The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ละครสำหรับเด็ก-แก้วหน้าม้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanjana Nuanwat, 2022-10-01 07:28:25

ละครสำหรับเด็ก-แก้วหน้าม้า

ละครสำหรับเด็ก-แก้วหน้าม้า

การนำเสนอการแสดงละครสำหรบั เดก็ ช่วงวัย 8 – 12 ปี

นทิ านพืน้ บ้านเรอื่ ง แกว้ หน้ามา้ VER. 2022

นางแก้วเป็นชาวบ้านเมืองมิถิลา ก่อนมารดาของนางจะตั้งครรภ์ได้ฝันว่าเทวดานำแก้วมาให้
พอให้กำเนดิ บุตรสาวเลยตั้งชือ่ ว่า “แกว้ ” แต่เนอื่ งจากใบหนา้ เหมือนม้าชาวบ้านจงึ เรยี กวา่ “นางแก้วหน้าม้า”
ในวันหนึ่งแก้วหน้ามา้ กับเพื่อน ๆ นอนหลับกันอยู่ท่ีทุ่งหญ้า พระปิ่นทอง โอรสของท้าวภูวดลและมเหสีนันทา
กำลงั เลน่ วา่ ววเิ ศษพร้อมกับทหารประจำพระองค์ 2 นายกนั อย่างสนุกสนาน ในขณะนนั้ ก็มลี มพัดแรงจนเชือก
วา่ วขาด ทำให้วา่ วของพระป่นิ ทองไปตกอยูบ่ นหน้าของแก้วหน้าม้า ทหารประจำตัวพระองค์ก็ตามหาว่าววิเศษ
จนเจอ แต่นางแก้วหน้าม้าไม่ยอมให้ว่าววิเศษคืน นางแก้วหน้าม้าหันไปเจอพระปิ่นทองก็ตกหลุมรัก
จึงใช้อุบายต่อรองเพือ่ แลกกับวา่ ว พระปิ่นทองเสนอวา่ จะใหเ้ ขา้ ไปเปน็ มเหสีในวัง แต่พูดไปเพือ่ ใหไ้ ด้ว่าววิเศษ
คนื นางแก้วหน้ามา้ ก็หลงเช่ือและคนื วา่ วให้ พระป่นิ ทองบอกว่าจะสง่ คนมารับ นางแกว้ หน้าม้าเฝ้ารออยู่ท้ังวัน
ก็ไร้วี่แววจะมีขบวนมารับนางเข้าวัง จนพ่อของนางแก้วหน้าม้าพาไปเข้าเฝ้าท้าวภูวดล ท้าวภูวดลจึงถาม
พระป่นิ ทองวา่ เรื่องเปน็ มาอย่างไร พอรคู้ วามทา้ วภวู ดลกก็ ล่าวว่าอย่างไรสัญญาก็ต้องเป็นสญั ญา จงึ ใหน้ างแก้ว
หน้าม้ากลับไปรอที่บา้ นของนางแล้วจะส่งขบวนไปรับ หลงั จากน้นั เชา้ วันรงุ่ ข้ึนกม็ ขี บวนรบั นางเขา้ วงั

ท้าวภูวดลออกอุบายให้นางแก้วหน้าม้าทำภารกิจ จึงให้นางแก้วหน้าม้าเข้าป่าไปตัดยอดเขาพระเมรุ
มาไว้ในราชอุทยาน ภายใน 7 วัน หากทำได้จะทำพิธีอภิเษกให้ ผ่านไปแล้ว 6 วัน นางแก้วหน้ามาก็ยังหาเขา
พระสุเมรุไม่เจอ และได้ไปเจอเสือ พระฤาษีตนนึงมาเห็นจึงช่วยนางไว้ จากนั้นพระฤาษีก็สอนวิชาถอดหน้าม้า
เม่อื นางถอดหนา้ มา้ แลว้ กม็ ีหน้าตารปู งาม ฤาษจี ึงตง้ั ชือ่ ให้นางใหมว่ า่ “มณ”ี แตน่ างขอสวมหนา้ มา้ ไวเ้ พอื่ พิสูจน์
ใจคน จากนน้ั พระฤาษกี ็มอบของวเิ ศษให้กบั นางแกว้ หนา้ มา้ 2 อยา่ ง คือ เรอื เหาะและมีด เพ่อื นำไปตัดยอดเขา
พระสุเมรุ และนางแกว้ หน้ากส็ ามารถตัดยอดเขาพระสเุ มรุไดส้ ำเร็จ

เมื่อท้าวภูวดลทราบขา่ วว่านางแกว้ หน้าม้าทำสำเร็จ กใ็ ห้นางอภิเษกกบั พระปนิ่ ทองตามคำสัญญาท่ีให้
ไว้ แต่ต้องรอพระปิ่นทองกลับจากประพาสเมืองเป็นเวลา 7 วัน ก่อนพระปิ่นทองจะออกเดินทางก็สั่งว่า
“ระหว่างที่ข้าไปประพาสเมืองเมื่อกลับมาต้องมีลูกให้ข้า” นางแก้วหน้าม้าก็คิดหาวิธีที่จะมีลูกให้พระปิ่นทอง
จะใช้วิชาถอดหน้าม้าเป็นนางมณี แล้วรีบไปให้ดักรอระหว่างทางที่พระปิ่นทองกำลังเสด็จไป เมื่อพระปิ่นทอง
มาพบนางมณกี ็หลงใหลในความงาม และตกหลมุ รกั ทัง้ สองเที่ยวเล่นใช้ชีวติ อยใู่ นป่าจนนางมณอี มุ้ ทอ้ ง

เมื่อเวลาผ่านไปนางมณีก็ท้องแก่ บอกพระปิ่นทองว่าขอไปคลอดลูกที่บ้านตามธรรมเนียม
นางมณีบอกให้พระปิ่นทองกลับเมืองมิถิลาเพื่อไปบอกท้าวภูวดลและมเหสีนันทา เพื่อเตรียมจัดงานอภิเษก
พระปิ่นทองก็ตอบตกลง และมอบแหวนใหก้ ับนางมณีเพ่ือเป็นหลักฐานยืนยนั ความรักของท้ังสอง เมื่อนางมณี
คลอดแล้วใหเ้ ดินทางกลับเมืองมถิ ลิ า พระองคจ์ ะรอตอ้ นรับนางมณีและลกู ที่เมือง

พระปนิ่ ทองเดินทางกลับจนใกล้ถึงเมืองมิถิลาก็หยุดพกั ในระหวา่ งทีพ่ ักกพ็ บเจอกบั ยกั ษ์ และมาลกั พา
ตวั พระองค์ไป ฝา่ ยนางมณีก็คลอดลูกอยู่ท่ีอาศรมพระฤาษี พระฤาษีบอกนางว่าพระปิ่นทองถูกยักษ์ลักพาตัวไป
นางมณจี งึ ฝากลกู ไว้กับพระฤาษี แลว้ แปลงกายเป็นชายหนมุ่ เพอ่ื ไปชว่ ยพระป่ินทอง เมอ่ื นางเดินทางไปถึงเมือง
ยักษ์ นางไดใ้ ชว้ ชิ าปราบยกั ษจ์ นส้ินฤทธ์ิ และไดเ้ ขา้ ไปช่วยพระปิ่นทองไดส้ ำเร็จ

พระปิ่นทองเดินทางกลับถึงเมอื งมิถลิ า พระองค์ออกคำสั่งให้ทหารไปตามนางแก้วหน้ามา้ มา เมื่อนาง
แก้วหน้าม้ามาเข้าพบพระองค์จึงถามถึงลูกที่พระองค์เคยรับสั่งกับนางไวเ้ มื่อครั้งที่พระองค์ออกประพาสเมือง
นางแก้วหน้าม้าจึงไปนำลูกของนางกับพระปิ่นทองมาถวาย พระปิ่นทองเห็นดังนั้นก็ประลาดใจและไม่เชื่อว่า
เป็นลูกของพระองค์ นางแก้วหน้าม้าจึงนำแหวนที่พระปิ่นทองเคยให้ไว้มาให้พระปิ่นทองดู พระปิ่นทองเห็น
ดังนนั้ กต็ กใจมาก แต่พระองค์กย็ งั ไม่เชื่อและไมย่ อมรบั

หลายเดือนต่อมา ยักษ์พลาราช ได้ยกทัพมาตีเมืองมิถิลาเพื่อแก้แค้น พระปิ่นทองรับอาสาออกรบใน
ศึกครั้งนี้แต่พระองค์เป็นเพียงมนุษย์ ไม่สามารถสู้กับยักษ์เพียงลำพังได้ นางแก้วหน้าม้าจึงแปลงกายเป็นชาย
หนุ่มไปช่วยพระปิ่นทอง ในขณะที่สู้รบอยู่นั้นนางได้สลบไป ร่างของนางได้กลายกลับเป็นนางแก้วหน้าม้าและ
นางมณี แต่พระปิ่นทองเห็นดังนั้นก็ทรงรู้ว่า แท้จริงแล้วนางแก้วหน้าม้าและนางมณีคือคนเดียวกัน และนาง
แก้วมณีหน้าม้าคนนี้ที่พระองค์ทรงเกลียดชังคือคนที่คอยช่วยเหลือพระองค์มาตลอด เมื่อพระองค์ทรงรู้ความ
จรงิ กท็ รงยอมรบั ในตัวแกว้ มณีหน้าม้าแลว้ บอกกับนางว่าในตอนน้ีพระองคไ์ มไ่ ด้รักนางที่รปู ลักษณภ์ ายนอกอีก
ต่อไป แตพ่ ระองค์จะรกั ในนำ้ ใจของนาง และความรกั ของทัง้ ค่กู ล็ งเอยสมหวังอย่างมคี วามสุข

