1
การเขยี นตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย1
การทดสอบความรู้ทางกฎหมายไม่ว่าในระดับปริ ญญาทางกฎหมาย เนติบัณฑิต
ทนายความ ผูช้ ่วยผูพ้ ิพากษา อยั การผูช้ ่วย หรือสายวิชาชีพกฎหมายต่างๆ จะให้ความสาคญั ใน
วธิ ีการเขียนตอบขอ้ สอบวชิ ากฎหมายมากกวา่ วิธีอ่ืน ดงั น้นั ผถู้ ูกทดสอบจะตอ้ งเขียนตอบขอ้ สอบ
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ชดั เจน ครบประเด็นเป็ นข้นั เป็ นตอน สละสลวยโดยใชภ้ าษาทางกฎหมายจึงจะได้
คะแนนดี
การเขียนตอบข้อสอบวิชากฎหมาย ( ยงยศ เอ่ียมทอง) มีหลกั ปรัชญา “ทาอย่างไรผูถ้ ูก
ทดสอบจึงสามารถสื่อความหมาย หรือถ่ายทอดความรู้ออกมาเป็ นภาษาเขียนให้ผูท้ ดสอบหรือ
กรรมการผตู้ รวจขอ้ สอบทราบวา่ ผถู้ ูกทดสอบมีความรู้ในวชิ ากฎหมายตามท่ีถูกสอบ” นนั่ คือ ผูถ้ ูก
ทดสอบจะตอ้ งเขียนตอบขอ้ สอบได้อย่างถูกตอ้ งชัดเจนครบประเด็นเป็ นข้นั เป็ นตอนกะทดั รัด
สละสลวยโดยใชภ้ าษากฎหมาย
1. การใช้ภาษาเขยี น
การใช้ภาษาเขียนตอบ เนื่องจากเป็ นการทดสอบความรู้ทางกฎหมายภาษาที่ใชจ้ ึงตอ้ งเป็ น
ภาษากฎหมาย คงจะมีบางท่านสงสัยวา่ ภาษากฎหมายที่วา่ น้ีเอามาจากไหนคาตอบก็คือ สกดั เอามา
จาก ตัวบท และ คาพพิ ากษาฎกี า เช่น มีคาถามท่ีใหว้ นิ ิจฉยั เร่ืองฎีกาความผดิ ฐานรับของโจรซ่ึงตาม
ประมวลอาญา มาตรา 357 มีลกั ษณะของการกระทาที่เป็ นองคป์ ระกอบความผดิ หลายประการคือ
ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจาหน่าย ช่วยพาเอาไป ซ้ือไว้ รับจานา หรือ รับไวโ้ ดยประการอื่น แต่คาถามมี
ขอ้ เท็จจริงพียงวา่ จาเลยช่วยรับเอาไว้ เพื่อจาหน่าย ดงั น้ี ก็สกดั เอาถอ้ ยคาในตวั บทเฉพาะเร่ืองช่วย
จาหน่ายเทา่ น้นั เป็นตน้
1 ทศพร มูลรัตน์. วจิ ัยเรื่อง การใช้กระบวนการกล่มุ ในการพฒั นาทกั ษะการเขียนตอบข้อสอบของ
นักศึกษา ใน รายวชิ ากฎหมายลกั ษณะทรัพย์สิน(LW2201). เชียงราย : มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั เชียงราย,
2553
2
2. ประเภทคาถามวชิ ากฎหมาย
ประเภทคาถามหรือประเภทขอ้ สอบ อาจแบง่ ออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 3 ประเภท คือ 1
1. ประเภทความจา
2. ประเภทปัญหาวนิ ิจฉยั
3. ประเภทบรรยาย
คาถามประเภทความจา มกั จะใช้ทดสอบในระดบั ปริญญาตรี เพราะตอ้ งการทดสอบว่า
นกั ศึกษาจาหลกั กฎหมายไดห้ รือไม่ ตวั อยา่ ง เช่น ถามวา่ บ่อเกิดแห่งหน้ีมีกี่ประการ อะไรบา้ ง หรือ
โทษตามาประมวลกฎหมายอาญามีกี่ประเภทอะไรบา้ ง เป็ นตน้ การเขียนตอบคาถามประเภทน้ี
นับว่าง่ายมาก เพราะเพียงแต่เขียนตอบให้ครบตามตวั บทกฎหมาย จดั ย่อหน้าและวรรคตอนให้
สวยงาม อา่ นง่ายก็เพยี งพอแลว้
คาถามปัญหาวินิจฉัย เป็ นคาถามหรือขอ้ สอบท่ีมีทุกสนามท้งั ในระดบั ปริญญาตรี เนติ
บณั ฑิต นิติกร อยั การผชู้ ่วย และผพู้ ิพากษา เพราะขอ้ สอบประเภทน้ีสามารถทดสอบผูเ้ ขา้ สอบวา่ มี
ความรู้กฎหมายดีเพียงใด สามารถนาเอาความรู้มาใชไ้ ดจ้ ริงหรือไม่และยงั สามารถทดสอบเชาวห์ รือ
ไหวพริบไดเ้ ป็นอยา่ งดี
คาถามปัญหาวินิจฉัยหรือที่เรียกกนั ติดปากว่า ปัญหาตุ๊กตา น้ัน ลกั ษณะคาถามเป็ นการ
สร้างเร่ืองเหตุการณ์หรือสมมุติขอ้ เท็จจริงข้ึนมา ซ่ึงผูอ้ อกขอ้ สอบอาจจะสร้างข้ึนมาหรือดดั แปลงมา
จากคาพพิ ากษาฎีกาก็ได้ แลว้ ใหผ้ เู้ ขา้ สอบหรือผถู้ ูกทดสอบวนิ ิจฉยั หาคาตอบโดยอาศยั เหตุจากหลกั
ตวั บทกฎหมาย
คาถามประเภทบรรยาย มกั ใชท้ ดสอบความรู้ในระดบั ปริญญาโท หรือปริญญาเอกเพราะ
การศึกษาท้งั สองระดบั ดงั กล่าวน้ี มุ่งท่ีจะเพาะแนวคิดทฤษฎีกฎหมายและฝึ กให้นกั ศึกษาหรือคิด
ทฤษฎีหมายใหม่ๆ ทาให้วิชานิติศาสตร์มีการพฒั นาในเชิงวิชาการ ดงั น้นั ลกั ษณะคาถามประเภท
1 ยงยศ เอี่ยมทอง. คู่มือนักศึกษา เขยี นตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย ภาคหน่ึง. พิมพอ์ กั ษร : กรุงเทพฯ,
2550 หนา้ 1 - 2
3
บรรยายจึงมกั จะต้งั คาถามใหน้ กั ศึกษาหรือผเู้ ขา้ สอบไดแ้ สดงความเห็น และเขียนตอบแบบบรรยาย
ความ
3. การวเิ คราะห์คาถามวชิ ากฎหมาย 1
การวเิ คราะห์คาถามเป็ นเรื่องสาคญั สาหรับนกั ศึกษาหรือผเู้ ขา้ สอบมากเพราะการวิเคราะห์
คาถามท่ีถูกตอ้ ง จะนาไปสู่การตอบคาถามไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
วิธีการวิเคราะห์คาถามเริ่มดว้ ยการอ่านคาถามหรือขอ้ สอบอยา่ งชา้ ๆ มีสติและสมาธิซ่ึงจะ
ทาให้เกิดความเขา้ ใจกบั คาถามวา่ ตอ้ งการถามอะไรหรือทดสอบอะไรคือการจบั ประเด็นคาถาม
นนั่ เอง แต่ก็มกั จะปรากฏอยเู่ สมอวา่ เม่ือนกั ศึกษาอ่านขอ้ สอบจบขอ้ แลว้ ก็ยงั ไม่ทราบวา่ ถามอะไร
หรือยงั จบั ประเด็นไม่ได้ ผูเ้ ขียนขอเสนอวิธีที่จะช่วยให้นกั ศึกษาจบั ประเด็นคาถามไดถ้ ูกตอ้ งและ
ง่ายข้ึน คือในขณะที่นักศึกษาอ่านข้อสอบเม่ืออ่านถึงช่ือบุคคลหรือสถานทก่ี ็ให้ทาเครื่องหมายโดย
วงกลมช่ือน้ันๆ ไว้ ส่วนข้อความสาคญั กใ็ ห้ขีดเส้นใต้ไว้ และหากนึกตัวบทกฎหมายหรือคาพพิ ากษา
ฎกี าที่เกย่ี วข้องได้ขณะน้ัน กใ็ ห้เขียนย่อๆ ไว้ในข้อสอบหรือท่ีว่างข้างข้อสอบน้ัน แต่ท้ังนี้ต้องระวัง
