ิ
ั
ี
�
เป็นส่งท่ส่งสมและคงอยู่คู่กับสังคมมนุษย์ หลายประเทศให้ความสนใจในการ มาะสมตอสุขภาวะและคุณภาพชีวิตท่ดี รวมถึงการดาเนินชีวิตอย่างเป็นปกต ิ
่
ี
ึ
้
�
ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจด้วยทุนวัฒนธรรม สุขของคนในสังคม เช่น คุณภาพอากาศ คุณภาพนา อีกประการหน่งคือ
2) ทุนมนุษย์ (human capital) ในความหมายน้ทุนมนุษย์เป็นมาก ทรัพยากรและส่งแวดล้อมท่มนุษย์สร้างข้น ควรค่าแก่ความภาคภูมิใจ และ
ี
ิ
ึ
ี
ี
กว่าแรงงานทางกายภาพของคนท่ทางานให้กับองค์กร แต่เป็นคุณสมบัติท ี ่ ควรสืบทอดไปจนถึงอนุชนรุ่นต่อไป ตัวอย่างเช่น ศิลปกรรม โบราณสถาน
�
่
จับต้องไม่ได้ท้งหมดท่ผู้คนนามาสู่องค์กร ซ่งอาจช่วยให้ประสบความสาเร็จ และสิ่งกอสร้างทางสถาปัตยกรรม เป็นต้น ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและ
�
ั
�
ึ
ี
ื
ิ
ี
ในการผลิตสินค้าและบริการ ในท่น้จะพิจารณาทุนมนุษย์ในความหมายถึง ส่งแวดล้อมรอบตัวจึงเป็นปัจจัยสาคัญในการรักษาคุณภาพชีวิต เพ่อให้
ี
�
ุ
ิ
ั
ุ
�
ิ
ู
้
ั
ิ
ู้
ความร (knowledge) ทกษะ (skills) ความสามารถ (abilities) ประสบการณ ์ มนษย์์สามารถดารงชวตอย่อย่างเป็นปกตสขได้้ (เอกรนทร์ ตงนธบญ และ
ุ
ี
ิ
ิ
(experiences) และลักษณะทางศีลธรรม (moral character) ของคนใน ธิติมา เกตุแก้ว, 2560: 9-10)
ั
ั
ื
ชุมชนบ้านหนองกระดูกเน้อ ท้งท่ติดตัวมาต้งแต่เกิดและเกิดจากการเรียนรู้ ในปัจจุบันกระแสของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะแหล่ง
ี
การฝึกอบรม และการพัฒนา ในบริบทดังกล่าวนี้ทุนมนุษย์จึงเป็นสินทรัพย์ ท่องเที่ยวในลักษณะชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ก�าลังได้รับความนิยม
ี
ื
ุ
ท่ไม่มีตัวตน (intangible assets) ท่มีความสาคัญแก่องค์กร/ชมชน เป็น สูง เหตุผลหน่งเน่องจากเป็นการท่องเท่ยวท่จัดการโดยชุมชนได้อย่างประสบ
ึ
�
ี
ี
ี
ี
่
่
ุ
ื
ื
่
สินทรัพย์ท่มีความแตกต่างจากสินทรัพย์อ่น ๆ เน่องจากทุนมนุษย์น้นไม่ ความสาเรจและเกดผลประโยชนแกชมชนอยางมาก ตวอยางเชน ชมชนทอง
ุ
ั
่
�
็
์
ิ
ั
่
ื
้
ื
ื
ุ
ี
สามารถซอขายหรอโอนกรรมสทธระหว่างบคคลได้ แต่ทนมนษย์สามารถ เท่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ ซ่งหลังจากได้ริเร่มกิจกรรมมาระ
ุ
ิ
ุ
ิ
ิ
์
ึ
ิ
ี
ี
ี
ึ
สร้างมูลค่าเพ่มให้กับเจ้าของกรรมสิทธ์เท่าน้น (Nadler, et al.,1985 อ้างถึง ยะหน่ง ปรากฏว่ามีนักท่องเท่ยวสนใจเดินทางมาเท่ยวท่บ้านหนองกระดูก
ั
ิ
ใน กัลย์ ปิ่นเกษร, 2564) หากองค์กร/ชุมชนมีการสร้างมูลค่าเพ่มในทุนมนุษย์ เนื้อเป็นจ�านวนมากอย่างต่อเนื่อง ท�าให้คนในชุมชนได้รับประโยชน์จากการ
ิ
�
ึ
จะทาให้องค์กรมีทุนมนุษย์ท่มีขีดความสามารถเพ่มข้น สามารถสร้างความ มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคภายในชุมชนเพื่อ
ี
ิ
�
ี
ั
ู
�
ั
ได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กร/ชุมชนได้ รองรบนกท่องเท่ยว มระบบการกาจดขยะมลฝอยภายในชุมชน ทาให้บ้าน
ั
ี
ื
ี
้
้
3) ทุนทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดลอม (natural and environ- หนองกระดกเนอมความเป็นระเบยบและสะอาดยงขน นอกจากนยงมการ
้
ี
ั
ี
ึ
้
ี
ู
ิ
่
ิ
�
ี
ี
่
้
้
ั
ึ
้
ิ
้
ิ
่
ิ
ึ
mental capital) หมายถง สงทเกดขนตามธรรมชาตทงทใชแลวหมดไป เกด ปรับปรุงทางเดินและซุ้มหน้าประตูทางเข้าให้มีความสวยงาม มีการทาสะพาน
่
ิ
ใหม่่ทดแทนได้้หรอมปรมาณไม่่หมดสน อนให้ประโยชน์โดยตรงในรปของ ทางเดินผ่านเข้าไปในท้องทุ่งนา โดยตั้งชื่อว่า “ฮอดแล้ว นาพ่อ บ้านหนอง
ั
้
ิ
ิ
ู
ี
ื
ื
ปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ เพ่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ กระดูกเนื้อ” เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินลงไปถ่ายรูป ที่ผ่านมากิจกรรมการ
่
�
ั
่
ุ
ี
ได้แก น�้า อากาศ แสงอาทิตย์ ดิน ปาไม้ ทุ่งหญ้า และความหลากหลายทาง ทองเทยวเชงวฒนธรรมประสบผลสาเรจ ชวยใหเศรษฐกจของชมชนขยายตว
ิ
้
่
ั
่
ิ
่
้
้
็
์
ชีวภาพ เป็นต้น และการใหประโยชนทางออมในรูปของสภาพแวดลอมที่เห ในทางสังคมทาให้เด็กและเยาวชนท่ออกไปเล่าเรียนภายนอกชุมชนบางส่วน
ี
้
้
้
�
ั
ี
48 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 49
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ั
�
ั
หนกลับมาหารายได้พิเศษในชุมชน โดยการช่วยครอบครวทาการค้าขายใน ชุมชนมาสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นการสนับสนุนให้คนใน
ึ
ิ
วันหยุดสุดสัปดาห์ และส่งผลให้คนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจและมีก�าลัง ท้องถ่นลุกข้นมาพัฒนาชุมชนของตนเองให้เข้มแข็ง ดึงวัฒนธรรมและอัต
ี
ใจท่จะพัฒนาตนเองให้สามารถท�าประโยชน์ให้กับครอบครัวและชุมชน ลักษณ์ชุมชนมาสร้างเสน่ห์ให้นักท่องเท่ยวประทับใจ พร้อมมีสินค้าท่เกิดจาก
ี
ี
ิ
ิ
ื
ื
เน่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่มีการศึกษาน้อยและมีฐานะยากจน เม่อ ภูมิปัญญาท้องถ่นวางขายในชุมชน จึงจ�าเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านสู่การเพ่ม
ึ
ู
ู
ี
สามารถคาขายหาเลยงตวเองและครอบครวได จงรสกภาคภมใจและมศกดศร ี ช่องทางสร้างรายได้อยู่ในชุมชน โดยใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม
ิ
ั
้
ั
ึ
ี
้
้
ิ
์
้
ั
มากขึ้น สามารถอยู่ในชุมชนที่ตนคุ้นเคยได้อย่างมีความสุข แต่ในช่วงเดือน และความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนในการผลิตสินค้าและบริการ (ธีระพงษ์
็
้
ตุลาคม 2564 เกิดปัญหาน้าท่วมใหญ่ในจังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงชุมชนบ้าน โสดาศรี, 2562) เพื่อใหเปนชุมชนท่องเที่ยวที่ชาวบ้านชวนกันคิด ชวนกันท�า
�
ื
ี
หนองกระดูกเนื้อ ส่งผลให้สะพานในทุ่งนาและจุดเช็คอิน “ฮอดแล้ว นาพ่อ ผลิตสินค้าและบริการให้เช่อมโยงกับแหล่งท่องเท่ยวระดับชุมชนท่มีเสน่ห์
ี
ี
ี
�
ื
บ้านหนองกระดูกเน้อ” ถูกน้าท่วมเสียหายหมด จะต้องมีการปรับปรุงและ ดึงดูดและมีคุณค่าเพียงพอให้นักท่องเท่ยวเข้ามาเย่ยมเยือนและใช้จ่ายเงินใน
พัฒนาให้เป็นจุดท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติขึ้นใหม่ ทุกกิจกรรมของชุมชน ซึ่งรายได้จะกระจายอยู่กับคนในชุมชน เป็นการสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของชุมชนอย่างแท้จริง
แนวคิดการพัฒนา
ี
“ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี”
บ้านหนองกระดูกเนื้อ
ค�าว่า “OTOP” ย่อมาจาก One Tambon One Product หรือ
ึ
ึ
“หน่งต�าบล หน่งผลิตภัณฑ์” ส่วนค�าว่า “นวัตวิถี” เกิดจากการน�าค�าว่า
ี
ึ
“นวัตกรรม” ผสมกับค�าว่า “วิถีชีวิต” ซ่งเป็นการท่องเท่ยวท่เน้นส่งเสริม
ี
ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยไม่ใช่การน�าสินค้าที่มีความโดดเด่นของชุมชนออกไป
ี
วางเสนอขายนอกชุมชนอย่างท่เคยเป็นมา แต่เป็นการน�าผู้คนจากภายนอก
ิ
เข้าไปสัมผสวถชีวต ได้เรยนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหารการกน และ
ั
ิ
ี
ิ
ี
แหล่งท่องเที่ยวของชุมชนนั้น ๆ แนวคิดของ “OTOP นวัตวิถี” จึงเป็นการ
ี
ี
เปล่ยนจากท่ชาวบ้านเคยผลิตสินค้าออกไปขาย เป็นการน�าเอาวิถีวัฒนธรรม ที่มา : https://cep.cdd.go.th/otop
ี
ั
50 ชุมชนทองเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท และ พระมหาสุภัค วิรโช 51
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ั
�
ั
หนกลับมาหารายได้พิเศษในชุมชน โดยการช่วยครอบครวทาการค้าขายใน ชุมชนมาสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นการสนับสนุนให้คนใน
ึ
ิ
วันหยุดสุดสัปดาห์ และส่งผลให้คนในชุมชนเกิดความภาคภูมิใจและมีก�าลัง ท้องถ่นลุกข้นมาพัฒนาชุมชนของตนเองให้เข้มแข็ง ดึงวัฒนธรรมและอัต
ี
ใจท่จะพัฒนาตนเองให้สามารถท�าประโยชน์ให้กับครอบครัวและชุมชน ลักษณ์ชุมชนมาสร้างเสน่ห์ให้นักท่องเท่ยวประทับใจ พร้อมมีสินค้าท่เกิดจาก
ี
ี
ิ
ิ
ื
ื
เน่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่มีการศึกษาน้อยและมีฐานะยากจน เม่อ ภูมิปัญญาท้องถ่นวางขายในชุมชน จึงจ�าเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านสู่การเพ่ม
ึ
ู
ู
ี
สามารถคาขายหาเลยงตวเองและครอบครวได จงรสกภาคภมใจและมศกดศร ี ช่องทางสร้างรายได้อยู่ในชุมชน โดยใช้เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม
ิ
ั
้
ั
ึ
ี
้
้
ิ
์
้
ั
มากขึ้น สามารถอยู่ในชุมชนที่ตนคุ้นเคยได้อย่างมีความสุข แต่ในช่วงเดือน และความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนในการผลิตสินค้าและบริการ (ธีระพงษ์
็
้
ตุลาคม 2564 เกิดปัญหาน้าท่วมใหญ่ในจังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงชุมชนบ้าน โสดาศรี, 2562) เพื่อใหเปนชุมชนท่องเที่ยวที่ชาวบ้านชวนกันคิด ชวนกันท�า
�
ื
ี
หนองกระดูกเนื้อ ส่งผลให้สะพานในทุ่งนาและจุดเช็คอิน “ฮอดแล้ว นาพ่อ ผลิตสินค้าและบริการให้เช่อมโยงกับแหล่งท่องเท่ยวระดับชุมชนท่มีเสน่ห์
ี
ี
ี
�
ื
บ้านหนองกระดูกเน้อ” ถูกน้าท่วมเสียหายหมด จะต้องมีการปรับปรุงและ ดึงดูดและมีคุณค่าเพียงพอให้นักท่องเท่ยวเข้ามาเย่ยมเยือนและใช้จ่ายเงินใน
พัฒนาให้เป็นจุดท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติขึ้นใหม่ ทุกกิจกรรมของชุมชน ซึ่งรายได้จะกระจายอยู่กับคนในชุมชน เป็นการสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของชุมชนอย่างแท้จริง
แนวคิดการพัฒนา
ี
“ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี”
บ้านหนองกระดูกเนื้อ
ค�าว่า “OTOP” ย่อมาจาก One Tambon One Product หรือ
ึ
ึ
“หน่งต�าบล หน่งผลิตภัณฑ์” ส่วนค�าว่า “นวัตวิถี” เกิดจากการน�าค�าว่า
ี
ึ
“นวัตกรรม” ผสมกับค�าว่า “วิถีชีวิต” ซ่งเป็นการท่องเท่ยวท่เน้นส่งเสริม
ี
ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยไม่ใช่การน�าสินค้าที่มีความโดดเด่นของชุมชนออกไป
ี
วางเสนอขายนอกชุมชนอย่างท่เคยเป็นมา แต่เป็นการน�าผู้คนจากภายนอก
ิ
เข้าไปสัมผสวถชีวต ได้เรยนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหารการกน และ
ั
ิ
ี
ิ
ี
แหล่งท่องเที่ยวของชุมชนนั้น ๆ แนวคิดของ “OTOP นวัตวิถี” จึงเป็นการ
ี
ี
เปล่ยนจากท่ชาวบ้านเคยผลิตสินค้าออกไปขาย เป็นการน�าเอาวิถีวัฒนธรรม ที่มา : https://cep.cdd.go.th/otop
ี
ั
50 ชุมชนทองเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท และ พระมหาสุภัค วิรโช 51
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ี
ี
ึ
โครงการชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นการบูรณาการการ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชน ซ่งชุมชนท่องเท่ยว OTOP
ี
ื
ี
พัฒนาและส่งเสริมการท่องเท่ยวเข้ากับการพัฒนาและส่งเสริมการตลาด นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ สามารถใช้กลยุทธการพัฒนาเช่นน้ได้อย่าง
สินค้า OTOP ในชุมชน ด้วยความคิดสร้างนวัตกรรมของการพัฒนาสินค้า ประสบผลสาเร็จอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีท่ผ่านมา จนกระท่งเม่อเกิดวิกฤต
ื
�
ี
ั
OTOP ท่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน ด้วยยุทธศาสตร์การตลาดท่แตก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การท่องเที่ยวซบเซาลง
ี
ี
ต่างไปจากที่เคยท�ามา เพื่อให้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้คนเข้าไปท่องเที่ยวในชุมชน สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ซึ่งส่งผลกระทบ
่
ี
ิ
ิ
ี
ื
่
่
ิ
ี
ทมสินค้า OTOP เพ่มรายได้จากการท่องเทยวและเพมรายได้จากการขาย อย่างมากต่อเศรษฐกจของประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบต่อการขับเคล่อน
