The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by buddhistwelfare.th, 2022-09-17 09:46:01

เล่ม 6 ครูบากู้ภัย


พ่งพิงหรือรอคอยความช่วยเหลือเฉพาะจากภาคส่วนใดภาคส่วนหน่งเท่านั้น ประเมินผล ประการที่ 3 เป็นชุมชนที่มีจิตวิญญาณ (Spirituality) กล่าวคือ





ในส่วนของการพิจารณาให้เห็นมุมมองเก่ยวกับชุมชนเข้มแข็งน้น บทบาท ชุมชนมีจิตสานึก มีจิตวิญญาณ ซ่งในท่น้อาจจะหมายถึง ความจงรักภักด ี















ของวดท่งหลวงและศนย์ก้ชพก้ภยพร้าววงหนได้สอดคล้องกบมมมองของ ความรัก ความหวงแหน ความรู้สึกเป็นเจ้าของในชุมชน โดยมีส่งยึดเหน่ยว

ประเวศ วะสี (2541) ท่อธิบายว่า ความเป็นชุมชนเข้มแข็งไว้ว่า การท่กลุ่ม ร่วมกันในชุมชนให้เกิดมีสันติภาพ (Peaceful) กล่าวคือ การเป็นชุมชนท่ม ี



คนจานวนหน่งมีลักษณะวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีการรวมกลุ่ม ติดต่อส่อสาร ความสงบสุขของประชากรภายในชุมชน ชุมชนมีจิตใจท่เยือกเย็น มีคุณภาพ





ร่วมกัน มีความเอ้ออาทรซ่งกันและกัน มีการเรียนรู้ร่วมกันในระบบการ และมีความเป็นคุณธรรม ทั้งภายในและภายนอก
ท�างาน ที่มีการจัดการท�าให้เกิดผลส�าเร็จ จนน�าไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชน

กล่าวในมิติชุมชนพ่งตนเองกับบทบาทของศูนย์แห่งน้อาจะพิจารณาได้ว่า


มีเปาหมาย


ชุมชนท่มีความเข้มแข็ง หมายถึง ชุมชนท่มีประชากรในชุมชนรวมตัวกัน ร่วมกัน มีจิตสานึก

การ

พัฒนาชุมชนของตนเอง เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน มีการส่อสารติดต่อระหว่าง พ่งตนเอง

บุคคล



กัน จนนาไปสู่ชุมชนท่สามารถพ่งพาตนเอง จัดการตนเอง สามารถแก้ไข หลากหลาย

ปัญหาจนนาไปสู่การเปล่ยนแปลง และสามารถพัฒนาชุมชนท้งในระบบ มีอิสระ


ภายในและภายนอก ตลอดจนมีผลกระทบทางบวกต่อสภาพแวดล้อมโดย ในการร่วม
ด�าเนินการ






รอบของชมชนให้ดขนตามลาดบ จากการร่วมมอช่วยเหลอของตนในชมชน



เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เสริมสร้าง
ผู้น�าการ

นอกจากน้ในมุมมองทางสังคมวิทยาจาก สัญญา สัญญาวิวัฒน์ เปลี่ยนแปลง
ใช้ทรัพยากร
(2541) ได้กล่าวถึงลักษณะของชุมชนเข้มแข็ง โดยสรุปไว้ 4 ประการ คือ ในชุมชนอย่าง

ประการที่ 1 เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Learning Community) คือ การที่ มีประสทธิภาพ
ชุมชน หรือประชากรในชุมชนเกิดการจัดการเรียนรู้ รู้เท่าทันเศรษฐกิจ สังคม


การเมือง รวมท้งชุมชนมีการเพ่มพูนความรู้ในด้านต่าง ๆ อย่างสมาเสมอ บริหารกลุ่มที่ เรียนรู้


หลากหลายได้

ประการท่ 2 เป็นชุมชนท่มีการจัดการตนเอง (Community Management) เชื่อมโยง


ท�ากิจกรรม เปนเครือข่าย
ด้วยระบบการบริหารจัดการในกิจกรรมที่ส�าคัญคือการวางแผน การจัดการ สาธารณะ
อย่างต่อเนื่อง
กระบวนการขององค์กรภายในชุมชนการลงมือปฏิบัติตามแผนงาน และการ
48 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 49
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

2. องค์ประกอบและมุมมอง ชุมชนและการพัฒนาท่ก้าวหน้าจนสามารถนาไปสู่ชุมชนท่มีการพัฒนา



จากแนวคิดชุมชนพ่งตนเอง อย่างยั่งยืน

บทบาทการดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้รับการ หากพิจารณาจากบทเรียนการดาเนินงานของชุมชนพ่งตนเองจะช่วย








ยอมรับและสามารถดาเนินการมาได้อย่างต่อเน่องเป็นผลมาจากการตระหนัก ให้เห็นมิติท่สามารถสะท้อนองค์ประกอบท่สาคัญของการเรียนรู้ได้มากข้น



ุ่










ถงความสาคญของการมีกลมทางสงคมท่คอยทาหน้าทก้ชพก้ภัยให้กับชุมชน โดยการศึกษาของวัชราภรณ์ จันทนุกูล และสัญญา เคณาภูมิ (2559) ทาการ
โดยหากพิจารณาจากมุมมองการวิเคราะห์ของ โกวิทย์ พวงงาม (2562) ได้ช ้ ี ศึกษา แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมระดับชุมชนอย่างย่งยืน พบว่าการ

ให้เห็นว่าแนวทางพ้นฐานของการสร้างชุมชนพ่งตนเองว่าชุมชนต่าง ๆ ท ี ่ ดาเนินการจัดสวัสดิการของรัฐในรูปแบบของการช่วยเหลือภาคสงเคราะห์







ตระหนักถึงการจัดการให้ชุมชนสามารถพ่งพาตนเองได้เป็นการพยายามต้ง ั ต่อชุมชน ท้งน้เพ่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนต่าง ๆ เฉพาะหน้า
ม่นให้ชุมชนสามารถตอบสนองการพัฒนาภายในให้ได้ก่อน โดยเฉพาะ ซ่งในปัจจุบันยังไม่ได้ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนใน


เป็นการพัฒนาในภาพองค์รวมท่ไม่ได้เน้นด้านใดด้านหน่ง ซ่งวางอยู่บนพ้น ชุมชนอย่างมากพอ ด้วยเหตุน้ยังมีความจาเป็นในการส่งเสริมให้ประชากรใน











ฐานที่ส�าคัญ 4 มิติกล่าวคือ มิติที่ 1 มุ่งเน้นการพัฒนาที่เป็นแบบองค์รวม คือ ชมชนนนสามารถใช้ชวิต และยืนอย่บนพนททางสงคมได้ด้วยตนเอง และ





ต้องมีความเป็นองค์รวมของทุกสรรพส่งเป็นพ้นฐาน โดยไม่จาแนกแยกเป็น ดารงอยู่อย่างมีความสุขโดยอาศัยทุนเดินในชุมชนแล้วผนวกเข้ากับการ




มนุษย์ ธรรมชาติ หรือสิ่งที่เหนือธรรมชาติ แล้วให้ความส�าคัญกับการพัฒนา สนับสนุนจากรัฐหรือหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง โดย วัชราภรณ์ จันทนุกูล
ที่มีความเด่นชัดเฉพาะด้าน มิติที่ 2 มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยึดระบบคุณค่า คือ และสัญญา เคณาภูมิ ได้เสนอแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมในระดับชุมชน



ต้องมองเห็นคุณค่าของคนและสรรพส่ง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาต ิ ไว้ดังน้ (1) การจัดการส่งเสริมการสร้างหลักประกันความม่นคงของชุมชน
ทรัพยากรของชุมชนท้งภายในและภายนอก ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ควบคู่ (2) การส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพ (3) ส่งเสริมหรือจัดให้มีร้านค้าและ









กันไป กับการมีระบบการจัดการท่มีประสิทธิภาพ เน้นการบริหาร และพัฒนา สวสดการชมชน (5) สนบสนนการสรางรายไดในชมชน (6) สงเสรมการดาเนน





ที่มีคนเป็นแกนกลางของการพัฒนา มิติที่ 3 มุ่งเน้นการพัฒนาแบบครบถ้วน ชีวิตตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (7) ส่งเสริมวัฒนธรรมและ

และรอบด้าน คือ ต้องเป็นการพัฒนาแบบครบถ้วน น่นก็คือ ต้องมีการให้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ความสาคัญกับแนวทางการพัฒนาในทุกด้าน และพร้อมท่จะพัฒนาไปด้วย ขณะท่ กฤษฎา ศุภกิจไพศาล (2563) ศึกษา การพัฒนาการ




กน โดยมเป้าหมายในการสร้างแนวทางการอย่ร่วมกนทมความเป็นชมชน จัดสวัสดิการสังคมที่มีความเป็นธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล�้า พบว่า






เป็นหัวใจของการพัฒนา และท้ายท่สุดคือ มิติท่ 4 มุ่งเน้นการพัฒนาแบบ ข้อจ�ากัดที่ส�าคัญของสวัสดิการสังคม คือ การขาดสมดุลระหว่างระบบวิธีคิด


กระจาย คือ ต้องเป็นการพัฒนาที่น�าไปสู่ความก้าวหน้าของทุกภาคส่วนของ การจัดสวัสดิการแบบผลิตภาพนิยม (Productive Welfare) กับระบบการ
50 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 51
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

2. องค์ประกอบและมุมมอง ชุมชนและการพัฒนาท่ก้าวหน้าจนสามารถนาไปสู่ชุมชนท่มีการพัฒนา



จากแนวคิดชุมชนพ่งตนเอง อย่างยั่งยืน

บทบาทการดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้รับการ หากพิจารณาจากบทเรียนการดาเนินงานของชุมชนพ่งตนเองจะช่วย








ยอมรับและสามารถดาเนินการมาได้อย่างต่อเน่องเป็นผลมาจากการตระหนัก ให้เห็นมิติท่สามารถสะท้อนองค์ประกอบท่สาคัญของการเรียนรู้ได้มากข้น



ุ่










ถงความสาคญของการมีกลมทางสงคมท่คอยทาหน้าทก้ชพก้ภัยให้กับชุมชน โดยการศึกษาของวัชราภรณ์ จันทนุกูล และสัญญา เคณาภูมิ (2559) ทาการ
โดยหากพิจารณาจากมุมมองการวิเคราะห์ของ โกวิทย์ พวงงาม (2562) ได้ช ้ ี ศึกษา แนวทางการจัดสวัสดิการสังคมระดับชุมชนอย่างย่งยืน พบว่าการ

ให้เห็นว่าแนวทางพ้นฐานของการสร้างชุมชนพ่งตนเองว่าชุมชนต่าง ๆ ท ี ่ ดาเนินการจัดสวัสดิการของรัฐในรูปแบบของการช่วยเหลือภาคสงเคราะห์







ตระหนักถึงการจัดการให้ชุมชนสามารถพ่งพาตนเองได้เป็นการพยายามต้ง ั ต่อชุมชน ท้งน้เพ่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนต่าง ๆ เฉพาะหน้า
ม่นให้ชุมชนสามารถตอบสนองการพัฒนาภายในให้ได้ก่อน โดยเฉพาะ ซ่งในปัจจุบันยังไม่ได้ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนใน


เป็นการพัฒนาในภาพองค์รวมท่ไม่ได้เน้นด้านใดด้านหน่ง ซ่งวางอยู่บนพ้น ชุมชนอย่างมากพอ ด้วยเหตุน้ยังมีความจาเป็นในการส่งเสริมให้ประชากรใน











ฐานที่ส�าคัญ 4 มิติกล่าวคือ มิติที่ 1 มุ่งเน้นการพัฒนาที่เป็นแบบองค์รวม คือ ชมชนนนสามารถใช้ชวิต และยืนอย่บนพนททางสงคมได้ด้วยตนเอง และ





ต้องมีความเป็นองค์รวมของทุกสรรพส่งเป็นพ้นฐาน โดยไม่จาแนกแยกเป็น ดารงอยู่อย่างมีความสุขโดยอาศัยทุนเดินในชุมชนแล้วผนวกเข้ากับการ




