หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔
การแสดงนาฏศิลป์ไทยและรำวงมาตรฐาน
รำวงมาตรฐาน
เพลง งามแสงเดือน
รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔
การแสดงนาฏศิลป์ไทยและรำวงมาตราฐาน
จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของรำวง
มาตรฐานเพลงงามแสงเดือนได้ (K)
๒. นักเรียนสามารถปฏิบัติท่ารำวงมาตรฐาน
เพลงงามแสงเดือนได้ (P)
๓. นักเรียนเห็นคุณค่าและใฝ่เรียนรู้ในการเรียน
เรื่องรำวงมาตรฐานที่เป็นศิลปะการแสดงของไทย (A)
รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
รำวงมาตรฐาน
ประวัติความเป็นมา
รำวงมาตรฐาน เป็นการแสดงที่มีวิวัฒนาการ มาจาก
“ รำโทน “ เป็นการรำและร้องของชาวบ้าน ซึ่งจะมีผู้รำทั้งชาย
และหญิง รำกันเป็นคู่ ๆ รอบครกตำข้าวที่วางคว่ำไว้ หรือไม่
ก็รำกันเป็นวงกลม โดยมีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ
ลักษณะการรำและการร้องเป็นไปตามความถนัดไม่มีแบบแผน
กำหนดไว้ คงเป็นการรำและร้องง่ายๆมุ่งเน้นที่ความสนุกสนาน
รื่นเริงเป็นสำคัญเช่นเพลงช่อมาลี เพลงยวนยาเหล เพลงหล่อ
จิงนะดารา เพลงตามองตา และ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ฯลฯ
ด้วยเหตุที่การรำชนิดนี้มีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ
จึงเรียกการแสดงชุดนี้ว่า “ รำโทน “
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ต่อมาเมื่อปี พ .ศ.๒๔๘๗ ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม
เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการละเล่นรื่นเริง
ประจำชาติและเห็นว่าคนไทยนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ถ้าได้มี
การปรับปรุงการเล่นรำโทนให้เป็นระเบียบทั้งเพลงร้อง ลีลาท่ารำ และ
การแต่งกาย จะทำให้การเล่นรำโทนเป็นที่น่านิยมมากยิ่งขึ้น
จึงได้มอบหมายให้กรมศิลปากรปรับปรุงรำโทนขึ้นใหม่
ให้เป็นมาตรฐาน มีการแต่งเนื้อร้อง ทำนองเพลง และนำท่ารำมาจาก
การรำแม่บท นำมากำหนดเป็นท่ารำเฉพาะแต่ละเพลงไว้เป็นมาตรฐาน
อย่างแบบแผน
เมื่อปรับปรุงแบบแผนรำโทน
ให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้นจึงมีการเปลี่ยนแปลง
ชื่อจาก รำโทนเป็น “รำวงมาตรฐาน”
รูปแบบการแต่งกาย
กรมศิลปากรได้กำหนดการแต่งกายชุดรำวงมาตรฐาน
ด้วยการใช้ชุดไทยและชุดสากลนิยม โดยแต่งเป็นคู่ๆ
ทั้งชายและหญิง แต่งสืบมาจนถึงปัจจุบัน
ประกอบด้วย ๔ แบบดังนี้
แบบที่ ๑ แบบชาวบ้าน
แบบที่ ๒ แบบรัชกาลที่ ๕
แบบที่ ๓ แบบสากลนิยม
แบบที่ ๔ แบบราตรีสโมสร
แบบที่ ๑ แบบชาวบ้าน
ชาย นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อคอ