บทละครสำหรับเด็ก ชว่ งวยั 8 – 12 ปี
เร่ือง แกว้ หนา้ ม้า ver. 2022

ฉากที่ 1 ทงุ่ หญา้

บรรยากาศ : บรรยากาศยามบ่าย ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว ท้องฟ้าสีสดใสตัดกับปุยเมฆสีขาวที่
เคลอ่ื นตัวออ่ นไหวไปกบั แรงลมทพี่ ัดมาอย่างสมำ่ เสมอ

ตัวละครในฉาก : แกว้ หนา้ ม้า ดุ๊กดยุ๋ ตุ๋ยคุง
บรเิ วณเวทีท่ใี ช้ : หน้ามา่ นแดง
สถานะของม่าน : ม่านปดิ

เพลงประกอบ : บรรเลงเพลงม้า
เสียงพูดบรรยาย : ณ เมืองมิถิลา ปกครองโดยกษัตริย์นามว่า ท้าวภูวดล มีมเหสีนามว่า นันทาเทวี
ที่ชานเมืองมิถิลา มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ นางแก้ว แต่นางแก้วมีหน้าตาคล้ายม้า ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า
แก้วหนา้ ม้า

เพลงประกอบ : เพลงมา้ วิ่ง กรับ กรบั
(ตัวละครแก้วหน้าม้า ดุก๊ ดุ๋ย และตุ๋ยคงุ ออกมาจากทางด้านซ้ายของเวที แล้ววิ่งเล่นหนา้ เวที

อยา่ งสนุกสนาน จนเพลงม้าว่งิ คอ่ ย ๆ เงียบลง ตวั ละครแกว้ หนา้ ม้าจงึ เรมิ่ พดู )

แกว้ หน้าม้า : วันนอ้ี ากาศดีจังเลยอ่ะ พวกเธอวา่ ม้ัย? เอ๊ะ! แลว้ พวกเธอเปน็ ใคร?
ดกุ๊ ดุ๋ย : อ้าว แลว้ เธอเปน็ ใคร (หันไปถามแกว้ หน้ามา้ ) เอะ๊ ! แลว้ เธอล่ะเปน็ ใคร? (หันไปถามตุ๋ยคุง)
ตุ๋ยคุง : เอ๊ะ! แลว้ ฉนั ละ่ เป็นใคร?
แก้วหนา้ ม้า : ถ้างัน้ ฉันจะบอกกแ็ ลว้ กันว่าฉันคือใคร ฉนั ชอื่ วา่ แก้ว หญิงสาวท่ีสวยทสี่ ดุ ในยา่ นมถิ ลิ านี้

(แกว้ หนา้ มา้ พดู จบ ดุก๊ ดุ๋ยกับตยุ๋ คงุ ก็หันไปซบุ ซิบนนิ ทากนั )
ดุก๊ ด๋ยุ : อ๋อออ ตุย๋ คงุ น่ีไงนางแกว้ ทห่ี นา้ เหมือนมา้ ชาวบา้ นก็เลยพากันเรียกนางวา่ แกว้ หนา้ มา้
ตุ๋ยคุง : ตวั จรงิ ก็หน้าเหมอื นม้าจรงิ ๆ นั่นแหละ ฮ้ีๆๆๆๆ
แกว้ หนา้ มา้ : พวกเธอว่าอะไรนะ!
ดุ๊กดุ๋ย : ออ๋ อออ ปล๊าวววว!! พวกฉนั จะบอกวา่ เธอน่ะ ส๊วยยยยย
แกว้ หน้าม้า : แนน่ อน กฉ็ นั บอกพวกเธอไปแล้ว แล้วพวกเธอล่ะ ช่อื อะไร
ดุก๊ ดยุ๋ : ฉนั ชื่อ ด๊กุ ดยุ๋
ตยุ๋ คุง : ส่วนฉนั ช่ือ ตยุ๋ คงุ
แก้วหน้ามา้ : ดจี ัง วันนอี้ ากาศดี วิวก็สวย คนก็สวย เรามาถา่ ย TikTok กนั มั้ย?
ดุ๊กดยุ๋ และ ตุ๋ยคุง : ดๆี ๆ

เพลงประกอบ : เพลงติง่ ติ๊ง ต่ัง TIK TOK
(ท้ังสามคนเต้นกนั ไปสกั พกั ก็เริ่มหมดแรง แกว้ หนา้ ม้าจงึ เอ่ยปากชวนเพอ่ื น ๆ ไปนอนพักทใ่ี ต้ตน้ ไม้)

แก้วหนา้ มา้ : เฮ้อออ พวกเธอฉนั ว่าฉนั เร่มิ เหน่อื ย แลว้ กง็ ว่ งนอนมาก
ดกุ๊ ดยุ๋ และ ตยุ๋ คงุ : พวกฉันกด็ ว้ ย ง้ันเราไปหาที่นอนสบาย ๆ กันเถอะ

(ตวั ละครแกว้ หน้ามา้ ดุ๊กดุ๋ย และตยุ๋ คงุ เดินเข้าหลังเวทีทางดา้ นซา้ ยของเวที
ไปนอนหลับขา้ งกองฟางทจี่ ัดอยหู่ ลงั มา่ นแดง เตรียมตัวเขา้ ฉากที่ 3)

ฉากที่ 2 ทงุ่ หญา้

บรรยากาศ : บรรยากาศยามบ่าย บริเวณลานหญ้าสีเขียวขจีข้างกำแพงเมืองมิถิลา ท้องฟ้า
สีสดใสตดั กบั ปยุ เมฆสีขาวท่เี คลื่อนตวั อ่อนไหวไปกับแรงลมทพ่ี ัดมาอยา่ งสม่ำเสมอ เหมาะทจ่ี ะเล่นว่าว

ตวั ละครในฉาก : พระปิน่ ทอง ขนุ สบิ ขมบิ ศรี กรมหม่นื ลน่ื ไหล
บริเวณเวทที ีใ่ ช้ : หนา้ ม่านแดง
สถานะของมา่ น : ม่านปดิ
เสยี งพดู - ณ ลานหญา้ ข้างกำแพงวงั พระป่ินทองกบั ทหารคู่ใจ กำลังเทย่ี วเล่นกันอยา่ งเพลิดเพลิน

เพลงประกอบ : เสียงซาวด์เพลงเปดิ ตวั พระปน่ิ ทอง
(พระปนิ่ ทองเดินว่ิงออกมาจากทางด้านขวาของเวที ด้วยท่าทางต่ืนเตน้ และรา่ เรงิ นายทหาร ขุนสิบ

ขมิบศรี และ กรมหมื่นลน่ื ไหล วงิ่ ตามมาอย่างติด ๆ)
เพลงประกอบ : ดนตรีประกอบซรี ีย์แนวตลก คอมเมดี้
พระปน่ิ ทอง : ว่ิงมาเรว็ ๆ สิพวกเจ้า ช้าราวกบั เต่า
ขุนสิบขมิบศรี กบั กรมหมน่ื ลนื่ ไหล : รอพวกเราด้วยพะย่ะค่ะ!
พระปิ่นทอง : ขืนมัวแต่รอพวกเจ้า วันนี้ข้าก็คงไมไ่ ด้เล่นว่าวกนั พอดี เอาล่ะ ข้าว่าลานตรงนี้แหละ วันนี้ลมบน
กำลังดี พวกเจา้ รบี นำว่าวของเราออกมา
ขนุ สบิ ขมิบศรี : พะยะ่ คะ่ เรว็ ๆ สิ เจ้ากรมหมน่ื ลื่นไหล ถอยออกไปอีก อกี อกี ซ้ายอกี ซา้ ยอกี ซา้ ยอกี

(กรมหมื่นลื่นไหล คอ่ ย ๆ ขยับ ตามคำสัง่ ขุนสิบขมิบศรี จนเกือบตกเวท)ี
กรมหมื่นลื่นไหล : โอ้ย จะอีกกีซ่ า้ ยล่ะ เจา้ ขุนสบิ ขมิบศรี น่ฉี ันจะตกเวทีอยู่แล้วนะ
ขนุ สิบขมิบศรี : อกี แคน่ ิดเดยี วนะ เรว็ เข้า ลมบนกำลงั ดแี บบนี้ ข้าว่าว่าวของพระโอรสตดิ ลมบนบนิ ฉวิ วววว
พระป่ินทอง : นี่พวกเจา้ อย่ามัวแตเ่ ถยี งกัน ขา้ อยากเห็นวา่ วของข้าลอยขน้ึ สูงไว ๆ แลว้ นะ
ขุนสบิ ขมบิ ศรี : เปน็ ไงละ่ เจา้ ล่นื ไหล โดนเรง่ แลว้ ไหมละ่ ขนื ชักชา้ จะทรงวีน
กรมหมื่นลนื่ ไหล : แหม เจา้ ขมิบ เจา้ กแ็ ค่ยืนพูด ขา้ ก็กำลังกะระยะอยนู่ ี่ไง

