ISSN 1685 – 0795
• กไำตรรมสาสำท่ี 3ร:ว(กรจกฎภาคำมว– กะนั กยาำยนร) ทำงำนของประชำกร พ.ศ. 2565
ไตรมำสท่ี 1 : (มกรำคม - มีนำคม)
จงั หวดั กระบี่
สำนกั งำนสถติ จิ ังหวัดกระบ่ี
สำนักงำนสถติ แิ ห่งชำติ
กระทรวงดจิ ทิ ลั เพื่อเศรษฐกิจและสงั คม
กำรสำรวจภำวะกำรทำงำนของประชำกร
พ.ศ. 2565
ไตรมำสท่ี 1 : (มกรำคม - มีนำคม)
จงั หวัดกระบ่ี
สำนกั งำนสถติ ิจังหวดั กระบี่
สำนกั งำนสถติ ิแหง่ ชำติ
กระทรวงดจิ ทิ ัลเพอ่ื เศรษฐกิจและสังคม
หนว่ ยงำนเจำ้ ของเรื่อง สำนกั งำนสถิติจังหวดั กระบ่ี
ศำลำกลำงจงั หวัดกระบ่ี เลขท่ี 9/10 ชัน้ 5
ต.ปำกน้ำ อ.เมือง จ.กระบ่ี 81000
โทรศพั ท์ 075-620-066
โทรสำร 075-620-067
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนกิ ส์ [email protected]
หนว่ ยงำนทีเ่ ผยแพร่ กองสถิติพยำกรณ์
สำนกั งำนสถิตแิ หง่ ชำติ
ศนู ย์รำชกำรเฉลิมพระเกยี รติ 80 พรรษำฯ
อำคำรรฐั ประศำสนภักดี ช้ัน 2
ถนนแจง้ วฒั นะ เขตหลักส่ี กรงุ เทพฯ 10210
โทร. 0 2143 1323 ตอ่ 17496
โทรสำร 0 2143 8132
ไปรษณียอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์ : [email protected]
ปที จี่ ดั พมิ พ์ 2565
จัดพิมพ์โดย สำนกั งำนสถิติจงั หวัดกระบี่
ค
คำนำ
สำนักงำนสถิติแห่งชำติ ได้เร่ิมจัดทำโครงกำรสำรวจภำวะกำรทำงำนของประชำกรตั้งแต่ พ.ศ. 2506
ในช่วง พ.ศ. 2514-2526 ได้ทำกำรสำรวจปีละ 2 รอบ โดยรอบแรกเป็นกำรสำรวจนอกฤดูกำรเกษตรระหว่ำง
เดือนมกรำคมถึงมีนำคม รอบที่ 2 เป็นกำรสำรวจในฤดูกำรเกษตรระหว่ำงเดือนกรกฎำคมถึงเดือนกันยำยน
และช่วง พ.ศ. 2527-2540 ทำกำรสำรวจเป็นปีละ 3 รอบ คือ รอบที่ 1 สำรวจในเดือนกุมภำพันธ์ รอบท่ี 2 สำรวจ
ในเดือนพฤษภำคม รอบที่ 3 สำรวจในเดือนสิงหำคม และช่วง พ.ศ. 2541-2543 ทำกำรสำรวจเพ่ิมอีก 1 รอบ
เป็นรอบที่ 4 ในเดือนพฤศจิกำยน ซ่ึงทำให้ได้ข้อมูลเป็นรำยไตรมำส
เพื่อสนองควำมต้องกำรใช้ข้อมูลในระดับจังหวัด สำนักงำนสถิติแห่งชำติได้ขยำยขนำดตัวอย่ำงและ
นำเสนอขอ้ มูลเปน็ ระดบั จงั หวดั ทั้งนี้ตงั้ แต่ พ.ศ. 2537 เป็นตน้ มำ
สำหรับกำรสำรวจตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เป็นต้นไปได้ดำเนินกำรสำรวจเป็นรำยเดือนแล้วนำข้อมูล 3 เดือน
รวมกันเพ่ือเสนอข้อมูลเปน็ รำยไตรมำส และได้มกี ำรปรับอำยุผ้อู ยู่ในกำลังแรงงำนจำก 13 ปขี ึ้นไปเป็น 15 ปีข้ึนไป
เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมำยกำรใช้แรงงำนเด็กปรับปรุงกำรจัดจำแนกประเภทของอำชีพอุตสำหกรรม และ
สถำนภำพกำรทำงำนให้สอดคล้องกับมำตรฐำนสำกล เพื่อให้สำมำรถเปรียบเทียบข้อมูลกันได้และปรับ เขตกำร
ปกครองจำกเดิมเขตสุขำภิบำลถูกนำเสนอรวมเป็นนอกเขตเทศบำล มำรวมเป็นในเขตเทศบำล ตำมพระรำชบัญญัติ
เปลี่ยนแปลงฐำนะของสขุ ำภิบำลเป็นเทศบำล พ.ศ. 2542
รำยงำนผลกำรสำรวจฉบับนี้ เป็นรำยงำนผลกำรสำรวจภำวะกำรทำงำนของประชำกรไตรมำสที่ 1
ซึง่ ได้ดำเนนิ กำรสำรวจในเดอื นมกรำคม – มีนำคม พ.ศ. 2565
เน่ืองจำกข้อมูลที่นำเสนอในรำยงำนฉบับน้ีได้มำจำกกำรสำรวจด้วยระเบียบวิธีตัวอย่ำง ซ่ึงอำจจะมี
ควำมคลำดเคลื่อนจำกกำรเลือกตัวอย่ำงและควำมคลำดเคล่ือนอ่ืนๆ รวมอยู่ด้วย จึงขอให้ผู้ใช้ข้อมูลได้คำนึงถึง
เร่ืองนใ้ี นกำรใชต้ วั เลขดว้ ย
ง
บทสรุปสำหรบั ผู้บริหำร
สำรวจภำวะกำรทำงำนของประชำกร พ.ศ. 2565 (ไตรมำสท่ี 1) จงั หวัดกระบี่
แผนผังจำนวนประชำกรทม่ี ีอำยุ 15 ปีข้ึนไป สำนักงำนสถิติจังหวัดกระบ่ีได้สำรวจภำวะกำร
จำแนกตำมสถำนภำพแรงงำน ไตรมำส 1/2565 ทำงำนของประชำกรระหว่ำงเดือนมกรำคม - มีนำคม
พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นไตรมำสที่ 1/2565 พบว่ำ เป็นผู้ท่ีมี
ผมู้ ีอำยุ 15 ปขี ึ้นไป อำยุต้ังแต่ 15 ปีขึ้นไป 341,729 คน เป็นผู้อยู่ในกำลัง
341,729 คน แรงงำน 247,267 คน (ประกอบด้วยผู้มีงำนทำ 241,856 คน
และผู้ว่ำงงำน 5,411 คน) และผู้อยู่นอกกำลังแรงงำน
ผู้อยใู่ นกำลงั แรงงำน ผอู้ ยนู่ อกกำลงั แรงงำน อีก 94,462 คน (ประกอบด้วย ผู้ท่ีทำงำนบ้ำน 35,027 คน
(ผู้ทพี่ รอ้ มทำงำน) (ผู้ท่ีไมพ่ รอ้ มทำงำน) เรียนหนังสือ 29,334 คน เด็ก/ชรำ/ป่วย/พิกำรจนไม่
สำมำรถทำงำนได้ 25,420 คน และอ่ืน ๆ เช่น ไม่สมัคร
247,267 คน 94,462 คน ใจทำงำน เป็นต้น 4,682 คน) (ตำมแผนผงั )
ผู้ท่ีมีงำนทำ 241,856 คน ทำงำนบำ้ น 35,027 คน เม่ือเปรยี บเทียบกับช่วงเวลำเดียวกันกับ ปี 2564
พบว่ำ ผู้มีงำนทำเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.3 (จำก 207,985
ผวู้ ำ่ งงำน 5,411 คน เรียนหนังสือ 29,334 คน คน เป็น 241,856 คน) ถ้ำพิจำรณำตำมอตุ สำหกรรม
ท่ีสำคัญ พบว่ำ ผู้มีงำนทำในภำคเกษตรกรรมเพ่ิมข้ึน
ผู้รอฤดกู ำล - เด็ก/ชรำ/ปว่ ย/พกิ ำรจนไม่สำมำรถ ร้อยละ 11.7 (จำก 102,865 คน เป็น 114,890 คน)
ทำงำนได้ 25,420 คน และ ผู้มีงำนทำนอกภำคเกษตรกรรมเพ่ิมขี้นร้อยละ
20.8 (จำก 105,120 คน เป็น 126,966 คน) (ตำม
อืน่ ๆ 4,682 คน แผนภูมิ 1) โดยเพ่ิมข้ึนในสำขำกำรขำยส่ง กำรขำย
ปลีก 8,673 คน กำรผลิต 4,011 คน และกำรบริหำร
แผนภมู ิ 1 เปรียบเทียบจำนวนผมู้ ีงำนทำ จำแนกตำมอตุ สำหกรรม รำชกำรและป้องกันประเทศ 2,617 คน เป็นต้น
ไตรมำสท่ี 1 พ.ศ. 2564 - 2565 ในขณะท่ีลดลงใน กำรศึกษำ 2,664 คน สุขภำพและ
สังคมสงเครำะห์ 1,140 คน และกำรทำเหมืองแร่ และ
แผนภมู ิ 2 เปรยี บเทยี บจำนวนผูม้ งี ำนทำ จำแนกตำมอตุ สำหกรรม เหมอื งหิน 899 คน เป็นต้น (ตำมแผนภมู ิ 2, ตำรำงท่ี 5)
ทส่ี ำคญั ไตรมำสที่ 1 พ.ศ. 2564 - 2565
สำหรับจำนวนผู้ว่ำงงำนในไตรมำส 1/2565
จังหวดั กระบ่ีมีประมำณ 5,411 คน คิดเป็นอัตรำกำร
ว่ำงงำนร้อยละ 2.2 เมอ่ื เปรียบเทยี บกับไตรมำสเดียวกัน
ในปี 2564 พบว่ำ จำนวนผู้ว่ำงงำนลดลง 2,249 คน
(จำก 7,660 คน เป็น 5,411 คน) หำกพิจำรณำตำม
อัตรำกำรว่ำงงำน จะพบว่ำ อัตรำกำรว่ำงงำนลดลง
(จำกรอ้ ยละ 3.6 เปน็ 2.2) (ตำมแผนภูมิ 3)
แผนภมู ิ 3 เปรยี บเทียบจำนวนผู้วำ่ งงำน และอตั รำกำรวำ่ งงำน
ไตรมำสที่ 1 พ.ศ. 2561 - 2565
หมำยเหตุ ผลรวมของแตล่ ะจำนวนอำจไมเ่ ทำ่ กบั ยอดรวม เนือ่ งจำกกำรปัดเศษ
สำรบัญ จ
คำนำ หนำ้
บทสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหำร ค
สำรบัญแผนภูมิ ง
สำรบญั ตำรำง ฉ
บทที่ 1 บทนำ ช
1. ควำมเป็นมำ 1
2. วตั ถปุ ระสงค์ 1
3. คมุ้ รวม 2
4. สัปดำหแ์ ห่งกำรสำรวจ 2
5. คำอธิบำยศพั ท์/ แนวคดิ / คำจำกดั ควำม 2
6. ประโยชนท์ ี่คำดวำ่ จะไดร้ ับ 2
บทท่ี 2 สรปุ ผลกำรสำรวจ 5
1. ลักษณะของกำลังแรงงำน
2. อำชพี 6
3. ประเภทอตุ สำหกรรม 7
4. สถำนภำพกำรทำงำน 8
5. ชว่ั โมงกำรทำงำนตอ่ สัปดำห์ 9
6. ภำวะกำรว่ำงงำนของประชำกร 10
7. ผูเ้ สมอื นวำ่ งงำน 11
ภำคผนวก 12
ภำคผนวก ก ระเบียบวธิ ี
- วิธกี ำรสำรวจ 16
๘ - คำบกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 17
- กำรปดั ตัวเลข 17
ภำคผนวก ข ตำรำงสถติ ิ 18
- สำรบญั ตำรำงสถติ ิ 19
- ตำรำงสถิติ 20
สำรบญั แผนภูมิ ฉ
แผนภูมิ ก รอ้ ยละของผมู้ งี ำนทำ จำแนกตำมสถำนภำพกำรทำงำน หนำ้
แผนภูมิ ข จำนวนผู้ว่ำงงำน และอัตรำกำรว่ำงงำน จำแนกตำมเพศ 10
แผนภูมิ ค รอ้ ยละของผเู้ สมอื นวำ่ งงำน จำแนกตำมภำคอตุ สำหกรรม 12
13
สำรบญั ตำรำง ช
ตำรำง ก จำนวนประชำกรอำยุ 15 ปีขนึ้ ไป จำแนกตำมสถำนภำพแรงงำน และเพศ หนา้
ตำรำง ข จำนวนและรอ้ ยละของผมู้ ีงำนทำ จำแนกตำมอำชีพ และเพศ 6
ตำรำง ค จำนวนและรอ้ ยละของผู้มงี ำนทำ จำแนกตำมอุตสำหกรรม และเพศ 7
ตำรำง ง จำนวนและรอ้ ยละของผู้มีงำนทำ จำแนกตำมสถำนภำพกำรทำงำน และเพศ 8
ตำรำง จ จำนวนและรอ้ ยละของผมู้ งี ำนทำ จำแนกตำมชัว่ โมงกำรทำงำนต่อสัปดำห์ และเพศ 9
