รายงานเรอื่ ง หมกึ
จดั ทาโดย
น.ส. ณัฐฐนิ นั ท์ บญุ มี ม.๓/๙ เลขท่ี ๗
เสนอ
ครู ประภัสสร ศริ ิสขุ
โรงเรียนสตรปี ระเสรฐิ ศิลป์
สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา
เขต ๑๗
หมกึ
จัดทาโดย
น.ส. ณฐั ฐินนั ท์ บญุ มี ม.๓/๙ เลขท่ี ๗
เสนอ
ครู ประภัสสร ศริ ิสขุ
โรงเรียนสตรีประเสรฐิ ศิลป์
สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต
๑๗
คำนำ
รายงานเลม่ น้ีจะชว่ ยให้ผู้ท่ีอ่านเข้าใจหรือไดร้ บั ขอ้ มลู ของหมกึ แต่ละชนิดท่ีเรารู้จกั กันดหี รือว่าไม่คอ่ ย
ไดย้ นิ ไม่รจู้ กั กจ็ ะทาใหร้ ู้จกั พวกมนั มากขน้ึ วา่ หมึกแตล่ ะชนิดมลี กั ษณะอยา่ งไร มีประโยชนแ์ ละข้อเสียอยา่ งไร
ในการเรียบเรยี งรายงานเรือ่ ง หมกึ เล่มนีข้ น้ึ เพื่อใหผ้ ทู้ ไ่ี ดอ้ า่ นและได้รับความรจู้ ากขอ้ มลู เหลา่ น้ี ได้
รจู้ กั และเข้าใจเร่ืองของหมกึ มากขึ้น จะได้มคี วามรูต้ ดิ ตวั และสามารถนาขอ้ มลู เหลา่ นไ้ี ปศกึ ษาต่อได้ถา้ ผู้นัน้ มีความ
สนใจในเรอ่ื งนีห้ รือว่านาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั กไ็ ด้
อย่างไรกต็ าม การได้อ่านหรอื ศึกษารายงานเร่ือง หมึก นจ้ี ะให้ประสบความสาเรจ็ จาเป็นตอ้ งศกึ ษา
เพิ่มเติมจากแหล่งขอ้ มลู อ่ืนๆประกอบด้วย หรอื ใหผ้ ู้อ่านหรอื ผทู้ ่สี นใจไดพ้ บเหน็ กับของจริงก็จะยงิ่ เพม่ิ พนู
ประสบการณ์การเรยี นรูไ้ ด้มากยง่ิ ข้ึนไปอีก
ผู้เรยี บเรยี งหวังเปน็ อยา่ งย่ิงว่า รายงานเรือ่ งหมึกเล่มนี้ จะชว่ ยอานวยความสะดวกของผอู้ า่ นในการ
ได้รับความรู้ สาระ ข้อมลู ตา่ งๆ และสามารถนาความร้ทู ไี่ ดร้ บั มาใช้เปน็ ประโยชน์ในการดาเนนิ ชีวิตได้เป็นอยา่ งนี้
ถ้าผดิ พลาดประการใดผ้เู รยี บเรียงก็ขออภยั ไว้ ณ ทีน่ ้ีดว้ ย
ผูเ้ รียบเรียง
สำรบญั
ชนดิ ของหมึก ๑
- หมึกกลว้ ย ๒
- หมึกกระดอง ๕
- หมึกสาย ๘
- หมกึ ยักษ์ ๑๑
ประโยชนข์ องหมึก ๑๔
ปลาหมึกเพ่มิ ไขมันดี ลดไขมนั เลว ๑๔
ปลาหมกึ ลดความดันโลหติ ๑๕
ปลาหมึกสมานแผล ๑๕
ควำมปลอดภยั ในกำรบรโิ ภคปลำหมกึ ๑๖
อำหำรจำกหมกึ ๑๗
๑
หมกึ ไทย
หมึกเปน็ สตั ว์ทีไ่ มม่ กี ระดูกสันหลงั บางชนดิ มีขนาดใหญ่ เคลอ่ื นที่ได้รวดเร็วและวอ่ งไว มีหนวดรอบปาก
ประมาณ ๔-๕ คู่ บนหนวดมปี ุม่ ดดู เรยี งเป็นแถวมีหน้าทจี่ ับเหยอื่ ป้อนเขา้ ปาก หมึกสว่ นใหญ่มกี ระดกู หรอื เปลือก
อยู่ภายในเพอ่ื ใชป้ ระโยชนใ์ นการทนุ่ หรอื พยุงร่างกาย ซง่ึ เรียกวา่ ล้นิ ทะเล ยงั มีบางชนดิ ทไ่ี ม่มีกระดกู แตม่ กี ระดกู
ออ่ นทดแทนเพอ่ื ใชใ้ นการพยงุ โครงสรา้ งร่างกาย คาว่า Cephalopoda ซงึ่ เป็นช่ือช้นั ที่ใช้เรยี กหมกึ มาจากภาษา
กรกี แปลรวมกนั ว่า สตั วห์ วั -เทา้ (head-footed animals) เนือ่ งจากหมกึ เป็นสัตวท์ ีไ่ ม่มแี ขนขา เพยี งแตม่ ีรยางค์
ย่ืนออกจากจากรอบๆบริเวณปากเรียกว่า หนวด เท่านน้ั เอง
หมกึ ววิ ฒั นาการมาจากมอลลสั กา ในปลายยคุ แคมเบยี น หรือราว ๕๐๐ ลา้ นปีก่อน แตก่ ระนนั้ หมกึ และ
หอยในยุคปจั จบุ นั นีก้ ย็ งั มรี ะบบทางร่างกายหลายอยา่ งเหมอื นกนั กล่าวคอื ระบบทางเดนิ อาหาร ปาก ฟนั และ
กล้ามเน้อื แบบแมนเทิล หมึกมีความสาคญั ตอ่ มนุษย์ในแงข่ องการใชเ้ ป็นอาหารมาชา้ นาน ในแทบทกุ วฒั นธรรม
หมึกถือเป็นสัตว์ทะเลทใี่ ชป้ รงุ เปน็ อาหาร ซ่งึ สามรถสามารถปรุงสดและตากแห้งได้
ชนดิ ของหมึก แบง่ ออกเป็น ๔ ชนิด
๑. หมกึ กลว้ ย
๒. หมึกกระดอง
๓. หมกึ สำย
๔. หมกึ ยักษ์
๒
๑.หมึกกล้วย
(อังกฤษ: Squid) เป็นมอลลสั กาประเภทหมึกอนั ดับหนึง่ ใช้ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ว่า Teuthida
หมึกกล้วย นบั เปน็ หมกึ ทม่ี นษุ ยค์ นุ้ เคยมากทส่ี ดุ เปน็ ทร่ี ู้จกั มากทส่ี ดุ หมกึ กลว้ ยมรี ปู รา่ งยาว ลาตวั กลม
มีระยางค์เหมอื นครบี เป็นรูปสามเหลีย่ มอยทู่ างดา้ นซ้ายและด้านขวา มีหนวดทงั้ ๑๐ หนวด และจะมอี ยูค่ หู่ นงึ่ ท่ี