(กรมหมน่ื ลนื่ ไหลถอยให้ไดร้ ะยะทีเ่ หมาะสม)
ขนุ สิบขมิบศรี : พระโอรสพวกข้าพระองค์พรอ้ มแลว้ พะยะ่ คะ่ อ้าว โยนขนึ้ ไปเลยเจา้ หมน่ื ลืน่ ไหล

(กรมหมน่ื ลื่นไหลโยนว่าวข้ึนลอยบนฟา้ )
พระปน่ิ ทอง : โอว้ ว้าวววว (หัวเราะเบา ๆ ด้วยความสนุกสนาน)

(ขณะที่พระปิน่ ทองกำลังเล่นวา่ งอย่อู ย่างสนุกสนานน้ัน อยู่ ๆ ก็มีลมพดั มาอย่างแรง)

เพลงประกอบ : ซาวดเ์ สียงลม

พระปน่ิ ทอง : โอะ๊ !! นี่มนั ลมอะไรกัน
(ลมพัดมาอยา่ งแรง พระป่ินทองยงั คงกุมสายวา่ วอยู่ในมือ ขุนสิบขมิบศรีและกรมหมื่นลื่นไหลพากนั

หลบลมกันอย่างชลุ มนุ วนุ่ วาย และด้วยความแรงของลมทำให้ว่าวของพระปน่ิ ทองขาด พระปิ่นทองรอ้ ง
ดว้ ยความตระหนกตกใจ)

พระป่ินทอง : โอะ๊ !! พวกเจ้า วา่ วของขา้ ขาด ลอยไปนู่นแลว้ ขมบิ ศรี ลืน่ ไหล
ขนุ สิบขมิบศรี และ กรมหมื่นล่นื ไหล : พะย่ะคะ่ พระโอรส พระโอรส เจบ็ ตรงไหนบา้ งพะย่ะคะ่
พระปน่ิ ทอง : เราไมเ่ ปน็ ไร แต่ว่าวของเรามันขาด ลอยไปนนู่ แลว้ พวกเจา้ ทง้ั สองรบี ตามมนั ไป เร็วเข้า
ขุนสบิ ขมิบศรี และ กรมหมื่นลื่นไหล : พะยะ่ คะ่

(ตัวละครพระป่นิ ทอง ขุนสบิ ขมิบศรี และ กรมหม่ืนล่นื ไหล ว่ิงเข้าหลังเวทีทางดา้ นซ้ายของเวที)

ฉากท่ี 3 ทงุ่ หญา้

บรรยากาศ : บรรยากาศยามบ่าย ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว ท้องฟ้าสีสดใสตัดกับปุยเมฆสีขาว
ที่เคลื่อนตัวอ่อนไหวไปกับแรงลมที่พัดมาอย่างสม่ำเสมอ แก้วหน้าม้า ดุ๊กดุ๋ย และตุ๋ยคุง กำลังนอนหลับ
กันอย่ทู ข่ี า้ งกองฟาง

ตวั ละครในฉาก : แกว้ หน้าม้า ดกุ๊ ดยุ๋ ต๋ยุ คุง พระปิน่ ทอง ขนุ สบิ ขมิบศรี กรมหม่นื ลืน่ ไหล
บริเวณเวทีที่ใช้ : หลังม่านแดง
สถานะของมา่ น : เปดิ ม่าน (เปดิ ตอนทเ่ี พลงม้ากำลงั บรรเลง)

เพลงประกอบ : บรรเลงเพลงมา้
(ทีมมา่ น ค่อย ๆ เปิดม่านชา้ ๆ)
(นางแก้วหน้าม้า และเพ่อื น ๆ กำลงั นอนหลบั กันอยา่ งสบายข้างกองฟาง ทนั ใดนั้น ว่าวของพระปนิ่ ทองได้ลอย
มาตกบนหนา้ ของแกว้ หนา้ ม้า แกว้ หน้าม้าจงึ ตกใจตนื่ )
แก้วหนา้ มา้ : โอะ๊ !! อะไรเน่ีย ว่าวใคร มาตกใส่ฉนั
(ดุ๊กดุ๋ย และ ต๋ยุ คุง ตืน่ ขนึ้ เพราะได้ยนิ เสยี งโวยวายของแก้วหนา้ ม้า)
แกว้ หนา้ ม้า : น่ดี ุ๊กดุย๋ ตุย๋ คงุ พวกเธอแกล้งฉนั หรอ
ดุก๊ ดยุ๋ : อะไร ฉันเปลา่ นะ
ตยุ๋ คงุ : ฉนั กเ็ ปลา่
แกว้ หน้ามา้ : แล้วมันเปน็ ของใครล่ะ แต่จะวา่ ไปมนั กส็ วยดเี หมือนกันนะวา่ วตัวนี้

(แกว้ หนา้ มา้ ดุ๊กดุย๋ ตุ๋ยคุง ค่อย ๆ เดนิ ออกมาแสดงบรเิ วณหนา้ ม่านแดง)
“ ปิดมา่ นแดง ”

(ตัวละคร พระปิ่นทอง ขุนสิบขมิบศรี และ กรมหมนื่ ลน่ื ไหล วิ่งออกมาจากทางดา้ นซ้ายของเวที)
ขนุ สบิ ขมิบศรี : น่ันไง ว่าวของพระโอรส
กรมหมื่นลน่ื ไหล : ใช่ ๆ เราเข้าไปหานอ้ งสาวคนสวยคนนั้นกนั โห แคม่ องจากขา้ งหลงั ยังสวยขนาดนี้
ขุนสบิ ขมิบศรี : แลว้ ถา้ หันหนา้ มาล่ะจะสวยขนาดไหน
กรมหมื่นลน่ื ไหล : มวั รออะไรล่ะ เข้าไปเล๊ย
ขนุ สบิ ขมบิ ศรี : นอ้ งสาวจ๊ะ น้องสาวคนสวยจ๋า ขอวา่ วคนื ให้พ่เี ถอะนะ
แก้วหน้าม้า : ว๊าย ใครกนั นะ พูดเพราะจังเลย พูดใหม่อีกทสี ิจ๊ะ
(แก้วหน้าม้าพดู จบกห็ ันหนา้ ไปหานายทหารทั้งสอง นายทหารท้งั สองเมอ่ื เห็นโฉมหนา้ ของแก้วหน้ามา้ กต็ กใจ)
ขนุ สิบขมบิ ศรี และ กรมหม่นื ล่นื ไหล : วา๊ ยยยยยย นีม่ นั ตวั อะไร
กรมหม่นื ล่ืนไหล : มิถิลามีมา้ พูดได้ด้วยหรอเนยี่
แกว้ หนา้ ม้า : น่ี เจา้ วา่ ใครเป็นม้าหะ้ ไอ้อว้ น
กรมหมื่นลื่นไหล : หนอยแน่ บังอาจมาวา่ ขา้ อ้วน กฟ็ ันเหยนิ ขนาดนี้ ไมใ่ หเ้ รยี กม้าแล้วให้เรยี กวา่ อะไร

(ระหว่างทที่ ้ังสามคนกำลังเถียงกนั พระป่ินทองกเ็ ดินเขา้ มาแทรกระหว่างขนุ สิบกบั กรมหมนื่ )
พระปิน่ ทอง : เอาละ่ ๆ พวกเจ้าไม่ตอ้ งเถียงกันหรอก เออ่ ข้าขอว่าวคืนได้ไหม

(พระปิ่นทองหนั ไปพูดกับแกว้ หนา้ ม้า แก้วหน้ามา้ เมอ่ื เหน็ พระปน่ิ ทองก็รสู้ กึ ตกหลมุ รักพระปน่ิ ทองทนั ที)
แกว้ หน้าม้า : ว้าวววว ใครกนั นะ ชา่ งรูปงามยิง่ นัก
ขุนสิบขมิบศรี : ก็จะไม่รูปงามได้อย่างไรล่ะ นี่คือพระปิ่นทอง โอรสแห่งท้าวภูวดล ผู้ปกครองเมืองมิถิลาน้ี
เปน็ ไงละ่ ตะลึงเลยล่ะสิ
กรมหม่ืนลื่นไหล : นี่ หบุ ปากหน่อยนางหนา้ มา้ แมงวนั เข้าไปสิบตัวแลว้ ล่ะม้งั
แก้วหน้าม้า : ว่าวนี่ อยากได้คืนหรอ (แก้วหน้าม้าหันไปถามพระปิ่นทอง) ถ้าอยากได้คืน ก็ต้องมีอะไรมา
แลกเปลยี่ นสักหน่อย
พระป่ินทอง : เจ้าอยากไดอ้ ะไรละ่ ปกี ยุงผัดพรกิ ไทยดำ ร้านเจไ๊ ฝ สกั 20 จานม้ัย
แกว้ หนา้ มา้ : นีค่ น ไมใ่ ชจ่ ้งิ จกนะ ไม่ ขา้ ไม่สน
ขุนสบิ ขมิบศรี : หรือวา่ ผา้ ไหมทอทำจากขนหนูทอ่ ทตี่ ายในทอ้ งมด 100 ปี
แกว้ หน้ามา้ : แหวะ หนทู ่อตายในทอ้ งมดเนย่ี นะ ไมเ่ อาอะ่

