๑
๒
ช่อื งานวจิ ัย การแกป้ ญั หาการขาดความรับผิดชอบในการทางานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ โดยใช้
กจิ กรรมภาพยนตรส์ ัน้ สร้างสังคมดี short film creates a good society.
ชื่อผู้วจิ ัย นางมณรี ตั น์ ศรโี คตร
กล่มุ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นนาเยยี สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอบุ ลราชธานี เขต ๔
บทคัดย่อ
งานวิจัยคร้ังน้ีเป็นการวิจัยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้นักเรียนรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง ท้ังเร่ือง
การเรียน การทาเวรประจาวัน การทาความสะอาดเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ ตลอดจนการส่งงานในวิชาสังคมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม
ผลการวิจัยพบว่า หลังจากนักเรียนได้รับชมภาพยนตร์สั้นสร้างสังคมดี นักเรียนมีพฤติกรรมเชิงบวก
ตอบสนองต่อครูมากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน และยังสามารถสรุปองค์ความรู้ท่ีได้จากการรับชมภาพยนตร์ได้ดี
สามารถถอดบทเรียนจากเรื่องที่รับชม บอกข้อคิด ข้อดีและข้อเสียของตัวละครต่างๆ เชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนได้
ชัดเจนและตรงตามวตั ถุประสงคม์ ากขน้ึ
๓
ประกาศคณุ ปู การ
การศึกษางานวิจัยในคร้ังน้ี สาเร็จได้ด้วยความกรุณาจากคณะครูสายช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียน
ชุมชนบ้านนาเยียทุกท่าน ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ให้ความรู้ ความคิดให้คาแนะนา คาปรึกษาตลอดจนการตรวจ
แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งตา่ งๆ เปน็ อยา่ งดี จนการศกึ ษาวจิ ยั ในคร้งั นี้เสร็จสมบรู ณ์ ผวู้ ิจยั ขอขอบคณุ เป็นอยา่ งสูงไว้ ณ ท่ีนี้
ขอขอบพระคณุ ท่านผอู้ านวยการโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยยี คือ นายสุบรรณ คบั พวง พรอ้ มด้วย ทา่ นรอง
ผู้อานวยการ คือ นายพิสิษฐ์ แสงทอง ท่ีกรุณาให้โอกาส และอานวยความสะดวกในการศึกษาวิจัยในคร้ังน้ีเป็น
อยา่ งดี ขอขอบใจนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ของโรงเรียนชุมชนบา้ นนาเยยี ทุกคนทใี่ ห้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ในการวจิ ยั และเก็บข้อมูลที่ใชใ้ นการศกึ ษาวิจยั ครั้งนี้ จนกระทั่งการศกึ ษาวจิ ยั คร้งั นเ้ี สรจ็ สมบูรณ์
นางมณีรตั น์ ศรโี คตร
ผวู้ ิจยั
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนชมุ ชนบ้านนาเยีย
๑
วจิ ัยในชัน้ เรยี น
ช่ือเร่ือง การแก้ปัญหาการขาดความรับผิดชอบในการทางานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ โดยใช้กิจกรรม
ภาพยนตร์ส้นั สร้างสังคมดี short film creates a good society.
ชือ่ ผู้วิจัย นางมณีรัตน์ ศรีโคตร
๑. ความสาคญั และที่มา
การเรยี นการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมในโรงเรียน ส่วนใหญ่จัดผู้เรียนเป็นห้อง ๆ
แต่ละห้องมีผู้เรียนจานวนมาก โดยให้ผู้เรียนเรียนคละกันทั้งเก่งและอ่อน ดังนั้นการปลูกฝังความรับผิดชอบต่อ
หน้าท่ีเป็นส่ิงสาคัญและจาเป็นอย่างย่ิง ซ่ึงจะส่ือให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัย คุณธรรม ความซ่ือสัตย์ ความเป็น
มนุษย์ ความกตัญญู รักเกียรติภูมิแห่งตน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีความรู้จักคิดวิเคราะห์ การทางานเป็น
กลุ่ม เคารพสิทธิของผู้อ่ืน เสียสละรักประเทศชาติ เห็นคุณคา่ อนุรักษ์และพฒั นาศิลปวัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อม
ศรัทธาในศาสนา จึงพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม และเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ได้ยาก เพราะขัดกับหลัก
จิตวิทยาและธรรมชาติของการเรียนรู้ เพราะผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านสติปัญญา ความถนัด
คุณธรรมจริยธรรม ความสามารถและประสบการณ์ จึงทาให้ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจ ในเร่ืองท่ีเรียน
แตกต่างกัน ถ้าครูสอนเร็วผู้เรียนที่เรียนอ่อนจะตามไม่ทันครู สอนซ้าอธิบายมาก ๆ ผู้เรียนก็จะเกิดความเบ่ือ
หน่ายและถ้าเป็นผู้เรียนท่ียังเล็กๆ การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมจึงเป็นไปได้ยากครูผู้สอนต้องหาวิธีการสอน
หลายๆอย่างเพื่อทาให้ผู้เรียนสนใจและมีเจคติท่ีดีต่อกลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาแลวัฒนธรรม ในการแก้ปัญหา
ดังกลา่ วน้ีวธิ ีหนง่ึ ที่จะช่วยในการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและยังปลูกฝงั ระเบียบวินยั คุณธรรมจริยธรรม ให้
ดีขึ้นได้แก่การนาเอาวิธีการสอนมาให้ใช้เหมาะสมกับลักษณะวิชา กล่าวคือครจู ะตอ้ งหาวธิ ีการสอน ท่ไี ด้ผลมาใช้
กับนักเรียน ซ่ึงจะเป็นส่ิงท่ีทาให้การเรียนการสอนดาเนินไปอย่าง มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันการ
เจริญก้าวหน้าทางวิทยาการด้านต่างๆ ของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ครอบครวั ชุมชน และประเทศชาติ จึงทาใหน้ ักเรยี นมีพฤตกิ รรมเปล่ียนแปลงไป
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน Accountability (ความรับผิดชอบในหน้าที่) หมายถึง จิตสานึกและ
ความรับผิดชอบในหน้าท่ี โดยเอาใจใส่มุ่งมั่นให้งานท่ีรับผิดชอบสาเร็จตามวัตถุประสงค์ ร่วมรับผิดชอบในภารกิจ
และเปา้ หมายของหนว่ ยงานและองคก์ ร (จรนิ ทร์ ศรสี วุ รรณ)
ปัญหาที่พบในการจัดการเรียนการสอนคือนักเรียนขาดแรงจูงใจในการเรียนแบบเดิม ทาให้นักเรียนเกิด
ความเบ่ือหน่ายท้อแท้ ไม่สนใจเรียน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนไม่ดี ทางผู้วิจัยจงึ เห็นสมควรแกป้ ัญหาโดยการ
สรา้ งกิจกรรมท่นี ่าสนใจเพื่อดึงดูดนักเรียน ซ่ึงจะส่งผลให้นักเรียนสนใจเรยี นมากข้ึนและมีผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นดี
ข้นึ
๒
๒. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั
๑.เพือ่ แก้ปญั หาการขาดความรบั ผดิ ชอบในการทางานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ โดยใช้กิจกรรม
ภาพยนตร์สัน้ สรา้ งสงั คมดี short film creates a good society.
