KAIZEN
SUGGESTION
"The starting point for
improvment is to
recognize the need"
Masaaki Imai
Founder of Kaizen institute
คํานาํ
เมอื พบปญหาในเรอื งคณุ ภาพ หรอื กระบวนการทํางานตา่ งๆ เรา
จาํ ตอ้ งเรง่ คดิ วเิ คราะหห์ าหนทางแกไ้ ข หรอื เปลยี นแปลงวธิ กี ารทํางาน
ใหม่ เพอื ขจดั ปญหา ลดปญหาและอุปสรรคทเี กดิ ขนึ โดยกระบวนการ
ตรวจสอบปญหา จนกระทงั เปลยี นแปลงการทํางานเพอื ลดปญหาเหลา่
นี คอื หลกั การของไคเซน
ดงั นนั ผจู้ ดั ทําจงึ ไดจ้ ดั ทําหนงั สอื Kaizen Suggestion ขนึ
เพอื ใหค้ วามรแู้ กบ่ ุคคลทสี นใจ และยงั มงุ่ หวงั ใหท้ า่ นทงั หลายสามารถ
นาํ ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านในองคก์ รตอ่ ไป
ทางผู้จัดทําหวงั เปนอย่างยิงวา่ พืนฐานความรูท้ ีเปนประโยชน์
จากหนังสือเล่มนี จะชว่ ยให้เกิดการพัฒนาแนวคิดด้านการปรบั ปรุง
สิงต่างๆภายในองค์กร และสามารถนาํ ไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั ได้
ผจู้ ดั ทํา
สารบญั
1 ไคเซน็ คืออะไร
3 ขนั ตอนในการปรบั ปรุงงานตามแนวคิดไคเซน็
4 1. มองหาโอกาส / กําหนดเรอื งทีควรจะปรบั ปรุง
10 2. ค้นหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไข
13 3. กําหนดผล / เปาหมายทีต้องการจากการปรบั ปรุง
14 4. ลงมอื ปฏิบตั ิ
18 5. วดั ผล รกั ษาไวเ้ ปนมาตรฐานใหม่
19 ฟอรม์ การเขยี นไคเซน็
22 สงิ ทีไมค่ วรเสนอเปนผลงานไคเซน็
24 แบบทดสอบและบรรณานกุ รม
1
KAI = Change
ZEN = Good
KAIZEN
=
Continal Improvment
ไคเซน็ คืออะไร?
Kaizen (ไคเซน็ ) เปนการปรบั ปรุง เพอื การรกั ษาสภาพและปรบั ปรุงเพอื ใหด้ ี
ขนึ อยา่ งต่อเนอื งทีละเล็กทีละน้อย ผสมผสานไปกับการปรบั ปรุงแบบก้าวกระโดด
หรอื Innovation มแี นวคิดมาจาก Dr.Masaaki Imai ชาวญปี ุน ผเู้ ขยี น
หนงั สอื "Kaizen : The key to Japan's Competitive Success" ซงึ
เปนทีแพรห่ ลายในบรษิ ัทขนาดใหญท่ ังแถบเอเชยี และตะวนั ตก
เปาหมายของ Kaizen
Productivity ผลการดําเนนิ งานดีขนึ เชน่ ผใู้ ชบ้ รกิ ารมากขนึ
Quality คณุ ภาพ/ความพงึ พอใจเพมิ ขนึ
Cost ต้นทนุ การทํางานลดลง
Delivery การรอคอยลดลง
Safety ความเสยี งของผใู้ หแ้ ละผรู้ บั บรกิ ารลดลง
Moral ความพงึ พอใจของผใู้ หบ้ รกิ ารเพมิ ขนึ การขาดงานลดลง
Environment คะแนน 5 ส. เพมิ ขนึ บรรยากาศนา่ ทํางาน
Ethics ขอ้ รอ้ งเรยี นลดลง คําชมเชยเพมิ ขนึ
2
แนวทางในการปรบั ปรุงงาน
