิมดวย

การแจงของพนักงานเจาหนาที่หรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาท่ี
ใหแ จงเปน หนังสือมสี าระสาํ คญั ดงั ตอไปนี้

(1) ชอื่ และชอื่ สกุลของผูฝ า ฝน
(2) ตาํ แหนง ท่ีดินทเ่ี ขา ไปบกุ รุก ยึดถอื ครอบครอง หรอื ใชป ระโยชน
(3) กําหนดวิธีการ เงอ่ื นไข และระยะเวลาทจ่ี ะใหผ ฝู า ฝนปฏิบัติ
ขน้ั ตอนที่ 2 ถาผูฝาฝนเพิกเฉยหรือไมปฏิบัติใหถูกตองตามระเบียบใหพนักงาน
เจาหนาท่ีมีคําส่ังเปนหนังสือใหผูฝาฝนออกไปจากท่ีดินและหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสรางในท่ีดิน
ออกไปจากทด่ี ินภายในระยะเวลาที่กาํ หนดคอื
(1) ในกรณีที่ผูฝาฝนไดเขาบุกรุก ยึดถือครอบครองไดปลูกไมลมลุกหรือธัญชาติไวให
กําหนดเวลาแจงใหออกไปจากที่ดินน้ันไมนอยกวา 30 วัน หลังจากการเก็บเก่ียวพืชผลในท่ีดินนั้น
เสร็จแลว
(2) ในกรณีเปนการบุกรุก ยึดถือครอบครองตามขอ 1.4 ใหแจงใหออกจากที่ดินท่ีบุกรุก
หรือแจง ใหร ้อื ถอนสงิ่ ปลูกสรางโดยเร็ว แตต องไมนอ ยกวา 7 วัน นับแตวันท่ไี ดร บั หนงั สือแจง
(3) การบุกรุกยึดถือครอบครองในกรณีอ่ืนนอกจาก (1) และ (2) ใหแจงใหออกไปจาก
ท่ีดนิ น้ันภายในกาํ หนดท่แี จง แตต อ งไมน อ ยกวา 90 วนั นบั แตว นั ทไี่ ดร ับหนงั สือแจง

การสงหนงั สือแจง ใหสงโดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรบั เวนแตทองท่ีใดไมสะดวก
ในการสงทางไปรษณียตอบรับ ก็ใหจัดเจาหนาที่นําไปสง และในกรณีที่ใหเจาหนาที่นําไปสง
ใหปฏิบัติ ดงั น้ี

(1) ใหผูฝาฝนหรือผูที่บรรลุนิติภาวะแลว ซ่ึงอยูอาศัยในครอบครัวเดียวกันกับผูฝาฝนน้ัน
ลงชอื่ รบั หนงั สอื ในใบรับ แลวเกบ็ เขา เรือ่ งไวเ ปน หลักฐาน

52 บทที่ 3 การคมุ ครองทส่ี าธารณประโยชน

กรมสงเสรมิ การปกครองทอ งถนิ่ กระทรวงมหาดไทย

(2) ในกรณีท่ีบุคคลดังกลาวตาม (1) ไมยอมลงช่ือ ใหเจาหนาท่ีผูนําสงหนังสือแจง
บันทึกเหตุการณและเหตุผลในการไมยอมรับหนังสือแจงไว และใหมีพยานอยางนอย 2 คน ลงช่ือ
รับรองไวในบันทึกนั้นดวยเมื่อผูนําสงหนังสือแจงไดปฏิบัติการดังกลาวน้ันแลว ใหถือวาผูฝาฝน
ไดร บั หนังสือแจง แลว

ผูฝาฝนผูใดมีความจําเปนไมอาจจะปฏิบัติตามหนังสือแจงของพนักงานเจาหนาที่ไดให
ยื่นคํารองขอผอนผันลวงหนาไมนอยกวาสามสิบวัน กอนครบกําหนดระยะเวลาตามท่ีกําหนดไว
ถาพนักงานเจาหนาที่หรือผูที่ไดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาที่เห็นสมควร ก็ใหมีอํานาจ
ผอนผนั ไดต ามความจาํ เปน แลวแตกรณี

ขน้ั ตอนท่ี 3 ในกรณที ่ผี ูฝ า ฝน ไมป ฏบิ ัติตามหนังสือแจงโดยไมยอมออกจากท่ีดินหรือไม
ยอมร้ือถอนใหพนักงานเจาหนาท่ีหรือผูซ่ึงไดรับมอบหมายจากพนักงานเจาหนาที่มีคําส่ังเปน
หนังสือสงไปยังผูฝาฝนและกําหนดใหผูฝาฝนออกไปจากท่ีดินน้ันภายในกําหนดสามสิบวัน นับ
แตว ันไดร ับคาํ สง่ั ของพนกั งานเจาหนาทห่ี ากผูน น้ั ยงั ฝาฝน อยูอีก ใหดาํ เนินคดีตอไป

ฉะน้ัน จะเห็นไดวา เม่ือปรากฏวาราษฎรไดบุกรุกท่ีดินของรัฐกอนวันท่ีประกาศของ
คณะปฏวิ ัตฉิ บบั ที่ 96 ลงวนั ท่ี 29 กุมภาพันธ 2515 พนักงานเจาหนาที่ไมมีอํานาจที่จะดําเนินคดีกับ
ผูบุกรกุ ไดทนั ทีที่มีการบกุ รุก จะตอ งมีคาํ สั่งใหผ ูบุกรกุ ออกไปจากทีด่ นิ ที่บุกรุกเสียกอ น เมอ่ื ไดรับแจง
ไปแลวผูบกุ รุกไมปฏบิ ัติตาม จงึ จะถือวาผูบุกรุกมีความผิดตามมาตรา 108 ทวิ ในเรื่องนี้มีคําพิพากษา
ฎีกาที่ 2469 / 2520 วินิจฉัยวา “จําเลยเขาไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐมาต้ังแตกอนมีประกาศ
ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ออกใชบังคับ เมื่อไมปรากฏวานายอําเภอหรือคณะกรรมการจัดที่ดิน
เพ่ือประโยชนของประชาชนไดเคยแจงใหจําเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสรางออกไปแลวยอมจะเอาผิดแก
จําเลยตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ มาตรา 9 และ 108 ทวิ ไมได”

(2) การดําเนินการกับผูบุกรุกที่ดินของรัฐ ภายหลังวันใชประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท่ี 96
(พ.ศ.2515)

บุคคลที่ฝาฝนมาตรา 9 ภายหลังวันใชประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 (พ.ศ. 2515)
ถือวาผูนั้นเปนผูบุกรุกที่ดินของรัฐ ยอมมีความผิดตามมาตรา 108 ทวิ พนักงานเจาหนาที่ยอม
มีอํานาจดําเนินการฟองรองตอศาลและถูกลงโทษไดทันที มาตรา 108 ทวิ ไมไดมีบทบัญญัติ

บทที่ 3 การคุม ครองทส่ี าธารณประโยชน 53

มาตรฐานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน

เหมือนมาตรา 108 ที่ใชกับผบู ุกรกุ ทีด่ นิ ของรัฐกอนวันใชประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบับท่ี 96 ทใี่ หม ี
การแจงใหผ บู กุ รกุ ออกไปจากที่ดนิ กอนที่จะฟอ งรอ งดาํ เนนิ คดี

จากมาตรา 108 และมาตรา 108 ทวิ ดังกลาว จะเห็นไดวา กฎหมายกําหนดวิธีดําเนินการ
แกผูบุกรุกท่ีดินของรัฐไวแตกตางกัน กลาวคือ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 108 เดิมบัญญัติให
ผูบุกรุกที่ดินของรัฐมีความผิดตองถูกลงโทษ ตอมาเน่ืองจากมีผูบุกรุกที่ดินของรัฐเปนจํานวนมาก
จนยากตอการท่ีจะใหราษฎรออกจากท่ีดินที่บุกรุกรัฐจึงไดตราประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96
(พ.ศ. 2515) แกไขมาตรา 108 ใหมและบัญญัติมาตรา 108 ทวิ ขึ้นมาใหม โดยมีวัตถุประสงคที่จะ
ชวยเหลือ ผูบุกรุกที่ดินเดิมกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 (พ.ศ. 2515) จะใชบังคับ
ใหไมมีความผิดในการบุกรุกที่ดินของรัฐ เมื่อไดปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการจัดท่ีดิน
แหง ชาติกําหนดไว เชน ใหผ ูบกุ รกุ อยอู าศัยไปโดยเสียคาตอบแทน ถาไมปฏิบัติหรือฝาฝนจึงจะถือ
วามีความผิด สวนการบุกรุกที่ดินของรัฐที่เกิดขึ้นหลังการประกาศใชประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบบั ท่ี 96 (พ.ศ. 2515) เปนการบกุ รกุ ที่เกิดขึ้นใหมรัฐจะไมใหความชวยเหลืออีกแลว โดยใหถือวา
ผบู กุ รกุ ทด่ี นิ ของรัฐมีความผิดทนั ทีทมี่ ีการบุกรกุ

54 บทท่ี 3 การคมุ ครองทส่ี าธารณประโยชน

กรมสงเสรมิ การปกครองทองถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

บทที่ 4

การขอใชท่ีสาธารณประโยชน

1. การขอใชท ี่สาธารณประโยชน

การขอใชท่ีดินสาธารณสมบัติของแผนดิน หมายถึง การท่ีทบวงการเมืองขอเขาใช
ประโยชนในท่ีดินสาธารณสมบัติของแผนดิน เพ่ือประโยชนในราชการเทานั้น โดยมีแนวทางใน
การดําเนนิ การ ดงั น้ี

1. กรณที ดี่ นิ สาธารณประโยชน
1) ผขู อใชต องเปน สว นราชการที่เปนทบวงการเมือง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
หมายถึง สวนราชการท่ีมีฐานะเปนนิติบุคคลของราชการสวนกลาง ราชการ
สวนภูมภิ าค หรือราชการสวนทอ งถ่ิน
2) ตองระบุกิจกรรมท่ีขอใช เพ่ือประโยชนในราชการเทานั้น เชน การกอสราง
อาคารหอประชุม อาคารสาํ นกั งาน โรงพยาบาล หรือสถานอี นามยั ฯลฯ
3) ผูขอใชแจงความประสงคตอกระทรวงมหาดไทย กรมท่ีดิน หรือจังหวัด
ทองที่
4) จังหวัดดําเนินการสอบสวน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวย
หลักเกณฑ และวิธีการอนุญาตใหทบวงการเมืองใชท่ีดินของรัฐเพื่อ
ประโยชนในราชการ ตามประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ. 2541

2. กรณที ี่ดินรกรางวางเปลา
1) ผขู อใชตองเปน สว นราชการที่เปนทบวงการเมือง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
หมายถึง สวนราชการที่มีฐานะเปนนิติบุคคลของราชการสวนกลาง ราชการ
สวนภมู ิภาค หรือราชการสวนทอ งถน่ิ
2) ตองระบุกิจกรรมท่ีขอใช เพื่อประโยชนในราชการเทานั้น เชนการกอสราง
อาคารหอประชมุ อาคารสาํ นักงาน โรงพยาบาล หรือสถานอี นามัย ฯลฯ

บทที่ 4 การขอใชที่สาธารณะ 55

มาตรฐานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน

3) ผูขอใชแจงความประสงคตอกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย หรือจังหวัด
ทองท่ี

4) จังหวัดดําเนินการสอบสวน และนําที่ดินดังกลาวมาขึ้นทะเบียน (หนังสือ
สําคัญสําหรับท่ีหลวง) กอนดําเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
วาดวยหลักเกณฑ และวิธีการอนุญาตในทบวงการเมืองใชที่ดินของรัฐเพ่ือ
ประโยชนในราชการตามประมวลกฎหมายท่ดี นิ พ.ศ. 2541

ในกรณีที่ดินสาธารณประโยชนสําหรับพลเมืองใชรวมกัน เชน ท่ีชายตลิ่ง ทางบก
ทางนํ้า หนองน้ํา ที่เล้ียงปศุสัตว ปาชาหมูบาน ท่ีสาธารณะประจําตําบล และหมูบาน ฯลฯ ท่ีไมมี
การกอสรางถาวรวัตถุ การขอใชของทบวงการเมือง อํานาจการพิจารณาอนุญาต เปนอํานาจของ
นายอําเภอทอ งที่ ตามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครองทองท่ีพระพุทธศกั ราช 2457

56 บทท่ี 4 การขอใชท่ีสาธารณะ

กรมสง เสริมการปกครองทองถนิ่ กระทรวงมหาดไทย

แผนภมู ขิ ั้นตอนการขอใชท ีส่ าธารณประโยชนของแผน ดนิ สาํ หรบั พลเมอื งใชร ว มกนั

ทบวงการเมืองท่ีขอใช และมีงบประมาณพรอ มที่จะดาํ เนนิ การ

กรณีทด่ี นิ สาธารณประโยชน (มี นสล.) กรณที ด่ี นิ รกรา งวางเปลา (ไมม ี นสล.)

