The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การมองเห็นของมนุษย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by apple08122548, 2022-01-25 08:55:50

การมองเห็นของมนุษย์

การมองเห็นของมนุษย์

การมองเห็น
ของมนุษย์

คำนำ

อีบุ๊คเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาไอเอส ในระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อให้ได้ศึกษาความรู้ในเรื่องการมองเห็นของมนุษย์
และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์ในการเรียนการสอนภายใน
รายวิชา

คณะผู้จัดทำหวังว่าอีบุ๊คเล่มนี้จะเป็นประดยชน์ต่อผู้ที่สนใจที่จะศึกษา
เรื่องนี้ทุกคน หากมีข้อเเนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำขอน้อมรับ
ไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ผู้จัดทำ

นายณัทณพงศ์ อุ่นฟ้า เลขที่ 9
น.ส.ชณิศา รวยสิน เลขที่ 23
น.ส.ภัทราวดี พิมพ์ทอง เลขที่ 26
น.ส.กัญญาวีร์ บุญประสิทธิ์ เลขที่ 36
น.ส.วรรณภา เชื้อสาย เลขที่ 40

สารบัญ หน้า

เรื่อง ก

1. หน้าปก ค
2. คำนำ 1
3. สารบัญ 2
4. ดวงตากับการมองเห็น 3
5. การมองเห็นวัตถุ 4
6. ระบบการมองเห็น ง
7. คนกับสัตว์ มองเห็นต่างกันอย่างไร จ
8. อ้างอิง
9. จัดทำโดย

ดวงตากับการมองเห็น

การมองเห็นจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีแสงจากวัตถุที่เรากำลังมองอยู่ตกกระทบกับ
ตัวรับภาพในดวงตา (photoreceptor) และส่งข้อมูลไปยังสมอง สมองส่วนรับ
ภาพจะจัดเรียงแปลผลข้อมูล และสร้างเป็นภาพให้รู้สึกมองเห็นได้ ส่วนสิ่งมี
ชีวิตเซลล์เดียว เช่น พวกโพรโทซัวแบคทีเรีย จะตอบสนองต่อแสงสว่างได้แต่
ไม่มีอวัยวะรับภาพ

ภาพส่วนประกอบของดวงตา ภาพแสดงส่วนประกอบของ
(ด้านข้าง) ดวงตา (ภาคตัดขวาง)

การมองเห็นวัตถุ

ดวงตาของมนุษย์สามารถรับแสงที่มีความเข้มน้อยมากๆ เช่น
แสงริบหรี่ในห้องมืด ๆ ไปถึงแสงสว่างจ้าของแสงแดดตอนเที่ยงวัน
ซึ่งมีความเข้มแสงมากกว่าถึง 10 เท่า นอกจากนี้ดวงตายังสามารถ
ปรับให้มองเห็นได้แม้ตัวอักษรที่เป็นตัวพิมพ์เล็กๆ สามารถบอกรูป
ร่างและทรวดทรงที่แตกต่างกันในที่ที่มีความเข้มของแสงแตกต่าง
กันมากๆได้ โดยการปรับของรูม่านตา

เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่มีความไวต่อแสงมาก สามารถรับรู้
ได้เมื่อมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย เช่น แสงจากดวงดาวที่อยู่ไกลใน
คืนเดือนมืดจนถึงแสงสว่างที่มีปริมาณมาก ทั้งนี้เนื่องจากเรตินาจะ
มีเซลล์รับแสง 2 ชนิด คือ

1.เซลล์รูปแท่ง(Rod Cell) ทำหน้าที่รับแสงสว่าง (สลัว) ที่ไวมาก
สามารถมองเห็นภาพขาวดำ เซลล์ รูปแท่งจะไวเฉพาะต่อแสงที่
มีความเข้มน้อย โดยจะไม่สามารถจำแนกสีของแสงนั้นได้

2.เซลล์รูปกรวย(Cone Cell) จะไวเฉพาะต่อแสงที่มีความเข้มสูง
ถัดจากความไวของเซลล์รูปแท่ง และสามารถจำแนกแสงแต่ละ
สีได้ด้วย เซลล์รูปกรวยมี 3 ชนิด แต่ละชนิดจะมีความไวต่อ
แสงสีปฐมภูมิต่างกัน

ระบบการมองเห็น

การเห็น เกิดจากแสงเข้าสู่ทางแก้วตา และถูกปรับให้ภาพ
คมชัดบนจอรับภาพที่อยู่ด้านหลังของลูกตา ที่ซึ่งเซลล์ไวต่อแสง
เปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าผ่านประสาทตาไปยังสมองเพื่อแปล
ความหมายเป็นภาพ นัยน์ตา หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า ตา

ส่วนประกอบของนัยน์ตา ได้แก่
1.กระจกตาหรือคอร์เนีย (cornea) อยู่ที่ผิวหน้าและหุ้มลูกนัยน์ตาไว้ เป็นตัวกลางโปร่งใส
2.เลนส์ตา (lens) เป็นเลนส์นูน ทำหน้าที่รับแสงจากวัตถุ มีความยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถ

มองเห็นวัตถุที่ระยะต่างๆ กันได้ชัดเจนตลอด
3.กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตา (ciliary muscle) สามารถหดตัวหรือคลายตัวได้ เพื่อบีบให้เลนส์ตา