มนุษย์ ธรรมชาติ หรือสิ่งที่เหนือธรรมชาติ แล้วให้ความส�าคัญกับการพัฒนา สนับสนุนจากรัฐหรือหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง โดย วัชราภรณ์ จันทนุกูล
ที่มีความเด่นชัดเฉพาะด้าน มิติที่ 2 มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยึดระบบคุณค่า คือ และสัญญา เคณาภูมิ ได้เสนอแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมในระดับชุมชน



ต้องมองเห็นคุณค่าของคนและสรรพส่ง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาต ิ ไว้ดังน้ (1) การจัดการส่งเสริมการสร้างหลักประกันความม่นคงของชุมชน
ทรัพยากรของชุมชนท้งภายในและภายนอก ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ควบคู่ (2) การส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพ (3) ส่งเสริมหรือจัดให้มีร้านค้าและ









กันไป กับการมีระบบการจัดการท่มีประสิทธิภาพ เน้นการบริหาร และพัฒนา สวสดการชมชน (5) สนบสนนการสรางรายไดในชมชน (6) สงเสรมการดาเนน





ที่มีคนเป็นแกนกลางของการพัฒนา มิติที่ 3 มุ่งเน้นการพัฒนาแบบครบถ้วน ชีวิตตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (7) ส่งเสริมวัฒนธรรมและ

และรอบด้าน คือ ต้องเป็นการพัฒนาแบบครบถ้วน น่นก็คือ ต้องมีการให้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ความสาคัญกับแนวทางการพัฒนาในทุกด้าน และพร้อมท่จะพัฒนาไปด้วย ขณะท่ กฤษฎา ศุภกิจไพศาล (2563) ศึกษา การพัฒนาการ




กน โดยมเป้าหมายในการสร้างแนวทางการอย่ร่วมกนทมความเป็นชมชน จัดสวัสดิการสังคมที่มีความเป็นธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล�้า พบว่า






เป็นหัวใจของการพัฒนา และท้ายท่สุดคือ มิติท่ 4 มุ่งเน้นการพัฒนาแบบ ข้อจ�ากัดที่ส�าคัญของสวัสดิการสังคม คือ การขาดสมดุลระหว่างระบบวิธีคิด


กระจาย คือ ต้องเป็นการพัฒนาที่น�าไปสู่ความก้าวหน้าของทุกภาคส่วนของ การจัดสวัสดิการแบบผลิตภาพนิยม (Productive Welfare) กับระบบการ
50 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 51
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่


จัดสวัสดิการท่เน้นการป้องกันและคุ้มครองคนในสังคม (Protective Welfare) ของชุมชนในทรรศนะของ นงนุช ศรีสุข คือ (1) สร้างหลักประกันหรือบริการ






ดงน้นจึงเกิดเป็นความท้าทายของการจัดระบบสวสดิการสงคมในยุคปัจจบัน ทางการเงิน (2) ผลิตสวัสดิการเองโดยชุมชนเพ่อชุมชนและ (3) การสร้าง
คือ การสร้างความสมดุลระหว่างการจัดสวัสดิการแบบผลิตภาพนิยม เครือข่ายชุมชนเพ่อขับเคล่อนนโยบายให้รัฐและตลาดผลิตสวัสดิการท่ม ี



(Productive Welfare) คือ การมุ่งเน้นและให้ความสาคัญต่อการพัฒนา คุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนมากขึ้น และบทบาทของ

ทกษะและศักยภาพของประชากรทุกคนในชุมชนเพอเตรียมตัวเข้าสู่ตลาด รัฐ คือ รัฐควรมาให้ความสนใจกับแนวทางการสร้างสวัสดิการสังคมให้เข้าถึง



แรงงาน เพ่อเป็นการสร้างความสามารถในการพงตนเองของประชากรและ คนจนและแรงงานนอกระบบร่วมกับท้องถ่นและชุมชน ใหภาคประชาชนและ








ชุมชนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ และการจัดสวัสดิการแบบป้องกันและ ท้องถ่นมีบทบาทสาคัญในการจัดสวัสดิการโดยมีรัฐหนุนเสริม เพ่อเป็นการ
คุ้มครองคนในสังคม (Protective Welfare) ท่เป็นการมุ่งเน้นและให้ความ ให้ชุมชนได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มท่ และใช้แรงสนับสนุนจากรัฐเป็น




สาคัญกับความเหล่อมลาท่เกิดข้นในสังคม และการผลิตสร้างระบบแบบ หน่วยเสริม เพื่อให้น�าไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน








ตาข่าย โดยเป็นการรองรับสังคม ชุมชน ควบคู่ไปกันจากการประยุกต์ใช้ กล่าวสรปได้ว่า รฐและชมชนมความสมพนธ์ซงกนและกน ชมชน












สวัสดิการของชุมชนท้องถ่นซ่งท้งหมดน้เป็นแนวทางเพ่อการนาไปสู่การสร้าง เข้มแข็งและชุมชนพึ่งตนเองเกิดจากชุมชน รัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า


ความสามารถในการพ่งตนเองและการสร้างคุณภาพชีวิตท่ดีได้อย่างทัดเทียม มาร่วมมือกัน โดยชุมชนจะต้องอาศัยทรัพยากรต่าง ๆ ของชุมชน ไม่ว่า

เทียบเท่า กับบุคคลและสังคมอื่น ๆ จะเป็น ภูมิปัญญา เทคโนโลยี ความรู้ ฯลฯ ผนวกเข้ากับการร่วมมือของ


นอกจากน้งานของ นงนุช ศรีสุข (2555) ท่วิพากษ์หนังสือวรรณกรรม ประชากรในชุมชน จากการมีส่วนร่วมในการจัดการชุมชนของตนเอง จนน�า


ปริทรรศน์และการสังเคราะห์ความรู้สวัสดิการชุมชนในประเทศไทย ได้ช่วย ไปสู่ชุมชนท่สามารถพ่งพาตนเอง จัดการตนเอง และสามารถแก้ไขปัญหาด้วย



ขยายความเข้าใจว่าการสร้างความเข้มแข็งและการพัฒนาไปสู่สังคมท่ย่งยืน ตนเอง เป็นผลนาไปสู่การเปล่ยนแปลงชุมชน ท้งน้บทบาทของรัฐท่มีต่อชุมชน




นั้น จะต้องเข้าใจและมองถึงบทบาทของชุมชนและบทบาทของรัฐ ที่มีความ คือ การใชสวัสดิการรัฐ สวัสดิการชุมชน ในภาคสังคมสงเคราะหเพื่อเปนแรง



สัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยบทบาทของชุมชน นงนุช ศรีสุข กล่าวว่า การจัด สนับสนุนให้ชุมชนน้นสามารถพ่งพาตนเองต่อไปได้ การจัดการระบบการ


สวัสดิการชุมชนในปัจจุบันน้นมีความทันสมัย แต่การตีความหมายของบุคคล พัฒนาชุมชนนั้นมีความส�าคัญโดยตัวเอง ซึ่งชุมชนจะต้องไม่ใช่เครื่องมือรัฐที่

น้นมันแคบ และมักเน้นท่รูปแบบ เช่น ค่านอนโรงพยาบาล ค่าเดินทางไป ถูกใช้ในการพัฒนา และรัฐก็ต้องไม่ใช่เคร่องมือในการดึงสวัสดิการเช่นกัน การ





รักษา เป็นต้น ซ่งยังไม่ถือเป็นสวัสดิการชุมชนท่ผลิตเอง โดยขณะท่สวัสดิการ จัดการระบบพัฒนาชุมชนจะต้องอยู่บนพ้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่าง


บนฐานทางวัฒนธรรมและทรัพยากรนั้น ชุมชนเป็นผู้ผลิตเอง เช่น การผลิต ชุมชนกับรัฐ และอยู่บนพ้นฐานของวัฒนธรรมการช่วยเหลือเก้อกูลซ่งกันและ



ยาพื้นฐาน เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าจะสนับสนุน โดยบทบาท กัน บทบาทของชุมชนและบทบาทของภาครัฐจะต้องผนวกเข้าร่วมกัน มีความ
52 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 53
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่


จัดสวัสดิการท่เน้นการป้องกันและคุ้มครองคนในสังคม (Protective Welfare) ของชุมชนในทรรศนะของ นงนุช ศรีสุข คือ (1) สร้างหลักประกันหรือบริการ






ดงน้นจึงเกิดเป็นความท้าทายของการจัดระบบสวสดิการสงคมในยุคปัจจบัน ทางการเงิน (2) ผลิตสวัสดิการเองโดยชุมชนเพ่อชุมชนและ (3) การสร้าง
คือ การสร้างความสมดุลระหว่างการจัดสวัสดิการแบบผลิตภาพนิยม เครือข่ายชุมชนเพ่อขับเคล่อนนโยบายให้รัฐและตลาดผลิตสวัสดิการท่ม ี



(Productive Welfare) คือ การมุ่งเน้นและให้ความสาคัญต่อการพัฒนา คุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนมากขึ้น และบทบาทของ

ทกษะและศักยภาพของประชากรทุกคนในชุมชนเพอเตรียมตัวเข้าสู่ตลาด รัฐ คือ รัฐควรมาให้ความสนใจกับแนวทางการสร้างสวัสดิการสังคมให้เข้าถึง



แรงงาน เพ่อเป็นการสร้างความสามารถในการพงตนเองของประชากรและ คนจนและแรงงานนอกระบบร่วมกับท้องถ่นและชุมชน ใหภาคประชาชนและ








ชุมชนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ และการจัดสวัสดิการแบบป้องกันและ ท้องถ่นมีบทบาทสาคัญในการจัดสวัสดิการโดยมีรัฐหนุนเสริม เพ่อเป็นการ
คุ้มครองคนในสังคม (Protective Welfare) ท่เป็นการมุ่งเน้นและให้ความ ให้ชุมชนได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มท่ และใช้แรงสนับสนุนจากรัฐเป็น




สาคัญกับความเหล่อมลาท่เกิดข้นในสังคม และการผลิตสร้างระบบแบบ หน่วยเสริม เพื่อให้น�าไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน








ตาข่าย โดยเป็นการรองรับสังคม ชุมชน ควบคู่ไปกันจากการประยุกต์ใช้ กล่าวสรปได้ว่า รฐและชมชนมความสมพนธ์ซงกนและกน ชมชน












สวัสดิการของชุมชนท้องถ่นซ่งท้งหมดน้เป็นแนวทางเพ่อการนาไปสู่การสร้าง เข้มแข็งและชุมชนพึ่งตนเองเกิดจากชุมชน รัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า


ความสามารถในการพ่งตนเองและการสร้างคุณภาพชีวิตท่ดีได้อย่างทัดเทียม มาร่วมมือกัน โดยชุมชนจะต้องอาศัยทรัพยากรต่าง ๆ ของชุมชน ไม่ว่า

เทียบเท่า กับบุคคลและสังคมอื่น ๆ จะเป็น ภูมิปัญญา เทคโนโลยี ความรู้ ฯลฯ ผนวกเข้ากับการร่วมมือของ


นอกจากน้งานของ นงนุช ศรีสุข (2555) ท่วิพากษ์หนังสือวรรณกรรม ประชากรในชุมชน จากการมีส่วนร่วมในการจัดการชุมชนของตนเอง จนน�า


ปริทรรศน์และการสังเคราะห์ความรู้สวัสดิการชุมชนในประเทศไทย ได้ช่วย ไปสู่ชุมชนท่สามารถพ่งพาตนเอง จัดการตนเอง และสามารถแก้ไขปัญหาด้วย



ขยายความเข้าใจว่าการสร้างความเข้มแข็งและการพัฒนาไปสู่สังคมท่ย่งยืน ตนเอง เป็นผลนาไปสู่การเปล่ยนแปลงชุมชน ท้งน้บทบาทของรัฐท่มีต่อชุมชน




นั้น จะต้องเข้าใจและมองถึงบทบาทของชุมชนและบทบาทของรัฐ ที่มีความ คือ การใชสวัสดิการรัฐ สวัสดิการชุมชน ในภาคสังคมสงเคราะหเพื่อเปนแรง



สัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยบทบาทของชุมชน นงนุช ศรีสุข กล่าวว่า การจัด สนับสนุนให้ชุมชนน้นสามารถพ่งพาตนเองต่อไปได้ การจัดการระบบการ


