The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คดีพิพาทเกี่ยวกับ สัญญาทางปกครอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-11-08 09:35:11

คดีพิพาทเกี่ยวกับ สัญญาทางปกครอง

คดีพิพาทเกี่ยวกับ สัญญาทางปกครอง

93

ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๕ เตม็ จานวน จงึ เป็นการใชส้ ทิ ธิโดยไมส่ ุจรติ ทาใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดร้ บั
ความเสยี หายตามนยั มาตรา ๔๒๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ นนั้ เหน็ วา่ ขอ้ ตกลง
ตามสญั ญาทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ยนิ ยอมใหผ้ ฟู้ ้องคดสี ละขอ้ ต่อสขู้ องตนขน้ึ ยนั ต่อผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๕
มไิ ดเ้ ป็นการตอ้ งหา้ มชดั แจง้ โดยกฎหมายหรอื เป็นการพน้ วสิ ยั หรอื เป็นการขดั ต่อความสงบเรยี บรอ้ ย
หรอื ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชนจงึ ไม่เป็นโมฆะตามมาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ แหง่ ประมวล
กฎหมายเดียวกัน เม่ือผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ เข้าทาสญั ญาดงั กล่าวโดยใจสมัคร จึงต้องผูกพัน
ตามขอ้ ตกลงดงั กล่าวตามนยั มาตรา ๑๔๙ ประกอบมาตรา ๓๖๘ แหง่ ประมวลกฎหมายดงั กล่าว
และตามสญั ญาค้าประกนั กาหนดว่า เม่ือมีกรณีท่ีผู้ฟ้องคดีต้องชาระหน้ีให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๕
ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ตกลงท่จี ะชดใชเ้ งนิ ใหแ้ ก่ผูฟ้ ้องคดตี ามจานวนท่ผี ูฟ้ ้องคดชี าระใหแ้ ก่ผูถ้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๕ พร้อมดอกเบ้ียในอตั ราสูงสุดของอตั ราดอกเบ้ียสนิ เช่ือผิดนัดท่ีผู้ฟ้องคดีได้มีประกาศ
กาหนดใหเ้ รยี กเกบ็ จากผกู้ ูย้ มื ได้นบั แต่วนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดชี าระหน้ีใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๕ จนถงึ วนั ท่ี
ผฟู้ ้องคดไี ดร้ บั ชาระจากผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ดงั นัน้ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ ต้องชดใชเ้ งนิ ทผ่ี ฟู้ ้องคดี
ชาระแทนผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ใหแ้ ก่ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๕ จานวน ๒,๗๔๙,๐๐๐ บาท พรอ้ มดอกเบ้ยี
ในอตั ราสูงสุดของดอกเบย้ี สนิ เช่อื ผดิ นัดตามทผ่ี ฟู้ ้องคดปี ระกาศกาหนดนบั แต่วนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม
๒๕๔๒ ถงึ วนั ฟ้อง รวม ๔ ปี ๗ เดอื น ๖ วนั พรอ้ มดอกเบ้ยี ของต้นเงนิ ดงั กล่าว ในอตั รารอ้ ยละ ๑๔
ต่อปี นับถดั จากวนั ฟ้องจนถงึ วนั ทช่ี าระเสรจ็ แก่ผฟู้ ้องคดี และผฟู้ ้องคดเี ป็นธนาคารพาณิชยต์ าม
มาตรา ๔ แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มอี านาจกาหนดอตั ราดอกเบย้ี
สนิ เช่อื ได้โดยความเหน็ ชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๑๔ (๒) แห่งพระราชบญั ญัติ
เดยี วกนั และอตั ราดอกเบย้ี ทต่ี กลงกนั ในคดนี ้ีชอบดว้ ยกฎหมาย โดยผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ทาความตกลง
ยนิ ยอมชาระใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดมี าตงั้ แต่ตน้ ตามสญั ญาระหว่างผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ กบั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๕ เอง
ดงั กล่าว ดงั นัน้ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ มหี น้าทต่ี ้องชดใชเ้ งนิ ท่ผี ูฟ้ ้องคดชี าระใหแ้ ก่ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๕
คืนให้แก่ผู้ฟ้องคดี พร้อมดอกเบ้ียในอตั ราสูงสุดของดอกเบ้ียสินเช่ือผิดนัดตามท่ีผู้ฟ้องคดี
ประกาศกาหนด อีกทงั้ ดอกเบ้ียผิดนัดท่ีกาหนดไว้ในหนังสอื ค้าประกันท่ีผู้ฟ้องคดีทาไว้กบั
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ถอื เป็นคา่ เสยี หายทก่ี าหนดไวล้ ่วงหน้า หากมกี ารผดิ สญั ญา จงึ ถอื เป็นเบย้ี ปรบั
ซง่ึ ตามมาตรา ๓๘๓ วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บญั ญตั วิ ่า ถา้ เบย้ี ปรบั
ท่รี บิ นัน้ สูงเกนิ ส่วนศาลจะลดลงเป็นจานวนพอสมควรกไ็ ด้ ในการท่จี ะวนิ ิจฉัยว่าสมควรเพยี งใดนัน้
ท่านให้พเิ คราะห์ถงึ ทางได้เสยี ของเจ้าหน้ีทุกอย่างอนั ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพยี งทางได้เสยี
ในเชงิ ทรพั ย์สนิ เม่อื ไดใ้ ช้เงนิ ตามเบ้ยี ปรบั แล้ว สทิ ธเิ รยี กรอ้ งขอลดกเ็ ป็นอนั ขาดไป ซ่งึ บทบญั ญตั ิ
ดงั กล่าวใหอ้ านาจศาลในการใชด้ ุลพนิ ิจลดเบย้ี ปรบั ไดห้ ากมเี หตุอนั สมควร เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๕๙ ๗

94

ให้สญั ญาว่าเม่อื มกี รณีท่ผี ู้ฟ้องคดตี ้องชาระหน้ีให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๕ แทนผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑
ตามสญั ญาค้าประกนั ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ตกลงชดใช้เงนิ ใหแ้ ก่ผูฟ้ ้องคดตี ามจานวนท่ผี ูฟ้ ้องคดี
ไดช้ าระใหแ้ ก่ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๕ พรอ้ มดอกเบ้ยี ในอตั ราสูงสุดของดอกเบ้ยี สนิ เช่อื ผดิ นัดตามประกาศ
ของผฟู้ ้องคดนี บั แต่วนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดชี าระหน้ีใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๕ จนถงึ วนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดไี ดร้ บั ชาระหน้ี
จากผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ เม่อื ผู้ฟ้องคดเี ป็นธนาคารพาณิชย์ มวี ตั ถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ
เพอ่ื หารายไดจ้ ากอตั ราดอกเบย้ี ในการกยู้ มื เงนิ ซง่ึ อตั ราดอกเบย้ี ทผ่ี ฟู้ ้องคดกี าหนดไวใ้ นสัญญา
ไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากธนาคารแหง่ ประเทศไทยโดยเป็นอตั รามาตรฐานกลางสาหรบั ธนาคารพาณชิ ย์
เพ่อื ใชใ้ นการกาหนดอตั ราดอกเบย้ี สาหรบั การกูย้ มื เงนิ โดยทวั่ ไป จงึ เหน็ ไดว้ ่าอตั ราดอกเบย้ี ดงั กล่าว
มคี วามเหมาะสมและไมส่ งู เกนิ สว่ นแต่อยา่ งใด

สว่ นกรณที ผ่ี ฟู้ ้องคดอี ุทธรณ์ว่า ศาลปกครองชนั้ ตน้ ไมไ่ ดพ้ พิ ากษาถงึ การบงั คบั
จานองและทรพั ยส์ นิ อ่นื ของผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ถงึ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๔ ตามคาขอของผูฟ้ ้องคดี นัน้
เห็นว่า เม่อื ความรบั ผดิ ของผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ถึงผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๔ เป็นไปตามข้อผูกพนั ตาม
สญั ญาค้าประกันท่ีมีต่อผู้ฟ้องคดี จึงชอบท่ีศาลจะกาหนดคาบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ถึง
ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๔ ชาระหน้ีเป็นตัวเงนิ มิใช่บังคับเอากับทรพั ย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ถึง
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๔ สว่ นกรณีความรบั ผดิ ตามสญั ญาจานองทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ทาไวต้ ่อผฟู้ ้องคดนี ัน้
ผฟู้ ้องคดชี อบทจ่ี ะบงั คบั ไดเ้ ม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ถงึ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๔ ไมช่ าระหน้ีเงนิ ตามคาพพิ ากษา
ในชนั้ บงั คบั คดี ศาลปกครองชนั้ ต้นจงึ ไม่จาต้องพพิ ากษาถึงการบงั คบั จานองตามคาขอของ
ผฟู้ ้องคดี พพิ ากษาใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ถงึ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๔ ร่วมกนั หรอื แทนกนั ใชเ้ งนิ จานวน
๒,๗๔๙,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบ้ียในอตั ราสูงสุดของดอกเบ้ียสินเช่ือผิดนัดตามท่ีผู้ฟ้องคดี
ประกาศกาหนดนับแต่วนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ถึงวนั ฟ้อง พรอ้ มดอกเบ้ยี ของต้นเงนิ ดงั กล่าว
ในอตั รารอ้ ยละ ๑๔ ต่อปีนับถดั จากวนั ฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชาระเสรจ็ แก่ผูฟ้ ้องคดี โดยใหช้ าระ
ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน ๙๐ วนั นบั แต่วนั ทม่ี คี าพพิ ากษา โดยในสว่ นของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ หากไมช่ าระหน้ี
ในส่วนทต่ี ้องรบั ผดิ ใหบ้ งั คบั จานองทด่ี นิ ตามโฉนดทด่ี นิ เลขท่ี ๒๓๔๓๙๑ ใชห้ น้ี และใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๕ คนื เงนิ ค้าประกนั การปฏบิ ตั งิ านก่อสรา้ งของผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จานวน ๑,๓๗๔,๕๐๐ บาท
แก่ผฟู้ ้องคดใี หแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน ๙๐ วนั นบั แตว่ นั ทม่ี คี าพพิ ากษา

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สุดที่อ. ๑๒๗๓/๒๕๕๘)

๘ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๕๙

95

คดีพิพาทเก่ียวกบั สญั ญาทางปกครอง

การท่ีอนุญาโตตลุ าการคืนข้อพิพาทให้ค่กู รณีไปตกลงกนั เอง และศาลแพ่ง
จาหน่ายคดีออกจากสารบบความเพ่ือให้นาคดีไปฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งเป็ นศาลท่ีมี
เขตอานาจตามมาตรา ๑๐ วรรคหน่ึง (๒) แห่งพระราชบญั ญตั ิว่าด้วยการวินิ จฉัยชี้ขาด
อานาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยยงั มิได้เป็นการวินิจฉัยคดี ไม่ทาให้อายคุ วาม
สะดดุ หยดุ ลงตามมาตรา ๑๙๓/๑๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เม่ือผฟู้ ้องคดี
เหน็ ว่าหน่วยงานของรฐั ค่สู ญั ญาบอกเลิกสญั ญาโดยไมช่ อบด้วยกฎหมาย จึงต้องย่ืนฟ้อง
คดีต่อศาลปกครองภายในกาหนดเวลา ๖๐ วนั นับแต่วนั ที่ศาลแพ่งมีคาสงั่ จาหน่ายคดี
ตามมาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบญั ญตั ิว่าด้วยการวินิ จฉัยชี้ขาดอานาจหน้าที่
ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ การที่ผ้ฟู ้องคดีย่ืนฟ้องพ้นกาหนดเวลาดงั กล่าว ศาลปกครอง
จึงไม่อาจรบั คาฟ้องไว้พิจารณาได้

ผฟู้ ้องคดฟี ้องว่า ไดท้ าสญั ญาจา้ งเหมาก่อสรา้ งปรบั ปรุงถนนผวิ จราจรลูกรงั กบั
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ (เทศบาลตาบล) โดยผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ (นายกเทศมนตร)ี แต่ทางานไม่แลว้ เสรจ็
ตามสญั ญา ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ มหี นงั สอื ลงวนั ท่ี ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙ บอกเลกิ สญั ญา ผฟู้ ้องคดี
เหน็ ว่าการบอกเลกิ สญั ญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทาใหผ้ ู้ฟ้องคดไี ด้รบั ความเสยี หาย เน่ืองจาก
ผฟู้ ้องคดเี ป็นผจู้ ดั หาวสั ดุ จา้ งแรงงาน และจดั หาเครอ่ื งจกั ร เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชท้ างานใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๑ และค่าชดเชยท่ีดินท่ีจ่ายให้แก่ราษฎรเจ้าของท่ีดนิ ท่ีไม่ยนิ ยอมให้สร้างถนนรุกล้าท่ีดิน
ของตนเองและเงนิ ประกนั การทางาน รวมเป็นเงนิ ๑,๗๓๐,๘๕๐ บาท ผฟู้ ้องคดไี ดม้ หี นงั สอื ทวงถาม
ให้ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ชาระเงนิ ค่าจ้างและค่าเสียหายตามสญั ญา แต่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ เพิกเฉย
ต่อมา ผูฟ้ ้องคดแี ละผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ได้ตกลงใหน้ ายอาเภอในขณะนัน้ เป็นอนุญาโตตุลาการช้ขี าด
แต่นายอาเภอไม่ยอมชข้ี าดขอ้ พพิ าท แต่แนะนาใหผ้ ฟู้ ้องคดกี บั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไปตกลงกนั เอง
แต่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ก็ไม่ยอมชาระเงนิ ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงย่นื ฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑
ต่อศาลจงั หวดั และผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ได้ย่นื คาร้องโต้แย้งเขตอานาจศาล ซ่ึงศาลจงั หวดั และ
ศาลปกครองกลางมคี วามเหน็ พอ้ งกนั ว่า คดนี ้ีอย่ใู นอานาจพจิ ารณาพพิ ากษาของศาลปกครอง

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๕๙ ๑

96

ผฟู้ ้องคดจี งึ นาคดมี าฟ้องต่อศาลปกครอง ขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สอง
รว่ มกนั หรอื แทนกนั ชดใชค้ า่ เสยี หาย

ศาลปกครองสูงสุดวิ นิ จฉั ยว่า การท่ีผู้ฟ้ องคดีได้มอบข้อพิพาทให้
อนุญาโตตุลาการช้ีขาดเม่ือวนั ท่ี ๑ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๑ เป็นกรณีท่ีผู้ฟ้องคดีในฐานะเจ้าหน้ี
ไดม้ อบขอ้ พพิ าทใหอ้ นุญาโตตุลาการพจิ ารณาตามมาตรา ๑๙๓/๑๔ (๔) แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่
และพาณิชย์ ซง่ึ การมอบขอ้ พพิ าทใหอ้ นุญาโตตุลาการพจิ ารณาจะทาใหอ้ ายคุ วามสะดุดหยดุ ลง
ก็ต่อเม่ืออนุญาโตตุลาการได้วินิจฉัยช้ีขาดข้อพิพาทตามกระบวนการของกฎหมายว่าด้วย
การอนุญาโตตุลาการแลว้ โดยมคี าชข้ี าดใหบ้ งั คบั ตามขอ้ เรยี กรอ้ งของเจา้ หน้ี แต่คดนี ้ีปรากฏวา่
นายอาเภอซ่งึ เป็นอนุญาโตตุลาการเหน็ ว่า ขอ้ พพิ าทดงั กล่าวไม่อาจดาเนินการชข้ี าดได้ จงึ ให้
ค่กู รณีไปตกลงกนั เอง หากตกลงกนั ไม่ไดก้ ใ็ หไ้ ปฟ้องศาล กรณีจงึ เป็นการคนื ขอ้ พพิ าทอนั มผี ล
ทาใหอ้ ายุความไม่เคยสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๙๓/๑๗ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๑๙๓/๑๘
แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ต่อมา ผฟู้ ้องคดนี าขอ้ พพิ าทดงั กล่าวไปฟ้องต่อศาลจงั หวดั
เม่อื วนั ท่ี ๒๖ สงิ หาคม ๒๕๕๒ เพ่อื ใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดชี าระเงนิ ตามท่ที วงถาม จงึ เป็นกรณีท่ผี ู้ฟ้องคดี
ในฐานะเจา้ หน้ีไดฟ้ ้องคดเี พอ่ื ตงั้ หลกั ฐานสทิ ธเิ รยี กรอ้ งหรอื เพ่อื ใหช้ าระหน้ีตามมาตรา ๑๙๓/๑๔ (๒)
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่การท่ีอายุความจะสะดุดหยุดลงตามบทบัญญัติดังกล่าว
ก็ต้องเป็ นกรณีท่ีศาลจังหวัดมีคาพิพากษาให้โจทก์ (ผู้ฟ้ องคดี) เป็ นฝ่ ายชนะคดีเท่านั้น
ตามมาตรา ๑๙๓/๑๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เม่อื ขอ้ เท็จจรงิ ปรากฏว่าคดนี ้ี
ศาลจงั หวดั และศาลปกครองเหน็ พอ้ งกนั ว่าเป็นคดที อ่ี ย่ใู นอานาจของศาลปกครอง ศาลจงั หวดั
จงึ มคี าสงั่ เม่อื วนั ท่ี ๑๖ กนั ยายน ๒๕๕๔ ใหจ้ าหน่ายคดอี อกจากสารบบความเพ่อื ใหผ้ ฟู้ ้องคดี
นาคดีไปฟ้องต่อศาลปกครองซ่ึงเป็นศาลท่ีมเี ขตอานาจตามมาตรา ๑๐ วรรคหน่ึง (๒) แห่ง
พระราชบญั ญตั ิว่าดว้ ยการวนิ ิจฉัยชข้ี าดอานาจหน้าท่รี ะหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ เม่อื ศาลจงั หวดั
มไิ ดพ้ พิ ากษาใหผ้ ฟู้ ้องคดซี ง่ึ เป็นเจา้ หน้ีชนะคดี จงึ ไมอ่ าจถอื ไดว้ า่ อายคุ วามฟ้องคดนี ้ีสะดุดหยดุ ลง
อีกเช่นกนั ตามมาตรา ๑๙๓/๑๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การท่ีผู้ฟ้องคดีนาคดี
มาฟ้องใหมต่ ่อศาลปกครองชนั้ ตน้ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๔ ธนั วาคม ๒๕๕๕ ซง่ึ ขณะนนั้ ระยะเวลาการฟ้องคดี
ตอ่ ศาลปกครองไดพ้ น้ กาหนดเวลาฟ้องคดไี ปแลว้ ในระหว่างการดาเนินการตามพระราชบญั ญตั ิ
ว่าดว้ ยการวนิ ิจฉยั ชข้ี าดอานาจหน้าทร่ี ะหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยครบกาหนดไปตงั้ แต่วนั ท่ี
๒ มถิ ุนายน ๒๕๕๔ คอื พน้ กาหนด ๕ ปีนบั แต่วนั ท่ี ๒ มถิ ุนายน ๒๕๔๙ ซ่งึ เป็นวนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดี
ไดร้ บั แจง้ การบอกเลกิ สญั ญาตามหนังสอื ของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ลงวนั ท่ี ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙
ตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๕๙

97

ดงั นนั้ ในกรณีน้ี ผฟู้ ้องคดจี งึ ตอ้ งยน่ื ฟ้องคดตี ่อศาลปกครองภายในกาหนดเวลา ๖๐ วนั นบั แต่วนั ท่ี
ศาลจงั หวดั มคี าสงั่ จาหน่ายคดตี ามมาตรา ๑๓ วรรคสอง แหง่ พระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยการวนิ ิจฉยั ชข้ี าด
อานาจหน้าทร่ี ะหวา่ งศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยจะตอ้ งนาคดมี าฟ้องต่อศาลปกครองภายในวนั ท่ี ๑๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๕๔ การทผ่ี ฟู้ ้องคดนี าคดนี ้ีมาฟ้องต่อศาลปกครองเม่อื วนั ท่ี ๒๔ ธนั วาคม ๒๕๕๕
จงึ เป็นการย่นื ฟ้องคดเี ม่อื พน้ กาหนดระยะเวลาการฟ้องคดตี ามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบญั ญตั ิ
จดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และคดนี ้ีมใิ ช่การฟ้องคดที ่เี ก่ยี วกบั
การคุม้ ครองประโยชน์สาธารณะหรอื สถานะของบุคคล หรอื จะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรอื
มเี หตุจาเป็นอ่นื ทศ่ี าลปกครองจะรบั ไวพ้ จิ ารณาไดต้ ามมาตรา ๕๒ แหง่ พระราชบญั ญตั ดิ งั กล่าว
ศาลปกครองจงึ ไมอ่ าจรบั คาฟ้องของผฟู้ ้องคดไี วพ้ จิ ารณาได้ อทุ ธรณ์ของผฟู้ ้องคดที อ่ี า้ งวา่ ผฟู้ ้องคดี
ยน่ื ฟ้องคดนี ้ีภายในกาหนดระยะเวลา ๕ ปี ตามมาตรา ๕๑ แหง่ พระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ ศาลปกครอง
และวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เน่ืองจากอายคุ วามการฟ้องคดนี ้ีสะดุดหยดุ ลงตงั้ แตว่ นั ท่ี
๑ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๐ ซง่ึ เป็นวนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดยี น่ื ขอ้ เรยี กรอ้ งต่ออนุญาโตตุลาการ และต่อมาไดน้ าคดี
ไปฟ้องต่อศาลจงั หวดั เม่อื วนั ท่ี ๒๖ สงิ หาคม ๒๕๕๒ อายุความกย็ งั คงสะดุดหยุดอย่นู นั้ ไมอ่ าจ
รบั ฟังได้ การทศ่ี าลปกครองชนั้ ตน้ มคี าสงั่ ไมร่ บั คาฟ้องของผฟู้ ้องคดไี วพ้ จิ ารณาและใหจ้ าหน่ายคดี
ออกจากสารบบความกบั ใหค้ นื คา่ ธรรมเนียมศาลทงั้ หมดแกผ่ ฟู้ ้องคดี ศาลปกครองสงู สดุ เหน็ พอ้ งดว้ ย

(คำสงั่ ศำลปกครองสงู สุดที่๓๐๑/๒๕๕๘)

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๕๙ ๓

98

คดีพิพาทเกี่ยวกบั สญั ญาทางปกครอง

สญั ญาจ้างตกแต่งซุ้มประตูเมืองตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว
เป็ นสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบญั ญัติจดั ตัง้ ศาลปกครองและ
วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อยู่ในอานาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบญั ญตั ิเดียวกนั การที่เจ้าหน้าท่ีได้นาแบบ
แปลนและสาเนาโครงการมาให้ผ้รู บั จ้างประมาณราคาค่าใช้จ่ายเพื่อตงั้ เบิกงบประมาณ
และค่าใช้จ่ายเพ่ืออนุมตั ิต่อองค์การบริหารส่วนจงั หวดั การท่ีเจ้าหน้ าท่ีมิได้คัดค้าน
หรือขดั ขวางมิให้ผู้รบั จ้างดาเนิ นการ ทัง้ ท่ีซุ้มประตูเมืองเป็ นทรพั ย์สินของทางราชการ
และได้ติดตามการดาเนิ นงานอย่างต่อเนื่อง เป็ นกรณีที่มีมูลอนั เชื่อได้ว่าได้มีการว่าจ้างให้
ผรู้ บั จ้างตกแต่งซุ้มประตูเมือง ทงั้ เจ้าหน้าท่ีท่ีตกลงจ้างมีฐานะเป็ นประธานคณะกรรมการ
ดาเนิ นการจดั ซื้อจดั จ้างโดยวิธีพิเศษและเป็ นประธานคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ
ย่อมทาให้ผ้รู บั จ้างเข้าใจได้ว่ามีอานาจกระทาการแทนและเม่ืองานแล้วเสรจ็ องค์การ
บริหารส่วนจงั หวดั ก็มิได้มีการปฏิ เสธรบั งาน แต่กลบั ได้ใช้ประโยชน์ในงาน ถือว่า
องค์การบริหารส่วนจงั หวดั ได้ยอมให้เจ้าหน้ าที่แสดงออกเป็ นตัวแทนหรือยอมรบั
การกระทาของเจ้าหน้าที่โดยปริยาย อนั เป็ นการให้สตั ยาบนั ในการกระทาของเจ้าหน้าท่ี
ดังนั้น จึงต้องผูกพันตามสัญญาที่ต้องชาระค่าจ้างให้ผู้รับจ้างตามมาตรา ๘๒๑
และมาตรา ๘๒๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และแม้มิได้มีการทาสญั ญาจ้าง
เป็ นหนังสือตามระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่ถือเป็ น
การบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปว่ากล่าวเป็ นการภายใน ซึ่งไม่กระทบต่อความสมบูรณ์
ในการแสดงเจตนาท่ีมีคาเสนอและคาสนองต้องตรงกนั ก่อให้เกิดสญั ญาขึ้นผกู พนั
ทัง้ สองฝ่ าย ทัง้ กรณี นี้ มีลักษณะเป็ นสัญญาจ้างทาของ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชยม์ ิได้บญั ญตั ิให้ต้องทาสญั ญาเป็นหนังสือ

ผูฟ้ ้องคดฟี ้องว่า ผูฟ้ ้องคดที ราบว่าผูถ้ ูกฟ้องคดี (องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั )
ต้องการผูร้ บั จา้ งตกแต่งซุ้มประตูเมอื งท่ตี าบลทุ่งนุ้ย อาเภอควนกาหลง จงั หวดั สตูล ต่อมานาย อ.
ปลดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั นาย ป. หวั หน้าสานักปลดั องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั นาง ว.
นักวชิ าการศกึ ษา ๗ว ไดเ้ สนอใหผ้ ูฟ้ ้องคดตี กแต่งซุ้มประตูเมอื งดงั กล่าวตามโครงการจดั งาน

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๔ (ตุลาคม-ธนั วาคม) ๒๕๕๙ ๑

99

ส่งเสรมิ การท่องเทย่ี วจงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ โดยผถู้ ูกฟ้องคดไี ดส้ ง่ สาเนาโครงการจดั งานส่งเสรมิ
การท่องเทย่ี วจงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ พรอ้ มแบบแปลนใหผ้ ูฟ้ ้องคดเี พ่อื ประมาณค่าใชจ้ ่ายในการ
ดาเนินการ ผฟู้ ้องคดไี ดศ้ กึ ษาแบบแปลนตามโครงการและเสนอแกไ้ ขปรบั ปรงุ ใหมใ่ หด้ าเนินการ
ในงบประมาณได้ ผูถ้ ูกฟ้องคดตี กลงและจะดาเนินการจดั จา้ งแบบกรณีพเิ ศษโดยใหผ้ ูฟ้ ้องคดี
ดาเนินการตกแต่งซุ้มประตูเมอื งทนั ที โดยไม่ต้องรอทาสญั ญาจดั จ้าง เน่ืองจากมเี วลาจากดั เพยี ง
๑๐ วนั ผฟู้ ้องคดเี ช่อื โดยบรสิ ทุ ธใิ ์ จวา่ ผถู้ ูกฟ้องคดจี ะดาเนินการจดั จา้ งแบบกรณพี เิ ศษ ทงั้ สาเนา
โครงการทใ่ี หผ้ ฟู้ ้องคดกี ไ็ ดร้ บั การอนุมตั แิ ลว้ จงึ ดาเนินการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื ง ๑๗๐ ปี เมอื งสตูล
และเสรจ็ ตามแบบแปลนเม่อื วนั ท่ี ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ หลงั จากนนั้ ไดข้ อรบั คา่ จา้ งจานวนเงนิ
๓๕๐,๐๐๐ บาท แต่ผูถ้ ูกฟ้องคดเี พกิ เฉยไม่รบั ผดิ ชอบดาเนินการในเร่อื งของเอกสารสญั ญาจดั จา้ ง
ใหก้ บั ผฟู้ ้องคดี จงึ ขอใหศ้ าลมพี พิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี าระเงนิ ค่าจา้ งในการสรา้ งซุม้
ประตเู มอื งสตลู ตาบลทงุ่ นุ้ย อาเภอควนกาหลง จงั หวดั สตูล จานวน ๓๕๐,๐๐๐ บาท พรอ้ มดอกเบย้ี