ว่ามีคาส่ังหรือระเบยี บการสอบห้ามมิให้ขดี เขียนในกระดาษคาถามหรือไม่ ซ่ึงส่วนใหญ่แลว้ จะไม่มี
ขอ้ หา้ มดงั กล่าว วิธีการวงกลมชื่อบุคคลหรือสถานท่ีน้ีจะช่วยให้นกั ศึกษาไม่พลาด กรณีในคาถามมี
ตวั ละครเป็ นช่ือบุคคลหลายคน และชื่อคลา้ ยกนั เช่น นายสี นายแสง นายใส นายสุข และนายเสาร์
เป็ นตน้ สมยั ที่ผูเ้ ขียนยงั เป็ นนกั ศึกษาอยกู่ ็เคยนึกต่อวา่ ผูอ้ อกขอ้ สอบวา่ มีช่ืออ่ืนต้งั มากมายทาไมไม่
ต้งั ช่ือตวั ละครใหแ้ ตกต่างกนั ไดไ้ มส่ บั สน เมื่อผเู้ ขียนไดถ้ ามอาจารยผ์ อู้ อกขอ้ สอบก็ไดค้ วามกระจ่าง
ว่า อาจารยผ์ ูอ้ อกข้อสอบตอ้ งการทดสอบมิใช่เพียงความรู้ทางกฎหมายเท่าน้ัน แต่ยงั ต้องการ
ทดสอบความละเอียดรอบคอบพร้อมท้งั เชาวข์ องนกั ศึกษาอีกดว้ ย จึงไดอ้ อกขอ้ สอบเช่นน้นั ดงั น้นั
ถา้ นกั ศึกษาพบลกั ษณะคาถามทานองน้ีก็อยา่ งเพ่ิมอารมณ์เสียเพราะอาจจะทาให้ทาให้ทาขอ้ สอบ
ไมไ่ ด้
วิธีช่วยการวิเคราะห์คาถามอีกวิธีหน่ึงก็คือ ให้สังเกตขอ้ ความในตอนทา้ ยคาถามวา่ ถาม
อะไร โดยที่โครงสร้างของคาถามประเภทปัญหาวนิ ิจฉยั น้นั อาจแยกเป็นสามส่วนดว้ ยกนั คือ
1 ยงยศ เอี่ยมทอง. คู่มือนักศึกษา เขยี นตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย ภาคหนึ่ง. พิมพอ์ กั ษร : กรุงเทพฯ,
2550 หนา้ 2 - 3
4
ส่วนแรก เป็ นขอ้ เท็จจริงบรรยายถึงพฤติการณ์แห่งการกระทาหรือขอ้ เท็จจริงอ่ืนๆ ซ่ึงจะ
นาไปสู่ส่ิงที่เป็นปัญหาใหว้ นิ ิจฉยั
ส่วนทส่ี อง เป็นขอ้ เทจ็ จริงที่เป็นปัญหาใหว้ นิ ิจฉยั และ
ส่ วนท่ีสาม อยู่ตอนสุดท้ายของคาถาม ซ่ึงมกั จะใช้คาว่า “ดงั น้ี...” หรือ “ถ้าท่านเป็ นผู้
พิพากษาท่านจะวนิ ิจฉยั อยา่ งไร” เป็นตน้
เมื่อกล่าวถึงตอนน้ี นักศึกษาคงอยากจะไดเ้ ห็นตวั อยา่ งการวิเคราะห์คาถามขอให้ใจเยน็ ๆ
ไวก้ ่อนเพราะผเู้ ขียนมีตวั อยา่ งหูดูอีกมากมายในภาค 2 ซ่ึงจะยกตวั อยา่ งใหด้ ูลว้ นๆ อยา่ งจุใจทีเดียว
4. วธิ ีฝึ กเขยี นตอบ
ก่อนท่ีจะกล่าวถึงวิธีฝึ กตอบ ขอกล่าวถึงหลกั สาคญั ของการตอบขอ้ สอบเสียก่อน การเขียน
ตอบที่ดีควรประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบดงั ต่อไปน้ี1
1. ตอบถูกตอ้ งตรงประเด็น และครบถว้ น
2. ภาษาท่ีใชต้ อ้ งเป็นภาษากฎหมาย
3. ชดั เจน กะทดั รัด ไมฟ่ ่ ุมเฟื อย
4. ลายมือเขียนตอ้ งอา่ นง่าย และสะอาด
5. ทาไมผ่ ดิ คาสัง่
ตอบถูกต้องตรงประเด็นและครบถ้วน หมายถึงในคาถามแต่ละขอ้ จะมีประเด็นที่ถามอยู่
หลายประเด็น โดยจะมีประเด็นหลกั กบั ประเดน็ รอง เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนของกรรมการผูต้ รวจสอบ
ขอ้ สอบจะใหค้ ะแนนในประเด็นหลกั มากกวา่ ประเด็นรอง นกั ศึกษาจะตอ้ งตอบใหค้ รบทุกประเด็น
จึงจะไดค้ ะแนนดี ซ่ึงการฝึ กฝนทาไดด้ ว้ ยการเอาขอ้ สอบเก่ามาหัดทาโดยการอ่านคาถามแลว้ ตอบ
ในใจจากน้นั กด็ ูธงคาตอบประกอบแลว้ หดั แยกประเด็นดว้ ยการสังเกตจากธงคาตอบ
ภาษาทใ่ี ช้เขียนตอบต้องเป็ นภาษากฎหมาย ดงั ท่ีไดก้ ล่าวมาแลว้ ในเรื่องของการใชภ้ าษาใน
การเขียนตอบวา่ ตอ้ งใชภ้ าษากฎหมาย ไม่ใช่ภาษาชาวบา้ นเพราะหากไม่ใชภ้ าษากฎหมายก็อาจจะ
1 ยงยศ เอี่ยมทอง. คู่มือนักศึกษา เขยี นตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย ภาคหน่ึง. พมิ พอ์ กั ษร : กรุงเทพฯ,
2550 หนา้ 3 - 4
5
ถูกหักคะแนน หรือได้คะแนนไม่ดี เช่นในความผิดฐานลกั ทรัพยภ์ าษากฎหมายใช้ว่า “ผูใ้ ด เอา
ทรัพย์ ของผอู้ ่ืนไป” ถา้ นกั ศึกษาเขียนวา่ “ผใู้ ดนา ทรัพยข์ องผอู้ ่ืนไป...” ก็จะทาใหเ้ สียคะแนนได้
ชัดเจน กะทัดรัด ไม่ฟ่ ุมเฟื อย หมายถึงการเขียนตอบแต่เน้ือๆ ตรงประเด็นไม่ออ้ มคอ้ ม
เหมือนข้ีมา้ เลียบคา่ ยเล้ียวไปเล้ียวมา การเขียนตอบท่ีดีไม่ควรจะเกินหน่ึงหนา้ กระดาษมาตรฐานเอส่ี
(A4) หรือประมาณ 3 ส่วน 4 หนา้ กระดาษมาตรฐาน
ลายมือเขยี นตอบต้องอ่านง่าย และสะอาด หมายถึง เขียนให้ ผตู้ รวจอา่ นง่ายไม่เล่นหางหรือ
เขียนหวดั จนเกินไป เพราะกรรมการผตู้ รวจ ขอ้ สอบมาเป็ นร้อยคนเป็ นพนั คน ผเู้ ขา้ สอบจึงควรช่วย
แบ่งเบาภาระทา่ นกรรมการผตู้ รวจขอ้ สอบดว้ ยการเขียนใหอ้ า่ นง่ายๆ และสะอาดเรียบร้อย
ทาไม่ผิดคาสั่ง หมายถึงคาสั่งที่ระบุให้ผูเ้ ขา้ สอบปฏิบตั ิงานในการสอบ เช่น ไม่เขียนตอบ
สองขอ้ ในกระดาษแผน่ เดียวกนั หรือเมื่อเขียนผดิ ใหข้ ีดฆ่าโดยไม่ตอ้ งลงช่ือกากบั หรือให้ใชป้ ากกา
สีน้าเงินเขียนคาตอบเท่าน้ัน ห้ามใช้สีอื่น เป็ นตน้ คาส่ังเหล่าน้ีหากนักศึกษาปฏิบตั ิไม่ถูกตอ้ งก็
อาจจะทาใหเ้ สียคะแนนหรืออาจถูกปรับใหต้ กเลยทีเดียว
5. การวางแผนเขียนคาตอบ
การวางแผนการเขียนตอบ นักศึกษามักจะประสบปัญหาไม่ทราบว่าจะเริ่มเขียนตอบ
อยา่ งไร หรือบางคร้ังเมื่อเขียนไปจวนจะจบขอ้ แลว้ ก็คิดข้ึนมาวา่ ควรจะเอาขอ้ ความที่อยูต่ รงกลาง
ขอ้ ข้ึนไปตอบขา้ งบน จึงจะสละสลวย จะแกไ้ ขเขียนใหม่ก็ไม่ทนั เวลา จึงตอ้ งปล่อยเลยตามเลยทา
ให้คะแนนน้อยกว่าเท่าที่ควร ปัญหาน้ีแกไ้ ปได้ดว้ ยการฝึ กฝนวางโครงสร้างของคาตอบเสียก่อน