ยาวกวา่ หนวดอน่ื ๆ ใชส้ าหรบั ชว่ ยเพ่อื ไม่ให้อาหารหลดุ ไปกอ่ นที่จะกัดกินเขา้ ปาก
หมึกกลว้ ย เปน็ หมึกทม่ี รี ูปร่างเพรียวยาว ภายในลาตวั มีแคลเซียมแข็งลกั ษณะโปร่งใส เรียกวา่ เพน (Pen)
ท่มี ขี นาดเล็กและบางกว่าลน้ิ ทะเลทเ่ี ปน็ แคลเซียมแข็ง เชน่ เดียวกันในกลุม่ หมกึ กระดอง
หมึกกลว้ ย เปน็ หมกึ ทมี่ ีพฤตกิ รรมอยู่รวมกนั เป็นฝูงใหญ่มักวา่ ยและหากินอยูบ่ ริเวณกลางน้า และจบั สตั วน์ ้า
ทัว่ ไปกินเป็นอาหาร รวมถึงแม้กระท่ังหมึกพวกเดียวกันเองก็ตาม การว่ายนา้ ของหมึกกล้วยนน้ั เปน็ ไปได้
อยา่ งคลอ่ งแคลว่ และรวดเร็ว เนอ่ื งจากมีท่อสาหรับดดู นา้ ทะเลที่มีออกซเิ จนเข้าไปใชใ้ นการหายใจ และใชเ้ ปน็ ท่ี
พ่นนา้ ออกมาโดยใชห้ ลกั การเดียวกบั เครื่องยนต์เจท็ ซึ่งหากหมึกกล้วยพน่ นา้ ออกจากทอ่ นา้ นีด้ ้วยความแรง
ก็สามารถจะเป็นแรงผลกั ดนั ในการเคล่ือนทใ่ี หล้ าตวั พงุ่ ไปในทางตรงกนั ขา้ มไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
หมึกกล้วย เป็นสตั ว์ที่เปลย่ี นสลี าตัวไดอ้ ย่างรวดเร็วมาก โดยใช้การบีบรดั ของเม็ดสี ตั้งแต่สีแดง นา้ เงิน
และเขียว โดยทว่ั ไปแล้วหมึกกลว้ ยเม่อื อยใู่ นทะเลจะมีลาตวั สีนา้ เงนิ เพ่ือให้กลมกลืนไปกับสภาพของน้าทะเล
แตเ่ มอื่ ถกู จบั ขนึ้ มาแล้วหรอื ขนึ้ มาใกลๆ้ กับผวิ น้าจะเปลี่ยนสีตวั เองเป็นสีแดงเขม้ อนั เนื่องจากในทอ้ งทะเล
สเปคตรัมจากแสงอาทิตยเ์ ม่ือผา่ นทะลไุ ปยังท้องทะเลแสงสีแดงจะเปน็ สแี รกทถี่ ูกดดู กลนื หายไป ดังนนั้ ด้วย
ทัศนวสิ ยั การมองเหน็ รวมทงั้ สายตาของมนุษยด์ ้วย จึงจะเหน็ สภาพทัว่ ไปของท้องทะเลเป็นสีนา้ เงินครามหรือ
สมี ว่ งเขม้
๓
หมึกกล้วย ใชว้ ิธกี ารปอ้ งกนั ตวั ด้วยการพน่ หมึก ซ่งึ เป็นของเหลวสีดาคล้าซงึ่ ประกอบด้วยเมลามีนและ
สารเคมปี ระเภทอน่ื ๆใช้สาหรบั การหลบหนี โดยการพน่ หมึกของหมกึ กล้วยนนั้ สว่ นมากจะใชว้ ิธกี ารพ่นแบบกลุ่ม
ก้อนหมึกให้เปน็ กลุ่มใหญ่ และตัวหมกึ จะซ่อนตวั อยใู่ นนัน้ อันเนอื่ งจากหมกึ กล้วยเปน็ หมึกทว่ี ่ายนา้ อยู่ใน
ระดับกลางนา้ รวมถึงสรรี ะทม่ี ีแกนแข็งอย่ภู ายใน จงึ ไมส่ ามารถหาท่หี ลบซอ่ นหรือเข้าไปซ่อนในที่กาบังตา่ งๆภายใน
นา้ ได้เหมือนหมึกสาย
นอกจำกน้แี ล้ว หมึกกลว้ ยยังเป็นสัตว์ท่ไี ม่มปี ระสาทรับรู้ความเจบ็ ปวด ดังน้ันแม้จะถกู ตะขอของ
ชาวประมงเกยี่ วขนึ้ มากไ็ ม่รับรู้ถงึ ความเจบ็ ปวดหากไมไ่ ปถูกอวยั วะสาคญั แล้ว เม่ือหมกึ กลว้ ยสมารถหลุดออกมา
หรอื ถกู ปลอ่ ยลงน้ากส็ ามารถว่ายนา้ ต่อไปไดอ้ ีกเหมือนไมม่ ีอะไรเกิดขนึ้ หมกึ กลว้ ยมพี ฤติกรรมการผสมพนั ธ์ทุ ไ่ี ม่
เหมอื นกับสัตว์ชนดิ อ่ืนใด เม่ือจับคผู่ สมพนั ธก์ุ ันแลว้ จะไมส่ นใจสงิ่ ใดๆเลย แม้กระทง่ั สิ่งนน้ั จะเป็นอนั ตรายกับตัวเอง
กต็ าม ตวั ผูจ้ ะจอ้ งดูตัวเมียแลว้ พุ่งตวั เข้ากอดรดั โดยใชห้ นวดมัดจนตัวเมยี ดิน้ ไม่หลุด ขณะเดียวกนั สผี ิวของตัวผจู้ ะ
เปล่ียนเปน็ สมี ว่ งเข้มแล้วเปลี่ยนเปน็ สีแดงจากน้ันตัวผู้กจ็ ะปล่อยน้าเชอ้ื เข้าไปในตวั เมยี หลังจากนน้ั ตวั ผ้แู ละตวั เมีย
กแ็ ยกยา้ ยจากกนั โดยอาจจะไม่มโี อกาสพบกันอกี เลย สว่ นตวั เมยี ก็จะเริม่ วางไขต่ ามก้อนหนิ ไข่ทว่ี างไว้กจ็ ะมี
ลกั ษณะเปน็ วุ้นเหนยี วแขง็ ห่อหมุ้ ไข่ไว้ ตัวเมียวางไข่ครั้งละประมาณ ๑๕๐๐ ฟอง และจะปล่อยใหล้ ูกหมึกฟัง
ออกมาเป็นตวั ตามธรรมชาติโดยไมไ่ ดม้ ีการดูแล หลังจากวางไขแ่ ล้วหมกึ ตัวเมยี จะมสี ภาพร่างกายท่ีออ่ นเพลียและ
จะลม้ ตายลง ซงึ่ ในบางคร้งั จะตายลงพรอ้ มๆกนั เป็นจานวนมากจนเสมือนเปน็ สุสานของหมึกกลว้ ยใตท้ ะเลเลยกว็ า่
ได้
๔
หมึกกล้วย มักจะออกหากินและจับคู่ในเวลากลางคืน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในคนื ทีว่ ันพระจนั ทรเ์ ตม็ ดวง