๒. เพื่อปลูกฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพอ่ื เป็นภูมิคมุ้ กันทด่ี ีในการดารงชีวิต
๓. เพ่ือเสริมสร้างความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะอย่างมเี หตผุ ล
๔. เพอ่ื ให้นกั เรยี นเผยแพรผ่ ลงานภาพยนตรส์ ้นั สู่สังคม ชมุ ชน ผา่ นชอ่ งทางต่างๆได้
๓. สมมตุ ิฐานของการวจิ ัย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ท่ีได้รับการสอนโดยใช้กิจกรรมภาพยนตร์ส้ันสร้างสังคมดี short film
creates a good society. มีพฤติกรรมเชิงบวกและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีมากขนึ้
๔. ความสาคัญของการวจิ ยั
๑. นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ ท่ีได้รับการสอนโดยใช้กิจกรรมภาพยนตร์สั้นสร้างสังคมดี short film
creates a good society. มพี ฤติกรรมเชงิ บวกและมีความรบั ผิดชอบต่อหน้าทม่ี ากขึ้น
๒. โรงเรยี นสามารถนาแนวทางนี้ไปส่งเสริมให้ครูคนอื่น ๆ ได้นาไปพัฒนากลุ่มสาระอื่นๆได้ตามมาตรฐาน
วิชาชีพ
๕. ขอบเขตการวิจัย
๕.๑ กลุม่ ทีศ่ กึ ษาวจิ ัย
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ ของโรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย อาเภอนาเยีย จังหวัด
อุบลราชธานีนักเรียนทง้ั หมด ๘๙ คน
๕.๒ ความหมายตวั แปรต้น
กิจกรรมภาพยนตร์สนั้ สร้างสงั คมดี short film creates a good society.
๕.๓ ความหมายของตวั แปรตาม
พฤติกรรมเชิงบวกและความรับผิดชอบของนักเรียน ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ ที่ใช้กิจกรรม
ภาพยนตร์สั้นสรา้ งสงั คมดี short film creates a good society.
๖. วธิ ีการดาเนินการวิจัย
๖.๑ วิธีการดาเนนิ งาน
ที่ กิจกรรม ๒๕๖๔-๒๕๖๕
พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย.
๑ - ศกึ ษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ปญั หา
๒ - เขยี นเคา้ โครงงานวจิ ยั ในชั้นเรยี น
๓ - ศกึ ษาเทคนคิ การสร้างเอกสาร
-ออกแบบและสร้างเอกสารที่จะใช้ในงานวิจัย
๔ - นักเรยี นทาแบบทดสอบ
๓
๕ - เกบ็ รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะห์ขอ้ มลู
๖ - สรปุ และอภิปรายผล
- จัดทารปู เล่ม
นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
๑. นวตั กรรม หมายถงึ ภาพยนตร์ส้นั สรา้ งสงั คมดี short film creates a good society.
๒. นักเรียน หมายถึง นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย อาเภอนาเยีย จังหวัด
อบุ ลราชธานี สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๔ จานวน ๘๙ คน
๓. แบบสังเกตพฤติกรรม หมายถึง แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ ก่อนและหลัง
การทดลองใชน้ วตั กรรม
๔. โรงเรยี น หมายถงึ โรงเรยี นชุมชนบ้านนาเยีย อาเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี สานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศกึ ษาอุบลราชธานี เขต ๔
๕. ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง คะแนนท่ีนักเรียนทาไดจ้ ากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น
ที่ผู้ศกึ ษาสรา้ งขึ้น
ขั้นตอนการดาเนินงานในการสร้างนวัตกรรม “ภาพยนตร์ส้ันสร้างสังคมดี short film creates a good
society.” เพื่อให้การดาเนินงานและผลสัมฤทธ์ิของผลงานดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แบ่งการดาเนินงาน
ออกเป็น 4 ขนั้ ได้แก่ ขนั้ การวางแผน (Plan) ข้ันการดาเนินงาน (Do) ขั้นการตรวจสอบ (Check) และขน้ั สะทอ้ น
ผล (Act) ดังนี้
ประชมุ วางแผน หารอื ออกแบบกจิ กรรม
เก่ียวกบั นวัตกรรม และจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ นเิ ทศและประเมนิ
สรา้ งชมุ ชนการเรียนรู้ (PLC) การใช้นวตั กรรม
๖.๑.1 ขน้ั การวางแผน (Plan)
1. รวบรวมสมาชิกจัดประชมุ PLC เตรยี มความพร้อมและวางแผนการดาเนินงาน และ
นาเสนอตอ่ ที่ประชุมในวาระการประชมุ ประจาเดือนของสายชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
2. ศึกษารายละเอยี ดหลกั สูตรสถานศกึ ษา โครงสร้างรายวชิ าและคาอธบิ ายรายวิชาของ
รายวิชา สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
3. วางแผนการจัดกิจกรรมและแผนการเรียนรู้รายวิชา สงั คมศกึ ษา ศาสนาและ
วัฒนธรรม (ส1๔๑01)
๔
4. วางแผนการออกแบบส่ือการสอนเพื่อปลกู ฝังใหน้ ักเรียนมีความรับผิดชอบ มี
คุณธรรม จริยธรรมและ เสรมิ สรา้ งใหม้ ีทักษะในการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะอยา่ งมีเหตผุ ล
5. ศกึ ษาและค้นคว้าภาพยนตรส์ ้ัน ที่มเี นือ้ หาและข้อคดิ ท่ีจะช่วยปลูกฝังคุณธรรมความ
รบั ผดิ ชอบ เสรมิ สร้างใหม้ ีทักษะในการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะอย่างมเี หตุผล
๖.๑.2 ขั้นการดาเนินงาน (Do)
1. คัดเลือกหัวข้อภาพยนตร์ส้ันที่มีเนื้อหาและข้อคิดที่จะช่วยปลูกฝังคุณธรรมความรับผิดชอบ
และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เสริมสรา้ งให้มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตผุ ล
2. ออกแบบกจิ กรรมและเขยี นแผนการดาเนินงาน
3. จัดทาส่ือการสอนนวัตกรรม “ภาพยนตร์สั้นสร้างสังคมดี short film creates a good
society.” เพื่อเป็นเครื่องมือท่ีจะช่วยปลูกฝังคุณธรรมความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เสริมสรา้ งให้มที ักษะในการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะอยา่ งมเี หตผุ ล
4. จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนรายวชิ า สังคมศึกษา บูรณาการกับรายวิชาเพ่ิมเติมการป้องกนั
การทจุ รติ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ และนานวตั กรรม “ภาพยนตรส์ นั้ สรา้ งสังคมดี short film creates a good
society.” ไปใชใ้ นหอ้ งเรยี น เพอื่ ช่วยปลกู ฝังคุณธรรมความรบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เสริมสรา้ งใหม้ ที ักษะในการคิด วเิ คราะห์ แยกแยะอยา่ งมเี หตผุ ล หลงั จากได้รบั ผลงานภาพยนตรส์ ้นั จากเพอ่ื นใน
ช้ันเรยี น
๖.๑.3 ขั้นการตรวจสอบ (Check)
1. หลังจากการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ โดยใชน้ วัตกรรม
“ภาพยนตรส์ ั้นสรา้ งสังคมดี short film creates a good society.” แลว้ คณุ ครจู ะมกี ารวดั และประเมนิ ผลทุก
ครั้ง ตามเกณฑ์และเครือ่ งมือดงั ต่อไปนี้
- ใบงานสรุปองค์ความรู้และถอดบทเรียน ข้อคิดที่ได้หลงั จากทากิจกรรมการเรียนรู้
“ภาพยนตรส์ นั้ สร้างสงั คมดี short film creates a good society.”
