ละครไทย ในแต่ละยุคสมัย
ละครไทย ละครไทยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยการได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากชาติต่าง ๆ เช่น อินเดียและพัฒนาให้มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีข ณี องไทย ส่งผลให้ละครไทยมีรูปแบบที่หลากหลาย น่าสนใจ
วิวัฒนาการละครไทย สมัยน่านเจ้า สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี สมัยรัตนโกสินทร์
สมัยน่านเจ้า มีนิยายเรื่อง นามาโนห์รา เป็นนิยายของพวกไต หรือคนไทย การแสดงในสมัยน่านเจ้าที่มีปรากฏอยู่ ก่อนหน้านี้ คือ การแสดงจำ พวกระบำ เช่น ระบำ หมวก ระบำ นกยูง
ระบำ หมวก เป็นการแสดงที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม จะใช้หมวกรูปทรงกรวยที่เรียกว่า "นอนล้า" และชุดการแต่งกายที่เรียกว่า "อาวหยาย" เป็นสิ่งของและการแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจำ วัน
พบหลักฐาน การละครและฟ้อนรำ ปรากฏอยู่ในศิลาจาลึก ของพ่อขุนรามคำ แหง จึงได้รับวัฒนธรรมของอินเดีย ผสมผสานกับวัฒนธรรมไทย มีการบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่ เพื่อใช้เรียกศิลปะการแสดงของไทย ว่า โขน ละคร ฟ้อนรำ
ละครแก้บน สมัยสุโขทัยมีการแสดงละครแก้บน และแสดงละครเรื่อง มโนราห์ สืบต่อกันมาจากสมัยก่อนหน้านี้ ซึ่งละครแก้บนเป็น กิจกรรมที่ช่วยปลดเปลื้องความผูกพันที่ติดค้างทางใจ และเป็นสื่อกลางในการตอบแทนระหว่างผู้บนบาน กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บนไว้แสดงให้เห็นค่านิยม ความกตัญญูของคนไทย
สมัยอยุธยา มีการแสดงละครชาตรีละครนอก ละครใน แต่เดิม ที่เล่นเป็นละครเร่ จะแสดงตามพื้นที่ว่างโดยไม่ต้องมีโรงละคร เรียกว่าละครชาตรีต่อมาได้มีการวิวัฒนาการ เป็นละครรำ เรียกว่าละครใน ละครนอก โดยปรับปรุงรูปแบบ ให้มีการแต่งการที่ประณีตงดงามมากขึ้น มีดนตรีและบทร้องและมีการสร้างโรงแสดง
ละครชาตรี ละครนอก ละครใน เป็นละคร ที่เกิดก่อนละครชนิดอื่น ๆ นิยมแสดงเรื่อง พระรถเสน และพระสุธน มโนราห์ จึงเรียกกันอีกอย่างว่า โนราชาตรี มีตัวละครเพียง 3ตัว คือตัวนายโรงตัวนางตัวตลก เป็นละคร ที่พัฒนามาจากละครชาตรี โดยเพิ่มตัวแสดงให้มากขึ้น ใช้ผู้ชายแสดงล้วน ดำ เนินเรื่องรวดเร็ว มุ่งเน้นความสนุกสนาน ตลกขบขัน เป็นละคร ที่เน้นความสวยงาม อ่อนช้อย ของกระบวนการรำ ตลอดจนบทร้องและดนตรี เพราะเดิมเป็นการแสดง ในเขตพระราชฐาน ดำ เนินเรื่องช้า ใช้ผู้หญิงแสดงล้วน
สมัยนี้บทละครในสมัยอยุธยาได้สูญหายไป สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงรวบรวมศิลปิน บทละคร ที่เหลือมาทรงพระราชนิพนธ์บทละคร เรื่อง รามเกียรติ์อีก 5ตอน ได้แก่ 1. หนุมานเกี้ยวนางวานริน 2. ท้าวมาลีวราชว่าความ 3. ทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด 4. พระลักษมณ์ถูกหอกกบิลพัท 5. ปล่อยม้าอุปการ
รามเกียรติ์ แต่งเพื่อใช้เล่นในละครหลวง ใน พ.ศ.2313 ได้ยกทัพไปปราบ เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จึงโปรดให้หัดละครหลวงขึ้น และทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ เพื่อใช้ในการเล่นละครและงานสมโภชต่าง ๆ
สมัยรัตนโกสินทร์ ศิลปะการแสดงประเภทโขน ละคร ฟ้อนรำ มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ในสมัยรัชกาลที่ 2และรัชกาลที่ 6และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้มีการโอนศิลปินกรมมหรสพไปสังกัดกรมศิลปากร จนในปัจจุบันได้มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งเป็นสถานที่ผลิตครู และนักศึกษาทางศิลปะการแสดงในสาขาต่าง ๆ ออกมาเป็นจำ นวนมากทั้งโขน ละคร ฟ้อน และรำ
โขนพระราชทาน โขนพระราชทานเริ่มขึ้นเมื่อครั้งเฉลิมฉลอง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา ในปี พ.ศ. 2550 นับเป็นการแสดงโขนที่มีความวิจิตงดงามเป็นอย่างมาก