1) ลดสงิ ไมด่ ี (Reduce)
R
2) ปรบั ปรุงสงิ ดีใหด้ ีขนึ เรอื ย ๆ (Improvement)
I
3) รกั ษาสงิ ดีไว้ (Maintain)
M
4) ปองกันสงิ ไมด่ ีไมใ่ หเ้ กิดขนึ (Prevention)
ZERO
P
3
ขนั ตอนในการปรบั ปรุงงานตาม
แนวคิดไคเซน็
1. มองหาโอกาส / กําหนดเรอื งทีควรจะปรบั ปรุง
2. ค้นหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไข
3. กําหนดผล / เปาหมายทีต้องการจากการปรบั ปรุง
4. ลงมอื ปฏิบตั ิ
5. วดั ผล รกั ษาไวเ้ ปนมาตรฐานใหม่
Act Plan
Check DO
4
1 มองหาโอกาส / กําหนดเรอื งทีควร
จะปรบั ปรุง
- เปรยี บเทียบกับมาตรฐานการทํางาน
- เปรยี บเทียบกับสถานการณใ์ นอดีต
- เปรยี บเทียบกับหนว่ ยงาน/องค์กรอืนๆ
- สงิ ทีสง่ ผลกระทบต่อความพงึ พอใจของลกู ค้า
- สงิ ทีสรา้ งความยุง่ ยาก ลําบากในการทํางาน
- ความสญู เปล่าในการทํางาน (7 Wastes)
5
การพจิ าณาเลือกหวั ขอ้ ปญหามาทําไคเซน็
• เปนปญหาจรงิ ทีเกิดขนึ บอ่ ยๆ ผลกระทบสงู
• เกียวกับกระบวนการทํางานทีสาํ คัญ (Core process)
• แก้ไขได้ภายในเวลาอันสนั ไมม่ คี ่าใชจ้ า่ ย
• กล่มุ ทําได้เอง
ตัวอยา่ งแนวทางการค้นปญหา ท่รี องแบบเรยี บ
ตองเอือ้ ม กม เงย
1. ปญหาเกียวกับตัวพนกั งาน
- รูส้ กึ มคี วามลําบากในการทํางาน
- มอี ุบตั ิเหตเุ กิดขนึ บอ่ ย
- ขาดการประสานงาน
- ทํางานไมไ่ ด้เปาหมาย
- งานผดิ พลาดบอ่ ย
2. ปญหาเรอื งความสกปรก ไมเ่ ปนระเบยี บ
เรยี บรอ้ ย ภายในสถานทีทํางาน
เปลยี่ นเปนไซโล
ตักไดเ ลย
6
เครอื งมอื (Tools) ทีใชใ้ นการค้นหาปญหา หรอื จุดทีต้อง
ปรบั ปรุง
• ใบตรวจสอบ Check sheet
แผน่ บนั ทกึ ขอ้ มลู ทเี ราเตรยี มเอาไวล้ ว่ งหนา้ เพอื ใชบ้ นั ทกึ ราย
ละเอยี ดทเี ราสนใจ และทําใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทเี ราตอ้ งการเพอื นาํ ไปใชใ้ นการ
คน้ หาปญหาหรอื สงิ ทตี อ้ งปรบั ปรงุ ตอ่ ไป
โดยการออกแบบจะต้องกําหนดเปาหมายในการจดั ทํา และ
การใชใ้ หช้ ดั เจน เพอื ทําใหไ้ ด้หวั ขอ้ และรายละเอียดทีต้องการ
อยา่ งเหมาะสม ไมม่ หี วั ขอ้ ซาํ กัน หรอื จาํ นวนหวั ขอ้ ละเอียดมาก จน
ทําใหเ้ สยี เวลามาก หรอื มหี วั ขอ้ ใน check sheet น้อยเกินไป
ก็อาจทําใหเ้ ราขาดขอ้ มูลทีสาํ คัญ
7
เครอื งมอื (Tools) ทีใชใ้ นการค้นหาปญหา หรอื จุดทีต้อง
ปรบั ปรุง
• กฎ 80/20 ของ Pareto Chart
100% ผลลพั ธ์
80% 80%
50%
0%
การกระทาํ
20%
20% 80%
80%
80% 20%
20%
เปนหลักการของนักเศรษฐศาสตรช์ าวอิตาลี Vilfredo Pareto ทีวา่