ศาลปกครองสงู สุดวินิ จฉัยว่า การตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งเป็นกจิ กรรมทจ่ี ดั ใหม้ ี
ข้นึ ตามโครงการจดั งานส่งเสรมิ การท่องเท่ียวจงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ ฉลอง ๑๗๐ ปี เมืองสตูล
โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื เป็นการประชาสมั พนั ธ์จงั หวดั สตูลใหเ้ ป็นท่รี จู้ กั ของนักท่องเทย่ี วทงั้ ชาวไทย
และชาวต่างชาติ เพ่อื ให้นักท่องเท่ียวเดินทางมาท่องเท่ียวในจงั หวดั สตูลเพิ่มข้นึ ซุ้มประตูเมอื ง
จงึ ถอื เป็นเครอ่ื งมอื ทจ่ี ะทาใหก้ ารบรกิ ารสาธารณะดา้ นการสง่ เสรมิ การท่องเทย่ี วซง่ึ เป็นอานาจหน้าท่ี
ของผถู้ ูกฟ้องคดบี รรลุผล สญั ญาจา้ งตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งซง่ึ มคี ่สู ญั ญาฝ่ายหน่ึงเป็นหน่วยงาน
ทางปกครองและมลี กั ษณะเป็นสญั ญาจดั ทาบรกิ ารสาธารณะ จงึ เป็นสญั ญาทางปกครองตาม
มาตรา ๓ แห่งพระราชบญั ญัติจดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ ีพิจารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
เม่อื ผูฟ้ ้องคดกี ล่าวอา้ งว่าผถู้ ูกฟ้องคดีไดว้ ่าจา้ งผฟู้ ้องคดตี กแต่งซุม้ ประตูเมอื ง แต่ผูถ้ ูกฟ้องคดี
ปฏเิ สธไมจ่ ่ายเงนิ คา่ จา้ งตกแต่งซุม้ ประตูเมอื ง จงึ เป็นกรณที ผ่ี ฟู้ ้องคดมี ขี อ้ โตแ้ ยง้ เกย่ี วกบั สญั ญา
ทางปกครอง อนั เป็นคดพี พิ าทเก่ยี วกบั สญั ญาทางปกครองท่อี ยู่ในอานาจพจิ ารณาพพิ ากษา
ของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหน่ึง (๔) แห่งพระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณา
คดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

เม่อื วนั ท่ี ๒๓ เมษายน ๒๕๕๒ เจา้ หน้าทข่ี องผถู้ ูกฟ้องคดโี ดยนาย อ. ปลดั องคก์ าร
บรหิ ารส่วนจงั หวดั นาย ป. หวั หน้าสานักปลดั องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั เจา้ ของงบประมาณ
และผูร้ บั ผดิ ชอบโครงการจดั งานการส่งเสรมิ การท่องเท่ยี วจงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ ฉลอง ๑๗๐ ปี
เมอื งสตูล และนาง ว. นกั วชิ าการศกึ ษา ๗ว เจา้ หน้าทผ่ี รู้ บั ผดิ ชอบโครงการจดั งานการส่งเสรมิ
การท่องเท่ียวจงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ ฉลอง ๑๗๐ ปี เมืองสตูล ได้พบและพูดคุยกับผู้ฟ้องคดี
ณ รา้ นอาหาร โดยมนี าย ท. กรรมการของบรษิ ัท ด. จากดั ร่วมสนทนาด้วย ในวงสนทนาไดพ้ ูดคุย

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๔ (ตุลาคม-ธนั วาคม) ๒๕๕๙

100

เกย่ี วกบั เร่อื งการจดั งานการสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี ว จงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ ฉลอง ๑๗๐ ปี เมอื งสตูล
และในคาแกอ้ ุทธรณ์ของผฟู้ ้องคดไี ดแ้ นบหนังสอื ของนาย ท. ยนื ยนั ว่า ในการสนทนาดงั กล่าว
นาย อ. นาย ป. และนาง ว. ได้ขอให้ผูฟ้ ้องคดรี บั จา้ งตกแต่งซุ้มประตูเมอื งท่ตี าบลทุ่งนุ้ย และ
ผูฟ้ ้องคดไี ดร้ บั แบบแปลนจากนาง ว. เพ่อื ไปศกึ ษารายละเอยี ดและปรบั แกใ้ หส้ ามารถดาเนินการได้
ในงบประมาณค่าใช้จ่าย ๓๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาในวนั ท่ี ๒๖ เมษายน ๒๕๕๒ ผู้ฟ้องคดกี ็ได้
เขา้ ดาเนินการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งทต่ี าบลทุ่งนุ้ย โดยมงี บประมาณในการดาเนินการ จานวน
๓๕๐,๐๐๐ บาท ซ่ึงสอดคล้องกบั การท่ีนาง ว. ผู้เสนอโครงการ และนาย ป. ผู้รบั ผิดชอบโครงการ
และเจา้ ของงบประมาณโครงการ ไดม้ กี ารเสนองบประมาณในการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื ง จานวน
๑ ซุม้ เป็นเงนิ ๓๕๐,๐๐๐ บาท โดยมนี าง ว. เป็นผปู้ ระมาณการ ตรงกบั งบประมาณทผ่ี ฟู้ ้องคดตี งั้ ไว้
กรณีจงึ น่าเช่อื ไดว้ ่าผูถ้ ูกฟ้องคดโี ดยเจา้ หน้าทด่ี งั กล่าวไดน้ าแบบแปลนและสาเนาโครงการดงั กล่าว
มาให้ผูฟ้ ้องคดตี ามท่ผี ูฟ้ ้องคดกี ล่าวอา้ ง เพ่อื ประมาณการค่าใช้จ่ายในการดาเนินการตกแต่ง
ซุม้ ประตูเมอื ง เพ่อื นามาตงั้ เบกิ งบประมาณและค่าใชจ้ ่ายเพ่อื ขออนุมตั ติ ่อผูถ้ ูกฟ้องคดี ประกอบกบั
ในขณะท่ผี ูฟ้ ้องคดเี ขา้ ดาเนินการตกแต่งซุ้มประตูเมอื งดงั กล่าวจนกระทงั่ แล้วเสรจ็ ในวนั ท่ี ๔
พฤษภาคม ๒๕๕๒ รวมเวลาดาเนินการ ๙ วนั เจา้ หน้าทข่ี องผถู้ ูกฟ้องคดหี รอื ผถู้ ูกฟ้องคดกี ม็ ไิ ด้
คดั คา้ นหรอื ขดั ขวางมใิ หผ้ ฟู้ ้องคดเี ขา้ ดาเนินการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งแต่อยา่ งใด ทงั้ ทซ่ี ุม้ ประตูเมอื ง
เป็นทรพั ย์สนิ ของทางราชการ ตรงกนั ขา้ ม กลบั ปรากฏตามหนังสอื ของนาย ท. ท่ีแนบท้าย
คาแกอ้ ุทธรณ์ของผฟู้ ้องคดวี า่ ตลอดเวลาทผ่ี ฟู้ ้องคดดี าเนินการตกแตง่ ซุม้ ประตูเมอื งมเี จา้ หน้าท่ี
ของผู้ถูกฟ้ องคดีมาติดตามการดาเนินงานอย่างต่อเน่ืองและคู่กรณียอมรบั กันว่านาย ท.
เป็นผรู้ ่วมสนทนาและรบั ประทานอาหารกนั จงึ เป็นพยานหลกั ฐานทน่ี ามาประกอบการพจิ ารณาไดว้ ่า
หากนาย ป. นาง ว. หรอื นาย อ. มไิ ดม้ อบหมายหรอื ผฟู้ ้องคดมี ไิ ดร้ บั อนุญาตใหด้ าเนินการจรงิ
ผฟู้ ้องคดยี อ่ มทจ่ี ะไมเ่ สย่ี งหรอื กลา้ ทจ่ี ะเขา้ ดาเนินการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งโดยพลการ เพราะนอกจาก
จะเป็ นการละเมิดต่อผู้ถูกฟ้องคดี ซ่ึงต้องรบั ผิดทัง้ ทางอาญาและทางแพ่งแล้ว ยงั ไม่ได้รบั
เงนิ ค่าจ้างจากการดาเนินการดงั กล่าว จากข้อเท็จจรงิ ดงั กล่าวจึงมีมูลเหตุอนั เช่ือได้ว่าได้มี
การวา่ จา้ งใหผ้ ฟู้ ้องคดดี าเนินการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งทต่ี าบลทุ่งนุ้ยจรงิ และจากฐานะตาแหน่ง
ของเจา้ หน้าท่ขี องผูถ้ ูกฟ้องคดซี ่งึ มหี น้าท่รี บั ผดิ ชอบเก่ยี วกบั โครงการจดั งานส่งเสรมิ การท่องเท่ยี ว
จงั หวดั สตลู ๒๕๕๒ ฉลอง ๑๗๐ ปี เมอื งสตูล โดยนาง ว. เป็นประธานคณะกรรมการดาเนินการ
จดั ซ้ือจดั จ้างโดยวธิ พี ิเศษ ส่วนนาย ป. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุ ย่อมทาให้
ผฟู้ ้องคดเี ขา้ ใจไดว้ า่ เจา้ หน้าทด่ี งั กล่าวมอี านาจกระทาแทนผถู้ ูกฟ้องคดแี ละมผี ลผกู พนั ผถู้ ูกฟ้องคดี
อกี ทงั้ เม่อื ดาเนินการตกแต่งซุ้มประตูเมอื งจนแล้วเสรจ็ ผู้ถูกฟ้องคดีก็มไิ ด้มีการปฏิเสธงาน

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๔ (ตุลาคม-ธนั วาคม) ๒๕๕๙ ๓

101

ซุ้มประตูเมอื งดงั กล่าว แต่กลบั ได้ใชป้ ระโยชน์ในระหว่างท่มี กี ารจดั งานส่งเสรมิ การท่องเท่ยี ว
จงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ ฉลอง ๑๗๐ ปี เมอื งสตูล จงึ ถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ยอมให้เจ้าหน้าท่ีของ
ผถู้ ูกฟ้องคดแี สดงออก เป็นตวั แทนหรอื ไดย้ อมรบั การกระทาของเจา้ หน้าทด่ี งั กล่าวของผถู้ ูกฟ้องคดี
โดยปรยิ าย อนั เป็นการใหส้ ตั ยาบนั ในการกระทาของเจา้ หน้าทด่ี งั กล่าวแลว้ ผถู้ ูกฟ้องคดจี งึ ตอ้ งผกู พนั
ตามสญั ญาท่ีต้องชาระค่าจ้างให้ผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๘๒๑ และมาตรา ๘๒๓ แห่งประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซุ้มประตูเมอื งดงั กล่าวตงั้ อยู่บนถนนเสน้ ทางสายหลกั มกี ารสญั จร
ผ่านไปมา และผูฟ้ ้องคดกี ็เขา้ ดาเนินการตกแต่งซุ้มประตูเมอื งในลกั ษณะเปิดเผยโดยใช้เวลา
ดาเนินการถงึ ๙ วนั อกี ทงั้ ช่วงเวลาทผ่ี ฟู้ ้องคดเี ขา้ ดาเนินการกเ็ ป็นช่วงเวลาทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดไี ดม้ ี
การอนุมตั โิ ครงการสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี วจงั หวดั สตูล ๒๕๕๒ ฉลอง ๑๗๐ ปี เมอื งสตูล ซง่ึ มกี าร
กาหนดกจิ กรรมในการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งดงั กล่าว และทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดอี ุทธรณ์ว่า ผฟู้ ้องคดใี ชส้ ทิ ธิ
โดยไมส่ จุ รติ เน่ืองจากผฟู้ ้องคดรี หู้ รอื ควรจะรวู้ า่ การทางานรบั จา้ งใหก้ บั สว่ นราชการจะตอ้ งดาเนินการ
ตามวธิ กี ารตามทร่ี ะเบยี บวา่ ดว้ ยการพสั ดขุ องหน่วยงานราชการนนั้ ๆ กาหนดไว้ และเจา้ หน้าท่ี
ของผู้ถูกฟ้องคดีดงั กล่าวไม่มอี านาจในการจดั ซ้ือจดั จ้าง แต่ผู้ฟ้องคดีก็ยงั ฝืนเข้าทางานจ้าง
โดยไมร่ อทาสญั ญากบั นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ซง่ึ เป็นผทู้ ม่ี อี านาจในการจดั ซอ้ื จดั จา้ ง
ก่อนเพ่อื หวงั ประโยชน์ในผลงาน ในทานองว่าลงมอื ทางานก่อนได้งานก่อนนัน้ เหน็ ว่า การท่ี
ผูฟ้ ้องคดเี ขา้ ทางานดงั กล่าว เป็นการเขา้ ทางานตามท่ไี ดม้ กี ารตกลงว่าจา้ งจากเจา้ หน้าท่ขี อง
ผถู้ ูกฟ้องคดี และกรณีกไ็ มป่ รากฏขอ้ เทจ็ จรงิ ว่า ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดว้ ่าจา้ งหรอื จะว่าจา้ งผรู้ บั จา้ งรายอ่นื
ใหเ้ ขา้ ดาเนินการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งดงั กล่าว อนั จะเป็นเหตุใหผ้ ฟู้ ้องคดเี รง่ เขา้ ทางานดงั กลา่ ว
โดยไม่รอทาสญั ญา เพ่อื หวงั ผลประโยชน์ของงานตามท่ผี ถู้ ูกฟ้องคดกี ล่าวอา้ ง และแมร้ ะเบยี บ
สานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ จะกาหนดให้หน่วยงานของทางราชการ
ตอ้ งดาเนินการทาสญั ญาจา้ งเป็นหนงั สอื กต็ าม แต่ระเบยี บดงั กล่าวเป็นเพยี งขนั้ ตอนภายในของ
ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ตี ้องปฏบิ ตั สิ าหรบั การเขา้ ทาสญั ญากบั บุคคลอ่นื ทงั้ น้ี ก็เพ่อื เป็นการปกป้องรกั ษา
ผลประโยชน์ของผถู้ ูกฟ้องคดเี อง โดยหากไมม่ กี ารดาเนินการตามระเบยี บน้ี กย็ อ่ มเป็นความบกพรอ่ ง
ของเจา้ หน้าทข่ี องผูถ้ ูกฟ้องคดี ซง่ึ เป็นเรอ่ื งทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดจี ะตอ้ งไปวา่ กล่าวกบั เจา้ หน้าทข่ี องตน
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งเป็นการภายใน หาอาจมผี ลกระทบถงึ ความสมบรู ณ์ในการแสดงเจตนาทาสญั ญาของ
ผถู้ ูกฟ้องคดที ม่ี ไี ปยงั บุคคลอ่นื แลว้ แต่อยา่ งใดไม่ เมอ่ื ผถู้ กู ฟ้องคดโี ดยเจา้ หน้าทข่ี องผถู้ ูกฟ้องคดี
ไดแ้ สดงเจตนาท่จี ะว่าจา้ งผูฟ้ ้องคดดี าเนินการตกแต่งซุ้มประตูเมอื ง โดยผูฟ้ ้องคดกี ไ็ ดต้ อบรบั
และเขา้ ดาเนินการตกแต่งซุม้ ประตูเมอื งดงั กล่าว จงึ เป็นกรณที ม่ี กี ารแสดงเจตนาทาคาเสนอและ
คาสนองตอ้ งตรงกนั ประกอบกบั กรณีน้ีเขา้ ลกั ษณะเป็นสญั ญาจา้ งทาของ ซ่งึ ประมวลกฎหมายแพ่ง

๔ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๔ (ตุลาคม-ธนั วาคม) ๒๕๕๙

102

และพาณชิ ย์ บรรพ ๓ ลกั ษณะ ๗ มไิ ดบ้ ญั ญตั ใิ หต้ อ้ งทาสญั ญาเป็นหนงั สอื แต่อยา่ งใด การแสดง
เจตนาของผถู้ ูกฟ้องคดโี ดยเจา้ หน้าทข่ี องผถู้ ูกฟ้องคดดี งั กล่าวและผฟู้ ้องคดี จงึ ก่อใหเ้ กดิ สญั ญา
ขน้ึ ผูกพนั ทงั้ สองฝ่าย ผถู้ ูกฟ้องคดจี งึ ต้องผูกพนั ตามสญั ญาดงั กล่าวในอนั ทจ่ี ะตอ้ งชาระสนิ จ้าง
ใหแ้ กผ่ ฟู้ ้องคดี

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สุดที่อ. ๓๐๖/๒๕๕๙)

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๖ ฉบบั ท่ี ๔ (ตุลาคม-ธนั วาคม) ๒๕๕๙ ๕

103

คดีพิพาทเก่ียวกบั สญั ญาทางปกครอง

เมื่อผู้ฟ้ องคดีไม่ได้เป็ นคู่สญั ญาเช่าช่วงท่ีดินเพ่ือจดั ทาตลาดระหว่าง
กรงุ เทพมหานครผเู้ ช่าช่วงกบั บริษทั เอกชนผใู้ ห้เช่าช่วง จึงไมใ่ ช่ผไู้ ด้รบั ความเดือดร้อนเสียหาย
จากการท่ีสญั ญาเช่าช่วงจะชอบด้วยกฎหมายหรือตกเป็ นโมฆะหรือไม่ จึงไม่มีสิทธิฟ้อง
ให้สญั ญาเป็นโมฆะ ซ่ึงความสาคญั ผิดที่จะทาให้นิติกรรมเป็นโมฆะ จะต้องเป็นความสาคญั ผิด
ในสิ่งซึ่งเป็ นสาระสาคญั แห่งนิ ติกรรม ได้แก่ ความสาคญั ผิดในลกั ษณะของนิ ติกรรม
ความสาคญั ผิดในตวั บุคคลซึ่งเป็ นคู่กรณีแห่งนิ ติกรรม และความสาคญั ผิดในทรพั ยส์ ิน
ซ่ึงเป็ นวตั ถแุ ห่งนิ ติกรรม การที่ผ้ฟู ้องคดีตกลงทาสญั ญาจองแผงค้าโดยจ่ายค่าพฒั นาที่ดิน
และค่าก่อสร้างสาธารณูปโภคและทาสญั ญาเช่าแผงค้าถาวรในตลาดดงั กล่าว โดยได้รบั ทราบ
และเข้าใจครบถ้วนตามหนังสือชี้ชวนในส่วนท่ีเป็ นสาระสาคญั ของการดาเนิ นการจดั ให้มี
ตลาดแล้ว และยงั ได้มีการต่อสญั ญาแผงค้าอีกสองครงั้ อีกทงั้ เม่ือครบกาหนดเวลาเช่า
ผฟู้ ้องคดีได้ทราบถึงประกาศของกรงุ เทพมหานครที่แจ้งให้มาดาเนิ นการต่ออายสุ ญั ญาเช่าแล้ว
แต่ไม่ไปดาเนินการติดต่อขอทาสญั ญาเช่าเองเน่ืองจากประสบปัญหาภาวะขาดทุนและค้างชาระ
ค่าเช่า กรณีดงั กล่าวมิใช่เป็ นการที่ผ้ฟู ้ องคดีแสดงเจตนาทาสญั ญาโดยสาคญั ผิดในสิ่ง
ซึ่งเป็ นสาระสาคญั ของนิ ติกรรมตามนัยมาตรา ๑๕๖ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิ ชย์ การแสดงเจตนาเช่าแผงค้าจึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายและไม่เป็ นโมฆะ
ค่สู ญั ญาอีกฝ่ ายจึงไม่ต้องคืนเงินค่าพฒั นาท่ีดินและค่าก่อสรา้ งสาธารณูปโภค

ผูฟ้ ้องคดฟี ้องว่า ผถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สาม (กรุงเทพมหานคร ท่ี ๑ บรษิ ทั ท. จากดั
ท่ี ๒ และนาย อ. ท่ี ๓) ได้ร่วมกระทาการอนั ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กล่าวคอื ผูถ้ ูกฟ้องคดีท่ี ๑
มคี วามประสงคจ์ ะจดั ใหม้ ตี ลาด ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ขณะนนั้ ดารงตาแหน่งผชู้ ว่ ยเลขานุการผวู้ า่ ราชการ
กรงุ เทพมหานครไดจ้ ดทะเบยี นจดั ตงั้ บรษิ ทั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ เพอ่ื จดั หาทด่ี นิ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เช่า
ตอ่ มา ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไดต้ กลงเชา่ ทด่ี นิ รวม ๓ แปลงกบั หา้ งหุน้ สว่ นจากดั ส. โดยสญั ญากาหนดให้
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ สามารถนาท่ดี นิ ไปใหเ้ ช่าช่วงได้ และต่อมาผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ กบั ผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๒ ไดต้ กลงทาสญั ญาเช่าช่วงทด่ี นิ ทงั้ สามแปลงและไดจ้ ดทะเบยี นการเช่า ณ สานักงานทด่ี นิ
ทงั้ ทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไม่มอี านาจตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๒๘ รวมทงั้ ไม่ได้ปฏิบตั ิตามระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕
ขอ้ บญั ญตั กิ รุงเทพมหานคร เร่อื ง การพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ และพระราชบญั ญตั วิ ่าดว้ ยความผดิ
เกย่ี วกบั การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรฐั พ.ศ. ๒๕๔๒ นิตกิ รรมเชา่ ช่วงทด่ี นิ ระหวา่ งผถู้ ูกฟ้องคดี

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๗ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๐ ๑

104

ท่ี ๑ กบั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ จงึ เป็นโมฆะ และเมอ่ื ผฟู้ ้องคดไี ดจ้ องเชา่ แผงคา้ จานวน ๑ แผง โดยไดจ้ ่าย
ค่าพฒั นาและค่าก่อสรา้ งใหแ้ ก่ผูถ้ ูกฟ้องคดที งั้ สามเป็นเงนิ จานวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท ตามใบแจ้ง
ความประสงคใ์ นการสนใจจองเชา่ พน้ื ทต่ี ลาดธนบุรี (สนามหลวง ๒ สว่ นขยาย) โดยผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒
และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ไมไ่ ดจ้ ดั ใหผ้ คู้ า้ รายย่อยซง่ึ เป็นผชู้ าระค่าพฒั นาและคา่ ก่อสรา้ งเขา้ ทาสญั ญา
กบั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เพ่อื ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นผบู้ รหิ ารตลาด แต่กลบั ใหต้ วั แทนและหรอื บรวิ าร
เป็นผบู้ รหิ ารตลาดเพ่อื แสวงหาประโยชน์ ทงั้ สญั ญาเชา่ แผงคา้ ระหว่างผฟู้ ้องคดกี บั ผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๑ กไ็ มไ่ ดก้ าหนดใหผ้ ฟู้ ้องคดเี ช่าแผงคา้ เป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ตามทป่ี ระกาศโฆษณาไว้ จงึ เป็น
กรณีท่ผี ู้ฟ้องคดเี ขา้ ทาสญั ญาจองแผงค้าโดยสาคญั ผดิ ในสงิ่ ซ่ึงเป็นสาระสาคญั ของนิติกรรม
ตามมาตรา ๑๕๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จงึ ขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่
ใหน้ ิติกรรมการเช่าช่วงท่ดี นิ ระหว่างผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ กบั ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ สญั ญาจองแผงค้า
และสญั ญาเช่าแผงค้าถาวรเป็นโมฆะ และให้ผู้ถูกฟ้องคดที งั้ สามร่วมกนั หรอื แทนกนั คนื เงนิ
จานวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท แก่ผฟู้ ้องคดี

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า สัญญาเช่าช่วงระหว่างผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๑
และผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ท่ผี ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไดเ้ ช่าท่ดี นิ จากหา้ งหุน้ ส่วนจากดั ส. โดยปลอดจาก
ภาระผูกพันใด ๆ ในท่ีดินดังกล่าวและมีสิทธิในการนาออกให้เช่าช่วงได้ ข้อ ๑ วรรคหน่ึง
กาหนดวา่ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ตกลงเช่าช่วงและผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ตกลงใหเ้ ชา่ ชว่ งทด่ี นิ ตามโฉนดทด่ี นิ
สามแปลง เพ่อื จดั ทาเป็นโครงการตลาดธนบุรี (สนามหลวง ๒ ส่วนขยาย) และวรรคสอง กาหนดว่า
ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ เป็นผูม้ หี น้าทท่ี าการพฒั นาทด่ี นิ และก่อสรา้ งอาคารตามแบบแปลน และจดั แบ่ง
พ้นื ท่ใี นการทาการค้าแต่ละประเภท (Zoning) ตามท่ผี ู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ กาหนด รวมทงั้ จะต้อง
ปรบั ปรุงพ้นื ท่ีใหอ้ ยู่ในระดบั ท่สี ามารถอานวยความสะดวกต่อการดาเนินการตลาด การคา้ ขาย...
โดยผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ เป็นผู้รบั ผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดาเนินการพฒั นาและก่อสร้างทงั้ หมด
ซง่ึ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ จะไปเรยี กเกบ็ ค่าพฒั นาและคา่ ก่อสรา้ งจากผคู้ า้ รายย่อยเอง และผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑
ตกลงยนิ ยอมใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และ/หรอื บรวิ าร ผคู้ า้ รายยอ่ ยใชต้ ลาดธนบุรี (สนามหลวง ๒)
ผา่ นเขา้ ออกสถานท่เี ชา่ ตลอดไป ขอ้ ๒ วรรคสาม กาหนดว่า ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ จะตอ้ งก่อสรา้ งโดย
จดั ใหม้ พี น้ื ท่แี ละอาคารในการทาการคา้ และมหี น้าทใ่ี นการจดั หาผคู้ า้ รายยอ่ ยในอตั ราค่าเช่าช่วง
ดงั น้ี... ข้อ ๔ กาหนดว่า ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ และผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ ตกลงกาหนดอายุสญั ญาเช่า
เป็นระยะเวลา ๑๐ ปีนับตงั้ แต่วนั ท่ผี ู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ ส่งมอบสถานท่เี ช่า และขอ้ ๕ กาหนดว่า
ผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๒ จะต้องดาเนินการก่อสร้างอาคารตามข้อ ๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐๐ วนั
นบั ตงั้ แต่วนั ทท่ี าสญั ญาน้ี เมอ่ื ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๒ ไดส้ ง่ มอบอาคารและพน้ื ทต่ี า่ ง ๆ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑
เกนิ กวา่ รอ้ ยละ ๕๐ ของอาคารและพน้ื ทท่ี งั้ หมด รวมทงั้ จดั หาผคู้ า้ รายยอ่ ยไดเ้ ป็นจานวนเกนิ กว่า

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๗ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๐

105

รอ้ ยละ ๕๐ ของผู้ค้าในส่วนท่ีเป็นผู้ค้าแผง และเม่ือผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ได้รบั มอบสถานท่ีเช่าแล้ว
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ มหี น้าทใ่ี นการบรหิ ารสถานทเ่ี ชา่ รวมถงึ ผคู้ า้ รายยอ่ ยทงั้ หมดทนั ที โดยผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒
ยงั คงมหี น้าทจ่ี ดั หาผคู้ า้ รายยอ่ ยใหค้ รบถว้ นต่อไป และสญั ญาเชา่ แผงคา้ ถาวรระหวา่ งผูฟ้ ้องคดกี บั
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดต้ กลงใหผ้ ูฟ้ ้องคดเี ช่าแผงคา้ จานวน ๑ แผง มกี าหนดเวลาเช่า ๑ ปี ในอตั รา
ค่าเช่าเดอื นละ ๗๕๐ บาท โดยผฟู้ ้องคดตี ้องชาระค่าเช่าล่วงหน้าเป็นรายเดอื น และเม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑
ไดป้ ระกาศใหม้ กี ารต่อสญั ญาเช่าแผงคา้ ผฟู้ ้องคดมี หี น้าท่มี าดาเนินการขอต่อสญั ญาตามเงอ่ื นไข
ในประกาศทก่ี าหนดไว้

