The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อริสา จันทรักษ์, 2023-09-26 12:36:33

การให้เลือด

การให้เลือด

วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม นักศึกษาพยาบาลศาสตรชั้นปีที่2 รุ่นที่40 การดูแ ดู ลผู้ป่ ผู้ วยที่ไที่ ด้รับ รั เลือด และผลิตภัณฑ์ข ฑ์ องเลือด


คำ นำ สื่อ E-book(electronic book) ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการพยาบาลขั้นพื้นฐาน ของนักศึกษา พยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 รุ่น40 โดยมีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องการดูแลผู้ป่วยที่ ได้รับเลือดและผลิตภัณฑ์ของเลือด ทั้งนี้ในE-book(electronic book) นี้มีเนื้อหาประกอบด้วยความ รู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การให้เลือด ข้อจำ กัดในการให้เลือด รูปแบบการให้เลือดู ภาวะแทรกซ้อนจาก การให้เลือด การปฏิบัติก่อนให้เลือด ขั้นตอนการให้เลือด การติดตาม/เฝ้าระวังหลังให้เลือดคณะผู้จัด ทำ ได้เลือกหัวข้อนี้ เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผู้จัดทำ ต้องขอขอบคุณอาจารย์พวงแก้ว สาระโภค ผู้ให้ความรู้ และแนวทางการศึกษา หวังว่าสื่อ E-book(electronicbook) ฉบับนี้จะให้ความรู้ และ เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆท่าน หากมีข้อเสนอแนะประการใด คณะผู้จัดทำ ขอรับไว้ด้วยความ ขอบพระคุณยิ่ง คณะผู้จัดทำ


สารบัญ เรื่อง หน้า วัตถุประสงค์การให้เลือด 1 ชนิดและส่วนประกอบของเลือด 2 ข้อจำ กัดในการให้เลือด 2 รูปแบบการให้เลือด 3 ภาวะแทรกซ้อนจากการให้เลือด 4 สาเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อน 5-6 การพยาบาลที่ได้รับเลือด 7


วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของการให้เลือด การให้เลือดมีจุดประสงค์หลักเพื่อทดแทนเลือดที่สูญเสียไปเนื่องจาก สาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้ รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุร้ายแรง การผ่าตัดใหญ่ เช่น การผ่าตัด บายพาสหัวใจ รวมถึงผู้ที่มีโรคหรือ ภาวะเจ็บป่วยดังต่อไปนี้ ㆍ ผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรง เป็นโรคตับ โรคไต หรือโรคต่าง ๆ ที่ทำ ให้กระบวนการผลิตเลือดของ ร่างกายบกพร่อง ㆍ ผู้ที่มีภาวะเลือดออก เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือเลือดออกหลังคลอดบุตร ㆍ ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบเลือด เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรค โลหิตจางแบบชิกเคิลเซลล์ (Sickle Cell Anenia) โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) เป็นต้น ㆍ ผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงถูกทำ ลาย เช่น ภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก หรือภาวะเกล็ด เลือดต่ำ ㆍ ผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง เนื่องจากการใช้ยาหรือการทำ รังสีบำ บัด ㆍ ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับไขกระดูกบางชนิด ซึ่งทำ ให้ร่างกายได้รับเลือดไม่เพียงพอ 1


ชนิดและส่วนประกอบของเลือด 1. เม็ดเลือดแดง: มีปริมาตรราว40% ของเลือดทั้งหมด มีอายุเฉลี่ย 120 วัน, ทำ หน้าที่ขนส่งออกซิเจนและ สารอาหารไปสู่เซลล์, กำ จัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และของเสียออกจากเซลล์ 2. เม็ดเลือดขาว: ช่วยต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, เชื้อราและปรสิต 3. เกล็ดเลือด: ช่วยให้เลือดหยุดไหลเวลาที่มีบาดแผลหรือเกิดการฉีกขาดของหลอดเลือด ข้อจำ กัดในการให้เลือด แม้การให้เลือดจะจำ เป็นต่อผู้ป่วยบางราย แต่แพทย์อาจหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยวิธีนี้หากพิจารณาแล้ว ว่าการให้เลือดเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เนื่องจากการได้รับสารซิเตรทที่ใช้ใส่ในเลือดที่จะให้ผู้ป่วยเพื่อป้องกัน การจับตัวเป็นลิ่มเลือดในระยะเวลาสั้น ๆ ต่อเนื่องกันหลายครั้งนั้น อาจทำ ให้เกิดภาวะโพแทสเซียมสูง มี ระดับแคลเซียมและแมกนีเซียมลดต่ำ ลง ซึ่งจะส่งผลอันตรายต่อหัวใจของผู้ป่วย นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีอาการแพ้ขณะรับการให้เลือด แพทย์อาจต้องหยุดให้เลือดชั่วคราวเพื่อประเมิน อาการและความรุนแรงของอาการแพ้ว่าจะให้เลือดต่อไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ 2