ปญหาส่วนใหญ่ (80% ของปญหาทีม)ี มาจากสาเหตุส่วนน้อย (20%
ของสาเหตุทังหมด) เมอื เจอสาเหตุหรอื ปญหาเหล่านันแล้ว เลือกปญหา
หลักหรอื ข้อผิดพลาดทีพบอันดับต้นๆ มาทําการแก้ไข เพือไมใ่ หเ้ กิดปญหา
ซาํ ๆ
8
3 GEN หรือ หลัก 3 จริง เพือการไคเซ็น
หลักการนีเปนเรืองเกียวกับความจริงในทีทํางาน เพราะคนญีปุนมักจะ
พู ดว่า “อย่าเชือข้อมูลในคอมพิวเตอร์มากนัก ให้ไปดูหน้างานด้วยจะได้
เข้าใจ ถ้ามัวนังเทียนอยู่กับโต๊ะ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิงนันเปนความจริง
หรือเปล่า อย่าเชือใครง่ายๆ ถ้าไม่เห็นกับตา”
現場(げんば) GENBA (เก็นบะ) : สถานทีเกิดกิจกรรม / หน้างานจริง
現場(げんば) GENBUTSU(เก็นบุสึ) : สิงของจริง ปญหาจริง
現実(げんじつ) GENJITSU(เก็นจิสึ) : ข้อมูลจริง สภาพแวดล้อมทีเกิดขึนจริง
現場 GENBA (เก็มบะ) คือ สถานทีจริง
เมือเกิดปญหาขึนเราต้องเข้าไปตรวจดูสถานทีเกิดเหตุ
จริงด้วยตัวของเราเอง เราควรเข้าไปดูให้เห็นกับตา
現物 GENBUTSU (เก็มบุสึ) คือ ชินงานจริง
เราต้องเข้าไปดูชินงานทีเกิดความเสียหายด้วยตาของเรา
เอง ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักปญหานีเปนอย่างดีก็ตาม เพราะอาการ
ในแต่ละครังอาจจะแตกต่างจากทีเราเคยเห็นมาก่อนก็ได้
現実 GENJITSU (เก็นจิสึ) คือ ข้อเท็จจริง
เราต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือเรืองราวต่างๆที
เกิดขึนจริง โดยดูข้อมูลรอบด้านทีเกียวข้องอย่างรอบครอบ
ด้วยตัวของเราเอง ให้เพียงพอต่อการวิเคราะห์หาข้อเท็จจริง
ดังนันหลักการ "3 GEN" จึงมีความสาํ คัญในการนาํ มา
ประยุกต์ใช้กับการทํางานของเรา จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์
ปญหาหรือข้อมูลต่างๆ ได้มีความชัดเจนและถูกต้องแม่นยาํ มากขึน
จ น ทํา ใ ห้ ป ญ ห า เ ห ล่ า นั น ไ ด้ รับ ก า ร แ ก้ ไ ข อ ย่ า ง ถู ก วิ ธี แ ล ะ ต ร ง จุ ด
9
“ ก า ร ย อ ม รั บ ว่ า มี ป ญ ห า ”
คือจุดเริมต้นของการแก้ไข
“ ค ว า ม พ อ ใ จ เ ป น ศั ต รู ตั ว สาํ คั ญ
ข อ ง ไ ค เ ซ็ น ! ! … ”
10
2 ค้นหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไข
เมอื ทราบถึงปญหาทีเกิดขนึ แล้ว จากนนั เราต้องค้นหาสาเหตทุ ีแท้จรงิ
ของปญหา เพอื นาํ ไปสู่ การกําหนดมาตรการแก้ไขหรอื ปรบั ปรุง โดยเน้นที
การวเิ คราะหป์ ญหา โดยการระดมสมอง(Brainstorming) หรอื เครอื งมอื
ต่างๆ เชน่ Cause & Effect Diagram, Why-Why Analysis,
5W1H, ect.
