The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตั๋วเงินรวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aram.du, 2021-10-14 00:26:11

ตั๋วเงินรวมเล่ม

ตั๋วเงินรวมเล่ม

100  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

2. ความรับผิดของธนาคารที่จะต้องจ่ายเงินตามเช็คท่ีจดรับรองนี้ มีอยู่โดยไม่ต้องค�ำนึงว่า
กรณเี ข้าอยู่ใน ม.991, 992 ซ่ึงบัญญัตใิ ห้ธนาคารงดจา่ ยเงนิ ตามเช็คหรือไม่ เช่น แม้จะมคี ำ� บอกหา้ ม
ไมใ่ ชเ้ งิน ธนาคารก็จะตอ้ งจา่ ยและหักบญั ชีผ้สู ั่งจา่ ยได้ (คำ� พพิ ากษาฎีกาที่ 345/128)

3. ถ้าผู้ทรงเช็คเป็นผู้จัดให้ธนาคารลงข้อความรับรอง ผู้ส่ังจ่ายและผู้สลักหลังทั้งปวงเป็น
อันหลุดพ้นความรับผิดไป เพราะไม่ใช่ความประสงค์ในการออกเช็คท่ีจะให้มีการรับรองดังกล่าวแล้ว
ถ้าผู้ทรงยืนให้มีการรับรอง ก็แสดงว่าผู้ทรงต้องการให้ธนาคารรับผิดย่ิงกว่าจะเช่ือถือผู้สั่งจ่ายและ
ผสู้ ลกั หลงั บคุ คลเหลา่ นจ้ี งึ พนั ความรบั ผดิ มผี ลเทา่ กบั ผคู้ ำ้� ประกนั ผอ่ นเวลาใหล้ กู หน้ี เพราะแทนทจี่ ะ
ใหใ้ ชเ้ งนิ ทนั ทที ยี่ น่ื เชค็ กลบั เปน็ ยน่ื ใหธ้ นาคารรบั รอง เพอ่ื ใชเ้ งนิ ในวนั หลงั ตามปกตถิ า้ ธนาคารรบั รอง
ธนาคารย่อมจะต้องมเี งนิ ของผู้สั่งจา่ ยพอทจี่ ะจา่ ยเงินตามท่ีรับรองไว้ไดเ้ สมอ พฤตกิ ารณ์

**วธิ กี ารเชน่ นขี้ ดั กบั Uniform Law on Cheques 1931, ส. 6 เวน้ แตก่ รณที ส่ี งั่ จา่ ยเงนิ ระหวา่ ง
ส�ำนกั งานต่าง ๆ แห่งของธนาคารเดียวกัน

**รบั รองตาม ม. 993 แปลมาจาก “certify” ไม่ใช่ “accept “ตาม ม. 927.
**ทางปฏบิ ตั ใิ นเวลานธ้ี นาคารใชว้ ธิ อี อกเชค็ ของธนาคารเองเปลย่ี นใหใ้ หม่ แทนทจี่ ะจดรบั รอง
ลงในเชค็ เดิม มีผลทำ� ใหอ้ ายคุ วามเปล่ียนเปน็ อายคุ วามฟ้องผสู้ ั่งจ่าย ตาม ม. 1002 ซึ่งมกี ำ� หนด 1 ปี
ธนาคารมฐี านะเป็นผูส้ งั่ จ่ายขิ้นด้วย เชน่ อาจส่ังงดจา่ ยเงนิ กไ็ ดแ้ ละเชค็ น้ันกโ็ อนกันได้ตามปกติ
ที่ผู้ทรงย่ืนเช็คให้ธนาคารจดรับรองน้ัน ทางท่ีถูกเม่ือมีการย่ืนเช็คธนาคารย่อมต้องจ่ายเงิน
ทันทีท่ีได้เห็น แต่เมื่อผู้ทรงยังไม่รับเงินจ�ำนวนนั้น กลับให้ธนาคารจดรับรองแทน” ก็เท่ากับภาระ
ตามข้อผูกพันของผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังส้ินสุดลงแล้ว ผู้สลักหลังที่หลุดพ้นความรับผิดนี้มิได้จ�ำกัด
ว่าหมายความเฉพาะค่สู ัญญาก่อนการจดรับรอง การไลเ่ บ้ยี ย้อนข้นึ ไปถึงผู้สัง่ จา่ ยและผ้สู ลกั หลงั ก่อน
ขนึ้ ไปทำ� ไมไ่ ด้ จงึ เขา้ ใจวา่ จะเปน็ ผสู้ ลกั หลงั กอ่ นหรอื หลงั การจดรบั รองกห็ ลดุ พน้ จากความรบั ผดิ เหมอื น
กนั หมด *แตถ่ า้ ผูส้ ่ังจา่ ยเปน็ ผู้ขอใหธ้ นาคารจดรบั รอง ผูส้ งั่ จ่ายและผู้สลกั หลงั หาหลดุ พน้ ความรบั ผดิ
ไม่ ทงั้ นเี้ พราะเปน็ การทธ่ี นาคารทำ� ใหเ้ พอ่ื ประโยชนข์ องผสู้ งั่ จา่ ยเอง ทต่ี อ้ งการใหผ้ ทู้ รงเชอ่ื ถอื เชค็ นน้ั
ควรสงั เกตวา่ กฎหมายไมไ่ ดก้ ลา่ วถงึ ผสู้ ลกั หลงั ขอใหธ้ นาคารจดรบั รอบพราะผสู้ ลกั หลงั ตามปกตไิ มม่ ี
ความเกยี่ วพนั กบั ธนาคาร ฉะนน้ั หากจะใหธ้ นาคารอดรบั รองกต็ อ้ งทำ� เมอ่ื ตนยงั เปน็ ผทู้ รงอยกู่ อ่ นโอน
ตัว๋ เงนิ ไปเทา่ นน้ั (ม. 993)

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  101

บทท่ี 3 การใชเ้ งนิ

ก�ำหนดเวลาใช้เงิน เช็คเป็นตั๋วเงินที่ต้องจ่ายเงินเม่ือทวงถาม ผู้ทรงยื่นเช็คต่อธนาคาร
เวลาใด จะต้องใช้เงนิ ทนั ที**

มาตรา 990 บญั ญตั วิ า่ “ผทู้ รงเชค็ ตอ้ งยนื่ เชค็ แกธ่ นาคารเพอื่ ใหใ้ ชเ้ งนิ คอื วา่ ถา้ เปน็ เชค็
ใหใ้ ชเ้ งนิ ในเมอื งเดยี วกนั กบั ทอ่ี อกเชค็ ตอ้ งยน่ื ภายในเดอื นหนง่ึ นบั แตว่ นั ออกเชค็ นน้ั ถา้ เปน็
เชค็ ให้ใชเ้ งินที่อนื่ ตอ้ งย่ืนภายในสามเดือน ถ้ามฉิ ะนัน้ ท่านวา่ ผ้ทู รงสิ้นสิทธทิ จี่ ะไลเ่ บย้ี เอาแก่
ผสู้ ลกั หลงั ทัง้ ปวง ทง้ั เสียสทิ ธิอันมีต่อผู้สั่งจา่ ยดว้ ยเพยี งเท่าทจ่ี ะเกดิ ความเสยี หายอยา่ งหนงึ่
อยา่ งใดแก่ผู้สงั่ จา่ ยเพราะการท่ลี ะเลยเสยี ไม่ย่นื เชค็ นน้ั

อนึ่ง ผู้ทรงเช็คซ่ึงผู้สั่งจ่ายหลุดพ้นความรับผิดไปแล้วนั้น ท่านให้รับช่วงสิทธิของผู้สั่งจ่าย
คนน้นั อันมตี อ่ ธนาคาร”

ก�ำหนดเวลาที่ต้องย่ืนเชิด การยื่นเช็คต่อธนาคารน้ันแล้วแต่ว่าเป็นเช็คออกให้ใช้เงินในเมือง
เดียวกันหรือเช็คออกให้ใช้เงินท่ีอ่ืน ถ้าเป็นเช็คออกให้ใช้เงินในเมืองเดียวกัน คือจังหวัดเดียวกัน
ตอ้ งย่นื ภายใน 1 เดอื น ถา้ เปน็ เชค็ ออกใหใ้ ช้เงินทอ่ี นื่ ตอ้ งย่ืนภายใน 3 เดือนนับแต่วนั ออกเชค็ วันออก
เชค็ คอื วนั ทลี่ งในเชค็ (คำ� พิพากษาฎกี าที่ 414/2502) ในกรณีท่ีออกเช็ค

** การทธี่ นาคารปฏเิ สธไมจ่ า่ ยเงนิ อาจทำ� โดยแจง้ แกผ่ ทู้ รงวา่ โปรดสง่ เชค็ มาเบกิ อกี ครงั้ หนงึ่
หรอื แจ้งวา่ เกนิ ขอ้ ตกลง (ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 414/2519) หรือใหต้ ิดต่อกับผสู้ ั่งจ่าย (ค�ำพิพากษาฎกี า
ที่ 1983/2521) เช็คที่ลงวันล่วงหน้าและธนาคารปิดบัญชีของผู้สั่งจ่ายก่อนวันในเช็ค ก็ไล่เบี้ยได้เช่น
เดียวกัน (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 1865/2517, ที่ 3471/2526)

ลงวันถัดไปหรอื ลว่ งหน้า (post-dated) คือออกให้กอ่ นวนั ท่ีเขียนลงในเช็ค ได้กลา่ วมาแลว้
ในหัวขอ้ ท่ี 38 ตอนที่ว่าด้วยตวั แลกเงิน ขอ้ ที่นา่ สังเกตกค็ ือในตวั แลกเงนิ ตาม ม.928 แล้วแตผ่ ้สู งั่ จา่ ย
จะก�ำหนดวันย่ืนตัวเงินไว้ช้าหรือเร็วกว่าที่กฎหมายก�ำหนดก็ได้ แต่ในเรื่องเช็ค ม.440 ไม่เปิดช่อง
ใหผ้ อู้ อกเชค็ ทำ� ไดเ้ ชน่ นนั้ เพราะไมต่ อ้ งการใหล้ กั ลน่ั ไมเ่ ปน็ ระเบยี บเดยี วกนั แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี คกู่ รณตี อ้ ง
ถือตามวันทีล่ งในเช็คนั่นเอง เพราะความรบั ผดิ ในตวั๋ เงนิ ต้องเป็นไปตามขอ้ ความทีเ่ ขยี นไว้ (ม. 500)
เช็คลงวนั ท่ี 30 ตลุ าคม 2514 ผู้ทรงน�ำไปขนึ้ เงินต่อธนาคารในวันที่ 15 เดือนเดยี วกันธนาคารคนื เชค็
อา้ งวา่ เงนิ ในบญั ชไี มพ่ อจา่ ย เปน็ การนำ� เชค็ ไปขน้ึ เงนิ กอ่ นวนั ออกเชค็ โจทกเ์ อาผดิ แกจ่ ำ� เลยฐานออก
เชค็ ไมม่ ีเงินไม่ได้ (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 2765/2522)

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

102  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ผลของการไม่ยื่นเช็คในก�ำหนด ในกรณีตั๋วแลกเงิน ถ้าไม่ย่ืนตั๋วให้ใช้เงิน ม. 973 (1)
ให้ผู้ส่ังจ่ายและผู้สลักหลังหลุดพ้นความรับผิดไป แต่ในเรื่องเช็คตาม ม.990 ผู้สลักหลังเท่าน้ันที่พ้น
ความรบั ผดิ ผู้สลักหลงั ทห่ี ลดุ พน้ ไปนไ้ี ม่จ�ำกดั เฉพาะผทู้ ่สี ลักหูลังกอ่ นสน้ิ เวลา 1 เดือน สว่ นผสู้ ่ังจา่ ย
จะหลุดพ้นไปก็เพียงเท่าที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้ส่ังจ่าย เพราะการละเลยเสียไม่ยื่นเช็คเท่าน้ัน
คำ� พิพากษาฎกี าที่ 59/2507, ท่ี 1079/2508) และเมอื่ ผู้สง่ั จ่ายหลดุ พน้ ไปแล้วยังให้ผู้ทรงรับช่วงสทิ ธิ
ของผสู้ ง่ั จา่ ยอนั มตี อ่ ธนาคารอกี ดว้ ย ในขอ้ นจ้ี ะอธบิ ายไดด้ ว้ ยตวั อยา่ งดงั ปรากฏในหนงั สอื เรอื่ งตว๋ั เงนิ
ของ Chalmers, p. 236 ดงั นี้

นายคำ� ออกเชค็ สง่ั ธนาคารจา่ ยเงนิ 5,000 บาท แกน่ ายเขยี ว นายเขยี วไมย่ นื่ เชค็ ภายในกำ� หนด
ธนาคารลม้ ละลาย ปรากฏวา่ เมื่อธนาคารลม้ ละลาย นายดำ� มเี งนิ ในธนาคารพอจา่ ยใหต้ ามเช็คนนั้ แต่
การล้มละลายท�ำให้นายด�ำได้รับเฉลี่ยทรัพย์เพียงร้อยละ 25 ดังนี้ นายด�ำเสียหายเพราะไม่ยื่นเช็ค
รับเงินในกำ� หนด นายดำ� จงึ หลุดพ้นไปในจำ� นวนเงนิ ร้อยละ 75 แต่นายเขยี วเข้ารับช่วงสิทธขิ องนาย
ค�ำที่จะพิสูจน์ขอรับช�ำระหน้ีแทนนายค�ำจากธนาคาร ตามส่วนเฉล่ียร้อยละ 25 ท่ีนายด�ำจะได้รับใน
จ�ำนวน 5,000 บาท ที่นายดำ� เปน็ เจา้ หนธี้ นาคารผ้ลู ม้ ละลายน้นั ใหด้ คู ำ� พิพากษาฎกี าที่ 1865/2492,
ที่ 1162/2515 ซ่ึงมีอธิบายในทำ� นองนี้

Chalmers, p. 237 กล่าวตอ่ ไปว่า ถา้ นายดำ� ไมม่ ีเงนิ ในธนาคาร แต่มสี ทิ ธเิ บกิ เงินเกินบญั ชี
ได้นายด�ำก็หลุดพ้นไปเพราะนายค�ำเสียหายเหมือนกัน และนายเขียวไม่สามารถพิสูจน์ขอรับช�ำระ
หน้ีจากกองทรัพย์สินของธนาคารผู้ล้มละลายได้ ในข้อน้ีมีผู้สงสัยว่านายด�ำไม่เสียหาย เพราะที่นาย
คำ� มสี ิทธเิ บิกเงินเกนิ บัญชีนั้น นายดำ� กจ็ ะตอ้ งเปน็ ลกู หนี้ธนาคาร ถ้านายเขียวไมย่ นื่ เช็ค นายค�ำก็ไม่
ตอ้ งเปน็ ลกู หนธ้ี นาคาร การทนี่ ายดำ� ยงั คงตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ นายเขยี วหรอื เปลยี่ นไปเปน็ ลกู หนธี้ นาคารจงึ

**Uniform Law on Cheques 1931, a. 28 วรรคสอง บญั ญตั ิวา่ แมจ้ ะยืน่ เช็คเพื่อใหใ้ ช้เงิน
กอ่ นวนั ท่ลี งในเชค็ ก็ตอ้ งจ่ายในวนั ท่ยี นื นั้น เป็นวธิ ีการทก่ี ฎหมายของประเทศตา่ ง ๆ นิยมบญั ญตั ิใน
ปจั จบุ นั มากข้นึ เพราะไมป่ ระสงคใ์ ห้ใช้เชค็ เป็นเอกสารสินเชอ่ื มแี นวคัดเชน่ เดียวกนั น้ีในคำ� พพิ ากษา
ฎีกาที่ 1254/2497

ไม่น่าจะเป็นการเสียหายต่อนายด�ำอย่างไร ถ้านายค�ำเอาเงนิ เขา้ ธนาคารไวพ้ อกบั จ�ำนวนใน
เชค็ นายคำ� จงึ จะหลดุ พน้ แตก่ ต็ อ้ งใหน้ ายเขยี วรบั ชว่ งสทิ ธพิ สิ จู นข์ อรบั ชำ� ระหนไี้ ดก้ ลา่ วมาแลว้ สำ� หรบั
กรณีอื่น ๆ แล้วผู้ส่ังจ่ายอาจไม่หลุดพ้นความรับผิด เช่น การท่ีโจทก์ผู้ทวรงน�ำเช็คพิพาทไปยื่นต่อ
ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินล่าช้า จนลูกหนี้ซ่ึงจ�ำเลยส่ังจ่ายเช็คพิพาทเพ่ือเป็นประกันหน้ีเงินกู้หลบหนีไป
แลว้ จึงด�ำเนินการท�ำให้จ�ำเลยผู้สง่ั จา่ ยเสียหาย ไมส่ ามารถใชส้ ิทธิไล่เบี้ยจากลกู หนไ้ี ดก้ รณกี ไ็ มต่ อ้ ง
ด้วยบทกฎหมายดังกล่าวน้ี และจ�ำเลยผู้ส่ังจ่ายก็ไม่พันความรับผิดตามเช็คพิพาท (ค�ำพิพากาฎีกา
ท่ี 3242/2530)

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  103

ผู้สลักหลังที่หลุดพ้นไปตามมาตราน้ีหมายความถึงผู้สลักหลังในเช็ค แต่ไม่หมายความถึงผู้
สลกั หลังเช็คผูถ้ ือตาม ม. 921, 989 ซ่งึ มฐี านะเป็นเพียงประกันคอื อาวัลผ้สู ัง่ จ่ายเท่านั้น จึงต้องรบั ผดิ
อยเู่ ช่นเดียวกับที่ผู้สง่ั จา่ ยยังคงรบั ผดิ ดงั กล่าวข้างตน้ (คำ� พพิ ากษาฎีกาท่ี 2181/2517, ท่ี 393/2518,
ที่ 2460/2526)

เช็คในประเทศไม่ตอ้ งมคี �ำคัดคา้ น เพราะ ม. 989 ไม่นำ� 964 เร่ืองค�ำคดั คา้ นมาใช้ และไม่ใช้
ม. 973 เรื่องยน่ื ตัว๋ เงนิ พน้ กำ� หนดเวลาด้วย ม. 924 เรอื่ งสลักหลังเชค็ เม่ือพ้นเวลาเพ่ือทำ� ค�ำคดั ค้าน
ก็ไม่ใช้ส�ำหรับเช็คในประเทศ เหตุนี้แม้จะสลักหลังเช็คภายหลังธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ศาล
ก็ยังถือว่าผู้รับสลักหลังหรือผู้ทรงเช็คยังคงเป็นผู้ทรงอยู่ และฟ้องผู้สั่งจ่ายกับผู้สลักหลังเช็คผู้ถือ
อาวลั ผสู้ งั่ จา่ ยได้ (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 107/2517, ท่ี 313/2521, ที่ 425/2522) ทง้ั นต้ี อ้ งอยภู่ ายใตบ้ งั คบั
ม. 990 ซงึ่ คงใชแ้ ทน ม. 924**

อย่างไรก็ตามในบางกรณี ผู้ทรงอาจไม่ต้องย่ืนเช็คแก่ธนาคารเพ่ือให้ใช้เงินก็ได้ หากมี
เหตุการณ์ใด ๆ ท่ีตามกฎหมายท�ำให้ธนาคารไม่ต้องจ่าย เช่น ในกรณีที่ผู้สั่งจายเช็คตาย ถ้าผู้ทรง
ไม่ประสงค์จะน�ำเช็คไปยื่นให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คก็มีสิทธิทวงถามทายาทหรือผู้จัดการมรดกของ
ผสู้ ง่ั จ่าย และผู้สลักหลงั ตลอดจนลูกหนอ้ี ่ืน ๆ ใหใ้ ช้เงินได้เลย ถ้าบุคคลเหล่านัน้ ไม่ชำ� ระเงินตามเช็ค
ผู้ทรงก็มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คได้ ผู้ทรงไม่จ�ำเป็นต้องน�ำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ตาม
ม. 990 กอ่ น เพราะเมอื่ ธนาคารรวู้ า่ ผสู้ ง่ั จา่ ยตาย หนา้ ทแี่ ละอำ� นาจของธนาคารทจ่ี ะใชเ้ งนิ ตามเชค็ อนั เบกิ
แกต่ นเป็นอันส้ินสุดไปตาม ม.992 (2) (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 3973/2526,ที่ 4027/2527)

ขอ้ ยกเวน้ ไมใ่ หธ้ นาคารจา่ ยเงนิ เมอื่ มผี ยู้ น่ื เชค็ โดยถกู ตอ้ งธนาคารตอ้ งจา่ ยเงนิ ตามจำ� นวน
ในเช็ค มฉิ ะน้นั ก็อาจตอ้ งรับผิดตามสัญญาระหวา่ งผ้ฝู ากเงนิ กบั ธนาคาร นอกจากนั้นยังอาจท�ำใหเ้ กดิ
ความเสียหายแก่ผสู้ ่ังจ่ายได้ ธนาคารจึงอาจมีความรบั ผดิ ทางละเมดิ กไ็ ด้ ถ้าเป็นการท�ำโดยจงใจหรือ
ประมาทเลินเลอ่ โดยมชิ อบดว้ ยกฎหมายใหเ้ กดิ ผลเสียหายแก่ผ้สู ัง่ จา่ ย จึงมีข้อยกเว้นมใิ ห้ธนาคารจ�ำ
ตอ้ งจา่ ยเงินไว้

มาตรา 991บญั ญตั ิขอ้ ยกเว้นมิใหธ้ นาคารจ�ำต้องจา่ ยเงินตามเชค็ ในกรณีตอ่ ไปนี้
1. ไมม่ ีเงินในบญั ชขี องผู้เคยค้าคนนั้นเป็นเจ้าหน้พี อจะจ่ายตามเชค็ นน้ั เช่น ธนาคารมีสิทธ์ิ
หักเงินของผู้เคยค้าออกจากบัญชี เพื่อใช้หน้ีธนาคารจ�ำนวนหน่ึงเหลือเงินไม่เต็มจ�ำนวนตามเช็คที่
ผเู้ คยคา้ ออกสงั่ ธนาคารจา่ ยเงนิ (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 26/2532) การทธ่ี นาคารไมจ่ า่ ยเงนิ ตามเชค็ นนั้ เลย
ยอ่ มทำ� ไดต้ าม ม. 991 (1) ไมต่ อ้ งรบั ผดิ ใชค้ า่ เสยี หายแกผ่ เู้ คยคา้ (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 1634/2492) หรอื
2. เช็คนั้นย่ืนเพื่อให้ใช้เงินเม่ือพ้นเวลา 5 เดือน นับแต่วันออกเช็ค ซ่ึงหมายถึงยื่นเม่ือพ้น
เวลา 5 เดอื นนบั แตว่ นั ทร่ี ะบไุ วใ้ นเชค็ ซงึ่ อาจเปน็ การระบใุ นวนั ทผี่ ทู้ รงรบั เชค็ จากผสู้ งั่ จา่ ย หรอื ในภาย
หลงั กไ็ ด้ เชน่ ผทู้ รงเชค็ ไดร้ บั เชค็ ทม่ี ไิ ดล้ งวนั เดอื นปี และตอ่ มาไดไ้ ปขอรบั เงนิ จากผสู้ ง่ั จา่ ยผสู้ งั่ จา่ ยจงึ
ดาวนเโ์ขหียลดนจกากรรอะกบวบันTเUดDอื Cนโดปยใี นนาเยชอ็ครย่ามอ้ ดนวหงจลนั งั ทไรป์ จากวนั ทีท่ ี่มีการขอรับเงนิ ถงึ 8 ปเี ศษ แม้หากจ�ำเลยผู้ส่งั จา่ ย

104  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

จะมเี งินในธนาคาร ธนาคารก็ชอบทจี่ ะปฏเิ สธการจา่ ยเงนิ ได้ตาม ป.พ.พ. ม. 991 (2)และ ม. 1002 แต่
ในกรณีน้ีการกระท�ำของผู้ส่ังจ่ายมีเจตนาท�ำให้ผู้ทรงเสียประโยชน์ ซึ่งเอกสารเช็คจึงเป็นความผิด
ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 188(ฎกี าท่ี 3658/2526 2526 ฎ. 2833)หรอื