เม่อื ปรากฏตามหนังสอื สญั ญาเช่าช่วงท่ดี นิ สามแปลงและหนังสอื สญั ญาเช่าช่วง
ทไ่ี ดจ้ ดทะเบยี นไวก้ บั เจา้ พนกั งานทด่ี นิ ระหวา่ งผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ ในฐานะผเู้ ชา่ ชว่ งกบั ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๒
ในฐานะผู้ให้เช่าช่วงนัน้ ผูฟ้ ้องคดไี ม่ได้เป็นคู่สญั ญา ผู้ฟ้องคดจี งึ ไม่ใช่เป็นผู้ได้รบั ความเดอื ดรอ้ น
เสยี หายจากการท่ีหนังสอื สญั ญาเช่าช่วงทงั้ สองฉบบั ดงั กล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรอื ไม่หรอื
ตกเป็นโมฆะหรอื ไม่ ผฟู้ ้องคดจี งึ ไมม่ สี ทิ ธฟิ ้องคดนี ้ีในประเดน็ ดงั กล่าว และศาลไม่จาตอ้ งวนิ ิจฉัยถงึ
ความเป็นโมฆะของสญั ญาเชา่ ช่วงทงั้ สองฉบบั ทงั้ น้ี ขอ้ พพิ าทในคดนี ้ีเป็นเรอ่ื งสญั ญาเชา่ แผงคา้ ถาวร
ตลาดธนบุรี (สนามหลวง ๒ สว่ นขยาย) ระหว่างผฟู้ ้องคดกี บั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ แมว้ ่าผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒
เป็นผู้เรยี กเก็บค่าพฒั นาท่ีดินและค่าก่อสร้างอาคารจากผู้ฟ้องคดกี ็ตาม ซ่ึงผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒
เรยี กเกบ็ เงนิ ในฐานะเป็นตวั แทนของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ประกอบกบั ตามหนังสอื ชช้ี วนรายละเอยี ด
โครงการมขี อ้ ความว่า บรหิ ารตลาดโดยผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ บรหิ ารการก่อสรา้ งโดยผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒
และปรากฏตราสญั ลกั ษณ์ของผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ อยใู่ นหนงั สอื ชช้ี วนดว้ ย จงึ เหน็ ไดว้ า่ ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑
อยใู่ นฐานะผบู้ รหิ ารตลาด สว่ นผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๓ เป็นเพยี งเอกชนทม่ี หี น้าท่ี
พฒั นาทด่ี นิ และก่อสรา้ งอาคารตามแบบแปลน และจดั หาพน้ื ทใ่ี นการทาการคา้ แต่ละประเภทตามท่ี
สญั ญาเช่าช่วงทงั้ สองฉบบั กาหนด และเป็นผู้รบั ผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดาเนินการพฒั นา
และก่อสรา้ งทงั้ หมด เพ่อื ใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชนตามอานาจหน้าทข่ี องผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เท่านัน้
กรณีจงึ เป็นการรว่ มกนั ของผถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สามในการก่อสรา้ งตลาด ซง่ึ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จะตอ้ ง
ร่วมรบั ผดิ ด้วย เม่อื ผูฟ้ ้องคดไี ด้จองแผงค้ากบั ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ จานวน ๑ แผงค้า และไดช้ าระเงนิ
เป็นค่าสทิ ธกิ ารเช่าแผงคา้ ระยะเวลา ๑๐ ปี และชาระค่าพฒั นาทด่ี นิ และค่าก่อสรา้ งสาธารณูปโภค
ระบบบาบดั น้าเสยี ฯลฯ เป็นเงนิ จานวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ต่อมา ผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๒ ทาการก่อสรา้ งจานวนแผงคา้ ขนาดเลก็ และแผงคา้ ขนาดใหญ่ ลานเอนกประสงค์ ศูนยอ์ าหาร
ขนาดใหญ่ ทจ่ี อดรถ หอ้ งน้าและสวนหยอ่ มตามทผ่ี ถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ กาหนดครบถว้ น และสง่ มอบงาน
เกนิ กว่ารอ้ ยละ ๕๐ ของอาคารและพน้ื ทท่ี งั้ หมด รวมทงั้ ไดจ้ ดั หาผคู้ า้ รายยอ่ ยเป็นจานวนเกนิ กว่า
รอ้ ยละ ๕๐ ของผูค้ ้าในส่วนท่เี ป็นผูค้ ้าแผง โดยผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ตรวจรบั มอบงานก่อสรา้ งไว้

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๗ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๐ ๓

106

ครบถว้ นแลว้ ผฟู้ ้องคดจี งึ ไดต้ กลงทาสญั ญาเชา่ แผงคา้ ถาวรตลาดธนบรุ ี (สนามหลวง ๒ สว่ นขยาย)
ลงวนั ท่ี ๑๓ สงิ หาคม ๒๕๔๘ กบั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ อกี ทงั้ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ กเ็ ปิดใหม้ กี ารทาสญั ญา
เช่าแผงค้าตลอดมาจนถึงวนั ท่ี ๕ มนี าคม ๒๕๕๒ มจี านวนผูค้ ้ามาทาสญั ญาเช่าแผงค้าถาวร
จานวนทงั้ ส้นิ ๓,๖๔๙ ราย จงึ เห็นว่าความสาคญั ผดิ ท่ีจะทาให้นิติกรรมเป็นโมฆะนัน้ จะต้อง
เป็นความสาคญั ผิดในสิ่งซ่ึงเป็นสาระสาคญั แห่งนิติกรรม ได้แก่ ความสาคญั ผดิ ในลกั ษณะ
ของนิตกิ รรม ความสาคญั ผดิ ในตวั บุคคลซง่ึ เป็นค่กู รณีแห่งนิตกิ รรม และความสาคญั ผดิ ในทรพั ยส์ นิ
ซ่งึ เป็นวตั ถุแห่งนิติกรรมตามมาตรา ๑๕๖ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สามรว่ มดาเนินการก่อสรา้ งตลาดและประกาศโฆษณาเชญิ ชวนผคู้ า้ รายยอ่ ย
ให้จองแผงคา้ ขายโครงการตลาดธนบุรี (สนามหลวง ๒ ส่วนขยาย) โดยมตี ราสญั ลกั ษณ์ของ
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ปรากฏอยใู่ นหนงั สอื ชช้ี วนรายละเอยี ดโครงการ มผี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๓ เป็นผูร้ ่วมดาเนินการก่อสรา้ งอาคารและจดั หาผูค้ า้ รายย่อย ผูฟ้ ้องคดีจงึ รบั ทราบและเขา้ ใจ
ตามเอกสารดงั กล่าวว่า ผูถ้ ูกฟ้องคดที งั้ สามไดร้ ว่ มกนั ดาเนินการจดั สรา้ งตลาดแลว้ เสรจ็ ครบถ้วน
ตามคาชช้ี วนในสว่ นทเ่ี ป็นสาระสาคญั ของการเป็นตลาด โดยมผี ถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นผบู้ รหิ ารตลาด
เม่อื ผฟู้ ้องคดไี ดท้ าสญั ญาเช่าแผงคา้ ถาวรกบั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ มกี าหนดเวลาเช่า ๑ ปี นบั แต่วนั ท่ี
๑ สงิ หาคม ๒๕๔๘ ถงึ วนั ท่ี ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙ และยงั มกี ารต่อสญั ญาเช่าแผงคา้ ถาวรอกี สองครงั้
ตามทผ่ี ฟู้ ้องคดไี ดแ้ สดงเจตนาทาสญั ญาจองแผงคา้ ไวก้ บั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ซง่ึ เป็นไปตามเจตนารมณ์
ของคกู่ รณีทงั้ สองฝ่ายทม่ี คี วามสมคั รใจเขา้ ทาสญั ญาผกู พนั แต่เม่อื ครบกาหนดเวลาเช่าในวนั ท่ี
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ โดยผูอ้ านวยการสานักงานตลาดได้มปี ระกาศ เร่อื ง
การต่ออายุสญั ญาเชา่ แผงคา้ ตลาดธนบุรี (สนามหลวง ๒ สว่ นขยาย) ลงวนั ท่ี ๒๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๑
และวนั ท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ รวม ๒ ฉบบั เพอ่ื แจง้ ใหผ้ ฟู้ ้องคดมี าตดิ ต่อดาเนินการต่ออายุสญั ญาเชา่
แผงคา้ หากไม่มาต่อสญั ญาภายในเวลากาหนด จะถือว่าผู้ฟ้องคดไี ม่ประสงค์จะต่อสญั ญาเช่า
ผฟู้ ้องคดที ราบแลว้ แต่ไมไ่ ปดาเนินการตดิ ตอ่ ขอทาสญั ญาเชา่ แผงคา้ ถาวรตามประกาศกบั ผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๑ เอง เน่ืองจากประสบปัญหาภาวะขาดทุน อกี ทงั้ คา้ งชาระคา่ เชา่ ตงั้ แต่เดอื นพฤษภาคม ๒๕๕๐
ตลอดมาถึงเดอื นกุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๔ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ ดาเนินการทวงถามใหช้ าระหน้ีและ
บอกเลิกสัญญา กรณีจึงมิใช่ผู้ฟ้ องคดีแสดงเจตนาทาสัญญาจองแผงค้าและทาสัญญาเช่า
แผงคา้ ถาวรโดยสาคญั ผดิ ในสงิ่ ซ่งึ เป็นสาระสาคญั ของนิตกิ รรมตามนัยมาตรา ๑๕๖ วรรคสอง
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การแสดงเจตนาของผูฟ้ ้องคดจี งึ มผี ลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
และไมเ่ ป็นโมฆะ ผถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สามจงึ ไมจ่ าตอ้ งรว่ มกนั หรอื แทนกนั ชดใชเ้ งนิ จานวน ๑๘๐,๐๐๐ บาท
คนื ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี พพิ ากษายกฟ้อง

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สดุ ที่อ. ๑๕๐/๒๕๖๐)

๔ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๗ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๐

107

คดีพิพาทเกี่ยวกบั สญั ญาทางปกครอง

สญั ญาจ้างจดั พิมพห์ นังสือวารสารและหนังสือค่มู ือนักเรียน ครแู ละผ้ปู กครอง
ระหว่างเอกชนกบั หน่วยงานทางปกครองมีลกั ษณะเป็นสญั ญาจ้างทาของตามมาตรา ๕๘๗
ประกอบกบั มาตรา ๖๐๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นสญั ญาทางปกครอง
ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบญั ญตั ิจดั ตงั้ ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
เม่ือผ้รู บั จ้างได้ส่งมอบงานที่รบั จ้างตามสญั ญา แต่หน่วยงานทางปกครองท่ีว่าจ้างไม่ชาระ
ค่าจ้างจึงตกเป็นผ้ผู ิดสญั ญา และต่อมาเมื่อค่สู ญั ญาได้ตกลงยินยอมด้วยวาจาลดยอดหนี้
โดยไม่ได้กาหนดเวลาชาระหนี้ส่วนท่ีเหลือไว้ ผ้รู บั จ้างย่อมจะเรียกให้ชาระหนี้ได้โดยพลนั
เม่ือหน่วยงานทางปกครองชาระหนี้เพียงบางส่วน จึงถือว่าผิดนัดชาระหนี้ ต้องรบั ผิดชาระ
ดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดตามมาตรา ๒๐๓ วรรคหน่ึง ประกอบกบั มาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์

ผฟู้ ้องคดฟี ้องว่า ผฟู้ ้องคดปี ระกอบกจิ การ บรกิ ารพมิ พ์ ส่อื การพมิ พ์ ประมลู งาน
และสงิ่ พมิ พ์ ได้ตกลงทาสญั ญากบั ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ (โรงเรยี น) โดยให้ผูฟ้ ้องคดจี ดั พมิ พ์หนังสอื
คู่มอื นักเรยี น ครูและผูป้ กครอง ปีการศกึ ษา ๒๕๕๖ และวารสารรายเดอื นเพ่อื เผยแพร่ข่าวสาร
ความรู้ ความเคล่อื นไหวของโรงเรยี นและเป็นส่อื สมั พนั ธ์ระหว่างโรงเรียนกบั ผปู้ กครองนักเรยี น
และชุมชน ผูฟ้ ้องคดสี ่งมอบหนังสอื คู่มอื นักเรยี นและวารสารใหแ้ ก่ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ แต่เม่อื ถึง
กาหนดชาระเงนิ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไม่ชาระเงนิ ค่าจา้ งตามสญั ญา ผูฟ้ ้องคดจี งึ ไดม้ หี นังสอื ลงวนั ท่ี
๑๙ กนั ยายน ๒๕๕๗ ถงึ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และมหี นงั สอื ลงวนั ท่ี ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ ถงึ ผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๑ (สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน) แจง้ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สองชาระหน้ีตามสญั ญา
แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทงั้ สองเพิกเฉย จงึ นาคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองชนั้ ต้น ภายหลงั จากผู้ฟ้องคดี
ไดฟ้ ้องคดตี ่อศาลปกครองชนั้ ตน้ แลว้ ในวนั ท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘ ผฟู้ ้องคดแี ละผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒
ไดม้ กี ารตกลงลดยอดหน้ีจากจานวนเงนิ ๑,๓๔๕,๗๔๓.๗๕ บาท ใหค้ งเหลอื ๑,๐๐๒,๙๒๕ บาท
และในวนั เดยี วกนั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไดช้ าระหน้ีเป็นจานวนเงนิ ๕๐๐,๐๐๐ บาท จงึ เหลอื ยอดหน้ี
ทย่ี งั คา้ งชาระเป็นเงนิ จานวน ๕๐๒,๙๒๕ บาท จงึ ขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดี
ทงั้ สองรว่ มกนั หรอื แทนกนั รบั ผดิ ชดใชเ้ งนิ ตน้ พรอ้ มดอกเบย้ี ในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปี

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า เม่อื ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ โดยนาง อ. เจ้าหน้าท่ี

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๑ ๑

108

ของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ในฐานะหวั หน้าฝ่ายประชาสมั พนั ธ์ ไดร้ บั มอบหมายจากผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒
ให้ดาเนินการจดั ทาหนังสอื วารสารและหนังสอื คู่มือนักเรยี น ครูและผู้ปกครอง ปีการศึกษา
๒๕๕๖ ได้มีใบสงั่ ทาของหรอื ใบสงั่ จ้าง มขี ้อตกลงกบั ผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้รบั จ้างว่าผู้ฟ้องคดี
มหี น้าท่จี ดั ทาหนังสอื คู่มอื นักเรยี น ครูและผู้ปกครอง ปีการศึกษา ๒๕๕๖ และวารสารให้แก่
ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ และผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ มหี น้าท่ตี ้องชาระเงนิ ภายใน ๓๐ วนั ให้แก่ผูฟ้ ้องคดี
นบั ตงั้ แต่วนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดสี ง่ มอบหนังสอื ดงั กล่าวใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ผฟู้ ้องคดไี ดส้ ่งมอบหนงั สอื
ดงั กล่าวใหแ้ กผ่ ถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๒ ตามใบสง่ ของทม่ี นี าง อ. ลงนามเป็นผรู้ บั ของหรอื สนิ คา้ รวมจานวน
๙ ฉบบั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ กม็ หี น้าทใ่ี ชร้ าคาทรพั ยห์ รอื ราคาค่าจา้ งจดั พมิ พห์ นงั สอื ดงั กล่าวใหแ้ ก่
ผฟู้ ้องคดี จงึ เป็นสญั ญาจา้ งทาของตามมาตรา ๕๘๗ ประกอบมาตรา ๖๐๒ แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์ มผี ลผกู พนั บงั คบั ระหวา่ งคสู่ ญั ญาทงั้ สองฝ่ายทม่ี หี น้าทจ่ี ะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ่อกนั ตามสญั ญา
สญั ญาจ้างจดั พิมพ์วารสารและหนังสือคู่มือนักเรยี น ครูและผู้ปกครองฯ ระหว่างผู้ฟ้องคดีกับ
ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ เป็นสญั ญาท่ีมีคู่สญั ญาฝ่ ายหน่ึงเป็ นหน่วยงานทางปกครองหรอื เป็นบุคคล
ซง่ึ กระทาการแทนรฐั และมวี ตั ถุประสงคห์ ลกั เพ่อื จดั ใหม้ เี ครอ่ื งมอื หรอื อุปกรณ์ในการจดั การเรยี น
การสอนนักเรยี นของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ อนั เป็นส่วนหน่ึงในการจดั ทาบรกิ ารสาธารณะดา้ นการศกึ ษา
ตามอานาจหน้าทแ่ี ละเป็นภารกจิ ของผถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สอง สญั ญาจา้ งพมิ พว์ ารสารและหนังสอื ค่มู อื
นักเรยี น ครูและผู้ปกครองฯ จงึ มลี กั ษณะเป็นสญั ญาท่ีจดั หาหรอื จดั ให้มีวสั ดุอุปกรณ์เพ่ือใช้
ในการจดั ทาบรกิ ารสาธารณะใหบ้ รรลผุ ล จงึ เป็นสญั ญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ
จดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ การทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ มกี ารสงั่ จา้ ง
ผฟู้ ้องคดที าการจดั พมิ พห์ นงั สอื และวารสาร และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไดร้ บั มอบหนังสอื และวารสารแลว้
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ มหี น้าทต่ี อ้ งชาระเงนิ ค่าจา้ งภายใน ๓๐ วนั ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดนี บั แต่วนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดี
ส่งมอบหนังสอื และวารสาร เม่ือรวมค่าจ้างเฉพาะการจดั ทาวารสารและหนังสอื คู่มือนักเรยี น
ครแู ละผปู้ กครองฯ เป็นเงนิ ค่าจา้ งทงั้ สน้ิ จานวน ๑,๓๑๓,๖๔๓.๗๕ บาท ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไมช่ าระ
คา่ จา้ ง จงึ ตกเป็นผผู้ ดิ สญั ญา ต่อมา ภายหลงั จากผฟู้ ้องคดไี ดฟ้ ้องคดตี ่อศาลปกครองชนั้ ตน้ แลว้
ผฟู้ ้องคดไี ดข้ อแกไ้ ขคาฟ้องขอลดจานวนทุนทรพั ยข์ อรบั คนื ค่าธรรมเนียมศาลบางสว่ นตามจานวน
ทุนทรพั ยท์ ล่ี ดลง และชแ้ี จงว่าในวนั ท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘ ผฟู้ ้องคดแี ละผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไดม้ ี
การตกลงดว้ ยวาจาลดยอดหน้ีใหค้ งเหลอื ๑,๐๐๒,๙๒๕ บาท และในวนั เดยี วกนั ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒
ไดโ้ อนชาระหน้ีเป็นจานวนเงนิ ๕๐๐,๐๐๐ บาท จงึ ฟังว่าผูฟ้ ้องคดแี ละผูถ้ ูกฟ้องคดีท่ี ๒ ไดต้ กลง
ยนิ ยอมลดยอดหน้ีค่าจา้ ง และวนั ท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไดช้ าระเงนิ ค่าจา้ ง
บางส่วนจานวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้ฟ้องคดีแล้ว จึงคงเหลือเงนิ ค่าจ้างท่ีผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๑

109

จะตอ้ งชาระใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดอี กี จานวน ๕๐๒,๙๒๕ บาท สาหรบั ดอกเบย้ี ผดิ นดั นนั้ การทผ่ี ฟู้ ้องคดี
และผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ ตกลงยนิ ยอมลดยอดหน้ี โดยไม่ได้กาหนดเวลาชาระกนั ไว้ ผู้ฟ้องคดี
ยอ่ มจะเรยี กใหผ้ ถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๒ ชาระหน้ีไดโ้ ดยพลนั ซง่ึ ในวนั เดยี วกนั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไดช้ าระ
เงนิ ค่าจา้ งเพยี งบางส่วน ไม่ได้ชาระเตม็ จานวน จงึ ต้องถอื ว่าผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ผดิ นัดชาระหน้ี
ตอ้ งรบั ผดิ ชาระดอกเบย้ี ในระหว่างผดิ นดั ในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปี ของตน้ เงนิ จานวน ๕๐๒,๙๒๕ บาท
นบั ตงั้ แต่วนั ท่ี ๓๐ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นตน้ ไปจนกวา่ จะชาระเสรจ็ ทงั้ น้ี ตามมาตรา ๒๐๓ วรรคหน่ึง
ประกอบมาตรา ๒๒๔ วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และแมว้ ่าผอู้ านวยการ
ของผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ ไม่ได้มอบอานาจเป็นหนังสือให้นาง อ. หวั หน้าฝ่ ายประชาสมั พนั ธ์ของ
ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไปตกลงทาสญั ญากบั ผู้ฟ้องคดีก็ตาม แต่การทาสญั ญาจ้างทาหนังสอื วารสาร
และหนังสอื คู่มอื นักเรยี น ครูและผูป้ กครองฯ มวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื แจกใหน้ ักเรยี นท่เี ขา้ ใหม่ทุกคน
และมวี ตั ถุประสงคเ์ พอ่ื เผยแพรข่ า่ วสารความรู้และความเคล่อื นไหวของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ เพ่อื เป็น
ส่อื สมั พนั ธร์ ะหวา่ งโรงเรยี นกบั บา้ นของนกั เรยี นและชุมชน เพ่อื ใหน้ กั เรยี น ผปู้ กครอง และศษิ ยเ์ ก่า
ของโรงเรยี นไดเ้ สนอขอ้ เขยี น บทความ ขอ้ คดิ เหน็ อนั จะยงั ประโยชน์ต่อการพฒั นาของผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๒ ประกอบกบั ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ เป็นหน้ีค่าจ้างทาวารสารและคู่มือนักเรยี นจรงิ ตามฟ้อง
แต่ผฟู้ ้องคดตี กลงยอมลดหน้ีใหค้ งเหลอื เพยี งเกา้ แสนบาทเศษ และเม่อื วนั ท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๕๘
ไดช้ าระหน้ีบางสว่ นใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี แสดงว่าผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไมไ่ ดป้ ฏเิ สธหรอื คดั คา้ นการทน่ี าง อ.
หวั หน้าฝ่ ายประชาสมั พนั ธ์ไปตกลงทาสญั ญาจา้ งกบั ผูฟ้ ้องคดี อกี ทงั้ เป็นประโยชน์ตามภารกจิ
ของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ เอง ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๒ จงึ ตอ้ งรบั ผดิ ต่อผฟู้ ้องคดใี นฐานะบคุ คลภายนอกผสู้ จุ รติ
ส่วนผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ไม่ไดม้ อบอานาจเป็นหนังสอื ใหน้ าง อ. ไปตกลงทาสญั ญากบั ผูฟ้ ้องคดี
จรงิ หรอื ไม่ เป็นเรอ่ื งทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ กบั นาง อ. ไปวา่ กนั ตามกฎหมายต่อไป

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สดุ ที่อ. ๑๒๒๑/๒๕๖๐)

แม้สญั ญาจ้างก่อสร้างปรบั ปรงุ ห้องน้าและโถงลิฟตท์ ี่ส่วนราชการทากบั เอกชน
ผรู้ บั จ้างจะมีข้อกาหนดเปิ ดช่องให้ส่วนราชการมีสิทธิปรบั เอกชนผ้รู บั จ้างเกินร้อยละสิบ
ของวงเงินค่าจ้างหากไม่สามารถทางานให้แล้วเสรจ็ ตามสัญญาได้ ซึ่งดูประหน่ึ งว่า
ขดั หรือแย้งกบั ข้อ ๑๓๘ ของระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕
แต่ข้อกาหนดของระเบียบดงั กล่าวไม่อาจถือได้ว่าเป็ นกฎหมายอนั เก่ียวกบั ความสงบเรียบร้อย
หรือศีลธรรมอนั ดีของประชาชน การมีข้อความขดั หรือแย้งจึงไม่มีผลทางกฎหมายทาให้

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๑ ๓

110

ข้อกาหนดในสญั ญาจ้างตกเป็ นโมฆะ เม่ือเอกชนผู้รบั จ้างตกลงทาสญั ญาด้วยใจสมคั ร
และยอมตนผกู พนั ตามสญั ญาทุกข้อโดยไม่อิดเอื้อน ส่วนราชการจึงมีสิทธิตามสญั ญา
ที่จะเรียกร้องให้ชาระค่าปรบั ได้แม้จะเกินร้อยละสิบของจานวนเงินค่าจ้างตามสญั ญา
เมื่องานจ้างตามสญั ญาเป็ นส่ิงสาธารณูปโภค และส่วนราชการไม่ได้งานท่ีจ้างมาให้บริการ
แก่ผ้มู าติดต่ออนั เป็ นการบริการสาธารณะภายในเวลาอนั สมควร ย่อมถือว่าส่วนราชการ
ได้รบั ความเสียหายจากการผิดสัญญาจ้าง แม้จะมิใช่ความเสียหายในเชิ งทรพั ย์สิน
แต่เม่ือพิเคราะหถ์ ึงทางได้เสียของส่วนราชการทุกอย่างอนั ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เบีย้ ปรบั
มิได้สูงเกินส่วน จึงไม่มีเหตุสมควรลดค่าปรบั ให้ตามมาตรา ๓๘๓ วรรคหนึ่ง แห่งประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ การที่ส่วนราชการใช้สิทธิหกั เงินค่าจ้างงานงวดแรกและได้นา
หลกั ประกนั สญั ญาหกั ไว้เป็ นค่าปรบั บางส่วนแล้ว จึงยงั คงมีสิทธิเรียกร้องให้เอกชน
ผรู้ บั จ้างชาระค่าปรบั ส่วนที่เหลือได้ในอตั ราตามท่ีกาหนดไว้ในสญั ญาจ้าง

ผู้ฟ้ องคดีฟ้ องว่า ผู้ฟ้ องคดีได้ทาสัญญาจ้างผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๑ (หจก.) ซ่ึงมี
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ (นาย ว.) เป็นหุน้ ส่วนผจู้ ดั การใหก้ ่อสรา้ งปรบั ปรุงหอ้ งน้าและโถงลฟิ ต์ โดยแบ่ง
งวดงานและการจ่ายเงนิ ค่าจา้ งออกเป็น ๓ งวด กาหนดทางานให้แลว้ เสรจ็ สมบูรณ์ภายในวนั ท่ี
๒๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดเ้ ขา้ ดาเนินการก่อสรา้ งตามสญั ญา แต่เป็นไปอยา่ งล่าชา้
และไม่เป็นไปตามงวดงานในสญั ญา และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไมส่ ามารถส่งมอบงานได้ตามสญั ญา
ผฟู้ ้องคดจี งึ มหี นงั สอื แจง้ ขอสงวนสทิ ธกิ ารเรยี กคา่ ปรบั และเรง่ รดั ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ดาเนินการ
ก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ได้ส่งมอบงานงวดท่ี ๑ ซ่ึงคณะกรรมการตรวจการจ้าง
ไดต้ รวจรบั งานและคานวณเงนิ คา่ จา้ งงานงวดท่ี ๑ หกั ลบกบั คา่ ปรบั กรณผี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ทางาน
เกินกาหนดเวลาตามสญั ญาเป็นเวลา ๕๕ วนั ค่าปรบั วนั ละ ๒,๒๒๔.๒๐ บาท รวมเป็นเงนิ
คา่ ปรบั ๑๒๒,๓๓๑ บาท เหลอื เงนิ ค่าจา้ งงานงวดท่ี ๑ เป็นเงนิ ๕๔๔,๙๒๙ บาท ผฟู้ ้องคดไี ดเ้ รง่
ให้ดาเนินการก่อสรา้ งให้แล้วเสรจ็ ตามสญั ญา แต่ผู้ถูกฟ้องคดที งั้ สองเพิกเฉย ผู้ฟ้องคดจี งึ มี
หนังสอื แจง้ บอกเลกิ สญั ญาจา้ งดว้ ยการปิดประกาศไว้ ณ สานักงานใหญ่ของผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑
และบ้านของผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๒ ต่อมา ผู้ฟ้ องคดีได้มีประกาศลงวันท่ี ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑
ในหนังสอื พมิ พส์ ายกลางฉบบั ลงวนั ท่ี ๑๘ มนี าคม ๒๕๕๑ แจง้ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ นาเงนิ ค่าปรบั
มาชาระจานวน ๓๑๕,๘๓๖.๔๐ บาท ภายใน ๓๐ วนั นับตงั้ แต่วนั ประกาศทางหนังสือพิมพ์
แต่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เพกิ เฉย ผฟู้ ้องคดีจงึ นาหลกั ประกนั ตามสญั ญาจา้ งจานวน ๑๑๑,๒๑๐ บาท
มาหักชดใช้เงินค่าปรับแล้วคงเหลือเงินค่าปรับท่ีผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๑ จะต้องชาระอีกจานวน