๖.๑.4 สะท้อนผล (Act)
1.เมอื่ ไดร้ ับการนิเทศและประเมนิ ผลจากผ้เู ชี่ยวชาญดา้ นภาพยนตร์สัน้ แลว้ นาผลการสะทอ้ นจาก
ทกุ ฝ่ายมาปรบั ปรุงแก้ไข เพ่ือให้มีการแลกเปลย่ี นเรียนรูใ้ นระดบั ปฏบิ ัติงาน โดยมีการสรา้ งเครือข่ายชุมชนแห่งการ
เรยี นรู้ (PLC) ทัง้ ระดับโรงเรียน ระดบั กลุ่มสาระ/กลมุ่ งาน และระดบั ช้นั เรยี น
๗. เครือ่ งมือที่ใช้ในการวิจัย
นวัตกรรมภาพยนตร์สัน้ สรา้ งสงั คมดี short film creates a good society. เป็นการศึกษา
ทดลองโดยใชก้ ลุ่มตัวอยา่ งกลุ่มเดียว มีการวัดตัวแปรตามก่อน ใหส้ ่ิงทดลอง (Pretest) เม่อื ใหส้ ง่ิ ทดลอง ทาการ
วดั ผลท่ีเกดิ ขน้ึ ในตัวแปรตาม (Posttest) วิจัยสามารถเปรยี บเทียบการเปลีย่ นแปลงของตัวแปรตามก่อนและหลัง
การทดลองได้
๕
X กลมุ่ ทดลอง
X = สิง่ ทดลองการจดั การกระทา
= คา่ ตวั แปรตามทวี่ ัดหลงั จากได้รับสง่ิ ทดลองหรือได้รับการจดั กระทา
= คา่ ตวั แปรตามทวี่ ดั หลงั จากได้รบั สง่ิ ทดลองหรือไดร้ บั การจัดกระทา
การตรวจสอบคุณภาพของนวตั กรรมการเรยี นการสอนทาไดห้ ลายวธิ ีวิธหี นึง่ คอื การหา
ป ระสิ ท ธิภ าพ ข องน วัต ก รรม การเรียน ก ารส อน ต าม เก ณ ฑ์ E 1/ E2ท่ี ต้ั งไว้ การห าป ระสิ ท ธิภ าพ
ตามวิธีนี้อยู่บนฐานแนวคิดว่าหากนวัตกรรมการเรียนการสอนนั้นมีประสิทธิภาพจริง เม่ือผู้เรียนได้ดาเนิน
กิจกรรมตามข้ันตอนต่าง ๆ ของนวัตกรรมน้ันครบถ้วนทุกข้ันตอนแล้ว คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ท่ีได้จากการดาเนิน
กระบวนการระหว่างเรียนของผู้เรียนท้ังกลุ่มจะมีค่าใกล้เคียงกับคะแนนเฉล่ียร้อยละท่ไี ด้จากการทดสอบหลงั เรียน
โดยไมค่ วรมีคา่ แตกตา่ งกันเกนิ ร้อยละ 5
E1 แทน ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ หมายถึง คะแนนเฉล่ยี คดิ เปน็ ร้อยละ ท่ไี ดจ้ ากการทดสอบย่อย
ในการทากจิ กรรมในระหว่างเรียนทกุ กจิ กรรม
E2 แทนประสิทธิภาพของผลลัพธ์ หมายถึง คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ ที่ได้จากการทดสอบหลงั เรยี น
การคานวณหาประสิทธิภาพ
การคานวณหาประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ (E1) และประสทิ ธภิ าพของผลลัพธ์ (E2)
มวี ิธกี ารคานวณ ดังน้ี
1. การคานวณหาประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ (E1)
เมือ่ แทน ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ
แทน คะแนนรวมจากการทาแบบฝกึ หัดหรือกิจกรรมในระหว่างเรยี นของ
ผ้เู รยี นทกุ คน
แทน จานวนผเู้ รยี น
แทนคะแนนเต็มของแบบฝกึ หดั หรือกจิ กรรมในระหว่างเรยี น
2. การคานวณหาประสิทธภิ าพของผลลพั ธ์ (E2)
เมอ่ื แทน ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์
แทน คะแนนรวมจากการทาแบบทดสอบหลังเรียนของผูเ้ รียนทกุ คน
แทน จานวนผเู้ รยี น
แทน คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบหลงั เรียน
๖
1. การหาค่าพัฒนาการทเ่ี พมิ่ ข้นึ ของผเู้ รยี นโดยอาศัยการหาค่า t-test (แบบ Dependent Samples)
เป็นการพจิ ารณาดูวา่ นกั เรียนมพี ฒั นาการเพิ่มข้ึนอย่างเชอื่ ถอื ไดห้ รือไม่ โดยทาการทดสอบนกั เรียนทุกคนก่อน
(Pretest) และหลงั เรียน (Posttest) แลว้ นามาหาค่า t-test แบบ Dependent Samples หากมีนัยสาคญั ทางสถติ ิ
กถ็ ือไดว้ ่า นักเรียนกลุ่มนน้ั มีพัฒนาการเพ่ิมข้นึ อยา่ งเชื่อถือได้
2.การหาพฒั นาการทเ่ี พิ่มข้นึ ของนกั เรียนโดยอาศัยการหาคา่ ดัชนีประสิทธิผล(Effectiveness Index :
E.I) มีสูตรดังนี้
ดชั นปี ระสิทธิผล = ผลรวมของคะแนนหลังเรียนทุกคน – ผลรวมของคะแนนก่อนเรยี นทุกคน
(จานวนนักเรียน x คะแนนเต็ม) – ผลรวมของคะแนนก่อนเรยี นทกุ คน
การหาคา่ E.I เป็นการพิจารณาพฒั นาการในลกั ษณะทีว่ ่าเพิ่มข้ึนเทา่ ไร
ไมไ่ ดท้ ดสอบวา่ เพ่มิ ขึน้ อยา่ งเช่ือถอื ได้หรอื ไม่ วิธกี ารอาจแปลงคะแนนให้อยใู่ นรปู ของร้อยละก็ได้ ดังน้ี
ดัชนีประสทิ ธผิ ล = ร้อยละของผลรวมของคะแนนหลังเรียน – ร้อยละของผลรวมของคะแนนก่อนเรยี น
100 – รอ้ ยละของผลรวมของคะแนนก่อนเรยี นทุกคน
ขอ้ สังเกตบางประการท่ีเก่ยี วกบั ค่า E.I.