3. ไดม้ ีค�ำบอกกล่าววา่ เช็คนัน้ หายหรือถกู ลกั ไป
ใน 7 กรณีนี้ เป็นข้อยกเว้นท่ีธนาคารอาจไม่จ่ายเงินตามเช็คได้โดยไม่ต้องรับผิดต่อผู้เคย
ค้าแต่มิใช่บทบัญญัติท่ีห้ามมิให้ธนาคารจ่ายเงินเสียทีเดียว ฉะน้ันถ้าธนาคารสมัครจะจ่ายเงินก็ท�ำได้
คำ� พพิ ากษาฎีกาที่ 1530/2519) แตเ่ มอ่ื จา่ ยเงนิ ไปแลว้ ธนาคารจะหักเงินของผู้เคยค้าออกได้เพียงใด
ย่อมแล้วแต่มูลเหตุที่ธนาคารจะอ้างเอากับผู้เคยค้าอีกส่วนหน่ึง เช่น แม้จะไม่มีเงินของผู้เคยค้าใน
บญั ชีพอจะจา่ ย แต่ถ้าธนาคารเห็นควรจา่ ยไปเพ่ือรกั ษาช่ือเสียงของผู้เคยคา้ ธนาคารกอ็ าจจา่ ยไปได้
แล้วไปหักบัญชีเอาภายหลังเม่ือมีเงินของผู้เคยค้าพอ ในฐานะจัดการไปตามค�ำสั่งของผู้ส่ังจ่ายก็ได้
ไม่ใชก่ รณตี าม ม. 407 (ค�ำพพิ ากษาฎีกาท่ี 2140/2517) ถ้าเงนิ ในบัญชมี ไิ มพ่ อ กเ็ รียกเงินสว่ นท่ยี งั
ขาดได้ (ค�ำพพิ ากษาฎกี าท่ี 3332/2522) พร้อมทั้งดอกเบ้ียไมท่ บต้นรอ้ ยละ 7 1/2 ตอ่ ปี (คำ� พิพากษา
ฎีกาที่ 1587/2523) แม้แตเ่ ช็คนั้นมีอายเุ กนิ 5 เดือน ก็อาจจา่ ยเงนิ ไดถ้ ้าธนาคารไม่มขี ้อสงสยั อันใด
(ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 640/2496 ถ้าธนาคารไม่จ่ายเงิน เจ้าหนี้ก็ยังอาจเรียกเงินตามหนี้เดิมได้ตาม
ม. 321 1005 (คำ� พิพากษาฎกี าที่ 1791/2517) หรือมคี �ำบอกกลา่ ววา่ เช็คหายหรอื ถกู ลักไป ธนาคาร
กไ็ มจ่ �ำต้องจา่ ยเงนิ ตามเชค็ ซึง่ หากจะมผี นู้ �ำมาเบกิ เงิน แตถ่ า้ ธนาคารเหน็ วา่ ผู้ทรงเชค็ เป็นผ้ทู รงโดย
ชอบดว้ ยกฎหมายไดร้ บั เชค็ มาโดยสจุ รติ กอ็ าจจา่ ยเงนิ ไป แลว้ หกั บญั ชเี อาจากผสู้ ง่ั จา่ ยได้ ทวี่ า่ ธนาคาร
ไม่จำ� ตอ้ งจา่ ยเงนิ น้ัน เป็นแตใ่ หส้ ิทธิแกธ่ นาคารทจี่ ะงดไม่จ่ายเงนิ เทา่ นั้น ถ้าธนาคารจา่ ยเงินไปก็อาจ
ตอ้ งรับผดิ ถ้าไม่ใชค้ วามระวังอันควร เช่น ควรจะรูว้ ่าเช็คนัน้ ผนู้ ำ� มายืน่ ได้เชค็ มาโดยทจุ ริตไมม่ สี ิทธิ
ดกั วา่ ผทู้ รงซงึ่ ถกู ลกั เชค็ ไป เปน็ ตน้ ธนาคารจะหกั เงนิ จากบญั ชผี สู้ ง่ั จา่ ยไมไ่ ด้ มผี ลดจุ ธนาคารจา่ ยเงนิ
แลว้ รับโอนเช็คไว้ กลายเปน็ ผูท้ รง
ธนาคารออกแคชเชียร์เช็ค แม้ผู้รับเงินห้ามธนาคารฉ่ายเงิน ธนาคารยังต้องรับผิดในฐานะ
ผอู้ อกเช็ค (คำ� พพิ ากษาฎีกาที่ 772/2526)
อย่างไรก็ตาม บทบญั ญัติมาตรา 991 น้ีเป็นเรื่องเฉพาะระหว่างธนาคารกบั ผทู้ รงเช็คทน่ี ำ� เชค็
ไปขน้ึ เงนิ เทา่ นนั้ ไมร่ วมถงึ สทิ ธขิ องผทู้ รงทม่ี ตี อ่ ผสู้ ง่ั จา่ ย แมผ้ ทู้ รงเชค็ มไิ ดน้ ำ� เชค็ ไปขน้ึ เงนิ ภายในเวลา
6 เดือน นบั แต่วนั ท่ีออกเช็ค และธนาคารปฏิเสธการจา่ ยเงนิ ตามเชค็ ดว้ ยเหตดุ ง้ั กล่าวผทู้ รงกห็ าเสีย
สทิ ธทิ จี่ ะเรยี กเงนิ ตามเชค็ จากผสู้ ง่ั จา่ ยไมค่ ำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 169/2528) และการทธ่ี นาคารปฏเิ สธการ
จา่ ยเงนิ ตามเช็คด้วยเหตุผลทย่ี ่ืนใหใ้ ช้เงินเมอ่ื พนั เวลา 6 เดอื น นับแตว่ ันออกเชค็ น้นั ไม่ใชก่ ารปฏิเสธ
ไมจ่ า่ ยเงินตามเชค็ ตามท่ี พ.ร.บ.ว่าด้วยความผดิ อนั เกิดจากการใช้เช็ค ๆ ม. 3 บญั ญตั ไิ ว้ และยังไม่
ได้แสดงว่าผู้ส่ังจ่ายออกเช็คโดยเจตนาท่ีจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหรือห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตาม
ดาวนเ์โชหค็ลดโดจายกเรจะบตบนTาUทDจุ Cรติโดยกนาารยอออรา่ กมเชดว็คงขจนัอทงรผ์ ูส้ ั่งจ่ายจงึ ไมเ่ ปน็ ความผิด (คำ� พพิ ากษาฎีกาที่ 3013/2528)

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  105

นอกจากนีย้ ังมี ม. 892 บญั ญัติวา่ “หนา้ ที่และอ�ำนาจของธนาคาร ซึ่งจะใช้เงนิ ตามเชค็ อนั
เบิกแก่คนนนั้ ทา่ นว่าเปน็ อนั ส้นิ สดุ ไปเม่ือกรณีเป็นดังจะกลา่ วต่อไปนค้ี ือ

(1) มีคา่ บอกห้ามการใชเ้ งิน
(2) รู้วา่ ผู้ส่งั จา่ ยตาย
(3) รู้ว่าศาลได้มีค�ำสั่งรักษาทรัพย์ชั่วคราวหรือค�ำส่ังให้ผู้ส่ังจ่ายเป็นคนล้มละลายหรือได้
มปี ระกาศโฆษณาค�ำส่งั เช่นน้ัน”
กรณีตาม ม.992 น้ี เปน็ บทบงั คบั ใหธ้ นาคารจำ� ตอ้ งงคการใชเ้ งินตามเช็คทเี คียว ถ้าธนาคาร
ขึน้ จ่ายเงินไป ธนาคารจะหักบัญชจี ากผเู้ คยคา้ ไมไ่ ด้ ค่างกับกรณตี าม ม. 991 ซงึ่ เปน็ แตใ่ ห้สิทธแิ ก่
ธนาคารที่จะงดการใชเ้ งนิ ตามเชค็ นั้น** ถ้าธนาคารจา่ ยเงนิ ให้ผูท้ รงไป ธนาคารตอ้ งรับผิดตอ่ ผู้เคยค้า
เช่น ผสู้ ง่ั จ่ายมหี นังสอื แจ้งธนาคารใหง้ ดจา่ ยเงินตามเช็ค 13 ฉบบั ธนาคารไดป้ ฏิบัติตามคำ� สัง่ งดจ่าย
เงนิ แต่ตอ่ มาไดจ้ ่ายเงินตามเชค็ ไป 3 ฉบับ โดยฝา่ ฝืนคำ� สงั่ ขอใหง้ ดจา่ ยเงนิ ตามเช็คดังนี้ ธนาคาร
ต้องชดใช้เงินจ�ำนวนที่จ่ายไปให้ผู้สั่งจ่ายพร้อมค่าเสียหายนับแต่วันจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับ
(คำ� พิพากษาฎีกาที่ 3229/2527)
การบอกหา้ มการใชเ้ งนิ ตอ้ งเปน็ คำ� สง่ั ของผเู้ คยคา้ เพราะคำ� สงั่ ใหจ้ า่ ยเงนิ เปน็ คำ� สง่ั ของผเู้ คย
คา้ ซง่ึ เป็นคสู่ ญั ญา คนอืน่ ไมม่ อี ำ� นาจจะสั่งธนาคาร เมือ่ ผ้สู ัง่ จา่ ยอายดั เช็คตอ่ ธนาคาร ผสู้ ัง่ จ่ายไม่พน้
ความรบั ผิดต่อผ้ทู รงตาม ม. 914 (คำ� พพิ ากษาฎีกาที่ 180/2508) ** การบอกหา้ ม
**ตามที่อา้ งของกรมรา่ งกฎหมาย ม. 992 มาจาก พ.ร.บ. คัว่ แลกเงนิ ของอังกฤษ ม. 74 แต่
ม. 991 มิไดอ้ ้างที่มาจากท่ีใคเลย เป็นขอ้ ที่ปรากฏอยใู่ น 2 Halsbury, ed. 3, no. 359, pp. 190, 192.
** ส่ังห้ามการจ่ายเงินเพราะมีข้อโต้แย้งเก่ียวกับจ�ำนวนหน้ีอยู่ ไม่เป็นทุจริต ไม่ผิด
พระราชบัญญตั ิว่าด้วยความผดิ อันเกิดจากการใช้เชค็ ๆ (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 3066 ถึง 3068/2522,
ที่ 1023/2526, ท่ี 2209/2526).
การจ่ายเงินซ่ึงธนาคารต้องปฏิบัติตามน้ัน ต้องเป็นการบอกกล่าวก่อนท่ีธนาคารจะจ่ายเงิน
ซงึ่ อาจเป็นการจ่ายเงนิ ให้ผทู้ รงหรอื จา่ ยโดยโอนเขา้ บัญชขี องผทู้ รงก็ได้ แต่ถ้าหลังจากท่ีธนาคารจา่ ย
เงนิ ไปแลว้ ธนาคารจะดำ� เนนิ การใด ๆ ตอ่ ผทู้ รงในทางเรยี กเงนิ คนื ไมไ่ ด้ มฉิ ะนน้ั จะตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ผทู้ รง
เช่น ธนาคารจ�ำเลยไดโ้ อนเงนิ เข้าบัญชเี งนิ ฝากของโจทก์ ซึง่ เป็นผู้ทรงเช็คของ ม. ผ้สู ่ังจา่ ย เสรจ็ ส้ิน
แลว้ ถอื ไดว้ า่ ไดม้ กี ารจา่ ยเงนิ ตามเชค็ แลว้ ทำ� นองเดยี วกนั โจทกก์ น็ ำ� เชค็ ไปขอรบั เงนิ สด เมอ่ื ผสู้ งั่ จา่ ย
ขออายดั เชค็ หลงั จากมกี ารหกั โอนทางบญั ชดี งั กลา่ วแลว้ ธนาคารจำ� เลยจงึ ไมส่ มควรรบั การอายดั ของ
ผสู้ ง่ั จา่ ย การรบั อายดั แลว้ โอนเงนิ จากบญั ชขี องโจทกก์ ลบั คนื ไปยงั บญั ชขี องผสู้ ง่ั จา่ ย จงึ เปน็ การกระทำ�
ทมี่ ชี อบดว้ ยกฎหมาย ธนาคารจำ� เลยจงั ตอ้ งรบั ผดิ ชา่ ระเงนิ ตอ่ โจทก์ (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 3620/2527)
ดาวนสโ์ หว่ ลนดกจารกณระที บผี่บสู้ Tง่ัUจDา่Cยโตดยายนานยนั้อรก่ามารดทวงผี่จนัสู้ ทง่ั รจ์ า่ ยตายบญั ชเี ดนิ สะพดั ระหวา่ งธนาคารกบั ผสู้ งั่ จา่ ยอ่ มระงบั ลง

106  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

การจ่ายเงนิ จึงต้องยตุ ิ หน้บี างอย่างอาจระงับลงดว้ ยความตาย ไมต่ กทอดไปถึงทายาท การช�ำระหน้ี
อาจต้องเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องงดการจ่ายเงินตามเช็ค แต่กองมรดกต้องรับผิดตามท่ีตกทอดมาแม้
ผู้สั่งจ่ายตายก่อนวันที่ลงล่วงหน้าในเช็คก็ตาม (ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 1416/2522) ผู้จัดการมรดกเพิก
เฉยเม่ือถูกทวงถาม ถือเปน็ การโต้แย้งสิทธแิ ละฟ้องผจู้ ดั การมรดกใหช้ �ำระหนี้ตามเชค็ ได้ โดยไม่ตอ้ ง
ผา่ นธนาคารกอ่ น (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 10063/2524)นอกจากนน้ั ผทู้ รงไมต่ อ้ งยนื่ เชค็ เพอ่ื ใหธ้ นาคารใช้
เงนิ คอื มสี ทิ ธท์ิ วงถามใหท้ ายาท หรอื ผจู้ ดั การมรดกของผสู้ งั่ จา่ ยและลกู หนคี้ นอน่ื ๆ ใชเ้ งนิ ตามตว๋ั นนั้
ไดเ้ ลย (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 3973/2526, ที่ 4027/2527) ส่วนการสม้ ละลายนน้ั ตอ้ งงดการใชห้ นีเ้ ชน่
เดียวกันเพราะจะต้องไปด�ำเนนิ การทางคดีล้มละลายอีกสว่ นหนง่ึ

แตก่ ารงดการจา่ ยเงนิ ตามเชค็ นี้ หมายความเฉพาะกรณที ธ่ี นาคารมไิ ดจ้ ดรบั รองในเชค็ เทา่ นนั้
ถ้าธนาคารจดรับรองในเช็คแลว้ ธนาคารมขี ้อผูกพนั ของตนเองทีจ่ ะต้องใชเ้ งนิ ตามเชค็ ตาม 30 ม. 993
เสมอ โดยมีตอ้ งคำ� นึงถงึ ข้อก�ำหนดใน ม. 991, 992 น้ี

ธนาคารน�ำ ม. 992 นไ้ี ปใชใ้ นกรณตี วั แลกเงินท่สี าขาธนาคารรบั อาวัลไว้กไ็ ม่ได้ คำ� พิพากษา
ฎกี าท่ี 833/2523

เชค็ ขดี ครอ่ ม ตามธรรมดาธนาคารยอ่ มจา่ ยเงนิ ตามเชค็ ใหแ้ กผ่ ทู้ รง แตม่ วี ธิ กี ารปอ้ งกนั มใิ ห้
ผไู้ ดเ้ ชค็ ไปโดยไมช่ อบนำ� เอาไปขนึ้ เงนิ ไดส้ ะดวก โดยมวี ธิ ขี ีดคร่อมเชค็ เสีย ทา้ ใหก้ ารจ่ายเงินตามเช็ค
นน้ั ตอ้ งจา่ ยโดยวธิ จี า่ ยเขา้ บญั ชขี องผทู้ รงในธนาคารใดธนาคารหนงึ่ หรอื เขา้ บญั ชใี นธนาคารทรี่ ะบไุ ว้
ในขีดครอ่ มเท่าน้นั จงึ รู้ตัวผูร้ ับเงินตามเชค็ ไปและอาจมกี ารเรยี กคืนได้ ถ้าผทู้ ีไ่ ดเ้ ช็คขดี คร่อมนาไมม่ ี
สิทธิบริบูรณ์ในเช็ดนั้นดีกว่าเจ้าของอันแท้จริงไส�ำหรับบุคคลท่ีไปเรียกเก็บเงินตามเช็คโดยผิดไปจาก
ท่ีกฎหมายบัญญัติไว้ อาจมีความผิดตามกฎหมายได้ เช่น จ�ำเลย ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท
โจทก์เอาเช็คขดี คร่อมเฉพาะให้จา่ ยเงนิ เข้าบัญชีโจทกไ์ ป เขา้ บัญชีจ�ำเลยย่อมเป็นการทำ� ให้เชค็ นน้ั ไว้
ประโยชนท์ จ่ี ะใชไ้ ดอ้ กี เปน็ ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 188 (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 30/2528)

ใครเป็นผู้ขีดคร่อม ม. 995 (1) บัญญัติว่า “เช็ค ไม่มีขีดคร่อม ผู้สั่งจ่ายหรือผู้ทรงคนใด
คนหนึ่งจะขดี คร่อมเสียกไ็ ด”้ ใน (4), (4) ยงั ใหธ้ นาคารขดี ครอ่ มลงในเชค็ ทตี่ นไดร้ บั มากไ็ ด้

การซดี ครอ่ มทำ� อยา่ งไร การขดี ครอ่ มอาจทำ� ไดโ้ ดยเขยี นเสน้ ขนานคขู่ ดี ขวางไวข้ า้ งดา้ นหนา้
กบั มหี รอื ไมม่ คี ำ� วา่ “และบรษิ ทั ” หรอื คา่ ยอ่ อยา่ งใดแหง่ ขอ้ ความนอ้ี ยรู่ ะหวา่ งเสน้ ทง้ั สองนกี้ ไ็ ด้ เรยี กวา่
ขดี ครอ่ มทวั่ ไป ซงึ่ จะใชเ้ งนิ ใหแ้ กธ่ นาคารใดธนาคารหนง่ึ เทา่ นนั้ เสน้ ขนานนคี้ งไมต่ อ้ งขนานโดยแทจ้ รงิ
แบบเรขาคณติ ส่วนท่ีว่าขีดขวางกค็ งไม่ต้องในทางด่งิ โดยแท้ จะนอนหรือตามยาวก็คงได้ Uniform
Law, Cheques 1931, a 37 ให้มเี พยี งเสน้ ค่ขู นานข้างด้านหนา้ ของเชค็ เทา่ นน้ั

ถา้ ในระหวา่ งเสน้ คนู่ นั้ ไดก้ รอกชอื่ ธนาคารลงไว้ เรยี กวา่ ขดี ครอ่ มเฉพาะ จะใชเ้ งนิ ตามเชค็ นนั้
ได้เฉพาะแก่ธนาคารท่ีระบชุ อ่ื เทา่ น้นั (ม. 994)

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  107

มาตรา 995 บญั ญตั วิ า่ ”
(1) เช็คไมม่ ีขีดครอ่ ม ผู้สั่งจ่ายหรือผทู้ รงคนใดคนหน่งึ จะขดี ครอ่ มเสยี กไ็ ด้ และจะทำ� เปน็ ขีด
คร่อมท่ัวไปหรอื ขีดคร่อมเฉพาะกไ็ ด้
(2) เช็คขีดครอ่ มท่วั ไป ผู้ทรงจะทำ� ใหเ้ ป็นขีดคร่อมเฉพาะเสยี ก็ได้
(3) เช็คขีดคร่อมท่ัวไปก็ดี ขีดคร่อมเฉพาะก็ดี ผู้ทรงจะเติมค�ำลงว่า “ห้ามเปลี่ยนมือ”
กไ็ ด้
(4) เช็คขีดคร่อมเฉพาะให้แกธ่ นาคารใด ธนาคารนัน้ จะซ�้ำขดี คร่อมเฉพาะใหไ้ ปแกธ่ นาคาร
อนื่ เพื่อเรยี กเก็บเงนิ ก็ได้
(5) เชค็ ไมข่ ดี ครอ่ มกด็ ี เชค็ ขดี ครอ่ มทวั่ ไปกด็ ี สง่ ไปยงั ธนาคารใดเพอ่ื ใหเ้ รยี กเกบ็ เงนิ ธนาคาร
นน้ั จะลงขดี คร่อมใหแ้ กต่ นเองกไ็ ด”้
ใน (1), (2) (3) เป็นเรื่องท�ำเช็คไม่ขีดคร่อมให้เป็นเช็คขีดคร่อม ท�ำเช็คขีดคร่อมทั่วไปให้
เป็นเชค็ ขดี ครอ่ มเฉพาะ และจะหา้ มการเปลี่ยนมือก็ได้ ถา้ ไม่ห้ามเปลีย่ นมอื เช็คทข่ี ีดคร่อมกส็ ลักหลัง
โอนตอ่ ไปได้ (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 2485/2523) ควรสังเกตว่า ม. 995 (3) มิไดร้ ะบใุ ห้เขียนค�ำวา่ ห้าม
เปลย่ี นมอื ไว้ในระหวา่ งเส้นขนานคเู่ หมอื นคำ� วา่ และบรษิ ัท กับชอ่ื ธนาคารใน ม. 994 จงึ เขียนค�ำน้ไี ว้
นอกเสน้ ขนานคู่ได*้ * อน่งึ มาตราน้รี ะบคุ �ำไวโ้ ดยเฉพาะ มไิ ด้เปิดโอกาสให้ใชค้ ำ� อ่ืนในทำ� นองเดยี วกัน
ดจุ ม. 917 จึงนา่ จะใช้คำ� อน่ื ในทนี่ ีไ้ มไ่ ด้ตาม ม. 899 เช่น ถา้ เขยี นค�ำว่า account payee only คอื จา่ ย
เขา้ บญั ชผี รู้ ับเงนิ เท่าน้ัน (คำ� พิพากษาฎกี าท่ี 4/2512) อาจมีผลเป็นการห้ามโอนตุ าม ม. 917 ซ่ึงน�ำมา
ใชใ้ นเรอ่ื งเช็คได้ (ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 2503/2528)
**เกี่ยวกับความผดิ คาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกดิ จากการใชเ้ ชค็ พ.ศ. 2557 ศาลถอื ว่า
แม้จะไมน่ ำ� เช็คเข้าบัญชี
ให้ธนาคารเรียกเก็บ แต่ผู้ทรงน�ำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารเอง ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน
เพราะผู้สง่ั จ่ายไม่มเี งินในบญั ชีพอจ่าย (ค�ำพพิ ากษาฎีกาท่ี 1720/2512)
**Paget, Law of Banking, ed. 7, p. 233 ม.995 ท้ังหมดตรงกับ ม.77 ของ Bills of
Exchange Act ของอังกฤษ
ท่ี 3329/2531) แต่กไ็ ม่เป็นการหา้ มเปลีย่ นมือตาม ม. 995 (3) การหา้ มโอนตาม ม. 917,
923 เป็นการห้ามโดยผู้ส่งั จา่ ยหรือผสู้ ลกั หลงั แต่ ม. 995 ( 3)เปน็ การหา้ มโดยผ้ทู รงกอ่ นสลักหลัง
โอนเช็คต่อไปในเมื่อสนสลักหลังมั่นเอง ถ้าได้มีการขีดคร่อมเฉพาะแล้วจะขีดฆ่าการขีดคร่อมเฉพาะ
ให้เปน็ ขดี คร่อมท่ัวไปหรอื ไม่เป็นขีดคร่อมเลยไมไ่ ด้ ม. 996บัญญตั วิ า่ ถา้ ลบล้างเสยี จัดวา่ เปน็ การอนั
มิชอบดว้ ยกฎหมาย เชค็ นัน้ เสยี ตาม ม. 1009 แตก่ ารขีดครอ่ มแลว้ ขีดฆา่ เสียก่อนเช็คหลดุ มอี ไปน้นั
ดาวนอ์โหาลจดทจำ�ากไรดะเ้ บพบรTาUะDเจCตโดนยามนาผี ยลอรเมา่ มอ่ื ดสวง่ งเจชนั ค็ทรพ์ นั จากมอื ไปเทา่ นน้ั แตผ่ ทู้ รงคอื ผสู้ ลกั ใดง้ ทเ่ี ขยี นนา้ มโคนลงิ ไป