ตำรำง ฉ จำนวนและอัตรำกำรวำ่ งงำน จำแนกตำมเพศ 10
ตำรำง ช จำนวนและรอ้ ยละของผู้เสมอื นว่ำงงำน จำแนกตำมภำคอตุ สำหกรรม 11
12
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ควำมเปน็ มำ
สำนกั งำนสถิติแห่งชำติ ได้ทำกำรสำรวจภำวะกำรทำงำนของประชำกรท่ัวประเทศอย่ำงต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
เร่ิมต้ังแต่ปี พ.ศ. 2506 โดยในช่วงแรกทำกำรสำรวจปีละ 2 รอบ และใน พ.ศ. 2527 ถงึ พ.ศ. 2540 ได้ทำกำรสำรวจปีละ
3 รอบ โดยรอบท่ี 1 ทำกำรสำรวจในเดือนกุมภำพันธ์ เป็นช่วงหน้ำแล้ง นอกฤดูกำรเกษตร รอบท่ี 2 สำรวจในเดือน
พฤษภำคมเป็นช่วงทีก่ ำลังแรงงำนใหมท่ ่ีเพงิ่ สำเรจ็ กำรศกึ ษำ เร่มิ เข้ำสูต่ ลำดแรงงำน รอบที่ 3 สำรวจในเดือนสงิ หำคมเป็น
ชว่ งฤดูกำรเกษตร และต่อมำใน พ.ศ. 2541 เป็นต้นมำ ได้เพิ่มกำรสำรวจอีก 1 รอบ รวมเปน็ 4 รอบ โดยทำกำรสำรวจใน
เดือนพฤศจิกำยนของทุกปี ซ่งึ เป็นชว่ งฤดกู ำรเกบ็ เก่ยี วผลผลิตทำงกำรเกษตร ท้ังนเี้ พือ่ เป็นกำรนำเสนอข้อมลู ที่สะท้อนถึง
ภำวะกำรมีงำนทำ กำรว่ำงงำนและกำรประกอบกิจกรรมต่ำง ๆ ของประชำกรท้ังประเทศเป็นรำยไตรมำสและต่อเนื่อง
ครบทุกช่วงเวลำของปี
และจำกควำมต้องกำรใช้ข้อมูลสำหรบั ใช้ในกำรวำงแผนและกำหนดนโยบำยในระดับจงั หวดั มีมำกขึ้น สำนักงำน
สถิติแห่งชำติจึงได้กำหนดขนำดตัวอย่ำงเพิ่มขึ้นโดยเร่ิมในรอบที่ 1 เดือนกุมภำพันธ์ และ รอบท่ี 3 เดือนสิงหำคม
พ.ศ. 2537 เพื่อให้สำมำรถนำเสนอข้อมูลในระดับจังหวัดได้ และต้ังแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมำ สำนักงำนสถิติแห่งชำติ
ได้เสนอผลในระดบั จังหวดั ของผลกำรสำรวจท้ัง 4 รอบ
อย่ำงไรก็ดี เม่ือเกิดภำวะวิกฤติทำงเศรษฐกิจกลำงปี 2540 ควำมต้องกำรใช้ข้อมูล เพื่อกำรวำงแผนและกำหนด
นโยบำยดำ้ นแรงงำนมีมำกข้ึนและเร่งด่วนขน้ึ ดงั น้ันในปี พ.ศ. 2544 สำนักงำนสถิติแหง่ ชำติ จึงได้เริ่มดำเนินกำรสำรวจ
เปน็ รำยเดือนแล้วนำข้อมูล 3 เดือนรวมกัน เพ่ือเสนอขอ้ มูลเป็น รำยไตรมำส โดยข้อมลู ท่สี ำคัญสำมำรถนำเสนอในระดับ
จังหวัด สำหรับข้อมูลของเดือนที่ตรงกับรอบ กำรสำรวจเดิม คือข้อมูลเดือนกุมภำพันธ์ พฤษภำคม และ สิงหำคม ได้
จัดทำสรุปผลกำรสำรวจเฉพำะข้อมูล ท่ีสำคัญเพื่อสำมำรถเปรียบเทียบกับข้อมูลแต่ละรอบของปีที่ผ่ำนมำได้ และกำร
สำรวจต้ังแตเ่ ดือนกันยำยน พ.ศ. 2544 เป็นต้นมำ สำมำรถนำเสนอผลของกำรสำรวจเป็นรำยเดือนทุกเดอื น โดยสำมำรถ
เสนอผลในระดับภำคด้วยข้อจำกัดที่ขนำดตัวอย่ำงไม่มำกเพียงพอสำหรับกำรนำเสนอในระดับย่อยกว่ำนี้ และใน
ขณะเดยี วกันได้มีกำรปรับอำยุผู้อยู่ในกำลังแรงงำนจำก 13 ปขี ้ึนไปเป็น 15 ปีข้ึนไป เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมำยกำรใช้
แรงงำนเด็ก มีกำรปรับปรุงกำรจัดจำแนกประเภทของอำชีพ อุตสำหกรรม และสถำนภำพกำรทำงำน ให้สอดคล้องกับ
มำตรฐำนสำกลในปัจจบุ นั เพอื่ ใหส้ ำมำรถเปรียบเทียบขอ้ มลู กันได้ กำรปรับเขตกำรปกครองจำกเดิมสุขำภิบำลท่ีนำเสนอ
รวมเป็นนอกเขตเทศบำลให้มำรวมเป็นในเขตเทศบำล เนื่องจำกพระรำชบัญญัติเปล่ียนแปลงฐำนะของสุขำภิบำลเป็น
เทศบำล พ.ศ. 2542
1.2 วัตถุประสงค์
เพื่อประมำณจำนวนและลักษณะของกำลังแรงงำนภำยในประเทศและในจังหวัดต่ำงๆ ในแต่ละ ไตรมำสของ
ข้อมูลสถติ ทิ ่ีได้จำกกำรสำรวจ ได้แก่ จำนวนประชำกรในวยั ทำงำน (อำยุ 15 ปีข้ึนไป) ผู้มงี ำนทำ ผู้วำ่ งงำน จำแนก
ตำมลักษณะทนี่ ำ่ สนใจ เชน่ อำยุ เพศ กำรศึกษำที่สำเร็จ อำชีพ อุตสำหกรรม สถำนภำพ กำรทำงำน ชวั่ โมงทำงำน
ค่ำจ้ำง เป็นตน้
2
1.3 คุ้มรวม
ประชำกรทอ่ี ำศยั อยใู่ นครวั เรือนสว่ นบคุ คลและครวั เรอื นกลมุ่ บุคคลประเภทคนงำน
1.4 สัปดำห์แหง่ กำรสำรวจ
หมำยถึง ระยะเวลำ 7 วัน นับจำกวันก่อนวันสัมภำษณ์ย้อนหลังไป 7 วัน เช่น วันสัมภำษณ์ คือ
มกรำคม พ.ศ. 2565 “ระหวำ่ ง 7 วนั ก่อนวนั สัมภำษณ”์ คอื ระหวำ่ งวันที่ 2 ถงึ วันท่ี 8 มกรำคม พ.ศ. 2565
1.5 คำอธบิ ำยศัพท์/แนวคดิ /คำจำกัดควำม
สำนักงำนสถิติแห่งชำติ ได้ปรับปรุงแนวคิดและคำนิยำมท่ีใช้ในกำรสำรวจภำวะกำรทำงำนของประชำกร
หลำยครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับสภำพที่แท้จริงทำงสังคมและเศรษฐกิจ ของประเทศตลอดจน
ควำมต้องกำรของผู้ใช้ข้อมูล และสอดคล้องกับมำตรฐำนสำกลขององค์กำรแรงงำนระหว่ำงประเทศ (ILO) กับ
องค์กำรสหประชำชำติ (UN) แนวคิดและคำนิยำมท่ีใช้ในกำรสำรวจไตรมำสนี้ ได้เริ่ม ใช้มำตั้งแต่รอบท่ี 1 พ.ศ.
2526 มีกำรปรบั ปรงุ บ้ำงตำมลำดับ และตงั้ แต่ไตรมำสท่ี 1 พ.ศ. 2544 ได้กำหนดอำยขุ ้นั ตำ่ ของประชำกรวยั ทำงำน
เป็น 15 ปี คำนยิ ำมท่ีสำคัญๆ ทใี่ ช้ในกำรสำรวจ มีดังน้ี
▪ ผู้มีงำนทำ หมำยถึง บุคคลทม่ี ีอำยุ 15 ปีขึ้นไป และในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจมีลักษณะอยำ่ งหน่ึงอยำ่ งใด
ดังตอ่ ไปน้ี
1. ได้ทำงำนต้ังแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป โดยได้รับค่ำจ้ำง เงินเดือน ผลกำไร เงินปันผลค่ำตอบแทนที่มีลักษณะอย่ำง
อนื่ สำหรับผลงำนทท่ี ำ เปน็ เงนิ สด หรือสิง่ ของ
2. ไมไ่ ด้ทำงำน หรือทำงำนนอ้ ยกว่ำ 1 ชั่วโมง แตเ่ ป็นบุคคลทม่ี ลี กั ษณะอยำ่ งหนง่ึ อย่ำงใดดงั ต่อไปน้ี (ซึง่ จะถอื ว่ำ
เป็น ผทู้ ีป่ กติมีงำนประจำ)
2.1 ยังได้รับค่ำตอบแทน ค่ำจ้ำง หรือผลประโยชน์อ่ืนๆ หรือผลกำไรจำกงำนหรือธุรกิจในระหว่ำงที่ไม่ได้
ทำงำน
2.2 ไม่ได้รับค่ำตอบแทน ค่ำจ้ำง หรือผลประโยชน์อ่ืนๆ หรือผลกำไรจำกงำนหรือ ธุรกิจในระหว่ำงที่ไม่ได้
ทำงำน แต่ยงั มงี ำนหรอื ธรุ กิจที่จะกลับไปทำ
3. ทำงำนอย่ำงน้อย 1 ช่ัวโมง โดยไม่ได้รับค่ำจ้ำงในธุรกิจ หรือไร่นำเกษตรของหัวหน้ำครัวเรือน หรือของ
สมำชกิ ในครัวเรอื น
▪ ผู้ว่ำงงำน หมำยถึง บุคคลท่ีมีอำยุ 15 ปีข้ึนไป และในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจมีลักษณะอย่ำงหน่ึงอย่ำง
ใดดังตอ่ ไปน้ี
1. ไม่ได้ทำงำนและไม่มีงำนประจำ แต่ได้หำงำน สมัครงำน หรือรอกำรบรรจุในระหว่ำง 30 วันก่อนวัน
สมั ภำษณ์
2. ไมไ่ ดท้ ำงำนและไมม่ งี ำนประจำ และไมไ่ ด้หำงำนทำในระหว่ำง 30 วนั กอ่ นวนั สมั ภำษณ์ แตพ่ ร้อมท่ีจะ
ทำงำนในสัปดำห์แหง่ กำรสำรวจ
▪ กำลังแรงงำนปัจจุบัน หมำยถึง บุคคลที่มีอำยุ 15 ปีขึ้นไป ซ่ึงในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจ มีงำนทำหรือ
วำ่ งงำน ตำมคำนิยำมท่ไี ด้ระบขุ ้ำงตน้
▪ กำลังแรงงำนที่รอฤดูกำล หมำยถึง บุคคลที่มีอำยุ 15 ปีข้ึนไป ในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจเป็นผู้ไม่เข้ำ
ข่ำยคำนิยำมของผู้มีงำนทำ หรือผู้ว่ำงงำน แต่เป็นผู้รอฤดูกำลที่เหมำะสมเพ่ือที่จะทำงำน และ เป็นบุคคลที่
ตำมปกติจะทำงำนท่ีไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในไร่นำเกษตร หรือธุรกิจ ซ่ึงทำกิจกรรมตำมฤดูกำล โดยมีหัวหน้ำ
ครัวเรือน หรือสมำชกิ คนอื่นๆในครัวเรอื นเปน็ เจำ้ ของ หรือผูด้ ำเนนิ กำร
▪ กำลังแรงงำนรวม หมำยถึง บุคคลทุกคนท่ีมีอำยุ 15 ปีข้ึนไป ในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจ เป็นผู้อยู่ใน
กำลงั แรงงำนปจั จุบนั หรอื เป็นผู้ถกู จดั จำแนกอยูใ่ นประเภทกำลังแรงงำนที่รอฤดูกำลตำมคำนิยำม ท่ไี ด้ระบขุ ้ำงต้น
3
▪ ผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงำน หมำยถึง บุคคลท่ีไม่เข้ำข่ำยคำนิยำมของผู้อยู่ในกำลังแรงงำน ในสัปดำห์แห่ง
กำรสำรวจ คือ บุคคลซึ่งในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจมีอำยุ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่ได้ทำงำน และ ไม่พร้อมที่จะทำงำน
เนือ่ งจำกเป็นผู้ท่ี
1. ทำงำนบ้ำน
2. เรียนหนงั สือ
3. ยังเดก็ เกินไป หรือชรำมำก