ทีม่ นี า้ ขนึ้ ดงั น้ันชาวประมงจงึ มกั หาหมกึ กลว้ ยในเวลานโ้ี ดยใช้แสงไฟเป็นตวั ล่อ
นอกจำกนี้ หมกึ กล้วยยังถือได้ว่าเป็นสตั ว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังทม่ี ขี นาดใหญท่ สี่ ดุ ในโลกอีกดว้ ย โดย
หมกึ กลว้ ยชนิดที่มีขนาดใหญท่ ่ีสุดในโลกคือ หมึกมหมึ า หรือ หมึกโคลอสซัล ที่อาศยั อย่ใู นระดบั ความลกึ ถงึ
๒๐๐๐ เมตร เปน็ หมกึ ทย่ี ังไมเ่ ป็นทที่ ราบกนั ถึงพฤตกิ รรมและขอ้ มูลต่างๆมากนักในทางวิทยาศาสตร์มคี วามยาวได้
ถึง ๑๔ เมตร รวมถงึ หมึกยกั ษท์ ่ีก็เหมอื นกบั หมึกมหึมาเชน่ กนั จนกลายมาเปน็ เร่อื งเลา่ หรอื ตานานตา่ งๆของสัตว์
ประหลาดขนาดยกั ษ์ใตท้ อ้ งทะเล เชน่ คราเคนหรอื ปรากฏในวฒั นธรรมรว่ มสมัยประเภทต่างๆ เช่น ภาพยนตร์
หรอื นวนยิ ายวทิ ยาศาสตร์ เชน่ Twenty Thousand Leagues Under The Sea ทีเ่ รือดาน้านอติลุสถูกโจมตโี ดย
ฝูงหมกึ ยกั ษแ์ ห่งมหาสมุทรแอตแลนติก
หมึกกล้วย ที่มีขนาดใหญท่ ีเ่ ป็นทร่ี ู้จกั กนั ดี เช่น หมกึ ฮัมโบลด์ แหง่ มหาสมทุ รแอตแลนตกิ หรอื
หมกึ ไดมอนด์ แห่งมหาสมทุ รแปซฟิ กิ ก็เป็นหมกึ ทม่ี ีขนาดใหญ่ชนดิ หน่ึง โดยตวั โตเตม็ ท่ีอาจยาวได้ถงึ ๙ ฟตุ หรอื
๑ เมตร และมีน้าหนกั ได้ถงึ ๒๕ กโิ ลกรมั เปน็ หมกึ นา้ ลกึ ที่อาศัยอยใู่ นระดบั ความลกึ ถึง ๒๐๐ เมตร ซึ่งหมกึ ทง้ั สอง
ประเภทนเ้ี ป็นหมึกทีม่ ักถูกจบั ในทางประมงมีรสชาติดีและมรี าคาซ้ือขายกันสงู
๕
๒. หมกึ กระดอง นัน้ มรี ูปรา่ งคล้ายกับหมกึ กล้วย แตม่ ีรูปร่างท่กี ลมปอ้ มกวา่ อันเปน็ สงิ่ แตกตา่ งออกไป
อยา่ งเหน็ ไดช้ ัดเจน ภายในโครงสร้างรา่ งกายในเปน็ แผน่ หนิ ปนู รูปกระสวยสอดอยู่กลางหลังเรียกว่า ลนิ้ ทะเล
แผ่นหินปูนน้มี ชี ่องว่างภายในมีของเหลวและแกส๊ บรรจุอยชู่ ว่ ยในการลอยตัวไดเ้ ป็นอย่างดีมหี นวดท้งั ส้ิน ๑๐ หนวด
เหมอื นกับหมกึ กล้วย มีหนวด ๒ เส้น ใช้สาหรับจับเหยอื่ เช่นเดยี วกบั หมกึ กลว้ ย แต่ปลายหนวดไมไ่ ดแ้ ผแ่ บน
ออกกวา้ งและสามารถหดเข้าไปในกระเปาะได้
โดยสว่ นมำกแล้ว หมกึ กระดอง จะเปน็ หมกึ ที่อาศัยอยเู่ ปน็ คูม่ ากกว่าหรอื อยู่ตามลาพงั ตัวเดียว
ไม่ไดอ้ ยู่รวมกนั เปน็ ฝงู ใหญเ่ หมือนหมกึ กลว้ ยและอาศัยอยู่ตามโพรงหนิ ใต้น้าใกลก้ บั พนื้ นา้ ว่ายน้าด้วยการลอยตวั
แล้วใชแ้ ผ่นบางใสเหมอื นครบี ขา้ งลาตัวพล้ิวไปมา ผิดกบั หมึกจาพวกอน่ื ๆ ซ่งึ ครีบนี้จะไมเ่ ชอ่ื มต่อกับตอนทา้ ยของ
ลาตัว และมกั เป็นหมกึ ที่ไมเ่ กรงกลวั มนษุ ย์จงึ เปน็ หมึกท่ชี ่นื ชอบของนักประดาน้าและนกั ถา่ ยภาพใต้นา้ รวมถึง
บางคร้งั จะนอนหรือฝงั ตวั อยู่ในทรายหรอื กรวดตามหน้าดินดว้ ย
๖
หมกึ กระดอง สามารถเปลี่ยนสีได้อยา่ งรวดเร็วเช่นเดยี วกบั หมกึ จาพวกอ่ืนๆ แตก่ ารเปลี่ยนแปลงสขี อง
หมกึ กระดองจะต่างไปจากหมกึ กล้วย คือ มกั จะปรบั สีสนั บนลาตวั ให้มีสสี นั และลวดลายกลมกลืนเปน็ สนี ้าตาลเขา้
กบั สง่ิ แวดลอ้ มรอบขา้ งทอี่ าศัยอยู่ ในขณะเดยี วกนั สสี ันบนลาตัวก็สามารถจะปรับเปล่ียนไปตามอารมณค์ วามรูส้ ึก
เช่น ตอนที่กาลงั เกี้ยวพาราสีกนั กจ็ ะปรบั เปล่ียนสสี ันบนลาตัวไปตามอารมณด์ ้วย
หมกึ กระดอง โดยท่ัวไปจะมขี นาดประมาณ ๑๕-๒๕ เซนติเมตร (๕.๙-๙.๘ น้วิ ) โดยชนิดท่ีมีขนาดใหญ่
ทีส่ ดุ คือ หมึกกระดองยกั ษ์ออสเตรเลยี มีความยาวลาตวั ได้ถึง ๕๐ เซนตเิ มตร (๒๐ ) และมีน้าหนักมากกวา่ ๑๐.๕
กิโลกรมั (๒๓ นิ้ว)
วงจรชีวิตของของหมกึ กระดองนัน้ ไมย่ นื ยาวเชน่ เดียวกับหมกึ ประเภทอนื่ โดยหมึกตัวเมียจะมอี ายรุ าว
๒๔๐ วัน หลงั จากเติบโตเต็มทแี่ ลว้ ผสมพนั ธแุ์ ละวางไข่จากน้นั หมึกตัวเมยี กจ็ ะตายลง ในขณะท่หี มกึ ตัวผจู้ ะมอี ายุ
ยาวนานกวา่ การเกี้ยวพาราสีของหมกึ กระดองน้นั จะเร่ิมขนึ้ จากหมึกตวั ผ้แู ละหมกึ ตวั เมยี วา่ ยจับคู่คลอเคลยี กัน