๔ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๑

111

๒๐๔,๖๒๖.๔๐ บาท พรอ้ มดอกเบ้ยี จงึ ขอใหศ้ าลพพิ ากษาหรอื มคี าสงั่ ใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดีทงั้ สอง
รว่ มกนั ชดใชเ้ งนิ

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า สญั ญาจา้ งก่อสรา้ งปรบั ปรุงหอ้ งน้าและโถงลฟิ ต์

ชนั้ ๓ ของสานักงานอธกิ ารบดีทผ่ี ูฟ้ ้องคดที ากบั ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ขอ้ ๕ วรรคหน่ึง กาหนดว่า
ผรู้ บั จา้ งต้องเรมิ่ ทางานทร่ี บั จา้ งภายในวนั ท่ี ๗ มนี าคม ๒๕๕๐ และจะต้องทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็
บรบิ ูรณ์ในวนั ท่ี ๒๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ ถ้าผู้รบั จ้างมไิ ด้ลงมอื ทางานภายในกาหนดเวลา หรอื
ไมส่ ามารถทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็ ตามกาหนดเวลา หรอื มเี หตุใหเ้ ช่อื ไดว้ ่าผูร้ บั จา้ งไมส่ ามารถทางาน
ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในกาหนดเวลา หรอื จะแลว้ เสรจ็ ล่าชา้ เกนิ กว่ากาหนดเวลา หรอื ผู้รบั จา้ งทาผดิ
สญั ญาขอ้ ใดขอ้ หน่ึง ... ผูว้ ่าจา้ งมสี ทิ ธทิ จ่ี ะบอกเลกิ สญั ญาน้ีได้ และมสี ทิ ธจิ า้ งผูร้ บั จา้ งรายใหม่
เขา้ ทางานของผูร้ บั จา้ งใหล้ ุล่วงไปไดด้ ว้ ย และวรรคสอง กาหนดว่า การท่ผี ูว้ ่าจา้ งไม่ใชส้ ทิ ธเิ ลกิ สญั ญา
ดงั กลา่ วขา้ งตน้ นนั้ ไมเ่ ป็นเหตุใหผ้ รู้ บั จา้ งพน้ จากความรบั ผดิ ตามสญั ญา ขอ้ ๑๕ วรรคหน่ึง กาหนดวา่
หากผรู้ บั จา้ งไม่สามารถทางานใหแ้ ล้วเสรจ็ ตามเวลาทก่ี าหนดไวใ้ นสญั ญา และผูว้ ่าจา้ งยงั มไิ ด้
บอกเลกิ สญั ญา ผูร้ บั จา้ งจะต้องชาระค่าปรบั ใหแ้ ก่ผู้ว่าจา้ งเป็นจานวนเงนิ วนั ละ ๒,๒๒๔.๒๐ บาท
นบั ถดั จากวนั ทก่ี าหนดแลว้ เสรจ็ ตามสญั ญา ... นอกจากน้ี ผรู้ บั จา้ งยอมใหผ้ วู้ ่าจา้ งเรยี กคา่ เสยี หาย
อนั เกดิ ขน้ึ จากการทผ่ี รู้ บั จา้ งทางานล่าชา้ เฉพาะสว่ นทเ่ี กนิ กว่าจานวนคา่ ปรบั ไดอ้ กี ดว้ ย และวรรคสอง
กาหนดวา่ ในระหว่างทผ่ี วู้ า่ จา้ งยงั มไิ ดบ้ อกเลกิ สญั ญานนั้ หากผวู้ ่าจา้ งเหน็ วา่ ผรู้ บั จา้ งจะไมส่ ามารถ
ปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาต่อไปได้ ผวู้ า่ จา้ งจะใชส้ ทิ ธบิ อกเลกิ สญั ญากไ็ ด้ และถา้ ผวู้ า่ จา้ งไดแ้ จง้ ขอ้ เรยี กรอ้ ง
ไปยงั ผูร้ บั จา้ งเม่อื ครบกาหนดแลว้ เสรจ็ ของงานขอใหช้ าระค่าปรบั แลว้ ผูว้ ่าจา้ งมสี ทิ ธทิ จ่ี ะปรบั
ผรู้ บั จา้ งจนถงึ วนั บอกเลกิ สญั ญาไดอ้ กี ดว้ ย

แมข้ อ้ ๕ ประกอบกบั ขอ้ ๑๕ ของสญั ญาจา้ งจะเปิดช่องใหผ้ ฟู้ ้องคดมี สี ิทธปิ รบั
ผถู้ กู ฟ้องคดเี ป็นจานวนเงนิ วนั ละ ๒,๒๒๔.๒๐ บาท นบั ถดั จากวนั ทก่ี าหนดแลว้ เสรจ็ ตามสญั ญา
คอื วนั ท่ี ๒๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ หรอื ตามทผ่ี ฟู้ ้องคดไี ดข้ ยายใหไ้ ปจนถงึ วนั ทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ทางาน
ทจ่ี า้ งแลว้ เสรจ็ จรงิ หรอื จนถงึ วนั ทผ่ี ฟู้ ้องคดใี ชส้ ทิ ธบิ อกเลกิ สญั ญา ถา้ หากผฟู้ ้องคดไี ดแ้ จง้ สงวนสทิ ธิ
ทจ่ี ะเรยี กรอ้ งค่าปรบั ดงั กล่าวไปยงั ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เม่อื ครบกาหนดแลว้ เสรจ็ ของงานจา้ งแลว้
โดยมพิ กั ต้องคานึงว่าผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ยนิ ยอมเสยี ค่าปรบั ใหแ้ ก่ผูฟ้ ้องคดหี รอื ไม่ ซ่งึ ดูประหน่ึงว่า
ขดั หรือแย้งกับข้อ ๑๓๘ ของระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕
ทก่ี าหนดว่า ในกรณีทค่ี สู่ ญั ญาไมส่ ามารถปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงได้ และจะตอ้ งมกี ารปรบั
ตามสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงนนั้ หากจานวนเงนิ ค่าปรบั จะเกนิ รอ้ ยละสบิ ของวงเงนิ คา่ พสั ดุหรอื ค่าจา้ ง
ใหส้ ่วนราชการพจิ ารณาดาเนินการบอกเลกิ สญั ญาหรอื ขอ้ ตกลง เวน้ แต่คู่สญั ญาจะไดย้ นิ ยอม

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๑ ๕

112

เสยี คา่ ปรบั ใหแ้ ก่ทางราชการ โดยไมม่ เี งอ่ื นไขใด ๆ ทงั้ สน้ิ ใหห้ วั หน้าสว่ นราชการพจิ ารณาผอ่ นปรน
การบอกเลกิ สญั ญาไดเ้ ทา่ ทจ่ี าเป็น แต่โดยทข่ี อ้ กาหนดของระเบยี บดงั กลา่ วมอิ าจจะถอื ไดเ้ ลยวา่
เป็นกฎหมายอนั เก่ียวกบั ความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน การมขี อ้ ความ
ขดั หรอื แยง้ กบั ขอ้ กาหนดของระเบยี บดงั กล่าวจงึ ไม่มผี ลทางกฎหมายทาใหข้ อ้ ๕ ประกอบกบั
ขอ้ ๑๕ ของสญั ญาจา้ งตกเป็นโมฆะและตอ้ งบงั คบั ตามขอ้ ๑๓๘ ของระเบยี บดงั กลา่ วแตอ่ ยา่ งใด
เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดต้ กลงทาสญั ญาจา้ งดว้ ยใจสมคั รและยอมตนผูกพนั ตามสญั ญาดงั กล่าว
ทุกขอ้ โดยไม่อดิ เอ้อื น และรบั ฟังได้เป็นยุติว่าวนั ท่ี ๒๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ เป็นวนั ท่สี ญั ญาจา้ ง
ระบุว่าผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จะต้องทางานตามสญั ญาจา้ งใหแ้ ลว้ เสรจ็ แต่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ยงั ไม่ได้
ส่งมอบงานท่จี ้างงวดท่ี ๒ และงวดท่ี ๓ ผูฟ้ ้องคดจี งึ มสี ทิ ธเิ รยี กใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ชาระค่าปรบั
เป็นจานวนเงนิ วนั ละ ๒,๒๒๔.๒๐ บาท นับตงั้ แต่วนั ท่ี ๒๙ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ เป็นต้นไป จนถงึ
วนั ทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดท้ างานทจ่ี า้ งแลว้ เสรจ็ การท่ผี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไม่ดาเนินการก่อสรา้ งงาน
ให้แล้วเสรจ็ และไม่มีเหตุท่ีจะงดหรอื ลดค่าปรบั ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ได้ ผู้ฟ้องคดจี งึ มสี ทิ ธิ
ตามสญั ญาทจ่ี ะเรยี กรอ้ งใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ชาระค่าปรบั แมเ้ งนิ คา่ ปรบั ดงั กล่าวจะเกนิ รอ้ ยละ ๑๐
ของจานวนเงนิ คา่ จา้ งกอ่ สรา้ งกต็ าม

เม่ือข้อ ๑๕ ของสญั ญาจ้างมีลกั ษณะเป็นการท่ีผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ สญั ญาแก่
ผูฟ้ ้องคดวี ่าจะใช้เงนิ จานวนหน่ึงเป็นเบ้ยี ปรบั เม่อื ตนไม่ชาระหน้ีท่ตี นมอี ยู่ตามสญั ญาจา้ งหรอื
ไม่ชาระหน้ีใหถ้ ูกต้องสมควร ซ่งึ มเี จตนารมณ์หรอื ความประสงคท์ จ่ี ะใหเ้ ป็นทงั้ บทกาหนดโทษ
ในกรณีท่ีผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ผิดสญั ญา ไม่ชาระหน้ีหรอื ชาระหน้ีไม่ถูกต้องสมควร และเป็ น
การกาหนดค่าเสยี หายท่จี ะเกดิ แก่ผูฟ้ ้องคดอี นั เน่ืองจากการท่ผี ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ผดิ สญั ญา และ
โดยท่มี าตรา ๓๘๓ วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บญั ญตั วิ ่า ถ้าเบ้ยี ปรบั
ทร่ี บิ นนั้ สงู เกนิ สว่ น ศาลจะลดลงเป็นจานวนพอสมควรกไ็ ด้ ในการทจ่ี ะวนิ ิจฉยั วา่ สมควรเพยี งใดนนั้
ทา่ นใหพ้ เิ คราะหถ์ งึ ทางไดเ้ สยี ของเจา้ หน้ีทุกอยา่ งอนั ชอบดว้ ยกฎหมาย ไมใ่ ชแ่ ตเ่ พยี งทางไดเ้ สยี
ในเชงิ ทรพั ยส์ นิ เม่อื ไดใ้ ชเ้ งนิ ตามเบ้ยี ปรบั แล้ว สทิ ธเิ รยี กรอ้ งขอลดก็เป็นอนั ขาดไป ซ่งึ การท่ี
ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ดาเนินการก่อสรา้ งตามสญั ญาเป็นไปอย่างล่าชา้ และไม่สามารถส่งมอบงาน
ภายในกาหนดระยะเวลาทางานตามสญั ญาจา้ ง โดยผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดม้ หี นังสอื ลงวนั ท่ี ๒๒
สงิ หาคม ๒๕๕๐ ขอส่งมอบงานงวดท่ี ๑ และคณะกรรมการตรวจการจา้ งได้ตรวจรบั งานและ
มกี ารจา่ ยเงนิ คา่ จา้ งงานงวดท่ี ๑ ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ โดยหกั เงนิ ค่าจา้ งงานงวดท่ี ๑ เพ่อื เป็น
ค่าปรบั กรณีทางานเกนิ กาหนดตามสญั ญาเป็นเวลา ๕๕ วนั ค่าปรบั วนั ละ ๒,๒๒๔.๒๐ บาท
รวมเป็นเงนิ จานวน ๑๒๒,๓๓๑ บาท เม่อื ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดร้ บั เงนิ ค่าจา้ งงานงวดท่ี ๑ แล้ว

๖ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๑

113

ผูฟ้ ้องคดไี ดม้ หี นังสอื เร่งให้ดาเนินการก่อสรา้ งใหแ้ ล้วเสรจ็ ตามสญั ญาอกี แต่ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑
เพกิ เฉย ย่อมส่อแสดงใหเ้ หน็ ได้ว่าผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงใจไม่ชาระหน้ีท่ตี นมอี ยู่ตามสญั ญาจา้ ง
แมจ้ ะไมป่ รากฏวา่ ผฟู้ ้องคดไี ดร้ บั ความเสยี หายในเชงิ ทรพั ยส์ นิ เป็นจานวนเทา่ ใด แต่งานทผ่ี ฟู้ ้องคดี
จ้างให้ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ ทา ซ่ึงได้แก่ การก่อสร้างปรบั ปรุงห้องน้าและโถงลิฟต์ ชนั้ ๓ ของ
สานกั งานอธกิ ารบดนี ัน้ เป็นสงิ่ สาธารณูปโภค การทผ่ี ฟู้ ้องคดไี ม่ไดง้ านทจ่ี า้ งมาใหบ้ รกิ ารนักศกึ ษา
และประชาชนผมู้ าตดิ ต่ออนั เป็นการบรกิ ารสาธารณะภายในเวลาอนั สมควร ยอ่ มถอื ไดว้ า่ ผู้ฟ้องคดี
ไดร้ บั ความเสยี หายอนั เน่ืองมาจากการท่ผี ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ผดิ สญั ญาจา้ งหรอื ไม่ชาระหน้ีตาม
สญั ญาจา้ ง แมจ้ ะมใิ ชค่ วามเสยี หายในเชงิ ทรพั ยส์ นิ กต็ าม เมอ่ื พเิ คราะหถ์ งึ ทางไดเ้ สยี ของผฟู้ ้องคดี
ทุกอย่างอนั ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพยี งทางไดเ้ สยี ในเชงิ ทรพั ยส์ นิ เท่านั้นแลว้ เหน็ ได้ว่า
เบ้ยี ปรบั ท่ผี ฟู้ ้องคดเี รยี กรอ้ งใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สองชาระนัน้ มไิ ดส้ งู เกนิ ส่วน จงึ ไม่มเี หตุสมควร
ลดค่าปรบั ให้ เม่อื ผูฟ้ ้องคดมี สี ทิ ธติ ามสญั ญาจ้าง ขอ้ ๑๕ ท่จี ะเรยี กให้ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ชาระ
ค่าปรบั ตงั้ แต่วนั ท่ี ๒๙ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ จนถงึ วนั บอกเลกิ สญั ญา (วนั ท่ี ๑๑ มกราคม ๒๕๕๑)
ในอตั ราวนั ละ ๒,๒๒๔.๒๐ บาท รวมเป็นเวลา ๑๙๗ วนั เป็นเงนิ ๔๓๘,๑๖๗.๔๐ บาท และผฟู้ ้องคดี
ไดใ้ ชส้ ทิ ธหิ กั เงนิ ค่าจา้ งงานงวดท่ี ๑ เป็นเงนิ จานวน ๑๒๒,๓๓๑ บาท และไดน้ าหลกั ประกนั สญั ญา
ของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นเงนิ จานวน ๑๑๑,๒๑๐ บาท หกั ไวเ้ ป็นคา่ ปรบั แลว้ ผฟู้ ้องคดจี งึ ยงั คงมสี ทิ ธิ
เรยี กรอ้ งใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ชาระค่าปรบั อกี เป็นเงนิ จานวน ๒๐๔,๖๒๖.๔๐ บาท การทผ่ี ฟู้ ้องคดี
ไดม้ ปี ระกาศในหนงั สอื พมิ พส์ ายกลางฉบบั ลงวนั ท่ี ๑๘ มนี าคม ๒๕๕๑ เพ่อื แจง้ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๑ ชาระเงนิ ค่าปรบั ภายใน ๓๐ วนั นับตงั้ แต่วนั ประกาศทางหนังสอื พมิ พ์ แต่ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑
เพกิ เฉย ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ ตกเป็นผู้ผดิ นัดชาระหน้ีตงั้ แต่วนั ท่คี รบกาหนด ๓๐ วนั นับตงั้ แต่
วนั ประกาศทางหนังสอื พิมพ์ดงั กล่าวและต้องเสยี ดอกเบ้ียผดิ นัดในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปี
ของตน้ เงนิ ๒๐๔,๖๒๖.๔๐ บาท ตงั้ แต่วนั ผดิ นดั จนกวา่ จะชาระเสรจ็ สน้ิ

พพิ ากษาใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สองรว่ มกนั ชาระเงนิ คา่ ปรบั จานวน ๒๐๔,๖๒๖.๔๐ บาท
พรอ้ มดอกเบย้ี ในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปีของตน้ เงนิ ดงั กลา่ วนบั ตงั้ แต่วนั ท่ี ๑๗ เมษายน ๒๕๕๑
ถงึ วนั ฟ้อง คดิ เป็นเงนิ ทงั้ สน้ิ ๒๑๔,๙๔๑.๕๘ บาท และชาระดอกเบย้ี อตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ตอ่ ปีของตน้ เงนิ
จานวน ๒๐๔,๖๒๖.๔๐ บาท ตงั้ แต่วนั ถดั จากวนั ฟ้องจนกวา่ จะชาระเสรจ็ สน้ิ ใหแ้ กผ่ ฟู้ ้องคดี

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สดุ ที่อ. ๒๐๖๐/๒๕๕๙)

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๑ ๗

114

คดีพิพาทเกี่ยวกบั สญั ญาทางปกครอง

การที่ค่สู ญั ญาฝ่ ายปกครองให้ผ้ขู ายนารถตกั ล้อยางไปทดสอบประสิทธิภาพ
การใช้งานในพืน้ ท่ีจริงเป็นเวลาสิบวนั และให้ส่งผมู้ ีความร้มู าให้คาปรึกษาแนะนาและร่วม
การทดสอบประสิทธิภาพ เป็นการตรวจสอบรถตกั ล้อยางท่ีเกินกว่าปกติในการตรวจรบั พสั ดุ
ซึ่งต้องตรวจสอบทดลองโดยปกติทางการค้าเพียงแค่ทดลองการใช้งานเบือ้ งต้นในวนั ส่งมอบ
สินค้าเท่านัน้ หากค่สู ญั ญาฝ่ ายปกครองมีความประสงคท์ ี่จะดาเนิ นการเช่นนัน้ จะต้อง
กาหนดไว้เป็ นเง่ือนไขในสญั ญาเป็ นการเฉพาะ เมื่อไม่กาหนดเป็ นเง่ือนไขในข้อสญั ญา
จึงไม่อาจอ้างเหตุที่ผ้ขู ายไม่ปฏิบตั ิตามมาเป็นเหตุบอกเลิกสญั ญาได้ การบอกเลิกสญั ญา
จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเม่ือสญั ญาเลิกกนั แล้ว ผ้ขู ายได้นารถตักล้อยางกลบั คืน
และค่สู ญั ญาฝ่ ายปกครองมิได้เอารถไว้ใช้ประโยชน์ ค่สู ญั ญาย่อมกลบั คืนส่ฐู านะท่ีเป็นอย่เู ดิม
ตามมาตรา ๓๙๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่อาจบงั คบั ให้มีการปฏิบตั ิ
ตามสญั ญาโดยให้มีการชาระค่ารถตกั ล้อยางได้ แต่เม่ือผ้ขู ายได้รบั ความเสียหายจึงกาหนด
ค่าเสียหายให้แก่ผขู้ าย

ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีได้เข้าทาสญั ญาซ้ือขายรถตักล้อยางชนิดขบั เคล่ือน
ดว้ ยตวั เอง ยห่ี อ้ TIANGONG รุ่น CG ๙๔๒H จานวน ๑ คนั กบั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ (องคก์ ารบรหิ าร
สว่ นจงั หวดั ) ตามสญั ญาซอ้ื ขายลงวนั ท่ี ๑ ธนั วาคม ๒๕๕๑ ผฟู้ ้องคดไี ดจ้ ดทะเบยี นโอนรถตกั ลอ้ ยาง
และส่งมอบรถตกั ล้อยางให้กบั ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เม่อื วนั ท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๕๒ แต่คณะกรรมการ
ตรวจรบั พสั ดุไม่ตรวจรบั และใหผ้ ฟู้ ้องคดนี ารถตกั ล้อยางไปทาการทดสอบประสทิ ธภิ าพการใชง้ าน
ในพ้ืนท่ีจรงิ เป็นเวลา ๑๐ วนั โดยให้ส่งผู้ท่ีมีความรู้มาให้คาปรกึ ษาแนะนาและร่วมทดสอบ
ประสทิ ธภิ าพ พรอ้ มกบั ใหม้ าลงนามในบนั ทกึ ต่อทา้ ยสญั ญาไวเ้ ป็นหลกั ฐาน ผฟู้ ้องคดไี มเ่ หน็ ดว้ ย
และมหี นังสอื ทวงถามให้ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ชาระราคารถตกั ล้อยางและค่าเสยี หายอนั เกิดจาก
การชาระหน้ีล่าช้า ต่อมา คณะกรรมการตรวจการจ้างได้เสนอความเห็นต่อผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๒
(นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ) วา่ ผฟู้ ้องคดไี มป่ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ กาหนดในสญั ญาโดยไมย่ นิ ยอม
ให้มีการทดสอบประสทิ ธภิ าพและสมรรถนะของรถตกั ล้อยางในพ้ืนท่ีจรงิ และไม่ทาการส่งมอบ
ใบตราส่ง (Bill of Lading) หรอื สาเนาใบตราส่งใหแ้ ก่ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นการจงใจไม่ปฏบิ ตั ิตาม

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๑ ๑

115

ขอ้ ตกลงในสญั ญา เหน็ ควรบอกเลกิ สญั ญาซ้อื ขายรถตกั ล้อยาง ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ มหี นังสอื
ลงวนั ท่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ บอกเลกิ สญั ญาซอ้ื ขายรถตกั ลอ้ ยาง ผฟู้ ้องคดจี งึ นาคดมี าฟ้องขอให้
ศาลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ กู ฟ้องคดที งั้ สองชาระเงนิ ตามสญั ญาพรอ้ มดอกเบย้ี ใหแ้ กผ่ ฟู้ ้องคดี

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า ตามสญั ญาซอ้ื ขายลงวนั ท่ี ๑ ธนั วาคม ๒๕๕๑
นอกจากจะกาหนดให้ผู้ฟ้ องคดีส่งมอบรถตักล้อยางและจดทะเบีย นโอนรถตักล้อยางให้กับ
ผู้ถูกฟ้องคดแี ล้ว ข้อ ๑ วรรคสาม ของสญั ญาฉบบั ดงั กล่าว ยงั กาหนดให้ผู้ฟ้องคดซี ่ึงเป็นผู้ขาย
จะตอ้ งรบั รองว่าเม่อื ตรวจสอบทดลองรถตกั ลอ้ ยางแลว้ ตอ้ งมคี ุณภาพและคุณสมบตั ิทไ่ี มต่ ่ากว่า
ทก่ี าหนดไวใ้ นสญั ญา แต่การตรวจทดลองรถตกั ลอ้ ยางดงั กล่าวโดยปกตทิ างการคา้ จะเป็นแค่เพยี ง
การทดลองการใช้งานเบ้ืองต้นของรถตกั ล้อยางคนั ดงั กล่าวเท่านัน้ โดยทาการตรวจทดลอง
ในวนั ส่งมอบซ่ึงมีคู่สญั ญาอยู่ร่วมในการตรวจทดลองด้วย การท่ีผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ มหี นังสือ
ลงวนั ท่ี ๖ มนี าคม ๒๕๕๒ ใหผ้ ฟู้ ้องคดนี ารถตกั ลอ้ ยางไปทาการทดสอบประสทิ ธภิ าพการใชง้ าน
ในพน้ื ทจ่ี รงิ โดยการปฏบิ ตั งิ านในการตกั ผกั ตบชวาในบรเิ วณประตูน้าโพธพิ ์ ระยา เป็นเวลา ๑๐ วนั
และให้ส่งผู้ท่ีมคี วามรู้มาให้คาปรกึ ษาแนะนาและร่วมทดสอบประสทิ ธิภาพดงั กล่าว จึงเป็น
การตรวจสอบรถตกั ลอ้ ยางทเ่ี กนิ กว่าปกตใิ นการตรวจรบั พสั ดุของคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ
หากผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ มคี วามประสงคท์ จ่ี ะดาเนินการเชน่ นนั้ จะตอ้ งกาหนดไวเ้ ป็นเงอ่ื นไขในสญั ญา
เป็นการเฉพาะโดยไม่อาจอา้ งเอาสญั ญาขอ้ ๑ วรรคสาม ซ่งึ เป็นสญั ญาตามแนบทา้ ยระเบยี บ
สานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ทน่ี ามาใชก้ บั การจดั ซอ้ื พสั ดขุ องหน่วยงานภาครฐั
โดยทวั่ ไปได้ เพราะตามขอ้ สญั ญาดงั กล่าวหมายถงึ การตรวจทดลองตามธรรมเนียมปฏบิ ตั ใิ นเวลา
ตรวจรบั พสั ดเุ ท่านนั้ มใิ ชก่ ารนาไปปฏบิ ตั งิ านจรงิ ในพน้ื ทเ่ี ป็นเวลานานถงึ ๑๐ วนั เมอ่ื ผฟู้ ้องคดี
ไมย่ อมปฏบิ ตั ติ ามผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ ไมอ่ าจใชเ้ ป็นเหตุในการบอกเลกิ สญั ญาตามขอ้ ๙ ของสญั ญา
ฉบบั ดงั กลา่ วได้ และในการจดั ซอ้ื โดยการประมลู ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ กอ่ นทผ่ี ฟู้ ้องคดจี ะเขา้ ประมลู
ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ผฟู้ ้องคดตี อ้ งผา่ นการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิค ซง่ึ ประกอบดว้ ย
เอกสารหลกั ฐานต่าง ๆ พสั ดุตวั อย่าง แคตตาลอ็ กหรอื แบบรปู และรายการละเอยี ด ซง่ึ คณะกรรมการ
ดาเนินการประมลู ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสย์ ่อมทราบในขณะตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคแลว้ ว่า
รถตกั ล้อยางย่หี ้อ TIANGONG เป็นรถท่ีไม่เคยมกี ารใช้งานมาก่อนในประเทศไทย และเม่อื
คณะกรรมการดาเนินการประมลู ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสค์ ดั เลอื กผคู้ า้ ทม่ี คี ณุ สมบตั แิ ลว้ ใหร้ ายงานผล
การพจิ ารณาและความเหน็ พรอ้ มด้วยเอกสารทไ่ี ดร้ บั ไวท้ งั้ หมดต่อหวั หน้าสว่ นราชการ ดงั นัน้
ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ ยอ่ มทราบตงั้ แตก่ ่อนทาสญั ญาซอ้ื ขายกบั ผฟู้ ้องคดแี ลว้ วา่ รถตกั ลอ้ ยางทผ่ี ฟู้ ้องคดี
นามาขายใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นรถยห่ี อ้ TIANGONG ทไ่ี มเ่ คยมกี ารใชใ้ นประเทศไทยมาก่อน