4. ไม่สำมำรถทำงำนได้ เนอ่ื งจำกพกิ ำรทำงร่ำงกำยหรอื จิตใจ หรือเจ็บปว่ ยเรื้อรัง
5. พักผอ่ น
6. เกษยี ณกำรทำงำน
7. ไม่พร้อมท่ีจะทำงำน เน่ืองจำกเหตุผลอื่น เช่น ไม่สมัครใจทำงำน ทำงำนโดยไม่ได้รับค่ำจ้ำง ผลกำไร
ส่วนแบ่ง หรือส่ิงตอบแทนอื่นๆให้แก่บุคคลซ่ึงมิได้เป็นสมำชิกในครัวเรือนเดียวกัน ทำงำนให้แก่องค์กำร หรือ
สถำบนั กำรกศุ ลต่ำงๆ โดยไม่ได้รบั ค่ำจ้ำงผลกำไรส่วนแบ่งหรือสงิ่ ตอบแทนอย่ำงใด
▪ งำน หมำยถงึ กจิ กำรท่ีทำทม่ี ีลกั ษณะอยำ่ งหนึ่งอยำ่ งใด ดังต่อไปน้ี
1. กิจกำรท่ีทำแล้วได้รับค่ำตอบแทนเป็นเงินหรือสิ่งของ ค่ำตอบแทนท่ีเป็นเงิน อำจจ่ำย เป็นรำยเดือน
รำยสปั ดำห์ รำยวนั หรอื รำยชนิ้
2. กจิ กำรท่ีทำแลว้ ไดผ้ ลกำไร หรอื หวังทจี่ ะไดร้ บั ผลกำไร หรอื สว่ นแบ่งเปน็ กำรตอบแทน
3. กิจกำรที่ทำให้กับธุรกิจของสมำชิกในครัวเรอื น โดยไม่ได้รับค่ำจ้ำงหรือผลกำไรตอบแทน อย่ำงใด ซึ่ง
สมำชิกในครัวเรอื นท่ีประกอบธรุ กจิ นัน้ จะมีสถำนภำพกำรทำงำน เป็นประกอบธุรกจิ สว่ นตวั หรือนำยจำ้ ง
▪ อำชีพ หมำยถึง ประเภทหรือชนิดของงำนทีบ่ ุคคลน้ันทำอยู่ บุคคลส่วนมำกมอี ำชีพเดยี ว สำหรบั บุคคล
ที่ในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจมีอำชีพมำกกว่ำ 1 อำชีพให้นับอำชีพท่ีมีชั่วโมงทำงำนมำกท่ีสุด ถ้ำช่ัวโมงทำงำนแต่ละ
อำชีพเท่ำกันให้นบั อำชพี ท่ีมีรำยได้มำกกวำ่ ถ้ำช่วั โมงทำงำนและรำยได้ทีไ่ ดร้ ับ จำกแตล่ ะอำชพี เทำ่ กนั ใหน้ ับอำชีพ
ที่ผู้ตอบสัมภำษณ์พอใจมำกที่สุด ถ้ำผู้ตอบสัมภำษณ์ตอบไม่ได้ ให้นับอำชีพท่ีได้ทำมำนำนที่สุด กำรจัดจำแนก
ประเภทอำชีพ ต้ังแต่ไตรมำสที่ 1 พ.ศ. 2554 ปรับใช้ตำม International Standard Classification of
Occupation, 2008 (ISCO – 08) ขององค์กำรแรงงำระหว่ำงประเทศ (ILO) ก่อน พ.ศ. 2553 กำรจัดประเภท
อำชีพจำแนกตำมควำมเหมำะสมกับลักษณะอำชีพของประเทศไทย โดยอ้ำงอิง The International Standard
Classification of Occupation, 1988 (ISCO – 88)
▪ อุตสำหกรรม หมำยถึง ประเภทของกิจกรรมทำงเศรษฐกิจที่ได้ดำเนินกำรโดยสถำนประกอบกำรท่ี
บคุ คลนั้นกำลงั ทำงำนอยู่ หรือประเภทของธุรกิจ ซึ่งบุคคลน้ันได้ดำเนินกำรอย่ใู นสัปดำห์ แห่งกำรสำรวจ ถ้ำบคุ คล
หน่ึงมีอำชีพมำกกว่ำหน่ึงอย่ำง ให้บันทึกอุตสำหกรรมตำมอำชีพท่ีบันทึกไว้ กำรจัดจำแนกประเภทอุตสำหกรรม
ต้ังแต่ไตรมำสท่ี 1 พ.ศ. 2554 ปรับใช้ตำม Thailand Standard Industrial Classification, (TSIC 2009) ก่อน
พ.ศ. 2553 กำรจัดประเภทอุตสำหกรรมจำแนกตำมควำมเหมำะสม กบั ลักษณะอุตสำหกรรมของประเทศไทย โดย
อำ้ งอิง International Standard Industrial Classification of All Economic Activities, (ISIC : 1989)
▪ สถำนภำพกำรทำงำน หมำยถึง สถำนะของบุคคลท่ีทำงำนในสถำนท่ีท่ีทำงำนหรือธุรกิจ แบ่งออกเป็น
5 ประเภท คือ
1. นำยจ้ำง หมำยถึง ผ้ปู ระกอบธรุ กิจของตนเอง เพ่อื หวังผลกำไร หรือสว่ นแบง่ และ ไดจ้ ้ำงบคุ คลอ่นื มำ
ทำงำนในธรุ กิจในฐำนะลกู จำ้ ง
2. ทำงำนสว่ นตวั โดยไมม่ ลี ูกจ้ำง หมำยถึง ผูป้ ระกอบธุรกิจของตนเองโดยลำพังผู้เดียว หรอื อำจมีบุคคล
อื่นมำร่วมกิจกำรด้วย เพื่อหวังผลกำไรหรือส่วนแบ่ง และไม่ได้จ้ำงลูกจ้ำงที่เป็นกำรจ้ำง บนพื้นฐำนของควำม
ตอ่ เนอื่ ง เพื่อมำทำงำนให้ในระหว่ำงคำบเวลำอ้ำงองิ แต่สำมำรถจ้ำงลูกจ้ำงท่ีไม่ใช่ กำรจ้ำงงำนอย่ำงตอ่ เนือ่ งได้ แต่
อำจมสี มำชิกในครัวเรอื นหรือผู้ฝึกงำนมำชว่ ยทำงำนโดยไมไ่ ดร้ ับคำ่ จำ้ ง หรือคำ่ ตอบแทนอย่ำงอ่ืนสำหรับงำนทท่ี ำ
4
3. ช่วยธุรกจิ ในครัวเรือนโดยไม่ได้รับค่ำจ้ำง หมำยถึง ผู้ท่ีช่วยทำงำนโดยไม่ไดร้ ับค่ำจ้ำงในไรน่ ำเกษตร
หรือในธรุ กิจของสมำชิกในครวั เรือน
4. ลกู จ้ำง หมำยถงึ ผู้ทที่ ำงำนโดยได้รับค่ำจ้ำงเป็นรำยเดือน รำยสัปดำห์ รำยวัน รำยช้ิน หรือเหมำจ่ำย
คำ่ ตอบแทนทไ่ี ด้รับจำกกำรทำงำนอำจจะเป็นเงนิ หรอื สิง่ ของ
ลูกจำ้ งแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท
4.1 ลูกจ้ำงรัฐบำล หมำยถึง ข้ำรำชกำร พนักงำนเทศบำล พนักงำนองค์กำรบริหำร ส่วนจังหวัด
ตลอดจนลูกจ้ำงประจำ และชวั่ ครำวขอรัฐบำล
4.2 ลูกจ้ำงรฐั วิสำหกจิ หมำยถงึ ผทู้ ี่ทำงำนให้กบั หน่วยงำนรัฐวสิ ำหกิจ
4.3 ลูกจ้ำงเอกชน หมำยถึง ผู้ที่ทำงำนให้กับเอกชน หรือธุรกิจของเอกชน รวมท้ัง ผู้ที่รับจ้ำง
ทำงำนบำ้ น
5. กำรรวมกลุ่ม หมำยถงึ กลุ่มคนที่มำร่วมกนั ทำงำน โดยมีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อพึ่งตนเอง และชว่ ยเหลือซึ่ง
กนั และกัน สมำชิกแต่ละคนมีควำมเท่ำเทียมกันในกำรกำหนดกำรทำงำนทุกขั้นตอน ไม่ว่ำเป็นกำรลงทุน กำรขำย
งำนอื่นๆ ของกิจกำรที่ทำ ตลอดจนกำรแบ่งรำยได้ให้แก่สมำชิกตำมท่ีตกลงกัน (กำรรวมกลุ่มดังกล่ำวอำจจด
ทะเบยี นจดั ต้งั ในรูปของสหกรณ์หรือไมก่ ไ็ ด้)
กำรจัดจำแนกประเภทสถำนภำพกำรทำงำน ต้ังแต่ไตรมำสท่ี 1 พ.ศ. 2544 ใช้ตำม International
Classification of Status in Employment, 1993 (ICSE – 93) ขององค์กำรแรงงำนระหว่ำงประเทศ (ILO) มี
สถำนภำพกำรทำงำนเพิ่มขนึ้ อีก 1 กลมุ่ คือ กำรรวมกลุ่ม (Members of producers’ cooperatives)
▪ ช่ัวโมงทำงำน หมำยถึง จำนวนชั่วโมงทำงำนจริงทั้งหมด ในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจ สำหรับบุคคลที่มี
อำชีพมำกกว่ำหนึ่งอำชีพ ช่ัวโมงทำงำน หมำยถึง ยอดรวมของช่ัวโมงทำงำนทุกอำชีพ สำหรับผู้ท่ีมีงำนประจำซึ่ ง
ไมไ่ ด้ทำงำนในสัปดำห์แห่งกำรสำรวจ ใหบ้ ันทกึ จำนวนช่ัวโมงเป็น 0 ชั่วโมง กำรสำรวจก่อนปี พ.ศ. 2544 ผู้ท่ีมงี ำน
ประจำซงึ่ ไมไ่ ดท้ ำงำนในสปั ดำหแ์ หง่ กำรสำรวจ ใหน้ บั จำนวนชั่วโมงทำงำนปกตติ อ่ สัปดำห์ เปน็ ช่วั โมงทำงำน
▪ รำยได้ของลูกจ้ำง หมำยถึง รำยได้ของผู้ที่มีสถำนภำพกำรทำงำนเป็นลูกจ้ำง ท่ีไดร้ ับมำจำกกำรทำงำน
ของอำชีพท่ที ำในสปั ดำหแ์ ห่งกำรสำรวจ ซ่งึ ประกอบด้วยคำ่ จ้ำง และผลประโยชน์ตอบแทนอนื่ ๆ สำหรับลูกจ้ำง
▪ ระยะเวลำของกำรหำงำนทำ หมำยถึง ระยะเวลำที่ผู้ว่ำงงำนได้ออกหำงำนทำ ให้นับตง้ั แต่ วันทเ่ี ร่ิมหำ
งำนทำ จนถึงวนั สดุ ทำ้ ยกอ่ นวันสมั ภำษณ์
▪ คำบกำรแจงนับ หมำยถึง ระยะเวลำที่พนกั งำนออกไปสมั ภำษณบ์ ุคคลในครวั เรือนตัวอยำ่ ง ซ่งึ โดยปกติ
เปน็ วนั ที่ 1 - 12 ของทกุ เดอื น
▪ ประเภทของครวั เรอื น ครวั เรอื นที่อยู่ในขอบข่ำยกำรสำรวจแบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภท คอื
1. ครัวเรือนส่วนบุคคล ประกอบด้วยครัวเรือนหนึ่งคน คือ บุคคลเดียวซึ่งหุงหำอำหำรและจัดหำส่ิง
อุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่กำรครองชีพโดยไม่เกี่ยวกับผู้ใด ซึ่งอำจพำนักอย่ใู นเคหสถำนเดียวกัน หรอื ครัวเรือนท่ีมี
บุคคลต้ังแต่สองคนข้ึนไปร่วมกันจัดหำ และใช้สิ่งอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่กำรครองชีพร่วมกัน ครัวเรือนส่วน
บุคคล อำจอำศยั อยใู่ นเคหะทีเ่ ป็นเรอื นไม้ ตกึ แถว ห้องแถว หอ้ งชุด เรือแพ เปน็ ต้น
2. ครวั เรอื นกลมุ่ บคุ คล
2.1 ประเภทคนงำน ได้แก่ ครวั เรือนซึ่งประกอบดว้ ย บคุ คลหลำยคนอยู่กนิ รว่ มกนั ในท่ีอยู่แห่งหน่ึง เช่น
ทพี่ ักคนงำน เป็นตน้
2.2 ประเภทสถำบัน หมำยถึง บุคคลหลำยคนอยู่ร่วมกันในสถำนที่อยู่แห่งหน่ึง เช่น สถำนที่กักกัน วัด
กรมทหำร โดยไม่แยกที่อยู่เป็นสัดส่วนเฉพำะคนหรือเฉพำะครัวเรือน นักเรียนที่อยู่ประจำที่โรงเรียนหรือในหอพัก
นกั เรยี น เป็นตน้ ไม่อยใู่ นคมุ้ รวม ของกำรสำรวจนี้
5
▪ ระดับกำรศึกษำทสี่ ำเร็จ ไดจ้ ำแนกกำรศึกษำตำมระดบั กำรศึกษำที่สำเร็จดงั น้ี
1. ไม่มีกำรศึกษำ หมำยถึง บุคคลที่ไม่เคยเขำ้ ศกึ ษำในโรงเรียน หรือไม่เคยได้รบั กำรศึกษำ