โดยหมกึ ตัวเมยี จะมองหาทาเลท่เี หมาะกบั การวางไข่ ซ่ึงอาจจะเปน็ โพรงหรอื ซอก หลบื ปะการังหรอื อาจจะเป็น
ตามแผน่ กัลปังหาทเี่ รียงรายทบั ซอ้ นกนั คลา้ ยเป็นทกี่ าบังอย่างดี หมึกตวั ผแู้ ละหมกึ ตัวเมยี กจ็ ะว่ายคลอเคลยี เคยี งคู่
กนั ไปมาชา้ ๆคล้ายกับการเตน้ ลลี าศ สสี นั และลวดลายบนลาตัวจะปรับเปลี่ยนไปมาอยา่ งรวดเร็วราวกบั แสงนอี อน
เป็นการบง่ บอกอารมณข์ องท้ังคู่ เม่อื ถงึ การผสมพันธุ์ทัง้ คกู่ ็จะวา่ ยนา้ หันหนา้ แนบชดิ กนั แล้วใชห้ นวดโอบกอดสอด
ประสาน หมึกกระดองตวั ผ้จู ะใชห้ นวดยาวคพู่ ิเศษล้วงเอาถุงสเปริ ม์ ในลาตัวสอดเข้าไปเกบ็ ไว้ในลาตัวของหมกึ
กระดองตัวเมยี เพอ่ื ผสมกบั ไข่ ท้ังคจู่ ะจับคกู่ ันราว ๑ สัปดาห์ หลังจากนั้นหมึกตวั เมยี จะเร่มิ วางไข่ โดยใช้หนวดนา
ไข่ทีไ่ ดร้ บั การผสมแล้วจากภายนอกออกมา ค่อยๆบรรจงยืน่ ไปวางตดิ ไวใ้ นโพรงที่เตรียมไวท้ ีละฟอง จานวนไข่ท่ี
วางคร้ังนึงอาจจะมีมากมายนบั พนั ฟอง ซึ่งต้องใชค้ วามพยายามอย่างทมุ่ เทเปน็ เวลายาวนานหลายวัน ในขณะท่ี
หมึกตวั ผ้กู ็จะคอยวา่ ยคลอเคลยี ไมจ่ ากไปไหนเพ่อื คอยป้องกนั ภยั ให้ และปอ้ งกนั ไมใ่ ห้หมึกตวั ผ้อู ่นื ๆทยี่ งั หาคู่ไม่
ได้มาก่อกวน ขณะทห่ี มึกกระดองตัวเมียหลงั จากการวางไข่แลว้ จะวนเวยี นเฝา้ ไข่อยแู่ ถวนัน้ จนร่างกายออ่ นเพลยี
เรยี่ วแรงลดน้อยถอยลงไปทลี ะน้อยๆนา้ หนกั ตวั จะค่อยๆลดลงเร่อื ยๆและตายลงไปในทส่ี ุด โดยทไี่ ขข่ องหมกึ
กระดองเมื่อฟกั ออกมาลกู หมกึ วัยละอ่อนจะมีรปู รา่ งเหมือนกับหมึกกระดองในวยั โตแต่มขี นาดเล็กกว่า และใช้ชวี ิต
เป็นแพลงก์ตอนโดยไม่ได้รับการเล้ยี งดจู ากพอ่ แม่เชน่ เดยี วกบั หมกึ ประเภทอ่ืนๆ
๗
๘
๓. หมกึ สำย จะมีความแตกตา่ งไปจากหมกึ กล้วยหรือหมึกกระดองอย่างเห็นได้ชดั โดยท่ีหมกึ สายจะมี
ส่วนหัวท่ีกลมยาวคล้ายลกู โป่ง หนวดมีทัง้ หมด ๘ เส้น และไมม่ ีหนวดเสน้ ยาว ๒ เสน้ สาหรับจบั เหยื่อแบบหมึก
กล้วย ไมม่ ีครบี ขา้ งตัว แต่จะมีพังผืดเชอื่ มตอ่ กนั ระหวา่ งหนวดแต่ละเส้น ในโครงสรา้ งของหมึกสายจะไมม่ ี
แคลเซียมแข็งเป็นแกนกลางลาตัวเหมอื นหมึกกลว้ ยหรือหมกึ กระดอง ซึง่ ทาให้รา่ งกายของหมกึ สายนนั้ ยืดหยุ่นตัว
ได้สูงหมึกสายจึงสามารถคืบคลานไปตามทอ้ งทะเลได้อยา่ งคล่องแคล่ว ในธรรมชาตหิ มกึ สายเป็นหมึกท่อี าศยั อยู่
ตามลาพงั ไมเ่ ป็นฝูงเหมือนหมกึ กล้วยหรอื เปน็ คู่เหมอื นหมกึ กระดอง โดยหลบซอ่ นตวั อยตู่ ามรหู รือโพรงใต้นา้
นอกจากนแี้ ล้ว รา่ งกายของหมึกสายนน้ั สามารถรอดรเู ล็กๆไดอ้ ย่างสบาย รทู ี่มีความกว้างเพยี งไมก่ เี่ ซนติเมตรได้
จากการทดลองทางวทิ ยาสาสตร์ พบวา่ หมึกสายสามารถรอดรเู ลก็ ๆได้ ดว้ ยการใช้หนวดวดั ขนาดความกว้างของรู
ก่อนก่อนที่ จะใช้หนวดทัง้ หมดค่อยๆมุดรอดรไุ ปและสว่ นหวั น้นั จะเป็นสว่ นสดุ ท้ายทม่ี ดุ รอดออกไปได้ แต่หมกึ สาย
ก็ไมส่ ามารถรอดรทู ่มี ีความกวา้ งเพียง ๑.๕ นว้ิ ได้ ซ่ึงเป็นความกวา้ งที่นอ้ ยกว่าความกว้างระหวา่ งดวงตาท้ังคูข่ อง
หมกึ สายทีจ่ ะมกี ระดูกชิ้นเล้กๆระหวา่ งนัน้ อกี ท้งั หมกึ สายยังสามารถทจ่ี ะคลืบคลานไปมาบนบกไดโ้ ดยอยู่ไดโ้ ดย
ปราศจากนา้ ได้นานถึง ๑ ชั่งโมง
๙
หมกึ สำย มหี ัวใจทั้งหมด ๓ ดวง และมสี มองแยกออกจากกนั อย่ใู นโคนหนวดแต่ละหนวดถึง ๙ สมอง
หนวดของหมกึ สายนั้นมปี ระสาทสมั ผัสและปมุ่ ดูดเรยี งตวั กัน ๑-๒ แถว ประกอบด้วยกล้ามเน้ือเปน็ จานวนมาก ใน
ตัวผเู้ มือ่ ถงึ วยั เจริญพันธ์ุจะเปล่ยี นไปเป็นอวัยวะสืบพันธ์ุ โดยเกดิ เป็นลิน้ นาถุงน้าเช้อื เข้าไปผสมกับไขข่ องตัวเมีย ซ่ึง
หนวดเสน้ นี้ของตัวผู้ในตอนปลายจะไมม่ ปี มุ่ ดูดอันเปน็ ลักษณะท่แี สดงใหเ้ ห็นถึงความแตกต่างระหว่างเพศของ
หมึกสาย หมึกสายพบแล้วทง้ั หมดมากกว่า ๑๐๐๐ ชนิด เป็นสัตวท์ ่ีถือกาเนดิ มาอย่างยาวนานมาแล้วถงึ ๕๕๐-
