ค่มู ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอัยการดำเนินคดีแพง่
( )
ค่มู อื
การสง่ เรอื่ งใหพ้ นักงานอัยการ
ดำเนินคดีแพง่
สำนกั งานคดแี พง่ สำนกั งานอยั การสงู สุด
(สงวนลิขสิทธิ)์
( ) คูม่ ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
คู่มือการสง่ เรือ่ งให้พนักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
( )
คำนำ
ในการดำเนินคดีแพ่งแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ราชการสว่ นกลาง ราชการสว่ นภมู ภิ าค ราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ รฐั วสิ าหกจิ องคก์ ารมหาชน หนว่ ยงานอนื่
ของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นใดที่ดำเนินกิจการของรัฐหรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มี
พระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ ตามที่
พระราชบญั ญตั อิ งคก์ รอยั การและพนกั งานอยั การ พ.ศ.๒๕๕๓ กำหนดไว้ พนกั งานอยั การจะสามารถ
ดำเนินภารกิจดงั กลา่ วใหล้ ลุ ว่ ง และรกั ษาผลประโยชนข์ องรฐั และประชาชนไดน้ น้ั หนว่ ยงานผ้สู ง่ เรือ่ ง
ใหพ้ นกั งานอยั การดำเนนิ คดแี พง่ จะตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการรวบรวมพยานหลกั ฐาน ขน้ั ตอนใน
การส่งเรื่องและกระบวนงานทั้งหมดในการดำเนินคดีอย่างถูกต้อง คู่มือจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วย
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้สง่ เรื่องและพนักงานอยั การผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดี
ใหท้ ำงานไดส้ ะดวก ถกู ตอ้ ง และรวดเรว็ อนั จะสง่ ผลใหก้ ารรกั ษาผลประโยชนข์ องรฐั มปี ระสทิ ธภิ าพมาก
ยิ่งขึ้น
ในการจัดทำหนังสือคู่มือฉบับนี้ สำนักงานคดีแพ่ง สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ระดม
ความคดิ เหน็ จากพนกั งานอยั การของสำนกั งานคดแี พง่ สำนกั งานคดแี พง่ กรงุ เทพใต้ สำนกั งานคดแี พง่
ธนบุรี และพนักงานอัยการจากสำนักงานคดีแรงงานภาค ๑ - ๙ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินคดีแพ่ง
รวมทง้ั ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะจากผแู้ ทนของหนว่ ยงานของรฐั จำนวน ๘๘ หนว่ ยงาน ในการประชมุ
เชิงปฏิบัติการที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ สิ่งที่ได้ประมวลไว้ในคู่มือ
นอกจากขั้นตอนในการส่งเรื่อง การรวบรวมเอกสารหลักฐานสำหรับคดีประเภทต่าง ๆ แล้ว ยังได้
รวบรวมปัญหาทีเ่ กิดขึ้นในทางปฏิบัติ มติคณะรฐั มนตรี หนงั สือเวียนทีเ่ กี่ยวข้องซึ่งยังมีผลใช้บังคบั อยู่
ตลอดจนตวั อย่างตา่ ง ๆ เพือ่ ให้ผู้ปฏิบตั ิงานสามารถเข้าใจและนำไปปฏิบตั ิได้โดยงา่ ย
สำนักงานคดีแพ่ง สำนักงานอัยการสูงสุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือการส่งเรื่องให้
พนักงานอยั การดำเนินคดีแพง่ นี้จะเปน็ ประโยชนต์ ่อผู้ใช้ในการปฏิบตั ิงานได้ตามวัตถปุ ระสงค์
สำนกั งานคดีแพ่ง สำนกั งานอัยการสงู สุด
๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕
( ) คูม่ ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
คมู่ ือการส่งเรื่องให้พนักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
( )
สารบญั
บทที่ ๑ อำนาจหนา้ ทีข่ องพนกั งานอยั การในการดำเนินคดีแพ่ง.............................................. ๑
นิติบุคคล เจ้าหน้าทีข่ องรฐั ราษฎร ทีพ่ นักงานอัยการดำเนินการว่าตา่ งแก้ตา่ งคดีแพง่ ให้ได้.......... ๒
๑. นิติบคุ คลทีพ่ นกั งานอยั การต้องดำเนินการวา่ ต่างแก้ต่าง................................................. ๒
๒. นิติบคุ คลหรือบุคคลที่พนกั งานอยั การมีดลุ พินิจในการดำเนินการว่าต่างแก้ตา่ ง.............. ๒
หน่วยงานของสำนักงานอยั การสงู สดุ ที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีแพ่งที่ไมอ่ ยู่ในอำนาจศาลชำนัญ
พิเศษ......................................................................................................................................... ๒
สำนักงานอยั การในสว่ นกลาง..................................................................................................... ๒
สำนกั งานอยั การในต่างจงั หวดั ................................................................................................... ๓
บทที่ ๒ ข้อพิจารณาในการส่งเรือ่ ง/สำนวนคดีแพ่งให้พนักงานอัยการดำเนินการ..................... ๔
๑. หน่วยงานตัวความผู้ส่ง.......................................................................................................... ๔
๒. กำหนดเวลาในการส่งเรื่อง/สำนวน........................................................................................ ๔
๓. หนังสือนำส่ง......................................................................................................................... ๔
๔. ความประสงค์ของหน่วยงานตวั ความผู้ส่ง.............................................................................. ๔
๕. เอกสารที่ต้องนำสง่ พร้อมหนังสือขอให้ดำเนินคดี................................................................... ๖
๖. การต้ังผู้ประสานงานคดี........................................................................................................ ๗
บทที่ ๓ วิธีการสง่ เรือ่ งให้พนกั งานอยั การดำเนินการ............................................................. ๘
วิธีการสง่ เรื่อง............................................................................................................................ ๘
การพิจารณาว่าจะสง่ เรื่องไปยงั สำนักงานอยั การใด..................................................................... ๘
บทที่ ๔ การดำเนินการก่อนและหลังการยืน่ คำฟอ้ งและยื่นคำใหก้ าร...................................... ๑๐
๑. การดำเนินการก่อนยืน่ คำฟ้อง ยืน่ คำให้การ และฟ้องแย้ง...................................................... ๑๐
๑.๑ ใบแตง่ ทนายความ........................................................................................................ ๑๐
๑.๒ เงินคา่ ธรรมเนียมและคา่ ใช้จ่ายในการดำเนินคดี............................................................ ๑๑
๑.๓ การดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบญั ญัติหรือตามทีส่ ญั ญากำหนดกอ่ นสง่ เรือ่ ง...... ๑๒
๑.๔ การหารือ..................................................................................................................... ๑๓
๒. การดำเนินการหลงั ยืน่ คำฟ้อง ยื่นคำให้การ ฟ้องแย้ง............................................................. ๑๓
๒.๑ กรณีสง่ หมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ได้.................................................................... ๑๓
๒.๒ การเตรียมพยานบุคคลเพื่อเบิกความตอ่ ศาล................................................................ ๑๓
๒.๓ การตามประเดน็ ไปสืบพยานทีศ่ าลอืน่ .......................................................................... ๑๔
๒.๔ การทำแผนทีพ่ ิพาท..................................................................................................... ๑๔
๒.๕ การเผชิญสืบ............................................................................................................... ๑๔
( ) คมู่ ือการส่งเรือ่ งให้พนกั งานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
๒.๖ การตรวจสอบสถานภาพการล้มละลายของลกู หนี้....................................................... ๑๔
๒.๗ การแจ้งการเปลีย่ นแปลงฐานะของหน่วยงานตัวความ.................................................. ๑๕
บทที่ ๕ การรวบรวมเอกสารหลักฐานแตล่ ะประเภทคดี........................................................ ๑๖
เอกสารที่ต้องมีการจัดทำสำหรบั คดีทุกเรือ่ ง.............................................................................. ๑๖
พยานหลกั ฐานและเอกสารทีต่ ้องรวบรวมสง่ พนกั งานอยั การในการดำเนินคดีแต่ละประเภท........ ๑๗
๑. การว่าต่างและแก้ตา่ งคดีผิดสัญญา............................................................................... ๑๗
๒. การวา่ ต่างและแก้ต่างคดีละเมิด.................................................................................... ๑๘
๓. การฟ้องคดีกู้ยืมและบงั คับจำนอง................................................................................. ๑๙
๔. การฟ้องคดีขับไล่ เรียกค่าเสียหาย................................................................................. ๒๑
๕. การดำเนินคดีเกีย่ วกับทีด่ ิน........................................................................................... ๒๔
๖. การยืน่ คำร้องขอให้ศาลมีคำส่ังจดชื่อบริษทั กลบั คืนสู่ทะเบียน........................................ ๒๕
๗. ไต่สวนขาดนดั ยืน่ คำให้การ............................................................................................ ๒๗
๘. วิธีการคุ้มครองชวั่ คราวกอ่ นพิพากษา........................................................................... ๒๘
๙. กรณีลูกหนี้ถึงแกค่ วามตาย........................................................................................... ๓๓
๑๐. การคัดค้านคำร้องขอดำเนินคดีโดยขอยกเว้นคา่ ธรรมเนียม......................................... ๓๕
(การขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเดิม)
บทที่ ๖ การไกล่เกลีย่ และประนีประนอมยอมความ.............................................................. ๓๖
๑. ข้ันตอนการทำการไกล่เกลี่ยและประนีประนอมยอมความ.............................................. ๓๖
๒. ข้อสังเกตในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ....................................................... ๓๗
บทที่ ๗ ปญั หาที่เกิดขึ้นในทางปฏิบตั ิ.................................................................................. ๔๑
ดรรชนีเอกสารภาคผนวก.................................................................................................. ๕๑
ผนวก ๑ .......................................................................................................................... ๕๓
ผนวก ๒ ......................................................................................................................... ๙๙
ผนวก ๓ ....................................................................................................................... ๑๐๗
ผนวก ๔ ....................................................................................................................... ๑๐๙
ผนวก ๕ ....................................................................................................................... ๑๑๓
ผนวก ๖ ....................................................................................................................... ๑๑๕
ผนวก ๗ ....................................................................................................................... ๑๑๗
ผนวก ๘ ....................................................................................................................... ๑๒๑
ผนวก ๙ ....................................................................................................................... ๑๒๓
ผนวก ๑๐ ..................................................................................................................... ๑๒๗
ผนวก ๑๑ ..................................................................................................................... ๑๒๙
ผนวก ๑๒ ..................................................................................................................... ๑๓๑
ผนวก ๑๓ ..................................................................................................................... ๑๓๓
ค่มู ือการสง่ เรื่องใหพ้ นกั งานอัยการดำเนินคดีแพง่
บทที่ ๑
อำนาจหนา้ ทีข่ องพนักงานอัยการในการดำเนินคดีแพ่ง
สำนกั งานอยั การสงู สดุ มภี ารกจิ ในการรกั ษาผลประโยชนข์ องรฐั ซงึ่ ตามพระราชบญั ญตั ิ
องคก์ รอยั การและพนกั งานอยั การ พ.ศ.๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ ไดบ้ ญั ญตั ใิ หพ้ นกั งานอยั การมอี ำนาจและ
หน้าที่ในการดำเนินคดีแพ่งแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการ
สว่ นกลาง หรอื ราชการสว่ นภมู ภิ าค และหนว่ ยงานของรฐั หรอื นติ บิ คุ คลซงึ่ มใิ ชห่ นว่ ยงานของรฐั แตไ่ ดม้ ี
พระราชบญั ญตั หิ รอื พระราชกฤษฎกี าจดั ตง้ั ขน้ึ ซงึ่ ตอ่ ไปในคมู่ อื นจ้ี ะเรยี กโดยรวมวา่ หนว่ ยงานตวั ความ
นอกจากน้ันยังมีอำนาจและหน้าทีแ่ ก้ต่างคดีให้แกเ่ จ้าหน้าที่ของรัฐที่ถกู ฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไป
ตามหน้าที่ และราษฎรที่ถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำส่ังของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการ
โดยชอบดว้ ยกฎหมาย หรอื เขา้ รว่ ม หรอื ชว่ ยเหลอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ซงึ่ กระทำการในหนา้ ทรี่ าชการ และ
เพอื่ ใหก้ ารปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องพนกั งานอยั การในการดำเนนิ คดแี พง่ ใหแ้ กห่ นว่ ยงานของรฐั เจา้ หนา้ ทแี่ ละ
ราษฎรดังกล่าวข้างต้นบรรลุวัตถุประสงค์ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและ
พนกั งานอยั การ พ.ศ.๒๕๕๓ ไดใ้ หอ้ ำนาจพนกั งานอยั การทจี่ ะออกคำสง่ั เรยี กบคุ คลใด ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
มาใหถ้ อ้ ยคำได้ แตจ่ ะเรยี กคคู่ วามอกี ฝา่ ยมาใหถ้ อ้ ยคำโดยคคู่ วามฝา่ ยนน้ั ไมย่ นิ ยอมไมไ่ ด้ เมอื่ หนว่ ยงาน
ตวั ความสง่ เรอื่ งใหพ้ นกั งานอยั การวา่ ตา่ งหรอื แกต้ า่ งให้ การมคี วามเหน็ และคำสง่ั ในการรบั วา่ ตา่ งหรอื
แก้ต่างของพนักงานอัยการได้มีระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งของ
พนกั งานอยั การ พ.ศ.๒๕๔๗ ใหพ้ นกั งานอยั การปฏบิ ตั เิ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั การสงั่ คดใี นการรบั วา่ ตา่ ง