สวัสดิการชุมชนในปัจจุบันน้นมีความทันสมัย แต่การตีความหมายของบุคคล พัฒนาชุมชนนั้นมีความส�าคัญโดยตัวเอง ซึ่งชุมชนจะต้องไม่ใช่เครื่องมือรัฐที่

น้นมันแคบ และมักเน้นท่รูปแบบ เช่น ค่านอนโรงพยาบาล ค่าเดินทางไป ถูกใช้ในการพัฒนา และรัฐก็ต้องไม่ใช่เคร่องมือในการดึงสวัสดิการเช่นกัน การ





รักษา เป็นต้น ซ่งยังไม่ถือเป็นสวัสดิการชุมชนท่ผลิตเอง โดยขณะท่สวัสดิการ จัดการระบบพัฒนาชุมชนจะต้องอยู่บนพ้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่าง


บนฐานทางวัฒนธรรมและทรัพยากรนั้น ชุมชนเป็นผู้ผลิตเอง เช่น การผลิต ชุมชนกับรัฐ และอยู่บนพ้นฐานของวัฒนธรรมการช่วยเหลือเก้อกูลซ่งกันและ



ยาพื้นฐาน เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าจะสนับสนุน โดยบทบาท กัน บทบาทของชุมชนและบทบาทของภาครัฐจะต้องผนวกเข้าร่วมกัน มีความ
52 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 53
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

สัมพันธ์ต่อกัน เกิดเป็นระบบการจัดการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ (Resource: R) คือ ชุมชนควรม ี




เพ่อสร้างความม่นคงของชุมชน รัฐ และประเทศ ในการเตรียมความพร้อม ทรัพยากรธรรมชาติท่อุดมสมบูรณ์ หรือชุมชนสามารถนาทรัพยากร
เข้าสู่ตลาดแรงงานและประชาคมโลกสืบไป ธรรมชาติมาใช้ได้อย่างมีดุลยภาพของระบบนิเวศและอยู่ในสภาพที ่




เมอพจารณาโดยสรปขององค์ประกอบในการพฒนาให้ชมชน สามารถฟื้นฟูได้ ในส่วนน้จะเห็นว่าพ้นท่เทศบาลทุ่งหลวงยังมีสมาชิก











สามารถพงตนเองได้ โกวทย์ พวงงาม (2562) ได้กาหนดกรอบความคดว่า ในชุมชนท่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมอยู่มาก แต่การเข้าสู่ระบบ


ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ 5 ด้าน ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับบทบาทของศูนย์ เศรษฐกิจสมัยใหม่มีความจาเป็นต้องระวังท่จะไม่สามารถให้



กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินสามารถน�าเสนอเป็นความคิดได้ดังนี้ อุตสาหกรรมการเกษตรท่กาลังขยายตัวเข้ามาทาลายฐานการผลิตท ่ ี
ด้านเทคโนโลยี (Technology: T) คือ ชุมชนมีปริมาณและ ค�านึงถึงสมดุลของระบบนิเวศและความสัมพันธ์ภายในชุมชน







คณภาพของเทคโนโลย ซ่งจะต้องสอดคล้องกับสภาพในชมชน ซงอาจ ด้านจิตใจ (Mental: M) คือ สมาชิกในชุมชนจะต้องมีจิตสานึก



จะรวมถึงเคร่องมือพ้นบ้านในชุมชนหรือเทคโนโลยีใหม่เพ่อการพัฒนา ในการพ่งตนเอง มีจิตใจท่ใฝ่รู้ใฝ่การพัฒนา มีความรู้ และความ


ที่ยั่งยืน ในส่วนนี้ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยี สามารถในการน�าองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ มีคุณภาพ และสามารถ



สมัยใหม่ในการด�าเนินกิจกรรมทั้งที่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์การ นาชุมชนไปสู่การพัฒนาที่ย่งยืน ในส่วนน้การส่งเสริมและให้การ

ด�าเนินงานกู้ชีพกู้ภัย รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีเพื่อสื่อสารข้อมูลออกสู่ สนับสนุนให้การดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินสามารถม ี



สังคม ความย่งยืน เป็นผลรวมของการเช่อม่นต่อบทบาทของพระครูปรีชาภิวัตน์


ด้านเศรษฐกิจ (Economic: E) คือ ชุมชนสามารถสร้างภาวะ และการเห็นถึงความสาคัญของการมีศูนย์กู้ชีพกู้ภัยอยู่ในชุมชน ซ่งได้







สมดุลทางเศรษฐกิจ ให้เกิดข้นระหว่างและขีดความสามารถการตอบ ช่วยให้บทบาทความร่วมมอท่เกดขนจากการพยายามสร้างเครอข่าย
สนองความต้องการ เป็นระบบเศรษฐกิจที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การดูแลระบบการแพทย์ฉุกเฉินภายในชุมชนให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น


ตลอดจน การวางแผนในอนาคตด้วย ในส่วนน้ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าว ด้านสังคมวัฒนธรรม (Social: S) คือ ชุมชนมีภาวะผู้นาท่ด ี


วังหินได้พลังทางเศรษฐกิจของชุมชนท้องถ่นเป็นปัจจัยในการขับ การมีส่วนร่วมที่สูง ประชากรมีความเป็นปึกแผ่นทางสังคม มีองค์กร




เคล่อนการดาเนินงานด้วย ซ่งสามารถสร้างสานึกของความเป็น ภายในสังคมท่เข้มแข็ง รวมท้งมีความรู้และข่าวสารท่เท่าทันต่อโลก





เจ้าของร่วมกันระหว่างสมาชิกในชุมชนกับการดาเนินงานของศูนย์ ภายนอก ในส่วนน้จะเห็นได้ว่าบทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย
























แห่งน รวมท้งยังลดการพงพางบประมาณจากองค์กรหรอบุคคล ของพระครปรชาภวตนและศนยกชพกภยพราววงหน จงหวดเชยงใหม ่


ภายนอก ถือเป็นการลดความเส่ยงท่จะมีผลต่อการดาเนินงานใน เป็นภาพสะท้อนท่ชัดเจนของการบูรณาการภายใต้หลักสาธารณ






อนาคตได้ สงเคราะห์วิถีพุทธท่องค์กรพระพุทธศาสนาในพ้นท่สามารถกระตุ้น
ให้เกิด
54 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 55
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

สัมพันธ์ต่อกัน เกิดเป็นระบบการจัดการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ (Resource: R) คือ ชุมชนควรม ี




เพ่อสร้างความม่นคงของชุมชน รัฐ และประเทศ ในการเตรียมความพร้อม ทรัพยากรธรรมชาติท่อุดมสมบูรณ์ หรือชุมชนสามารถนาทรัพยากร
เข้าสู่ตลาดแรงงานและประชาคมโลกสืบไป ธรรมชาติมาใช้ได้อย่างมีดุลยภาพของระบบนิเวศและอยู่ในสภาพที ่




เมอพจารณาโดยสรปขององค์ประกอบในการพฒนาให้ชมชน สามารถฟื้นฟูได้ ในส่วนน้จะเห็นว่าพ้นท่เทศบาลทุ่งหลวงยังมีสมาชิก











สามารถพงตนเองได้ โกวทย์ พวงงาม (2562) ได้กาหนดกรอบความคดว่า ในชุมชนท่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมอยู่มาก แต่การเข้าสู่ระบบ


ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ 5 ด้าน ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับบทบาทของศูนย์ เศรษฐกิจสมัยใหม่มีความจาเป็นต้องระวังท่จะไม่สามารถให้



กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินสามารถน�าเสนอเป็นความคิดได้ดังนี้ อุตสาหกรรมการเกษตรท่กาลังขยายตัวเข้ามาทาลายฐานการผลิตท ่ ี
ด้านเทคโนโลยี (Technology: T) คือ ชุมชนมีปริมาณและ ค�านึงถึงสมดุลของระบบนิเวศและความสัมพันธ์ภายในชุมชน







คณภาพของเทคโนโลย ซ่งจะต้องสอดคล้องกับสภาพในชมชน ซงอาจ ด้านจิตใจ (Mental: M) คือ สมาชิกในชุมชนจะต้องมีจิตสานึก



จะรวมถึงเคร่องมือพ้นบ้านในชุมชนหรือเทคโนโลยีใหม่เพ่อการพัฒนา ในการพ่งตนเอง มีจิตใจท่ใฝ่รู้ใฝ่การพัฒนา มีความรู้ และความ


ที่ยั่งยืน ในส่วนนี้ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยี สามารถในการน�าองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ มีคุณภาพ และสามารถ



สมัยใหม่ในการด�าเนินกิจกรรมทั้งที่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์การ นาชุมชนไปสู่การพัฒนาที่ย่งยืน ในส่วนน้การส่งเสริมและให้การ

ด�าเนินงานกู้ชีพกู้ภัย รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีเพื่อสื่อสารข้อมูลออกสู่ สนับสนุนให้การดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินสามารถม ี



สังคม ความย่งยืน เป็นผลรวมของการเช่อม่นต่อบทบาทของพระครูปรีชาภิวัตน์


ด้านเศรษฐกิจ (Economic: E) คือ ชุมชนสามารถสร้างภาวะ และการเห็นถึงความสาคัญของการมีศูนย์กู้ชีพกู้ภัยอยู่ในชุมชน ซ่งได้







สมดุลทางเศรษฐกิจ ให้เกิดข้นระหว่างและขีดความสามารถการตอบ ช่วยให้บทบาทความร่วมมอท่เกดขนจากการพยายามสร้างเครอข่าย
สนองความต้องการ เป็นระบบเศรษฐกิจที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การดูแลระบบการแพทย์ฉุกเฉินภายในชุมชนให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น


ตลอดจน การวางแผนในอนาคตด้วย ในส่วนน้ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าว ด้านสังคมวัฒนธรรม (Social: S) คือ ชุมชนมีภาวะผู้นาท่ด ี


วังหินได้พลังทางเศรษฐกิจของชุมชนท้องถ่นเป็นปัจจัยในการขับ การมีส่วนร่วมที่สูง ประชากรมีความเป็นปึกแผ่นทางสังคม มีองค์กร




เคล่อนการดาเนินงานด้วย ซ่งสามารถสร้างสานึกของความเป็น ภายในสังคมท่เข้มแข็ง รวมท้งมีความรู้และข่าวสารท่เท่าทันต่อโลก





เจ้าของร่วมกันระหว่างสมาชิกในชุมชนกับการดาเนินงานของศูนย์ ภายนอก ในส่วนน้จะเห็นได้ว่าบทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย
























แห่งน รวมท้งยังลดการพงพางบประมาณจากองค์กรหรอบุคคล ของพระครปรชาภวตนและศนยกชพกภยพราววงหน จงหวดเชยงใหม ่


ภายนอก ถือเป็นการลดความเส่ยงท่จะมีผลต่อการดาเนินงานใน เป็นภาพสะท้อนท่ชัดเจนของการบูรณาการภายใต้หลักสาธารณ






อนาคตได้ สงเคราะห์วิถีพุทธท่องค์กรพระพุทธศาสนาในพ้นท่สามารถกระตุ้น
ให้เกิด
54 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 55
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่


แผนภาพ: สรุปการจัดการพฒนาชุมชน


ให้เปนชุมชนเข้มแข็ง และชุมชนพงตนเอง



สวัสดิการชุมชน การร่วมมือ
สวัสดิการสงคม ของประชากรใน

ชุมชน





บทบาท ชุมชน บทบาท
รัฐ ชุมชน




ชุมชน ชุมชน


เข็มแข็ง พงตนเอง



ชุมชน ชุมชนที่มี เทคโนโลยี เศรษฐกิจ ทรัพยากร
แห่งการเรียนรู้ การจัดการตนเอง ธรรมชาติ
ภาพ พระครูปรีชาภิวัตน์
ด�าเนินรายการสถานีวิทยุแม่แวนเรดิโอ


เพอสนทนาธรรมกับประชาชน ชุมชน ชุมชน จิตใจ สงคมและ


และน�าผลงานศนย์กู้ภัยพร้าววังหินออกสสงคม จิตวิญญาณ สนติภาพ วัฒนธรรม


ู่







56 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 57
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่