1. E.I. เ ป็ น เ รื่ อ ง ข อ ง อั ต ร า ส่ ว น ข อ ง ผ ล ต่ า ง จ ะ มี ค่ า สู ง สุ ด เ ป็ น 1 . 0 0
ส่ ว น ค่ า ต่ า สุ ด ไม่ ส า ม า ร ถ ก า ห น ด ได้ เพ ร า ะ ค่ า ต่ า ก ว่ า -1 .0 0 แ ล ะ ถ้ า เป็ น ค่ า ล บ แ ส ด ง ว่ า
ผลคะแนนสอบกอ่ นเรยี นมากกว่าหลังเรยี นซ่ึงหมายความวา่ ระบบการเรยี นการสอนหรอื ส่ือทีส่ รา้ งข้นึ ไม่มีคณุ ภาพ
2. การแปลผล E.I. ในตาราง ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ในบทที่ 4 ของงานวิจัย มักจะใช้ข้อความไม่เหมาะสม
ทาให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายของ E.I. ผิดจากความเป็นจริง เช่น ค่า E.Iเท่ากับ 0.6240 ก็มักจะกล่าวว่า
“ค่าดัชนีประสิทธผิ ลเท่ากับ 0.6340 ซ่ึงแสดงว่านักเรียนมีความรูเ้ พ่ิมขึ้นร้อยละ 62.40 ซ่ึงในความเป็นจริงค่า
E.I. เท่ากับ 0.6240 เพราะคิดเทียบจาก E.I. สูงสุดเป็น 1.00 ดังน้ัน ถ้าคิดเทียบเป็นร้อยละ ก็คือ
คิดเทียบจากค่าสูงสุดเป็น 100 E.I. จะมีค่าเป็น62.40 จึงควรใช้ข้อความว่า “ ค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ
0.6240 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขนึ้ 0.6240 หรอื คดิ เปน็ ร้อยละ 62.40 ”
3. ถ้าค่าของ E1/ E2 ของแผนการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนด และเมื่อหา E.I. ด้วยพบว่า
มีพัฒนาการเพ่ิมขึน้ ถึงระดับหนึ่งที่ผวู้ ิจัยพอใจ หากคานวณคา่ ความคงทนดว้ ยโดยใช้สูตร t-test แบบDependent
Samples ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีนัยสาคัญ (เพราะผู้วิจัยคาดหวังว่าหากสื่อ หรือแผนการเรียนรู้มีคุณภาพ
ผลการเรียนหลังสอนเม่อื ผา่ นไประยะหน่งึ เช่น ผา่ นไป 2 สปั ดาห์ กับผลการเรียนจบจะต้องไมแ่ ตกตา่ งกัน)
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยนา“นวัตกรรมสร้างสังคมดี Innovation creates a good society.”
เพ่ือเป็นเครือ่ งมือท่ีจะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ช่วยปลูกฝังคุณธรรมความรับผิดชอบต่อ
หน้าที่ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เสริมสร้างให้มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล ไปใช้ใน
การจดั การเรียนการสอนสาหรับรายวิชา สังคมศึกษา (ส1๔๑01) และวิชาการป้องกันการทุจริต (ส1๔201) นั้น
พบว่ากิจกรรมดังกล่าวสามารถปลูกฝังให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ทุกคน มีพฤติกรรมเชิงบวก มีความ
รับผิดชอบต่อหน้าท่ี และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มากไปกว่านั้นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ทุกคนยังมี
ทักษะการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะ ทม่ี ีประสิทธิภาพมากยง่ิ ข้ึน
๗
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของนกั เรยี น
ตาราง 1 ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของนักเรยี น
คะแนนกิจกรรมระหวา่ งเรยี น ทดสอบกอ่ น ทดสอบ
เรียน หลังเรยี น
กิจกรรม/คะแนน กจิ กรรมที่ กจิ กรรมท่ี กจิ กรรมท่ี กิจกรรมท่ี รวม
1 2 3 4 30
2321
๒0 ๒0 ๑๕ ๑๕ ๗0 30 26.08
86.93
รวม 1470 1477 1170 1161 5278 909
= 86.93
ค่าเฉล่ีย 16.52 16.60 13.15 13.04 59.30 10.21
ร้อยละ 82.58 82.98 87.64 86.97 85.04 34.04
ค่าประสทิ ธภิ าพ = 84.93
ดัชนีประสิทธผิ ล = 0.๘๐
จากตาราง 1 พบว่าผลการใช้นวัตกรรมสร้างสังคมดี Innovation create a good society.
ค ะแ น น ก ารท ากิ จก รรม มี ค่ าเฉ ล่ี ย 59.30 ค ะแ น น คิ ด เป็ น ร้อ ย ล ะ 85.04 ข อ งค ะแ น น เต็ ม
และคะแนนสอบของแบบทดสอบหลังเรียน มีค่าเฉลี่ย 26.08 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.93
ของคะแนนเต็ม แสดงว่า นวัตกรรมสร้างสังคมดี Innovation create a good society. ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
มีประสิทธิภาพ 84.93/86.93 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ตามที่ตั้งไว้ ค่าดัชนีประสิทธิผลของกิจกรรม
มีค่าเท่ากับ 0.๘๐ หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๐ แสดงว่านวัตกรรมสร้างสังคมดี Innovation create a good
society. ทาให้นักเรียนมคี วามรเู้ พม่ิ ข้ึนร้อยละ ๘๐
ตาราง 2 ความพึงพอใจของนักเรยี นต่อการนวตั กรรมสร้างสังคมดี Innovation create a good
society.
รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ
S.D. แปลผล
1. นักเรยี นรู้สกึ มีความสขุ สนุกสนานกบั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.73 0.51 มากท่สี ุด
2. การเรยี นดว้ ยกจิ กรรมภาพยนตร์สน้ั สรา้ งสังคมดี “short film 4.63 0.54 มากที่สุด
creates a good society.” ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจบทเรยี นมากย่ิงข้นึ
3. นักเรียนเกดิ ทกั ษะในการปฏบิ ัติกิจกรรม 4.50 0.51 มากทีส่ ุด
4. เนื้อหาทีเ่ รียนสามารถนาไปเป็นพ้ืนฐานในการศึกษาต่อได้ 4.45 0.68 มาก
5.การกิจกรรมการเรียนรู้มีรูปแบบทีแ่ ตกต่างจากการเรียนตามปกติ 4.55 0.55 มากที่สดุ
6. กิจกรรมการเรยี นรูเ้ ร้าความสนใจนกั เรยี นทาใหอ้ ยากเรียน 4.50 0.51 มากที่สุด
7. นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบในการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองมากยิ่งข้ึน 4.38 0.59 มาก
8. นกั เรียนมคี วามสามัคคแี ละช่วยเหลอื กัน 4.58 0.55 มากทีส่ ุด
9. นกั เรยี นมีทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทางานทดี่ ีขน้ึ 4.68 0.57 มากที่สดุ
10. นกั เรียนได้ลงมอื ปฏิบตั ิเองทุกกจิ กรรม 4.45 0.64 มาก
รวม 4.55 0.57 มากท่ีสุด
๘
จากตาราง 2 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้วย
นวัตกรรมสร้างสังคมดี Innovation create a good society. โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.55, S.D.
= 0.57) ข้อท่ีมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ นักเรียนรู้สึกมีความสุข สนุกสนานกับกิจกรรมการเรียนรู้
อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.73, S.D. = 0.51) รองลงมา คือ นักเรียนมีทักษะการคิดในการทางานท่ีดีขึ้น
อ ยู่ ใน ร ะ ดั บ ม า ก ที่ สุ ด ( = 4.68 , S.D. = 0.57) แ ล ะ ข้ อ ที่ มี ค ว า ม พึ ง พ อ ใจ น้ อ ย ที่ สุ ด คื อ
นกั เรียนมคี วามรับผิดชอบในการเรียนรู้ดว้ ยตนเองมากยิง่ ขน้ึ อยู่ในระดบั ดี ( = 4.38, S.D. = 0.59)
ผลการประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรมและจริยธรรม
ตาราง ๓ แสดงผลการประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรมและจริยธรรมของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
โรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย จานวน ๘๙ คน ก่อนการจัดการเรียนการสอน โดยใช้“นวัตกรรมสร้างสังคมดี
Innovation creates a good society.”
รายการประเมนิ ผลการประเมนิ ระดับ
4321
1. สามารถแยกแยะความถกู ตอ้ ง ความดี และความช่ัวได้
1.1 มีนา้ ใจช่วยเหลือผูอ้ นื่ โดยไม่ต้องรอ้ งขอ ๑๒ 40 22 5 ดี
1.2 กริ ยิ าวาจาสุภาพ ถกู ตอ้ งตามกาลเทศะ ๑๗ 42 25 5 ดี
1.3 แยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม ๒๗ 22 20 10 ดี
2. เคารพในคณุ คา่ และศกั ดศิ์ รขี องความเปน็ มนุษย์
2.1 ยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อืน่ 25 ๑๒ 47 5 ดี
2.2 ปฏบิ ตั ติ ่อผู้อ่ืนดว้ ยความเสมอภาค 32 10 35 ๑2 ดี
2.3 ปฏบิ ตั ติ อ่ บุคคลอน่ื โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 35 ๑๒ 42 ๑๒ ดี
2.4 แสดงพฤติกรรมยกยอ่ ง ยินดี เมอ่ื บุคคลอ่นื ปฏบิ ัตสิ ิง่ ท่ีดงี าม ๕๗ 15 17 - ดมี าก
3. ความรบั ผดิ ชอบต่อการกระทาของตนเอง
3.1 ยอมรับผลท่ตี นเองกระทาทง้ั ท่ีสาเรจ็ และไมส่ าเรจ็ โดยไม่กลา่ วโทษผู้อืน่ 22 25 30 ๑๒ ดี
3.2 มุ่งมัน่ กระทาให้งานบรรลเุ ปา้ หมาย ๑๒ 8 5๔ ๑5 ดี
3.3 ละลายตอ่ การกระทาผดิ หรอื การทจุ ริต 47 ๑๗ 25 - ดีมาก
4. มีระเบยี บวนิ ัย และซ่ือสัตย์
4.1 ตรงต่อเวลา ๑๒ 27 50 - ดีมาก
4.2 ไม่ลักขโมยส่ิงของผูอ้ ื่น ๗๙ 5 5 - ดมี าก
4.3 รู้จักประหยัดอดออม ๒๘ 16 35 22 ดี
4.4 ใชช้ วี ิตอย่างพอเพียง ๓๕ 42 5 7 ดีมาก
๙
ตาราง ๔ แสดงผลการประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรมและจริยธรรมของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี ๔ โรงเรียนชุมชนบ้านนาเยีย จานวน ๘๙ คน หลังการจัดการเรียนการสอน โดยใช้“นวัตกรรม
สร้างสังคมดี Innovation creates a good society.” (ระยะเวลา 1 ธนั วาคม 256๔ – 3๑ มนี าคม 256๕)
รายการประเมนิ ผลการประเมิน ระดบั
4 321
1. สามารถแยกแยะความถูกตอ้ ง ความดี และความชั่วได้
1.1 มนี า้ ใจชว่ ยเหลอื ผู้อื่นโดยไมต่ ้องรอ้ งขอ ๘๙ - - - ดีมาก
1.2 กริ ยิ าวาจาสภุ าพ ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ ๘๙ - - - ดมี าก
1.3 แยะแยะประโยชนส์ ว่ นตนและส่วนรวม ๘๙ - - - ดีมาก
2. เคารพในคณุ คา่ และศักด์ศิ รขี องความเปน็ มนุษย์
2.1 ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อ่นื ๘๙ - - - ดมี าก
2.2 ปฏบิ ตั ติ ่อผ้อู ื่นด้วยความเสมอภาค ๘๙ - - - ดมี าก