หรือแก้ต่างในคดีแพง่ ของพนักงานอยั การจึงต้องมีทั้งเหตผุ ล ข้อเทจ็ จริงและข้อกฎหมาย อีกท้ังมีการ
ตรวจสอบจากผู้บังคบั บญั ชาตามข้ันตอนที่ระเบียบกำหนด
นอกจากมีระเบียบดังกล่าวข้างต้นเป็นเครื่องมือในการดำเนินคดีแล้ว คณะรัฐมนตรี
ยังมีมติ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ วางแนวทางในการดำเนินคดีแพ่งให้แก่พนักงานอัยการ
สว่ นราชการ หนว่ ยงานของรฐั และรฐั วสิ าหกจิ ถอื ปฏบิ ตั ิ ในการดำเนนิ คดแี พง่ ของพนกั งานอยั การนน้ั
ได้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ แต่ต้องไม่เป็นการเอาเปรียบเอกชนจนเสียความยุติธรรม
ในบางเรอื่ งพนกั งานอยั การจงึ อาจมกี ารแจง้ ฐานะคดไี ปยงั หนว่ ยงานตวั ความทสี่ ง่ เรอื่ งเพอื่ พจิ ารณาหรอื
แจ้งข้อเสียเปรียบในทางคดีให้ทราบ รวมทั้งบางเรื่องอาจมีการแจ้งแนะนำให้ดำเนินคดีกับบุคคลอื่น
นอกเหนือไปจากบุคคลทีห่ นว่ ยงานแจ้งความประสงคม์ าแตแ่ รก
คมู่ ือการส่งเรื่องใหพ้ นกั งานอัยการดำเนินคดีแพง่
นติ บิ คุ คล เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ราษฎร ทพี่ นกั งานอยั การดำเนนิ การวา่ ตา่ งแกต้ า่ งคดแี พง่ ใหไ้ ด
้
ตามพระราชบญั ญตั ิองคก์ รอยั การและพนกั งานอยั การ พ.ศ.๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ ได้
กำหนดประเภทนติ บิ คุ คลและบคุ คลธรรมดาทพี่ นกั งานอยั การมอี ำนาจหนา้ ทวี่ า่ ตา่ งแกต้ า่ งคดแี พง่ ใหไ้ ด้
ดงั นี้
๑. นิติบคุ คลทีพ่ นักงานอัยการตอ้ งดำเนินการว่าตา่ งแกต้ า่ ง
หน่วยงานของรัฐ ที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง ราชการ
ส่วนภมู ิภาค
๒. นติ บิ คุ คลหรอื บคุ คลทพี่ นกั งานอยั การมดี ลุ พนิ จิ ในการดำเนนิ การวา่ ตา่ งแกต้ า่ ง
๒.๑ หนว่ ยงานของรฐั ประเภท ราชการส่วนท้องถิน่ รัฐวิสาหกิจ องคก์ รมหาชน
หน่วยงานอืน่ ของรัฐ หรือหนว่ ยงานอื่นใดที่ดำเนินกิจการของรัฐ
๒.๒ นติ บิ คุ คลทมี่ ใิ ชห่ นว่ ยงานของรฐั แตไ่ ดม้ พี ระราชบญั ญตั หิ รอื พระราชกฤษฎกี า
จดั ต้ังขึ้น
๒.๓ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ ข้าราชการ เจ้าพนักงาน พนักงาน ลูกจ้าง หรือ
ผู้ปฏิบตั ิงานที่เรียกชือ่ อยา่ งอื่นในหนว่ ยงานของรฐั ไมว่ ่าจะได้รบั การแต่งต้ังหรือเลือกต้ัง ซึ่งถกู ฟ้องใน
เรือ่ งการทีไ่ ด้กระทำไปตามอำนาจหน้าที่
๒.๔ ราษฎรผหู้ นงึ่ ผใู้ ดในเรอื่ งการทไี่ ดก้ ระทำการตามคำสงั่ ของเจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ซงึ่
ได้ส่ังการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วม หรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งกระทำการในหน้าที่
ราชการ
ข้อพิพาทที่หน่วยงานของรัฐตามข้อ ๒.๑ และข้อ ๒.๒ ส่งให้พนักงานอัยการ
ดำเนินการว่าตา่ งหรือแก้ต่างต้องมิใช่ข้อพิพาทกับรัฐบาลหรือระหว่างหนว่ ยงานของรฐั ด้วยกนั เอง
หน่วยงานของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีแพ่ง ที่ไม่อยู่ใน
อำนาจศาลชำนัญพิเศษ
สำนกั งานอยั การในส่วนกลาง ประกอบด้วย
๑. สำนกั งานคดแี พง่ รบั ผดิ ชอบดำเนนิ คดแี พง่ ซงึ่ อยใู่ นเขตอำนาจพจิ ารณาพพิ ากษา
ของศาลแพง่ และศาลจงั หวัดมีนบุรี
คมู่ ือการสง่ เรื่องใหพ้ นกั งานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
๒. สำนักงานคดีแพ่งกรุงเทพใต้ รับผิดชอบการดำเนินคดีแพ่งซึ่งอยู่ในเขตอำนาจ
พิจารณาพิพากษาของศาลแพง่ กรงุ เทพใต้และศาลจงั หวัดพระโขนง
๓. สำนกั งานคดแี พง่ ธนบรุ ี รบั ผดิ ชอบการดำเนนิ คดแี พง่ ซงึ่ อยใู่ นเขตอำนาจพจิ ารณา
พิพากษาของศาลแพ่งธนบรุ ีและศาลจังหวดั ตลิง่ ชัน
๔. สำนกั งานคดศี าลแขวง รบั ผดิ ชอบการดำเนนิ คดแี พง่ ซงึ่ อยใู่ นเขตอำนาจพจิ ารณา
พิพากษาของศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลแขวงดุสิต ศาลแขวงพระนครใต้ ศาลแขวงปทุมวัน และ
ศาลแขวงธนบรุ ี
๕. สำนกั งานการยตุ กิ ารดำเนนิ คดแี พง่ และอนญุ าโตตลุ าการ รบั ผดิ ชอบการดำเนนิ คดี
และการดำเนินการทั้งปวงตามมติคณะรัฐมนตรี และคำส่ังสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่อง
เกี่ยวกับคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง การดำเนินคดีตามระเบียบว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งของพนักงานอัยการที่กำหนดให้เป็น
อำนาจและหน้าที่ของอัยการสูงสุด และการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ
สำนกั งานอัยการในตา่ งจงั หวัด ประกอบด้วย
สำนักงานอยั การคดีแรงงาน ภาค ๑ – ๙ รับผิดชอบการดำเนินคดีแพ่ง ที่อยู่ภายใน
เขตท้องที่ของสำนักงานอัยการภาค โดยมีสำนักงานอัยการจังหวัดหรือสำนักงานอัยการคดี
ศาลแขวงจงั หวดั ซงึ่ มเี ขตทอ้ งทอี่ ยใู่ นอำนาจพจิ ารณาพพิ ากษาของศาลจงั หวดั หรอื ศาลแขวงเปน็ หนว่ ยงานที่
รบั ผิดชอบการดำเนินคดีแพ่ง
รายละเอียด ที่ตั้ง และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของหน่วยงานของสำนักงาน
อัยการสงู สุดที่ดำเนินคดีแพ่งและเขตอำนาจศาล ปรากฏตามเอกสารผนวก ๑
คู่มือการสง่ เรื่องให้พนกั งานอัยการดำเนินคดีแพง่
บทที่ ๒
ข้อพิจารณาในการสง่ เรื่อง/สำนวนคดีแพง่ ให้พนกั งานอยั การดำเนินการ
๑. หนว่ ยงานตวั ความผสู้ ง่
ต้องเปน็ หน่วยงานที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ของรฐั สง่ เรื่องตามลำดบั ชั้น : ให้หนว่ ยงานนิติบุคคลเปน็ ผู้สง่
ราษฎร ตอ้ งใหห้ นว่ ยงานนติ บิ คุ คลตน้ สงั กดั ของเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ทเี่ ปน็ ผอู้ อกคำสงั่ หรอื
ได้รบั การช่วยเหลือ ให้การรับรองและเป็นผู้สง่
๒. กำหนดเวลาในการสง่ เรือ่ ง/สำนวน
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ กำหนดไว้ว่า
กรณีว่าต่าง ให้หน่วยงานส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการก่อนครบกำหนด
อายุความไม่น้อยกว่า ๓ เดือน และไม่นำคดีที่ขาดอายุความแล้วสง่ ให้พนกั งานอัยการดำเนินการ
กรณีแก้ต่าง ต้องส่งก่อนครบกำหนดยื่นคำให้การ และมีเวลาเพียงพอ
ให้พนักงานอัยการสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงและทำคำให้การได้
๓. หนงั สือนำสง่
ในการสง่ ตอ้ งทำเปน็ หนงั สอื ในนามของหนว่ ยงานทเี่ ปน็ นติ บิ คุ คลของผสู้ ง่ สง่ ไปยงั
สำนักงานคดีที่อยู่ในเขตศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี โดยในส่วนกลางส่งถึงอธิบดีอัยการ
ในตา่ งจังหวัดส่งถึงอัยการจงั หวัด (ดูหนงั สือเวียนของสำนักงานอยั การสงู สุดที่ อส ๐๐๐๑(๓)/ว ๗๘
ลงวนั ที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๕ เอกสารผนวก ๕ มตคิ ณะรฐั มนตรเี มอื่ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๔๙ เอกสาร
ผนวก ๒ และตัวอยา่ งหนงั สือนำสง่ เอกสารผนวก ๑๒ และผนวก ๑๓)
๔. ความประสงคข์ องหน่วยงานตัวความผ้สู ง่
๔.๑ กรณีขอให้วา่ ต่าง
กรณขี อใหว้ า่ ตา่ ง ตอ้ งระบใุ นหนงั สอื นำสง่ ถงึ วตั ถปุ ระสงคท์ ชี่ ดั แจง้ วา่ จะให้
ฟ้องผู้ใด ในฐานะใด มลู หนี้ใด จำนวนเงินทีเ่ รียกร้อง กรณีเงินต้นไมถ่ ึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท ให้คำนวณ
ทนุ ทรพั ยพ์ รอ้ มดอกเบย้ี และหรอื เบย้ี ปรบั ถงึ วนั ทสี่ ง่ เรอื่ ง โดยถา้ เปน็ เงนิ ตราตา่ งประเทศใหค้ ำนวณเปน็ เงนิ
คู่มือการส่งเรื่องใหพ้ นักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
สกลุ บาทดว้ ย หากคำนวณเงนิ ตน้ รวมดอกเบย้ี และหรอื เบย้ี ปรบั แลว้ ไมเ่ กนิ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เปน็ คดที ี่
อยใู่ นอำนาจศาลแขวงทจี่ ะพจิ ารณาพพิ ากษาตอ้ งสง่ เรอื่ งใหพ้ นกั งานอยั การสำนกั งานคดศี าลแขวงหรอื
สำนกั งานอยั การคดีศาลแขวงจงั หวัดแล้วแต่กรณีพิจารณาดำเนินการและต้องสรุปข้อเทจ็ จริงและส่ง
พยานเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาพร้อมหนังสือนำส่งเรื่อง หากเป็นกรณีคำร้องตั้งต้นคดีต้อง
ระบใุ หช้ ดั แจง้ วา่ จะใหด้ ำเนนิ การในเรอื่ งใด เชน่ รอ้ งขดั ทรพั ย์ ขอเฉลยี่ ทรพั ย์ ขอกนั สว่ น ขอใหจ้ ดชอื่ บรษิ ทั
กลบั คืนเข้าสู่ทะเบียน พร้อมท้ังระบุวันครบกำหนดอายคุ วามมาในหนงั สือนำส่งด้วย
กรณีขอให้ว่าต่างฟ้องบุคคลหลายคนหรือหลายราย ซึ่งมูลความแห่งคดี
ไมเ่ กยี่ วขอ้ งกนั จะตอ้ งแยกฟอ้ งเปน็ รายคดี ๆ ไป เชน่ ฟอ้ งขบั ไลผ่ เู้ ชา่ หลายคนหรอื หลายราย ฟอ้ งเรยี ก
เงนิ กจู้ ากลกู หนห้ี ลายคนหรอื หลายราย สญั ญาตา่ งฉบบั กนั การสง่ เรอื่ งใหพ้ นกั งานอยั การตอ้ งแยกสง่
เป็นรายคดี ๆ ไป
๔.๒ กรณีขอให้แก้ต่าง
กรณขี อให้แกต้ า่ ง ตอ้ งระบใุ นหนงั สือนำสง่ วา่ ประสงคข์ อให้แกต้ า่ งคดีให้กบั
จำเลยใดบา้ ง และตอ้ งสง่ หมายเรยี กและสำเนาคำฟอ้ งมาพรอ้ มหนงั สอื นำสง่ โดยระบวุ า่ ไดร้ บั หมายไว้
เมอื่ ใด โดยวธิ ใี ด เชน่ รบั โดยมผี ลู้ งชอื่ รบั หมาย โดยวธิ ปี ดิ หมาย หรอื ไดร้ บั หมายทางไปรษณยี ์ และสรปุ
ขอ้ เทจ็ จรงิ เกยี่ วกบั ขอ้ ตอ่ สตู้ ามคำฟอ้ ง รวมทง้ั สรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเี่ ปน็ ประเดน็ สำคญั ของเรอื่ งกบั สง่ พยาน
เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามหากใกล้จะครบกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การแล้วยังไม่
สามารถสง่ เรือ่ งได้ทนั ให้จำเลยในคดียืน่ คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การไปก่อน โดยขอขยาย
เพียง ๑ ครั้งแล้วรีบส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการพิจารณาโดยด่วน (ตัวอย่างคำร้องดูเอกสาร
ผนวก ๑๑)
ข้อสังเกต : ควรขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การเพียงครั้งเดียว หาก
หนว่ ยงานตวั ความขอขยายไวห้ ลายครง้ั แลว้ เมอื่ สง่ เรอื่ งใหพ้ นกั งานอยั การและกรณมี คี วามจำเปน็ ตอ้ ง
ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนเพิ่มเติม ศาลอาจไม่
อนุญาตให้ขยายระยะเวลาเพิม่ เติมอีกเนือ่ งจากได้อนุญาตให้ขยายระยะเวลามาพอสมควรแล้ว
๔.๓ กรณีขอให้แก้ต่างและฟ้องแย้ง
ในกรณปี ระสงคข์ อใหฟ้ อ้ งแยง้ ดว้ ย ตอ้ งระบใุ นหนงั สอื นำสง่ วา่ ประสงคข์ อให้
ฟอ้ งแยง้ โจทกร์ ายใด ทนุ ทรพั ยเ์ ทา่ ใด โดยรวบรวมพยานหลกั ฐานและสรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ รวมทง้ั สง่ พยาน
เอกสารหลกั ฐานทเี่ กยี่ วขอ้ งคำใหก้ าร เชน่ เดยี วกบั กรณวี า่ ตา่ งในขอ้ ๔.๑ และตอ้ งสง่ ใหพ้ นกั งานอยั การ
ดำเนินการให้ทันภายในกำหนดเวลายื่นคำให้การ
คมู่ ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
๔.๔ กรณีหนว่ ยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจเกิดข้อพิพาทระหว่างกัน
ในกรณีส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ เกิดข้อพิพาท
ระหว่างกัน เมื่อมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายที่ก่อให้เกิดความเสียหายต้องรับผิด และไม่ติดใจ
โต้แย้งในเรือ่ งจำนวนคา่ เสียหาย ให้ฝา่ ยทีก่ อ่ ให้เกิดความเสียหายดำเนินการชำระคา่ เสียหายให้ฝา่ ยที่
ได้รบั ความเสียหายให้เรยี บร้อยโดยเรว็ แตห่ ากยงั โต้แยง้ กนั ในประเดน็ ข้างตน้ ใหส้ ง่ ข้อพิพาทเรยี กร้อง
ไปยงั สำนกั งานการยตุ กิ ารดำเนนิ คดแี พง่ และอนญุ าโตตลุ าการ สำนกั งานอยั การสงู สดุ ภายในอายคุ วาม
เพื่อให้พิจารณาดำเนินการเสนอคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของ
ส่วนราชการและหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้องเพือ่ พิจารณา
๔.๕ กรณีหน่วยงานที่ถกู ฟ้องไมม่ ีฐานะเปน็ นิติบุคคล
ในกรณีที่หน่วยงานที่ถกู ฟ้องไม่มีฐานะเปน็ นิติบุคคล และไมอ่ ยูใ่ นฐานะที่จะ
ถูกฟ้องเป็นจำเลยได้ เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้แล้ว หัวหน้าส่วนราชการทีถ่ กู ฟ้องเป็น
จำเลยอาจยื่นคำร้องโดยแถลงให้ศาลทราบได้เอง และขอให้ศาลจำหน่ายคดีเสีย แต่หากประสงค์จะ
ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการให้ แนวทางปฏิบัติที่ผ่านมาพนักงานอัยการไม่รับดำเนินคดีให้
แต่ปัจจุบันปัญหาข้อขัดข้องดังกล่าวได้รับการแก้ไขแล้ว โดยสำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบให้
พนักงานอัยการ รับแก้ตา่ งให้แก่หน่วยงานดงั กลา่ วได้ แตก่ ารส่งเรื่องให้พนักงานอัยการแก้ตา่ งคดีให้
ต้องส่งในนามของหน่วยงานต้นสังกัดทีเ่ ปน็ นิติบุคคล
๕. เอกสารที่ตอ้ งนำสง่ พรอ้ มหนังสือขอใหด้ ำเนินคดี
๕.๑ กรณีว่าต่าง ได้แก
่
๕.๑.๑ หลักฐานของผู้ฟ้อง
ก. หลกั ฐานการเปน็ นิตบิ คุ คล และการเปน็ ผแู้ ทนของนติ ิบคุ คลซงึ่
เป็นหน่วยงานผู้ส่งที่ขอให้ดำเนินคดี กรณีผู้ส่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทมหาชน ขอให้ว่าต่าง
ให้ส่งทะเบียนผู้ถือหุ้นทีแ่ สดงวา่ หนว่ ยงานของรฐั ถือหุ้นในรฐั วิสาหกิจดงั กล่าวเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ข. ใบแต่งทนายความที่ผู้แต่งทนายความลงนาม คำส่ังแต่งตั้งให้
ดำรงตำแหน่ง และสำเนาบัตรประจำตัวของผู้แต่งทนายความ กรณีมอบอำนาจ ต้องแนบหนังสือ
มอบอำนาจ คำสั่งมอบอำนาจ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องด้วย ให้ส่งเอกสารทั้งหมดข้างต้น จำนวน
อยา่ งละ ๒ ชุด
ค. บันทึกการสรุปข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเอกสารที่
เกีย่ วข้อง
คู่มือการสง่ เรือ่ งให้พนักงานอยั การดำเนินคดีแพง่
๕.๑.๒ หลกั ฐานของผู้ที่จะถูกฟ้อง
ก. หลักฐานหนังสือรับรองการจดทะเบียนของนิติบุคคล การเป็น
ผู้แทนของนิติบุคคลหรือบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลและแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร
ซึง่ เปน็ ภูมิลำเนาของบคุ คลทีจ่ ะถกู ฟ้อง
ข. ผลการตรวจสอบสถานภาพการตายของลูกหนี้ที่จะถูกฟ้อง
และหลักฐานที่หน่วยงานรับทราบการตายของลูกหนี้ดังกล่าว กับหลักฐานการเป็นทายาท/ผู้จัดการ
มรดกของลูกหนี้ดงั กล่าว
ค. ผลการตรวจสอบสถานภาพการลม้ ละลายของลกู หนท้ี จี่ ะถกู ฟอ้ ง
ง. หลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและแบบรับรองรายการ
ทะเบียนราษฎรของผู้เปน็ ทายาท/ผู้จัดการมรดกของผู้ตายซึ่งเปน็ ลูกหนี้ในข้อ ๕.๑.๒ ข.
๕.๒ กรณีแก้ต่าง ได้แก่
หมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
ใบแต่งทนายความซึ่งจำเลยลงนาม คำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และ
สำเนาบัตรประจำตัวของผู้แต่งทนายความ กรณีมอบอำนาจ ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจและคำสั่ง
ทีเ่ กี่ยวข้องด้วย จำนวนอย่างละ ๒ ชดุ
บันทึกการสรปุ ข้อเท็จจริง และพยานหลกั ฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง
๖. การต้งั ผ้ปู ระสานงานคดี
หน่วยงานตัวความจะต้องตั้งผู้ประสานงานคดี โดยระบุชื่อที่อยู่พร้อมหมายเลข
โทรศพั ทท์ ตี่ ดิ ตอ่ ไวใ้ นหนงั สอื นำสง่ ดว้ ย ผปู้ ระสานงานคดคี วรเปน็ นติ กิ รหรอื เจา้ หนา้ ทที่ มี่ เี วลาเพยี งพอ