เครอื งมอื (Tools) ทีใชใ้ นการค้นหาสาเหตรุ ากเหง้าของ
ปญหา
• แผนภมู กิ ้างปลา Cause & Effect Diagram
เสน ทาง รถ เชอ้ื เพลงิ
ถนนไมดี เคร่ืองยนตหลวม แยกสงั ไมNต GิดV
ยางออน
5ส รถตดิ ไสกรองตัน
สงผิด ไมด บั เครอ่ื ง คาขสนงู สมาง กเพ่มิ
ส่งั สจาํ งนไมวนคนุมอ ย ของชํารดุ ระหวา ขนสง แชคนั เรง ตงั้ อุณหภมู แิ อรตา่ํ
จํานวน การจดั สง พนกั งานขับรถ
หลักการใชง้ าน
อันดับแรกต้องระบุถึงปจจยั ทีสง่ ผลต่อการเปลียนแปลง “ปญหาทีพบ
เจอ หรอื สงิ ทีอยากแก้ไข” ในสว่ นหวั ของปลาใหไ้ ด้ก่อน หลังจากนนั จงึ เรมิ
หาถึงปจจยั ทีเอือใหเ้ กิดสงิ เหล่านนั ลงสาเหตหุ ลักของปญหาในแต่ละก้าง
จากนนั กําหนดสาเหตทุ ีแท้จรงิ ของปญหาในสว่ นก้างยอ่ ย แล้วจงึ นาํ มา
วเิ คราะหส์ าเหตทุ ีแท้จรงิ อาจใชเ้ ครอื งมอื ในการวเิ คราะหช์ ว่ ย เชน่ 5Whys
เพอื การสบื สวนเจาะลึกลงไปใหถ้ ึงแก่นของแต่ละสาเหตุ เพอื ดวู า่ สาเหตใุ ด
เหล่านีก่อใหเ้ กิดปญหาจรงิ ๆ
11
เครอื งมอื (Tools) ทีใชใ้ นการค้นหาสาเหตรุ ากเหง้าของ
ปญหา
• 5W1H
เปนการถามชุดคําถามอยา่ งเปนระบบ เพอื รวบรวมขอ้ มูลทังหมดที
จาํ เปนในการจดั ทํารายงานสถานการณท์ ีเกิดขนึ โดยมจี ุดประสงค์เพอื ระบุ
ลักษณะทีแท้จรงิ ของปญหาและอธบิ ายออกมาอยา่ งแมน่ ยาํ และครบถ้วน
ตัวอยา่ งการใช้
1. อะไร ลกู คา้ ตอ้ งการอะไร / เรากําลงั ทําอะไร / ตอ้ งทําอะไรอกี /
2. อยา่ งไร ปญหาคอื อะไร / สาเหตขุ อง ปญหาคอื อะไร / ฯลฯ
3. ทีไหน
4. เมอื ไร ตอนนที ํางานอยา่ งไร / งานทดี หี รอื เสยี เปนอยา่ งไร /
5. ทําไม งานเสยี ไดอ้ ยา่ งไร / นา่ จะปรบั ปรงุ ไดอ้ ยา่ งไร / ฯลฯ
6. ใคร
ควรทํางานทไี หน / งานเสยี เกดิ ทไี หน / ตอ้ งไปรบั หรอื สง่
งานทไี หน / ฯลฯ
ตอ้ งไดว้ ตั ถดุ บิ เมอื ไร / ควรทํางานนเี มอื ไรและควรเสรจ็
เมอื ไร / ตอ้ งสง่ งานเมอื ไร / เกดิ งานเสยี ขนึ เมอื ไร / ฯลฯ
ทําไมจงึ เกดิ งานเสยี / ทําไมตอ้ งทํางานนนั -ตรงนนั -
เวลานนั - ดว้ ยวธิ นี นั / ทําไมตอ้ ง ปรบั ปรงุ ดว้ ยวธิ นี นั ๆ / ฯลฯ
ใครทํางานนนั อยู่ / ใครควรทํางานนนั / ใครควรรบั ผดิ ชอบ /
ควรตดิ ตอ่ กบั ใคร / ควรใหใ้ ครชว่ ยเหลอื / ฯลฯ
?What WhenWhere
Why
How Who
12
เครอื งมอื (Tools) ทีใชใ้ นการค้นหาสาเหตรุ ากเหง้าของ
ปญหา
• การถามคําถามแบบ 5Whys (5 ทําไม)
เปนการถามชุดคําถามอยา่ งเปนระบบ เพอื รวบรวมขอ้ มูลทังหมดที
จาํ เปนในการจดั ทํารายงานสถานการณท์ ีเกิดขนึ โดยมจี ุดประสงค์เพอื ระบุ
ลักษณะทีแท้จรงิ ของปญหาและอธบิ ายออกมาอยา่ งแมน่ ยาํ และครบถ้วน
ตัวอยา่ งการใช้