การให้เม็ดเลือดแดง เป็นวิธีให้เลือดที่ใช้กันมากที่สุด โดยมักใช้ในกรณีเสียเลือดจากการบาดเจ็บ รุนแรงหรือการผ่าตัดใหญ่ และอาจใช้กับผู้ป่วยที่มีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยเนื่องจากภาวะโลหิตจาง การให้เกล็ดเลือดหรือสารที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด หากผู้ป่วยเสียเลือดเป็นจำ นวนมากหรือมี อาการเจ็บป่วยที่ทำ ให้มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด แพทย์จะให้เกล็ดเลือดหรือสารที่ช่วยใน การแข็งตัวของเลือดเพื่อให้เลือดหยุดไหลและแข็งตัวตามปกติ การให้พลาสมา ภายในพลาสมาหรือน้ำ เลือดอุดมไปด้วยสารต่าง ๆ ที่มีความสำ คัญ เช่น ฮอร์โมน โปรตีน สารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว แร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ เป็นต้น หากผู้ป่วยสูญเสียพลาสมา เนื่องจากมีแผลไหม้รุนแรง มีภาวะตับล้มเหลว หรือภาวะติดเชื้อรุนแรง อาจต้องได้รับพลาสมาเพื่อ ให้เลือดยังไหลเวียนเป็นปกติ รูปแบบการให้เลือด แพทย์จะพิจารณาว่าการให้เลือดชนิดใดเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากการให้เลือดทำ ได้หลายรูป แบบ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยแต่ละรายต้องการเพียงส่วนประกอบของเลือดหรือต้องการเลือดทั้งหมด ลักษณะ การให้เลือดแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ 3


ภาวะแทรกซ้อนจากการให้เลือด 1.ผื่นค้นตามร่างกายและใบหน้า 2.มีไข้ หนาวสั่น 3.หน้าบวม ปากบวม 4.แน่นหน้าอก หายใจลำ บาก 5.เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน 6.ปวดหลัง หรือสีข้าง หากเกิดอาการเหล่านี้หรืออาการผิดปกติอื่น ระหว่างหรือหลังให้เลือดควรรีบ แจ้งให้แพทย์ให้ทราบทันที เพื่อการวินิจฉัยเพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับเลือด ซึ่งอาจ ส่งผลรุนแรงเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ 4


สาเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อน 1) การให้เลือดผิด (Incorrect blood component transfused, IBCT หรือ Wrong blood transfused): ผู้ป่วยได้รับส่วนประกอบของเลือดผิดพลาด ได้แก่ ผู้ป่วย ได้รับเลือดผิดหมู่เลือด, ได้รับส่วนประกอบของเลือดผิดชนิด เช่น แพทย์สั่งเม็ดเลือดแดง แต่ผู้ป่วยได้รับเกล็ดเลือด เป็นต้น 2) การไม่ปฏิบัติตามข้อกำ หนด (Specific requirements not met, SRNM) : ผู้ป่วย ได้รับส่วนประกอบของเลือดที่ไม่เป็นไปตามที่กำ หนด ได้แก่ ไม่ได้ให้ส่วนประกอบของ เลือดที่ผ่านการฉายรังสีเมื่อมีข้อบ่งชี้ เป็นต้น 3) การให้เลือดที่ไม่เหมาะสม (Inappropriate transfusion) : การให้เลือดโดยไม่มีข้อ บ่งชี้หรือไม่ มีความล่าช้าในการให้เลือด และการให้เลือดในปริมาณน้อยกว่าที่ควร สาเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ 4) ความผิดพลาดในการปฏิบัติเกี่ยวกับถุงเลือดและการจัดเก็บส่วนประกอบของเลือด (Handling and storage errors: HSE) : ให้เลือดแก่ผู้ป่วยถูกต้องตามแพทย์สั่งและให้ ถูกคนแต่เลือดหรือส่วนประกอบของเลือดนั้นถูกจัดเก็บหรือนำ ส่งผิดพลาดจนมีผลเสียทำ ให้เลือดยูนิตนั้นไม่ปลอดภัยต่อผู้ป่วย 5


สาเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อน (ต่อ) 5) การให้เลือดถูกชนิด ผู้ป่วยถูกคนแต่กระบวนการทำ งานไม่ถูกต้อง (Right blood right patient, RBRP): เหตุการณ์เมื่อผู้ป่วยได้รับเลือดที่เตรียมสำ หรับผู้ป่วยอย่าง ถูกต้อง แต่กระบวนการหรือขั้นตอนดำ เนินงานเกิดคลาดเคลื่อนจากข้อกำ หนด ได้แก่ การ ระบุตัวผู้ป่วยไม่ถูกต้องหรือคำ สั่งให้เลือดไม่ถูกต้องที่อาจนำ ไปสู่การให้เลือดผิด 6) เหตุการณ์ที่เกือบจะเกิดความผิดพลาด (Near miss): ความผิดพลาดหรือสิ่งที่ไม่ เป็นไปตามมาตรฐานของกระบวนการ/ขั้นตอนต่างๆซึ่งจะนำ ไปสู่การให้เลือดที่ผิดหรือ เกิดปฏิกิริยาจากการได้รับเลือดแต่ตรวจพบได้ก่อนที่จะเริ่มให้เลือด 6


การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับเลือด : ก่อนให้เลือด ขณะให้เลือด และหลังให้เลือด 1. วัดและบันทึกสัญญาณชีพก่อนให้เลือด และหลังให้เลือด 15 นาทีแรก หลังจากนั้นวัดสัญญาณชีพทุก 1 ชม.ในเด็ก และทุก 4 ชม.ในผู้ใหญ่ 2. สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเมื่อเริ่ม ให้เลือด เช่น ผู้ป่วยกระสับกระส่าย เจ็บแน่นหน้าอก ปวด หลัง หลอดเลือดดำ ที่คอโป้งพอง ชีพจรเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ระดับความรู้สึกตัวลดลง เป็นต้น 3. หยุดให้เลือดทันทีเมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ รีบรายงาน ให้แพทย์ทราบทันที และอยู่กับผู้ป่วย ให้ความมั่นใจว่า สามารถแก้ไขได้ 4. ให้ออกซิเจน สารละลายทางหลอดเลือดดำ ยาขับปัสสาวะ และยาแอนตี้ฮีสตามิน ตามแผนการรักษา 5. ส่งถุงเลือดที่เหลือพร้อมใบคล้องเลือด และชุดให้เลือด ที่เสียบคาอยู่ในถุงเลือด พร้อมทั้งเจาะเลือดผู้ป่วย จากแขนอีก ข้างหนึ่งและกรอกข้อมูลในใบ request การ investigate transfusion reaction กลับคืนไปที่หน่วยคลังเลือด 6. สังเกตและบันทึกปริมาณของปัสสาวะและสารน้ำ เข้า-ออก 7. ส่งปัสสาวะตรวจตามแผนการรักษา 7


อ้างอิง รัตนาภรณ์ พรรณพงษ์ศิลป์ (2565) กระบวนการให้เลือดผู้ป่วยสำ หรับพยาบาล สืบค้น 26 กันยายน 2566 https://buuir.buu.ac.th/bitstream/1234567890/5063/1/MED_Rattanaporn.pdf ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (2556) คู่มือการ ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับเลือด สืบค้น 26 กันยายน 2556 https://buuir.buu.ac.th/bitstream/1234567890/5063/1/MED_Rattanaporn.pdf


นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มีรายชื่อดังต่อไปนี้ 1.นางสาวอภิญญา สืบมา รหัส 65113301147 2.นางสาวอภิษฎา อรรคแสง รหัส 65113301148 3. นางสาวอรพรรณ บรรพมิ่ง รหัส 65113301149 4.นางสาวอรอนงค์ แสงเขีียว รหัส 65113301150 5.นางสาวอริสรา รัตนพลแสน รหัส 65113301151 6.นางสาวอริสรา วิชาผา รหัส 65113301152 7.นางสาวอริสา จันทรักษ์ รหัส 65113301153


Click to View FlipBook Version