ในการประสานคดีกบั พนักงานอยั การ และหากตอ่ มาปรากฏวา่ ผู้ประสานงานคดีลาหยดุ ตอ่ เนื่องเป็น
เวลานาน หรือลาออก ให้ตั้งผู้ประสานงานคดีคนใหมเ่ พื่อให้การประสานงานเปน็ ไปอยา่ งต่อเนือ่ ง
คู่มือการส่งเรือ่ งให้พนกั งานอัยการดำเนินคดีแพง่
บทที่ ๓
วิธีการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอัยการดำเนินการ
วิธีการสง่ เรื่อง
ในการสง่ เรอื่ งไปใหพ้ นกั งานอยั การดำเนนิ คดแี พง่ นน้ั ใหห้ นว่ ยงานตวั ความมอบหมาย
ผปู้ ระสานงานคดหี รอื เจา้ หนา้ ทนี่ ำเรอื่ งพรอ้ มเอกสารตามขอ้ ๕ ของบทที่ ๒ ไปสง่ ยงั สำนกั งานอยั การที่
รบั ผดิ ชอบในการดำเนนิ คดดี ว้ ยตนเอง การสง่ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นตอบรบั ใหส้ ง่ ภายในกำหนดเวลา
ตามข้อ ๒ ของบทที่ ๒ ท้ังนี้ การสง่ เรื่องที่เป็นกรณีเรง่ ดว่ น เชน่ คดีใกล้จะขาดอายคุ วาม หรือใกล้จะ
ครบกำหนดยื่นคำให้การ ผู้ประสานงานคดีจะต้องนำเรื่องไปส่งด้วยตนเองพร้อมกับรอพบพนักงาน
อยั การผู้รบั ผิดชอบสำนวน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทีจ่ ำเปน็ ในการทำคำฟ้องหรือคำให้การด้วย
การพิจารณาวา่ จะสง่ เรือ่ งไปยังสำนกั งานอัยการใด
หนว่ ยงานตวั ความจะสง่ เรอื่ งไปยงั สำนกั งานอยั การใด จะตอ้ งพจิ ารณาประเภทของคดี
ดงั นี้
๑. ตอ้ งพจิ ารณาวา่ คดอี ยใู่ นเขตอำนาจศาลของศาลใด เนอื่ งจากมสี ำนกั งานอยั การที่
รับผิดชอบดำเนินคดีตามเขตอำนาจศาล ดงั นั้น จึงต้องพิจารณาเขตอำนาจศาลกอ่ นวา่ คดีน้ันจำเลย
มภี มู ลิ ำเนา หรอื มลู คดเี กดิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยต์ ง้ั อยใู่ นเขตศาลใด ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา
ความแพง่ มาตรา ๔, มาตรา ๔ ทวิ กใ็ หส้ ง่ เรอื่ งไปยงั สำนกั งานอยั การซงึ่ รบั ผดิ ชอบคดที อี่ ยใู่ นเขตอำนาจ
ของศาลนน้ั เชน่ คดอี ยใู่ นเขตอำนาจของศาลแพง่ กส็ ง่ เรือ่ งไปยงั สำนกั งานคดแี พง่ หรือคดอี ยใู่ นเขต
อำนาจของศาลจงั หวดั ก็ต้องสง่ เรือ่ งไปยงั สำนักงานอัยการจงั หวัดน้ัน ๆ
๒. ตอ้ งพจิ ารณาจำนวนทนุ ทรพั ยว์ า่ คดมี ที นุ ทรพั ยอ์ ยใู่ นเขตอำนาจของศาลแขวงหรอื
ศาลจงั หวดั กลา่ วคอื คดที มี่ ที นุ ทรพั ยไ์ มเ่ กนิ ๓๐๐,๐๐๐ บาท อยใู่ นเขตอำนาจพจิ ารณาพพิ ากษาของ
ศาลแขวง ตามพระธรรมนญู ศาลยุติธรรม มาตรา ๑๗, มาตรา ๒๕ (๔) หนว่ ยงานตัวความจะต้อง
ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคดีศาลแขวง หรือสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงจังหวัด แล้วแต่กรณี
สำหรบั คดีทีม่ ีทนุ ทรพั ย์เกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์ อยู่ในเขตอำนาจของศาลแพ่ง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี หรือศาลจังหวัด จะต้องส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการท
ี่
ดำเนินคดีแพง่ ที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีแพง่ ในเขตอำนาจศาลนั้น ๆ แล้วแต่กรณี
คมู่ ือการส่งเรือ่ งให้พนกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
๓. คดีผู้บริโภค
ในกรณีที่หน่วยงานประสงค์จะฟ้องนิติบุคคลหรือบุคคล หากเข้าลักษณะเป็นคดี
ผบู้ รโิ ภคตามพระราชบญั ญตั วิ ธิ พี จิ ารณาคดผี บู้ รโิ ภค พ.ศ.๒๕๕๑ จะยนื่ ฟอ้ งทศี่ าลใด จะตอ้ งพจิ ารณา
ในเบื้องต้นเสียก่อนว่า หนว่ ยงานตวั ความอย่ใู นฐานะเปน็ ผู้ประกอบธุรกิจหรือเปน็ ผู้บริโภค
๓.๑ กรณที ผี่ บู้ รโิ ภคฟอ้ งผปู้ ระกอบธรุ กจิ ผบู้ รโิ ภคสามารถฟอ้ งผปู้ ระกอบธรุ กจิ ตอ่
ศาลทผี่ ปู้ ระกอบธรุ กจิ มภี มู ลิ ำเนา หรอื ตอ่ ศาลทมี่ ลู คดเี กดิ หรอื ศาลทอี่ สงั หารมิ ทรพั ยต์ ง้ั อยใู่ นเขตตาม
ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง่ มาตรา ๔, มาตรา ๔ ทวิ ดงั นน้ั หากหนว่ ยงานตวั ความอยใู่ น
ฐานะผบู้ รโิ ภคและประสงคจ์ ะฟอ้ งผปู้ ระกอบธรุ กจิ ถา้ ผปู้ ระกอบธรุ กจิ มภี มู ลิ ำเนา หรอื มลู คดเี กดิ หรอื
อสงั หารมิ ทรพั ยต์ ง้ั อยใู่ นเขตอำนาจของศาลใด ใหส้ ง่ เรอื่ งไปยงั สำนกั งานอยั การทอี่ ยใู่ นเขตอำนาจของ
ศาลนั้น ทั้งนี้ ต้องดจู ำนวนทุนทรัพยด์ ้วยวา่ อยใู่ นอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงหรือไม่ด้วย
๓.๒ กรณที ผี่ ปู้ ระกอบธรุ กจิ ฟอ้ งผบู้ รโิ ภค ผปู้ ระกอบธรุ กจิ สามารถฟอ้ งผบู้ รโิ ภคตอ่
ศาลที่ผู้บริโภคมีภูมิลำเนาเพียงแห่งเดียว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑
มาตรา ๑๗ ดังนั้น หากหน่วยงานตัวความอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะฟ้องผู้บริโภค
ถา้ ผบู้ รโิ ภคมภี มู ลิ ำเนาอยใู่ นเขตอำนาจของศาลใด ใหส้ ง่ เรอื่ งไปยงั สำนกั งานอยั การทอี่ ยใู่ นเขตอำนาจ
ของศาลนน้ั ทง้ั น้ี ตอ้ งดจู ำนวนทนุ ทรพั ยด์ ว้ ยวา่ อยใู่ นอำนาจพจิ ารณาพพิ ากษาของศาลแขวงหรอื ไมด่ ว้ ย
๔. คดีคำร้องขอเกีย่ วกับนิติบคุ คล
คำรอ้ งขอเพกิ ถอนมตทิ ปี่ ระชมุ หรอื ทปี่ ระชมุ ใหญข่ องนติ บิ คุ คล คำรอ้ งขอเลกิ นติ บิ คุ คล
คำรอ้ งขอตง้ั หรอื ถอนผชู้ ำระบญั ชขี องนติ บิ คุ คล หรอื คำรอ้ งขออนื่ ใดเกยี่ วกบั นติ บิ คุ คล (เชน่ คำรอ้ งขอให้
นิติบุคคลที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนกลับคืนสู่ทะเบียน) ให้เสนอต่อศาลที่นิติบุคคลนั้นมี
สำนกั งานแหง่ ใหญอ่ ยใู่ นเขตศาล ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง่ มาตรา ๔ เบญจ หาก
หนว่ ยงานตวั ความประสงคจ์ ะยนื่ คำรอ้ งทเี่ กยี่ วกบั นติ บิ คุ คลดงั กลา่ ว จะตอ้ งสง่ เรอื่ งใหส้ ำนกั งานอยั การที่
รับผิดชอบดำเนินคดีในศาลที่นิติบคุ คลน้ันมีภูมิลำเนาอยใู่ นเขต
การฟ้องนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างการชำระบัญชี ต้องยื่นฟ้อง ณ ศาลที่นิติบุคคลมี
ภมู ลิ ำเนาอยใู่ นเขตอำนาจ ไมใ่ ชย่ นื่ ฟอ้ งตามภมู ลิ ำเนาของผชู้ ำระบญั ชี แตก่ ารสง่ หมายเรยี กและสำเนา
คำฟ้อง ส่ง ณ ภูมิลำเนาของผู้ชำระบญั ชีได้
๕. การฟ้องโดยอาศัยมูลสัญญา หากสัญญามีข้อตกลงให้ใช้กระบวนการทาง
อนญุ าโตตลุ าการ ใหส้ ง่ เรอื่ งไปยงั สำนกั งานการยตุ กิ ารดำเนนิ คดแี พง่ และอนญุ าโตตลุ าการ สำนกั งาน
อยั การสงู สดุ เวน้ แตค่ สู่ ญั ญาทง้ั สองฝา่ ยตกลงทจี่ ะสละขอ้ สญั ญาอนญุ าโตตลุ าการ และพจิ ารณาแลว้ ไมเ่ ปน็
สญั ญาทางปกครองจึงจะสง่ ให้สำนกั งานทีร่ บั ผิดชอบการดำเนินคดีแพง่ ได้
10 คมู่ ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
บทที่ ๔
การดำเนินการก่อนและหลังการยื่นคำฟ้องและยื่นคำให้การ
๑. การดำเนินการก่อนยื่นคำฟอ้ ง ยื่นคำใหก้ าร และฟ้องแยง้
การดำเนินการก่อนยื่นคำฟ้อง ยื่นคำให้การ และฟ้องแย้ง หน่วยงานตัวความผู้ส่ง
ต้องดำเนินการในเรื่องดังตอ่ ไปนี้
๑.๑ ใบแตง่ ทนายความ
ใบแต่งทนายความต้องใช้แบบพิมพ์ของศาลยุติธรรม ซึ่งสามารถดาวน์โหลด
(download) ได้จากเวบ็ ไซตข์ องสำนกั งานศาลยตุ ิธรรม
ขอ้ ความทรี่ ะบไุ วใ้ บแตง่ ทนายความควรกรอกขอ้ ความทใี่ หอ้ ำนาจทนายความดำเนนิ
กระบวนพิจารณาไปในทางจำหน่ายสิทธิของคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา ๖๒ ไว้ให้ครบถ้วนด้วย
กรณมี อบอำนาจโดยระบตุ ำแหนง่ ใหส้ ง่ สำเนาคำสง่ั การดำรงตำแหนง่ ของผรู้ บั มอบ
อำนาจไปด้วย
กรณีเปน็ คดีแพง่ ทั่วไปใช้กระดาษขนาด F๔ คดีผู้บริโภคใช้กระดาษ A ๔
ให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับคดีในใบแต่งทนายความก่อนที่จะให้
ผแู้ ตง่ ทนายความลงลายมอื ชอื่ และ ตอ้ งระบวุ า่ ผแู้ ตง่ ทนายความมชี อื่ นามสกลุ และตำแหนง่ ใด ไวใ้ ต้
ลายมอื ชอื่ ดว้ ย ในกรณวี า่ ตา่ งใหเ้ วน้ ไมต่ อ้ งกรอกชอื่ คคู่ วามในชอ่ งคคู่ วามเนอื่ งจากยงั ไมส่ ามารถระบชุ อื่
คคู่ วามทจี่ ะฟอ้ งไดถ้ กู ตอ้ ง เพราะยงั ไมท่ ราบวา่ พนกั งานอยั การจะยนื่ ฟอ้ งผใู้ ดบา้ งและฟอ้ งบคุ คลไดค้ รบ
ทุกคนตามที่หน่วยงานได้แจ้งความประสงค์หรือไม่ ให้ส่งใบแต่งทนายความให้พนักงานอัยการก่อน
วนั ยืน่ ฟ้อง
ควรระบุในใบแต่งทนายความ ให้พนักงานอัยการมีอำนาจดำเนินการแทนโดย
ครอบคลุม เชน่ เรือ่ ง การรับเงิน และรบั เอกสารคืนจากศาล ท้ังนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการ
ดำเนินคดี
ใบแต่งทนายความที่ส่งให้พนักงานอัยการดำเนินคดีนั้น ให้จัดส่งพร้อมแนบ
สำเนาหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบอำนาจ) คำส่ังมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัว
เจ้าหน้าที่ของรฐั ของผู้แต่งตั้งทนายความ จำนวนอย่างละ ๒ ชุด
คู่มือการส่งเรือ่ งใหพ้ นักงานอยั การดำเนินคดีแพง่
11
ในการแต่งทนายความนั้น แม้ไม่มีกฎหมายห้ามโจทก์หรือจำเลยหลายคน
แตง่ ทนายความคนเดยี วในใบแตง่ ทนายใบเดยี วกนั แตก่ ไ็ มค่ วรปฏบิ ตั ติ ามวธิ กี ารดงั กลา่ วเนอื่ งจากอาจ
เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย สำหรับกรณีโจทก์หรือจำเลยคนเดียวตั้งทนายความหลายคนต้องแยก
ใบแต่งทนายความเป็นรายบุคคล (ป.วิ.พ.มาตรา ๖๐) เพราะในการพิจารณาของศาลนั้น ศาลจะ
พิจารณาคุณสมบัติของทนายความแตล่ ะคนว่ามีคุณสมบตั ิที่ศาลจะอนุญาตให้เปน็ ทนายได้หรือไม่
ในกรณที คี่ ณะกรรมการถกู ฟอ้ งเปน็ รายบคุ คล กรรมการทกุ คนทถี่ กู ฟอ้ งจะตอ้ ง
แตง่ ทนายความ แตก่ รรมการแตล่ ะคนอาจมอบอำนาจใหป้ ระธานกรรมการหรอื กรรมการคนหนงึ่ คนใดมี
อำนาจดำเนินคดีแทนและลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความได้
ใหห้ นว่ ยงานตวั ความตรวจสอบอำนาจของผแู้ ตง่ ทนายภายหลงั จากทไี่ ดส้ ง่ เรอื่ ง
มาใหพ้ นกั งานอยั การดำเนนิ คดแี ลว้ หากกอ่ นพนกั งานอยั การจะยนื่ ฟอ้ งไดม้ กี ารเปลยี่ นตวั ผมู้ อี ำนาจ
ลงนามในใบแตง่ ทนายความ ใหแ้ จง้ พนกั งานอยั การทราบพรอ้ มกบั สง่ ใบแตง่ ทนายความฉบบั ใหมด่ ว้ ย
ใบแตง่ ทนายความของหนว่ ยงานตวั ความทีพ่ นกั งานอยั การได้ยืน่ ตอ่ ศาลไปแลว้
หากต่อมาปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับตัวผู้แทนของหน่วยงานตัวความที่ลงลายมือชื่อ
ผู้แตง่ ทนายไว้ เช่น ถึงแกค่ วามตาย เกษียณอายุราชการไปแล้ว หรือเปลีย่ นตำแหนง่ หนว่ ยงาน
ตวั ความไมต่ ้องทำใบแต่งทนายใหม่ (เทียบเคียงคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ ๖๗๘/๒๕๑๒)
๑.๒ เงินคา่ ธรรมเนียมและค่าใช้จา่ ยในการดำเนินคดี
การสง่ เรอื่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนนิ คดแี พง่ หนว่ ยงานผสู้ ง่ ตอ้ งเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
ค่าธรรมเนียมและคา่ ใช้จ่ายในการดำเนินคดี
เงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ได้แก่ เงินค่าธรรมเนียมตาม
ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง่ เชน่ คา่ ขน้ึ ศาล คา่ นำหมาย คา่ ธรรมเนยี มอนื่ รวมถงึ คา่ ใชจ้ า่ ย
ในการดำเนินคดีทั้งหมดในกรณีอุทธรณ์ ฎีกา รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนแก่คู่ความอีก
ฝา่ ยหนึง่ ด้วย
ในการยนื่ อทุ ธรณ์ หรอื ยนื่ ฎกี า หนว่ ยงานตวั ความขอทเุ ลาการบงั คบั คดไี ดเ้ ฉพาะ
หนี้ที่ต้องชำระตามคำพิพากษาเท่านั้น ในส่วนค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนไม่สามารถขอทุเลา
การบังคับคดีได้และต้องชำระต่อศาลพร้อมยื่นคำอุทธรณ์หรือคำฎีกา มิฉะนั้นจะเป็นอุทธรณ์หรือ
ฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีค่าฤชาธรรมเนียมจำนวน ๒ ยอด คือ ค่าขึ้นศาลตามจำนวน
ทนุ ทรัพย์ในสว่ นที่หน่วยงานยื่นอุทธรณ์หรือยืน่ ฎีกา และคา่ ฤชาธรรมเนียมทีใ่ ช้แทน
12 คู่มือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
การสง่ เงนิ คา่ ธรรมเนยี มไมต่ อ้ งสง่ พรอ้ มเรอื่ งขอใหด้ ำเนนิ คดี ใหส้ ง่ เมอื่ พนกั งาน
อยั การมหี นงั สอื แจง้ โดยในสว่ นกลางใหส้ ง่ สำนกั การคลงั สำนกั งานอยั การสงู สดุ ในกรณสี ง่ คา่ ธรรมเนยี ม
เปน็ เชค็ ใหร้ ะบสุ ง่ั จา่ ยในนาม “เงนิ นอกงบประมาณ สำนกั งานอยั การสงู สดุ ” สำหรบั ในตา่ งจงั หวดั ใหส้ ง่ ท ี่
สว่ นงานการเงนิ ของสำนกั งานทรี่ บั ผดิ ชอบสำนวน และเนอื่ งจากแตล่ ะสำนกั งานอาจเปดิ บญั ชเี งนิ ฝาก
เงนิ นอกงบประมาณไวโ้ ดยใชช้ อื่ บญั ชตี า่ งกนั ดงั นน้ั หากหนงั สอื แจง้ ใหส้ ง่ เงนิ คา่ ธรรมเนยี มไมไ่ ดร้ ะบวุ า่
เช็คให้สัง่ จา่ ยในนามใคร ควรประสานงานขอทราบข้อมูลรายละเอียดก่อนเพื่อความถกู ต้อง
การไม่ส่งเงินค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด อาจทำให้คดีได้รับความ
เสียหายได้
ในกรณเี รง่ ดว่ น พนกั งานอยั การอาจขอใหห้ นว่ ยงานตวั ความนำเงนิ คา่ ธรรมเนยี ม
ไปชำระโดยตรงต่อศาล
ในกรณีเงินที่หน่วยงานตัวความที่เป็นส่วนราชการยกเว้นราชการส่วนท้องถิ่น
นำมาส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นเงินนอกงบประมาณแผ่นดิน ให้ระบุในหนังสือนำส่ง
เงนิ คา่ ธรรมเนยี มดว้ ยวา่ เปน็ เงนิ นอกงบประมาณ เพอื่ สำนกั งานอยั การสงู สดุ จะจดั สง่ เงนิ คา่ ธรรมเนยี ม
เหลือจ่ายคืนให้เมื่อคดีถึงที่สุด
สำนักงานอัยการสูงสุด จะแจ้งขอให้ส่งเงินค่าธรรมเนียมในแต่ละชั้นศาล และ
อาจขอให้ส่งเพิ่มเติม หากไม่เพียงพอ ดังนั้น ในการดำเนินคดีแต่ละคดีจึงอาจมีการส่งเงิน
คา่ ธรรมเนียมหลายครั้ง
๑.๓ การดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติหรือตามที่สัญญากำหนด
ก่อนสง่ เรื่อง
ก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการ ถ้ามีขั้นตอนตามกฎหมายที่จะต้อง
ดำเนินการกอ่ น จึงจะเกิดสิทธิในการฟ้องได้ ให้ดำเนินการให้เสร็จเสียก่อน เช่น การจะบังคบั จำนอง
ต้องมีการบอกกล่าวการบังคับจำนองก่อน การบอกเลิกสัญญา (เฉพาะกรณีที่ต้องมีการบอกเลิก
สญั ญา) การดำเนนิ การตามขอ้ ตกลงในสญั ญา การทวงถาม การดำเนนิ การตามกฎหมายพเิ ศษตา่ ง ๆ
เช่น ตาม พ.ร.บ.ค่าเช่านาฯ หรือตามที่มีกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานตัวความดำเนินการใด ๆ
ที่เป็นการใช้อำนาจของตนในทางปกครองเสียก่อน เมื่อได้ดำเนินการแล้วแต่ยังต้องใช้สิทธิทางศาล
จึงจะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อมิให้ต้องเสียเวลาที่พนักงานอัยการจะต้องแจ้ง
ให้หน่วยงานตัวความไปดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนเสียก่อน หรือบางกรณีที่ต้องใช้เวลานาน
พนักงานอยั การอาจจำเปน็ ต้องส่งเรือ่ งคืนเพือ่ ให้หน่วยงานตัวความไปดำเนินการให้เสรจ็ สิ้นก่อน
คู่มือการสง่ เรื่องให้พนักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
13
๑.๔ การหารือ
การตอบข้อหารือของสำนักงานที่ดำเนินคดีแพ่ง จะตอบข้อหารือเฉพาะใน
ประเด็นข้อกฎหมาย ถ้าเป็นข้อหารือเกี่ยวกับคดีที่ขอให้ว่าต่างหรือแก้ต่าง สำนักงานคดีที่รับผิดชอบ
ดำเนินคดีแพ่งจะเป็นผู้ตอบข้อหารือในนามของสำนักงานคดีนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นการตอบข้อหารือใน
กรณีที่ไม่มีการขอให้ว่าต่างหรือแก้ต่าง เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย
ซึ่งหน่วยงานตัวความจะต้องส่งเรื่องไปให้สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายเป็นผู้ตอบในนามสำนักงาน
อัยการสูงสุด สำหรับการหารือในปัญหาข้อเท็จจริง หรือการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติงานตามอำนาจ
หน้าที่ของหน่วยงานผู้หารือ สำนักงานที่ดำเนินคดีแพ่งจะไม่ตอบข้อหารือดังกล่าว ดังนั้น
การขอหารือของหน่วยงานตัวความจะต้องพิจารณาเรื่องที่หารือก่อนส่งเรื่องว่า เป็นข้อหารือที่อยู่ใน
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานใด เพื่อมิให้เกิดความลา่ ช้าในการตอบข้อหารือ
๒. การดำเนินการหลังยื่นคำฟ้อง ยืน่ คำให้การ ฟอ้ งแยง้
หลงั จากพนกั งานอยั การไดย้ นื่ คำฟอ้ ง หรอื ยนื่ คำใหก้ าร ใหแ้ กห่ นว่ ยงานตวั ความแลว้
ผปู้ ระสานงานคดขี องหนว่ ยงานตวั ความยงั ตอ้ งคอยประสานกบั พนกั งานอยั การ เพราะอาจมกี รณที ยี่ งั
ต้องดำเนินการตอ่ เนื่องอยู่อีก ดังนี้
๒.๑ กรณีส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ได้
เจา้ หนา้ ทศี่ าลไมส่ ามารถสง่ หมายเรยี กและสำเนาคำฟอ้ งใหแ้ กจ่ ำเลยได้ เนอื่ งจาก
หาบา้ นไมพ่ บ หรอื ไมม่ ตี วั บา้ นอยแู่ ลว้ ตามภมู ลิ ำเนาทยี่ นื่ ฟอ้ ง ในกรณดี งั กลา่ วผปู้ ระสานงานคดจี ะตอ้ ง
ไปตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ จดั ทำแผนผงั ทตี่ ง้ั ของบา้ นอนั เปน็ ภมู ลิ ำเนาของจำเลย เพอื่ ใหพ้ นกั งานอยั การ
ใช้แถลงตอ่ ศาล
๒.๒ การเตรียมพยานบุคคลเพือ่ เบิกความต่อศาล
กอ่ นทจี่ ะนำพยานเขา้ เบกิ ความตอ่ ศาล พยานบคุ คลทพี่ นกั งานอยั การจะนำเขา้
เบกิ ความ ควรไดม้ กี ารทบทวนขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื แนวทางการเบกิ ความกบั พนกั งานอยั การกอ่ น หรอื บาง
กรณพี นกั งานอยั การอาจจดั ทำบนั ทกึ ถอ้ ยคำพยานแทนการซกั ถามเพอื่ ยนื่ ตอ่ ศาล ซงึ่ ผปู้ ระสานงานคดี
จะตอ้ งนำบนั ทกึ ถอ้ ยคำดงั กลา่ วไปใหพ้ ยานตรวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ วา่ ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ หรอื นำพยานบคุ คล
ดงั กลา่ วไปพบพนกั งานอยั การเพอื่ ตรวจดบู นั ทกึ ถอ้ ยคำและทบทวนขอ้ เทจ็ จรงิ รวมทง้ั ทำความเขา้ ใจกบั
พนกั งานอัยการถึงแนวทางการเบิกความก่อนเบิกความตอ่ ศาล
14 คู่มือการสง่ เรื่องใหพ้ นักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
๒.๓ การตามประเด็นไปสืบพยานทีศ่ าลอืน่
ในกรณีที่พยานที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะนำเข้าสืบมีภูมิลำเนาอยู่
ตา่ งจงั หวดั และศาลอนุญาตให้ส่งประเดน็ ไปสืบยงั ศาลที่พยานมีภมู ิลำเนาอยใู่ นเขตอำนาจ ซึ่งมีได้ท้ัง
กรณีที่เป็นพยานของหน่วยงานตัวความเอง หรือพยานของคู่ความฝ่ายตรงข้าม ในการตามประเด็น
ไปว่าความดังกล่าว ผู้ประสานคดีอาจต้องประสานในการจัดหายานพาหนะในการเดินทางให้แก
่
พนกั งานอยั การและติดต่อประสานกับพยานทีจ่ ะนำเข้าสืบ (กรณีเปน็ พยานของหนว่ ยงานตวั ความ)
๒.๔ การทำแผนที่พิพาท
ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับที่ดิน คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจแถลงศาลขอให้จัด
ทำแผนทพี่ พิ าท ซงึ่ ปกตคิ วรใหเ้ จา้ พนกั งานทดี่ นิ จดั ทำ ในการทำแผนทพี่ พิ าท หนว่ ยงานตวั ความจะตอ้ งสง่
เจ้าหน้าที่ร่วมไปกับพนักงานอัยการเพื่อนำชี้ที่พิพาท เขตที่ดิน สิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ต้นไม้ หรือ
สิง่ อืน่ ใดบนทีด่ ิน ซึ่งจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ คดี
๒.๕ การเผชิญสืบ
ในบางคดีคู่ความอาจขอให้ศาลตรวจสอบบุคคล วัตถุ หรือสถานที่ซึ่งนำมา
ตรวจสอบในศาลไม่ได้ ศาลมีอำนาจที่จะออกไปเผชิญสืบตรวจสอบนอกศาลได้ ในการเผชิญสืบ
หนว่ ยงานตวั ความ จะตอ้ งจดั หายานพาหนะมารบั -สง่ พนกั งานอยั การและ/หรอื ศาล และจดั เจา้ หนา้ ที่
ที่เกีย่ วข้องหรือรู้เห็นในเรือ่ งดังกล่าว รว่ มไปเผชิญสืบกบั พนักงานอยั การด้วย
๒.๖ การตรวจสอบสถานภาพการล้มละลายของลกู หนี้
เนอื่ งจากบคุ คลหรอื นติ บิ คุ คลทหี่ นว่ ยงานตวั ความประสงคจ์ ะฟอ้ ง อาจขอฟน้ื ฟู
กจิ การ หรอื ถกู บคุ คลอนื่ ฟอ้ งใหเ้ ปน็ บคุ คลลม้ ละลายไดต้ ลอดเวลา ดงั นน้ั จงึ เปน็ หนา้ ทขี่ องหนว่ ยงาน
ตวั ความทจี่ ะตอ้ งตรวจสอบสถานภาพของบคุ คลดงั กลา่ วอยตู่ ลอดเวลา ทง้ั กอ่ นทจี่ ะสง่ เรอื่ งใหพ้ นกั งาน
อยั การดำเนินคดี ก่อนยื่นฟ้องคดี อยใู่ นระหวา่ งการพิจารณาของศาลยังคงต้องตรวจสอบอยู่จนกว่า
การดำเนนิ คดจี ะถงึ ทสี่ ดุ หากหนว่ ยงานตวั ความเปน็ ฝา่ ยชนะคดี ซงึ่ ตอ้ งมกี ารบงั คบั คดี ตอ้ งตรวจสอบ
จนกว่าการบังคับคดีจะเสร็จสิ้น โดยสามารถตรวจสอบสถานภาพการล้มละลายของลูกหนี้ได้ที่
เว็บไซต์ของกรมบังคับคดี www.led.go.th และสามารถขอคัดหนังสือรับรองจากสำนักนิติธรรม
สำนกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี วา่ ประกาศคำสง่ั พิทกั ษ์ทรัพย์เดด็ ขาดในราชกิจจานเุ บกษาเมื่อใด
เมื่อตรวจสอบพบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
และศาลมคี ำสงั่ ใหฟ้ น้ื ฟกู จิ การ หรอื ถกู บคุ คลอนื่ ฟอ้ งลม้ ละลาย ใหห้ นว่ ยงานตวั ความดำเนนิ การดงั น
้ี
ค่มู ือการส่งเรือ่ งใหพ้ นักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
15
๒.๖.๑ กรณีลูกหนี้ขอฟื้นฟูกิจการ ให้ยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงาน
พิทักษท์ รพั ย์ภายในกำหนดหนึง่ เดือนนับแตว่ นั โฆษณาคำสง่ั ตั้งผู้ทำแผน
๒.๖.๒ กรณีลูกหนี้ถูกฟ้องล้มละลาย ให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงาน
พิทกั ษ์ทรพั ย์ภายในกำหนดสองเดือนนบั แต่วนั โฆษณาคำส่ังพิทกั ษ์ทรพั ยเ์ ด็ดขาด
๒.๖.๓ กรณที เี่ รอื่ งยงั อยใู่ นระหวา่ งการดำเนนิ คดขี องพนกั งานอยั การไมว่ า่ จะเปน็
ศาลช้ันต้น ชั้นอุทธรณ์ หรือชั้นฎีกา ให้รวบรวมเอกสาร คำสั่งศาล ส่งพนกั งานอัยการโดยด่วนที่สดุ
สำหรับชั้นบังคับคดีหากหน่วยงานตัวความได้ขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการบังคับคดี ให้ส่ง
ไปยงั สำนกั งานการบงั คบั คดี สำนกั งานอัยการสูงสุด
๒.๗ การแจ้งการเปลีย่ นแปลงฐานะของหน่วยงานตัวความ
กรณีหน่วยงานตัวความเปน็ รฐั วิสาหกิจ หากภายหลังจากที่พนกั งานอัยการยื่น
คำฟ้องหรือคำให้การแล้ว ต่อมาในระหว่างดำเนินคดีหากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็นเหตุให้
หน่วยงานตัวความดังกล่าวไม่อยู่ในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป ให้หน่วยงานตัวความแจ้ง
พนักงานอัยการทราบพร้อมส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องทันที เนื่องจากกรณีดังกล่าวมีผลต่อการดำเนิน
กระบวนพิจารณาในคดี
16 คู่มือการส่งเรื่องให้พนกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
บทที่ ๕
การรวบรวมเอกสารหลักฐานแตล่ ะประเภทคดี
เมื่อหน่วยงานตัวความส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นกรณีว่าต่าง
หรอื แกต้ า่ ง การรวบรวมเอกสารและพยานหลกั ฐานของหนว่ ยงานตวั ความสำหรบั คดแี ตล่ ะประเภทมี
ความแตกต่างกันออกไป และขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่อง หากหน่วยงานตัวความสามารถ
รวบรวมเอกสารหลักฐานได้ครบถ้วนและรวดเร็วเท่าใด พนักงานอัยการก็สามารถดำเนินคดีได้
รวดเรว็ เชน่ กนั หรอื สามารถแกต้ า่ งคดไี ดค้ รบถว้ นในทกุ ประเดน็ และสง่ ผลดตี อ่ การดำเนนิ คดใี นชน้ั ศาล
แนวทางการรวบรวมเอกสารหลักฐานสำหรับคดีแต่ละประเภท ตามที่กำหนดไว้นี้ เป็นเพียงแนวทาง
ทว่ั ไปซึ่งหน่วยงานตัวความควรต้องปรับไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่อง
เอกสารที่ตอ้ งมีการจัดทำสำหรบั คดีทกุ เรือ่ ง
๑. สรุปข้อเท็จจริงความเป็นมาของคดี เริ่มจากฐานะทางกฎหมายของหน่วยงาน
ตัวความ ข้อพิพาททีเ่ กิดขึ้น เหตุที่ทำให้เกิดอำนาจฟ้อง หรือเหตทุ ีถ่ กู ฟ้อง เหตแุ ห่งการตอ่ สู้คดี อ้าง
กฎหมาย ระเบยี บ มตคิ ณะรฐั มนตรี หรอื ขอ้ สญั ญาทคี่ กู่ รณปี ฏบิ ตั ไิ มถ่ กู ตอ้ งใหช้ ดั เจน พรอ้ มแนบสำเนา
กฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องตามที่อ้างในสรปุ ข้อเทจ็ จริง
๒. รายละเอียดชือ่ พยานบุคคลทีเ่ กี่ยวข้องทีส่ ามารถชี้แจงข้อเทจ็ จริงในคดีได้
๓. เอกสารหลักฐานในคดี ให้ส่งสำเนาเอกสารให้พนกั งานอยั การโดยเจ้าหน้าทีข่ อง
หนว่ ยงานตอ้ งรบั รองสำเนาถกู ตอ้ งทกุ แผน่ ถา้ เอกสารปดิ อากรแสตมปใ์ หถ้ า่ ยใหป้ รากฏอากรแสตมป
์
ที่ขีดฆ่าไว้ด้วย กรณีเป็นเอกสารมหาชนให้ส่งสำเนาซึ่งรับรองความถูกต้องโดยพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้รับผิดชอบในการทำหรือเกบ็ รกั ษา ในเบื้องต้นให้สง่ เพียง ๑ ชุดกอ่ น และจัดสง่ เพิม่ ภายหลังตามที่
พนักงานอัยการแจ้ง ซึ่งโดยปกติได้แก่ เอกสารสำหรับพนักงานอัยการติดสำนวน ๑ ชุด ใช้ในการ
สบื พยาน ๑ ชดุ แนบทา้ ยคำฟอ้ งหรอื ทา้ ยคำใหก้ าร ๑ ชดุ และสำหรบั คคู่ วามซงึ่ เปน็ คกู่ รณคี นละ ๑ ชดุ
ตามจำนวนโจทก์หรือจำเลย
๔. ตน้ ฉบบั เอกสารใหห้ นว่ ยงานตวั ความเกบ็ รกั ษาไวก้ อ่ น และนำมาใหพ้ นกั งานอยั การ
เพื่อใช้สง่ ศาลในวนั สืบพยาน เว้นแตไ่ ด้รบั แจ้งจากพนกั งานอยั การวา่ ไมต่ ้องใช้ต้นฉบับ
๕. เอกสารแสดงฐานะของคู่ความ เช่น กฎหมายจัดตั้งองค์กร หนังสือรับรองการ
จดทะเบียนนิติบุคคล แบบรบั รองรายการทะเบียนราษฎร
คมู่ ือการส่งเรื่องให้พนักงานอยั การดำเนินคดีแพง่
17
๖. เอกสารใดที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ให้จัดให้มีการปิดอากร
แสตมป์ให้ถูกต้องครบถ้วนพร้อมขีดฆา่ ให้เรียบร้อยทั้งต้นฉบับ ค่ฉู บบั หรือคู่ฉีก แล้วแต่กรณี
๗. ผลการตรวจสอบสถานภาพการล้มละลายของค่กู รณี
๘. หนงั สอื มอบอำนาจใหด้ ำเนนิ คดี คำสง่ั มอบอำนาจ คำสง่ั แตง่ ตง้ั การดำรงตำแหนง่
ของผู้มอบอำนาจและของผู้รับมอบอำนาจและหลักฐานบัตรประจำตัวของผู้นั้น พร้อมใบแต่งทนาย
จำนวน ๒ ชดุ
๙. บัญชีเอกสาร (ระบุเอกสารทีน่ ำสง่ พนกั งานอยั การ)
๑๐. เมื่อพนักงานอัยการแจ้งกำหนดวันยื่นฟ้อง ให้ส่งแบบรับรองรายการทะเบียน
ราษฎร หรอื หนงั สอื รบั รองการจดทะเบยี นนติ บิ คุ คลฉบบั ทเี่ จา้ หนา้ ท/ี่ นายทะเบยี นออกใหไ้ มเ่ กนิ ๑ เดอื น
เอกสารและหลกั ฐานทจี่ ดั สง่ พนกั งานอยั การควรจดั ทำสำเนาเอกสารเกบ็ ไวท้ ตี่ วั ความ
๑ ชุด เพือ่ ประโยชนใ์ นการใช้ทำความเหน็ ชั้นอทุ ธรณฎ์ ีกา
พยานหลักฐานและเอกสารที่ต้องรวบรวมส่งพนักงานอัยการในการดำเนินคดี
แต่ละประเภท
นอกจากพยานหลักฐานและเอกสารที่ต้องรวบรวมส่งพนักงานอัยการข้างต้นแล้ว
ในการดำเนินคดีแต่ละประเภทยงั ต้องรวบรวมสง่ พยานหลกั ฐานและเอกสาร มีรายละเอียดดังนี้
๑. การวา่ ต่างและแกต้ ่างคดีผิดสญั ญา
๑.๑ สัญญาที่พิพาทพร้อมเอกสารทุกฉบับที่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา กรณี
สญั ญาทีเ่ ป็นภาษาตา่ งประเทศให้สง่ คำแปลพร้อมมีผู้รับรองคำแปล
๑.๒ สญั ญาหรอื เอกสารอนื่ ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั สญั ญาพพิ าท เชน่ สญั ญาคำ้ ประกนั
สัญญาจำนองพร้อมสัญญาแนบท้ายสัญญาจำนอง สัญญาจำนำ เอกสารที่วางไว้เป็นหลักประกัน
(ไมไ่ ด้ใช้เป็นหลกั ประกัน เพียงแต่วางไว้วา่ มีหลักทรัพย)์ หนังสือบอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้อง
หนงั สือรบั สภาพหนี้
๑.๓ เอกสารเกยี่ วดว้ ยเหตทุ ผี่ ดิ สญั ญา เชน่ คำสงั่ แตง่ ตง้ั คณะกรรมการตรวจรบั
พัสดุ หรือตรวจการจ้าง รายงานการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือตรวจการจ้าง
หนังสือแจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับ เอกสารแสดงการหักเบี้ยปรับจากเงินค่าจ้างหรือค่าสิ่งของ
หนงั สือบอกกล่าวทวงถามให้ปฏิบัติตามสญั ญา หนังสือแจ้งเลิกสญั ญา หนังสือบอกกลา่ วการบังคับ
จำนอง หนังสือทวงถามผู้ค้ำประกัน หนังสือโต้ตอบระหว่างคู่กรณีทุกฉบับ พร้อมหลักฐานการรับ
หนังสือ/ใบตอบรบั ทางไปรษณีย
์
18 คูม่ ือการสง่ เรื่องให้พนักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
๑.๔ เอกสารเกี่ยวกับจำนวนเงินที่เรียกให้ชดใช้ และค่าเสียหาย เช่น รายการ
คำนวณคา่ เสยี หายพรอ้ มดอกเบย้ี ซงึ่ ลงลายมอื ชอื่ ผจู้ ดั ทำไว้ ใบเสรจ็ รบั เงนิ ฎกี าเบกิ เงนิ เอกสารแสดง
คา่ ใชจ้ า่ ยอนื่ ๆ สญั ญาจา้ งผรู้ บั จา้ งรายใหม่ ตลอดจนหลกั ฐานซงึ่ แสดงทมี่ าของการคำนวณเงนิ ตา่ ง ๆ
ในกรณีที่ค่าเสียหายเป็นเงินตราต่างประเทศ ให้ส่งประกาศอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่ง-
ประเทศไทย ณ วันยื่นฟ้องและคำนวณค่าเสียหายหรือจำนวนเงินที่เรียกร้องเป็นเงินสกุลบาท
เพือ่ ระบุจำนวนทนุ ทรัพย
์
๑.๕ หลกั ฐานทจี่ ะพสิ จู นว์ า่ หนว่ ยงานตวั ความไดร้ บั ความเสยี หายจากการผดิ สญั ญา
ของคู่สัญญาอย่างไร เช่น หน่วยงานตัวความซื้อเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อใช้ในการซ่อมแซมถนน
การที่ผู้ขายส่งมอบของล่าช้า หรือในที่สุดไม่ส่งมอบของเลย หน่วยงานตัวความเกิดความเสียหาย
การซ่อมถนนเป็นไปด้วยความล่าช้าเพราะขาดเครื่องมือ เอกสารที่จะพิสูจน์ความเสียหายได้ คือ
เอกสารในขน้ั ตอนการจดั ซอ้ื เหตแุ ละวตั ถปุ ระสงคท์ จี่ ดั ซอ้ื จำนวนถนนทอี่ ยใู่ นความรบั ผดิ ชอบทง้ั หมด
และที่จะต้องซ่อมแซม เนื่องจากในกรณีที่หน่วยงานตัวความฟ้องเรียกค่าปรับ จะต้องพิสูจน์
ความเสยี หายใหป้ รากฏในชน้ั พจิ ารณาของศาลดว้ ยวา่ จำนวนคา่ ปรบั ทเี่ รยี กเหมาะสมกบั ความเสยี หาย
๒. การวา่ ต่างและแกต้ า่ งคดีละเมิด
๒.๑ เอกสารเกี่ยวกบั เนื้อหาคดีซึ่งเป็นประเดน็ สำคัญ เช่น
รายงานการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรบั ผิดทางละเมดิ ความเหน็ ของหนว่ ยงาน
หรือความเห็นของกระทรวงการคลังในเรื่องการทำละเมิดของเจ้าหน้าที่และผู้ต้องรับผิดชดใช้
คา่ สินไหมทดแทน พร้อมวนั ทีผ่ ้มู อี ำนาจกระทำการแทนนิติบคุ คลไดร้ ้ถู งึ การละเมิดและตวั ผ้พู งึ ตอ้ งใช้
ค่าสินไหมทดแทน
สญั ญา หรือเอกสารซึง่ เกี่ยวข้องกบั มูลละเมิด เช่น สัญญาจ้าง กรมธรรม์
ประกนั ภัย ทะเบียนรถยนต์ โฉนดทีด่ ิน หนงั สือรบั สภาพหนี้
กรณีเป็นเอกสารมหาชน เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบมรณบตั ร โฉนดทีด่ ิน
ให้ส่งฉบับทีร่ ับรองความถกู ต้องโดยเจ้าหน้าทีผ่ ู้รับผิดชอบในการทำหรือเกบ็ รักษา
บันทึกคำพยานของบุคคลที่เกี่ยวข้องในมูลละเมิดทั้งหมดพร้อมเอกสารที่
เกีย่ วข้อง
กรณีเป็นคดีซึ่งต้องใช้ความชำนาญทางวิชาชีพเฉพาะทาง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
ชี้แจงขั้นตอนการปฏิบตั ิหน้าที่ตามหลักวิชาพร้อมทำความเหน็ ในเหตแุ หง่ ละเมิดมาโดยละเอียด
คมู่ ือการสง่ เรือ่ งให้พนกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
19
๒.๒ เอกสารแสดงความเสียหาย เช่น
รายการคำนวณค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องซึ่ง
ลงลายมือชื่อผู้จัดทำไว้ หลกั ฐานเกี่ยวกับคา่ เสียหายที่เปน็ ตัวเงิน เชน่ ฎีกาเบิกจา่ ยเงิน ใบเสร็จรับเงิน