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๑

116

แต่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ กลบั ไม่กาหนดเง่อื นไขในข้อสญั ญาให้มีการดาเนินการดงั กล่าวข้างต้น
ก่อนทจ่ี ะมกี ารตรวจรบั ไวใ้ นสญั ญาฉบบั ดงั กล่าว กรณีจงึ ไมอ่ าจอา้ งเหตุผลในการตรวจรบั โดยให้
ผฟู้ ้องคดนี ารถตกั ลอ้ ยางไปทาการทดสอบประสทิ ธภิ าพการใชง้ านในพน้ื ทจ่ี รงิ เป็นเวลา ๑๐ วนั
เน่ืองจากการทดลองดงั กล่าวมใิ ช่การทดสอบหรอื ตรวจสอบตามปกติตามขอ้ ๖๔ ของระเบยี บ
กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. ๒๕๓๕
ดว้ ยเหตุดงั กล่าว เม่อื ผฟู้ ้องคดไี ม่มเี หตุทาผดิ สญั ญาทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จะอาศยั เป็นเหตุในการ
บอกเลกิ สญั ญา การทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ โดยผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ มหี นังสอื ลงวนั ท่ี ๑๐ พฤษภาคม
๒๕๕๓ บอกเลกิ สญั ญาซอ้ื ขายรถตกั ลอ้ ยางต่อผฟู้ ้องคดี จงึ เป็นการบอกเลกิ สญั ญาโดยไมช่ อบ

เม่อื หลงั จากทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ บอกเลกิ สญั ญากบั ผฟู้ ้องคดแี ลว้ ผฟู้ ้องคดไี ดน้ า
รถตกั ล้อยางคนื ไป โดยผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ มไิ ดเ้ อารถไว้ใช้ประโยชน์ และเม่อื สญั ญาเลกิ กนั แล้ว
คสู่ ญั ญายอ่ มกลบั คนื สฐู่ านะทงั้ ทเ่ี ป็นอยเู่ ดมิ ตามมาตรา ๓๙๑ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
กรณีจงึ ไมอ่ าจบงั คบั ใหม้ กี ารปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาโดยใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ชาระคา่ รถตกั ลอ้ ยางใหแ้ ก่
ผฟู้ ้องคดไี ด้ แต่คาขอใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี าระเงนิ ตามสญั ญามคี วามหมายวา่ ผฟู้ ้องคดเี รยี กค่าเสยี หาย
ทผ่ี ฟู้ ้องคดไี ดร้ บั ความเสยี หาย เม่อื ผฟู้ ้องคดมี ไิ ดส้ ง่ มอบรถตกั ลอ้ ยาง จงึ ไมอ่ าจเรยี กคา่ เสยี หาย
เทา่ กบั ราคารถตกั ลอ้ ยางได้ ผฟู้ ้องคดมี หี นงั สอื ลงวนั ท่ี ๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๒ เรยี กคา่ เสยี หายจาก
การชาระหน้ีลา่ ชา้ เมอ่ื พเิ คราะหถ์ งึ ทางไดท้ างเสยี และความเสยี หายของผฟู้ ้องคดแี ลว้ และการท่ี
ผถู้ ูกฟ้องคดที งั้ สองมไิ ดช้ าระหน้ีตามสญั ญาเลย จงึ เหน็ ควรกาหนดค่าเสยี หายแก่ผฟู้ ้องคดเี ป็นเงนิ
๒๕๐,๐๐๐ บาท และดอกเบ้ยี ในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วนั ท่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นต้น
ไปจนกวา่ จะชาระเสรจ็ ตามมาตรา ๒๒๔ แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สุดที่อ. ๑๙๘/๒๕๖๑)

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๑ ๓

117

คดีพิพาทเก่ียวกบั สญั ญาทางปกครอง

เมื่อตามสญั ญาจ้างกาหนดการจ่ายเงินค่าจ้างให้เป็นไปตามงวดงานที่ผรู้ บั จ้าง
ทาแล้วเสรจ็ การที่ผ้รู บั จ้างทางานงวดที่ ๑ แล้วเสรจ็ และคณะกรรมการตรวจการจ้าง
ได้ตรวจรบั งานและผวู้ ่าจ้างได้จ่ายเงินค่าจ้างทางานงวดท่ี ๑ ให้ผรู้ บั จ้างถกู ต้องครบถ้วนแล้ว
งานงวดท่ี ๑ จึงเป็นงานที่ผรู้ บั จ้างได้กระทาให้แก่ผวู้ ่าจ้างตามสญั ญาจ้างและยอมให้ผวู้ ่าจ้าง
ใช้งานแล้ว ผรู้ บั จ้างจึงมีสิทธิได้รบั เงินค่าจ้างงานงวดที่ ๑ อนั เป็นค่าการงานที่ได้กระทาขึน้
ผวู้ ่าจ้างจึงไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าจ้างดงั กล่าวคืนจากผรู้ บั จ้าง ถึงแม้ว่างานท่ีจ้างในงวดงาน
ที่ ๒ และที่ ๓ ไม่แล้วเสรจ็ และผ้วู ่าจ้างได้บอกเลิกสญั ญาจ้างเพราะความผิดของผ้รู บั จ้าง
ส่วนค่าใช้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมความแพ่งที่ผวู้ ่าจ้างย่ืนขอให้ศาลแพ่งมีคาสงั่ ให้นายทะเบยี น
ห้นุ ส่วนบริษทั กรงุ เทพมหานครจดชื่อผรู้ บั จ้างกลบั คืนเข้าส่ทู ะเบียน มิใช่ค่าเสียหายท่ีเกิดจาก
การส่งมอบงานล่าช้าหรือการปฏิบตั ิผิดสญั ญา ผ้วู ่าจ้างจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าใช้จ่ายนี้ได้
และการที่ผ้วู ่าจ้างส่งหนังสือแจ้งให้ผ้รู บั จ้างชาระค่าปรบั จากการท่ีผ้รู บั จ้างผิดสญั ญา
โดยส่งทางไปรษณียล์ งทะเบียนตอบรบั แต่ถกู ส่งคืนเนื่องจากไม่มารบั ภายในกาหนด
คาเตือนให้ชาระค่าปรบั ถือเป็นสาระสาคญั กรณีจึงถอื ว่าผวู้ ่าจ้างยงั มิได้มีคาเตือนให้ผรู้ บั จ้าง
ชาระค่าปรบั ผ้รู บั จ้างจึงยงั มิได้ตกเป็ นผ้ผู ิดนัดชาระหนี้ตามมาตรา ๒๐๔ วรรคหนึ่ง
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ต้องถือว่าผรู้ บั จ้างตกเป็ นผผู้ ิดนัดตงั้ แต่วนั ท่ี
ผวู้ ่าจ้างได้นาคดีมาย่ืนฟ้องต่อศาลปกครอง

ผฟู้ ้องคดฟี ้องวา่ ผฟู้ ้องคดี (เทศบาลตาบล) ไดท้ าสญั ญาจา้ งเหมาบรษิ ทั จ. จากดั
(ผู้ถูกฟ้องคดี) ให้จดั ทาโครงการจดั ทาแผนท่ีภาษีและทรพั ย์สนิ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศภูมศิ าสตร์ (GIS) ฉบบั ลงวนั ท่ี ๒๙ กนั ยายน ๒๕๔๙ กาหนดจ่ายเงนิ เป็นงวด รวม ๓ งวด
ซง่ึ ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดส้ ่งมอบงานงวดท่ี ๑ และผฟู้ ้องคดไี ดจ้ ่ายเงนิ ค่าจา้ งงานงวดท่ี ๑ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดี
ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดไี ด้ส่งมอบงานงวดท่ี ๒ แต่งานมคี วามชารุดบกพร่อง
และเม่อื ส้นิ สุดเวลาตามสญั ญาจ้าง ผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถทางานตามสญั ญาจ้างให้แล้วเสรจ็
ผฟู้ ้องคดเี หน็ ว่าผถู้ ูกฟ้องคดไี ม่สามารถทางานตามสญั ญาจา้ งต่อไปได้ จงึ ไดม้ หี นังสอื บอกเลกิ
สญั ญาจา้ งและรบิ หลกั ประกนั สญั ญา รวมทงั้ เรยี กใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี าระค่าเสยี หายจากการทง่ี าน

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๑ ๑

118

งวดท่ี ๑ ไม่สามารถนาไปใชไ้ ด้ ตอ้ งประกอบดว้ ยงานงวดท่ี ๒ และงวดท่ี ๓ รวมเขา้ ดว้ ยกนั จงึ จะ
สามารถใชง้ านไดจ้ รงิ งานงวดท่ี ๑ ทผ่ี วู้ ่าจา้ งส่งมอบจงึ เป็นอนั ไรป้ ระโยชน์ และผฟู้ ้องคดไี ดย้ ่นื
คาร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เพ่อื มคี าสงั่ ให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบรษิ ัทกรุงเทพมหานครจดช่อื
ผถู้ ูกฟ้องคดกี ลบั คนื เขา้ ส่ทู ะเบยี นหุน้ ส่วนบรษิ ทั กรงุ เทพมหานคร โดยผฟู้ ้องคดตี อ้ งเสยี ค่าใชจ้ ่าย
จานวนเงนิ ๓,๐๐๐ บาท จงึ ขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดคี นื เงนิ ค่าจา้ งงาน
งวดท่ี ๑ พรอ้ มชาระคา่ ปรบั ตามสญั ญาจา้ ง รวมทงั้ เงนิ ค่าธรรมเนียม และคา่ ใชจ้ า่ ยในการย่นื คารอ้ ง
ตอ่ ศาลแพง่ กรุงเทพใต้

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า ผูฟ้ ้องคดไี ด้ทาสญั ญาจา้ งเหมาผู้ถูกฟ้องคดี
ใหจ้ ดั ทาโครงการจดั ทาแผนท่ภี าษีและทรพั ยส์ นิ โดยประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศภูมศิ าสตร์
(GIS) ตามสญั ญาจา้ งลงวนั ท่ี ๒๙ กนั ยายน ๒๕๔๙ กาหนดจ่ายเงนิ เป็นงวด รวม ๓ งวด งวดท่ี ๑
เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดจี ดั ทาแผนทฐ่ี าน (Base Map) และงานจดั ทาแผนทแ่ี มบ่ ทเสรจ็ เรยี บรอ้ ย งวดท่ี ๒
เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดสี ารวจขอ้ มลู ทรพั ยส์ นิ เสรจ็ เรยี บรอ้ ย และงวดท่ี ๓ เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดจี ดั ทาระบบ
ฐานขอ้ มลู จดั ทาเอกสารรายงาน งานฝึกอบรมเจา้ หน้าทจ่ี นสามารถใชง้ านได้ งานตดิ ตงั้ คอมพวิ เตอร์
พรอ้ มอปุ กรณ์โปรแกรม และตรวจสอบการใชง้ านและงานอ่นื ๆ เสรจ็ เรยี บรอ้ ยถูกตอ้ งตามสญั ญาจา้ ง
ทุกประการ โดยผถู้ ูกฟ้องคดตี อ้ งเรมิ่ ทางานทร่ี บั จา้ งภายในวนั ท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๔๙ และจะต้อง
ทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็ สมบูรณ์ภายในวนั ท่ี ๖ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ เป็นเวลา ๒๕๐ วนั ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดน้ า
หนังสอื ค้าประกนั สญั ญา (หลกั ประกนั สญั ญา) ของธนาคารมอบใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดเี พ่อื เป็นหลกั ประกนั
การปฏบิ ตั ติ ามสญั ญา ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดส้ ง่ มอบงานงวดท่ี ๑ คณะกรรมการตรวจการจา้ งไดต้ รวจรบั งาน
งวดท่ี ๑ และไดจ้ ่ายเงนิ ค่าจา้ งงานงวดท่ี ๑ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดถี ูกตอ้ งครบถว้ นแลว้ ต่อมา ผถู้ ูกฟ้องคดี
สง่ มอบงานงวดท่ี ๒ คณะกรรมการตรวจการจา้ งไดต้ รวจสอบงานแลว้ พบว่ามคี วามชารุดบกพรอ่ ง
และไดเ้ ตอื นใหส้ ง่ มอบงาน ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดส้ ง่ มอบงานงวดท่ี ๒ อกี ครงั้ หน่ึงและยนิ ยอมเสยี คา่ ปรบั
ตามทก่ี าหนดในสญั ญา ต่อมา ผฟู้ ้องคดไี ดม้ หี นงั สอื ลงวนั ท่ี ๓๐ มถิ ุนายน ๒๕๕๑ แจง้ บอกเลกิ
สญั ญาจา้ งเน่ืองจากคณะกรรมการตรวจการจา้ งไดต้ รวจสอบงานแลว้ พบว่ามคี วามบกพรอ่ ง ซง่ึ ตอ้ ง
ใช้เวลานานในการแก้ไขและได้พ้นเวลาทางานท่ีกาหนดตามสญั ญาจ้างเป็นเวลา ๒๙๒ วนั
(นบั ถงึ วนั ท่ี ๓๑ มนี าคม ๒๕๕๑) และแจง้ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดรี บั ผดิ ตามสญั ญาจา้ ง คอื ชาระค่าปรบั
คนื เงนิ คา่ จา้ งงานงวดท่ี ๑ และถูกรบิ หลกั ประกนั สญั ญา

เม่ือผู้ถูกฟ้องคดีได้ทางานงวดท่ี ๑ แล้วเสร็จและส่งมอบงานงวดท่ี ๑ โดย
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ตรวจรบั งานงวดท่ี ๑ และผู้ฟ้องคดไี ด้จ่ายเงนิ ค่าจ้างงวดท่ี ๑
ใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดถี ูกต้องครบถว้ นแล้วเม่อื วนั ท่ี ๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๐ งานงวดท่ี ๑ จงึ เป็นงานท่ี

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๑

119

ผู้ถูกฟ้ องคดีได้กระทาให้แก่ผู้ฟ้ องคดีตามสัญญาจ้างและยอมให้ผู้ฟ้ องคดีใช้งานแล้ว
ซ่ึงตามสญั ญาจ้างลงวนั ท่ี ๒๙ กนั ยายน ๒๕๔๙ ได้กาหนดว่า ผู้ฟ้องคดีต้องชาระค่าจ้างให้แก่
ผถู้ ูกฟ้องคดี เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที างานงวดท่ี ๑ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ผถู้ ูกฟ้องคดกี ม็ สี ทิ ธไิ ดร้ บั เงนิ ค่าจา้ ง
งานงวดท่ี ๑ อนั เป็นค่าการงานทไ่ี ดก้ ระทาขน้ึ ผฟู้ ้องคดจี งึ ไม่มสี ทิ ธเิ รยี กเงนิ ค่าจา้ งงานงวดท่ี ๑
คืนจากผู้ถูกฟ้ องคดี ผู้ถูกฟ้ องคดีจึงไม่ต้องคืนเงินค่าจ้างงานงวดท่ี ๑ ให้แก่ผู้ฟ้ องคดี
ตามมาตรา ๓๙๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และโดยท่ีข้อ ๑๔ วรรคหน่ึง
ของสญั ญาจา้ งลงวนั ท่ี ๒๙ กนั ยายน ๒๕๔๙ กาหนดว่า ... นอกจากน้ี ผูร้ บั จา้ งยอมใหผ้ ูว้ ่าจา้ ง
เรยี กค่าเสยี หายอนั เกดิ ขน้ึ จากการท่ผี ูร้ บั จา้ งทางานล่าช้าเฉพาะส่วนท่เี กนิ กว่าจานวนค่าปรบั
และค่าใช้จ่ายดงั กล่าวได้อีกด้วย การท่ผี ูฟ้ ้องคดีย่นื คารอ้ งต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เพ่อื ใหศ้ าล
มคี าสงั่ ใหน้ ายทะเบยี นหุน้ ส่วนบรษิ ทั กรุงเทพมหานครจดช่อื ผูถ้ ูกฟ้องคดกี ลบั คนื เขา้ สู่ทะเบียน
และศาลแพง่ กรงุ เทพใตไ้ ดม้ คี าสงั่ ใหน้ ายทะเบยี นหนุ้ สว่ นบรษิ ทั กรงุ เทพมหานครทาการจดทะเบยี น
ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดกี ลบั คนื เขา้ สทู่ ะเบยี น ต่อมา สานกั งานทะเบยี นหนุ้ สว่ นบรษิ ทั กลางไดม้ คี าสงั่ ลงวนั ท่ี
๑๘ มีนาคม ๒๕๕๖ จดช่ือผู้ถูกฟ้ องคดีกลับคืนเข้าสู่ทะเบียน ซ่ึงผู้ฟ้ องคดีได้เสียค่าใช้จ่าย
เป็นค่าธรรมเนียมความแพ่ง จานวน ๓,๐๐๐ บาท นัน้ เงนิ จานวนดงั กล่าวมใิ ช่ค่าเสียหายทเ่ี กดิ จาก
การส่งมอบงานล่าช้าหรือการปฏิบัติผิดสัญญาของผู้ถูกฟ้ องคดี ผู้ฟ้ องคดีจึงไม่มีสิทธิ
เรยี กคา่ ใชจ้ า่ ยดงั กลา่ วจากผถู้ กู ฟ้องคดี

สาหรบั ดอกเบ้ียผดิ นัดของค่าปรบั นัน้ มาตรา ๒๐๔ วรรคหน่ึง แห่งประมวล
กฎหมายแพง่ และพาณิชย์ บญั ญตั วิ ่า ถา้ หน้ีถงึ กาหนดชาระแลว้ และภายหลงั แต่นนั้ เจา้ หน้ีไดใ้ ห้
คาเตอื นลูกหน้ีแลว้ ลูกหน้ียงั ไม่ชาระหน้ีไซร้ ลูกหน้ีไดช้ ่อื ว่าผดิ นัดเพราะเขาเตอื นแลว้ เม่อื ผฟู้ ้องคดี
ได้มีหนังสอื ลงวนั ท่ี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ แจ้งบอกเลกิ สญั ญา พรอ้ มทงั้ แจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดี
ชาระค่าปรบั โดยผูฟ้ ้องคดสี ่งหนังสอื ดงั กล่าวใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดที างไปรษณียล์ งทะเบยี นตอบรบั
แต่ถูกส่งคนื เน่ืองจากไม่มารบั ภายในกาหนด คาเตอื นใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี าระค่าปรบั เป็นสาระสาคญั
กรณีจึงถือว่าผู้ฟ้องคดียงั มิได้มคี าเตือนให้ผู้ถูกฟ้องคดีชาระค่าปรบั ผู้ถูกฟ้องคดีจึงยงั มิได้
ตกเป็นผผู้ ดิ นดั ชาระหน้ี ผูฟ้ ้องคดไี ดน้ าคดมี ายน่ื ฟ้องต่อศาลปกครองชนั้ ตน้ เม่อื วนั ท่ี ๑๗ มถิ ุนายน
๒๕๕๖ กรณีจงึ ถอื ว่าผูถ้ ูกฟ้องคดตี กเป็นผูผ้ ดิ นัดตงั้ แต่วนั ฟ้องเป็นต้นไป และเม่อื หน้ีดงั กล่าว
เป็นหน้ีเงนิ ผู้ฟ้องคดจี งึ มีสทิ ธิได้รบั ดอกเบ้ียในระหว่างผดิ นัดในอตั ราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ดงั นัน้
ผฟู้ ้องคดจี งึ มสี ทิ ธเิ รยี กใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี าระดอกเบย้ี อนั เกดิ จากการผดิ นดั ในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปี
ไดต้ งั้ แต่วนั ฟ้องเป็นตน้ ไปจนกวา่ จะชาระเสรจ็

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สุดที่อ. ๒๙๕/๒๕๖๑)

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๑ ๓

120

สญั ญาจ้างควบคมุ งานก่อสร้างมีวตั ถปุ ระสงคแ์ ห่งสญั ญามุ่งเอาผลสาเรจ็
ของงานก่อสร้างของผ้รู บั จ้างก่อสร้างเป็ นสาระสาคญั โดยมิต้องคานึงว่างานก่อสร้าง
จะแล้วเสรจ็ โดยผ้รู บั จ้างรายใด มีลกั ษณะเป็ นสญั ญาจ้างทาของ การกาหนดจ่ายค่าจ้าง
เป็นรายเดือน แมจ้ ะเป็นพฤติการณ์ท่ีมกั เกิดขึน้ ในสญั ญาจ้างแรงงาน แต่กม็ ิใช่ข้อเทจ็ จริง
ท่ีทาให้ฟังได้ว่าเป็ นกรณีตามสญั ญาจ้างแรงงานเสมอไป เนื่องจากสญั ญาจ้างทาของ
กอ็ าจมีการจ่ายค่าตอบแทนเช่นเดียวกบั การจ้างแรงงานได้ สญั ญาจ้างควบคมุ งานที่กาหนด
จ่ายค่าจ้างให้ผ้คู วบคุมงานเป็ นรายเดือนจึงมิใช่ข้อตกลงท่ีมีลกั ษณะเป็ นการให้สิทธิแก่
ผู้ควบคุมงานในการรบั ค่าจ้างเป็ นรายเดือน โดยไม่ต้องคานึ งถึงผลสาเรจ็ ของงาน
ท่ีผรู้ บั จ้างก่อสรา้ งจะดาเนินการแต่อย่างใด หากสญั ญาก่อสร้างระหว่างผรู้ บั จ้างกบั ผวู้ ่าจ้าง
ระงบั ลงชัว่ คราว ผ้คู วบคุมงานย่อมไม่มีสิทธิได้รบั ค่าจ้างควบคุมงานในเดือนนั้น และ
ผ้วู ่าจ้างมีสิทธิงดจ่ายค่าจ้างควบคุมงานให้แก่ผ้คู วบคุมงาน ตลอดระยะเวลาที่สญั ญา
ก่อสร้างระงบั ลงชวั่ คราว และจะจ่ายเงินค่าจ้างเม่ืองานจ้างตามสญั ญาก่อสร้างได้ดาเนินการ
ต่อไป การท่ีงานก่อสร้างระงบั ลงชวั่ คราวด้วยเหตุอทุ กภยั ผ้คู วบคุมงานจึงไม่มีสิทธิได้รบั
ค่าจ้าง และหลงั จากที่สภาวะอุทกภยั เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติจนถึงวนั บอกเลิกสญั ญาจ้าง
ก่อสร้าง ผ้รู บั จ้างกไ็ ม่ได้เข้าดาเนิ นการก่อสร้างตามสญั ญา จึงไม่มีงานที่ผ้คู วบคุมงาน
จะต้องเข้าควบคมุ ผรู้ บั จ้างตามสญั ญาควบคมุ งาน จึงไมต่ ้องจ่ายค่าจ้างควบคมุ งาน

ผูฟ้ ้องคดฟี ้องว่า ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ (มหาวทิ ยาลยั ฯ) ว่าจ้างให้บรษิ ัท ก. จากดั
เป็นผดู้ าเนินการก่อสรา้ งอาคารหอพกั นกั ศกึ ษาตามสญั ญาลงวนั ท่ี ๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๔ มกี าหนด
ระยะเวลาแลว้ เสรจ็ ภายใน ๖๐๐ วนั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ ทาสญั ญาจา้ งผฟู้ ้องคดเี ป็นผคู้ วบคุมงาน
ก่อสรา้ งอาคารหอพกั นกั ศกึ ษาดงั กล่าวตามสญั ญาลงวนั ท่ี ๑ สงิ หาคม ๒๕๕๔ โดยตกลงจ่ายค่าจา้ ง
เป็นรายเดอื น แต่บรษิ ทั ก. จากดั ไมส่ ามารถดาเนินการก่อสรา้ งอาคารหอพกั นกั ศกึ ษาตามสญั ญาจา้ ง
ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ได้ ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ บอกเลกิ สญั ญาจา้ งกอ่ สรา้ งกบั บรษิ ทั ก. จากดั โดยผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๑ อนุมตั ิจ่ายค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างให้กบั ผู้ฟ้องคดีสาหรบั งานงวดท่ี ๑ และงวดท่ี ๒
แต่ปฏเิ สธการจ่ายค่าจา้ งสาหรบั ค่าจา้ งควบคุมงานก่อสรา้ งงวดท่ี ๓ ถงึ งวดท่ี ๖ ผฟู้ ้องคดเี หน็ ว่า
เป็นการปฏบิ ตั ทิ ไ่ี มถ่ ูกตอ้ งตามสญั ญาและไมเ่ ป็นธรรมกบั ผฟู้ ้องคดี เน่ืองดว้ ยผฟู้ ้องคดใี นฐานะ
ผูค้ วบคุมงานก่อสรา้ งไดป้ ฏบิ ตั งิ านเป็นไปตามสญั ญาจา้ งควบคุมงานก่อสรา้ งทุกประการแล้ว

๔ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๑

121

จงึ ขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ และอธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั (ผถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๒) ชาระคา่ จา้ งควบคุมงานตงั้ แต่งวดท่ี ๓ ถงึ งวดท่ี ๖ พรอ้ มดอกเบย้ี

ศาลปกครองสงู สดุ วินิ จฉัยว่า จากบทบญั ญตั มิ าตรา ๕๗๕ และมาตรา ๕๘๗
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะเหน็ ไดว้ ่าตามสญั ญาจา้ งแรงงาน ลูกจา้ งตอ้ งทางาน
ใหน้ ายจา้ งตามวตั ถุประสงคแ์ หง่ สญั ญาจา้ งแรงงานทต่ี กลงกนั โดยไมไ่ ดม้ งุ่ ประสงคต์ ่อผลสาเรจ็
ของการงานอนั ใดอนั หน่ึงโดยเฉพาะ หรอื คดิ ค่าตอบแทนจากผลสาเรจ็ ของการงานท่ตี กลงกนั
ส่วนสญั ญาจา้ งทาของนัน้ ผูว้ ่าจา้ งและผรู้ บั จา้ งมเี จตนามุ่งประสงคต์ ่อความสาเรจ็ ของงานอย่างใด
อยา่ งหน่ึงหรอื หลายอยา่ งตามขอ้ ตกลงทว่ี า่ จา้ งใหท้ ากนั โดยถอื เอาผลสาเรจ็ ของการงานทต่ี กลง
ใหท้ ากนั นนั้ เป็นสาระสาคญั สาหรบั พฤตกิ ารณ์ทม่ี กี ารจ่ายคา่ จา้ งรายเดอื นนนั้ แมจ้ ะเป็นพฤตกิ ารณ์
ทม่ี กั เกดิ ขน้ึ ในกรณีของการจา้ งลกู จา้ งทางานใหแ้ ก่นายจา้ งตามสญั ญาจา้ งแรงงานกต็ าม แต่กม็ ใิ ช่
ขอ้ เทจ็ จรงิ ทท่ี าใหฟ้ ังไดว้ า่ เป็นกรณตี ามสญั ญาจา้ งแรงงานเสมอไปทงั้ หมด เน่ืองจากสญั ญาจา้ งทาของ
กอ็ าจมกี ารจา่ ยคา่ ตอบแทนเชน่ เดยี วกบั การจา้ งแรงงานไดเ้ ชน่ กนั เมอ่ื ขอ้ เทจ็ จรงิ ปรากฏตามขอ้ ๑
ของสญั ญาจา้ งควบคมุ งานลงวนั ท่ี ๑ สงิ หาคม ๒๕๕๔ ว่า ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ วา่ จา้ งผฟู้ ้องคดใี นฐานะ
ทเ่ี ป็นนิตบิ ุคคลประเภทบรษิ ทั จากดั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ โดยขอ้ ๒ ของสญั ญา
ดังกล่าวกาหนดว่า ผู้ควบคุมงานจะควบคุมงานให้เป็ นไปตามสญั ญาก่อสร้างและถูกต้อง
ตามหลกั วชิ าทางดา้ นสถาปัตยกรรมและวศิ วกรรมและจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบต่อผวู้ ่าจา้ งจนกว่างาน
ตามสญั ญาก่อสรา้ งจะแลว้ เสรจ็ ตามรปู แบบและรายละเอยี ดของแบบงาน ซ่งึ ขอ้ ๑๐ วรรคหน่ึง
ของสญั ญาฉบบั เดยี วกนั กาหนดว่า การควบคุมงานตามสญั ญาน้ี ผูค้ วบคุมงานจะปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
(๑) จะดาเนินการควบคุมงานนบั ตงั้ แต่วนั ท่ี ๑ สงิ หาคม ๒๕๕๔ จนกว่างานตามสญั ญาก่อสรา้ ง
จะแลว้ เสรจ็ ตามสญั ญา... กรณีจงึ เหน็ ไดว้ ่าสญั ญาจา้ งผคู้ วบคุมงานลงวนั ท่ี ๑ สงิ หาคม ๒๕๕๔
มวี ตั ถุประสงคแ์ หง่ สญั ญาเพอ่ื ใหผ้ ฟู้ ้องคดคี วบคมุ งานกอ่ สรา้ งจนกวา่ งานก่อสรา้ งตามสญั ญาจา้ ง
ก่อสรา้ งอาคารหอพกั นักศกึ ษาลงวนั ท่ี ๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๔ จะแลว้ เสรจ็ โดยมพิ กั ต้องคานึงว่า
งานก่อสรา้ งดงั กล่าวจะแล้วเสรจ็ โดยผูร้ บั จา้ งก่อสรา้ งรายใด สญั ญาจ้างผูค้ วบคุมงานอนั เป็น
สญั ญาพพิ าทในคดนี ้ี จงึ มุ่งเอาผลสาเรจ็ ของงานก่อสรา้ งของผูร้ บั จา้ งก่อสรา้ งเป็นสาระสาคญั
อนั เป็นลกั ษณะของสญั ญาจา้ งทาของ หาใชส่ ญั ญาจา้ งแรงงานไม่