ี
ี
สินค้า OTOP ท่ผลิตโดยใช้ภูมิปัญญาของคนในชุมชน โดยเป็นหน้าท่ของ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในทุกพื้นที่ กล่าวคือมีนักท่องเที่ยวลดน้อย
ี
ี
สานักงานพัฒนาชุมชนแต่ละจังหวัดท่จะพัฒนาการท่องเท่ยวและส่งเสริมการ ลงมาก และแนวโน้มของพฤติกรรมนักท่องเท่ยวปรับเปล่ยนเป็นมุ่งเน้นไป
ี
ี
�
ื
ี
ื
�
ี
ี
ตลาดสินค้า OTOP ให้เป็นท่ช่นชมของคนในพ้นท่และนักท่องเท่ยวท่มาเยือน ทางเลือกซ้อสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้จาเป็น เน่องจากนักท่องเท่ยว
ี
ี
ื
ื
สร้างความแตกต่างด้วยปัจจัยที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการ กังวลในความปลอดภัยของชีวิต เช่น มาตรฐานเร่องความสะอาด ด้านสุข
ื
ิ
ื
ใช้วัตถุดิบและการผลิตตามภูมิปัญญาท้องถ่น เพ่อช่วยเพ่มคุณค่าให้แก่สินค้า อนามัย และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาคของเชื้อไวรัสโควิด-19 (มติชน
ิ
ั
(ไทยโพสต์ออนไลน์, 2562) โดยจด ออนไลน์, 2564) ส่งผลให้ชาวบ้านหนองกระดูกเนื้อมีรายได้ลดลงมาก แตก
ให้มีการเรียนรู้ในกลุ่มสมาชิกและ ต่างจากช่วงก่อนเกิดปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาดรุนแรง ดังน้นเพ่อการขับ
ั
ื
ี
ื
�
ี
มีการสารวจทรัพยากรท่จะนามา เคล่อนชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถีให้เป็นเคร่องมือสนับสนุนการสร้าง
ื
�
ใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมการ อาชีพและสร้างรายได้ของชุมชน จึงควรเตรียมการพัฒนาศักยภาพของชุมชน
ี
ี
ี
ท่องเท่ยว โดยการบูรณาการสินค้า ให้มีความพร้อมท่จะรองรับการให้บริการนักท่องเท่ยวได้อย่างครบวงจร
ื
ี
ั
�
ี
OTOP และการท่องเท่ยวในระดับ ท้งในเร่องการจัดทาโปรแกรมท่องเท่ยวให้มีความหลากหลายและสามารถ
ชุมชนให้เช่อมโยงกับกับแหล่งท่อง เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นภายในจังหวัด รวมถึงการส่งเสริมให้ชาวบ้าน
ื
ิ
ั
ี
ั
เท่ยวในระดบจงหวัด ทจะสามารถ ได้ใช้ทักษะและภูมิปัญญาท้องถ่นในการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP
ี
่
ี
ี
ดึงดูดนักท่องเท่ยวให้เข้ามาเท่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ี
ี
ื
ื
ในพ้นท่ เม่อมีคนมาท่องเท่ยวใน จุดเริ่มต้นของการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในชุมชน
พ้นทมากข้น ก็จะทาให้สินค้า บ้านหนองกระดูกเน้อก็มีลักษณะท่ดาเนินการไปตามหลักการดังกล่าวข้างต้น
ื
่
ี
�
ื
ี
ึ
�
ื
ิ
ี
ึ
OTOP ขายดีข้น ช่วยเพ่มรายได้ เน่องจากท่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชนไม่สามารถแข่งขันในระบบ
ี
ั
52 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 53
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ี
ี
ึ
โครงการชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นการบูรณาการการ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชน ซ่งชุมชนท่องเท่ยว OTOP
ี
ื
ี
พัฒนาและส่งเสริมการท่องเท่ยวเข้ากับการพัฒนาและส่งเสริมการตลาด นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ สามารถใช้กลยุทธการพัฒนาเช่นน้ได้อย่าง
สินค้า OTOP ในชุมชน ด้วยความคิดสร้างนวัตกรรมของการพัฒนาสินค้า ประสบผลสาเร็จอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีท่ผ่านมา จนกระท่งเม่อเกิดวิกฤต
ื
�
ี
ั
OTOP ท่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน ด้วยยุทธศาสตร์การตลาดท่แตก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การท่องเที่ยวซบเซาลง
ี
ี
ต่างไปจากที่เคยท�ามา เพื่อให้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้คนเข้าไปท่องเที่ยวในชุมชน สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ซึ่งส่งผลกระทบ
่
ี
ิ
ิ
ี
ื
่
่
ิ
ี
ทมสินค้า OTOP เพ่มรายได้จากการท่องเทยวและเพมรายได้จากการขาย อย่างมากต่อเศรษฐกจของประเทศไทย ได้ส่งผลกระทบต่อการขับเคล่อน
ี
ี
สินค้า OTOP ท่ผลิตโดยใช้ภูมิปัญญาของคนในชุมชน โดยเป็นหน้าท่ของ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในทุกพื้นที่ กล่าวคือมีนักท่องเที่ยวลดน้อย
ี
ี
สานักงานพัฒนาชุมชนแต่ละจังหวัดท่จะพัฒนาการท่องเท่ยวและส่งเสริมการ ลงมาก และแนวโน้มของพฤติกรรมนักท่องเท่ยวปรับเปล่ยนเป็นมุ่งเน้นไป
ี
ี
�
ื
ี
ื
�
ี
ี
ตลาดสินค้า OTOP ให้เป็นท่ช่นชมของคนในพ้นท่และนักท่องเท่ยวท่มาเยือน ทางเลือกซ้อสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้จาเป็น เน่องจากนักท่องเท่ยว
ี
ี
ื
ื
สร้างความแตกต่างด้วยปัจจัยที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการ กังวลในความปลอดภัยของชีวิต เช่น มาตรฐานเร่องความสะอาด ด้านสุข
ื
ิ
ื
ใช้วัตถุดิบและการผลิตตามภูมิปัญญาท้องถ่น เพ่อช่วยเพ่มคุณค่าให้แก่สินค้า อนามัย และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาคของเชื้อไวรัสโควิด-19 (มติชน
ิ
ั
(ไทยโพสต์ออนไลน์, 2562) โดยจด ออนไลน์, 2564) ส่งผลให้ชาวบ้านหนองกระดูกเนื้อมีรายได้ลดลงมาก แตก
ให้มีการเรียนรู้ในกลุ่มสมาชิกและ ต่างจากช่วงก่อนเกิดปัญหาโควิด-19 แพร่ระบาดรุนแรง ดังน้นเพ่อการขับ
ั
ื
ี
ื
�
ี
มีการสารวจทรัพยากรท่จะนามา เคล่อนชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถีให้เป็นเคร่องมือสนับสนุนการสร้าง
ื
�
ใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมการ อาชีพและสร้างรายได้ของชุมชน จึงควรเตรียมการพัฒนาศักยภาพของชุมชน
ี
ี
ี
ท่องเท่ยว โดยการบูรณาการสินค้า ให้มีความพร้อมท่จะรองรับการให้บริการนักท่องเท่ยวได้อย่างครบวงจร
ื
ี
ั
�
ี
OTOP และการท่องเท่ยวในระดับ ท้งในเร่องการจัดทาโปรแกรมท่องเท่ยวให้มีความหลากหลายและสามารถ
ชุมชนให้เช่อมโยงกับกับแหล่งท่อง เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นภายในจังหวัด รวมถึงการส่งเสริมให้ชาวบ้าน
ื
ิ
ั
ี
ั
เท่ยวในระดบจงหวัด ทจะสามารถ ได้ใช้ทักษะและภูมิปัญญาท้องถ่นในการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP
ี
่
ี
ี
ดึงดูดนักท่องเท่ยวให้เข้ามาเท่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ี
ี
ื
ื
ในพ้นท่ เม่อมีคนมาท่องเท่ยวใน จุดเริ่มต้นของการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในชุมชน
พ้นทมากข้น ก็จะทาให้สินค้า บ้านหนองกระดูกเน้อก็มีลักษณะท่ดาเนินการไปตามหลักการดังกล่าวข้างต้น
ื
่
ี
�
ื
ี
ึ
�
ื
ิ
ี
ึ
OTOP ขายดีข้น ช่วยเพ่มรายได้ เน่องจากท่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชนไม่สามารถแข่งขันในระบบ
ี
ั
52 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 53
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ี
ิ
�
ตลาดได้ สินค้าที่ผลิตทั้งจากการตีมีด การจักสาน และการทอผ้า มีลักษณะ (3) ชุมชนสามารถพัฒนาแหล่งท่องเท่ยวและส่งอานวยความสะดวก
ื
ิ
่
�
ี
ิ
ท่เน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่น ไม่ได้ผลิตสินค้าปริมาณมากออกสู่ตลาด โดยดงความโดดเด่นด้านวถวฒนธรรมเพอส่งเสริมการดาเนนงานตาม
ึ
ั
ิ
ี
�
�
ั
�
ทาให้ไม่ประสบผลสาเร็จในการแข่งขันกับตลาดภายนอก ดังน้นจึงจาเป็นต้อง โครงการชุมชนท่องเที่ยว เช่น การสร้างตลาดชุมชน “ตลาดมีแดก” เพื่อดึง
ี
ั
ั
่
ั
มการปรบเปลยนจากการผลกดนขายสนค้า OTOP ออกจากชมชน ส่การ คนเข้ามาเที่ยวในชุมชน ตามแนวทางชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
ู
ิ
ุ
ี
ิ
ี
เพ่มช่องทางสร้างรายได้จากการท่องเท่ยวและขายสินค้าท่เน้นอัตลักษณ์ของ อย่างไรก็ตามการด�าเนินงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัต
ี
ิ
วัฒนธรรมชุมชน โดยใช้เสน่ห์ของภูมิปัญญาท้องถ่น วิถีชีวิตและวัฒนธรรม วิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ ยังคงประสบปัญหาในการพัฒนาเพื่อให้เกิดความ
ั
ท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการขายสินค้า OTOP อยู่ในชุมชน ควบคู่กับการ ย่งยืนของการบริหารจัดการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะต้องพยายาม
ี
ี
ส่งเสริมการท่องเท่ยวในชุมชน โดยให้ชาวบ้านเรียนรู้การเป็นเจ้าบ้านท่ดี ชวน ค้นหากิจกรรมใหม่ในการส่งเสริมชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี โดยมุ่งเน้น
ี
ี
กันคิดและชวนกันผลิตสินค้าและบริการนักท่องเที่ยว การพัฒนาเสน่ห์ด้านประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชุมชนลาวครั่ง
ุ
ั
ุ
พระมหาสภค วรโช และพฒนาชมชนอาเภอลาดยาว ไดพฒนาชมชน รวมถึงพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเท่ยวเพ่อกระตุ้นความสนใจของนักท่อง
้
�
ั
ี
ิ
ั
ื
ุ
ื
ท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ โดยมีกรอบแนวคิดท่มุ่งเน้น เท่ยว และจัดกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเท่ยว โดยคาดหวัง
ี
ี
ี
ี
ี
การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการการท่องเท่ยว ภายใต้กระบวนการเรียนรู้และ ให้บรรลุเป้าประสงค์ คือสามารถดึงดูดนักท่องเท่ยวเข้ามาในชุมชนบ้านหนอง
ี
การมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนี้ กระดูกเน้ออย่างต่อเน่อง ซ่งผู้หน่งท่มีบทบาทสาคัญมาโดยตลอดคือพระมหา
ึ
ื
ึ
�
ื
ี
ื
(1) สนับสนุนให้ชุมชนสามารถพัฒนาสินค้า OTOP บนพ้นฐาน สุภัค วิรโช ที่ได้พยายามรื้อฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาที่
ี
ภูมิปัญญาท้องถ่น ด้วยการดึงให้ปราชญ์ชุมชนคิดพัฒนานวัตกรรมของสินค้า ช่วยเสริมให้ชุมชนบ้านหนองกระดูกเน้อเป็นแหล่งท่องเท่ยวเชิงสร้างสรรค์
ิ
ื
แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของท้องถ่น เช่น จักสานสุ่มและข้องขนาดเล็กจ๋ว ทา โดยสามารถจัดได้เป็น 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ อนุรักษ์การตีมีดโบราณ ผ้าทอ
ิ
ิ
�
ิ
ึ
ั
ิ
เป็นพวงกุญแจหรือต่างหู เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้า ลาวคร่ง กลุ่มจักสาน อาหารถ่น และการแสดงท้องถ่น ซ่งกิจกรรมเหล่าน ้ ี
OTOP นวัตวิถี ให้กับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ดังนี้
(2) ชุมชนสามารถยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP และปรับตัว
์
ั
ื
�
ิ
่
สการพฒนาผลตภณฑหรอบรการสาหรบนกทองเทยว รวมถงการจดกจกรรม
ู
ิ
ั
่
ี
ึ
ั
ั
ั
ิ
่
่
ึ
ี
ี
ั
การท่องเท่ยวท่เน้นอตลักษณ์ของประเพณีและวัฒนธรรมลาวครัง ซ่งมีเสน่ห์
ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก และเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัด
นครสวรรค์
ั
ี
54 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 55
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ี
ิ
�
ตลาดได้ สินค้าที่ผลิตทั้งจากการตีมีด การจักสาน และการทอผ้า มีลักษณะ (3) ชุมชนสามารถพัฒนาแหล่งท่องเท่ยวและส่งอานวยความสะดวก
ื
ิ
่
�
ี
ิ
ท่เน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่น ไม่ได้ผลิตสินค้าปริมาณมากออกสู่ตลาด โดยดงความโดดเด่นด้านวถวฒนธรรมเพอส่งเสริมการดาเนนงานตาม
ึ
ั
ิ
ี
�
�
ั
�
ทาให้ไม่ประสบผลสาเร็จในการแข่งขันกับตลาดภายนอก ดังน้นจึงจาเป็นต้อง โครงการชุมชนท่องเที่ยว เช่น การสร้างตลาดชุมชน “ตลาดมีแดก” เพื่อดึง
ี
ั
ั
่
ั
มการปรบเปลยนจากการผลกดนขายสนค้า OTOP ออกจากชมชน ส่การ คนเข้ามาเที่ยวในชุมชน ตามแนวทางชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
ู
ิ
ุ
ี
ิ
ี
เพ่มช่องทางสร้างรายได้จากการท่องเท่ยวและขายสินค้าท่เน้นอัตลักษณ์ของ อย่างไรก็ตามการด�าเนินงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัต
ี
ิ