หรือเอกสารแสดงคา่ ใช้จา่ ยที่ได้ออกทดรองไป ใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคาซ่อมแซม ฯลฯ
กรณีขอให้เรียกค่าเสียหายซึ่งไม่ปรากฏเอกสารแสดงความเสียหายได้
แน่นอนเช่นเดียวกับความเสียหายต่อร่างกายหรือทรัพย์สิน ให้ชี้แจงวา่ จำนวนเงินทีข่ อให้เรียกร้องน้ัน
อ้างอิงจากค่ามาตรฐานหรือราคากลางตามเอกสารหรือหลักฐานใด
กรณีขอให้แก้ต่าง ให้ตรวจสอบความเสียหายตามที่โจทก์อ้างว่ามี
ความเสียหายเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ค่าเสียหายที่ควรเป็นราคามาตรฐานของทรัพย์สินที่เสียหาย หรือ
หลกั ฐานอืน่ ทีห่ ักล้างข้ออ้างของโจทก์ เชน่ โจทกอ์ ้างว่ามีอาชีพ หรือมีรายได้สูง
เอกสารแสดงความเสียหายที่เกี่ยวข้องอืน่ ๆ เชน่ รายงานเกีย่ วกบั อุบัติเหตุ
และความเสียหาย ภาพถา่ ยทีเ่ กิดเหตหุ รือสภาพความเสียหาย ใบรบั รองแพทย์ ใบมรณบตั ร
๒.๓ กรณีมีการดำเนินคดีอาญา ให้แจ้งผลการดำเนินคดีอาญาพร้อมส่งเอกสาร
ทเี่ กยี่ วขอ้ งในคดอี าญาทง้ั หมด เชน่ สำเนารายงานประจำวนั สำเนาคำใหก้ ารชน้ั สอบสวน สำเนาบนั ทกึ
เกยี่ วกบั คำรบั สารภาพและชำระคา่ ปรบั ของผตู้ อ้ งหา แผนทเี่ กดิ เหตกุ รณรี ถยนตช์ นกนั บนั ทกึ การตรวจ
สภาพรถยนตข์ องเจา้ หนา้ ที่ สำเนาสรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ และความเหน็ ของพนกั งานสอบสวน สำเนาคำพพิ ากษา
ชื่อ ทีอ่ ยู่ และหมายเลขโทรศพั ท์ ของพนกั งานสอบสวนขณะเกิดเหตุ
ทั้งนี้ ผู้ประสานคดีต้องติดตามและรายงานผลการดำเนินคดีอาญาต่อ
พนกั งานอยั การจนกวา่ คดีอาญาจะถึงทีส่ ดุ
๓. การฟ้องคดีกู้ยืมและบงั คบั จำนอง
๓.๑ หลักฐานเกี่ยวกับการกู้ยืม
สำเนาสญั ญากยู้ มื เงนิ ถา่ ยเอกสารทกุ หนา้ โดยเฉพาะหนา้ ทปี่ ดิ อากรแสตมป์
ต้องตรวจสอบให้มีการปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และหลักฐานที่แสดงว่า
หน่วยงานตัวความได้จ่ายเงินกู้ยืม เช่น หลักฐานที่ผู้กู้ลงชื่อรับเงินกู้ยืม หลักฐานการนำเงินเข้าบัญชี
หรือการโอนเงิน
๓.๒ หลกั ฐานเกี่ยวกบั หลกั ประกัน
๓.๒.๑ สำเนาสญั ญาค้ำประกัน
20 คมู่ ือการส่งเรือ่ งให้พนกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
๓.๒.๒ สำเนาหนงั สอื สญั ญาจำนองทดี่ นิ เปน็ ประกนั พรอ้ มสญั ญาตอ่ ทา้ ย
สญั ญาจำนองฯ หนงั สอื สญั ญาจำนองทดี่ นิ ลำดบั สอง (กรณมี กี ารจำนองเพมิ่ โดยใชห้ ลกั ประกนั เดมิ )
๓.๒.๓ สำเนาหนงั สือสัญญาจำนำ
๓.๓ หลักฐานเกีย่ วกบั การรับชำระหนี้
๓.๓.๑ สำเนาใบเสร็จรบั เงิน หรือหลักฐานการรบั ชำระหนี้
๓.๓.๒ สำเนาหลกั ฐานที่แสดงการรบั สภาพหนี้ (ถ้ามี)
๓.๔ หลักฐานเกีย่ วกับการทวงถาม
๓.๔.๑ สำเนาหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ หรือหนังสือขอให้ชำระหนี้และ
บอกกลา่ วบงั คบั จำนอง (กรณีมีการจำนองที่ดินเป็นประกนั )
๓.๔.๒ หลักฐานการรับหนังสือทวงถามหรือหนังสือบอกกล่าว/สำเนา
ใบตอบรับทางไปรษณีย์
๓.๕ หลกั ฐานเกีย่ วกบั ยอดหนี้ค้างชำระ
สำเนารายการคำนวณยอดหนี้ทั้งหมด หรือ สำเนาการ์ดบัญชีลูกหนี้
(statement) โดยแสดงรายการหนี้ เงินต้น อตั ราดอกเบี้ย วันครบกำหนดชำระ จำนวนหนี้ และวันที่ที่
ลูกหนี้ได้ชำระไว้แล้ว รายการทีค่ ้างชำระเงินต้น และจำนวนดอกเบี้ย คิดคำนวณยอดหนี้ตั้งแต่วันทำ
สัญญาจนถึงวันส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้จัดทำเอกสารและคิดคำนวณ
ไว้ด้วย หากพนักงานอัยการกำหนดวันยื่นฟ้องแล้ว จะต้องจัดทำเอกสารการคำนวณยอดหนี้ใหม่
โดยคำนวณจนถึงวันยืน่ ฟ้อง
๓.๖ หลักฐานเกีย่ วกับประวัติผู้กู้ยืม และผู้ค้ำประกัน
๓.๖.๑ สำเนาแบบรบั รองรายการทะเบยี นราษฎรของผกู้ ยู้ มื และ ผคู้ ำ้ ประกนั
(ถ้ามีการค้ำประกัน)
๓.๖.๒ สำเนาหรือต้นฉบับหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท และ
วตั ถุประสงค์ (กรณีบริษัทเปน็ ผู้กู้ยืม)
คมู่ ือการส่งเรื่องใหพ้ นกั งานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
21
๓.๗ หลักฐานอืน่ ๆ (ถ้ามี)
๓.๗.๑ สำเนาหนังสือรบั สภาพหนี้
๓.๗.๒ สำเนาบนั ทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการเปลีย่ นแปลงอัตราดอกเบี้ย หรือ
บันทึกยินยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามทีป่ ระกาศเปน็ คราว ๆ ไป
๓.๗.๓ บันทึกข้อตกลงขึ้นวงเงินจำนองทีด่ ินเปน็ ประกนั
๔. การฟอ้ งคดีขับไล่ เรียกค่าเสียหาย
๔.๑ การฟ้องขบั ไลโ่ ดยมีสญั ญาเชา่ /สญั ญาอาศัย
๔.๑.๑ หลกั ฐานเกยี่ วกบั ทรพั ยส์ นิ ทใี่ หเ้ ชา่ และหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ หนว่ ยงาน
ตวั ความมอี ำนาจฟอ้ ง เชน่ หลกั ฐานทแี่ สดงวา่ ผใู้ หเ้ ชา่ มอี ำนาจใหเ้ ชา่ สำเนาโฉนดทดี่ นิ ทใี่ หเ้ ชา่ การเปน็
ผถู้ อื กรรมสิทธิท์ ี่ดิน หรือโรงเรือน หรือหลักฐานการมีสิทธิครอบครองทรพั ย์ทีใ่ ห้เชา่ เป็นผู้ดูแลรกั ษา
ทรัพยส์ ินตามกฎหมาย ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๔.๑.๒ สัญญาเชา่ และหลักฐานการจดทะเบียนการเชา่
๔.๑.๓ กรณีเช่าที่ดินให้จัดทำแผนผงั แสดงตำแหน่งทีด่ ิน เนื้อทีด่ ินทีเ่ ชา่
๔.๑.๔ ตารางการคำนวณหนี้ค่าเช่าที่ค้างชำระและดอกเบี้ย คำนวณถึง
วันฟ้องโดยแสดงเงินต้น อตั ราดอกเบี้ย วนั ผิดนัดที่เริ่มคำนวณดอกเบี้ยถึงวนั ฟ้อง จำนวนดอกเบี้ยที่
คำนวณได้ และยอดหนี้รวม
๔.๑.๕ หลกั ฐานแสดงการทผี่ ใู้ หเ้ ชา่ ชำระคา่ สาธารณปู โภค คา่ นำ้ คา่ ไฟฟา้
ค่าภาษีบำรุงท้องที่ หรือภาษีโรงเรือนและที่ดินโดยผู้ให้เช่าชำระไปก่อน (กรณีที่สัญญากำหนดให้
ผู้เชา่ มีหน้าที่ชำระ)
๔.๑.๖ ความเสียหายของทรัพย์สินที่ให้เช่า เช่น ภาพถ่ายทรัพย์สินก่อน
ให้เชา่ และภาพถ่าย ความเสียหายของทรพั ยส์ ินทีเ่ กิดจากการกระทำของผู้เช่า
๔.๑.๗ จำนวนคา่ เสยี หาย คา่ ขาดประโยชน์ พรอ้ มหลกั ฐานทแี่ สดงหลกั เกณฑ์
ทีใ่ ช้ในการคำนวณค่าเสียหาย คา่ ขาดประโยชน์ ดังกล่าว
๔.๑.๘ หนงั สอื บอกเลกิ การเชา่ และหลกั ฐานการรบั หนงั สอื /ใบตอบรบั ทาง
ไปรษณีย
์
22 คู่มือการส่งเรื่องใหพ้ นักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
๔.๑.๙ หนังสือทวงถามค่าเสียหาย และหลักฐานการรับหนังสือทวงถาม/
ใบตอบรบั ทางไปรษณยี
์
๔.๑.๑๐ หลกั ฐานทแี่ สดงวา่ ขณะยนื่ ฟอ้ งผเู้ ชา่ และบรวิ ารยงั คงอยใู่ นทดี่ นิ หรอื
สถานทเี่ ชา่ เชน่ แบบรบั รองรายการทะเบยี นราษฎร ภาพถา่ ย บนั ทกึ การตรวจสถานทเี่ ชา่ ของเจา้ หนา้ ท
ี่
๔.๒ การฟอ้ งขบั ไลไ่ มม่ สี ญั ญาเชา่ แตอ่ ยโู่ ดยบกุ รกุ และอยโู่ ดยละเมดิ
๔.๒.๑ หลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สิน และหลักฐานที่แสดงว่าหน่วยงาน
ตวั ความนน้ั มอี ำนาจ ฟอ้ งขบั ไล่ เชน่ เปน็ ผถู้ อื กรรมสทิ ธใิ์ นทดี่ นิ หรอื เปน็ เจา้ ของกรรมสทิ ธใิ์ นทรพั ยส์ นิ
เปน็ ผดู้ แู ลรกั ษาทรพั ยส์ นิ ตามกฎหมาย ระเบยี บ และกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ้ ง
๔.๒.๒ กรณีเป็นที่ราชพัสดุ ให้ส่งหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดี จาก
กระทรวงการคลงั โดยพจิ ารณาดงั น
้ี
(๑) กรณไี มม่ ผี คู้ รอบครองและใชป้ ระโยชนใ์ นทรี่ าชพสั ดุ กรมธนารกั ษ์
จะเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาที่ราชพัสดุและฟ้องคดีแทนกระทรวงการคลัง ตามกฎกระทรวงว่าด้วย
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารปกครอง ดแู ล บำรงุ รกั ษา ใช้ และจดั หาประโยชนเ์ กยี่ วกบั ทรี่ าชพสั ดุ พ.ศ.๒๕๔๕
และกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารปกครอง ดแู ล บำรงุ รกั ษา ใชแ้ ละจดั หาประโยชนเ์ กยี่ วกบั
ทรี่ าชพสั ดุ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๙ ดงั นน้ั จงึ ตอ้ งจดั สง่ หนงั สอื มอบอำนาจของกระทรวงการคลงั ทมี่ อบ
อำนาจใหก้ รมธนารกั ษฟ์ อ้ งคดแี ทนพรอ้ มสำเนากฎกระทรวงดงั กลา่ วมาดว้ ย
(๒) กรณมี ผี คู้ รอบครองและใชป้ ระโยชนใ์ นทรี่ าชพสั ดเุ ปน็ โจทกร์ ว่ มกนั
ให้จัดส่งหนังสือมอบอำนาจจากกระทรวงการคลังที่มอบอำนาจให้ผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์ใน
ทรี่ าชพสั ดเุ ปน็ ผฟู้ อ้ งคดแี ทนเปน็ โจทกท์ ี่ ๑ และใหผ้ คู้ รอบครองใชป้ ระโยชนใ์ นทรี่ าชพสั ดุ เปน็ โจทกท์ ี่ ๒
(ในฐานะผู้ครอบครองใช้ประโยชน)์
ทั้งนี้มีข้อยกเว้น สำหรบั ทีด่ ินซึง่ ไมต่ ้องสง่ หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีจาก
กระทรวงการคลงั เนอื่ งจากสถานศกึ ษาตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ นำสง่ ขน้ึ
ทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ ตามมาตรา ๕๙ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ได้บัญญัติให้สถานศึกษา
สามารถถือกรรมสิทธิ์ในบรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการซื้อ หรือ
แลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษา โดยไม่ถือว่าอสังหาริมทรัพย์ที่โจทก์ได้มานั้นเป็นที่ราชพัสดุ
แต่จะเป็นกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษานั้น ๆ จะปรากฏหลักฐานแม้ว่าสถานศึกษาได้นำทรัพย์สินส่งขึ้น
ทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ และกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ และ
ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชือ่ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในสารบญั จดทะเบียนท้ายเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ หรือ
สิทธิครอบครองให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้ว และได้ให้สถานศึกษาเป็นผู้ครอบครอง
คมู่ ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
23
ใช้ประโยชน์ก็ตาม กรณีดังกล่าวนี้ หากปรากฏว่าการบุกรุกได้เกิดขึ้นระหว่างปรากฏชื่อ
กระทรวงการคลัง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรืออยู่ในระหว่างการขอให้เพิกถอน
การขน้ึ ทะเบยี นเปน็ ทรี่ าชพสั ดุ สถานศกึ ษานน้ั ๆ ยอ่ มเปน็ ผมู้ อี ำนาจฟอ้ งคดขี บั ไลไ่ ดโ้ ดยตรง โดยไมต่ อ้ ง
ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงการคลังก่อน เพราะเป็นกรณีมีการจดทะเบียนผิดพลาดแต่ต้องส่ง
เอกสารที่แสดงการได้มา การนำส่งขึ้นทะเบียนให้แก่พนักงานอัยการ และหากอยู่ระหว่างขั้นตอน
ขอเพิกถอนการเป็นที่ราชพัสดุ ก็ให้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมดเพื่อนำสืบหักล้าง
ข้อสันนิษฐานของกฎหมายเรื่องผู้มีชื่อในเอกสารมหาชนให้ได้ความชัดเจนว่าสถานศึกษานั้น ๆ
เป็นเจ้าของกรรมสิทธิท์ ี่แท้จริง ไม่ใชก่ ระทรวงการคลงั (หนังสือกรมธนารกั ษ์ ที่ กค ๐๓๐๔/๗๒๔๑
ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๔)
๔.๒.๓ เอกสารแสดงการไดม้ าซงึ่ ทดี่ นิ เชน่ ไดม้ าตามพระราชบญั ญตั เิ วนคนื
สัญญาซื้อขาย สัญญาให้ที่ดิน หลักฐานการอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งเอกสาร
หลักฐานที่แสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์
หนงั สือสำคญั สำหรับทีห่ ลวง เป็นต้น
๔.๒.๔ หลักฐานการส่ง-รับขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ หรือหนังสือสำคัญ
สำหรับทีห่ ลวง
๔.๒.๕ หลักฐานแสดงแนวเขตที่ชัดเจนของที่ดินส่วนที่ถูกบุกรุก จำนวน
เนื้อทีด่ ินที่ถกู บุกรกุ เชน่ หลักฐานการรงั วัดของเจ้าหน้าที่ทีด่ ิน หรือกรมธนารักษ์ สำหรับพื้นทีส่ ่วนที่
บุกรกุ ให้ทำเครือ่ งหมายให้เหน็ ความแตกตา่ ง
๔.๒.๖ หลักฐานแสดงการบุกรุกหรือการใช้พื้นที่ เช่น แผนผัง ภาพถ่าย
บนั ทึกการตรวจสถานทีข่ องเจ้าหน้าที่
๔.๒.๗ เอกสารหรือหลักฐานแสดงราคาประเมินทรพั ย์สินวา่ มีราคาเทา่ ใด
และส่วนที่บกุ รกุ มีราคาประเมินเท่าใด หากนำออกให้เช่าอาจให้เช่าได้ในราคาเท่าใด
๔.๒.๘ สำเนาหนังสือแจ้งให้ผู้บุกรุกพร้อมบริวารออกจากพื้นที่และ
หลกั ฐานการรบั หนังสือ/ใบตอบรับทางไปรษณีย
์
๔.๒.๙ หลักฐานที่แสดงว่าขณะยื่นฟ้องผู้บุกรุกและบริวารยังคงยึดถือ
ครอบครองทรัพย์สินอยู่ เช่น ภาพถา่ ยสถานทีพ่ ิพาท บนั ทึกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
๔.๒.๑๐ การคดิ คำนวณคา่ เสยี หาย พรอ้ มหลกั เกณฑท์ นี่ ำมาใชใ้ นการคำนวณ
24 คมู่ ือการสง่ เรื่องให้พนกั งานอัยการดำเนินคดีแพง่
๔.๒.๑๑ หากมีการดำเนินคดีอาญา โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีอาญา
ต่อพนักงานสอบสวน ให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญาดังกล่าว ผลคดีคำพิพากษา
คดีอาญา ด้วย
๕. การดำเนินคดีเกีย่ วกับที่ดิน
คดเี กยี่ วกบั ทดี่ นิ เชน่ การโตแ้ ยง้ กรรมสทิ ธทิ์ ดี่ นิ ฟอ้ งขอทางจำเปน็ ทางภารจำยอม
เพิกถอนการจดทะเบียน เพิกถอนการโอน หน่วยงานของรัฐรุกล้ำที่ดินเอกชน ห้ามหน่วยงานของรัฐ
รบกวนสิทธิการครอบครองของเอกชน ต้องจดั เตรียมหลกั ฐาน ดังนี้
๕.๑ หลักฐานเกี่ยวกบั การแสดงสิทธิในที่ดิน ได้แก่
๕.๑.๑ สำเนาโฉนดทีด่ ิน, โฉนดแผนที,่ โฉนดตราจอง, ตราจองที่ตราวา่ ได้
ทำประโยชน์แล้ว หรือ
๕.๑.๒ สำเนาหนงั สือรบั รองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. ที่แสดง
ภาพถ่ายทางอากาศฯ) หรือ
๕.๑.๓ สำเนาใบแจ้งการครอบครองทีด่ ิน (ส.ค.๑) หรือ
๕.๑.๔ สำเนาเอกสารสิทธิอื่น ๆ เช่น ใบจอง (น.ส.๒), ใบไตส่ วน (น.ส.๕),
สปก. , ภ.บ.ท.๕ เปน็ ต้น
สำเนาเอกสารดงั กลา่ ว ให้ถ่ายเอกสารจากต้นฉบบั เตม็ ทกุ หน้า โดยเฉพาะ
สารบญั หน้าสดุ ท้ายทีม่ ีชือ่ ผู้ถือกรรมสิทธิร์ ายล่าสดุ และให้ถา่ ยติด วนั เดือน ปี ที่ทำนิติกรรมด้วย
๕.๒ หลกั ฐานเกี่ยวกบั การออกเอกสารสิทธิ
๕.๒.๑ สำเนาคำรอ้ ง คำขอ บนั ทกึ ถอ้ ยคำตา่ ง ๆ ทยี่ นื่ ตอ่ เจา้ พนกั งานทดี่ นิ
เพือ่ ขอออกเอกสารสิทธิ์ พร้อมคำสงั่ ของเจ้าพนกั งานทีด่ ินหรือเจ้าหน้าทีท่ ี่ดิน
๕.๒.๒ ระวางแผนทีบ่ ริเวณที่ดินพิพาท
๕.๓ หลกั ฐานเกีย่ วกับการทำนิติกรรม
๕.๓.๑ สำเนาสัญญาซื้อขายที่ดิน , สำเนาหนังสือยกให้ทีด่ ิน ฯลฯ
๕.๓.๒ สำเนาสัญญาจำนองที่ดิน
๕.๓.๓ สำเนาเอกสารในการทำนติ กิ รรมอนื่ ๆ ทกุ ประเภท ทเี่ กยี่ วขอ้ งในคดี
คู่มือการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีแพง่
25
๕.๔ หลักฐานเกีย่ วกับสภาพที่ต้ังของที่ดิน
๕.๔.๑ แผนผงั แผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายทีแ่ สดงทำเลทีต่ ้ัง
๕.๔.๒ รปู รา่ งและลักษณะแปลงที่ดิน และการใช้ประโยชนใ์ นทีด่ ิน
๕.๔.๓ หลกั ฐานการรงั วัดที่ดิน
- หมายแจ้งเจ้าของทีด่ ินข้างเคียง
- ภาพถา่ ยระวางแผนที่
- หนังสือโต้แย้งคัดค้านการรงั วดั
- ความเหน็ ของพนกั งานเจ้าหน้าทีใ่ นการรังวดั
๕.๕ หลกั ฐานเกีย่ วกบั ราคาที่ดิน
๕.๕.๑ ใบประเมินราคาทีด่ ิน (รวมราคาซื้อขายและราคาประเมิน)
๕.๕.๒ บัญชีราคาประเมินที่ดินที่ใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ของสำนักงานประเมินทรัพยส์ ิน กรมธนารกั ษ์ ที่แสดงราคาประเมินของที่ดินพิพาท
๕.๖ หลักฐานอืน่ ๆ (ถ้ามี)
สำเนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ทีเ่ กี่ยวข้องในคดี
หมายเหตุ การจัดเตรียมเอกสารเป็นไปตามข้อพิพาท