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อบุคคลอน่ื โดยคานงึ ถึงความแตกต่างระหว่างบคุ คล ๘๙ - - - ดีมาก
2.4 แสดงพฤตกิ รรมยกย่อง ยินดี เมือ่ บุคคลอนื่ ปฏบิ ัติสง่ิ ท่ีดงี าม ๘๙ - - - ดมี าก
3. ความรับผดิ ชอบต่อการกระทาของตนเอง
3.1 ยอมรบั ผลท่ีตนเองกระทาท้ังทสี่ าเรจ็ และไมส่ าเรจ็ โดยไมก่ ลา่ วโทษผู้อน่ื ๘๙ - - - ดีมาก
3.2 มุง่ มนั่ กระทาให้งานบรรลเุ ป้าหมาย ๘๙ - - - ดมี าก
3.3 ละอายต่อการกระทาผดิ หรอื ทุจริต ๘๙ - - - ดีมาก
4. มรี ะเบียบวนิ ัย และซ่ือสัตย์
4.1 ตรงต่อเวลา ๘๙ - - - ดมี าก
4.2 ไม่ลกั ขโมยสิ่งของผอู้ ืน่ ๘๙ - - - ดมี าก
4.3 รูจ้ กั ประหยดั อดออม ๘๙ - - - ดมี าก
4.4 ใชช้ วี ิตอย่างพอเพียง ๘๙ - - - ดมี าก
๑๐. งบประมาณ -
ลงช่อื ผู้เสนอรายงานวิจยั
( นางมณรี ตั น์ ศรีโคตร )
ความเหน็ ผ้อู านวยการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ผู้อานวยการโรงเรียนชุมชนบา้ นนาเยีย
(นายสุบรรณ คบั พวง)
๑๐
ภาคผนวก
๑๑
โฟลว์ ชารต์ แผนการดาเนินการสร้างนวตั กรรม ภาพยนตรส์ ้ันสรา้ งสังคมคมดี
ประชุม วางแผน หารือ
เกยี่ วกบั นวตั กรรม
๑๒
ภาคผนวก
ตัวอย่างผลงาน
๑๓
สแกน : ตัวอยา่ งผลงานนกั เรียนท่ไี ด้รบั รางวัลและเผยแพร่
เอกสารทเี่ กยี่ วข้องกบั งานวิจัย ๑๔
-ข้ันตอนการสร้างภาพยนตร์สนั้ และการถอดบทเรยี นจากการรับชมภาพยนตร์สน้ั สร้างสังคมดี ๑๕
๑๖
-กจิ กรรมเผยแพรภ่ าพยนตร์ส้นั สโู่ รงเรยี นเครอื ขา่ ย และชุมชน ในงานเปดิ บา้ นบัวเจรญิ วิทยา
๑๗
ภาคผนวก
ตวั อย่างเครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ผล
๑๘
แบบประเมินพฤติกรรมดา้ นคุณธรรมและจริยธรรม
รายการประเมนิ ระดบั การประเมนิ
432 1
(ดมี าก) (ดี) (พอใช้) (ปรับปรงุ )
1. สามารถแยกแยะความถูกต้อง ความดี และความชั่วได้
1.1 มีนา้ ใจชว่ ยเหลอื ผูอ้ น่ื โดยไม่ต้องรอ้ งขอ
1.2 กิริยาวาจาสุภาพ ถูกต้องตามกาลเทศะ
1.3 แยะแยะระหว่างประโยชนส์ ่วนตนและส่วนรวม
2. เคารพในคณุ ค่าและศกั ด์ศิ รีของความเป็นมนุษย์
2.1 ยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ื่น
2.2 ปฏิบตั ติ อ่ ผู้อืน่ ด้วยความเสมอภาค
2.3 ปฏบิ ัติตอ่ บคุ คลอืน่ โดยคานงึ ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
2.4 แสดงพฤติกรรมยกย่อง ยนิ ดี เมือ่ บคุ คลอืน่ ปฏบิ ัติส่ิงท่ีดีงาม
3. ความรับผิดชอบต่อการกระทาของตนเอง
3.1 ยอมรับผลทตี่ นเองกระทาทั้งทส่ี าเรจ็ และไมส่ าเร็จโดยไมก่ ลา่ วโทษผอู้ ่นื
3.2 มุ่งมนั่ กระทาให้งานบรรลุเปา้ หมาย
3.3 ละลายตอ่ การกระทาผดิ หรอื การทจุ ริต
4. มรี ะเบียบวนิ ัย และซื่อสัตย์
4.1 ตรงตอ่ เวลา
4.2 ไมล่ ักขโมยสิ่งของผ้อู ืน่
4.3 รู้จักประหยดั อดออม
4.4 ใชช้ วี ติ อย่างพอเพยี ง
๑๙
แบบสงั เกตพฤติกรรมด้านคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
รายการประเมิน ผลการประเมนิ ระดับ
4 321
1. สามารถแยกแยะความถูกตอ้ ง ความดี และความช่ัวได้
1.1 มนี า้ ใจช่วยเหลือผอู้ ื่นโดยไม่ต้องร้องขอ
1.2 กิริยาวาจาสุภาพ ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ
1.3 แยะแยะประโยชนส์ ว่ นตนและสว่ นรวม
2. เคารพในคณุ คา่ และศักดิศ์ รีของความเปน็ มนุษย์
2.1 ยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน
2.2 ปฏิบัติตอ่ ผอู้ ่นื ดว้ ยความเสมอภาค
2.3 ปฏิบตั ติ ่อบคุ คลอ่นื โดยคานึงถงึ ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล
2.4 แสดงพฤติกรรมยกยอ่ ง ยินดี เมื่อบุคคลอื่นปฏิบัติสงิ่ ท่ีดงี าม
3. ความรบั ผิดชอบต่อการกระทาของตนเอง
3.1 ยอมรบั ผลทต่ี นเองกระทาทง้ั ที่สาเร็จและไมส่ าเรจ็ โดยไมก่ ล่าวโทษผอู้ ่ืน
3.2 มงุ่ ม่นั กระทาให้งานบรรลุเปา้ หมาย
3.3 ละอายต่อการกระทาผิดหรอื ทุจรติ
4. มรี ะเบียบวนิ ัย และซื่อสัตย์
4.1 ตรงต่อเวลา
4.2 ไม่ลกั ขโมยสง่ิ ของผูอ้ ่นื
4.3 รู้จกั ประหยัดอดออม
4.4 ใช้ชวี ติ อยา่ งพอเพยี ง
๒๐
ภาคผนวก
ตวั อยา่ งแผนการจดั การเรยี นรู้
๒๑
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๑
รายวิชา สังคมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 การอยู่รว่ มกันอยา่ งสันติสุขตามวิถีประชาธปิ ไตย เวลาท้งั หมด ๖ ชว่ั โมง
เรื่อง คณุ ธรรมในการปฏบิ ัติตนเป็นพลเมอื งดี เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง
วนั ท่ี ๑๘ เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ครูผูส้ อน นางมณีรัตน์ ศรีโคตร
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี ๒ หน้าท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรมและการดาเนนิ ชีวิตในสังคม
มาตรฐานการเรยี นรู้ ส ๒.๑ เขา้ ใจและปฏิบตั ติ นตามหนา้ ทข่ี องการเปน็ พลเมืองดี มีคา่ นยิ มท่ดี งี ามและ
ธารงรักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ติ อยู่ร่วมกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอยา่ งสันตสิ ุข
ตัวชี้วดั ส 2.1 ป.4/1 ปฏิบัตติ นเป็นพลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธิปไตยในฐานะสมาชิกท่ดี ีของชุมชน
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการปฏบิ ัติตนเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธิปไตยในชมุ ชน (K)
2. วเิ คราะหก์ ารปฏิบัติตนเป็นพลเมอื งดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยในชุมชนอยา่ งถูกต้องเหมาะสม (P)
3. เห็นความสาคัญของการปฏิบัติตนเป็นพลเมอื งดีตามวถิ ปี ระชาธิปไตยในชมุ ชน (A)
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยควรยึดหลักคุณธรรม ทาให้เราสามารถอยู่
ร่วมกับผอู้ ่ืน ได้อย่างสงบสุข บ้านเมืองมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเกิดความภาคภูมิใจในส่ิงท่ีตนเอง
กระทาในฐานะพลเมืองดี
4. สาระการเรยี นรู้
คุณธรรมในการปฏิบตั ติ นเป็นพลเมอื งดี
๕. สาระทอ้ งถน่ิ (ถา้ มี)
-
๖. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๗. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
๒. ใฝเ่ รยี นรู้
๓. ม่งุ มัน่ ในการทางาน
๔. มจี ติ สาธารณะ
๒๒
๘. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. นักเรยี นอา่ นนิทานเรือ่ ง หมึกยักษ์จอมขยนั แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดังน้ี
หมกึ ยกั ษ์จอมขยนั
ที่ใตท้ อ้ งทะเลอนั สวยงาม เต็มไปดว้ ยฝงู ปลามากมาย วนั น้ีฝงู ปลาต่างมาชุมนุมกนั หมึกยกั ษ์
ประกาศวา่ “เราจะตอ้ งทาใหใ้ ตท้ อ้ งทะเลแห่งน้ีสะอาดดว้ ยพลงั ของเรา” ปลาดาวกบั แมงกะพรุน
แยง้ ข้ึนวา่ “ฉนั วา่ เราไม่เห็นจะตอ้ งมารักษาความสะอาดกนั เลย เรากอ็ ยูอ่ ยา่ งสบายอยแู่ ลว้ น่ี”
ปลาปักเป้าพูดข้ึนวา่ “แต่เราน่าจะใชเ้ วลาวา่ งมาทากิจกรรมท่ีมีประโยชน์นะ” ปลาท้งั หลายตา่ งมอง
มาท่ีปลาดาวกบั เจา้ แมงกะพรุนจอมข้ีเกียจเป็นตาเดียว
“พรุ่งน้ีหลงั จากหาอาหารกนั เสร็จแลว้ ใหม้ าพบกนั ท่ีน่ี” หมึกยกั ษพ์ ดู เสียงดงั
วนั รุ่งข้ึนฝงู ปลาการ์ตูนและปลาตา่ ง ๆ มากนั เตม็ ไปหมด หมึกยกั ษพ์ าปลาตา่ ง ๆ ไปท่แี นว
ปะการัง ในขณะท่ีฝงู ปลากาลงั ช่วยกนั ทาความสะอาดอยูน่ ้นั เจา้ แมงกะพรุนกบั ปลาดาวกลบั เอาแต่
นอนหลบั อยเู่ ฉย ๆ แตแ่ ลว้ อยู่ ๆ ก็มีเยอื่ สกปรกสีเทาแผน่ ใหญห่ ล่นลงมาคลุมตวั ของเจา้ แมงกะพรุน
กบั ปลาดาวจนหายใจไมอ่ อกไดแ้ ตด่ ิ้นไปมาจนหมดแรงและร้องใหช้ ่วย ปลาตา่ ง ๆ รีบมาดู
ปลาปักเป้าใชห้ นามที่ตวั ทิ่มแทงเยอ่ื สกปรกน้นั ปลาการ์ตูนช่วยกนั กดั ส่วนหมึกยกั ษก์ ใ็ ชห้ นวดยาว
ๆ ดึงจนเยอื่ อนั เหนียวหนืดหลุดออก “ขอบคุณมากนะท่ีมาช่วยพวกเรา” ปลาดาวพูด “ฉนั เกือบจะแย่
แลว้ หายใจไมอ่ อกเลย” แมงกะพรุนบอก “เห็นไหมล่ะ ถา้ พวกเธอช่วยกนั ทาความสะอาด ใตท้ อ้ ง
ทะเลน้ีกจ็ ะสะอาดแลว้ กไ็ มม่ ีอนั ตรายแบบน้ี” หมึกยกั ษว์ า่ “ต่อไปน้ีพวกเราจะช่วยกนั ทาความ
สะอาดจะ้ ” แมงกะพรุนและปลาดาวยมิ้
• หมึกยกั ษช์ ่วยทาให้ใต้ท้องทะเลสะอาดและสวยงามได้อย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ ชกั ชวนปลาต่าง ๆ รว่ มกนั ทาความสะอาดใตท้ อ้ งทะเล)
• นกั เรยี นคิดวา่ สตั ว์ใต้ท้องทะเลตัวใดบ้างทจี่ ดั เป็นพลเมอื งดีของใต้ท้องทะเล
(ตัวอย่างคาตอบ หมึกยักษ์ ปลาการต์ นู ปลาปกั เป้าและปลาชนิดต่าง ๆ)
• นักเรียนจะมีวิธกี ารที่จะช่วยพัฒนาท้องทะเลใหส้ วยงามได้อย่างไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ไม่ท้ิงขยะลงในทอ้ งทะเล และรักษาธรรมชาติบรเิ วณชายฝัง่ ทะเล)
2. นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับการปฏิบตั ิตนเป็นพลเมอื งดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตยในชมุ ชน
โดยใช้คาถาม ดังนี้
• นกั เรยี นเคยปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองดีอย่างไรบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ จงู คนแก่ข้ามถนน รกั ษาความสะอาดของชมุ ชน ท้งิ ขยะลงในถงั ขยะ)
• การปฏบิ ตั ิตนเป็นพลเมืองดีของนกั เรียนส่งผลต่อตนเองอย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ มคี วามสุขและภาคภมู ใิ จในส่งิ ท่ีตนเองกระทา)
๒๓
• นักเรยี นเคยปฏิบัติตนตามวถิ ีประชาธปิ ไตยอย่างไรบา้ ง
(ตัวอยา่ งคาตอบ เคารพพ่อแม่ ครูอาจารย์ เอื้อเฟ้ือเผ่อื แผ่แก่ผ้อู ืน่ )
3. นกั เรยี นศกึ ษา และรวบรวมข้อมูลเกย่ี วกบั เรือ่ ง คุณธรรมในการปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมืองดี
จากหนงั สอื เรียนและแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพมิ่ เติม
ข้ันสอน นกั เรยี นวเิ คราะห์เก่ียวกับสถานะของประชาธปิ ไตย แลว้ สรุปความรเู้ ปน็ แผนภาพความคิด
4.