2. ต่ำกว่ำประถมศึกษำ หมำยถึง บุคคลทีส่ ำเร็จกำรศึกษำต่ำกว่ำชั้นประถมปีท่ี 6 หรือ ชัน้ ประถมปีท่ี 7
หรือชน้ั ม.3 เดมิ
3. สำเร็จประถมศึกษำ หมำยถึง บุคคลท่ีสำเร็จกำรศึกษำต้ังแต่ชั้นประถมปีที่ 6 หรือ ชั้นประถมปีท่ี 7
หรือชน้ั ม.3 เดิมขึน้ ไป แตไ่ ม่สำเร็จระดบั กำรศกึ ษำทส่ี ูงกว่ำ
4. สำเร็จมัธยมศึกษำตอนต้น หมำยถึง บคุ คลทสี่ ำเรจ็ กำรศึกษำตั้งแต่ชน้ั ม.3 ม.ศ.3 หรือ ม.6 เดิมข้ึนไป
แต่ไม่สำเรจ็ ระดบั กำรศึกษำทส่ี งู กวำ่
5. สำเร็จมธั ยมศึกษำตอนปลำย
5.1 สำยสำมัญ หมำยถึง บุคคลทีส่ ำเรจ็ กำรศกึ ษำประเภทสำมัญศึกษำตั้งแต่ชัน้ ม.6 ม.ศ.5 หรือ ม.8
เดิมขึน้ ไป แตไ่ ม่สำเร็จระดับกำรศกึ ษำทีส่ งู กว่ำ
5.2 อำชีวศึกษำ หมำยถึง บุคคลท่ีสำเร็จกำรศึกษำประเภทอำชีวศึกษำ หรือวิชำชีพ ท่ีเรียนต่อจำก
ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนต้นหรอื เทียบเท่ำ โดยมีหลกั สตู รไมเ่ กนิ 3 ปี และ ไมส่ ำเร็จระดบั กำรศกึ ษำทีส่ ูงกว่ำ
5.3 วิชำกำรศึกษำ หมำยถึง บุคคลที่สำเร็จกำรศึกษำประเภทวิชำกำรศึกษำ (กำรฝึกหัดครู) ใน
ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนปลำยหรอื เทยี บเท่ำขึ้นไป แตไ่ มส่ ำเร็จระดบั กำรศกึ ษำ ทส่ี งู กว่ำ
6. อดุ มศึกษำ
6.1 สำมัญศึกษำ หมำยถงึ บคุ คลทสี่ ำเร็จกำรศกึ ษำประเภทสำมญั ศกึ ษำหรือ สำยวชิ ำกำร โดยไดร้ ับ
วฒุ บิ ตั รระดับอนุปริญญำ
6.2 อำชีวศึกษำ หมำยถึง บุคคลที่สำเร็จกำรศึกษำประเภทอำชีวศึกษำ หรือสำยวิชำชีพที่ได้รับ
ประกำศนียบัตรวิชำชีพช้ันสูง ประกำศนียบัตรวิชำชีพเทคนิค (ปวท.) ประกำศนียบัตรวิชำกำรศึกษำช้ันสูง (ปกศ.
สูง)
7. ระดับปรญิ ญำตรี หมำยถึง ผสู้ ำเร็จกำรศึกษำระดับปรญิ ญำตรีจำกทสุ ถำบันกำรศึกษำ
8. ระดับสูงกวำ่ ปรญิ ญำตรี ประกอบด้วย ผู้สำเรจ็ กำรศึกษำระดับปริญญำโท ปรญิ ญำเอก
9. กำรศึกษำอื่น ๆ ได้แก่ หลักสูตรที่ไม่ได้วุฒิกำรศึกษำ เช่น หลักสูตรวิชำชีพระยะสั้น กำรศึกษำ
ปอเนำะ กำรศกึ ษำที่เทียบระดับไม่ได้ เช่น กำรศึกษำทำงศำสนำ อิสลำมศึกษำ แผนกวิชำศำสนำอิสลำม และเรยี น
แต่ไม่ทรำบระดับกำรศึกษำ
10. สำขำวิชำท่ีสำเร็จ หมำยถึง สำขำวิชำ คณะ หรือแผนกที่ เรียนสำเร็จตำมประกำศนียบัตร หรือ
ปริญญำบตั ร
1.6 ประโยชน์ที่คำดว่ำจะไดร้ บั
ข้อมูลทีไ่ ด้นำมำใชส้ ำหรับกำรวำงแผนและกำหนดนโยบำยด้ำนแรงงำนดงั นี้
1) ใช้ในกำรวำงแผนพฒั นำกำลังแรงงำน
1.1) ใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐำนในกำรวัดอุปทำนของแรงงำน กำรเข้ำสู่กำลังแรงงำน รวมไปถึง กำรเพ่ิมของ
กระบวนกำรผลติ โดยกำรพฒั นำกำลังแรงงำนทว่ี ่ำงงำนหรือทยี่ ังทำงำนตำ่ กวำ่ ระดบั มำใช้ประโยชน์อยำ่ งเต็มที่
1.2) เป็นข้อมูลสำคัญท่ีใช้ในกำรวำงแผนและประเมินนโยบำยของรัฐบำลในด้ำนกำรส่งเสริมและ
สนบั สนนุ กำรจำ้ งงำน
1.3) เป็นข้อมูลที่ได้จำกกำรสำรวจในแต่ละช่วงเวลำท่ีต่อเน่ืองกัน สำมำรถชี้ให้เห็นทิศทำงและแนวโน้ม
ตลอดจนกำรเปลย่ี นแปลงของตลำดแรงงำนและภำวะกำรจ้ำงงำน
2) ใชเ้ ปน็ ตัวช้ีวัดภำวะทำงเศรษฐกิจในระดับมหภำค
2.1) เป็นข้อมลู พน้ื ฐำน เพอ่ื แสดงขนำดและโครงสรำ้ งของกำลงั แรงงำนของประเทศ
6
2.2) เป็นข้อมูลที่เมื่อนำไปวิเครำะห์ร่วมกับข้อมูลทำงเศรษฐกิจอ่ืน จะสำมำรถนำไปใช้ ในกำรประเมิน
และวเิ ครำะหด์ ้ำนนโยบำยทำงเศรษฐกิจของประเทศในระดบั มหภำคได้
2.3) ข้อมลู ในเรอ่ื งอัตรำกำรไม่มงี ำนทำ ใชเ้ ป็นดัชนวี ดั สมรรถภำพทำงเศรษฐกิจของประเทศ
3) ดำ้ นอื่นๆ
3.1) ใชป้ ระกอบในกำรพิจำรณำอตั รำค่ำจ้ำงขั้นต่ำ และโครงสรำ้ งรำยไดข้ องลูกจำ้ ง ในแตล่ ะสำขำอำชีพ
3.2) ใช้ในกำรวเิ ครำะห์วิจัยในดำ้ นต่ำงๆ เช่น สำมำรถใช้ในกำรอธิบำยควำมเจรญิ ทำงเศรษฐกิจในอดีตท่ี
ผำ่ นมำ กำรศึกษำทำงด้ำนประชำกรทีม่ ีผลกระทบต่อเศรษฐกจิ และสังคมในด้ำนขนำด และองคป์ ระกอบของกำลัง
แรงงำน เป็นต้น
3.3) ใช้ในกำรประมำณกำรกำลังแรงงำน เพือ่ ประโยชน์ในกำรวำงแผนดำ้ นเศรษฐกจิ และสงั คม
บทท่ี 2
สรุปผลกำรสำรวจ
1. ลักษณะของกำลงั แรงงำน
จำกผลกำรสำรวจภำวะกำรทำงำนของ หรือคิดเป็นร้อยละ 27.6 สำหรับกลุ่มผู้ท่ีอยู่ใน
ประชำกรของจังหวัดกระบี่ระหวำ่ ง เดือนมกรำคม – กำลงั แรงงำนท้งั หมด 247,267 คน นัน้ ประกอบดว้ ย
มีนำคม พ.ศ. 2565 ซ่ึงเป็นไตรมำสที่ 1/2565
พบว่ำ จังหวัดกระบี่มีจำนวนประชำกรที่มีอำยุ 1. ผู้มีงำนทำ จำนวน 241,856 คน คดิ เป็น
15 ปีขนึ้ ไป จำนวน 341,729 คน ซึ่งเป็นผู้ท่ีอยู่ใน ร้อยละ 97.8 ของผ้อู ยู่ในกำลงั แรงงำน
กำลังแรงงำนจำนวน 247,267 คน หรือคิดเป็น
ร้อยละ 72.4 ของประชำกรท่ีมีอำยุ 15 ปีข้ึนไป 2. ผู้ว่ำงงำน ซง่ึ หมำยถึง ผู้ไม่มงี ำนทำและ
และเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในกำลังแรงงำน 94,462 คน พร้อมทจ่ี ะทำงำนมจี ำนวน 5,411 คน หรอื คิดเป็น
อัตรำกำรว่ำงงำนร้อยละ 2.2 ของผู้อยู่ในกำลัง
แรงงำน (ตำรำง ก)
ตำรำง ก จำนวนของประชำกรอำยุ 15 ปขี ้นึ ไป จำแนกตำมสถำนภำพแรงงำน และเพศ
สถำนภำพแรงงำน รวม ชำย หญิง
ผู้มอี ำยุ 15 ปีขน้ึ ไป 341,729 จำนวน 177,320
164,409
1. ผู้อยใู่ นกำลังแรงงำน 247,267 137,241 110,026
1.1 กำลงั แรงงำนปัจจุบนั 247,267 137,241 110,026
1.1.1 ผมู้ ีงำนทำ 241,856 134,698 107,158
1.1.2 ผู้ว่ำงงำน 5,411 2,543 2,868
1.2 กำลังแรงงำนท่ีรอฤดกู ำล ---
2. ผู้ไม่อยู่ในกำลงั แรงงำน 94,462 27,168 67,294
2.1 ทำงำนบำ้ น 35,027 393 34,634
2.2 เรียนหนงั สือ 29,334 12,498 16,836
2.3 เดก็ /ชรำ/ป่วย/พิกำรจนไม่สำมำรถทำงำนได้ 25,420 11,046 14,374
2.4 อื่นๆ 4,682 3,231 1,451
อตั รำกำรวำ่ งงำน 2.2 1.9 2.6
หมำยเหตุ : อัตรำกำรวำ่ งงำน = จำนวนผู้ว่ำงงำน × 100
จำนวนผอู้ ยู่ในกำลังแรงงำน
8
2. อำชีพ
ประชำกรอำยุ 15 ปีขึ้นไป ของจังหวัดกระบี่ 12.6 โดยสัดส่วนของชำยสงู กว่ำหญิง คดิ เปน็ ชำย
ทม่ี ีงำนทำ จำนวน 241,856 คน เป็นชำยประมำณ ร้อยละ 13.4 และหญิ งร้อยละ 11.5 ส่วน
134,698 คน และหญิงประมำณ 107,158 คน ผู้ปฏิบัติงำนด้ำนควำมสำมำรถทำงฝีมือ และ
หรือ คิดเป็นชำยร้อยละ 55.7 และหญิงร้อยละ ธุรกิจกำรค้ำที่เก่ียวข้อง มีประมำณ 21,817 คน
44.3 ของจำนวนผู้มีงำนทำ ตำมลำดับ สำหรับ คิดเป็นรอ้ ยละ 9.0 ซึ่งสัดสว่ นของชำยสูงกว่ำหญิง
อำชพี ของผู้มงี ำนทำ จำกผลกำรสำรวจปรำกฏว่ำ คิดเป็นชำยร้อยละ 12.5 และเปน็ หญิง ร้อยละ 4.7
ส่วนใหญ่ คือ ประมำณ 100,395 คน หรือคิด นอกนั้นประกอบอำชีพอ่นื ๆ
เป็นร้อยละ 41.5 ของผู้มีงำนทำเป็นผู้ปฏิบัติงำน
ท่ีมีฝีมือในด้ำนกำรเกษตร และกำรประมง โดย ผู้ปฏิบัติกำรโรงงำนและเคร่ืองจักร และ
สัดส่วนของชำยมำกกว่ำหญิงคิดเป็นชำยร้อยละ ผู้ปฏิบัติงำนด้ำนกำรประกอบ ผู้ประกอบวิชำชีพ
44.5 และหญิงรอ้ ยละ 37.7 ตำมลำดบั รองลงมำ ด้ำ น ต ่ำ ง ๆ เส มีย น ผู ้บ ัญ ญ ัติก ฎ ห ม ำ ย
คือ พนักงำนบริกำร และพนักงำนในร้ำนค้ำและ ข้ำรำชกำรระดับอำวุโส และผู้จัดกำร ผู้ประกอบ
ตลำด มปี ระมำณ 47,442 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 19.6 วิชำชีพด้ำนเทคนิคสำขำต่ำง ๆ และอำชีพท่ี
ซ่ึงสัดส่วนของหญิงสูงกว่ำชำย คิดเป็นหญิง เกี่ยวข้อง น้ันมีสัดส่วนไม่มำกนัก คือ อยู่ระหว่ำง
ร้อยละ 28.8 และเป็นชำยร้อยละ 12.3 สำหรับ ร้อยละ 2.4 - 4.9 ของผู้มีงำนทำทั้งห ม ด
อำชีพขั้นพื้นฐำนต่ำง ๆ ในด้ำนกำรขำย และกำร (ตำรำง ข)
ใหบ้ ริกำร มีประมำณ 30,354 คน คิดเป็นร้อยละ
ตำรำง ข จำนวนและร้อยละของผมู้ งี ำนทำ จำแนกตำมอำชพี และเพศ
อำชพี รวม ชำย หญิง
จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ
107,158 100.0
ยอดรวม 241,856 100.0 134,698 100.0