สว นราชการท่มี สี ิทธขิ อใช สวนราชการท่มี สี ทิ ธขิ อใช
ตอ งเปน ทบวงการเมอื ง ตอ งเปนทบวงการเมอื ง

กิจกรรมท่ีขอใช กิจกรรมทขี่ อใช
ตอ งเพื่อประโยชนใ นราชการเทานน้ั ตองเพื่อประโยชนใ นราชการเทานนั้

วิธีการขอใช วธิ ีการขอใช
ตอ งแจงความประสงคตอ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย หรอื ตอ งแจง ความประสงคต อ กรมทดี่ ิน กระทรวงมหาดไทย
จังหวัดทอ งท่ี โดยระบุ หรือจังหวัดทองที่ โดยระบุ
- สถานที่ขอใช (ตาํ บล อําเภอ จังหวัด) - สถานท่ขี อใช (ตําบล อําเภอ จงั หวดั )
- ขอบเขตเนอ้ื ที่ แผนที่ - ขอบเขตเนอ้ื ที่ แผนที่
- วตั ถุประสงค โครงการ แผนงาน - วตั ถปุ ระสงค โครงการ แผนงาน
- แผนผงั แสดงการใชท ่ีดิน และงบประมาณกอสราง - แผนผังแสดงการใชท ี่ดิน และงบประมาณกอ สรา ง

ข้ันตอนการสอบสวน ข้ันตอนการสอบสวน
จังหวดั ดําเนินการตามระเบยี กระทรวงมหาดไทยวาดว ย จังหวัดดาํ เนนิ การตามระเบียกระทรวงมหาดไทยวาดว ย
หลกั เกณฑและวิธีการอนุญาตใหทบวงการเมืองใชท ด่ี ินรัฐ หลักเกณฑแ ละวิธีการอนญุ าตใหทบวงการเมืองใชท ี่ดนิ รัฐ
เพือ่ ประโยชนในราชการตามประมวลกฎหมายท่ดี ิน เพอ่ื ประโยชนใ นราชการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.
พ.ศ. 2541 2541 แตต อ งนาํ ทีด่ ินข้ึนทะเบยี น นสล.กอ นจงึ ดําเนนิ การได

ขนึ้ ตอนการพจิ ารณาและอนมุ ตั ิ ขน้ึ ตอนการพจิ ารณาและอนุมตั ิ
โดยกรมที่ดนิ พิจารณาวา โดยกรมทด่ี ินพจิ ารณาวา
- ท่ดี ินอยูใ นหลักเกณฑห รอื ไม - ทด่ี นิ อยใู นหลักเกณฑห รือไม
- ความจําเปน แกการใชประโยชนใ นราชการของทบวง - ความจําเปน แกก ารใชป ระโยชนในราชการของทบวง
การเมอื งน้นั สมควรหรือไม การเมอื งนนั้ สมควรหรือไม
- ไดรบั งบประมาณพรอ มทจี่ ะดําเนินการแลวหรือไม - ไดร บั งบประมาณพรอมท่จี ะดาํ เนนิ การแลว หรอื ไม
หากไมมขี อขัดของ เสนอปลดั กระทรวงมหาดไทยอนมุ ตั ิ หากไมม ขี อขัดขอ ง เสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยอนุมตั ิ
และแจงกลับไปยังทบวงการเมอื งและจังหวัดทราบ และแจง กลับไปยังทบวงการเมอื งและจงั หวดั ทราบ

บทท่ี 4 การขอใชท ี่สาธารณะ 57

มาตรฐานการดแู ลรักษาท่สี าธารณประโยชน

การขอใชที่สาธารณประโยชนจะตองเปนไป เพ่ือประโยชนของราชการเทาน้ัน ตาม
วัตถุประสงคของ “ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอัน
เปน สาธารณสมบตั ขิ องแผน ดิน พ.ศ. 2544”

รายละเอียดขัน้ ตอนการปฏิบตั งิ านในแผนภูมิ มดี งั น้ี

1.1 กรณที ี่ดินสาธารณประโยชน
(1) สวนราชการทีม่ สี ทิ ธขิ อใช
จะตองเปนทบวงการเมือง ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน หมายถึง เปนหนวยงาน

ราชการที่มีฐานะเปนนิติบุคคลของราชการสวนกลาง ราชการสวนภูมิภาค หรือราชการสวน
ทอ งถ่นิ

(2) กจิ กรรมทส่ี ามารถขอใช
ตองขอใชเพ่ือประโยชนในราชการเทาน้ัน เชน ขอใชเพ่ือสรางโรงพยาบาล

หรอื สถานอี นามัย หรือทที่ ําการของสว นราชการหรอื โรงเรยี น หรอื ที่ทาํ การของสว นราชการ
(3) วธิ ีการขอใช
ผูขอใชซึ่งเปนทบวงการเมืองตองแจงความประสงคขอใชตอกระทรวงมหาดไทย

กรมท่ีดินหรือจังหวัดทองที่ โดยระบุสถานท่ีขอใช (ตําบล อําเภอ จังหวัด) และตองแนบเอกสาร
ดงั นี้

ก. โครงการ แผนงานและวตั ถปุ ระสงคในการขอใชท ี่ดิน
ข. แผนผังการใชที่ดิน แสดงรายละเอียด ประเภท จํานวน ขนาด กวาง ยาว

ของสง่ิ กอ สรา ง
ค. ระบุตําแหนงที่ดินที่ขอใช ทํารูปแผนท่ีแสดงขอบเขตเนื้อที่ของที่ดิน

ท้งั หมด และระบุสวนท่ีขอใชใ หชัดเจน
ง. เหตุผล ความจําเปนท่ีขอใช และรายละเอียดของงบประมาณที่ไดรับ

อนมุ ัติ
(4) ขัน้ ตอนการสอบสวน

ก. เม่ือผูขอแจงความประสงคขอใชแลว จังหวัดตองดําเนินการสอบสวน
ขอเทจ็ จรงิ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วา ดวยหลักเกณฑแ ละวธิ กี ารอนญุ าตใหทบวงการเมอื ง

58 บทที่ 4 การขอใชทีส่ าธารณะ

กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

ใชที่ดินของรัฐเพ่ือประโยชนในราชการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2541 ขอ 8 และที่ดิน
สาธารณประโยชนตอ งอยใู นหลักเกณฑท ี่จะถอนสภาพตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 วรรคสอง
ดังนี้

1) สอบสวนความเปน มาของที่ดินวา ไดสงวนหวงหามไวเม่ือใด ผูใด
ประกาศสงวนหวงหามอาศยั กฎหมายใด มหี ลกั ฐานหรอื ไม ราษฎรไดใ ชป ระโยชนร วมกนั อยา งใด
ต้ังแตเมื่อใด ปจจุบันยังใชประโยชนรวมกันหรือเลิกใชแลว ถาเลิกใชไดเลิกใชต้ังแตเม่ือใด เพราะ
เหตใุ ด ถา ยังไมไ ดเ ลกิ ใชจะมที ี่ดนิ แปลงอ่ืนใหใชแ ทนหรอื ไม

หากที่ดินที่ขอเปนหนอง บึง ใหสอบสวนวา มีสภาพตื้นเขินหรือไม
การตื้นเขินเกิดจากสาเหตุใดและสามารถปรับปรุงพัฒนาใหเปนแหลงนํ้าตามธรรมชาติไดหรือไม
เพยี งใด

2) สวนราชการผขู อใช ขอใชม กี ําหนดเวลาหรอื ไม
3) ขอความเห็นจากหนวยงานที่มีหนาที่ดูแลรักษาท่ีดิน (ที่ดินอําเภอ
เทศบาล องคก ารบรหิ ารสวนตําบล) วา จะขัดขอ งอยา งไร หรอื ไม และมคี วามเห็นอยางไร
4) ขอความเห็นของนายอาํ เภอในฐานะผดู ูแลรักษาทดี่ นิ สาธารณประโยชน
ตามพระราชบัญญัตลิ ักษณะปกครองทอ งท่พี ุทธศกั ราช 2457 มาตรา 122
5) ใหจัดทําแผนท่ีแสดงเขตท่ีขอใชโดยมีมาตราสวน แสดงเน้ือที่
ขา งเคียงและสภาพท่ดี ินทีจ่ ะขอใชทั้งแปลง หรือบางสวน
ข. หลักเกณฑการพิจารณาเกี่ยวกับจํานวนเนื้อท่ีที่ขอใช หากตองใชที่ดิน
เกินกวาท่ีกําหนดหรือใชประโยชนอยางอื่น นอกเหนือจากท่ีระบุ ใหจังหวัดแตงตั้งคณะกรรมการ
เพื่อรวมตรวจสอบพจิ ารณาวา สมควรใหใ ชมากนอ ยเพียงใด
ค. เม่ือจังหวัดดําเนินการแลว ตองสรุปสํานวนการสอบสวนพรอม
หลักฐานเอกสารตางๆท่ีเกี่ยวของ และความเห็นของจังหวัดวาควรอนุมัติหรือไม สงไปใหกรม
ที่ดนิ ดําเนินการตอ ไป
(5) ข้ันพจิ ารณาและอนุมัติ
ก. กรมท่ีดินซึ่งพิจารณาเน้ือที่ท่ีขอใชเหมาะสมกับโครงการและแผนผัง
แสดงรายละเอียดการใชที่ดินหรือไม มีความเห็นหนวยงานที่เกี่ยวของครบถวนหรือไม กอน
นาํ เสนอกระทรวงมหาดไทยเปน ผูอนมุ ัติใหใชทส่ี าธารณะประโยชน

บทท่ี 4 การขอใชที่สาธารณะ 59

มาตรฐานการดแู ลรกั ษาทีส่ าธารณประโยชน

ข. เมื่อกระทรวงมหาดไทย พิจารณาอนุมัติใหสวนราชการผูขอใชที่ดิน
สาธารณประโยชนดังกลาวแลว กรมที่ดินจะตองแจงผูขอใชทราบ และแจงจังหวัดทองที่
ดาํ เนนิ การถอนสภาพตามมาตรา 8 วรรคสอง (1) แหงประมวลกฎหมายท่ดี ินตอ ไป

สําหรับกรณีที่ดินสาธารณประโยชนท่ีขอใชอยูในเขตปฏิรูปที่ดินและราษฎร
ไดเลิกใชประโยชนรวมกันทําใหท่ีดินดังกลาวถูกถอนสภาพโดยผลของพระราชกฤษฎีกากําหนด
เขตปฏิรูปท่ีดิน จะเปนอํานาจหนาที่ของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ท่ีจะ
อนุญาตการขอใช แตถาหาก ส.ป.ก. ไมมีความประสงคท่ีจะนําที่ดินไปปฏิรูปท่ีดิน กระทรวงมหาดไทย
สามารถทีจ่ ะอนุมัตใิ หสว นราชการผูขอใชใชป ระโยชนห รอื ดาํ เนินการข้ึนทะเบียนใหสวนราชการ
ผขู อใชประโยชนราชการได แตจะตองไดรับหนังสือยืนยันจาก ส.ป.ก. วาไมประสงคท่ีจะนําที่ดิน
ดังกลาวไปปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งข้ันตอนการดําเนินการเชนเดียวกับการขอใชที่ดิน
สาธารณประโยชน

1.2 กรณีทีด่ ินรกรางวางเปลา
(1) สวนราชการทม่ี ีสิทธิขอใช
จะตองเปนทบวงการเมือง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน หมายถึง เปนหนวยงาน

ราชการท่ีมฐี านะเปน นติ ิบุคคลของราชการสวนกลาง ราชการสว นภูมภิ าค หรือราชการสวนทอ งถนิ่
(2) กจิ กรรมท่ีขอใช
ตองขอใชเพื่อประโยชนในราชการเทาน้ัน เชน ขอใชเพื่อสรางโรงพยาบาล

หรอื สถานอี นามยั หรือทที่ าํ การของสว นราชการหรือโรงเรียน หรอื ทีท่ ําการของสวนราชการ
(3) วิธกี ารขอใช
ผูขอใชซ่ึงเปนทบวงการเมืองตองแจงความประสงคขอใชตอกรมท่ีดิน

กระทรวงมหาดไทย หรือจังหวัดทองท่ี โดยระบุสถานท่ีขอใช (ตําบล อําเภอ จังหวัด) และตอง
แนบเอกสารดังนี้

ก. โครงการ แผนงานและวตั ถุประสงคในการขอใชที่ดนิ
ข. แผนผังการใชที่ดิน แสดงรายละเอียด ประเภท จํานวน ขนาด กวาง ยาว

ของสิ่งกอสรา ง
ค. ระบุตําแหนงท่ีดินท่ีขอใช ทํารูปแผนท่ีแสดงขอบเขตเนื้อท่ีของท่ีดิน

ท้ังหมด และระบสุ ว นทีข่ อใชใ หช ัดเจน

60 บทท่ี 4 การขอใชทีส่ าธารณะ

กรมสงเสริมการปกครองทอ งถนิ่ กระทรวงมหาดไทย

ง. เหตุผล ความจําเปนที่ของใช และรายละเอียดของงบประมาณที่ไดรับ
อนุมัติ

(4) ข้ันตอนการสอบสวน
(1) การดําเนินการของจังหวัดในกรณีที่ดินรกรางวางเปลา จะตองดําเนินการ

เชนเดียวกับการนําที่ดินขอขึ้นทะเบียน ตามมาตรา 8 ทวิ แหงประมวลกฎหมายท่ีดินโดยปฏิบัติ
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหลักเกณฑและวิธีการอนุญาตใหทบวงการเมืองใชที่ดิน
ของรัฐ เพ่อื ประโยชนใ นราชการตามประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2541

ก. สอบสวนขอเท็จจริงถึงสภาพท่ีดิน วาอยูในหลักเกณฑตามมาตรา
8 ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน กลาวคือ ตองเปนท่ีดินซึ่งไมมีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง มี
ประวตั ิความเปน มาอยางไรที่ตงั้ และเนอื้ ท่ที ี่ดนิ แปลงน้นั โดยละเอียด

ข. ตรวจสอบ ทดี่ นิ ดังกลาว อยูในเขตซ่ึงคณะกรรมการสํารวจจําแนก
ประเภทท่ีดินประกาศเปนเขตปาไมถาวรหรือไม มีผูครอบครองทําประโยชนอยางใด ในบริเวณ
ท่ีดินตอนใด ชอบดวยกฎหมายหรือไม แสดงใหปรากฏในแผนที่ดวย และประสานงานกับหนวย
ทหารซึง่ รบั ผดิ ชอบพืน้ ท่ี เพ่ือพจิ ารณาวาขัดของในดานยุทธศาสตร หรือไม

ค. ประสานงานกบั สาํ นกั งานผังเมืองจังหวัด หรือหนวยงานผังเมืองที่
รบั ผดิ ชอบพ้นื ที่เพอ่ื พจิ ารณาใหความเหน็ ดา นผังเมอื ง