การทข่ี อ้ ๓ ของสญั ญาจา้ งควบคุมงานกาหนดใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จ่ายค่าจา้ ง
เป็นรายเดอื น เดอื นละเท่า ๆ กนั นัน้ เป็นเพยี งการตกลงแบ่งจ่ายค่าจา้ งการควบคุมงานเพ่อื ให้
สอดคลอ้ งกบั สญั ญาจา้ งก่อสรา้ งอาคารซง่ึ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดท้ ากบั ผรู้ บั จา้ งก่อสรา้ งตลอดอายุ
ของสญั ญาจา้ งก่อสรา้ งเท่านัน้ อกี ทงั้ การแบ่งจ่ายค่าจ้างดงั กล่าว ก็มใิ ช่ขอ้ ตกลงท่ีมลี กั ษณะ

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๑ ๕

122

เป็นการใหส้ ทิ ธแิ ก่ผฟู้ ้องคดใี นการรบั ค่าจา้ งเป็นรายเดอื น โดยไมต่ อ้ งคานึงถงึ ผลสาเรจ็ ของงาน
ก่อสรา้ งท่ผี ูร้ บั จา้ งก่อสรา้ งดาเนินการแต่อย่างใด ดงั นัน้ หากสญั ญาก่อสรา้ งระหว่างผูร้ บั จา้ ง
กบั ผวู้ า่ จา้ งระงบั ลงชวั่ คราว ผคู้ วบคุมงานไมม่ สี ทิ ธไิ ดร้ บั ค่าจา้ งควบคุมงานในเดอื นนนั้ และผวู้ ่าจา้ ง
มสี ทิ ธงิ ดจ่ายค่าจา้ งควบคุมงานใหแ้ ก่ผคู้ วบคุมงาน ตลอดระยะเวลาทส่ี ญั ญาก่อสรา้ งระงบั ลงชวั่ คราว
แต่ผวู้ า่ จา้ งจะจา่ ยเงนิ ค่าจา้ งใหแ้ ก่ผคู้ วบคมุ งานเมอ่ื งานจา้ งตามสญั ญาก่อสรา้ งนนั้ ไดด้ าเนินการต่อไป
เม่อื ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ ได้ทาสญั ญาจ้างผู้ฟ้องคดีให้ควบคุมงานก่อสรา้ งอาคารหอพกั นักศึกษา
จานวน ๑ หลงั ซง่ึ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดท้ าสญั ญากบั ผรู้ บั จา้ งก่อสรา้ งใหท้ างานดงั กล่าว โดยผรู้ บั จา้ ง
ไดเ้ ขา้ ดาเนินการก่อสรา้ งตามสญั ญาเม่อื วนั ท่ี ๑๐ มถิ ุนายน ๒๕๕๔ โดยไดท้ าการไถปรบั พน้ื ท่ี
ก่อสร้างให้ได้ระดบั ตามแบบก่อสรา้ ง ขออนุมตั ิผงั ก่อสรา้ ง ซ่ึงได้รบั ความเห็นชอบอนุมตั ิผงั
ดงั กล่าวแลว้ ซง่ึ ผฟู้ ้องคดไี ดเ้ ขา้ ควบคุมการดาเนินการของผรู้ บั จา้ งเม่อื วนั ท่ี ๑ สงิ หาคม ๒๕๕๔
แต่ปรากฏวา่ ในชว่ งเดอื นกนั ยายนถงึ ปลายเดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๕๔ มฝี นตกหนกั ในเขตพน้ื ท่ี
จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา และเกดิ อุทกภยั ในพน้ื ทข่ี องมหาวทิ ยาลยั ฯ รวมถงึ พน้ื ทบ่ี รเิ วณก่อสรา้ งอาคาร
ทงั้ หมด เป็นเหตุใหผ้ รู้ บั จา้ งไมส่ ามารถทจ่ี ะเขา้ ดาเนินการก่อสรา้ งตามสญั ญาได้ กรณีจงึ ถอื ไดว้ ่า
สญั ญากอ่ สรา้ งระหวา่ งผรู้ บั จา้ งและผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ระงบั ลงชวั่ คราวดว้ ยเหตุอุทกภยั ซง่ึ ผฟู้ ้องคดี
ไม่มีสิทธิได้รบั ค่าจ้าง และผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๑ มีสิทธิงดจ่ายค่าจ้างควบคุมงานแก่ผู้ฟ้ องคดี
และหลังจากท่ีสภาวะอุทกภัยเร่ิมเข้าสู่ภาวะท่ีผู้รบั จ้างสามารถท่ีจะเข้าทางานได้จนถึงวันท่ี
๑๒ เมษายน ๒๕๕๕ ซง่ึ เป็นวนั บอกเลกิ สญั ญาจา้ งก่อสรา้ งอาคาร ผรู้ บั จา้ งกไ็ ม่ไดเ้ ขา้ ดาเนินการ
ก่อสรา้ งอาคารแต่อยา่ งใด ดงั นนั้ เม่อื นับตงั้ แต่เดอื นตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ จนถงึ เดอื นมกราคม
พ.ศ. ๒๕๕๕ ผู้รบั จ้างไม่ได้ดาเนินการก่อสรา้ งอาคารตามสัญญา กรณีจงึ ไม่มีงานท่ีผู้ฟ้องคดี
จะตอ้ งเขา้ ควบคุม แมผ้ ฟู้ ้องคดจี ะไดม้ กี ารนาเสนอรายงานแจง้ ความคบื หน้า รวมทงั้ ไดป้ ระเมนิ
ความคบื หน้าเสนอต่อผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นประจาทุกเดอื นตงั้ แต่เดอื นตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ก็เป็นเพียงการรายงานความคืบหน้าในแต่ละเดือนเท่านัน้
แต่เม่อื ผูร้ บั จา้ งไม่ไดเ้ ข้าดาเนินการก่อสรา้ ง ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ ไม่จาต้องจ่ายเงนิ ค่าจา้ งงวดท่ี ๓
ถงึ งวดท่ี ๖ ใหแ้ กผ่ ฟู้ ้องคดี

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สุดที่อ. ๔๘๔/๒๕๖๑)

๖ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๘ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๑

123

คดีพิพาทเกี่ยวกบั สญั ญาทางปกครอง

ข้อ ๑๓๘ ของระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕
มีเจตนารมณ์ให้ส่วนราชการมีดลุ พินิจในการใช้สิทธิบอกเลิกสญั ญาฝ่ ายเดียวหากเหน็ ว่า
ค่สู ญั ญาฝ่ ายเอกชนไม่สามารถปฏิบตั ิตามสญั ญาได้หรือการปฏิบตั ิตามสญั ญาต่อไปจะเป็ น
อปุ สรรคต่อการบริการสาธารณะ และเงินค่าปรบั จะสงู เกินกว่าร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้าง
และคู่สญั ญาฝ่ ายเอกชนไม่ได้ยินยอมเสียค่าปรบั ดงั กล่าว ทัง้ นี้ เพ่ือให้เกิดดุลยภาพ
ระหว่างประโยชน์ของราชการในการจดั ทาบริการสาธารณะให้บรรลผุ ลกบั ความเสียหาย
ของค่สู ญั ญาฝ่ ายเอกชนท่ีจะต้องแบกรบั ภาระจากเงินค่าปรบั อีกทงั้ ยงั เป็นมาตรการเร่งรดั
มิให้คู่สัญญาฝ่ ายเอกชนดาเนิ นการตามสัญญาล่าช้าเกินสมควร อันจะส่งผลเสีย
ต่อทางราชการท่ีมีหน้าที่ต้องจดั ทาบริการสาธารณะตามหลกั ว่าด้วยความต่อเนื่องและ
การปรบั ปรงุ เปลี่ยนแปลงการบริการสาธารณะ และยงั มุ่งค้มุ ครองค่สู ญั ญาฝ่ ายเอกชน
ท่ีไม่สามารถปฏิบตั ิตามสญั ญาได้ มิให้ต้องแบกรบั ภาระจากเงินค่าปรบั ที่สูงเกินกว่า
ร้อยละสิ บของวงเงินค่าจ้าง เว้นแต่คู่สัญญาฝ่ ายเอกชนยินยอมท่ีจะเสียค่าปรับ
โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เพ่ือประโยชน์ ของตนโดยแท้ ดังนั้น การที่ ส่วนราชการ
บอกเลิกสัญญาล่าช้าทาให้เอกชนท่ีปฏิ บัติ ผิดสัญญาต้องชาระค่าปรบั สูงเกินกว่า
ร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้างตามสญั ญาและไม่ได้ยินยอมเสียค่าปรบั โดยไม่มีเงื่อนไข
จึงเป็ นการใช้ดุลพินิ จท่ีขดั ต่อเจตนารมณ์ของข้อ ๑๓๘ ของระเบียบดงั กล่าว ศาลจึง
มีอานาจใช้ดุลพินิ จลดเบี้ยปรบั ท่ีกาหนดในสัญญาได้ตามมาตรา ๓๘๓ วรรคหน่ึ ง
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์

ผฟู้ ้องคดฟี ้องวา่ ผฟู้ ้องคดี (กรมทด่ี นิ ) ไดท้ าสญั ญาจา้ งบรษิ ทั ป. (ผถู้ กู ฟ้องคด)ี
ฉบบั ลงวนั ท่ี ๒๗ สงิ หาคม ๒๕๔๗ โดยให้ผลิตสารคดเี พ่อื ออกอากาศประชาสมั พนั ธ์โครงการ
แปลงสนิ ทรพั ย์เป็นทุนทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ สปั ดาห์ละ ๑ ครงั้ ติดต่อกนั จนครบ ๕๐ ตอน
เงนิ คา่ จา้ ง ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท กาหนดจ่ายเงนิ คา่ จา้ งเป็นงวด รวม ๓ งวด งวดท่ี ๑ เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดี
ไดอ้ อกอากาศครบ ๑๕ ตอน งวดท่ี ๒ ครบ ๓๐ ตอน และงวดท่ี ๓ ครบ ๕๐ ตอน ซง่ึ ตามสญั ญา
หากผถู้ ูกฟ้องคดไี มส่ ามารถทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็ ตามเวลาทก่ี าหนด และผฟู้ ้องคดยี งั มไิ ดบ้ อกเลกิ
สญั ญา ผถู้ ูกฟ้องคดจี ะตอ้ งชาระคา่ ปรบั ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดเี ป็นเงนิ วนั ละ ๑,๗๐๐ บาท ตอ่ มา ผถู้ ูกฟ้องคดี

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๒ ๑

124

ไดด้ าเนินการออกอากาศครบ ๑๕ ตอน และผฟู้ ้องคดไี ดเ้ บกิ จ่ายเงนิ คา่ จา้ งงวดแรกใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดี
ไปแลว้ จากนนั้ ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดด้ าเนินการออกอากาศต่ออกี ๕ ตอน รวมออกอากาศแลว้ ๒๐ ตอน
แต่หลงั จากนนั้ ตงั้ แต่วนั ท่ี ๗ พฤษภาคม ๒๕๔๘ ผถู้ ูกฟ้องคดไี มไ่ ดอ้ อกอากาศอกี เลย ผฟู้ ้องคดี
จงึ มหี นังสอื ลงวนั ท่ี ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๘ แจง้ บอกเลกิ สญั ญา สงวนสทิ ธเิ รยี กคา่ ปรบั และขอเรยี ก
คา่ ปรบั ตามสญั ญานบั แต่วนั ท่ีไม่ไดอ้ อกอากาศจนถงึ วนั ทบ่ี อกเลกิ สญั ญา รวมจานวน ๑๖๔ วนั
เป็นเงนิ ๒๗๘,๘๐๐ บาท แต่เน่ืองจากผูถ้ ูกฟ้องคดไี ด้ออกอากาศไปแล้ว ๕ ตอน คดิ เป็นเงนิ
๑๗๐,๐๐๐ บาท และผฟู้ ้องคดไี ดร้ บิ หลกั ประกนั สญั ญาไปแลว้ เป็นเงนิ ๘๕,๐๐๐ บาท ซง่ึ เม่อื นามา
หกั ออกจากค่าปรบั จงึ คงเหลอื เงนิ ทผ่ี ู้ถูกฟ้องคดตี อ้ งนามาชาระทงั้ สน้ิ ๒๓,๘๐๐ บาท ผฟู้ ้องคดี
จึงแจ้งให้ผู้ถูกฟ้ องคดีนาเงินจานวนดังกล่าวมาชาระภายในวันท่ี ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๙
แต่เม่อื ครบกาหนดดงั กล่าวปรากฏว่าผถู้ ูกฟ้องคดเี พกิ เฉย ผฟู้ ้องคดจี งึ นาคดมี าฟ้องขอใหศ้ าล
มคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี ดใชเ้ งนิ พรอ้ มดอกเบย้ี ในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปี

คดนี ้ีศาลปกครองชนั้ ต้นวนิ ิจฉัยว่า เงนิ ค่าปรบั ท่ผี ู้ฟ้องคดปี รบั จากผู้ถูกฟ้องคดี
เป็นเงนิ ค่าปรบั ท่สี ูงเกินกว่ารอ้ ยละสบิ ของวงเงนิ ค่าจา้ งตามสญั ญา ประกอบกบั ไม่ปรากฏว่า
ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดแ้ สดงความยนิ ยอมทจ่ี ะเสยี ค่าปรบั โดยไมม่ เี งอ่ื นไขใด ๆ ซง่ึ ตามขอ้ ๑๓๘ ของระเบยี บ
สานักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ มเี จตนารมณ์ท่ไี ม่ต้องการใหส้ ่วนราชการ
เอาเปรยี บหรอื แสวงหาประโยชน์เอาคา่ ปรบั จากผรู้ บั จา้ งโดยไมช่ อบ จงึ เหน็ ควรลดคา่ ปรบั ใหแ้ ก่
ผู้ถูกฟ้องคดีเหลือร้อยละสิบของวงเงนิ ค่าจ้างตามสญั ญา คิดเป็นเงนิ จานวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท
และเม่อื ผูฟ้ ้องคดีไดร้ บิ หลกั ประกนั สญั ญาแล้วเป็นเงนิ ๘๕,๐๐๐ บาท จงึ นามาหกั เป็นค่าปรบั
ทผ่ี ถู้ กู ฟ้องคดจี ะตอ้ งรบั ผดิ และคงเหลอื คา่ ปรบั จานวนทงั้ สน้ิ ๘๕,๐๐๐ บาท แต่เน่ืองจากผฟู้ ้องคดี
ยงั ต้องจ่ายเงนิ ค่าจ้างท่ีผู้ถูกฟ้องคดีได้ออกอากาศไปแล้วอีก ๕ ตอน เป็นเงนิ ๑๗๐,๐๐๐ บาท
ซง่ึ ผฟู้ ้องคดมี สี ทิ ธหิ กั เงนิ จานวนดงั กลา่ วไวเ้ ป็นคา่ ปรบั ได้ เมอ่ื นาคา่ ปรบั ทผ่ี ถู้ กู ฟ้องคดจี ะตอ้ งรบั ผดิ
ในส่วนท่ีเหลือจานวน ๘๕,๐๐๐ บาท มาหกั ออกจากเงนิ ค้างจ่ายดงั กล่าว จึงยงั คงเหลือเงนิ
อกี จานวน ๘๕,๐๐๐ บาท ผถู้ ูกฟ้องคดจี งึ ไมต่ อ้ งรบั ผดิ ชาระคา่ เสยี หายใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดอี กี แตอ่ ยา่ งใด
จงึ พพิ ากษายกฟ้อง

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า โดยทข่ี อ้ ๑๓๘ ของระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี
ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ กาหนดว่า ในกรณีท่ีคู่สญั ญาไม่สามารถปฏิบัติตามสญั ญา
หรอื ขอ้ ตกลงได้ และจะตอ้ งมกี ารปรบั ตามสญั ญาหรอื ขอ้ ตกลงนนั้ หากจานวนเงนิ ค่าปรบั จะเกนิ
รอ้ ยละสบิ ของวงเงนิ ค่าพสั ดุหรอื ค่าจ้าง ให้ส่วนราชการพิจารณาดาเนินการบอกเลิกสญั ญา
หรอื ขอ้ ตกลง เวน้ แต่คู่สญั ญาจะไดย้ นิ ยอมเสยี ค่าปรบั ใหแ้ ก่ทางราชการโดยไม่มเี ง่อื นไขใด ๆ

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๒

125

ทัง้ ส้ิน ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าท่ีจาเป็ น
ซง่ึ แมร้ ะเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรดี งั กลา่ วจะมไิ ดเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของสญั ญากต็ าม แต่เป็นระเบยี บ
ทใ่ี หส้ ทิ ธแิ ก่คสู่ ญั ญาฝ่ายหน่วยงานราชการในฐานะผวู้ า่ จา้ งจะตอ้ งปฏบิ ตั ใิ หม้ สี ทิ ธบิ อกเลกิ สญั ญา
ได้ฝ่ ายเดียวในกรณีท่ีเห็นว่าคู่สญั ญาฝ่ ายเอกชนไม่สามารถปฏิบัติตามสญั ญาได้ หรอื หาก
ปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาตอ่ ไปจะเป็นอปุ สรรคต่อการบรกิ ารสาธารณะของรฐั โดยวางเกณฑก์ ารใชส้ ทิ ธิ
บอกเลิกสญั ญาไว้กรณีท่ีเงนิ ค่าปรบั จะเกินร้อยละสิบของวงเงนิ ค่าจ้างและคู่สญั ญาจะต้อง
ไม่ได้ยนิ ยอมเสยี ค่าปรบั นอกจากน้ี ขอ้ ๑๓๘ ของระเบียบดงั กล่าวมลี กั ษณะเป็นมาตรการ
เร่งรดั ในตวั มใิ ห้คู่สญั ญาฝ่ ายเอกชนดาเนินการตามสญั ญาล่าช้าเกินสมควร อนั จะเป็นผลเสยี
ต่อทางราชการท่ีมีหน้าท่ีต้องดาเนินการบริการสาธารณะตามหลักว่าด้วยความต่อเน่ือง
และหลักว่าด้วยการปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงการบริการสาธารณะ ขณะเดียวกันก็มุ่งคุ้มครอง
คู่สญั ญาฝ่ ายเอกชนท่ีไม่สามารถปฏิบตั ิตามสญั ญาได้ มใิ ห้ต้องแบกรบั ภาระจากเงนิ ค่าปรบั
ในจานวนท่ีสูงเกินกว่าร้อยละสิบของวงเงนิ ค่าจ้าง และการท่ีคู่สัญญาฝ่ ายราชการจะใช้สิทธิ
บอกเลกิ สญั ญาหรอื ไม่ เป็นดุลพนิ ิจของคู่สญั ญาฝ่ายราชการท่จี ะพจิ ารณาดาเนินการเพ่อื ใหเ้ กดิ
ดลุ ยภาพระหว่างประโยชน์ของราชการในการจดั ทาบรกิ ารสาธารณะใหบ้ รรลผุ ลกบั ความเสยี หาย
ของคู่สัญญาฝ่ ายเอกชนท่ีจะต้องแบกรบั ภาระจากเงนิ ค่าปรบั เว้นแต่คู่สญั ญาจะได้ยินยอม
เสียค่าปรบั ให้แก่ทางราชการโดยไม่มีเง่อื นไขใด ๆ ทัง้ ส้ิน เพ่ือประโยชน์ของคู่สญั ญาโดยแท้
เช่น ไม่ตกเป็ นผู้ท้ิงงานของทางราชการ เป็ นต้น เม่ือผู้ถูกฟ้ องคดีไม่ดาเนินการผลิตสารคดี
เพ่อื การประชาสมั พนั ธโ์ ครงการฯ ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดไี ดค้ รบจานวน ๕๐ ตอน ตามทก่ี าหนดในสญั ญา
จงึ ถือว่าผูถ้ ูกฟ้องคดปี ฏบิ ตั ผิ ดิ สญั ญา ซ่งึ มหี น้าท่ตี ้องชาระเงนิ ค่าปรบั แก่ผูฟ้ ้องคดตี ามขอ้ ๑๕
ของสญั ญา และเม่ือไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือยินยอมเสียค่าปรบั ให้แก่ผู้ฟ้องคดี
โดยไมม่ เี งอ่ื นไข และแมว้ า่ จะไมไ่ ดโ้ ตแ้ ยง้ คดั คา้ นก็ไม่อาจถอื ไดว้ า่ ผถู้ ูกฟ้องคดยี นิ ยอมเสยี ค่าปรบั
โดยไม่มีเง่อื นไขใด ๆ ทัง้ ส้ิน การท่ีผู้ฟ้ องคดีไม่ดาเนินการบอกเลิกสัญญาจ้างจนกระทัง่
จานวนเงนิ ค่าปรบั เกินรอ้ ยละสบิ ของวงเงนิ ค่าจ้าง ถือเป็นการใช้ดุลพินิจท่ีขดั ต่อเจตนารมณ์
ของขอ้ ๑๓๘ ของระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ อย่างไรก็ตาม
การท่สี ญั ญาจ้างกาหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีชาระค่าปรบั ในกรณีท่ไี ม่สามารถทางานให้แล้วเสรจ็
ตามเวลาท่กี าหนดไวใ้ นสญั ญานัน้ เป็นการกาหนดเบ้ยี ปรบั หรอื ค่าเสยี หายเน่ืองจากผูถ้ ูกฟ้องคดี
ชาระหน้ีไม่ถูกต้องตามสมควรไว้ล่วงหน้า ซ่งึ มาตรา ๓๘๓ วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ บัญญัติให้ศาลมีอานาจท่ีจะใช้ดุลพินิจลดเบ้ียปรบั ท่ีกาหนดในสญั ญาได้
ถา้ ศาลเหน็ ว่าเบ้ยี ปรบั ทค่ี ่สู ญั ญากาหนดไวส้ ูงเกนิ ส่วน แต่ในการใชด้ ุลพนิ ิจดงั กล่าวศาลจะตอ้ ง

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๒ ๓

126

พเิ คราะหถ์ งึ ทางไดเ้ สยี ของผฟู้ ้องคดที ุกอย่างอนั ชอบดว้ ยกฎหมาย อนั มใิ ช่เพยี งแต่ทางไดเ้ สยี
ในเชิงทรัพย์สินเท่านั้น เม่ือค่าปรับท่ีผู้ถูกฟ้ องคดีจะต้ องชาระให้แก่ผู้ฟ้ องคดีเป็ นเงิน
๒๗๘,๘๐๐ บาท คดิ เป็นจานวนถงึ รอ้ ยละ ๑๖.๔๐ ของวงเงนิ ค่าจา้ ง และสญั ญาจ้างมจี านวน
เงนิ ค่าจา้ ง ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ซง่ึ ค่าปรบั รอ้ ยละสบิ ของวงเงนิ ค่าจา้ งดังกล่าวคดิ เป็นเงนิ จานวน
๑๗๐,๐๐๐ บาท การทผ่ี ฟู้ ้องคดเี รยี กค่าปรบั เป็นเงนิ ๒๗๘,๘๐๐ บาท จงึ เป็นค่าปรบั ทส่ี งู เกนิ สว่ น
อกี ทงั้ การท่ผี ูฟ้ ้องคดแี จง้ บอกเลกิ สญั ญากบั ผูถ้ ูกฟ้องคดลี ่าช้านัน้ กเ็ ป็นสาเหตุท่ที าใหค้ ่าปรบั สูง
เกนิ กว่ารอ้ ยละสบิ ผู้ฟ้องคดจี งึ มสี ่วนทาให้ผู้ถูกฟ้องคดถี ูกปรบั สูงเกินกว่ารอ้ ยละสบิ ของวงเงนิ
ค่าจ้างตามสัญญา เม่ือศาลปกครองชัน้ ต้นพิเคราะห์ทางได้เสียของผู้ฟ้ องคดีแล้ว เห็นควร
ลดค่าปรบั ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีเหลือร้อยละสิบของวงเงนิ ค่าจ้างตามสญั ญา คิดเป็นเงนิ จานวน
๑๗๐,๐๐๐ บาท จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว การท่ีศาลปกครองชัน้ ต้นพิพากษายกฟ้ อง
ศาลปกครองสงู สดุ เหน็ พอ้ งดว้ ย

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สดุ ที่อ. ๘๖๙/๒๕๖๐)

๔ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มนี าคม) ๒๕๖๒

127

คดีพิพาทเก่ียวกบั สญั ญาทางปกครอง

การโอนสิทธิเรียกรอ้ งหรือโอนหนี้ท่ีจะต้องชาระแก่เจ้าหนี้โดยเฉพาะเจาะจง
จะมีผลสมบรู ณ์ต่อเมื่อได้ทาเป็นหนังสือและต้องมีหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยงั ลกู หนี้ด้วย
ตามมาตรา ๓๐๖ วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ ชย์ เมื่อผ้รู บั จ้างงาน
ก่อสร้างในฐานะเป็ น “เจ้าหนี้” ขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล ซ่ึงมีฐานะเป็ น “ลูกหนี้”
ที่ต้องชาระค่าจ้าง โดยผ้รู บั จ้างได้ทาหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องในค่าจ้างดงั กล่าวให้แก่
ผ้รู บั โอนสิทธิเรียกร้อง และได้มีหนังสือบอกกล่าวการโอนแก่องคก์ ารบริหารส่วนตาบล
และมีเจ้าหน้าที่ลงชื่อรบั เร่ืองแล้ว ถือว่าสญั ญาการโอนสิทธิเรียกร้องและการบอกกล่าว
การโอนสิทธิเรียกร้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยองคก์ ารบริหารส่วนตาบลไม่จาต้อง
ทาหนังสือตอบรบั ทราบหรือแจ้งความยินยอมในการโอนสิทธิเรียกร้องดงั กล่าวแต่อย่างใด
ทงั้ นี้ ตามหนังสือเวียนของกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๓๑๓.๔/ว ๓๖๓๒ ลงวนั ท่ี ๒๑ ธนั วาคม
๒๕๔๑ เมอ่ื สญั ญาการโอนสิทธิเรียกร้องมีผลสมบูรณ์ องคก์ ารบริหารส่วนตาบลจึงต้องชาระ
ค่าจ้างให้แก่ผรู้ บั โอนสิทธิเรียกรอ้ งดงั กล่าว