1. ผู้บญั ญตั ิกฎหมำย ขำ้ รำชกำรระดบั อำวุโส และ 2,525 2.4
7,569 3.1 5,044 3.7 7,004 6.5
ผ้จู ดั กำร 8,594 3.6 1,590 1.2
2. ผปู้ ระกอบวชิ ำชพี ด้ำนตำ่ งๆ 2,986 2.8
3. ผ้ปู ระกอบวชิ ำชีพดำ้ นเทคนิคสำขำต่ำงๆ และ 5,808 2.4 2,821 2.1 5,374 5.0
8,056 3.3 2,682 2.0 30,835 28.8
อำชีพที่เก่ยี วขอ้ ง 47,442 19.6 16,607 12.3
4. เสมียน 40,405 37.7
100,395 41.5 59,990 44.5
5. พนกั งำนบรกิ ำร และพนักงำนในรำ้ นคำ้ และตลำด 4,992 4.7
6. ผปู้ ฏบิ ตั ิงำนท่ีมฝี มี ือในดำ้ นกำรเกษตร และกำร 21,817 9.0 16,825 12.5
660 0.6
ประมง 11,821 4.9 11,162 8.3
7. ผู้ปฏิบัติงำนด้ำนควำมสำมำรถทำงฝีมอื และธรุ กจิ 12,377 11.5
30,354 12.6 17,977 13.4 --
กำรคำ้ ท่ีเก่ียวขอ้ ง -- - -
8. ผปู้ ฏิบัติกำรโรงงำนและเคร่ืองจกั ร และ
ผ้ปู ฏบิ ัตงิ ำนด้ำนกำรประกอบ
9. อำชีพขนั้ พ้นื ฐำนต่ำงๆ ในด้ำนกำรขำย และกำร
ให้บรกิ ำร
10. คนงำนซ่ึงมิไดจ้ ำแนกไวใ้ นหมวดอ่นื
9
3. ประเภทอุตสำหกรรม 9.5 โดยสัดส่วนหญิงสูงกว่ำชำย คือหญิงร้อยละ
15.0 และชำยร้อยละ 5.1 ตำมลำดับ สำขำกำรผลิตมี
เมื่อพิจำรณำถึงประเภทอุตสำหกรรม หรือ ประมำณ 14,056 คน คิดเป็นร้อยละ 5.8 โดยสัดส่วน
ลักษณะของกำรประกอบกิจกรรมของผู้มีงำนทำ ของชำยสูงกว่ำหญิง คือ ชำยร้อยละ 6.1 และหญิง
ในเชิงเศรษฐกิจ พบว่ำ ผู้มีงำนทำในสำขำเกษตรกรรม ร้อยละ 5.5 ตำมลำดับ สำหรับสำขำกำรก่อสร้ำง
กำรป่ำไม้และกำรประมง มีประมำณ 114,890 คน มีประมำณ 11,560 คน คิดเป็นร้อยละ 4.8 โดย
หรือคิดเป็นร้อยละ 47.5 ของผู้มีงำนทำ โดยสัดส่วน สัดส่วนชำยสงู กว่ำหญงิ คอื ชำยรอ้ ยละ 7.4 และหญิง
ของชำยสูงกว่ำหญิง คือ ชำยร้อยละ 51.8 และหญิง ร้อยละ 1.4 ตำมลำดับ และสว่ นที่เหลือกระจำยอยู่ใน
รอ้ ยละ 42.1 ตำมลำดับ รองลงมำคือ สำขำกำรขำยส่ง อุตสำหกรรมประเภทอื่น ๆ ซ่ึงมีอยู่ระหว่ำง ร้อยละ
กำรขำยปลีก มีประมำณ 44,528 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 0.1 - 3.3 ของผมู้ งี ำนทำทง้ั หมด (ตำรำง ค)
18.4 โดยสัดส่วนหญิงสูงกว่ำชำย คือหญิงร้อยละ 21.0
และชำยร้อยละ 16.4 ตำมลำดับ สำขำกิจกรรมโรงแรม
และอำหำร มีประมำณ 22,907 คน คิดเป็นร้อยละ
ตำรำง ค จำนวนและร้อยละของผมู้ งี ำนทำ จำแนกตำมอุตสำหกรรมและเพศ
อตุ สำหกรรม รวม ชำย หญิง
จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ
ยอดรวม 241,856 100.0 134,698 100.0 107,158 100.0
1. เกษตรกรรม กำรป่ำไมแ้ ละกำรประมง
2. กำรทำเหมืองแร่ และเหมืองหนิ 114,890 47.5 69,725 51.8 45,165 42.1
3. กำรผลติ -- -- --
4. กำรไฟฟำ้ กำ๊ ซ และไอนำ้
5. กำรจัดหำนำ้ บำบัด น้ำเสยี 14,056 5.8 8,171 6.1 5,884 5.5
6. กำรก่อสร้ำง 391 0.2 391 0.3 --
7. กำรขำยส่ง กำรขำยปลกี 223 0.1 223 0.2 --
8. กำรขนส่ง ที่เก็บสินคำ้
9. กิจกรรมโรงแรม และอำหำร 11,560 4.8 10,052 7.4 1,508 1.4
10. ขอ้ มลู ข่ำวสำรและกำรส่อื สำร 44,528 18.4 22,062 16.4 22,466 21.0
11. กิจกำรทำงกำรเงินและกำรประกันภยั 4,626 1.9 4,139 3.1
12. กิจกรรมอสงั หำรมิ ทรัพย์ 22,907 9.5 6,853 5.1 486 0.4
13. กจิ กรรมทำงวชิ ำชีพและเทคนิค 16,054 15.0
14. กำรบริกำรและกำรสนบั สนุน 583 0.2 285 0.2
15. กำรบรหิ ำรรำชกำรและป้องกันประเทศ 1,956 0.8 747 0.5 299 0.3
16. กำรศึกษำ 106 0.1 1,209 1.1
17. สุขภำพและสังคมสงเครำะห์ 201 0.1 113 0.1
18. ศลิ ปะ ควำมบนั เทิง นันทนำกำร 1,350 0.6 1,895 1.4 94 0.1
19. กิจกรรมบริกำรดำ้ นอ่นื ๆ 2,888 1.2 5,888 4.4 1,237 1.2
20. ลกู จ้ำงในครัวเรือนส่วนบคุ คล 7,967 3.3 658 0.5
21. องคก์ ำรระหวำ่ งประเทศ 4,817 2.0 623 0.4 992 0.9
22. ไม่ทรำบ 2,421 1.0 676 0.5 2,079 1.9
1,629 1.2 4,159 3.9
786 0.3 462 0.3 1,798 1.7
4,649 1.9
1,058 0.4 -- 111 0.1
-- 3,021 2.8
--
-- 596 0.6
--
--
4. สถำนภำพกำรทำงำน 10
ในจำนวนประชำกรอำยุ 15 ปีข้ึนไป ผู้ช่วยธุรกิจครัวเรือน มีจำนวน 29,668 คน หรือคิด
ที่มีงำนทำท้ังสิ้น 241,865 คน นั้น เมื่อพิจำรณำถึง เป็นร้อยละ 12.3 โดยสัดส่วนของหญิงสูงกว่ำชำย
สถำนภำพกำรทำงำน ผลกำรสำรวจครั้งน้ี พบว่ำ คอื หญงิ ร้อยละ 17.0 และชำยรอ้ ยละ 8.5 ตำมลำดับ
สว่ นใหญ่เป็นผู้มีสถำนภำพกำรทำงำนเป็นลูกจ้ำงเอกชน ผู้ท่ีมีสถำนภำพกำรทำงำนเป็นนำยจ้ำง มีประมำณ
ซึ่งมีจำนวน 89,294 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 36.9 25,264 คน คดิ เป็นร้อยละ 10.4 โดยสัดสว่ นของชำย
โดยสัดส่วนของชำยสูงกว่ำหญิง คือชำยร้อยละ 38.7 สูงกว่ำหญิง คือชำยร้อยละ 11.1 และหญิงร้อยละ
และหญิงร้อยละ 34.6 ตำมลำดับ รองลงมำคือ ผู้มี 9.7 ตำมลำดับ ส่วนผู้ท่ีมีสถำนภำพกำรทำงำนเป็น
สถำนภำพเป็นธุรกิจส่วนตัว มีจำนวน 79,609 คน ลูกจ้ำงรัฐบำล มีจำนวน 18,021 คน คิดเป็นร้อยละ
หรือคิดเป็นร้อยละ 32.9 โดยสัดส่วนของชำยสูงกว่ำ 7.5 โดยสัดส่วนของหญิงสูงกว่ำชำย คือหญิงร้อยละ
หญิง คือชำยร้อยละ 34.9 และหญิงร้อยละ 30.4 8.3 และชำยร้อยละ 6.8 ตำมลำดับ (ตำรำง ง และ
ตำมลำดับ สำหรับผู้ทำงำนซ่ึงมีสถำนภำพเป็น แผนภมู ิ ก)
ตำรำง ง จำนวนและรอ้ ยละของผมู้ งี ำนทำ จำแนกตำมสถำนภำพกำรทำงำนและเพศ
สถำนภำพกำรทำงำน รวม ชำย หญงิ
จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ
ยอดรวม 241,856 100.0 134,698 100.0 107,158 100.0
1. นำยจำ้ ง 25,264 10.4 14,914 11.1 10,350 9.7
2. ลกู จ้ำงรฐั บำล 18,021 7.5 9,102 6.8 8,919 8.3
3. ลกู จำ้ งเอกชน 89,294 36.9 52,158 38.7 37,136 34.6
4. ทำงำนสว่ นตวั 79,609 32.9 47,047 34.9 32,562 30.4
5. ชว่ ยธรุ กิจครัวเรอื น 29,668 12.3 11,477 8.5 18,191 17.0
6. กำรรวมกลมุ่
-- -- --
แผนภมู ิ ก ร้อยละของผมู้ งี ำนทำ จำแนกตำมสถำนภำพกำรทำงำน
11
5. ชั่วโมงกำรทำงำนตอ่ สัปดำห์
ในจำนวนประชำกรอำยุ 15 ปีข้ึนไป โดยสดั สว่ นของหญิงสงู กว่ำชำย คือหญงิ ร้อยละ 12.3
ท่ีมีงำนทำ 241,856 คนนั้น ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่ และชำยร้อยละ 8.7 ตำมลำดับ สำหรับผู้ที่ทำงำน
ทำงำนในสัปดำห์กำรสำรวจต้ังแต่ 1 ช่ัวโมงขึ้นไป 50 ช่ัวโมงขึ้นไปต่อสัปดำห์ มีประมำณ 21,576 คน
พบว่ำ เป็นผู้ที่ทำงำน 40-49 ชั่วโมงต่อสัปดำห์ หรือคิดเป็นร้อยละ 8.9 โดยสัดส่วนของหญิงสูงกว่ำ
มีประมำณ 69,277 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 28.7 ชำย คือหญิงร้อยละ 10.3 และชำยร้อยละ 7.8
โดยสัดสว่ นของชำยสูงกว่ำหญิง คือชำยร้อยละ 30.9 ตำมลำดับ ผู้ที่ทำงำน 30-34 ชั่วโมงต่อสัปดำห์
และหญิงร้อยละ 25.8 ตำมลำดับ รองลงมำคือ ผู้ท่ี มีประมำณ 18,627 คน คิดเป็นร้อยละ 7.7 โดย
ทำงำน 20-29 ช่ัวโมงต่อสัปดำห์ มีประมำณ สัดส่วนของชำยสูงกว่ำหญิง คือ ชำยร้อยละ 8.0
48,939 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 20.2 โดยสัดส่วน และหญิงร้อยละ 7.3 ตำมลำดับ และผู้ที่ทำงำน 1-9
ของชำยสูงกว่ำหญิง คือ ชำยร้อยละ 21.4 และหญิง ช่ัวโมงต่อสัปดำห์มีประมำณ 7,345 คน หรือ
ร้อยละ 18.8 ตำมลำดบั ผูท้ ี่ทำงำน 10-19 ชว่ั โมงต่อ คิดเป็นร้อยละ 3.0 โดยสัดส่วนของหญิงสูงกว่ำชำย
สัปดำห์ มีประมำณ 37,620 คน หรือคิดเป็นร้อยละ คือหญิงร้อยละ 3.7 และชำยร้อยละ 2.5 ตำมลำดับ
15.6 โดยสัดส่วนของชำยสูงกว่ำหญิง คือ ชำย ส่วนผูท้ ่ีไมไ่ ด้ทำงำนแต่มงี ำนประจำมีประมำณ 13,555
ร้อยละ 16.2 และหญิงร้อยละ 14.8 ตำมลำดับ คน คิดเป็นร้อยละ 5.6 โดยสัดส่วนของหญิงสูงกว่ำ
ผู้ท่ีทำงำนต้ังแต่ 35-39 ชั่วโมงข้ึนไปต่อสัปดำห์ ชำย คือหญิงร้อยละ 7.0 และชำยร้อยละ 4.5
มี จ ำน ว น 2 4 ,918 ค น คิ ด เป็ น ร้อ ย ล ะ 1 0 .3 ตำมลำดับ (ตำรำง จ)