กรมหมื่นลื่นไหล : ง้ันตอ้ งอนั น้ีเลย ตั๋วพเิ ศษพาคุณเที่ยวนรก 8 ขุม โดยสายการบนิ ยมทูตแอร์ไลน์ สบายใจได้
คณุ ไมไ่ ดต้ ายคนเดยี ว
แกว้ หน้ามา้ : ฉนั สวยขนาดน้ี จะใหฉ้ ันไปนรกหรอ ฉันไมเ่ อา ไมไ่ ป และไมส่ นใจอะไรทง้ั นั้น

(นางแก้วพูดอย่างนนั้ ทำให้พระปนิ่ ทองโกรธมาก จึงหนั ไปว่านางแกว้ ดว้ ยความโกรธ)
พระปิน่ ทอง : หึ นน่ั ก็ไมเ่ อา นี่ก็ไม่เอา งน้ั เขา้ วังไปเป็นมเหสขี องข้าสะเลย ดีไหมเลา่
แกว้ หน้ามา้ : ห้ะ เขา้ วัง เปน็ มเหสีหรอ?
พระปิ่นทอง : ใช่ ตกลงมย้ั ถ้าตกลงกค็ นื วา่ วมาให้ขา้ ไดแ้ ลว้
แกว้ หน้าม้า : งัน้ เจา้ ต้องสัญญาก่อน
พระปิน่ ทอง : ได้สิ ขา้ สัญญา ถา้ เจา้ คนื ว่าวมาให้ข้า ขา้ จะสง่ คนมารับเจา้ ไปเปน็ มเหสขี องข้า
ขุนสบิ ขมบิ ศรี : เออ่ จะดหี รอพะยะ่ คะ่ พระโอรส
กรมหมนื่ ล่ืนไหล : ท่าทางจะไมด่ ีนะพะยะ่ ค่ะ
พระป่ินทอง : เอาน่า ขา้ ก็แคพ่ ูดไปก่อน ใครจะมารบั นางจรงิ ๆ กันเลา่ (พระปนิ่ ทองพูดกับนายทหารจบ ก็หัน
ไปถามนางแกว้ หน้ามา้ ตอ่ )
พระปนิ่ ทอง : ว่าไง ตกลงมย้ั ?
แกว้ หน้าม้า : คืนก็ได้ สัญญาแลว้ นะ ว่าจะรบั ขา้ เข้าวัง ข้าจะรอนะจ๊ะ

(พดู จบแกว้ หนา้ กส็ ง่ วา่ วคนื ให้กับพระปน่ิ ทอง เมื่อพระปน่ิ ทองไดว้ ่าวคืนก็กลับวงั )
(ตวั ละครพระป่ินทอง ขุนสิบขมิบศรี และ กรมหม่ืนล่ืนไหล เดินเข้าเวทที างดา้ นซ้ายของเวที)

ดกุ๊ ด๋ยุ : นีแ่ ก้ว เจ้าเชอื่ จริง ๆ หรอวา่ เขาจะมารับนะ่
ตยุ๋ คุง : ใช่ ๆ ขา้ วา่ มนั ไม่นา่ เชือ่ ได้เลยนะ
แกว้ หน้าม้า : ต้องจริงสิ ก็เขาสัญญากับฉันแล้ว

(ตวั ละคร ดุก๊ ดุ๋ย และ ตุ๋ยคงุ เดนิ เขา้ เวทีทางดา้ นขวาของเวที
ตวั ละครแก้วหน้าม้า น่ังขัดสมาธิลงบรเิ วณกลางเวที)

เพลงประกอบ : ซาวด์จิ้งหรีด
(นางแกว้ หน้าม้าน่ังรอจนเก้อ กล็ ุกขึน้ ดว้ ยความหงดุ หงิดใจ)

แก้วหนา้ มา้ : เหอ้ ออ น่ีแหละนะทุกคน แก้วนะ่ รอพระป่นิ ทองมารับเข้าวังหลายวันแล้ว รอจนตัวขึ้นหยากใย่
เต็มไปหมด จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสักคนโผล่มา พระปิ่นทองนะพระปิ่นทอง หลอกแก้ว สัญญาแล้วจะมาผิด
สัญญากนั งา่ ย ๆ แบบน้ี หึ แก้วไมย่ อมงา่ ย ๆ หรอก วันนี้แก้วจะไปใหถ้ งึ วังเลย

(ตวั ละคร แกว้ หนา้ มา้ เดินเข้าหลงั เวทีทางด้านซา้ ยของเวที)

ฉากที่ 4 ท้องพระโรงเมอื งมิถลิ า

บรรยากาศ : บรรยากาศ ณ ทอ้ งพระโรงเมืองมิถลิ า ทีเ่ ต็มไปดว้ ยเคร่อื งราชูปโภคท่ที ำจาก
ทองเหลือง และข้าวของเครื่องใช้ทีม่ คี า่ ตง้ั เรยี งรายภายในโถงอนั โออ่ า่ แลดูระยิบระยับตา

ตัวละครในฉาก : ทา้ วภูวดล มเหสนี นั ทา นายทหาร แก้วหน้าม้า พระปิน่ ทอง ขุนสิบ กรมหม่นื
บรเิ วณเวทีทใ่ี ช้ : หลังมา่ นแดง
สถานะของม่าน : เปิดมา่ น (เปดิ ตอนทีเ่ พลงมา้ กำลงั บรรเลง)

เสยี งพูด : ณ ทอ้ งพระโรงเมืองมถิ ลิ า
เพลงประกอบ : ซาวด์ย่ิงใหญ่เปิดท้องพระโรง
(ม่านค่อย ๆ เปิดออกเป็นฉากทอ้ งพระโรง ท้าวภวู ดลออกมายืนเคียงคู่กับมเหสีนนั ทาอยา่ งสง่า)

เพลงประกอบ : เพลนิ เพลงแมมโบ้
(ทา้ วภวู ดลและมเหสนี ันทาเต้นลีลาศด้วยกัน สกั พักมีนายทหารมากราบทลู ว่ามีคนขอเขา้ พบ)
นายทหาร : ขออภัยที่มาขัดจังหวะพะย่ะค่ะฝ่าบาท ขณะนี้ มีชาวบ้านนางหนึ่งมาขอเข้าเฝ้าพระองค์ นางยัง
บอกวา่ เปน็ วา่ ท่มี เหสขี องพระปิน่ ทองด้วยพะย่ะค่ะ
ท้าวภวู ดล : 55555 มเหสงี นั้ หรอ คงจะเปน็ คนสตไิ มด่ ลี ่ะม้งั ไล่ออกไป
มเหสนี นั ทา : หมอ่ มฉนั วา่ เรอื่ งน้ีมนั ไมช่ อบมาพากล ให้นางเข้าเฝา้ เถอะเพค่ะ
ท้าวภวู ดล : ง้นั กไ็ ด้ ไปบอกใหน้ างเขา้ มา และตามป่ินทอง ลูกของเรามาด้วย
นายทหาร : พะยะ่ ค่ะ

(พูดจบนายทหารก็ออกไปตามใหแ้ กว้ หนา้ มาเขา้ มายงั ท้องพระโรง)
ท้าวภูวดล : ไหนเจ้าบอกว่าเจา้ เปน็ ว่าทม่ี เหสีของปิ่นทองโอรสของเรา มันจรงิ รึ เรื่องมันเปน็ มาอยา่ งไร
แก้วหน้าม้า : จริงเพคะ ว่าวของพระปิ่นทองขาด หม่อมฉันเก็บว่าวของพระองค์ได้ พระปิ่นทองสัญญากับ
หม่อมฉันวา่ หากหมอ่ มฉนั คนื ว่าวให้ พระองคจ์ ะมารับหม่อมฉันไปเปน็ มเหสขี องพระองค์ในวงั เพคะ
ท้าวภูวดล : จรงิ หรอื เปลา่ ปิน่ ทอง เจ้าไดส้ ัญญากับนางจรงิ หรือไม่
พระปนิ่ ทอง : ก็แคส่ ัญญาลม ๆ แล้ง ๆ แคล่ อ้ เลน่ ไมไ่ ดถ้ ือเปน็ จริงเป็นจงั สกั หนอ่ ยทา่ นพ่อ
ท้าวภวู ดล : เฮ้ย ไมไ่ ด้ ลูกผชู้ ายตอ้ งรักษาสัญญา
พระปิน่ ทอง : แต่ ทา่ นพ่อ
มเหสนี นั ทา : ป่ินทอง ทา่ นพอ่ ทรงรบั ส่ังแลว้ ลูกสัญญากบั นางไวแ้ ล้วต้องรกั ษาสัญญานะ
แกว้ หน้าม้า : ใชแ่ ลว้ เพคะ สัญญาต้องเป็นสัญญา
พระปิน่ ทอง : เออ่ ..... พะยะ่ คะ่ ท่านพอ่ ท่านแม่