๖. การยืน่ คำร้องขอใหศ้ าลมีคำส่งั จดชือ่ บริษทั กลบั คืนสู่ทะเบียน
กรณีที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ
บริษทั จำกัดออกจากทะเบียนนิติบคุ คล ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา ๑๒๗๓/๑ ,
๑๒๗๓/๒ , ๑๒๗๓/๓ หากหนว่ ยงานตัวความประสงคจ์ ะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จดชื่อห้างหุ้นส่วน
จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ บริษัทจำกัด ดังกล่าว กลับคืนสู่ทะเบียน ตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๗๓/๔ หน่วยงานของรัฐจะต้องรวบรวมเอกสารส่งให้
พนกั งานอัยการ ดังนี้
26 คมู่ ือการส่งเรื่องใหพ้ นักงานอัยการดำเนินคดีแพง่
๖.๑ หลกั ฐานเกี่ยวกบั ฐานะทางทะเบียน (บริษทั )
๖.๑.๑ สำเนาหนงั สอื รบั รองการจดทะเบยี นนติ บิ คุ คล (ฉบบั ทถี่ กู นายทะเบยี น
ขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง) ส่งพร้อมหนังสือแจ้งความประสงค์ขอให้ยื่นคำร้อง และ
คัดสำเนาสง่ ศาลในการยื่นคำร้อง
๖.๑.๒ สำเนาบัญชีรายชือ่ ผู้ถือหุ้นของนิติบคุ คลทีถ่ กู ขีดชื่อ
๖.๑.๓ บญั ชีงบดุลล่าสดุ ของนิติบุคคลที่ถูกขีดชือ่
๖.๑.๔ หลกั ฐานที่แสดงว่านิติบคุ คลน้ันยังประกอบธุรกิจอยู่ (ถ้ามี)
๖.๑.๕ หลกั ฐานสำเนาคำสง่ั นายทะเบียนทีข่ ีดชือ่
๖.๑.๖ หลกั ฐานการประกาศราชกจิ จานเุ บกษา กรณถี กู ขดี ชอื่ ตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม มาตรา ๑๒๔๖ (ก่อนมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๖ แห่ง
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๑) หรือ
หลกั ฐานการประกาศโฆษณาทางหนงั สอื พมิ พก์ รณถี กู ขดี ชอื่ ออกตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
ฉบบั แก้ไขใหม่ มาตรา ๑๒๗๓/๑
๖.๒ หลักฐานเกี่ยวกบั หนี้
๖.๒.๑ สำเนาสัญญาต่าง ๆ ที่เป็นหลักฐานแห่งหนี้ (เช่น สัญญากู้ยืม ,
สญั ญาจ้างทำของ ฯลฯ)
๖.๒.๒ สำเนาคำพิพากษาของศาล กรณีเคยฟ้องคดีลูกหนี้และศาล
มีคำพิพากษาแล้ว (ถ้ามี)
๖.๓ หลักฐานเกีย่ วกบั การทวงถาม (ถ้ามี)
๖.๓.๑ สำเนาหนงั สือทวงถามขอให้ชำระหนี้
๖.๓.๒ หลักฐานการรับหนังสือทวงถาม/ สำเนาใบตอบรับทางไปรษณีย์
๖.๔ หลักฐานเกี่ยวกบั ยอดหนี้ค้างชำระ
สำเนารายการคำนวณยอดหนี้ถึงปัจจุบันโดยแสดงรายการหนี้ เงินต้น
อัตราดอกเบี้ย วันครบกำหนดชำระ จำนวนหนี้ และวันที่ที่ลูกหนี้ได้ชำระไว้แล้ว รายการที่ค้างชำระ
เงินต้น และจำนวนดอกเบี้ย คิดคำนวณยอดหนี้ตั้งแต่วันทำสัญญาจนถึงปัจจุบัน
คูม่ ือการสง่ เรื่องให้พนกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
27
๖.๕ รายงานสรปุ ข้อเทจ็ จริงเกีย่ วกบั ลกู หนี้
เนื่องจากการดำเนินการเพื่อให้ศาลมีคำส่ังให้นายทะเบียนจดชื่อบริษัท
กลับคืนสทู่ ะเบียนต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ในการส่งเรื่องหนว่ ยงานควรคำนึงถึงอายุความของหนี้
ชั้นต้นด้วยเพื่อทราบถึงความจำเปน็ เร่งด่วน
๗. ไตส่ วนขาดนัดยืน่ คำให้การ
๗.๑ กรณีหน่วยงานตัวความเปน็ โจทก์ (คดีวา่ ต่าง)
เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้
ศาลอนญุ าตใหจ้ ำเลยยนื่ คำใหก้ าร และศาลไดม้ คี ำสง่ั ใหท้ ำการไตส่ วนคำรอ้ งของจำเลย ในกรณเี ชน่ น้ี
จะต้องไปถามค้านจำเลยหักล้างเหตุผลต่าง ๆ ตามคำร้องเพื่อให้ได้ความว่าการขาดนัดยื่นคำให้การ
ของจำเลยเปน็ ไปโดยจงใจ หรือไม่ มีเหตุอนั สมควรประการใดทีศ่ าลจะอนญุ าตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ซึ่งเหตุผลหักล้างย่อมขึ้นอยู่กับคำร้องของจำเลยเป็นสำคัญว่าเหตุใดจำเลยจึงไม่จงใจขาดนัดยื่น
คำให้การ แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม อาจจดั เตรียมเอกสารหรือดำเนินการดังต่อไปนี้ไว้เพื่อพนักงานอัยการใช้
เป็นแนวทางในการซักค้าน เช่น
กรณีที่จำเลยเป็นนิติบุคคล และได้ส่งหมายไปยังสำนักงานใหญ่อันเป็น
ภมู ลิ ำเนาของจำเลยหากเปน็ อาคาร หรอื ตกึ ทจี่ ำเลยเชา่ เปน็ ทตี่ ง้ั ใหต้ รวจสอบสถานทจี่ รงิ พรอ้ มถา่ ยภาพ
ยืนยันว่าที่ตั้งดังกล่าวมีลักษณะเป็นเอกเทศหรือไม่ หรือมีที่ตั้งของนิติบุคคลอื่นด้วยหรือไม่ หากที่ตั้ง
ดงั กลา่ วมีลกั ษณะเปน็ เอกเทศเทา่ กบั เปน็ การสง่ หมายโดยชอบแล้ว และจำเลยมเี วลาในการพจิ ารณา
หมายและสำเนาคำฟ้องเพื่อทำคำให้การ หรือขอขยายระยะเวลายืน่ คำให้การได้ทัน
๗.๒ กรณีหนว่ ยงานตัวความเป็นจำเลย (คดีแก้ต่าง)
ในการที่หน่วยงานตัวความส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการ
ปรากฏอยู่บ่อยครั้งว่าหน่วยงานตัวความได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปยังพนักงานอัยการ
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การต่อศาลแล้ว ในกรณีเช่นนี้ พนักงานอัยการไม่อาจที่จะยื่น
คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การต่อศาลได้ เพราะสิ้นระยะเวลายื่นคำให้การแล้ว และถือว่า
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อเป็นเช่นนี้ ควรจัดเตรียมพยานบุคคลเพื่อสนับสนุนพนักงานอัยการ
ในการยืน่ คำร้องขออนญุ าตยื่นคำให้การและไตส่ วนคำร้อง ดังนี้
ให้สรุปข้อเท็จจริงและเหตุผลในการส่งเรื่องมาให้พนักงานอัยการล่าช้า
จนพ้นกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด ในการรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
และเหตุที่ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมายังพนักงานอัยการ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาทำ
คำให้การยืน่ ตอ่ ศาลแล้ว เพราะเหตใุ ด โดยให้สง่ เรือ่ งให้พนกั งานอยั การโดยเรว็
28 คู่มือการส่งเรื่องให้พนกั งานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
ในทางปฏิบัติคำร้องขอเพื่อให้ศาลสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การนี้
จะทำคำให้การแก้ฟ้องของโจทก์ยื่นพร้อมไปด้วยก็ได้ เมื่อศาลได้รับคำร้องและคำให้การแล้ว
ศาลอาจจะสั่งให้ทำการไต่สวนคำร้องถึงเหตุที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ซึ่งจะต้องระบุพยาน
ในชั้นไต่สวนคำร้องและนำพยานเข้าสืบให้ได้ความว่าการขาดนัดของจำเลยมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือ
มีเหตุอันสมควรอย่างไร ถ้าศาลเห็นว่าการขาดนัดของจำเลยมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุ
อันสมควร ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร
แต่หากศาลไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลย
สามารถดำเนินการได้ คือ อาจถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบได้ แต่ไม่อาจนำพยานของ
ตนเข้าสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๙ วรรคสอง
๘. วิธีการคุม้ ครองช่ัวคราวกอ่ นพิพากษา
๘.๑ กรณีหน่วยงานตัวความเป็นจำเลยขอให้ศาลบังคับใช้วิธีการคุ้มครอง
ช่ัวคราวแก่โจทก์ โดยขอให้ศาลส่ังให้โจทก์วางเงินหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชา
ธรรมเนียมและค่าใช้จา่ ย (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๓)
หลักฐานทีใ่ ช้ในการพิสูจนต์ ่อศาล ได้แก
่
๘.๑.๑ ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงว่าโจทก์ไม่ได้มีภูมิลำเนา
หรือสำนักทำการงานอยู่ในราชอาณาจักร และไม่มีทรัพย์สินอยู่ในราชอาณาจักร เช่น หลักฐานการ
ตรวจสอบภมู ิลำเนาของโจทก์ หนงั สือรบั รองการจดทะเบียนนิติบุคคล เปน็ ต้น
๘.๑.๒ ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าเมื่อโจทก์แพ้คดีแล้วจะ
หลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย เช่น โจทก์กำลังย้ายไปต่างประเทศ โจทก์ทำการ
ยักย้ายถ่ายเททรัพยส์ ินให้ผู้อื่น โจทก์กลั่นแกล้งฟ้องจำเลยมีเจตนาไม่สุจริต เปน็ ต้น
๘.๒ กรณีโจทก์ขอใช้วิธีการคุ้มครองชั่วคราว (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความแพ่ง มาตรา ๒๕๔)
๘.๒.๑ พยานหลักฐานที่แสดงถึงสิทธิของโจทก์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กับเรือ่ งที่ฟ้องร้อง ไม่วา่ จะเปน็ คำสงั่ ประกาศ ระเบียบ ข้อบงั คับ และกฎหมายตา่ ง ๆ
๘.๒.๒ กรณีว่าต่าง ต้องมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงว่าเรื่องที่
ฟ้องจำเลยน้ัน มีมลู และมีเหตเุ พียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวมาใช้ ซึง่ พยานหลกั ฐานวา่ คดีมีมูล
หรือไม่ขึ้นอยู่กับเรื่องที่ฟ้องว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร เช่น ผิดสัญญา ละเมิด ขับไล่ เป็นต้น โดย
พยานหลักฐานดังกล่าวเป็นไปตามหัวข้อการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีประเภทนั้น ๆ สำหรับ
พยานหลักฐานที่พิจารณาว่ามีเหตุเพียงพอหรือไม่ที่จะนำวิธีคุ้มครองช่ัวคราวมาใช้ก็ขึ้นอยู่กับ
แตล่ ะกรณี ดังนี้
คมู่ ือการส่งเรื่องใหพ้ นกั งานอัยการดำเนินคดีแพง่
29
ก. กรณีขอให้ศาลส่ังยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พิพาทหรือ
ทรัพยส์ ินของจำเลยไว้ช่วั คราว พยานหลักฐานทีจ่ ำเปน็ ได้แก
่
(๑) พยานหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ จำเลยตง้ั ใจจะยกั ยา้ ยทรพั ยส์ นิ ที่
พพิ าทหรอื ทรพั ยส์ นิ ของตนใหพ้ น้ จากอำนาจศาล หรอื จะโอน ขาย หรอื จำหนา่ ยทรพั ยส์ นิ ดงั กลา่ ว เพอื่
ประวิงหรือขัดขวางต่อการบังคับตามคำบังคับใด ๆ ซึ่งจะออกบังคับเอาแก่จำเลย หรือเพื่อจะทำให้
โจทก์เสียเปรียบ เช่น จำเลยกำลังจะจำหน่ายจา่ ยโอนที่ดินพิพาทให้กับผู้ใด เมือ่ ใด (ฎ.๙๗๐/๒๕๑๙)
เปน็ ต้น
(๒) เหตจุ ำเปน็ อยา่ งอนื่ เพอื่ การยตุ ธิ รรมและสมควร เชน่ จำเลย
ไมม่ ีภมู ิลำเนา หรือสำนกั งานสาขาในประเทศไทย และไมม่ ีทรัพย์สินในประเทศไทย มีแตเ่ งินคา่ จ้างที่
บคุ คลภายนอกจะจา่ ยให้แกจ่ ำเลย (ฎ.๑๗๘/๒๕๕๑) เปน็ ต้น
ข. กรณีขอให้ศาลส่ังห้ามมิให้จำเลยกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป
พยานหลักฐานทีจ่ ำเป็น ได้แก
่
(๑) พยานหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยตั้งใจจะกระทำซ้ำหรือ
กระทำต่อไปซึ่งการละเมิด การผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง เช่น จำเลยยังคงประกอบ
กิจการในพื้นทีท่ ีพ่ ิพาทตอ่ ไป (ฎ.๔๗๔๖/๒๕๔๑) เปน็ ต้น
(๒) พยานหลักฐานที่แสดงว่าโจทก์จะได้รับความเดือดร้อน
เสียหายต่อไป เนื่องจากการกระทำของจำเลย เช่น การกระทำของจำเลยที่รบกวนหรือโต้แย้งสิทธิ
ของโจทก์ (ฎ.๔๗๔๖/๒๕๔๑) เปน็ ต้น
(๓) พยานหลักฐานที่แสดงว่าทรัพย์ที่พิพาทหรือทรัพย์สิน
ของจำเลยนั้นมีพฤติการณ์ว่าจะมีการกระทำให้เปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายหรือโอนไปยังผู้อื่น เช่น
พิพาทกันเรื่องกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยใช้รถยนต์เป็นรถโดยสารรับจ้างต่างจังหวัด
หรือใช้บรรทุกน้ำหนักเกิน ทำให้รถเสื่อมสภาพเร็ว, จำเลยนำบุคคลเข้าไปตัดต้นไม้ในที่ดินพิพาท
(ฎ.๑๓๖๖/๒๕๕๓) เป็นต้น หรือ
(๔) มีเหตตุ าม ข้อ ก (๑) หรือ (๒)
30 ค่มู ือการส่งเรือ่ งใหพ้ นักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
ค. กรณขี อใหศ้ าลสงั่ ใหน้ ายทะเบยี น หรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ทรี่ ะงบั ,
แก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิกถอน ทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาท หรือทรัพย์สินของจำเลย หรือการ
กระทำทีถ่ กู ฟ้องร้อง พยานหลกั ฐานที่จำเปน็ ได้แก
่
(๑) พยานหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ จำเลยจะดำเนนิ การทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั
ทะเบยี นทรพั ยส์ นิ ทพี่ พิ าท หรอื ของจำเลย หรอื การกระทำทถี่ กู ฟอ้ งรอ้ ง ซงึ่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หาย
แกโ่ จทก์ เชน่ จำเลยจะไปดำเนนิ การทำนติ กิ รรมใดทางทะเบยี นโดยจดทะเบยี น หรอื เพกิ ถอนการโอน
กรรมสิทธิ์ในทีด่ ินพิพาทเมื่อใด วันใด เปน็ ต้น หรือ
(๒) มีเหตตุ าม ข้อ ก (๒)
ง. กรณีขอให้ศาลส่ังจับกุมหรือกักขังจำเลยไว้ชั่วคราว
พยานหลกั ฐานทจี่ ำเปน็ ไดแ้ ก่ พยานหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ จำเลยมเี จตนาทจี่ ะประวงิ หรอื ขดั ขวางตอ่ การ
พจิ ารณาคดหี รอื ตามคำบงั คบั ใด ๆ ซงึ่ อาจจะออกบงั คบั เอาแกจ่ ำเลย หรอื เพอื่ จะทำใหโ้ จทกเ์ สยี เปรยี บ
เชน่
- จำเลยซ่อนตวั ไม่รบั หมายเรียกหรือคำส่งั ของศาล
- จำเลยไดย้ กั ยา้ ยไปใหพ้ น้ อำนาจศาล หรอื ซกุ ซอ่ น จำหนา่ ย
ทำลาย ซึ่งเอกสารทีใ่ ช้ยนั จำเลยในคดี หรือทรพั ยส์ ินที่พิพาท หรือทรัพย์สินของจำเลย
- จำเลยมีพฤติการณท์ ี่จะหลีกหนีไปให้พ้นอำนาจศาล
จ. กรณีวิธีการคุ้มครองโจทกใ์ นเหตุฉุกเฉิน (ป.วิ.พ.มาตรา ๒๖๖)
ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จำเป็นกรณีมีเหตฉุ กุ เฉิน ได้แก่
- เหตกุ ารณท์ ีเ่ กิดข้นึ โดยปจั จบุ นั ทนั ดว่ นต้องใหร้ ีบมกี ารแก้ไข
หากปล่อยให้เนิน่ ช้าความเสียหายจะเกิดแก่โจทก์
- คำขอคุ้มครองชั่วคราวต้องมีเหตุผลสมควรอันแท้จริงใน
การขอคุ้มครองชั่วคราวอีกด้วย ซึ่งพยานหลกั ฐานดังกล่าวเป็นไปตาม ข้อ ก – ง แล้วแตก่ รณี
ต้องจัดเตรียมพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล พยานเอกสารที่
จำเปน็ ดงั กลา่ วขา้ งตน้ ใหพ้ รอ้ มทจี่ ะไตส่ วนทนั ทภี ายหลงั จากยนื่ คำรอ้ งขอคมุ้ ครองชว่ั คราวกรณฉี กุ เฉนิ
๘.๒.๓ กรณีแก้ต่างข้อต่อสู้ของหน่วยงานตัวความที่อยู่ในฐานะเป็นจำเลย
เมื่อถูกบังคับใช้วิธีการคุ้มครองชั่วคราวและมีความประสงค์ขอให้ศาลเพิกถอนวิธีการช่ัวคราวที่ศาล
กำหนด ตอ้ งมขี อ้ เทจ็ จรงิ และพยานหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ คำฟอ้ งของโจทกน์ น้ั ไมม่ มี ลู ซงึ่ พยานหลกั ฐานจะ
คู่มือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
31
ขน้ึ อยกู่ บั เรอื่ งทฟี่ อ้ งวา่ เกยี่ วกบั เรอื่ งอะไร เชน่ ไมไ่ ดผ้ ดิ สญั ญา ไมไ่ ดก้ ระทำละเมดิ มสี ทิ ธอิ ยใู่ นทพี่ พิ าท
การกระทำตามคำฟ้องไม่เป็นความจริง โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องร้อง เป็นต้น สำหรับพยานหลักฐานที่
พจิ ารณาวา่ คำขอของโจทกม์ เี หตเุ พยี งพอหรอื ไมท่ จี่ ะนำวธิ คี มุ้ ครองชวั่ คราวมาใชก้ ข็ น้ึ อยกู่ บั พฤตกิ ารณ์
ทโี่ จทกอ์ า้ งมาในคำขอหรอื พฤตกิ ารณท์ โี่ จทกข์ อคมุ้ ครองชวั่ คราวมกี ารเปลยี่ นแปลงไป ซงึ่ อาจแยกเปน็
แตล่ ะกรณี ดงั นี้
ก. กรณีโจทก์ขอให้ศาลส่ังยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พิพาทหรือ
ของจำเลยไว้ชั่วคราวพยานหลักฐานทีจ่ ำเปน็ ทีใ่ ช้ตอ่ สู้ ได้แก่
(๑) พยานหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ จำเลยไมไ่ ดย้ กั ยา้ ยทรพั ยส์ นิ ทพี่ พิ าท
หรือของตนให้พ้นจากอำนาจศาล หรือจะโอน ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อประวิงหรือ
ขดั ขวางตอ่ การบงั คบั ตามคำบงั คบั ใด ๆ ซงึ่ จะออกบงั คบั เอาแกจ่ ำเลย หรอื เพอื่ จะทำใหโ้ จทกเ์ สยี เปรยี บ