ตำรำง จ จำนวนและรอ้ ยละของผมู้ ีงำนทำ จำแนกตำมช่วั โมงกำรทำงำนต่อสปั ดำห์ และเพศ
ชวั่ โมงกำรทำงำนต่อสปั ดำห์ รวม ชำย หญิง
จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ
ยอดรวม 241,856 100.0 134,698 100.0 107,158 100.0
1. นอ้ ยกวำ่ 1 ชว่ั โมง 13,555 5.6 6,090 4.5 7,465 7.0
2. 1-9 ช่ัวโมง 7,345 3.0 3,325 2.5 4,020 3.7
3. 10-19 ช่ัวโมง 37,620 15.6 21,780 16.2 15,839 14.8
4. 20-29 ชั่วโมง 48,939 20.2 28,806 21.4 20,133 18.8
5. 30-34 ชว่ั โมง 18,627 7.7 10,745 8.0 7,881 7.3
6. 35-39 ชวั่ โมง 24,918 10.3 11,780 8.7 13,138 12.3
7. 40-49 ชั่วโมง 69,277 28.7 41,669 30.9 27,607 25.8
8. 50 ชวั่ โมงขนึ้ ไป 21,576 8.9 10,502 7.8 11,074 10.3
1/ ผู้ไมไ่ ดท้ ำงำนในสัปดำหก์ ำรสำรวจ แตม่ ีงำนประจำ
12
6. ภำวะกำรว่ำงงำนของประชำกร
ประชำกรของจังหวัดกระบี่ท่ีว่ำงงำนมีจำนวน ซ่ึงหมำยถึง สัดส่วนของผู้ว่ำงงำนต่อจำนวนประชำกร
ท้ังสิ้น 5,411 คน พบว่ำ โดยสดั ส่วนของหญิงสูงกว่ำ ทีอ่ ยูใ่ นกำลังแรงงำนรวม พบวำ่ จังหวัดกระบี่มีอัตรำ
ชำย กล่ำวคือ เปน็ หญิง 2,868 คน และชำย 2,543 คน กำรว่ำงงำนร้อยละ 2.2 โดยหญิงคิดเป็นร้อยละ 2.6
คิดเป็นร้อยละ 47.0 และ 53.0 ของผู้ว่ำงงำนท้ังส้ิน และชำยคิดเปน็ ร้อยละ 1.9 (ตำรำง ฉ แผนภูมิ ข)
ตำมลำดับ สำหรับอัตรำกำรว่ำงงำนของประชำกร
ตำรำง ฉ จำนวนและอัตรำกำรวำ่ งงำน จำแนกตำมเพศ
ผู้ว่ำงงำน
เพศ ผูอ้ ยู่ในกำลังแรงงำน
จำนวน อตั รำกำรว่ำงงำน
ยอดรวม 247,267 5,411 2.2
ชำย 137,241 2,543 1.9
หญิง 110,026 2,868 2.6
หมำยเหตุ : อตั รำกำรวำ่ งงำน = จำนวนผ้วู ำ่ งงำน × 100
จำนวนผู้อยูใ่ นกำลังแรงงำน
แผนภูมิ ข จำนวนผ้วู ่ำงงำน และอตั รำกำรว่ำงงำน จำแนกตำมเพศ
13
7. ผู้เสมือนวำ่ งงำน
ผู้เสมือนวำ่ งงำน หมำยถงึ ผู้ทำงำนนอ้ ยกว่ำ 4 ควำมสำคัญ เน่ืองจำกเป็นกลุ่มที่มีงำนทำท่ีอำจจะมี
ชัว่ โมงต่อวนั โดยคิดจำกผู้ที่อยู่ในภำคเกษตร ทำงำน รำยได้ไม่เพียงพอต่อกำรยังชีพทั้งครัวเรือน กำรท่ี
0 - 20 ช่ัวโมงต่อสัปดำห์ และผู้ท่ีอย่นู อกภำคเกษตร แรงงำนกลุ่มน้ียังมีชั่วโมงกำรทำงำนอยู่ในระดับต่ำ
ทำงำน 0 - 24 ชว่ั โมงต่อสปั ดำห์ สะท้อนถึงควำมเปรำะบำงของตลำดแรงงำนไทยที่
หลำยธุรกิจพยำยำมประคับประคองธุรกิจไว้ ไม่เลิก
ในไตรมำสท่ี 1/2565 จังหวัดกระบ่ีมีผู้เสมือน จ้ำง แต่ใช้วิธีลดเวลำทำงำนจนกระทบรำยได้หำก
ว่ำงงำน จำนวน 80,609 คน คิดเป็นร้อยละ 33.3 ธุรกิจฟ้ืนตัวช้ำ จะส่งผลให้ธุรกิจปิดตัวซ่ึงกลุ่มผู้ท่ี
ของผู้มีงำนทำ แบ่งเป็นผู้เสมือนว่ำงงำนภำคเกษตร เสมือนว่ำงงำนอำจเปลี่ยนเป็นผู้ว่ำงงำนได้ (ตำรำง ช
ร้อยละ 22.5 และผู้เสมือนว่ำงงำนนอกภำคเกษตร แผนภูมิ ค)
ร้อยละ 10.8 ซึ่งแรงงำนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มท่ีต้องให้
ตำรำง ช จำนวนและรอ้ ยละของผเู้ สมือนว่ำงงำน จำแนกตำมภำคอตุ สำหกรรม
อตุ สำหกรรม ผ้มู งี ำนทำ ผ้เู สมือนวำ่ งงำน
ยอดรวม 241,856
จำนวน รอ้ ยละ
80,609 33.3
ภำคเกษตร 114,890 54,532 47.5
นอกภำคเกษตร 126,966 26,077 20.5
หมำยเหตุ ผลรวมของแตล่ ะจำนวนอำจไมเ่ ท่ำกบั ยอดรวม เนือ่ งจำกกำรปดั เศษ
แผนภมู ิ ค รอ้ ยละของผ้เู สมือนวำ่ งงำน จำแนกตำมภำคอตุ สำหกรรม
ภำคผนวก
ภำคผนวก ก
ระเบียบวิธี
ภำคผนวก ก
ระเบียบวธิ ี
1. วธิ ีกำรสำรวจ
กำรสำรวจโครงกำรนี้คมุ้ รวมคอื ประชำชนที่อำศยั อยูใ่ นครวั เรือนสว่ นบคุ คล และครวั เรือนกลุ่มบุคคลทุก
ครัวเรือนท่ีอำศัยอยูใ่ นเขตเทศบำลและนอกเขตเทศบำลทุกจังหวดั ทั่วประเทศ ยกเว้น ครัวเรอื นชำวตำ่ งประเทศท่ี
ทำงำนในสถำนทูต หรือองค์กรระหวำ่ งประเทศท่ีมีเอกสิทธท์ิ ำงกำรทตู สำหรับครัวเรือนท่ีเข้ำข่ำยกำรแจงนับของ
กำรสำรวจภำวะกำรทำงำนของประชำกร ได้แก่ ครัวเรือนส่วนบุคคลและครัวเรือนกลุ่มบุคคล ซึ่งจะมีรำยชื่อ
ปรำกฎในบัญชีรำยช่ือครัวเรือนตัวอย่ำงบุคคลที่เข้ำข่ำยกำรแจงนับ ได้แก่ ผู้ท่ีเป็นสมำชิกในครัวเรือนส่วนบุคคล
ตวั อยำ่ งและ ผ้ทู ่ถี กู เลอื กเป็นตวั อยำ่ งในครวั เรอื นกล่มุ บคุ คล
สำหรับขนำดตัวอย่ำงของจังหวัดกระบี่ ใช้หน่วยตัวอย่ำงขั้นท่ีหน่ึง จำนวน 60 EA ตัวอย่ำง
หนว่ ยตัวอย่ำงข้ันท่ีสอง จำนวน 3,840 ครัวเรอื นตวั อย่ำง
วิธีกำรเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีกำรสัมภำษณ์หัวหน้ำครัวเรือนหรือสมำชิกในครัวเรื อนตัวอย่ำง
โดยเจ้ำหน้ำท่ีของสำนักงำนสถิติแห่งชำติ/สำนักงำนสถิติจังหวัด โดยผู้ทำกำรสัมภำษณ์ทุกคนจะมีคู่มือ
กำรปฏบิ ตั ิงำนเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สำหรบั ใช้ในกำรปฏิบตั ิงำน ทัง้ นเ้ี พือ่ ใหท้ กุ คนปฏบิ ัตงิ ำนไปในทำงเดยี วกนั
ส่วนกำรประมวลผลข้อมูลน้ันดำเนินกำรในส่วนกลำงตำมหลักวิชำกำรสถิติ โดยนำข้อมูลที่ได้จำก
ตัวอย่ำงมำประมำณค่ำ โดยมีกำรถ่วงน้ำหนัก (Weighty) ซ่ึงค่ำถ่วงน้ำหนักคำนวณได้จำกสูตรกำรประมำณค่ำที่
สอดคล้องกบั วิธกี ำรเลอื กตวั อยำ่ ง เพื่อให้ได้คำ่ ประมำณประชำกรใกล้เคียงกบั ค่ำทแ่ี ท้จริง
2.แผนกำรเลือตัวอยำ่ ง
แผนแบบกำรเลือกตัวอย่ำงท่ีใช้เป็นแบบ Stratified Two – Stage Sampling (รำยละเอียดใน
ภำคผนวก ก.) โดยมีจังหวัดเป็นสตรำตัม มีในเขตเทศบำลและนอกเขตเทศบำล เป็นสตรำตัมย่อย ในกำรเลือก
ตัวอย่ำงขั้นที่หนึ่ง (primary sampling stage) หน่วยตัวอย่ำงข้ันที่หน่ึง คือเขตแจงนับ โดยกรอบตัวอย่ำงสำหรับ
กำรเลือกหน่วยตัวอย่ำงขั้นท่ีหนึ่งได้มำจำกโครงกำรสำมะโนประชำกร พ.ศ. 2553 ที่ได้มีกำรปรับปรุงให้มีควำม
ทันสมัย และจำนวนเขตแจงนับตัวอย่ำงท้ังสน้ิ 5,430 เขตแจงนับ สำหรบั กำรเลือกตัวอย่ำงขั้นที่สอง (secondary
sampling stage) ครัวเรือนส่วนบุคคลและสมำชิกในครัวเรือนกลุ่มบุคคลประเภทคนงำนเป็นหน่วยตัวอย่ำงข้ันที่
สอง โดยกำหนดจำนวน 16 ครัวเรือนตัวอย่ำง ต่อเขตแจงนับตัวอย่ำงท้ังในเขตเทศบำลและนอกเขตเทศบำล
ตำมลำดับ ในกรณีของครัวเรือนกลุม่ บุคคลประเภทคนงำนจะเป็นกำรเลอื กสมำชกิ ตวั อย่ำงจำกครัวเรอื นกลุ่มบุคคล
ประเภทคนงำนทกุ ครัวเรือน โดยก่อนดำเนินกำรเลอื กครัวเรือนตัวอย่ำง ได้มีกำรสร้ำงกรอบครัวเรอื นตัวอย่ำง ดว้ ย
กำรนับและ จดครัวเรือนและอำคำร/ส่ิงปลูกสร้ำงทุกแห่งในแต่ละเขตแจงนับตัวอย่ำง หลังจำกน้ันทำกำรจัดเรียง
รำยชื่อครัวเรือนส่วนบุคคลใหม่ตำมขนำดครัวเรือน ซึ่งวัดด้วยจำนวนสมำชิกในครัวเรือน แลว้ จึงดำเนิน กำรเลือก
ครัวเรือนตวั อยำ่ งด้วยวิธกี ำรสุม่ แบบมรี ะบบ ต้งั แตป่ ี 2545 สำนกั งำนสถติ แิ หง่ ชำติ ไดน้ ำวิธีกำรเลอื กตัวอยำ่ งแบบ
Rotation Sampling มำประยุกต์ใช้ เพ่ือเพิ่มคุณภำพตัวประมำณ โดยใช้แผนเลือกตัวอย่ำงแบบ 4 Rotation
Groups และ 2-2-2 Pattern เน่ืองจำกแผนกำรเลือกตัวอย่ำงดังกล่ำวได้ส้ินสุดลงในปี พ.ศ. 2564 ดังนั้น จึงได้ มี
กำรกำหนดแผนกำรเลือกตัวอย่ำงแบบ Rotation ขึ้นใหม่สำหรับใช้ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2565-2574 โดยแผนกำรเลือก
ตัวอย่ำงรูปแบบใหม่น้ี ได้มีกำรแบ่ง PSU (EA ตัวอย่ำง) ออกเป็น 11 ชุด ในแต่ละ PSU กำหนดให้เลือกครัวเรือน
ตัวอย่ำงจำนวน 4 ชุด ซึ่งจะได้ครัวเรือนตัวอย่ำงท้ังส้ิน 44 ชุด โดยในแต่ละปีกำหนดให้ใช้ PSU ในกำรปฏิบัติงำน
จำนวน 2 ชุด (ในปถี ัดไปให้ใช้ PSU ซำ้ กับปีกอ่ นหน้ำ 50%)
17
โดยแผนกำรเลอื กตวั อย่ำงแบบ Rotation ดังกล่ำวกำหนดให้มีรปู แบบกำรซ้ำเป็นแบบ 2-2-2 pattern กลำ่ วคือ
- กำหนดให้ครัวเรือนตัวอย่ำงถูกแจงนับติดกัน 2 ไตรมำส จำกนั้นเว้นไป 2 ไตรมำส และถูกแจงนับซ้ำ
ติดกันอกี 2 ไตรมำส
- กำหนดให้ใช้ PSU ซ้ำกัน 100% และครัวเรือนตัวอย่ำงซ้ำกัน 50% ระหว่ำงไตรมำสที่ติดกันภำยในปี