วัฒนธรรมชุมชน โดยใช้เสน่ห์ของภูมิปัญญาท้องถ่น วิถีชีวิตและวัฒนธรรม วิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ ยังคงประสบปัญหาในการพัฒนาเพื่อให้เกิดความ
ั
ท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสในการขายสินค้า OTOP อยู่ในชุมชน ควบคู่กับการ ย่งยืนของการบริหารจัดการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะต้องพยายาม
ี
ี
ส่งเสริมการท่องเท่ยวในชุมชน โดยให้ชาวบ้านเรียนรู้การเป็นเจ้าบ้านท่ดี ชวน ค้นหากิจกรรมใหม่ในการส่งเสริมชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี โดยมุ่งเน้น
ี
ี
กันคิดและชวนกันผลิตสินค้าและบริการนักท่องเที่ยว การพัฒนาเสน่ห์ด้านประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชุมชนลาวครั่ง
ุ
ั
ุ
พระมหาสภค วรโช และพฒนาชมชนอาเภอลาดยาว ไดพฒนาชมชน รวมถึงพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเท่ยวเพ่อกระตุ้นความสนใจของนักท่อง
้
�
ั
ี
ิ
ั
ื
ุ
ื
ท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ โดยมีกรอบแนวคิดท่มุ่งเน้น เท่ยว และจัดกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเท่ยว โดยคาดหวัง
ี
ี
ี
ี
ี
การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการการท่องเท่ยว ภายใต้กระบวนการเรียนรู้และ ให้บรรลุเป้าประสงค์ คือสามารถดึงดูดนักท่องเท่ยวเข้ามาในชุมชนบ้านหนอง
ี
การมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนี้ กระดูกเน้ออย่างต่อเน่อง ซ่งผู้หน่งท่มีบทบาทสาคัญมาโดยตลอดคือพระมหา
ึ
ื
ึ
�
ื
ี
ื
(1) สนับสนุนให้ชุมชนสามารถพัฒนาสินค้า OTOP บนพ้นฐาน สุภัค วิรโช ที่ได้พยายามรื้อฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาที่
ี
ภูมิปัญญาท้องถ่น ด้วยการดึงให้ปราชญ์ชุมชนคิดพัฒนานวัตกรรมของสินค้า ช่วยเสริมให้ชุมชนบ้านหนองกระดูกเน้อเป็นแหล่งท่องเท่ยวเชิงสร้างสรรค์
ิ
ื
แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของท้องถ่น เช่น จักสานสุ่มและข้องขนาดเล็กจ๋ว ทา โดยสามารถจัดได้เป็น 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ อนุรักษ์การตีมีดโบราณ ผ้าทอ
ิ
ิ
�
ิ
ึ
ั
ิ
เป็นพวงกุญแจหรือต่างหู เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้า ลาวคร่ง กลุ่มจักสาน อาหารถ่น และการแสดงท้องถ่น ซ่งกิจกรรมเหล่าน ้ ี
OTOP นวัตวิถี ให้กับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ดังนี้
(2) ชุมชนสามารถยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP และปรับตัว
์
ั
ื
�
ิ
่
สการพฒนาผลตภณฑหรอบรการสาหรบนกทองเทยว รวมถงการจดกจกรรม
ู
ิ
ั
่
ี
ึ
ั
ั
ั
ิ
่
่
ึ
ี
ี
ั
การท่องเท่ยวท่เน้นอตลักษณ์ของประเพณีและวัฒนธรรมลาวครัง ซ่งมีเสน่ห์
ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก และเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัด
นครสวรรค์
ั
ี
54 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 55
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
์
1) อนุรักษกำรตีมีดโบรำณ ชุมชนบ้านหนองกระดูกเน้อยัง
ื
คงอนุรักษ์ภูมิปัญญาการตีมีดแบบโบราณเอาไว้และยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญา
ดั้งเดิมในงานตีมีดไว้ ซึ่งมีกรรมวิธีในการตีมีด ดังนี้
�
(1) การตัดและผ่าเหล็ก ช่างจะน�าเหล็กท่จะใช้ทามีดมาวัดขนาดตาม
ี
่
ั
ี
�
ี
่
้
ั
ทต้องการ แล้วนาส่วนทจะตดไปเผาจนเหลกร้อนแดงได้ท จากนนตดด้วย
ั
ี
็
่
ั
ื
ี
เหล็กสกัด แล้วน�าเหล็กท่ตัดไปเผาไฟอีกคร้ง เพ่อผ่าทแยงตามความยาวของเหล็ก
(2) การแบนหรือการตีหลาบ คือน�าท่อนเหล็กที่ผ่าแล้วไปเผาไฟให้
ร้อนแดงออกมาวางบนทั่ง เพื่อตีให้แบนและได้รูปทรงของมีดตามที่ต้องการ
(3) การท�าบ้องหรือเดือย คือส่วนที่เป็นด้ามมีด ด้ามมีดที่เป็นแบบ
เดือยท�าได้โดยช่างจะตีส่วนโคนของด้ามมีดให้มีลักษณะเรียวปลายแหลม
ี
ื
็
ี
่
ี
ื
เพอนาไปเสยบฝังในด้ามไม้ ส่วนการบ้องคอการตเหลกส่วนโคนของมดให้
�
ั
�
เป็นแผ่น แล้วตีให้ปลายท้ง 2 ด้านโค้งเข้าหากัน ด้ามมีดแบบบ้องสามารถนา
ไปใช้ได้เลย หรืออาจใช้ด้ามไม้ต่อให้ยาวขึ้น
(4) การตีแต่ง เป็นการตีเหล็กเพื่อให้ผิวเหล็กเรียบและได้มีดที่มีรูป
ร่างตามต้องการ ย�้าคมให้บางและตรงตามแบบและประเภทของมีด
ั
ี
(5) การตะไบแต่ง หลังจากท่ตีมีดให้ได้รูปตามท่ต้องการแล้ว ช่างจะ 2) ผ้าทอลาวคร่ง เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมชุมชนมาเป็นเวลา
ี
ั
ึ
ตะไบแต่งส่วนคมมีด โดยใช้ตะไบเหล็กหรือเครื่องเจียระไนไฟฟ้า หลายช่วอายุคนของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวคร่ง ผ้าทอเป็นส่วนหน่งของวิถีชีวิตชาว
ั
ิ
ื
ื
(6) การชุบคม ถือเป็นข้นตอนท่สาคัญย่งของการตีเหล็ก ซ่งช่างต้อง ลาวคร่ง ในอดีตน้นชาวลาวคร่งจะทอผ้ากันทุกครัวเรือน เพ่อเป็นเคร่องนุ่งห่ม
ึ
ั
ี
ั
ั
ั
�
มีความชานาญเป็นพิเศษ เพราะเป็นขั้นตอนที่จะท�าให้ผลิตภัณฑ์มีความคม ของทุกคน และใช้ในพิธีกรรมตามคติความเช่อด้งเดิมท่เก่ยวกับการปฏิบัติต่อ
ี
�
ั
ื
ี
�
ี
แข็ง ไม่บ่นง่าย โดยนาเหล็กท่ใช้ทามีดท่ตกแต่งคมเรียบร้อยแล้วไปเผาเฉพาะ ดวงวิญญาณ พิธีกรรมเกี่ยวการเกิด การตาย และประเพณีต่าง ๆ ของชาว
�
ี
ิ
ั
ส่วนคมเท่าน้น เม่อเหล็กร้อนแดงเสมอกันโดยตลอดแล้วรีบน�ามาจุ่มในอ่าง ลาวคร่งจะมีเร่องราวของผ้าทอเข้าไปเก่ยวข้องเสมอ ผ้าทอลาวคร่งมีความ
ั
ี
ื
ั
ื
ื
้
นา โดยจุ่มลงไปเฉพาะส่วนคมประมาณ 1-2 เซนติเมตร การจุ่มนาจะต้องทา เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากกลุ่มชาติพันธุ์อ่น ๆ โดยเฉพาะผ้าซ่น
ิ
�
�
้
�
ี
ั
ั
ี
้
่
อย่างรวดเร็ว 1-2 ครั้ง ก็จะได้มีดที่มีคมแข็ง ไม่บิ่นหรือบิดเบี้ยวง่าย มดหมต่อตนจกมเอกลกษณ์โดดเด่นด้วยการใช้เทคนคการทอ ทงการขดจก
ิ
ั
ิ
ี
ั
ี
56 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 57
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
์
ื
1) อนุรักษกำรตีมีดโบรำณ ชุมชนบ้านหนองกระดูกเน้อยัง
คงอนุรักษ์ภูมิปัญญาการตีมีดแบบโบราณเอาไว้และยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญา
ดั้งเดิมในงานตีมีดไว้ ซึ่งมีกรรมวิธีในการตีมีด ดังนี้
�
ี
(1) การตัดและผ่าเหล็ก ช่างจะน�าเหล็กท่จะใช้ทามีดมาวัดขนาดตาม
่
่
ี
�
ทต้องการ แล้วนาส่วนทจะตดไปเผาจนเหลกร้อนแดงได้ท จากนนตดด้วย
ี
ั
้
ี
่
ั
ั
็
�
ื
ั
ี
เหล็กสกัด แล้วนาเหล็กท่ตัดไปเผาไฟอีกคร้ง เพ่อผ่าทแยงตามความยาวของเหล็ก
(2) การแบนหรือการตีหลาบ คือนาท่อนเหล็กที่ผ่าแล้วไปเผาไฟให้
�
ร้อนแดงออกมาวางบนทั่ง เพื่อตีให้แบนและได้รูปทรงของมีดตามที่ต้องการ
(3) การท�าบ้องหรือเดือย คือส่วนที่เป็นด้ามมีด ด้ามมีดที่เป็นแบบ
เดือยท�าได้โดยช่างจะตีส่วนโคนของด้ามมีดให้มีลักษณะเรียวปลายแหลม
ื
ี
ื
่
็
เพอนาไปเสยบฝังในด้ามไม้ ส่วนการบ้องคอการตเหลกส่วนโคนของมดให้
�
ี
ี
�
ั
เป็นแผ่น แล้วตีให้ปลายท้ง 2 ด้านโค้งเข้าหากัน ด้ามมีดแบบบ้องสามารถนา
ไปใช้ได้เลย หรืออาจใช้ด้ามไม้ต่อให้ยาวขึ้น
(4) การตีแต่ง เป็นการตีเหล็กเพื่อให้ผิวเหล็กเรียบและได้มีดที่มีรูป
ร่างตามต้องการ ย�้าคมให้บางและตรงตามแบบและประเภทของมีด
ั
ี
ี
(5) การตะไบแต่ง หลังจากท่ตีมีดให้ได้รูปตามท่ต้องการแล้ว ช่างจะ 2) ผ้าทอลาวคร่ง เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมชุมชนมาเป็นเวลา
ั
ตะไบแต่งส่วนคมมีด โดยใช้ตะไบเหล็กหรือเครื่องเจียระไนไฟฟ้า หลายช่วอายุคนของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวคร่ง ผ้าทอเป็นส่วนหน่งของวิถีชีวิตชาว
ั
ึ
ื
ิ
ั
ั
ื
(6) การชุบคม ถือเป็นข้นตอนท่สาคัญย่งของการตีเหล็ก ซ่งช่างต้อง ลาวคร่ง ในอดีตน้นชาวลาวคร่งจะทอผ้ากันทุกครัวเรือน เพ่อเป็นเคร่องนุ่งห่ม
ึ
�
ี
ั
ั
ี
ี
ั
มีความชานาญเป็นพิเศษ เพราะเป็นขั้นตอนที่จะท�าให้ผลิตภัณฑ์มีความคม ของทุกคน และใช้ในพิธีกรรมตามคติความเช่อด้งเดิมท่เก่ยวกับการปฏิบัติต่อ
ื
�
�
แข็ง ไม่บ่นง่าย โดยนาเหล็กท่ใช้ทามีดท่ตกแต่งคมเรียบร้อยแล้วไปเผาเฉพาะ ดวงวิญญาณ พิธีกรรมเกี่ยวการเกิด การตาย และประเพณีต่าง ๆ ของชาว
ี
ี
ิ
�
ื
ั
ื
ั
ส่วนคมเท่าน้น เม่อเหล็กร้อนแดงเสมอกันโดยตลอดแล้วรีบน�ามาจุ่มในอ่าง ลาวคร่งจะมีเร่องราวของผ้าทอเข้าไปเก่ยวข้องเสมอ ผ้าทอลาวคร่งมีความ
ี
ั
ิ
ื
�
้
�
�
นา โดยจุ่มลงไปเฉพาะส่วนคมประมาณ 1-2 เซนติเมตร การจุ่มนาจะต้องทา เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากกลุ่มชาติพันธุ์อ่น ๆ โดยเฉพาะผ้าซ่น
้
อย่างรวดเร็ว 1-2 ครั้ง ก็จะได้มีดที่มีคมแข็ง ไม่บิ่นหรือบิดเบี้ยวง่าย มดหมต่อตนจกมเอกลกษณ์โดดเด่นด้วยการใช้เทคนคการทอ ทงการขดจก
ิ
้
ั
ิ
ั
ี
ี
ี
ั
่
ี
ั
56 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 57
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ิ
ั
ี
ั
ิ
ึ
และมัดหม่ โดยใช้ท้งฝ้ายและไหมเป็นองค์ประกอบ ตัวซ่นนิยมทอด้วยเส้น โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ซ่งปรากฏในส่งทอของกลุ่มลาวคร่งก็คือนิยมใช้โครง
ไหมใช้กรรมวิธีมัดหม่เส้นพุ่งเป็นลวดลายด้วยการย้อมสีเดียว และใช้วิธีการ สีวรรณะร้อน เช่น สีแดงเป็นโครงสีหลัก โครงสร้างของผ้าจะแบ่งออกได้เป็น
ี
�
แต้มสีอื่น ๆ เพิ่มเติม หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “แจะ” เป็นการใช้ไม้จุ่มสีมา 3 ส่วน คือ หัวซิ่น ตัวซิ่น และตีนซิ่น ผ้าลาวครั่งเมื่อนามาท�าเป็นผ้าซิ่นความ
แต่งแต้มบนเส้นหม่ เป็นการให้ลวดลายหม่ท่มีสีสันเพ่มข้น ถือเป็นเสน่ห์แบบ สาคัญจะอยู่ท่ “ตีนซ่น” ซ่งในอดีตตีนซ่นต้องเป็นสีแดงเท่าน้น ซ่งคนโบราณ
ึ
ี
ิ
ิ
�
ึ
ี
ี
ี
ั
ึ
ิ
ื
ี
ั
ี
ึ
ด้งเดิมอีกแบบหน่งของมัดหม่ลาวคร่งจากฝีมือของช่างทอในชุมชนบ้านหนอง ใช้สีแทนสัญลักษณ์ถึงท่มาของบรรพบุรุษ สีแดงส่อความหมายแทน “ดวง
ั
ื
ิ
ั
ิ
ิ
ื
ั
ิ
กระดูกเน้อ ผ้าซ่นลาวคร่งมักต่อตีนซ่นด้วยฝ้ายหรือไหม ตีนซ่นตอนบน อาทิตย์” เน่องจากบรรพบุรุษอพยพมาจากทิศตะวันออก ผ้าซ่นลาวคร่งม ี
ตกแต่งด้วยการจกลวดลาย และตีนซิ่นตอนล่างปล่อยเว้นให้เป็นผืนผ้าสีแดง การใช้สีหลัก ๆ อยู่ 5 ส ได้แก่ สีแดง สีดา สขาว สเหลือง และสีเขียว ลวดลาย
ี
�
ี
ี
ี
ั
ี
ถือเป็นเอกลักษณ์ท่โดดเด่นของชาวลาวคร่งจนถึงปัจจุบัน สีท่ใช้เป็นสีท่ได้ บนผืนผ้าบ่งบอกถึงความเชื่อและการบอกเล่าเรื่องราวในอดีต กลุ่มลวดลาย
ี
ี
ื
้
ื
�
ี
�
จากธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากมะพูดหรือใบหูกวาง สีนาตาลจากหมากหรือ ท่เกิดจากความเช่อท่ปรากฏอยู่ในนิทานพ้นบ้านหรือตานาน เช่น ลายนาค
ประดู่ สีเทาจากประดู่ย้อมโคลน สีครามได้มาจากต้นครามผสมกับปูนกิน หรืองูใหญ่ ลายหงส์ ลายหงส์คู่ ลายสิงห์ ลายม้า ลายช้าง ลายตัวมอมหรือ
่
ี
์
์
็
้
ี
ิ
ิ
้
ั
่
่
หมาก สีแดงได้มาจากครั่ง ลวดลายบนผืนผ้าของชาวลาวครั่งส่วนใหญ่จะมา คชสห ผาทอลาวครงใชเวลาในการทอคอนขางนาน เปนผลตภณฑทเกดจาก
ั
้
จากสิ่งของใกล้ตัวที่ใช้ในวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมความเชื่อ เช่น ลายนาค ลาย การรังสรรค์ของช่างทอผ้า เป็นการสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ได้รับ
ั
ม้า ลายขอ ลายดอกแก้ว เป็นต้น ลายที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ลายโบราณ การถ่ายทอดจากบรรพบุรุษมาเป็นเวลาหลายช่วอายุคน แสดงให้เห็นถึง
ี
ิ
ี
ี
ลายหม่ลวด และลายหม่ตาผ้าซ่นตีนจก ท่สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของชาว อัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ท่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นความภาคภูมิใจ
ี
ลาวครั่ง เช่น ซิ่นก่าน ซิ่นหมี่ ซิ่นหมี่ตา ซิ่นหมี่น้อย เป็นซิ่นที่ใช้เทคนิคการ ของชุมชนบ้านหนองกระดูกเนื้อ
มัดหมี่เป็นลวดลายแถบเล็ก ๆ สลับด้วยฝ้ายหรือไหมพื้นสีต่าง ๆ ลักษณะที่
