๑
๒
ใบสมคั รเขา้ รบั การคดั เลอื ก รางวัล KPPE Awards ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ของสำนกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวัดกำแพงเพชร
..........................................................
คำชี้แจง ใหผ้ สู้ มัครเขา้ รบั การคัดเลอื กรางวลั KPPE Awards ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ ทกุ ประเภทกรอกข้อมลู
ให้ครบถ้วน ดงั นี้
๑. ขนาดของสถานศึกษาท่ีปฏิบตั ิงานของผู้ส่งผลงาน
1.1 สถานศึกษาระดบั ประถมศึกษา
สถานศึกษาท่ีเปิดสอนระดับประถมศกึ ษาที่นักเรยี นตงั้ แต่ 1-๘๐ คน
สถานศกึ ษาท่ีเปดิ สอนระดับประถมศกึ ษาที่นักเรียนตง้ั แต่ ๘๑-๑๒๐ คน
สถานศกึ ษาท่เี ปดิ สอนระดับประถมศกึ ษาทนี่ ักเรียนตั้งแต่ ๑๒๑-๒๕๐ คน
สถานศกึ ษาที่เปดิ สอนระดับประถมศึกษาท่ีมนี ักเรยี นตงั้ แต่ ๒51 คนขนึ้ ไป
1.2 สถานศกึ ษาทเ่ี ปดิ สอนระดับประถมศึกษา ถึง มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 (โรงเรยี นขยายโอกาส)
สถานศกึ ษาทเ่ี ปดิ สอนระดับประถมศึกษา ถึง มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ที่มีนักเรียน
ตงั้ แต่ 1-๑50 คน
สถานศกึ ษาที่เปดิ สอนระดับประถมศึกษา ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 ท่ีมนี กั เรียน
ตง้ั แต่ ๑51-๒๐๐ คน
สถานศกึ ษาทเ่ี ปดิ สอนระดับประถมศึกษา ถงึ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ที่มนี กั เรยี น
ตั้งแต่ 2๐1-๒๕๐ คน
สถานศึกษาที่เปดิ สอนระดับประถมศกึ ษา ถงึ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ทมี่ นี ักเรียน
ตง้ั แต่ 251 คน ขนึ้ ไป
๑.3 สถานศึกษาระดับมธั ยมศกึ ษา
สถานศกึ ษาทเ่ี ปดิ สอนระดับมธั ยมศกึ ษา ท่ีมนี ักเรยี นตงั้ แต่ 1-250 คน
สถานศึกษาที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา ที่มีนักเรยี นต้งั แต่ 251-500 คน
สถานศึกษาทเ่ี ปิดสอนระดับมัธยมศึกษา ทม่ี นี ักเรยี นตัง้ แต่ 501-๑,๐๐๐ คน
สถานศึกษาท่ีเปิดสอนระดับมัธยมศึกษา ท่มี นี ักเรยี นตัง้ แต่ ๑,๐๐๑ คน ข้นึ ไป
1.4 สถานพฒั นาเด็กปฐมวยั
1.5 สถานศกึ ษาระดับอาชีวศึกษา / ศนู ย์ กศน.อำเภอ
1.6 สถานศกึ ษาระดบั อุดมศึกษา
๒.ประเภททีส่ มคั ร
๒.๑ ประเภทผบู้ ริหารหนว่ ยงานการศึกษา / ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
ผู้บริหารหน่วยงานการศกึ ษา
ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
๓
๒.๒ ประเภทครูผูส้ อน / ผูร้ บั ผิดชอบในสถานศึกษา
ครูผสู้ อน
ผูร้ ับผิดชอบงานในสถานศึกษา
๒.๓ ประเภทบุคลากรทางการศึกษา (ศึกษานิเทศก์ / ผูร้ บั ผิดชอบในหนว่ ยงานการศึกษา)
ศกึ ษานิเทศก์
ผรู้ ับผดิ ชอบในหน่วยงานการศกึ ษา
๓. สาขาทีส่ มัคร
สาขาการจัดการเรยี นรู้ปฐมวยั
๔. ช่ือผลงาน
การจัดประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพเพ่ือสง่ เสริมทักษะภาษาดา้ นการพดู ของเดก็ ปฐมวยั
ชน้ั อนบุ าลปที ี่ 3 โรงเรยี นบา้ นคลองเมือง
๕. ผู้เสนอผลงาน
๕.๑ ชื่อ-นามสกลุ นางสาวเอมอร แสงท้าว ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
สถานศกึ ษา/หนว่ ยงาน โรงเรยี นบ้านคลองเมือง สังกัด สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษา
กำแพงเพชร เขต 1 (ภาคผนวก ก ประวัติย่อผู้เสนอผลงาน)
๕.๒ งานที่ไดร้ บั มอบหมาย (ปีปจั จบุ ัน)
ที่ งานท่ไี ด้รับมอบหมาย รายละเอียด หมายเหตุ
1 ครูประจำชัน้ /ครูประจำวชิ า ประจำชั้นอนุบาลปที ี่ 2 และ ประจำชน้ั อนบุ าลปที ี่ 3 (ภาคผนวก
2 ครปู ระจำวิชาลกู เสอื สำรอง ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 - ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ข คำสัง่
3 ครูเวรประจำวัน -ครูเวรทุกวันพธุ ต่าง ๆ)
-ครูเวรยามกลางวนั และกลางคืน
4 งานการเงินงบประมาณ -หัวหนา้ การเงนิ งบประมาณ
-เบิก-ถอน-จ่ายเงนิ โรงเรยี น
-จดั ทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาตามปงี บประมาณ
5 งานวชิ าการ -พัฒนาและปรับปรงุ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2564
-พฒั นางานวจิ ยั ในชั้นเรยี น
-พฒั นานวตั กรรมทางการเรยี นรู้ในสถานการณโ์ ควิด19
-งานธุรการในชั้นเรยี นท้งั 2 ชัน้ เรียน
-งานประกันคุณภาพระดับอนุบาล
6 โครงการ -โครงการการพัฒนาหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั
-โครงการส่งเสริมพฒั นาการทั้ง 4 ดา้ น ระดบั อนบุ าล
-โครงการส่งเสริมพัฒนาการเดก็ ปฐมวยั ร่วมกับพอ่ แม่
ผปู้ กครอง
๔
7 งานอน่ื ๆ -โครงการคาราวานเสรมิ สรา้ งเดก็ ปฐมวัย (วทิ ยาศาสตร์
น้อย)
-โครงการสง่ เสริมส่งเสริมศักยภาพและทักษะอาชีพ
-โครงการจดั ทำแผนปฏบิ ตั ิการและแผนงานงบประมาณ
-โครงการรับอนบุ ัตรบัณฑติ น้อย
-การตกแต่งสถานท่เี พ่ือรับการประเมินตรวจเยีย่ มจาก
หน่วยงานต่างๆ
-จับจีบผ้าและผูกผา้ ในงานพิธีต่างๆทง้ั โรงเรยี น วดั และ
ชุมชน ตามโอกาสตา่ งๆ
๕.๓ ชอ่ งทางการติดต่อหมายเลขโทรศพั ท์.....098-7472389..............................................
E-mail : [email protected]......(อ่ืนๆ).... Line ID : kru_oon .....................................
๖. รายงานผลการดำเนนิ งาน
การเสนอผลงานเพือ่ คัดเลอื กรบั รางวัล KPPE Awards ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ ผู้เสนอผลงานตอ้ งจัดทำ
รายงานผลการดำเนินงาน เอกสารอ้างอิง ภาพประกอบกจิ กรรม จำนวน ๒๐-๓๐ หนา้ (รวมภาคผนวก)
โดยระบุ ชอ่ื เรื่อง กจิ กรรม และขอบเขตเนื้อหา สาระสำคญั ของการดำเนินงาน ข้ันตอนการดำเนินงาน และ
ผล ที่เกิดจากการดำเนนิ งาน) โดยเขยี นอธบิ ายตามเกณฑ์ดังน้ี
๑) ความสำคญั ของนวัตกรรม (๒๐ คะแนน)
ระบุเหตุผล ความจำเป็น ปัญหาหรอื ความตอ้ งการ ความสำคญั แนวคดิ หลักการสำคัญ
ในการออกแบบนวัตกรรม
ความเป็นมาและความสำคัญของนวตั กรรม
การสง่ เสริมพัฒนาการให้แกเ่ ด็กไดเ้ จริญเติบโตเตม็ ศักยภาพในช่วงอายุ 3 - 6 ปีน้ี จะเปน็
รากฐานทีด่ ใี ห้เขาเตบิ โตเปน็ เยาวชนและพลเมืองทดี่ ี เฉลียวฉลาด คดิ เป็น ทำเปน็ และมีความสขุ เด็ก
ปฐมวัยจะมีชีวติ รอดและเติบโตไดก้ ด็ ว้ ยการพึง่ พาพอ่ แมแ่ ละผ้ใู หญ่ทชี่ ว่ ยเลยี้ งดู ปกป้องจากอันตราย หาก
ผใู้ หญ่ใหค้ วามรกั เอาใจใส่ใกล้ชิด อบรมเล้ยี งดโู ดยเข้าใจเด็กพรอ้ มจะตอบสนองความต้องการพืน้ ฐานที่
เปล่ยี นไปตามวัยไดอ้ ย่างเหมาะสมใหส้ มดุลกันท้ังดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สตปิ ัญญา และสังคมแล้ว เด็ก
จะเตบิ โตแขง็ แรงแจม่ ใส มคี วามมน่ั คงทางจติ ใจ รภู้ าษา ใฝร่ ู้ และใฝด่ ี พร้อมท่จี ะพัฒนาตนเองในขนั้ ต่อไป ให้
เป็นคนเก่งและคนดีอยู่ในสงั คมได้อยา่ งเป็นสขุ สอดคล้องกับ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12
(พ.ศ.2562 – 2564) ทีม่ ุ่งหวงั จะพัฒนาคุณภาพคนไทยทุกกลมุ่ วยั ให้มคี วามพรอ้ มทัง้ กาย ใจ สติปญั ญา มี
จิตสำนึก วฒั นธรรมที่ดีงามและรูค้ ุณค่าของความเปน็ ไทย มีโอกาสและสามารถเรียนรตู้ ลอดชวี ติ มี
ภมู คิ ุม้ กนั ต่อการเปล่ียนแปลงการจดั การศึกษาปฐมวยั มีความสำคัญอย่างมากเพราะเปน็ พื้นฐานการเรียนรู้
เพอ่ื นำไปส่กู ารต่อยอดการศกึ ษาในระดับต่อไป สอดคล้องกับ แผนยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นเดก็ ปฐมวยั (พ.ศ.
๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)นำไปสู่การกำหนดทักษะสำคัญสำหรบั เด็กในศตวรรษที่ ๒๑ ทีม่ ีความสำคัญในการกำหนด
เป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวยั ให้มีความสอดคลอ้ งและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกดา้ น สอดคล้องกบั
หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 25๖๐ สำหรับเดก็ อายุ 3 - 6 ปี ทีม่ เี ปา้ หมายในการพฒั นาเด็ก
ปฐมวยั ใหม้ ีพัฒนาการดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอยา่ งมคี ุณภาพเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
เกดิ คณุ คา่ ต่อครอบครวั ชุมชนสงั คม และประเทศชาตใิ นอนาคตต่อไป
๕
ปจั จบุ ันความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยสี ารสนเทศทำใหก้ ารตดิ ตอ่ ระหว่างผูค้ นเป็นไปอยา่ งรวดเร็ว
และทันสมยั มากยิง่ ข้นึ การส่ือสารจงึ มีความสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของทุกคนการส่อื สารของมนุษย์เราน้ันต้อง
อาศัยภาษาเป็นเคร่ืองมือซ่งึ ต้องใช้ท้ังการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนในการสอื่ สารทำความเข้าใจกับ
ผอู้ ่นื และทำให้ผ้อู ่ืนเข้าใจตรงกัน แม้ว่าการสอื่ สารจะมีประสิทธิภาพเพยี งใด แต่ความผิดพลาดทเี่ กดิ จากการ
เขา้ ใจความหมายที่ไม่ตรงกนั ยงั ผลใหเ้ กิดความเสยี หายมากมายทงั้ ในสว่ นบคุ คล กลุม่ บุคคล สังคมและ
ประเทศชาติ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ (2543, หน้า 7) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภมู พิ ลอดุลยเดช รชั กาลที่ 9 ทรงมพี ระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวไทย เม่อื วันที่ 22 ธนั วาคม พ.ศ. 2542
เรือ่ งภาษาและการเขา้ ถึงภาษา ดังน้ี “…ตอ้ งหาวธิ ที ี่จะทำการเรียนการสอนให้ไดป้ ระโยชน์และสามารถเข้า
ใจความจรงิ ไม่ใชใ่ หเ้ ขา้ ใจภาษาแตเ่ ข้าใจวิชาการ ไม่ใชว่ ิชาการอย่างเดียวต้องเข้าใจวธิ ีปฏบิ ตั ิตน หมายถงึ
จริยธรรมต่าง ๆ ตอ้ งเรยี น ต้องร้ใู ห้กว้างขวาง อันน้ีเป็นข้อสำคัญในการพฒั นาการศกึ ษา ถ้าไม่พัฒนา
การศึกษาประเทศกอ็ ยู่ไม่ได้ ความเขา้ ใจของบุคคลจะไม่มี ถ้าความเข้าใจของบคุ คลไม่มี ขอ้ ใดก็ตามท่ีคนไม่
เขา้ ใจ คือสื่อความหมายความคิดไมไ่ ด้ ถ้าไม่มคี วามรู้ โดยเฉพาะภาษาอนั นท้ี ่จี ะตอ้ งแก้ไขที่บอกว่าแก้ไข
เพราะร้วู ่ายงั ไมด่ ี” จากพระราชดำรสั ท่ีได้อัญเชญิ มานี้ จะเห็นไดว้ า่ พระองค์ทรงให้ความสำคญั กบั การมี
ความรูใ้ นการใช้ภาษาและใชภ้ าษาเปน็ เครื่องมือเพื่อให้มีความรคู้ วามเขา้ ใจในวทิ ยาการตา่ ง ๆ และต้อง
พัฒนาการศึกษาดา้ นการใชภ้ าษาของบุคคลให้สามารถสอ่ื สารใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิดใหส้ ูงขน้ึ ซึ่งมี
ความสัมพันธก์ ับการอยู่รอดของประเทศชาติ ภาษา จึงเป็นจุดเร่ิมต้นของการเรียนรโู้ ลกรอบตวั ของเด็กตั้งแต่
เกิดและเป็นสื่อในการเรยี นให้ได้ความรู้ ประสบการณ์ตา่ ง ๆ ในโรงเรยี น วิธีการเรียนรู้ ภาษาจงึ เปน็ ประเดน็
ที่ตอ้ งพจิ ารณาค้นหาหนทางท่เี ดก็ เรยี นรแู้ ลว้ ได้ผลดี มีความสขุ ในการเรยี นร้จู นสามารถใช้ภาษาได้อย่างมี
ความหมาย เพื่อเช่ือมโยงกบั คนที่เด็กอยใู่ กล้ชดิ ได้ดี จนถึงระดับที่เด็กสามารถใชภ้ าษาเป็นเคร่ืองมือในการ
แสวงหาความรูใ้ นยคุ สารสนเทศ (Information age) จากสอื่ ตา่ ง ๆ ได้อย่างสมบรู ณ์
หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช 2560 (2560, หนา้ 42) การจดั การศึกษาปฐมวยั
สำหรับเด็กอายุ 3 – 6 ปี ได้กำหนดมาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ 12 ประการ ด้านท่ตี รงกบั การใช้
ทกั ษะภาษา คือ มาตรฐานท่ี 9 ใชภ้ าษาส่อื สารได้เหมาะสมกบั วยั โดยใหเ้ ด็กได้รบั ประสบการณ์สำคัญใน
การจดั กิจกรรมประจำวนั ดา้ นการพัฒนาภาษา เปน็ การพัฒนาให้เดก็ ใชภ้ าษาส่ือสารถา่ ยทอดความร้สู ึกนึก
คิดความรูค้ วามเขา้ ใจในส่ิงต่าง ๆ ทีเ่ ดก็ มีประสบการณ์ โดยสามารถตั้งคำถามในสิ่งท่ีสงสยั ใคร่ร้จู ัดกิจกรรม
ทางภาษาให้มคี วามหลากหลายในสภาพแวดลอ้ มทเ่ี อ้ือต่อการเรยี นรู้ มุ่งปลูกฝงั ใหเ้ ด็กได้กล้าแสดงออกใน
การฟงั พดู อ่าน เขยี น มีนสิ ัยรักการอ่าน และบุคคลแวดลอ้ มตอ้ งเปน็ แบบอย่างท่ีดีในการใชภ้ าษา ท้ังน้ี
ตอ้ งคำนึงถงึ หลกั การจดั กิจกรรมทางภาษาท่ีเหมาะสมกับเด็กเป็นสำคญั
ดวงใจ รุ่งเรอื ง (2551, หน้า 67) ได้ศึกษาผลการจัดประสบการณท์ างภาษาโดยใช้เทคนิคการเลา่
นิทานวงกลมที่มตี ่อความสามารถทางการพูดของเดก็ อนุบาล พบวา่ หลงั การทดลองเด็กกลุม่ ท่ีได้รบั การจัด
ประสบการณ์ทางภาษา โดยเทคนคิ การเลา่ นทิ านวงกลมมีความสามารถทางการพดู ทงั้ 2 ดา้ น สูงกวา่ กลุ่ม
ควบคมุ ที่ไดร้ ับการจัดประสบการณท์ างภาษาแบบปกติอยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิท่ีระดบั .05 สอดคล้องกับ
ณัฐธยาน์ ยิ่งยงค์ (2553, หนา้ 72) พบว่า เด็กปฐมวยั ทีไ่ ด้รบั การจดั ประสบการณ์การเล่านทิ านพนื้ บา้ น
จงั หวัดสโุ ขทยั ประกอบภาพมีพฒั นาการด้านการพดู สงู ขึน้ อย่างมีนยั สำคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .01 เมื่อ
พจิ ารณารายด้าน พบวา่ ด้านการพดู คำศัพท์ ดา้ นการพูดเปน็ ประโยค และดา้ นการพูดเป็นเร่อื งราว ของเด็ก
ปฐมวยั มพี ฒั นาการสงู ข้นี อย่างมนี ัยสำคัญทางสถติ ิท่ีระดบั .01
๖
สำนักงานรบั รองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา รอบ 3 (2554) ผลการประเมินคุณภาพ
การศกึ ษาระดบั ปฐมวัย รอบ 3 ของโรงเรยี นบา้ นคลองเมือง อำเภอโกสมั พีนคร จังหวดั กำแพงเพชร ไดร้ ับ
ขอ้ เสนอแนะ จากการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบสาม ดา้ นการจัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวยั “เด็กควรได้รบั การ
พัฒนาในด้านการคิด การใชภ้ าษา การสงั เกต การจำแนก เปรยี บเทยี บ จำนวน มิตสิ มั พันธแ์ ละเวลา โดยผ่าน
กจิ กรรมเสรี กจิ กรรมเกมการศึกษา และกิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์อย่างตอ่ เนื่องและสมำ่ เสมอ เช่น การฝึกการจดั
ประเภทของสิง่ มีชวี ิต ไมม่ ีชีวติ สัตว์บก สัตวน์ ้ำ ของใช้ ของเลน่ ฝึกบอกความสมั พนั ธส์ งิ่ ทีอ่ ยรู่ อบตวั เรา บอกความ
เหมือนและความตา่ งเก่ยี วกบั สี จำนวน นำ้ หนกั ระยะ เปน็ ตน้ ” ซ่งึ ข้อเสนอแนะจากการประเมนิ คุณภาพ
ภายนอกรอบสาม มคี วามจำเปน็ ทีโ่ รงเรียนบ้านคลองเมอื ง จะตอ้ งดำเนนิ การปรบั ปรงุ แก้ไขการจดั
การศึกษาปฐมวัย เพื่อสรา้ งคุณภาพใหก้ ับการจัดการศึกษาระดับปฐมวยั ให้เด็กเกิดคณุ ลักษณะทีเ่ หมาะสม
ตามวยั ตามขอ้ เสนอแนะดังกล่าว สอดคล้องกับ นโยบายในการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั เพอื่ ให้มีความพรอ้ มสู่
การศกึ ษาในขน้ั พ้นื ฐานผา่ นการจดั ประสบการณท์ ี่หลากหลายและมีกระบวนการคิด จากสำนกั งานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ส่งเสรมิ การอ่านออกเขยี นไดค้ ิดเลขเปน็ มสี มรรถนะทเ่ี หมาะสม
ตามช่วงวัย
ดงั นนั้ ผวู้ จิ ัยในฐานะครูผู้สอนประจำระดบั ช้ันอนบุ าลปีท่ี 3 โรงเรยี นบ้านคลองเมอื ง มบี ทบาท
หนา้ ทโี่ ดยตรง กบั การจดั การศึกษาปฐมวยั ในสถานศึกษา และรบั ผดิ ชอบงานวิชาการระดบั ปฐมวยั โดยตรง
จงึ สนใจทีจ่ ะศึกษาการจัดประสบการณก์ ารเล่านิทานประกอบภาพเพื่อส่งเสริมทกั ษะภาษาดา้ นการพดู ของ
เด็กปฐมวยั ชนั้ อนุบาลปีที่ 3 (อายุ 5 – 6 ปี) ซ่งึ เป็นกจิ กรรมหนง่ึ ท่ีสนองตอบต่อความต้องการและความ
แตกต่างระหว่างบคุ คล สง่ เสริมการเปดิ โอกาสให้เด็กได้แสดงออกทางความคิด ความรสู้ ึก ด้วยการใช้ภาษา
ทส่ี ามารถเชอ่ื มโยงประสบการณ์ตา่ ง ๆ จากนิทานสูก่ ารใช้ทกั ษะภาษาด้านการพดู ได้อย่างมีปะสทิ ธิภาพ และ
เพือ่ ให้ผู้ทส่ี นใจเกี่ยวกับการจัดประสบการณก์ ารเล่านิทานประกอบภาพเพือ่ สง่ เสริมทักษะภาษาด้านการพูด
ไดน้ ำผลการส่งเสรมิ ทักษะภาษาด้านการพดู ไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการจัดประสบการณส์ ำหรบั เดก็ ปฐมวยั ใน
โรงเรียนให้มคี ุณภาพตอ่ ไป
ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากการวจิ ยั
ผลของการศึกษาวจิ ยั และนวตั กรรมทางการศึกษาปฐมวยั ในครง้ั น้ี การจดั ประสบการณก์ าร
เล่านทิ านประกอบภาพเพื่อส่งเสรมิ ทักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย เพ่ือเป็นแนวทางหรือทางเลือก
อกี รปู แบบหน่ึงใหค้ รูปฐมวัยและบคุ ลากรทเ่ี กยี่ วข้องกับการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนในระดับอนุบาลปีท่ี
3 เพอ่ื ให้เด็กจะได้มีพื้นฐานความรูท้ างภาษาที่ดี และมีทักษะทางภาษาด้านการพูดท่สี อดคล้องกบั สาระและ
มาตรฐานการเรียนร้ใู นระดับปฐมวัยสูศ่ ตวรรษท่ี 21 อยา่ งมีคณุ ภาพต่อไป
(ภาคผนวก ค ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 )
๒) วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนนิ งาน (๑๐ คะแนน)
ระบวุ ัตถุประสงค์และเปา้ หมายของการดำเนินการพัฒนานวัตกรรม/วธิ ีปฏิบัติทป่ี ระสบผลสำเรจ็
วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย
1. เพื่อศึกษาผลการจัดประสบการณ์การเลา่ นทิ านประกอบภาพเพ่ือส่งเสรมิ ทักษะ
ภาษาดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัย ชั้นอนบุ าลปที ่ี 3
2. เพ่ือเปรียบเทยี บทักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวยั ก่อนและหลังไดร้ บั การจัด
ประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพ
๗
เป้าหมายของการดำเนนิ งาน
1. ประชากร
1.1 ประชากร ไดแ้ ก เด็กปฐมวัยอายรุ ะหว่าง 5 – 6 ปี ท่ีกำลงั ศึกษาระดับช้นั
อนุบาลปีที่3 ปกี ารศกึ ษา 2562 สังกัดสำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1