เดยี วกัน
- กำหนดให้ใช้ PSU ซ้ำกัน 50% และครัวเรือนตัวอย่ำงซ้ำกัน 50% ระหว่ำงไตรมำสเดียวกันของปีท่ี
ติดกัน
กำรสำรวจแต่ละเดือน สำนักงำนสถิติแห่งชำติได้ดำเนินกำรสำรวจในทุกจังหวัดท่ัวประเทศ แผนกำร
เลือกตัวอย่ำงที่ใช้เป็นแบบ Stratified Two-stage Sampling โดยหน่วยตัวอย่ำงขั้นท่ีหนึ่ง คือ เขตแจงนับ
(Enumeration Area : EA) จำนวน 1,990 EA ตัวอย่ำง จำกท้ังสิ้นจำนวน 127,460 EA และหน่วยตัวอย่ำง
ขั้นที่สอง คือ ครัวเรือนส่วนบุคคลและสมำชิกในทุกครัวเรือนกลุ่มบุคคลประเภทครัวเรือนคนงำน จำนวน
27,960 ครัวเรือนตัวอย่ำง หรือคิดเป็นจำนวนประชำชนตัวอย่ำงประมำณ 95,000 คน ซ่ึงขนำดตัวอย่ำงในแต่
ละเดือนสำมำรถนำเสนอผลกำรสำรวจในระดับภำค (กรุงเทพมหำนคร และ 4 ภำค) โดยจำแนกตำม
เขตกำรปกครอง คือ ในเขตเทศบำล และนอกเขตเทศบำล แต่ไม่เพียงพอสำหรับนำเสนอผลกำรสำรวจใน
ระดับจังหวัดหรือพื้นท่ีย่อยกว่ำน้ี สำหรับกำรนำเสนอผลกำรสำรวจในระดับจังหวัดได้ใช้ข้อมูลของกำรสำรวจ
จำนวน 3 เดือน เพื่อให้ได้ขนำดตัวอย่ำงเพียงพอ เช่น กรณีสรปุ รำยงำนผลกำรสำรวจระดับจังหวัดในไตรมำสที่ 1
ของปี พ.ศ. 2565 กไ็ ดน้ ำขอ้ มลู ของเดือนมกรำคม กมุ ภำพนั ธ์ และมีนำคม 2565 มำรวมกนั เปน็ ตน้
3. คำบกำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู
กำรสำรวจไดด้ ำเนินกำรพรอ้ มกนั ท่ัวประเทศ ในระหว่ำงวันที่ 1 - 12 ของเดอื นมกรำคม – มนี ำคม พ.ศ. 2565
4. กำรปัดตวั เลข
ข้อมูลในตำรำงสถิติที่นำเสนอในรำยงำนฉบับนี้ เป็นค่ำประมำณท่ีได้จำกกำรถ่วงน้ำหนั ก
ซึ่งผลรวมจำกยอดย่อยในแตล่ ะรำยกำรอำจไมเ่ ทำ่ กบั ยอดรวม ท้งั น้เี นื่องจำกกำรปดั เศษทศนิยมโดยอสิ ระจำกกัน
ภำคผนวก ข
ตำรำงสถิติ
สารบัญตารางสถิติ
หนา้
ตารางที่ 1 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จาแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ 20
ตารางท่ี 2 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปขี ้ึนไป จาแนกตามระดบั การศกึ ษาที่สาเร็จ และเพศ 21
ตารางที่ 3 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปขี ึ้นไป ที่มงี านทา จาแนกตามระดบั การศกึ ษาท่ีสาเร็จ และเพศ 22
ตารางที่ 4 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปขี ้ึนไป ท่ีมีงานทา จาแนกตามอาชีพ และเพศ 23
ตารางท่ี 5 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีข้ึนไป ที่มีงานทา จาแนกตามอุตสาหกรรม และเพศ 24
ตารางท่ี 6 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปขี ้ึนไป ท่ีมีงานทา จาแนกตามสถานภาพการทางาน และเพศ 25
ตารางที่ 7 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปขี ึ้นไป ที่มีงานทา จาแนกตามช่ัวโมงการทางานตอ่ สัปดาห์ และเพศ 26
ตารางท่ี 8 จานวนและร้อยละของผ้เู สมือนว่างงาน จาแนกตามภาคอุตสาหกรรม และเพศ 27
20
ตารางที่ 1 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปขี นี้ ไป จาแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ
ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
สถานภาพแรงงาน รวม ชาย หญิง
จานวน
ผมู้ ีอายุ 15 ปขี นึ้ ไป 341,729 164,409 177,320
1. ผอู้ ยใู่ นกำลังแรงงำน 247,267 137,241 110,026
1.1 กำลังแรงงำนปัจจุบนั 247,267 137,241 110,026
1.1.1 ผมู้ ีงำนทำ 241,856 134,698 107,158
1.1.2 ผวู้ ่ำงงำน 5,411 2,543 2,868
1.2 กำลงั แรงงำนที่รอฤดูกำล ---
2. ผไู้ ม่อยใู่ นกำลงั แรงงำน 94,462 27,168 67,294
2.1 ทำงำนบำ้ น 35,027 393 34,634
2.2 เรียนหนังสอื 29,334 12,498 16,836
2.3 เด็ก/ชรำ/ป่วย/พกิ ำรจนไม่สำมำรถทำงำนได้ 25,420 11,046 14,374
2.4 อนื่ ๆ 4,682 3,231 1,451
ร้อยละ
ผูม้ ีอายุ 15 ปขี นึ้ ไป 100.0 100.0 100.0
1. ผอู้ ยใู่ นกำลงั แรงงำน 72.4 83.5 62.1
1.1 กำลังแรงงำนปัจจบุ ัน 72.4 83.5 62.1
1.1.1 ผมู้ ีงำนทำ 70.8 81.9 60.5
1.1.2 ผวู้ ่ำงงำน 1.6 1.6 1.6
1.2 กำลังแรงงำนท่ีรอฤดกู ำล ---
2. ผไู้ ม่อยใู่ นกำลงั แรงงำน 27.6 16.5 37.9
2.1 ทำงำนบำ้ น 10.2 0.2 19.5
2.2 เรียนหนังสือ 8.6 7.6 9.5
2.3 เดก็ /ชรำ/ปว่ ย/พิกำรจนไม่สำมำรถทำงำนได้ 7.4 6.7 8.1
2.4 อืน่ ๆ 1.4 2.0 0.8
ที่มา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) จังหวัดกระบ่ี
21
ตารางที่ 2 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขนึ้ ไป จาแนกตามระดับการศกึ ษาทส่ี าเร็จ และเพศ
ไตรมาสที่ 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
ระดับการศึกษาทีส่ าเร็จ รวม ชาย หญิง
จานวน
รวม 341,729 164,409 177,320
1. ไม่มีการศึกษา 8,297 3,214 5,083
2. ต่ากว่าประถมศกึ ษา 69,223 28,675 40,548
3. ประถมศึกษา 72,530 39,090 33,440
4. มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 67,025 34,173 32,852
5. มัธยมศึกษาตอนปลาย 59,472 29,770 29,703
49,907 23,174 26,733
5.1 สายสามัญ 9,566 6,596 2,969
5.2 สายอาชวี ศึกษา
5.3 สายวิชาการศึกษา - - -
6. มหาวิทยาลยั 64,069 28,714 35,355
6.1 สายวิชาการ 39,534 15,729 23,806
6.2 สายวิชาชีพ 18,940 11,223 7,717
6.3 สายวิชาการศกึ ษา 5,595 1,762 3,833
7. อืนๆ
- - -
8. ไม่ทราบ 773
1,113 341
ร้อยละ
รวม 100.0 100.0 100.0
1. ไม่มีการศกึ ษา 2.4 1.9 2.9
22.9
2. ต่ากว่าประถมศกึ ษา 20.3 17.4 18.8
18.5
3. ประถมศกึ ษา 21.2 23.8 16.8
15.1
4. มัธยมศกึ ษาตอนต้น 19.6 20.8 1.7
5. มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 17.4 18.1 -
19.9
5.1 สายสามัญ 14.6 14.1 13.4
4.3
5.2 สายอาชีวศึกษา 2.8 4.0 2.2
5.3 สายวิชาการศึกษา -- -
0.2
6. มหาวิทยาลยั 18.8 17.5
6.1 สายวิชาการ 11.6 9.6
6.2 สายวิชาชีพ 5.6 6.8
6.3 สายวิชาการศึกษา 1.6 1.1
7. อืนๆ --
8. ไม่ทราบ 0.3 0.5
ที่มา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสที่ 1 : (มกราคม - มีนาคม) จังหวดั กระบี่
22
ตารางที่ 3 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขนึ้ ไป ท่มี ีงานทา จาแนกตามระดบั การศึกษาท่ีสาเร็จ และเพศ
ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
ระดบั การศกึ ษาทีส่ าเร็จ รวม ชาย หญิง
จานวน
รวม 241,856 134,698 107,158
1. ไม่มีการศกึ ษา 3,388 1,832 1,556
2. ต่ากว่าประถมศึกษา 39,079 21,057 18,022
3. ประถมศกึ ษา 59,148 34,681 24,468
4. มัธยมศกึ ษาตอนต้น 44,834 27,561 17,273
5. มัธยมศึกษาตอนปลาย 41,604 23,847 17,758
34,598 18,859 15,739
5.1 สายสามัญ 7,006 4,988 2,018
5.2 สายอาชีวศกึ ษา
5.3 สายวิชาการศกึ ษา - - -
6. มหาวิทยาลยั 52,689 24,948 27,741
6.1 สายวิชาการ 32,496 13,127 19,369
6.2 สายวิชาชีพ 15,969 10,526 5,443
6.3 สายวิชาการศึกษา 4,224 1,296 2,928
7. อืนๆ
8. ไม่ทราบ - - -
1,113 773 341
ร้อยละ
รวม 100.0 100.0 100.0
1. ไม่มีการศกึ ษา 1.4 1.4 1.5
2. ต่ากว่าประถมศกึ ษา 16.2 15.6 16.8
3. ประถมศกึ ษา 24.5 25.7 22.8
4. มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 18.5 20.5 16.1
5. มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 17.2 17.7 16.6
14.3 14.0 14.7
5.1 สายสามัญ 2.9 3.7 1.9
5.2 สายอาชวี ศึกษา
5.3 สายวิชาการศกึ ษา ---
6. มหาวิทยาลยั 21.7 18.5 25.9
6.1 สายวิชาการ 13.4 9.7 18.1
6.2 สายวิชาชีพ 6.6 7.8 5.1
6.3 สายวิชาการศกึ ษา 1.7 1.0 2.7
7. อืนๆ
8. ไม่ทราบ ---
0.5 0.6 0.3
ที่มา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสที่ 1 : (มกราคม - มีนาคม) จังหวดั กระบ่ี
23