ั
ี
58 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 59
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ิ
ั
ี
ั
ิ
ึ
และมัดหม่ โดยใช้ท้งฝ้ายและไหมเป็นองค์ประกอบ ตัวซ่นนิยมทอด้วยเส้น โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ซ่งปรากฏในส่งทอของกลุ่มลาวคร่งก็คือนิยมใช้โครง
ไหมใช้กรรมวิธีมัดหม่เส้นพุ่งเป็นลวดลายด้วยการย้อมสีเดียว และใช้วิธีการ สีวรรณะร้อน เช่น สีแดงเป็นโครงสีหลัก โครงสร้างของผ้าจะแบ่งออกได้เป็น
ี
�
แต้มสีอื่น ๆ เพิ่มเติม หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “แจะ” เป็นการใช้ไม้จุ่มสีมา 3 ส่วน คือ หัวซิ่น ตัวซิ่น และตีนซิ่น ผ้าลาวครั่งเมื่อนามาท�าเป็นผ้าซิ่นความ
แต่งแต้มบนเส้นหม่ เป็นการให้ลวดลายหม่ท่มีสีสันเพ่มข้น ถือเป็นเสน่ห์แบบ สาคัญจะอยู่ท่ “ตีนซ่น” ซ่งในอดีตตีนซ่นต้องเป็นสีแดงเท่าน้น ซ่งคนโบราณ
ึ
ี
ิ
ิ
�
ึ
ี
ี
ี
ั
ึ
ิ
ื
ี
ั
ี
ึ
ด้งเดิมอีกแบบหน่งของมัดหม่ลาวคร่งจากฝีมือของช่างทอในชุมชนบ้านหนอง ใช้สีแทนสัญลักษณ์ถึงท่มาของบรรพบุรุษ สีแดงส่อความหมายแทน “ดวง
ั
ื
ิ
ั
ิ
ิ
ื
ั
ิ
กระดูกเน้อ ผ้าซ่นลาวคร่งมักต่อตีนซ่นด้วยฝ้ายหรือไหม ตีนซ่นตอนบน อาทิตย์” เน่องจากบรรพบุรุษอพยพมาจากทิศตะวันออก ผ้าซ่นลาวคร่งม ี
ตกแต่งด้วยการจกลวดลาย และตีนซิ่นตอนล่างปล่อยเว้นให้เป็นผืนผ้าสีแดง การใช้สีหลัก ๆ อยู่ 5 ส ได้แก่ สีแดง สีดา สขาว สเหลือง และสีเขียว ลวดลาย
ี
�
ี
ี
ี
ั
ี
ถือเป็นเอกลักษณ์ท่โดดเด่นของชาวลาวคร่งจนถึงปัจจุบัน สีท่ใช้เป็นสีท่ได้ บนผืนผ้าบ่งบอกถึงความเชื่อและการบอกเล่าเรื่องราวในอดีต กลุ่มลวดลาย
ี
ี
ื
้
ื
�
ี
�
จากธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากมะพูดหรือใบหูกวาง สีนาตาลจากหมากหรือ ท่เกิดจากความเช่อท่ปรากฏอยู่ในนิทานพ้นบ้านหรือตานาน เช่น ลายนาค
ประดู่ สีเทาจากประดู่ย้อมโคลน สีครามได้มาจากต้นครามผสมกับปูนกิน หรืองูใหญ่ ลายหงส์ ลายหงส์คู่ ลายสิงห์ ลายม้า ลายช้าง ลายตัวมอมหรือ
่
ี
์
์
็
้
ี
ิ
ิ
้
ั
่
่
หมาก สีแดงได้มาจากครั่ง ลวดลายบนผืนผ้าของชาวลาวครั่งส่วนใหญ่จะมา คชสห ผาทอลาวครงใชเวลาในการทอคอนขางนาน เปนผลตภณฑทเกดจาก
ั
้
จากสิ่งของใกล้ตัวที่ใช้ในวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมความเชื่อ เช่น ลายนาค ลาย การรังสรรค์ของช่างทอผ้า เป็นการสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ได้รับ
ั
ม้า ลายขอ ลายดอกแก้ว เป็นต้น ลายที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ลายโบราณ การถ่ายทอดจากบรรพบุรุษมาเป็นเวลาหลายช่วอายุคน แสดงให้เห็นถึง
ี
ิ
ี
ี
ลายหม่ลวด และลายหม่ตาผ้าซ่นตีนจก ท่สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของชาว อัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ท่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นความภาคภูมิใจ
ี
ลาวครั่ง เช่น ซิ่นก่าน ซิ่นหมี่ ซิ่นหมี่ตา ซิ่นหมี่น้อย เป็นซิ่นที่ใช้เทคนิคการ ของชุมชนบ้านหนองกระดูกเนื้อ
มัดหมี่เป็นลวดลายแถบเล็ก ๆ สลับด้วยฝ้ายหรือไหมพื้นสีต่าง ๆ ลักษณะที่
ั
ี
58 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 59
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ุ
ั
�
3) กล่มจักสำน มีการรวมกลุ่มอาชีพทาผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น 4) อำหำรพ้นถ่น เมนูโซเล่ไก่เป็นอาหารของชุมชนลาวคร่งท ่ ี
ื
ิ
�
ู
ี
ิ
�
ตะข้อง ตะกร้า สานจากเชือกฟาง การทอพรมเช็ดเท้า ไม้กวาดก้านมะพร้าว มักจะทากนกันในหม่บ้านในช่วงฤดูเก็บเก่ยวข้าว มานาเสนอให้กับนักท่อง
ี
ิ
กระบวนการของการทางานจักสานน้นมีกรรมวิธีท่ไม่ซับซ้อน แต่ในด้านความ เท่ยวท่มาเยือนยังชุมชนลาวคร่งได้ล้มลอง โดยทาจากไก่โอ่งหรือไก่ตัวผู้
ั
�
ั
�
ี
ี
�
�
ี
คิดสร้างสรรค์แล้วจะเห็นว่าการจักสานเป็นความคิดท่แยบยลและเรียบง่าย รุ่นกระทง วิธีท�าจะนาเนื้อไก่มาสับ นาเครื่องในมาหั่นเป็นชิ้น จุดส�าคัญที่สุด
อย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านประโยชน์ใช้สอยสูง และส่วน คือต้องใส่ก้านกล้วยน�ามาสับรวมกับเน้อไก่ และน�ามารวนให้สุกพร้อมกัน ซ่ง
ึ
ื
ใหญ่ของงานหัตถกรรมจักสานจะใช้วัสดุพ้นบ้านท่หาได้ง่ายในท้องถ่น การ ก้านกล้วยถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการ มีไฟเบอร์สูง ท้งน้ในสมัยก่อนช่วงการ
ี
ั
ี
ื
ิ
�
ี
�
ี
จักสานมีวิธีการทาท่เกิดจากความเรียบง่ายเท่าท่จะทาได้จากวัสดุและ ลงแขกดานาเจ้าภาพจะทาโซเล่ไก่มาเล้ยง พอทุกคนได้กินก็จะร้องว่าแซ่บ
ี
�
�
ั
ั
ี
ี
ื
ิ
ื
ี
เคร่องมือเพียงไม่ก่ช้น ไม่ต้องใช้เคร่องมือท่ยุ่งยากซับซ้อน วัสดุท่ใช้ ได้แก่ เม่อเพ้ยนภาษาลาวคร่งจึงกลายเป็นโซเล่หรือแซ่บหลายน่นเอง และยังมีแจ่ว
ื
ี
ี
ไม้ไผ่ หวาย ใบลาน กกฟาง และแฝก วัสดุเหล่านี้จะถูกตัดเพื่อเตรียมที่จะ มอญ แกงบอน แกงข้เหล็ก ปลาร้าบอง และแกงเปรอะหน่อไม้ ล้วนเป็น
สานถักทอด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน มีมีด กรรไกร คีมเหล็กแหลม การถ่ายทอด อาหารถ่นท่ได้รับความนิยมเอาไว้ต้อนรับนักท่องเท่ยว รวมถึงขนมมีแดก ขนม
ี
ิ
ี
และการเรียนรู้งานจักสานในอดีตโดยส่วนใหญ่น้นจะเป็นการถ่ายทอดสืบต่อ ของชุมชนลาวคร่งบ้านหนองกระดูกเน้อ ซ่งแดกแปลว่าตาหรือโขลก เป็น
ื
ึ
ั
ั
�
ระหว่างกันภายในครอบครัว เป็นอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ประจ�าท้องถิ่นและ เอกลักษณ์ที่ใช้เรียกชื่อขนม คือขนมแดกกล้วย แดกงา แดกข้าวโพด ในงาน
�
ึ
มีการถ่ายทอดจากรุ่นหน่งไปสู่อีกรุ่นหน่ง การถ่ายทอดในอดีตอยู่ในวงแคบ บุญวัฒนธรรมชาวบ้านจะร่วมมือร่วมใจกันในการทาขนมน้แล้วแจกจ่ายไป
ี
ึ
ั
่
ี
ๆ ไม่ค่อยมการสร้างสรรค์ใหม่ แต่ในปัจจบนเปลยนไปตามสงคมและ ให้กบผู้ทมาร่วมงานบญ จงนบเป็นอาหารถนอกประเภทหนงทได้รบความ
ิ
่
่
ึ
ี
ุ
ั
่
ั
่
ี
ี
ี
ั
ั
ึ
ุ
เศรษฐกิจท�าให้การเรียนรู้และการผลิตเป็นไปเพื่อการค้า ท�าให้บางครั้งอาจ สนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก
เกิดผลเสียในเรื่องของคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แต่งานจักสานที่บ้าน
ี
ื
หนองกระดูกเน้อมีลักษณะเด่นในการลดขนาดผลิตภัณฑ์ท่เล็กมาก เพ่อให้
ื
ี
เป็นของท่ระลึกสาหรับนักท่องเท่ยว เช่น พวงกุญแจ ต่างหู เป็นต้น จึงมีความ
ี
�
เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องจักสานที่น่าสนใจ และมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว
ี
ั
60 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 61
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ุ
3) กล่มจักสำน มีการรวมกลุ่มอาชีพทาผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น 4) อำหำรพ้นถ่น เมนูโซเล่ไก่เป็นอาหารของชุมชนลาวคร่งท ่ ี
ั
ิ
ื
�
ิ
ี
�
ู
ตะข้อง ตะกร้า สานจากเชือกฟาง การทอพรมเช็ดเท้า ไม้กวาดก้านมะพร้าว มักจะทากนกันในหม่บ้านในช่วงฤดูเก็บเก่ยวข้าว มานาเสนอให้กับนักท่อง
�
ี
ิ
ั
�
ั
ี
�
กระบวนการของการทางานจักสานน้นมีกรรมวิธีท่ไม่ซับซ้อน แต่ในด้านความ เท่ยวท่มาเยือนยังชุมชนลาวคร่งได้ล้มลอง โดยทาจากไก่โอ่งหรือไก่ตัวผู้
ี
�
ี
คิดสร้างสรรค์แล้วจะเห็นว่าการจักสานเป็นความคิดท่แยบยลและเรียบง่าย รุ่นกระทง วิธีท�าจะนาเนื้อไก่มาสับ น�าเครื่องในมาหั่นเป็นชิ้น จุดส�าคัญที่สุด
อย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านประโยชน์ใช้สอยสูง และส่วน คือต้องใส่ก้านกล้วยน�ามาสับรวมกับเน้อไก่ และน�ามารวนให้สุกพร้อมกัน ซ่ง
ึ
ื
ื
ี
ี
ิ
ั
ใหญ่ของงานหัตถกรรมจักสานจะใช้วัสดุพ้นบ้านท่หาได้ง่ายในท้องถ่น การ ก้านกล้วยถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการ มีไฟเบอร์สูง ท้งน้ในสมัยก่อนช่วงการ
�
�
ี
จักสานมีวิธีการทาท่เกิดจากความเรียบง่ายเท่าท่จะทาได้จากวัสดุและ ลงแขกดานาเจ้าภาพจะทาโซเล่ไก่มาเล้ยง พอทุกคนได้กินก็จะร้องว่าแซ่บ
�
�
ี
ี
ั
ี
ื
ี
ิ
ั
ี
เคร่องมือเพียงไม่ก่ช้น ไม่ต้องใช้เคร่องมือท่ยุ่งยากซับซ้อน วัสดุท่ใช้ ได้แก่ เม่อเพ้ยนภาษาลาวคร่งจึงกลายเป็นโซเล่หรือแซ่บหลายน่นเอง และยังมีแจ่ว
ื
ี
ื
ี
ไม้ไผ่ หวาย ใบลาน กกฟาง และแฝก วัสดุเหล่านี้จะถูกตัดเพื่อเตรียมที่จะ มอญ แกงบอน แกงข้เหล็ก ปลาร้าบอง และแกงเปรอะหน่อไม้ ล้วนเป็น
ิ
ี
สานถักทอด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน มีมีด กรรไกร คีมเหล็กแหลม การถ่ายทอด อาหารถ่นท่ได้รับความนิยมเอาไว้ต้อนรับนักท่องเท่ยว รวมถึงขนมมีแดก ขนม
ี
ั
และการเรียนรู้งานจักสานในอดีตโดยส่วนใหญ่น้นจะเป็นการถ่ายทอดสืบต่อ ของชุมชนลาวคร่งบ้านหนองกระดูกเน้อ ซ่งแดกแปลว่าตาหรือโขลก เป็น
�
ื
ึ
ั
ระหว่างกันภายในครอบครัว เป็นอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ประจ�าท้องถิ่นและ เอกลักษณ์ที่ใช้เรียกชื่อขนม คือขนมแดกกล้วย แดกงา แดกข้าวโพด ในงาน
มีการถ่ายทอดจากรุ่นหน่งไปสู่อีกรุ่นหน่ง การถ่ายทอดในอดีตอยู่ในวงแคบ บุญวัฒนธรรมชาวบ้านจะร่วมมือร่วมใจกันในการทาขนมน้แล้วแจกจ่ายไป
ึ
ี
ึ
�
่
ั
ิ
ึ
ี
ึ
่
ุ
ี
ั
ๆ ไม่ค่อยมการสร้างสรรค์ใหม่ แต่ในปัจจบนเปลยนไปตามสงคมและ ให้กบผู้ทมาร่วมงานบญ จงนบเป็นอาหารถนอกประเภทหนงทได้รบความ
่
ี
่
ั
ุ
ี
่
ั
ั
ี
เศรษฐกิจท�าให้การเรียนรู้และการผลิตเป็นไปเพื่อการค้า ท�าให้บางครั้งอาจ สนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก
เกิดผลเสียในเรื่องของคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แต่งานจักสานที่บ้าน
ื
หนองกระดูกเน้อมีลักษณะเด่นในการลดขนาดผลิตภัณฑ์ท่เล็กมาก เพ่อให้
ื
ี
เป็นของท่ระลึกสาหรับนักท่องเท่ยว เช่น พวงกุญแจ ต่างหู เป็นต้น จึงมีความ
ี
ี
�
เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องจักสานที่น่าสนใจ และมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว
ั
ี
60 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 61
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
5) กำรแสดงของท้องถ่น เป็นการแสดงศิลปะพ้นถ่นเพ่อ
ิ
ื
ื
ิ
ต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยมีชุดการแสดง ดังนี้
�
(1) การแสดงสวรรค์ราแคน ใช้นักแสดง 10-20 คน ระยะเวลาการ
แสดง 12 นาที เป็นการแสดงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลาวครั่ง แสดงพลังสามัคคี
ของคนในชุมชนหลังฤดูเก็บเกี่ยวมาสนุกสนานรื่นเริงกัน
(2) การแสดงฟ้อนแห่ดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย ใช้นักแสดง 10-20
คน ระยะเวลาการแสดง 10 นาที เป็นการแสดงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลาวครั่ง
ี
�
มักนามาแสดงในวันสงกรานต์ เป็นการแสดงท่เน้นการบูชาพระรัตนตรัยและ
�
เป็นการราที่อ่อนช้อย
�
(3) การแสดงฟ้อนตานานกฐิน ใช้นักแสดง 8-16 คน ระยะเวลาการ
แสดง 10 นาที เป็นการแสดงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลาวครั่ง การฟ้อนต้อนรับ
ี
ิ
แขกท่มาร่วมงานบุญกฐินในชุมชน (ชนิษฐา ใจเป็ง และจุรีรัตน์ ศิตศรัตน์,
2564: 100-103)
ี
ั
62 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 63
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
5) กำรแสดงของท้องถ่น เป็นการแสดงศิลปะพ้นถ่นเพ่อ
ิ
ื
ื
ิ
ต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยมีชุดการแสดง ดังนี้
(1) การแสดงสวรรค์ร�าแคน ใช้นักแสดง 10-20 คน ระยะเวลาการ
แสดง 12 นาที เป็นการแสดงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลาวครั่ง แสดงพลังสามัคคี
ของคนในชุมชนหลังฤดูเก็บเกี่ยวมาสนุกสนานรื่นเริงกัน
(2) การแสดงฟ้อนแห่ดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย ใช้นักแสดง 10-20