1.2 กลุ่มตัวอย่าง ไดแ้ ก่ เด็กปฐมวัยระดบั ชั้นอนบุ าลปีท่ี 3 ท่ีอายุระหว่าง 5 –
6 ปีโรงเรียนบ้านคลองเมือง อำเภอโกสัมพนี คร จังหวดั กำแพงเพชร จำนวน 8 คน สงั กัดสำนักงานเขต
พืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร เขต 1 ปีการศึกษา 2562 ได้มาโดยวิธกี ารเลอื กแบบเจาะจง
2. ตวั แปรทีศ่ กึ ษา
2.1 ตวั แปรตน้ คือ การจดั ประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพ
2.2 ตวั แปรตาม คือ ทักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ช้นั อนบุ าลปที ่ี 3
เนือ้ หา ไดแ้ ก่ นิทานประกอบภาพ จำนวน 12 เรอ่ื ง ไดแ้ ก่ ครอบครัวของหนู
หนอู ยากเปน็ อะไร ความสุขของพอใจ พนี่ นท์กับนอ้ งแนน อาหารดมี ีประโยชน์ น้องแอนน่ชี อบกนิ ผัก เที่ยว
สวนผลไม้ ดอกไมข้ องหนูดี สัตวเ์ ลย้ี งแสนรกั เจ้าปา่ ผกู้ ล้าหาญ การเดินทางทแี่ สนสนุก และจอ๋ มแจ๋มเท่ยี ว
เมอื งใหญ่
ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง ใชเ้ วลาทั้งส้ินรวม 12 สปั ดาห์ สปั ดาห์ละ 4 วนั วัน
ละ 30 นาที จัดกิจกรรมในช่วงเวลา 15.00 – 15.30 น. ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562
๓) ข้นั ตอนการดำเนนิ งาน (๒๕ คะแนน)
ระบุขั้นตอนการดำเนินงาน/กระบวนการ/วิธกี ารจัดทำ และการนำนวตั กรรม/วธิ ีปฏิบัติ
ทป่ี ระสบผลสำเร็จ ไปใช้
การศึกษาขอ้ มลู พน้ื ฐานของการจดั ประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพเพื่อสง่ เสรมิ ทกั ษะ
ภาษาด้านการพดู ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปที ่ี 3 มีวธิ กี ารดำเนินการตามลำดับขน้ั ตอน 6 ข้นั ตอน ดงั นี้
1. การศกึ ษาข้อมูลเบอื้ งต้นในงานวจิ ัย ศึกษาทฤษฎีและแนวคิด จากเอกสาร บทความ
วารสาร และงานวจิ ัยที่เกี่ยวข้อง ดงั น้ี
1.1 ศกึ ษาขอ้ มูลเบื้องตน้ ทเ่ี กดิ ปัญหาทางทกั ษะภาษาดา้ นการพดู ในระดบั ชั้น
อนุบาลปีที่ 3 ในโรงเรยี นบา้ นคลองเมือง เพือ่ นำมาวเิ คราะห์และหาทางในการแกไ้ ขตามสภาพความเป็นจริง
1.2 ศกึ ษาหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ค้นควา้ แนวคดิ ทฤษฎี
หลักการและเอกสารงานวิจยั ท่ีเก่ียวข้องกบั การสง่ เสริมทักษะภาษาด้านการพดู ของเด็กปฐมวยั
1.3 นำข้อมลู ท่ีได้มากำหนดกรอบแนวคิดในการวจิ ยั ทกั ษะภาษาดา้ นการพดู ดังนี้
ทฤษฎีความพึงพอใจ ทฤษฎีพัฒนาการทาง นติ ยา ประพฤ
แหง่ ตน (2557) สตปิ ัญญา (2555) (2546, หนา้
โมวเ์ รอร์ (Mower) เชือ่ เพียเจท์ (Piaget การฝกึ ใหเ้ ด็กร
Theory) พฒั นาการทางภาษา ช่วยใหเ้ ดก็ เพิ่มพนู คำ
ว่าความสามารถในการฟัง ของเด็กเปน็ ไปพร้อม ๆ กบั เรียนรูเ้ กีย่ วกบั ประส
และความเพลดิ เพลินกับการ ความสามารถด้านการให้ โครงสร้างของภาษา
ได้ยนิ เสียงของผู้อื่นและตนเอง เหตุผล การตัดสนิ และดา้ น เข้าใจเรือ่ งราวต่าง ๆ
เป็นสง่ิ สำคญั ต่อพฒั นาการ ตรรกศาสตร์ เดก็ ต้องการ ซึ่งจะชว่ ยใหเ้ ดก็ ใชภ้
ทางภาษา ทฤษฎคี วามพึง ส่ิงแวดลอ้ ม ทีจ่ ะสง่ เสรมิ ให้ ไดถ้ ูกต้องยิ่งขึน้ รจู้ กั
พอใจแหง่ ตน (The Autism เด็กสร้างกฎ ระบบเสียง เพื่อนฝูง ทั้งยงั กระต
Theory หรือ Austistic ระบบคำ ระบบประโยค และ ได้ใช้จนิ ตนาการ
Theory) ทฤษฎีนถ้ี อื วา่ การ ความหมายของภาษา
เรยี นรู้การพูดของเด็กเกิดจาก นอกจากนเี้ ดก็ ยังต้องการฝึก
การเลียนเสียงอนั เนื่องจาก ภาษาดว้ ยวิธีการหลาย ๆ วธิ ี
ความพงึ พอใจ
ที่ไดก้ ระทำเช่นนน้ั และจดุ ประสงคห์ ลาย ๆ อยา่ ง
ทกั ษะภาษาดา้ นการพดู
-การพูดดา้ นโครงสร้างประ
-การพูดดา้ นความคล่องใน
แผนภาพที่ 1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั
๗
ฤตกิ ิจ ชติ าพร เอี่ยมสะอาด ดวงใจ รุ่งเรือง
46) (2548, หนา้ 24 - 32) (2551, หน้า38)
ร้จู กั ฟงั จะ พฒั นาการทางภาษาพดู ประโยคทุกชนดิ จำแนก
ำศัพท์ ของเด็กจะเปน็ ไปตามขน้ั ตอน ออกเปน็ 2 ส่วน คือ สว่ นท่ีเป็น
สบการณ์ ซ่ึงเกย่ี วเนื่องกบั สตปิ ญั ญา การ ประธานของประโยค เรียกวา่
าพูดและได้ ส่งเสรมิ และโอกาสในการ ภาคประธาน ส่วนท่แี สดง
ๆ มากขึ้น เรียนรขู้ องเด็ก เป็นการพฒั นาท่ี อาการหรือความเปน็ ไปของ
ภาษาพูด มกี ระบวนการตอ่ เนื่องมาต้ังแต่ ประธาน เรยี กวา่ ภาคแสดง
กพูดคุยกบั แรกเกดิ โดยเริ่มจากการฟงั เสียง ประโยคประกอบด้วย บท
ตุ้นใหเ้ ด็ก รอบตวั และพฒั นาไปถึงข้ันการ ประธาน บทขยายประธาน
ใชค้ ำอย่างมีความหมาย มีการ บทกริยา บทขยายกริยา บท
ใช้ประโยคยาวข้ึน จนกระทัง่ กรรม บทขยายกรรม และ
เดก็ สามารถใชป้ ระโยคท่ีซบั ซ้อน คำเช่อื ม
และมคี วามหมาย
ะโยค
นการใช้ภาษา
ยทกั ษะภาษาด้านการพดู
8
1.4 วิเคราะห์และสังเคราะห์ แนวคิด ทฤษฎี เอกสารทเี่ กี่ยวข้องนำข้อมูล
ที่ไดม้ ากำหนดกรอบแนวคิดในการวิจยั ในการจัดประสบการณ์การเลา่ นทิ านประกอบภาพ ดงั นี้
สำนักวชิ าการและมาตรฐาน แปลนฟอร์ คิดส์ (2551) อรุณี ดอทเนท็ (2562)
การศกึ ษา (2562)
เสน่ห์ของหนังสือนิทานไว้ การจัดทำแผนการจดั
มุง่ ใหเ้ ดก็ มพี ัฒนาการตาม ดังน้ี 1. เนือ้ หาสนุกแฝงข้อคิด ประสบการณ์ให้บรรลจุ ุดหมาย
ศักยภาพและมีความพร้อมใน ความยาวเหมาะกับความ ของหลักสตู ร ผสู้ อนควร
การเรยี นรู้ต่อไป จงึ กำหนด สามารถในการอา่ นของเดก็ 2. ดำเนินตามขน้ั ตอนต่อไปน้ี
จุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเม่ือ ภาพ ประกอบ สสี ันสวยงาม ศกึ ษาวเิ คราะหห์ ลกั สูตร
จบการศกึ ษาระดบั ปฐมวัย หลากหลายเทคนิค ปลูกฝงั สถานศกึ ษา วเิ คราะห์สาระ
รสนิยมด้านศิลปะ 3. ขนาดและ การเรยี นรู้ กำหนดรูปแบบ
ด้านที่ 4 มที ักษะการคิด การใช้ รปู แบบของตวั หนังสืออา่ นงา่ ย การจดั ประสบการณ์ กำหนด
ภาษาสอื่ สาร และการแสวงหา 4. โครงเร่ือง แนวคดิ ระดับ รูปแบบการจัดประสบการณ์
ความร้ไู ดเ้ หมาะสมกบั วัย ภาษา สอดคล้องกบั พฒั นาการ เขยี นแผนการจดั ประสบการณ์
มาตรฐานท่ี 9 การใช้ภาษาเพ่ือ และความสามารถของเด็ก
การสอื่ สาร
ขนั้ ตอนในการจัดกจิ กรรม
ข้นั นำ ครนู ำเดก็ เข้าสูเ่ รอ่ื งราวท่ีจะเลา่ ดว้ ยการเร้าความสนใจของเด็ก และสนทนาถามตอบพร้อม
ท้งั สรา้ งข้อตกลงร่วมกันระหว่างการฟังนิทาน
ขั้นสอน ครเู ล่านิทานประกอบภาพ ในระหว่างการเลา่ นิทานมีการสนทนาซักถาม หรอื ใหเ้ ด็กมี
ส่วนรว่ มในการออกมาเล่านิทาน เพ่อื ให้เดก็ เกิดทักษะภาษาตามวยั และการกล้าแสดงออกในการพูดตาม
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ข้ันสรปุ เด็กและครูรว่ มกนั สรปุ เนื้อหาของนิทานประกอบภาพ และทำกิจกรรมทบทวนนทิ านที่มี
ความสมั พนั ธ์กับเนือ้ เรื่องในนิทานตามจดุ ประสงค์การพัฒนาในนิทานเรอ่ื งน้นั
การจดั ประสบการณก์ ารเลา่ นทิ านประกอบภาพเพื่อสง่ เสรมิ พัฒนาการทางภาษาดา้ นการพูด
วนั ที่ 1 ครอู ่านนทิ าน สนทนา ถามตอบ
วันท่ี 2 ครูเล่านิทาน สนทนา ถามตอบ เด็กออกมานำเสนอภาพในนิทาน
วนั ที่ 3 เดก็ ออกมาเล่านิทาน เด็กวาดภาพในนิทานและนำเสนอกับเพ่อื น
วนั ที่ 4 เดก็ เลอื กบทบาทตวั ละครในนิทานและรว่ มกันแสดงบทบาทสมมตุ ใิ นนิทาน
แผนภาพท่ี 2 กรอบแนวคิดในการวิจัยการจดั ประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพ
9
๒. การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
ประชากร ไดแ้ ก่
1) ประชากร ไดแ้ ก่ เดก็ ปฐมวยั อายรุ ะหวา่ ง 5 – 6 ปี ท่กี ำลงั ศกึ ษาในระดับชัน้
อนุบาลปที ่ี 3 ปกี ารศึกษา 2562 สงั กัดสำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1
๒) กลุ่มตวั อย่าง ได้แก่ เด็กปฐมวยั ระดบั ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ท่อี ายรุ ะหวา่ ง 5 – 6
ปโี รงเรียนบา้ นคลองเมือง อำเภอโกสมั พีนคร จังหวดั กำแพงเพชร จำนวน 8 คน สังกัดสำนักงานเขตพน้ื ที่
การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ปกี ารศึกษา 2562 ไดม้ าโดยวิธีการเลอื กแบบเจาะจง
๓. การจัดทำแผนการจัดประสบการณก์ ารเลา่ นทิ านประกอบภาพ
3.1 ผวู้ จิ ัยไดศ้ ึกษาแนวคิด ทฤษฎีการเรียนรูภ้ าษา หลักการสอนภาษา พัฒนาการ
ทางภาษา ขั้นตอนและวิธกี ารเล่านิทานและการจัดประสบการณก์ ารเลา่ นิทานเพอ่ื สง่ เสริมพัฒนาการทาง
ภาษา ซึง่ ประกอบด้วยหลกั การสำคญั คือ
3.1.1 การจดั ประสบการการณท์ างภาษาด้านการพดู ต้องจัดกิจกรรม
ควบค่กู ับการฟัง มีการกำหนดข้อตกลงในการเลา่ นิทานประกอบภาพ โดยให้เด็กฟงั เร่ืองแล้วสามารถจับ
ใจความ เสนอข้อความในนทิ านด้วยโครงสร้างประโยค มีความคลอ่ งในการใช้ภาษา ซึง่ เป็นการรับร้ภู าษา
ด้วยการฟงั และแสดงออกทางภาษาด้วยการพดู ออกมา
3.1.2 การใช้คำถามเพ่ือกระตนุ้ และแนะแนวทางในการให้เด็กแสดง
ออกมาดว้ ยการพูดเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เพ่อื เสริมแรงและสง่ เสรมิ การพดู
3.1.3 การจดั กจิ กรรมกลมุ่ ทีเ่ ด็กทำกิจกรรมรว่ มกนั กับเพือ่ และครู ควร
เปดิ โอกาสให้เด็กได้ใชภ้ าษาอย่างอสิ ระในการพูดและลงมอื กระทำดว้ ยตนเอง
3.1.4 กำหนดข้อตกลงในการเล่านิทานในชว่ งการดำเนินการเล่านิทาน
ประกอบภาพตามแผนในแต่ละวัน
3.2 การสร้างแผนการจัดประสบการณ์การเลา่ นิทานเพื่อส่งเสริมทกั ษะภาษาด้าน
การพดู ของเด็กปฐมวัย ชนั้ อนุบาลปีที่ 3 จำนวน 48 แผน ซ่ึงในแตล่ ะแผนการจัดประสบการณจ์ ะ
ประกอบดว้ ยขน้ั ตอนดังน้ี
ขน้ั ท่ี 1 ขั้นนำ ครูนำเดก็ เขา้ สเู่ รือ่ งราวท่จี ะเล่าดว้ ยการเรา้ ความสนใจของเด็ก
และสนทนาถามตอบพร้อมทั้งสรา้ งขอ้ ตกลงรว่ มกันระหว่างการฟงั นิทาน
ข้นั ท่ี 2 ขนั้ สอน ครเู ล่านทิ านประกอบภาพ ในระหว่างการเลา่ นทิ านมกี าร
สนทนาซกั ถาม หรือใหเ้ ดก็ มีส่วนรว่ มในการออกมาเลา่ นิทาน การแสดงบทบาทสมมุติ เพอื่ ใหเ้ ดก็ เกดิ ทักษะ
ภาษาใชโ้ ครงสรา้ งประโยคและความคล่องในการใชภ้ าษาตามวยั และการกลา้ แสดงออกในการพดู ตาม