นูนมากหรือน้อย และช่วยทำให้นัยน์ตาสามารถกลอกไปมาได้
4.ม่านตา (iris) เป็นเนื้อเยื่อส่วนที่มีสีของนัยน์ตา (แล้วแต่เชื้อชาติ) ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณ

แสงที่จะผ่านเข้าสู่เลนส์ตา
5.รูม่านตา (pupil) ช่องกลางม่านตา เป็นส่วนที่มีสีเข้มกลางนัยน์ตา รับแสงผ่านเข้าสู่เลนส์

ตา
6.เรตินา (retina) เป็นบริเวณเนื้อเยื่อสีดำชั้นในสุด ประกอบด้วยใยประสาทที่ไวต่อแสงเป็น

จำนวนมาก ประกอบด้วยเซลล์ประสาท 2 ชนิด คือ เซลล์ประสาทรูปแท่ง (rod cells) จะ
ไวต่อแสงที่มีความเข้มน้อย ไม่สามารถจำแนกสีของแสงนั้นได้ ทำให้เกิดความรู้สึกเกี่ยว
กับความมืดและความสว่าง ขาวหรือดำ และเซลล์ประสาทรูปกรวย (cone cells) ไวต่อ
แสงที่มีความเข้มสูงสามารถจำแนกแสงต่อละสีได้ ทำให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับสี เซลล์
ประสาทเหล่านี้จะรวมกันเป็นประสาทตา (optic nerve) ประสาทตาทำหน้าที่เปลี่ยน
สัญญาณแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเข้าสู่สมองแล้วสมองจะแปลความหมายเป็นภาพที่มอง
เห็น

คนและสัตว์ มองเห็นต่างกัน
อย่างไร

ในการเปรียบเทียบครั้งนี้เราจะยกตัวอย่างสัตว์บางชนิดเท่านั้น

ดวงตาของโลมา ดวงตาของสุนัข
จะมีเยื่อหุ้มตาขาวหนา และมีกระจกตาหนา มีกล้าม หลายคนคงเคยได้ยินผ่าน ๆ กันมา
เนื้อตามาก ช่วยปกป้องดวงตาเมื่ออยู่ใต้น้ำและน้ำ ว่าสุนัขนั้นมองสิ่งโลกเห็นเพียงแค่สี
เย็น เลนส์ตาเป็นทรงกลม ทำให้มองเห็นภาพใต้น้ำลึก ‘ขาวดำ’ เพราะเป็นสัตว์ที่ตาบอดสี
แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้มันก็มีส่วน
ที่มีแสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จริงอยู่บ้างที่ว่าสุนัขนั้นสายตาแย่
แต่เจ้าโบ้มันไม่ได้เห็นแค่สีขาวดำ
ดวงตาของแมว
แมวไม่สามารถมองเห็นสีได้เหมือนกับมนุษย์ เท่านั้นนะ
เพราะตาของพวกมันมีเซลล์รับแสงรูปกรวยซึ่ง เพราะแท้จริงแล้วสุนัขจะสามารถ
มีหน้าที่ในการมองเห็นและรับรู้สีอยู่น้อยมาก มองเห็นสีแดง, เขียว, เหลือง และ
น้ำเงินได้ แต่ว่าจะบกพร่องในการ
นอกจากนี้สายตาของพวกมันยังสั้นและ มองเห็นสีน้ำตาล, เทา, โทนเหลือง
ตาบอดสีแดงอีกด้วย เพราะเหตุนี้จึงทำให้ภาพ
และโทนฟ้า
ที่พวกมันเห็นส่วนใหญ่จะออกไปทางสีเขียว แต่ถึงแม้มันจะเห็นภาพด้วยเม็ดสีที่
หรือฟ้า น้อยกว่าคน ในเวลากลางคืนกลับ
ทำได้ดีกว่า แถมยังมีจมูกที่ไวต่อ

กลิ่นด้วย



ดวงตาของงู
การมองเห็นผ่านดวงตาของงูนั้น มีระยะสายตาสั้นที่สามารถแยกแยะความต่างของสีได้เพียงแค่โทน
น้ำเงินและเหลือง (บอดแดง-เขียว เช่นเดียวกับสุนัขและกระต่าย) และที่น่าสนใจคือมีการศึกษาวิจัยเรื่อง
ลักษณะการมองเห็นของงูที่ออกหากินในเวลากลางวันและกลางคืน พบว่างูที่มักออกหากินในเวลากลาง
วันนั้นมีเซลล์โปรตีนภายในดวงตาที่สามารถป้องกันแสง UV ได้ คล้ายกับการสวมแว่นกันแดดที่มีฟิล

เตอร์กรองแสง จึงทำให้บางครั้งเรามองเห็นดวงตาของงูเป็นสีเหลือง

อ้างอิง

https://il.mahidol.ac.th/e-media/nervous/chapter3.htm
https://www.laservisionthai.com › health-corner ›แสงกับการมองเห็นของ
ดวงตา
https://www.pinterest.com
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31433
ระบบการมองเห็น https://th.m.wikipedia.org/wiki
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/33950
https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/301.html
https://www.mangozero.com/pets-see-the-world-around-them/

จัดทำโดย

นายณัทณพงศ์ อุ่นฟ้า เลขที่ 9

น.ส.ชณิศา รวยสิน เลขที่ 23

น.ส.ภัทราวดี พิมพ์ทอง เลขที่ 26

น.ส.กัญญาวีร์ บุญประสิทธิ์ เลขที่ 36

น.ส.วรรณภา เชื้อสาย เลขที่ 40

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/8


Click to View FlipBook Version