(พระปิ่นทองพูดจบ แกว้ หนา้ ม้ากแ็ สดงอาการดี๊ดา๊ ดว้ ยความดใี จ)
ท้าวภูวดล : แต่ในเมื่อโอรสของเราเป็นถึงเจ้าชายแห่งมิถิลา ไม่ใช่สามัญชนคนธรรมดา เจ้าที่จะมาเป็นสะใภ้
ของขา้ ก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน มิเชน่ น้ันชาวบา้ นเขาจะนนิ ทาเอาได้ เพราะฉะนัน้ เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการ
ไปตัดยอดเขาพระสุเมรมุ าต้ังไว้ในสวนของเรา ภายใน 7 วัน ถ้าเจา้ ทำสำเรจ็ เจา้ กจ็ ะได้แต่งงานกับลูกชายของ
เรา ว่ายังไงตกลงรเึ ปล่า
แกว้ หน้ามา้ : ตกลง ขา้ จะนำยอดเขาพระสเุ มรมุ าให้ได้

(ตวั ละครทั้งหมดยงั นง่ั อยู่กับท่ี มา่ นแดงคอ่ ย ๆ ปดิ ลง)
“ ปดิ มา่ นแดง ”

ฉากท่ี 5 อาศรมฤๅษี

บรรยากาศ : บรรยากาศยามสาย ณ อาศรมฤๅษีทตี่ ้งั อย่กู ลางปา่ ลกึ บรรยากาศโดยรอบอาศรม
สงบร่มร่ืนด้วยร่มไม้นานาชนดิ ทอ้ งฟ้าสดใส แสงแดดอนุ่ ๆ ยามเช้าสาดส่องลงมาผ่านชอ่ งวา่ งระหว่างพุ่ม
ไมส้ ูงท่เี รียงรายอยู่รอบอาศรม

ตัวละครในฉาก : ฤๅษี แกว้ หนา้ ม้า แกว้ มณี
บริเวณเวทีทีใ่ ช้ : หนา้ มา่ นแดง
สถานะของมา่ น : ม่านปดิ

เสียงพดู : ณ อาศรมพระฤาษี กลางป่าลึก
เพลงประกอบ : เชดิ โนรา

(ตวั ละคร ฤๅษี ออกมาจากทางด้านซา้ ยของเวที มาอยูต่ ำแหนง่ กลางเวที)
(ตวั ละคร แกว้ หน้าม้า ออกมาจากทางดา้ นขวาของเวที)
เพลงประกอบ : ดนตรีประกอบซีรียแ์ นวตลก คอมเมด้ี

(แกว้ หน้ามา้ เดินทางไปตามหายอดเขาพระสุเมรุเปน็ เวลา 6 วันแล้วแต่กย็ ังหาไมเ่ จอ ในระหว่างทเี่ ดินทางอยู่
นัน้ นางได้พบกับพระฤาษี)

ฤๅษี : นั่นเจา้ จะเดนิ ทางไปไหน ทำไมถงึ ได้เข้ามาในป่าลึกขนาดน้ลี ะ่

แก้วหน้าม้า : ข้าชื่อแก้ว ได้รับคำสั่งจากท้างภูวดลแห่งเมืองมิถิลา ให้ไปตามหายอดเขาพระสุเมรุไปไว้ใน
พระนคร แต่นก่ี ผ็ า่ นมา 6 วันแลว้ แกว้ ก็ยงั หาไมเ่ จอเลยเจา้ ค่ะ
พระฤๅษี : เอาล่ะ ก่อนอื่นข้าจะสอนวิชาถอดหัวม้าให้เจ้าก่อน เจ้าท่องคาถาตามข้านะ ด้วยพลังแห่งจันทรา
จงสำแดงฤทธา ณ บดั น้ี
แก้วหน้าม้า : (ประนมมือพรอ้ มท่องคาถาไปพร้อม ๆ กับซาวดเ์ ซเลอมนู )

เพลงประกอบ : ซาวด์เซเลอมูนแปลงร่าง
(ปิดไฟเวที ไฟสีกระพริบรัว ๆ ตัวละครแกว้ มณีออกจากทางดา้ นขวาของเวทีมาอยู่แทนท่ีตัวแกว้ หน้าม้า)

เพลงประกอบ : บรรเลงเพลงมา้ เบา ๆ

แกว้ มณี : ขา้ ไมเ่ คยร้สู ึกดแี บบน้ีมาก่อนเลย หลวงตาจา๋
ฤๅษี : น่ี เจ้าดูกระจกเอาเองเลยสิ
แก้วมณี : ฮ้ะ!! หลวงตา นี่หน้าของแก้วจริง ๆ หรอจ้ะ แก้วไม่นึกเลยว่าแก้วจะมีหน้าตาดี ๆ แบบนี้ แก้วชอบ
มากเลย แต่ตอนน้ีแกว้ อยากจะเรียนรูใ้ จคน ขอสวมหนา้ ม้าไวก้ อ่ นนะจ๊ะ
ฤๅษี : ง้นั กต็ ามใจ หวั ม้านี่มันถอดเข้าถอดออกได้เหมือนหน้ากาก เจ้าจะถอดตอนไหนก็แลว้ แตเ่ จ้า ง้ันข้าขอต้ัง
ชือ่ ใหเ้ จา้ ใหม่ เจ้าชือ่ แก้วมณี ดีม้ยั
แกว้ มณี : ไพเราะจังเลยจะ๊ หลวงตา ตอนนี้แก้วคงตอ้ งรีบไปตามหาเขาพระสเุ มรุต่อแลว้ ล่ะจ๊ะ แต่วา่ แกว้ ยังไม่รู้
เลยวา่ จะไปหาทางไหน
ฤๅษี : เขาพระสุเมรุอยู่ในป่าหิมพานต์นู่น (แบ็คสเตจนำสกูตเตอร์ออกมาให้ฤๅษี) เหลือเวลาแค่วันเดียว
เจ้าเดินไปคงไมท่ ันหรอก เดี๋ยวตาจะให้สกูตเตอร์วิเศษเจา้ ไปมันจะช่วยให้เจ้าเดินทางได้อยา่ งรวดเร็ว ส่วนอีโต้
วิเศษน้กี ็เอาไปตัดยอดเขาพระสเุ มรุนะ รีบไปเถอะเด๋ียวจะไมท่ ันการณ์
แก้วมณี : จะ๊ งน้ั แกว้ ขอลาหลวงตาไปกอ่ นนะจ๊ะ

(ตัวละครแก้วมณี เข้าหลังเวทีทางด้านซา้ ยของเวที)

เสียงพูด – หลังจากที่แก้วมณีได้รับของวิเศษมาจากพระฤาษีแล้ว นางก็เดินทางไปตัดยอดเขาพระ
สุเมรุมาถวายทา้ วภูวดลไดส้ ำเร็จ แต่ท้าวภวู ดลก็ยังคงไม่ยอมรบั และยังคงคิดหาวิธีกำจัดนาง พระองค์ตกลงวา่
จะให้นางแตง่ งานกบั พระปิ่นทอง แต่นางตอ้ งรอจนกว่าพระปน่ิ ทองจะกลับจากประพาสตา่ งเมอื ง

ฉากท่ี 6 หนา้ ประตูเมือง

บรรยากาศ : บรรยากาศยามบา่ ยบริเวณลานหญ้าหน้าประตูเมอื งมิถิลา ท้องฟ้าสดใส ลานหญา้
เตม็ ไปดว้ ยเหลา่ ทหารในขบวนเสด็จ ทเ่ี ตรียมจะเดินทางพาพระปิ่นทองเสด็จประพาสตา่ งเมอื ง

ตัวละครในฉาก : แก้วหนา้ ม้า พระป่ินทอง ขนุ สบิ ขมบิ ศรี กรมหมนื่ ลื่นไหล
บรเิ วณเวทีทีใ่ ช้ : หนา้ ม่านแดง
สถานะของม่าน : ม่านปดิ

เพลงประกอบ : บรรเลงเพลงม้า
(ตวั ละครพระปิน่ ทอง ขุนสิบ กรมหมื่น ออกจากทางด้านขวาของเวที ไปอยู่บริเวณกลางเวที พดู คุยกัน)

(ตวั ละครแก้วหนา้ ม้า ออกจากทางด้านขวาของเวที ไปอยู่ใกล้ ๆ พระปิน่ ทอง)
แก้วหน้ามา้ : รีบกลบั มานะเพคะ
พระปน่ิ ทอง : ไม่ ข้าไปครัง้ นี้คงจะไปนานทเี ดยี ว เพราะเมืองที่ข้าจะไปนนั้ ไกลมาก เจ้าไม่ตอ้ งรอก็ได้นะ ข้าไม่
ว่าหรอก ข้าดใี จเสยี อกี
แก้วหนา้ ม้า : นานแคไ่ หนแกว้ กร็ อไดเ้ พคะ
พระปิ่นทอง : หึ แต่ระหว่างที่รอ เจ้าจะต้องมีลูกให้กับเรา ถ้าเรากลับมาแล้วเจ้ายังไม่มีลูกให้กับเรา เจ้าจะ
ไม่ได้แตง่ งาน และเจา้ จะตอ้ งถกู ประหาร เขา้ ใจมั้ย!!
แกว้ หนา้ มา้ : เข้าใจเพคะ เข้าใจ แต่วา่ ....
พระป่นิ ทอง : เขา้ ใจกด็ ี ข้าไปละ่ อย่าลมื ล่ะ