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ข้ันที่ 3 ข้ันสรุป เดก็ และครรู ว่ มกันสรปุ เนอื้ หาของนทิ านประกอบภาพ และทำ
กจิ กรรมทบทวนนทิ านท่ีมีความสัมพันธก์ ับเนื้อเรื่องในนิทานตามจดุ ประสงค์การพัฒนาในนิทานเรื่องนนั้
๓.๓. โครงสรา้ งแผนการจดั ประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพ มี
องค์ประกอบ ดังน้ี
๓.๓.1 หวั เรอ่ื ง
๓.๓.2 มาตรฐานและตวั ชี้วัด
๓.๓.3 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๓.4 สาระการเรยี นรู้
๓.3.5 สาระทค่ี วรเรียนรู้
10
๓.3.6 ประสบการณ์สำคัญ
๓.3.7 วธิ ดี ำเนนิ การจัดกจิ กรรม
1) ขัน้ นำ
2) ขน้ั สอน
3) ข้นั สรุป
๓.3.๘ สอื่ /แหลง่ เรียนรู้
๓.3.9 การวดั และประเมนิ ผล
๑) วธิ ีการวดั
๒) เครอื่ งมือ
๓) เกณฑ์การประเมนิ
3.๓.10 กิจกรรมเสนอแนะ
๓.3.12 ความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรียน
๓.3.13 บนั ทึกหลงั การจดั ประสบการณ์
๓.3.14 ปญั หาและอปุ สรรค
๓.3.15 แนวทางแก้ปญั หาและขอ้ เสนอแนะ
๓.๔ กำหนดระยะเวลาทีใ่ ชใ้ นการทดลองเปน็ เวลา 12 สปั ดาห์ สัปดาห์ละ 4 วัน
วันละ 30 นาที ตง้ั แต่เวลา 15.00 – 15.30 น. ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562 ตง้ั แตว่ ันที่ 25
ธันวาคม 2562 ถึง 15 มีนาคม 2563 ตามตารางต่อไปนี้
ตารางที่ 1 กำหนดการจดั ประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพเพื่อส่งเสริมทักษะภาษา
ด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ช้ันอนบุ าลปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562
สปั ดาห์ท่ี วนั /เดอื น/ปี เวลา เรื่อง หมายเหตุ
1 10-13 ธ.ค. 62 15.00-15.30 วดั ผลก่อนจัดกจิ กรรม - วันละ 30 นาที
2 17-20 ธ.ค. 62 15.00-15.30 ครอบครวั ของหนู ใช้นทิ าน 1 เรือ่ ง
3 24-27 ธ.ค. 62 15.00-15.30 หนูอยากเป็นอะไร ตอ่ 1 สปั ดาห์
4 7-10 ม.ค. 63 15.00-15.30 ความสุขของพอใจ - สัปดาหแ์ รกและ
5 14-17 ม.ค. 63 15.00-15.30 พ่นี นท์กบั น้องแนน สดุ ทา้ ยเป็นการ
6 21-24 ม.ค. 63 15.00-15.30 อาหารดีมปี ระโยชน์ วดั ผลก่อนและ
7 28-31 ม.ค. 63 15.00-15.30 นอ้ งแอนนีช่ อบกนิ ผัก หลงั การทดลอง
8 4-7 ก.พ. 63 15.00-15.30 เท่ียวสวนผลไม้
9 11-14 ก.พ. 63 15.00-15.30 ดอกไม้ของหนดู ี
10 18-23 ก.พ. 63 15.00-15.30 สตั ว์เลยี้ งแสนรัก
11 25-28 ก.พ. 63 15.00-15.30 เจา้ ปา่ ผ้กู ล้าหาญ
12 4-7 มี.ค. 63 15.00-15.30 การเดินทางที่แสนสนุก
13 11-14 มี.ค. 63 15.00-15.30 จ๋อมแจม๋ เท่ยี วเมืองใหญ่
14 18-21 ม.ี ค. 63 15.00-15.30 วดั ผลหลังจดั กจิ กรรม
๓.๕ นำแผนการจดั ประสบการณ์การเล่านทิ านเพ่ือส่งเสริมทกั ษะภาษาดา้ นการพดู
ของเด็กปฐมวัย ชน้ั อนุบาลปีที่ 3 จำนวน 48 แผน เสนอผเู้ ชีย่ วชาญ จำนวน 5 ทา่ น พิจารณาตรวจสอบ
11
ความถกู ต้องของเนื้อหา ความสอดคล้องของจดุ ประสงค์กับกจิ กรรม ความเหมาะสมของระยะเวลาในการจดั
กจิ กรรม และการประเมินผล ผู้เชีย่ วชาญให้ขอ้ เสนอแนะมาดังนี้
3.5.1 แกไ้ ขคำท่ีใช้ในการเขียนแผนการจดั ประสบการณ์
3.5.2 การใชป้ ระโยคคำถามท่เี หมาะสมในการจดั กิจกรรม
3.5.3 การเขยี นวธิ ีการประเมนิ ผลใหส้ อดคล้องกบั การวจิ ัย
3.5.4 ระยะเวลาทเ่ี หมาะสมกบั การจดั ประสบการณ์ใหก้ บั เด็กปฐมวัย
3.6 ดำเนนิ การปรบั ปรุงแก้ไขตามคำแนะนำและนำไปทดลองใช้กบั กลมุ่ ตวั อย่าง
ทเี่ ป็นคนละกลุ่มกับกลมุ่ ทดลอง เพื่อดคู วามเหมาะสมในด้านระยะเวลา ความยากง่ายของกจิ กรรมและส่ือ
อปุ กรณ์ กลุม่ ตวั อย่างนผ้ี วู้ ิจยั ทดลองใช้กับนักเรยี นช้ันอนบุ าลปีที่ 3 จำนวน 28 คน ของโรงเรยี นบา้ นวงั
ทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จงั หวัดกำแพงเพชร แลว้ นำไปปรบั ปรุงแก้ไขเพ่ือนำไปใช้กบั กล่มุ ตวั อยา่ งจริง
3.7 นำแผนการจัดประสบการณก์ ารเลา่ นทิ านประกอบภาพเพื่อสง่ เสรมิ ทักษะ
ภาษาดา้ นการพดู ของเด็กปฐมวัย ท่ผี ู้รายงานจัดทำขน้ึ ไปใช้กบั กลุ่มตวั อยา่ งตอ่ ไป
3.8 นำแผนการจดั ประสบการณก์ ารเล่านทิ านประกอบภาพเพ่ือสง่ เสริมทักษะ
ภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัยทีส่ มบรู ณ์ไปเผยแพร่ในโรงเรยี นทจ่ี ดั การศกึ ษาปฐมวัยและเผยแพร่ผา่ น
ระบบอนิ เตอรเ์ นต็
4. การสรา้ งเครื่องมือทใี่ ช้ในการวจิ ัย
การวจิ ยั ครัง้ นีม้ ีเคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวมข้อมูลเพ่ือทดสอบสมมุติฐานการวจิ ัย คือ
แบบวดั ทกั ษะภาษาดา้ นการพูดของเดก็ ปฐมวัย มีขั้นตอนการสรา้ งตอ่ ไปน้ี
4.1 ศึกษาข้อมลู พืน้ ฐานเกย่ี วกบั ความสามารถทางการพูดของเดก็ อนบุ าล แลว้ นำ
ขอ้ มูลท่ีไดม้ ากำหนดคำนิยามและตัวบ่งชีค้ วามสามารถทางการพดู ของเดก็ ประกอบดว้ ย ดา้ นโครงสร้างของ
ประโยคและความคล่องในการใชภ้ าษา ดงั ตารางที่ 2
ตารางท่ี 2 กรอบแนวคิดทักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย
ทักษะภาษาด้านการพดู คำนิยาม ตัวบ่งช้ี
ดา้ นโครงสรา้ งประโยค การพดู ด้านโครงสรา้ งประโยคในเดก็ ปฐมวยั 1.การพดู ตามการเรยี ง
เขา้ ประโยค
เปน็ การใชป้ ระโยคทมี่ ีความหมายและการ
เรยี งลำดบั คำเข้าประโยคพดู ท่ีถกู ต้องตาม
สว่ นประกอบของประโยคทั้ง 7 บท คือ บท
ประธาน บทขยายประธาน บทกรยิ า บท
ขยายกรยิ า บทกรรม บทขยายกรรมและบท
เช่ือม
ด้านความคล่องในการ การท่เี ด็กสามารถพูดส่ือสารโดยมีจังหวะและ 1.การพดู ราบร่นื ไม่
ใชภ้ าษา ลีลาทีร่ าบลื่นไมต่ ดิ ขดั ตะกุกตะกัก ซ่งึ การที่ ตะกุกตะกัก
เด็กจะพดู ไดค้ ลอ่ งไดน้ ้ัน ต้องอาศัยการฟงั 2.การพดู ไม่ซำ้ คำเดมิ
เร่ืองราวเปน็ ลำดบั แรก เพ่ือเกิดการเรียนรู้ หรอื ทำเสยี งที่ไม่มี
คำศัพท์เพ่ิมและอาศัยการพูดเพ่ือฝึกฝนและ ความหมายขณะพูด
สร้างความเคยชนิ ในการใช้ภาษาพูดด้วยการ
พดู ประโยคท่ีไมย่ ากเกนิ ไปบ่อย ๆ
12
4.2 สร้างแบบวัดทกั ษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวยั โดยมีลกั ษณะเป็นนิทาน
ภาพเงียบมีลกั ษณะเป็นภาพประกอบการเล่าเรื่อง จำนวน 3 เรอื่ ง มขี น้ั ตอนในการสรา้ ง ดังน้ี
4.2.1 ศึกษาเอกสาร งานวิจัย ท่เี ก่ียวกับการสร้างแบบวดั ทกั ษะภาษาใน
ระดบั ปฐมวยั ทม่ี ีความสอดคล้องกบั การประเมินพัฒนาการทางภาษาด้านการพูดของเดก็ ปฐมวัย
4.2.2 สรา้ งแบบวดั ทกั ษะภาษาดา้ นการพดู ของเด็กปฐมวยั สำหรับครู มี
ลักษณะเปน็ การอธบิ ายและแนะนำการใชแ้ บบวัดทักษะภาษาดา้ นการพูดของเดก็ ปฐมวยั กอ่ นการทดลอง
และหลงั การทดลองกบั กลุ่มตัวอยา่ ง
4.2.3 สร้างแบบวดั ทกั ษะภาษาด้านการพูดของเดก็ ปฐมวัย มีลักษณะ
เปน็ นิทานภาพเงียบ จำนวน 3 เรอ่ื ง แต่ละเร่ืองมีความยาว 3 นาที ใช้นทิ านภาพเงยี บ 1 วนั ตอ่ 1 เรอื่ งตอ่
เด็ก 1 คน ใช้การวัดทกั ษะภาษาดา้ นการพดู เปน็ รายบุคคล คนละ 5 นาที รวมเป็นเวลา 8 นาทีตอ่ คนต่อ
การวัดแต่ละครัง้ โดยมีขน้ั ตอน ดังต่อไปน้ี
1) อธิบายการวดั ทักษะภาษาด้านการพูดให้เดก็ เข้าใจ
2) เปิดนิทานภาพเงียบใหเ้ ด็กดูทลี ะเรอื่ ง
3) ใหเ้ ดก็ เล่าเร่อื งราวในนิทานภาพเงียบใหค้ รูฟังและครูบันทกึ เสยี งทเี่ ด็ก
พดู เล่าเรือ่ งราว โดยครูช่วยปอ้ นคำถามเพ่อื กระตนุ้ ใหเ้ ด็กพูด
ตวั บ่งช้ีในการใหค้ ะแนนตามพฤติกรรมทีป่ รากฏ มตี วั บง่ ช้ี 2 ดา้ น ดังนี้
ด้านที่ 1 ดา้ นโครงสรา้ งประโยค พดู ประโยคได้ถกู ต้องตามการเรยี งคำเขา้ ประโยค 7 บท
ประกอบดว้ ย บทประธาน บทขยายประธาน บทกริยา บทขยายกรยิ า บทกรรม บทขยายกรรมและบทเชอ่ื ม
เกณฑ์การให้คะแนน การพดู ด้านโครงสร้างประโยค
3 คะแนน เดก็ พดู ประโยคไดถ้ ูกต้องตามการเรียงคำเขา้ ประโยคสูงกวา่ 2/3
หรือท้ังหมดของประโยคทพ่ี ดู
2 คะแนน เดก็ พูดประโยคไดถ้ ูกต้องตามการเรียงคำเขา้ ประโยคสงู กวา่ 1/3
หรือเทา่ กับ 2/3 ของประโยคที่พูดท้ังหมด
1 คะแนน เดก็ พดู ประโยคได้ถูกต้องตามการเรยี งคำเขา้ ประโยคต่ำกว่า 1/3 หรอื
เทา่ กับ 1/3 ของประโยคทพี่ ูดทัง้ หมด
ด้านที่ 2 ดา้ นความคล่องในการใชภ้ าษา พดู ราบร่ืนไมต่ ะกุกตะกักไมซ่ ำ้ คำเดมิ หรือทำ
เสียงทไ่ี ม่มีความหมายแทรกขณะพดู
เกณฑ์การให้คะแนน การพดู ด้านความคล่องในการใช้ภาษา
3 คะแนน เด็กพูดไมต่ ะกุกตะกัก ราบรน่ื ขอ้ ความท่ีพูดมคี วามต่อเน่ืองโดย
ไมม่ ีการพูดซำ้ คำเดิม หรอื ทำเสยี งทไ่ี ม่มีความหมายแทรกตลอดการพดู
2 คะแนน เดก็ พดู ตะกกุ ตะกัก พดู ซ้ำคำเดิม หรือทำเสยี งท่ีไม่มีความหมายแทรกใน
ประโยคท่ีพดู สงู กวา่ 1/3 หรือเท่ากบั 2/3 ของประโยคท่ีพดู ทัง้ หมด
1 คะแนน เด็กพดู ตะกกุ ตะกัก พดู ซำ้ คำเดมิ หรอื ทำเสียงท่ไี มม่ ีความหมายแทรกใน
ประโยคท่ีพูดต่ำกว่า 1/3 หรือเทา่ กับ 1/3 ของประโยคที่พูดท้ังหมด
13
เกณฑ์การประเมินสรปุ ทักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย แบ่งเปน็ 2 ด้าน ดงั น้ี
1. การพดู ดา้ นโครงสรา้ งประโยค นำผลคะแนนแบบวิเคราะห์ทักษะภาษาด้าน
การพูดโครงสร้างประโยคของเดก็ ปฐมวัยในช่องรวมของแต่ละเรื่องมารวมกนั แลว้ ประเมินสรุปตามเกณฑก์ าร
ประเมินผล ดงั นี้
37 – 45 คะแนน หมายถงึ ระดบั 5 มคี วามสามารถทางการพดู
ด้านโครงสรา้ งประโยคอยใู่ นระดบั ดีมาก
28 – 36 คะแนน หมายถึง ระดบั 4 มีความสามารถทางการพูด
ดา้ นโครงสร้างประโยคอยูใ่ นระดับดี
19 – 27 คะแนน หมายถงึ ระดบั 3 มคี วามสามารถทางการพูด
ดา้ นโครงสรา้ งประโยคอยู่ในระดับปานกลาง
10 – 18 คะแนน หมายถึง ระดบั 2 มคี วามสามารถทางการพูด
ด้านโครงสรา้ งประโยคอยใู่ นระดบั น้อย
1 – 9 คะแนน หมายถึง ระดบั 1 มีความสามารถทางการพูด
ดา้ นโครงสร้างประโยคอย่ใู นระดบั น้อยมาก ควรไดร้ บั การส่งเสรมิ
2. การพดู ด้านความคล่องในการใชภ้ าษา นำผลคะแนนแบบวิเคราะห์ทักษะภาษา
ด้านการพูดความคลอ่ งในการใชภ้ าษาของเดก็ ปฐมวยั ในช่องรวมของแตล่ ะเร่ืองมารวมกันแล้วประเมินสรุป
ตามเกณฑก์ ารประเมนิ ผล ดงั น้ี
37 – 45 คะแนน หมายถึง ระดับ 5 มีความสามารถทางการพูด