๖๐๐ ล้านปีก่อน ทั้งหมดอาศยั อยู่ในทะเลกระจายพันธุ์ไปในทอ้ งทตี่ ่างๆทั่วโลก หมกึ สายเปน็ สัตว์ทอ่ี าศยั อยตู่ าม
พนื้ ทะเลเป็นหลกั เชน่ แนวปะการัง บางชนดิ พบในเหวลกึ กวา่ ๕๐๐๐ เมตร โดยกนิ ครัสเตเชียนเป็นอาหารหลัก
เช่น กงุ้ หรือปู กระนั้นหมกึ สายกย็ ังตกเป็นอาหารของสัตว์ท่มี ีขนาดใหญก่ วา่ ได้ เช่น ปลากะรัง หมกึ สายมวี ธิ ีการ
ป้องกันตวั เองทีห่ ลากหลาย โดยสามารถเปลี่ยนสีผวิ ลาตัวไดอ้ ย่างรวดเร็ว ในบางชนดิ ผวิ หนังสามารถท่ีจะมตี ิ่งหรือ
ตมุ่ ผุดขึน้ มาเลยี นแบบสภาพของพนื้ ผิวทะเลได้ดว้ ยหรอื ในบางชนดิ ก็สามารถพรางตวั เลียนแบบสตั วช์ นิดอ่นื ๆได้
อย่างหลากหลาย เชน่ ปลาลน้ิ หมา หรอื งสู มิงทะเลรวมถึงการพ่นหมึก ซึง่ เป็นสารประกอบเมลามีนและสารเคมี
อนื่ ๆออกมาเหมือนกับหมึกทว่ั ๆไป หมึกของหมึกสายน้ันจะพ่นในลกั ษณะทแ่ี ตกตา่ งไปจากหมึกกลว้ ย กลา่ วคอื
หมึกสายจะพ่นในลักษณะแบบมา่ นบงั ตาเพื่อไม่ใหศ้ ัตรเู หน็ แลว้ หมึกสายกจ็ ะพงุ่ ตวั หนไี ปหลบซอ่ นในโพรง แต่กบั
หมกึ กล้วยซงึ่ เปน็ หมกึ ที่ว่ายน้าอยู่กลางน้าไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว หมกึ กล้วยจะพ่นหมกึ ออกมาในลกั ษณะของกลมุ่ หมึก
และซอ่ นตัวเองในกลุม่ หมึกนน้ั เพราะไมส่ ามารถหาท่ีหลบซ่อนได้เหมือนหมึกสาย
๑๐
หมึกสำย เปน็ สตั ว์ทมี่ คี วามฉลาดมากจนเช่อื ไดว้ า่ เปน็ สตั วไ์ มม่ ีกระดูกสันหลงั ท่มี คี วามเฉลียวฉลาด
ที่สดุ ในโลก จากการทดลองของนกั วิทยาศาสตรพ์ บว่า หมกึ สายสามารถทจ่ี ะเรียนรกู้ ารเปิดฝาขวดเพื่อจับอาหารได้
ซงึ่ เปน็ พฤตกิ รรมมาจากการเรยี นรูม้ ิใชส่ ญั ชาตญาณ รวมถึงสามารถจดจาช่องทางทจี่ ะหลบหนอี อกจากทคี่ ุมขงั ได้
ด้วย นอกจากน้ีแล้วชาวประมงทจ่ี บั หมึกสายมาอย่างยาวนานยังรายงานว่า หมึกสายยงั มุดเขา้ ไปในกรงท่เี ขาวาง
ล่อเพอ่ื จับเหย่ือกนิ เป็นอาหารในหลายๆกรง โดยใช้หนวดหนบี ชิ้นปลาซาร์ดนี ตดิ ตัวไปหลายชน้ิ กอ่ นท่จี ะเอาเขา้ ไป
กนิ อย่างสบายอารมณใ์ นกรงๆหน่งึ อีกทั้งหมกึ สานในธรรมชาติยังเรยี นรทู้ ี่จะมุดเข้าไปในกรงเพ่อื จับลอ็ บเตอรห์ รอื
กุ้งมงั กรเพื่อท่ีจะจับกนิ เปน็ อาหารได้ดว้ ย แม้ลอ็ บเตอรจ์ ะหาทางออกไมไ่ ดแ้ ต่หมึกสายกส็ ามารถที่จะมดุ หนีออกมา
ไดอ้ ย่างไม่มีปัญหาใดๆ
หมึกสำย เป็นสัตวท์ ี่มีวงจรชวี ติ สน้ั บางชนดิ มอี ายุแค่ ๖ เดือน หรอื ๑ ปี บางชนิดทีม่ ีขนาดใหญ่
อาจมชี ว่ งอายุถงึ ๕ ปี การตายของหมกึ สายส่วนใหญ่เกิดขน้ึ หลงั จากผสมพันธ์กุ ันแล้ว หมึกสายตัวผู้จะตายลง
ขณะทห่ี มกึ สายตวั เมียจะยงั มีชวี ิตอยตู่ อ่ ไปได้อกี ราว ๖ เดอื น เพอื่ ทจ่ี ะดูแลไข่ของตัวเองโดยทีห่ มกึ ตัวเมียจะเปน็
ฝ่ายดูแลไข่ท่ีวางเรียงตัวไวใ้ นโพรงหรือผนงั ถ้า โดยท่ใี ช้หนวดพดั พาน้าใหไ้ หลผ่านเพื่อรบั ออกซเิ จนดว้ ยตลอด
ระยะเวลานี้หมึกสายตัวเมยี จะไมย่ อมกนิ อะไรเลย และจะไม่ยอมอยหู่ ่างจากไขจ่ นกระทั่งไข่ฟักออกมาเป็นตวั หมึก
สายแล้วหมกึ สายตัวเมียกจ็ ะตายลงไป
๑๑
๔. หมึกยกั ษ์ ถงึ แมว้ า่ ไม่ใชป่ ลา แต่ความมายในพจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน ๒๕๒๕ ให้
ความหมายวา่ ชือ่ สัตวน์ า้ ไมม่ กี ระดองสันหลงั ทมี่ ีขาซึง่ เรยี กวา่ หนวดอยทู่ บี่ ริเวณหวั อาศัยอยใู่ นทะเลมถี ุงบรรจนุ า้ สี
ดาอย่างหมึกสาหรบั พ่นเพอ่ื พรางตวั มหี ลายสกลุ .....และหมกึ ก็เรียก
แต่เมอื่ กล่าวถึงสัตวน์ ้าชนิดนโ้ี ดยท่วั ไปแล้วไมค่ วรตัดคาเรยี กเพยี งแคห่ มึก เพราะอาจจะทาให้
เข้าใจผิดไมส่ ือ่ ถึงสัตวช์ นิดนี้ความหมายอาจกลายเป็นอื่นได้ แตน่ า่ จะใช้ไดเ้ ม่ือมีชนดิ ของปลาหมึกมาต่อทา้ ยคา
เช่น หมกึ กล้วย หมกึ กระดอง หมกึ สาย เปน็ ตน้ ในนวนิยายต่างประเทศท่กี ล่าวถงึ สัตวร์ ้ายขนาดใหญจ่ ากท้องทะเล