แผนภาพ: สรุปการจัดการพฒนาชุมชน


ให้เปนชุมชนเข้มแข็ง และชุมชนพงตนเอง



สวัสดิการชุมชน การร่วมมือ
สวัสดิการสงคม ของประชากรใน

ชุมชน





บทบาท ชุมชน บทบาท
รัฐ ชุมชน




ชุมชน ชุมชน


เข็มแข็ง พงตนเอง



ชุมชน ชุมชนที่มี เทคโนโลยี เศรษฐกิจ ทรัพยากร
แห่งการเรียนรู้ การจัดการตนเอง ธรรมชาติ
ภาพ พระครูปรีชาภิวัตน์
ด�าเนินรายการสถานีวิทยุแม่แวนเรดิโอ


เพอสนทนาธรรมกับประชาชน ชุมชน ชุมชน จิตใจ สงคมและ


และน�าผลงานศนย์กู้ภัยพร้าววังหินออกสสงคม จิตวิญญาณ สนติภาพ วัฒนธรรม


ู่







56 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 57
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

03 จ�ำนวนเหตุกำรณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที ่
รายงานสรุปยอด





1 มกรำคม พ.ศ. 2564 - 31 มกรำคม พ.ศ. 2565


รับ+ส่งผู้ป่วย 735 ครั้ง
192 ครั้ง
งานสาธารณสงเคราะห์ ยกชักลากไปซ่อม 126 ครั้ง
ชักลากรถยนต์
ร่วมสมัย จักรยานยนต์ล้มเอง 73 ครั้ง
บริการอื่นๆ
92 ครั้ง

กู้รถตกข้างทาง 47 ครั้ง
บริการจั๊มแบตเตอร์รี่รถยนต์ 47 ครั้ง

จับงู 46 ครั้ง
หกล้ม 30 ครั้ง

ขณะที่งานและปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัยที่ด�าเนินการ จักรยานยนต์+จักรยานยนต์ 18 ครั้ง



โดยการนาของพระครูปรีชาภิวัตน์ ท้งท่เป็นปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์ ยกชักลากรถไป ส.ภ. 17 ครั้ง
16 ครั้ง
ภายใต้วัดทุ่งหลวงและศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้แสดงให้เห็นการสามารถ รถยนต์+จักรยานยนต์ 11 ครั้ง
รถยนต์ลงข้างทาง
ประยุกต์ความต้องการของชุมชนเข้ากับการดาเนินงานด้านสาธารณ ตกจากที่สูง 10 ครั้ง













สงเคราะหของคณะสงฆได เมอพจารณาจากการดาเนนงานจงเหนปฏบตการ เหตุ 200 ทะเลาะวิวาท 8 ครั้ง


สาธารณสงเคราะห์ท่ตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ จึงเห็นอย่าง จักรยานยนต์+จักรยานต์พ่วงข้าง 6 ครั้ง
ชัดเจนว่าบทบาทท่การดาเนินงานภายใต้กลุ่มทางสังคมท่เก่ยวข้องกับการนา ดับเพลิง 5 ครั้ง







ของพระครูปรีชาภิวัตน์ได้สะท้อนงานสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัยท้งส้น รถยนต์พลิกคว�่า 5 ครั้ง

3 ด้าน โดยเม่อพิจารณาจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของศูนย์กู้ชีพกู้ภัย 0 250 500 750

พร้าววังหินสามารถเห็นแนวทางการช่วยเหลือท่สะท้อนความหลากหลาย รูปภาพ : แสดงรายงานสรุปยอดจ�านวนเหตุการณทั้งหมด


และการเป็นกลุ่มทางสังคมที่ช่วยสร้างกิจกรรมชุมชนพึ่งตนเองได้ดังนี้ ของกลุมกู้ชีพ-กู้ภัยพราววังหิน อําเภอพราว จังหวัดเชียงใหม่
ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึง 31 มกราคม พ.ศ. 2565

58 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 59
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

03 จ�ำนวนเหตุกำรณ์ทั้งหมด ตั้งแต่วันที ่
รายงานสรุปยอด





1 มกรำคม พ.ศ. 2564 - 31 มกรำคม พ.ศ. 2565


รับ+ส่งผู้ป่วย 735 ครั้ง
192 ครั้ง
งานสาธารณสงเคราะห์ ยกชักลากไปซ่อม 126 ครั้ง
ชักลากรถยนต์
ร่วมสมัย จักรยานยนต์ล้มเอง 73 ครั้ง
บริการอื่นๆ
92 ครั้ง

กู้รถตกข้างทาง 47 ครั้ง
บริการจั๊มแบตเตอร์รี่รถยนต์ 47 ครั้ง

จับงู 46 ครั้ง
หกล้ม 30 ครั้ง

ขณะที่งานและปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัยที่ด�าเนินการ จักรยานยนต์+จักรยานยนต์ 18 ครั้ง



โดยการนาของพระครูปรีชาภิวัตน์ ท้งท่เป็นปฏิบัติการสาธารณสงเคราะห์ ยกชักลากรถไป ส.ภ. 17 ครั้ง
16 ครั้ง
ภายใต้วัดทุ่งหลวงและศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้แสดงให้เห็นการสามารถ รถยนต์+จักรยานยนต์ 11 ครั้ง
รถยนต์ลงข้างทาง
ประยุกต์ความต้องการของชุมชนเข้ากับการดาเนินงานด้านสาธารณ ตกจากที่สูง 10 ครั้ง













สงเคราะหของคณะสงฆได เมอพจารณาจากการดาเนนงานจงเหนปฏบตการ เหตุ 200 ทะเลาะวิวาท 8 ครั้ง


สาธารณสงเคราะห์ท่ตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ จึงเห็นอย่าง จักรยานยนต์+จักรยานต์พ่วงข้าง 6 ครั้ง
ชัดเจนว่าบทบาทท่การดาเนินงานภายใต้กลุ่มทางสังคมท่เก่ยวข้องกับการนา ดับเพลิง 5 ครั้ง







ของพระครูปรีชาภิวัตน์ได้สะท้อนงานสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัยท้งส้น รถยนต์พลิกคว�่า 5 ครั้ง

3 ด้าน โดยเม่อพิจารณาจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของศูนย์กู้ชีพกู้ภัย 0 250 500 750

พร้าววังหินสามารถเห็นแนวทางการช่วยเหลือท่สะท้อนความหลากหลาย รูปภาพ : แสดงรายงานสรุปยอดจ�านวนเหตุการณทั้งหมด


และการเป็นกลุ่มทางสังคมที่ช่วยสร้างกิจกรรมชุมชนพึ่งตนเองได้ดังนี้ ของกลุมกู้ชีพ-กู้ภัยพราววังหิน อําเภอพราว จังหวัดเชียงใหม่
ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึง 31 มกราคม พ.ศ. 2565

58 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 59
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

จากสรุปยอดจำนวนเหตุการณทั้งหมดของกลุมกูชีพ-กูภัยพราว
วังหิน อำเภอพราว จังหวัดเชียงใหม ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึง

จากสรุปยอดจำนวนเหตุการณทั้งหมดของกลุมกูชีพ-กูภัยพราว
วังหิน อำเภอพราว จังหวัดเชียงใหม ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึง






การดาเนินงานจึงช่วยยกระดับการพัฒนารูปแบบการดาเนินงานให้ดีย่งข้น การเก้อกูลระหว่างศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินและหน่วยงานด้าน









โดยในด้านของบคลากรทปฏิบัตงานอย่ในศนย์แห่งน้ช่วงปี พ.ศ. 2565 ม ี สาธารณสุขในเขตอาเภอพร้าว ถือเป็นกระบวนการส่งเสริมการดาเนินงาน
ผู้ปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยและอาสาสมัครเยาวชนรวมจ�านวน 71 รูป/คน พร้อม ระหว่างกันที่ส�าคัญมาก โดยในสถานการณ์ที่จ�าเป็นต้องออกปฏิบัติงานด้าน


ท้งอุปกรณ์ท่ได้รับการสนับสนุนให้สามารถปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยให้มีมาตรฐาน กู้ชีพกู้ภัยจะเห็นได้ว่าการให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ท่ต้องออกให้ความ






ย่งข้น เช่น รถนาทางช่วยเหลือฉุกเฉิน รถอุปกรณ์กู้ภัยเคร่องตัดถ่างส่องสว่าง ช่วยเหลือจะมีส่วนสาคัญต่อการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานด้านกู้ชีพกู้ภัยเป็น



(Rescue vehicles) และรถปฐมพยาบาลเบื้องต้น เป็นต้น ขณะเดียวกันยัง อย่างสูง ดังน้นการมีรถนาทางช่วยเหลือฉุกเฉิน และรถอุปกรณ์กู้ภัยเคร่อง






มีการบริหารจัดการด้านบุคลากรและงบประมาณท่เป็นของศูนย์เอง เพ่อ ตดถ่างส่องสว่าง รวมท้งผ้ปฏบติงานทผ่านการอบรมอย่างถูกต้องจงช่วย








ป้องกนการซบซ้อนกบการดาเนนงานของวดท่งหลวงด้วย ซงถอเป็นการ ใหการปฐมพยาบาลหรอการใหความชวยเหลอในกรณทมรถตกชองเขา หรือ

















พัฒนาการดาเนินงานท่สร้างให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้กับการ เป็นเขตพ้นท่ท่มีอุปสรรคจากส่งกีดขวางทางธรรมชาติสามารถดาเนินงาน






ด�าเนินงานศูนย์แห่งนี้ สะดวกยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงจะเห็นบทบาทของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินในฐานะ



ในส่วนของงานกู้ชีพกู้ภัยท่ดาเนินงานอยู่จะครอบคลุมการช่วยเหลือ หน่วยเคล่อนท่เร็วท่เข้าไปดูสถานการณ์ในพ้นท่เพ่อรายงานให้หน่วยงาน












ด้านอุบัติเหตุบนท้องถนนในพ้นท่อาเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ท้งหมด ราชการทงด้านสาธารณสงเคราะห์ ด้านปกครองและตารวจสามารถเข้ามา



เน่องจากภายในอาเภอพร้าวยังไม่มีกลุ่มสมาคมหรือกลุ่มอาสาสมัครท่เข้ามา ร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ดีกว่าการดาเนินงานเพ่อฝ่ายใด


ทาหน้าท่ด้านการแพทย์ฉุกเฉินอ่นใด ดังน้นเม่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว








ต้งแต่รถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์น่งส่วนบุคคล หรือรถขนส่งขนาดใหญ่ ท้งท่เป็น

พื้นที่ถนนเขตเทศบาล พื้นที่ถนนทางหลวง หรือพื้นที่ถนนที่เป็นช่องภูเขาซึ่ง

จะสามารถเกิดอุบัติบ่อยคร้ง ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินจะทาหน้าท่รับผิดชอบ


และคอยให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบเหตุเสมอ การมีศูนย์ก็ชีพกู้ภัยพร้าว
วังหินจะเปรียบเสมือนด้านหน้าของการเฝ้าระวังและให้การสนับสนุน
หน่วยงานภาครัฐในการด�าเนินกิจกรรมด้านการแพทย์ฉุกเฉินได้ โดยเฉพาะ








การทศนยกชพก้ภัยพราววงหินยดหลกการการดาเนนงานทตองการให้บรการ












สมาชิกในชุมชน ไม่ได้จากัดอยู่ในระเบียบราชการ รวมท้งเป็นงานสาธารณ
สงเคราะห์ท่ไม่ได้หวังผลตอบแทน จึงทาให้ในหลายกรณีการดาเนินงานท ่ ี




สามารถสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลได้ช่วยให้ผ้ทประสบเหตุสามารถฟื้นตัว ภาพสานักงานศนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินเปนอาคาร




จากอาการบาดเจ็บได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังใหม่ ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดทุ่งหลวง
62 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 63
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่






การดาเนินงานจึงช่วยยกระดับการพัฒนารูปแบบการดาเนินงานให้ดีย่งข้น การเก้อกูลระหว่างศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินและหน่วยงานด้าน