ดังตวั อยา่ ง
ประชาธิปไตย
ประชาธิปไตยในวถิ ีชีวติ หมายถึง การปฏิบตั ิ ประชาธิปไตยในวถิ ีทางการเมือง หมายถึง การ
ตนเป็ นพลเมืองดีในการดาเนินชีวติ ประจาวนั ปฏิบตั ิตนเป็ นพลเมืองดีในทางการเมือง เช่น
เช่น มีความซื่อสัตย์ มีความรับผดิ ชอบ ความมี การไม่ซ้ือ-ขายเสียง
เหตุผล การช่วยเหลือ การไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั
ซ่ึงกนั และกนั
กิจกรรมนีส้ ร้างเสริมค่านิยมหลกั 12 ประการ ด้านเรียนรูป้ ระชาธิปไตย
๒๔
5. นักเรียนวิเคราะหล์ กั ษณะคุณธรรมในการปฏิบัติตนเป็นพลเมอื งดี แล้วสรปุ ความร้เู ป็นแผนภาพความคิด ดัง
ตวั อยา่ ง
การเคารพและเทดิ ทนู สถาบันชาติ การเคารพพ่อแม่ การช่วยเหลอื กนั
ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ครูอาจารย์
คารวธรรม คุณธรรมในการปฏบิ ตั ิตน สามคั คธี รรม
การเคารพกฎระเบียบของ เปน็ พลเมอื งดี การเสียสละ
สังคม
ปัญญาธรรม
การยอมรบั ฟัง การขยนั หมัน่ เพยี ร
ความคิดเห็นของผอู้ น่ื
การแสดงความคิดเห็น โดย
ใช้เหตผุ ล
6. นกั เรียนคิดประเมินเพื่อเพมิ่ คุณค่า แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั นี้
• การมคี ุณธรรมในการปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมืองดีก่อให้เกดิ ผลอย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ ทาให้ทุกคนมคี วามสขุ )
๒๕
7. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มวเิ คราะหภ์ าพที่กาหนด และเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงใน
หนา้ หลักธรรมที่สัมพันธ์กบั ภาพ แลว้ ตอบคาถามลงในแบบบันทกึ ดงั ตัวอย่าง
แบบบันทกึ คุณธรรมในการปฏบิ ตั ติ นเป็ นพลเมืองดี
1) การกระทาของเดก็ ในภาพสอดคลอ้ งกบั หลกั ธรรมใด
คารวธรรม สามคั คีธรรม
ปัญญาธรรม
2) การกระทาดงั กล่าวก่อใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
(ทาใหท้ ุกคนในช้นั เรียนเขา้ ใจบทเรียนมากข้ึน)
1) การกระทาของเด็กในภาพสอดคลอ้ งกบั หลกั ธรรมใด
คารวธรรม สามคั คีธรรม
ปัญญาธรรม
2) การกระทาดงั กล่าวก่อใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
(ทาใหม้ ีจิตใจท่ีดีงาม และช่วยสืบทอด
พระพทุ ธศาสนาใหค้ งอยสู่ ืบไป)
1) การกระทาของเดก็ ในภาพสอดคลอ้ งกบั หลกั ธรรมใด
คารวธรรม สามคั คีธรรม
ปัญญาธรรม
2) การกระทาดงั กล่าวก่อใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
(ทาใหโ้ รงเรียนสะอาดและเกิดความร่วมแรง
ร่วมใจกนั )
8. นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดใหป้ รบั ปรุงแก้ไข
ใหด้ ขี ึ้น
9. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ส่ิงทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั น้ี
การปฏิบัตติ นเปน็ พลเมอื งดีตามวิถีประชาธปิ ไตยควรยดึ หลักคุณธรรม ทาใหเ้ ราสามารถอยู่รว่ มกบั
ผ้อู ืน่ ได้อย่างสงบสุข บา้ นเมอื งมคี วามเป็นระเบยี บเรียบร้อย และเกดิ ความภาคภมู ใิ จในสิง่ ท่ีตนเองกระทาในฐานะ
พลเมอื งดี
10. นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี น
กิจกรรมนีส้ รา้ งเสริมทักษะศตวรรษที่ 21 ด้านการสือ่ สาร
๒๖
11. นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายสรปุ เก่ยี วกบั วธิ ีการทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวิธีการทางาน
ทม่ี ีแบบแผน
12. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ที่นักเรยี นได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร
• นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรียนในกลมุ่ มสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกับการเรียนในวันน้ีหรือไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรู้ที่ไดน้ ้ีไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไปได้
อยา่ งไร จากนนั้ แลกเปล่ียนตรวจสอบขัน้ ตอนการทางานทกุ ข้นั ตอนว่าจะเพม่ิ คณุ คา่ ไปสู่สังคม
เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคมให้มากข้ึนกวา่ เดิมในขัน้ ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในครั้งต่อไป
๙. สอ่ื การเรียนรู/้ แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.)
2. นทิ าน
3. แหล่งการเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
๑๐. การประเมนิ การเรียนรู้
1. ประเมินความรู้ เร่ือง คณุ ธรรมในการปฏิบัติตนเป็นพลเมอื งดี (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกล่มุ (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นมวี นิ ยั มจี ติ สาธารณะ (A) ด้วยแบบประเมนิ
๑๑. แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม
รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ
กระบวนการ 432 1
ทางานกลุม่
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มีการกาหนด
บทบาทสมาชกิ
สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ ีการชี้แจง
เป้าหมาย สมาชกิ
และมีการชี้แจงเป้าหมาย มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไมม่ ีการชแ้ี จงเป้าหมาย ต่างคนต่างทางาน
การทางาน อยา่ งชดั เจนและ อย่างชดั เจน
มีการปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน ปฏบิ ัติงานร่วมกัน
อย่างร่วมมอื รว่ มใจ แต่ไมม่ กี ารประเมิน ไม่ครบทกุ คน
พรอ้ มกับการประเมนิ เปน็ เปน็ ระยะ ๆ
ระยะ ๆ