คน ระยะเวลาการแสดง 10 นาที เป็นการแสดงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลาวครั่ง
�
ี
มักนามาแสดงในวันสงกรานต์ เป็นการแสดงท่เน้นการบูชาพระรัตนตรัยและ
เป็นการราที่อ่อนช้อย
�
(3) การแสดงฟ้อนตานานกฐิน ใช้นักแสดง 8-16 คน ระยะเวลาการ
�
แสดง 10 นาที เป็นการแสดงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลาวครั่ง การฟ้อนต้อนรับ
ิ
แขกท่มาร่วมงานบุญกฐินในชุมชน (ชนิษฐา ใจเป็ง และจุรีรัตน์ ศิตศรัตน์,
ี
2564: 100-103)
ี
ั
62 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 63
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ มีความโดด
เด่นด้านวิถีวัฒนธรรม และได้รับการส่งเสริมการด�าเนินงานตามโครงการ
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของจังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้ชื่อว่า “ตลาด
มีแดก” บ้านหนองกระดูกเนื้อ โดยใช้แนวคิดทุนทางสังคมที่สัมพันธ์กับการ
ขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์
ผู้้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการด�าเนินงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี “ตลาด
มีแดก” บ้านหนองกระดูกเนื้อ พบว่าประสบผลส�าเร็จด้วยดีเพราะมีปัจจัยที่
ส�าคัญ คือ
ั
(1) ทุนทางสังคมของชุมชน คือ อัตลักษณ์วิถีวัฒนธรรมลาวคร่ง การ
ี
พ่งตนเอง และการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงทุนทางพุทธศาสนาท่มีวัดและ
ึ
ึ
พระสงฆ์เป็นพลังส�าคัญส่วนหน่งในการพัฒนาชุมชนในทุกกิจกรรม รวมถึง
กิจกรรมการท่องเที่ยว
ี
(2) การบูรณาการวัฒนธรรมของชุมชนกับการท่องเท่ยว OTOP
นวัตวิถีและผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่การบริหารจัดการยังคงเปนจุดอ่อนที่ควรได ้
์
่
็
รับการพัฒนา นอกจากน้การแข่งขันของตลาดการท่องเท่ยวและสถาน
ี
ี
ี
การณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นความท้าทายท่ส�าคัญในการ
บริหารจัดการของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
ี
(3) แนวทางในการพัฒนาชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี ประกอบ
ี
ื
ด้วยการประยุกต์วิถีชุมชนเพ่อส่งเสริมการท่องเท่ยว การพัฒนาความร่วมมือ
กับหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเท่ยว และการตกแต่งสภาพ
ี
แวดล้อมเพื่อเป็นจุดถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว
ี
ั
64 ชุมชนทองเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท และ พระมหาสุภัค วิรโช 65
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ มีความโดด
เด่นด้านวิถีวัฒนธรรม และได้รับการส่งเสริมการด�าเนินงานตามโครงการ
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีของจังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้ชื่อว่า “ตลาด
มีแดก” บ้านหนองกระดูกเนื้อ โดยใช้แนวคิดทุนทางสังคมที่สัมพันธ์กับการ
ขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์
ผู้้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการด�าเนินงานชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี “ตลาด
มีแดก” บ้านหนองกระดูกเนื้อ พบว่าประสบผลส�าเร็จด้วยดีเพราะมีปัจจัยที่
ส�าคัญ คือ
ั
(1) ทุนทางสังคมของชุมชน คือ อัตลักษณ์วิถีวัฒนธรรมลาวคร่ง การ
ี
พ่งตนเอง และการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงทุนทางพุทธศาสนาท่มีวัดและ
ึ
ึ
พระสงฆ์เป็นพลังส�าคัญส่วนหน่งในการพัฒนาชุมชนในทุกกิจกรรม รวมถึง
กิจกรรมการท่องเที่ยว
ี
(2) การบูรณาการวัฒนธรรมของชุมชนกับการท่องเท่ยว OTOP
นวัตวิถีและผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่การบริหารจัดการยังคงเปนจุดอ่อนที่ควรได ้
์
่
็
รับการพัฒนา นอกจากน้การแข่งขันของตลาดการท่องเท่ยวและสถาน
ี
ี
ี
การณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นความท้าทายท่ส�าคัญในการ
บริหารจัดการของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
ี
(3) แนวทางในการพัฒนาชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี ประกอบ
ี
ื
ด้วยการประยุกต์วิถีชุมชนเพ่อส่งเสริมการท่องเท่ยว การพัฒนาความร่วมมือ
กับหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเท่ยว และการตกแต่งสภาพ
ี
แวดล้อมเพื่อเป็นจุดถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว
ี
ั
64 ชุมชนทองเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท และ พระมหาสุภัค วิรโช 65
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
นอกจากนี้บ้านหนองกระดูกเนื้อยังมีการตกแต่งสภาพแวดล้อมทาง
ธรรมชาติ เพื่อให้เป็นจุดถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว รู้จักกันในชื่อ “ฮอดแล้ว
ื
ึ
นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเน้อ” ซ่งเป็นความพยายามเสนอจุดขายเชิง
ี
ธรรมชาติควบคู่ไปกับการเป็นแหล่งท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรม และยังมีน้อง
ขวัญ น้องข้าว ควายเผือกที่หาชมได้ยาก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ
ั
ี
66 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 67
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
นอกจากนี้บ้านหนองกระดูกเนื้อยังมีการตกแต่งสภาพแวดล้อมทาง
ธรรมชาติ เพื่อให้เป็นจุดถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว รู้จักกันในชื่อ “ฮอดแล้ว
ื
ึ
นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเน้อ” ซ่งเป็นความพยายามเสนอจุดขายเชิง
ี
ธรรมชาติควบคู่ไปกับการเป็นแหล่งท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรม และยังมีน้อง
ขวัญ น้องข้าว ควายเผือกที่หาชมได้ยาก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ
ั
ี
66 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 67
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
03 ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ได้อย่างประสบผลส�าเร็จและสามารถสร้างรายได้
เสริมให้แก่ชาวบ้านหนองกระดูกเนื้อ
จากประสบการณ์พัฒนาการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมท่บ้านหนอง
ี
ี
กระดูกเนื้อผ่านการด�าเนินงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี พบ
ี
ึ
ความจริงประการหน่งว่าทุนทางสังคมมีความเก่ยวพันโดยตรงกับการพัฒนา
บทเรียน ชุมชน โดยเฉพาะทุนวัฒนธรรมมีบทบาทส�าคัญช่วยสร้างเสริมศักยภาพการ
�
ี
ท่องเท่ยว และช่วยเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวบ้านกับผู้นาชุมชนและ
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี หน่วยงานหรือองค์กรท่เก่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเท่ยว ซ่งเม่อประกอบ
ี
ึ
ื
ี
ี
ี
บ้านหนองกระดูกเนื้อ เข้ากับการมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของทุ่งนาท่พัฒนาให้เป็นจุดเช็คอิน
“ฮอดแล้ว นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเนื้อ” ที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมา
ี
ถ่ายรูป จึงมีนักท่องเท่ยวเข้ามามากและช่วยให้ชาวบ้านสามารถขาย
ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ที่ผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวลาวครั่ง ทั้งมีด
โบราณ ผ้าทอลาวครั่ง เครื่องจักสาน และอาหารท้องถิ่น อย่างไรก็ดีบทบาท
ี
จากการศึกษาโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนอง ของทุนวัฒนธรรมในการพัฒนาการท่องเท่ยวยังคงต้องมีผู้นาท่เข้มแข็ง
ี
�
่
ี
ิ
ั
ี
ู
้
ี
็
�
ุ
่
่
ั
กระดูกเนื้อ กล่าวได้ว่าบทบาทของพระมหาสุภัค วิรโช และวัดหนองกระดูก ดงเชนกรณความสาเรจของชมชนทองเทยว OTOP นวตวถ บานหนองกระดก
�
ื
เน้อ มีความชัดเจนท้งในการเป็นกาลังสาคัญขับเคล่อนกิจกรรมสังฆพัฒนา เน้อ มีพระมหาสุภัค วิรโช เจ้าอาวาสวัดหนองกระดูกเน้อ พร้อมกับกานัน
ั
�
ื
�
ื
ื
และงานจิตอาสาสาธารณสงเคราะห์ โดยพระมหาสุภัคได้ใช้วัดหนองกระดูก ผู้ใหญ่บ้าน และปราชญ์ชุมชน ร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการปรับประยุกต์
เน้อเป็นสถานท่ดาเนินกิจกรรม ด้วยการสนับสนุนให้ผู้นาชุมชน ชาวบ้าน ประเพณีและวัฒนธรรมลาวคร่งเพ่อจัดกิจกรรมส�าหรับนักท่องเท่ยวได้อย่าง
ื
ื
�
ี
�
ั
ี
และหน่วยงานราชการท่เก่ยวข้อง เช่น พัฒนาชุมชนอาเภอลาดยาว เหมาะสม และร่วมกันผลักดันสินค้าพื้นบ้านเอกลักษณ์ลาวครั่งให้กลายเป็น
ี
ี
�
ี
ี
วัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาล ผลิตภัณฑ์ OTOP เป็นท่สนใจของนักท่องเท่ยว โดยการท่องเท่ยวเชิง
ี
ลาดยาว และอื่น ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์ปัญหา วัฒนธรรมได้ช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนมีรายได้และชาวบ้านมีอาชีพเสริม
่
ในชุมชนและความต้องการของชาวบ้านหนองกระดูกเน้อ เพ่อกาหนด ผลการศกษาพบประเดนสาคญทสะท้อนภาพการท่องเทยวเชิง
ี
ึ
็
�
�
ื
ื
ั
่
ี
ื
มาตรการขับเคล่อนกิจกรรมต่าง ๆ จนกระท่งสามารถผลักดันโครงการชุมชน วัฒนธรรมในชุมชนบ้านหนองกระดูกเนื้อ ดังนี้
ั
ั
ี
68 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 69
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
03 ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ได้อย่างประสบผลส�าเร็จและสามารถสร้างรายได้
เสริมให้แก่ชาวบ้านหนองกระดูกเนื้อ
จากประสบการณ์พัฒนาการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมท่บ้านหนอง
ี
ี
กระดูกเนื้อผ่านการด�าเนินงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี พบ
ี
ึ
ความจริงประการหน่งว่าทุนทางสังคมมีความเก่ยวพันโดยตรงกับการพัฒนา
บทเรียน ชุมชน โดยเฉพาะทุนวัฒนธรรมมีบทบาทส�าคัญช่วยสร้างเสริมศักยภาพการ
�
ี
ท่องเท่ยว และช่วยเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวบ้านกับผู้นาชุมชนและ
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี หน่วยงานหรือองค์กรท่เก่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเท่ยว ซ่งเม่อประกอบ
ี
ึ
ื
ี
ี
ี
บ้านหนองกระดูกเนื้อ เข้ากับการมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของทุ่งนาท่พัฒนาให้เป็นจุดเช็คอิน
“ฮอดแล้ว นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเนื้อ” ที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมา
ี
ถ่ายรูป จึงมีนักท่องเท่ยวเข้ามามากและช่วยให้ชาวบ้านสามารถขาย
ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ที่ผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวลาวครั่ง ทั้งมีด
โบราณ ผ้าทอลาวครั่ง เครื่องจักสาน และอาหารท้องถิ่น อย่างไรก็ดีบทบาท
ี
จากการศึกษาโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนอง ของทุนวัฒนธรรมในการพัฒนาการท่องเท่ยวยังคงต้องมีผู้นาท่เข้มแข็ง
ี
�
่
ี
ิ
ั
ี
ู
้
ี
็
�
ุ
่
่
ั
กระดูกเนื้อ กล่าวได้ว่าบทบาทของพระมหาสุภัค วิรโช และวัดหนองกระดูก ดงเชนกรณความสาเรจของชมชนทองเทยว OTOP นวตวถ บานหนองกระดก
�
ื
เน้อ มีความชัดเจนท้งในการเป็นกาลังสาคัญขับเคล่อนกิจกรรมสังฆพัฒนา เน้อ มีพระมหาสุภัค วิรโช เจ้าอาวาสวัดหนองกระดูกเน้อ พร้อมกับกานัน
ั
�
ื
�
ื
ื
และงานจิตอาสาสาธารณสงเคราะห์ โดยพระมหาสุภัคได้ใช้วัดหนองกระดูก ผู้ใหญ่บ้าน และปราชญ์ชุมชน ร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการปรับประยุกต์
เน้อเป็นสถานท่ดาเนินกิจกรรม ด้วยการสนับสนุนให้ผู้นาชุมชน ชาวบ้าน ประเพณีและวัฒนธรรมลาวคร่งเพ่อจัดกิจกรรมส�าหรับนักท่องเท่ยวได้อย่าง
ื
ื
�
ี
�
ั
ี