ต่างๆนน้ั ได้แต่งให้ปลาหมึกยกั ษเ์ ป็นผรู้ ้ายอยู่เสมอมาช้านานแลว้ นวนิยายคลาสสคิ เรื่องทมี่ ีช่ือเสียงรจู้ กั กนั ทั่วโลก
และไดส้ รา้ งภาพยนตรด์ ้วยคอื เรื่อง ใต้ทะเลสองหมืน่ โยชน์ ของ Jules Verne ใน ค.ศ. ๑๘๗๐ ซง่ึ Walt Disneys
ไดส้ ร้างเปน็ ภาพยนตร์เมือ่ ปี ค.ศ. ๑๙๕๔ นอกจากนยี้ ังมเี รือ่ ง Moby Dick ของ Herman Melville และยังมอี ยู่
เร่อื ยๆอีกหลายเร่อื งตลอดจนมาถงึ The Beast ของ Peter Benchley ที่กล่าววา่ สัตวร์ า้ ยขนาดใหญจ่ ากทะเล
เปน็ พวกปลาหมึกขนาดยาวถึง ๑๐๐ ฟุต ครอบครองทะเลแถบเบอรม์ ิวดากนิ คนเปน็ อาหารกลางวนั จานวนมาก
โดยปลาหมึกมกั จะถกู กลา่ วหาหรือถกู อุปโลกนเ์ ปน็ สตั ว์รา้ ยจากทะเลก็เนอื่ งมาจากขนาดท่ใี หญ่โตทีไ่ ดม้ ีผูพ้ บเหน็
แตโ่ ดยทั่วไปแล้วปลาหมกึ ที่มนุษย์ใชบ้ ริโภคจะมขี นาดไมใ่ หญม่ ากนกั ปลาหมกึ จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกบั หอยเปน็ พวก
Mollusks แต่ปลาหมึกจดั อยูใ่ น Class Cephalopoda ประกอบดว้ ยกลมุ่ หมกึ ตา่ งๆได้แก่ กลุม่ ปลาหมกึ กลว้ ย
กลุ่มปลาหมกึ กระดอง กลุ่มปลาหมกึ สาย และหอยงวงช้าง เป็นตน้ ปกติปลาหมึกจัดเปน็ สตั วน์ า้ ทมี่ กี าร
เจริญเตบิ โตเร็ว อายุสั้น ขนาดจะมตี ั้งแตข่ นาดเล็ก ๑ เซนตเิ มตร ไดแ้ ก่ ปลาหมกึ แคระ ซ่ึงขนิดทีพ่ บในประเทศไทย
เลก็ ที่สุดในโลกคอื ldiosepius thailanddicus Chotiyaputta, Okutani and Chaitiamvong, ๑๙๙๑ จนถึง
ขนาดใหญถ่ งึ ๒๐ เมตร คอื Architeuthis spp. (Giant squid) ซึ่งมขี นาดใหญท่ ่ีสุดในกลุ่มปลาหมึกรวมท้ังใน
บรรดาสตั วท์ ไี่ มม่ กี ระดกู สนั หลงั สาหรับกลุ่ม Squid จะมีลกั ษณะภายนอกประกอบดว้ ยส่วนสาคัญ ๖ ประการคือ
๑๒
๑.ลาตวั ทรงกระบอก มีอวยั วะอยู่ภายใน
๒.หัวส้นั มีตาขนาดใหญ่
๓.แขน ๘ อนั ประกอบดว้ ยปมุ่ ดูดหรอื ตะขอ
๔.ปาก ลอ้ มรอบด้วยแขน ประกอบดว้ ยจะงอยปากที่แขง็ แรง
๕.หนวดจบั ยาว ๑ คู่ สว่ นปลายมปี มุ่ ดูด
๖.ทอ่ นา้ ออกจากลาตัวอยู่ใตส้ ่วนหวั
ปลาหมกึ ยกั ษ์ Giant squid จดั อยู่ใน Family Architeuthidae Pfeffer, ๑๙๐๐ มเี พยี ง Genus เดียวคอื
Architeuthis Steenstrup, ๑๘๕๖ มาจากภาษากรีกมีความหมายว่า ruling or chief squid (Jappetus
Steenstrup ศึกษา Architeuthis dux เปน็ Type specimen) โดยมขี นาดใหญท่ ีส่ ดุ ถึงประมาณ ๒๐ เมตร
(overall length) น้าหนักประมาณ ๕๐๐ กโิ ลกรัม ท่พี บสว่ นใหญม่ ีขนาด ๑๐-๑๕ เมตร ปมุ่ ดูดบนแขนมีขนาด
เฉลย่ี ประมาณ ๒.๕ เซนตเิ มตร ซง่ึ ปุม่ ดดู อนั ใหญ่ท่สี ุดบนหนวดจบั มขี นาดถงึ ๕-๕.๕ เซนติเมตร ปลาหมกึ ยักษน์ ้มี กั
พบในลกั ษณะทตี่ ายแลว้ ถกู ซดั เกยฝัง่ หรอื พบชนิ้ ส่วนใหญใ่ นทอ้ งปลาวาฬพวก Sperm whale และจากอวนลาก
นา้ ลกึ
๑๓
สาหรับการแพรก่ ระจายพบทว่ั ไปรอบโลกคือ บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนอื ได้แก่ บริเวณประเทศนอรเ์ วย์
ไอซ์แลนด์ เดนมารก์ จากลาบราดอรถ์ งึ อา่ วเม็กซิโกในมหาสมทุ รแปซิฟกิ เหนือจากทะเลแบริงถงึ ญี่ป่นุ ฮาวาย
แคลฟิ อร์เนีย สาหรับทางมหาสมุทรซกี โลกใตจ้ ะพบบริเวณ อารเ์ จนตินา แอฟริกาใต้ ทาสมาเนีย และนิวซแี ลนด์
จะอยู่ในน้าลึก ๒๐๐-๑๐๐๐ เมตร การดารงชพี จดั เป็นแบบกึ่งผิวน้าและก่งึ กลางนา้ (Epipelagic and
Mesopelagic) ความรตู้ ่างๆเกยี่ วกับปลาหมึกยกั ษน์ จ้ี ะไดจ้ ากการศึกษาชน้ิ สว่ นซากของพวกมนั ทพ่ี บหรือจาก
อาหารทกี่ ินมนั เป็นอาหารและอน่ื ๆ โดยนักวิจยั ตา่ งๆไดเ้ รมิ่ ดาเนินการศกึ ษาอย่างจริงจังประมาณ ๒๐ ปีมานีเ้ อง
ลกั ษณะทั่วไป
สขี องปลาหมกึ ยักษ์ Architeuthis นม้ี สี ีแดงแก่จนถึงน้าตาลแดง จากเซลลเ์ มด็ สี (chromatophore) ท่ี
ผวิ หนงั มนั มคี วามสามารถในการเปลีย่ นสลี าตัวเกดิ จากการบงั คบั ดว้ ยกลา้ มเน้อื การทีต่ วั มสี ีแดงจะช่วยให้มนั