ผูฟ้ ้องคดี (บรษิ ทั ส. จากดั ) ฟ้องว่า ผูถ้ ูกฟ้องคดี (องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล)
ไดท้ าสญั ญาว่าจา้ งหา้ งหุน้ ส่วนจากดั ป. วางท่อเมนประปา ตามสญั ญาลงวนั ท่ี ๖ กุมภาพนั ธ์
๒๕๕๗ ต่อมาห้างหุ้นส่วนจากดั ป. ได้ทาสญั ญาโอนสทิ ธิเรยี กรอ้ ง ลงวนั ท่ี ๒๘ กุมภาพนั ธ์
๒๕๕๗ โอนเงนิ ค่าจา้ งตามสญั ญาดงั กล่าวใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี โดยหา้ งหุน้ สว่ นจากดั ป. และผฟู้ ้องคดี
ต่างได้ทาหนังสอื ลงวนั ท่ี ๒๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๗ แจง้ ผูถ้ ูกฟ้องคดเี ร่อื งการโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ ง
การรบั เงนิ คา่ จา้ งดงั กล่าว ซง่ึ เจา้ หน้าทข่ี องผถู้ ูกฟ้องคดไี ดล้ งช่อื รบั หนงั สอื ในวนั เดยี วกนั ต่อมา
ประมาณต้นเดอื นพฤษภาคม ๒๕๕๗ ผู้ฟ้องคดที ราบว่าผู้ถูกฟ้องคดไี ด้จ่ายเงนิ ค่าจ้างให้แก่
หา้ งหุน้ ส่วนจากดั ป. ไปเสรจ็ สน้ิ แล้ว เน่ืองจากผูถ้ ูกฟ้องคดไี ม่ไดท้ าหนังสอื ตอบรบั ทราบการโอน
สทิ ธเิ รยี กรอ้ งการรบั เงนิ ระหวา่ งหา้ งหุน้ สว่ นจากดั ป. และผฟู้ ้องคดี กรณีจงึ ไมผ่ กู พนั ผถู้ ูกฟ้องคดี
ใหต้ ้องปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งในการจ่ายเงนิ ใหแ้ ก่ผูฟ้ ้องคดีแต่อย่างใด ผูฟ้ ้องคดี
ได้มีหนังสอื ทวงถามผู้ถูกฟ้องคดเี พ่ือให้ชาระหน้ีเงนิ ค่าจ้างดงั กล่าวแต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉย
ผฟู้ ้องคดจี งึ ขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี าระเงนิ แก่ผฟู้ ้องคดพี รอ้ มดอกเบย้ี

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๒ ๑

128

ศาลปกครองสงู สดุ วินิ จฉัยว่า มาตรา ๓๐๖ วรรคหน่ึง แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ บญั ญตั วิ ่า การโอนหน้ีอนั จะพงึ ต้องชาระแก่เจา้ หน้ีคนหน่ึงโดยเฉพาะเจาะจงนัน้
ถา้ ไม่ทาเป็นหนังสอื ท่านว่าไม่สมบูรณ์ อน่ึง การโอนหน้ีนัน้ ท่านว่าจะยกขน้ึ เป็นขอ้ ต่อสลู้ ูกหน้ีหรอื
บุคคลภายนอกไดแ้ ต่เม่อื ไดบ้ อกกล่าวการโอนไปยงั ลูกหน้ีหรอื ลูกหน้ีจะไดย้ นิ ยอมดว้ ยในการโอนนนั้
คาบอกกล่าวหรอื ความยนิ ยอมเช่นว่าน้ีท่านวา่ ตอ้ งทาเป็นหนงั สอื จากบทบญั ญตั ดิ งั กล่าว กฎหมาย
กาหนดแบบในการโอนสทิ ธเิ รยี กร้องหรอื โอนหน้ีอนั จะต้องชาระแก่เจ้าหน้ีโดยเฉพาะเจาะจงและ
แบบในการบอกกล่าวการโอนไปยงั ลูกหน้ี หรอื ลูกหน้ียินยอมด้วยในการโอนต้องทาเป็นหนังสอื
แต่มไิ ดบ้ ญั ญตั วิ า่ ภายหลงั ไดร้ บั บอกกล่าวการโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งแลว้ ลูกหน้ีตอ้ งใหค้ วามยนิ ยอมดว้ ย
จงึ จะครบถ้วนสมบูรณ์ กรณีอาจมเี พยี งการบอกกล่าวการโอนไปยงั ลูกหน้ีเพยี งประการเดยี ว
ก็เป็นการแจ้งการโอนสทิ ธิเรยี กร้องตามแบบสมบูรณ์แล้ว ประกอบกบั กระทรวงมหาดไทย
ไดก้ าหนดหลกั เกณฑก์ ารปฏบิ ตั ใิ นการจ่ายเงนิ กรณีโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ ง กรณีเจา้ หน้ีขององคก์ ร
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ไดโ้ อนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งในเงนิ คา่ ซอ้ื ทรพั ยส์ นิ ค่าจา้ งทาของ หรอื ค่าเช่าทรพั ยส์ นิ
ให้แก่บุคคลอ่นื ตามหนังสอื กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๐๓๑๓.๔/ว ๓๖๓๒ ลงวนั ท่ี ๒๑ ธนั วาคม
๒๕๔๑ โดยสรุปว่า เม่อื องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้รบั หนังสอื บอกกล่าวการโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ ง
ในเงนิ ค่าจา้ งทาของ ใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ส่งสาเนาหนงั สอื บอกกล่าวการโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ ง
ดงั กล่าวให้สรรพากรจงั หวดั เพ่ือทราบ แต่ไม่ต้องแจ้งความยนิ ยอมในการโอนสทิ ธิเรยี กรอ้ ง
ใหผ้ รู้ บั โอนทราบ และใหจ้ า่ ยเงนิ แก่ผรู้ บั โอนโดยตรง ซง่ึ วธิ ปี ฏบิ ตั ดิ งั กล่าวสอดคลอ้ งกบั หลกั กฎหมาย
ในมาตรา ๓๐๖ ดงั กล่าวข้างต้นท่ีว่า การโอนหน้ีจะยกเป็นข้อต่อสู้ลูกหน้ี (ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้
เม่อื ได้บอกกล่าวการโอนไปยงั ลูกหน้ีแล้ว เม่อื ขอ้ เท็จจรงิ ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดแี ละหา้ งหุ้นส่วน
จากดั ป. ไดต้ กลงทาสญั ญาโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งเป็นหนังสอื ฉบบั ลงวนั ท่ี ๒๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๗
โดยหา้ งหนุ้ สว่ นจากดั ป. ผโู้ อนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งมสี ทิ ธไิ ดร้ บั เงนิ ค่าจา้ งตามสญั ญาจากผถู้ ูกฟ้องคดี
และขอโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งในค่าจา้ งตามสญั ญาดงั กล่าวแก่ผูฟ้ ้องคดีซ่งึ เป็นผูร้ บั โอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ ง
โดยคู่สญั ญาไดล้ งลายมอื ช่อื ผมู้ อี านาจกระทาการแทนพรอ้ มตราประทบั ของหา้ งหุน้ ส่วนจากดั ป.
และของผูฟ้ ้องคดีครบถ้วน ดงั ปรากฏจากหนังสอื รบั รองบรษิ ัทผูฟ้ ้องคดี รวมทงั้ ต่างได้มหี นังสอื
แจ้งการโอนสิทธิเรยี กร้องให้ผู้ถูกฟ้องคดีทราบโดยผู้มีอานาจลงนามและประทับตราของ
หา้ งหนุ้ สว่ นจากดั ป. และของผฟู้ ้องคดี ครบถว้ น และผถู้ กู ฟ้องคดไี ดร้ บั หนงั สอื แจง้ การโอนสทิ ธิ
เรยี กร้องระหว่างผู้ฟ้องคดีกับห้างหุ้นส่วนจากัด ป. แล้วเม่ือวนั ท่ี ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
การโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งระหว่างผูฟ้ ้องคดกี บั หา้ งหุน้ ส่วนจากดั ป. การบอกกล่าวการโอนหน้ีและ
โอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งในการรบั ชาระหน้ีดงั กล่าวไดท้ าเป็นหนังสอื อนั เป็นไปโดยชอบดว้ ยแบบตามท่ี

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๒

129

กฎหมายบญั ญตั แิ ละตามหนงั สอื เวยี นของกระทรวงมหาดไทยดงั กล่าวขา้ งตน้ ซง่ึ กาหนดวธิ ปี ฏบิ ตั วิ า่
เม่อื องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รบั หนังสอื บอกกล่าวการโอนสทิ ธิเรยี กร้องค่าจ้างทาของแล้ว
ไม่ต้องแจ้งความยินยอมในการโอนสทิ ธิเรยี กรอ้ งแก่ผู้ฟ้องคดี ผู้รบั โอนสทิ ธิเรยี กร้องทราบ
เพยี งแต่แจง้ สรรพากรจงั หวดั ทราบเพอ่ื ประโยชน์ในการจดั เกบ็ ภาษเี ทา่ นนั้

การท่ีผู้ถูกฟ้องคดีอ้างถึงสญั ญาโอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งยงั ไม่สมบูรณ์ เพราะหน้าแรก
ของสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องไม่มีลายมือช่ือกรรมการผู้มีอานาจของห้างหุ้นส่วนจากัด ป.
และตราประทับ ส่วนหน้าท่ีสองมีการลงลายมือช่ือและตราประทับของคู่สัญญาทัง้ สองฝ่ าย
แต่ไม่มีรายละเอียดการโอนสิทธิเรียกร้องนั้น เม่ือคู่สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง (ผู้ฟ้ องคดี
และหา้ งหุน้ ส่วนจากดั ป.) มไิ ดโ้ ต้แยง้ ความไม่สมบูรณ์ของสญั ญาโอนสทิ ธเิ รยี กร้อง รวมทงั้ ไดม้ ี
หนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะผู้โอนและผู้รับโอนให้แก่ผู้ถูกฟ้ องคดีทราบ
ทงั้ ยงั ปรากฏขอ้ เทจ็ จรงิ ว่าผถู้ ูกฟ้องคดไี ดร้ อ้ งทุกขก์ ล่าวโทษหา้ งหุน้ ส่วนจากดั ป. ฐานยกั ยอก
กรณีใช้สิทธิโดยไม่สุจริตในการรบั เงนิ ค่าจ้างท่ีมีการโอนสิทธิเรียกร้องแก่ผู้ฟ้ องคดีไปแล้ว
สญั ญาดงั กล่าวจงึ มผี ลครบถว้ นสมบรู ณ์ ผถู้ ูกฟ้องคดจี งึ ตอ้ งชดใชเ้ งนิ คา่ จา้ งใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สุดที่อ. ๗๖/๒๕๖๒)

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๒ ๓

130

คดีพิพาทเก่ียวกบั สญั ญาทางปกครอง

บริษทั ผ้ใู ห้บริการตลาดกลางอิเลก็ ทรอนิ กส์ เป็ นผ้จู ดั ทาบริการสาธารณะ
แทนรฐั ตามระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดดุ ้วยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนิ กส์
พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อให้ผู้เสนอราคาทุกรายได้แข่งขนั กนั เสนอราคากนั อย่างโปร่งใสและ
เป็ นธรรม จึงถือเป็ นหน่วยงานทางปกครอง สญั ญาสามฝ่ ายตามหนังสือแสดงเงื่อนไข
การซื้อและการจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิ กส์ระหว่างบริษัทผู้ให้บริการตลาดกลาง
อิเลก็ ทรอนิ กส์ ในฐานะเป็ นค่สู ญั ญาท่ีกระทาการแทนรฐั ฝ่ ายหนึ่ง หน่วยงานทางปกครอง
ท่ีประกาศประกวดราคาเป็ นคู่สญั ญาฝ่ ายหน่ึง กบั บริษทั ผ้มู ีสิทธิเสนอราคาเป็ นคู่สญั ญา
อีกฝ่ ายหน่ึง จึงมีลกั ษณะเป็ นสญั ญาทางปกครองท่ีอยู่ในส่วนท่ีเป็ นขนั้ ตอนการดาเนิ นการ
ทางปกครองเพ่ือให้เกิดการแข่งขนั อย่างเป็ นธรรมและเป็ นประโยชน์แก่ทางราชการ
ไม่ว่าวตั ถปุ ระสงคข์ องสญั ญาท่ีจะมีขึน้ ต่อไปหลงั จากขนั้ ตอนนี้แล้วจะเป็นสญั ญาทางแพ่ง
หรือสญั ญาทางปกครองก็ตาม เม่ือในสญั ญาสามฝ่ ายดงั กล่าวกาหนดให้บริษัทผู้ชนะ
การประกวดราคาต้องชาระค่าใช้จ่ายในการจดั ประมูลแก่บริษัทผ้ใู ห้บริการตลาดกลาง
อิเลก็ ทรอนิ กส์ แต่บริษัทผ้ชู นะการประกวดราคาไม่ชาระค่าใช้จ่ายตามสญั ญาดงั กล่าว
ซึ่งมีลกั ษณะเป็นสญั ญาทางปกครอง บริษทั ผใู้ ห้บริการตลาดกลางอิเลก็ ทรอนิกสจ์ ึงมีสิทธิ
ฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้บริษทั ผชู้ นะการประกวดราคาชาระค่าใช้จ่าย และอย่ใู น
อานาจของศาลปกครองที่จะพิจารณาพิพากษาคดีได้ตามนัยมาตรา ๙ วรรคหน่ึง (๔)
แห่งพระราชบญั ญตั ิจดั ตงั้ ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

ผฟู้ ้องคดฟี ้องวา่ ผฟู้ ้องคดเี ป็นผปู้ ระกอบกจิ การและใหบ้ รกิ ารดา้ นโทรคมนาคม
โดยผวู้ ่าราชการจงั หวดั ไดอ้ อกประกาศจงั หวดั เร่อื ง ประกวดราคาจา้ งก่อสรา้ งบา้ นพกั ราชการ
พร้อมงานถมดิน จานวน ๓ หลัง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ผู้ถูกฟ้องคดี
(บรษิ ัท ส. จากดั ) ได้เขา้ ร่วมในการประกวดราคาครงั้ น้ี ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดใี นฐานะผู้มสี ทิ ธิ
เสนอราคาได้ตกลงเข้าทาหนังสอื แสดงเง่อื นไขการซ้ือและการจ้างโดยการประมูลด้วยระบบ
อเิ ลก็ ทรอนิกสร์ ะหว่างสานักงานคลงั จงั หวดั โดยนาง จ. ในฐานะผรู้ บั บรกิ าร และผฟู้ ้องคดใี นฐานะ
ผใู้ หบ้ รกิ ารตลาดกลางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ โดยสญั ญาสามฝ่าย ไดก้ าหนดเงอ่ื นไขเกย่ี วกบั ค่าธรรมเนียม
การประมูลฯ ไวใ้ นขอ้ ๒.๓ ว่า ผมู้ สี ทิ ธเิ สนอราคาท่ไี ดร้ บั การคดั เลอื กจากผรู้ บั บรกิ ารใหเ้ ป็นผชู้ นะ

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๒ ๑

131

การเสนอราคาตอ้ งชาระค่าใชจ้ ่ายในการจดั การประมลู ฯ ใหก้ บั ผูใ้ หบ้ รกิ ารตลาดกลางอเิ ลก็ ทรอนิกส์
เป็นจานวนเงนิ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยจ่ายชาระงวดเดยี วภายใน ๓๐ วนั นับแต่วนั ทไ่ี ดร้ บั ใบแจง้ หน้ี
จากผใู้ หบ้ รกิ าร ในการเปิดตลาดเสนอราคาดงั กล่าวเม่อื วนั ท่ี ๒๒ ธนั วาคม ๒๕๕๒ ผลปรากฏว่า
ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดร้ บั คดั เลอื กใหเ้ ป็นผูช้ นะการประกวดราคาดงั กล่าว ผูฟ้ ้องคดจี งึ ไดจ้ ดั ทาใบแจง้
คา่ ใชบ้ รกิ าร e-Auction ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดชี าระค่าใชจ้ า่ ยในการจดั ประมลู ดงั กล่าวจานวน ๑๐,๐๐๐ บาท
ภายในวนั ท่ี ๑๐ มนี าคม ๒๕๕๓ ผถู้ ูกฟ้องคดไี ดร้ บั ใบแจง้ หน้ีแลว้ แต่ไมช่ าระภายในเวลาทก่ี าหนด
ผฟู้ ้องคดจี งึ มหี นังสอื แจง้ เตอื นใหช้ าระอกี ครงั้ แต่ผถู้ ูกฟ้องคดกี ย็ งั คงเพกิ เฉยไม่ชาระ ผูฟ้ ้องคดี
เหน็ ว่าการกระทาของผถู้ ูกฟ้องคดที าใหผ้ ฟู้ ้องคดเี สยี หายไมไ่ ดร้ บั ชาระหน้ีตามสญั ญา ผถู้ ูกฟ้องคดี
จะตอ้ งชาระค่าใชจ้ ่ายในการจดั การประมลู พรอ้ มดอกเบย้ี ผดิ นดั ในอตั ราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนบั แต่
วนั ท่ี ๑๑ มนี าคม ๒๕๕๓ จนถงึ วนั ฟ้องคดี จงึ ขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดี
ชาระเงนิ จานวน ๑๑,๐๘๓.๒๐ บาท ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า ประกาศจังหวัด เร่ือง ประกวดราคาจ้าง
ก่อสรา้ งบ้านพกั ราชการ จานวน ๓ หลงั ดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ไดผ้ ่านการดาเนินการ
ตามกระบวนการขนั้ ตอนวธิ กี ารตามแนวทางการปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ย
การพสั ดุดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙ มาแลว้ ก่อนมกี ารประกาศประกวดราคา
กระทัง่ ล่วงพ้นขนั้ ตอนมาถึงขนั้ ตอนท่ีผู้ถูกฟ้ องคดีเข้าสู่กระบวนการเสนอราคาและผ่าน
การคดั เลอื กเป็นผมู้ คี ุณสมบตั เิ บ้อื งตน้ ในการจา้ งตามประกาศประกวดราคาแลว้ นอกจากนัน้
ผถู้ กู ฟ้องคดยี งั ไดต้ กลงทาสญั ญาสามฝ่าย ตามหนงั สอื แสดงเงอ่ื นไขการซอ้ื และการจา้ งโดยวธิ กี าร
ประมูลทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ระหว่างสานักงานคลงั จงั หวดั ในฐานะผู้รบั บรกิ าร ผูฟ้ ้องคดใี นฐานะ
ผใู้ หบ้ รกิ ารตลาดกลางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ และผถู้ ูกฟ้องคดใี นฐานะผมู้ สี ทิ ธเิ สนอราคา โดยมขี อ้ สญั ญาวา่
จะปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการพสั ดุดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙
และตอ้ งชาระคา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั การประมลู ฯ ใหก้ บั ผใู้ หบ้ รกิ ารตลาดกลางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ อนั เป็นไป
ตามขนั้ ตอนตามทร่ี ะเบยี บสานักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการพสั ดุดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์
พ.ศ. ๒๕๔๙ กาหนด ต่อมา ผฟู้ ้องคดใี นฐานะผใู้ หบ้ รกิ ารตลาดกลางอเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ดแ้ จง้ สรปุ ผล
การประมูลใหค้ ณะกรรมการดาเนินการประมูลด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ราบว่า ผูถ้ ูกฟ้องคดี
เป็นผเู้ สนอราคาต่าสุดจากผเู้ สนอรวม ๓ ราย เพ่อื ใหส้ านักงานคลงั จงั หวดั พจิ ารณาในขนั้ ตอน
การทาสญั ญาจา้ งก่อสรา้ งอาคารบา้ นพกั ขา้ ราชการต่อไป จากขอ้ กฎหมาย แนวทางการปฏบิ ตั ิ
ของหน่วยงานของรฐั ทต่ี อ้ งปฏบิ ตั ติ ามขอ้ กฎหมายดงั กล่าวและขอ้ เทจ็ จรงิ ดงั กล่าวขา้ งตน้ แสดงใหเ้ หน็
ถึงขนั้ ตอนท่ีสาคญั หลัก ๆ ๒ ขนั้ ตอน คือ ขนั้ ตอนท่ี ๑. ส่วนท่ีเป็นการกระทาทางปกครอง

๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๒

132

อนั ประกอบด้วยการดาเนินการของหน่วยงานทางปกครองในคดนี ้ี คอื สานักงานคลงั จงั หวดั
ทม่ี คี วามประสงคจ์ ะก่อสรา้ งบา้ นพกั ราชการ ซง่ึ มรี าคากลาง ๓,๑๘๔,๐๐๐ บาท อนั เป็นราคากลาง
ทเ่ี กนิ กว่าสองลา้ นบาท จงึ ตอ้ งดาเนินการตามขนั้ ตอนวธิ กี ารจดั จา้ งดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ซ่งึ รวมถึงกระบวนการตงั้ แต่การจดั ทา TOR การจดั หาผูใ้ ห้บรกิ ารตลาดกลางอเิ ล็กทรอนิกส์
การคดั เลอื กผมู้ คี ุณสมบตั ทิ งั้ ทางเทคนิคและคุณสมบตั ทิ วั่ ไปของงานจา้ ง การทาสญั ญาสามฝ่าย
ตามหนังสอื แสดงเง่อื นไขการซ้อื และการจา้ งโดยการประมูลดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ การประกาศ
ผลการประมูลก่อนจะดาเนินการทาสญั ญาต่อไป ซ่งึ ในขนั้ ตอนดงั กล่าวเป็นการดาเนินการของ
ฝ่ายปกครองเพ่อื ใหไ้ ดม้ กี ารแขง่ ขนั กนั อย่างโปรง่ ใสและเป็นธรรม มปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล
และเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ ดงั นัน้ ไม่ว่าวตั ถุประสงค์ในการทาสญั ญาท่จี ะมขี ้นึ ต่อไป
หลงั จากขนั้ ตอนน้ีแลว้ จกั เป็นสญั ญาทางแพ่งทวั่ ไปหรอื สญั ญาทางปกครอง ต่างล้วนต้องผ่าน
กระบวนการทางปกครองตามขนั้ ตอนท่ี ๑. น้ีก่อน ขนั้ ตอนท่ี ๒. ส่วนท่ีเป็นการดาเนินการ
บรหิ ารสญั ญายอ่ มเป็นไปตามสภาพของสญั ญาและการใชห้ ลกั กฎหมายตามลกั ษณะของสญั ญาว่า
จะเป็นสญั ญาทางแพง่ หรอื สญั ญาทางปกครอง

เมอ่ื ขอ้ พพิ าทในคดนี ้ีเกดิ ขน้ึ ในสว่ นขนั้ ตอนท่ี ๑. หลงั จากผถู้ ูกฟ้องคดเี ป็นผผู้ า่ น
คุณสมบตั ิและได้รบั การเสนอช่อื ใหเ้ ป็นผูม้ สี ทิ ธเิ สนอราคาจึงได้ทาสญั ญาสามฝ่ ายกบั ผูฟ้ ้องคดี
และสานักงานคลงั จงั หวดั ตามหนังสอื แสดงเง่อื นไขการซ้ือและการจ้างโดยการประมูลด้วยระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อสญั ญาว่าจะปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรฐั มนตรี ว่าด้วยการพสั ดุ
ดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙ และตกลงชาระค่าใชจ้ ่ายในการจดั การประมูลแก่
ผู้ฟ้องคดีตามสญั ญาข้อ ๑. และข้อ ๒.๓ สญั ญาสามฝ่ ายดังกล่าวซ่ึงผู้ฟ้องคดีเป็นคู่สญั ญา
ท่กี ระทาการแทนรฐั ฝ่ ายหน่ึง สานักงานคลงั จงั หวดั เป็นหน่วยงานทางปกครองเป็นคู่สญั ญา
ฝ่ ายหน่ึงกับผู้ถูกฟ้องคดีเป็นคู่สญั ญาอีกฝ่ ายหน่ึง โดยมีผู้ฟ้องคดีเป็นหน่วยงานให้บรกิ าร
เป็นตลาดกลางทางอเิ ล็กทรอนิกส์เพ่อื ให้ผู้เสนอราคาทุกราย รวมทั้งผู้ฟ้องคดไี ด้แข่งขนั กนั
เสนอราคากนั อยา่ งโปรง่ ใส เป็นธรรม อนั ถอื ไดว้ ่าผฟู้ ้องคดเี ป็นผจู้ ดั ทาบรกิ ารสาธารณะดงั กล่าว
ตามระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการพสั ดุดว้ ยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙
สญั ญาสามฝ่ ายตามหนังสอื แสดงเง่อื นไขการซ้อื และการจา้ งดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ดงั กล่าว
จงึ เป็นสญั ญาทางปกครอง หาใช่เป็นการใหบ้ รกิ ารทวั่ ไปในภาคธุรกจิ เอกชนตามวตั ถุประสงค์
การดาเนินงานของผูฟ้ ้องคดใี นตลาดโดยทวั่ ไปไม่ นอกจากน้ี สญั ญาทางปกครองตามนิยาม
ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
สญั ญาทางปกครอง หมายความรวมถงึ สญั ญาท่คี ู่สญั ญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงเป็นหน่วยงาน

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๒ ๓

133

ทางปกครองหรอื เป็นบุคคลซง่ึ กระทาการแทนรฐั และมลี กั ษณะเป็นสญั ญาสมั ปทาน สญั ญาทใ่ี ห้
จดั ทาบรกิ ารสาธารณะ หรอื จดั ใหม้ สี งิ่ สาธารณูปโภคหรอื แสวงประโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาติ
อนั เป็นการใหน้ ิยามลกั ษณะสญั ญาทางปกครองไวเ้ ป็นหลกั กวา้ ง ๆ อาจมสี ญั ญาทางปกครอง
ในรปู แบบอ่นื ต่างไปจากลกั ษณะทน่ี ิยามไวใ้ นมาตรา ๓ ได้ หากมลี กั ษณะของสญั ญาทใ่ี หเ้ อกสทิ ธิ ์
แก่หน่วยงานทางปกครองในการกาหนดขอ้ สญั ญาท่มี อี านาจเหนือฝ่ ายเอกชน เพ่อื ประโยชน์
แก่สาธารณะโดยรวม กรณีขอ้ พพิ าทตามฟ้องจงึ เป็นส่วนของการกระทาทางปกครองทห่ี น่วยงาน
ของรฐั มอี านาจเหนือกวา่ เอกชนในการจดั ซอ้ื จดั จา้ ง เพอ่ื ประโยชน์แก่ราชการเป็นสาคญั ทจ่ี ะกาหนด
หลกั เกณฑ์ วธิ กี ารในการจดั หาต่าง ๆ ดงั กล่าวขา้ งต้น และอยู่ในอานาจศาลปกครองทจ่ี ะพจิ ารณา
พพิ ากษาไดต้ ามนยั มาตรา ๙ วรรคหน่ึง (๔) แหง่ พระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณา
คดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เม่อื คดนี ้ีมลู เหตุพพิ าทยงั ไมใ่ ชเ่ หตุจากสญั ญาก่อสรา้ งบา้ นพกั ขา้ ราชการ
ดงั ผถู้ กู ฟ้องคดกี ลา่ วอา้ ง แตอ่ ยใู่ นชนั้ ดาเนินการจดั ซอ้ื จดั จา้ งสว่ นท่ี ๑ ดงั กลา่ วขา้ งตน้ ผถู้ ูกฟ้องคดี
จงึ ไม่อาจอ้างว่าสญั ญาหลกั คอื สญั ญาจา้ งก่อสรา้ งบ้านพกั ๓ หลงั มใิ ช่สญั ญาทางปกครอง
เพ่ือปฏิเสธการชาระหน้ีตามสญั ญาสามฝ่ ายตามหนังสือแสดงเง่อื นไขการซ้ือและการจ้าง
โดยการประมลู ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ด้ เมอ่ื ไดว้ นิ ิจฉยั แลว้ ว่าคดนี ้ีเป็นคดพี พิ าททอ่ี ยใู่ นอานาจ
ศาลปกครองท่ีจะพิจารณาพิพากษาคดีได้ เม่อื ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้อุทธรณ์ โต้แย้งคาพิพากษา
ของศาลปกครองชนั้ ต้นในส่วนท่พี พิ ากษาใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดีชาระค่าใชจ้ ่ายในการจดั การประมูลฯ
ตามสญั ญาจานวน ๑๐,๐๐๐ บาท พรอ้ มดอกเบ้ยี ผดิ นัดในอตั รารอ้ ยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วนั ท่ี
๑๑ มนี าคม ๒๕๕๓ ถึงวนั ท่ี ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๕๔ รวม ๕๒๗ วนั เป็นเงนิ ๑,๐๘๒.๘๘ บาท
และดอกเบย้ี ผดิ นดั นบั ถดั จากวนั ฟ้องเป็นตน้ ไปจนกว่าจะชาระเสรจ็ ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี คาพพิ ากษา
ในสว่ นน้จี งึ ถงึ ทส่ี ดุ ไปตามคาพพิ ากษาของศาลปกครองชนั้ ตน้