(พระปน่ิ ทองเดินจากไป นางแกว้ หน้ามา้ ยังคงยนื งงกบั คำพูดของพระปน่ิ ทอง)
แกว้ หน้าม้า : พดู อะไรให้เรางง ไปสะแล้ว แลว้ เราจะมีลกู ให้พระองค์ได้ยงั ไงล่ะ (แก้วหน้ามา้ บน่ พึมพำ)

เพลงประกอบ : ซาวด์ฟริ๊ง
อ๋อออ นึกออกแล้ว ต้องใช้แผนไมต้ ายนี่แหละ

(แก้วหน้ามา้ พดู จบ ก็รา่ ยเวทมนต์ถอดหวั มา้ ออก เปน็ นางแก้วมณแี สนสวย)
เพลงประกอบ : เซเลอมนู แปลงร่าง

(ตัวละครแกว้ หน้าม้า ประนมมือและท่องคาถาตามเพลง เข้าหลงั เวทีทางด้านขวาของเวที
ตัวละครแกว้ มณี ออกจากทางด้านขวาของเวที มาแทนท่ีตัวละครแก้วหน้าม้า

แบค็ สเตจ ถอื สกูตเตอร์วิเศษ และ อีโต้วเิ ศษ ตามหลังแก้วมณีมา รอย่ืนให้แก้วมณี)

แก้วหน้าม้า : ถอดหัวม้าออกแล้ว คราวนี้เราก็ต้องรีบไปดักขบวนเสด็จไว้ก่อน เรือเหาะวิเศษจ๋า ช่วยพาข้าไป
ยงั ขบวนเสด็จทีนะจะ๊

(นางพูดจบก็รบี ข่เี รือเหาะวเิ ศษไปขวางขบวนเสดจ็ ทันที)

เสียงพูด – แก้วมณรี บี ขี่สกูตเตอรว์ เิ ศษไปดักหน้าขบวนเสด็จพระป่ินทอง ระหวา่ งท่ีพระองคห์ ยดุ พักกลางทาง

ฉากที่ 7 ในป่า

บรรยากาศ : บรรยากาศยามบ่าย ณ พลบั พลาของพระปิ่นทอง ทต่ี ง้ั อยู่กลางป่าลกึ บรรยากาศ
โดยรอบสงบร่มรืน่ ด้วยร่มไม้นานาชนิด ท้องฟ้าสดใส แสงแดดยามบ่ายสาดสอ่ งลงมาผ่านช่องว่างระหวา่ ง
พมุ่ ไมส้ ูงทีเ่ รียงรายอยู่โดยรอบ

ตัวละครในฉาก : พระปน่ิ ทอง ขุนสิบขมิบศรี กรมหม่นื ล่ืนไหล แกว้ มณี
บรเิ วณเวทที ่ใี ช้ : บรเิ วณเวทีทัง้ หมด
สถานะของม่าน : เปดิ ม่าน

เพลงประกอบ : ดนตรปี ระกอบซรี ียแ์ นวตลก คอมเมด้ี ชุดท่ี 4
(ตัวละครพระปิน่ ทอง ขุนสิบ กรมหม่ืน ออกจากทางดา้ นขวาเวที มายนื พูดคุยกนั

ตวั ละครแก้วมณี ออกจากทางด้านซา้ ยของเวที แอบซมุ่ ดพู ระปน่ิ ทองอยู่)
แก้วมณี : (หัวเราะ) เสร็จแกว้ แน่ เจา้ พ่ีป่นิ ทอง (แก้วมณพี ดู พลางทำตัวเองให้ล้มลง)

โอย๊ !! ช่วยด้วยจ๊ะ ชว่ ยด้วย โจรปา่ จะ้ พวกมนั ไล่ตามฉนั มา นา่ กลัวเหลอื เกิน
พระปิ่นทอง : ฮะ้ !! แมน่ าง เป็นอะไรรเึ ปลา่ (พระป่ินทองเข้าไปประคองแกว้ มณีด้วยความเป็นห่วง)

เพลงประกอบ : บรรเลงบุพเพสนั นวิ าส
เพลงประกอบ : บรรเลงระนาดถ้าเธอรกั ใครคนหน่งึ

แกว้ มณี : เออ่ .... โจรปา่ จะ้ พวกมันไล่ตามฉันมา น่ากลัวเหลือเกนิ
พระปนิ่ ทอง : ขมบิ ศรี ลื่นไหล ไปดูสวิ า่ มันยังอย่หู รือเปลา่ (พระปนิ่ ทองส่งั พลทหารจบก็หันมาปลอบแกว้ มณ)ี

ไมเ่ ป็นไรแล้วนะแม่นาง ไม่ต้องกลัว แม่นางเจ็บตรงไหนหรอื เปลา่
แก้วมณี : ข้าไมเ่ ป็นอะไรแล้วจะ้
พระปิ่นทอง : แล้วนเ่ี จา้ กำลังจะไปไหน ทำไมถงึ มาอย่กู ลางปา่ คนเดยี วแบบน้ี มันอันตรายนะ
แก้วมณี : ข้ากำลังจะไปเย่ยี มญาติท่ีตา่ งเมือง แตต่ อนนีข้ ้าไม่กล้าไปต่อแล้วละ่ ขา้ กลัว
พระปิ่นทอง : งัน้ ข้าจะให้เจา้ รว่ มเดนิ ทางไปดว้ ย เจ้าจะไดป้ ลอดภยั
แก้วมณี : เออ่ มนั จะดหี รอ
พระปนิ่ ทอง : ดสี ิ ไม่เป็นไรหรอกนะ ข้าเพยี งแต่มาทอ่ งเที่ยวเล่น ไม่ได้รีบไปไหน แลว้ เจ้าช่ืออะไร
แก้วมณี : มณจี ะ๊ ขา้ ช่อื มณี

เสียงพูด - พระปิ่นทองตกหลุมรักมณี และใช้ชีวิตอยู่ในป่า เที่ยวเล่นกับมณีอย่างมีความสุข วันเวลา
ผ่านไป นางมณีอุ้มท้องแก่จนใกล้กำหนดคลอด นางจึงบอกกับพระป่ินทองว่านางขอไปคลอดลูกที่หมูบ่ า้ นของ
นาง ให้พระป่ินทองกลับไปจัดเตรียมงานแตง่ งานและรอนางท่ีมิถิลา พระปิน่ ทองตอบตกลง และได้มอบแหวน
ใหก้ บั นาง เพ่อื เปน็ หลักฐานยืนยันความรกั ของพระองค์

(ตัวละครพระปนิ่ ทอง และ แก้วมณี ยืนอยูต่ ำแหน่งตรงกลางหลังมา่ นแดง พระปิน่ ทองสวมแหวน
ใหแ้ ก้วมณีแล้วยนื จับมอื กัน มา่ นแดงค่อย ๆ ปิด)

“ ปิดมา่ นแดง ”

ฉากที่ 8 ในปา่

บรรยากาศ : บรรยากาศยามเย็นในป่าทึบ มีแต่ความเงียบสงัด ไร้ซึ่งเสียงนก หรือเสียงสัตว์ป่า
ใด ๆ กลิ่นสาบอะไรแปลก ๆ โชยไปท่วั ท้ังบริเวณ

ตัวละครในฉาก : พระปิน่ ทอง ขนุ สิบขมิบศรี กรมหม่ืนลน่ื ไหล ยกั ษ์พลาราช
บรเิ วณเวทที ี่ใช้ : หนา้ มา่ นแดง
สถานะของมา่ น : ม่านปดิ
เสียงพดู – พระป่นิ ทองรีบเสดจ็ กลบั เมอื งมิถลิ า โดยใช้เสน้ ทางลดั และมไิ ดร้ ะวงั ภัยอนั ตรายข้างหนา้ เลย
พระปนิ่ ทอง : ขมิบศรี ลนื่ ไหล ขา้ วา่ เราหยุดพักตรงนี้สกั พกั เถอะ
กรมหมน่ื ลื่นไหล : จะดหี รอพะยะ่ คะ่ กระหม่อมว่าตรงน้มี นั วังเวงแปลก ๆ นะพะยะ่ คะ่
ขุนสบิ ขมบิ ศรี : เจา้ นะ่ อย่าคดิ มาก มนั จะไปมอี ะไร ไปเกบ็ ฟนื กันเถอะ เดีย๋ วพวกกระหม่อมมานะพะย่ะค่ะ
(ขนุ สิบขมิบศรแี ละกรมหมื่นล่ืนไหลเดินออกไปหาฟนื พระป่นิ ทองเดนิ ชมนกชมไมอ้ ยู่อย่างสบายใจ