แลว้ จึงจะลงมือเขียน โครงสร้างของการเขียนตอบอาจแบง่ ไดเ้ ป็น 4 แบบดว้ ยกนั คือ
1. แบบส่ีส่วน
2. แบบสามส่วน
3. แบบสองส่วน
4. แบบหน่ึงส่วน
คาวา่ “ส่วน” ที่กล่าวน้ีเรียกตามจานวนยอ่ หนา้ ท่ีเขียนตอบ กล่าวคือถา้ มี 3 ยอ่ หนา้ ก็เรียกวา่
สามส่วน ถา้ มี 2 ยอ่ หนา้ ก็เรียกวา่ สองส่วน และถา้ มียอ่ หนา้ เดียวกเ็ รียกวา่ หน่ึงส่วน
6
แบบสี่ส่วน คือ ยอ่ หนา้ ที่หน่ึงเป็ นประเด็จคาถามท่ีประสงคจ์ ะตอบ ยอ่ หนา้ ท่ีสองเป็ นหลกั
กฎหมาย ยอ่ หนา้ ที่สามเป็ นการปรับขอ้ เท็จจริงในคาถามกบั หลกั กฎหมาย และย่อหน้าท่ีสี่เป็ นการ
สรุปคาตอบ
แบบสามส่วน คือ ยอ่ หนา้ ที่หน่ึงเป็ นหลกั กฎหมาย ยอ่ หนา้ ที่สองเป็ นการปรับขอ้ เทจ็ จริงใน
คาถามกบั หลกั กฎหมาย และยอ่ หนา้ ท่ีสามเป็นการสรุปคาตอบ
แบบสองส่วน คือ มีสองยอ่ หน้าโดยยอ่ หน้าแรกเป็ นการจบั ประเด็น ยอ่ หน้าสองเป็ นการ
วนิ ิจฉยั และตอบ
แบบส่วนเดียว มีเพยี งยอ่ หนา้ เดียว หรือท่ีมกั จะเรียกกนั วา่ ตอบแบบฟันธง คือ เมื่อเร่ิมเขียน
ก็วนิ ิจฉยั คาตอบเลย แลว้ จึงอธิบายหลกั กฎหมายประกอบ การเขียนตอบแบบน้ีเหมาะกบั การสอบ
เนติบณั ฑิต อยั การผชู้ ่วยหรือผชู้ ่วยผพู้ ิพากษาเพราะประหยดั เวลาในการเขียนตอบดีมาก และแสดง
ใหเ้ ห็นวา่ ผเู้ ขา้ สอบเขียนตอบมีความรู้ความชานาญในกฎหมายเป็นอยา่ งดี แต่อยา่ งไรก็ตามถา้ มีการ
ฝึกซอ้ มเขียนตอบที่ดีแลว้ ก็จะมีเวลาเหลือมาก ซ่ึงหากเป็นเช่นน้ีก็ขอแนะนาวา่ ควรจะตอบแบบสาม
ส่วนบ้างในบางข้อที่มน่ั ใจในคาตอบ และหลกั กฎหมาย เพราะการตอบแบบสามส่วนทาให้ได้
คะแนนมากที่สุด
7
โครงสร้างการเขยี นตอบแบบสี่ส่วน
คาตอบ กรณีตามปัญหามีประเด็นที่ตอ้ งวินิจฉยั คือ
ประเด็นปัญหา ประเด็นที่หน่ึง คือ ...........................................................................................
ประเด็นที่สอง คือ ............................................................................................
หลกั กฎหมาย กรณีตามปัญหาประมวลกฎหมาย.......................................วางหลกั กฎหมาย
ไวว้ า่ .................................................................................................................
ปรับข้อเทจ็ ........................................................................................................................
จริงให้เข้ากบั .........................................................................................................................
หลกั กฎหมาย .........................................................................................................................
ทย่ี กมาไว้ใน
ย่อหน้าแล้ว ขอ้ เทจ็ จริงตามปัญหา การที่.......................................................................
สรุปคาตอบ .........................................................................................................................
..........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ดว้ ยเหตุผลดงั ท่ีไดว้ นิ ิจฉยั มาแลว้ ขา้ งตน้ .....................................................
........................................................................................................................
การเขียนตอบในลกั ษณะน้ีจะมีการกาหนดประเด็นที่จะตอ้ งวินิจฉยั ไวต้ ้งั แต่แรก เพ่ือให้มี
การกาหนดทิศทางในการเขียนตาตอบเอาไวแ้ ละสะดวกต่อกรรมการผูต้ รวจในการตรวจและให้
คะแนน โดยกรรมกราสอบหรือผูต้ รวจขอ้ สอบจะแบ่งคะแนนในขอ้ น้นั ๆ ออกเป็ นส่ีส่วน คือ ส่วน
ของการกาหนดประเด็นในการวินิจฉยั ส่วนของหลกั กฎหมาย ส่วนของการวนิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงโดย
อาศยั หลกั กฎหมายที่ยกมาน้นั มาปรับ และส่วนของสรุปคาตอบ โดยคะแนนท้งั สี่ส่วนน้ีจะแบ่ง
8
คะแนนไม่เท่ากัน เช่น คะแนนเต็ม 20 คะแนนอาจแบ่งให้กาหนดประเด็น 2-4 คะแนน หลัก
กฎหมาย 6-8 คะแนน การวนิ ิจฉยั 8-10 คะแนน และสรุปคาตอบ 1- 2 คะแนน เป็ นตน้ ซ่ึงการเขียน
ตอบแบบส่ีส่วนน้ีมีขอ้ ควรระวงั คือ หากมีการกาหนดประเด็นปัญหาที่ตอ้ งวนิ ิจฉัยผิดมาต้งั แต่แรก
อาจทาใหก้ ารวางหลกั กฎหมายและการวนิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงในขอ้ น้นั ผดิ ท้งั หมดได้
9
โครงสร้ างการเขียนตอบแบบสามส่ วน
คาตอบ กรณีตามปัญหาประมวลกฎหมาย.......................................วางหลกั กฎหมาย
ไวว้ า่ .................................................................................................................
หลกั กฎหมาย ........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ปรับข้อเทจ็ .........................................................................................................................