ตารางท่ี 4 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขน้ึ ไป ทีม่ ีงานทา จาแนกตามอาชพี และเพศ
ไตรมาสที่ 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
อาชพี รวม ชาย หญิง
จานวน
รวม 241,856 134,698 107,158
5,044 2,525
1. ผู้บัญญัตกิ ฎหมาย ขา้ ราชการระดับอาวุโส และผู้จัดการ 7,569 1,590 7,004
2,821 2,986
2. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ 8,594 2,682 5,374
16,607 30,835
3. ผู้ประกอบวิชาชพี ด้านเทคนิคสาขาตา่ งๆ และอาชพี ทเ่ี กี่ยวข้อง 5,808 59,990 40,405
16,825 4,992
4. เสมียน 8,056 11,162 660
17,977 12,377
5. พนักงานบรกิ าร และพนักงานในรา้ นค้าและตลาด 47,442 - -
6. ผู้ปฏิบัติงานที่มีฝมี ือในดา้ นการเกษตร และการประมง 100,395 ร้อยละ
7. ผู้ปฏิบัติงานดา้ นความสามารถทางฝมี ือ และธุรกจิ การค้าท่เี ก่ียวขอ้ ง 21,817
8. ผู้ปฏิบัติการโรงงานและเครื่องจกั ร และผู้ปฏิบัตงิ านด้านการประกอบ 11,821
9. อาชีพขั้นพื้นฐานตา่ งๆ ในด้านการขาย และการให้บริการ 30,354
10. คนงานซ่ึงมิไดจ้ าแนกไว้ในหมวดอื่น -
รวม 100.0 100.0 100.0
1. ผู้บัญญัติกฎหมาย ขา้ ราชการระดับอาวุโส และผู้จัดการ 3.1 3.7 2.4
2. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านตา่ งๆ 3.6 1.2 6.5
3. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านเทคนิคสาขาต่างๆ และอาชีพท่ีเก่ียวข้อง 2.4 2.1 2.8
4. เสมียน 3.3 2.0 5.0
5. พนักงานบริการ และพนักงานในร้านคา้ และตลาด 19.6 12.3 28.8
6. ผู้ปฏิบัติงานท่ีมีฝมี ือในด้านการเกษตร และการประมง 41.5 44.5 37.7
7. ผู้ปฏิบัติงานด้านความสามารถทางฝมี ือ และธุรกิจการคา้ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 9.0 12.5 4.7
8. ผู้ปฏิบัตกิ ารโรงงานและเครอ่ื งจักร และผู้ปฏิบัติงานดา้ นการประกอบ 4.9 8.3 0.6
9. อาชพี ขั้นพืน้ ฐานต่างๆ ในด้านการขาย และการให้บรกิ าร 12.6 13.4 11.5
10. คนงานซ่ึงมิได้จาแนกไว้ในหมวดอ่ืน ---
ท่ีมา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) จงั หวดั กระบี่
24
ตารางท่ี 5 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีข้ึนไป ที่มีงานทา จาแนกตามอุตสาหกรรม และเพศ
ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
อุตสาหกรรม รวม ชาย หญิง
จาน1ว3น4,698 107,158
รวม 241,856 45,165
114,890 69,725
1. เกษตรกรรม การปา่ ไม้ และการประมง -- -
2. การทาเหมืองแร่ และเหมืองหิน 5,884
3. การผลิต 14,056 8,171
4. การไฟฟ้า ก๊าซ และไอนา 391 391 -
223 223 -
5. การจัดหานา บาบัดนาเสีย 11,560 10,052 1,508
6. การก่อสร้าง 22,466
7. การขายส่ง การขายปลีก 44,528 22,062 486
8. การขนส่ง ท่ีเก็บสินค้า 4,626 4,139 16,054
22,907 6,853 299
9. กิจกรรมโรงแรมและอาหาร 583 285 1,209
10. ข้อมูลข่าวสารและการส่อื สาร 94
11. กิจการทางการเงนิ และการประกันภัย 1,956 747 1,237
12. กิจกรรมอสังหารมิ ทรัพย์ 201 106 992
1,350 113 2,079
13. กิจกรรมทางวิชาชีพและเทคนิค 2,888 1,895 4,159
14. การบรกิ ารและการสนับสนุน 1,798
15. การบรหิ ารราชการและปอ้ งกันประเทศ 7,967 5,888 111
16. การศึกษา 4,817 658 3,021
2,421 623 596
17. สุขภาพและสังคมสงเคราะห์ 786 676 -
18. ศิลปะ ความบนั เทิง นันทนาการ -
19. กิจกรรมบริการด้านอ่ืนๆ 4,649 1,629 100.0
20. ลูกจ้างในครวั เรือนส่วนบคุ คล 1,058 462 42.1
-- -
21. องค์การระหว่างประเทศ -- 5.5
22. ไม่ทราบ -
รวม 100.0 ร1้อ0ย0ล.0ะ -
1. เกษตรกรรม การปา่ ไม้และการประมง 47.5 51.8 1.4
-- 21.0
2. การทาเหมืองแร่ และเหมืองหนิ 5.8 6.1 0.4
3. การผลิต 0.2 0.3 15.0
4. การไฟฟ้า ก๊าซ และไอนา 0.1 0.2 0.3
5. การจัดหานา บาบดั นาเสีย 1.1
6. การก่อสร้าง 4.8 7.4 0.1
18.4 16.4 1.2
7. การขายส่ง การขายปลีก 1.9 3.1 0.9
8. การขนส่ง ที่เก็บสินค้า 9.5 5.1 1.9
9. กิจกรรมโรงแรมและอาหาร 3.9
10. ข้อมูลข่าวสารและการส่ือสาร 0.2 0.2 1.7
11. กิจการทางการเงนิ และการประกันภยั 0.8 0.5 0.1
0.1 0.1 2.8
12. กิจกรรมอสังหารมิ ทรัพย์ 0.6 0.1 0.6
13. กิจกรรมทางวิชาชีพและเทคนิค -
14. การบริการและการสนับสนุน 1.2 1.4 -
15. การบรหิ ารราชการและป้องกันประเทศ 3.3 4.4
2.0 0.5
16. การศึกษา 1.0 0.4
17. สุขภาพและสังคมสงเคราะห์
18. ศิลปะ ความบันเทิง นันทนาการ 0.3 0.5
19. กิจกรรมบรกิ ารด้านอืน่ ๆ 1.9 1.2
0.4 0.3
20. ลูกจ้างในครวั เรือนส่วนบคุ คล --
21. องค์การระหว่างประเทศ
22. ไม่ทราบ --
ท่ีมา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) จังหวัดกระบี่
25
ตารางที่ 6 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขน้ึ ไป ท่ีมีงานทา จาแนกตามสถานภาพการทางาน และเพศ
ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
สถานภาพการทางาน รวม ชาย หญิง
จานวน
รวม 241,856 134,698 107,158
1. นายจา้ ง 25,264 14,914 10,350
2. ลูกจ้างรัฐบาล 18,021 9,102 8,919
3. ลกู จา้ งเอกชน 89,294 52,158 37,136
4. ทางานสว่ นตัว 79,609 47,047 32,562
5. ช่วยธุรกิจครัวเรือน 29,668 11,477 18,191
6. การรวมกลมุ่
- - -
ร้อยละ
รวม 100.0 100.0 100.0
1. นายจ้าง 10.4 11.1 9.7
2. ลกู จ้างรัฐบาล 7.5 6.8 8.3
3. ลูกจา้ งเอกชน 36.9 38.7 34.6
4. ทางานสว่ นตวั 32.9 34.9 30.4
5. ช่วยธุรกิจครัวเรือน 12.3 8.5 17.0
6. การรวมกลมุ่ ---
ท่ีมา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) จังหวัดกระบี่
26
ตารางที่ 7 จานวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขนึ้ ไป ที่มีงานทา จาแนกตามช่วั โมงการทางานต่อสัปดาห์ และเพศ
ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
ชัว่ โมงการทางาน รวม ชาย หญงิ
จานวน
รวม 241,856 134,698 107,158
1. น้อยกว่า 1 ช่วั โมง 13,555 6,090 7,465
2. 1-9 ช่ัวโมง 7,345 3,325 4,020
3. 10-19 ชวั่ โมง 37,620 21,780 15,839
4. 20-29 ช่ัวโมง 48,939 28,806 20,133
5. 30-34 ชว่ั โมง 18,627 10,745 7,881
6. 35-39 ชว่ั โมง 24,918 11,780 13,138
7. 40-49 ชั่วโมง 69,277 41,669 27,607
8. 50 ชัว่ โมงขึน้ ไป 21,576 10,502 11,074
ร้อยละ
รวม 100.0 100.0 100.0
1. น้อยกว่า 1 ชว่ั โมง 5.6 4.5 7.0
2. 1-9 ชั่วโมง 3.0 2.5 3.7
3. 10-19 ชั่วโมง 15.6 16.2 14.8
4. 20-29 ชั่วโมง 20.2 21.4 18.8
5. 30-34 ชว่ั โมง 7.7 8.0 7.3
6. 35-39 ชว่ั โมง 10.3 8.7 12.3
7. 40-49 ชวั่ โมง 28.7 30.9 25.8
8. 50 ชวั่ โมงขึ้นไป 8.9 7.8 10.3
ท่ีมา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสที่ 1 : (มกราคม - มีนาคม) จังหวัดกระบี่
27
ตารางที่ 8 จานวนและร้อยละของผเู้ สมือนว่างงาน จาแนกตามภาคอุตสาหกรรม และเพศ
ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) พ.ศ. 2565
ภาคอุตสาหกรรม รวม ชาย หญงิ
รวม 80,609 จานวน 36,764
ภาคเกษตร 54,532 43,845 24,436
นอกภาคเกษตร 26,077 30,096 12,328
13,749
รวม 100.0 ร้อยละ 100.0
ภาคเกษตร 67.7 100.0 66.5
นอกภาคเกษตร 32.3 33.5
68.6
31.4
หมายเหตุ : ผ้เู สมือนว่างงาน หมายถึง ผทู้ างานน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน โดยคิดจากผทู้ ี่อยใู่ นภาคเกษตร ทางาน 0 -
20 ช่ัวโมงตอ่ สปั ดาห์ และผทู้ ี่อยนู่ อกภาคเกษตร ทางาน 0 - 24 ชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์
ที่มา: การสารวจภาวะการทางานของประชากร พ.ศ. 2565 ไตรมาสท่ี 1 : (มกราคม - มีนาคม) จังหวัดกระบี่
มนั่ ใจในสำนกั งำนสถติ แิ ห่งชำติ
รฐั และรำษฎรจ์ ะก้ำวไปอย่ำงมน่ั คง