โดยในด้านของบคลากรทปฏิบัตงานอย่ในศนย์แห่งน้ช่วงปี พ.ศ. 2565 ม ี สาธารณสุขในเขตอาเภอพร้าว ถือเป็นกระบวนการส่งเสริมการดาเนินงาน
ผู้ปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยและอาสาสมัครเยาวชนรวมจ�านวน 71 รูป/คน พร้อม ระหว่างกันที่ส�าคัญมาก โดยในสถานการณ์ที่จ�าเป็นต้องออกปฏิบัติงานด้าน


ท้งอุปกรณ์ท่ได้รับการสนับสนุนให้สามารถปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยให้มีมาตรฐาน กู้ชีพกู้ภัยจะเห็นได้ว่าการให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ท่ต้องออกให้ความ






ย่งข้น เช่น รถนาทางช่วยเหลือฉุกเฉิน รถอุปกรณ์กู้ภัยเคร่องตัดถ่างส่องสว่าง ช่วยเหลือจะมีส่วนสาคัญต่อการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานด้านกู้ชีพกู้ภัยเป็น



(Rescue vehicles) และรถปฐมพยาบาลเบื้องต้น เป็นต้น ขณะเดียวกันยัง อย่างสูง ดังน้นการมีรถนาทางช่วยเหลือฉุกเฉิน และรถอุปกรณ์กู้ภัยเคร่อง






มีการบริหารจัดการด้านบุคลากรและงบประมาณท่เป็นของศูนย์เอง เพ่อ ตดถ่างส่องสว่าง รวมท้งผ้ปฏบติงานทผ่านการอบรมอย่างถูกต้องจงช่วย








ป้องกนการซบซ้อนกบการดาเนนงานของวดท่งหลวงด้วย ซงถอเป็นการ ใหการปฐมพยาบาลหรอการใหความชวยเหลอในกรณทมรถตกชองเขา หรือ

















พัฒนาการดาเนินงานท่สร้างให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้กับการ เป็นเขตพ้นท่ท่มีอุปสรรคจากส่งกีดขวางทางธรรมชาติสามารถดาเนินงาน






ด�าเนินงานศูนย์แห่งนี้ สะดวกยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงจะเห็นบทบาทของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินในฐานะ



ในส่วนของงานกู้ชีพกู้ภัยท่ดาเนินงานอยู่จะครอบคลุมการช่วยเหลือ หน่วยเคล่อนท่เร็วท่เข้าไปดูสถานการณ์ในพ้นท่เพ่อรายงานให้หน่วยงาน












ด้านอุบัติเหตุบนท้องถนนในพ้นท่อาเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ท้งหมด ราชการทงด้านสาธารณสงเคราะห์ ด้านปกครองและตารวจสามารถเข้ามา



เน่องจากภายในอาเภอพร้าวยังไม่มีกลุ่มสมาคมหรือกลุ่มอาสาสมัครท่เข้ามา ร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ดีกว่าการดาเนินงานเพ่อฝ่ายใด


ทาหน้าท่ด้านการแพทย์ฉุกเฉินอ่นใด ดังน้นเม่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว








ต้งแต่รถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์น่งส่วนบุคคล หรือรถขนส่งขนาดใหญ่ ท้งท่เป็น

พื้นที่ถนนเขตเทศบาล พื้นที่ถนนทางหลวง หรือพื้นที่ถนนที่เป็นช่องภูเขาซึ่ง

จะสามารถเกิดอุบัติบ่อยคร้ง ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินจะทาหน้าท่รับผิดชอบ


และคอยให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบเหตุเสมอ การมีศูนย์ก็ชีพกู้ภัยพร้าว
วังหินจะเปรียบเสมือนด้านหน้าของการเฝ้าระวังและให้การสนับสนุน
หน่วยงานภาครัฐในการด�าเนินกิจกรรมด้านการแพทย์ฉุกเฉินได้ โดยเฉพาะ








การทศนยกชพก้ภัยพราววงหินยดหลกการการดาเนนงานทตองการให้บรการ












สมาชิกในชุมชน ไม่ได้จากัดอยู่ในระเบียบราชการ รวมท้งเป็นงานสาธารณ
สงเคราะห์ท่ไม่ได้หวังผลตอบแทน จึงทาให้ในหลายกรณีการดาเนินงานท ่ ี




สามารถสนับสนุนให้กับโรงพยาบาลได้ช่วยให้ผ้ทประสบเหตุสามารถฟื้นตัว ภาพสานักงานศนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินเปนอาคาร




จากอาการบาดเจ็บได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังใหม่ ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดทุ่งหลวง
62 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 63
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่







อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านการปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยท่จาเป็นต้องสร้าง ด้านท 2 งานสงเคราะห์ผ้เจ็บปวยและยากไร้ กล่าวคือ



การเรียนรู้และปรับปรุงก่อนท่จะเผชิญกับสถานการณ์ท่ยากลาบากมากข้น การดาเนินงานศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้ขยายบทบาทการดาเนินงานของ







คือบุคลากรท่เป็นผู้ปฏิบัติงาน เน่องจากการจะพัฒนาให้มีบุคลากรท่สามารถ ตนเองมากกว่าการช่วยเหลือเหตุการณ์ท่เก่ยวข้องอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน




ดาเนินงานกู้ชีพกู้ภัยท่ได้มาตรฐานและผ่านการอบรมจาเป็นต้องใช้ระยะเวลา บนท้องถนน โดยจุดเร่มต้นของการดาเนินงานคือการท่พระครูปรีชาภิวัตน์








ในการฝึกฝน การที่เม่อมีบุคลากรส่วนหน่งต้องออกไปทาหน้าท่ด้านการงาน เห็นว่าสมาชิกในชุมชนท่ได้รับการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุทางถนนและส่งผลก







ประจา ไปศึกษาต่อหรือจากการเกิดเหตุท่มากข้น ย่งส่งผลให้การเตรียม ระทบต่อสุขภาพระยะยาวยังมีโอกาสท่ร่างกายจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีย่งข้น





บุคลากรให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานภายในศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน หากได้รับการทากายภาพบาบัดท่ถูต้องตามหลักการแพทย์อย่างสมาเสมอ














จึงเป็นเร่องสาคัญมากข้น อีกท้งการท่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่อยู่ในฐานะจิต ดงนนการเรมต้นรับส่งผ้ป่วยท่ประสบอบัตเหตุและต้องการไปฟื้นฟสภาพ




อาสาซ่งไม่ได้รับสวัสดิการด้านรายได้ระยะยาว แต่เป็นการเข้ามาดาเนินงาน ร่างกายท่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยตาบล จึงได้ช่วยให้พระครูปรีชาภิวัตน์








เพอสร้างให้สมาชกในชมชนมความมนคงเมอเกดเหตฉกเฉนหรอต้องการ เห็นว่าหากสามารถนาทรัพยากรท่ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยมีอยู่ไปบริการให้สมาชิกใน









ความช่วยเหลือเร่งด่วน การพัฒนาให้มีบุคลากรท่จะสามารถเข้ามาสานต่อ ชุมชนได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น น่าจะมีส่วนต่อการพัฒนาให้สมาชิกในชุมชนมี

การดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินท้งในส่วนวัดทุ่งหลวงและ ความเสี่ยงต่อการจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงน้อยลงได้







ภาคประชาชนในพื้นที่จึงเป็นประเด็นที่ส�าคัญ สาหรับในอดีตตามความเช่อของสมาชิกในชุมชนแห่งน้หรือพ้นท่ใกล้


สาหรับทศทางของงานกู้ชีพก้ภัยภายใต้ศูนย์ก้ชีพก้ภยพร้าววังหน เคียง มักเห็นว่าการใช้บริการรถของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยเป็นเร่องท่ไม่เป็นมงคลต่อ
























ยังคงเป็นการดาเนินงานท่เน้นการมีส่วนร่วมและการเข้ามาสนับสนุนของ การดาเนนชวต ดงนนสมาชกในชมชนจงพยายามหลกเลยงทจะใชประโยชน ์




สมาชิกในชุมชน โดยอาศัยบทบาทของพระครูปรีชาภิวัตน์และงานสาธารณ จากทรัพยากรท่มีอยู่ อย่างไรก็ตามเม่อเร่มมีการให้บริการสงเคราะห์ผู้เจ็บ











สงเคราะห์ของวัดทุ่งหลวงเป็นกลไกสนับสนุน ซึ่งมีข้อดีคือการลดการพึ่งพิง ปวยและยากไรทไมสามารถเดนทางไปทากายภาพบาบดหรอรกษาพยาบาล




งบประมาณจากราชการซึ่งมีขั้นตอน ระเบียบปฏิบัติและข้อห้ามที่อาจสร้าง ได้ เน่องจากการเคล่อนท่ของร่างกายไม่สะดวกหรือการท่ครอบครัวไม่มียาน



ปัญหาในการปฏิบัติท่เคยมีเอกภาพของศูนย์ได้ อย่างไรก็ดีการสามารถยก พาหนะท่เหมาะสมจะพาไปโรงพยาบาลก็ตาม เร่มทาให้สมาชิกในชุมชนเห็น




ระดับการดาเนินงานของศูนย์แห่งน้ให้มีรายได้ท่เหมาะสมต่อการบริหาร ว่าการเรียกใช้บริการระกู้ชีพกู้ภัยของศูนย์แห่งนี้ก็สามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับ




จัดการให้การดาเนินงานกู้ชีพกู้ภัยสามรถดาเนินงานไปได้อย่างย่งยืน เช่น ครอบครัวได้รับความสะดวกมากข้น นอกจากภารกิจท่ได้ขยายออกมาดูแล






การจัดต้งเป็นสมาคม การจัดต้งเป็นมูลนิธิ เป็นต้น จะช่วยให้การระดมทุนใน ผู้เจ็บป่วยเร้อรังและผู้สูงอายุท่ต้องการยานพาหนะและการเคล่อนย้ายไป

ุ่






การด�าเนินงาน รวมทั้งการบริหารจัดการองค์กรสามารถได้รับการสนับสนุน โรงพยาบาลแลว การดาเนนงานสาธารณสงเคราะหทเป็นบทบาทของวดทงหลวง




จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น ภายใต้การนาของพระครูปรีชาภิวัตน์ยังเป็นอีกภารกิจหน่งท่มีการดาเนินงาน
64 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 65
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่







อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านการปฏิบัติงานกู้ชีพกู้ภัยท่จาเป็นต้องสร้าง ด้านท 2 งานสงเคราะห์ผ้เจ็บปวยและยากไร้ กล่าวคือ



การเรียนรู้และปรับปรุงก่อนท่จะเผชิญกับสถานการณ์ท่ยากลาบากมากข้น การดาเนินงานศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้ขยายบทบาทการดาเนินงานของ







คือบุคลากรท่เป็นผู้ปฏิบัติงาน เน่องจากการจะพัฒนาให้มีบุคลากรท่สามารถ ตนเองมากกว่าการช่วยเหลือเหตุการณ์ท่เก่ยวข้องอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน




ดาเนินงานกู้ชีพกู้ภัยท่ได้มาตรฐานและผ่านการอบรมจาเป็นต้องใช้ระยะเวลา บนท้องถนน โดยจุดเร่มต้นของการดาเนินงานคือการท่พระครูปรีชาภิวัตน์








ในการฝึกฝน การที่เม่อมีบุคลากรส่วนหน่งต้องออกไปทาหน้าท่ด้านการงาน เห็นว่าสมาชิกในชุมชนท่ได้รับการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุทางถนนและส่งผลก







ประจา ไปศึกษาต่อหรือจากการเกิดเหตุท่มากข้น ย่งส่งผลให้การเตรียม ระทบต่อสุขภาพระยะยาวยังมีโอกาสท่ร่างกายจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีย่งข้น





บุคลากรให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานภายในศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน หากได้รับการทากายภาพบาบัดท่ถูต้องตามหลักการแพทย์อย่างสมาเสมอ














จึงเป็นเร่องสาคัญมากข้น อีกท้งการท่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่อยู่ในฐานะจิต ดงนนการเรมต้นรับส่งผ้ป่วยท่ประสบอบัตเหตุและต้องการไปฟื้นฟสภาพ