จริงให้เข้ากบั
. ขอ้ เทจ็ จริงตามปัญหา การท่ี.......................................................................
หลกั กฎหมาย .........................................................................................................................
ทย่ี กมาไว้ใน
ย่อหน้าแล้ว .........................................................................................................................
สรุปคาตอบ
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ดว้ ยเหตุผลดงั ท่ีไดว้ นิ ิจฉยั มาแลว้ ขา้ งตน้ .....................................................
........................................................................................................................
การเขียนตอบในลกั ษณะน้ีมกั นิยมเขียนตอบในช้นั ปริญญาตรี โดยกรรมกราสอบหรือผู้
ตรวจขอ้ สอบจะแบ่งคะแนนในขอ้ น้นั ๆ ออกเป็ นสองส่วน คือ ส่วนของหลกั กฎหมายส่วนหน่ึงกบั
ส่วนของการวนิ ิจฉยั ขอ้ เท็จจริงโดยอาศยั หลกั กฎหมายที่ยกมาน้นั อีกส่วนหน่ึง โดยคะแนนท้งั สอง
ส่วนน้ีจะแบง่ เท่าๆ กนั ซ่ึงในบางคร้ังอาจใหค้ ะแนนในส่วนของหลกั กฎหมายมากกวา่ เช่น คะแนน
เต็ม 20 คะแนนอาจแบ่งให้หลกั กฎหมาย 10-12 คะแนน ส่วนวินิจฉยั ก็จะอยู่ระหวา่ ง 8-10 คะแนน
เป็ นตน้ ดงั น้นั นกั ศึกษาช้นั ปริญญาตรีจึงควรเขียนตอบโดยเร่ิมตน้ ดว้ ยการวางหลกั กฎหมายก่อน
10
ทุกคร้ังท่ีเขียนตอบ ซ่ึงมีขอ้ ควรระวงั วา่ เมื่อยกหลกั กฎหมายในยอ่ หนา้ ที่หน่ึงแลว้ พอมาถึงยอ่ หนา้ ที่
สองหรือส่วนที่สองในข้นั ตอนวนิ ิจฉยั ขอ้ เท็จจริงน้นั การปรับหลกั กฎหมายก็จะตอ้ งกล่าวถึงหลกั
กฎหมายท่ีนามาใชป้ ระกอบอีก มิใช่เพียงแตก่ ล่าววา่ ตามหลกั กฎหมายท่ีกล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ เพราะ
จะทาใหไ้ ดค้ ะแนนนอ้ ยเนื่องจากในส่วนวนิ ิจฉยั กรรมการตอ้ งการทราบวา่ นกั ศึกษาหรือผเู้ ขา้ สอบ
สามารถปรับหลกั กฎหมายเขา้ กบั ขอ้ เท็จจริงไดห้ รือไม่ หรือกล่าวอีกนยั หน่ึงคือ เอากฎหมายมาใช้
เป็ นหรื อไม่
11
โครงสร้างการเขยี นตอบแบบสองส่วน
คาตอบ กรณีตามปัญหามีประเด็นท่ีตอ้ งวนิ ิจฉยั วา่ .................................................
.........................................................................................................................
ปรับ
ข้อเทจ็ จริง ขอ้ เทจ็ จริงตามปัญหา การท่ี.......................................................................
เข้ากบั .........................................................................................................................
หลกั กฎหมาย .........................................................................................................................
แล้วสรุป .........................................................................................................................
คาตอบ .........................................................................................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ดว้ ยเหตุผลดงั ที่ไดว้ นิ ิจฉยั มาแลว้ ขา้ งตน้ .....................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
การเขียนตอบในลกั ษณะน้ี มกั จะใช้เขียนตอบในการสอบแข่งขนั คดั เลือกเพราะผูเ้ ขียน
ตอบสามารถแสดงออกถึงความแม่นยาในหลกั กฎหมาย และประหยดั เวลาในการเขียนตอบอีกท้งั
ยงั ช่วยให้ผูต้ รวจขอ้ สอบทราบว่าผูเ้ ขียนตอบหรือผูเ้ ขา้ สอบวินิจฉยั คาถามไดถ้ ูกตอ้ งหรือไม่ โดย
เพียงแต่ดูประเด็นคาตอบในยอ่ หนา้ แรก แต่อย่างไรก็ตามสาหรับผู้ที่ไม่มั่นใจในคาตอบ ควรใชก้ าร
เขียนตอบแบบสามส่วนจะเหมาะกว่า เพราะถึงแม้ตอบผิดก็ยงั ได้คะแนนจากส่วนท่ีวางหลัก
กฎหมายอยบู่ า้ งเรียกวา่ ผดิ อยา่ งมีครู
12
โครงสร้ างการเขียนตอบแบบหนึ่งส่ วน
คาตอบ ตามปัญหา (หรือกรณีตามปัญหา) การที่.....................................................
.........................................................................................................................
ปรับ .........................................................................................................................
ข้อเทจ็ จริง ........................................................................................................................
เข้ากบั .........................................................................................................................
หลกั กฎหมาย .........................................................................................................................
แล้วสรุป .........................................................................................................................
คาตอบ .........................................................................................................................
........................................................................................................................
ดว้ ยเหตุผลดงั ที่ไดว้ นิ ิจฉยั มาแลว้ ขา้ งตน้ .....................................................
.........................................................................................................................
.........................................................................................................................
การเขียนตอบแบบส่วนเดียวน้ี มกั เรียกวา่ “ฟันธง” เหมาะสาหรับการเขียนตอบในการสอบ
เนติบณั ฑิต อยั การผูช้ ่วย และผูช้ ่วยผูพ้ ิพากษา ไม่เหมาะที่จะใชเ้ ขียนตอบในช้นั ปริญญาตรีเพราะ