108  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ผลของค�ำว่า ห้ามเปล่ียนมือ มีปรากฏใน ม. 999 ว่าบุคคลผู้รับโอนไม่มีสิทธิในเช็คยิ่งไป
กวา่ และไม่สามารถให้สิทธิในเช็ค คือโอนเชค็ นน้ั ตอ่ ไป ดีกว่าสิทธิของบคุ คลอนั ตนได้เชค็ ของเขามา
คือผรู้ บั โอนไมม่ ีสิทธติ กี ว่าผโู้ อนนน่ั เอง เทียบดู ม. 917 วรรค 2) ค�ำวา่ โอนได้ (transferable) กบั
เปลย่ี นมอื ได้ (negotiable) ในกฎหมายเรอ่ื งตว๋ั เงนิ มคี วามหมายตา่ งกนั แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามการเปลย่ี นมอื
ไมไ่ ดต้ ามม.917 หรอื ม.999 กเ็ ปน็ อย่างเดียวกัน คอื ผ้รู บั โอนไมม่ ีสทิ ธดิ ีกวา่ ผู้โอนข้อแตกต่างระหว่าง
ม.917, 999 กับ 923 คือตาม ม.917 ผสู้ ั่งจ่ายห้ามเปล่ยี นมือ ต๋วั นัน้ โอนได้ แต่ผูร้ ับโอนไมม่ สี ทิ ธิดีกวา่
ผู้โอน ม.917 น�ำไปใช้ในเรอื่ งเช็คได้ มีผลเชน่ เดียวกบั ม.999 สว่ น ม.923 ผสู้ ลกั หลังหา้ มโอน ตนเอง
แต่ผู้เดียวไม่รับผิดต่อผู้โอน หลังจากน้ันตามหัวข้อที่ 17 แต่ผู้ทรงกับลูกหน้ีอ่ืน ๆ อาจมีสิทธิเพราะ
รับโอนมาโดยสจุ ริตตีกวา่ ผู้โอนได้ตามกรณีปกติอื่น ๆ และน�ำไปใชใ้ นเรื่องเช็คได้ ส่วน ม. 9950 (3)
ใหผ้ ทู้ รงซง่ึ อาจเปน็ ผรู้ บั เงนิ หรอื ผรู้ บั สลกั หลงั เตมิ คำ� วา่ หา้ มเปลยี่ นมอื ลงได้ มผี ลตาม ม. 999 คอื ผรู้ บั
โอนไม่มสี ิทธิดกี วา่ ผโู้ อน ซง่ึ ตาม ม. 423 ผูท้ รงทำ� ดังนี้ไม่ได้ ตาม ม.923 ผ้รู บั โอนโดยสุจริตยงั อาจมี
สทิ ธิดึกว่าผู้โอนตาม ม. 905, 916 เพียงแตจ่ ะฟอ้ งเอาแก่ผู้สลักหลงั ท่หี า้ มโอนไมไ่ ด้เทา่ น้นั

ใน (4) (5) ธนาคารที่รับเช็คขิดคร่อมมาขีดคร่อมเฉพาะต่อไปให้ธนาคารอื่นเก็บเงินแทน
(ม. 925) หรอื ธนาคารท่รี บั เช็คขดี คร่อมทวั่ ไปมาแลว้ หรือรับเช็คไมข่ ีดคร่อมมาเพ่อื เรยี กเก็บเงินลง
ขดี คร่อมเฉพาะให้แกต่ นเอง ซ่ึงมีผลต้องให้จา่ ยเงนิ แกธ่ นาคารนนั้ เท่าน้นั เชน่ เพื่อน�ำเขา้ บัญชผี ู้ฝาก
ในธนาคารของตน

การขีดคร่อมทั้งหมดตามนี้ใครจะแก้ไขลบล้างเป็นอย่างอ่ืนนอกจากน้ีไม่ได้ (ม. 996) ผล
ของการแกไ้ ขเชน่ นี้เปน็ ไปตาม ม. 1007 เช็คขดี ครอ่ มเฉพาะนำ� มาเข้าบัญชธี นาคารโจทก์ มผี ูฆ้ ่าช่อื
ธนาคารโจทกใ์ นขดี คร่อมเฉพาะออก สายมอื ชอ่ื รบั รองการขดี ฆา่ นนั้ เปน็ ลายมือช่อื ปลอม เช็คน้นั เสยี
ตาม ม.1007 ธนาคารจำ� เลยท่ีรบั เช็คเรียกเก็บเงนิ มาแล้วจ่ายเงนิ น้ันไป ธนาคารจำ� เลยที่จ่ายเงนิ ไปนี้
ตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ธนาคารโจทกท์ ถี่ กู ขดี ฆา่ ชอื่ ในขดี ครอ่ มเฉพาะออก ซง่ึ ไดจ้ า่ ยเงนิ ทดแทนแกเ่ จา้ ของเชค็
ไป (ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 3288/2522)

ส. 1 ออกเชค็ ระบชุ อื่ ป. (จำ� เลยที่ 2) ผรู้ บั เงนิ ซดี ฆา่ คำ� วา่ ผถู้ อื ออก ขดี ครอ่ มและเขยี น payee
only ดว้ ย ป. สลักหลงั ให้โจทก์ โจทก์เอาเขา้ บญั ชี ไม่ถือว่าโจทก์เปน็ ผทู้ รง ล.1ไมต่ ้องรบั ผิดตอ่ โจทก์
(ค�ำพพิ ากษาฎีกาที่ 2742/2525)

การจ่ายเงินตามเช็คขีดคร่อม ม. 997 บัญญัติว่า “เช็คขีดคร่อมเฉพาะให้แก่ธนาคารกว่า
ธนาคารหน่ึงข้ึนไป เมือ่ น�ำเบกิ เอาแก่ธนาคารใด ทา่ นให้ธนาคารนน้ั บอกปัดเสยี อย่าใช้เงินให้ เวน้ แต่
ขีดคร่อมให้แกธ่ นาคารในฐานเป็นตัวแทนเรียกเกบ็ เงนิ

ธนาคารใดซงึ่ เขานำ� เชค็ เบกิ ขนื ใชเ้ งนิ ไปตามเชค็ ทขี่ ดี ครอ่ มอยา่ งวา่ มานน้ั กด็ ี ใชเ้ งนิ ตามเชค็
อันขีดคร่อมท่ัวไปเป็นประการอื่น นอกจากใช้ให้แก่ธนาคารอันใดอันหน่ึงก็ดี ใช้เงินตามเช็คอันเขา
ดาวนข์โหีดลคดรจ่อากมระเฉบบพTาUะDเปC็นโดปยรนะากยาอรรา่ อมื่นดนวงอจกนั ทจรา์ กใช้ให้แก่ธนาคาร ซ่ึงเขาเจาะจงขีดคร่อมให้โดยเฉพาะ หรือ

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  109

แก่ธนาคารตัวแทนเรียกเก็บเงินของธนาคารนั้นก็ดี ท่านว่าธนาคารซ่ึงใช้เงินไปดังกล่าวนี้จะต้อง
รบั ผดิ ตอ่ ผเู้ ปน็ เจา้ ของอนั แทจ้ รงิ แหง่ เชค็ นน้ั ในการทเ่ี ขาตอ้ งเสยี หายอยา่ งใด ๆ เพราะการทตี่ นใชเ้ งนิ
ไปตามเช็คดงั น้ี

แต่หากเชค็ ใดเขานำ� ยน่ื เพอ่ื ใช้เงนิ และเมื่อยืนไมป่ รากฏวา่ เป็นเช็คชีคร่อมก็ดีหรอื ไมป่ รากฏ
วา่ มรี อยขดี ครอ่ มอนั ไดล้ บลา้ งหรอื แกไ้ ขเปลย่ี นแปลงเพมิ่ เตมิ เปน็ ประการอน่ื นอกจากทอี่ นญุ าตไวโ้ ดย
กฎหมายกด็ ี เชค็ เชน่ นถ้ี า้ ธนาคารใดใชเ้ งนิ ไปโดยสจุ รติ และปราศจากประมาทเลนิ เลอ่ ทา่ นวา่ ธนาคาร
นน้ั ไมต่ อ้ งรับผิดหรือตอ้ งมหี น้าทรี่ บั ใช้เงินอย่างใด ๆ”

หมายความวา่ ถา้ ธนาคารจา่ ยเงนิ ผดิ ไปจากทก่ี ฎหมายบงั คบั ไวใ้ นเรอื่ งเชค็ ชคี ครอ่ ม ธนาคาร
จะต้องรับผิดต่อผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริงแห่งเช็คน้ัน เช่น เหลืองหลอกให้เขียวโอนเช็คให้มาเป็นเช็ค
ขดี ครอ่ ม ธนาคารจา่ ยเปน็ เงนิ สดใหเ้ หลอื งไป เขยี วบอกลา้ งการโอนเชค็ แตไ่ มส่ ามารถเรยี กเงนิ คนื จาก
เหลอื งได้ เพราะเหลืองไม่มเี งินในธนาคารเลย หรือเหลืองลักเช็คทเี่ ขยี วเปน็ ผทู้ รงไปจงึ ไม่รูว้ ่าเหลือง
เป็นใคร อยู่ท่ีไหน มีตัวจริงหรือไม่ เป็นต้น ธนาคารต้องรับผิดชอบ ความรับผิดน้ีเป็นความรับผิด
ตอ่ ผทู้ รงเชค็ คอื เขยี วซง่ึ เปน็ เจา้ ของอนั แทจ้ รงิ แหง่ เชค็ แตม่ ไิ ดเ้ ปน็ คสู่ ญั ญากบั ธนาคารดว้ ยความรบั ผดิ
ของธนาคารในเรือ่ งนีจ้ งึ เป็นความรบั ผิดทางละเมดิ เพราะทำ� ให้เจา้ ของเช็คเสยี หาย

ธนาคารจ�ำเลยใช้เงินไปตามเช็คขีดคร่อมท่ัวไป แต่เป็นเช็คท่ีถูกขีดฆ่าชื่อธนาคารโจทก์ใน
ขดี คร่อมออก เม่อื ไดน้ �ำเชค็ มาเขา้ บญั ชธี นาคารโจทกแ์ ลว้ ชอื่ ผรู้ ับรองการขดี ครอ่ มทถี่ กู แกไ้ ขมิใชช่ ือ่
ทมี่ ตี วั อยา่ งของธนาคารโจทก์ คนของจำ� เลยไมต่ รวจการแกไ้ ข แตร่ บั เชค็ เขา้ บญั ชแี ละเรยี กเกบ็ เงนิ มา
แล้วจา่ ยเงินแกผ่ ูน้ �ำเช็คมาเข้าบญั ชีไป เป็นประมาทเลินเลอ่ ธนาคารโจทก์จ่ายเงินทดแทนแกเ่ จา้ ของ
เชค็ ไป ธนาคารจ�ำเลยต้องรับผดิ ใช้เงินแก่ธนาคารโจทก์ (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 3288/2522)

แค่ถ้าธนาคารได้ท�ำไปโดยสุจริต โดยท่ีเช็คนั้นไม่ปรากฏร่องรอยการขีดคร่อมและได้ใช้
ความระมดั ระวงั ตามทสี่ มควรแลว้ แมจ้ ะเปน็ เชค็ ทถ่ี กู ลบรอยขดี ครอ่ มออก ธนาคารกไ็ มต่ อ้ งรบั ผดิ ชอบ
(ฎกี าที่ 1254/2497 2497 ฎ. 1113) เป็นขอ้ ยกเวน้ จาก ม. 1007 เพราะการจา่ ยเงนิ นน้ั ไมผ่ ิด แต่ผดิ
เฉพาะจา่ ยแกต่ วั บคุ คลหรอื จา่ ยเขา้ บญั ชธี นาคารเทา่ นน้ั ศาลใช้ ม.997 วรรค 3นแี้ กเ่ ชค็ ทไ่ี มม่ ขี ดี ครอ่ ม
ดว้ ย (คำ� พพิ ากษาฎีกาท่ี 1530/2519) ความจริงถ้าไมใ่ ชเ่ ชค็ ขีดคร่อมการจ่ายเงินแก่ผูท้ รงกเ็ ป็นการ
ถกู ตอ้ งแลว้ ถา้ ธนาคารใชเ้ งนิ ไปโดยสจุ รติ และปราศจากประมาทเลนิ เลอ่ ตามเชค็ ขดี ครอ่ มโดยถกู ตอ้ ง
คอื ถา้ เปน็ เชค็ ชคี ครอ่ มทว่ั ไปกใ็ ชเ้ งนิ ใหแ้ กธ่ นาคารใดธนาคารหนง่ึ ถา้ เปน็ เชค็ ขดี ครอ่ มเฉพาะกใ็ ชใ้ หแ้ ก่
ธนาคารซงึ่ เขาเจาะจงขดี ครอ่ มใหโ้ ดยเฉพาะ หรอื ใชใ้ หแ้ กธ่ นาคารตวั แทนเรยี กเกบ็ เงนิ ของธนาคารนน้ั
ธนาคารซง่ึ ใชเ้ งนิ ไปตามเชค็ นนั้ ย่อมหักเงนิ จากบัญชีของผ้เู คยค้าได้ (ม. 998)

ใน ม. 998 นี้ ยงั บัญญัตติ ่อไปว่า ในกรณที ีธ่ นาคารไดใ้ ช้เงนิ ไปโดยถกู ต้องเช่นนนั้ “ถ้าเช็ค
ตกไปถึงมือผู้รับเงินแล้ว ผู้ส่ังจ่ายอีกฝ่ายหนึ่งต่างมีสิทธิเป็นอย่างเดียวกัน และเข้าอยู่ในฐานะ
ดาวนอ์โหันลเดดจียากวรกะนับบเTหUมDือCนโดดยงั นวาา่ ยเอชร็ค่ามนน้ัดวไงดจนัใ้ ชทรเ้ ง์ นิ นัน้ ให้แก่ผเู้ ปน็ เจา้ ของอันแท้จรงิ แล้ว”

110  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ตัวอย่าง ค่าออกเช็คธนาคาร ก. ใช้หนี้เขียวโดยขีดคร่อม ผู้ร้ายลักเช็คไปจากเขียว ปลอม
ลายมือช่อื เขียวสลกั หลังใหเ้ หลอื ง เหลืองเอาเชค็ เขา้ บัญชขี องเหลอื งใหธ้ นาคาร ช. ธนาคาร ข. เอา
เช็คนน้ั ไปเรียกเก็บเงนิ จากธนาคาร ก. ธนาคาร ก. จา่ ยเงนิ ไปตามนโ้ี ดยสุจริต ธนาคาร ก และค�ำมี
สิทธิเป็นอย่างเดียวกัน เสมือนว่าจ่ายเงินให้กับเขียวไปโดยถูกต้องแล้วและหลุดพ้นจากความรับผิด
เดยี วไดแ้ ต่จะเรียกรอ้ งเอาจากเหลืองฐานลาภมิควรูได้ เพราะเหลืองอ้างเอาลายมอื ช่ือปลอมยันเขยี ว
ไม่ได้ แต่ถ้าเช็คหายก่อนที่เขียวจะได้รับเช็คจากค�ำ คือก่อนส่งถึงมือผู้รับเงิน ต�ำหาหลุดพ้นจาก
ความรับผิดไม่ หลุดพ้นแต่ธนาคาร ก เท่าน้ัน เมื่อผู้สั่งจ่ายหลุดพ้นความรับผิดตามน้ีแล้ว บรรดา
ผู้สลักหลังท้ังหลายกห็ ลดุ พ้นความรบั ผดิ เช่นเดยี วกัน

ธนาคารจ�ำเลยใชเ้ งนิ ตามเชค็ พพิ าทอันเปน็ เชค็ ขีดครอ่ มเจพาะผ่านธนาคาร ส. ซ่งึ สง่ เชค็ มา
เรยี กเกบ็ เงิน การทีจ่ �ำเลยมิได้ตรวจสอบลายมือชื่อ และตราประทับของผูส้ ลกั หลังในเชค็ พิพาทยังถอื
ไม่ได้ว่าจ�ำเลยได้ใช้เงินตามเช็คไปโดยประมาทเลินเล่อ เพราะเช็คขีดคร่อมท่ีส่งมาเรียกเก็บจาก
ธนาคาร ส. นน้ั เปน็ หนา้ ทข่ี องธนาคาร ส. ผรู้ บั เชค็ ทจี่ ะตรวจสอบ ไมใ่ ชห่ นา้ ทข่ี องจำ� เลยซงึ่ ใชเ้ งนิ ผา่ น
ธนาคาร ส. ดังน้ี แม้ลายมอื ชื่อและตราประทบั ทป่ี รากฏในเช็คพิพาท จะเปน็ การสลักหลังปลอมกต็ าม
ธนาคารจ�ำเลยกไ็ มต่ อ้ งรับผดิ ตอ่ โจทกผ์ ู้เป็นเจา้ ของเชค็ ทแ่ี ทจ้ ริง (ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี 4468/2530)

ใครเปน็ เจา้ ของอนั แทจ้ รงิ แหง่ เชค็ ตอ้ งพจิ ารณาตาม ม.905 ซง่ึ หมายความถงึ ผมู้ สี ทิ ธใ์ิ นตวั๋ เงนิ
ดกี วา่ ผอู้ น่ื เชค็ ซงึ่ ผสู้ งั่ จา่ ยเขยี นไวเ้ สรจ็ แลว้ ลงลายมอื ชอื่ แลว้ แตย่ งั ไมส่ ง่ มอบแกผ่ รู้ บั เงนิ ยงั ไมเ่ ปน็ การ
ออกตวั๋ เงิน แต่ถ้ามีผ้ไู ด้เชค็ นนั้ ไปโดยสจุ ริตก็บังคบั ตาม ม. 905 ได้ (ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 480/2515)
กรณีท่ีไม่มีผู้ใดมีสิทธิดึกว่าผู้สั่งจ่าย อันจะถือเป็นเจ้าของเช็คดังกล่าวได้ก็เป็นบัญหาเฉพาะระหว่าง
ธนาคารกับผู้สั่งจ่าย ซึ่งมีความรับผิดตามสัญญาฝากเงินบังคับกันได้อยู่แล้ว จะถือว่าผู้ส่ังจ่ายเป็น
เจา้ ของอนั แทจ้ รงิ แห่งเชค็ ไมถ่ นดั นกั **

**Paget, Law of Banking, ed 7, p. 222.
ความรับผิดยอบของธนาคารท่ีรับเงินตามเช็คขีดดร่อม ที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นความรับผิด
ของธนาคารท่ีจ่ายเงินตามเช็คขีดคร่อม ส่วนธนาคารท่ีรับเงินตามเช็คมีอคร่อมไว้ในบัญชีของผู้ทรง
ในธนาคารทองตนนั้น ถ้าว่าตามกฎหมายธรรมดาหากผู้ทรงไม่มีสิทธิกว่าเจ้าของเช็คอันแท้จริงแล้ว
ก็ต้องคืนเงินให้เจ้าของอันแท้จริงไป และธนาคารท่ีรับเงินไว้แทนก็ไม่มีสิทธิกว่าผู้เคยค้าของตน จึง
อาจต้องรับผิดถ้าผู้เคยค้าถอนเงินน้ันไปเสียแล้ว ท้ังท่ีธนาคารกับเจ้าของเช็คไม่มีความผูกพันทาง
สญั ญาต่อกัน เพราะกรณีเช่นน้รี วมถงึ ความรบั ผิดทางละเมดิ โดยท่คี กู่ รณซี ึ่งเก่ียวขอ้ งอาจไม่มคี วาม
ผูกพันทางสัญญาต่อกันเลยก็ได้ แต่ ม. 1000 บัญญัติคุ้มครองธนาคารที่สุจริตว่า”ธนาคารใดได้รับ
เงินไว้เพ่ือผู้เคยค้าของตนโดยสุจริตและปราศจากประมาทเลินเล่อ อันเป็นเงินเขาใช้ให้ตามเช็คขีด
ครอ่ มทว่ั ไปกด็ ี ขดี ครอ่ มเฉพาะใหแ้ กต่ นกด็ ี หากปรากฏวา่ ผเู้ คยคา้ นนั้ ไมม่ สี ทิ ธิ หรอื มสี ทิ ธเิ พยี งอยา่ ง
ดาวนบ์โหกลพดจราอ่ กงรใะนบเบชTค็ UนDน้ั Cไโซดยร้ นทาา่ ยนอรว่าา่ มเพดวยี งงจันแทตรเ่ ์หตทุ ไ่ี ดร้ บั เงนิ ไวห้ าทำ� ใหธ้ นาคารนน้ั ตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ผเู้ ปน็ เจา้ ของ

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  111

อนั แทจ้ รงิ แหง่ เชค็ นนั้ อยา่ งใดไมต่ ามตวั อยา่ งดงั กลา่ วแลว้ ซง่ึ เขยี วอาจไลเ่ บยี้ จากเหลอื งไดเ้ พราะลายมอื
เขยี วปลอมนนั้ ธนาคาร ธ.ทร่ี บั เงนิ เขา้ บญั ชขี องเหลอื งไวห้ าตอ้ งรบั ผดิ ดว้ ยไม่ ถา้ ธนาคาร ข. ไดท้ ำ� การ
โดยสจุ รติ คือไม่ร้ถู งึ การลกั ขโมยและปลอมลายมือในเช็คและไม่ได้ประมาทเลนิ เล่อดว้ ย (คำ� พพิ ากษา
ฎีกาท่ี 1702/2515) ถ้ามีเงินของเหลืองในธนาคารเท่าใดเขียวก็ไล่เบ้ียไปเท่านั้น ถ้าเงินของเหลือง
ไมพ่ อธนาคารก็ไมต่ ้องรับผดิ เป็นส่วนตวั

ข้อส�ำคัญใน ม. 1000 อยู่ที่ว่า เช็คน้ันต้องเป็นเช็คขีดคร่อมมาก่อน ไม่ใช่ธนาคารขีดคร่อม
เอาเอง ซง่ึ ตอ้ งเปน็ เชค็ ทรี่ บั ไวเ้ รยี กเกบ็ เงนิ เพอ่ื ผเู้ คยคา้ คอื ผทู้ มี่ เี งนิ ฝากในบญั ชขี องธนาคารนน้ั ไมใ่ ช่
ธนาคารรบั เชค็ นัน้ ไวเ้ ป็นของธนาคารเอง เช่น รับซื้อลดไว้ (ฎกี าที่ 1845/2524 2524 ฎ. 1358) และ
ธนาคารต้องท�ำโดยสุจริตปราศจากความประมาทเลินเล่อ มิฉะนั้นธนาคารต้องรับผิดใช้เงินให้เขียว
ในตัวอย่างวรรคที่แล้วมา เช่น เม่ือธนาคารรับเงินเข้าบัญชีแล้ว เหลืองเขียนเช็คถอนเงินน้ันไปเสีย
อยา่ งไรกด็ ถี า้ เปน็ เชค็ ทไ่ี มม่ ขี ดี ครอ่ ม และผเู้ คยคา้ นำ� เชค็ นนั้ มาเขา้ บญั ชขี องคนในธนาคารใหเ้ รยี กเกบ็
จากธนาคารผู้จ่ายท่ีระบุในเช็ค หากธนาคารผู้เรียกเก็บได้รับเงินจากธนาคารผู้จ่ายเข้าบัญชีผู้ค้าโดย
สจุ รติ กค็ งถอื เปน็ การรบั ฝากเงนิ ตามธรรมดา ซงึ่ ผรู้ บั ฝากไมต่ อ้ งรบั ผดิ ตอ่ บคุ คลอนื่ ในความบกพรอ่ ง
แห่งสทิ ธิของผูฝ้ ากในเงินท่ีนำ� มาฝากนั้น