1. ถาม : ทําไมเครอื งจกั รหยุด
ตอบ : เพราะฟวสข์ าดเนอื งจากเครอื งจกั รทํางานหนกั เกนิ ไป
2. ถาม : ทําไมเครอื งจกั รทํางานหนกั เกนิ ไป
ตอบ : เพราะการหลอ่ ลนื ไมเ่ พยี งพอ
3. ถาม : ทําไมการหลอ่ ลนื ไมเ่ พยี งพอ
ตอบ : เพราะปมนาํ มนั หลอ่ ลนื ทํางานไมด่ ี
4. ถาม : ทําไมปมนาํ มนั หลอ่ ลนื ทํางานไมด่ ี
ตอบ : เพราะเพลาของปมสกึ หรอ
5. ถาม : ทําไมเกดิ การสกึ หรอ
ตอบ : เพราะมเี ศษโลหะเกาะตดิ อยูท่ เี พลา
13
3 กําหนดผล / เปาหมายทีต้องการจาก
การปรบั ปรุง
เมอื ทราบถึงสาเหตแุ ละวธิ แี ก้ไขของปญหานนั ๆ สงิ ทีเราต้องทําต่อ
ไปคือกําหนดเปาหมาย วา่ เราต้องการผลลัพธไ์ ปในทิศทางใด โดย
- กําหนดเปาหมายทีวดั ได้ (เน้นเชงิ ปรมิ าณ)
- ใชต้ ้นทนุ ค่าเสยี โอกาส
- เปรยี บเทียบกับอดีต/มาตรฐาน/ค่เู ทียบ
- ใชห้ นว่ ย คิดเปนรอ้ ยละ/ชนิ /นาที/ขนั ตอน เชน่ ลดเวลาไป 20 นาที,
ลดของเสยี 50%
14
4 ลงมอื ปฏิบตั ิ
หลักในการปรบั ปรุงงาน
กลยุทธใ์ นการทําใหด้ ีขนึ นนั ต้องเปนไปตามวตั ถปุ ระสงค์การ
ใชง้ าน และสงิ ทีต้องการทําใหเ้ กิดเปลียนแปลงนนั ต้องเปนการ
เปลียนใหด้ ีขนึ
- นาํ แผนปฏิบตั ิไปทดลอง ทดสอบ
- ตรวจสอบอยา่ งใกล้ชดิ
- ดผู ลกระทบ
- หากได้ผลลัพธไ์ มพ่ งึ พอใจ ใหท้ ดลองใหม่ ทําอยา่ งต่อเนอื ง
ขนั ตอนของการทําใคเซน็ ประกอบด้วย
• Eliminate ขจดั สงิ ทีไมใ่ ชอ้ อกไป
เชน่ ยกเลิกขนั ตอน, ยุบแบบฟอรม์ , เอาออก
• Reduce ลด เชน่ ลดจาํ นวน, ลดขนาด,
ลดขนั ตอน ฯลฯ
• Change เปลียนแปลง เชน่ ปลียนส,ี ขนาด,
ตําแหน่ง, รูปทรง, ขนั ตอน ฯลฯ
15
• E-C-C-R-R-S
เปนการนาํ วธิ กี าร "เลิก ลด เปลียน" กับวธิ กี าร "ECRS"
มารวมกัน ทําใหเ้ ราเขา้ ใจได้ในภาพเดียว
เลิก ขจัด รวม เปล่ยี น
ลด จัดลําดับใหม ทําใหงาย
ทฤษฎีหลัก E-C-C-R-R-S นีไมจ่ าํ เปนต้องใชท้ ังหมดพรอ้ มกัน จะเลือกใช้
ECCRRS ตัวใดตัวหนงึ ก็ได้ตามความเหมาะสม
16
• การควบคมุ ด้วยการมองเหน็
(Visual Control)
• บอรด์ ควบคมุ การผลิต
• ขอ้ มูลขอ้ รอ้ งเรยี นและเปาหมายของหนว่ ยงาน
• ปายสญั ลักษณต์ ่างๆ เชน่ ภาพ ตัวเลข เครอื งหมาย
• ปายหลอดไฟแสดง (Andon)
• แผนภาพหรอื แผนภมู ิ (Chart)
• ภาพวาดหรอื รูปถ่าย (Drawing)
• ขนั ตอนของกระบวนการผลิต
• ทิศทางการไหลของของเหลวหรอื ก๊าซ
การใชส้ สี ายไฟเปนตัวกําหนด เพอื ง่ายต่อการต่อ
17
• การควบคมุ ด้วยการมองเหน็
(Visual Control)
การใชล้ กู ศร เพอื บง่ บอกทิศทางการเดิน
การใชส้ ี เพอื บง่ บอก Range ของแรงดัน ง่ายต่อการตรวจสอบ
18
5 วดั ผล รกั ษาไวเ้ ปนมาตรฐานใหม่
- ตรวจสอบผลกับเปาหมาย