สามารถพรางตวั ไดด้ ใี นน้าลกึ เพราะสแี ดงในทีล่ กึ มากจะเปรยี บเสมือนสีดาในเวลากลางคนื บนบกนั่นเอง
๑๔
ประโยชนข์ องหมกึ
ปลำหมกึ เพิม่ ไขมนั ดี ลดไขมนั เลว
ภาวะไขมันคอเลสเตอรอลในเลอื ดสงู อาจเป็นอนั ตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และนาไปส่กู ารเกดิ โรคร้าย
ต่างๆตามมาได้ ปลาหมกึ เปน็ อาหารที่มีไขมันหลายชนิดโดยเฉพาะไขมนั คอเลสเตอรอล หลายคนจงี เกรงว่าการ
บริโภคปลาหมกึ อาจเส่ยี งทาใหม้ ีภาวะไขมันในเลือดสูงได้
แตจ่ ากการวจิ ัยในอดตี ท่ใี หผ้ ้ชู ายซ่ึงมรี ะดบั นา้ ตาลในเลอื ดอยูใ่ นเกณฑ์ปกติ ๑๘ คน บริโภคอาหารทะเลทีแ่ ตกตา่ ง
กนั ๖ ชนิด คอื ปลาหมกึ กลว้ ย กุ้ง หอยนางรม หอยแมลงภู่ และหอยกาบ พบว่าปลาหมกึ กล้วยและกงุ้ มไี ขมัน
คอเลสเตอรอลสงู กวา่ อาหารชนดิ อ่นื ในขณะทม่ี ีไขมันโอเมกา้ ๓ ตา่ กวา่ และไม่พบการเปล่ียนแปลงของระดบั
ไขมนั ในเลอื ดของผู้บรโิ ภค ยิง่ ไปกวา่ นัน้ ปลาหมึกกล้วย หอยแมลงภู่ และหอยนางรม ช่วยเพิ่มไขมัน
คอเลสเตอรอลชนดิ ทดี่ ี (HDL) ให้แกร่ ่างกาย ซึ่งไขมันชนดิ นีจ้ ะชว่ ยกาจดั คอเลสเตอรอลส่วนทเี่ กินออกไปด้วย
ส่วนอกี งานวจิ ยั ทศ่ี กึ ษาโดยให้หนทู ดลองบริโภคสารสกดั จากปลาหมึกกล้วยเป็นเวลา ๔ สปั ดาห์ ผลการทดลอง
พบว่า สารจากปลาหมกึ กล้วยมีประสทิ ธภิ าพในการลดระดับไขมันไตรกลเี ซอไรด์ลงประมาณ ๕๐ เปอรเ์ ซน็ ต์ และ
ลดไขมนั คอเลสเตอรอลลงประมาณ ๒๐ เปอรเ์ ซ็นต์ ในกลมุ่ หนทู ดลองบริโภคสารดงั กล่าวเมอื่ เทยี บกบั กล่มุ ที่ไม่ได้
บรโิ ภคสารนี้ โดยสารสกดั จากปลาหมึกช่วยลดการดูดซมึ กรดน้าดีในลาไส้เล็กและยบั ย้งั การสรา้ งไขมันในตบั ดว้ ย
อยา่ งไรก็ตาม แมป้ ลาหมึกอาจมไี ขมันชนดิ ทด่ี ีทชี่ ่วยลดระดับไขมนั ไมด่ ใี นร่างกายได้ แต่ยังคงต้องศึกษากลไกใน
การลดระดบั ไขมนั ในร่างกายจากการบรโิ ภคปลาหมกึ ใหช้ ัดเจนยงิ่ ขึน้ เพ่อื นาผลลพั ธ์ไปประยกุ ตใ์ ช้เป็นประโยชน์
ต่อสขุ ภาพได้จริงในอนาคต ดังน้ัน ขณะน้ีผู้บรโิ ภคควรรับประทานปลาหมึกในปรมิ าณทีพ่ อเหมาะ เพราะหาก
บริโภคปรมิ าณมากเกนิ ไปอาจเส่ียงมีไขมนั สะสมในรา่ งกายมากเกนิ ไป เพราะในปลาหมึกมไี ขมนั อมิ่ ตวั และไขมัน
ชนิดอ่ืนๆอยู่ด้วยเชน่ กัน
๑๕
ปลำหมกึ ลดควำมดันโลหติ สงู
ความดนั โลหิตสงู เป็นภาวะความดันเลอื ดภายในหลอดเลอื ดแดงสงู กว่าปกตติ ลอดเวลา หากไมไ่ ดร้ บั การรกั ษาอย่าง
เหมาะสมอาจทาใหเ้ กดิ ปญั หาสุขภาพรา้ ยแรงตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซ่งึ ภาวะนมี้ ักเกดขึน้
อย่างเรื้อรงั และไม่สามารถรกั ษาให้หายขาดไปได้ ดังนัน้ จงึ มงี านคน้ คว้ามากมายท่พี ยายามหาแนวทางการรักษา
ภาวะความดันโลหติ สูง
การรบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชนก์ เ็ ปน็ อกี แนวทางหนึง่ ทีเ่ ชือ่ ว่าอาจช่วยรักษาความดันโลหติ สูงได้ จงึ มีการ
ทดลองท่ีใช้อาหารตา่ งๆเพอ่ื หาประสิทธิผลในการลดระดับความดนั โลหิต ปลาหมกึ กเ็ ป็น ๑ ในอาหารทถี่ กู นามา
ทดลองดว้ ยเช่นกนั โดยมงี านวจิ ัยหนึ่งที่ให้หนูทดลองรบั ประทานโปรตนี ทม่ี ฤี ทธ์ิตา้ นเอนไซม์ ACE ซง่ึ สกัดได้จาก
ส่วนกล้ามเนือ้ ของปลาหมกึ กระดอง พบว่าสารดงั กลา่ วช่วยลดระดับความดันซิลโตลิกหรือความดนั ขณะหวั ใจบบี
ตวั ลงได้อยา่ งมีนยั สาคญั โดยผลลัพธ์นอ้ี าจเปน็ ประโยชนต์ ่อการพฒั นาการรกั ษาภาวะความดนั โลหติ สงู และปอ้ งกนั
โรครา้ ยต่างๆทีอ่ าจเกิดจากความดันโลหิตสงู ไดใ้ นอนาคต
แมจ้ ะปรากฏประสิทธผิ ลของการบรโิ ภคปลาหมึกต่อการลดระดับความดันโลหิตสูง แตมเี พยี งระดบั ความดนั ซลิ
โตลกิ ท่ลี ดลง อกี ท้ังยงั เป็นงานวจิ ัยขนาดเล็กท่ที ดลองในสตั ว์เทา่ น้นั จึงควรคน้ ควา้ ทดลองในมนษุ ยแ์ ละขยายกลุ่ม