ขาดส่วนท่ีแยกเป็ นหลกั กฎหมายซ่ึงกรรมการจะตอ้ งให้คะแนน แต่สาหรับผูท้ ่ีไม่มน่ั ใจในคาตอบ
ผิดก็ยงั ได้คะแนนจากหลกั กฎหมายที่เขียนตอบไว้ แต่ท้งั น้ีก็ข้ึนอยู่กับกรรมการผูต้ รวจขอ้ สอบ
เพราะการสอบบางสนามถา้ ตอบผดิ กไ็ มม่ ีคะแนนใหแ้ มจ้ ะวางหลกั กฎหมายไดถ้ ูกตอ้ ง
13
คาอธิบาย
จากโครงสร้างท้งั สามแบบท่ียกมาใหด้ ูน้ีมีขอ้ สงั เกต คือ ประโยคเปิ ดวรรค
ประโยค ที่วา่ น่ีมีความสาคญั มากเพราะจะทาให้รูปแบบการเขียนรวมท้งั ใจความหรือเน้ือหา
สาคญั ของคาตอบ มีความชดั เจน กะทดั รัด ยง่ิ ข้ึน
อาจจะมีท่านผูอ้ ่านบางคนสงสัยหรือมีขอ้ โตแ้ ยง้ วา่ ถา้ ใช้ ประโยคเปิ ดวรรค อยา่ งอื่นๆ แทน
จะไดห้ รือไม่ เช่น ไมใ่ ชว้ า่ “กรณีตามอุทาหรณ์” หรือจะใชส้ ้นั ๆ วา่ “ตามปัญหา” แทนไดห้ รือไม่
สาหรับขอ้ สงสยั น้ีแยกอธิบาย ดงั น้ี
1) “กรณีตามคาถาม” หรือ “ตามปัญหา” ใช้แทน “กรณีตามปัญหา” ไดเ้ พราะมีความหมาย
อยา่ งเดียวกนั แต่เหตุที่ผเู้ ขียนแนะนาใหใ้ ช้ “กรณีตามปัญหา” ก็เพราะคาวา่ “กรณี” ตามพจนานุกรม
แปลวา่ คดี หรือ เร่ือง หรือ เหตุ ซ่ึงจะแสดงให้เห็นวา่ ที่จะกล่าวต่อไปน้ีจะเป็ นเฉพาะเร่ืองที่เก่ียวกบั
ปัญหาท่ีถามในขอ้ สอบน้ี หรือวชิ าน่ีเท่าน้นั
ส่วนคาว่า “ปัญหา” แปลว่า ข้อสงสัย ข้อท่ีต้องพิจารณาแก้ไข และเมื่อเป็ นปัญหาวิชา
กฎหมายก็จะตอ้ งพิสูจน์หาคาตอบด้วยเหตุและผล ซ่ึงมีลกั ษณะเป็ นสากลวา่ คาถามดงั น้ันเม่ือใช้
“กรณตี ามปัญหา” เปิ ดวรรค ก็จะทาใหค้ าตอบของเรามีลกั ษณะเป็นสากลยง่ิ ข้ึน
2) “กรณีตามขอ้ สอบ” หรือ “กรณีตามอุทาหรณ์” จะนามาใช้แทน “กรณีตามปัญหา” หรือ
“กรณีตามคาถาม” ไม่ได้ เพราะ “กรณีตามขอ้ สอบ” แมจ้ ะมีความหมายทานองเดียวกนั กบั “กรณี
ตามปัญหา” หรือ กรณีตามคาถามก็ตาม แต่ถา้ หากใชเ้ ขียนแทนกนั กจ็ ะทาให้ตอบของเราขาดความ
กระชบั เพราะทาให้เห็นวา่ การเขียนตอบขิงเราน้นั ตามขอ้ สอบทุกขอ้ ไม่ไดเ้ นน้ ขอ้ ใด จึงไม่นิยมใช้
แทนกนั
ส่วนคาวา่ “กรณีตามอุทาหรณ์” ใชแ้ ทน “ กรณีตามปัญหา” หรือ “กรณีตามคาถาม” ไม่ได้โดย
เดด็ ขาด เพราะคาวา่ “อทุ าหรณ์” แปลวา่ ตัวอย่าง ดงั น้นั ถา้ เป็ นกรณีตามตวั อยา่ งเมื่อถามแลว้ กต็ อ้ ง
ตอบทนั ที คือ ผอู้ อกขอ้ สอบก็จะตอ้ งเฉลยคาตอบ หรือปัญหาน้นั ในทนั ทีโดยเขียนรวมมาตอนทา้ ย
คาถามน้นั ๆ ดว้ ยเหตุน้ีจะใช้ “กรณีตามอุทาหรณ์” แทน “กรณีตามปัญหา” ไม่ได้
อน่ึง ท่านผูอ้ ่านคงจะไม่เคยอ่านคาเฉลย หรือคาตอบของมหาวทิ ยาลยั หรือสถาบนั การศึกษา
วิชากฎหมายหลายๆ สถาบนั มาแลว้ ซ่ึงท่านผูอ้ ่านคงจะไดพ้ บเห็นวา่ ยงั มีการใช้คาวา่ “กรณีตาม
14
อุทาหรณ์” หรือ “ตามอุทาหรณ์” เขียนตอบเฉลยขอ้ สอบกนั อยูก่ ็ขอให้ทาความเขา้ ใจเสียใหม่วา่ ไม่
พึงใชด้ ว้ ยเหตุผลท่ีกล่าวขา้ งตน้
ที่กล่าวมาแลว้ เป็ นการอธิบายความหมายและเหตุผลของการใชค้ าหรือประโยชน์เปิ ดวรรค
แรก ส่วนยอ่ หนา้ ท่ีสองหรือวรรคที่สองน้นั ใชป้ ระโยคเปิ ดวา่ “ขอ้ เท็จจริงตามปัญหา” ก็เพื่อจะเน้น
ให้เห็นวา่ เรื่องราวที่จะวินิจฉยั ต่อไปน้ีเป็ นเรื่องขอ้ เท็จจริงในปัญหาที่ถามน้ีเท่าน้นั หรือบางท่าน
อาจใชค้ าวา่ “การท”ี่ เปิ ดวรรคก็ได้
ส่วนยอ่ หนา้ สุดทา้ ยคือ สรุปคาตอบท่ีใช้ว่า “ดว้ ยเหตุผลดงั ที่ได้วินิจฉัยมาแลว้ ขา้ งตน้ ” น้นั
ทา่ นผอู้ า่ นก็จะเห็นวา่ ดว้ ยประโยคดงั กล่าวน้ีเมื่อเขียนลงไปแลว้ ก็จะทาให้เห็นวา่ การเขียนตอบของ
เราน้นั เป็ นไปดว้ ยเหตุผลและพินิจพิเคราะห์มิใช่เป็ นการเขียนตอบโดยไม่มีหลกั อา้ งอิงหรือเดา ทา
ใหค้ าตอบของเราน่าดูน่าเลื่อมใสข้ึนมากเลยทีเดียวและอีกประการหน่ึง การสรุปคาตอบน้ีก็เพื่อช่วย
ให้ท่านกรรมการผตู้ รวจขอ้ สอบเห็นวา่ เรามีความมนั่ ใจในคาตอบและง่ายแก่การตรวจขอ้ สอบอีก
ดว้ ยโดยยอ่ หน้าดงั กล่าวน้ีไม่ตอ้ งเขียนคาว่า “สรุป” ไวท้ ี่หน้าย่อหน้า เพราะจะไม่จาเป็ น แต่ก็ยงั
ปรากฏอยเู่ สมอวา่ มีผเู้ ขา้ สอบเขียนคาวา่ สรุปไวท้ ่ีหนา้ ยอ่ หนา้ น้ีอยบู่ อ่ ยๆ ซ่ึงเป็นขอ้ ท่ีไมค่ วรปฏิบตั ิ
6. โครงสร้างการเขียนตอบแบบอ่ืนๆ
นอกจากโครงสร้างท้ังสามแบบท่ีนิยมใช้เขียนตอบข้อสอบเป็ นอย่างมากซ่ึงผูเ้ ขียนได้
ยกตวั อย่างมาให้ดูแลว้ น้นั ก็ยงั มีแบบโครงสร้างการเขียนตอบแบบอื่นๆ ซ่ึงเกิดจากการประยุกต์
แบบของการเขียนตอบที่ผเู้ ขียนยกตวั อยา่ งน้นั เช่น 1
กรณกี ารเขียนตอบทม่ี หี ลกั กฎหมายหลายหลกั หรือหลายมาตรา ใหใ้ ชโ้ ครงสร้าง ดงั น้ี
1 ยงยศ เอี่ยมทอง. คู่มือนักศึกษา เขียนตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย ภาคหน่ึง. พิมพอ์ กั ษร : กรุงเทพฯ,
2550 หนา้ 10 - 12
15
แบบที่ 1
กรณีตามปัญหาประมวลกฎหมายอาญาไดว้ างหลกั กฎหมายไว้
1)...............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2)...............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
3)...............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ขอ้ เทจ็ จริงตามปัญหาแยกวนิ ิจฉยั ดงั น้ี
1) กรณีการกระทาของนาย......................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
2) กรณีการกระทาของนาย......................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ดว้ ยเหตุผลดงั ท่ีไดว้ นิ ิจฉยั มาแลว้ ขา้ งตน้ ..................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
การเขียนโดยใชต้ วั เลขกากบั ยอ่ หนา้ ยอ่ ยดงั กล่าวน้ีตอ้ งระวงั มิให้กรรมการผูต้ รวจขอ้ สอบ
สบั สนคิดวา่ เป็ นการตอบในขอ้ ใหม่หรือขอ้ อื่นไป ดงั น้นั ถา้ ไม่จาเป็ น ขอแนะนาใหใ้ ชแ้ บบท่ี 2 ที่จะ
กล่าวต่อไปซ่ึงแบ่งโดยยอ่ หนา้ ไมต่ อ้ งมีเลขกากบั และดีกวา่
16
แบบที่ 2
กรณีตามปัญหาประมวลกฎหมายอาญาไดว้ างหลกั กฎหมายไว…้ ……………………………
………………………………………………………………………………………….…………....
…………………………………………………………………………………………………..…...
ขอ้ เทจ็ จริงตามปัญหาแยกวนิ ิจฉยั ดงั น้ี
ประเดน็ แรก การท่ี....................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………...…..