ดา้ นความคล่องในการใช้ภาษาอย่ใู นระดบั ดีมาก
28 – 36 คะแนน หมายถงึ ระดับ 4 มคี วามสามารถทางการพูด
ดา้ นความคล่องในการใชภ้ าษาอยู่ในระดับดี
19 – 27 คะแนน หมายถึง ระดับ 3 มีความสามารถทางการพูด
ด้านความคล่องในการใชภ้ าษาอยู่ในระดับปานกลาง
10 – 18 คะแนน หมายถึง ระดบั 2 มคี วามสามารถทางการพดู
ด้านความคล่องในการใช้ภาษาอยใู่ นระดับน้อย
1 – 9 คะแนน หมายถึง ระดับ 1 มคี วามสามารถทางการพดู
ดา้ นความคล่องในการใช้ภาษาอยู่ในระดับนอ้ ยมาก ควรได้รับการสง่ เสริม
3. นำแบบวัดทักษะภาษาด้านการพูดของเดก็ ปฐมวัยใหผ้ ู้เช่ียวชาญ จำนวน
5 ทา่ น ทำการตรวจพจิ ารณาความเหมาะสมด้านเนื้อหาภาษา เพ่ือหาความเทยี่ งตรงเชิงเนือ้ หา(Content
Validity) นำคะแนนทไี่ ด้จากผเู้ ช่ียวชาญไปหาค่าดัชนคี วามสอดคล้อง IOC (Index of Item Objective
Congruence) และพจิ ารณาเลอื กรายการคำถามที่มคี ่า IOC ต้ังแต่ .60 – 1.00 และนำมาปรบั ปรุงแกไ้ ข
ตามคำแนะนำ
4. นำแบบวดั ทกั ษะภาษาด้านการพดู ทผี่ ่านการตรวจสอบและปรบั ปรงุ แลว้
ไปทดลองใช้ (Try out) กบั กลมุ่ ตัวอยา่ งที่มีลกั ษณะคล้ายคลงึ กับกล่มุ ตัวอยา่ ง คือ นกั เรยี น
ชัน้ อนบุ าลปที ี่ 3 โรงเรียนบ้านวงั ทอง กลมุ่ โรงเรยี นวงั ทอง ตำบลวงั ทอง อำเภอเมอื งกำแพงเพชร จังหวัด
กำแพงเพชร สังกดั สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จำนวน 28 คน เพอ่ื หา
คา่ ความเท่ยี ง(Reliability) โดยใช้โปรแกรม SPSS คำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์อลั ฟา (Coefficient Alpha)
ของ Cronbach ซ่งึ ผลการวเิ คราะห์คุณภาพ พบว่า แบบวัดทกั ษะภาษา
ด้านการพูดของเดก็ ปฐมวัย มีคา่ สัมประสทิ ธ์อิ ัลฟา เทา่ กบั .71
14
5. จัดทำแบบวัดทักษะภาษาดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัย ฉบบั สมบูรณเ์ พอ่ื ดำเนนิ การ
เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู กบั กลุ่มตัวอย่างต่อไป
๕. การเก็บรวบรวมข้อมูล
เน่ืองจากการวจิ ยั ครั้งนเ้ี ป็นการวิจยั กึง่ ทดลอง โดยศึกษาจากกลุม่ เดียว วดั ผลกอ่ นและหลัง
การทดลอง (One Group Pretest – Posttest Design) รปู แบบน้จี ะมีกลมุ่ ทดลองเพียงกลุ่มเดียว ซงึ่ มีการ
วัดผลกอ่ นการทดลอง(O1)หลังจากจดั กระทำตามโปรแกรม (X) แล้วทำการวดั ผลหลังการทดลอง (O2 )ของ
พิชติ ฤทธ์จิ รูญ (2547,หน้า 138)
รูปแบบ O1 X O2
แผนภาพท่ี 3 รูปแบบการทดลองเพียงกลมุ่ เดียววดั ผลก่อนและหลงั การทดลอง
6. วธิ ีการบันทกึ และวเิ คราะห์พฤตกิ รรมท่ีแสดงออก
ผวู้ ิจัยได้ดำเนนิ การทดลองตามข้นั ตอน ดังนี้
1) ผูว้ ิจัยดำเนนิ การจดั เตรียมสภาพแวดลอ้ มภายในห้องเรียนใหเ้ หมาะสม โดยจดั
ให้มีมุมประสบการณ์ต่าง ๆ เชน่ มุมหนงั สอื มมุ บา้ น มมุ วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะมุมหนังสอื มีการจดั หนงั สอื ที่
ช่วยส่งเสรมิ ประสบการณใ์ นชีวติ ประจำวัน เพือ่ ความสนุกสนานเพลิดเพลินและเพ่ิมพนู ความรูท้ กั ษะทาง
ภาษาใหก้ บั เด็กได้
2) ทดสอบก่อนการทดลองเปน็ รายบุคคล (Individual Test) ในกลมุ่ ตัวอยา่ ง
คือ นักเรียนชนั้ อนบุ าลปที ่ี 3 โรงเรยี นบา้ นคลองเมือง ตำบลวังทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จงั หวดั
กำแพงเพชร สังกัดสำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จำนวน 8 คน โดยใช้
แบบวดั ที่ผวู้ จิ ยั จดั ทำข้นึ เพื่อวดั ทกั ษะภาษาดา้ นการพูดของเดก็ ปฐมวยั ด้านโครงสรา้ งประโยคและความ
คล่องในการใชภ้ าษา
3) ดำเนนิ การทดลองโดยใชก้ ารจดั ประสบการณก์ ารเลา่ นิทานประกอบภาพ
สำหรบั เดก็ ปฐมวัย เพือ่ ศึกษาทกั ษะภาษาด้านพดู ของเด็กปฐมวยั จำนวน 48 คร้ัง ครงั้ ละ 30 นาที รวม
เป็นเวลา 12 สัปดาห์ โดยผวู้ ิจยั ดำเนินการทดลองด้วยตนเอง
4) บนั ทึกพฤติกรรมการแสดงออกทางภาษาเพ่ือวดั ทักษะภาษาด้านการพดู ของ
เด็กปฐมวยั เป็นระยะเวลา 12 สปั ดาห์
5) เมอ่ื จัดประสบการณค์ รบสัปดาห์ นำข้อมลู มาวเิ คราะห์เปรยี บเทียบความ
แตกต่างของทกั ษะภาษาดา้ นพดู ก่อนทดลองและหลงั การทดลอง
6) เมือ่ ส้นิ สุดการทดลองแล้ว ผ้วู ิจัยนำขอ้ มลู ท่ีได้มาวเิ คราะหด์ ้วยวิธีทางสถติ ิ เพ่อื
หาค่าเฉลี่ยและค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน เพ่อื สรุปผลการรายงานตอ่ ไป (ภาคผนวก ง รปู แบบสอ่ื นวัตกรรม)
๔) ผลสำเรจ็ ของการดำเนินงาน (๒๐ คะแนน)
ระบผุ ลสำเรจ็ ของการดำเนนิ งานทเี่ กดิ จากการนำนวัตกรรม/วิธปี ฏิบตั ทิ ีป่ ระสบผลสำเร็จ ไปใช้
ให้เกิดประสิทธภิ าพในการทำงาน
การวิเคราะห์ขอ้ มูลท่ีได้โดยใชก้ ารวิเคราะหข์ ้อมลู ดว้ ยโปรแกรมสำเร็จรูป ดังนี้
15
1. นำคะแนนที่ได้จากแบบวัดทกั ษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย มาหาค่าเฉลีย่
(Mean) และค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Derviation) โดยใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรปู SPSS for
windows ในการวิเคราะห์ข้อมลู และนำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง
2. เปรยี บเทียบความแตกตา่ งของคะแนนก่อนและหลงั การจัดประสบการณ์การเลา่ นทิ าน
ประกอบภาพเพื่อส่งเสรมิ ทกั ษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวยั ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใชส้ ตู ร t-test แบบ
dependent samples โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for windows ในการวเิ คราะห์ข้อมลู และนำเสนอ
ในรูปตารางประกอบความเรียง
3. นำขอ้ มูลท่ไี ดจ้ ากการทดลองมารวบรวม สรุปผลและนำเสนอข้อมลู ในรปู แบบความเรียง
ผูว้ ิจยั ไดน้ ำเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ตามข้ันตอน ดังตอ่ ไปนี้
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ผลการจัดประสบการณ์การเลา่ นิทานประกอบภาพเพ่ือส่งเสริม
ทกั ษะภาษาด้านการพดู ของเดก็ ปฐมวยั ช้นั อนบุ าลปีท่ี 3 ปีการศกึ ษา 2562 โรงเรียนบา้ นคลองเมอื ง
ตอนท่ี 2 ผลการวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บทักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวยั
ท่ีได้รบั การจดั ประสบการณ์การเลา่ นิทานประกอบภาพ โดยภาพรวมเฉลย่ี รายดา้ น ก่อนการทดลองและหลงั
การทดลอง
เพ่ือใหผ้ ลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการทดลองและการแปลความหมาย มีผลการ
วเิ คราะห์ข้อมลู เป็นทเี่ ข้าใจตรงกนั ผูว้ จิ ัยได้กำหนดสัญลักษณ์ ดงั นี้
Mean แทน คา่ เฉลยี่
S.D. แทน ค่าสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
S.E แทน ค่าความคลาดเคลอ่ื น
N แทน จำนวนตัวอย่าง
Di แทน ผลต่างของคะแนนทักษะภาษาดา้ นการพูด
t แทน คา่ ทางสถิตทิ ่ีมนี ัยสำคญั
R แทน ผลรวมเฉลยี่
ตอนท่ี 1 การวิเคราะห์ผลการจัดประสบการณก์ ารเล่านิทานประกอบภาพเพ่ือสง่ เสริมทักษะภาษาด้านการ
พดู ของเด็กปฐมวยั ชนั้ อนุบาลปีที่ 3 ปกี ารศึกษา 2562 โรงเรยี นบ้านคลองเมือง
ผลการจัดประสบการณ์การเล่านทิ านประกอบภาพเพ่ือสง่ เสรมิ ทกั ษะภาษาด้านการพดู ของเด็ก
ปฐมวัย ช้นั อนุบาลปีท่ี 3 ท้งั 2 ด้าน ไดแ้ ก่ ดา้ นโครงสร้างประโยค และด้านความคล่องในการใช้ภาษา
ผลการวเิ คราะห์ ดังตารางต่อไปนี้
ตารางท่ี 3 แสดงผลการวเิ คราะหท์ ักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ชัน้ อนบุ าลปีที่ 3 จำแนก
ตามรายดา้ นและภาพรวม
นกั เรยี น คะแนนทักษะภาษาดา้ นการพูด รวมเฉล่ยี
คนที่ ด้านโครงสรา้ งประโยค ด้านความคล่องในการใชภ้ าษา คะแนน ระดบั คุณภาพ
คะแนน ระดบั คุณภาพ คะแนน ระดบั คุณภาพ
1 39.00 ดมี าก 38.00 ดมี าก 38.50 ดมี าก
2 37.00 ดมี าก 37.00 ดมี าก 37.00 ดมี าก
3 40.00 ดีมาก 39.00 ดมี าก 39.50 ดีมาก
16
4 39.00 ดีมาก 42.00 ดมี าก 40.50 ดีมาก
5 40.00 ดมี าก 40.00 ดมี าก 40.00 ดีมาก
6 42.00 ดมี าก 42.00 ดมี าก 42.00 ดมี าก
7 38.00 ดมี าก 40.00 ดมี าก 39.00 ดีมาก
8 37.00 ดมี าก 39.00 ดมี าก 38.00 ดีมาก
เฉลยี่ 39.00 ดีมาก 39.63 ดมี าก 39.31 ดมี าก
จากตารางท่ี 3 พบว่า ทกั ษะภาษาด้านการพดู ของเด็กปฐมวยั ชนั้ อนุบาลปที ่ี 3 ในภาพรวมอยู่
ในระดบั ดมี าก เม่ือพิจารณาท้ังรายด้านและรายบคุ คล พบว่า ทัง้ ด้านโครงสร้างประโยคและดา้ นความ
คล่องในการใชภ้ าษา เดก็ ปฐมวัยทุกคนมีทกั ษะภาษาด้านการพูดอย่ใู นระดับ ดมี าก
ตอนที่ 2 ผลการวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บทักษะภาษาดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัยทไ่ี ดร้ บั การจัดประสบการณ์
การเลา่ นิทานประกอบภาพ โดยภาพรวมเฉล่ยี รายดา้ นก่อนและหลงั การทดลองดังตารางต่อไปนี้
ตารางท่ี 4 แสดงผลการเปรียบเทียบค่าเฉล่ยี ของคะแนนทกั ษะทางภาษาดา้ นการพดู
ของเด็กปฐมวัยดา้ นโครงสรา้ งประโยค ก่อนและหลงั การทดลอง
แบบวดั ทกั ษะ ดา้ นโครงสรา้ งประโยค t sig
N Mean S.D.
ก่อนการทดลอง 8 29.50 1.93
15.90 .00**
หลังการทดลอง 8 39.00 1.69
**มนี ยั สำคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .01 (t>2.89)
จากตารางท่ี 4 พบว่า ทักษะทางภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวยั ดา้ นโครงสร้างประโยค กอ่ น
การทดลองมีคา่ เฉล่ียเทา่ กบั 29.50 (S.D. = 1.93) หลังการทดลองมคี ่าเฉล่ียเท่ากบั 39.00 (S.D. =
1.69) และเมื่อใช้สถิติทดสอบคา่ t พบว่า ค่าเฉล่ียของคะแนนทกั ษะทางภาษาดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัย
ดา้ นโครงสรา้ งประโยค หลังการทดลองสูงกวา่ ก่อนทดลอง อยา่ งมีนยั สำคัญทางสถิตทิ รี่ ะดบั .01
ตารางท่ี 5 แสดงผลการเปรียบเทยี บคา่ เฉล่ยี ของคะแนนทักษะทางภาษาดา้ นการพูดของเด็ก
ปฐมวัย ด้านความคล่องในการใชภ้ าษา ก่อนและหลงั การทดลอง
แบบวัดทกั ษะ ด้านความคล่องในการใชภ้ าษา t sig
N Mean S.D.