(2) หลักเกณฑการพิจารณาเกี่ยวกับจํานวนเนื้อท่ีท่ีขอใช หากตองใชที่ดิน
เกินกวาท่ีกําหนดหรือใชประโยชนอยางอื่นนอกเหนือจากท่ีระบุ ใหจังหวัดแตงตั้งคณะกรรมการ
เพ่ือรวมตรวจสอบวาสมควรใหใชมากนอยเพียงใด

(3) สรุปขอเท็จจริงเสนอความเห็น สงเอกสารท่ีเก่ียวของไปกรมท่ีดินเพื่อ
พิจารณา

(5) ข้ันพจิ ารณาและอนุมตั ิ
กรมท่ีดินจะพิจารณาวาท่ีดินนั้นอยูในหลักเกณฑหรือไมจังหวัดดําเนินการ

ครบถวนตามระเบียบหรือไม ความจําเปนแกการใชประโยชนในราชการของทบวงการเมืองนั้น
สมควรหรือไม และไดรับงบประมาณพรอมท่ีจะดําเนินการแลวหรือยัง เม่ือไดรับอนุมัติแลว กรม
ที่ดิน จะแจงใหทบวงการเมืองผูขอ และจังหวัดทราบ และดําเนินการข้ึนทะเบียนท่ีสาธารณประโยชน
ตอ ไป

บทท่ี 4 การขอใชท ่ีสาธารณะ 61

มาตรฐานการดูแลรกั ษาทส่ี าธารณประโยชน

2. ขน้ั ตอนการรบั คํารองการขอใชท่สี าธารณประโยชน และเรือ่ งอนื่ ๆ

เม่ือทบวงการเมือง หนวยงานเอกชน ประชาชน หรือองคกรปกครองสวนทองถิ่น
มีความประสงคใชพื้นที่สาธารณประโยชน เพื่อจัดกิจกรรมตางๆ เชน ทุงเล้ียงสัตว เวทีแสดง
การละเลน งานประเพณี ทําส่งิ ปลกู สรา งเพอ่ื การสาธารณะ หรอื ใชประโยชนอยางหนง่ึ อยา งใดๆ

ใหยื่นคํารองตอ นายอําเภอ โดยทําเปนหนังสือแสดงความจํานงในการขอใชท่ี
สาธารณประโยชน ควรระบถุ ึงหวั ขอ ดังตอ ไปน้ี

1) เรือ่ งท่ยี นื่ ขออนุมตั ิ/อนญุ าต หรือ คาํ รองอื่นๆ เชน การบุกรกุ ทส่ี าธารณประโยชน
2) วัตถุประสงคการใชงาน/จัดกิจกรรม และรูปแบบการจัดงาน รายละเอียดการใช

งานพน้ื ที่
3) ระยะเวลาการใชง าน
4) ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาความสะอาด ความเรียบรอย ระหวางการใชงาน

จนกระท่ังสน้ิ สุดการใชงาน
5) ตวั แทน ผปู ระสานงาน หรอื ผรู ับผิดชอบการใชพ ้นื ท่ี

แผนภมู ิการยนื่ จดหมายคาํ รอ งและการตรวจสอบเอกสาร

ผูขอใชท ําคํา องคก รปกครองสวนทองถ่นิ อาจจะชวย ตรวจสอบความ ผขู อใช
รองการขอใช เรียบรอยเบอื้ งตน ของคํารอ ง และเอกสารประกอบ ยื่นคาํ รอ งตอ
ที่สาธารณ 1) เรอ่ื งทีย่ นื่ คํารองถกู ตอ งหรือไม นายอาํ เภอเพ่ือ
ประโยชน 2) วัตถุประสงคการขอใช หรอื การยน่ื คาํ รอ ง ดาํ เนนิ การอนุมัติ/
และ 3) รายละเอียดขอใชเพ่ือสาธารณประโยชน อนญุ าตหรือ สงตอ
เร่ืองอนื่ ๆ 4) ระยะเวลาในการขอใช ไปยงั หนว ยงานอนื่
5) วิธีการดแู ลความสะอาดของพน้ื ท่ี เสนอความเห็น
ประกอบการอนุญาต

62 บทที่ 4 การขอใชท ี่สาธารณะ

กรมสงเสรมิ การปกครองทอ งถ่ิน กระทรวงมหาดไทย

ตัวอยาง จดหมายแสดงเจตจํานงการขอใชท ่สี าธารณประโยชนตอนายอําเภอ

ตัวอยาง

ที่อยู............................................................................
วนั ที่..........เดอื น.................................พ.ศ. .................

เรือ่ ง ขอใชท ี่สาธารณประโยชนเ พ่อื ...............................................
เรียน นายอําเภอ

ขาพเจา..........................................................................อาย.ุ ..........ป สญั ชาต.ิ ..............................................
อยูบ านเลขที.่ ..............หมทู ่ี.............ซอย..................ถนน...................................ตาํ บล/แขวง........................................
อําเภอ/เขต.......................................................................จังหวดั ............................................รหัสไปรษณยี ..................
โทรศพั ท. ...................................โทรสาร.................................ยน่ื คํารอ งตอ.................................................ดงั ตอไปนี้
(๑) มคี วามประสงคในการใชท ่ีสาธารณประโยชนดงั น้.ี ...............................................................................................

................................................................................................................................................................................
(๒) การขอใชงาน และพ้นื ทท่ี ่ีใชง าน...........................................................................................................................

...............................................................................................................................................................................
(๓) ระยะเวลาการใชงานต้ังแตวนั ที่..............................................ถงึ วันท่ี....................................................................
(๔) ตวั แทน ผูประสานงาน หรือ ผรู ับผิดชอบในการใชพนื้ ที.่ ......................................................................................

จึงเรียนมาเพือ่ โปรดพิจารณา และอนมุ ัติ

ขอแสดงความนับถอื

...............................................
(................................................)

บทที่ 4 การขอใชที่สาธารณะ 63

มาตรฐานการดแู ลรกั ษาทส่ี าธารณประโยชน

3. การดาํ เนนิ การเมื่อยืน่ คาํ รองเรือ่ งที่สาธารณประโยชนตอนายอาํ เภอ

ในการยื่นคํารองตอนายอําเภอ องคกรปกครองสวนทองถิ่นอาจมีหนาที่ชวยตรวจสอบ
ความถูกตองของคํารอง และตรวจสอบวาพ้ืนท่ีดังกลาวไดข้ึนทะเบียนเปนที่สาธารณประโยชน
แลว หรอื ไม

แผนภมู กิ ารปฏบิ ัตงิ านขององคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ
เมอ่ื มีการยน่ื คาํ รอ งในการขอใชท่สี าธารณประโยชน

มีผยู ื่นคาํ รองเรอื่ งทสี่ าธารณประโยชน

ตองอนุมัต/ิ อนญุ าต จาก
นายอาํ เภอ/หนวยงานท่ดี ูแลรบั ผดิ ชอบ

องคกรปกครองสว นทอ งถ่นิ ประสานงานตดิ ตามผล
การอนุมัติ/อนญุ าต

แจง ผลใหก บั ผยู ่ืนคาํ รอ ง หรือ หากยงั ไมทราบผลการอนุมัติ/อนญุ าต ให
แจง เหตุผลเปน ลายลกั ษณอ กั ษรเพ่อื ทราบ

3.1 กรณีทีต่ องดําเนินการโดย การอนุมัต/ิ อนญุ าต ของนายอาํ เภอหรือหนวยงานอน่ื ๆ
การจัดทํากิจกรรมใดๆ หรือ การอนุมัติ/อนุญาต การขอใชที่สาธารณประโยชน

เกอื บทง้ั หมดจะตอ งแจง ความประสงคขอใชต อ
1) กรมทด่ี นิ
2) จงั หวัด หรอื นายอําเภอทอ งท่ี

องคปกครองสวนทองถิ่นอาจจะชวยตรวจสอบความครบถวนของคํารอง และสงคํารอง
การขอใชงานที่สาธารณประโยชน จํานวน 2 ชุด ไปยังนายอําเภอหนึ่งชุด และ อีกชุดหนึ่งยื่นตอ
กรมท่ดี ิน เพอื่ ใหห นวยงานดังกลา วดาํ เนินการตอไปตามอาํ นาจหนาที่

64 บทที่ 4 การขอใชท ส่ี าธารณะ

กรมสง เสริมการปกครองทอ งถนิ่ กระทรวงมหาดไทย

ทั้งน้ีใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน อาจมอบหมายใหเจาหนาที่องคกรปกครองสวน
ทอ งถน่ิ ประสานงานติดตามผล และแจง ผลใหผูยื่นคํารองทราบ หากผูยื่นคํารองไมสามารถติดตาม
ผลการขอใชที่สาธารณประโยชนได องคปกครองสวนทองถ่ิน อาจจะชวยสอบถามไปยัง
หนวยงานท่ีอนุมัต/ิ อนญุ าต และอาจจะขอใหช แ้ี จงดว ยลายลักษณอกั ษรเพอื่ แจงผลตอ ผูย น่ื คํารอ ง

4. แนวทางการขอใชท ส่ี าธารณประโยชน

แนวทางในการขอใชท่ีสาธารณประโยชน อาจจะใชแนวทางจากหนังสือกระทรวง
มหาดไทย ท่ี มท 0309/ว 794 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2522 เร่ืองการใชท่ีดินสาธารณะประจําตําบล
และหมูบานและทสี่ าธารณประโยชน โดยมีแนวทางปฏบิ ตั ดิ ังน้ี

1. ที่ดินสาธารณะประจําตาํ บลและหมบู าน
1.1 ................................................................................................................................................ ฯลฯ
1.2 ท่ีดินประเภทนี้อาจนําไปใชใ หเ ปน ประโยชนดานเศรษฐกิจแกสว นรวม เชน ใชเปนแปลงทดลองปลูกพืชชนิด
ตา งๆ ใหเ ปนสถานที่กลางสาํ หรับเกษตรกรนาํ สินคาไปจาํ หนา ย ใชเ ปน ทุงปลูกหญา เลย้ี งสัตวห รือใชเปน ท่ี
พักผอนหยอนใจ หรือใชบางสวนเปนแหลง นํ้าสาธารณะขนาดใหญประจําตําบลหมูบ า น เปนตน
1.3 หากจําเปนตอ งใหหนวยงานใดใชเปน สถานทป่ี ลกู สรา งสาํ นักงานใหถือปฏิบตั ติ ามหนงั สือกระทรวงมหาดไทย
ท่ี มท 0309/2134 ลงวันท่ี 8 กมุ ภาพนั ธ 2521 โดยขออนมุ ตั ติ อ กระทรวงมหาดไทย

กรณีองคก รปกครองสวนทองถิ่นมคี วามประสงคจ ะขอใชประโยชนใ นทสี่ าธารณประโยชน
ตองมีการจัดทําเปนโครงการและจัดเตรียมงบประมาณใหเรียบรอย เนื่องจากตองใชงบประมาณ
ขององคก รปกครองสว นทอ งถิ่น

บทที่ 4 การขอใชทส่ี าธารณะ 65

มาตรฐานการดแู ลรักษาที่สาธารณประโยชน

แนวทางการพฒั นาที่สาธารณประโยชนขนั้ พฒั นา

แนวทางการขอใชท ี่สาธารณประโยชน แนวทางการดาํ เนนิ การ

1 การปรับเปลีย่ นใหเปน ทงุ เลย้ี งสตั ว ทาํ แนวรว้ั และปก แนวเขตเปน ทีเ่ ลย้ี งสัตว

2 การปรับเปลย่ี นเปน แปลงทดลองปลกู พืช จดั สรรงบประมาณ สรา งเปน แปลงทดลอง
ปลกู พชื เพอ่ื เปน แนวทางสาํ หรับประชาชน

3 การปรับเปล่ยี นใหเ ปน ตลาดกลางของ ปรบั เปล่ยี นท่สี าธารณประโยชน เปนลานกวา ง
ชมุ ชน และจัดบริเวณใหประชาชนไดแลกเปลีย่ นซ้ือ
ขายสินคากนั ในชุมชน หรือจากภายนอก

4 การปรบั เปลย่ี นเปน ท่ีพกั ผอ นหยอ นใจ ขอใชท่ีสาธารณประโยชนสรางเปน
สวนสาธารณะ

5 การปรับเปลี่ยนใหเปน แหลง นํา้ จัดสรรงบประมาณเพื่อขดุ ดนิ สรางเปน
สาธารณะขนาดใหญประจาํ พืน้ ที่ แหลงนํา้ สาธารณะ

6 การขอใชเ ปน พื้นทีส่ าํ หรับอาคาร ขอใชทส่ี าธารณประโยชนเ พ่อื สรางอาคาร
สํานักงานของทบวงการเมือง สาํ นกั งาน

66 บทท่ี 4 การขอใชที่สาธารณะ

กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

บทท่ี 5

การจัดทาํ แนวทางปฏิบัติงานในการดแู ลรักษาทสี่ าธารณประโยชน

1. การจัดทําแนวทางในการปฏบิ ตั งิ านในการดแู ลรักษาท่ีสาธารณประโยชน

เน่ืองจากในพ้ืนที่รับผิดชอบของแตละองคกรปกครองสวนทองถิ่น มีท่ีสาธารณประโยชน
แตกตางกัน ลักษณะรูปแบบของพื้นที่ขึ้นกับภูมิประเทศของแตละทองที่ การขอใชที่สาธารณ
ประโยชน และการดูแลรกั ษาจงึ มีลักษณะรปู แบบที่แตกตางกนั ตามความเหมาะสม

1.1 การจัดทําแนวทางการดูแลท่ีสาธารณประโยชน
ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินมอบหมาย เจาหนาที่อยางนอย 1 คน มีหนาที่จัดทํา

