แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔๘
รายวชิ า ภาษาไทย ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ เร่ือง ความรักใดควรใฝ่หา จำนวน ๔ ช่วั โมง
เรื่อง วิเคราะห์วรรณกรรม เวลาเรยี น ๑ ช่วั โมง
๑. สาระการเรยี นรู้และมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่า
และนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง
๒. สาระสำคัญ
การอา่ นวเิ คราะหเ์ น้ือหาจากบทเรยี นเปน็ การเพอื่ จบั ใจความสำคัญแลว้ แสดงความคดิ เห็นเชิง
วิเคราะหแ์ ละประเมินค่า เปน็ พื้นฐานทจ่ี ำเปน็ ในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ จน
สามารถวเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ ในงานเขยี นทกุ ประเภทได้
๓. ตัวชีว้ ัด
ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๕ ตคี วามคำยากในเอกสารวิชาการโดยพิจารณาจากบรบิ ท
ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรปุ เน้อื หาและวรรณกรรมที่อา่ น
ท๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ นพร้อมยกเหตผุ ล
๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๔.๑ ด้านความรู้
นักเรยี นรแู้ ละเขา้ ใจหลกั การอ่านวรรณกรรมได้
๔.๒ ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
นกั เรยี นบอกคณุ ค่าท่ีได้จากการอ่านวรรณกรรมได้
๔.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
มมี ารยาทในการอา่ นและนำเสนอความคิด
๕. สาระการเรียนรู้ / เนื้อหา
บทเรยี นเร่ือง “ ความรักใดควรใฝ่หา ”
๖. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๖.๑ ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
๑. ครเู ปิด วซี ีดเี พลง ปลกุ ใจสยามมานสุ ติ หรอื (ครอู าจเลือกเพลงอืน่ ไดต้ ามความ
เหมาะสม) นักเรยี นฝึกร้องตามและปรบมือให้จังหวะ แลว้ สนทนากับนกั เรยี นถึงเนอ้ื เพลง
ท่นี ักเรียนชื่นชอบหรือมไม่ วา่ มีเนื้อหาอยา่ งไร มีขอ้ คดิ อย่างไร ใหค้ วามรู้สึกอย่างไรแกผ่ ้ฟู ังหรือผ้รู อ้ งบ้าง
ผูฟ้ งั เพลงควรแสดงออกตอ่ ความรกั ชาติ ศาสนา อยา่ งไรบ้างจึงจะเหมาะสม
๖.๒ ขั้นการจดั กจิ รรมการเรยี นรู้
๒. นกั เรียนอ่านในใจ เร่ือง “ความรกั ใดควรใฝ่หา” และตง้ั คน้ หาคำตอบ วา่ เป็นเร่อื งของ
ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมือ่ ไร อยา่ งไร
๖.๓ ขัน้ สรุปความรู้
๕. นักเรยี นช่วยกันซักถามเร่อื งราวท้ังหมดจากกลมุ่ ต่าง ๆ เพอ่ื เป็นการสรุปบทเรียน
๗. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
๗.๑ ส่ือการเรยี นรู้
- หนงั สอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐานภาษาไทย วิวธิ ภาษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓
- ซดี เี พลง บทเพลงปลุกใจ
๗.๒ แหลง่ เรยี นรู้
-
๘. การวดั ผลและประเมินผลการเรยี นรู้
สิ่งทวี่ ัดผล วิธีวัดผล เคร่อื งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมิน
๑. ความร้(ู K)
นักเรยี นรู้และเขา้ ใจหลักการอ่าน การถาม การตอบคำถาม ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
วรรณกรรมได้ คำถาม
๒. ทกั ษะและกระบวนการ (P)
นกั เรยี นบอกคณุ คา่ ท่ีได้จากการอา่ น สงั เกต แบบฝึกเสริมทักษะ รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
วรรณกรรมได้
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
มีมารยาทในการอ่านและนำเสนอ สงั เกต แบบประเมิน ๓ ดมี าก
ความคิด พฤติกรรมการเรยี นรู้ ๒ ดี
๑ ปรบั ปรุง
ลงช่อื
(นายทศพล ลาภจรัสแสงโรจน์)
ครูผูส้ อน
ความคดิ เหน็ ของผบู้ ริหาร
อนมุ ตั ิ ใหใ้ ชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
ไมอ่ นุมตั ิ ให้ใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก.............................
ลงช่อื
(นายเอกบรรจง บญุ ผอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านบงึ “อุตสาหกรรมนุเคราะห”์
บันทึกผลการสอน
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้
............................................................................................................................