กอ่ นการทดลอง 8 28.13 1.36
24.84 .00**
หลังการทดลอง 8 39.63 1.77
**มนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ .01 (t>2.89)
จากตารางที่ 5 พบว่า ทกั ษะทางภาษาด้านการพูดของเดก็ ปฐมวยั ดา้ นความคล่องในการใช้
ภาษา กอ่ นการทดลองมคี ่าเฉลี่ยเท่ากบั 28.13 (S.D. = 1.36) หลังการทดลองมีค่าเฉลยี่ เทา่ กับ 39.63
(S.D. = 1.77) และเม่ือใช้สถิติทดสอบค่า t พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนทกั ษะทางภาษาด้านการพูดของเดก็
17
ปฐมวยั ดา้ นความคลอ่ งในการใช้ภาษา หลงั การทดลองสูงกวา่ กอ่ นทดลอง อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดบั
.01
ตารางท่ี 6 แสดงผลการเปรียบเทยี บทกั ษะภาษาการพูดของเด็กปฐมวยั ท่ีไดร้ บั การจัด
ประสบการณก์ ารเล่านิทานประกอบภาพ โดยรวม
ทักษะภาษาการพูด กอ่ นการทดลอง หลังการทดลอง Di t
Mean S.D. Mean S.D.
คะแนนรวม 57.63 3.02 78.63 3.11 21.00
23.69**
เฉลี่ย(R) 28.52 1.51 39.36 1.56 10.5
**มีนัยสำคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั .01 (t>2.89)
จากตารางท่ี 6 พบว่า ทักษะภาษาดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัยที่ไดร้ ับการจดั ประสบการณก์ ารเล่า
นิทานประกอบภาพ ผลคะแนนรวมเฉลี่ยรายด้านทกั ษะภาษาการพดู ก่อนการทดลอง เท่ากบั 28.52 (S.D.
= 1.51) ผลรวมเฉล่ยี รายดา้ นทกั ษะภาษาการพูดหลงั การทดลองมีคา่ เฉลย่ี เทา่ กบั 39.36 (S.D. = 1.56)
และเม่ือใชส้ ถติ ิทดสอบค่า t พบว่า ทักษะทางภาษาด้านการพดู ของเด็กปฐมวัยที่ไดร้ ับการจัดประสบการณ์
การเลา่ นิทานประกอบภาพ หลงั การทดลองสงู กวา่ ก่อนทดลอง อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิท่รี ะดบั .01
๕) แนวทางการนำนวัตกรรม/วิธีปฏบิ ตั ิท่ีประสบผลสำเร็จไปใช้ และแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอด
(๒๐ คะแนน)
ระบแุ นวทางการนำนวัตกรรม/วิธีปฏิบตั ทิ ปี่ ระสบผลสำเรจ็ ไปใช้ และแนวทางการพฒั นาตอ่ ยอด
รวมทง้ั แนวทางการพฒั นาเพิ่มเติมใหป้ ระสบความสำเร็จมากยง่ิ ขน้ึ
ผลการวิจยั การศึกษาผลการจัดประสบการณก์ ารเล่านิทานประกอบภาพเพื่อส่งเสรมิ ทักษะ
ภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ช้นั อนบุ าลปที ่ี 3 มีประเดน็ ทส่ี ำคัญซ่งึ นำมาอภิปรายผลเพ่อื เปน็ แนวทาง
ในการนำนวัตกรรมและวธิ ีปฏิบัติท่ปี ระสบผลสำเรจ็ ไปใช้ ดังน้ี
1. ความสมั พนั ธก์ นั ของการฟงั และการพูด
พัฒนาการทางภาษาพดู ของเดก็ เป็นไปตามขน้ั ตอน โดยเริ่มตน้ มาจากกระบวนการแรกของ
การรบั รู้ที่การฟัง และการฟงั เปน็ ตวั จดั ประกายให้เกดิ ความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเกีย่ วเน่อื งกบั สติปัญญา การ
ส่งเสริม และโอกาสในการเรยี นรู้ของเด็ก การฟงั เสียงรอบตัวและพัฒนาไปถึงข้ันการใช้คำอยา่ งมีความหมาย
มกี ารใช้ประโยคยาวขึน้ จนกระทงั่ เด็กสามารถใช้ประโยคที่ซับซ้อนและมคี วามหมายสมบรู ณม์ ากขึน้ เปน็
ลำดบั การเปดิ โอกาสการพูดใหเ้ ด็กปฐมวัยไดเ้ รียนรู้ภาษา ขอ้ ความหรือประโยคในรปู แบบใหมๆ่ จากเนื้อหา
เน้ือเร่อื งในนิทานและได้รับการกระตุน้ ดว้ ยคำถามใหเ้ กดิ ความคิดพฒั นาการทางภาษาและพดู มากขนึ้ กลา้
แสดงออกมากขึน้ เพื่อถา่ ยทอดและพฒั นาความ สามารถในการใช้ภาษาด้านการพดู อยา่ งมีความหมายซ่ึงจะ
ทำให้ครูและเด็กเกดิ ปฏิสมั พันธก์ นั ทีด่ ีต่อกัน เด็กกล้าทจี่ ะพดู คยุ ซักถามในสิ่งตนสงสยั เพอ่ื ให้เกิดความเขา้ ใจ
และสามารถส่ือสารออกมาได้อยา่ งเหมาะสมกับวยั จากการได้รับจัดประสบการสบการณ์การเลา่ นทิ าน
ประกอบภาพในรปู แบบทเ่ี หมาะสมนนั้ เป็นการจัดสภาพแวดลอ้ มทางภาษารปู แบบหนงึ่ ทีจ่ ะส่งเสรมิ ให้เด็กมี
ประสบการณ์ในการพดู ท่ีเปน็ ประโยคและมีความคลอ่ งในการใช้ภาษาด้านการพูดรูปแบบหนึ่งที่ไดจ้ ดั
ประสบการณ์ให้กบั เด็กได้รับการสนบั สนุนการพูดอย่างต่อเน่ืองและมีข้ันตอนเร่มิ แรกในการจดั กิจกรรมคือ
การฟัง การมองเหน็ การพูด การเขียนภาพและการแสดงออกด้วยคำพูดและท่าทางที่สามารถสื่อ
18
ความหมายไดต้ รงตามท่ตี ้องการสอ่ื สารออกมา ซงึ่ มคี วามสอดคล้องกับทฤษฎีพัฒนาการทางสมองของ เพีย
เจต์ (Piaget)ท่ีได้กล่าวไวว้ ่า การเรยี นร้ขู องเด็กเป็นไปตามพัฒนาการทางสติปัญญา ซ่งึ จะมีพฒั นาการไปตาม
วัยต่าง ๆ เปน็ ลำดับขน้ั พัฒนาการเป็นสิ่งทเี่ ปน็ ไปตามธรรมชาติ ไมค่ วรที่จะเร่งเด็กให้ข้ามจากพัฒนาการจาก
ข้ันหนึง่ ไปสู่อีกข้ันหน่ึง เพราะจะทำใหเ้ กดิ ผลเสียแกเ่ ด็ก แต่การจัดประสบการณ์สง่ เสริมพฒั นาการของเดก็
ในช่วงทเ่ี ดก็ กำลงั จะพฒั นาไปสูข่ ้ันที่สูงกว่า สามารถชว่ ยใหเ้ ด็กพฒั นาไปอย่างรวดเร็ว มนุษย์มีความสามรถใน
การสร้างความรผู้ ่านการปรับตวั ให้เขา้ กับสง่ิ แวดล้อม สอดคล้องกับแนวคดิ ของบรเู นอร์ (Bruner) ท่เี น้น
ความสำคัญของสิ่งแวดลอ้ มและวฒั นธรรมท่มี ผี ลต่อความงอกงามทางสตปิ ัญญาของเด็ก ซ่งึ ได้กลา่ ววา่ ครู
จะตอ้ งจัดรูปแบบของกิจกรรมทกั ษะการฝึกฝนฝึกหดั ให้เหมาะสมและสอดคล้องกบั ความเจริญงอกงามทาง
สตปิ ญั ญาของเดก็ สอดคลอ้ งกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (2552, หน้า 48 – 49)
การเรยี นรู้ทางภาษาของเด็กปฐมวัย ครสู ามารถจัดกจิ กรรมพัฒนาภาษาของเด็กในช่วงของกิจกรรมตาม
ตารางกจิ กรรมประจำวนั นั่นคอื การจัดกิจกรรมตง้ั แต่เช้าถึงเยน็ ในระหว่างเวลา 8.00 น. – 15.00 น. ซ่ึง
ครสู ามารถจัดกิจกรรมพัฒนาทางภาษาของเด็กทัง้ การฟัง พูด อ่าน และเขยี นได้ ท้งั นี้ควรพจิ ารณาเลือก
จัดตามความเหมาะสม โดยให้สอดคลอ้ งกับสถานการณ์ในแต่ละวนั ตลอดจนดคู วามสนใจของเด็กรว่ มด้วย
2. ความสามารถในการพูดของเด็กอายุ 5-6 ปี
พัฒนาการทางภาษาพูดของเด็กเป็นไปตามขั้นตอนเชน่ เดยี วกับการฟัง ซ่ึงเกยี่ วเนื่องกบั
สตปิ ัญญา การสง่ เสรมิ และโอกาสในการเรยี นรู้ของเด็ก เป็นการพฒั นาทีม่ ีกระบวนการตอ่ เน่ืองมาตั้งแต่แรก
เกดิ โดยเร่มิ จากการฟงั เสียงรอบตวั และพฒั นาไปถงึ ขนั้ การใชค้ ำอย่างมีความหมาย มกี ารใช้ประโยคยาวขนึ้
จนกระท่ังเด็กสามารถใช้ประโยคทซ่ี ับซ้อนและมคี วามหมายสมบูรณ์มากข้ึนเปน็ ลำดับการพดู เปน็ ทักษะทาง
ภาษาท่พี ัฒนาต่อเน่ืองมาจากทกั ษะการฟัง เป็นพฤติกรรมของมนุษยใ์ นการส่ือสารด้วยการใชภ้ าษาในรูปของ
น้ำเสียง ถอ้ ยคำ อากัปกิรยิ าท่าทาง สหี น้าแววตา ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หน่ึง เพอื่ ถ่ายทอดหรือบอก
เล่า แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ หรือทดสอบความรู้สกึ ของตน เปน็ การสรา้ งความสมั พันธก์ ับผู้อ่นื อันจะ
ก่อให้เกดิ ความเขา้ ใจและมีการตอบสนองความต้องการ พัฒนาการดา้ นทักษะการพดู อายุ 5 – 6 ปี เด็กจะ
มาสามารถพดู ได้เปน็ ประโยคบอกเลา่ เร่ืองราวอธิบายสิง่ ตา่ ง ๆ โดใช้คำเชอ่ื มงา่ ยๆ ซ่ึงสอดคล้องกับนติ ยา
ประพฤตกิ จิ (2546, หน้า 46) กล่าวถงึ การฝึกใหเ้ ดก็ รจู้ ักฟงั จะช่วยใหเ้ ด็กเพม่ิ พูนคำศัพท์ เรยี นรู้เกีย่ วกบั
ประสบการณ์ โครงสร้างของภาษาพูดและได้เข้าใจเรื่องราวตา่ ง ๆ มากขึ้น ซ่งึ จะช่วยใหเ้ ด็กใช้ภาษาพูดได้
ถูกต้องย่งิ ข้นึ รู้จักพดู คุยกบั เพ่ือนฝงู ท้งั ยงั กระตุ้นให้เด็กได้ใชจ้ นิ ตนาการ สอดคล้องกับ ดวงใจ รุ่งเรอื ง
(2551, หน้า 38) กลา่ วว่า ประโยคทุกชนดิ จำแนกออกเป็น 2 ส่วน คือ สว่ นทเ่ี ปน็ ประธานของประโยค
เรียกว่า ภาคประธาน สว่ นทีแ่ สดงอาการหรือความเปน็ ไปของประธาน เรียกว่า ภาคแสดง การพดู ด้าน
โครงสร้างประโยคในเด็กปฐมวยั เป็นการใช้ประโยคท่ีมีความหมายและการเรียงลำดับคำเขา้ ประโยคพดู ท่ี
ถกู ต้องตามส่วนประกอบของประโยคทั้ง 7 บท คือ บทประธาน บทขยายประธาน บทกรยิ า บทขยายกรยิ า
บทกรรม บทขยายกรรมและบทเช่ือม สอดคล้องกบั ทฤษฎีพฒั นาการทางสตปิ ญั ญาของ เพยี เจต์ (Piaget)
เชอื่ วา่ การเรียนรูภ้ าษาเปน็ ผลจากความสามารถทางสตปิ ัญญา เดก็ เรยี นรู้จากการมีปฏสิ ัมพันธก์ ับโลกรอบตัว
ของเขา เด็กจะเป็นผปู้ รบั ส่งิ แวดล้อมโดยการใชภ้ าษาของตนผา่ นการเล่าประสบการณ์ของตนเอง สอดคล้อง
กับงานวจิ ยั ของ มอร์โรว์ (Morrow, 1993) ได้ทำการวจิ ัยผลของการเล่านิทานแบบเล่าเรือ่ งซำ้ โดยไม่มีการ
ชีแ้ นะในระดับเดก็ วยั อนุบาล อายุเฉลย่ี 5 ปี 7 เดอื น ผู้วิจัยและผ้ชู ่วยแบ่งเด็กออกเปน็ 2 กลุม่ คือ กล่มุ
ทดลองและกลุม่ ควบคมุ วธิ ดี ำเนินการวิจยั ผูว้ จิ ัยและผู้ช่วยวิจัยเล่านทิ านเร่ืองเดยี วกันใหเ้ ด็กฟงั ในชว่ งเวลา
เล่านิทานปกตหิ ลังเล่านทิ านใหก้ ลุ่มควบคุมวาดภาพจากเร่ืองท่ีฟัง และกลมุ่ ทดลองเลา่ เรื่องซ้ำให้ครฟู งั เปน็
รายบคุ คลโดยไม่มรี ะดบั .05 ซง่ึ เดก็ อายุ 5–6 ปี นีเ้ ปน็ ชว่ งท่ีกำลงั เรยี นรูแ้ ละใชป้ ระโยคในรูปแบบต่าง ๆ
เพ่ือสรา้ งองคค์ วามรู้และความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ผา่ นการใช้ภาษา พัฒนาการทางภาษาของเดก็ ท่เี กดิ
19
จาก การมปี ระสบการณต์ รงทางภาษา การจดั สิง่ แวดล้อมและกจิ กรรมทางภาษาทีก่ ระตุ้นความสนใจเพ่ือ