(๒) พยานหลกั ฐานอืน่ ทแี่ สดงวา่ ตามเหตจุ ำเปน็ ตามคำขอของ
โจทก์ ไม่เป็นความจริง หรือข้อเท็จจริงที่ว่าหากศาลมีคำส่ังตามคำขอของโจทก์แล้วจะทำให้เกิด
ความเสียหายแก่จำเลย
ข. กรณโี จทกข์ อใหศ้ าลสงั่ หา้ มมใิ หจ้ ำเลยกระทำซำ้ หรอื กระทำตอ่ ไป
พยานหลกั ฐานทีจ่ ำเป็นทีใ่ ช้ตอ่ สู้ ได้แก
่
(๑) พยานหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยไม่ได้กระทำละเมิด ไม่ได้
กระทำผิดสัญญา หรือไมไ่ ด้กระทำตามทีถ่ กู ฟ้องร้อง
(๒) พยานหลักฐานที่แสดงว่าโจทก์ไม่ได้รับความเดือดร้อน
เสียหายจากการกระทำของจำเลย
(๓) พยานหลักฐานที่แสดงว่าไม่มีพฤติการณ์ที่ทำให้ทรัพย์ที่
พิพาทหรือทรัพยส์ ินของจำเลยน้ันเปลืองไปเปล่าหรือบุบสลายหรือโอนไปยงั ผู้อืน่ หรือ
(๔) ไม่มีพฤติการณ์ตามเหตุ ข้อ ก (๑) หรือ (๒)
ค. กรณโี จทกข์ อใหศ้ าลสง่ั ใหน้ ายทะเบยี น หรอื พนกั งานเจา้ หนา้ ที่
ระงับ แก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิกถอนทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาท หรือของจำเลย หรือการ
กระทำที่ถกู ฟ้องร้อง พยานหลกั ฐานที่จำเปน็ ทีใ่ ช้ต่อสู้ ได้แก
่
(๑) พยานหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ จำเลยไมไ่ ดด้ ำเนนิ การทเี่ กยี่ วขอ้ ง
กบั ทะเบียนทรัพยส์ ินทีพ่ ิพาท หรือของจำเลย หรือการกระทำที่ถกู ฟ้องร้อง หรือในกรณีมีเหตุจำเปน็
ทีจ่ ำเลยต้องดำเนินการดังกล่าว หรือ
32 คู่มือการส่งเรือ่ งใหพ้ นักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
(๒) มีเหตุตาม ข้อ ก (๒)
(๓) กรณที มี่ กี ารเปลยี่ นแปลงทางทะเบยี น โดยทรพั ยส์ นิ ทพี่ พิ าท
หรือของจำเลยได้โอนไปเปน็ ของบคุ คลภายนอกแล้ว โจทกย์ ังขอคุ้มครองชัว่ คราวในกรณีนี้อีก จำเปน็
ต้องมีพยานหลักฐานที่แสดงว่าหากศาลมีคำส่ังตามคำขอของโจทก์แล้วจะทำให้เกิดความเสียหายแก่
จำเลย หรือบคุ คลภายนอกทีส่ จุ ริต และเสียคา่ ตอบแทน
ง. กรณีโจทก์ขอให้ศาลสั่งจับกุมหรือกักขังจำเลยไว้ชั่วคราว
พยานหลักฐานที่จำเป็นที่ใช้ตอ่ สู้ ได้แก
่
พยานหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะประวิงหรือ
ขัดขวางต่อการพิจารณาคดี หรือตามคำบังคับใด ๆ ซึ่งอาจจะออกบังคับเอาแก่จำเลย หรือเพื่อจะ
ทำให้โจทก์เสียเปรียบ เชน่
- จำเลยไม่มีพฤติการณ์ในการซ่อนตัวไม่รับหมายเรียกหรือ
คำสง่ั ของศาล
- จำเลยไม่ได้มีพฤติการณ์ในการยักย้ายไปให้พ้นอำนาจศาล
หรือซุกซ่อน จำหน่าย ทำลายเอกสารที่ใช้ยันจำเลยในคดี หรือทรัพย์สินที่พิพาท หรือทรัพย์สินของ
จำเลย
- จำเลยไมม่ ีพฤติการณ์ทีจ่ ะหลีกหนีไปให้พ้นอำนาจศาล
จ. กรณีขอให้ศาลยกเลิกวิธีการคุ้มครองช่ัวคราวที่ศาลกำหนด
ตามคำขอของโจทกใ์ นเหตฉุ กุ เฉิน
การยื่นคำขอยกเลิกวิธีการคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉิน
หน่วยงานตัวความต้องขอยกเลิกโดยพลัน ไม่ทิ้งระยะเวลาไว้เนิ่นนานจนไม่สมเหตุสมผล โดย
ข้อเทจ็ จริงและพยานหลักฐานที่จำเป็น ได้แก
่
- ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามทโี่ จทกอ์ า้ งวา่ เปน็ เหตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ จงึ ตอ้ งขอ
คุ้มครองชว่ั คราวไมเ่ ปน็ ความจริง หรือเป็นเหตกุ ารณท์ ีไ่ มจ่ ำเปน็ ต้องให้รีบมีการแก้ไข หากปลอ่ ยไว้
โจทก์กไ็ ม่ได้รบั ความเสียหาย
- คำขอคมุ้ ครองชวั่ คราวของโจทกไ์ มม่ เี หตอุ นั สมควรอนั แทจ้ รงิ
ในการขอคุ้มครองชว่ั คราว ซึง่ พยานหลกั ฐานดงั กลา่ วเปน็ ไปตามข้อ ก. – ง. แล้วแต่กรณี
คู่มือการส่งเรื่องใหพ้ นักงานอยั การดำเนินคดีแพง่
33
ต้องจัดเตรียมพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นพยานบุคคล พยานเอกสารที่
จำเป็นดังกล่าวข้างต้นให้พร้อมที่จะไต่สวนทันทีภายหลังจากยื่นคำขอยกเลิกวิธีการคุ้มครองช่ัวคราว
กรณีฉุกเฉิน
๘.๓ กรณีวิธีการคุ้มครองคู่ความ (โจทก์หรือจำเลยเป็นผู้ขอ) (ป.วิ.พ.
มาตรา ๒๖๔) ได้แก่
ก. รอ้ งขอใหน้ ำทรพั ยส์ นิ หรอื เงนิ ทพี่ พิ าทวางตอ่ ศาล หรอื บคุ คลภายนอก
ข. ร้องขอให้ต้ังผู้จดั การหรือผู้รกั ษาทรพั ยส์ ิน
ค. การร้องขัดทรัพย์ ขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ไว้ก่อน (ฎ.๒๒๒/
๒๕๑๓)
สำหรับพยานหลักฐานที่จำเป็น เช่น กรณีเป็นโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์สินคืน
จากจำเลยต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงว่า ขณะจำเลยครอบครองทรัพย์สิน
ที่พิพาทจำเลยดูแลรักษาทรัพย์สินไม่ดี ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ขอให้ศาลสั่งตั้งผู้จัดการหรือ
ผู้รกั ษาทรัพย์สินได้ เป็นต้น
๙. กรณีลกู หนีถ้ ึงแกค่ วามตาย
๙.๑ ในกรณีที่ลูกหนี้ซึง่ เป็นบคุ คลธรรมดาตายก่อนฟ้อง
หนว่ ยงานตวั ความตอ้ งสบื หาทายาทผมู้ สี ทิ ธริ บั มรดกของลกู หนผ้ี ตู้ ายทง้ั หมด
เพอื่ ทจี่ ะฟอ้ งทายาทเปน็ จำเลยในฐานะทายาทผมู้ สี ทิ ธริ บั มรดกของลกู หนผ้ี ตู้ าย ตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๐ มาตรา ๑๖๐๑ และต้องฟ้องทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกภายใน ๑ ปี
นับแต่ลูกหนี้ตาย หรือควรได้รู้ถึงความตายของลูกหนี้ แต่สิทธิเรียกร้องดังกล่าวนั้นมิให้ฟ้องเมื่อพ้น
กำหนด ๑๐ ปีนับแต่ลูกหนี้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม
ดงั น้ัน เมือ่ พบว่าลูกหนี้ตาย หนว่ ยงานของรฐั จะต้องรวบรวมเอกสารสง่ ให้พนักงานอยั การ ดังนี้
๙.๑.๑ แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรของลกู หนี้ผู้ตาย
๙.๑.๒ ใบมรณบตั รของลูกหนี้ผู้ตาย
๙.๑.๓ แบบรบั รองรายการทะเบยี นราษฎร หรอื สตู บิ ตั ร ของทายาทผมู้ สี ทิ ธริ บั
มรดกของลูกหนี้ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙ เช่น ภรรยาหรือสามี
บิดามารดา และบุตรทกุ คน ของลกู หนี้ผู้ตาย เปน็ ต้น
34 คมู่ ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
๙.๑.๔ ใบสำคญั การสมรสของลูกหนี้ผู้ตาย (ถ้ามี)
๙.๑.๕ ในกรณีที่ลูกหนี้ผู้ตายมีผู้จัดการมรดก ให้คัดสำเนาคำสั่งศาล
ตั้งผู้จดั การมรดกของลกู หนี้ผู้ตาย
๙.๑.๖ แบบรบั รองรายการทะเบยี นราษฎรของผจู้ ดั การมรดกของลกู หนผ้ี ตู้ าย
๙.๑.๗ ผลการสืบหาทรพั ยม์ รดกของลูกหนี้ผู้ตาย
๙.๑.๘ หากพบทรพั ยม์ รดกของลกู หนผ้ี ตู้ ายโอนกรรมสทิ ธไิ์ ปยงั ทายาทคนใด
หรือบุคคลภายนอก ภายหลังจากลูกหนี้ตาย ให้คัดสำเนาหลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น สำเนา
โฉนดที่ดิน บันทึกถ้อยคำของผู้โอนและผู้รับโอน นิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ จากสำนักงานที่ดิน
หรือสำเนาทะเบียนรถยนต์ หรือสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของลกู หนี้ผู้ตาย เปน็ ต้น
๙.๒ ในกรณลี กู หนซ้ี งึ่ เปน็ บคุ คลธรรมดาถงึ แกค่ วามตายหลงั จากหนว่ ยงานตวั ความ
ได้ยืน่ ฟ้องคดีต่อศาลแล้วและคดีอย่รู ะหว่างการพิจารณาของศาล
หนว่ ยงานตวั ความจะตอ้ งสบื หาทอี่ ยขู่ องทายาทของลกู หนผ้ี ตู้ ายเชน่ เดยี วกนั
กบั กรณลี กู หนต้ี ายกอ่ นฟอ้ ง เพอื่ จะไดย้ นื่ คำรอ้ งขอใหศ้ าลเรยี กทายาทผมู้ สี ทิ ธริ บั มรดกของผตู้ ายเขา้ มา
เปน็ คคู่ วามแทนทผี่ ตู้ าย ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง่ มาตรา ๔๒ ภายในกำหนด ๑ ปี
นับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นตายซึ่งหน่วยงานตัวความจะต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานส่งให้พนักงาน
อัยการเช่นเดียวกับกรณีลูกหนี้ตายก่อนฟ้อง
๙.๓ ในกรณลี กู หนซ้ี งึ่ เปน็ บคุ คลธรรมดาถงึ แกค่ วามตายระหวา่ งอยใู่ นชน้ั บงั คบั คด
ี
กรณีลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตายระหว่างอยู่ในชั้นบังคับคดี
ทายาทลกู หนม้ี หี นา้ ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั ติ ามคำพพิ ากษาตอ่ ไป ศาลออกคำบงั คบั แกผ่ จู้ ดั การมรดกไดโ้ ดยไมต่ อ้ ง
เรยี กใหผ้ จู้ ดั การมรดกเขา้ เปน็ คคู่ วามแทนทกี่ อ่ น หนว่ ยงานตวั ความจงึ ต้องสืบหาทอี่ ยขู่ องทายาทของ
ลูกหนี้ผู้ตายพร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานส่งให้พนักงานอัยการเช่นเดียวกันกับกรณีลูกหนี้ตาย
ก่อนฟ้อง เพื่อจะได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกคำบังคับแก่ทายาทเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาเอา
จากกองมรดกของลกู หนี้ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง่ มาตรา ๒๗๑ ภายใน
กำหนด ๑๐ ปี (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๕/๒๕๑๒ และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๕๓๒/๒๕๒๓)
คู่มือการสง่ เรื่องใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
35
๑๐. การคดั คา้ นคำรอ้ งขอดำเนนิ คดโี ดยขอยกเวน้ คา่ ธรรมเนยี ม (การขอดำเนนิ คดี
อยา่ งคนอนาถาเดิม)
๑๐.๑ เอกสารผลการตรวจสอบทรัพย์สินของโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ว่าตรวจพบ
วา่ โจทกม์ ีทรัพย์สินหรือไม่
๑๐.๒ ผลการตรวจสอบการประกอบการงานของโจทก์ เช่น โจทก์ประกอบ
กจิ การ สภาพกจิ การของโจทกม์ สี ภาพอยา่ งไร หรอื โจทกท์ ำงานทใี่ ด ตำแหนง่ ใด มรี ายไดห้ รอื เงนิ เดอื น
เท่าใด
๑๐.๓ ภาพถ่ายบ้านพกั ทีอ่ ยู่อาศยั ของโจทก์ สถานประกอบกิจการงานของ
โจทก
์
๑๐.๔ ตรวจสอบญาตใิ กลช้ ดิ เชน่ บตุ ร วา่ มอี าชพี ใด มฐี านะทางการเงนิ อยา่ งไร
เพราะโจทกอ์ าจมบี ตุ รทปี่ ระกอบธรุ กจิ ทมี่ ฐี านะเพยี งพอทโี่ จทกจ์ ะหยบิ ยมื เงนิ มาชำระคา่ ธรรมเนยี มได
้
36 ค่มู ือการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
บทที่ ๖
การไกล่เกลีย่ และประนีประนอมยอมความ
ก่อนส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจดำเนินคดี หน่วยงานตัวความควร
พิจารณาว่า ข้อพิพาทสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทตามหลักเกณฑ์และวิธีการของ
หน่วยงานตัวความได้หรือไม่ หากสามารถทำได้ควรเจรจาไกล่เกลี่ยและพิจารณาทำสัญญา
ประนีประนอมยอมความเพื่อให้ข้อพิพาทยุติไปโดยเรว็
กรณีที่ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล
หากหน่วยงานตัวความสามารถประนีประนอมยอมความกับคู่กรณีและไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล
ให้แจ้งให้พนักงานอยั การทราบทันที
กรณีหน่วยงานตัวความส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจดำเนินคดีและ
พนกั งานอยั การไดด้ ำเนนิ การยนื่ คำฟอ้ งหรอื ยืน่ คำใหก้ ารแลว้ หากหนว่ ยงานตวั ความมคี วามประสงค์
จะทำการไกลเ่ กลี่ยและประนีประนอมยอมความ ก็สามารถทำได้โดยมีหลักเกณฑ์ดังตอ่ ไปนี้
๑. ขนั้ ตอนการทำการไกลเ่ กลีย่ และประนีประนอมยอมความ
๑.๑ ก่อนวันนัดของศาล คู่ความสามารถแจ้งความประสงค์ขอนำคดีเข้าสู่
กระบวนการไกล่เกลีย่ ได้โดยตรงทีศ่ ูนยไ์ กล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทของศาลที่มีเขตอำนาจ
๑.๒ ระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณา คู่ความอาจแถลงต่อศาลให้ส่งคดี
เข้าศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของศาลทีม่ ีเขตอำนาจ
๑.๓ เมื่อหน่วยงานตัวความได้รับแจ้งวันนัดไกล่เกลี่ย ให้หน่วยงานตัวความส่ง
ผู้มีอำนาจพร้อมหนังสือมอบอำนาจไปศาลเพือ่ เข้ารว่ มเจรจาไกลเ่ กลีย่ ตามวนั เวลาที่นดั หมายทกุ นดั
๑.๔ ในการไกลเ่ กลยี่ หากคคู่ วามสามารถตกลงกนั ไดใ้ หท้ ำสญั ญาประนปี ระนอม-
ยอมความ หรือถอนฟ้อง
๑.๕ หลักเกณฑใ์ นการประนีประนอมยอมความ
คดีแก้ต่าง (กรณีถูกฟ้องเป็นจำเลย) ยกเว้นคดีเรียกเงินค่าทดแทน
(พ.ร.บ.เวนคืนฯ) ถ้าเห็นว่าคดีเสียเปรียบ (มีข้อสันนิษฐานกฎหมายว่าส่วนราชการเป็นฝ่ายผิด
ฟังข้อเทจ็ จริงแล้วส่วนราชการเป็นฝ่ายผิด แต่โต้แย้งกนั ในเรื่องค่าเสียหาย)
คมู่ ือการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
37
คดีว่าต่าง (กรณีเป็นโจทก์ฟ้อง) คู่ความอีกฝ่ายขอลดหนี้ลงบางส่วน หรือ
ขอผอ่ นผนั การชำระหนี้ ซึ่งพนกั งานอยั การผู้วา่ คดีเหน็ วา่ มีเหตุอันสมควร
เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ให้หน่วยงานตัวความพิจารณา
ข้อเสนอประนีประนอมยอมความ หากหนว่ ยงานตัวความตกลงประนีประนอมยอมความให้มีหนงั สือ
แจ้งเงื่อนไขไปให้พนกั งานอัยการทราบ พนักงานอัยการผู้ว่าคดี ดำเนินการได้เปน็ ๒ แนวทาง คือ
(๑) พนักงานอัยการผู้ว่าคดีตกลงประนีประนอมยอมความตามเงื่อนไขที่
ได้รบั แจ้งน้ัน
(๒) ใหห้ นว่ ยงานตวั ความแตง่ ตง้ั ตวั แทนมาแถลงตอ่ ศาลในวนั ประนปี ระนอม-
ยอมความกไ็ ด้ ในกรณนี ใ้ี หต้ วั แทนของหนว่ ยงานตวั ความลงชอื่ ในสญั ญาประนปี ระนอมยอมความดว้ ย
ขอ้ ทีส่ ่วนราชการตอ้ งปฏิบตั ิ
กรณีเป็นส่วนราชการ ในการประนีประนอมยอมความให้ปฏิบัติตาม
หนังสือเวียนของกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๔๐๖.๒/ว.๖๔ ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๘ ดงั นี้
(๑) คดแี พง่ ทมี่ ที นุ ทรพั ยไ์ มเ่ กนิ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไมว่ า่ สว่ นราชการจะเปน็
โจทกห์ รอื จำเลยหากสว่ นราชการเจา้ ของคดแี ละพนกั งานอยั การผดู้ ำเนนิ คดมี คี วามเหน็ สอดคลอ้ งเปน็
ประการใด ให้พิจารณาดำเนินการตามความเห็นดังกล่าวได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ
เป็นสำคัญ และไม่ต้องส่งเรือ่ งให้กระทรวงการคลงั พิจารณา
(๒) คดีตามข้อ (๑) หากส่วนราชการเจ้าของคดีและพนักงานอัยการ
ผู้ดำเนินคดีมีความเห็นไมต่ รงกนั ให้ส่งเรือ่ งให้กระทรวงการคลังเพือ่ พิจารณา
(๓) คดแี พง่ ทมี่ ที นุ ทรพั ยเ์ กนิ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใหส้ ว่ นราชการเจา้ ของคดี
สง่ เรื่องให้กระทรวงการคลงั เพื่อพิจารณา
กรณีเป็นหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการของแตล่ ะหน่วยงานที่กำหนดไว้
๒. ขอ้ สังเกตในการทำสญั ญาประนีประนอมยอมความ
๒.๑ การทำสัญญาประนีประนอมยอมความต้องเป็นไปตามหลัก ในเรื่องของ
สญั ญา ดังทีบ่ ญั ญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กลา่ วคือ
ต้องมีคู่สญั ญา ๒ ฝ่าย
38 คมู่ ือการสง่ เรื่องใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
วัตถุประสงค์ของสัญญาต้องชอบด้วยกฎหมาย มิฉะนั้นตกเป็นโมฆะ ตาม
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐
คู่สัญญาต้องมีความสามารถในการทำสัญญา เช่น กรณีเป็นผู้เยาว์ ตาม
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๕๗๔ บญั ญตั ไิ วว้ า่ “นติ กิ รรมใดอนั เกยี่ วกบั ทรพั ยส์ นิ ของ
ผู้เยาว์ดังต่อไปนี้ผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต … (๑๒) ประนีประนอม-
ยอมความ” หรอื กรณคี นเสมอื นไรค้ วามสามารถ ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๓๔
บัญญัติไว้ว่า “คนเสมือนไร้ความสามารถนั้น ต้องได้รับความยินยอมของผู้พิทักษ์ก่อนแล้วจึงจะ
ทำการอยา่ งหนึง่ อย่างใดดงั ตอ่ ไปนี้ได้ … (๑๑) ประนีประนอมยอมความ...”
การประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
ระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่ หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ หากเป็นกรณีที่คู่สัญญาแต่ฝ่ายเดียวยอมผ่อนผัน
ให้คสู่ ัญญาอีกฝา่ ย ไม่ใชส่ ญั ญาประนีประนอมยอมความ ซึง่ อาจจะมีผลเป็นสญั ญาชนิดอื่นได้
การทำสญั ญานน้ั กฎหมายบญั ญตั ใิ หก้ ารทำสญั ญาประนปี ระนอมยอมความ
จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับกันได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๘๕๑ ซงึ่ บญั ญตั วิ า่ “อนั สญั ญาประนปี ระนอมยอมความนน้ั ถา้ มไิ ดม้ หี ลกั ฐานอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่
ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้
บังคบั คดีหาได้ไม”่
สญั ญาประนปี ระนอมยอมความตอ้ งใหค้ คู่ วามฝา่ ยตรงขา้ มลงนามในสญั ญา
ประนีประนอมยอมความ หรือตัวแทนลงนาม กรณีบริษัท ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม โดยตรวจดู
หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลจากกรมพฒั นาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ด้วย
การทำสญั ญาประนปี ระนอมยอมความทที่ ำนอกศาล ในระหวา่ งพจิ ารณาคดี
หน่วยงานตัวความต้องแจ้งผลการประนีประนอมหรือข้อตกลงนั้นให้พนักงานอัยการทราบโดยเร็ว
เพือ่ จะได้ดำเนินการและแถลงตอ่ ศาลตอ่ ไป
๒.๒ ข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความ
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำในศาลนั้น คู่ความทั้งสองฝ่ายต้อง
ลงนามในสญั ญาตอ่ หนา้ ผพู้ พิ ากษา ดงั นน้ั สญั ญาประนปี ระนอมยอมความจงึ ควรยกรา่ งและตรวจสอบ
ข้อตกลงให้ดีเสียก่อนนำไปยื่นต่อศาล สัญญาประนีประนอมยอมความหน่วยงานตัวความอาจเป็น
ผยู้ กรา่ งเองตามทตี่ กลงกบั คกู่ รณแี ลว้ สง่ พนกั งานอยั การ เพอื่ ทพี่ นกั งานอยั การจะไดต้ รวจสอบเนอ้ื หา
ของข้อตกลงว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย และหน่วยงานตัวความไม่เสียเปรียบ หากพนักงานอัยการเป็น
คูม่ ือการสง่ เรือ่ งใหพ้ นักงานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
39
ผู้ร่างสัญญาประนีประนอมยอมความจะส่งให้หน่วยงานตัวความตรวจสอบว่าเป็นไปตาม
ที่ตกลงกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม บางครั้งคู่ความสามารถตกลงกันได้ในศาลและศาลให้ทำสัญญา
ประนีประนอมยอมความในนัดพิจารณาวันนั้น จึงไม่มีเวลาที่จะดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว
ผู้แทนของหน่วยงานที่ไปศาลในวันดังกล่าวจึงต้องตรวจสอบสัญญาประนีประนอมยอมความ
ด้วยความรอบคอบ
เนื้อหาหรือข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น นอกจาก
ขอ้ ตกลงในสาระสำคญั ทเี่ กยี่ วกบั หนแ้ี ลว้ กรณเี ปน็ โจทกค์ วรมขี อ้ ตกลงดว้ ยวา่ หากผดิ นดั งวดใดงวดหนงึ่
หรือผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าผิดนัดท้ังหมด และให้บงั คับคดีได้ทนั ที
นอกจากมีข้อตกลงให้บังคับคดีได้ทันทีแล้ว หากประสงค์จะเรียกดอกเบี้ย
ต้องมีข้อตกลงในเรื่องดอกเบี้ยว่าเมื่อผิดนัดจะให้กลับไปคิดดอกเบี้ยในอัตราอย่างไร หรือมี
ข้อตกลงว่าเมื่อผิดสัญญาแล้วจะต้องปฏิบัติอย่างไร รวมทั้งมีข้อตกลงเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมและ
ค่าทนายความไว้ด้วย
๒.๓ การตรวจสอบความถกู ตอ้ งของสญั ญาประนปี ระนอมยอมความ เชน่ ชอื่ บคุ คล
จำนวนเงิน เงื่อนไขข้อตกลง และผู้มีอำนาจในการลงนามในสัญญาประนีประนอมยอมความ เช่น
กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นผู้แทนที่มีอำนาจของนิติบุคคลนั้น กรณีมอบอำนาจต้องมีหนังสือ
มอบอำนาจพร้อมเอกสาร ที่ครบถ้วนถกู ต้องตามกฎหมาย
๒.๔ การไกล่เกลี่ยและประนีประนอมยอมความสามารถทำได้ทุกชั้นศาล
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐ ที่บัญญัติไว้ว่า “ไม่ว่าการพิจารณาคดี
จะได้ดำเนินไปแล้วเพียงใด ให้ศาลมีอำนาจที่จะไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกัน หรือประนีประนอม
ยอมความกัน ในข้อพิพาทน้ัน”
๒.๕ ในการไกล่เกลีย่ เมื่อศาลเหน็ สมควรหรือเมือ่ คคู่ วามฝา่ ยใดฝ่ายหนึง่ ร้องขอ
ศาลจะส่ังให้ดำเนินการเป็นการลับเฉพาะต่อหน้าคู่ความทุกฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยจะให้มี
ทนายความอยู่ด้วยหรือไม่กไ็ ด้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง่ มาตรา ๒๐ ทวิ
๒.๖ เมื่อคดีได้เสรจ็ เด็ดขาดลงโดยสญั ญาหรือการประนีประนอมยอมความหรือ
การพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ศาลมีอำนาจที่จะส่ังคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด หรือ
บางส่วนแก่คู่ความซึ่งได้เสียไว้ได้ตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา ๑๕๑ วรรคสอง ดังนั้น กรณีที่มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันได้
พนักงานอัยการจะยื่นคำร้องขอคืนค่าขึ้นศาลเปน็ กรณีพิเศษด้วย
40 คู่มือการสง่ เรื่องให้พนกั งานอยั การดำเนินคดีแพง่
๒.๗ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานตัวความในการตรวจสอบและติดตามทวงถาม
ให้ค่สู ญั ญาปฏิบตั ิตามสญั ญาประนีประนอมยอมความทีไ่ ด้ตกลงกนั ไว้
๒.๘ เมื่อศาลพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว
คำพิพากษาดังกล่าวเป็นที่สุด เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา ๑๓๘
๒.๙ ในกรณีที่หน่วยงานตัวความเป็นโจทก์ และจำเลยไม่ปฏิบตั ิตามคำพิพากษา
ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้มีหนังสือแจ้งให้พนักงานอัยการเพื่อขอให้ศาลออก
หมายบังคับคดี
คู่มือการส่งเรื่องใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
41
บทที่ ๗
ปัญหาทีเ่ กิดขึน้ ในทางปฏิบตั ิ
๑. นิติบคุ คลทีม่ ิใช่หน่วยงานของรฐั ได้แก่กรณีใดบา้ ง
นิติบุคคลใดจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่ ให้ดูกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานนั้น ๆ ว่า
กำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่ นิติบุคคลบางแห่งกฎหมายกำหนดให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
เช่น วัด เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ สหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ ที่ได
้
จดทะเบยี นตอ่ นายทะเบยี นสหกรณแ์ ลว้ มฐี านะเปน็ นติ บิ คุ คลตามพระราชบญั ญตั สิ หกรณ์ พ.ศ.๒๕๔๒
หรือบริษัทจำกัดที่เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่นิติบุคคลดังกล่าวมิได้
เปน็ หนว่ ยงานของรฐั เนือ่ งจากกฎหมายมิได้กำหนดไว้
๒. สำนักงานคดีแพ่งถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีในการส่งเรื่องก่อนครบกำหนด
อายุความเพียงใด
การส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีแพ่งนั้น หน่วยงานตัวความควรถือปฏิบัติ
ตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัดเพื่อให้พนักงานอัยการมีเวลาอย่างเพียงพอในการตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงและศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียดครบถ้วนซึ่งจะเป็นผลดีกับการดำเนินคดี การสง่ เรื่อง
ให้พนักงานอัยการในระยะเวลากระชั้นชิดกับที่จะขาดอายุความ ทำให้พนักงานอัยการต้องเร่งรีบ
พิจารณาและรีบฟ้องไปให้ทันโดยไม่มีโอกาสจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียด
ครบถ้วนซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ อยา่ งไรก็ตามในทางปฏิบัติเมือ่ หนว่ ยงานตวั ความไม่ปฏิบตั ิ
ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยไม่ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการก่อนขาดอายุความ ๓ เดือน
หรือส่งในระยะกระชั้นชิดใกล้จะขาดอายุความ สำนักงานอัยการที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีแพ่ง
แต่ละสำนักงานอาจมีนโยบายในการรับเรื่องที่ไม่เหมือนกัน โดยบางสำนักงานอาจถือเคร่งครัดและ
ไม่รับเรื่องไว้ดำเนินการ ในส่วนของสำนักงานคดีแพ่งนั้นได้ขอความร่วมมือจากพนักงานอัยการ
ผู้ปฏิบัติงานให้พยายามผ่อนปรนและรับเรื่องไว้ดำเนินการ แต่ถ้าหน่วยงานตัวความแห่งใดส่งเรื่อง
ล่าช้าเป็นปกติวิสัย และไม่ถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี สำนักงานคดีแพ่งอาจต้องใช้มาตรการ
เคร่งครัดสำหรับหนว่ ยงานตัวความดังกลา่ ว
๓. การคำนวณทนุ ทรพั ยก์ รณเี ปน็ เงนิ ตราตา่ งประเทศใชอ้ ตั ราซอื้ หรอื อตั ราขาย
การคำนวณทุนทรัพย์ในการยื่นฟ้องกรณีเป็นเงินตราต่างประเทศ ให้ใช้อัตรา
แลกเปลีย่ นตามประกาศของธนาคารแหง่ ประเทศไทยในวันที่ยืน่ ฟ้อง โดยใช้ราคาขาย
42 คมู่ ือการส่งเรือ่ งใหพ้ นักงานอัยการดำเนินคดีแพ่ง
๔. หนว่ ยงานทีถ่ กู ฟอ้ งซึง่ ไม่มีฐานะเปน็ นิติบคุ คลได้แก่กรณีใดบา้ ง
หนว่ ยงานทดี่ ำเนนิ ธรุ กจิ ตา่ ง ๆ หรอื เกยี่ วขอ้ งกบั การใหบ้ รกิ ารประชาชนซงึ่ อาจถกู ฟอ้ ง
และไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เช่น โรงงานยาสูบ องค์การค้าของ สกสค. สำนักงานเขตต่าง ๆ ของ
กรุงเทพมหานคร สำนักงานมาตรฐานทะเบียนและภาษีรถ โรงพยาบาลของรัฐ (ซึ่งการส่งเรื่อง
ของหนว่ ยงานประเภทนี้ให้ดบู ทที่ ๒ หวั ข้อ ๔.๕ กรณีหนว่ ยงานที่ถกู ฟ้องไมม่ ีฐานะเปน็ นิติบคุ คล)
๕. กรณีจำนวนหนี้ที่ประสงค์จะฟ้องมีจำนวนน้อยมากควรจะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ
ดำเนินคดีหรือไม่ เช่น จำนวนหนี้ ๑,๐๐๐ บาท
ในกรณีทีจ่ ำนวนหนี้ทีห่ นว่ ยงานตัวความประสงค์จะเรียกร้องมีจำนวนน้อยมาก โดย
เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแล้ว ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีมากกว่าจำนวนหนี้
หน่วยงานตัวความควรพิจารณาถึงความคุ้มค่าของการดำเนินคดีด้วย หากดำเนินคดีแล้วไม่ก่อเกิด
ประโยชน์ ก็ควรยุติการดำเนินคดี ไม่ควรส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการ (ดูมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๙ เอกสารผนวก ๒)
๖. กรณที ขี่ ณะสง่ เรอื่ ง ทนุ ทรพั ยท์ ปี่ ระสงคจ์ ะฟอ้ งมจี ำนวนไมถ่ งึ ๓๐๐,๐๐๐ บาท หลงั จาก
สง่ เรอื่ งใหพ้ นกั งานอยั การแลว้ ทนุ ทรพั ยม์ จี ำนวนเพมิ่ ขนึ้ จากจำนวนดอกเบยี้ ทเี่ พมิ่ ขนึ้
หนว่ ยงานตัวความจะต้องดำเนินการอยา่ งไร
ในกรณีที่ทุนทรัพย์เพิ่มขึ้นเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงแล้ว พนักงาน
อัยการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงซึ่งรับเรื่องไว้แต่แรกจะโอนสำนวนไปยังสำนักงานอัยการที่มี
อำนาจหน้าที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวเองและแจ้งการโอนให้หน่วยงานตัวความทราบเพื่อให้ไปติดต่อ
ประสานงานกบั พนกั งานอยั การที่รบั โอนเรือ่ ง
๗. สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐของผู้ลงนามในใบแต่งทนายความจะต้อง
แนบสง่ ทกุ กรณีหรือไม
่
นอกจากส่งใบแตง่ ทนายความแล้ว จะต้องแนบสำเนาบัตรประจำตวั เจ้าหน้าทีข่ องรฐั
ของผู้ลงนามในใบแต่งทนายความด้วยทุกคร้ัง
๘. สำเนาแบบรบั รองรายการทะเบยี นราษฎรจะใชฉ้ บบั ทหี่ นว่ ยงานตวั ความสงั่ พมิ พจ์ ากฐาน
ขอ้ มูลของกรมการปกครองไดห้ รือไม
่
หนว่ ยงานตวั ความบางแหง่ มขี อ้ ตกลงกบั สำนกั ทะเบยี นกลาง กรมการปกครอง ขอใช้
ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยใช้วิธี
คูม่ ือการส่งเรือ่ งใหพ้ นกั งานอยั การดำเนินคดีแพ่ง
43
เชือ่ มโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online) หรือจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์ (E-mail) หรือวิธีอืน่ ๆ ซึง่
หน่วยงานตัวความสามารถตรวจสอบและส่ังพิมพ์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลของ
กรมการปกครองได้ แต่ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรที่หน่วยงานตัวความได้ส่ังพิมพ์ดังกล่าว
สามารถใช้ส่งพนักงานอัยการเพื่อประกอบการพิจารณาภูมิลำเนาของบุคคลที่หน่วยงานตัวความ
ประสงค์จะฟ้องในเบื้องต้นได้เท่านั้น ส่วนฉบับที่จะใช้ในการยื่นฟ้องต่อศาลจะต้องใช้ฉบับที่
นายทะเบียนรับรองสำเนาถูกต้องเทา่ นั้น
๙. เมื่อหน่วยงานตัวความได้รับแจ้งผลคดีจากพนักงานอัยการแล้ว หากประสงค์จะ
อุทธรณ์หรือฎีกา จะตอ้ งทำความเห็นในประเดน็ ต่าง ๆ โดยละเอียดหรือไม
่
กรณีที่หน่วยงานตัวความมีความเห็นแตกต่างจากความเห็นของพนักงานอัยการ
เชน่ พนกั งานอยั การมคี วามเหน็ ควรไมอ่ ทุ ธรณ์ ฎกี า แตห่ นว่ ยงานตวั ความประสงคจ์ ะอทุ ธรณห์ รอื ฎกี า
หน่วยงานตัวความจะต้องมีความเห็นในแต่ละประเด็นโดยละเอียดให้ชัดเจนทั้งข้อเท็จจริงและ
ข้อกฎหมาย หากหน่วยงานตัวความประสงค์จะได้เอกสารหลักฐานในชั้นพิจารณาของศาล
เพื่อประกอบการพิจารณา ให้ประสานกับพนักงานอัยการเพื่อขอตรวจดูเอกสาร อย่างไรก็ตาม
การจะโต้แย้งคำพิพากษาในประเด็นใดนั้นจะต้องตรวจดูด้วยว่า ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้น
อ้างนั้น ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือพยานได้เบิกความไว้แล้วหรือไม่
ดังน้ันในทางปฏิบตั ิหนว่ ยงานตวั ความควรถ่ายสำเนาเอกสารที่ส่งให้พนกั งานอัยการทั้งหมดไว้ ๑ ชดุ
และนิติกรผู้ประสานงานควรติดตามคดีโดยไปศาลกับพนักงานอัยการทุกนัดหรือประสานกับ
พนกั งานอัยการอยา่ งตอ่ เนื่อง
๑๐. ฟอ้ งนิติบุคคลตามภูมิลำเนาของสำนักงานที่เป็นสาขาได้หรือไม
่
การฟอ้ งนติ บิ คุ คล เชน่ ฟอ้ งธนาคารผคู้ ำ้ ประกนั สามารถยนื่ ฟอ้ งตอ่ ศาลซงึ่ สาขาของ
ธนาคารดงั กลา่ วตง้ั อยใู่ นเขตอำนาจศาลได้ แตต่ อ้ งเปน็ กรณที เี่ กยี่ วกบั กจิ การหรอื กจิ ธรุ ะอนั ไดก้ ระทำ
ณ สาขาน้ัน ๆ ด้วย
๑๑. การตรวจสอบสถานภาพการเป็นบุคคลล้มละลาย หน่วยงานตัวความจะต้อง
รายงานพนกั งานอัยการ ทุกครง้ั ที่ตรวจหรือไม
่
การตรวจสอบสถานภาพการเป็นบุคคลล้มละลายเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตัวความที่
ต้องตรวจสอบในฐานะเป็นเจ้าหนี้ หากสถานภาพของลูกหนี้ยังปกติ ก็ไม่ต้องแจ้งพนักงานอัยการ
ให้แจ้งเฉพาะเมื่อพบวา่ ลูกหนี้ขอฟื้นฟูกิจการ หรือ ถูกฟ้องล้มละลาย