เช็คสั่งจ่ายเงินแก่ร้าน “ซ.อ.” โดยมีขีดคร่อม แต่ธนาคารผู้เรียกเก็บเงินน�ำเงินตามเช็ค
เข้าบญั ชีของ ก. ซง่ึ เป็นลูกจา้ งของ “ซ.อ.” โดยเชื่อว่า 0 เป็นตวั แทนของ “ซ.อ. แตค่ วามจริง “ซ.อ”
ถอนอ�ำนาจที่มอบให้ ก. เสยี ก่อนแล้ว”การที่ธนาคารน�ำเงินของ “ซ.อ. เข้าบัญชขี อง ก. แมจ้ ะทำ� โดย
สจุ รติ กเ็ ปน็ การประมาทเลนิ เลอ่ ตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ “ซ.อ.” ซง่ึ เปน็ เจา้ ของอนั แทจ้ รงิ แหง่ เชค็ (คำ� พพิ ากษา
ฎีกาท่ี 4/2512) แต่ถ้ามีพฤติการณ์ที่แสดงว่าผู้เรียกเก็บเงินมีอ�ำนาจ ธนาคารก็ไม่ต้องรับผิด เช่น
การที่ธนาคารจ�ำเลยน�ำเช็คซึ่งระบุชื่อบริษัทโจทก์เป็นผู้รับเงินและเป็นเช็คขีดคร่อมเฉพาะมีค�ำสั่ง
ในระหว่างเส้นขดี ครอ่ มน้ันว่า Account Payee Only ไปเข้าบญั ชีของจำ� เลยรว่ มโดยกระท�ำไปตาม
ค�ำส่ังของจ�ำเลยร่วม ซ่ึงเป็นกรรมการผู้จัดการของโจทก์ มีอ�ำนาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีของโจทก์ได้
ธนาคารจ�ำเลยจึงไมต่ ้องรับผดิ ใชเ้ งนิ ตามเช็คแก้โจทก์ (คำ� พิพากษาฎกี าท่ี 1539/2530)

**มาตรา 1000 นี้มีท่ีมาจาก พ.ร.บ. ตั๋วเงินขององั กฤษ ม. 82 ซ่งึ บดั นม้ี ี Cheques Act 1957,
5. 4 แกไ้ ขแล้ว ธนาคารไมต่ อ้ งรบั ผดิ โดยไมจ่ ำ� กัดวา่ เชค็ ท่ีอนาคารเรียกเก็บเพ่ือผู้เจยคา้ ต้องเปน็ เช็ค
ชคี คร่อมมาก่อน

เชค็ ขดี ครอ่ มสัง่ จา่ ยแก่ พ. พ. สลักหลงั ลอยใหโ้ จทก์ โจทก์ประทบั ตราทางด้านหลังฝากเข้า
บัญชีโจทก์เท่าน้ัน ลงลายมือชื่อให้คนของโจทก์น�ำไปเข้าบัญชีธนาคารของโจทก์ คนของโจทก์
ลบขอ้ ความทปี่ ระทบั ตรายางออกกลายเปน็ สลกั หลงั ลอย แลว้ มอบให้ อ. นำ� ไปเขา้ บญั ชี ธนาคารจำ� เลย
เรยี กเกบ็ เงนิ มาได้ รอยลบนเ้ี หน็ ไดช้ ดั ธนาคารจำ� เลยประมาทเลนิ เลอ่ ตอ้ งใชเ้ งนิ แกโ่ จทกเ์ จา้ ของเชค็
ดาวน(โ์คหำ�ลพดจพิ าการกะบษบาฎTUกี DาCทโ่ีด2ย2น9า0ย/อ2ร5่าม18ด)วงจันทร์

112  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

เช็คขีดคร่อมเฉพาะให้แก่ธนาคารโจทก์ ธนาคารโจทก์รับเช็คไว้แล้ว เช็คหาย มีผู้ขีดฆ่า
ชื่อธนาคารโจทก์ในขีดคร่อมเฉพาะออก แต่ลายมือช่ือผู้รับรองการขีดฆ่าเป็นลายมือปลอม ธนาคาร
จ�ำเลยรับเช็คนี้เข้าบัญชีเรียกเก็บเงินมา แล้วจ่ายเงินตามเช็คไป ธนาคารโจทก์จ่ายเงินทดแทนแก่
เจ้าของเช็คไปแลว้ เรียกเงนิ จากธนาคารจ�ำเลยได้ (ค�ำพิพากษาฎกี าท่ี 3288/2522)

ธนาคารรับต๋ัวแลกเงินเปิดบัญชีแล้วเรียกเก็บเงินโดยท่ีชื่อผู้รับเงินไม่ตรงกับช่ือของผู้ที่เปิด
บัญชี แตใ่ ช้ชอื่ ในต๋วั แลกเงนิ เป็นชอ่ื บัญชที ี่เปิด รงุ่ ขึน้ กถ็ อนเงนิ น้ันไป ธนาคารต้องรบั ผดิ ต่อผรู้ บั เงนิ
ตามตว๋ั แลกเงนิ (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 1100/2524) เรอื่ งนเี้ ปน็ ตว๋ั แลกเงนิ สงั่ ธนาคารจา่ ยเงนิ และขดี ครอ่ ม
เฉพาะ ผลกไ็ มแ่ ตกตา่ งจากเชค็ แมจ้ ะอา้ งขดี ครอ่ มไมไ่ ด้ คนของโจทกร์ บั เงนิ จากลกู หนแี้ ลว้ ยกั ยอก โดย
ออกเชค็ ขดี ครอ่ มลงวนั ลว่ งหนา้ เขา้ บญั ชธี นาคารแทน ธนาคารบรกิ ารแกล่ กู คา้ ดงั น้ี โจทกอ์ า้ งไมไ่ ดว้ า่
ธนาคารท�ำให้โจทก์เสียหาย คอื ไม่รู้วา่ คนของโจทกย์ กั ยอก (ค�ำพพิ ากษาฎีกาที่ 139/2523)

ธนาคารจำ� เลยรบั เชค็ ทโี่ จทกน์ ำ� มาเขา้ บญั ชเี รยี กเกบ็ แตเ่ กบ็ เงนิ ไมไ่ ด้ โจทกเ์ รยี กเชค็ คนื จำ� เลย
ไมค่ นื ให้ โจทก์ตอ้ งการเชค็ ไปเพ่อื แสดงแกผ่ สู้ ่ังจ่าย แต่สทิ ธขิ องโจทกต์ ่อผู้สงั่ จ่ายยังมอี ยู่ เอกสารอืน่
แสดงการไม่จา่ ยเงินอยู่แลว้ จ�ำเลยไม่ต้องใชเ้ งินหรือคืนเช็คแกโ่ จทก์ (คำ� พิพากษาฎกี าท่ี 493/2526)

การขดี ครอ่ มเชค็ และมคี ำ� วา่ เอซี เปยี ออนล่ี นน้ั ผสู้ งั่ จา่ ยทำ� ขน้ึ ซงึ่ แสดงวา่ ตอ้ งการใหน้ ำ� เชค็
เขา้ บญั ชขี องผรู้ บั เงนิ (โจทกเ์ ทา่ นนั้ ) ไมใ่ หจ้ า่ ยตามคำ� สงั่ ของโจทกต์ อ่ ไป เมอื่ ธนาคารจำ� เลยเรยี กเกบ็
เงินไปเขา้ บญั ชีของ ส. ผู้รบั สลักหลงั ท้งั ท่เี ช็คพพิ าทเปน็ เชค็ ห้ามเปลีย่ นมอื จะถือวา่ จำ� เลยกระท�ำไป
โดยปราศจากความประมาทเลินเล่อหาได้ไม่ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติ ม. 1000
(ค�ำพิพากษาฎกี าท่ี 2503/2528)

การใช้เงนิ ตามเชค็ ทไี่ ม่มีขีดคร่อม ม. 1009 บัญญัติไวว้ า่
“ถ้ามผี ู้นำ� ต๋ัวเงนิ จะพึงใชเ้ งนิ ตามเขาส่งั เมือ่ ทวงถามมาเบกิ ตอ่ ธนาคารใด และธนาคารนั้นได้
ใชเ้ งนิ ไปตามทางคา้ ปกตโิ ดยสจุ รติ และปราศจากความประมาทเลนิ เลอ่ ไซร้ ทา่ นวา่ ธนาคารไมม่ หี นา้ ที่
จะต้องน�ำสืบว่าการสลักหลังของผู้รับเงิน หรือการสลักหลังในภายหลังรายใด ๆ ได้ท�ำไปด้วยอาศัย
รบั มอบอำ� นาจแตบ่ ุคคลท่อี า้ งเอาเป็นเจา้ ของค�ำสลักหลงั น้นั และถงึ แม้วา่ รายการสลกั หลังนั้นจะเปน็
สลักหลงั ปลอมหรอื ปราศจากอ�ำนาจก็ตาม ท่านใหถ้ ือวา่ ธนาคารได้ใช้เงินไปถกู ระเบยี บ
ต๋ัวเงินชนิดจะพึงใช้เงินตามเขาสั่งเมื่อทวงถาม หมายความรวมถึงเช็คน่ันเอง แต่อาจเป็น
ตั๋วแลกเงินที่ส่ังธนาคารจ่ายเม่ือทวงถามก็ได้ ถ้าธนาคารจ่ายเงินตามเช็คไปตามทางค้าปกติโดย
สุจริตและปราศจากประมาทเลินเล่อแล้ว ธนาคารก็ไม่ต้องรับผิด แม้ลายมือชื่อผู้สลักหลังจะปลอม
หรอื ลงโดยปราศจากอ�ำนาจก็ตาม ให้เทยี บดูกบั ม.949 เรอ่ื งการใช้เงนิ ตามตัว๋ แลกเงนิ ซึ่งมีขอ้ ความ
ท�ำนองเดียวกัน ม. 949 ใช้กับตั๋วสัญญาใช้เงินด้วย เป็นแต่ว่าในกรณีการใช้เงินตามต๋ัวแลกเงิน
ความประมาทเลนิ เลอ่ ของผใู้ ชเ้ งนิ ตอ้ งถงึ ขนาดทว่ี า่ รา้ ยแรงจงึ จะรบั ผดิ ชอบ ตา่ งกบั ธนาคารซงึ่ เพยี งแต่
ดาวนป์โหรละดมจาาทกรเะลบนิ บเลTUอ่ DอCยา่โดงยธนรรายมอดรา่ามขดอวงงธจนันทารค์ ารกต็ อ้ งรบั ผดิ ชอบ เพราะธนาคารทำ� กจิ การคา้ ควรตอ้ งมคี วาม

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  113

ระมดั ระวงั เปน็ พเิ ศษกวา่ คนธรรมดา และกรณลี ายมอื ชอ่ื ปลอมหรอื ลายมอื ชอื่ ทลี่ งโดยปราศจากอำ� นาจ
น้นั กฎหมายค้นครองธมาลารเฉพาะลายมือทช่อื ผสู้ ลกั หลังท่านัน้ (คำ� พิพากษาฎกี าที่ 4568/2530)
ไม่คุ้มถึงลายมือช่ือผู้ตั่งถ่ายอันเป็นผู้เคยค้าของธนาคารด้วย (ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 270/2446) ถ้า
ธนาคารจ่ายเงินไปตามเช็คซ่ึงลายมือช่ือผู้สั่งจ่ายปลอมธนาคารหักเงินจากเจ้าของบัญชีน้ันไม่ได้
(คำ� พพิ ากษาฎีกาที่ 1363/2516) ม. 949ใชค้ ำ� ว่าพน้ ความรบั ผดิ เพราะผใู้ ช้เงินอาจรับรองมีความรับ
ผิดตามตวั๋ เงินอยู่แลว้ สว่ น ม. 1009 ใช้ค�ำว่าถูกระเบียบ เพราะโดยปกติธนาคารยงั ไม่ใช่ลูกหนตี้ าม
ตว้ั เงิน ยงั ไม่มีความรบั ผดิ ตามตั๋วนนั้ **

ผสู้ ง่ั จา่ ยลงชอ่ื แตภ่ าษาไทยในเชค็ ไมล่ งชอ่ื ภาษาองั กฤษดว้ ยตามตวั อยา่ งทใ่ี หไ้ วแ้ กธ่ นาคาร
ดงั นไ้ี มใ่ ชล่ ายมอื ชอื่ ปลอม ธนาคารจา่ ยเงนิ ตามเชค็ ผสู้ ง่ั จา่ ยไมเ่ สยี หาย ธนาคารหกั บญั ชเี งนิ ของผสู้ ง่ั
จ่ายได้ (ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 1898, 1899/2526)

** มาตรา 1009 นมี้ าจาก พ.ร.บ. ตว๋ั เงนิ ของอังกฤษ ม. 60 มขี ้อความครงกบั Uniform
Law for Cheques 1931,ส. 35 แต่เนื่องจากความไม่สะดวกในทางปฏิบัติซง่ึ มีเช็คผ่านธนาคารวนั ละ
มากมาย ไดม้ ี Cheques Act 1957, s. 1 บญั ญตั ยิ กเวน้ วา่ ธนาคารผจู้ า่ ยเงนิ ตามเชค็ โดยสจุ รติ ตามทาง
คา้ ปกตไิ มต่ อ้ งรบั ผดิ ถงึ หากจะไมม่ กี ารสลกั หลงั หรอื มกี ารสลกั หลงั โดยผดิ ระเบยี บกต็ ามซงึ่ อยายขอ้
ยกเวน้ ความรบั ผดิ กวา้ งออกไปจากการสลกั หลงั ปลอมหรอื ปราศจากอำ� นาจอกี ควรสงั เกตวา่ ม. 1004
ไมบ่ ัญญตั วิ ่าการสลักหลังต้องติดตอ่ กนั เรียบร้อยไมข่ าดสาย ดังเช่น ม. 949.

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

114  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ลักษณะ 5 อายุความ

กำ� หนดอายคุ วาม การพอกผรู้ บั ผดิ ตามตว๋ั เงนิ มกี ฎหมายกำ� หนดอายคุ วามไวโ้ ดยเฉพาะเปน็
3 กรณี

1. ฟ้องผู้รับรองตั๋วแลกเงิน ผู้ออกต๋ัวสัญญาใช้เงิน ท่านห้ามมิให้ฟ้องเม่ือพันก�ำหนด
เวลา 3 ปี นบั แตว่ นั ตวั๋ น้ันถงึ ก�ำหนด (ม. 1001) วนั ตว๋ั เงินถึงกำ� หนดให้ดู ม.913 ซึง่ ไดอ้ ธบิ ายมาแลว้
ในเรือ่ ยการใชเ้ งินในหัวขอ้ ที่ 90 ถา้ เปน็ กรณตี วั๋ แลกเงินทีส่ ่งั ใหใ้ ช้เงินเมื่อไดเ้ หน็ การรับรองไม่ดี มแี ต่
ยืน่ ให้ใช้เงิน ถ้าไมใ่ ช้เงิน ก็ฟอ้ งไลเ่ บยี้ เอากบั ผอู้ ่ื น ไม่มีผรู้ ับรองอยเู่ อง ถา้ เป็นกรณีตัว๋ สัญญาใชเ้ งนิ
เมื่อไดเ้ หน็ ผทู้ รงอาจยืน่ ควั่ ใหใ้ ช้เงินทันทตี ง้ั แต่วันออกต๋ัว ฉะน้ันจึงต้องนบั ว่าตั๋วนนั้ ถงึ กำ� หนดต้งั แต่
วนั ออกทวั่ นั่นเอง และตอ้ งนับอายคุ วามตง้ั แต่วนั ออกตั๋ว อันเปน็ หลักเดยี วกบั ม. 169, 203** ถา้ ระบุ
วันถึงก�ำหนดใชเ้ งินกน็ ับอายคุ วามตง้ั แต่วนั ที่ระบไุ ว้ (คำ� พพิ ากษาฎีกาท่ี 475/2507)

การฟ้องนอ้ี าจฟอ้ งโดยผู้ทรง หรือผู้สลักหลงั หรือคสู่ ัญญาคนอื่นๆ ท่ีเขา้ ใชเ้ งินและถอื เอาซึ่ง
ต๋วั เงิน ใครเป็นผู้ฟอ้ งผลกไ็ ม่แตกต่างกันอายุความฟ้องผรู้ บั รองหรอื ผู้ออกตวั๋ สญั ญาใช้เงนิ น้ี ตา่ งกับ
ก�ำหนดเวลาย่ืนตัวเก็บเงินตามม. 944, 928 แม้จะเป็นต๋ัวให้ใช้เงินเมื่อทวงถามหรือได้เห็น ซึ่งมีผล
ท�ำให้ไล่เบี้ยจากผ้อู น่ื ไม่ไดแ้ ตผ่ ู้รับรองหรอื ผอู้ อกต๋วั สญั ญาใชเ้ งนิ ยังรับผดิ อยู่ตาม ม. 973 อายุความ
ตาม ม. 1001 นี้ ไม่ใช้บงั คับแกก่ รณที ผ่ี ทู้ รงฟอ้ งผ้อู อกเช็คอันตอ้ งบังคบั ตามม. 1002 วา่ ด้วยการฟอ้ ง
ผู้สั่งจา่ ยต๋วั เงิน (คำ� พพิ ากษทาฎกี าที่ 1716/2499 2499)

2. ผทู้ รงฟอ้ งผสู้ ลกั หลงั และผสู้ งั่ จา่ ย ตอ้ งฟอ้ งภายในหนงึ่ ปนี บั ตงั้ แตว่ นั ทไ่ี ดล้ งในคำ� คดั คา้ น
ซึ่งได้ท�ำข้ึนภายในเวลาอันถูกต้องตามก�ำหนด หรือนับแต่วันตั๋วเงินถึงก�ำหนดในกรณีที่มีข้อก�ำหนด
ไวว้ ่า “ไม่จ�ำต้องมีค�ำคดั ค้าน” (ม. 1002) มคี �ำพพิ ากษาฎีกาที่ 404/2515 วนิ ิจฉัยวา่ ตว๋ั สัญญาใช้เงนิ
ซ่งึ จะใช้เงนิ เมอื่ ทวงถามต่างกบั ตว๋ั สัญญาใช้เงนิ ที่กำ� หนดเวลาใชเ้ งนิ เมื่อได้เหน็ และเร่มิ นับอายุความ
ตั้งแตว่ ันทวงถาม ความจริงเมื่อทวงถามหรอื เมือ่ ไดเ้ หน็ มคี วามหมายอยา่ งเดยี วกัน ตหู มายเหตุท้าย
ค�ำพพิ ากษาฎกี านใ้ี น 404/2515 และคำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 159/2532

ตว๋ั เงนิ ทไี่ มจ่ ำ� ตอ้ งทำ� คำ� คดั คา้ นมดี งั ไดก้ ลา่ วมาในตอนทว่ี า่ ดว้ ยขอ้ ยกเวน้ ไมต่ อ้ งทำ� คำ� คดั คา้ น
ก�ำหนดอายุความน่าจะนับต้ังแต่วันที่ผู้ทรงมีสิทธิไล่เบี้ยได้เป็นต้นไป เช่น วันท่ีผู้สั่งจ่ายล้มละลาย
วนั ทผี่ จู้ า่ ยบนั ทกึ ลงในตว๋ั เงนิ ในประเทศบอกปดั ไมใ่ ชเ้ งนิ หรอื ไมร่ บั รอง หรอื เมอื่ มเี หตจุ ำ� เปน็ ไมส่ ามารถ
ดาวนทโ์ หำ� ลคดำ� จคากดั รคะบา้ บนไTดUจD้ Cนพโดนัย น3า0ยอวรนั ่ามนดบั วงแจตันต่ทรวั๋ ์ เงนิ ถงึ กำ� หนด เปน็ ตน้ อายคุ วามตามมาตราน้ี ไมใ่ ชแ้ กก่ ารฟอ้ ง

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  115

ผอู้ อกตว๋ั สญั ญาใชเ้ งนิ (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 514/25182518, ท่ี 2598/2518) แตใ่ ชร้ วมถงึ การฟอ้ งผสู้ ง่ั จา่ ย
และผสู้ ลกั หลงั เชค็ ด้วย (คำ� พิพากษาฎกี าท่ี 1053/2495, ท่ี 1716/ 2499, ที1่ 077/2507, ที่ 868/2509)
เชค็ น้ันต้องใช้เงินเมื่อได้เหน็ ถ้าเป็นเช็คในประเทศ ต้องฟ้องใน 1 ปี นบั แต่วนั ออกเช็ค คือวันท่ลี งใน
เช็ค (คำ� พิพากษาฎกี าท่ี 46/25152515, ท่ี 1009/2518, ท่ี 689/2503, ท่ี 5355/2530) ซง่ึ ผทู้ รงจดลง
ได้ตามข้อตกลง (ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี1841/2524) มิใช่วันที่ส่งมอบเช็คซ่ึงมิได้ลงวันออกเช็คให้แก่กัน
(คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 1657, 1658/2516, ท่ี 1410/2525) มใิ ช่วนั ที่ผสู้ งั่ จ่ายเขียนเชค็ (คำ� สั่งค�ำรอ้ งของ
ศาลฎกี าที่ 106/2530) และมใิ ชว่ นั ทยี่ น่ื เชค็ ตอ่ ธนาคาร แลว้ ธนาคารปฏเิ สธไมใ่ ชเ้ งนิ (คำ� พพิ ากษาฎกี า
ที่ 161/2518) ส่วนเชค็ นอกประเทศต้องมคี ำ� คัดค้าน (นอกจากจะมีเขียนไวว้ า่ ไมจ่ ำ� ตอ้ งมีค�ำคัดค้าน)
จึงนับแตว่ ันท�ำคำ� คดั คา้ น เชค็ ไม่ได้ลงวนั ออกเช็ค และไม่ได้มอบใหผ้ ทู้ รงกรอกวันใด ๆ ลงได้ ผทู้ รง
ตอ้ งกรอกวันออกเช็คลงตามทแ่ี ทจ้ รงิ ถ้ากรอกวันลงเปน็ วันหลังจากทไ่ี ด้ออกเชค็ กวา่ 10 ปี ถอื วา่ ขาด
อายคุ วาม 1 ปี ซงึ่ ต้องนบั แตว่ ันท่อี อกเช็คโดยแท้จรงิ (ค�ำพิพากาฎีกาที1่ 04/2518) เชค็ ส่งั จ่ายเงินสด
และขดี คร่อม โจทกส์ ง่ มอบต่อไป ธนาคารไมจ่ า่ ยเงนิ โจทกร์ ับเชค็ คนื มามฐี านะเป็นผทู้ รง โจทก์ฟอ้ ง
ผู้ส่งั จ่ายได้ภายใน 2 ปีตาม ม. 1002 โจทกไ์ มใ่ ช่ผู้สลักหลังลอยไลเ่ บ้ียตาม ม. 1003 (ค�ำพิพากษาฎีกา
ที่ 922/2526) เช็คลงวันที่ 30 ตลุ าคม 2517 ฟอ้ งผสู้ ั่งจา่ ยวันท่ี 30 ตลุ าคม เป็นวนั สุดทา้ ยของ 1 ปี
ไมข่ าดอายุความ ซงึ่ นับตงั้ แตว่ ันถดั จาก 30 ตลุ าคม ตาม ม. 158 (ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 1733/2520)
เชค็ ลงวนั ท่ี 5 ธันวาคม 2522 เปน็ วนั หยดุ เฉลิมพระชนมพรรษา เร่ิมนบั 1 ปี วนั รุ่งข้นึ คือ 6 ธันวาคม
ครบ 1 ปี 5 ธันวาคม 2523 ซึง่ เป็นวนั หยุด ถดั ไป 6 และ 7 ธนั วาคม เป็นวันเสาร์ อาทติ ย์ หยุดราชการ
ฟอ้ งผสู้ ่งั จ่าย วนั ที่ 8 ธันวาคม 2523 ได้ (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 469/2526 2526) ในเรอ่ื งผูร้ บั อาวลั ฟอ้ ง
ไลเ่ บย้ี เอาแกผ่ สู้ งั่ จา่ ยทตี่ นอาวลั นนั้ เคยมคี ำ� พพิ ากษาฎกี าวางหลกั ไวว้ า่ มอี ายคุ วาม 1 ปี ตาม ม. 1002
(ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี 545/2521) ไมใ่ ช่ 6 เดอื นตาม ม. 1003 (คำ� พิพากษาฎีกาที่ 1752/2526) เพราะ
ถอื วา่ การทีผ่ ู้รับอาวลั ชดใช้เงินใหผ้ ้ทู รง และไดร้ ับตั๋วคนื มา ผู้รับอาวัลย่อมเป็นผูท้ รง จงึ ใช้อายคุ วาม
ของผู้ทรงท่ฟี อ้ งผู้สั่งจ่าย แตต่ อ่ มาค�ำพิพากษาฎกี าที่ 3506/2528 วางหลักไวว้ า่ ในกรณที ีผ่ ู้รบั อาวัล
ใช้เงิน ให้ผู้ทรงไปและจะใช้สิทธิไล่เบี้ยผู้ส่ังจ่ายท่ีตนอาวัลนั้น เป็นเร่ืองท่ีไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่อง
อายคุ วามไวโ้ ดยเฉพาะและผรู้ บั อาวลั กม็ ใิ ชผ่ ทู้ รง ผรู้ บั อาวลั จงึ ตอ้ งฟอ้ งผสู้ ง่ั จา่ ยภายในอายคุ วาม 10 ปี
ตาม ม. 164 มิใช่อายคุ วาม 1 ปี ตาม ม. 1002 หรอื 5 เดือน ตาม ม. 1003 ในกรณที ี่เปน็ ผู้รบั อาวัล
เพราะการสลักหลังเช็คผู้ถอื เนอื่ งจากไม่ใช่ผ้สู ลักหลังทีแ่ ท้จริง (ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 3506/2528)