ประเด็นท่ีสอง การท่ี.................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ประเด็นที่สาม การท่ี…………………………………………………………………..………
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ดว้ ยเหตุผลดงั ที่ไดว้ นิ ิจฉยั มาแลว้
ขา้ งตน้ ……………………………………………………....
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
17
7. การยกหลกั กฎหมาย 1
นอกจากโครงสร้างหรือรูปแบบของการเขียนตอบท่ียกมาน้ีแลว้ รายละเอียดในการเขียน
ตอบโดยเฉพาะการยกหลกั กฎหมายก็มีผูส้ งสัยวา่ ควรจะยกมาเขียนอยา่ งไรจะยกมาท้งั หมด หรือ
เอามาเฉพาะท่ีใช้ในการวินิจฉัยปัญหา และจาเป็ นหรือไม่วา่ จะตอ้ งเขียนให้เหมือนกนั ตวั บททุก
ตวั อกั ษร
ในประเด็นขอ้ น้ีผูเ้ ขียนได้กล่าวมาแล้วในตอนตน้ แต่ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดจึงขอ
อธิบายเพิ่มเติมดงั น้ี ตัวบทนามาเขยี นไว้เฉพาะทจี่ ะใช้ในการวนิ ิจฉัยปัญหาและเอามาเฉพาะใจความ
สาคัญ ดงั จะไดเ้ ห็นจากโครงสร้างในส่วนที่เก่ียวกบั การวางหลกั กฎหมายจะใชค้ าเปิ ดวรรควา่ กรณี
ตามปัญหาประมวลกฎหมายอาญาวางหลักกฎหมาย ไวว้ ่า... ไม่ได้เขียนว่า บัญญัติว่า ซ่ึงจะตอ้ ง
ลอกความในตวั บทมาเขียนไวใ้ หเ้ หมือน และถูกตอ้ งตามที่บญั ญตั ิไวใ้ นตวั บทน้นั ๆ จะผดิ เพ้ียนมิได้
ซ่ึงเป็นการยากที่ปุถุชนธรรมดาจะทาได้ จึงใหใ้ ชค้ าวา่ วางหลกั กฎหมาย หรือ วางหลกั แทน
สาหรับเลขมาตราและเลขคาพิพากษาศาลฎีกา ก็มีผูส้ งสัยเป็ นจานวนมากกว่าจะตอ้ ง
เขียนในคาตอบหรือไม่ ขอ้ น้ีขอเรียนวา่ การใส่เลขมาตราหรือเลขคาพิพากษาศาลฎีกาในคาตอบน้นั
เหมาะสาหรับผูท้ ่ีมนั่ ใจจริงๆ เพราะแสดงถึงความเก่งเป็ นพิเศษของผเู้ ขา้ สอบผูน้ ้นั แต่ถ้าไม่ใส่เลข
มาตรา หรือเลขคาพิพากษาศาลฎีกาก็ไม่ทาให้เสียคะแนน ในทางตรงขา้ มถา้ เขียนเลขมาตราหรือคา
พิพากษาศาลฎีกาผดิ ก็จะถูกลงไปไดไ้ ม่มีขอ้ หา้ มอะไร
ฉะน้นั การท่ีจะเขียนเลขมาตราหรือเลขคาพิพากษาศาลฎีกาลงในคาตอบหากไม่แน่ใจจึง
ไมค่ วรเขียนลงไป แตถ่ า้ มนั่ ใจกเ็ ขียนลงไปไดไ้ มม่ ีขอ้ หา้ มอะไร
โครงสร้างทีย่ กตัวอย่างมาให้ดูนี้เป็ นเพียงข้ันพื้นฐาน ฉะน้ันเมื่อนักศึกษาได้ฝึ กฝนเขียน
ตอบจนชานาญแล้วกจ็ ะมีแบบฉบับเขียนของตนเอง โครงสร้างนี้จึงเป็ นเพียงข้อเสนอแนะเท่าน้ัน
ไม่ใช่แบบบงั คับแต่อย่างใด
1 ยงยศ เอี่ยมทอง. คู่มือนักศึกษา เขียนตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย ภาคหนึ่ง. พมิ พอ์ กั ษร : กรุงเทพฯ,
2550 หนา้ 13
18
นอกจากรูปแบบของการเขียนตอบข้อสอบตามที่กล่าวมาแล้ว วิธีการฝึ กการเขียนตอบ
ขอ้ สอบ การปฏิบตั ิตนในห้องสอบและยุทธวิธีในการเขียนตอบก็มีส่วนสาคญั ท่ีจะทาให้ท่าน
นกั ศึกษาหรือผเู้ ขา้ สอบสามารถสอบไดเ้ ช่นกนั จึงควรปฏิบตั ิดงั น้ี
8. ฝึ กการเขียนตอบข้อสอบ 1
1. ให้เอาข้อสอบเก่ามาอ่าน แล้วเขียนตอบโดยไม่ต้องดูธงคาตอบ เสร็จแลว้ เปิ ดดูธง
คาตอบให้ดูว่าถูกหรือไม่ ถ้าไม่ถูกให้เขียนตอบใหม่โดยปิ ดธงคาตอบไวแ้ ล้วเปิ ดดูธงคาตอบ
เปรียบเทียบกบั ที่เขียนตอบดูวา่ ตอบครบประเด็นหรือไม่ ภาษาที่ใชอ้ ่านแลว้ เขา้ ใจหรือไม่ ให้ทา
เช่นน้ีซ้าไปซ้ามาจนมน่ั ใจ แลว้ จึงเอาท่ีเราเขียนตอบน้ีไปใหเ้ พ่ือนหรือผรู้ ู้อ่านจะไดช้ ่วยวจิ ารณ์และ
แนะนา
2. ให้ฝึกเขียนตอบก่อนประมาณ 1 เดือน หรืออยา่ งนอ้ ย 1 สปั ดาห์โดยทาทุกวนั ดว้ ยการ
เร่ิมจากเขียนตอบ 1 ขอ้ แลว้ ค่อยๆ เพ่ิมให้ถึง 10 ขอ้ โดยให้กาหนดเวลาเขียนตอบให้ทาเสร็จใน 2
ชวั่ โมง (เวลาสอบจริงภายใน 4 ชว่ั โมง) เหตุที่ตอ้ งเขียนให้เสร็จภายใน 2 ชวั่ โมง ก็เพื่อฝึ กความเร็ว
ในการเขียน เพราะมกั จะปรากฏอยเู่ สมอวา่ มีนกั ศึกษาจานวนมากเขียนตอบไมท่ นั ท้งั ๆ ท่ีทาขอ้ สอบ
ได้ จึงเป็นท่ีน่าเสียดายอยา่ งยงิ่ ท่ีตอ้ งสอบตกเพราะเหตุน้ี
3. เขียนใหต้ วั ใหญอ่ ่านง่าย จดั วรรคตอน ยอ่ หนา้ ให้หนา้ อ่านและตอ้ งสะอาดดว้ ย ควรใช้