พวงมาลัย เอวคาดผ้าห้อยชายด้านหน้ า
หญิง นุ่งโจงกระเบน ห่มผ้าสไบอัด
จีบ ปล่อยผม ประดับดอกไม้ที่ผมด้าน
ซ้าย คาดเข็มขัด ใส่เครื่องประดับ
แบบที่ ๒ แบบรัชกาลที่ ๕
ชาย นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อ
ราชปะแตน ใส่ถุงเท้า รองเท้า
หญิง นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อ
ลูกไม้ สไบพาดบ่าผูกเป็นโบ ทิ้งชายไว้
ข้างลำตัวด้านซ้าย ใส่เครื่องประดับมุก
แบบที่ ๓ แบบสากลนิยม
ชาย นุ่งกางเกง สวมสูท ผูกเน็กไท
หญิง นุ่งกระโปรงป้ ายข้างยาว
กรอมเท้า ใส่เสื้อคอกลม แขนกระบอก
แบบที่ ๔ แบบราตรีสโมสร
ชาย นุ่งกางเกง สวมเสื้อ
พระราชทาน ผ้าคาดเอวห้อยชายด้าน
หน้ า
หญิง นุ่งกระโปรงยาวจีบหน้ า
นาง ใส่เสื้อจับเดรป ชายผ้าห้อยจากบ่า
ลงไปทางด้านหลัง เปิดไหล่ขวา ศีรษะ
ทำผมเกล้า
เครื่องดนตรี
ที่ใช้ประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน
วงปี่ พาทย์ไม้นวม
เครื่องดนตรีไทยประกอบด้วย
ระนาดเอก กรับพวง
โหม่ง ระนาดทุ้ม
ซออู้ ฉิ่ง
โทน (ชาตรี) ฆ้องวงใหญ่
ฆ้องวงเล็ก ขลุ่ย
โอกาสที่ใช้
เพื่อแสดงและเผยแพร่ให้แก่ประชาชน
ได้รับชม และแสดงในงานรื่นเริงต่างๆ
เนื้อร้อง
รำวงมาตรฐาน
เพลงงามแสงเดือน
งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ)
เราเล่นกันเพื่อสนุก เปลื้องทุกไม่วายระกำ
ขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอย
ความหมายของเพลง
ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทำให้โลกนี้ดูสวยงาม
ผู้คนที่มาเล่นรำวงยามที่แสงจันทร์ส่องก็มีความงดงาม
ในการรำวงนี้ก็เพื่อให้มีความสนุก สนาน
มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป
ท่านาฏยศัพท์
ที่ใช้ประกอบการแสดง
รำวงมาตรฐาน
เพลง งามแสงเดือน
ท่าสอดสร้อยมาลา
วิธีการปฏิบัติ
ท่านาฏยศัพท์
เพลง งามแสงเดือน
ท่าสอดสร้อยมาลา
ส่วนศีรษะ ส่วนมือ ส่วนเท้า
ท่าตั้งวงบนและการจีบ
มือซ้ายจีบหงายที่ชายพก(ระดับหัวเข็มขัด)
ผู้หญิง มือขวาตั้งวงสูงระดับหางคิ้ว
ผู้ชาย มือขวาตั้งวงระดับศีรษะ
หลังจากนั้นเลื่อนมือซ้ายที่จีบให้ห่างออกจากลำตัวเล็กน้อยแล้วปล่อยจีบเป็น
มือแบหงาย มือขวาจีบคว่ำ จากนั้นมือซ้ายพลิกข้อมือขึ้นตั้งวง มือขวาเลื่อนวงลง
ข้างลำตัวเล็กน้อยแล้วเปลี่ยนจากวงเป็นจีบหงายที่ชายพก
การย่ำเท้า
การย่ำเท้า เริ่มย่ำเท้าซ้ายก่อน โดยเท้าที่ย่ำกับมือจีบต้องเป็นข้างเดียวกัน
ให้นับการย่ำเท้า ๘ ครั้งแล้วจึงเปลี่ยนมือ ๑ ครั้ง และศีรษะจะเอียงข้างจีบเสมอ
QR code
วิดีโอการแสดง
รำวงมาตรฐานเพล
ง งามแสงเดือน
https://www.youtube.com/watch?v=nKHvjakucjw
ANN2309.
ช่องทางการติดต่อ