การฟอ้ งผอู้ อกเชค็ เปน็ คดอี าญา ตาม พ.ร.บ. วา่ ดว้ ยความผดิ อนั เกดิ จากการใชเ้ ชค็ พ.ศ. 2497
ไม่ใช่ความผดิ ที่ความรบั ผิดตามเช็ค ต้องอาศยั เปน็ มูลคดใี นทางแพง่ จึงไม่เปน็ เหตุให้อายคุ วามฟอ้ ง
ผู้สั่งจ่ายเช็คสะดุดหยุดลง (ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี 409/2511)การฟ้องธนาคารซ่ึงจดรับรองเป็นลูกหนี้
ดาวนชวโ์ หนั้นั ลจตดดน้จารใกบันรระเชบอบ็คง TไUมD่มCกี โดฎยหนมายาอยรก่าม�ำหดวนงดจันอทารย์ คุ วามไว้เป็นพเิ ศษ จึงต้องบงั คบั ตาม ม. 164 คือ 10 ปี นบั แต่

116  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

การฟ้องธนาคารให้ใช้ค่าเสียหาย เพราะออกตั๋วแลกเงินขายให้ผู้รับเงินแต่ใช้รหัสผิด
เปน็ เหตุใหส้ าขาธนาคารไม่จ่ายเงนิ ตามต๋วั น้ัน ศาลใช้อายคุ วาม 10 ปี ตาม ม. 164 (ค�ำพพิ ากษาฎกี า
ที่ 270/2511)**จำ� เลยนำ� เชค็ ซ่ึงผู้อืน่ สง่ั จ่ายแก่จำ� เลยมาขายลดแกโ่ จทก์ โจทก์ฟ้องเรียกเงนิ ตามเช็คที่
เบกิ เงนิ ไมไ่ ด้โดยอ้างสัญญาขายลด โจทกฟ์ ้องได้โดยมอี ายคุ วาม 10 ปี ตาม ม. 164 ไม่ใช่ 1 ปี ตาม
ม. 1002 ซึ่งโจทก์ไม่ได้ฟ้องในฐานะ ผู้ทรงฟ้องผู้สลักหลัง (ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี 855/252 2520,
ที่ 153/2522, ท่ี 44/2523, ท่ี 2321/2528, ท่ี 2734 / 2528, ที่ 3506/2528, ท่ี 698/2530)

ผู้ทรงที่ได้เช็คเงินสด (ผู้ถือ) มา ไม่ใช่ผู้รับสลักหลังลอย ฟ้องผู้ส่ังจ่ายได้ภายใน 2 ปีตาม
ม. 1002 ไม่ใชไ่ ล่เบ้ยี ตาม ม. 1003 (คำ� พิพากษาฎีกาท่ี 922/2526)จ�ำเลยที่ 1 และที่ 2 ท�ำหนงั สือ
รับรองการมอบต๋ัวสัญญาใชเ้ งนิ ใหโ้ จทก์ ซ่งึ ระบุว่า จำ� เลยที่ 1 ยนิ ดชี ดใช้เงนิ ตามมลู คา่ ในตวั ดังกล่าว
ท่จี ำ� เลยท่ี ออกให้โจทกไ์ ว้พรอ้ มดอกเบย้ี และจำ� เลยที่ 2 ยินดคี �ำ้ ประกันหน้ขี องจำ� เลยที่ 1 โจทกฟ์ ้อง
คดจี ำ� เลยที่ 1 และที่ 2 ไดโ้ ดยมอี ายุความ 10 ปตี าม ม. 164 เพราะไมม่ ีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้
และเป็นเรื่องต่างหากจากตั๋วสัญญาใช้เงินแม้ต๋ัวสัญญาใช้เงินจะขาดอายุความฟ้องคดีก็ตาม บุคคล
ทงั้ สองกต็ อ้ งรบั ผดิ จากตามสญั ญารบั รองดงั กลา่ ว (ค�ำพพิ ากษาฎกี าท่ี 2093/2526) **อายคุ วามฟอ้ ง
ผ้สู ่งั จ่ายตัว๋ แลกเงนิ มกี ำ� หนด 1 ปี การทศ่ี าลใช้อายคุ วามท่ัวไปตาม ม. 164 คงจะถือว่าเปน็ กรณเี รยี ก
ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาขายต๋ัวแลกเงินที่ธนาคารออกให้ ผิดไปจากข้อตกลงในการออกตั๋วแลกเงิน
นน้ั ไมใ่ ชก่ รณรี บั ผดิ ตามตว๋ั แลกเงนิ แท้ ๆ แตถ่ า้ เปน็ เรอ่ื งชารดุ บกพรอ่ งตามสญั ญาซอื้ ขาย กม็ กี ำ� หนด
อายคุ วาม 1 ปี ตาม ม. 474

1. ผสู้ ลกั หลงั ฟอ้ งไลเ่ บยี้ กนั เอง และไลเ่ บยี้ ผสู้ งั่ จา่ ย ตอ้ งฟอ้ งภายใน 6 เดอื น (คำ� พพิ ากษา
ฎีกา 628/2504 2504) นบั แตว่ นั ทผี่ ู้สลกั หลังเข้าถือเอาตั๋วเงิน และใชเ้ งนิ หรือนับแตว่ นั ผู้สลกั หลังน้นั
เองถูกฟ้อง (ม. 1003) ซึ่งหมายความว่าแม้จะยังมิได้ถูกศาลพิพากษาให้ใช้เงินก็นับอายุความทันที
ผู้สลักหลังถูกผู้ทรงฟ้อง ได้ยอมความใช้เงินและเข้าถือเอาเช็คนั้น ถือไม่ได้ว่าได้เข้าถือเอาเช็คและ
ใชเ้ งนิ ตามความหมายของ ม. 1003 เพราะผสู้ ลกั หลงั ถกู ฟอ้ ง มใิ ชใ่ ชเ้ งนิ โดยไมถ่ กู ฟอ้ ง จงึ นบั อายคุ วาม
จากวันใช้เงนิ ไม่ได้ ต้องนับจากวันถูกฟ้อง (คำ� พพิ ากษาฎีกาที่ 1608/25182518)

ผู้สลักหลังรับอาวัลเช็คผู้ถือ (เงินสด) ใช้เงินแล้วฟ้องไล่เบี้ยแก่ผู้สั่งจ่าย ไม่ใช่ไล่เบี้ยตาม
ม. 1003 (ค�ำพพิ ากษาฎีกาที่ 454/2521 2521, ท่ี 3506/2528)

กฎหมายในเรอื่ งอายคุ วามดงั ทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ น ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ บรรพ 2 ยอ่ ม
นำ� มาใชใ้ นเรอ่ื งตว๋ั เงนิ ดว้ ย เชน่ รบั สภาพหนโี้ ดยผอ่ นชำ� ระทำ� ใหอ้ ายคุ วามสะดดุ หยดุ ลง (คำ� พพิ ากษา
ฎีกาท่ี 192/2518, ที่ 422/2521) และเนอื่ งจากความรบั ผดิ ในเรอื่ งตว๋ั เงนิ เปน็ ความรบั ผิดรว่ มกนั อายุ
ความซ่ึงสะดุดหยุดลงเพราะการอันหนึ่งอันใดซึ่งกระท�ำแก่คู่สัญญาแห่งต๋ัวเงินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อม
ดาวนม์โหผี ลลดสจาะกดรดุะบหบยTดุ UลDงCเพโดียยงนแายตอ่ รเ่าฉมพดาวงะจแันกท่คร์่สู ญั ญาฝา่ ยนนั้ (ม. 1004) ท้งั นี้เป็นหลกั เดยี วกับที่บญั ญตั ิไวใ้ น

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  117

ม. 295 วรรค 2 (124) ควรสงั เกตวา่ ไมม่ มี าตราใดกำ� หนดอายคุ วามฟ้องผู้รบั อาวัลกับผู้รบั รอง เพอ่ื
แก้หนา้ ไวโ้ ดยเฉพาะ บคุ คลเหล่านี้มคี วามรับผดิ อย่างเดยี วกับผูท้ ่ีตนเข้าไปรบั ประกนั (ม. 940) หรือ
เขา้ ไปแกห้ นา้ (ม. 953) อายคุ วามจงึ ตอ้ งถอื กำ� หนดเดยี วกนั กบั ลกู หนเี้ ดมิ ไมใ่ ชอ่ ายคุ วามทว่ั ไป 10 ปี

ตาม ม. 164 อาวลั ผสู้ งั่ จา่ ยมีอายุความ 1 ปี ตาม ม. 1002 (ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี 192/2518,
ท่ี 393/2518, ที่ 916/2521 )

รับอาวัลผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินมีอายุความ 3 ปี เช่นเดียวกับผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินตาม
ม. 1001 (คำ� พิพากษาฎีกาท่ี 490/2518 , ที่ 422/2521, ท่ี 359/2852 ค�ำ้ ประกันต๋วั สัญญาใชเ้ งนิ โดย
มิไดท้ ำ� เปน็ อาวลั อายคุ วาม 10 ปี (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 2093/25292526) ผูค้ ้�ำประกันยกข้อต่อสขู้ อง
ลกู หนไี้ ดต้ าม ม. 694 อีกส่วนหนงึ่

ผลแห่งอายุความ สิทธิเรียกร้องย่อมระงับไปเม่ือครบก�ำหนดอายุความ เจ้าหนี้จะน�ำคดี
มาฟ้องหาได้ไม่ (ม. 163) ฉะน้นั ผ้ทู ี่อย่ใู นฐานะเจา้ หนีต้ ามต๋ัว จึงไมอ่ าจน�ำตัว๋ เงินมาเป็นมูลฟอ้ งได้ถา้
หากพน้ กำ� หนดอายคุ วามดงั กลา่ วแลว้ แตไ่ ดก้ ลา่ วมาในตอนตน้ ในหวั ขอ้ ท่ี 13 แลว้ วา่ การออกหรอื สลกั
หลงั ตัว๋ เงินเป็นการช�ำระหนี้โดยมีเงื่อนไขตาม ม. 321 วรรค 3 (คำ� พพิ ากษาฎีกาท่ี 105/2475) ฉะน้ัน
ถ้าหากมีหน้ีเดิมอยู่อย่างไร แล้วช�ำระหน้ีนั้นด้วยออกหรือสลักหลังตั๋วเงิน หากสิทธิเรียกร้องตามตั๋ว
เงินขาดอายุความสิทธิเรียกร้องตามหนี้เดิม ก็อาจยังบังคับในมูลหนี้เดิมต่อไป (ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี
477/2489, ท่ี 546/2493) ทัง้ นี้ภายใตบ้ งั คบั แห่ง ม. 1005 ซ่งึ ให้คงเรียกรอ้ งกันได้ตามหนี้เดิมเพียง
เท่าท่ลี ูกหนมี้ ติ ้องเสียหาย ใหด้ ูค�ำอธิบายในตอนต้นหัวข้อท่ี 14 การออกหรือ โอนเชค็ ชำ� ระหนนี้ ้ันคง
มีผลเป็นการรับสภาพหนเี้ ดมิ ตาม ม. 172 ได้

เช็คเรียกเกบ็ เงนิ ไม่ได้ ผู้ทรงกบั ผสู้ ่งั จา่ ยตกลงบนั ทกึ ทสี่ ถานีต�ำรวจ ผู้ ส่งั จ่ายรบั ผ่อนชำ� ระ
หนเ้ี ปน็ งวด ๆ และมผี คู้ ำ้� ประกนั ไมเ่ ปน็ สญั ญาประนปี ระนอมยอมความ เพราะผทู้ รงมไิ ดผ้ อ่ นผนั ถอน
ฟอ้ งหรอื ระงบั คดอี าญา แตเ่ ปน็ สญั ญารบั สภาพความรบั ผดิ ตาม ม. 184 ซงึ่ ตกลงกนั เมอื่ พน้ อายคุ วาม
1 ปีแล้ว ผู้สั่งจ่ายและผู้ค้�ำประกันต้องรับผิดตามสัญญา เป็นกรณีละประโยชน์แห่งอายุความตาม
ม. 192 ด้วย ฟ้องของผู้ทรงไม่ขาดอายุความ 1 ปี (คำ� พิพากษาฎีกาท่ี 1457/2525)

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

118  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ลกั ษณะ 6 ตว๋ั เงินปลอม ต๋วั เงนิ ถูกดกั ต๋วั เงนิ หาย

ในหมวดสดุ ทา้ ยแหง่ ลกั ษณะตว๋ั เงนิ ในประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ ไดบ้ ญั ญตั บิ ทมาตรา
ที่ว่าด้วยผลอันเกิดข้ึนจากกรณีท่ีมีการปลอม การลักต๋ัวเงินหรือต๋ัวเงินหายไว้ อันบังคับได้ถึงต๋ัวเงิน
ทง้ั สามชนดิ จะได้กล่าวตามลำ� ดบั ดงั ตอ่ ไปนี้

บทท่ี 1 ตัว๋ เงนิ ปลอม

มาตรา 1006 บัญญัติว่า “การที่ลายมือช่ืออันหนึ่งอันใด ในตั๋วเงินเป็นลายมือปลอมย่อม
ไมก่ ระทบกระทงั่ ถงึ ความสมบรู ณแ์ หง่ ลายมอื ชอ่ื อน่ื ๆ ในตวั๋ เงนิ นน้ั ” หมายความวา่ ผใู้ ดลงลายมอื ชอ่ื
ในตว๋ั เงนิ ผนู้ นั้ ตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ตามเนอ้ื ความแหง่ ตวั๋ เงนิ นน้ั ดงั ไดก้ ลา่ วมาแลว้ ใน ม. 40 แมล้ ายมอื ชอ่ื
อ่ืนใดในตั๋วเงินจะปลอมก็ตาม ก็หาท�ำให้ความสมบูรณ์ของลายมือช่ือท่ีลงไว้โดยแท้จริงพลอยเสีย
ไปด้วยไม่ กล่าวคือความรับผิดของลูกหน้ีแต่ละคนในต๋ัวเงินคงมีอยู่ตามเดิมแต่ถ้าข้อความในตั๋วเงิน
ถูกปลอมแปลงไปอย่างใดเป็นอีกปัญหาหนึ่ง และสิทธิของผู้ทรงที่จะอ้างอิงลายมือชื่อในตั๋วเงินเพื่อ
ฟ้องร้องบังคับผู้ท่ีลงลายมือชื่อในตั๋วเงินได้เพียงใด จะต้องเป็นไปตามท่ีกฎหมายบัญญัติไว้อีกส่วน
หนึ่ง กล่าวคือ ถึงแม้ความรับผิดของลูกหนี้แต่ละคนท่ีไม่ได้ถูกปลอมลายมือช่ือยังมีอยู่ตามเดิมไม่
เปลี่ยนแปลง เพราะลายมือช่ือบางอันเป็นลายมือปลอมก็ตาม แต่ลูกหน้ีน้ันจะต้องรับผิดต่อใครเป็น
ปัญหาท่ีจะต้องพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าหนี้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งอาจไม่สามารถอ้างสิทธิโดยอาศัยลายมือ
ช่อื ปลอมก็ได้

ตวั อย่าง ค. ซอ้ื ต๋วั เงนิ จาก ข. ข. จึงโอนตั๋วเงินที่ ข. รบั โอนมาจาก ก. ให้ ค. โดยสลักหลงั
ให้ ค. ค. โอนต๋วั ใช้หนใ้ี ห้ ง. ไป ปรากฏวา่ ลายมอื ชอื่ ก. ทโ่ี อนตัว๋ นนั้ ให้ ช. เป็นลายมอื ชื่อปลอม ง.
จะฟอ้ ง ก. ให้ใช้เงนิ ไมไ่ ด้ เพราะลายมือชือ่ ก. เป็นลายมือปลอม แตล่ ายมือช่ือ ก. ที่ ปลอมนกี้ ไ็ ม่
กระทบกระเทือนถงึ ลายมอื ชื่อ ข. ค. ที่แทจ้ รงิ 1. ฟอ้ ง ข. ค. ได้ หรอื ถ้าลายมอื ช่อื ก. เปน็ ลายมอื ช่อื ผู้
สงั่ จา่ ยตวั๋ แลกเงนิ ทอ่ี อกสงั่ ใหผ้ จู้ า่ ยใชเ้ งนิ แก่ ช. แมล้ ายมอื ชอ่ื ก. เปน็ ลายมอื ปลอม ซง่ึ ทำ� ใหต้ วั๋ เงนิ นนั้
ไมส่ มบรู ณ์เปน็ ตว๋ั เงิน ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี 270/2496) แต่ลายมือชอ่ื ปลอม และความไม่สมบูรณ์นกี้ ็
ไมก่ ระทบกระท่งั ลายมอื ช่ือ ข. ค. ทโ่ี อนตั๋วเงินให้ ง ซึง่ ข. ค. จะอา้ งวา่ เอกสารนนั้

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  119

ไม่เปน็ ตั๋วเงนิ เพราะลายมอื ชอื่ ก. ผู้ส่ังจ่ายเปน็ ลายมอื ชื่อปลอมนน้ั ข. ค. อา้ งไม่ได้จ�ำเลย
รับอาวัล ผู้สั่งจ่ายเช็คผู้ถือ ลายมือช่ือผู้ส่ังจ่ายปลอม จ�ำเลยต้องรับผิดต่อผู้ทรง (ค�ำพิพากษาฎีกา
ที่ 918/2522 )

มาตรา 1007 บัญญัติว่า “ถ้าข้อความในต๋ัวเงินใด หรือในค�ำรับรองต๋ัวเงินรายใดมีผู้แก้ไข
เปลยี่ นแปลงในขอ้ สำ� คญั โดยทค่ี สู่ ญั ญาทงั้ ปวงผตู้ อ้ งรบั ผดิ ตามตวั๋ เงนิ มไิ ดย้ นิ ยอมดว้ ยหมดทกุ คนไซร้
ท่านว่าต๋ัวเงินนั้นก็เป็นอันเสีย เว้นแต่ยังคงใช้ได้ต่อคู่สัญญาซ่ึงเป็นผู้ท�ำการแก้ไขเปล่ียนแปลงน้ัน
หรือได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น กับท้ังผู้สลักหลังในภายหลังแต่หากตั๋วเงินใด ได้มี
ผแู้ กไ้ ขเปลย่ี นแปลงในขอ้ สำ� คญั แตค่ วามเปลยี่ นแปลงนนั้ ไมป่ ระจกั ษแ์ ละตวั๋ เงนิ นนั้ ตกอยใู่ นมอื ผทู้ รง
โดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ทรงคนน้ันจะเอาประโยชน์จากตัวเงินก็ได้ เสมือนดังว่า มิได้
มกี ารแกไ้ ขเปลยี่ นแปลงเลย และจะบงั คบั การใชเ้ งนิ ตามเนอื้ ความเดมิ แหง่ ทว่ั นน้ั กไ็ ดก้ ลา่ วโดยเฉพาะ
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นจะกล่าวต่อไปน้ี ท่านถือว่าเป็นการแก้ไขเปล่ียนแปลงในข้อส�ำคัญ คือ
การแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงใด ๆ แก่วนั ที่ลง จำ� นวนเงนิ อนั จะพงึ ใช้เวลาใชเ้ งิน สถานทใี่ ชเ้ งนิ กับทงั้ เม่อื
ต๋ัวเงินเขารับรองไว้ท่ัวไป ไม่เจาะจงสถานที่ใช้เงินไปเติมความระบุสถานท่ีใช้เงินเข้าโดยท่ีผู้รับรอง
มิได้ยนิ ยอมด้วย”

ตาม ม. 1007 น้ี เป็นเร่ืองตั๋วเงินปลอมด้วยการแก้ไขข้อความในต๋ัวเงิน หรือในค�ำรับรอง
ซึ่งก็รวมอย่ใู นตวั๋ เงินนน่ั เอง การแก้ไขนีต้ ้องเป็นการแก้ไขในข้อส�ำคญั และเป็นการแก้ไขโดยค่สู ัญญา
ในตั๋วเงินมิได้ยินยอมทั่วทุกคน การแก้ไขต๋ัวเงินหมายความว่าต้องเป็นการแก้ไขเมื่อเอกสารน้ันเป็น
ต๋ัวเงินแล้ว ไม่ใช่การแก้ไขตั้งแต่ก่อนมีผลเป็นตั๋วเงิน เช่น แก้ก่อนท่ีผู้สั่งจ่ายจะได้ลงลายมือช่ือและ
สง่ มอบใหผ้ รู้ บั เงนิ ไมเ่ รยี กวา่ เปน็ การแกไ้ ขตวั๋ เงนิ อยา่ งไรเปน็ การแกไ้ ขในขอ้ สำ� คญั มปี รากฏตามทรี่ ะบุ
ไว้ในวรรค 3 แต่ตอ้ งเข้าใจว่าไมใ่ ช่จะถอื เป็นการแกไ้ ขในขอ้ ส�ำคัญแตเ่ พยี งเทา่ ทร่ี ะบุไวน้ ้เี ท่านนั้ การ
แก้ไขอย่างอืน่ นอกจากทรี่ ะบุไว้ ถา้ เปน็ การแกไ้ ขในขอ้ ส�ำคญั แลว้ กท็ ำ� ให้ตวั๋ เงินเสียเหมือนกนั ฉะนั้น
จงึ เปน็ ปญั หากฎหมายทศี่ าลจะวนิ จิ ฉยั วา่ การแกไ้ ขอยา่ งใดสำ� คญั อยา่ งใดไมส่ ำ� คญั การแกไ้ ขทสี่ ำ� คญั
คอื การแกไ้ ขอนั ทำ� ใหผ้ ลเองตว๋ั เงนิ และความรบั ผดิ ของคสู่ ญั ญาเปลยี่ นแปลงไป * Chalmers, p. 203)

เช่น การแก้ไขโดยเพิ่มให้เสียดอกเบ้ียลงไปในตั๋วเงินที่ไม่ได้ระบุให้คิดดอกเบ้ีย เป็นต้น
นอกจากทีร่ ะบไุ วใ้ น ม. 1007 วรรค 3 กม็ รี ะบไุ ว้ใน ม. 996 เกี่ยวกับการขดี คร่อมเช็คดว้ ย เช่น ขดี ฆ่า
ชอ่ื ธนาคารในขีดครอ่ มเฉพาะออก (ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 3288 / 2522) แตก่ รณี ทีม่ กี ฎหมายบัญญตั ิ
ไว้ใหแ้ กไ้ ขเพม่ิ เติม ไดด้ ังทกี่ ล่าวมาแลว้ ในตอนทเี่ ก่ียวดว้ ยเรือ่ งนนั้ ๆ ย่อมไม่ท�ำใหต้ วั๋ นั้นเสียไปเชน่
การลงวันออกเช็คตาม ม. 910 (ค�ำพพิ ากษาฎีกาที่ 1545/2524)

มีผู้ลบข้อความสลักหลังท่ีก�ำหนดให้น�ำเข้าบัญชีของโจทก์เท่านั้นออกเช็คน้ันเสียตาม
ดาวนมเ์โหห.็นล1ดป0จ0ราก7ะรจะ(ักบฎษบกี ์TาไUทมD่ี่เC2ป2โ็นด9ยก0าน/รา2ยแ5อก1ร8า่ใ้ มน2ขด5ว้อ1ง8สจัน�ำฎทคร.ญั ์ 29(ค30ำ� )พพิเชา็คกสษั่งาจฎา่ ยกี เางทนิ ่ี แ18ก4่ 5ช/.2ห52ร4ือ)ผู้ถคอือื ถรอื อเยปแน็ กเชช้ ็คือ่ ผชถู้ .ือเผปลน็ ขอสง.