แนวทางปฏิบัติงานดูแลรักษาท่ีสาธารณประโยชน ประสานงาน และจัดฝกอบรมใหกับเจาหนาที่
คนอ่ืนๆ ในองคกร เพ่ือใหมีการนําแนวทางการปฏิบัติงานไปใชใหเกิดประสิทธิผลโดยมี
วธิ ีดําเนนิ การดังตอ ไปน้ี

1) ติดตามกฎหมาย ประกาศ และ คําส่ัง จากหนวยงานตางๆ ที่เกี่ยวของกับการ
ถายโอนอาํ นาจการดูแลรักษาท่สี าธารณประโยชน

2) จัดทํา แกไข ปรับปรุง ขอบัญญัติของทองถิ่น หรือเทศบัญญัติ ท่ีใชอางอิงการ
ปฏบิ ัติงานใหทันสมัย

3) จดั ทําแนวทางปฏิบัตงิ านการดแู ลรกั ษาท่สี าธารณประโยชน สําหรับเจาหนาที่
องคกรปกครองสวนทองถิ่น เพื่อใชในการปฏิบัติงานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน ท่ีไดรับ
การถา ยโอน

4) ประสานงาน และจัดฝกอบรมใหกับเจาหนาท่ีคนอ่ืนๆ ในองคกร เพื่อใหการ
ปฏบิ ตั งิ านนเ้ี กดิ ประสิทธิผล

บทท่ี 5 การจัดทาํ แนวทางปฏิบัตงิ านในการดแู ลรักษาที่สาธารณประโยชน 67

มาตรฐานการดูแลรกั ษาทีส่ าธารณประโยชน

แผนผังการวางแผนและจดั ทาํ แนวทางการปฏบิ ตั กิ ารดแู ลรกั ษาที่สาธารณประโยชน

ผูรบั ผดิ ชอบ ข้นั ตอน เอกสารที่เกยี่ วของ

ปลดั องคกรปกครองสว นทองถิ่น แตง ตัง้ ผูรับผิดชอบและ กฎหมาย ประกาศ
ศกึ ษาขอมลู เพอื่ จัดทาํ และคาํ ส่ังตา ง
ท่ีเกีย่ วขอ ง
แนวทาง

เจาหนา ทีอ่ งคกรปกครองสวนทองถ่นิ จดั ทาํ แนวทางการดแู ล รา งแนวทางการ
ปฏบิ ตั งิ าน
ที่ไดร ับมอบหมาย รักษาที่สาธารณประโยชน
แนวทางการดแู ลรกั ษา
ตามอํานาจหนาทที่ ่ีไดร ับ ทส่ี าธารณประโยชน

ปลัดองคกรปกครองสว นทองถิ่น ตรวจสอบแกไข และ
ปรบั ปรงุ ใหทันสมัย
สอดคลอ งกบั สภาพทอ งถน่ิ

นายกองคกรปกครองสวนทองถิ่น อนุมัติ และ ประกาศใชงาน

1.2 หัวขอ ที่ควรคาํ นงึ ถึงในการจัดทําแนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
1) ช่ือแนวทางการปฏิบัติงาน เชน “แนวทางการปฏิบัติงานในการดูแลรักษาที่

สาธารณประโยชน เร่อื ง ...............”
2) ชื่อองคก รปกครองสวนทอ งถิ่น เชน “องคก ารบรหิ ารสว นตาํ บล ..................”
3) ชื่อ และตําแหนง ผูจ ดั ทาํ / ผูอนมุ ัติ
4) วัตถปุ ระสงค และขอบเขตการใชงาน

68 บทท่ี 5 การจดั ทําแนวทางปฏบิ ัติงานในการดแู ลรักษาทีส่ าธารณประโยชน

กรมสง เสรมิ การปกครองทองถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

5) อางอิง กฎหมาย ประกาศ และ คําส่ัง จากหนวยงานตางๆ ท่ีเกี่ยวของกับการ
ถายโอนอาํ นาจการดูแลรกั ษาท่ีสาธารณประโยชน

6) รายละเอยี ดของการปฏิบัตงิ านทีละขั้นตอนโดยละเอยี ด ประกอบไปดวย
(1) ลําดับข้ันตอนของการทํางาน ตั้งแตเร่ิมตนเทาท่ีกฎหมายจะใหอํานาจ
หนาท่จี นจบในขั้นตอนการดําเนนิ การของกฎหมาย
(2) เจาหนา ทผี่ รู บั ผดิ ชอบในแตล ะขนั้ ตอน
(3) เอกสารที่ใชยื่นประกอบการพิจารณา หรอื ดําเนินการ
(4) เอกสาร หรือแบบฟอรม ท่ใี ช
(5) การดําเนินการ กรณที ่ไี มมีอํานาจหนา ทต่ี ามกฎหมาย

1.3 การปฏบิ ตั ิงานภายใตแ นวทางการดแู ลรกั ษาที่สาธารณประโยชน
1) ปลัดองคกรปกครองสวนทองถ่ิน มีหนาท่ีในการกํากับ ติดตาม และดูแลให

แนวทางการปฏิบัติงานท่ีจัดทําข้ึนมีการปรับปรุงใหตรงกับกฎหมาย ประกาศ และ คําสั่ง จาก
หนว ยงานตา งๆ ท่ีเกีย่ วของกับการถา ยโอนอํานาจการดูแลรักษาท่สี าธารณประโยชนอ ยเู สมอ

2) เจาหนาที่ซ่ึงรับผิดชอบดานการดูแลรักษาท่ีสาธารณประโยชนทุกคนใน
องคกรปกครองสวนทองถิ่นของตน ตองไดรับการอบรมรายละเอียดในแนวทางการปฏิบัติงานท่ี
ไดจัดทําขึ้น หรือไดเขารวมประชุมรับฟงรายละเอียดจากผูจัดทําแนวทาง และสามารถปฏิบัติงาน
ดแู ลรกั ษาทสี่ าธารณประโยชนไ ดอยางถกู ตอ ง

บทที่ 5 การจดั ทาํ แนวทางปฏบิ ัตงิ านในการดแู ลรกั ษาทสี่ าธารณประโยชน 69

มาตรฐานการดแู ลรักษาท่ีสาธารณประโยชน

แผนผังการปฏิบัตงิ านภายใตแ นวทางการดแู ลรกั ษาที่สาธารณประโยชน

ผูรับผดิ ชอบ ขัน้ ตอน เอกสารท่ีเก่ียวของ

ผจู ดั ทําคมู อื ทําการฝกอบรม หรอื ประชุม แนวทางการดแู ลรกั ษา
ชี้แจงใหเ จาหนา ทีท่ ี่เกีย่ วของ ทีส่ าธารณประโยชน
ทราบ

เจา หนา ทที่ ีเ่ ก่ยี วของ ประชาสัมพันธใ หผูที่ แนวทางการดูแลรกั ษา
เก่ยี วขอ งกบั การดูแลรกั ษา ทีส่ าธารณประโยชน
ท่สี าธารณประโยชน หรือ
ขอใชทสี่ าธารณประโยชน

เจา หนา ทีท่ เ่ี กย่ี วขอ ง ปฏบิ ตั ิงานตามอํานาจหนาที่ แนวทางการดแู ลรกั ษา
และขนั้ ตอนทกี่ ลา วไวใน ท่สี าธารณประโยชน
แนวทางการปฏิบตั งิ าน

1.4 การตดิ ตามการปฏบิ ัติงาน
ปลัดองคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือผูไดรับมอบหมาย ตองทบทวนแนวทางการ

ปฏิบัติงานตามที่ไดกําหนดข้ึน (เปรียบเทียบกับการใชงานจริง) อยางนอย 1 คร้ังในรอบ 1 ป
เนื่องจากกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับ จะมีการเปลี่ยนแปลงอยูเสมอ หากพบความไมสอดคลอง
ของแนวทางการปฏิบัตงิ าน ใหท ําการปรบั ปรงุ แนวทางการปฏิบตั ิงานใหเหมาะสม

1) ในกรณีที่มีการแกไขปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงาน ผูรับผิดชอบจะตอง
จดั ใหม ีการอบรม เจาหนา ทผ่ี ปู ฏิบตั ิงาน เพอ่ื ใหส ามารถปฏิบัติงานไดอ ยา งถูกตอ งตรงกนั

2) ในกรณีเน้ือหาท่ีแกไขในคูมือการปฏิบัติงาน ในสวนท่ีเกี่ยวของกับคูมือฉบับ
ประชาชน ตองดําเนินการปรับปรุงคูมือฉบับประชาชนใหมีเนื้อหา และขั้นตอนการดําเนินการที่
สอดคลอ งกนั

70 บทท่ี 5 การจดั ทาํ แนวทางปฏิบัติงานในการดแู ลรกั ษาท่ีสาธารณประโยชน

กรมสง เสริมการปกครองทอ งถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

ผูร ับผิดชอบ แผนผงั การติดตามการปฏบิ ตั ิงาน เอกสารทเ่ี กีย่ วขอ ง

ขัน้ ตอน

เจาหนาท่ี ปฏบิ ัตงิ านตามแนวทางทไี่ ดจ ัดทํา แนวทางการปฏิบัติงานดูแล
รักษาทีส่ าธารณประโยชน
ปลดั อปท. ติดตามและปรบั ปรุงแนวทางตามการเปล่ยี นแปลง
หรือเจาหนาที่ ของกฎหมายอยางนอ ย 1 ครงั้ ตอป กฎหมาย ระเบียบหรอื
ท่ไี ดร บั มอบหมาย ขอบงั คบั ที่มกี ารเปล่ียนแปลง

ปลัด อปท. ทบทวน ควรปรับปรงุ
หรอื เจา หนา ท่ี
ทีไ่ ดรับมอบหมาย ไม ปรบั ปรุงแกไ ข
ปรบั ปรุง

ปลดั อปท. แนวทางการปฏิบตั งิ านการดแู ลรักษาที่
หรือเจาหนา ที่ สาธารณประโยชน ขององคก รปกครอง
ทไี่ ดร ับมอบหมาย
สว นทอ งถนิ่ ตามกฎหมายกําหนด

ปลัด อปท. ตรวจสอบ และแจง
นายก อปท. รายละเอยี ดให

อนมุ ัติ และ แนวทางการดแู ลรักษาที่
ประกาศใชงาน สาธารณประโยชน
ฉบับใหม

เจา หนาทีท่ เ่ี กย่ี วของ ปฏบิ ัตงิ านตามแนวทาง
กําหนด

บทท่ี 5 การจดั ทาํ แนวทางปฏบิ ัติงานในการดูแลรกั ษาทีส่ าธารณประโยชน 71

มาตรฐานการดแู ลรกั ษาทีส่ าธารณประโยชน

ตวั อยาง แบบฟอรม แนวทางปฏบิ ตั งิ านการดูแลรักษาท่สี าธารณประโยชน

แนวทางปฏบิ ัติงานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน

เรื่อง การขนึ้ ทะเบียนทีส่ าธารณประโยชน

องคการบรหิ ารสวนตําบล...................... จังหวดั .....................

72 บทท่ี 5 การจดั ทําแนวทางปฏิบัตงิ านในการดูแลรกั ษาทีส่ าธารณประโยชน

กรมสง เสริมการปกครองทอ งถนิ่ กระทรวงมหาดไทย

ตัวอยา ง

แนวทางปฏิบัตงิ านการดแู ลรักษาทสี่ าธารณประโยชน
เรือ่ ง การข้นึ ทะเบยี นทส่ี าธารณประโยชน

วัตถุประสงค

คูมือฉบับน้ีจัดทําข้ึนเพ่ือกํากับ ดูแล การขึ้นทะเบียนท่ีสาธารณประโยชนในเขตพ้ืนท่ีองคการบริหารสวน
ตําบล.............................................จังหวัด.........................................เพ่ือใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือขอบังคับ
ทเี่ กี่ยวขอ งกบั การขนึ้ ทะเบยี นท่สี าธารณประโยชน

กฎหมายทเ่ี ก่ียวของ และอํานาจหนา ที่ขององคกรปกครองสวนทอ งถนิ่
“ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน
พ.ศ. 2544”

ขอบเขตการใชงาน

คมู ือฉบบั น้ใี ชเ ปนคูมอื การปฏบิ ตั ิงาน เรอ่ื ง การขึน้ ทะเบยี นทสี่ าธารณประโยชนในพนื้ ทขี่ ององคก ารบริหาร
สวนตําบล........................................จังหวดั ..................................................

ขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน

- ระบุรายละเอียดตามขอ 1.1 – 1.4 (บทที่ 5)

แผนผงั การปฏบิ ัติงาน

- แผนผังขน้ั ตอนการทํางานตามอํานาจหนาท่ี (Functional Flow Chart) (ขอ 1.3)

เอกสารอา งอิง

- "ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของ
แผน ดนิ พ.ศ. 2544"

- แบบฟอรม ทะเบยี นทีส่ าธารณประโยชน

บทท่ี 5 การจัดทําแนวทางปฏิบัติงานในการดูแลรกั ษาท่ีสาธารณประโยชน 73

มาตรฐานการดูแลรักษาทีส่ าธารณประโยชน

2. ขอ เสนอแนะในการพฒั นาสาํ หรับการดูแลรกั ษาท่ีสาธารณประโยชนใ นอนาคต

เนื่องจากการดูแลที่สาธารณประโยชน มีกฎหมายท่ีเกี่ยวของเปนจํานวนมาก และมีการ
ปรับเปลี่ยนอยูตลอดเวลา อีกท้ังหนวยงานที่รับผิดชอบ เชน กรมท่ีดินเองอยูในระหวางดําเนินการ
โอนถายอํานาจใหกับองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ทําใหมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทํางาน
อาจจะตองมีการปรับเปล่ยี นไปตามแตท ี่กฎหมายในแตละชวงเวลานั้นๆ

สําหรับแนวทางในการปฏิบัติงานท่ีไดจัดทําข้ึนนี้ มิไดเปนการกําหนดอํานาจหนาที่ หรือ
ใชเปนเกณฑในการปฏิบัติงานเสียทีเดียว เพียงแตเนื้อหาบางสวนอาจจะตองมีการเปลี่ยนแปลง
ในอนาคต

ดังนั้นการติดตามกฎหมาย ประกาศ และ คําสั่ง จากหนวยงานตางๆ ท่ีเกี่ยวของกับการ
ถายโอนอํานาจการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน จึงมีความสําคัญเปนอยางมาก โดยเฉพาะเรื่อง
ของอํานาจหนาที่ ซ่ึงจะตองเปนไปตามแตกฎหมายกําหนด บางครั้งอาจจะมีการทับซอน หรือ
มิไดมีการระบุอยางชัดเจนก็ตาม ซ่ึงทําใหแนวทางการปฏิบัติงานในการดูแลท่ีสาธารณประโยชน
ควรจะสามารถปรับเปลี่ยนไดตามท่ีกฎหมายจะกําหนดไว

74 บทที่ 5 การจัดทําแนวทางปฏบิ ัติงานในการดูแลรกั ษาที่สาธารณประโยชน

กรมสงเสรมิ การปกครองทองถนิ่ กระทรวงมหาดไทย

ภาคผนวก ก

พระราชบัญญัตทิ ่เี กยี่ วขอ งกับที่สาธารณประโยชน

ภาคผนวก ก 75

ประเภททีด่ นิ มาตรฐานการดูแลรกั ษาที่สาธารณประโยชนภารกิจหลกักิจกรรมยอ ยกฎหมาย, ระเบยี บ, คาํ สงั่หมายเหตุ
ท่ีอยใู นความ
รับผดิ ชอบ76 ภาคผนวก ก

ทรัพยส นิ การดแู ลรกั ษา จดั ทําทะเบยี นที่ดิน หนงั สอื กระทรวงมหาดไทย
ท่ี มท 0718.1/2257 ลว. 8 ส.ค. 2543
สําหรบั พลเมือง สาธารณประโยชน เรือ่ งการสาํ รวจท่ีสาธารณประโยชน
เพื่อจดั ทําทะเบียนท่ีดนิ
ใชรวมกนั สาธารณประโยชน

การออกหนังสอื สาํ คัญสาํ หรับท่ี ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดว ย
หลวงกรณีท่ีรงั วัดไดเ นื้อที่ การมอบหมายใหส ภาตาํ บลหรือ
นอ ยกวาทะเบยี นทดี่ นิ องคกรปกครองสว นทอ งถนิ่ มสี ว น
สาธารณประโยชน ชว ยเหลือในการดําเนนิ การออก
หนังสอื สําคญั สาํ หรับทหี่ ลวง
การขดุ ลอกแหลงนํา้ พ.ศ. 2432
สาธารณประโยชน
ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วาดว ย เสนอโครงการให
วิธกี ารเกย่ี วกบั การขดุ ลอกแหลง นาํ้ ผวู าราชการจงั หวัด
สาธารณประโยชนท่ตี ืน้ เขนิ เปน ผูอนุมตั ิ
พ.ศ. 2547

ประเภทท่ีดนิ ภารกจิ หลกั กจิ กรรมยอย กฎหมาย, ระเบยี บ, คาํ สงั่ หมายเหตุ
ที่อยใู นความ
รับผดิ ชอบ

ทสี่ าธารณะ งบประมาณในการ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย กรณีอยใู นพนื้ ทส่ี ภาตาํ บลใหใช
ประจําตาํ บล ดาํ เนนิ การขอออกหนงั สือ วาดว ยการดแู ลรกั ษาและคมุ ครอง งบประมาณสภาตาํ บล
และหมูบ า น สําคญั สําหรบั ทีห่ ลวง ที่ดินอนั เปน สาธารณสมบัติ
ของแผน ดิน พ.ศ. 2544 ขอ 6

การคมุ ครอง การดําเนนิ คดี พระราชบัญญตั ิ สภาตําบล และ นายอาํ เภอ เปน ผมู อี ํานาจในการ

ปองกนั - กรณีบกุ รุกนบั แต องคการบรหิ ารสวนตําบล ดาํ เนนิ การ (พ.ร.บ. ลักษณะปกครอง
กรมสง เสรมิ การปกครองทองถน่ิ กระทรวงมหาดไทย
ประกาศของคณะปฏบิ ตั ิ ทอ งท่ี พระพทุ ธศกั ราช2457และ
ภาคผนวก ก 77
ฉบบั ท่ี 96 ใชบงั คับ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วา ดวย

(นับตั้งแต 4 มนี าคม 2515) การสอบสวนเกี่ยวกับการบกุ รกุ ที่

หรือทางสาธารณประโยชน

พ.ศ. 2539)

งบประมาณในการ ระเบียบกระทรวงหมาดไทย วา กรณอี ยใู นพนื้ ทส่ี ภาตําบลใหใช
ดาํ เนินคดี ดว ยการดแู ลรกั ษาและคุมครอง งบประมาณสภาตาํ บล
ท่ีดินอนั เปน สาธารณสมบัติ
ของแผนดิน พ.ศ. 2544 ขอ 6

ประเภทที่ดนิ มาตรฐานการดูแลรกั ษาที่สาธารณประโยชนภารกจิ หลักกจิ กรรมยอ ยกฎหมาย, ระเบยี บ, คาํ สงั่หมายเหตุ
ท่อี ยใู นความ การอนุมตั /ิ อนญุ าต -
รับผิดชอบ78 ภาคผนวก ก

- เปนหนา ท่ขี องกรม
ที่ดนิ , จงั หวดั ,
อําเภอ

การบรหิ ารจัดการ ชีแ้ จงรายละเอยี ดเกย่ี วกับ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา ดว ย -
ทด่ี นิ การดูแลรกั ษาและคมุ ครองปอ งกัน
ทด่ี นิ อนั เปน สาธารณสมบัติของ
แผน ดนิ พ.ศ. 2544 ขอ 12

การจดั เก็บทะเบียนทด่ี นิ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดว ย ควรจดั ทํามีสาํ เนา
สาธารณประโยชน การดูแลรักษาและคมุ ครองปอ งกัน หนงั สือ นสล.
ท่ีดินอนั เปน สาธารณสมบัตขิ อง เกบ็ ไวด วย
แผน ดิน พ.ศ. 2544 ขอ 7 (2)

กรมสงเสรมิ การปกครองทอ งถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

ภาคผนวก ข

ระเบยี บและหนังสือสง่ั การท่เี กีย่ วของ

ภาคผนวก ข 79

มาตรฐานการดแู ลรกั ษาท่สี าธารณประโยชน

ท่ี มท 0804.4/ว 818 กรมสง เสรมิ การปกครองสวนทองถิน่

ถนนราชสีมา กทม. 10300

24 พฤษภาคม 2549

เร่ือง อาํ นาจหนาทใี่ นการดูแลรกั ษาทสี่ าธารณะขององคก รปกครองสว นทอ งถ่นิ

เรยี น ผูว าราชการจงั หวัดทุกจงั หวดั (ยกเวนจงั หวดั นครปฐมและจงั หวดั ชยั นาท)

ส่ิงที่สง มาดว ย หนังสอื สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ที่ นร 0901/454 ลงวนั ท่ี 9 พฤษภาคม 2549

ดว ยกรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถน่ิ ไดหารอื คณะกรรมการกฤษฎกี าเก่ยี วกบั ปญหาอาํ นาจหนา ที่
ในการดูแลรักษาท่ีสาธารณะขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน ซ่ึงคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1 คณะท่ี 2 และ
คณะที่ 7) ไดใ หความเห็นในเรือ่ ง การทบทวนความเหน็ ของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับอํานาจหนาที่ใน
การดแู ลรักษาที่สาธารณะขององคกรปกครองสว นทอ งถน่ิ (เรอื่ งเสรจ็ ท่ี 247/2549) โดยสรุปดังตอ ไปนี้

1. องคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนองคกรหน่ึงซึ่งมีอํานาจหนาที่ท่ีเกี่ยวของในการจะชวยดูแล
รกั ษาและคุม ครองปองกนั ท่ดี ินอนั เปนสาธารณสมบัตขิ องแผน ดินและทด่ี นิ ที่ประชาชนใชประโยชนรวมกัน
มิใหเกิดความเสียหาย ซ่ึงหมายรวมถึงการฟองหรือถูกฟองคดีในกรณีท่ีมีการดําเนินการใดๆ เก่ียวกับที่ดิน
ดังกลาวดวย ตามนยั คําสั่งศาลปกครองสูงสดุ ที่ 320/2546

2. สวนอํานาจหนาที่ในการจัดการดูแลรักษาที่สาธารณะขององคกรปกครองสวนทองถิ่นจะมี
ขอบเขตอยางไร เพียงใด ยังคงเปนไปตามแนวทางในความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) เร่ือง
อาํ นาจหนา ทข่ี ององคกรปกครองสว นทอ งถนิ่ ในการดูแลรักษาที่สาธารณะ (เรื่องเสร็จท่ี 168/2544) และความเห็น
ของคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ 7) เร่ือง การออกหนังสือสาํ คญั สําหรบั ทหี่ ลวงสาํ หรับดินที่ไดถ มขึ้นจาก
ทะเลหนา ท่วี าการอาํ เภอเมอื งชลบุรี (เรือ่ งเสร็จที่ 9/2548) รายละเอียดปรากฏตามเอกสารท่สี ง มาพรอมน้ี

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจงสํานักงานทองถิ่นจังหวัด/อําเภอ ตลอดจนเทศบาลและ
องคก ารบริหารสว นตําบลตอ ไป

ขอแสดงความนับถอื

ธวัชชยั ฟก องั กรู

(นายธวัชชยั ฟก อังกูร)
รองอธิบดี ปฏบิ ตั ิราชการแทน
อธิบดกี รมสงเสรมิ การปกครองทอ งถิน่
สาํ นกั กฎหมายและระเบียบทอ งถิ่น
สว นคดี
โทร. 0-2243-6634
โทรสาร. 0-2241-9034-6

80 ภาคผนวก ข

กรมสงเสริมการปกครองทองถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

ที่ นร ๐๙๐๑/๐๔๕๔ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑ ถนนพระอาทติ ย เขตพระนคร
กรงุ เทพฯ ๑๐๒๐๐

๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙

เร่ือง ขอทบทวนความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเก่ียวกับอํานาจหนาที่ในการดูแลรักษาท่ี
สาธารณะขององคกรปกครองสวนทอ งถน่ิ

เรียน อธบิ ดีกรมสงเสรมิ การปกครองทองถ่ิน

อางถึง หนังสือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่ือง การทบทวนความเห็นของคณะกรรมการ
กฤษฎกี าเก่ียวกบั อํานาจหนา ทใ่ี นการดูแลรกั ษาที่สาธารณะขององคก รปกครองสว นทอ งถ่ิน

สงิ่ ท่สี ง มาดวย บันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่ือง การทบทวนความเห็นของคณะกรรมการ
กฤษฎีกาเก่ียวกับอํานาจหนาท่ีในการดูแลรักษาท่ีสาธารณะขององคกรปกครองสวน
ทองถน่ิ

ตามท่กี รมสง เสริมการปกครองทอ งถิ่นไดขอหารือเกี่ยวกบั อํานาจหนา ท่ใี นการดูแลรกั ษาที่
สาธารณะขององคกรปกครองสวนทองถิ่น และสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไดขอใหกระทรวงมหาดไทย
(กรมสงเสริมการปกครองทองถ่ิน) และสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี (สํานักงานคณะกรรมการ
การกระจายอํานาจใหแกอ งคกรปกครองสว นทอ งถิน่ ) แตง ตั้งผูแทนไปชแี้ จงขอ เท็จจริง น้ัน

บัดน้ี ที่ประชุมรวมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑ คณะท่ี ๒ และคณะที่ ๗) ได
พิจารณาขอหารือดังกลาว และมีความเห็นปรากฎตามบันทึกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได
สงมาดวยน้ี อน่ึง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไดแจงผลการพิจารณาไปยังสํานักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรีเพือ่ ทราบตามระเบียบดว ยแลว

จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดทราบ
ขอแสดงความนับถอื
พรทพิ ย จาละ
(คุณพรทพิ ย จาละ)

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
ฝายกฎหมายการเมืองการปกครอง
โทร. ๐ ๒๒๘๐ ๗๙๐๐-๓ ตอ ๓๐๐ (นายธนาวฒั นฯ )
โทรสาร ๐ ๒๒๘๒ ๕๘๗๐
www.krisdika.go.th
www.lawreform.go.th

ภาคผนวก ข 81

มาตรฐานการดูแลรักษาท่ีสาธารณประโยชน

บนั ทกึ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
เรอ่ื ง การทบทวนความเหน็ ของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับอํานาจหนาท่ี

ในการดูแลรกั ษาท่ีสาธารณะขององคกรปกครองสวนทอ งถ่ิน
------------------------------

กรมสงเสริมการปกครองทอ งถ่นิ ไดมีหนังสอื ท่ี มท ๐๘๐๔.๔/๐๕๖๒๑๐ ลงวันท่ี ๑๙ ธันวาคม
๒๕๔๘ ถึงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความไดวา ตามท่ีคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑)
และ (คณะท่ี ๗) ไดมคี วามเห็นตามเร่อื งเสร็จที่ ๑๖๘/๒๕๔๔ และเรอื่ งเสร็จที่ ๙/๒๕๔๘ วา ในระหวางท่ี
ยังมิไดมีการถายโอนอํานาจหนาท่ีในการดูแลรักษาที่สาธารณะ อํานาจหนาท่ีดังกลาวคงอยูในความ
รับผิดชอบของนายอําเภอ ตอมาศาลปกครองสูงสุดไดมีคําสั่งท่ี ๓๒๐/๒๕๔๖ วา บทบัญญัติมาตรา ๑๖
(๒๗) แหง พระราชบัญญัตกิ าํ หนดแผนและขนั้ ตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดอํานาจหนาท่ีในการดูแลรักษาท่ีสาธารณะขององคการบริหารสวนตําบล แตมิได
กําหนดเงื่อนไขวาเปนที่สาธารณะทุกประเภทภายในทองที่ของตน ซ่ึงรวมถึงที่สาธารณะอันเปนท่ีดินท่ี
ประชาชนใชประโยชนรวมกันอันอยูในอํานาจหนาท่ีของนายอําเภอทองท่ีตามพระราชบัญญัติลักษณะ
ปกครองทองที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และแมวาการดําเนินการของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ
ใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินในการจัดทําแผนการกระจายอํานาจดําเนินการถายโอนภารกิจและ
กําหนดขอบเขตความรับผิดชอบในการใหบริการสาธารณะของรัฐแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินจะยัง
ไมเสร็จส้ิน ก็ไมเปนเหตุใหอํานาจหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถ่ินในการดูแลรักษาที่สาธารณ
สมบตั ิของแผนดนิ ทป่ี ระชาชนใชประโยชนรว มกันตอ งสะดดุ หยุดลงแตป ระการใด