ปากกาสีน้าเงินเขียน และควรเป็ นดา้ มเดียวกบั ท่ีเราใชฝ้ ึ กเขียนตอบห้ามใชส้ ีแดงโดยเด็ดขาด ห้าม
ขีดเส้นใตห้ รือทาเคร่ืองหมายอ่ืนใด เพราะกรรมการอาจตีความวา่ เป็ นการกระทาที่ส่อไปทางทุจริต
ซ่ึงอาจถูกตดั คะแนนในขอ้ น้นั หรือถูกปรับตกกไ็ ด้
4. การใชป้ ากกาควรเป็ นลูกล่ืนดา้ มเดียวกบั ที่ใชฝ้ ึ กเขียน และควรเตรียมไวห้ ลายๆ ดา้ ม
โดยดา้ มที่เตรียมไวส้ ารองจะตอ้ งเป็ นปากกาที่เคยใช้ หรือเขียนมาแลว้ บา้ งเพ่ือให้น้าหมึกไหลได้
สะดวก เพราะปากกาใหม่จะมีเส้นสีจางและฝืดทาใหเ้ ขียนไมส่ ะดวก
1 ยงยศ เอ่ียมทอง. คู่มือนักศึกษา เขยี นตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย ภาคหนึ่ง. พมิ พอ์ กั ษร : กรุงเทพฯ,
2550 หนา้ 13 - 14
19
9. ข้อควรระวงั และการปฏบิ ัตติ ัวในห้องสอบ 1
1. เตรียมอุปกรณ์การเขียนไปใหพ้ ร้อม และควรเขา้ หอ้ งน้าก่อนเขา้ หอ้ งสอบ
2. เม่ือได้รับข้อสอบแล้วให้ฟังคาช้ีแจงจากกรรมการผูค้ ุมสอบอย่าลงมือทาก่อนได้รับ
สญั ญาณ
3. เม่ือไดร้ ับสัญญาณแลว้ ใหอ้ ่านคาสง่ั ในขอ้ สอบโดยละเอียดอยา่ ทานอกเหนือคาส่ัง
4. เร่ิมลงมือทาโดยการอ่านขอ้ สอบให้หมดทุกขอ้ และในระหว่างที่อ่านถา้ นึกอะไรไดเ้ ขียน
ยอ่ ไวท้ ่ีริมกระดาษคาถามในขอ้ น้นั
5. เม่ืออา่ นขอ้ สอบทุกขอ้ แลว้ ใหเ้ ริ่มเขียนตอบในขอ้ ท่ีคิดวา่ ทาไดม้ ากที่สุดก่อน
6. ในระหวา่ งการเขียนตอบควรดูเวลาวา่ เหลืออยูเ่ ท่าไรตลอดเวลาเพ่ือคานวณเวลาเขียนตอบ
ขอ้ สอบใหท้ นั
7. เมื่อเขียนเสร็จถา้ มีเวลาเหลือห้ามออกจากหอ้ งสอบก่อนหมดเวลา จงใชเ้ วลาท่ีเหลือในการ
ทบทวนคาตอบที่เขียนตอบว่ามีตกเติมตรงไหนบา้ ง แต่ไม่ควรแกค้ าตอบโดยแกข้ อ้ วินิจฉัยเพราะ
ของเดิมมกั จะถูก
10. ยทุ ธวธิ ีในการเขียนตอบข้อสอบ 2
ถา้ เปรียบสนามสอบเป็ นสนามรบ การที่จะรบให้ชนะก็ตอ้ งมียุทธวิธีท่ีดีฉันใดฉันน้ัน
การสอบขอ้ เขียนที่หวงั จะไดค้ ะแนนมากๆ ก็จะตอ้ งมีวธิ ีการเขียนตอบที่ดีซ่ึงผเู้ ขียนขอแนะนาหลกั
ยทุ ธวธิ ีเขียนตอบ 3 ประการ ดงั น้ี
1. เมื่ออ่านข้อสอบแล้วมั่นใจในคาตอบท้ังจาหลักกฎหมายที่นาปรับบทวินิจฉัยคาถามได้ ก็
ใชว้ ธิ ีเขียนตอบแบบสามส่วนคือวางกฎหมายก่อนแลว้ จึงปรับบทกฎหมายวนิ ิจฉยั และสรุปคาตอบ
2. กรณีที่อ่านคาถามแลว้ ปรากฏวา่ เกิดอาการมือแปดดา้ น คือไม่รู้วา่ จะตอบอยา่ งไร ไม่รู้ว่า
ขอ้ สอบถามอะไร ก็อย่าไดต้ กใจ ใหร้ วบรวมสติ และทาใจเยน็ แลว้ อ่านขอ้ สอบชา้ ๆ อีกสักหน่ึงถึง
1 ยงยศ เอี่ยมทอง.คู่มือนักศึกษา เขยี นตอบข้อสอบวชิ ากฎหมาย ภาคหนึ่ง. พมิ พอ์ กั ษร : กรุงเทพฯ
หนา้ 14 - 15
2 ยงยศ เอี่ยมทอง. เรื่องเดียวกนั ., 2550 หนา้ 15
20
สองเท่ียว แลว้ ก็ใชก้ ฎหมายธรรมชาติมาเป็นหลกั วนิ ิจฉยั หาคาตอบนน่ั คือให้คิดวา่ ความยตุ ิธรรมอยู่
ตรงไหนก็ใหต้ อบไปในทางท่ีสอดคลอ้ งกบั ความยตุ ิธรรม เมื่อสาธยายมาถึงตรงน้ีคงจะมีผอู้ ่านบาง
ท่านนึกแยง้ วา่ เม่ือจาหลกั กฎหมายไมไ่ ดแ้ ลว้ จะเอาอะไรมาเขียนตอบ ผเู้ ขียนขอแนะวา่ ก็คาถามนน่ั
ไงเอามาเขียนเป็ นคาตอบ ท้ังนี้มิได้หมานความว่าให้ลอกคาถามเอามาเป็ นคาตอบ แต่ให้ดึงเอามา
เฉพาะข้อเท็จจริงท่นี ามาวนิ ิจฉัยเท่าน้ัน ที่กล่าวมานี่ ถา้ พูดง่ายๆ ก็คือการเดาอยา่ งมีหลกั ซ่ึงดีกวา่ ส่ง
กระดาษเปล่า
ท้งั สามประการท่ีกล่าวมาน้ี ขอให้ท่านผูอ้ ่านเลือกใช้ตามสถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนแต่อยา่ ไดใ้ ช้
ประการที่ 3 ตอบทุกขอ้ ก็แลว้ กนั
เอกสารอ้างองิ
ทศพร มูลรัตน์. การใช้กระบวนการกลุ่มในการพฒั นาทกั ษะการเขยี นตอบข้อสอบของนักศึกษาใน
รายวชิ ากฎหมายลกั ษณะทรัพย์สิน(LW2201). เชียงราย : มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั เชียงราย, 2553
ธานินทร์ กรัยวเิ ชียร. คาแนะนานักศึกษากฎหมาย. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, 2550
มานิตย์ จุมปา. การศึกษากฎหมายและการตอบข้อสอบกฎหมาย. กรุงเทพฯ : นิติธรรม , 2548.