๑.๒ ด้านทักษะและกระบวนการ
............................................................................................................................
๑.๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
............................................................................................................................
๒. ปญั หาตา่ งๆ ที่พบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
............................................................................................................................
๓. ขอ้ เสนอแนะเพ่ือปรบั ปรุงแก้ไขในการจัดการเรยี นรคู้ รั้งตอ่ ไป
............................................................................................................................
ลงชอ่ื
( นาย ทศพล ลาภจรัสแสงโรจน์)
ครผู ู้สอน
ความคดิ เหน็ ของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
ทราบ
ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................
ลงชอ่ื
(นางรุศดา บญุ กระพอื )
รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลุม่ บริหารงานวชิ าการ
ความคิดเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
ทราบ
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................
ลงช่ือ
(นายเอกบรรจง บญุ ผ่อง)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๙
รายวชิ า ภาษาไทย ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๘ เร่ือง ความรักใดควรใฝ่หา จำนวน ๔ ช่วั โมง
เรือ่ ง วิเคราะห์วรรณกรรม (ต่อ) เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง
๑. สาระการเรยี นรู้และมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า
และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
๒. สาระสำคัญ
การอ่านวเิ คราะห์เน้ือหาจากบทเรยี นเป็นการเพ่ือจบั ใจความสำคัญแลว้ แสดงความคดิ เหน็ เชิง
วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ค่า เป็นพ้ืนฐานท่จี ำเป็นในการศึกษาหาความรู้ จงึ ควรฝึกฝนใหเ้ กิดความชำนาญ จน
สามารถวเิ คราะหแ์ ละแสดงความคิดเหน็ ในงานเขยี นทกุ ประเภทได้
๓. ตวั ชีว้ ัด
ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จบั ใจความสำคญั จากเรื่องที่อ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๕ ตีความคำยากในเอกสารวิชาการโดยพิจารณาจากบรบิ ท
ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรุปเนอื้ หาและวรรณกรรมท่ีอ่าน
ท๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมท่ีอ่านพร้อมยกเหตผุ ล
๔. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๔.๑ ด้านความรู้
นักเรยี นรู้และเขา้ ใจหลักการอ่านวรรณกรรมได้
๔.๒ ดา้ นทักษะและกระบวนการ
นักเรียนบอกคุณค่าที่ได้จากการอา่ นวรรณกรรมได้
๔.๓ ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์
มีมารยาทในการอา่ นและนำเสนอความคดิ
๕. สาระการเรียนรู้ / เนื้อหา
บทเรยี นเรื่อง “ ความรักใดควรใฝห่ า ”
๖. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๖.๑ ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน
๑. ครทู บทวนความรเู้ ดมิ จากช่ัวโมงท่ีแลว้
๖.๒ ขัน้ การจดั กจิ รรมการเรียนรู้
๒. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ กลมุ่ ละ ๔ – ๖ คน (ประมาณ ๖ กลมุ่ ) ซึง่ จะเปลย่ี นคละ
สมาชิกจากหนว่ ยเดมิ แตล่ ะกลมุ่ ประกอบไปดว้ ยนกั เรียนทม่ี ีระดบั ภมู ิปัญญาสูง กลาง และต่ำ
ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกหัวหนา้ กลุ่ม รองหวั หน้ากลุม่ และเลขานุการกลุ่ม ควรใชก้ ลุม่ เดิมตลอดบทเรยี น โดย
ระดมสมองและวเิ คราะห์ วจิ ารณแ์ สดงความคิดเห็นตามกิจกรรม ดงั นี้
กลุ่ม ๑ ประวัติสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าผูแ้ ตง่ กลมุ่ ๒ ลกั ษณะบทร้อยกรองที่ปรากฏในเร่อื ง
กลุม่ ๓ จดั ลำดบั เหตกุ ารณ์ของเรื่อง กลุ่ม ๔ ค้นหาคำศัพท์ทีป่ รากฏในบทเรยี น
กล่มุ ๕ ตวั ละครและลักษณะนสิ ยั ของตัวละคร กลมุ่ ๖ ข้อคดิ ทไ่ี ด้จากเนอื้ เรื่อง
๖.๓ ข้นั สรุปความรู้
๓. นักเรียนชว่ ยกันซกั ถามเรอ่ื งราวทั้งหมดจากกลมุ่ ต่าง ๆ เพอ่ื เป็นการสรปุ บทเรียน
๗. ส่อื การเรียนร้/ู แหล่งเรยี นรู้
๗.๑ สอื่ การเรยี นรู้
- หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทย วิวธิ ภาษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
๗.๒ แหลง่ เรยี นรู้
-
๘. การวัดผลและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ส่ิงที่วดั ผล วิธีวัดผล เครื่องมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
๑. ความร(ู้ K)
นักเรยี นรู้และเข้าใจหลกั การอ่าน การถาม การตอบคำถาม รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
วรรณกรรมได้ คำถาม
๒. ทักษะและกระบวนการ (P)
นกั เรยี นบอกคณุ ค่าท่ีได้จากการอ่าน สงั เกต แบบฝกึ เสรมิ ทักษะ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
วรรณกรรมได้
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
มีมารยาทในการอา่ นและนำเสนอ สังเกต แบบประเมนิ ๓ ดมี าก
ความคิด พฤติกรรมการเรียนรู้ ๒ ดี
๑ ปรับปรุง
ลงช่ือ
(นายทศพล ลาภจรสั แสงโรจน์)
ครผู ู้สอน
ความคดิ เหน็ ของผบู้ ริหาร
อนมุ ตั ิ ใหใ้ ชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
ไมอ่ นุมตั ิ ให้ใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก.............................