ทดลองให้มีขนาดใหญ่ เพ่ือยนื ยันประสิทธผิ ลจากการบรโิ ภคปลาหมกึ ใหช้ ัดเจนต่อไป
ปลำหมึก ช่วยสมำนแผล
ร่างกายมกี ระบวนการฟืน้ ฟูตนเองและสมานแผลใหห้ ายดหี ลงั มบี าดแผลบาดเจ็บ โดยเสน้ ใยคอลลาเจนซ่งึ เปน็
โปรตนี ชนดิ หนึ่งมสี ่วนในการสมานแผลให้ขน้ึ มาทดแทนบริเวณเดมิ เนื่องจากปลาหมกึ เปน็ อาหารท่ีมโี ปรตีนสูงจึงมี
การศึกษาประสิทธิภาพของโปรตีนของโปรตีนคอลลาเจนท่ีได้จากผวิ หนังชั้นนอกของปลาหมกึ กลว้ ยไดมอนด์
พบวา่ คอลลาเจนที่ได้จากปลาหมึกชนดิ น้เี ปน็ ประโยชน์ต่อการฟ้นื ฟสู ภาพผิวหนงั และกระดกู ของวัว เชน่ เดยี วกับ
อีกหนึง่ งานวิจยั ทค่ี น้ คว้าคุณสมบตั ขิ องคอลลาเจนท่ไี ดจ้ ากผิวหนงั ชั้นนอกของปลาหมกึ กระดองในห้องปฏบิ ัติการ
พบวา่ หลงั จากทาสารชนดิ นีแ้ ผลติดกันเร็วข้นึ ซึ่งอาจพฒั นาสารดงั กลา่ วไปเป็นยาสมานแผลได้ในอนาคต
๑๖
อย่างไรก็ตาม การค้นคว้าขา้ งตน้ เป็นเพียงการทดลองในสัตวห์ รอื ศึกษาผ่านการส่องกลอ้ งจุลทรรศนเ์ ท่านั้น จงึ ไม่
อาจสรปุ ประสทิ ธผิ ลของสารสกดั จากปลาหมึกตอ่ การสมานแผลไดอ้ ยา่ งแน่ชัดในขณะน้แี ละควรศึกษาทดลองให้
ชัดเจนในมนษุ ย์ต่อไป ท้ังในด้านประสทิ ธิผลต่อสุขภาพและความปลอดภยั จากการใชห้ รอื บริโภคปลาหมึกและ
ผลติ ภัณฑจ์ ากปลาหมกึ ดงั น้ัน ผ้ปู ่วยทีม่ แี ผลบาดเจบ็ ควรรักษาแผลดว้ ยวธิ ีทเี่ หมาะสมและไม่ควรใชผ้ ลติ ภัณฑเ์ พอ่ื
สมานแผลชนดิ ใดๆโดยปราศจากคาแนะนาจากแพทย์
ควำมปลอดภัยในกำรบริโภคปลำหมึก
แมป้ ลาหมกึ มสี ารโภชนาการท่เี ป็นประโยชน์และอาจส่งผลดตี ่อสขุ ภาพในบางดา้ น แต่ในปจั จบุ นั ยงั ไม่มีการกาหนด
ปริมาณท่ีแนะนาในการรับประทานปลาหมกึ ที่ชดั เจน ผบู้ ริโภคจงึ ควรรบั ประทานปลาหมึกทส่ี ด สะอาด และ
ปรุงสุกในปริมาณทเ่ี หมาะสมเสมอ เพ่อื หลกี เลี่ยงการเกิดผลข้างเคยี งท่ีเป็นอันตรายตอ่ สุขภาพ
นอกจากนี้ แมม้ โี อกาสเกดิ ข้ึนน้อยแต่ก็เคยมีรายงานวา่ มีผ้แู สดงอาการแพห้ ลงั สัมผสั ปลาหมึกกลว้ ย เชน่ หอบหืด
เยอ่ื จมูกอกั เสบ เยอ่ื ตาอกั เสบ ลมพิษ และผ่นื แพ้สมั ผัส ดงั นน้ั ผู้ป่วยภมู ิแพห้ รอื ผู้ท่ไี วต่อการแพ้ควรระมดั ระวงั เปน็
พเิ ศษกอ่ นสัมผัสหรอื บรโิ ภคปลาหมกึ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงผทู้ แ่ี พอ้ าหารทะเลก็มแี นวโนม้ จะแพ้ปลาหมกึ ดว้ ยเช่นกัน
จงึ ควรปรกึ ษาแพทยเ์ พื่อตรวจสอบวา่ แพ้ปลาหมึกหรือไมก่ ่อนจะรบั ประทานปลาหมึก ส่วนผ้ทู ่ีกาลังมปี ัญหา
สุขภาพควรปรกึ ษาแพทย์กอ่ นบริโภคปลาหมกึ เสมอเพราะอาจทาให้อาการปว่ ยแย่ลงหรอื มอี าการรนุ แรงท่ีเป็น
อันตรายต่อชวี ิตได้
อย่างไรกต็ าม หากรับประทานปลาหมกึ แลว้ ปรากฏอาการแพ้ดังตอ่ ไปน้ี ควรรีบไปพบแพทยเ์ พื่อเข้ารับการกั ษา
ทนั ที
๑. เกิดลมพิษ รูส้ กึ คนั หรอื มผี นื่ ข้นึ ตามผิวหนัง
๒. คดั จมกู หายใจเสียงดงั วีด้ หรอื หายใจลาบาก
๓. มีอาการบวมท่ใี บหนา้ ลาคอ รมิ ฝปี าก ล้นิ หรือสว่ นอื่นๆ ของรา่ งกาย เชน่ หู ฝ่ามือ นวิ้ มอื
๔. ปวดท้อง ทอ้ งเสีย คลน่ื ไส้ อาเจียน
๕. รู้สกึ มนึ งง วงิ เวยี น บา้ นหมนุ หรือคล้ายจะเป็นลม
๖. คอบวมหรอื มกี ้อนในลาคอ ส่งผลให้ทางเดินหายใจแคบลงและหายใจลาบาก
๗. ชพี จรเต้นเรว็ วงิ เวยี นศรี ษะอย่างมาก หรอื อาจหมดสติ
๑๗
อำหำรจำกหมึก
ข้าวตม้ หมึกยดั ไส้
ตาปลาหมกึ สด
ปลาหมึกยา่ ง
ภำคผนวก
บรรณำนุกรม
Adminstrator.(๒๕๕๕).หมึก.สืบคน้ เมอ่ื ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓,จาก
https://www.fisheries.go.th/cs-trang
นชุ นาฎ โพธาราม.ชนิดของปลาหมึก.สืบคน้ เม่ือ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓,จาก
https://sites.google.com
บริษทั ระนองโฟรเซน่ ฟดู้ ส์ จากัด.(๒๕๖๑).ประโยชนข์ อง หมึก คณุ ค่าจากทะเล.
สืบค้นเมือ่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓,จาก rrf.co.th.