อาสาซ่งไม่ได้รับสวัสดิการด้านรายได้ระยะยาว แต่เป็นการเข้ามาดาเนินงาน ร่างกายท่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยตาบล จึงได้ช่วยให้พระครูปรีชาภิวัตน์








เพอสร้างให้สมาชกในชมชนมความมนคงเมอเกดเหตฉกเฉนหรอต้องการ เห็นว่าหากสามารถนาทรัพยากรท่ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยมีอยู่ไปบริการให้สมาชิกใน









ความช่วยเหลือเร่งด่วน การพัฒนาให้มีบุคลากรท่จะสามารถเข้ามาสานต่อ ชุมชนได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น น่าจะมีส่วนต่อการพัฒนาให้สมาชิกในชุมชนมี

การดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินท้งในส่วนวัดทุ่งหลวงและ ความเสี่ยงต่อการจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงน้อยลงได้







ภาคประชาชนในพื้นที่จึงเป็นประเด็นที่ส�าคัญ สาหรับในอดีตตามความเช่อของสมาชิกในชุมชนแห่งน้หรือพ้นท่ใกล้


สาหรับทศทางของงานกู้ชีพก้ภัยภายใต้ศูนย์ก้ชีพก้ภยพร้าววังหน เคียง มักเห็นว่าการใช้บริการรถของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยเป็นเร่องท่ไม่เป็นมงคลต่อ
























ยังคงเป็นการดาเนินงานท่เน้นการมีส่วนร่วมและการเข้ามาสนับสนุนของ การดาเนนชวต ดงนนสมาชกในชมชนจงพยายามหลกเลยงทจะใชประโยชน ์




สมาชิกในชุมชน โดยอาศัยบทบาทของพระครูปรีชาภิวัตน์และงานสาธารณ จากทรัพยากรท่มีอยู่ อย่างไรก็ตามเม่อเร่มมีการให้บริการสงเคราะห์ผู้เจ็บ











สงเคราะห์ของวัดทุ่งหลวงเป็นกลไกสนับสนุน ซึ่งมีข้อดีคือการลดการพึ่งพิง ปวยและยากไรทไมสามารถเดนทางไปทากายภาพบาบดหรอรกษาพยาบาล




งบประมาณจากราชการซึ่งมีขั้นตอน ระเบียบปฏิบัติและข้อห้ามที่อาจสร้าง ได้ เน่องจากการเคล่อนท่ของร่างกายไม่สะดวกหรือการท่ครอบครัวไม่มียาน



ปัญหาในการปฏิบัติท่เคยมีเอกภาพของศูนย์ได้ อย่างไรก็ดีการสามารถยก พาหนะท่เหมาะสมจะพาไปโรงพยาบาลก็ตาม เร่มทาให้สมาชิกในชุมชนเห็น




ระดับการดาเนินงานของศูนย์แห่งน้ให้มีรายได้ท่เหมาะสมต่อการบริหาร ว่าการเรียกใช้บริการระกู้ชีพกู้ภัยของศูนย์แห่งนี้ก็สามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับ




จัดการให้การดาเนินงานกู้ชีพกู้ภัยสามรถดาเนินงานไปได้อย่างย่งยืน เช่น ครอบครัวได้รับความสะดวกมากข้น นอกจากภารกิจท่ได้ขยายออกมาดูแล






การจัดต้งเป็นสมาคม การจัดต้งเป็นมูลนิธิ เป็นต้น จะช่วยให้การระดมทุนใน ผู้เจ็บป่วยเร้อรังและผู้สูงอายุท่ต้องการยานพาหนะและการเคล่อนย้ายไป

ุ่






การด�าเนินงาน รวมทั้งการบริหารจัดการองค์กรสามารถได้รับการสนับสนุน โรงพยาบาลแลว การดาเนนงานสาธารณสงเคราะหทเป็นบทบาทของวดทงหลวง




จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น ภายใต้การนาของพระครูปรีชาภิวัตน์ยังเป็นอีกภารกิจหน่งท่มีการดาเนินงาน
64 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 65
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่














ผานความรวมมอกบศนยแหงน โดยทางวดทงหลวงจะไดมการประชาสมพนธ ์ การได้เข้ามารู้จักพูดคุยกับพระครูปรีชาภิวัตน์แห่งวัดทุ่งหลวงของผู้คนใน




ให้สมาชิกในชุมชนสามารถให้วัดทุ่งหลวงเป็นสะพานบุญในการดูแลผู้ยากไร้ พ้นท่อาเภอทุ่งหลวง จึงขยายออกจากเฉพาะผู้ท่ประสบเหตุบนท้องถนนเป็น









ในชุมชนได้ ผ่านการบริจาคส่งของหรือแม้แต่การนาส่งของท่ผู้มีจิตศรัทธานา ผู้ที่ยากไร้และต้องการความช่วยเหลือท่วไป ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนในชุมชน















มาทาบุญให้กับวัดทุ่งหลวงแล้วนาไปมอบให้กับสมาชิกในชุมชนท่ขาดแคลน แหงนมโอกาสไดตระหนกถงความสาคญของการมบทบาทตอการบรการและ





ถือเป็นบทบาทสาธารณสงเคราะห์ท่ทางวัดได้บูรณาการงานเข้ากับการดาเนิน เป็นท่พ่งให้กับผู้คนในชุมชนมากข้น ดังท่สมาชิกในชุมชนท่านหน่งท่ให้การ



งานศูนย์กู้ชีพกู้ภัยได้เป็นอย่างดี ซ่งสาหรับการดาเนินงานท่เก่ยวข้องกับการ สนับสนุนการดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยแห่งน้มาอย่างต่อเน่องนับต้งแต่



















สงเคราะหและชวยเหลอผยากไรโดยปกตแลวจะมการจดกจกรรมเปนประจา จัดตั้งขึ้นกล่าวว่า




ทุกเดือนเพ่อให้สามารถมีความช่วยเหลือให้กับผู้ยากไร้ได้อย่างต่อเน่อง



นอกจากน้การท่ดาเนินกิจกรรมกู้ชีพกู้ภัยมาอย่างต่อเน่องส่งผลให้พระคร ู บางคร้งก็รู้สึกกลัวมาสมาชิกในชุมชนเราจะติดกับ



ปรีชาภิวัตน์ได้เห็นช่วงเวลาของพิธีกรรมสุดท้ายในชีวิตของผู้คนมาเป็น การมีบริการแบบน้ แล้วอีกหน่อยทุกอย่างจะถูกเรียกไป

จ�านวนมาก และได้เข้าใจต่อความทุกข์ของครอบครัวที่ยากจนซึ่งไม่สามารถ ช่วยหมด (ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน-ผู้เขียน) แต่มา
มีค่าใช้จ่ายมาดาเนินงานจัดกิจกรรมพิธีกรรมงานศพได้อย่างท่ต้งใจจะมอบ นึกว่าท่านพระครูท่านต้งใจจะช่วย ยังไงท่านก็คงช่วย




ให้ผู้เสียชีวิต การช่วยเหลือบริจาคโรงศพให้กับครอบครัวผู้ยากจน รวมท้ง เลยรู้สึกว่าทุกคนคงรู้สึกได้ว่าอุ่นใจที่มีวัด มีพระ มีศูนย์



บริจาคเงินสมทบค่าทาศพจึงเป็นงานสาธารณสงเคราะห์ท่วัดทุ่งหลวงได้ร่วม แห่งนี้อยู่ ก็เลยขยายงานไปได้หลายกิจกรรมขึ้น
ด�าเนินการควบคู่ไปกับงานกู้ชีพกู้ภัยมาโดยตลอด
จะเห็นได้ว่า การดาเนินงานในปัจจุบันของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน วันเพ็ญ ปัญญาทิพย์, สัมภาษณ์, 19 กุมภาพันธ์ 2565



ได้มีสัดส่วนงานท่เก่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้เจ็บป่วย






ท่เป็นสมาชิกในชุมชนมากข้น ท้งน้เน่องจากมีผู้สูงอายุและผู้เจ็บป่วยซ่ง ภาพอนาคตของการดาเนินงานสงเคราะห์บนพ้นฐานของสาธารณ










ต้องการความช่วยเหลอเป็นจานวนมากทร้สกว่าการได้ใช้บรการของศนย์ก ็ สงเคราะห์วิถีพุทธของวัดทุ่งหลวงและศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จึงเป็น
ชีพกู้ภัยพร้าววังหินให้รับส่งไปรักษาพยาบาลมีความสะดวกมากกว่าการเดิน โอกาสท่เปิดกว้างสาหรับเจ้าคณะพระสังฆาธิการระดับจังหวัด อาเภอและ



ทางด้วยยานพาหนะส่วนตัว งานด้านการสาธารณสงเคราะห์ทเน้นให้การ ตาบล หน่วยงานภาครัฐท่สังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนา




สงเคราะห์และเกื้อกูลต่อผู้ยากไร้จึงกลายเป็นอีกผลงานที่ได้สร้างให้เกิดการ สังคมและคงามมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

รู้จักและสัมผัสได้ถึงประโยชน์ของการมีศูนย์แห่งน้อยู่ในชุมชน ดังน้นการเข้า ในการเข้ามาบูรณาการความช่วยเหลือท่เป็นงบประมาณ ส่งของและบุคลากร





มาเป็นเจ้าของหรือมีสานึกถึงความเก่ยวข้องกับศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินหรือ เพ่อสนับสนุนให้งานสงเคราะห์ผู้เจ็บป่วยและยากไร้ท่ดาเนินการอยู่บน



66 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 67
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่














ผานความรวมมอกบศนยแหงน โดยทางวดทงหลวงจะไดมการประชาสมพนธ ์ การได้เข้ามารู้จักพูดคุยกับพระครูปรีชาภิวัตน์แห่งวัดทุ่งหลวงของผู้คนใน




ให้สมาชิกในชุมชนสามารถให้วัดทุ่งหลวงเป็นสะพานบุญในการดูแลผู้ยากไร้ พ้นท่อาเภอทุ่งหลวง จึงขยายออกจากเฉพาะผู้ท่ประสบเหตุบนท้องถนนเป็น









ในชุมชนได้ ผ่านการบริจาคส่งของหรือแม้แต่การนาส่งของท่ผู้มีจิตศรัทธานา ผู้ที่ยากไร้และต้องการความช่วยเหลือท่วไป ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนในชุมชน















มาทาบุญให้กับวัดทุ่งหลวงแล้วนาไปมอบให้กับสมาชิกในชุมชนท่ขาดแคลน แหงนมโอกาสไดตระหนกถงความสาคญของการมบทบาทตอการบรการและ





ถือเป็นบทบาทสาธารณสงเคราะห์ท่ทางวัดได้บูรณาการงานเข้ากับการดาเนิน เป็นท่พ่งให้กับผู้คนในชุมชนมากข้น ดังท่สมาชิกในชุมชนท่านหน่งท่ให้การ



งานศูนย์กู้ชีพกู้ภัยได้เป็นอย่างดี ซ่งสาหรับการดาเนินงานท่เก่ยวข้องกับการ สนับสนุนการดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยแห่งน้มาอย่างต่อเน่องนับต้งแต่



















สงเคราะหและชวยเหลอผยากไรโดยปกตแลวจะมการจดกจกรรมเปนประจา จัดตั้งขึ้นกล่าวว่า




ทุกเดือนเพ่อให้สามารถมีความช่วยเหลือให้กับผู้ยากไร้ได้อย่างต่อเน่อง



นอกจากน้การท่ดาเนินกิจกรรมกู้ชีพกู้ภัยมาอย่างต่อเน่องส่งผลให้พระคร ู บางคร้งก็รู้สึกกลัวมาสมาชิกในชุมชนเราจะติดกับ



ปรีชาภิวัตน์ได้เห็นช่วงเวลาของพิธีกรรมสุดท้ายในชีวิตของผู้คนมาเป็น การมีบริการแบบน้ แล้วอีกหน่อยทุกอย่างจะถูกเรียกไป