และหน่วยงานราชการท่เก่ยวข้อง เช่น พัฒนาชุมชนอาเภอลาดยาว เหมาะสม และร่วมกันผลักดันสินค้าพื้นบ้านเอกลักษณ์ลาวครั่งให้กลายเป็น
ี
ี
�
ี
ี
วัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาล ผลิตภัณฑ์ OTOP เป็นท่สนใจของนักท่องเท่ยว โดยการท่องเท่ยวเชิง
ี
ลาดยาว และอื่น ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์ปัญหา วัฒนธรรมได้ช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนมีรายได้และชาวบ้านมีอาชีพเสริม
่
ในชุมชนและความต้องการของชาวบ้านหนองกระดูกเน้อ เพ่อกาหนด ผลการศกษาพบประเดนสาคญทสะท้อนภาพการท่องเทยวเชิง
ี
ึ
็
�
�
ื
ื
ั
่
ี
ื
มาตรการขับเคล่อนกิจกรรมต่าง ๆ จนกระท่งสามารถผลักดันโครงการชุมชน วัฒนธรรมในชุมชนบ้านหนองกระดูกเนื้อ ดังนี้
ั
ั
ี
68 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 69
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
1) บ้านหนองกระดูกเน้อมีทุนทางสังคมท่สาคัญ โดยมีวิถีชีวิต สามารถนาศักยภาพของชุมชนท้งต้นทุนด้านธรรมชาติแวดล้อม ต้นทุน
ั
ื
�
ี
�
ู
ิ
ี
ิ
ประเพณี วัฒนธรรม ท่สัมพันธ์กับพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น ประเพณ ี ด้านศลปวฒนธรรมและภมปัญญา มาเป็นหวใจในการขบเคลอนให้ชมชน
ั
ั
ื
่
ั
ุ
“บุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว” ที่เป็นประเพณีส�าคัญของชุมชน รวมถึงมีปราชญ์ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP และจัดกิจกรรมท่องเท่ยวด้วยการนา
ี
�
ั
ชาวบ้านในการสืบสานภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ได้แก่ ปราชญ์ด้านประเพณีลาว วัฒนธรรมและวิถีชุมชนลาวคร่งมาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ให้แก่
ี
ื
ครั่ง ปราชญ์ด้านดนตรีแคนประยุกต์ ปราชญ์ด้านการจักสาน และปราชญ์ นักท่องเท่ยว รวมถึงชาวบ้านหนองกระดูกเน้อสามารถแสดงบทบาทการ
ั
ู
ี
็
ุ
ิ
ุ
้
ี
ั
ี
ด้านช่างตเหลก ทนทางสงคมเหล่านส่งเสรมให้ชมชนมการอย่ร่วมกนอย่าง เป็นเจ้าบ้านที่ดี
ึ
พ่งพาอาศัยกัน เกิดการรวมกลุ่มอาชีพ สนับสนุนการดารงชีวิตตามหลัก 3) แนวทางการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนอง
�
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อีกท้งมีกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาแบบ กระดูกเน้อ มีแนวทางท่สาคัญประกอบด้วย (1) ประยุกต์กิจกรรมเชิง
�
ั
ื
ี
ี
พ่งตนเอง ท้งน้แสดงให้เห็นว่าทุนทางสังคมช่วยสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชุมชนเพ่อส่งเสริมการท่องเท่ยว (2) บูรณาการ
ื
ี
ั
ึ
ชาวบ้านหนองกระดูกเน้อ เม่อผนวกเข้ากับกิจกรรมการท่องเที่ยวในโครงการ ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาการท่องเท่ยวของชุมชน
ี
ื
ื
ี
ี
�
ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี จึงเป็นแนวทางท่สาคัญในการสร้างรายได้แก่ (3) พัฒนาการจัดแต่งสภาพแวดล้อมท่สวยงามของทุ่งนาให้เป็นจุดเช็คอิน
ี
ื
�
ชุมชน ซ่งทุนทางสังคมของบ้านหนองกระดูกเน้อเป็นพ้นฐานสาคัญในการ “ฮอดแล้ว นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเนื้อ” เพื่อเป็นจุดถ่ายภาพของนักท่อง
ึ
ื
ึ
ี
ื
ี
ดาเนินกิจกรรม “ตลาดมีแดก” ซ่งเป็นวัฒนธรรมท่สืบทอดภูมิปัญญาด้าน เท่ยว (4) พัฒนารูปแบบ “ตลาดมีแดก” โดยใช้แนวคิดตลาดพ้นบ้านและ
�
ิ
ื
อาหาร ช่วยให้มีการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ อาหารท้องถ่น (5) พัฒนาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนเพ่อบริหาร
ื
ี
2) การดาเนินการชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี มีการดาเนินงาน จัดการการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรม (6) พัฒนาการประชาสัมพันธ์ผ่านส่อสังคม
�
�
ี
ซ่งเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน มีการบูรณาการกิจกรรมประเพณ ี ออนไลน์ เพ่อเข้าถึงกลุ่มนักท่องเท่ยวรุ่นใหม่ แต่ส่งท่ยังขาดอยูในกระบวนการ
ึ
ี
ี
ิ
ื
และวัฒนธรรมวิถีชุมชนลาวครั่ง ที่สามารถสร้างความน่าสนใจแก่ผู้มาเยือน พัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ คือการจัดท�า
อย่างไรก็ตามพบว่ายังมีปัญหาการสูญหายของบางประเพณีและวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของชุมชน ที่มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน
�
ั
ื
อีกท้งบ้านหนองกระดูกเน้อยังมีข้อจากัดในเร่องของระยะทางท่อยู่ห่างจาก ในการบริหารจัดการท่องเท่ยวของชุมชน และการมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ี
ื
ี
ั
ี
ี
ตัวเมืองนครสวรรค์ จึงส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางของ สินค้า OTOP นวัตวิถี จึงเส่ยงต่อความไม่ย่งยืนในกิจกรรมท่องเท่ยวเชิง
ี
ื
ื
ี
นักท่องเท่ยว และการเช่อมต่อกับแหล่งท่องเท่ยวอ่น ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์ วัฒนธรรม
นอกจากน้บรรจุภัณฑ์ของสินค้าชุมชนก็ยังขาดความน่าสนใจท่สามารถสร้าง
ี
ี
ี
ิ
มูลค่าเพ่มให้แก่ตัวสินค้า และยังขาดการบริหารจัดการด้านการท่องเท่ยวท ่ ี
ี
ั
70 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 71
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
1) บ้านหนองกระดูกเน้อมีทุนทางสังคมท่สาคัญ โดยมีวิถีชีวิต สามารถนาศักยภาพของชุมชนท้งต้นทุนด้านธรรมชาติแวดล้อม ต้นทุน
ั
ื
�
ี
�
ู
ิ
ี
ิ
ประเพณี วัฒนธรรม ท่สัมพันธ์กับพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น ประเพณ ี ด้านศลปวฒนธรรมและภมปัญญา มาเป็นหวใจในการขบเคลอนให้ชมชน
ั
ั
ื
่
ั
ุ
“บุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว” ที่เป็นประเพณีส�าคัญของชุมชน รวมถึงมีปราชญ์ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP และจัดกิจกรรมท่องเท่ยวด้วยการนา
ี
�
ั
ชาวบ้านในการสืบสานภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ได้แก่ ปราชญ์ด้านประเพณีลาว วัฒนธรรมและวิถีชุมชนลาวคร่งมาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ให้แก่
ี
ื
ครั่ง ปราชญ์ด้านดนตรีแคนประยุกต์ ปราชญ์ด้านการจักสาน และปราชญ์ นักท่องเท่ยว รวมถึงชาวบ้านหนองกระดูกเน้อสามารถแสดงบทบาทการ
ั
ู
ี
็
ุ
ิ
ุ
้
ี
ั
ี
ด้านช่างตเหลก ทนทางสงคมเหล่านส่งเสรมให้ชมชนมการอย่ร่วมกนอย่าง เป็นเจ้าบ้านที่ดี
ึ
พ่งพาอาศัยกัน เกิดการรวมกลุ่มอาชีพ สนับสนุนการดารงชีวิตตามหลัก 3) แนวทางการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนอง
�
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อีกท้งมีกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาแบบ กระดูกเน้อ มีแนวทางท่สาคัญประกอบด้วย (1) ประยุกต์กิจกรรมเชิง
�
ั
ื
ี
ี
พ่งตนเอง ท้งน้แสดงให้เห็นว่าทุนทางสังคมช่วยสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชุมชนเพ่อส่งเสริมการท่องเท่ยว (2) บูรณาการ
ื
ี
ั
ึ
ชาวบ้านหนองกระดูกเน้อ เม่อผนวกเข้ากับกิจกรรมการท่องเที่ยวในโครงการ ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาการท่องเท่ยวของชุมชน
ี
ื
ื
ี
ี
�
ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี จึงเป็นแนวทางท่สาคัญในการสร้างรายได้แก่ (3) พัฒนาการจัดแต่งสภาพแวดล้อมท่สวยงามของทุ่งนาให้เป็นจุดเช็คอิน
ี
ื
�
ชุมชน ซ่งทุนทางสังคมของบ้านหนองกระดูกเน้อเป็นพ้นฐานสาคัญในการ “ฮอดแล้ว นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเนื้อ” เพื่อเป็นจุดถ่ายภาพของนักท่อง
ึ
ื
ึ
ี
ื
ี
ดาเนินกิจกรรม “ตลาดมีแดก” ซ่งเป็นวัฒนธรรมท่สืบทอดภูมิปัญญาด้าน เท่ยว (4) พัฒนารูปแบบ “ตลาดมีแดก” โดยใช้แนวคิดตลาดพ้นบ้านและ
�
ิ
ื
อาหาร ช่วยให้มีการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ อาหารท้องถ่น (5) พัฒนาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนเพ่อบริหาร
ื
ี
2) การดาเนินการชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี มีการดาเนินงาน จัดการการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรม (6) พัฒนาการประชาสัมพันธ์ผ่านส่อสังคม
�
�
ี
ซ่งเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน มีการบูรณาการกิจกรรมประเพณ ี ออนไลน์ เพ่อเข้าถึงกลุ่มนักท่องเท่ยวรุ่นใหม่ แต่ส่งท่ยังขาดอยูในกระบวนการ
ึ
ี
ี
ิ
ื
และวัฒนธรรมวิถีชุมชนลาวครั่ง ที่สามารถสร้างความน่าสนใจแก่ผู้มาเยือน พัฒนาชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเนื้อ คือการจัดท�า
อย่างไรก็ตามพบว่ายังมีปัญหาการสูญหายของบางประเพณีและวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของชุมชน ที่มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน
�
ั
ื
อีกท้งบ้านหนองกระดูกเน้อยังมีข้อจากัดในเร่องของระยะทางท่อยู่ห่างจาก ในการบริหารจัดการท่องเท่ยวของชุมชน และการมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ี
ื
ี
ั
ี
ี
ตัวเมืองนครสวรรค์ จึงส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางของ สินค้า OTOP นวัตวิถี จึงเส่ยงต่อความไม่ย่งยืนในกิจกรรมท่องเท่ยวเชิง
ี
ื
ื
ี
นักท่องเท่ยว และการเช่อมต่อกับแหล่งท่องเท่ยวอ่น ๆ ในจังหวัดนครสวรรค์ วัฒนธรรม
นอกจากน้บรรจุภัณฑ์ของสินค้าชุมชนก็ยังขาดความน่าสนใจท่สามารถสร้าง
ี
ี
ี
ิ
มูลค่าเพ่มให้แก่ตัวสินค้า และยังขาดการบริหารจัดการด้านการท่องเท่ยวท ่ ี
ี
ั
70 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 71
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ี
ั
ท้งน้จุดดึงดูดของชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูก อนาคตชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
ี
ื
ั
ื
เน้อ คือการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีพ้นบ้านของชาวลาวคร่ง โดย บ้านหนองกระดูกเนื้อ
ิ
เฉพาะอย่างย่งงานสืบสานวิถีวัฒนธรรมชุมชน “งานบุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว” เดิมพระมหาสุภัค วิรโช มีแนวคิดจะขับเคล่อนกิจกรรมชุมชน
ื
ึ
และ “งานบุญสารทลาว” ซ่งเป็นการทาบุญท่แสดงถึงความกตัญญูต่อส่ง ท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี เพ่อสนับสนุนให้ปี 2564 เป็นปีท่องเท่ยวของชุมชน
ี
�
ิ
ี
ี
ื
ศักดิ์สิทธิ์และบุพการีผู้ล่วงลับไปแล้ว และเป็นประเพณีที่หาดูได้ยากที่ก�าลัง บ้านหนองกระดูกเน้อ แต่ต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเช้อไวรัส
ื
ื
็
ึ
ี
ุ
ั
้
ี
ู
่
ี
ิ
จะสญหายไปจากสังคมไทย งานบญประเพณทงสองจงเปนกจกรรมทมเสนห ์ โควิด-19 ซ่งกลายเป็นเหตุปัจจัยท่ไม่สามารถดาเนินการได้ ดังน้นพระมหาสุภัค
่
�
ึ
ี
ั
ี
ื
ดึงดูดนักท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เข้ามาเย่ยมเยียนบ้านหนองกระดูกเน้อ จึงคิดจะปรับเปลี่ยนให้ปี 2565 เป็นปีท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองกระดูก
ี
ยิ่งมีจุดเช็คอิน “ฮอดแล้ว นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเนื้อ” ที่มีความสวยงาม เนื้อ โดยมีแผนการด�าเนินกิจกรรมการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี คือ
ื
�
ิ
ในเชิงธรรมชาติและสภาพแวดล้อม จึงย่งทาให้บ้านหนองกระดูกเน้อเป็น 1) ส่งเสริมให้จัดกิจกรรมงาน
ี
ี
ั
ิ
แหล่งท่องเท่ยวท่ดึงดูดนักท่องเท่ยวรุ่นใหม่ เพ่มเข้ามาอีกด้วย ดังน้นหาก บุญประเพณีของชุมชนบ้านหนองกระดูก
ี
ื
พิจารณาในภาพรวมการท่องเท่ยวในชุมชนบ้านหนองกระดูกเน้อจึงประสบ เนื้อให้ครบทั้ง 12 เดือน สอดคล้องกับวิถี
ี
ผลสาเร็จอย่างดี ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมแต่ยังเป็นแหล่ง “ฮีตสิบสอง คองสิบส่” ของชุมชนเช้อสาย
�
ี
ี
ื
ิ
�
ี