ยงยศ เอ่ียมทอง. คู่มือนักศึกษา เขียนตอบข้อสอบวิชากฎหมาย ภาคหน่ึง. กรุงเทพฯ: พมิ พอ์ กั ษร , 2550
21
การเกง็ ข้อสอบ 1
ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวเิ ชียร
การเก็งขอ้ สอบน้ันมีหลายแบบดว้ ยกนั เช่น บางคนเตรียมวิชาท่ีจะสอบน้นั มาเป็ นอยา่ งดี
และดูเพิ่มเติมข้ึนอีกในตนเก็งเองวา่ กรรมการสอบจะออกสอบในเรื่องน้นั ๆ การเก็งอีกประเภทหน่ึง
ก็คือการเก็งโดยการศึกษาจากแนวคาถามที่เคยสอบมาแลว้ วา่ วิธีการต้งั คาถามน้ัน อาจารยไ์ ดต้ ้งั
คาถามแบบใดเพ่ือที่จะไดเ้ ตรียมตวั ตอบไดถ้ ูกตอ้ งตามที่ถาม โดยไดท้ บทวนวิชาน้นั มาอยา่ งดีแลว้
นอกจากน้ียงั มีการเก็งอีกประเภทหน่ึงซ่ึงใช้กนั ในหมู่นักศึกษาประเภท สุกเอาเผากิน คือพวกที่
เร่งรัดดูหนงั สือเตรียมตวั สอบเพยี งไม่ก่ีวนั คือการเกง้ แบบเสี่ยงทาย
ผูเ้ ขียนเห็นว่า การเก็งแบบดูเพ่ิมเติมข้ึนไปอีกในขอ้ ที่คิดว่ากรรมการสอบจะออกสอบใน
เรื่องน้นั และการเก็งแบบศึกษาจากแนวคาถามท่ีเคยออกสอบมาแล้ว เป็ นวิธีท่ีถูกตอ้ ง นักศึกษา
สมควรที่จะทาอยา่ งยงิ่ โดยเฉพาะในการสอบแข่งขนั ประเภทตา่ งๆ เพราะความรู้ความสามารถของ
ผสู้ อบแข่งขนั มกั จะใกลเ้ คียงกนั แตก่ ็สามารถที่จะเอาชนะกนั ไดด้ ว้ ยรายละเอียดและความลึกซ้ึงใน
การตอบ แมว้ า่ รายละเอียดและความลึกซ้ึงในการตอบน้นั จะดีเด่นกวา่ กนั เพียงเล็กน้อย ก็อาจทาให้
คะแนนดีเด่นผิดกนั ได้ เพราะฉะน้นั การศึกษาเรื่องใดเรื่องหน่ึงเป็ นพิเศษเพ่ือการสอบโดยเฉพาะ
ยอ่ มช่วยสนบั สนุนให้คาตอบของนกั ศึกษาละเอียด และลึกซ้ึงกวา่ ปกติ และในขณะเดียวกนั ก็ไม่มี
ส่วนเสียอนั ใดเลย เพราะวา่ ในเร่ืองอื่นๆ นกั ศึกษากไ็ ดเ้ ตรียมมาอยา่ งเตม็ ที่อยแู่ ลว้ ทุกแง่ทุกมุม
ปัญหาจึงมีว่า จะเก็งใจกรรมการสอบวา่ จะออกขอ้ สอบอย่างไร? นักศึกษาย่อมจะเก็งใจ
กรรมการสอบได้บางส่วนเหมือนกนั ถา้ หากไดร้ ่าเรียนกบั กรรมการสอบผูน้ ้ันมา หรือไดเ้ คยเห็น
คาถาม ซ่ึงท่านผนู้ ้นั ออกมาในคร้ังก่อนๆ ยิ่งกวา่ น้นั กรรมการสอบบางคนก็เคยเปิ ดเผยวิธีการออก
ขอ้ สอบของตนใหน้ กั ศึกษาทราบดว้ ยซ้าไป ซ่ึงก็เป็ นประโยชน์แก่นกั ศึกษาในดา้ นการตระเตรียม
การสอบเป็นอยา่ งยงิ่
1 ธานินทร์ กรัยวเิ ชียร. คาแนะนานักศึกษากฎหมาย. พิมพค์ ร้ังท่ี 5, กรุงเทพฯ :
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, 2550, หนา้ 210 - 213
22
การเก็งขอ้ สอบแบบเส่ียงทายในหมู่นกั ศึกษาประเภท สุกเอาเผากนิ หวงั พ่ึงวาระสุดทา้ ย ดู
หนังสือใกล้สอบน้ัน เป็ นสิ่งท่ีพึงละเวน้ อย่างเด็ดขาด เพราะโดยปกติกรรมการสอบก็เก็งอยู่
เหมือนกนั ว่านักศึกษาจะเก็งขอ้ สอบอย่างไร? จึงไม่ออกขอ้ สอบที่นักศึกษาเก็งอยู่ ฉะน้ัน การที่
นกั ศึกษาจะเก็งขอ้ สอบไดถ้ ูกตอ้ งน้นั นักศึกษาจะต้องเก็งว่า กรรมการสอบเกง็ ว่านักศึกษาเกง็ อะไร
การจะเก็งให้ถูกตอ้ งถึง 3 ช้นั ไม่ใช่เรื่องง่าย และโดยปกติก็มกั จะเป็ นผลให้นกั ศึกษาตอ้ งเก็งวิชาที่
สอบคร้ังแล้วคร้ังเล่า กว่าจะสอบได้ฉะน้ันทางท่ีดีท่ีสุดจึงสมควรท่ีจะเก็งแบบท่ีนักศึกษาได้
ตระเตรียมวิชาท่ีจะสอบไวอ้ ย่างดีแล้วและดูเพิ่มเติมเป็ นพิเศษต่อยอดข้ึนไปอีกในขอ้ ท่ีตนคิดว่า
กรรมการสอบจะออกขอ้ สอบในเร่ืองน้นั และแบบท่ีนักศึกษาเก็งขอ้ สอบโดยการศึกษาจากแนว
คาถามตา่ งๆ ที่เคยสอบมาแลว้ เพือ่ ให้นกั ศึกษาจะไดพ้ ร้อมท่ีจะเผชิญต่อขอ้ สอบไดท้ ุกประเภทอยา่ ง
มนั่ ใจ.
“ปัญหาใด ถ้ารู้ กต็ อบได้ง่าย ถ้าไม่รู้ ก็ตอบไม่ได้ ทาอย่างไรจึงจะรู้ อยู่ทต่ี ัวนักศึกษาเอง คือ
ต้งั ใจและอ่านให้มาก ทาความเข้าใจให้ดี และจดจาให้ได้ด้วย มคี าถากนั ตกอยู่บทหน่ึงว่า
“จาได้ ใช้ถูกต้อง ว่องไว”
ศาสตราจารย์ประพนธ์ ศาตะมาน
23
คานา
การเขียนตอบขอ้ สอบทางกฎหมายน้ัน ไม่ว่าในระดบั ปริญญาทางกฎหมาย เนติบณั ฑิต
ทนายความ ผูช้ ่วยผูพ้ ิพากษา อัยการผูช้ ่วยหรือสายวิชาชีพกฎหมายต่าง ๆ ให้ความสาคัญ
ในวิธีการเขียนตอบขอ้ สอบวิชากฎหมายเป็ นอย่างมาก นักศึกษาจึงตอ้ งเขียนตอบขอ้ สอบอย่าง
ถูกตอ้ ง ชดั เจน ครบประเด็นเป็นข้นั เป็นตอน สละสลวยโดยใชภ้ าษาทางกฎหมายจึงจะไดค้ ะแนนดี
เอกสารฉบบั น้ีมีวตั ถุประสงค์จดั ทาข้ึนเพื่อช่วยเป็ นแนวทางให้นักศึกษาทราบถึงวิธีการ
เขียนตอบขอ้ สอบทางกฎหมายไดอ้ ยา่ งถูกรูปแบบ ซ่ึงจะทาให้นกั ศึกษาไดค้ ะแนนมากข้ึน โดยได้
รวบรวม คดั ลอกขอ้ มูลจากหนังสือ “คู่มือนักศึกษา เขียนตอบข้อสอบวิชากฎหมาย ภาคหน่ึง”
ของอาจารยย์ งยศ เอี่ยมทอง และหนังสือ “คาแนะนานักศึกษากฎหมาย” ของอาจารยธ์ านินทร์
กรัยวิเชียร ตลอดจนหนงั สือ ตารา เอกสารอ่ืนๆที่เก่ียวขอ้ ง และขอขอบคุณร้านป้ี แอนดน์ อ้ ง ที่ได้
อุปการะในการจดั พมิ พใ์ นคร้ังน้ี ผจู้ ดั ทาขอขอบคุณมา ณ ท่ีน้ีดว้ ย
สานกั วชิ านิติศาสตร์
สิงหาคม 2561
สารบญั 24
คานา หน้า
การเขียนตอบขอ้ สอบวชิ ากฎหมาย ก
การใชภ้ าษาเขียน 1
ประเภทคาถามวชิ ากฎหมาย 1
การวเิ คราะห์คาถามวชิ ากฎหมาย 2
วธิ ีฝึกเขียนตอบ 3
การวางแผนเขียนคาตอบ 4
5
โครงสร้างการเขียนตอบแบบสี่ส่วน 7
โครงสร้างการเขียนตอบแบบสามส่วน 9
โครงสร้างการเขียนตอบแบบสองส่วน 11
โครงสร้างการเขียนตอบแบบหน่ึงส่วน 12
โครงสร้างการเขียนตอบแบบอื่นๆ 14
การยกหลกั กฎหมาย 17
การฝึกการเขียนตอบขอ้ สอบ 18
ขอ้ ควรระวงั และการปฏิบตั ิตวั ในหอ้ งสอบ 19
ยทุ ธวธิ ีในการเขียนตอบขอ้ สอบ 19
เอกสารอา้ งอิง 20
บทความเรื่อง การเก็งขอ้ สอบ 21