ทันใดนน้ั กม็ ียักษ์ตนหน่ึงโผลม่ าอาละวาด)
เพลงประกอบ : ดนตรีประกอบซรี ีย์แนวดราม่า แอก็ ช่ัน ชุดท่ี 5 สนี ำ้ เงนิ
พระปิน่ ทอง : หะ้ !! ยักษง์ น้ั หรอ ขมิบศรี ล่ืนไหล เจา้ อยไู่ หน
ยักษ์พลาราช : (หัวเราะ) ดีจริง ๆ วันนี้มีมนุษย์เข้ามาให้ข้าจับกินถึงที่ ดี ข้าไม่ได้ลิ้มรสมนุษย์มานานแล้ว
วนั นี้แหละ เจ้าจะเป็นมนษุ ย์คนแรกทจี่ ะตกถงึ ท้องขา้ (หวั เราะ)

พระปิน่ ทอง : ไมน่ ะ ถอยไปเด๋ียวน้ีนะ ไอย้ กั ษ์อว้ น โสโครก
ยกั ษพ์ ลาราช : แหม ปากดแี บบนี้ เน้ือของเจา้ จะอรอ่ ยเหมือนปากเจา้ รเึ ปลา่ มามะ มาใหข้ า้ จบั กนิ สะดี ๆ
พระปน่ิ ทอง : ไม่นะ ไม่ ปล่อยข้านะ

(ตัวละครยกั ษ์พลาราชอุ้มตวั ละครพระปน่ิ ทอง เขา้ หลงั เวทีทางดา้ นซ้ายของเวที)

ฉากท่ี 9 กระท่อมฤๅษี

บรรยากาศ : บรรยากาศยามบ่าย ณ อาศรมฤๅษีที่ตั้งอยู่กลางป่าลึก บรรยากาศโดยรอบอาศรม
สงบร่มรื่นด้วยร่มไม้นานาชนิด ท้องฟ้าสดใส แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้าสาดส่องลงมาผ่านช่องว่างระหว่าง
พุม่ ไมส้ งู ที่เรยี งรายอยรู่ อบอาศรม

ตวั ละครในฉาก : ฤๅษี แก้วมณี แกว้ (รา่ งผชู้ าย)
อปุ กรณ์ทใ่ี ชฉ้ าก : เดก็ ทารก สกูตเตอร์ อีโต้
บรเิ วณเวทที ใ่ี ช้ : หน้ามา่ นแดง
สถานะของมา่ น : มา่ นปิด

เพลงประกอบ : บรรเลงเพลงม้า
(ตวั ละครฤๅษี และ แกว้ มณี ออกจากทางด้านซา้ ยของเวที มานง่ั ประจำท่ี)
แกว้ มณี : หลวงตาจา๋ แกว้ ตอ้ งมาพงึ่ บารมหี ลวงตาอีกแลว้ ขอบพระคณุ หลวงตามากนะจะ๊ ท่ีเมตตาแกว้ กบั ลกู
พระฤๅษี : ไม่เปน็ ไร ตายินดี ว่าแตว่ ่าไอ้หนูนี่หน้าตามนั น่ารักน่าเอ็นดูดีนะ แตต่ อนนี้เจ้าต้องรีบไปช่วยพระป่ิน
ทองกอ่ นนะแก้วมณี
แกว้ มณี : เจ้าพ่ีป่ินทองเปน็ อะไรหรอจ๊ะหลวงตา
พระฤๅษี : กพ็ ระปิน่ ทองนะ่ ถูกเจ้ายักษ์พลาราชจบั ตวั ไปท่เี มืองมันนะ่ สิ
แกว้ มณี : แยแ่ ลว้ ถ้างน้ั ปา่ นนพี้ ระป่นิ ทองคงถกู เจ้ายกั ษ์กินไปแล้วแน่ ๆ เลย โถ ลกู ของแกว้ เพ่งิ คลอดออกมา
กก็ ำพร้าพอ่ สะแลว้ ฮือๆๆๆ (ร้องไหฟ้ มู ฟาย)

พระฤๅษี : ยงั งงง ยังไมถ่ ูกกิน แคถ่ กู จบั ไปเฉย ๆ เจ้าน่ะอย่าช้าอยูเ่ ลย รบี ไปช่วยพระปน่ิ ทองเรว็ เข้า แต่ก่อนไป
ตาว่าเจ้าควรจะแปลงกายเป็นชายหนุ่มเสียก่อน ขืนไปทั้งแบบนี้ก็ความแตกกันพอดี แล้วอย่าลืมเอาอีโต้วิเศษ
ไปด้วยละ่
แก้วมณี : จรงิ ดว้ ยหลวงตา แกว้ ลืมไป ง้นั แก้วไปกอ่ นนะจะ๊ หลวงตา แก้วฝากลูกไวก้ ับหลวงตาด้วยนะจะ๊
พระฤๅษี : เจา้ ไปเถอะ ไมต่ อ้ งห่วง เดี๋ยวขา้ ดแู ลเจ้าหนใู หเ้ อง

เพลงประกอบ : เซเลอมูนแปลงร่าง
(ตัวละครแกว้ มณีประนมมือและทอ่ งคาถาตามเพลง แล้วเขา้ หลังเวทีทางด้านขวาของเวที
ตัวละคร แกว้ รา่ งผู้ชาย ขี่สกูตเตอร์วิเศษออกมาจากทางด้านขวาของเวที พร้อมถอื อีโต้วเิ ศษในมือ

แลว้ เข้าหลงั เวทีทางดา้ นซา้ ยของเวที)

ฉากท่ี 10 เมืองยกั ษ์

บรรยากาศ : บรรยากาศ ณ ทอ้ งพระโรงเมืองพลาราช ท่ีคละคลุง้ ไปดว้ ยกลิ่นสาบของซากสัตว์ท่ี
ตกเป็นอาหารของยักษ์

ตัวละครในฉาก : พระปิ่นทอง สมุนยกั ษ์ ยกั ษ์พลาราช แก้วรา่ งผูช้ าย
บริเวณเวทีทใ่ี ช้ : ทั้งเวที
สถานะของมา่ น : เปดิ ม่าน (เปดิ ตอนทีเ่ พลงเปิดฉากกำลังบรรเลง)

เสียงพูด : ณ ท้องพระโรงเมืองยกั ษ์
(ตวั ละครพระป่นิ ทอง ออกจากทางดา้ นขวาของเวที มาน่งั ขา้ งโขดหนิ ในท่าถูกมัดมือ
ตัวละครสมุนยักษ์ ออกจากทางด้านขวาของเวที มานอนเล่นไอแพดบนเตยี งแดง รอม่านแดงเปิด)

เพลงประกอบ : ดนตรปี ระกอบซรี ีย์แนวตลก คอมเมดี้ ชุดที่ 4 สีชมพู
“ เปิดมา่ นแดง ”

พระป่ินทอง : ชว่ ยด้วย ๆ ใครก็ได้ช่วยขา้ ที
ลูกสมนุ ยกั ษ์ : น่ี อยา่ เสยี งดงั หนวกหู คนจะดูคนอวดผี ร้องไปกไ็ ม่มีใครมาช่วยหรอก เพราะเมืองพลาราชอัน
ยิ่งใหญ่นน้ี ะ กเ็ หลอื นแคข่ า้ กับไอเ้ จ้ายักษอ์ ้วนตัวเหม็นทจ่ี ับเจ้ามาน่แี หละ (สมนุ ยักษพ์ ดู ดว้ ยความขยะแขยง)
ยักษ์พลาราช : หะ๊ !! เจ้าแตงแดด เม่ือกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ
ลูกสมุนยักษ์ : เปล๊าเพคะ ขา้ กำลงั บอกมนั ว่าทา่ นพลาราชเปน็ ยกั ษท์ ่ยี ่ิงใหญ่และนา่ เกรงขามทส่ี ดุ แล้วในปฐพนี ้ี

(ยกั ษ์พลาราชยนื ฟังดว้ ยความภมู ิใจ)

ยกั ษ์พลาราช : ที่เจ้าพูดมาทงั้ หมด มันกถ็ กู
พระป่นิ ทอง : น่ี เจ้าอวยกันเสรจ็ แลว้ หรือยัง ปลอ่ ยข้าไปสกั ที ชว่ ยด้วย ๆ
ยกั ษพ์ ลาราช : ฮา่ ๆๆ รอ้ งดงั แค่ไหนก็มีใครมาช่วยเจา้ ไดห้ รอก ข้าเลกิ กินเนื้อมนุษย์มาต้ังนาน ไม่รู้ว่ายังหวาน
หอมเหมอื นเดมิ หรือเปล่า
พระปิ่นทอง : ไหน ๆ เจ้าก็เคยเลิกกินแล้ว แล้วเจ้าจะกลับมากินอีกทำไมล่ะ อีกอย่าง เนื้อข้าก็ไม่อร่อยหรอก
นะ อย่ากนิ ข้าเลย
ลูกสมุนยักษ์ : ของแบบนี้มันต้องพิสูจน์พะย่ะค่ะ ถ้าพระองค์ไม่สะดวก เด๋ียวกระหม่อมจะเสียสละเป็นผู้ชิม
เพือ่ พสิ ูจน์ความอร่อยเอง
ยักษ์พลาราช : เฮย้ พอเลยนางแตงแดด เจา้ เปยี๊ กเน่ียอาหารเยน็ ของข้า เจ้าไมต่ อ้ งมายุ่ง ไปดคู นอวดผีตอ่ เถอะ