ท่องเท่ยวท่มีความโดดเด่นเชิงธรรมชาติอีกด้วย ภาพสะท้อนท่สาคัญย่งคือ ลาว เพ่อเปิดโอกาสให้นักท่องเท่ยวได้
ี
ี
ื
ี
บ้านหนองกระดูกเนื้อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีพระมหาสุภัค วิรโช เป็นก�าลัง สัมผัสงานบุญประเพณีของชาวลาวคร่งได้
ั
สาคัญในการพัฒนาร่วมกับผู้นาชุมชน ปราชญ์ชุมชน และชาวบ้านหนอง ทุกเดือน พร้อมกับต้งใจจะสอดแทรก
�
�
ั
กระดูกเนื้อ ซึ่งมีส่วนงานพัฒนาชุมชนอ�าเภอลาดยาวและวัฒนธรรมจังหวัด แนวคดและหลกธรรมคาสอนทางพทธ
ั
�
ิ
ุ
ี
นครสวรรค์ร่วมเป็นพลังขับเคล่อนกิจกรรมการท่องเท่ยวตามแนวทางพลัง ศาสนาในกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีท ่ ี
ื
“บวร” แต่การดาเนินกิจกรรมท้งในปัจจุบันและในอนาคต ยังคงยึดโยงอยู่ จัดข้น เพ่อให้นักท่องเท่ยวได้ซึมซับและ
�
ั
ื
ี
ึ
กับภาวะผู้นาของพระมหาสุภัค วิรโช ในขณะท่ขุมขนและภาคีเครือข่าย เข้าใจหลักธรรมท่จะสามารถนาไป
ี
�
ี
�
ราชการยังไม่สามารถบูรณาการกิจกรรมการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้าน ประยกตใชในการดาเนนชวตประจาวนได ้
�
ั
้
์
�
ิ
ุ
ิ
ี
หนองกระดูกเนื้อ ได้อย่างเข้มแข็ง
ทั้งในวิถีของสังคมเมืองและสังคมชนบท
ั
ี
72 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 73
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ี
ั
ท้งน้จุดดึงดูดของชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูก อนาคตชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
ี
ื
ั
ื
เน้อ คือการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีพ้นบ้านของชาวลาวคร่ง โดย บ้านหนองกระดูกเนื้อ
ิ
เฉพาะอย่างย่งงานสืบสานวิถีวัฒนธรรมชุมชน “งานบุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว” เดิมพระมหาสุภัค วิรโช มีแนวคิดจะขับเคล่อนกิจกรรมชุมชน
ื
ึ
และ “งานบุญสารทลาว” ซ่งเป็นการทาบุญท่แสดงถึงความกตัญญูต่อส่ง ท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี เพ่อสนับสนุนให้ปี 2564 เป็นปีท่องเท่ยวของชุมชน
ี
�
ิ
ี
ี
ื
ศักดิ์สิทธิ์และบุพการีผู้ล่วงลับไปแล้ว และเป็นประเพณีที่หาดูได้ยากที่ก�าลัง บ้านหนองกระดูกเน้อ แต่ต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเช้อไวรัส
ื
ื
็
ึ
ี
ุ
ั
้
ี
ู
่
ี
ิ
จะสญหายไปจากสังคมไทย งานบญประเพณทงสองจงเปนกจกรรมทมเสนห ์ โควิด-19 ซ่งกลายเป็นเหตุปัจจัยท่ไม่สามารถดาเนินการได้ ดังน้นพระมหาสุภัค
่
�
ึ
ี
ั
ี
ื
ดึงดูดนักท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เข้ามาเย่ยมเยียนบ้านหนองกระดูกเน้อ จึงคิดจะปรับเปลี่ยนให้ปี 2565 เป็นปีท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองกระดูก
ี
ยิ่งมีจุดเช็คอิน “ฮอดแล้ว นาพ่อ บ้านหนองกระดูกเนื้อ” ที่มีความสวยงาม เนื้อ โดยมีแผนการด�าเนินกิจกรรมการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี คือ
ื
�
ิ
ในเชิงธรรมชาติและสภาพแวดล้อม จึงย่งทาให้บ้านหนองกระดูกเน้อเป็น 1) ส่งเสริมให้จัดกิจกรรมงาน
ี
ี
ั
ิ
แหล่งท่องเท่ยวท่ดึงดูดนักท่องเท่ยวรุ่นใหม่ เพ่มเข้ามาอีกด้วย ดังน้นหาก บุญประเพณีของชุมชนบ้านหนองกระดูก
ี
ื
พิจารณาในภาพรวมการท่องเท่ยวในชุมชนบ้านหนองกระดูกเน้อจึงประสบ เนื้อให้ครบทั้ง 12 เดือน สอดคล้องกับวิถี
ี
ผลสาเร็จอย่างดี ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมแต่ยังเป็นแหล่ง “ฮีตสิบสอง คองสิบส่” ของชุมชนเช้อสาย
�
ี
ี
ื
ิ
�
ี
ท่องเท่ยวท่มีความโดดเด่นเชิงธรรมชาติอีกด้วย ภาพสะท้อนท่สาคัญย่งคือ ลาว เพ่อเปิดโอกาสให้นักท่องเท่ยวได้
ี
ี
ื
ี
บ้านหนองกระดูกเนื้อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีพระมหาสุภัค วิรโช เป็นก�าลัง สัมผัสงานบุญประเพณีของชาวลาวคร่งได้
ั
สาคัญในการพัฒนาร่วมกับผู้นาชุมชน ปราชญ์ชุมชน และชาวบ้านหนอง ทุกเดือน พร้อมกับต้งใจจะสอดแทรก
�
�
ั
กระดูกเนื้อ ซึ่งมีส่วนงานพัฒนาชุมชนอ�าเภอลาดยาวและวัฒนธรรมจังหวัด แนวคดและหลกธรรมคาสอนทางพทธ
ั
�
ิ
ุ
ี
นครสวรรค์ร่วมเป็นพลังขับเคล่อนกิจกรรมการท่องเท่ยวตามแนวทางพลัง ศาสนาในกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีท ่ ี
ื
“บวร” แต่การดาเนินกิจกรรมท้งในปัจจุบันและในอนาคต ยังคงยึดโยงอยู่ จัดข้น เพ่อให้นักท่องเท่ยวได้ซึมซับและ
�
ั
ื
ี
ึ
กับภาวะผู้นาของพระมหาสุภัค วิรโช ในขณะท่ขุมขนและภาคีเครือข่าย เข้าใจหลักธรรมท่จะสามารถนาไป
ี
�
ี
�
ราชการยังไม่สามารถบูรณาการกิจกรรมการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้าน ประยกตใชในการดาเนนชวตประจาวนได ้
�
ั
้
์
�
ิ
ุ
ิ
ี
หนองกระดูกเนื้อ ได้อย่างเข้มแข็ง
ทั้งในวิถีของสังคมเมืองและสังคมชนบท
ั
ี
72 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 73
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ั
�
2) สร้างบ้านลาวคร่งจาลอง ยุ้งข้าว และศาลแม่โพสพในวิถีของ 3) รับจัดประเพณีแต่งงานแบบลาวคร่ง คู่บ่าวสาวแต่งชุดแบบลาว
ั
ชุมชนลาวคร่ง เพ่อนามาเป็นส่วนหน่งของกิจกรรมการท่องเท่ยวเชิง คร่ง มีการทาบุญประเพณีและมีการจัดบายศรีสู่ขวัญในวิถีของชาวลาว
ื
�
�
ี
ึ
ั
ั
ื
ี
วัฒนธรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนาอย่างครบถ้วน นอกจากจะสร้างเสน่ห์พ้นบ้านให้นักท่องเท่ยวสนใจแล้ว ยังเป็นรูปแบบหน่ง
ึ
และเปิดโอกาสให้นักท่องเท่ยวได้ร่วมมีประสบการณ์ตรงในกิจกรรมร่วม ท่เราจะสามารถอนุรักษ์ประเพณีการแต่งงานแบบลาวคร่งไว้ได้ โดยคาดหวัง
ี
ี
ั
�
�
ลงแขกดานา เก่ยวข้าว ตีข้าว ตลอดจนเข้าร่วมประเพณีงานบุญคูณลานและ ว่าในอนาคตเด็กรุ่นใหม่จะเห็นความสาคัญและมาร่วมรักษาวัฒนธรรม
ี
ั
ั
สู่ขวัญข้าวอย่างเต็มรูปแบบเหมือนวิถีของชาวลาวคร่งในอดีต รวมถึงจะเป็น ประเพณีของบรรพบุรุษชาวลาวคร่งไว้ได้สืบไปอย่างยาวนาน ไม่หลงลืม
ี
ั
ี
�
ั
แรงกระตุ้นให้ญาติโยมท่มาทาบุญท่วัดได้เรียนรู้วิถีด้งเดิมของชาวนาลาวคร่ง วัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนบ้านหนองกระดูกเนื้อ
ุ
ั
ิ
่
และจะพยายามกระตุ้นให้ชาวบ้านหนองกระดูกเน้อหันมาฟื้นฟูวิถีการนวด 4) อนรกษ์ภมปัญญาท้องถนแบบลาวครง ให้เดกและเยาวชนได้
่
็
ั
ื
ิ
ู
ั
ี
็
้
้
่
ื
ุ
้
ี
้
้
ขาวและเกบรักษาข้าวไวในยงเหมอนในอดต สามารถลดการจางรถเกยวขาว เรียนรู้จากปราชญ์ชุมชน ท้งปราชญ์ตีมีด ปราชญ์จักสาน ปราชญ์ทอผ้า หรือ
และกลับมาใช้วิถีการลงแขกเกี่ยวข้าว ปราชญ์แคน โดยกระตุ้นให้เด็กในชุมชนและสามเณรในวัดหนองกระดูกเนื้อ
ื
ิ
ิ
ได้มาฝึกฝนและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถ่นในแต่ละสาขา เม่อเรียนรู้จนเร่มทาได้
�
ี
แล้วจะมอบทุนการศึกษาให้เรียนจนจบการศึกษาตามท่ต้องการ แต่จะต้อง
ิ
มีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถ่นเหล่าน้ให้คงอยู่ในชุมชนบ้าน
ี
หนองกระดูกเนื้อ
5) ขณะนี้พระมหาสุภัค วิรโช พยายามสอดแทรกแผนการพัฒนา
ี
ื
ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ ให้เข้าไปสู่แผนพัฒนา
ของสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครสวรรค์และสานักงานวัฒนธรรม
�
�
ิ
ื
จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจนพยายามเช่อมกับแผนการพัฒนาท้องถ่นของ
องค์การบริหารส่วนต�าบลหนองนมวัว โดยมีประเด็นที่ควรพิจารณาในกรณี
การจัดท�าแผนส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ดังนี้
ั
(1) พฒนาชมชนจงหวดและวฒนธรรมจงหวด ควรมส่วนร่วมกบ
ี
ั
ั
ั
ั
ั
ุ
ั
�
ชุมชนในการวิเคราะห์ข้อจากัด และอุปสรรคต่าง ๆ อย่างรอบด้านในการ
ด�าเนินงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อวางแผนการเสริม
ี
ั
74 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 75
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ั
�
2) สร้างบ้านลาวคร่งจาลอง ยุ้งข้าว และศาลแม่โพสพในวิถีของ 3) รับจัดประเพณีแต่งงานแบบลาวคร่ง คู่บ่าวสาวแต่งชุดแบบลาว
ั
ชุมชนลาวคร่ง เพ่อนามาเป็นส่วนหน่งของกิจกรรมการท่องเท่ยวเชิง คร่ง มีการทาบุญประเพณีและมีการจัดบายศรีสู่ขวัญในวิถีของชาวลาว
ื
�
�
ี
ึ
ั
ั
ื
ี
วัฒนธรรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนาอย่างครบถ้วน นอกจากจะสร้างเสน่ห์พ้นบ้านให้นักท่องเท่ยวสนใจแล้ว ยังเป็นรูปแบบหน่ง
ึ
และเปิดโอกาสให้นักท่องเท่ยวได้ร่วมมีประสบการณ์ตรงในกิจกรรมร่วม ท่เราจะสามารถอนุรักษ์ประเพณีการแต่งงานแบบลาวคร่งไว้ได้ โดยคาดหวัง
ี
ี
ั
�
�
ลงแขกดานา เก่ยวข้าว ตีข้าว ตลอดจนเข้าร่วมประเพณีงานบุญคูณลานและ ว่าในอนาคตเด็กรุ่นใหม่จะเห็นความสาคัญและมาร่วมรักษาวัฒนธรรม
ี
ั
ั
สู่ขวัญข้าวอย่างเต็มรูปแบบเหมือนวิถีของชาวลาวคร่งในอดีต รวมถึงจะเป็น ประเพณีของบรรพบุรุษชาวลาวคร่งไว้ได้สืบไปอย่างยาวนาน ไม่หลงลืม
ี
ั
ี
�
ั
แรงกระตุ้นให้ญาติโยมท่มาทาบุญท่วัดได้เรียนรู้วิถีด้งเดิมของชาวนาลาวคร่ง วัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนบ้านหนองกระดูกเนื้อ
ุ
ั
ิ
่
และจะพยายามกระตุ้นให้ชาวบ้านหนองกระดูกเน้อหันมาฟื้นฟูวิถีการนวด 4) อนรกษ์ภมปัญญาท้องถนแบบลาวครง ให้เดกและเยาวชนได้
่
็
ั
ื
ิ
ู
ั
ี
็
้
้
่
ื
ุ
้
ี
้
้
ขาวและเกบรักษาข้าวไวในยงเหมอนในอดต สามารถลดการจางรถเกยวขาว เรียนรู้จากปราชญ์ชุมชน ท้งปราชญ์ตีมีด ปราชญ์จักสาน ปราชญ์ทอผ้า หรือ
และกลับมาใช้วิถีการลงแขกเกี่ยวข้าว ปราชญ์แคน โดยกระตุ้นให้เด็กในชุมชนและสามเณรในวัดหนองกระดูกเนื้อ
ื
ิ
ิ
ได้มาฝึกฝนและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถ่นในแต่ละสาขา เม่อเรียนรู้จนเร่มทาได้
�
ี
แล้วจะมอบทุนการศึกษาให้เรียนจนจบการศึกษาตามท่ต้องการ แต่จะต้อง
ิ
มีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถ่นเหล่าน้ให้คงอยู่ในชุมชนบ้าน
ี
หนองกระดูกเนื้อ
5) ขณะนี้พระมหาสุภัค วิรโช พยายามสอดแทรกแผนการพัฒนา
ี
ื
ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ ให้เข้าไปสู่แผนพัฒนา
ของสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครสวรรค์และสานักงานวัฒนธรรม
�
�
ิ
ื
จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจนพยายามเช่อมกับแผนการพัฒนาท้องถ่นของ
องค์การบริหารส่วนต�าบลหนองนมวัว โดยมีประเด็นที่ควรพิจารณาในกรณี
การจัดท�าแผนส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ดังนี้
ั
(1) พฒนาชมชนจงหวดและวฒนธรรมจงหวด ควรมส่วนร่วมกบ
ี
ั
ั
ั
ั
ั
ุ
ั
�
ชุมชนในการวิเคราะห์ข้อจากัด และอุปสรรคต่าง ๆ อย่างรอบด้านในการ
ด�าเนินงานโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อวางแผนการเสริม
ี
ั
74 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 75
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
้
สร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถด�าเนินการท่องเที่ยวเชิง เอกสารอำงอิง
วัฒนธรรมได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหา
ุ
ั
(2) พฒนาชมชนจงหวดและวฒนธรรมจงหวด ควรจดแบ่งหน้าท ่ ี
ั
ั
ั
ั
ั
ั
ความรับผิดชอบให้ชัดเจน และพร้อมสนับสนุนทรัพยากรเพ่อการพัฒนา
ื
ี
ุ
ั
ื
่
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยร่วมกับชุมชนจัดท�าแผนงาน กิจกรรม กฤษณะ ดาราเรอง (2564) “แนวทางการพฒนาชมชนท่องเทยว OTOP
�
�
ื
และกาหนดเป้าหมาย เพอพฒนาการท่องเท่ยวให้สอดคล้องกับแหล่ง นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ ตาบลหนองนมวัว อาเภอลาดยาว
ื
่
ี
ั
�
ท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์” วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์. ปีที่ 4
�
การศึกษาคร้งน้คาดหวังว่าจะเป็นบทเรียนสาหรับการดาเนิน ฉบับที่ 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2564), หน้า 105-122.