- ใชก้ ราฟ ใชต้ ัวเลข
- ผลลัพธเ์ ชงิ ตัวเลขและทีไมใ่ ชต่ ัวเลขใหต้ ีค่าออกมา
- เขยี นเปนมาตรฐาน/ค่มู อื /ขนั ตอน
- ปรบั Work Procedure/Work Instruction
- จดั การองค์ความรู้ /เผยแพร่
ฟอรม์ ไคเซน็
1
2
3
46
5
19
ฟอรม์ ไคเซน็
1
2
สว่ นที 1
เขยี นชอื เรอื งเพอื ดึงความนา่ สนใจใหง้ านทีจะปรบั ปรุง
สว่ นที 2
- เขยี นปญหาทีพบก่อนการปรบั ปรุงพรอ้ มรูปประกอบ
เพอื ใหเ้ กิดความชดั เจน
- เขยี นวธิ กี ารปรบั ปรุง การทําไคซน็ ทีจะนาํ เสนอเพอื
แก้ไขปญหา พรอ้ มรูปประกอบเพอื ความชดั เจน
20
ฟอรม์ ไคเซน็
3
4
สว่ นที 3
- เขยี นผลทีได้รบั โดยระบุเปนเชงิ ปรมิ าณเท่านนั เชน่
ลดเวลา 30 นาที, ลดของเสยี 20 ชนิ
สว่ นที 4
- เลือกประเภทของผลงานใหต้ รงกับผลงานไคเซน็
เชน่ การลดการใชก้ ระดาษในการทําแบบสอบถาม ถือเปน
การลดต้นทนุ ค่าใชจ้ า่ ย
21 6
ฟอรม์ ไคเซน็
5
สว่ นที 5
- ระบุค่าใชจ้ า่ ยทีต้องใชใ้ นการปรบั ปรุงงานไคเซน็
สว่ นที 6
- ลงชอื เจา้ ของผลงาน
- นาํ เสนอหวั หน้างานเพอื พจิ ารณาถึงความเปนไปได้ของ
การปรบั ปรุง
22
สงิ ทีไมค่ วรเสนอเปนผลงานไคเซน็
• ปรบั ปรุงงานคนอืน
• เสนอเปลียนนโยบาย
• ขอวสั ดุ อุปกรณ์ ขอหอ้ งทํางานใหม่
• ใชง้ บประมาณสงู
• สงิ ทียงั ไมไ่ ด้ลงมอื ทํา
• สงิ ทีควรทํา แต่กลับไมท่ ํา ไมค่ วรนาํ มาเขยี น
23
ปจจยั แหง่ ความสาํ เรจ็
• ผบู้ รหิ ารระดับสงู เอาจรงิ ! จรงิ จงั !
• มกี ารใหค้ วามรูเ้ กียวกับไคเซน็ แก่บุคลากรทกุ คน
• มรี ะบบไคเซน็ รองรบั ทีชดั เจน
• หวั หน้างานเปน role model
• เชอื มโยงกับผลการประเมนิ ประจาํ ป/เลือนระดับ
• สนกุ สนาน รางวลั /แรงจูงใจ ทกุ คนมสี ว่ นรว่ ม
24
แบบทดสอบความเขา้ ใจหลังการเรยี นรู้
สามารถแสกนคิวอารโ์ ค้ดหรอื ไปทีลิงค์ด้านล่างเพอื ทําแบบทดสอบ
https://forms.gle/eTVUTWeVss2w7gux9
บรรณานกุ รม
ทองพันชัง พงษ์วารนิ ทร.์ EASY 7QC TOOLS.[ออนไลย์]. ทีมา :
HTTP://WWW.BT-TRAINING.COM/INDEX.PHP?
LAY=SHOW&AC=ARTICLE&ID=539885575&NTYPE=1
สืบค้นเมือ 08/07/2564
เธียรชัย พันธ์คง. One Point Lesson(OPL) & Kaizen.ppt
OILPURE THAILAND.(2021)/ FISHBONE DIAGRAM คือ เรืองควรรู้
เกียวกับ แผนภูมิก้างปลา เพือหาสาเหตุและผลกระทบ.[ออนไลย์]. ทีมา :
HTTPS://WWW.OILPURETHAILAND.NET/FISHBONE-
DIAGRAM/. สืบค้นเมือ 08/07/2564
楽しい⽇本語 .(2014). หลักการ 3 GEN ของญีปุน.[ออนไลย์]. ทีมา :
HTTP://TANOSHIINIHONGO2U.BLOGSPOT.COM/2014/
11/3-GEN.HTML/. สืบค้นเมือ 08/07/2564
“ปรบั ปรงุ เพยี งเลก็ นอ้ ย
ดกี วา่ ไมล่ งมอื ทําอะไรเลย”