กรมสงเสริมการปกครองทองถ่ินเห็นวาแมคําส่ังของศาลปกครองสูงสุดจะมีผลผูกพันเฉพาะ
คูกรณีในคดี แตคําส่ังดังกลาวก็เปนการวางหลักอันเปนบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการ ประกอบกับ
องคการบริหารสวนตําบลหลายแหงประสบปญหาการบังคับใชกฎหมายอันเก่ียวกับการดูแลรักษาที่
สาธารณะ ดังน้ัน เพ่ือใหเกิดความชัดเจนเกี่ยวกับอํานาจหนาที่ในการดูแลรักษาที่สาธารณะขององคกร
ปกครองสวนทองถ่ิน และเปนบรรทัดฐานในการปฏิบัติงานของสวนราชการและองคกรปกครองสวน
ทองถิ่น กรมสงเสริมการปกครองทองถิ่นจึงขอหารือวาองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีอํานาจหนาที่ดูแล
รักษาที่สาธารณะ และเปนผูเสียหายมีอํานาจรองทุกขหรือฟองคดีเกี่ยวกับการบุกรุกหรือครอบครองท่ี
สาธารณะหรือไม ประการใด

1

สงพรอมหนังสือ ที่ นร ๐๙๐๑/๐๔๕๓ ลงวันท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีถึง
สาํ นกั เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี

82 ภาคผนวก ข

กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑) ไดพิจารณาขอหารือของกรมสงเสริมการปกครองทองถ่ิน
ประกอบกับไดรับฟงคําชี้แจงจากผูแทนกระทรวงมหาดไทย (กรมสงเสริมการปกครองทองถ่ิน) และ
สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี (สํานักงานคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครอง
สวนทองถิ่น) แลว เห็นวา ปญหาตามที่หารือขางตนเปนประเด็นปญหาสําคัญที่กระทบตอการบริหาร
ราชการแผนดนิ สมควรท่จี ะไดม ีการพจิ ารณาโดยรอบคอบเพ่ือใหไดขอยุติ จึงขอใหมีการประชุมรวมกัน
ของกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑ คณะที่ ๒ และคณะท่ี ๗) เพือ่ พจิ ารณาขอหารือดงั กลาว

อาศัยอํานาจตามขอ ๑๒ ของระเบียบกรรมการกฤษฎีกา วาดวยการประชุมของกรรมการ
กฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงจัดใหมีการประชุมรวมกันของ
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๑ คณะท่ี ๒ และคณะที่ ๗) เพื่อพิจารณาขอหารือของกรมสงเสริมการ
ปกครองทอ งถ่ิน

ทปี่ ระชุมรวมคณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑ คณะที่ ๒ และคณะที่ ๗) ไดพิจารณาขอหารือ
ดังกลาวแลว มีความเห็นวา ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) เรื่อง อํานาจหนาที่ของ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นในการดูแลรักษาท่ีสาธารณะ และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะท่ี ๗) เร่ือง การขอออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงสําหรับที่ดินท่ีไดถมขึ้นจากทะเลหนาท่ีวาการ
อําเภอเมืองชลบรุ ี เปนการใหค วามเห็นเกยี่ วกับอํานาจในการจัดการดูแลรักษาที่สาธารณะระหวางรัฐและ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นในระหวางท่ียังมิไดมีการถายโอนภารกิจตามท่ีกําหนดไวในหลักเกณฑและ
ขั้นตอนการถายโอนภารกิจตามพระราชบัญญัติกําหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกร
ปกครองสว นทอ งถน่ิ พ.ศ. ๒๕๔๒

สําหรับคําส่ังศาลปกครองสูงสุดที่ ๓๒๐/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖ มีประเด็น
แหงคดีเปนการวินิจฉัยถึงอํานาจในการฟองคดีขององคการบริหารสวนตําบลเกี่ยวกับที่ดินอันเปน
สาธารณสมบัติของแผนดินท่ีไดกําหนดไวตามพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล
พ.ศ. ๒๕๓๗ และระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปน
สาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยตามมาตรา ๖๘ (๘)2 แหงพระราชบัญญัติสภาตําบลและ
องคการบริหารสวนตําบลฯ กําหนดใหองคการบริหารสวนตําบลมีอํานาจหนาที่ในการคุมครอง ดูแล

2 มาตรา ๖๘ ภายใตบงั คบั แหงกฎหมาย องคการบรหิ ารสว นตาํ บลอาจจัดทํากจิ การในเขตองคก ารบริหารสวนตาํ บล
ดังตอ ไปนี้

ฯลฯ ฯลฯ
(๘) การคุมครองดแู ลและรกั ษาทรัพยสินอันเปน สาธารณสมบตั ิของแผน ดิน

ฯลฯ ฯลฯ

ภาคผนวก ข 83

มาตรฐานการดูแลรกั ษาที่สาธารณประโยชน

และรักษาทรัพยสินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินท่ีอยูในเขตพื้นท่ี ประกอบกับขอ ๕ (๒)2 ของ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกลาว ท่ีกําหนดใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีอํานาจหนาท่ีในการดูแล
รักษาและดาํ เนนิ การคุมครองปอ งกันที่ดนิ ทป่ี ระชาชนใชประโยชนรวมกันควบคูไปกับอํานาจหนาท่ีของ
นายอาํ เภอทองทต่ี ามมาตรา ๑๒๒3 แหงพระราชบัญญัติลกั ษณะปกครองทองท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗
ซ่ึงเปนอํานาจหนาท่ีขององคกรที่เกี่ยวของในการท่ีจะชวยกันดูแลและคุมครองปองกันมิใหเกิดความ
เสียหาย โดยอํานาจหนาท่ีน้ียอมหมายรวมถึงการฟองหรือถูกฟองคดีในกรณีที่มีการดําเนินการใดๆ
เก่ียวกับท่ีดินดังกลาวดวย และโดยที่ศาลปกครองสูงสุดมิไดวินิจฉัยเกี่ยวกับอํานาจในการบริหารจัดการ
ดูแลรักษาท่ีสาธารณะระหวางนายอําเภอและองคการบริหารสวนตําบล คําส่ังของศาลปกครองสูงสุดท่ี
๓๒๐/๒๕๔๖ และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) และ (คณะที่ ๗) จึงมิไดมีความขัด
หรือแยง กนั แตประการใด

ดวยเหตุผลดังกลาวขางตน จึงเห็นวา อํานาจหนาที่ในการคุมครองดูแลรักษาที่สาธารณะของ
องคกรปกครองสวนทองถ่ินจะมีขอบเขตอยางไร เพียงใด ยังคงเปนไปตามแนวทางในความเห็นของ
คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะที่ ๑) เรอ่ื งอาํ นาจหนา ทข่ี ององคกรปกครองสวนทองถ่ินในการดูแลรักษาท่ี
สาธารณะ และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะท่ี ๗) เรื่อง การขอออกหนังสือสําคัญสําหรับ
ทห่ี ลวงสําหรับทด่ี นิ ทไ่ี ดถมข้ึนจากทะเลหนา ที่วา การอาํ เภอเมอื งชลบรุ ี

พรทิพย จาละ
(คณุ พรทพิ ย จาละ)
เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎีกา

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
พฤษภาคม ๒๕๔๙

2 ขอ ๕ อาํ นาจหนาท่ใี นการดแู ลรักษาและดําเนินการคุม ครองปองกัน
ฯลฯ ฯลฯ

(๒) ทดี่ นิ ตามขอ ๔ (๒) ใหเ ปนอํานาจหนาที่ขององคกรปกครองสว นทอ งถ่ินตามกฎหมายกําหนด และนายอาํ เภอ
ทอ งท่ตี ามพระราชบัญญัตลิ ักษณะปกครองทองท่ี พระพทุ ธศักราช ๒๔๕๗

ฯลฯ ฯลฯ
3 มาตรา ๑๒๒ ท่อี นั เปนสาธารณประโยชน คอื ท่ีเล้ยี งปศุสัตวท่จี ดั ไวสําหรับราษฎรไ ปรวมเล้ยี งดวยกนั เปน ตน
ตลอดจนถนนหนทางและทีอ่ ยา งอ่ืนซง่ึ เปนของกลางใหร าษฎรใชไ ดดว ยกัน เปนหนา ทข่ี องกรมการอําเภอจะตองคอยตรวจตรา
รักษาอยา ใหผใู ดกีดกนั เอาไปเปน อาณาประโยชนแตเฉพาะตัว

84 ภาคผนวก ข

กรมสง เสริมการปกครองทองถิ่น กระทรวงมหาดไทย

ที่ มท 0890.3/ว 1843 กรมสง เสริมการปกครองสว นทอ งถ่ิน
ถนนราชสีมา กทม. 10300
14 กนั ยายน 2548

เรื่อง หลักเกณฑและข้ันตอนการดําเนนิ การและการดาํ เนนิ คดตี ามภารกจิ ท่ีสวนราชการถา ยโอน
ใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่นิ ในระยะเร่มิ แรก

เรยี น ผูวา ราชการจงั หวัดทุกจงั หวัด

สง่ิ ที่สง มาดวย ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น เร่ือง
หลักเกณฑและข้ันตอนการดําเนินการและการดําเนินคดีตามภารกิจที่สวนราชการถาย
โอนใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นในระยะเร่ิมแรก

ดวยคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น ไดประกาศ
กําหนดหลักเกณฑและข้ันตอนการดําเนินคดีตามภารกิจท่ีสวนราชการถายโอนใหแกองคกรปกครอง
สวนทองถิ่นในระยะเร่ิมแรก โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 122 ตอนพิเศษ 67 ง ลงวันที่ 18
สิงหาคม 2548 เพ่ือเปนแนวทางปฏิบัติในการถายโอนภารกิจตามแผนการกระจายอํานาจฯ และ
แผนปฏิบัตกิ ารฯ ทสี่ วนราชการหรอื หนว ยงานของรฐั จะตอ งดําเนนิ การในภารกจิ ทีถ่ ายโอนตอไปใหแลว
เสรจ็ กอ นทจี่ ะถายโอนใหแ กองคก รปกครองสว นทองถน่ิ รายละเอียดปรากฏตามสงิ่ ท่สี งมาดวย

จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบและแจงสํานักงานทองถิ่นจังหวัดเพื่อแจงองคกรปกครอง
สว นทองถิน่ ในพน้ื ท่ีทราบและถอื เปน แนวทางปฏิบตั ติ อไป

ขอแสดงความนบั ถอื
ธวัชชยั ฟกองั กรู
(นายธวัชชัย ฟก อังกูร)
รองอธบิ ดี ปฏิบัตริ าชการแทน
อธบิ ดีกรมสงเสริมการปกครองทอ งถนิ่
สํานกั พฒั นาระบบรปู แบบและโครงสรา ง
สว นสง เสรมิ การกระจายอํานาจ
โทร. 0-2241-9000 ตอ 2362,2363
โทรสาร. 0-2241-6956

ภาคผนวก ข 85

มาตรฐานการดูแลรักษาทส่ี าธารณประโยชน

ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจ
ใหแกองคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ

เรือ่ ง หลักเกณฑและข้ันตอนการดําเนนิ การและการดาํ เนนิ คดตี ามภารกจิ ท่ีสวนราชการ
ถา ยโอนใหแ กอ งคกรปกครองสวนทองถน่ิ ในระยะเรมิ่ แรก
.......................................