(คำพพิ ำกษำศำลปกครองสงู สดุ ที่อ. ๓๗๕/๒๕๖๒)

สญั ญาทางปกครองท่ีมีข้อกาหนดในสญั ญาว่ากรณีท่ีมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น
ระหว่างคู่สญั ญาหรือเกี่ยวกบั ข้อกาหนดแห่งสญั ญาให้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ
เพื่อพิจารณาชี้ขาด อนั เป็ นข้อตกลงท่ีสมบูรณ์และมีผลผกู พนั คู่สญั ญา การที่คู่สญั ญา
ฝ่ ายหน่ึงได้นาคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองโดยท่ีมิได้ดาเนิ นการทางอนุญาโตตุลาการก่อน
และอ้างมติคณะรฐั มนตรีว่าไม่ควรผกู มดั ในสญั ญาให้มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตลุ าการ
เป็นผชู้ ี้ขาดนัน้ มติคณะรฐั มนตรีดงั กล่าวถือเป็นเพียงแนวทางปฏิบตั ิ ไม่มีสภาพบงั คบั เป็นกฎ
หรือกฎหมาย เมื่อผ้ฟู ้ องคดีนาคดีมาฟ้ องโดยท่ียงั มิได้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ

๔ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๒

134

และผู้ถูกฟ้ องคดียื่นคาร้องขอให้ศาลจาหน่ ายคดีเพื่อให้คู่สัญญาไปดาเนิ นการทาง
อนุญาโตตุลาการ ศาลปกครองจึงมีอานาจสัง่ จาหน่ ายคดีออกจากสารบบความ
และคืนค่าธรรมเนียมศาลทงั้ หมดแก่ผฟู้ ้องคดี

ผูฟ้ ้องคดฟี ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดี (เทศบาลตาบล) ได้ว่าจา้ งผูฟ้ ้องคดใี หก้ ่อสรา้ ง
วางทอ่ ระบายน้าคอนกรตี เสรมิ เหลก็ ตามสญั ญาลงวนั ท่ี ๕ มถิ ุนายน ๒๕๕๘ ระหวา่ งการก่อสรา้ ง
ผฟู้ ้องคดพี บว่าตอ้ งใชด้ นิ ถมเพอ่ื การก่อสรา้ งเป็นจานวน ๔,๗๘๓ ลกู บาศกเ์ มตร ทาใหผ้ ฟู้ ้องคดี
ไมส่ ามารถเขา้ ทาการก่อสรา้ งได้ ผถู้ ูกฟ้องคดรี บั ผดิ ว่ามไิ ดร้ ะบุปรมิ าณงานค่างานดนิ ไวแ้ ละรบั ว่า
จะจดั หาดินให้กบั ผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีกลบั เพิกเฉย ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าไม่สามารถรอดิน
จากผถู้ ูกฟ้องคดไี ด้ จงึ ไดจ้ ดั หาดนิ มาเพอ่ื ใหก้ ารก่อสรา้ งสามารถดาเนินการต่อไปได้ และไดบ้ อกกลา่ ว
ใหผ้ ถู้ กู ฟ้องคดชี าระคา่ ดนิ สว่ นความลา่ ชา้ ของการกอ่ สรา้ งนนั้ เกดิ จากการทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดไี มส่ ามารถ
ส่งมอบพ้นื ท่ใี หก้ บั ผูฟ้ ้องคดไี ด้ซ่ึงมใิ ช่ความผดิ ของผูฟ้ ้องคดที ่จี ะทาใหต้ ้องถูกปรบั ผู้ฟ้องคดี
จงึ นาคดมี าฟ้องขอใหศ้ าลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ใหผ้ ูถ้ ูกฟ้องคดชี ดใชเ้ งนิ ค่าปรมิ าณดนิ ใหแ้ ก่
ผฟู้ ้องคดี และใหผ้ ถู้ กู ฟ้องคดคี นื เงนิ คา่ ปรบั ดงั กลา่ ว

ศาลปกครองสงู สดุ วินิจฉัยว่า มลู เหตุแหง่ การฟ้องคดนี ้ีสบื เน่ืองจากขอ้ พพิ าท
เก่ยี วกบั สญั ญาทางปกครอง ซ่ึงมขี อ้ กาหนดในสญั ญาขอ้ ๑๙.๑ ท่กี าหนดให้เสนอขอ้ โต้แย้ง
หรอื ขอ้ พพิ าทนนั้ ต่ออนุญาโตตุลาการเพอ่ื พจิ ารณาชข้ี าดก่อนหากมขี อ้ โตแ้ ยง้ เกดิ ขน้ึ ระหวา่ งคสู่ ญั ญา
หรอื เกย่ี วกบั ขอ้ กาหนดแหง่ สญั ญา แมผ้ ฟู้ ้องคดจี ะอา้ งมตคิ ณะรฐั มนตรเี ม่อื วนั ท่ี ๒๘ กรกฎาคม
๒๕๕๒ ซง่ึ ระบุวา่ สญั ญาทุกประเภททห่ี น่วยงานของรฐั ทากบั เอกชนในไทยหรอื ต่างประเทศไมว่ า่ จะเป็น
สญั ญาทางปกครองหรอื ไม่ ไม่ควรเขยี นผูกมดั ในสญั ญาใหม้ อบขอ้ พพิ าทใหอ้ นุญาโตตุลาการ
เป็นผูช้ ้ขี าด แต่หากมปี ัญหาหรอื ความจาเป็นหรอื เป็นขอ้ เรยี กรอ้ งของคู่สญั ญาอกี ฝ่ายท่มี อิ าจ
หลกี เล่ยี งได้ ให้เสนอคณะรฐั มนตรพี จิ ารณาอนุมตั ิเป็นราย ๆ ไปก็ตาม แต่มติคณะรฐั มนตรี
ฉบบั ดงั กล่าวมไิ ดม้ ลี กั ษณะเป็นกฎเกณฑบ์ งั คบั แต่เป็นเพยี งแนวทางปฏบิ ตั เิ ทา่ นนั้ กรณจี งึ ไมม่ ี
สภาพบงั คบั เป็นกฎหรอื กฎหมาย ซง่ึ การไมป่ ฏบิ ตั ติ ามยงั ไมอ่ าจถอื ไดว้ า่ เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบญั ญตั ิ
ของกฎหมายโดยตรง ดงั นัน้ การท่ีสญั ญาระหว่างผู้ฟ้องคดีกบั ผู้ถูกฟ้องคดีมขี ้อกาหนดให้
คสู่ ญั ญาเสนอขอ้ โตแ้ ยง้ หรอื ขอ้ พพิ าทต่ออนุญาโตตุลาการเพอ่ื พจิ ารณาชข้ี าดก่อน จงึ เป็นขอ้ สญั ญา
ทม่ี ผี ลสมบูรณ์และมผี ลผูกพนั คู่สญั ญา เม่อื กรณีน้ีมขี อ้ โต้แยง้ เกดิ ขน้ึ ระหว่างคู่สญั ญาเก่ยี วกบั
ขอ้ กาหนดในสญั ญาหรอื การปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาและค่สู ญั ญาไมส่ ามารถตกลงกนั ได้ การทผ่ี ฟู้ ้องคดี
ไดน้ าคดมี าย่นื ฟ้องต่อศาลโดยทย่ี งั มไิ ดด้ าเนินการทางอนุญาโตตุลาการก่อน และผถู้ ูกฟ้องคดี
ได้ย่นื คารอ้ งขอให้ศาลมคี าสงั่ จาหน่ายคดเี พ่อื ใหค้ ู่สญั ญาไปดาเนินการทางอนุญาโตตุลาการ

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๒ ๕

135
จึงมีเหตุท่ีศาลจะมีคาสัง่ จาหน่ายคดีออกจากสารบบความเพ่ือให้คู่สัญญาไปดาเนินการ
ทางอนุญาโตตุลาการตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕
ทศ่ี าลปกครองชนั้ ตน้ มคี าสงั่ ใหจ้ าหน่ายคดอี อกจากสารบบความ เพ่อื ใหค้ ู่สญั ญาไปดาเนินการ
ทางอนุญาโตตุลาการ และใหค้ นื ค่าธรรมเนียมศาลทงั้ หมดแก่ผูฟ้ ้องคดนี ัน้ ศาลปกครองสูงสุด
เหน็ พอ้ งดว้ ย

(คำสงั่ ศำลปกครองสงู สุดที่๔๐๘/๒๕๖๑)

๖ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๑๙ ฉบบั ท่ี ๓ (กรกฎาคม-กนั ยายน) ๒๕๖๒

136

คดีพิพาทเกี่ยวกบั สญั ญาทางปกครอง

การท่ีองค์การตลาดเพ่ือเกษตรกรทาสญั ญาฝากเก็บรกั ษาข้าวสารไว้
ในคลงั สินค้าของบริษัทเอกชน ซึ่งเป็ นขนั้ ตอนหน่ึงของมาตรการรบั จานาข้าวเปลือก
จากเกษตรกรของรฐั บาลตามโครงการรบั จานาข้าวเปลือก อนั เป็นโครงการท่ีได้รบั อนุมตั ิ
จากคณ ะกรรมการนโยบายข้าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร
สญั ญาดงั กล่าวจึงมีลกั ษณะเป็ นสญั ญาให้เอกชนเข้าร่วมในการจดั ทาบริการสาธารณะ
เก็บรกั ษาข้าวสารที่แปรสภาพจากข้าวเปลือกท่ีรบั จานาจากเกษตรกรและสถาบนั
เกษตรกรของรฐั บาลตามอานาจหน้าท่ีขององคก์ ารตลาดเพ่ือเกษตรกร สญั ญาฝากเกบ็
รกั ษาข้าวสารดงั กล่าวจึงเป็ นสญั ญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบญั ญัติ
จดั ตงั้ ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ฉะนัน้ สญั ญาคา้ ประกนั
ของธนาคารซ่ึงเป็ นหลักประกันสัญญาระหว่างบริษัทเอกชนกับองค์การตลาด
เพ่ือเกษตรกร จึงมีลักษณะเป็ นสัญญาอุปกรณ์ของสัญญาฝากเก็บรกั ษาข้าวสาร
ซ่ึงเป็ นสัญญาหลัก ดังนั้น ข้อพิ พาทตามสัญญาค้าประกันดังกล่าวจึงต้องดาเนิ น
กระบวนพิจารณายงั ศาลที่มีเขตอานาจเดียวกนั กบั ศาลที่มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดี
ที่พิพาทเก่ียวกับสัญญาฝากเก็บรกั ษาข้าวสารซ่ึงเป็ นสัญญาหลัก คือ ศาลปกครอง
ตามมาตรา ๙ วรรคหน่ึง (๔) แห่งพระราชบญั ญตั ิดงั กล่าว

ผฟู้ ้องคดฟี ้องว่า ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ (องคก์ ารตลาดเพ่อื เกษตรกร) ไดท้ าสญั ญา
ฝากเกบ็ รกั ษาขา้ วสาร (โครงการรบั จานาขา้ วเปลอื กนาปี ปีการผลติ ๒๕๕๖/๕๗) กบั ผฟู้ ้องคดี
สว่ นผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ (ธนาคาร ก.) ไดท้ าหนงั สอื สญั ญาค้าประกนั โดยยนิ ยอมผกู พนั ตนเป็นผคู้ ้าประกนั
ผฟู้ ้องคดตี อ่ ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ ในการปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาฝากเกบ็ รกั ษาขา้ วสารขา้ งตน้ เป็นจานวนเงนิ
๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท และผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ (ธนาคาร ข.) ไดท้ าหนังสอื สญั ญาค้าประกนั โดยยนิ ยอม
ผกู พนั ตนเป็นผคู้ ้าประกนั ผฟู้ ้องคดตี ่อผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ในการปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาดงั กล่าว เป็นเงนิ
จานวน ๑๐,๗๒๕ บาท เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดข้ นยา้ ยขา้ วสารออกจากคลงั สนิ คา้ ของผฟู้ ้องคดี
จนครบถว้ นแลว้ ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไมไ่ ดค้ นื หลกั ประกนั สญั ญาใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี ผฟู้ ้องคดจี งึ มหี นงั สอื
แจง้ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ คนื หนงั สอื สญั ญาค้าประกนั แตผ่ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เพกิ เฉย ตอ่ มา ผถู้ กู ฟ้องคดี
ท่ี ๑ ไดม้ หี นงั สอื แจง้ ผฟู้ ้องคดวี ่าขา้ วสารในคลงั สนิ คา้ ทผ่ี ฟู้ ้องคดมี หี น้าทด่ี ูแลรกั ษาเส่อื มคุณภาพ
หรอื สญู หาย ถอื วา่ ผฟู้ ้องคดกี ระทาผดิ สญั ญา จงึ ใหผ้ ฟู้ ้องคดชี ดใชร้ าคาขา้ วสารทเ่ี สยี หายเป็นเงนิ

๑๓๐ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๒๐ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๓

137

จานวน ๗๕,๗๘๖,๘๑๘.๖๙ บาท ซ่งึ ผูฟ้ ้องคดมี หี นังสอื แจง้ ปฏิเสธความรบั ผดิ และโต้แย้งถึง
ความเสยี หายดงั กล่าวต่อผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ หลงั จากนัน้ ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ได้มหี นังสอื แจ้งให้
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ชาระคา่ เสยี หายตามหนงั สอื สญั ญาค้าประกนั ซง่ึ ผฟู้ ้องคดี
มหี นงั สอื แจง้ ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ชะลอการชาระเงนิ ตามหนงั สอื สญั ญาคา้ ประกนั
ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ แลว้ แต่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ยงั ชาระเงนิ ตามหนังสอื สญั ญาค้าประกนั จานวน
๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท พรอ้ มคา่ ปรบั จานวน ๗๐,๙๕๐ บาท ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ และไดบ้ งั คบั ไล่เบย้ี
ใหผ้ ฟู้ ้องคดชี ดใชเ้ งนิ จานวนดงั กล่าวคนื แกผ่ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ โดยวธิ นี าเอาเงนิ จากบญั ชกี ระแสรายวนั
ท่ผี ู้ฟ้องคดไี ดท้ าสญั ญาเบิกเงนิ เกนิ บญั ชไี ว้จานวน ๓,๓๗๐,๙๕๐ บาท ส่วนผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๓
ไดช้ าระเงนิ ตามหนงั สอื สญั ญาค้าประกนั จานวน ๑๐,๗๒๕ บาท พรอ้ มค่าปรบั ซง่ึ ยงั ไมท่ ราบจานวน
ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ โดยไดถ้ อนเงนิ จากบญั ชเี งนิ ฝากประจาของผฟู้ ้องคดี ซง่ึ ผูฟ้ ้องคดเี หน็ วา่
ผฟู้ ้องคดไี ดป้ ฏบิ ตั ติ ามสญั ญาฝากเกบ็ รกั ษาขา้ วสารทท่ี ากบั ผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ ถกู ตอ้ งและครบถว้ นแลว้
มไิ ดท้ าใหข้ า้ วสารทร่ี บั ฝากเสยี หายแต่อยา่ งใด ผฟู้ ้องคดจี งึ ไมต่ อ้ งรบั ผดิ ต่อผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ฉะนนั้
ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ในฐานะผู้ค้าประกนั จงึ ไม่ต้องรบั ผดิ ต่อผูถ้ ูกฟ้องคดีท่ี ๑
และไม่มสี ทิ ธไิ ล่เบย้ี ผฟู้ ้องคดใี หช้ าระหน้ีแต่อย่างใด ผฟู้ ้องคดจี งึ นาคดมี าฟ้องต่อศาลปกครองขอให้
ศาลมคี าพพิ ากษาหรอื คาสงั่ ดงั น้ี ขอ้ ๑. พพิ ากษาวา่ ผฟู้ ้องคดไี มไ่ ดก้ ระทาผดิ สญั ญาฝากเกบ็ รกั ษา
ขา้ วสารตามคาฟ้อง ขอ้ ๒. ให้ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ และผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ ร่วมกนั หรอื แทนกนั ส่งมอบ
หลกั ประกนั สญั ญาคนื ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี และใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดีท่ี ๒ นาเงนิ จานวน ๓,๓๗๐,๙๕๐ บาท
พรอ้ มดอกเบย้ี ของเงนิ จานวนดงั กล่าวทผ่ี ฟู้ ้องคดตี อ้ งเสยี ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ในระหวา่ งเบกิ เงนิ
เกนิ บญั ชถี งึ วนั ปฏบิ ตั ติ ามคาขอน้ีกลบั คนื เขา้ สบู่ ญั ชกี ระแสรายวนั ของผฟู้ ้องคดี ขอ้ ๓. ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดี
ท่ี ๑ และผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ร่วมกนั หรอื แทนกนั ส่งมอบหลกั ประกนั สญั ญาคนื ใหแ้ ก่ผูฟ้ ้องคดี และ
ใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ นาเงนิ จานวน ๑๐,๗๒๕ บาท พรอ้ มค่าปรบั เทา่ จานวนเงนิ ทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓
ถอนไปจากบญั ชเี งนิ ฝากประจาของผฟู้ ้องคดคี นื เขา้ สบู่ ญั ชเี งนิ ฝากประจาของผฟู้ ้องคดี

ศาลปกครองชนั้ ตน้ มคี าสงั่ ไมร่ บั คาฟ้องในสว่ นทฟ่ี ้องผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ คาขอขอ้ ท่ี ๒
เฉพาะในส่วนท่ีขอให้ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ ส่งมอบหลกั ประกนั สญั ญาคืนให้แก่ผู้ฟ้องคดี และให้
ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ นาเงนิ จานวน ๓,๓๗๐,๙๕๐ บาท พรอ้ มดอกเบย้ี ของเงนิ จานวนดงั กลา่ วทผ่ี ฟู้ ้องคดี
ตอ้ งเสยี ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ ในระหว่างเบกิ เงนิ เกนิ บญั ชถี งึ วนั ปฏบิ ตั ติ ามคาขอน้ี กลบั คนื เขา้ สู่
บญั ชกี ระแสรายวนั ของผฟู้ ้องคดี และคาฟ้องในสว่ นทฟ่ี ้องผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ คาขอขอ้ ท่ี ๓ เฉพาะ
ในสว่ นทข่ี อใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ สง่ มอบหลกั ประกนั สญั ญาคนื ใหแ้ ก่ผฟู้ ้องคดี และใหผ้ ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓
นาเงนิ จานวน ๑๐,๗๒๕ บาท พรอ้ มค่าปรบั เท่าจานวนเงนิ ทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ถอนไปจากบญั ชี
เงนิ ฝากประจากลบั คนื เขา้ สบู่ ญั ชเี งนิ ฝากของผฟู้ ้องคดี

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๒๐ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๓ ๑๓๑

138

ผฟู้ ้องคดยี ่นื คารอ้ งอทุ ธรณ์คาสงั่ ของศาลปกครองชนั้ ตน้ ทไ่ี มร่ บั คาฟ้องผถู้ ูกฟ้องคดี
บางรายและบางขอ้ หาดงั กล่าวไวพ้ จิ ารณา

ศาลปกครองสูงสุดวินิ จฉัยว่า เม่อื ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นหน่วยงานทางปกครอง
ทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ึ ตามพระราชกฤษฎกี าจดั ตงั้ องคก์ ารตลาดเพ่อื เกษตรกร พ.ศ. ๒๕๑๗ มวี ตั ถุประสงค์
ในการดาเนินการช่วยเหลอื เกษตรกรและสถาบนั เกษตรกรในการผลติ การจาหน่าย การตลาด
การเกบ็ รกั ษา และการขนส่งซ่งึ ผลติ ผลหรอื ผลติ ภณั ฑท์ างการเกษตร ส่งเสรมิ ใหส้ ถาบนั เกษตรกร
ดาเนินการค้า ขนส่งและรบั ฝากซ่งึ ผลติ ผลหรอื ผลติ ภณั ฑ์ทางการเกษตร ปัจจยั ในการผลติ วสั ดุ
การเกษตร เคร่อื งมอื เคร่อื งใชใ้ นการเกษตร หรอื เครอ่ื งอปุ โภคและบรโิ ภค รวมถงึ การดาเนินการอ่นื ใด
ตามวตั ถุประสงคท์ ก่ี าหนดไวใ้ นพระราชกฤษฎกี าดงั กล่าว การทผ่ี ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ทาสญั ญาฝาก
เกบ็ รกั ษาขา้ วสารไวใ้ นคลงั สนิ คา้ ของผฟู้ ้องคดตี ามสญั ญาลงวนั ท่ี ๒๖ ธนั วาคม ๒๕๕๖ อนั เป็น
ขนั้ ตอนหน่ึงของมาตรการรบั จานาขา้ วเปลอื กจากเกษตรกรของรฐั บาลตามโครงการรบั จานา
ขา้ วเปลอื ก ปี ๒๕๕๖/๕๗ อนั เป็นโครงการท่ผี ู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไดร้ บั อนุมตั จิ ากคณะกรรมการ
นโยบายขา้ ว (กนข.) เพ่อื ช่วยเหลอื เกษตรกรและสถาบนั เกษตรกร สญั ญาดงั กล่าวจงึ มลี กั ษณะ
เป็นสญั ญาให้ผูฟ้ ้องคดซี ่งึ เป็นเอกชนเขา้ ร่วมในการจดั ทาบรกิ ารสาธารณะเกบ็ รกั ษาขา้ วสาร
ทแ่ี ปรสภาพจากขา้ วเปลอื กทร่ี บั จานาจากเกษตรกรและสถาบนั เกษตรกรของรฐั บาลตามอานาจหน้าท่ี
ของผถู้ กู ฟ้องคดที ่ี ๑ สญั ญาฝากเกบ็ รกั ษาขา้ วสารดงั กล่าวจงึ เป็นสญั ญาทางปกครองตามมาตรา ๓
แหง่ พระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อนั อยใู่ นอานาจ
พจิ ารณาพพิ ากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหน่ึง (๔) แหง่ พระราชบญั ญตั ดิ งั กล่าว

เม่ือเหตุแห่งการฟ้องคดีน้ีเกิดจากการท่ีผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ มีหนังสือลงวนั ท่ี
๙ สงิ หาคม ๒๕๖๑ แจง้ ใหผ้ ฟู้ ้องคดชี ดใชค้ ่าเสยี หายตามสญั ญาฝากเกบ็ รกั ษาขา้ วสารเป็นเงนิ
จานวน ๗๕,๗๘๖,๘๑๘.๖๙ บาท และมหี นังสอื แจง้ ให้ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๓
ในฐานะผู้ค้าประกนั ชาระเงนิ ตามหนังสอื สญั ญาค้าประกนั ซ่ึงผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ ได้ชาระเงนิ
ตามหนังสอื สญั ญาค้าประกนั จานวน ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท พรอ้ มค่าปรบั จานวน ๗๐,๙๕๐ บาท
ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ แลว้ สว่ นผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ไดช้ าระเงนิ ตามหนังสอื สญั ญาค้าประกนั จานวน
๑๐,๗๒๕ บาท พรอ้ มค่าปรบั ซง่ึ ผฟู้ ้องคดยี งั ไม่ทราบจานวนใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ แลว้ เช่นกนั
การท่ผี ู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ได้ชาระเงนิ พรอ้ มค่าปรบั ให้แก่ผูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑
ตามขอ้ เรยี กรอ้ งของผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ทเ่ี หน็ ว่าผฟู้ ้องคดเี ป็นฝ่ายปฏบิ ตั ผิ ดิ สญั ญาฝากเกบ็ รกั ษา
ขา้ วสาร แลว้ ตอ่ มาผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ไดใ้ ชส้ ทิ ธไิ ล่เบย้ี ใหผ้ ฟู้ ้องคดชี ดใชเ้ งนิ
ท่ไี ด้ชาระให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ คืน โดยผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ ได้นาเงนิ จากบญั ชกี ระแสรายวนั
ของผู้ฟ้องคดีจานวน ๓,๓๗๐,๙๕๐ บาท ท่ีผู้ฟ้องคดีได้ทาสญั ญาเบิกเงนิ เกินบญั ชีไว้คืนแก่

๑๓๒ วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๒๐ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๓

139

ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ ไดถ้ อนเงนิ จากบญั ชเี งนิ ฝากประจาของผฟู้ ้องคดี ซง่ึ ผฟู้ ้องคดี
เหน็ ว่า การท่ผี ูถ้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๓ ไดช้ าระหน้ีตามหนังสอื สญั ญาค้าประกนั
ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑ โดยผู้ฟ้องคดียงั มิได้ประพฤติผิดสญั ญาท่ีทาไว้กับผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๑
และผู้ฟ้ องคดีได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๒ และผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๓ ชะลอการชาระเงิน
และค่าปรบั ใหแ้ ก่ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ ไวก้ ่อนนนั้ เป็นกรณีทผ่ี ถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓
ไม่ปฏิบัติตามสัญญาค้าประกัน จึงเห็นว่าเม่ือสัญญาค้าประกันของผู้ถูกฟ้ องคดีท่ี ๒
และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ เป็นหลกั ประกนั สญั ญาระหว่างผฟู้ ้องคดกี บั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ จงึ มลี กั ษณะ
เป็ นสัญญาอุปกรณ์ของสัญญาฝากเก็บรกั ษาข้าวสารซ่ึงเป็ นสัญญาหลัก ดังนัน้ ข้อพิพาท
ตามสญั ญาค้าประกนั ดงั กล่าวจงึ ควรตอ้ งดาเนินกระบวนพจิ ารณายงั ศาลทม่ี เี ขตอานาจเดยี วกนั
กบั ศาลท่ีมีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีท่ีพิพาทเก่ียวกบั สญั ญาหลกั คือ สญั ญาฝากเก็บรกั ษา
ข้าวสาร เพราะการท่ีจะพิจารณาว่าผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๒ และผู้ถูกฟ้องคดีท่ี ๓ จะต้องรบั ผิดต่อ
ผฟู้ ้องคดตี ามสญั ญาค้าประกนั หรอื ไม่ เพยี งใดนนั้ จาตอ้ งวนิ ิจฉยั ถงึ ขอ้ เทจ็ จรงิ ในการปฏบิ ตั ติ าม
สญั ญาฝากเก็บรกั ษาขา้ วสารท่ผี ู้ฟ้องคดีทาไว้กบั ผู้ถูกฟ้องคดที ่ี ๑ เสยี ก่อน เม่อื สญั ญาฝากเก็บ
รกั ษาขา้ วสารระหวา่ งผฟู้ ้องคดกี บั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๑ เป็นสญั ญาทางปกครองซง่ึ อยใู่ นอานาจพจิ ารณา
พพิ ากษาของศาลปกครองแล้ว ขอ้ พพิ าทเก่ยี วกบั สญั ญาค้าประกนั การฝากเกบ็ รกั ษาขา้ วสาร
ตามคาฟ้องในคดนี ้ีระหว่างผฟู้ ้องคดกี บั ผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๒ และผถู้ ูกฟ้องคดที ่ี ๓ จงึ อย่ใู นอานาจ
พจิ ารณาพพิ ากษาของศาลปกครองดว้ ย

(คำสงั่ ศำลปกครองสงู สุดที่๒๖๔/๒๕๖๒)

วารสารวชิ าการศาลปกครอง ปีท่ี ๒๐ ฉบบั ท่ี ๒ (เมษายน-มถิ ุนายน) ๒๕๖๓ ๑๓๓


Click to View FlipBook Version