พัฒนาความสามารถ ทางภาษาอย่างเหมาะสมกับอายุและประสบการณ์เดิมในบรรยากาศทอ่ี ิสระ และ
ผ่อนคลาย โดยมีการยอมรับจะทำให้เด็กมีความสามารถทางภาษาสูงข้นึ
3. การใช้นทิ านประกอบภาพในการส่งเสรมิ ทักษะภาษาด้านการพูด
การจัดประสบการณใ์ หเ้ ด็กด้วยการใช้นิทานเป็นส่อื ใหเ้ ดก็ เกิดความสนใจในการเรียนรู้และ
พร้อมเรียนรู้ส่ิงแปลกใหม่ท่เี กิดจากการฟงั และการพูด จากคำศัพท์ใหมๆ่ ประโยคและโครงสรา้ งของประโยค
ใหม่ๆทเี่ ด็กจะสามารถจดจำเมอ่ื เด็กได้ฟังเรื่องราวนั้นแลว้ สอดคล้องกบั แนวคิดของเพียเจท์ (Piaget) ทีว่ ่า
พัฒนาการทางภาษาของเด็กเปน็ ไปพร้อม ๆ กับความสามารถด้านการให้เหตุผล การตัดสิน และด้าน
ตรรกศาสตร์ เด็กต้องการสิง่ แวดล้อมท่จี ะส่งเสริมให้เด็กสร้างกฎ ระบบเสียง ระบบคำ ระบบประโยค และ
ความหมายของภาษา นอกจากนเ้ี ดก็ ยังต้องการฝึกภาษาดว้ ยวิธีการและจดุ ประสงคท์ ี่หลากหลาย สอดคลอ้ ง
กับผลการวจิ ัยของ จรี วรรณ นนทะชยั (2555, หนา้ 73) ศึกษาเกย่ี วกับความสามารถด้านการพดู ของเดก็
ปฐมวยั ทเี่ ป็นผลมาจากการจัดประสบการณ์การเลา่ นิทานประกอบภาพวาดโดยรวมและรายดา้ นอยใู่ นระดบั ดี
ท้งั สามดา้ น ได้แก่ การพดู คำศัพท์ การพูดประโยค และการพดู เร่ืองราว ความสามารถด้านการพดู ของเดก็
ปฐมวัยมีคา่ สูงกวา่ ก่อนการจัดประสบการณ์การเลา่ นทิ านประกอบภาพวาดอยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดบั
.01 สอดคล้องกบั พัชราภรณ์ เข็มเพชร (2557, หนา้ 23 ) ได้อธบิ ายว่า การเล่านิทานเพอ่ื เด็กปฐมวัยไปสู่
การอ่าน การทเ่ี ด็กมคี วามสนใจและตั้งใจฟงั เด็กจะสามารถจดจำช่อื ลกั ษณะตวั ละคร ความตอ่ เนื่องของ
เรือ่ งราวได้ ได้รู้จักคำศัพท์ ขณะที่ครูเล่าเด็กมีอารมณ์คล้อยตามเรื่องราวเป็นอยา่ งดี ฝึกการพดู ครูใหเ้ ด็กฝึก
การพูด คำศัพทใ์ หม่ ขอ้ ความบางตอน หรอื คำกลอนง่ายๆ จากนทิ าน ใหเ้ ด็กมีส่วนร่วมในการเลา่ นิทาน เช่น
การวจิ ารณน์ ิทานที่ได้ฟัง ตอบคำถามจากเร่ืองราวหรือหัดเลา่ เรอื่ งที่ตนเองชอบ สอดคล้องกบั รววิ รรณ รงุ่
ไพรวลั ย์ (2556, หนา้ 109) ได้ อธิบายวา่ เดก็ จะเรียนรแู้ ละมีพฒั นาการทางภาษาท่ดี ีข้ึนอย่างต่อเนือ่ งเมื่อ
เดก็ ได้รับการฝกึ ฝนและใชส้ ่งิ ท่ไี ดเ้ รียนรใู้ นการสอ่ื สารเปน็ ประจำ ในสถานการณจ์ ริงจนสิ่งนน้ั ไดร้ ับการพัฒนา
เป็นทักษะ ดังน้ัน บิดามารดาหรือผเู้ ล้ยี งดจู ึงเป็นผูท้ ี่มบี ทบาทสำคัญต่อการช่วยเหลอื และจัดสภาพแวดลอ้ ม
ให้เหมาะสมตอ่ การพฒั นาการทางภาษาของเด็กแตล่ ะวยั สอดคลอ้ งกบั อมอรจิ ิ (ภารดี ศรีประยูร. 2542 :
39; อางอิงจาก Amoriggi, 1981, p.1366A-1367A) ได้ศึกษาความสามารถในการเล่านิทานของเด็ก
ปฐมวยั โดยผู้วจิ ัยจะเลา่ นทิ านใหเ้ ด็กฟังแล้วใหเ้ ด็กเล่าเร่ืองยอ้ นกลับและเลา่ เรอื่ งราวต่อจากผูว้ จิ ัย ทำการ
ทดลองคร้ังละ 15-20 นาที เปน็ เวลา 2 สปั ดาห์ ผลการศึกษาพบวา่ เดก็ สามารถเลา่ นิทานได้ถูกต้องโดย
การเรียงลำดับเหตุการณต์ ่าง ๆ ไดด้ ขี ้ึน และเดก็ สามารถนำเอานิทานทฟ่ี ังไปประยุกต์เล่าต่อได้
แนวทางการพฒั นาเพิ่มเติมใหป้ ระสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
ในการศึกษาครงั้ นีเ้ ปน็ การศกึ ษาผลการจดั ประสบการณ์การเลา่ นิทานประกอบภาพเพือ่
สง่ เสรมิ ทกั ษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ชน้ั อนุบาลปีที่ 3 การศึกษาครงั้ ต่อไปควรจะศึกษาทักษะ
ภาษาดา้ นอืน่ ๆ และระดับชั้นตา่ งๆ ต่อไป ซ่ึงสามารถแยกผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ตามกลมุ่ ต่างๆได้ ดงั นี้
1. สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษา ควรใช้กรอบแนวคดิ ทฤษฎีที่ได้ทำการศกึ ษา
วจิ ยั ในคร้ังนี้ใหเ้ กดิ ความสมบูรณเ์ กี่ยวกับการจดั ประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพเพ่ือสง่ เสรมิ ทักษะ
ภาษาดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัย ชนั้ อนุบาลปีที่ 3 กบั โรงเรยี นอ่ืน ๆ ในสังกัด เพอ่ื ให้เกิดประโยชนต์ อ่ การ
จัดการศกึ ษาในระดับปฐมวัย
2. ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา ควรเข้าใจกบั หลักทฤษฎกี ารจดั ประสบการณส์ ำหรบั เด็กปฐมวัย
และสนับสนุนบคุ ลากรสายช้นั อนุบาลในการศึกษาและจดั กิจกรรมการเล่านทิ านประกอบภาพสำหรบั เด็ก
ปฐมวยั ที่มผี ลตอ่ ทักษะทางภาษาครบทงั้ 4 ด้าน ประกอบไปด้วย การฟัง การพดู การอ่าน และการเขยี น
20
3. ครูและบุคลากรท่ีเก่ียวข้องกับการจดั การศึกษาระดับปฐมวัย ควรศึกษาทำความเข้าใจ
กับหลักทฤษฎกี ารจดั ประสบการณก์ ารเล่านทิ านประกอบภาพสำหรบั เดก็ ปฐมวัยท่มี ผี ลตอ่ ทักษะทางภาษา
ของเด็กปฐมวยั ด้านอ่นื ๆ เพื่อสรา้ งแนวคิดหรือวสิ ัยทศั น์ในการปฏบิ ัติงานให้เกดิ ประโยชน์โดยตรงกบั
นกั เรยี นระดบั ปฐมวยั (ภาคผนวก จ การใช้สือ่ นวัตกรรมในชั้นเรียน)
๖) การเผยแพรน่ วตั กรรม/วิธปี ฏบิ ัติทปี่ ระสบผลสำเร็จ (๕ คะแนน)
ระบุขอ้ มูลท่ีทำให้เห็นร่องรอยหลักฐานการเผยแพร่นวัตกรรม/วิธปี ฏบิ ัตทิ ีป่ ระสบผลสำเรจ็
และการยกยอ่ งชมเชย
จากนวตั กรรมการจัดประสบการณก์ ารเลา่ นิทานประกอบภาพเพอ่ื ส่งเสริมทกั ษะภาษาด้านการ
พดู ของเด็กปฐมวัย ช้ันอนบุ าลปที ่ี 3 โรงเรียนบา้ นคลองเมืองท่ีได้นำเสนอไปนน้ั ไดผ้ า่ นการกลั่นกรองจาก
คณะกรรมการในการประกวดส่ือนวตั กรรมทางการศึกษาปฐมวยั ระดับจงั หวัด ในการแข่งขันทักษะวชิ าการ
ประจำปีงบประมาน 2563 จากองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดกำแพงเพชร ใหไ้ ด้รับรางวัลชนะเลศิ ระดบั
เหรยี ญทอง พรอ้ มโลเ่ กียรติยศ นอกจากน้ยี ังได้นำนวัตกรรมทางการศกึ ษาน้ีออกเผยแพรใ่ นงานวิชาการตา่ งๆ
ทั้งกลมุ่ โรงเรยี นและรวมถงึ โรงเรยี นใกล้เคียงเพ่ือเปน็ การขยายผลการนำรูปแบบสอ่ื นวตั กรรมไปใช้ให้
กวา้ งขวางมากยิง่ ขนึ้ และเกิดคณุ ภาพกับผู้เรยี นเปน็ หลกั ส่งผลให้ไดร้ ับคำชมเชยและการยอมรบั จากเพ่ือนครู
ปฐมวยั กลมุ่ โรงเรยี นนครโกสัมพีและโรงเรยี นใกล้เคียงเรอื่ ยมาตามหลกั ฐานปรากฏในภาคผนวก
(ภาคผนวก ฉ การเผยแพรส่ อ่ื นวัตกรรม)
ขอรบั รองว่าผลงานดังกล่าวข้างต้นเป็นผลงานของ นางสาวเอมอร แสงทา้ ว ตำแหนง่ ครู
วทิ ยฐานะ ชำนาญการพิเศษ โรงเรยี นบา้ นคลองเมือง สงั กัดสำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษา
กำแพงเพชร เขต 1 จริง
(ลงช่อื )......................................................ผู้รบั รองข้อมลู
(นายธิติ วชั รภทั ร)
(ตำแหน่ง) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านคลองเมอื ง
(วนั ท่ี) 28/มกราคม/2565
21
ภาคผนวก
- ภาคผนวก ก ประวัตโิ ดยย่อของผู้เสนอผลงาน
- ภาคผนวก ข คำสง่ั ต่างๆ
- ภาคผนวก ค ผลการประเมนิ ตนเองตามมาตรฐานการศกึ ษาปฐมวัย
- ภาคผนวก ง รูปแบบสื่อนวัตกรรม
- ภาคผนวก จ การใช้สือ่ นวตั กรรมในชน้ั เรียน
- ภาคผนวก ฉ การเผยแพร่ส่อื นวตั กรรม
22
ภาคผนวก ก ประวตั โิ ดยย่อของผเู้ สนอผลงาน
ประวตั ยิ ่อผู้เสนอผลงาน
ช่อื -สกุล นางสาวเอมอร แสงท้าว
วัน เดือน ปีเกดิ 20 เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. 2527
สถานที่เกิด อำเภอเมือง จงั หวัดตาก
สถานท่อี ยู่ปัจจุบัน 118/1 หมู่ 5 ต.นาโบสถ์ อ.วงั เจ้า
จ.ตาก 63180
ประวตั ิการทำงาน โทรศพั ท์ 098-7472389
พ.ศ. 2549 – 2551
ครูอตั ราจ้าง ศนู ย์พัฒนาเด็กราชภัฏกำแพงเพชร คณะครุศาสตร์
พ.ศ. 2551 – 2554 มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏกำแพงเพชร
พนักงานจ้างตามภารกิจ ครอู ตั ราจา้ งโรงเรยี นอนุบาล อบต.วังแขม
พ.ศ. 2554 – 2556 อ.คลองขลงุ จ.กำแพงเพชร
ข้าราชการครู ครผู ชู้ ่วย โรงเรยี นบ้านหนองหญ้ามุง้
พ.ศ. 2556 – 2560 สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากำแพงเพชรเขต 1
ข้าราชการครู คศ.1 โรงเรียนบ้านหนองหญ้ามงุ้
พ.ศ. 2560 – 2562 สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชรเขต 1
ข้าราชการครู คศ.2 โรงเรยี นบ้านหนองหญา้ มุ้ง
พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษากำแพงเพชรเขต 1
ขา้ ราชการครู คศ.3 โรงเรยี นบา้ นคลองเมอื ง
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษากำแพงเพชรเขต 1
การศกึ ษา สำเรจ็ การศกึ ษาช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวทิ ย์ – คณิต
พ.ศ. 2546 โรงเรียนตากพทิ ยาคม
ครุศาสตรบณั ฑิต เกยี รตนิ ิยมอันดบั 1 (การศกึ ษาปฐมวยั )
พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยราชภฏั กำแพงเพชร
ครศุ าสตรมหาบัณฑติ (การบริหารการศกึ ษา)
พ.ศ. 2559 มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏกำแพงเพชร
ภาคผนวก ข คำสงั่ ตา่ งๆ 23
24
ภาคผนวก ค ผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานการศกึ ษาปฐมวัย
ตารางผลการประเมนิ ตนเองตามมาตรฐานการจดั การศกึ ษาปฐมวัยในโรงเรียนบา้ นคลองเมือง เชิง
ปริมาณของโรงเรียนในระดับช้ันอนบุ าล ต้ังแต่ปีการศกึ ษา 2561-2563
การประเมนิ เชิงปรมิ าณรายปีการศึกษา
มาตรฐาน ป2ี 561 ปี2562 ป2ี 563
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของเด็ก ดี ดีเลศิ ดเี ลศิ
1.1 มีพัฒนาการด้านรา่ งกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยทด่ี ี และดแู ลความปลอดภัยของตนเองได้ 82.44 85.33 85.26
1.2 มีพัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ 94.44 92.31
1.3 มพี ัฒนาการด้านสงั คม ช่วยเหลอื ตนเอง และเปน็ สมาชกิ ที่ดีของสงั คม 91.66 83.33
1.4 มพี ัฒนาการดา้ นสติปญั ญา ส่อื สารได้ มีทกั ษะการคดิ พ้ืนฐาน และแสวงหาความร้ไู ด้ 83.33 82.05
83.33
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 80.55 87.18
78.57
2.1 มหี ลักสตู รครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของทอ้ งถนิ่ ดี 79.48
2.2 จดั ครใู หเ้ พียงพอกับชั้นเรยี น 76.19
2.3 สง่ เสรมิ ใหค้ รมู ีความชำนาญดา้ นการจัดประสบการณ์ 77.77 ดี
2.4 จดั สภาพแวดลอ้ มและส่ือเพื่อการเรยี นรู้ อยา่ งปลอดภยั และเพยี งพอ ดี 100.00
2.5 ให้บรกิ ารสอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศและส่อื การเรยี นรเู้ พ่ือสนับสนุนการจัดประสบการณ์ 66.66 83.33
2.6 มรี ะบบบริหารคณุ ภาพทีเ่ ปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ ก่ยี วขอ้ งทกุ ฝ่ายมีสว่ นรว่ ม 77.77 66.66 100.00
100.00
มาตรฐานท่ี 3 การจัดประสบการณ์ทเ่ี น้นเดก็ เปน็ สำคัญ 100.00 66.66
66.66
3.1 จัดประสบการณ์ทส่ี ่งเสรมิ ให้เดก็ ท่ีมีพฒั นาการทุกดา้ นอยา่ งสมดลุ เตม็ ศกั ยภาพ 66.66 100.00
3.2 สรา้ งโอกาสให้เดก็ ไดป้ ระสบการณต์ รง เล่นและปฏิบัตอิ ยา่ งมีความสขุ 66.66 66.66
3.3 จัดบรรยากาศท่ีเอือ้ ต่อการเรยี นรูใ้ ช้สอ่ื และเทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมกบั วัย 100.00
3.4 ประเมินพฒั นาการเดก็ ตามสภาพจรงิ และนำผลการประเมินพฒั นาการเดก็ ไปปรับปรุง 100.00 ดี
การจัดประสบการณ์และพฒั นาเดก็ 66.66
66.66 75.00
ค่าเฉลี่ยรวม 100.00 66.66
66.66
66.66 ดี
ดี 66.66
66.66 83.33
75.00 100.00
100.00
66.66
66.66
100.00
66.66
66.66
66.66
78.40 79.11 83.97
80.49
จากผลการประเมินตนเองของสถานศกึ ษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศสำคญั ทส่ี ถานศึกษาจะต้องนำไป
วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ เพอ่ื สรุปนำไปสกู่ ารเช่อื มโยงหรือสะท้อนภาพความสำเร็จกบั แผนพัฒนาการจดั
การศกึ ษาของสถานศึกษาและนำไปใชใ้ นการวางแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษาในระดบั
อนุบาลตามมาตราฐานทง้ั 3 มาตราฐาน อยู่ในระดบั ดี
25
ภาคผนวก ง รปู แบบส่อื นวตั กรรม
26
ตัวอย่างนทิ านทีใ่ ชใ้ นการจัดประสบการณ์การเลา่ นทิ านประกอบภาพเพ่ือส่งเสริมทกั ษะภาษาด้านการพดู
ของเดก็ ปฐมวัย ช้ันอนุบาลปีท่ี 3
นทิ าน เรือ่ ง หนอู ยากเป็นอะไร นทิ าน เร่ือง ครอบครวั ของหนู
นทิ าน เร่ือง พ่นี นท์กับน้องแนน นิทาน เรื่อง เจา้ ป่าผกู้ ล้าหาญ
27
ภาคผนวก จ การใช้สื่อนวตั กรรมในชัน้ เรยี น
คำช้ีแจงการใช้แผนการจัดประสบการณ์
หลกั การและเหตุผล
แผนการจัดประสบการณ์การเลา่ นิทานประกอบภาพเพ่ือสง่ เสริมทักษะภาษาดา้ นการพดู ของ
เด็กปฐมวยั ช้นั อนุบาลปที ี่ 3 น้นั สามารถทำได้หลายวิธี การจัดกิจกรรมการเลา่ นิทานเป็นวิธกี ารหนึ่งทเ่ี นน้
ความสำคัญของตวั เด็กเปน็ สำคญั โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดอยา่ งอิสระทกุ ข้ันตอน จากการกระตุ้นด้วย
คำถามปลายเปิดของครโู ดยส่งเสริมจนิ ตนาการความคิดสร้างสรรค์ผา่ นการแสดงออกด้วยการพูด การ
นำเสนอผลงานในกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์ เดก็ จะเกิดการเรยี นรู้ทักษะด้านต่าง ๆ ทง้ั การฟงั
การพูด การอ่าน และการเขยี น ทง้ั นคี้ รูเป็นบคุ คลทม่ี คี วามสำคัญในการวางแผนการจดั กิจกรรมและสร้าง
บรรยากาศในการเรียนรสู้ ำหรับเดก็ การเตรียมส่ือ อุปกรณ์ รวมทัง้ การตั้งคำถามในนิทานเพ่ือกระตุ้นใหเ้ ดก็
เกิดกระบวนการคิดอย่างมปี ระสิทธิภาพ
การจัดประสบการณ์การเล่านิทานประกอบภาพเพื่อส่งเสริมทักษะภาษาดา้ นการพูดของ
เดก็ ปฐมวยั ชั้นอนบุ าลปีที่ 3 ชุดนี้ ประกอบดว้ ย หนว่ ยการเรียนรู้จำนวน 12 เรอื่ ง เรือ่ งละ
4 วัน วันละ 30 นาที รวม 48 แผนการจัดประสบการณ์ ใชจ้ ดั กจิ กรรมจำนวน 48 วนั เรยี น โดยครู
จดั กิจกรรมในชว่ งระหว่างเวลา 15.00 – 15.30 น. ของแตล่ ะวนั จนจบแผนการจดั ประสบการณ์ รวม
เปน็ เวลาการจดั ประสบการณ์ท้งั สิ้น 24 ชัว่ โมง
วัตถปุ ระสงค์
เพอ่ื ส่งเสริมและพฒั นาทักษะภาษาด้านการพดู ของเด็กปฐมวยั ด้วยการจัดประสบการณ์การเล่า
นทิ านประกอบภาพ ชนั้ อนุบาลปที ่ี 3 ของโรงเรียนบา้ นคลองเมือง อำเภอโกสมั พนี คร จังหวัดกำแพงเพชร
สงั กดั สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษากำแพงเพชร เขต 1 สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั
พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
การจัดกิจกรรมการเลา่ นิทานประกอบภาพ
1. ลกั ษณะของเนือ้ หานทิ านควรเปน็ นทิ านที่เหมาะกบั วัยของเด็ก โดยมีเนื้อหาท่ีนา่ สนใจ เป็น
เรอ่ื งราวท่ีเก่ียวข้องกบั ชีวติ ประจำวนั มีการเรียงลำดบั เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ท่ชี วนให้เดก็ ไดใ้ ช้กระบวนการคิด มี
เร่อื งราวทเี่ ขา้ ใจได้งา่ ยไม่ซับซ้อน
2. การจัดประสบการณ์ควรมีความต่อเนื่องและหลากหลาย ซ่งึ ใช้เวลาหลงั จากตืน่ นอนช่วงบ่ายในการ
จดั กจิ กรรม เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ๆ ละ 4 วนั วันละ 30 นาที
3. การปฏิบัติกจิ กรรมดำเนนิ การตามข้ันตอน ดังน้ี
3.1 ข้นั นำ ครนู ำเดก็ เขา้ สเู่ ร่อื งราวทีจ่ ะเลา่ ด้วยการเรา้ ความสนใจของเด็ก และสนทนาถามตอบ
พรอ้ มทงั้ สรา้ งข้อตกลงร่วมกันระหวา่ งการฟงั นทิ าน
3.2 ข้ันสอน ครูเลา่ นทิ านประกอบภาพให้เด็กฟงั และมกี ารสนทนาซักถาม หรอื ใหเ้ ดก็ มีสว่ นร่วม
ในการออกมาเล่านิทาน ออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ิเพื่อใหเ้ ด็กเกดิ ทักษะภาษาด้านการพูดในด้านโครงสร้าง
ประโยคท้งั 7 บทและด้านความคลอ่ งในการใช้ภาษาไดต้ ามวยั และการกลา้ แสดงออกในการใชภ้ าษาด้านการ
พดู ตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
3.3 ขนั้ สรปุ เด็กและครรู ่วมกันสรปุ เนื้อหาของนทิ านประกอบภาพและทำกจิ กรรมทบทวนนทิ าน
ที่มีความสมั พนั ธ์กบั เนื้อเรอ่ื งในนทิ านตามจดุ ประสงค์การพัฒนาในนิทานเร่อื งน้นั
การจดั ประสบการณก์ ารเลา่ นิทานประกอบภาพเพื่อสง่ เสริมพฒั นาการทางภาษาดา้ นการพดู
วันที่ 1 ครเู ล่านทิ าน สนทนา ถามตอบ
28
วนั ท่ี 2 ครูเล่านิทานซำ้ สนทนา ถามตอบ เด็กออกมานำเสนอภาพในนทิ าน
วนั ที่ 3 เด็กออกมาเลา่ นิทาน เด็กวาดภาพในนิทานและนำเสนอกบั เพ่ือน
วันที่ 4 เดก็ เลอื กบทบาทตัวละครในนิทานและรว่ มกนั แสดงบทบาทสมมตุ ิในนทิ าน
การวดั และประเมนิ ผล
การจดั ประสบการณ์การเลา่ นิทานประกอบภาพเพ่ือสง่ สง่ เสริมทกั ษะภาษาดา้ นการพูดของเดก็
ปฐมวยั ช้นั อนบุ าลปีที่ 3 มกี ารวัดและประเมนิ ผลดงั นี้
1. แบบบันทึกคำพูด
2. แบบวิเคราะหท์ ักษะภาษาด้านการพดู ของเด็กปฐมวัยรายวัน
3. แบบวดั ทกั ษะภาษาดา้ นการพูดของเดก็ ปฐมวัยก่อนและหลงั จดั กจิ กรรม
บทบาทของครใู นการจดั กิจกรรม
ครูเปน็ ผูม้ ีบทบาทสำคญั ในการสรา้ งเจตคตทิ ่ีดตี ่อการใช้ทักษะภาษาด้านการพูดของเด็กปฐมวยั
ชัน้ อนุบาลปีท่ี 3 ชว่ งอายุ 5 – 6 ปี ครูมีบทบาทในการจัดกิจกรรมเพื่อการสง่ เสรมิ ทกั ษะภาษาด้านการพดู
จัดเตรียมสอ่ื อปุ กรณ์ทจี่ ะใช้ในการเล่านิทานประกอบภาพให้พรอ้ ม เล่านิทานใหเ้ ดก็ ฟัง และตง้ั คำถามท่ี
สง่ เสริมการคดิ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ระหว่างการเลา่ นิทานโดยใช้หนงั สอื นทิ านประกอบภาพทีผ่ ้วู ิจัยจัดทำ
ขึ้นมาเลา่ ช้าๆ ซ้ำๆ ใช้บ่อยๆและคอยชื่นชมนักเรยี นทกี่ ล้าแสดงออกพร้อมทัง้ ให้ขวญั และกำลงั ใจอยเู่ สมอ
โดยครจู ะเปน็ ผคู้ อยชแ้ี นะอยา่ งใกลช้ ดิ สรา้ งบรรยากาศในการจดั กิจกรรมใหเ้ ด็กไดเ้ รียนรอู้ ย่างมีความสขุ
คือบรรยากาศที่สนับสนุนใหเ้ ด็กได้คดิ และแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระในการใชท้ กั ษะภาษาด้านการพูดตาม
โครงสรา้ งประโยคทั้ง 7 บทและความคล่องในการใช้ภาษาได้อยา่ งถกู ต้อง
บทบาทของเดก็ ในการจัดกจิ กรรม
1. ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงในการฟังนิทาน
2. แสดงความคดิ เห็นและร่วมสนทนาตอบคำถามเกย่ี วกบั เนื้อเรือ่ งในนิทาน
3. อาสาสมัครออกมาเลา่ นิทานให้เพอื่ นๆฟงั และสนทนาเกี่ยวกับตวั ละคร
4. การรว่ มกันแสดงบทบาทสมมติในนทิ าน
สอื่ และอุปกรณ์
1. หนังสอื นทิ านประกอบภาพ
2. คำคลอ้ งจอง/เพลง
3. กระดาษ A4
4. ปากกาเคมี
5. ดินสอ
6. สีไม/้ สีเทยี น
29
ภาคผนวก ฉ การเผยแพร่สอ่ื นวตั กรรม
รางวลั ชนะเลิศเหรียณทองการประกวดนวตั กรรมทางการศกึ ษาระดบั จงั หวดั
รว่ มเผยแพรผ่ ลงานในกลมุ่ โรงเรียนและโลกออนไลน์
30