จ�านวนมาก และได้เข้าใจต่อความทุกข์ของครอบครัวที่ยากจนซึ่งไม่สามารถ ช่วยหมด (ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน-ผู้เขียน) แต่มา
มีค่าใช้จ่ายมาดาเนินงานจัดกิจกรรมพิธีกรรมงานศพได้อย่างท่ต้งใจจะมอบ นึกว่าท่านพระครูท่านต้งใจจะช่วย ยังไงท่านก็คงช่วย




ให้ผู้เสียชีวิต การช่วยเหลือบริจาคโรงศพให้กับครอบครัวผู้ยากจน รวมท้ง เลยรู้สึกว่าทุกคนคงรู้สึกได้ว่าอุ่นใจที่มีวัด มีพระ มีศูนย์



บริจาคเงินสมทบค่าทาศพจึงเป็นงานสาธารณสงเคราะห์ท่วัดทุ่งหลวงได้ร่วม แห่งนี้อยู่ ก็เลยขยายงานไปได้หลายกิจกรรมขึ้น
ด�าเนินการควบคู่ไปกับงานกู้ชีพกู้ภัยมาโดยตลอด
จะเห็นได้ว่า การดาเนินงานในปัจจุบันของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน วันเพ็ญ ปัญญาทิพย์, สัมภาษณ์, 19 กุมภาพันธ์ 2565



ได้มีสัดส่วนงานท่เก่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้เจ็บป่วย






ท่เป็นสมาชิกในชุมชนมากข้น ท้งน้เน่องจากมีผู้สูงอายุและผู้เจ็บป่วยซ่ง ภาพอนาคตของการดาเนินงานสงเคราะห์บนพ้นฐานของสาธารณ










ต้องการความช่วยเหลอเป็นจานวนมากทร้สกว่าการได้ใช้บรการของศนย์ก ็ สงเคราะห์วิถีพุทธของวัดทุ่งหลวงและศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จึงเป็น
ชีพกู้ภัยพร้าววังหินให้รับส่งไปรักษาพยาบาลมีความสะดวกมากกว่าการเดิน โอกาสท่เปิดกว้างสาหรับเจ้าคณะพระสังฆาธิการระดับจังหวัด อาเภอและ



ทางด้วยยานพาหนะส่วนตัว งานด้านการสาธารณสงเคราะห์ทเน้นให้การ ตาบล หน่วยงานภาครัฐท่สังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนา




สงเคราะห์และเกื้อกูลต่อผู้ยากไร้จึงกลายเป็นอีกผลงานที่ได้สร้างให้เกิดการ สังคมและคงามมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

รู้จักและสัมผัสได้ถึงประโยชน์ของการมีศูนย์แห่งน้อยู่ในชุมชน ดังน้นการเข้า ในการเข้ามาบูรณาการความช่วยเหลือท่เป็นงบประมาณ ส่งของและบุคลากร





มาเป็นเจ้าของหรือมีสานึกถึงความเก่ยวข้องกับศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินหรือ เพ่อสนับสนุนให้งานสงเคราะห์ผู้เจ็บป่วยและยากไร้ท่ดาเนินการอยู่บน



66 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 67
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่






พ้นฐานจิตอาสาของศูนย์แห่งน้มีทรัพยากรท่จะทากิจกรรมได้ในระยะยาว ของการดาเนินงานท่พัฒนาจากการดูแลเฉพาะด้านการแพทย์ฉุกเฉินไปสู่การ




อีกท้งยังแสดงให้เห็นบทบาทของการเข้ามาบูรณาการท่เป็นรูปธรรมในการ ดูแลทุกข์สุขของผู้คนประจาวันด้วยคือการสามารถเรียกใช้บริการได้รวดเร็ว


ช่วยเหลือสมาชิกในชุมชนร่วมด้วย สาหรับเฉพาะกรณีของคณะสงฆ์จังหวัด ไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายและทางานได้รอบด้าน จากความรู้สึกของสมาชิก


เชียงใหม่ การสามารถเข้ามาส่งเสริมให้วัดขนาดเล็กที่ด�าเนินงานจิตอาสามา ส่วนใหญ่ในชุมชนท่ให้การยอมรับและให้ความใกล้ชิดกับการดาเนินงานของ
ได้เป็นระยะเวลากว่า 17 ปี ให้สามารถขยายต่อบทบาทการช่วยเหลือสังคม ศูนย์แห่งนี้ น�ามาสู่การขอรับบริการที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การช่วยตาม







ให้มความยงยนต่อไปได จะเป็นการแสดงให้เหนความเข้าใจหลกการสาธารณ สัตว์เล้ยงหายออกจากบ้าน การช่วยนาสัตว์เล้อยคลานออกจากบ้าน การ



























สงเคราะห์ร่วมสมัยท่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนการ คนหาสงของทตกหาย เปนตน การทศนยกชพกภยพราววงหนไดรบคารองขอ






ส่งเสริมให้เกดการพัฒนากจกรรมทจะสามารถสร้างประโยชน์ได้ในระยะยาว และสามารถออกไปช่วยเหลือกิจกรรมประจาวันให้กับสมาชิกในชุมชนเป็น













เพ่อเป็นการคาจุนพระพุทธศาสนาให้มีความม่นคงและดารงศรัทธาของ จานวนงานท่มากขน หากพิจารณาในมิตท่ด การทสมาชิกในชุมชนนึกถึง






พุทธศาสนิกชนได้ต่อไป บทบาทการดาเนินงานทสามารถช่วยเหลอสงคมได้อย่างเสมอภาคและ

รวดเร็วเป็นการสะท้อนให้เห็นความไว้วางใจท่มีต่อพระครูปรีชาภิวัตน์และ




ศูนย์กู้ชีพกู้ภัย ซ่งเป็นองค์ประกอบสาคัญท่ส่งผลให้ศูนย์แห่งน้ได้รับการ

สนับสนุนท้งทางสังคมและงบประมาณจากสมาชิกในชุมชนมาอย่างต่อเน่อง






อย่างไรก็ตาม การต้องดาเนนกจกรรมทขยายบทบาทออกจากงาน

ก้ชพก้ภัยน้น ได้สร้างภาระงานทเพ่มมากข้นให้กับบุคลากรทปฏิบติงานอยู่










ในศูนย์แห่งน้ อีกท้งยังส่งให้มีความจาเป็นต้องใช้งบประมาณในการบริหาร








จัดการและค่าดาเนินงานท่ออกปฏิบัติงานเพ่มมากข้น แม้ว่าในส่วนน้จะเป็น
ภาพพระครูปรีชาภิวัตน์บริจาคโรงศพ ความเต็มใจท่พระครูปรีชาภิวัตน์และผู้ปฏิบัติงานในศูนย์แห่งน้ยินดีท่ได้



ให้กับครอบครัวผู้ยากจน

ดาเนินการ แต่ก็มีความจาเป็นท่จะต้องสร้างความเข้าใจที่เหมาะสมกับสมาชิก








ด้านที 3 ช่วยเหลือกิจกรรมประจ�าวัน กล่าวคือการที่ศูนย์ ในชุมชนเก่ยวกับการใช้บริการศนย์แห่งน้ เน่องจากในหลายกรณีการเรยกใช้















กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการให้ความช่วยเหลือยาม บรการของศนย์ก้ชพก้ภยเกดขนพร้อมกนทาให้ต้องมการจดลาดบความ
ฉุกเฉินกับสมาชิกในชุมชน ได้ส่งผลให้ความหมายและความเข้าใจของค�าว่า ส�าคัญของการออกปฏิบัติงาน โดยทางศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินจะให้ความ



ฉุกเฉินได้ขยายออกไปสู่ทุกข์ชาวบ้านในกิจกรรมประจาวัน มุมมองท่สมาชิก สาคัญกับการช่วยเหลืออุบัติเหตุบนท้องถนนก่อนเพราะมีความเร่งด่วน

ในชุมชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานของศูนย์แห่งน้เป็นการสะท้อนความรู้สึก ในการรักษาชีวิตของผู้ที่ประสบเหตุ ทั้งนี้บทบาทที่น่าสนใจอย่างมากในการ
68 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 69
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่






พ้นฐานจิตอาสาของศูนย์แห่งน้มีทรัพยากรท่จะทากิจกรรมได้ในระยะยาว ของการดาเนินงานท่พัฒนาจากการดูแลเฉพาะด้านการแพทย์ฉุกเฉินไปสู่การ




อีกท้งยังแสดงให้เห็นบทบาทของการเข้ามาบูรณาการท่เป็นรูปธรรมในการ ดูแลทุกข์สุขของผู้คนประจาวันด้วยคือการสามารถเรียกใช้บริการได้รวดเร็ว


ช่วยเหลือสมาชิกในชุมชนร่วมด้วย สาหรับเฉพาะกรณีของคณะสงฆ์จังหวัด ไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายและทางานได้รอบด้าน จากความรู้สึกของสมาชิก


เชียงใหม่ การสามารถเข้ามาส่งเสริมให้วัดขนาดเล็กที่ด�าเนินงานจิตอาสามา ส่วนใหญ่ในชุมชนท่ให้การยอมรับและให้ความใกล้ชิดกับการดาเนินงานของ
ได้เป็นระยะเวลากว่า 17 ปี ให้สามารถขยายต่อบทบาทการช่วยเหลือสังคม ศูนย์แห่งนี้ น�ามาสู่การขอรับบริการที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การช่วยตาม







ให้มความยงยนต่อไปได จะเป็นการแสดงให้เหนความเข้าใจหลกการสาธารณ สัตว์เล้ยงหายออกจากบ้าน การช่วยนาสัตว์เล้อยคลานออกจากบ้าน การ



























สงเคราะห์ร่วมสมัยท่เน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนการ คนหาสงของทตกหาย เปนตน การทศนยกชพกภยพราววงหนไดรบคารองขอ






ส่งเสริมให้เกดการพัฒนากจกรรมทจะสามารถสร้างประโยชน์ได้ในระยะยาว และสามารถออกไปช่วยเหลือกิจกรรมประจาวันให้กับสมาชิกในชุมชนเป็น













เพ่อเป็นการคาจุนพระพุทธศาสนาให้มีความม่นคงและดารงศรัทธาของ จานวนงานท่มากขน หากพิจารณาในมิตท่ด การทสมาชิกในชุมชนนึกถึง






พุทธศาสนิกชนได้ต่อไป บทบาทการดาเนินงานทสามารถช่วยเหลอสงคมได้อย่างเสมอภาคและ

รวดเร็วเป็นการสะท้อนให้เห็นความไว้วางใจท่มีต่อพระครูปรีชาภิวัตน์และ




ศูนย์กู้ชีพกู้ภัย ซ่งเป็นองค์ประกอบสาคัญท่ส่งผลให้ศูนย์แห่งน้ได้รับการ

สนับสนุนท้งทางสังคมและงบประมาณจากสมาชิกในชุมชนมาอย่างต่อเน่อง






อย่างไรก็ตาม การต้องดาเนนกจกรรมทขยายบทบาทออกจากงาน

ก้ชพก้ภัยน้น ได้สร้างภาระงานทเพ่มมากข้นให้กับบุคลากรทปฏิบติงานอยู่










ในศูนย์แห่งน้ อีกท้งยังส่งให้มีความจาเป็นต้องใช้งบประมาณในการบริหาร








จัดการและค่าดาเนินงานท่ออกปฏิบัติงานเพ่มมากข้น แม้ว่าในส่วนน้จะเป็น
ภาพพระครูปรีชาภิวัตน์บริจาคโรงศพ ความเต็มใจท่พระครูปรีชาภิวัตน์และผู้ปฏิบัติงานในศูนย์แห่งน้ยินดีท่ได้



ให้กับครอบครัวผู้ยากจน

ดาเนินการ แต่ก็มีความจาเป็นท่จะต้องสร้างความเข้าใจที่เหมาะสมกับสมาชิก








ด้านที 3 ช่วยเหลือกิจกรรมประจ�าวัน กล่าวคือการที่ศูนย์ ในชุมชนเก่ยวกับการใช้บริการศนย์แห่งน้ เน่องจากในหลายกรณีการเรยกใช้















กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการให้ความช่วยเหลือยาม บรการของศนย์ก้ชพก้ภยเกดขนพร้อมกนทาให้ต้องมการจดลาดบความ
ฉุกเฉินกับสมาชิกในชุมชน ได้ส่งผลให้ความหมายและความเข้าใจของค�าว่า ส�าคัญของการออกปฏิบัติงาน โดยทางศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินจะให้ความ