ลงช่อื
(นายเอกบรรจง บญุ ผอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านบงึ “อุตสาหกรรมนุเคราะห”์
บันทกึ ผลการสอน
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้
............................................................................................................................
๑.๒ ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
............................................................................................................................
๑.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
.................................................................................................. ..........................
๒. ปญั หาตา่ งๆ ทีพ่ บจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
............................................................................................................................
๓. ขอ้ เสนอแนะเพื่อปรบั ปรุงแกไ้ ขในการจัดการเรยี นร้คู ร้ังตอ่ ไป
............................................................................................................................
ลงช่อื
( นาย ทศพล ลาภจรัสแสงโรจน์)
ครูผ้สู อน
ความคดิ เหน็ ของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
ทราบ
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................
ลงชือ่
(นางรศุ ดา บุญกระพอื )
รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลุม่ บริหารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
ทราบ
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................
ลงช่ือ
(นายเอกบรรจง บญุ ผอ่ ง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านบงึ “อุตสาหกรรมนุเคราะห์
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๕๐
รายวชิ า ภาษาไทย ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๘ เร่อื ง ความรกั ใดควรใฝห่ า จำนวน ๔ ช่วั โมง
เรอ่ื ง วเิ คราะหว์ รรณกรรม (ตอ่ ) เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง
๑. สาระการเรยี นรแู้ ละมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณคา่
และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ
๒. สาระสำคญั
การอ่านวเิ คราะห์เนื้อหาจากบทเรียนเป็นการเพื่อจับใจความสำคัญแล้วแสดงความคิดเหน็ เชงิ
วิเคราะห์และประเมนิ คา่ เป็นพนื้ ฐานทีจ่ ำเปน็ ในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ จน
สามารถวเิ คราะห์และแสดงความคดิ เหน็ ในงานเขียนทกุ ประเภทได้
๓. ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จบั ใจความสำคญั จากเร่ืองท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๕ ตีความคำยากในเอกสารวชิ าการโดยพิจารณาจากบรบิ ท
ท ๕.๑ ม. ๑/๑ สรปุ เนือ้ หาและวรรณกรรมท่ีอ่าน
ท๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผล
๔. จุดประสงค์การเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้
นกั เรียนรูแ้ ละเข้าใจหลกั การอ่านวรรณกรรมได้
๔.๒ ดา้ นทักษะและกระบวนการ
นักเรียนบอกคุณคา่ ที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมได้
๔.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มีมารยาทในการอ่านและนำเสนอความคิด
๕. สาระการเรียนรู้ / เนอื้ หา
บทเรยี นเร่อื ง “ ความรักใดควรใฝห่ า ”
๖. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๖.๑ ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน
๑. ครูและนกั เรียนพดู คุยเกี่ยวกับเรอ่ื งการออกมาพูดหน้าช้นั เรยี น
๖.๒ ขั้นการจดั กจิ รรมการเรยี นรู้
๒. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ใหต้ วั แทนมารายงานหนา้ ชน้ั โดยได้จากการจับสลากเพอ่ื ให้นกั เรียนทุก
คนในกลุ่มไดเ้ ตรียมตวั และตวิ นักเรียนทีอ่ ่อนให้มคี วามรู้
๖.๓ ขนั้ สรุปความรู้
๓. นกั เรยี นชว่ ยกนั ซักถามเร่อื งราวทั้งหมดจากกลุ่มต่าง ๆ เพอื่ เปน็ การสรุปบทเรียน
๗. สื่อการเรียนร/ู้ แหลง่ เรยี นรู้
๗.๑ สื่อการเรียนรู้
- หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย วิวิธภาษา ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓
- ซดี ีเพลง บทเพลงปลุกใจ
๗.๒ แหลง่ เรียนรู้
-
๘. การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