(ลูกสมนุ ยักษเ์ ดนิ ออกไปดว้ ยความหงดุ หงดิ )
ยกั ษ์พลาราช : มามะ มาให้ข้าได้ล้ิมลองเน้ือของเจา้

(ยักษพ์ ดู พลางเดนิ เข้าไปจับพระป่ินทอง
ตวั ละครแก้วร่างผู้ชาย ออกจากทางด้านซา้ ยของเวที มาขดั ขวางยกั ษ์)

เพลงประกอบ : ดนตรปี ระกอบซรี ีย์ ฉากตอ่ สู้ ชุดที่ 2

แก้วมณี (รา่ งชายหนมุ่ ) : หยดุ เด๋ียวนีน้ ะเจา้ ยักษส์ กปรก คนทีจ่ ะต่อกรกับเจ้า คอื ขา้ ต่างหากละ่
ยักษ์พลาราช : แลว้ เจา้ เปน็ ใคร เข้ามาเกี่ยวอะไรด้วย
แกว้ มณี (รา่ งชายหนุ่ม) : ทำไมจะไมเ่ ก่ียวล่ะ ก็เจา้ จับเจ้าพี่ปิ่นทองของขา้ มา
พระปิน่ ทอง : เจ้าพดู วา่ อะไรนะ
แกว้ มณี (ร่างชายหนมุ่ ) : เอ่อ ไม่มอี ะไรหรอก เจา้ นะ่ ได้ยนิ ผิดแลว้
ยกั ษพ์ ลาราช : แหม่ ขดั ใจจรงิ จรง๊ิ งงง เสียอารมณ์ คนกำลังหิว ดีเลย มอี าหารเพิ่มมาอีกหน่ึง มอ้ื นข้ี า้ คงอิ่ม
แก้วมณี (รา่ งชายหนุ่ม) : เจ้านั่นแหละทตี่ ้องกลัวข้า ถา้ เจ้าไม่ยอมส่งตวั พระปิ่นทองมาให้ขา้ ข้าจะจัดการเจ้า
ขั้นเด็ดขาด
ยักษ์พลาราช : แหม่ เจ้ามนุษย์ ก็ได้ ถ้าเจ้าอยากจะช่วยเพื่อนเจ้าล่ะก็ เราก็มาสู้กันสักตั้ง ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าก็มา
เปน็ อาหารของขา้ ถา้ เจ้าชนะ ก็เอาตวั เพ่อื นของเจ้ากลับไปได้เลย
แกว้ มณี (ร่างชายหนมุ่ ) : งั้นก็เข้ามาเลยเจ้ายกั ษ์

เพลงประกอบ : ดนตรีมโหรี
(แก้วมณี รา่ งชายหนุ่ม ต่อสู้กับยักษ์พลาราชจนพลาดทา่ ถูกกระบองยักษ์ตจี นสลบไป

รา่ งของนางจึงกลับกลายเป็นแกว้ หนา้ ม้า และแก้วมณี พระปิ่นทองทเี่ หน็ ทกุ เหตกุ ารณจ์ ึงรวู้ า่
แท้จรงิ แลว้ ชายหนุม่ ผ้นู ้ัน แก้วหนา้ ม้า และแก้วมณี คือคนคนเดยี วกนั )

(ตัวละครแกว้ หนา้ มา้ แก้วร่างผ้ชู าย ออกจากทางดา้ นซ้ายของเวทีมายนื หมนุ กันเป็นวงกลม)
เพลงประกอบ : ดนตรีซีรียเ์ ศร้า ดราม่า เสียใจ ชุดท่ี 1 สมี ่วง

พระปน่ิ ทอง : น่ัน เป็นไปไดย้ ังไง รา่ งของชายหนุ่มผนู้ ้ัน ทำไมถงึ กลับกลายเปน็ นางแกว้ หนา้ มา้ คนที่เราเกลียด
ไปได้ แล้วยังกลายเป็นแก้วมณี หญิงที่เรารักอีก ข้างงไปหมดแล้ว หรือแท้จริงแล้ว ทั้งสามร่างนี้คือคนคน
เดียวกนั น่ีเราทำไมถึงโงเ่ งา่ ได้ขนาดนี้ ไมไ่ ดก้ ารณ์แล้ว ข้าต้องรีบไปช่วยนาง

เพลงประกอบ : ดนตรเี อ็ฟเฟกมวย
(พระปนิ่ ทองพูดจบก็รีบไปช่วยแกว้ มณี พระปน่ิ ทองสู้กบั ยกั ษพ์ ลาราช จนยักษ์พลาราชพา่ ยแพห้ นไี ป)

(หลังจากท่ยี ักษพ์ ลาราชหนีไปแล้ว พระป่ินทองกร็ ีบเข้าไปช่วยแก้วมณีในหนา้ สวย)
เพลงประกอบ : บรรเลงถ้าเธอรักใครคนหนึ่ง

พระปิ่นทอง : แก้วมณเี จ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรอื เปล่า
แกว้ มณี : หะ๊ !! ทำไมเจ้าเรียกขา้ ว่าแก้วมณี ขา้ ไม่ใชแ่ กว้ มณีสกั หนอ่ ย
พระปิ่นทอง : เจ้าไมต่ อ้ งปิดบังอะไรขา้ อกี แล้วนะ ข้าร้คู วามจรงิ หมดแลว้ แกว้ เจา้ ชา่ งมีน้ำใจกับขา้ เหลือเกิน
แก้วมณี : ชิ ขา้ ไม่คยุ ดว้ ยกบั คนใจดำอยา่ งพระองคห์ รอก
พระปิ่นทอง : แก้วมณี พ่ีขอโทษ ที่ผ่านมาพี่ด่วนสรุปคนเพียงเพราะว่าหน้าตา ไม่ได้ดูลึกเข้าไปในจิตใจ
ว่าแท้จริงแลว้ เจ้าเปน็ คนดีแค่ไหน แตต่ อนนพ้ี ีร่ ู้แลว้ พี่มองแกว้ ผิดไปจรงิ ๆ แกว้ ยกโทษให้พไี่ ด้มัย้
แก้วมณี : เอ่อ...... หึ ไม่หรอก ตอนนี้เจ้าพี่รู้แล้วนี่ ว่าหน้าตาที่แท้จริงของข้าสวย ไม่ได้ขี้เหร่เหมือนหน้าม้า
แบบเมอื่ ก่อน กเ็ ลยมาทำดีดว้ ยใช่มย้ั เพคะ
พระป่ินทอง : ไม่จริงเลยนะ พ่รี ักแก้ว ก็เพราะนำ้ ใจของแกว้ ตา่ งหาก
แก้วมณี : แหม ขอให้จริงอยา่ งทพ่ี ูดนะเพคะ ของแบบนี้ ตอ้ งใช้เวลาเป็นเคร่ืองพิสูจน์
พระปิ่นทอง : ได้ เวลาต่อจากน้ี พี่จะพิสูจน์ให้แก้วเห็น ว่าพี่รักและจริงใจกับแก้วมากแค่ไหน จะหน้าม้า หรือ
หนา้ สวย พ่กี ็รกั แก้วจะ๊
แกว้ มณี : จรงิ นะเพคะ ถา้ อย่างนั้น.....

เพลงประกอบ : เซเลอมนู แปลงร่าง
(แกว้ มณีประนมมอื แล้วท่องคาถาตามเพลง แล้วอ้มุ พระป่นิ ทองเขา้ หลังเวที)

ฉากท่ี 11 ทอ้ งพระโรงเมืองมถิ ลิ า

บรรยากาศ : บรรยากาศในพธิ ีอภิเษกสมรส ณ ทอ้ งพระโรงเมอื งมถิ ลิ า ทเ่ี ต็มไปดว้ ยดอกไมส้ สี นั
สวยงาม และข้าวของเครอ่ื งใชท้ ี่มคี า่ ตั้งเรียงรายภายในโถงอันโอ่อ่า แลดูระยบิ ระยบั ตา

ตวั ละครในฉาก : ตัวละครทุกตวั
บริเวณเวทที ใี่ ช้ : ท่ัวท้ังเวที
สถานะของม่าน : เปดิ ม่าน (เปิดตอนทเี่ พลงมา้ กำลังบรรเลง)

เพลงประกอบ : เพลงฟนิ าเล่บพุ เพสันนวิ าส
เสียงพดู – และแลว้ ความรักของแก้วมณีหน้ามา้ กับพระปิ่นทอง กล็ งเอยสมหวังอย่างมีความสขุ
เห็นไหมล่ะคะเด็ก ๆ คนดีไมใ่ ช่ดทู ีร่ ูปรา่ งหน้าตา แต่อยทู่ ี่นิสยั และจติ ใจ เพราะฉะนั้นเดก็ ๆ อย่ามองคนเพียง
แค่ภายนอกนะคะ จะมองใครใหม้ องถึงความงามภายในจิตใจของเขาคนนน้ั ด้วยนะคะเด็ก ๆ

จบบริบรู ณ์


Click to View FlipBook Version