ฉุกเฉินได้ขยายออกไปสู่ทุกข์ชาวบ้านในกิจกรรมประจาวัน มุมมองท่สมาชิก สาคัญกับการช่วยเหลืออุบัติเหตุบนท้องถนนก่อนเพราะมีความเร่งด่วน

ในชุมชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานของศูนย์แห่งน้เป็นการสะท้อนความรู้สึก ในการรักษาชีวิตของผู้ที่ประสบเหตุ ทั้งนี้บทบาทที่น่าสนใจอย่างมากในการ
68 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 69
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่




ช่วยเหลือกิจกรรมประจาวันให้กับสมาชิกในชุมชน เป็นสัญลักษณ์ท่เก่ยวข้องกับ เครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินในพ้นท่ ได้กลายมาเป็นแรงผลักดันให้เกิด




พระครูปรีชาภิวัตน์มากกว่าปฏิบัติการส่วนอ่นที่ดาเนินการโดยศูนย์กู้ชีพกู้ภัย การพัฒนางาน การพัฒนาคนและการพัฒนาท้องถ่นภายใต้ความร่วมมือ




พร้าววังหิน เน่องจากสมาชิกในชุมชนเห็นความเมตตาท่ท่านมีต่อเพ่อนมนุษย์ ท่มีองค์กรพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ทาหน้าท่สนับสนุนอย่างเข้มแข็ง












รวมท้งการเป็นทพ่งให้กบชุมชนมาโดยตลอด ดังนนในช่วงเวลาทต้องการ ภาพอนาคตต่อไปของการสร้างให้ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินภายใต้การดูแล
ความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเร่องหนักหรือเบา เบอร์โทรศัพท์ของพระครูปรีชา ของวดท่งหลวงสามารถขับเคล่อนการดาเนินงานไปได้อย่างย่งยืนมีระบบ






ภิวัตน์จะเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่สมาชิกในชุมชนนึกถึงเป็นล�าดับแรก ๆ เสมอ ราชการในทองถนทงหนวยงานดานปกครอง ตารวจและองคกรปกครองสวน











การดาเนินงานในอนาคตของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินจึงจาเป็นต้อง ท้องถนเป็นกาลงเสรมร่วมกบเครือข่ายคณะสงฆ์ทเข้าใจความต้องการของ













มีการสร้างเครือข่ายชุมชนพ่งตนเองท่เช่อมโยงภารกิจการดูแลทุกข์สุขประจา สมาชิกในชุมชนท่ามกลางกระแสการเปล่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม




วันของสมาชิกในชุมชนให้เป็นหน้าท่ร่วมกันระหว่างภาคราชการท่มีหน้าท่ใน แต่ด้านหน้าของการทาหน้าท่และยังถือเป็นส่วนสาคัญของการดาเนินงาน




การดูแลตามพันธกิจและภาคประชาชนท่จะร่วมมือดาเนินงาน ท้งน้เพ่อให้ม ี ให้กับศูนย์แห่งน้คือสมาชิกในชุมชนท่ตระหนักร่วมกันในการสนับสนุนงาน














ประสานงานความร่วมมอเป็นจดเรมต้นทกระต้นให้ส่วนราชการในพนท ่ ี ให้ศูนย์แห่งน้เป็นสัญลักษณ์ท่สร้างความอุ่นใจและอยู่คอยสนับสนุนภารกิจ






เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเช่นท่เคยเกิดภัยธรรมชาติข้น การช่วยเหลือผู้คนในชุมชนได้ต่อไป






ในพืนท่แห่งน เนองจากการสร้างเครอข่ายทีมลักษณะเป็นการดาเนินงาน




แบบชุมชนพ่งตนเองจะเน้นการมีส่วนร่วมให้ภาคส่วนต่าง ๆ ท่เป็นองค์ประกอบ




ภายในชุมชนตระหนักถึงความสาคัญและเข้ามาเก่ยวโยงการดาเนินงาน

ร่วมกัน ดังน้นการพัฒนาเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งจึงจาเป็นต้องอาศัยระยะ




เวลาดาเนินงานให้แต่ละฝ่ายสามารถดึงจุดแข็งและกาหนดแนวทางท่จะ ภาพการช่วยเหลือ

กิจกรรมประจ�าวัน
เข้ามาสนับสนุนการด�าเนินงานร่วมกันได้ในระยะยาวต่อไป ให้กับสมาชิกในชุมชน

การดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน เป็นงานสาธารณ

สงเคราะห์ร่วมสมัยท่นาทุนทางวัฒนธรรมของพระสงฆ์ในพ้นท่ ซ่งเห็นความ





สาคัญของการสร้างกลุ่มทางสังคมท่สามารถแสดงหลักการชุมชนพ่งตนเอง





และชุมชนเข้มแข็งให้เกิดข้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังน้นจากการเร่มต้นของ
อุดมการณ์พระพุทธศาสนาเพ่อสังคมและความมีจิตอาสาอย่างชัดเจนท ี ่



ต้องการสร้างกลุ่มทางสังคมคอยทาหน้าท่ดูแลสถานการณ์ท่ต้องการให้ม ี

70 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 71
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่




ช่วยเหลือกิจกรรมประจาวันให้กับสมาชิกในชุมชน เป็นสัญลักษณ์ท่เก่ยวข้องกับ เครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉินในพ้นท่ ได้กลายมาเป็นแรงผลักดันให้เกิด




พระครูปรีชาภิวัตน์มากกว่าปฏิบัติการส่วนอ่นที่ดาเนินการโดยศูนย์กู้ชีพกู้ภัย การพัฒนางาน การพัฒนาคนและการพัฒนาท้องถ่นภายใต้ความร่วมมือ




พร้าววังหิน เน่องจากสมาชิกในชุมชนเห็นความเมตตาท่ท่านมีต่อเพ่อนมนุษย์ ท่มีองค์กรพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์ทาหน้าท่สนับสนุนอย่างเข้มแข็ง












รวมท้งการเป็นทพ่งให้กบชุมชนมาโดยตลอด ดังนนในช่วงเวลาทต้องการ ภาพอนาคตต่อไปของการสร้างให้ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินภายใต้การดูแล
ความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเร่องหนักหรือเบา เบอร์โทรศัพท์ของพระครูปรีชา ของวดท่งหลวงสามารถขับเคล่อนการดาเนินงานไปได้อย่างย่งยืนมีระบบ






ภิวัตน์จะเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่สมาชิกในชุมชนนึกถึงเป็นล�าดับแรก ๆ เสมอ ราชการในทองถนทงหนวยงานดานปกครอง ตารวจและองคกรปกครองสวน











การดาเนินงานในอนาคตของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหินจึงจาเป็นต้อง ท้องถนเป็นกาลงเสรมร่วมกบเครือข่ายคณะสงฆ์ทเข้าใจความต้องการของ













มีการสร้างเครือข่ายชุมชนพ่งตนเองท่เช่อมโยงภารกิจการดูแลทุกข์สุขประจา สมาชิกในชุมชนท่ามกลางกระแสการเปล่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม




วันของสมาชิกในชุมชนให้เป็นหน้าท่ร่วมกันระหว่างภาคราชการท่มีหน้าท่ใน แต่ด้านหน้าของการทาหน้าท่และยังถือเป็นส่วนสาคัญของการดาเนินงาน




การดูแลตามพันธกิจและภาคประชาชนท่จะร่วมมือดาเนินงาน ท้งน้เพ่อให้ม ี ให้กับศูนย์แห่งน้คือสมาชิกในชุมชนท่ตระหนักร่วมกันในการสนับสนุนงาน














ประสานงานความร่วมมอเป็นจดเรมต้นทกระต้นให้ส่วนราชการในพนท ่ ี ให้ศูนย์แห่งน้เป็นสัญลักษณ์ท่สร้างความอุ่นใจและอยู่คอยสนับสนุนภารกิจ






เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเช่นท่เคยเกิดภัยธรรมชาติข้น การช่วยเหลือผู้คนในชุมชนได้ต่อไป






ในพืนท่แห่งน เนองจากการสร้างเครอข่ายทีมลักษณะเป็นการดาเนินงาน




แบบชุมชนพ่งตนเองจะเน้นการมีส่วนร่วมให้ภาคส่วนต่าง ๆ ท่เป็นองค์ประกอบ




ภายในชุมชนตระหนักถึงความสาคัญและเข้ามาเก่ยวโยงการดาเนินงาน

ร่วมกัน ดังน้นการพัฒนาเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งจึงจาเป็นต้องอาศัยระยะ




เวลาดาเนินงานให้แต่ละฝ่ายสามารถดึงจุดแข็งและกาหนดแนวทางท่จะ ภาพการช่วยเหลือ

กิจกรรมประจ�าวัน
เข้ามาสนับสนุนการด�าเนินงานร่วมกันได้ในระยะยาวต่อไป ให้กับสมาชิกในชุมชน

การดาเนินงานของศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน เป็นงานสาธารณ

สงเคราะห์ร่วมสมัยท่นาทุนทางวัฒนธรรมของพระสงฆ์ในพ้นท่ ซ่งเห็นความ





สาคัญของการสร้างกลุ่มทางสังคมท่สามารถแสดงหลักการชุมชนพ่งตนเอง





และชุมชนเข้มแข็งให้เกิดข้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังน้นจากการเร่มต้นของ
อุดมการณ์พระพุทธศาสนาเพ่อสังคมและความมีจิตอาสาอย่างชัดเจนท ี ่



ต้องการสร้างกลุ่มทางสังคมคอยทาหน้าท่ดูแลสถานการณ์ท่ต้องการให้ม ี

70 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย สายชล ปัญญชิต และ ภูเบศ วณิชชานนท์ 71
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่

บรรณานุกรม





กฤษฎา ศุภกิจไพศาล. (2563). การพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมท่มีความ



เป็นธรรมเพ่อแก้ไขปัญหาความเหล่อมลา. ใน ภุชงค์ เสนานุช (บ.ก.),

หนังสือรวมบทความ เน่องในวันสถาปนา คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์

ครบรอบ 66 ปี สังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม: การปลดล็อกความ
เหลื่อมล�้าสู่ความยั่งยืน (น.83-99). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
โกวิทย์ พวงงาม. (2562). การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถ่น. (พิมพ์คร้งท ี ่


2). นนทบุรี: ธรรมสาร.
ถวิลวดี บุรีกุล. (2552). การมีส่วนร่วม: แนวคิด ทฤษฎี และกระบวนการ. กรุงเทพฯ:
สถาบันพระปกเกล้า.



นงนช ศรสุข. (2555, กมภาพันธ์ - พฤษภาคม). บทวจารณ์หนังสอวรรณกรรม


ปริทรรศน์และการสังเคราะห์ความรู้ สวัสดิการชุมชนในประเทศไทย.
วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, 30(2), 141-153.


ประเวศ วะสี. (2541). ชุมชนเขมแข็ง ทุนทางสังคมของไทย. หนังสือชุดชุมชนเขม

แข็ง ลาดับท่ 1. กรุงเทพฯ:สานักงานกองทุนเพ่อสังคมและธนาคารออมสิน.



วัชราภรณ์ จันทนุกูล ; และ สัญญา เคณาภูมิ. (2559, ตุลาคม - ธันวาคม). แนวทาง

การจัดสวัสดิการสังคมระดับชุมชนอย่างย่งยืน. วารสารวิจัยเพ่อการพัฒนา

เชิงพื้นที่, 8(4), 3–14.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน. (2562). คู่มือแนวทางการบริหารจัดการระบบการแพทย์
ฉุกเฉินระดับจังหวัด ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2562. นนทบุรี: บริษัท ปัญญมิตรการ
พิมพ์ จ�ากัด.
สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2541). การพัฒนาชุมชนแบบจัดการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.







72 ครูบากู้ภัย: บทบาทสาธารณสงเคราะห์ร่วมสมัย
ของพระครูปรีชาภิวัตน์ และศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพร้าววังหิน จังหวัดเชียงใหม่




Click to View FlipBook Version