โดยท่ีภารกิจที่สวนราชการหรือหนวยงานของรัฐไดดําเนินการถายโอนใหแกองคกร
ปกครองสวนทองถ่ิน เพื่อใหเปนไปตามแผนปฏิบัติการกําหนดข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแก
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน ยังมีภารกิจบางเร่ืองท่ีสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐน้ันมีความ
จําเปนหรือจําตองดําเนินการตอไปใหแลวเสร็จหรือตองดําเนินการไปอีกระยะเวลาหน่ึง เพ่ือให
การถายโอนภารกิจเปนไปดวยความเรียบรอยและเปนไปตามวัตถุประสงคในการถายโอนภารกิจ
ในเร่อื งน้นั ๆ สมควรกาํ หนดหลักเกณฑและข้ันตอนการดําเนินการและการดําเนินคดีตามภารกิจที่
ถายโอนภารกิจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินไว เพ่ือเปนแนวทางใหสวนราชการหรือ
หนวยงานของรฐั และองคกรปกครองสวนทองถ่นิ ถือปฏบิ ตั ิในระยะเร่มิ แรก

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒ (๔) และ (๑๕) แหงพระราชบัญญัติกําหนดแผน
และขน้ั ตอนการกระจายอาํ นาจใหแกองคกรปกครองสว นทอ งถิน่ พ.ศ.๒๕๔๒ คณะกรรมการการ
กระจายอาํ นาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นจึงกําหนดหลักเกณฑและข้ันตอนการดําเนินการ
และการดาํ เนนิ คดใี นภารกิจที่ถายโอนใหแ กอ งคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ ไว ดงั ตอไปน้ี

ขอ ๑ ในกรณที มี่ ิไดมีกฎหมายกาํ หนดไวเปน ประการอื่น บรรดาภารกิจหรือกิจการใดที่
สวนราชการหรือหนวยงานของรัฐไดถายโอนใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นแลว ยังคงมี
ภารกิจหรือกิจการที่สวนราชการหรือหนวยงานของรัฐนั้นดําเนินการไวแลวกอนท่ีมีการถายโอน
และยังไมแลวเสร็จ เวนแตสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถิ่นท่ี
รับโอนภารกิจหรอื กจิ การน้นั จะไดต กลงกันเปน ประการอืน่

ขอ ๒ บรรดาการกระทําความผิดใดตามกฎหมายที่เกี่ยวของกับภารกิจหรือกิจการที่
สวนราชการหรือหนวยงานของรัฐไดถายโอนไปใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่เกิดขึ้นกอน
วนั ท่ถี า ยโอนภารกิจนนั้ ใหดาํ เนินการ ดังตอ ไปน้ี

ในกรณีท่ีสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐตกเปนผูถูกฟองในคดีปกครองที่เก่ียวกับ
คําสั่งทางปกครองและคดีที่เกี่ยวกับการละเลยไมทําคําสั่งทางปกครองตามภารกิจหรือกิจการ

86 ภาคผนวก ข

กรมสง เสริมการปกครองทองถน่ิ กระทรวงมหาดไทย

ท่ีถายโอนกอนวันที่มีการถายโอน ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินผูรับโอนเขาเปนผูถูกฟองในคดี
ดังกลา ว

(๑) คดอี าญา
(ก) ในกรณีท่ีสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐไดรองทุกขหรือฟองคดีไวแลว

หรือยังไมไดรองทุกขหรือฟองคดีและเร่ืองยังเหลืออายุความฟองคดีเปนเวลานอยกวาหกเดือนให
สว นราชการหรือหนว ยงานของรฐั น้ันดําเนินคดตี อไปจนกวาจะแลวเสร็จ

(ข) ในกรณีที่สวนราชการหรือหนวยงานของรัฐยังมิไดรองทุกขหรือฟองคดี
และเร่อื งยังเหลอื อายคุ วามการฟองคดเี ปน เวลาไมน อ ยกวาหกเดือน ใหส วนราชการหรือหนวยงาน
ของรัฐแจงขอเท็จจริงและสงมอบหลักฐานใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินที่รับโอนภารกิจนั้น
เพื่อดําเนนิ การรองทุกขห รอื ฟอ งคดีตอไป

(๒) คดีแพง หรอื คดปี กครองท่เี กีย่ วของกับสญั ญาทางปกครอง
(ก) ในกรณีท่ีสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐไดฟองคดีไวแลว หรือยังไมได

ฟองคดีและเร่ืองยังเหลืออายุความฟองคดีเปนเวลานอยกวาหกเดือน ใหสวนราชการหรือ
หนวยงานของรัฐน้ันดําเนินการตอไปจนกวาจะแลวเสร็จ และคาเสียหาย สิทธิ และประโยชนอื่น
ใดทไี่ ดร บั จากการดําเนนิ คดีตกเปนของสว นราชการหรือหนว ยงานของรฐั ที่ดาํ เนนิ คดีนนั้

(ข) ในกรณีที่สวนราชการหรือหนวยงานของรัฐยังมิไดฟองคดี และเร่ืองยัง
เหลอื อายคุ วามการฟองคดเี ปนเวลาไมน อยกวาหกเดือน ใหส วนราชการหรือหนว ยงานของรฐั แจง
ขอเท็จจริงและสงมอบหลักฐานใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินท่ีรับโอนภารกิจน้ันดําเนินการ
ฟองคดีตอไปและใหคาเสียหาย สิทธิ และประโยชนอ่ืนใดท่ีไดรับจากการดําเนินคดี ตกเปนของ
องคกรปกครองสว นทองถน่ิ ท่ีดาํ เนินคดนี ัน้

ใหสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐผูโอนมีหนาที่ติดตาม ใหคําแนะนําและ
ชวยเหลือองคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ ผูรบั โอนในการดําเนินการตาม (๑) (ข) และ (๒) (ข) จนกวา
จะดาํ เนนิ การแลวเสร็จ

ขอ ๓ ในกรณีที่สวนราชการหรือหนวยงานของรัฐตกเปนจําเลยในคดีแพงตามภารกิจ
หรือกิจการท่ีถายโอน ใหสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐนั้นเปนคูความในคดีนั้นตอไปจนกวา
จะแลวเสร็จ ในการนี้ หากการถายโอนภารกิจหรือกิจการนั้นเปนเหตุใหสวนราชการหรือ

ภาคผนวก ข 87

มาตรฐานการดูแลรักษาท่สี าธารณประโยชน

หนวยงานของรฐั ดังกลา วยบุ เลิกไป ใหกระทรวงเจาสังกัดของสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐนั้น
เขารับมรดกความแทน

ขอ ๔ ในกรณที ี่สวนราชการหรือหนวยงานของรฐั เปนผูดาํ เนินการตามขอ ๑ ขอ ๒ และ
ขอ ๓ เม่อื ไดด ําเนินการเสรจ็ ส้ินแลว ใหแ จงองคก รปกครองสว นทองถนิ่ ผรู บั โอนทราบโดยเรว็

ทงั้ นี้ ตง้ั แตบดั นี้เปน ตนไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘
วษิ ณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการการกระจายอาํ นาจ
ใหแกอ งคก รปกครองสว นทอ งถิน่

88 ภาคผนวก ข

กรมสง เสรมิ การปกครองทอ งถิ่น กระทรวงมหาดไทย

ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๑๐๐๗ กรมทดี่ นิ
ถนนพระพิพธิ กทม. ๑๐๒๐๐

๑๕ มกราคม ๒๕๔๖

เรอื่ ง การระวงั ชแ้ี ละรับรองแนวเขตท่ดี ินสาธารณะในเขตองคกรปกครองสว นทอ งถิ่น

เรียน ผวู า ราชการจงั หวัด ทกุ จงั หวัด (เวน กรุงเทพมหานคร)

ดวยในการสัมมนาผูบริหารระดับสูงของกรมท่ีดิน เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๕ มีประเด็น
คําถามเกี่ยวกับการระวังชี้และรับรองแนวเขตท่ีดินสาธารณะในเขตองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
เนอ่ื งจากตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณ
สมบัติของแผนดิน พ.ศ.๒๕๔๔ ขอ ๕ (๒) กําหนดอํานาจหนาที่ในหารดูแลรักษาและดําเนินการคุมครอง
ปอ งกันท่ีดนิ ทปี่ ระชาชนใชประโยชนรวมกันใหเปนอํานาจหนาที่ขององคกรปกครองสวนทองถิ่นตามท่ี
กฎหมายกําหนด และนายอําเภอทองที่ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองทองที่ พ.ศ.๒๕๔๗
แตตามพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๖๘ (๘) กําหนดให
องคการบรหิ ารสว นตําบลอาจจัดทํากิจการในการคุมครองดแู ลและรักษาทรพั ยสินอันเปนสาธารณสมบัติ
ของแผนดินในเขตองคการบริหารสวนตําบล จึงมีปญหาในทางปฏิบัติของเจาหนาท่ีในการแจงใหผูมี
หนาที่ดูแลรักษามาระวังชี้และรับรองแนวเขตที่สาธารณประโยชนในเขตองคการบริหารสวนตําบล
วาจะตองมีหนังสือแจงใหองคการปกครองสวนทองถ่ิน (อบต.) ไปรวมระวังช้ีและรับรองแนวเขตดวย
หรอื ไม อยางไร

กรมทดี่ นิ ขอเรยี นวา
๑. เรื่องอํานาจหนาที่ในการดูแลรักษาคุมครองปองกันที่ดินอันอาจเปนสาธารณสมบัติของ
แผนดินสําหรับพลเมืองใชประโยชนรวมกัน กรมท่ีดินไดมีหนังสือ ดวนท่ีสุด ที่ มท ๐๗๒๙.๔/๐๖๒๙๕
ลงวันท่ี ๕ มีนาคม ๒๕๔๔ หารือไปยังกรมการปกครอง ไดรับแจงตามหนังสือกรมการปกครอง ท่ี มท
๐๓๑๑.๑/๑๙๘๓๓ ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๔ วา การดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปน
สาธารณสมบัติของแผนดินเปนอํานาจหนาท่ีขององคการบริหารสวนทองถิ่น ตามท่ีกฎหมายกําหนด
และนายอําเภอทองท่ี ทั้งน้ีตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกัน
ที่ดินอันเปนสาธารณะสมบัติของแผนดิน พ.ศ.๒๕๔๔ ซ่ึงตามมาตรา ๑๖ (๒๗) แหงพระราชบัญญัติ
กําหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดให
เทศบาล เมืองพัทยาและองคก ารบรหิ ารสว นตาํ บล มีอํานาจหนาท่ีในการดูแลรักษาที่สาธารณะ แตคณะกรรมการ

ภาคผนวก ข 89

มาตรฐานการดแู ลรักษาทสี่ าธารณประโยชน

กฤษฎีกาไดมีความเห็น ซ่ึงสรุปไดวา เปนอํานาจหนาที่ซ้ําซอนระหวางรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
ซึ่งจะมีไดเม่ือไดรับการถายโอนและกําหนดขอบเขตความรับผิดชอบตามมาตรา ๓๐ (๑) (ก) และมาตรา
๓๐ (๒) ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน (ตามหนังสือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่ี นร ๐๖๐๑/
๑๓๑๗ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๔) ฉะน้ัน เมื่อยังไมมีการถายโอนภารกิจตามมาตรา ๓๑ (๑) (ก) และ
กําหนดขอบเขตความรับผิดชอบตามาตรา ๓๐ (๒) แหงพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการ
กระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน พ.ศ.๒๕๔๒ อํานาจหนาท่ีดังกลาวจึงยังคงเปนของ
นายอําเภอทองท่ีตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ประกอบกับเร่ืองน้ี
ไดเคยมีการประชุมรวมกันระหวาง ผูแทนกรมการปกครอง ผูแทนสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
และผูแทนกรมที่ดินเพ่ือพิจารณาทบทวนปญหาเรื่องการดูแลรักษาและคุมครองปองกันท่ีสาธารณประโยชน
เมือ่ วนั ที่ ๔ ตลุ าคม ๒๕๔๔ โดยที่ประชุมไดพ ิจารณาเรอ่ื งอาํ นาจหนาที่ในการระวังช้ีและรับรองแนวเขต
ทีส่ าธารณประโยชน กรณีการรงั วัดออกโฉนดทดี่ ิน แบงแยก และสอบเขต และไดม มี ติ ดังนี้

(๑) ในการออกโฉนดท่ีดินยังคงเปนอํานาจหนาท่ีของนายอําเภอตองไป
ตรวจสอบและเปนพยานตามท่ีกระทรวงมหาดไทยไดส่ังการไว สวนระวังช้ีแนวเขตก็ยังเปนอํานาจ
หนา ทีข่ องนายอาํ เภอตามทผ่ี แู ทนกรมการปกครองมีความเห็น

(๒) อํานาจหนาท่ีของนายอําเภอดังกลาวใหรวมถึงการระวังช้ีแนวเขตเกี่ยวกับ
เร่ืองท่ัวๆ ไปดวย เชน กรณีตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณะ เทศบาลขอตรวจสอบทาง เจาของท่ีดินขอ
รังวัดแบงแยก และมีที่ขางเคียงจดท่ีสาธารณะ หรือ กรณีหนวยงานราชการขอตรวจสอบเอกสารหนังสือ
สาํ คัญ เชน หนงั สอื สาํ คัญสาํ หรับทห่ี ลวง

สวนกรณีท่ีดินที่ขอทําการรังวัดมีแนวเขตติดตอกับท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของ
แผนดินตามขอ ๔ (๑) ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกัน ที่ดิน
อันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ. ๒๕๔๔ ปจจุบันไดมีคําส่ังกระทรวงมหาดไทย ท่ี ๑๒/๒๕๔๓
ลงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๓ มอบหมายใหกับทบวงการเมืองมีอํานาจหนาท่ีดูแลรักษาและดําเนินการ
คุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินที่ไมมีกฎหมายกําหนดไวเปนอยางอ่ืน อธิบดี
กรมท่ีดนิ จึงไมมีอาํ นาจหนาท่ีดแู ลและรักษาท่ีดินดงั กลา ว

๒. เรื่องการระวังช้ีและรับรองแนวเขตท่ีสาธารณประโยชน กรมท่ีดินไดวางแนวทางปฏิบัติ
ไวแลวตามระเบียบกรมท่ีดิน วาดวยการเขียนขางเคียงและการรับรองแนวเขตที่ดิน พ.ศ.๒๕๔๑ หมวด ๑๔
ขอ ๓๗,๓๘ และ ๓๙ และไดมีหนังสือกระทรวงมหาดไทย ดวนมาก ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๕๒๕ ลงวันที่ ๒๔
กุมภาพันธ ๒๕๔๒ เรื่อง ใหสอบผูปกครองทองที่กอนออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ซึ่งกระทรวง
มหาดไทยเห็นวาอํานาจหนาดูแลรักษาที่สาธารณสมบัติของแผนประเภทพลเมืองใชประโยชนรวมกัน
(ท่สี าธารณประโยชน) ทตี่ ง้ั อยูในเขตเทศบาลมิใชอ าํ นาจหนาทข่ี องเทศบาล และคําสั่งกระทรวงมหาดไทย
ท่ี ๙๘๐/๒๔๙๘ ลงวันท่ี ๑๖ สิงหาคม ๒๔๙๘และท่ี ๖๓๙/๒๕๔๐ ลงวันท่ี ๙ ธันวาคม ๒๕๔๐ ซ่ึงปจจุบัน