ั
�
ี
ื
ึ
ื
ี
ี
ี
กิจกรรมการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมในพ้นท่อ่นในอนาคต วัดจะเป็นพ้นท่หน่ง กัลย์ ปิ่นเกษร (2564) “ทุนมนุษย์ (Human Capital)” สาขาวิชาวิทยาการ
ื
จัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช สืบค้นจาก https://mgts-
ื
ในการสนับสนุนการขับเคลอนกจกรรมการท่องเทยว เพราะวัดและพระสงฆ์ ci.stou.ac.th/blog/2021/08/28/human-capital/ [สืบค้นเม่อ 11
ิ
่
ี
่
ื
ื
�
ี
เป็นส่อกลางสาคัญท่จะดึงเอาทุนทางศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และ มกราคม 2564]
ภูมิปัญญาท้องถ่น มาปรับประยุกต์เพ่อผลักดันกิจกรรมการท่องเท่ยวใน จักรมนตรี ชนะพันธ์ (2564) “พิธีจุดประทีปไต้น�้ามัน : วันออกพรรษาของ
ื
ี
ิ
ชุมชนร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาชุมชน ชาวอีสาน” สืบค้นจาก https://www. silpa-mag.com/culture/
จังหวัดและวัฒนธรรมจังหวัด article_11977 [สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2564]
ี
ชนิดา เสง่ยมไพศาลสุข, ผู้แปล. (2548). เศรษฐกิจของทรัพย์สินเชิงสัญ
ลักษณ์. กรุงเทพฯ: โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.
ชนิษฐา ใจเป็ง และจุรีรัตน์ ศิตศิรัตน์ (2564) “การจัดเส้นทางการท่องเที่ยว
ื
�
�
เชิงสร้างสรรค์บ้านหนองกระดูกเน้อตาบลหนองนมวัว อาเภอลาดยาว
จังหวัดนครสวรรค์” วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธ ปีท่ 10 ฉบับท่ 1 (มกราคม–มิถุนายน
ี
ี
2564), หน้า 93-107.
ชมพูนุช ภูฆัง (2558) “ประเพณีแห่ธงสงกรานต์” สืบค้นจาก http://www.
prapayneethai.com/ [สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2564]
ั
ี
76 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 77
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
้
สร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถด�าเนินการท่องเที่ยวเชิง เอกสารอำงอิง
วัฒนธรรมได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหา
ุ
ั
(2) พฒนาชมชนจงหวดและวฒนธรรมจงหวด ควรจดแบ่งหน้าท ่ ี
ั
ั
ั
ั
ั
ั
ความรับผิดชอบให้ชัดเจน และพร้อมสนับสนุนทรัพยากรเพ่อการพัฒนา
ื
ี
ุ
ั
ื
่
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยร่วมกับชุมชนจัดท�าแผนงาน กิจกรรม กฤษณะ ดาราเรอง (2564) “แนวทางการพฒนาชมชนท่องเทยว OTOP
�
�
ื
และกาหนดเป้าหมาย เพอพฒนาการท่องเท่ยวให้สอดคล้องกับแหล่ง นวัตวิถี บ้านหนองกระดูกเน้อ ตาบลหนองนมวัว อาเภอลาดยาว
ื
่
ี
ั
�
ท่องเที่ยวอื่นในจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์” วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์. ปีที่ 4
�
การศึกษาคร้งน้คาดหวังว่าจะเป็นบทเรียนสาหรับการดาเนิน ฉบับที่ 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2564), หน้า 105-122.
ั
�
ี
ื
ึ
ื
ี
ี
ี
กิจกรรมการท่องเท่ยวเชิงวัฒนธรรมในพ้นท่อ่นในอนาคต วัดจะเป็นพ้นท่หน่ง กัลย์ ปิ่นเกษร (2564) “ทุนมนุษย์ (Human Capital)” สาขาวิชาวิทยาการ
ื
จัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราช สืบค้นจาก https://mgts-
ื
ในการสนับสนุนการขับเคลอนกจกรรมการท่องเทยว เพราะวัดและพระสงฆ์ ci.stou.ac.th/blog/2021/08/28/human-capital/ [สืบค้นเม่อ 11
ิ
่
ี
่
ื
ื
�
ี
เป็นส่อกลางสาคัญท่จะดึงเอาทุนทางศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และ มกราคม 2564]
ภูมิปัญญาท้องถ่น มาปรับประยุกต์เพ่อผลักดันกิจกรรมการท่องเท่ยวใน จักรมนตรี ชนะพันธ์ (2564) “พิธีจุดประทีปไต้น�้ามัน : วันออกพรรษาของ
ื
ี
ิ
ชุมชนร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาชุมชน ชาวอีสาน” สืบค้นจาก https://www. silpa-mag.com/culture/
จังหวัดและวัฒนธรรมจังหวัด article_11977 [สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2564]
ี
ชนิดา เสง่ยมไพศาลสุข, ผู้แปล. (2548). เศรษฐกิจของทรัพย์สินเชิงสัญ
ลักษณ์. กรุงเทพฯ: โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.
ชนิษฐา ใจเป็ง และจุรีรัตน์ ศิตศิรัตน์ (2564) “การจัดเส้นทางการท่องเที่ยว
ื
�
�
เชิงสร้างสรรค์บ้านหนองกระดูกเน้อตาบลหนองนมวัว อาเภอลาดยาว
จังหวัดนครสวรรค์” วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธ ปีท่ 10 ฉบับท่ 1 (มกราคม–มิถุนายน
ี
ี
2564), หน้า 93-107.
ชมพูนุช ภูฆัง (2558) “ประเพณีแห่ธงสงกรานต์” สืบค้นจาก http://www.
prapayneethai.com/ [สืบค้นเมื่อ 21 มกราคม 2564]
ั
ี
76 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 77
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ื
ชาติชาย ณ เชียงใหม่. (2543). การบริหารการพัฒนาชนบทเพื่อเสริมสร้าง วัดหนองกระดูกเน้อ (2564) “ประวัติ วัดหนองกระดูกเน้อ” สืบค้นจาก
ื
ความเข้มแข็งของชุมชน. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. https://watnongkraduknuea.com/ temple-history/ [สืบค้น
ื
ิ
ณัฐชัย น่มนวล (2564) “ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถ หนองกระดูกเน้อ” เมื่อ 10 มกราคม 2564]
ี
ี
สืบค้นจาก https://kornwan travel.com/2021/09/06/ [สืบค้น สินาด ตรีวรรณไชย. (2561) “ทุนทางสังคม: ความหมายและความส�าคัญ”.
เมื่อ 17 มกราคม 2564] สืบค้นจาก https://sinadworld.com/ ทุนทางสังคม-ความหมาย
ื
ทัณฑิกา ถนอมนาม (2564) “ชุมชนคุณธรรมวัดหนองกระดูกเน้อ จังหวัด และความส�าคัญ-cefe8d703dfe [สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2564]
�
นครสวรรค์” สืบค้นจาก https://jk.tours/ 2022/01/24/ [สืบค้น สุพรรณี ไชยอาพร. (2546). “ทุนทางสังคมทางเลือกทางรอดของสังคมท ่ ี
เมื่อ 11 มกราคม 2564] ท้าทายนักพัฒนา” วารสารพัฒนาสังคม. 7, 2 (ธันวาคม 2546): 46-
ไทยโพสต์ออนไลน์ (2562) “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” สืบค้นจาก 73. [สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2564]
ั
ื
�
https://www.thaipost.net/main/ detail/27014 [สืบค้นเม่อ สุวรรณี คาม่น และสุจิตราภรณ์ นาคะลักษณ์. (2546). “ทุนทางสังคมกับการ
ื
�
13 มกราคม 2564] เพ่มความม่นคงของมนุษย์” การสัมมนาวิชาการประจาปี 2546 เร่อง
ั
ิ
ธีระพงษ์ โสดาศรี (2562) “OTOP นวัตวิถี” คืออะไร “เรียนรู้ภาษาไทยจาก “ความม่นคงของมนุษย์” กลุ่มท่ 2 สภาพแวดล้อมทางสังคมกับความ
ี
ั
ั
�
ื
ส่อมวลชน” สืบค้นจาก https://www. thailandplus.tv/ar- ม่นคงของมนุษย์, สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
chives/53463 [สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2564] สังคมแห่งชาติ. สืบค้นจาก https://tdri.or.th/wp-content/
โพสต์ทูเดย์ (2561) “แอบส่องนวัตวิถี เที่ยวชมของดีเมืองสุรินทร์” สืบค้น uploads/2013/07/YE2003_2_06. pdf [สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม
จาก https://www.posttoday.com/ life/travel/565940 [สืบค้น 2564]
เมื่อ 19 มกราคม 2564] สุวรรณี พงษ์สุวรรณ์ (2555) “สารทลาว” สืบค้นจาก https://www.goto-
มติชนออนไลน์ 2564 “กรมการพัฒนาชุมชน หนุนการท่องเที่ยวชุมชนจัด know.org/posts/529904 [สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2564]
ี
�
โครงการชุมชนท่องเที่ยว ‘โอท็อป’ นวัตวิถี 100 ชุมชน” สืบค้นได้ สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม (2562) “ฮีตสิบสองครองสิบส่ : บุญ
จาก https://www.matichon.co.th/news-monitor/ คูณลาน” สืบค้นจาก https://www. m-culture.go.th/mahasara-
ื
news_2961762 [สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2564] kham/ewt_news.php?nid=2161&filename=index [สืบค้นเม่อ
วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์ (2548). ทุนทางสังคม. กรุงเทพฯ : โครงการเสริมสร้าง 15 มกราคม 2564]
การเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข เสรี พงศ์พิศ. (2544). แนวคิด แนวปฏิบัติ ประสบการณ์ กองทุนหมู่บ้าน
สวัสดิการชุมชน. กรุงเทพฯ: ภูมิปัญญาไท.
ั
ี
78 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 79
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
ื
ชาติชาย ณ เชียงใหม่. (2543). การบริหารการพัฒนาชนบทเพื่อเสริมสร้าง วัดหนองกระดูกเน้อ (2564) “ประวัติ วัดหนองกระดูกเน้อ” สืบค้นจาก
ื
ความเข้มแข็งของชุมชน. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. https://watnongkraduknuea.com/ temple-history/ [สืบค้น
ื
ิ
ณัฐชัย น่มนวล (2564) “ชุมชนท่องเท่ยว OTOP นวัตวิถ หนองกระดูกเน้อ” เมื่อ 10 มกราคม 2564]
ี
ี
สืบค้นจาก https://kornwan travel.com/2021/09/06/ [สืบค้น สินาด ตรีวรรณไชย. (2561) “ทุนทางสังคม: ความหมายและความส�าคัญ”.
เมื่อ 17 มกราคม 2564] สืบค้นจาก https://sinadworld.com/ ทุนทางสังคม-ความหมาย
ื
ทัณฑิกา ถนอมนาม (2564) “ชุมชนคุณธรรมวัดหนองกระดูกเน้อ จังหวัด และความส�าคัญ-cefe8d703dfe [สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2564]
�
นครสวรรค์” สืบค้นจาก https://jk.tours/ 2022/01/24/ [สืบค้น สุพรรณี ไชยอาพร. (2546). “ทุนทางสังคมทางเลือกทางรอดของสังคมท ่ ี
เมื่อ 11 มกราคม 2564] ท้าทายนักพัฒนา” วารสารพัฒนาสังคม. 7, 2 (ธันวาคม 2546): 46-
ไทยโพสต์ออนไลน์ (2562) “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” สืบค้นจาก 73. [สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2564]
ั
ื
�
https://www.thaipost.net/main/ detail/27014 [สืบค้นเม่อ สุวรรณี คาม่น และสุจิตราภรณ์ นาคะลักษณ์. (2546). “ทุนทางสังคมกับการ
ื
�
13 มกราคม 2564] เพ่มความม่นคงของมนุษย์” การสัมมนาวิชาการประจาปี 2546 เร่อง
ั
ิ
ธีระพงษ์ โสดาศรี (2562) “OTOP นวัตวิถี” คืออะไร “เรียนรู้ภาษาไทยจาก “ความม่นคงของมนุษย์” กลุ่มท่ 2 สภาพแวดล้อมทางสังคมกับความ
ี
ั
ั
�
ื
ส่อมวลชน” สืบค้นจาก https://www. thailandplus.tv/ar- ม่นคงของมนุษย์, สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
chives/53463 [สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2564] สังคมแห่งชาติ. สืบค้นจาก https://tdri.or.th/wp-content/
โพสต์ทูเดย์ (2561) “แอบส่องนวัตวิถี เที่ยวชมของดีเมืองสุรินทร์” สืบค้น uploads/2013/07/YE2003_2_06. pdf [สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม
จาก https://www.posttoday.com/ life/travel/565940 [สืบค้น 2564]
เมื่อ 19 มกราคม 2564] สุวรรณี พงษ์สุวรรณ์ (2555) “สารทลาว” สืบค้นจาก https://www.goto-
มติชนออนไลน์ 2564 “กรมการพัฒนาชุมชน หนุนการท่องเที่ยวชุมชนจัด know.org/posts/529904 [สืบค้นเมื่อ 11 มกราคม 2564]
ี
�
โครงการชุมชนท่องเที่ยว ‘โอท็อป’ นวัตวิถี 100 ชุมชน” สืบค้นได้ สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม (2562) “ฮีตสิบสองครองสิบส่ : บุญ
จาก https://www.matichon.co.th/news-monitor/ คูณลาน” สืบค้นจาก https://www. m-culture.go.th/mahasara-
ื
news_2961762 [สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2564] kham/ewt_news.php?nid=2161&filename=index [สืบค้นเม่อ
วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์ (2548). ทุนทางสังคม. กรุงเทพฯ : โครงการเสริมสร้าง 15 มกราคม 2564]
การเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข เสรี พงศ์พิศ. (2544). แนวคิด แนวปฏิบัติ ประสบการณ์ กองทุนหมู่บ้าน
สวัสดิการชุมชน. กรุงเทพฯ: ภูมิปัญญาไท.
ั
ี
78 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื พินิจ ลาภธนานนท์ และ พระมหาสุภัค วิรโช 79
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน
อาทิตย์ บุดดาดวง และสุพรรณี ไชยอ�าพร (2555) “ความสามารถในการน�า
�
ทุนทางสังคมออกมาใช้ของชุมชน บ้านบางไพร อาเภอบางคนท ี
จังหวัดสมุทรสงคราม” วารสารสมาคมนักวิจัย. ปีท่ 17 ฉบับท่ 1
ี
ี
(มกราคม - เมษายน 2555), หน้า 29-41.
ั
�
เอกรินทร์ ต้งนิธิบุญ และธิติมา เกตุแก้ว (2560) การสารวจและศึกษาทุน
ิ
ทางทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อมในเขตธนบุรี เพ่อพัฒนา
ื
ศักยภาพการจัดการส่งแวดล้อมอย่างย่งยืน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย
ั
ิ
ราชภัฏธนบุรี.
Putnam, Robert D. (2000). Bowling Alone: The Collapse and
Revival of American Community. New York: Simon & Schuster.
ั
ผู้ให้สมภาษณ์
พระมหาสุภัค วิรโช เจ้าอาวาส วัดหนองกระดูกเนื้อ
พระนที นริสฺโร วัดหนองกระดูกเนื้อ
นายสปอด สายหลง ปราชญชาวบ้าน เชี่ยวชาญการตีมีด
นายชุมพร ชิเนนทร ปราชญชาวบ้าน เชี่ยวชาญการจักสาน
นางสาวประณีต อ่อนตา ปราชญชาวบ้าน เชี่ยวชาญการทอผ้าลาวครั่ง
นายฉลวย ไชยเลิศ ปราชญชาวบ้าน เชี่ยวชาญขนมไทยโบราณ
นายสาธิต จ�าปาอินทร์ ปราชญชาวบ้าน เชี่ยวชาญการเพาะเห็ด
ี
ั
80 ชุมชนท่องเท่ยววัฒนธรรม ลาวคร่ง วัดหนองกระดูกเน้อ ื
การมีส่วนร่วมและพึ่งตนเองของชุมชน