สิง่ ท่วี ดั ผล วิธีวัดผล เครอื่ งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
๑. ความรู(้ K)
นกั เรยี นรู้และเข้าใจหลกั การอ่าน การถาม การตอบคำถาม รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
วรรณกรรมได้ คำถาม
๒. ทักษะและกระบวนการ (P)
นกั เรียนบอกคณุ คา่ ท่ีไดจ้ ากการอ่าน สังเกต แบบฝกึ เสริมทักษะ รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
วรรณกรรมได้
๓. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
มีมารยาทในการอา่ นและนำเสนอ สงั เกต แบบประเมิน ๓ ดีมาก
ความคดิ พฤติกรรมการเรยี นรู้ ๒ ดี
๑ ปรบั ปรุง
ลงชอื่
(นายทศพล ลาภจรสั แสงโรจน์)
ครูผ้สู อน
ความคิดเห็นของผูบ้ ริหาร
อนุมตั ิ ใหใ้ ชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
ไม่อนุมตั ิ ให้ใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เนือ่ งจาก.............................
ลงชือ่
(นายเอกบรรจง บุญผอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นบงึ “อตุ สาหกรรมนุเคราะห”์
บนั ทึกผลการสอน
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้
............................................................................................................................
๑.๒ ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
............................................................................................................................
๑.๓ ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
............................................................................................................................
๒. ปญั หาตา่ งๆ ท่พี บจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
............................................................................................................................
๓. ขอ้ เสนอแนะเพื่อปรับปรงุ แก้ไขในการจัดการเรียนรคู้ ร้ังตอ่ ไป
............................................................................................................................
ลงชื่อ
( นาย ทศพล ลาภจรัสแสงโรจน์)
ครผู ู้สอน
ความคดิ เห็นของรองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ทราบ
ข้อเสนอแนะ
......................................................................................................................... ...
ลงช่ือ
(นางรุศดา บญุ กระพือ)
รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา
ทราบ
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................
ลงช่ือ
(นายเอกบรรจง บญุ ผอ่ ง)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นบงึ “อุตสาหกรรมนุเคราะห์
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๕๑
รายวชิ า ภาษาไทย ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๘ เร่อื ง ความรักใดควรใฝ่หา จำนวน ๔ ช่วั โมง
เรื่อง พนิ ิจคณุ คา่ วรรณกรรม เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง
๑. สาระการเรียนรแู้ ละมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นส่อื สาร เขียนเรยี งความ ย่อความ และเขยี นเรอื่ งราวใน
รูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
๒. สาระสำคัญ
การเรียนรวู้ รรณกรรมนอกจากผ้เู รยี นจะไดร้ บั รสทางดา้ นวรรณศลิ ป์ แล้วผู้เรยี นยังไดร้ ับการซึมซบั
ทางด้านคุณค่าในดา้ นต่างๆด้วยการทผ่ี ู้แต่งสอดแทรกไว้ในคำประพนั ธใ์ ห้ผู้อ่านผเู้ รียนได้ข้อคิดไปพร้อมๆกบั
การอ่านเน้ือหาแล้วนำข้อคิดเหลา่ น้ันมาใชก้ บั ชีวติ ประจำวันได้
๓. ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ม. ๑/๒ จับใจความสำคญั จากเรื่องท่ีอา่ น
ท ๕.๑ ม. ๑/๓ อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ า่ น
ท ๕.๑ ม. ๑/๔ สรปุ ความรแู้ ละข้อคดิ จากการอ่านเพ่ือประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
๔. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๔.๑ ดา้ นความรู้
นักเรยี นระบุข้อคิดและคุณคา่ ทีไ่ ดจ้ ากการอ่านวรรณกรรมได้
๔.๒ ด้านทักษะและกระบวนการ
นักเรียนแสดงความคดิ เห็นเชิงวเิ คราะห์ และประเมนิ คา่ ได้อย่างมีเหตุผล
๔.๓ ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
มมี ารยาทในการอ่าน