90 ภาคผนวก ข

กรมสง เสรมิ การปกครองทองถิน่ กระทรวงมหาดไทย

ถูกยกเลิกและใหใชคําสั่งกระทรวง มหาดไทย ท่ี ๑๒/๒๕๔๓ ลงวันท่ี ๑๘ มกราคม ๒๕๔๓ แทน มอบหมาย
ใหทบวงการเมืองอื่นมีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาและดําเนินการคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติ
ของแผนดินท่ีไมมีกฎหมายกําหนดไวเปนอยางอื่น โดยไดมอบหมายใหกรุงเทพมหานคร ภายในเขต
กรุงเทพมหานคร จังหวัด ภายในเขตจังหวัด แตนอกเขตเทศบาลและองคการบริหารสวนตําบลของ
จงั หวัดนั้น เมืองพัทยา ภายในเขตเมืองพัทยา เทศบาลภายในเขตเทศบาลน้ันๆ องคการบริหารสวนตําบล
ภายในเขตองคการบริหารสวนตาํ บลนนั้ ๆ

ซ่ึงตามคําสั่งกระทรวงมหาดไทยดังกลาวจะมอบหมายใหทบวงการเมืองตางๆ เชน เทศบาล
ดูแลรักษาเฉพาะท่ีสาธารณสมบัติของแผนดินประเภทท่ีดินรกรางวางเปลาและที่ดินซึ่งมีผูเวนคืน หรือ
ทอดทิ้งหรือกลบั มาเปนของแผน ดินเปน โดยประการอืน่ ตามประมวลกฎหมายทีด่ ินในเขตเทศบาลเทาน้ัน
ดังนั้นการตรวจช้ี และรับรองแนวเขตท่ีสาธารณประโยชนทั้งในและนอกเขตเทศบาล ผูมีอํานาจหนาที่
คือนายอําเภอทองท่ี ซ่ึงเปนผูดูแลรักษา ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองทองท่ี พ.ศ. ๒๔๕๗
ประกอบกับท่ีไดมีคําพิพากษาศาลฎีกา ท่ี ๒๖๓๓/๒๕๒๓ สรุปวา การท่ีจําเลยไมยอมลงชื่อรับรองแนวเขต
ทางสาธารณะในกรณีท่ีโจทกขอแบงแยกท่ีดินเปนแปลงยอย และขอแบงแยกถนนสาธารณะออกจากท่ีดิน
ของโจทกน้ัน เม่ือกฎหมายวาดวยเทศบาล มิไดบัญญัติใหเทศบาลหรือนายกเทศมนตรีมีหนาท่ีตองระวัง
แนวและลงช่ือรับทราบแนวเขตตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ แลว จําเลยกไ็ มมคี วามผิดตาม ป.อ. มาตรา ๑๕๗

สําหรับระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปน
สาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ.๒๕๔๔ ขอ ๕ (๒) เปนเรื่องอํานาจหนาที่ในการดูแลรักษาและ
ดําเนินการคุมครองปองกันท่ีดินท่ีประชาชนใชประโยชนรวมกัน ซึ่งกําหนดใหเปนอํานาจหนาที่ของ
องคกรปกครองสวนทองถ่ินตามท่ีกฎหมายกําหนด และนายอําเภอทองท่ีตามพระราชบัญญัติลักษณะ
ปกครองทองที่ พ.ศ.๒๔๕๗ แตแนวทางปฏิบัติในขณะนี้จะตองเปนไปตามนัยความเห็นของ
คณะกรรมการกฤษฎีกา (หนังสือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่ี นร ๐๖๐๑/๐๓๑๗ ลงวันท่ี ๒๒
มนี าคม ๒๕๔๔) ดังที่กลาวมาแลว ในขอ ๑

จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบและใหเจาหนา ทท่ี ี่เกยี่ วขอ งทราบและถอื ปฏิบัตติ อไปดวย

ขอแสดงความนับถอื

สมศักด์ิ เอ่ียมไธสง
(นายสมศักด์ิ เอ่ียมไธสง)
รองอธบิ ดี ปฏบิ ตั ริ าชการแทน

อธิบดีกรมท่ีดิน

สํานักมาตรฐานการออกหนงั สอื สําคัญ
โทร/โทรสาร ๐-๒๕๐๓-๓๙๖๐

ภาคผนวก ข 91

มาตรฐานการดูแลรักษาท่สี าธารณประโยชน

ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย

วา ดวยการมอบหมายใหสภาตาํ บลหรอื องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ ชว ยเหลอื
ในการดําเนนิ การออกหนังสอื สําคัญสําหรับทีห่ ลวง
พ.ศ. ๒๕๔๓
---------------------

ดวยกระทรวงมหาดไทยเห็นสมควร ปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการ
มอบหมายใหสภาตําบลชวยเหลือควบคุมการดําเนินการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง พ.ศ. ๒๕๑๙
ใหเหมาะสมยิ่งขึ้นสอดคลองกับพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗
โดยใหครอบคลุมถึงกรุงเทพมหานคร องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล เมืองพัทยา และสวนราชการ
สวนทองถ่นิ ทมี่ กี ฎหมายจดั ตัง้ ข้ึนดว ย กระทรวงมหาดไทยจงึ ออกระเบยี บไว ดงั ตอไปน้ี

ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วาดวยการมอบหมายใหสภาตําบลหรือ
องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ ชวยเหลือในการดาํ เนินการออกหนังสอื สําหรบั ทีห่ ลวง พ.ศ. ๒๕๔๓”

ขอ ๒ ระเบียบน้ใี หใ ชบ งั คับตัง้ แตว ันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เปน ตน ไป
ขอ ๓ ใหยกเลกิ
(๑) ระเบียบกระทรวงมหาดไทย วา ดวยการมอบหมายใหสภาตําบลมีสวนชวยเหลือควบคุม
การดําเนนิ การออกหนังสือสําคัญสาํ หรับทห่ี ลวง พ.ศ. ๒๕๑๙
(๒) ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วาดวยการมอบหมายใหสภาตําบลมีสวนชวยเหลือควบคุม
การดําเนนิ การออกหนงั สือสําคญั สําหรบั ทห่ี ลวง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗
ขอ ๔ ในระเบยี บน้ี
“สภาตาํ บล” หมายถงึ สภาตําบลตามกฎหมายวา ดว ยสภาตาํ บล และองคการบริหารสวนตาํ บล
“องคกรปกครองสวนทองถ่ิน” หมายถึง กรุงเทพมหานคร องคการบริหารสวนจังหวัด
เทศบาล เมืองพทั ยา องคก ารบรหิ ารสว นตําบล และราชการสว นทองถ่ินอืน่ ทม่ี ีกฎหมายจัดต้งั ขน้ึ
“ผูบริหารทองถ่ิน” หมายถึง ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกองคการบริหารสวนจังหวัด
นายกเทศมนตรี นายกเมอื งพัทยา และประธานกรรมการองคก ารบรหิ ารสว นตําบล

92 ภาคผนวก ข

กรมสงเสรมิ การปกครองทองถ่นิ กระทรวงมหาดไทย

“สภาทองถ่ิน” หมายถึง สภากรุงเทพมหานคร สภาองคการบริหารสวนจังหวัด สภาเทศบาล
สภาเมืองพทั ยา และสภาองคก ารบริหารสว นตําบล

“นายอาํ เภอ” ใหหมายความรวมถึง ผอู ํานวยการเขต ปลัดอาํ เภอผเู ปนหัวหนา ประจาํ กง่ิ อาํ เภอ
ขอ ๕ ภายในเดอื นมีนาคมของทกุ ป ใหจังหวัดสั่งอําเภอทุกอําเภอในเขตจังหวัด ทําการสํารวจ
ที่ดินสาธารณประโยชนในเขตทองท่ีของตนวายังไมมีหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงเปนจํานวนเทาใด
สมควรดําเนินการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงไวเปนหลักฐานหรือไม เพียงใด พรอมทั้งเหตุผล
แลว รายงานใหจ งั หวัดทราบเพอ่ื รายงายกรมที่ดนิ ตามแบบทายระเบยี บนี้
ในการสํารวจนี้ อําเภออาจขอใหสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถ่ินรวมมือชวยเหลือ
ในการสอบสวนประวัติ นําช้ีอาณาเขตที่สงสัยและปฏิบัติการอ่ืนๆ เทาที่สภาตําบลหรือองคกรปกครอง
สวนทองถิ่นสามารถจะทาํ ได
เมือ่ ทอ งถิ่นทอ่ี ําเภอใดออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงครบถวนหมดในปใดแลว ปตอไปให
อําเภอนั้นงดการสํารวจตามขอน้ไี ด
ขอ ๖ หลังการทําการสํารวจแลว เม่ือเจาหนาท่ีไดออกไปทําการรังวัด เพ่ือออกหนังสือสําคัญ
สําหรับท่ีหลวง ณ ทอ งทใี่ ด ใหสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถ่ินใหความรวมมือและชวยเหลือ
ประสานงานกบั เจาหนาทด่ี ังกลาว ดงั น้ี
(๑) ชแี้ จงและประกาศใหราษฎรในทองท่ีทราบ
(๒) ใหความอนุเคราะหและใหความสะดวกแกเจาหนาที่ในเรื่องที่พัก ความปลอดภัย
การติดตอนัดหมายกับเจา ของท่ดี นิ ขางเคยี ง
(๓) ชว ยแกไ ขปญหาอุปสรรค และขอ ขัดของตา งๆ หากจะเกิดมีข้นึ
(๔) ปฏิบัติการอ่ืนๆ ตามท่ีเห็นสมควร เพ่ือใหการดําเนินการไดเสร็จสิ้นเรียบรอยสมความ
มุงหมาย
ขอ ๗ เพือ่ ใหก ารรงั วัดในการออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงไดเปนไปโดยถูกตองไดเนื้อที่
และขอบเขตที่แทจริง เมื่อเจาหนาที่จะไปทําการรังวัดเพื่อออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแปลงใด
ในทองท่ีใด นายอําเภอจะไดแจงใหสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถิ่นทราบ ใหสภาตําบลหรือ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นมอบหมายผูแทนไปชวยควบคุมดูแลการรังวัดของเจาหนาท่ี หากเห็นวาเปน
การไมถูกตองดว ยประการใดใหประธานสภาตาํ บลหรือผบู ริหารทอ งถิน่ แจง ใหนายอําเภอทราบดว ย
เมื่อเจาหนาที่ไดรับแจงจากประธานสภาตําบลหรือผูบริหารทองถิ่นตามความในวรรคหน่ึง
แลว ใหระงบั การรงั วัดและการดาํ เนนิ การไวกอ นจนกวาจะไดรบั คําสง่ั จากนายอําเภอ

ภาคผนวก ข 93

มาตรฐานการดแู ลรกั ษาท่สี าธารณประโยชน

ขอ ๘ ในกรณีท่ีปรากฏวา การรังวัดเพ่ือออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแปลงใดไดเน้ือที่
นอยไปจากหลักฐานเดิม โดยไมปรากฏวามีผูบุกรุก ใหออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงตามผลการ
รังวัดดังกลาวไปกอนเสร็จแลวใหนายอําเภอสอบสวนขอเท็จจริงวา ที่ดินสาธารณประโยชนแปลงนั้น
นอยไปเพราะเหตุใด มีจํานวนเนื้อที่เทาใด โดยขอความเห็นตอสภาตําบลหรือหรือองคกรปกครอง
สวนทองถ่ิน เพ่ือประกอบการพิจารณา หากสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถิ่น ไมมีความเห็น
เปน อยางอื่นภายในสามสบิ วัน ใหดาํ เนนิ การตอไป

ขอ ๙ ในกรณีที่มีปญหาวา ท่ีดินสาธารณประโยชนแหงใดสมควรจะคงสภาพเพ่ือทําการออก
หนังสือสาํ คญั สําหรบั ที่หลวงไวเปนหลกั ฐาน หรอื สมควรจะถอนสภาพเพื่อนํามาจัดสรรใหราษฎรทํากิน
หรือจัดประโยชนอยางอื่น หรือกรณีที่มีผูบุกรุกสมควรจะดําเนินการขับไลหรือไม เมื่อนายอําเภอ
รองขอใหสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถิ่นนัดประชุมพิจารณาใหความเห็น โดยใหประชาชน
ผนู ําชุมชน ผนู ําศาสนา หนวยงานของรัฐหรือองคการเอกชนเขามามีสวนรวมตัดสินใจรวมกับสภาตําบล
หรือสภาทอ งถน่ิ ดวย เสรจ็ แลว สง ผลการประชมุ ใหนายอาํ เภอเพือ่ ดําเนนิ การตอ ไป

ขอ ๑๐ ในการมอบหมายใหผูใดเปนผูแทนสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถิ่นตาม
ขอ ๗ การประชุมใหความเห็นชอบตามขอ ๘ และการพิจารณาใหความเห็นตามขอ ๙ ใหสภาตําบลหรือ
องคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ทํารายงานการประชุมไวเ ปนหลักฐานทุกครั้ง

ขอ ๑๑ ในการท่ีสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถิ่น ไดใหความชวยเหลือในการรังวัด
เพื่อออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแกทางราชการตามระเบียบนี้สภาตําบลหรือองคกรปกครอง
สวนทองถิ่นอาจไดรับการชวยเหลือคาใชจายเกี่ยวกับคาตอบแทน คาจาง และคาเบี้ยเลี้ยงตามอัตราที่
กรมที่ดินจะกาํ หนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ประกาศ ณ วันท่ี ๓ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๔๓

วัฒนา อัศวเหม
(นายวฒั นา อัศวเหม)
รัฐมนตรีชวยวา การฯ ปฏิบตั ิราชการแทน
รัฐมนตรวี าการกระทรวงมหาดไทย

(ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาฉบบั ประกาศทั่วไป เลม ๑๑๗ ตอนพเิ ศษ ๔๓ ง วันที่ ๘พฤษภาคม ๒๕๔๓)

94 ภาคผนวก ข


Click to View FlipBook Version