120  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

การแกไ้ ขต๋ัวเงนิ โดยมชิ อบดังกล่าวแล้ว ยอ่ มท�ำใหต้ วั เงินนนั้ เสียไปสน้ิ ทงั้ ฉบับ คือไมม่ ีผลบังคบั เป็น
ต๋วั เงินไดอ้ ีก ” ผอู้ อกเช็คท่ถี กู แกไ้ ขดงั น้ีไมต่ อ้ งรบั ผดิ ตามเชค็ ตอ่ ไป (ค�ำพิพากษาฎีกา ท่ี 343/2506)
แต่วา่ ยงั คงใชไ้ ดต้ อ่ ค่สู ญั ญา ทเี่ ปน็ ผูแ้ กไ้ ขเปลีย่ นแปลงประการหน่งึ หรอื ทีย่ ินยอมดว้ ย กบั การแกไ้ ข
เปลยี่ นแปลงประการหนง่ึ หรอื ผสู้ ลกั หลงั ในภายหลงั อกี ประการหนงึ่ สำ� หรบั ผทู้ แ่ี กไ้ ขหรอื ยอมใหแ้ กไ้ ข
ตั๋วเงินน้ัน ก็เป็นธรรมดาที่เม่ือตนเองเป็นผู้แก้ไข หรือยอมให้ผู้อ่ืนแก้ไขแล้วจะปฏิเสธข้อผูกพันที่ได้
แก้ไขหรือยอมให้แก้ไขน้ันย่อมไม่ได้อยู่เองส่วนผู้สลักหลังในภายหลังการแก้ไขน้ัน ก็เป็นที่เข้าใจว่า
ได้สลักหลังไปโดยแสดงเจตนาว่ายอมรับผิดตามข้อความในต๋ัวเงินที่ได้แก้ไขแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จะ
ไมย่ อมรับผดิ ตามข้อความทีต่ นไดแ้ สดงเจตนารบั เป็นขอ้ ผูกพัน

ตวั อยา่ ง คำ� ออกตว๋ั แลกเงนิ สง่ั แองจา่ ยเงนิ ใหเ้ ขยี ว 5,000 บาท มรี ายการโอนตวั จากเขยี วไปยงั
ก. ข. ค. ง. จ. ตามล�ำดับ เมอ่ื ค. รับโอนตัว๋ เงินมา ค . แก้จ�ำนวนเงนิ เป็น 15,000 บาท แลว้ โอนตอ่
ไป ดงั นี้ 1. ฟ้องคำ� ผ้สู ง่ั จา่ ย เขียวและ ก. ข. ผสู้ ลกั หลงั ใหร้ บั ผิดตามตวั ไมไ่ ด้ เพราะต๋วั นัน้ เมือ่ ถูกแกไ้ ข
จ�ำนวนเงิน ตวั๋ นั้นก็เสยี ไปแล้ว ไม่มผี ลผกู พนั ต่อไป แต่ ค. เป็นผูแ้ ก้จำ� นวนเงินนั้น ค. ต้องรับผดิ จะ
อา้ งว่าตัวเสยี ไปแล้วเพราะถูกแกไ้ มไ่ ด้ ท้งั ง. ซ่งึ ไดส้ ลักหลงั ต๋วั นน้ั หลงั จากทไ่ี ดแ้ กไ้ ขแลว้ ก็ปฏเิ สธ
ความรบั ผดิ ตามตัว๋ เงินไม่ได้เหมอื นกนั ค. ง. ต้องรบั ผดิ ต่อ จ. ตามจำ� นวนเงนิ 15,000 บาท ดงั ที่ได้
แกไ้ ขแลว้ นน้ั ผสู้ ง่ั จา่ ยแกว้ นั ในเชค็ เพอื่ ใหไ้ ดต้ อ่ ไปแทนออกเชค็ ใหม่ ซง่ึ คงทำ� ไดด้ ว้ ยความยนิ ยอมจาก
ผทู้ รงและผสู้ ลกั หลังอาวัลไวด้ ว้ ย เชค็ นน้ั มีผลบงั คบั ได้ตามวันที่แกใ้ หม่ อายคุ วามนับจากวันที่แกใ้ หม่
(ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 393/2518, ที่ 2560/2526)

ส่วนความใน ม. 1007 วรรค 2 น้ัน หมายความถึงการแก้ไขที่ไม่เห็นชัดแจ้งอยู่ในต๋ัวเงิน
นั้นเอง เช่น ในตวั อย่างขา้ งต้น ถ้าการแก้ 5,000 บาท เป็น 15,000 บาท นัน้ ท�ำโดยเดิม 1 ลงไป
ได้เรียบร้อยท้ังเลขและตัวหนังสือจนไม่อาจสังเกตเห็นได้ว่าเป็นการเติมลงภายหลัง ดังนี้ 1 ซ่ึงเป็น
ผ้ทู รงโดยชอบดว้ ยกฎหมาย กอ็ าจบงั คับเอาจากคูส่ ญั ญากอ่ น การแก้ไขตามเนอ้ื ความเดิมแห่งช่วั คือ
เรียกรอ้ งเอาจากคำ� ผู้สงั่ จา่ ย เขยี ว และ ก. ข. ผูส้ ลกั หลงั ได้ในจ�ำนวนเงินเดิม คือ 5,000 บาทจะเรยี ก
รอ้ งเอา 15,000 บาท ไมไ่ ด้ คงเรียกเอา 15,000 บาท ไดจ้ าก ค. ง. เท่านั้น (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 1316/
2526 2526, ที่ 1475/2526)

แก้วันท่ลี งในเช็ค โดยแก้ปี ค.ศ. ของ “มขี ้อยกเวน้ ใน ม. 553 วรรค 3 ซึง่ ได้อธบิ ายมาแล้ว
ในเร่ืองธนาคารจ่ายเงินตามเช็คขีดคร่อมวันท่ีออกเช็คจากเลขป็นมาเป็นเลข 7 เป็นการแก้ไขในข้อ
สำ� คญั แต่เมือ่ ไม่ประจกั ษ์ก็บงั คับตามเน้อื ความเดมิ ก่อนมกี ารแก้ไข ซ่งึ แมจ้ ะเปน็ เลข 6 กอ่ นข้นึ ไป
1 ปี คดขี าดอายคุ วาม (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 1077/2507) คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 270/ 2496 วนิ จิ ฉยั วา่ ฯลฯ

“เม่อื ตวั๋ เงนิ นน้ั ครั้งหนง่ึ เป็นต๋วั เงนิ แล้ว การแก้ไขเปล่ยี นแปลงภายหลงั แมจ้ ะเป็นการปลอม
แปลง กห็ าทำ� ใหต้ วั เงนิ นนั้ เสยี ไปทเ่ี ดยี วไมแ่ ตก่ ารใชต้ วั๋ นนั้ เพอ่ื ยนื่ ใหใ้ ชเ้ งนิ หรอื ไลเ่ บย้ี ของผทู้ รงเอาแก่
ดาวนผโ์ หสู้ ลงั่ ดจจา่ ายกรผะบรู้ บบั TรUอDงCหโรดอืยผนสู้ายลอกั ร่าหมลดงั วทงจมี่ ันมี ทาร์กอ่ นการแกไ้ ขเปลย่ี นแปลนน้ั กฎหมายยงั ยอมใหข้ ยายใชไ้ ดต้ อ่

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  121

ไปอกี ในกรณที คี่ วามเปลยี่ นแปลงนนั้ ไมป่ ระจกั ษ์ ใหเ้ รยี กเกบ็ เงนิ ไดเ้ สมอื นดงั วา่ ตวั๋ นน้ั มไิ ดม้ กี ารแกไ้ ข
เปลีย่ นแปลงเลย จะบงั คับการใช้เงนิ ตามเนื้อความแห่งทวั่ นน้ั กไ็ ด้ กล่าวคือ ผ้ทู รงจะเรยี กเกบ็ เงินจาก
คู่สัญญาท่ีท�ำการแก้ไขเปล่ียนแปลงหรือผู้สลักหลังที่มาภายหลังน้ันตามเน้ือความท่ีเปล่ียนแปลงแล้ว
กไ็ ด้ หรอื ในกรณที ก่ี ารเปลยี่ นแปลงไมป่ ระจกั ษ์ จะเรยี กเกบ็ เอาจากผตู้ อ้ งรบั ผดิ กอ่ นการเปลย่ี นแปลง
น้ันตามเนอ้ื ความเดมิ กไ็ ด้ ฯลฯ

เม่ือไม่ปรากฏว่าผู้ส่ังจ่ายเช็คได้ละเลยในการระมัดระวังที่จะไม่ให้มีการปลอมแปลงเช็คน้ัน
อย่างไรแล้วธนาคารจะเรียกร้อง ให้ผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดตามจ�ำนวนเงินท่ีปลอมแปลงน้ันหาได้ไม่
จะเรยี กไดแ้ ตเ่ ฉพาะจำ� นวนเดมิ แหง่ เชค็ นน้ั เทา่ นนั้ เพราะอาจอนโุ ลมถอื ไดว้ า่ สทิ ธขิ องธนาคารตอ่ ผเู้ คย
ค้าท่สี ัง่ จ่ายเป็นเสมอื นผู้ทรงตอ่ ผตู้ ้องรบั ผดิ ตามตัว๋ เงนิ นั้น” ฯลฯ คือธนาคารจา่ ยเงนิ ไปตามเช็คทีแ่ ก้
จ�ำนวนเงินให้สูงข้ึน ธนาคารหักเงนิ ของผสู้ งั่ จ่ายในบญั ชีของธนาคารได้เพียงจำ� วนเดมิ ก่อนการแกไ้ ข
เทา่ นน้ั สว่ นเงนิ จำ� นวนทจ่ี า่ ยเกนิ ไปนนั้ ธนาคารเรยี กคนื จากผทู้ รงเชค็ ทมี่ ารบั เงนิ นนั้ ไปจากธนาคารได้
ไม่ใชธ่ นาคารจ่ายเงนิ เกินไปโดยสมัครใจ (ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 1845/2524) เชน่ ธนาคาร ก. ซื้อลดเช็ค
ธนาคาร ข. ทม่ี กี ารแกไ้ ขจำ� นวนเงนิ ไว้ แลว้ เรยี กเกบ็ เงนิ จากธนาคาร ข. ไป ธนาคาร บ. เรยี กเงนิ จำ� นวน
ทเ่ี กนิ ไปคนื ได้ ม. ออกเชค็ ผถู้ อื สง่ั ธนาคารโจทกจ์ า่ ยเงนิ 4,062 บาท มผี แู้ กจ้ ำ� นวนเงนิ เปน็ 908,062 บาท
แล้วเอาไปประกันหน้ีแก่ธนาคารจ�ำเลย จนธนาคารจ�ำเลยเรียกเก็บเงินจากธนาคารโจทก์ไปแล้ว
ม. เรยี กเกบ็ เงิน 9000,000 บาท ท่ธี นาคารโจทกห์ ักบัญชีของ ม. ไป กรณเี ช่นน้จี �ำเลยเรียกเงินจาก

โจทก์ไดเ้ ทา่ จํานวนเดมิ ก่อนแก้ไข ซึง่ ไม่เห็นประจกั ษ์ตาม ม. 1007 คือ 8,062 บาท สว่ นท่ี
เกนิ เปน็ ลาภมคิ วรได้ โจทกม์ ไิ ดจ้ า่ ยโดยรวู้ า่ ไมม่ คี วามผกู พนั จำ� เลยตอ้ งคนื แกโ่ จทก์ ทจ่ี ำ� เลยเสยี หาย
เพราะ ม. เขียนเชค็ โดยประมาทเลนิ เล่อให้มีการแกไ้ ขได้ จ�ำเลยต้องวา่ กลา่ วเอากับ ม. (ค�ำพิพากษา
ฎกี าที่ 1637/2525)

แม้ตั๋วเงินปลอมจะเสียตาม ม. 1007 แต่การจ่ายเงินตามเช็คซ่ึงถูกแก้จ�ำนวนเงิน และวัน
จา่ ยเงนิ ถ้าธนาคารจ่ายไปโดยสจุ รติ ไม่ประมาทเลนิ เลอ่ ธนาคารอาจไมต่ ้องรับผิด โดยอาศัยสญั ญา
ระหว่างผู้สั่งจ่ายกับธนาคารอีกส่วนหน่ึง เช่น โจทก์ออกเช็คธนาคารจ�ำเลย โดยยึดคร่อมสั่งจ่ายเงิน
60,000 บาท เช็คลงวันท่ี 25 มีผู้ขีดคร่อม และแก้จ�ำนวนเงินเป็น 50,000 บาท แก้วันท่ีเป็นวันท่ี
21 โจทก์สั่งห้ามถนาคารมิให้จ่ายในวันท่ี 24 แต่ธนาคารจ่ายเงินไปเม่ือวันท่ี 21 เสียแล้ว ธนาคาร
จ่ายเงินโดยสุจริตไม่ประมาทเลนิ เลอ่ ธนาคารไมต่ ้องรับผดิ ต่อไป ฎีกาท่ี 1254 / 2497 2497 ฎ. 1113
วินจิ ฉยั ว่า “ส่วนในขอ้ ทไี่ ดม้ ีการแกไ้ ขปลอมแปลงจ�ำนวนเงิน 50,000 บาท เปน็ 50,000 บาท และ
แกว้ ันที่ 25 เปน็ 21 น้ัน แมม้ าตรา 1007 จะบัญญตั ิว่า ตัว๋ เงนิ ทม่ี ีผูแ้ กไ้ ขในข้อสำ� คญั โดยทีค่ สู่ ญั ญา
ทั้งปวงผู้ต้องรับผิดตามตั๋วเงินมิได้ยินยอมด้วยหมดทุกคนจะเป็นอันเสียก็ดี และแม้การแก้ไขน้ันจะ
ไม่ประจักษ์ ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายจะเอาประโยชน์จากตั๋วเงินได้เหมือนดั่งว่ามิได้มีการแก้ไข
ดาวนเโ์ปหลลดยี่ จนากแรปะบลบงเTลUยDแCลโดะยจะนบายงั อครบัา่ มกดาวรงจในัชทเ้ งร์นิ ตามเนอื้ ความเดมิ แหง่ ตว๋ั เงนิ นนั้ ไดก้ ด็ ี บทบญั ญตั นิ ตี้ อ้ งบงั คบั

122  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ถึงหน้ีระหว่างคู่สัญญาในต๋ัวเงิน คือระหว่างผู้ทรงกับผู้ลงลายมือช่ือ ซึ่งต้องรับผิดตามต๋ัวเงินเท่าน้ัน
แตร่ ะหวา่ งธนาคารผจู้ า่ ยกบั ผเู้ คยคา้ ผสู้ งั่ จา่ ยเชค็ นนั้ ยงั มคี วามผกู พนั กนั ตามสญั ญาทผ่ี เู้ คยคา้ อาศยั ใน
การสงั่ ใหธ้ นาคารจา่ ยเงนิ นนั้ อยอู่ กี สว่ นหนงึ่ ดว้ ย ศาลฎกี าเหน็ วา่ โจทกไ์ ดม้ คี ำ� สง่ั ถงึ ธนาคารใหจ้ า่ ยเงนิ
50,000 บาท แม้จะมีผู้แกจ้ �ำนวนเงนิ เปน็ 50,000 บาท และธนาคารจา่ ยเงินไปตามน้ัน

ก็ไม่เปน็ การปฏิบตั นิ อกเหนือค�ำสัง่ ของโจทกแ์ ตอ่ ย่างใด สว่ นทไ่ี ด้มกี ารแก้วันที่ 25 เป็น 21
และธนาคารจ่ายเงนิ ไปก่อนที่โจทก์ไดส้ งั่ ห้ามการใชเ้ งนิ ก่อนวันที่ 25 ทีโ่ จทก์ไดล้ งในเช็คน้ัน ศาลฎีกา
เห็นวา่ อันเช็คนัน้ ตอ้ งลงวนั ทอ่ี อกเชค็ ตามมาตรา 988 (6) เช็คเป็นคำ� สั่งให้ธนาคารจา่ ยเงินในทันทีท่ี
ทวงถาม ตามมาตรา 987 ธนาคารยอ่ มต้องใชเ้ งนิ ในทนั ทีทม่ี ผี ูน้ ำ� เช็คมาเบิกเงนิ ตอ่ ธนาคารเวน้ แต่จะ
ตอ้ งดว้ ยกรณที ยี่ กเวน้ ไวต้ ามมาตรา 991, 992 แมก้ ารทผ่ี สู้ ง่ั จา่ ยลงวนั ทล่ี ว่ งหนา้ ไปจะไมท่ ำ� ใหเ้ ชค็ นนั้
เสียก็ตามแต่เมื่อไม่มีอะไรแสดงเห็นว่าเช็คนั้นได้ลงวันที่ล่วงหน้า ตามปกติธนาคารก็ย่อมจะต้อง
จ่ายเงินให้ตามค�ำส่ังในเช็คน้ัน เม่ือจ�ำเลยได้จ่ายเงินไปตามค�ำส่ังของโจทก์โดยสุจริตและปราศจาก
ความประมาทเลนิ เล่อ ดังกล่าวมาแล้ว จำ� เลยจึงไม่ตอ้ งรับผิดต่อโจทก”์ ฯลฯ

ตามนจ้ี ะเหน็ หลกั ทศี่ าลวนิ จิ ฉยั คอื ศาลวนิ จิ ฉยั สญั ญาระหวา่ งผเู้ คยคา้ กบั ธนาคาร ไมใ่ ชส่ ญั ญา
ตว๋ั เงนิ แมต้ วั๋ เงนิ จะแกไ้ ขจำ� นวนเงนิ แตก่ แ็ กจ้ ากมากใหเ้ ปน็ นอ้ ยจงึ อยใู่ นขอบเขตแหง่ คำ� สงั่ ของโจทก์
ท้งั นี้โดยไมต่ ้องอาศยั ม. 100 เพราะธนาคารมสี ัญญาทจ่ี ะตอ้ งจ่ายเงินตามค�ำสงั่ ของผูส้ ง่ั จ่ายอยสู่ ว่ น
หนึ่ง ธนาคารยังหาได้เป็นคู่สัญญา ในตั๋วเงินไม่เพราะมิได้มีลายมือช่ือเป็นลูกหน้ีในตั๋วเงิน แต่กรณี
ตั๋วเงินปลอมจ�ำนวนเงินให้มากข้ึนธนาคารจ่ายเงินไปตามจ�ำนวนมากย่อมเป็นการเกินค�ำสั่งของผู้ส่ัง
จ่าย ผู้ทรงต๋ัวเงินมีสิทธิบังคับผู้สั่งจ่ายได้อย่างมากก็เท่าข้อความเพิ่มตาม ม.1007 ธนาคารจึงต้อง
รับผิดในส่วนท่ีเกินจากจ�ำนวนแท้จริงท่ีผู้ส่ังจ่ายได้ส่ังจ่ายไว้ส่วนที่เก่ียวกับการแก้ไข วันท่ีให้จ่าย
เงินเร็วขึ้นนั้น ศาลวินิจฉัยในท�ำนองท่ีว่าเช็คตามธรรมคาย่อมออกให้จ่ายเงินในทันที การท่ีไปลงวัน
ล่วงหนา้ เป็นการผิดธรรมดาท�ำใหธ้ นาคารหลงจ่ายเงนิ ไป ธนาคารจึงไม่ต้องรบั ผดิ **

มาตรา 1008 บญั ญัติต่อไปถงึ การลงลายมือชอ่ื ปลอมในตว๋ั เงิน และบัญญตั ติ ลอดถึง **เปน็
ความคิดตามกฎหมายของประเทศตา่ ง ๆ หลายประเทศในปจั จุบนั และตาม Unifornn Law for
Cheques 1931 , 28 ซง่ึ ไมป่ ระสงคใ์ หเ้ ชค็ เปน็ เอกสารเจรคิด แมย้ ่ืนเชค็ ต่อธนาคารก่อนวนั ทล่ี งในเช็ค
กต็ อ้ งจา่ ยเงนิ ทนั ที การลงลายมอื ชอื่ ผอู้ น่ื โดยมไิ ดร้ บั มอบอำ� นาจจากเจา้ ของลายมอื ชอ่ื ใหล้ งแทนดว้ ย
ปญั หาเรอื่ งลงลายมอื ชอ่ื ผอู้ นื่ โดยปราศจากอำ� นาจนไ้ี ดก้ ลา่ วมาในตอนตน้ แลว้ ในหวั ขอ้ ที่ 42 ม. 1008 น้ี
ตา่ งกับ ม. 1007 ในขอ้ ท่ี ม. 1008 น้ีเปน็ เรอ่ื งลงลายมอื ชื่อปลอม สว่ น ม. 1007 เป็นเร่ืองปลอมข้อความ
โดยแก้ไขเปลย่ี นแปลงขอ้ ความในต๋ัวเงนิ ถา้ เป็นเรอ่ื งปลอมทัง้ ข้อความและลายมือชือ่

ก็ต้องบังคับคดีท้ัง ม. 1037 และ 1004 ด้วยกัน ม. 1008 บัญญัติว่า “ภายในบังคับแห่ง
ดาวนบ์โหทลบดจญั ากญระตั บทิ บง้ั TหUลDาCยโใดนยปนารยะอมรว่ามลกดวฎงจหันมทารย์ น้ี เมอ่ื ใดลายมอื ชอ่ื ในตว๋ั เงนิ เปน็ ลายมอื ปลอมกด็ ี เปน็ ลายมอื

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  123

ชอื่ ลง ไวโ้ ดยที่บุคคลซง่ึ อา้ งเอาเป็นเจา้ ของลายมือช่อื น้ันมไิ ดม้ อบอำ� นาจใหล้ งกด็ ี ทา่ นวา่ ลายมือชอ่ื
ปลอมหรอื ลงปราศจากอำ� นาจเชน่ นนั้ เปน็ อนั ใชไ้ มไ่ ดเ้ ลย ใครจะอา้ งองิ อาศยั แสวงสทิ ธอิ ยา่ งหนงึ่ อยา่ ง
ใด เพ่ือยึดหน่วงต๋ัวเงินไว้ก็ดีเพื่อท�ำให้ตัวน้ันหลุดพ้นก็ดี หรือเพ่ือบังคับการใช้เงินแก่คู่สัญญาแห่ง
ตัวน้ันคนใดคนหน่ึงก็ดีท่านว่าไม่อาจจะท�ำได้เป็นอันขาด เว้นแต่คู่สัญญาฝ่ายหน่ึงจะพึงถูกยึดหน่วง
หรือบังคับใช้เงินนั้นจะอยู่ในฐานเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกข้อลายมือชื่อปลอม หรือข้อลงลายมือชื่อ
ปราศจากอ�ำนาจน้นั ขนึ้ เป็นขอ้ ต่อสู้แตข่ ้อความใด ๆ อันกล่าวมาในมาตราน้ี ทา่ นมิใหก้ ระทบกระท่งั
ถึงการใหส้ ตั ยาบนั แก่ลายมือช่อื ซ่งึ ลงไว้โดยปราศจากอำ� นาจ แตห่ ากไม่ถงึ แกเ่ ป็นลายมอื ปลอม”

ม. 1008 นีม้ ขี ้อความส�ำคัญหลายตอน จะไดอ้ ธิบายเปน็ ล�ำดับไป

1. “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติท้ังหลายในประมวลกฎหมายนี้” หมายความว่าถ้า
ในกรณีใดกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้นเมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้
โดยเฉพาะอย่างไร จงึ บังคบั ไปตามข้อความตอ่ ไปใน ม. 1008 เช่น มีบญั ญตั ไิ ว้เปน็ พเิ ศษในม. 949,
1009 เร่ืองลายมือชอื่ ผสู้ ลักหลังปลอม เปน็ ต้น

2. “ลายมือช่ือปลอม” หมายความถึงการที่บุคคลได้เขียนชื่อผู้อ่ืนลงในตั๋วเงิน โดยต้ังใจ
ให้เข้าใจว่าเป็นลายมือช่ือของผู้อื่นได้ลงไว้ในตั๋วเงินโดยแท้จริง ผู้ส่ังจ่ายออกเช็คลงลายมือช่ือเป็น
ภาษาไทยไม่ลงช่ือเป็นภาษาอังกฤษด้วยตามท่ีให้ตัวอย่างไว้แก่ธนาคาร ไม่เป็นลายมือชื่อปลอม
(ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 1989, 1899/2526)

3. “ลายมือช่ือท่ีลงโดยบุคคลซ่ึงอ้างเอาเป็นเจ้าของลายมือช่ือน้ันมิได้มอบอ�ำนาจ
ใหล้ ง” หมายความถงึ การทบี่ คุ คลคนหนงึ่ ลงชอ่ื ของอกี คนหนงึ่ ในตว๋ั เงนิ เชน่ ก. เขยี นชอื่ ข.เปน็ ลายมอื
ชอื่ ของ ช.ลงในตว๋ั เงนิ ดงั ไดอ้ ธบิ ายมาแลว้ ในตอนทวี่ า่ ดว้ ยลายมอื ชอ่ื ผสู้ งั่ จา่ ย ถา้ ก. ลงชอื่ ข. โดยตง้ั ใจ
ใหเ้ ขา้ ใจว่าเปน็ ลายมอื ชอ่ื ข. ลงไวเ้ องโดยแท้จรงิ โดยมไิ ด้ต้ังใจทำ� แทน ข. กเ็ ป็นการปลอมลายมือชอื่
แตถ่ า้ ก. ลงลายมอื ชอ่ื ข. โดยตั้งใจลงแทนทงั้ ทีค่ วามจริงข.หาไดม้ อบอำ� นาจใหก้ .ลงช่อื ข. แทนไม่ก็
เปน็ การลงชือ่ โดยปราศจากอำ� นาจซึง่ ข.อาจให้สัตยาบนั ได้ ถา้ ก. ลงลายมอื ชื่อ ก. แต่ระบวุ า่ ลงแทน
ข. ดงั น้ี เปน็ การลงชอ่ื ในฐานะตวั แทนตาม ม. 401 ถา้ ลงแทนโดยปราศจากอำ� นาจ ก.กต็ อ้ งผกู พนั ตาม
กฎหมายเร่ืองตวั แทน แตต่ ๋วั เงนิ น้นั กไ็ ม่ใชต่ ั๋วเงนิ ปลอมเพราะเปน็ ลายมอื ช่ือแท้จรงิ ของ ก. ลงไวเ้ อง
ในต๋วั เงินนั้น (คำ� พพิ ากษาฎกี าท่ี 1751/2515 2515)

การให้สัตยาบันลายมือชื่อท่ีลงโดยปราศจากอ�ำนาจอาจท�ำได้ตามหลักเร่ืองตัวแทน แต่
จะสัตยาบันลายมือชื่อปลอมไม่ได้ ได้แต่สัตยาบันลายมือช่ือที่ลงโดยไม่ได้มอบอ�ำนาจให้ลงเท่าน้ัน
แตอ่ าจมีผลผกู พนั ทางกฎหมายปดิ ปากได้

4. ผลของลายมอื ชอ่ื ปลอม ฯลฯ คอื ลายมอื ชอื่ นน้ั ใชไ้ มไ่ ด้ ไมม่ ผี ลอยา่ งใดในตว๋ั เงนิ เลย แต่
ดาวนไ์โมหลก่ ดรจะาทกรบะบกบระTทUD่ังลCาโดยยมนอื าชยอ่อื รอา่ ่ืนม ใดนวงตจ๋วัันเทงรนิ์ ตาม ม. 1006

124  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

5. ทีว่ า่ “ใครจะอา้ งองิ อาศยั แสวงสทิ ธิอย่างหนึง่ อย่างใดเพ่อื ยดึ หน่วยตัว๋ เงนิ ” ไดแ้ ก่
กรณีเชน่ ผู้ทรงได้ตว๋ั เงนิ ทม่ี ีการสลกั หลังปลอมมา จะยึดตัว๋ เงินไวไ้ ม่คนื ใหเ้ จา้ ของท่ีแทจ้ ริงไม่ได้

ตัวอย่าง ค�ำออกตั๋วเงินสั่งแดงจ่ายเงินให้เขียว เขียวสลักหลังโอนให้ ก. ก.ท�ำตัวหาย มีผู้
ปลอมลายมอื ชือ่ ก. โอนต่อไปให้ ช. ช. โอนให้ ค. ถ้า ก. เรียกตวั เงนิ คนื จาก ค. แม้ ค. ไดร้ ับโอน
โดยสจุ รติ ปราศจากประมาทเลินเลอ่ ค. ไมอ่ าจยดึ ตัว๋ เงนิ ไวไ้ ด้ เพราะ ข. ค. ได้รบั โอนตัว๋ เงินมา โดย
อาศยั ลายมือชอ่ื ก ท่ีปลอม การสลักหลงั จึงขาดสาย เปน็ กรณที ่ี ม.505 ยกเว้นไวใ้ หอ้ ยู่ภายใต้ บังคับ
ของ ม. 1008 นี้

6. ทีว่ ่า จะอาศัยลายมือช่ือปลอมอ้างสิทธิ “เพือ่ ท�ำให้ตว๋ั เงินหลดุ พน้ ” น้นั หมายความว่า
ถ้าใครใช้เงินตามตั๋วเงินให้แก่บุคคลที่ได้สิทธิมาจากลายมือชื่อปลอม การใช้เงินนั้นจะอ้างเป็นเหตุให้
หลดุ พน้ จากความรบั ผิดตามตว๋ั เงนิ ไม่ได้ *

ตวั อยา่ ง เชน่ ในตวั๋ เงนิ แลกในตวั อยา่ งทแ่ี ลว้ มาแลว้ นนั้ สมมตวิ า่ แดงผจู้ า่ ยไดจ้ า่ ยเงนิ ให้ ค.ไป
แล้ว แดงจะอ้างวา่ ตนไดช้ �ำระหนีไ้ ปโดยถูกต้องท�ำให้ตวั เงินส้ินอายไุ ปหาไดไ้ ม่ แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี อาจมี
ขอ้ ยกเวน้ ตาม ม. 949 และ 1009 ไดส้ ำ� หรบั การใชเ้ งนิ โดยสจุ รติ ธนาคารจา่ ยเงนิ ตามเชค็ ทผ่ี สู้ ง่ั จา่ ยมไิ ด้
สั่งจ่าย แตเ่ ป็นลายมอื ชอ่ื ปลอม ธนาคารหกั เงินจากบญั ชนี ั้นไมไ่ ด้ (ค�ำพิพากษาฎีกาท่ี 1363/ 2516)

7. “เพือ่ บังคบั การใช้เงิน” ฯลฯ หมายความวา่ ผูท้ ไ่ี ดต้ ัว๋ เงนิ ไปด้วยลายมือชอ่ื ปลอมไม่มี
สิทธิจะบังคับให้คู่สัญญาในตั๋วเงินใช้เงินได้ตัวอย่าง เช่น ในตั๋วเงินฉบับท่ีกล่าวแล้ว ค. ไม่มีสิทธิจะ
เรยี กใหแ้ ดงใชเ้ งนิ ได้ และถา้ แดง ไมใ่ ชเ้ งนิ ค. กจ็ ะบงั คบั เอากบั ผสู้ ลกั หลงั หรอื ผสู้ ง่ั จา่ ยไมไ่ ดล้ ายมอื ชอ่ื
ผรู้ บั รองการขดี ฆา่ ชอื่ ธนาคารในขดี ครอ่ มเฉพาะเปน็ ลายมอื ชอ่ื ปลอม ธนาคารทรี่ บั เชค็ เขา้ บญั ชตี อ้ งรบั
ผดิ ใช้เงินแกธ่ นาคารทถ่ี ูกขีดฆ่าชอ่ื ในขีดคร่อมเฉพาะออก (คำ� พิพากษาฎกี าท่ี 3288/2522)

ต๋ัวสัญญาใช้เงินท่ีโจทก์น�ำมาฟ้องเป็นต๋ัวที่มีการปลอมทั้งลายมือช่ือผู้ออกตั๋ว และตรา
ประทับของบริษัทจ�ำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จ�ำเลยช�ำระหน้ีตามต๋ัวสัญญาใช้เงินตาม
ม. 1008 (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 3285/2527) การรบั อาวลั ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ ของบรษิ ทั จำ� เลยนนั้ ไมถ่ กู ตอ้ ง
เน่อื งจากต้องมกี รรมการสองคน ลงลายมอื ชอ่ื ร่วมกนั และประทบั ตราสำ� คัญของบรษิ ัท และลายมอื
ชื่อ ธ.กรรมการผู้หน่ึงที่ลงในตั๋วเงินเป็นลายมือปลอม จึงไม่ผูกพันบริษัทจ�ำเลยที่ 1 ให้ต้องรับผิด
(คำ� พพิ ากษาฎีกาท่ี 2089/2531)

8. “เว้นแตค่ ่สู ัญญาฝ่ายซงึ่ จะพงึ ถกู ยึดหน่วง หรอื ถูกบงั คบั ใช้เงินนัน้ จะอยูใ่ นฐานเปน็ ผ้ตู อ้ ง
ตัดบทมิใหย้ กข้อลายมือช่ือปลอม หรือขอ้ ลายมอื ชือ่ ปราศจากอ�ำนาจขึ้นเป็นขอ้ ตอ่ สู้” หมายความว่า
คสู่ ญั ญาบางคนอาจถกู กฎหมายปดิ ปาก หรอื มบี ทตดั สำ� นวนมใิ หย้ กขอ้ ตอ่ สเู้ รอื่ งลายมอื ชอ่ื ปลอมหรอื
ลงโดยปราศจากอ�ำนาจข้ึนต่อสู้ก็ได้ กฎหมายปิดปากหรือบทตัดส�ำนวนอาจมีขึ้นในกรณีที่เจ้าของ

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  125

ชื่อท่ีถูกปลอมหรือท่ีลงโดยปราศจากอ�ำนาจ ได้แสดงกิริยาอย่างหน่ึงอย่างใดให้คนภายนอกก็ลงเชื่อ
ว่าลายมอื ชอื่ ท่ีลงในตว๋ั เงินน้นั เปน็ ลายมือช่ือท่แี ทจ้ ริงของตน หรือได้ลงไปโดยไดร้ ับอ�ำนาจโดยชอบ
เป็นเหตุให้คนภายนอกผู้น้ันท�ำการลงไปโดยหลงเชื่อตามที่เจ้าของชื่อได้แสดงออกมาจนอาจเป็นที่
เสยี หายแกเ่ ขาเชน่ นี้ เจา้ ของชอื่ จะเถยี งในภายหลงั วา่ ลายมอื ชอื่ นนั้ ปลอมหรอื ลงโดยปราศจากอำ� นาจ
ใหเ้ ป็นการเสยี หายแก่เขาหาไดไ้ ม่ ทั้งนีย้ อ่ มอาศยั หลกั ทีบ่ ัญญตั ิไว้ใน ม. 5 น่ันเอง

ตวั อย่าง 1 ตัว๋ แลกเงนิ ฉบบั หน่ึงมลี ายมือชื่อ ก.เป็นผรู้ บั รองปลอม ผูท้ รงโดยสุจริตทราบข่าว
ขึ้นในภายหลังว่าลายมือช่ือ ก.ปลอม ผู้ทรงจึงสอบถามไปยัง ก. ก.ตอบมาว่าเป็นลายมือชื่อแท้จริง
ของ ก. ท�ำใหผ้ ูท้ รงหลงเชือ่ ก.จะปฏิเสธว่าเป็นลายมอื ชอ่ื ปลอมอีกไม่ได้ และต้องใชเ้ งินตามต๋วั น้นั

ตวั อยา่ ง 2 สมมตวิ า่ ตวั นเี้ ปน็ ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ ลายมอื ชอื่ ก. ผอู้ อกตวั๋ เปน็ ลายมอื ปลอมผทู้ รง
จงึ ขวู่ า่ จะฟอ้ ง ข. ผทู้ ป่ี ลอมชอ่ื กลงไปเปน็ คดอี าญา แตเ่ พอ่ื มใิ ห้ ข.ถกู ฟอ้ ง ก.ไดร้ บั รองตอ่ ผทู้ รงวา่ จะใช้
เงนิ นน้ั ดงั นไ้ี มใ่ ชเ่ ปน็ การยนื ยนั วา่ ลายมอื ชอื่ นนั้ เปน็ ลายมอื ชอ่ื ก การสตั ยาบนั เชน่ นไ้ี มท่ ำ� ใหล้ ายมอื ชอื่
ปลอมมผี ลขึน้ แตถ่ า้ ก.ยืนยันวา่ เปน็ ลายมือชอ่ื ก. ท�ำใหผ้ ทู้ รงหลงเชอ่ื ดังน้ี กเ็ ข้ารูปกฎหมายปิดปาก
ดงั ตัวอยา่ ง 1 ก. จะปฏเิ สธภายหลงั ไมไ่ ด้

ตวั อย่าง 3 มผี ูป้ ลอมลายมอื ชอ่ื ก. สงั่ จา่ ยเช็คหลายฉบับ ก.รแู้ ล้วกไ็ มแ่ จง้ ให้ธนาคารทราบ
เพราะไมอ่ ยากใหธ้ นาคารฟอ้ งผปู้ ลอมใหต้ อ้ งโทษอาญา ธนาคารหลงผดิ จา่ ยเงนิ ไปตามเชค็ แมจ้ ะเปน็
ลายมอื ชือ่ ปลอม ก.กป็ ฏเิ สธไมไ่ ด้ เพราะกฎหมายปิดปากโดยเหตทุ ่ี ก.ทำ� ใหธ้ นาคารหลงเชื่อฟ้องว่า
จ�ำเลยลงลายมือชื่อส่ังจ่ายเช็ค ได้ความว่าบุตรจ�ำเลยเป็นคนลงลายมือช่ือจ�ำเลย แม้จ�ำเลยไม่ยกข้อ
ลายมอื ชอ่ื ปลอมขน้ึ ตอ่ สู้ ศาลกพ็ พิ ากษาใหจ้ ำ� เลยรบั ผดิ ไมไ่ ด้ (คำ� พพิ ากษาฎกี าที่ 2895/2522) ลายมอื
ช่อื ผู้ส่ังจา่ ยเชค็ ผู้ถอื ปลอม จ�ำเลยสลกั หลังเช็คน้ันเป็นผ้รู บั อาวลั ผู้สัง่ จ่าย ผทู้ รงเรียกเงนิ ตามเชค็ จาก
จำ� เลยได้ (คำ� พิพากษาฎีกาท่ี 918/2522)

ตวั อยา่ ง 4 ก.รบั รองตวั๋ แลกเงนิ ซงึ่ มชี อ่ื ข. สงั่ จา่ ย ค.ผรู้ บั เงนิ สลกั หลงั ให้ ง.ลายมอื ชอ่ื ข. ปลอม
ก.จะปฏเิ สธไม่ได้ เพราะกฎหมายปิดปากผู้รับรองมใิ หเ้ ถียงว่าผ้สู ง่ั จา่ ยไมม่ ีตวั หรอื ลายมอื ชื่อผ้สู ่ังจ่าย
ปลอม แตไ่ ม่ปิดปาก กที่จะเล้ียงวา่ ลายมอื ชอ่ื ค.ผสู้ ลักหลงั ปลอม (Jacobs, Bills of Exchange,ed.
4, p.103) ทง้ั นอ้ี าจเปน็ เพราะผรู้ บั รองมหี นา้ ทพ่ี จิ ารณาดลู ายมอื ชอ่ื ผสู้ ง่ั จา่ ยกอ่ นวา่ เปน็ ลายมอื ทแ่ี ทจ้ รงิ
อนั ตนควรรบั รองหรอื ไม่ และเปน็ ธรรมดาทก่ี อ่ นรบั รองผจู้ า่ ยจะตอ้ งพจิ ารณากอ่ นวา่ ตนมกี รณหี รอื ขอ้
ผกู พนั อนั ใดกบั ผสู้ งั่ จา่ ย ทคี่ วรจะปฏบิ ตั ติ ามคำ� สงั่ ใหจ้ า่ ยเงนิ หรอื ไม่ เหตนุ ถี้ า้ ผจู้ า่ ยรบั รองแลว้ จะเถยี ง
ว่าลายมอื ช่อื ผสู้ ง่ั จา่ ยปลอมไมไ่ ด้ แต่ผ้รู บั รองไมม่ หี นา้ ท่ีจะพิจารณาลายมือผู้สลกั หลงั โดยปกตผิ ู้จา่ ย
ก็ไม่มีโอกาสจะรู้ว่าต๋ัวเงินน้ันผ่านมือใครต่อใครมาโดยแท้จริงหรือไม่ผู้รับรองจึงไม่ถูกปิดปากในเรื่อง
ลายมือชอ่ื ผสู้ ลกั หลังปลอม (เทยี บ ม. 949, 1009)

ดาวนโ์ หลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

126  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ตวั อยา่ ง 5 ลายมอื ชอ่ื ผรู้ บั รองปลอม ผทู้ รงอาจฟอ้ งผสู้ งั่ จา่ ยและผสู้ ลกั หลงั ได้ เพราะลงลายมอื
ชือ่ ผ้รู บั รองไมเ่ กยี่ วกบั ความรับผิดของผู้สั่งจ่ายหรอื ผสู้ ลกั หลังแตอ่ ย่างใด คอื ฟอ้ งได้โดยไมต่ อ้ งอาศัย
สทิ ธิจากลายมือชอ่ื ผรู้ ับรองเลย”

ตวั อยา่ ง 6 ตวั๋ แลกเงนิ มีช่อื ก. ข. ค. ง. จ. เป็นผู้สลกั หลงั ตามล�ำดับ ลายมือช่ือ ค. ปลอม
ผู้ทรงฟอ้ งเอากบั ง. จ. ได้เพราะไมต่ อ้ งอาศัยสิทธิจากลายมอื ช่อื ค. ทปี่ ลอม แต่จะฟอ้ ง ก. ข. และ
ผู้สงั่ จ่ายไม่ได้ เพราะจะตอ้ งอ้างอิงอาศยั สิทธิจากสายมอื ชอื่ ค. ทีป่ ลอม หรอื จะกล่าวอีกทางหน่ึงก็ได้
วา่ ง. จ. ผู้สลกั หลังภายหลงั ลายมอื ปลอมถกู ปดิ ปากไมใ่ ห้เถยี งว่า ลายมือชอื่ ผู้สั่งจ่ายและผสู้ ลักหลงั
กอ่ นตนขึ้นไปเปน็ ลายมือปลอม มาตรา 1008 กับ 1006 เกี่ยวข้องกันในข้อทีว่ ่า ม. 1006 น้นั ลายมือ
ชอื่ ใดปลอมกเ็ ฉพาะลายมอื ชอื่ นนั้ เทา่ นน้ั ทไี่ มม่ ผี ล ไมก่ ระทบกระเทอื นถงึ ลายมอื ชอื่ อน่ื ผทู้ รงอาจฟอ้ ง
ผทู้ ี่ลงลายมอื ชือ่ ที่แท้จรงิ ได้ แตไ่ มอ่ าจอ้างสทิ ธิผา่ นลายมอื ปลอมไปฟอ้ งผทู้ ลี่ งลายมอื ชื่อกอ่ นลายมือ
ปลอมได้ดังตวั อยา่ งท่ี 6 ของ ม. 1008 นี้ และไม่อาจอาศยั ลายมือปลอมใช้สทิ ธติ ่าง ๆ

มาตรา 1009 บัญญัตวิ ่า “ถา้ มีผู้นำ� ตวั๋ เงินชนดิ จะพงึ ใช้เงินตามเขาสัง่ เมอื่ ทวงถามมาเบกิ ตอ่
ธนาคารใด และธนาคารนั้นได้ใช้เงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตและปราศจากประมาทเลินเล่อไซร้
ท่านว่าธนาคารไม่มีหน้าที่จะต้องน�ำสืบว่า การสลักหลังของผู้รับเงิน หรือการสลักหลังในภายหลัง
รายใด ๆ ได้ท�ำไปด้วยอาศัยรับมอบอ�ำนาจแต่บุคคลซึ่งอ้างเอาเป็นเจ้าของค�ำสลักหลังและถึงแม้ว่า
รายการสลักหลังนน้ั จะเปน็ สลกั หลงั ปลอมหรอื ปราศจากอำ� นาจก็ตาม ท่านให้ถอื วา่ ธนาคารไดใ้ ชเ้ งนิ
ไปถกู ระเบียบ”

มาตราน้ีเก่ียวกับลายมือช่ือผู้ส่ังจ่ายและลายมือช่ือผู้สลักหลังปลอม หรือปราศจากอ�ำนาจ
บทบญั ญตั ทิ ค่ี มุ้ ครองการทธ่ี นาคารทำ� โดยสจุ รติ ใหต้ ว๋ั เงนิ หลดุ พน้ ดว้ ยการใชเ้ งนิ โดยอาศยั ลายมอื ชอ่ื
ผสู้ ลกั หลงั ปลอมหรอื ปราศจากอำ� นาจ มเี กณฑส์ ำ� คญั ดงั น้ี “ตว๋ั เงนิ จงึ ใชเ้ งนิ ตามเขาสง่ั เมอื่ ทวงถาม” นนั้
หมายความถงึ ตวั๋ แลกเงนิ เมอ่ื ทวงถาม รวมถงึ เชค็ ซง่ึ เปน็ คำ� สง่ั ใหธ้ นาคารจา่ ยเงนิ เมอื่ ไดเ้ หน็ “ธนาคาร
ใชเ้ งินไปตามทางคา้ ปกติ” หมายความวา่ ได้ใช้เป็นไปตามวิธกี ารที่กล่าวมาในตอนที่วา่ ดว้ ยเชค็ ให้ดู
ม. 992, 993, 997, 998 การใชเ้ งินตอ้ งเปน็ ไปโดยสุจรติ และปราศจากความประมาทเลนิ เลอ่ ซึง่ ไม่
ตอ้ งถงึ กบั เปน็ ความประมาทเลนิ เลอ่ อยา่ งรา้ ยแรง ดงั ทบี่ ญั ญตั ไิ วใ้ น ม. 559 ซง่ึ เปน็ บทบญั ญตั สิ ำ� หรบั
ตั๋วแลกเงินอย่างอ่ืนและตั๋วสัญญาใช้เงิน ธนาคารไม่ต้องน�ำสืบพยานว่า การสลักหลังรายแรกของ
ผู้รับเงินและการสลักหลังต่อๆมาเป็นการสลักหลังโดยลายมือชื่ออันแท้จริง หรือได้ลงโดยรับมอบ
อ�ำนาจอันถูกต้อง แม้จะเป็นลายมือท่ีผู้สลักหลังปลอมหรือปราศจากอ�ำนาถ้าธนาคารสุจริตและ
ปราศจากประมาทเลินเล่อธนาคารไม่ต้องรับผิด เช่น ธนาคารจ�ำเลยใช้เงินตามเช็คพิพาทอันเป็น
เช็คขีดคร่อมเฉพาะผ่านธนาคาร ส. ซ่ึงส่งเช็คมาเรียกเก็บเงินโดยที่มิได้ตรวจสอบลายมือช่ือและ
ตราประทบั ของผสู้ ลกั หลงั เชค็ พพิ าท ยงั ถอื ไมไ่ ดว้ า่ ใชเ้ งนิ ตามเชค็ ไปโดยประมาทเลนิ เลอ่ (คำ� พพิ ากษา
ดาวนฎโ์ หกี ลาดทจา่ี ก4ร5ะ6บ8บ/T2U5D3C0)โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  127

แตถ่ า้ ลายมอื ชอ่ื ผสู้ งั่ จา่ ยปลอมแลว้ ธนาคารจะอา้ งวา่ ไดช้ ำ� ระเงนิ ไปโดยสจุ รติ ปราศจากความ
ประมาทเลินเล่อมไิ ด้ (ค�ำพิพากษาฎกี าที่ 270/2496) แตธ่ นาคารอ้างบทตัดส�ำนวนตาม ม. 1008 ได้
ถ้าหากผ้สู ่ังจ่ายทำ� ใหธ้ นาคารหลงเขา้ ใจผิดเชน่ นั้น ดงั ตัวอยา่ ง ๆ ใน ม. 1008 ควรสังเกตวา่ มาตรานี้
มไิ ด้บังคับวา่ การสลักหลงั ท้ังหลายตอ้ งไมข่ าดสาย ดงั ม.905 และ ม. 949

ตัวอยา่ ง คำ� ออกเชค็ สงั่ ธนาคารจ่ายเงนิ ให้เขียว เขียวสลกั หลงั ให้ ก. ก.ท�ำเช็คหาย มผี ู้ปลอม
ลายมือชอื่ ก. สลกั หลังให้ ช. ช.น�ำเช็คมาเบกิ เงินตอ่ ธนาคาร ธนาคารไมร่ ูว้ า่ ลายมอื ก.ปลอมจงึ จา่ ย
เงนิ ใหไ้ ปโดยธนาคารมิได้ประมาทเลินเลอ่ ธนาคารหกั เงินของดำ� ในบัญชีฝากธนาคารน้ันได้

แตถ่ า้ เปน็ เชค็ ปลอมลายมอื ชอ่ื ผสู้ ง่ั จา่ ย แมธ้ นาคารใชเ้ งนิ ไปโดยสจุ รติ ปราศจากความประมาท
เลินเล่อ ธนาคารก็ไม่มีสิทธิจะหักเงินของผู้สั่งจ่ายในธนาคารได้ (ค�ำพิพากษาฎีกาที่ 1404/2494,
ท่ี 1363/2516) รวมถึงธนาคารเปล่ียนออกเช็คของธนาคาร (แคชเชยี ร์เช็ค) ใหไ้ ปด้วย (ค�ำพิพากษา
ฎกี าท่ี 2924/252) ค�ำพพิ ากษาฎกี าท่ี 1624/2492 วนิ ิจฉยั เกี่ยวกบั ม. 1008, 1009 ว่า ฯลฯ “ศาลฎีกา
เห็นวา่ เมอื่ ลายมือชอ่ื ผูส้ ่ังจ่ายในเช็คเปน็ ลายมอื ปลอม ลายมอื ชือ่ นน้ั ก็เป็นอันใชไ้ ม่ได้ ธนาคารจ�ำเลย
จะอาศยั สทิ ธทิ ำ� ใหเ้ ชค็ นน้ั เปน็ อนั หลดุ พน้ ดว้ ยการจา่ ยเงนิ หรอื นยั หนงึ่ ธนาคารจะใชส้ ทิ ธหิ กั เงนิ ทจี่ า่ ย
จากบญั ชีของผูส้ ่ังจา่ ยย่อมไม่อาจทำ� ได้ เวน้ แต่ผู้ส่ังจ่ายนนั้ จะอย่ใู นฐานะตอ้ งเป็นผู้ตอ้ งตดั บทมิใหย้ ก
ข้อลายมือชอื่ ปลอมนั้นขึน้ เป็นข้อต่อสู้ ในเร่อื งนไ้ี ดก้ ลา่ วมาข้างตน้ แล้ววา่ คดไี ม่มปี ระเด็นเลยไปถงึ วา่
โจทก์ซ่ึงเป็นผู้สั่งจ่ายจะอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องตัดบทดังกล่าว แล้วหรือไม่ และทั้งคดีไม่มีประเด็นว่า
โจทก์ได้ใช้สิทธิของตนโดยไม่สุจริตแต่ประการใด เพราะฉะน้ัน การท่ีธนาคารจ�ำเลยจ่ายเงินไปตาม
เชค็ ทม่ี ลี ายมือชื่อโจทก์ปลอม ธนาคารจ�ำเลยย่อมเป็นผรู้ ับผิดเอง โดยหกั เอาเงินน้ันมาจากบญั ชขี อง
โจทกห์ าได้ไม่ ศาลฎีกาเห็นสมควรกลา่ วตอ่ ไปวา่ เช็คทีม่ ลี ายมอื ช่ือผู้ส่ังจ่ายปลอมกับเชค็ ที่มีลายมือ
ชอ่ื ผรู้ บั เงนิ หรอื ผสู้ ลกั หลงั ปลอมนนั้ หาเหมอื นกนั ไม่ เชค็ ทม่ี ลี ายมอื ชอื่ ผรู้ บั เงนิ หรอื ผสู้ ลกั หลงั ปลอมนนั้
ตาม ม. 1009 ธนาคารจ�ำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องน�ำสืบว่าการสลักหลังของผู้รับเงิน หรือการสลักหลัง
ในภายหลงั รายใด ๆ ไดท้ ำ� ไปโดยอาศยั มอบอำ� นาจแตบ่ คุ คลซง่ึ อา้ งเอาเปน็ เจา้ ของคำ� สลกั หลงั นนั้ และ
ถงึ แมว้ า่ รายการสลกั หลงั นน้ั จะเปน็ สลกั หลงั ปลอม หรอื ปราศจากอำ� นาจกต็ าม ถา้ หากธนาคารไดจ้ า่ ย
เงนิ ไปตามทางคา้ ปกตโิ ดยสจุ รติ และปราศจากความประมาทเลนิ เลอ่ ไซร้ ทา่ นกใ็ หถ้ อื วา่ ธนาคารไดใ้ ช้
เงนิ ไปโดยถูกระเบยี บ เมอื่ พจิ ารณา ม. 1008 และ 1009 เข้าด้วยกันแล้ว กจ็ ะแลเหน็ ไดช้ ดั ว่ากฎหมาย
ประสงค์ให้ธนาคารใช้ความระวังในเร่ืองลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายยิ่งกว่าเรื่องลายมือชื่อของผู้รับเงินหรือ
ผสู้ ลกั หลังและกฎหมายให้ความคุม้ ครองแกธ่ นาคารท่ีจา่ ยเงินไปตามทางคา้ ปกตโิ ดยสุจรติ ปราศจาก
ความประมาทเลินเล่อก็แต่ในกรณีท่ีลายมือช่ือผู้รับเงินหรือลายมือชื่อผู้สลักหลังปลอมเท่านั้น
สว่ นลายมอื ชอ่ื ผสู้ ง่ั จา่ ยปลอมนนั้ กฎหมายหาไดใ้ หค้ วามคมุ้ ครองอยา่ งเดยี วกนั ไม”่ ฯลฯ คำ� พพิ ากษา
ฎีกาที่ 131/2496 ตัดสนิ ไว้ในท่านองเดยี วกนั

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

128  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ถ้าผสู้ ่งั จ่ายประมาทเลนิ เล่อ เชน่ ลืมเชค็ ทง้ิ ไว้เปน็ เหตุให้มีการปลอมเช็ค หรือเขยี นขอ้ ความ
ในเช็คท้ิงที่ว่างไว้ให้มีการปลอมจ�ำนวนเงิน อาจต้องรับผิดต่อธนาคารฐานละเมิดได้ แต่ไม่ใช่ความ
รบั ผิดในเร่อื งสัญญาตว๋ั เงิน (Amos, Introduction to French Civil Law, ed. 1, p. 233 (เทียบ
ดูคำ� พิพากษาฎีกา ท่ี 270/2496 2496, ที่ 545/2503) ตามกฎหมายองั กฤษถอื ว่าผเู้ คยคา้ มีหนา้ ท่ี
ตามสัญญากับธนาคารที่จะต้องใช้ความระมัดระวังในการเขียนเช็คไม่เปิดช่องให้ปลอมจ�ำนวนเงิน
ดู Chalmers, pp. 240 241 ; Jacobs, pp. 232, 233

ถ้านอกจากปลอมลายมือช่ือแล้วยังมีการปลอมแปลงข้อความด้วย ธนาคารอาจรับผิดโดย
ผลบงั คบั ของ ม. 1007 ได้ ทงั้ นตี้ อ้ งพจิ ารณาตาม ม. 1007 ดงั ไดก้ ลา่ วมาแลว้ นนั้ ดว้ ย ม. 1009 นบ้ี ญั ญตั ิ
ยกเวน้ ความรบั ผดิ ของธนาคารเฉพาะเรอื่ งลายมอื ชอื่ ผสู้ ลกั หลงั ปลอม ธนาคารซง่ึ สจุ รติ และไมป่ ระมาท
เลินเลอ่ ไมต่ ้องรับผดิ ในเรือ่ งลายมอื ชือ่ ที่ว่าน้นั เปน็ ลายมอื ชื่อปลอมเทา่ นัน้

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจันทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  129

บทที่ 2 ตั๋วเงินหาย ต๋วั เงนิ ถกู ลกั

มาตรา 1010 บญั ญตั ิว่า “เมอื่ ผู้ทรงตว๋ั เงนิ ซง่ึ หายหรอื ถกู ลักทราบเหตแุ ลว้ ในทันใดนนั้ ต้อง
บอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผ้อู อกตวั๋ เงิน ผู้จา่ ย ผสู้ มอ้างยามประสงค์ ผ้รู บั รองเพ่ือแกห้ นา้ และผู้รบั
อาวัล ตามแตม่ ี เพื่อให้บอกปดั ไมใ่ ชเ้ งินตามตว๋ั เงินน้ัน”

ได้กล่าวมาแล้วในเรื่องการใช้เงินตามต๋ัวเงินว่า ถ้าผู้จ่ายหรือธนาคารได้ใช้เงินไปโดยสุจริต
แม้จะมกี ารสลักหลังปลอมกเ็ ปน็ การใช้เงนิ โดยชอบ ฉะนนั้ กฎหมายจึงบญั ญัติไวว้ า่ ถ้าต๋ัวเงินหายหรือ
ถกู ลัก ให้ผู้ทรงแจง้ ไปยงั ค่สู ญั ญาทกุ ฝ่ายในทนั ทีทีท่ ราบเหตุ เพื่อบอกปัดไมใ่ ช้เงินตามตัว๋ การบอก
กล่าวน้ี เพื่อให้เป็นหลักฐานแน่นอน ให้บอกกล่าวไปเป็นหนังสือ เพื่อว่าถ้ามีการปลอมลายมือชื่อ
สลักหลงั ตัว๋ เงนิ เพื่อไปเกบ็ เงิน จะไดไ้ ม่สำ� คญั ผิดใชเ้ งนิ ไปโดยอาศัยลายมือชื่อปลอม ถา้ หากได้บอก
กล่าวไปแล้วยังข้ึนมีการใช้เงินไป ก็จะอ้างไม่ได้ว่าใช้เงินโดยสุจริต แต่ถ้าผู้ทรงไม่ได้บอกกล่าวไป
ก็ไม่หมายความว่าผู้ใช้เงินจะไม่มีหน้าที่ใช้ความระมัดระวังเสียเลย ถ้าผู้ใช้เงินควรจะรู้ได้ว่าการได้
ตว๋ั เงนิ มาไมไ่ ดอ้ าศยั การสลกั หลงั ไมข่ าดสาย โดยลกั ษณะทนี่ า่ จะมกี ารปลอมลายมอื ชอื่ ผสู้ ลกั หลงั แลว้
ยงั ขน้ึ ใช้เงินไป ก็ได้ชื่อว่าประมาทเลนิ เล่อ ผู้ใช้เงนิ จะอา้ งว่าผทู้ รงไม่บอกกล่าวการทต่ี ๋ัวเงนิ หายหรอื
ถูกลัก เพ่ือปลดเปล้ืองตนให้พ้นความรับผิดหาได้ไม่ และแม้แต่ผู้ทรงจะได้บอกกล่าวไปยังคู่สัญญา
ดังกลา่ วแล้ว ถา้ ผู้ทต่ี อ้ งใช้เงนิ ยังเชื่อว่าผทู้ น่ี ำ� ตัวมาเบกิ เงนิ ไดต้ ๋วั เงินมาโดยสุจริต และความจริงก็เปน็
กรณที ผ่ี นู้ น้ั มสี ทิ ธดิ กี วา่ ผทู้ รงทตี่ วั๋ เงนิ หายไปแลว้ ผจู้ า่ ยหรอื ธนาคารกอ็ าจใชเ้ งนิ ไปได้ หาตอ้ งรบั ผดิ ตอ่
ผทู้ รงทท่ี ำ� ตวั๋ เงนิ หายไปไม่ แตท่ ง้ั นตี้ อ้ งเปน็ การใชเ้ งนิ ใหแ้ กผ่ ทู้ รงโดยชอบดว้ ยกฎหมายตามความใน
ม. 905 วรรค 2, 3 โดยแท้จรงิ ถา้ ใชเ้ งนิ ไปโดยวนิ จิ ฉัยผดิ ทง้ั ท่ีเขาได้บอกกล่าวแล้ว ก็ย่อมต้องรบั ผิด

ตัวอย่าง เช็คออกใช้เงินให้แก่เขียวหรือผู้ถือ เขียวท�ำเช็คหายจึงเขียนหนังสือบอกกล่าวให้
ธนาคารทราบ ต่อมามีผู้น�ำเช็คมาเบิกเงินต่อธนาคาร ถ้าธนาคารเช่ือว่าผู้ที่น�ำเช็คมาเบิกได้เช็คมา
โดยสจุ รติ มสี ทิ ธดิ กี วา่ เขยี ว ธนาคารจงึ ใชเ้ งนิ ใหผ้ นู้ นั้ ไป ธนาคารยอ่ มทำ� ไดด้ ว้ ยความเสยี่ งเคราะหข์ อง
ธนาคารเอง ถา้ ปรากฏว่าผถู้ อื เชค็ ได้เชค็ มาโดยสุจริตจรงิ ผู้ถือเช็คก็มสี ทิ ธดิ กี ว่าเขยี ว เพราะเปน็ เชค็
ผู้ถอื ไมจ่ ำ� ตอ้ งโอนโดยสลักหลงั ไม่จ�ำต้องคืนเชค็ ใหก้ บั เขียวตาม ม. 505 ธนาคารก็ไม่ตอ้ งรบั ผดิ ชอบ
ตอ่ เขยี ว และอาจหกั เงนิ ทจ่ี า่ ยไปตามบญั ชผี สู้ งั่ จา่ ยในธนาคารนนั้ ได้ ม.551(3) ใหส้ ทิ ธแิ กธ่ นาคารทจี่ ะ
ไม่จ่ายเงินตามเช็คท่มี กี ารบอกกล่าวว่าหายกไ็ ด้ แตก่ ็ไม่ใช่บทบงั คบั ห้ามมใิ ห้ธนาคารจ่ายเงิน แตถ่ ้า
ธนาคารเขา้ ใจวา่ ผถู้ อื เชค็ นนั้ ไดเ้ ชค็ มาโดยสจุ รติ จงึ จา่ ยเงนิ ไปตามเชค็ แตค่ วามจรงิ ผนู้ นั้ ไดเ้ ชค็ มาโดย
ไม่มีสทิ ธิดีกวา่ เขียว การทธ่ี นาคารจ่ายเงินไปโดยทเี่ ขยี วได้เขยี นหนังสือบอกเร่ืองเชค็ หายให้ธนาคาร

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

130  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน

ทราบแล้วดังน้ี ธนาคารจะอ้างวา่ ได้ทำ� ไปโดยสุจริตปราศจากความประมาทเลนิ เล่อไม่ได้ ธนาคารจะ
หักบัญชีผู้ส่งั จา่ ยไม่ได้ ถ้าผูส้ ง่ั จ่ายไมต่ อ้ งรบั ผิดใชเ้ งนิ ตามเชค็ ใหแ้ กเ่ ขยี ว

ส่วนความใน ม. 1011 น้ัน หมายความว่า ถ้าตั๋วเงินหายไปก่อนต๋ัวน้ันสิ้นอายุคือ ยังอยู่ใน
ระหวา่ งเวลาทเ่ี รยี กเกบ็ เงนิ ไดภ้ ายในกำ� หนดเวลาใชเ้ งนิ ผทู้ รงมสี ทิ ธใิ หผ้ สู้ งั่ จา่ ยออกตวั๋ ใหใ้ หมอ่ กี ฉบบั
หน่ึงเป็นเนื้อความเก่ียวกับต๋ัวเงินฉบับเก่าได้ แต่ถ้าผู้สั่งจ่ายเรียกร้อง ผู้ทรงต้องวางหลักประกันไว้
เพราะถา้ มผี ใู้ ดไดต้ วั๋ ฉบบั ทห่ี ายไปโดยสจุ รติ อาจมสี ทิ ธดิ กี วา่ ผทู้ รง และบงั คบั การใชเ้ งนิ เอากบั คสู่ ญั ญา
รวมทง้ั ผสู้ ง่ั จา่ ยไดใ้ นบางกรณี ผทู้ รงจงึ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบในความเสยี หายนถี้ า้ หากจะมขี น้ึ ถา้ ผทู้ รงยอม
วางประกนั ตามทผ่ี สู้ งั่ จา่ ยตอ้ งการแตผ่ สู้ ง่ั จา่ ยไมอ่ อกตวั๋ ให้ ผสู้ งั่ จา่ ยอาจถกู บงั คบั ใหอ้ อกตวั๋ เชน่ นน้ั ได้
และเขา้ ใจวา่ ถา้ การออกตว๋ั เงนิ จะบงั คบั ใหอ้ อกไดไ้ มท่ นั เวลา กต็ อ้ งรบั ผดิ ชอบใชค้ า่ เสยี หายทดแทนให้
เป็นเงนิ ตามจำ� นวนในตั๋วเงนิ

ควรสังเกตว่า ม.1010 น้ันใช้ได้ถึงตั๋วเงินท้ังสามชนิด แต่ ม.1011 บัญญัติเฉพาะผู้ส่ังจ่าย
ซึ่งหมายความถึงต๋ัวแลกเงินและเช็คเท่านั้น ส่วนผู้ออกต๋ัวสัญญาใช้เงินอยู่ในฐานะเดียวกับผู้รับรอง
หาได้อยู่ในฐานะเดียวกับผู้ส่ังจ่ายไม่ จึงไม่อาจถูกบังคับให้ออกตั๋วให้ใหม่ได้ การออกต๋ัวให้ใหม่นี้
มีเนื้อความเดียวกันกับตัวฉบับเดิมที่หาย แต่หาได้บังคับให้ผู้สลักหลังท้ังหลายหรือผู้รับรองต้องมี
หน้าที่สลักหลังหรือรับรองให้ใหม่ไม่ ตามกฎหมายอังกฤษผู้ทรงอาจฟ้องตามต๋ัวเงินท่ีหายและ
วางประกนั ความเสยี หายดังกลา่ วแล้ว ศาลอาจสงั่ ไม่ให้ยกเอาขอ้ ตัว๋ เงนิ หายเป็นข้อต่อสู้ จงึ อาจฟอ้ ง
ใหผ้ รู้ ับรองผูส้ ลักหลังรับผดิ ได้ (2 Halsbury, ed. 2, no. 926, p 667)

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  131
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

132  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  133
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

134  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  135
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

136  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  137
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

138  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  139
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

140  |  กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงิน
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

ปิ ติกลุ จีระมงคลพาณิชย ์ |  141
ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจนั ทร์

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์

ปตกิ ลุ จรี ะมงคลพาณิชย

ประวตั กิ ารศึกษา
อนุปรญิ ญาตรคี ณะนติ ศิ าสตร มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
นิตศิ าสตรบณั ฑิต (เกยี รตนิ ยิ มอนั ดบั สอง) มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
เนตบิ ัณฑติ ไทย สำนักศกึ ษากฎหมายแหง เนติบัณฑติ ยสภา
MLI (University of Wisconsin-Madison)
ประกาศนยี บตั รภาษองั กฤษเฉพาะอาชพี กฎหมาย (มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช)
รัฐศาสตรบัณฑติ (มหาวทิ ยาลัยรามคำแหง)
ศิลปศาสตรบณั ฑิต (ไทยคดศี กึ ษา) (มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช)
ประสบการณก ารสอน
อาจารยผูเคยบรรยายวิชา น.232 กฎหมายค้ำประกัน จำนอง จำนำ, น.231 เอกเทศสัญญา 2 (ตัวแทน นายหนา
ยมื ฝากทรพั ย จา งแรงงาน จา งทำของ รบั ขน), น.381 กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง (ภาคทว่ั ไป) สว นอทุ ธรณ
ฎีกา, น.383 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพง (ภาคบังคับคดี) สวนวิธีการชั่วคราวกอนพิพากษา, น.382 กฎหมาย
ลกั ษณะพยาน, น.338 กฎหมายลกั ษณะตว๋ั เงนิ , น.201 กฎหมายลกั ษณะละเมดิ จดั การงานนอกสง่ั ลาภมคิ วรได,
น.332 กฎหมายลกั ษณะประกนั ภยั และน.510 ความรพู น้ื ฐานทางธรุ กจิ ของคณะนติ ศิ าสตรม หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
งานบริหารเคยเปน
กรรมการและเลขานุการ หัวหนาโครงการฝกงานภาคปฏิบัติ ศูนยนิติศาสตร คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร, กรรมการฝายบริหาร กรรมการฝายการนักศึกษา, กรรมการฝายวิเทศสัมพันธ คณะนิติศาสตร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, กรรมการสภาอาจารย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, กรรมการวางแผนและพัฒนา
คณะนิติศาสตร, กรรมการโครงการตำราและเอกสารประกอบการสอน, กองบรรณาธิการวารสารนิติศาสตร,
กรรมการโครงการประกาศนียบัตรกฎหมายธุรกิจ,ผูชวยและรองผูอำนวยการโครงการประกาศนียบัตรกฎหมาย
การเงินการธนาคาร คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, กรรมการคัดเลือกนักศึกษาเรียนดีจากชนบท
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, กรรมการหองสมุดสัญญาธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรฯฯมศาสตร
อาจารยพิเศษ
เคยเปนอาจารยผูบรรยายพิเศษที่ วิทยาลัยปทุมธานี, มหาวิทยาลัยปทุมธานี วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพง
สว นอทุ ธรณ ฎกี า วธิ กี ารชว่ั คราวกอ นพพิ ากษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั เพชรบรู ณ วชิ ากฎหมายวธิ พี จิ ารณาความแพง
และมหาวทิ ยาลัยนเรศวรวิชากฎหมายกยู ืม ค้ำประกัน จำนอง และจำนำ
อบรมและดูงาน
เคยศกึ ษา ม.4-5 โรงเรยี นทวธี าภเิ ศก เคยเขา อบรม Summer Program ของ University of Wisconsin Law School
ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยศึกษาประกาศนียบัตรภาษาอังกฤษเฉพาะอาชีพครู มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,
เคยเขา อบรมโครงการประกาศนียบตั รกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, เคยเขา อบรม
โครงการประกาศนยี บตั รกฎหมายภาษอี ากรเรอ่ื ง ภาษเี งนิ ไดบ คุ คลธรรมดา, ภาษสี รรพสามติ ร, การระงบั ขอ พพิ าท
ทางภาษีอากร คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร เคยผานการอบรมเตรียมความพรอมและเคยเปนนิสิต
ชั้นปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตภาคพิเศษ รุนที่ 47 คณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
นอกจากนน้ั ยงั เคยทศั นศกึ ษาดงู านทป่ี ระเทศสาธารณรฐั ประชาชนจนี นครเซย่ี งไฮ ของ CP เมอื งซโู จว เมอื งหงั โจว
เมืองโจวจวง กับคณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ประเทศเกาหลีใต กรุงโซล เกาะนามิ ของคณะ
นติ ศิ าสตร มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ทศั นศกึ ษาประเทศสาธารณรฐั ประชาชนจนี นครปก กง่ิ จไู ฮ เซนิ เจง้ิ ฮอ งกง
มาเกา ไตห วัน

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอร่าม ดวงจนั ทร์

ดาวน์โหลดจากระบบ TUDC โดย นายอรา่ ม ดวงจันทร์


Click to View FlipBook Version