๕. สาระการเรยี นรู้ / เนอ้ื หา
ขอ้ คิดจาก เร่ือง ความรักใดควรใฝ่หา
๖. กิจกรรมการเรียนรู้
๖.๑ ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
๑.นักเรียนเข้ากล่มุ ตามเดมิ จากช่ัวโมงที่แลว้ ครูนำนักเรยี นทบทวนเพลงปลุกใจ
สยามมานสุ ติ ปรบมือใหจ้ งั หวะประกอบ
๖.๒ ขน้ั การจัดกิจรรมการเรียนรู้
๒. ครูเปดิ วิซดี เี พลง รกั ชาติ หรอื ครูร้องเพลงให้ฟงั นกั เรียนฝกึ รอ้ งและปรบมอื ให้จงั หวะ
ประกอบ ซง่ึ เปน็ เพลงในเรื่อง ของ เรอื่ งใดควรใฝ่หา
๓. นักเรยี นแต่ละกลุ่มวิเคราะหว์ รรณกรรม เร่อื ง เพ่ือนกันในบทเรียน ตามประเดน็ ดังน้ี
- ตัวละครและนสิ ัยตวั ละครท่ีปรากฏในเรอ่ื ง
- ขอ้ คิดท่ีได้จากวรรณกรรม
- คุณคา่ ในด้าน วรรณศลิ ป์ สังคม คณุ ธรรม และภมู ิปัญญา
- วัฒนธรรมความเชื่อทปี่ รากฏในเร่อื ง
- ภาษาและคำศัพท์ที่ปรากฏในเรอื่ ง
๔. จากนน้ั ส่งตวั แทนมารายงานท่หี น้าชัน้ เรียนทีละกลุ่ม โดยการจับสลากตวั แทนท่ี
ออกมารายงานหนา้ ชนั้ เพอื่ ให้นกั เรยี นทุกคนไดเ้ ตรยี มตัวและมีความรูเ้ ท่าๆกนั ครปู ระเมนิ ผลและประกาศ
ผลการประเมนิ
๖.๓ ขัน้ สรปุ ความรู้
๕. ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรุปบทเรยี น
๗. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
๗.๑ สือ่ การเรยี นรู้
- หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย ววิ ิธภาษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๓
- วซิ ดี เี พลง รกั ชาติ
๗.๒ แหล่งเรยี นรู้
-
๘. การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้
สง่ิ ที่วัดผล วธิ ีวดั ผล เคร่อื งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
การตอบคำถาม รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
๑. ความร้(ู K)
แบบฝกึ เสริมทักษะ รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
นักเรียนระบขุ ้อคดิ และคณุ ค่าทไ่ี ดจ้ าก การถาม
แบบประเมนิ ๓ ดมี าก
การอา่ นวรรณกรรมได้ คำถาม พฤติกรรมการเรียนรู้ ๒ ดี
๑ ปรับปรงุ
๒. ทักษะและกระบวนการ (P)
นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ เชิง สังเกต
วิเคราะห์ และประเมนิ คา่ ได้อย่างมี
เหตผุ ล
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นมีมารยาทในการอา่ น สังเกต
ลงชื่อ
(นายทศพล ลาภจรัสแสงโรจน์)
ครผู ้สู อน
ความคิดเหน็ ของผบู้ ริหาร
อนมุ ตั ิ ให้ใช้แผนการจัดการเรียนรู้
ไม่อนุมัติ ให้ใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก.............................
ลงชอื่
(นายเอกบรรจง บญุ ผอง)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบงึ “อตุ สาหกรรมนุเคราะห์”
บนั ทึกผลการสอน
๑. ผลการจดั การเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้
............................................................................................................................
๑.๒ ดา้ นทักษะและกระบวนการ
....................................................................................................... .....................
๑.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
............................................................................................................................
๒. ปัญหาตา่ งๆ ทพ่ี บจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
............................................................................................................................
๓. ขอ้ เสนอแนะเพ่ือปรบั ปรงุ แกไ้ ขในการจดั การเรยี นรู้คร้ังต่อไป
................................................................................................. ...........................
ลงช่อื
( นาย ทศพล ลาภจรสั แสงโรจน์)
ครูผ้สู อน
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการโรงเรียนกล่มุ บริหารงานวชิ าการ
ทราบ
ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................
ลงชือ่
(นางรุศดา บุญกระพอื )
รองผู้อำนวยการโรงเรยี นกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
ความคดิ เห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ทราบ
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................
ลงชอื่
(นายเอกบรรจง บญุ ผ่อง)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห์