The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

aw_เนื้อใน รัชกาลที่8

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by larpsetthi, 2023-03-16 18:49:28

รัชกาลที่8

aw_เนื้อใน รัชกาลที่8

๔๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พระองคเคยทรงมีพระราชปรารภกับ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล วา จะทรงพากเพียรศึกษา ใหสําเร็จโดยเร็ว แลวจะรีบเสด็จฯ กลับมา เพราะทรงหวงใยประเทศชาติและประชาชนชาวไทย เปนอันมาก “... ปริญญาดอกเตอรทางกฎหมายนั้นฉันรูสึกวาสําคัญสําหรับฉันมาก รูบางไหมวา เมือง ไหนที่ทําดีกรีดอกเตอรทางกฎหมายไดเร็วๆ ฉันอยากจะรีบเรียนใหเสร็จ แลวจะไดกลับมา ฉันเปน หวงเมืองไทยนัก ... เห็นจะไมมีวิทยาลัยไหนที่ฉันจะทําปริญญาดอกเตอรไดเร็วกวาที่สวิส อีกปครึ่งฉันก็จะ สําเร็จแลว ตกลงฉันจะกลับไปเรียนที่เดิม แลวฉันจะรีบมาเมืองไทย...” แมวาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลจะทรงพระเจริญวัยในทวีปยุโรป แตก็ทรง ไดรับการอบรมใหซาบซึ้งในความเปนไทย ดังจะเห็นไดจากการที่ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธ ศาสนา และทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงใชเวลาวางจากการเรียนศึกษาพระธรรมคําสอนตางๆ นอกจากนั้นยังทรงสนพระราชหฤทัยอยางมากในการศึกษาขนบประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย 8_edit.indd 49 15/02/2013 14:06:36


๕๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) เหตุการณในชวงสงครามโลก ครั้งที่ ๒ นับตั้งแตรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ สังคมไทยไดกาวสู ความเปนอารยะตามแบบตะวันตก โดยเฉพาะอยางยิ่งความเจริญที่ปรากฏอยูในรูปของวัตถุ อาทิ ถนน รถไฟ ไฟฟา ประปา เขื่อนชลประทาน โรงพยาบาล ระบบการสื่อสารคมนาคม ที่ทําการรัฐบาล หางราน อาคารบานเรือน เครื่องใชที่ทันสมัย ซึ่งมีเจานายและชนชั้นสูงเปนผูนําการเปลี่ยนแปลง สวนประชาชนทั่วไปเปนผูตาม อิทธิพลของเจานายและขุนนางยุคเกาในการนําสังคมไทยเริ่มลดลงอยางเห็นไดชัด โดยเฉพาะ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ในชวงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจา อยูหัว รัชการที่ ๗ คณะราษฎรมีบทบาทสูงในการนําสังคม สงครามโลก ครั้งที่ ๒ ในยุโรปเริ่มขึ้นในป พ.ศ. ๒๔๘๒ ตรงกับรัชสมัย รัชกาลที่ ๘ เมื่อเยอรมนี โดย อดอลฟ ฮิตเลอร ไดยกทัพบุกโปแลนดและอีกหลายประเทศในยุโรป สวนสถานการณทางเอเชีย ญี่ปุนเริ่มใชนโยบายชาตินิยมและกอสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นที่จีนและเกาหลี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เปนบุคคลหนึ่งที่เปนผูนําฝายทหารของคณะราษฎรและเปนหนึ่ง ในผูกอการเปลี่ยนแปลงการปกครองในฝายทหาร ไดขึ้นสูอํานาจและดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรี (ระหวาง พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๘๗) ซึ่งเปนชวงกอนและระหวางสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ในยุคนี้ มีการปลุก ระดมความรูสึกชาตินิยมอยางรุนแรง รวมทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทยใหเปนสากลและ สอดคลองกับความเปนไปของโลก โดยไดมีบัญญัติเรียกวา “รัฐนิยม” ซึ่งแสดงนโยบายของประเทศ วาตองการใหประชาชนคนไทยรักหวงแหนและภูมิใจในความเปนไทย ดังนี้ ๑. เปลี่ยนชื่อจาก ประเทศสยาม เปน ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ๒. เปลี่ยนวันขึ้นปใหม จาก วันที่ ๑ เมษายน เปน วันที่ ๑ มกราคม ตามแบบสากล โดย เริ่มตั้งแต พ.ศ. ๒๔๘๔ (ในป พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงมีเพียง ๘ เดือน) และถือเปนวันเปลี่ยนปพุทธศักราช ๓. จัดกระบวนการใชอักษรไทยใหลดลงเหลือ ๓๑ ตัว โดยมีการใชอักษรที่แตกตางจาก ปจจุบัน เชน กฎหมาย-กดหมาย รัฐบาล-รัถบาล ศึกษาธิการ-สึกสาธิการ เปนตน การเปลี่ยนแปลงนี้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ใหเหตุผลวา ญี่ปุนยื่นขอเสนอใหเด็กไทยเรียนภาษาญี่ปุนและภาษาตาง ประเทศ แตทานไมประสงคจะใหเด็กไทยเรียนภาษาตางประเทศ จึงอางกับญี่ปุนวา เด็กไทยตอง เรียนภาษาแบบใหม จึงไมสามารถใหเรียนภาษาตางประเทศได ๔. ยกเลิกบรรดาศักดิ์ เชน ขุน หลวง พระยา ฯลฯ โดยใหใชเพียงชื่อ-สกุล เหมือนประชาชน ทั่วไปผูที่มีการเรียกขานและใชบรรดาศักดิ์ไดกลับมาใชชื่อ-นามสกุลของตน หรือใชนามสกุลที่เปน บรรดาศักดิ์แทน เชน หลวงพิบูลสงคราม เปน แปลก พิบูลสงคราม เปนตน ๕. ใหประชาชนยืนเคารพเมื่อมีการชักธงชาติ หรือเมื่อไดยินเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญ พระบารมี 8_edit.indd 50 15/02/2013 14:06:38


๕๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ๖. ใหใชคําวา “สวัสดี” เมื่อพบกัน หรือทักทายปราศรัย ๗. มีคําขวัญปลุกเราสังคม เชน เชื่อผูนําชาติพนภัย มาลานําไทยเปนมหาอํานาจ เปนตน ๘. ยกเลิกการนุงแบบโจงกระเบน โดยเปลี่ยนใหนุงกางเกง ผูหญิงใหใสกระโปรงแทนนุงผาถุง ใหมีการสวมหมวก (ถาไมสวมหมวก ถูกปรับอยางนอย ๒ บาท/ไมสวมหมวก เขาสถานที่ราชการ ไมได) สวมรองเทา-ถุงเทา หัดรําวงไทย (เพลงรําวงมาตรฐาน) ๙. เชิญชวนใหปรบมือ เมื่อชมการแสดง ๑๐. สรางคานิยมใหม เชน ไมนั่งกับพื้น จูบลาภรรยากอนและหลังจากทํางาน เปนตน ๑๑. ใหรูจักการเขาแถวเรียงลําดับเพื่อชมงานตางๆ ๑๒. หามประชาชนกินหมาก โดยใหโคนตนหมาก พลู ทิ้งใหหมด ๑๓. รณรงคใหประชาชนประหยัดดวยการกินกวยเตี๋ยว ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงสัตว หากไม ทําจะมีโทษ ๑๔. กําหนดการแตงกายใหเหมาะสมกับงานพิธีสมรสและงานศพ ๑๕. ใหมีการตั้งชื่อผูชายใหมีลักษณะเขมแข็ง สวนชื่อผูหญิงมีลักษณะออนโยน นิ่มนวล รวม ทั้งปรับชื่อบุคคลใหเหมาะกับเพศ เชน อําไพ เปลี่ยนเปน อภัย เปนตน ๑๖. ใหมีบัตรประจําตัวประชาชน ๑๗. จัดใหมีนิคมสรางตนเอง ๑๘ แหง และสถานสงเคราะหคนชราบางแค ๑๘. สงเสริมการศึกษาแกประชาชน โดยสรางสถาบันการศึกษาตางๆ มหาวิทยาลัย แพทยศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร เปนตน รวมทั้งขยายโรงเรียน อาชีวศึกษา และโรงเรียนฝกหัดครูไปยังภูมิภาค พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล ทรงนําลอรดเมานตแบตเตน ตรวจแถวทหาร 8_edit.indd 51 15/02/2013 14:06:42


๕๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ๑๙. จัดตั้งสํานักวัฒนธรรมฝายหญิง ๒๐. ประกาศสรางพุทธมณฑลบุรีในพื้นที่ระหวางจังหวัดสระบุรีและลพบุรี ๒๑. ใหขาราชการแตงตัวแบบตามที่กําหนด ๒๒. ใหใชคําขวัญปลุกใจทุกเชากอนเรียน ๒๓. สรางเมืองใหมที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อใหเปนเมืองยุทธศาสตรในชวงสงครามโลก ครั้งที่ ๒ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสรางวัดพระศรี มหาธาตุ ณ ตําบลบางเขน และตั้งคณะทูตไปเจริญไมตรีทางพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย ซึ่ง คณะทูตไดอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจา และดินจากสังเวชนียสถาน ๔ แหง คือ ดินจากสถานที่ประสูติ ตรัสรู ปฐมเทศนา และปรินิพพาน พรอมดวยกิ่งมหาโพธิ์ มาประดิษฐาน ไวที่วัดพระศรีมหาธาตุดวย นอกจากนี้ รัฐบาลยังไดรับสนองพระบรมราชโองการตราพระราชบัญญัติคณะสงฆขึ้นใหม โดยมีผลบังคับใชเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ สถานการณสงครามในประเทศไทยเริ่มขึ้นในวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ เมื่อคณะนิสิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตรและการเมือง รวมทั้งประชาชน รวมกันเดินขบวนเรียกรองรัฐบาลเพื่อเอาดินแดนคืนจากฝรั่งเศส จากเหตุการณ ร.ศ. ๑๒๒ เชน เสียมราฐ พระตะบอง จําปาศักดิ์ เปนตน ทามกลางกระแสชาตินิยมอยางรุนแรง จอมพล ป. พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรีและผูบังคับบัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ไดสงทหารขามพรมแดนเขา ยึดดินแดนคืนทันที พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลใหการตอนรับนําลอรดเมานตแบตเตน 8_edit.indd 52 15/02/2013 14:06:45


๕๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในเหตุการณดังกลาว เกิดการยิงตอสูกันอยางหนักระหวางทหารไทยกับทหารฝรั่งเศส ในบาง ชวงทหารไทยสามารถจับทหารโมร็อกโก ซึ่งเปนทหารประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสมาได และนํา เชลยศึกเหลานั้นมาแสดงใหประชาชนดูที่สวนสัตวเขาดินวนา โดยการตอสูที่เปนที่กลาวขานมาก ที่สุดคือ ยุทธนาวีที่เกาะชาง จังหวัดตราด เมื่อเรือหลวงธนบุรีของกองทัพเรือไทยไดเขาตอสูกับ เรือรบลามอตตปเกตของฝรั่งเศส เรือหลวงธนบุรีเสียเปรียบเรือรบลามอตตปเกตทุกดาน ทั้งดาน เทคโนโลยีหรือกําลังพล ในที่สุดเรือหลวงธนบุรีโดยการบังคับบัญชาของ นาวาโทหลวงพรอมวีระ พันธถูกยิงจมลง นายทหารบนเรือเสียชีวิตรวม ๓๖ นาย รวมทั้งหลวงพรอมวีระพันธ แตในขณะ เดียวกัน สามารถสรางความเสียหายใหแกเรือรบลามอตตปเกต จนฝรั่งเศสไมกลาสงเรือรบมาลาด ตะเวนในนานนํ้าอาวไทยอีกเลย เหตุการณนี้ไดถูกเรียกในเวลาตอมาวา ยุทธนาวีเกาะชาง สวนกองทัพอากาศไทย เครื่องบินรบของไทยและฝรั่งเศสไดปะทะกันในสมรภูมิภาคตะวัน ออก การตอสูที่ไดรับการกลาวขานมาก คือ ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม เรืออากาศโทศานิต นวลมณี ไดนํา เครื่องขับไลแบบคอรแซร เขาโจมตีทิ้งระเบิดเมืองเวียงจันทนในระยะตํ่า เครื่องบินของเรืออากาศโท ศานิตถูกกระสุนปนตอสูอากาศของเครื่องบินรบฝรั่งเศส ทําใหเกิดไฟลุกทวมเครื่องบิน นักบิน พลปนหลังไดเสียชีวิตทันทีเนื่องจากถูกกระสุน เรืออากาศโทศานิตกระโดดรมลงในฝงไทย แตได รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกไฟคลอกและกระสุนทะลุหัวเขา ถูกสงเขารักษาตัวในโรงพยาบาลที่ กรุงเทพมหานคร และเสียชีวิตในเวลาตอมา การตอสูดําเนินไปจนถึงปลายเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ญี่ปุนแสดงเจตจํานงเขามาไกล เกลี่ยความขัดแยง ซึ่งเหตุการณไดยุติลงโดยฝรั่งเศสไดมอบดินแดนบางสวนคืนใหแกไทย ไทยจึง จัดการปกครองดินแดนดังกลาวเปน ๔ จังหวัด คือ จังหวัดพิบูลสงคราม จังหวัดพระตะบอง จัง หวัดนครจัมปาศักดิ์และจังหวัดลานชาง เหตุการณการสูรบระหวางไทยกับฝรั่งเศสในครั้งนี้เรียก กรณีพิพาทอินโดจีน หรือ สงคราม อินโดจีน ซึ่งตอมาไดมีการสรางอนุสาวรียชัยสมรภูมิขึ้นเปนที่ระลึกถึงเหตุการณครั้งนี้ดวย ในวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ตั้งแตเวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น. กองทัพญี่ปุนไดยกพลขึ้น บกที่ประจวบคีรีขันธ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา สุราษฎรธานี ปตตานีและบางปู สมุทรปราการ และบุกเขาประเทศไทยทางบกที่อรัญประเทศ กองทัพญี่ปุนสามารถขึ้นบกไดโดยไมไดรับการตอตาน ที่บางปู สวนทางภาคใตและทางอรัญประเทศมีการตอสูตานทานอยางหนักของทหารไทย ประชาชน ทั่วไปและอาสาสมัครที่เปนเยาวชน ที่เรียกวา ยุวชนทหารในบางจังหวัด เชน การรบที่สะพานทา นางสังข จังหวัดชุมพร กลาวคือ กลุมยุวชนทหารและกองกําลังผสมทหารตํารวจซึ่งกําลังจะตอสู ปะทะกันอยูที่สะพานทานางสังข ซึ่งมีอนุสาวรียเชิดชูเกียรติยุวชนทหารผูเสียชีวิตและผูรวมตอสู ในครั้งนั้น ที่ริมสะพานทานางสังข เปนรูปยุวชนทหารพรอมกับอาวุธปนยาวติดดาบปลายปนในทา เฉียงอาวุธ ยืนอยูบนแทน สรางแลวเสร็จ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ 8_edit.indd 53 15/02/2013 14:06:47


๕๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในระยะแรกกองทัพญี่ปุนยังไมอาจบุกเขามาได ญี่ปุนไดประกาศวา ไมตองการยึดครองประเทศ ไทยแตจะขอใชไทยเปนทางผานไปยังพมาและอินเดียเทานั้น การตอสูทําทาวาจะยืดเยื้อตอไป ในวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ อัครราชทูตญี่ปุนเดินทางมาพบ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี พรอมกับคําขูวา ญี่ปุนไดเตรียมเครื่องบินทิ้งระเบิดไว ๒๕๐ ลํา ที่ไซงอน เพื่อจะมา ทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ ถาไทยไมยอมใหผาน รัฐบาลไทยเห็นวา ไมอาจตานทานกองกําลังญี่ปุนไดนาน จึงยอมยุติการตอสูและประกาศทางวิทยุใหทุกฝายหยุดยิง ไทยและญี่ปุนไดทําพิธีลงนามรวมเปน พันธมิตร ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในเวลานั้น ทหารญี่ปุนจํานวนมากไดเขาสูกรุงเทพฯ เต็มไปหมด และใชสถานที่ทางราชการ บางแหงเปนที่ทําการ รัฐบาลไทยประกาศใหญี่ปุนเปน มหามิตร ประชาชนทุกคนตองใหความรวม มือและสนับสนุนกับญี่ปุนอยางเต็มที่ การกระทําใดๆ ที่เปนปรปกษมีโทษถึงประหารชีวิต หากแต ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช เอกอัคราชทูตไทยประจําสหรัฐอเมริกา ไมอาจยอมรับการ ประกาศเปนพันธมิตรกับญี่ปุนของรัฐบาลไทย และประกาศขบวนการเสรีไทยขึ้นกับสหรัฐอเมริกา ในวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ พรอมๆ กับการเกิดขึ้นของขบวนการเสรีไทยในที่อื่นๆ ในขณะ เดียวกัน เสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลไทยก็สั่นคลอน เมื่อคณะราษฎรฝายพลเรือนหลายคน อาทิ นายปรีดี พนมยงค นายทวี บุณยเกตุ นายควง อภัยวงศ ไดแยกตัวออกมา เนื่องจากไมอาจ รับกับการกระทําของรัฐบาลเชนเดียวกัน และกลายเปนขบวนการเสรีไทยในประเทศไทย ในวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ รัฐบาลไทยประกาศสงครามกับอังกฤษ สหรัฐอเมริกา อยางเต็มที่ ผลของการประกาศสงครามทําใหไทยไดดินแดนในแหลมมลายูที่เสียใหอังกฤษกลับคืนมา (จังหวัดมาลัย) อีกทั้งกอตั้งสหรัฐไทยเดิม โดยสงกองทัพเขายึดและรวมดินแดนในแควนรัฐฉาน (เชียง ตุง เมืองพาน) รัฐกะยารวมทั้งเมืองตองยี และครึ่งหนึ่งของทะเลสาบอินเลในเขตประเทศพมาอีกดวย หลังจากนั้น ฝายสัมพันธมิตรเริ่มสงเครื่องบินเขามาทิ้งระเบิดในกรุงเทพฯ การทิ้งระเบิดครั้ง แรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ สถานการณโดยทั่วไปในกรุงเทพฯ นั้น ประชาชน ไดรับคําสั่งใหทําการพลางไฟ คือ การใชผาขนหนูหรือผาขาวมาปดบังแสงไฟในบาน ใหเหลือเพียง แสงสลัวๆ เพื่อปองกันมิใหเครื่องบินของฝายขาศึกมาทิ้งระเบิดลงได สวนสถานการณโดยรวมของ สงคราม ฝายอักษะมีทีทาวาจะไดรับชัยชนะในสมรภูมิยุโรปและแอฟริกาตอนเหนือ สวนในเอเชีย ญี่ปุนสามารถยึดมลายูและสิงคโปรไดแลว วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ประเทศไทยไดลงนามในสัญญารวมรบกับญี่ปุนจึงมาตั้งทัพ ในไทยในฐานะพันธมิตร ทหารไทย ถูกสงไปรบที่เชียงตุง โดยกอตั้งกองพลพายัพ เพื่อรบกับอังกฤษ และสาธารณรัฐประชาชนจีนตามขอตกลงแบงเขตการรบที่ทําไวกับญี่ปุนวา ตั้งแตรัฐกะยาจนถึง เมืองตองยีโดยยึดเสนแบงทะเลสาบอินเลเปนของไทย จนถึงแมนํ้าโขงเปนเขตการรบของไทย ฝาย ไทยตองรบเพื่อรักษาอาวุธยุทธภัณฑไวไมใหฝายสัมพันธมิตรยึด นอกจากนี้ กองทัพไทยยังสามารถ ขออาวุธของญี่ปุนมาเพิ่มเติมไดดวย 8_edit.indd 54 15/02/2013 14:06:49


๕๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) การทิ้งระเบิดในระยะแรก ระหวางป พ.ศ. ๒๔๘๖ ถึงกลางป พ.ศ. ๒๔๘๗ เปนการโจมตี ทิ้งระเบิดในเวลากลางคืน ตอมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๗ ฝายสัมพันธมิตรจึงไดเริ่มโจมตีทิ้ง ระเบิดในเวลากลางวันการทิ้งระเบิดมีการทิ้งระเบิด ผิดเปาหมายที่ตองการเปนจํานวนไมนอย เชน วัดราชบุรณราชวรวิหาร ทําใหภาพวาดของขรัวอินโขงถูกทําลาย เปนตน วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโตของญี่ปุนทรงประกาศยอมแพและ มีพระบรมราชโองการใหทหารญี่ปุนทั่วโลกวางอาวุธ รวมทั้งในประเทศไทย โดยญี่ปุนไดทําพิธียอม แพอยางเปนทางการ ณ อาวโตเกียว จากการยอมแพของญี่ปุนในครั้งนี้สงผลใหผูนําประเทศหลายประเทศที่เขารวมกับฝายอักษะ ตกเปนอาชญากรสงครามทั้งสิ้น สําหรับประเทศไทย นายควง อภัยวงศ ไดดํารงตําแหนงนายก รัฐมนตรี แทน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งจะตองถูกแขวนคอในขอหาอาชญากรสงคราม นาย ควงฯ ไดเรงตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมออกกฎหมายที่เรียกวา ประกาศสันติภาพ ซึ่งทําใหการ ประกาศสงครามของไทยกับฝายสัมพันธมิตรเปนโมฆะ โดยอางเหตุวา ขณะที่ประกาศสงครามนั้น นายปรีดี พนมยงค ซึ่งเปนหนึ่งในคณะผูสําเร็จราชการแทนพระองคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ มิไดลงนามดวย ดังนั้น ประเทศไทยจึงมิไดตกอยูในฐานะประเทศผูแพ สงคราม แตประเทศสัมพันธมิตรบางประเทศ เชน อังกฤษ ไมยอมรับในสถานภาพนี้ของไทย และ เรียกรองสิทธิบางประการกับไทยเสมือนประเทศที่แพสงครามอื่นๆ ดวย ขณะที่ไทยไดเจรจาเรียก รองดินแดนบางสวนคืน นายควง อภัยวงศ จึงลาออกจากตําแหนงนายกรัฐมนตรี และนายเทวี บุณย เกตุ ขึ้นมาดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อรอให ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช เอกอัครราชทูต ไทยประจําสหรัฐอเมริกาและหัวหนาขบวนการเสรีไทยที่สหรัฐอเมริกา เพื่อมารับตําแหนงนายก รัฐมนตรีตามคํารองของนายปรีดี พนมยงค วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช เดินทางจากสหรัฐอเมริกาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ โดยจัดตั้งคณะรัฐบาลเพื่อแกปญหาสถานการณดังกลาว ดวย การเจรจากับอังกฤษและตกลงขอสัญญาบางประการกับอังกฤษจนแลวเสร็จ พรอมกับไดทําบันทึก อยางเปนทางการ ลงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เปนอันเสร็จภารกิจ และ ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช ไดยื่นใบลาออกในวันนั้นทันที แตตองอยูรักษาการไปจนถึงสิ้นเดือน ภายหลังจากสงครามโลก ครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง ประเทศตางๆ ทั่วโลกไดรวมตัวกันจัดตั้ง องคการสหประชาชาติขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ เพื่อแกไขปญหาสงครามโลกและ สรางสันติภาพรวมกัน 8_edit.indd 55 15/02/2013 14:06:51


๕๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 56 15/02/2013 14:06:55


๕๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บุคคลสําคัญ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เปนพระโอรสพระองคที่ ๖๙ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว และพระองคที่ ๗ ในสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรม ราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจา เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร เดือนยี่ ปเถาะ ขึ้น ๓ คํ่า (ตรงกับ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๕ (หรือ พ.ศ. ๒๔๓๔ ตามปฏิทินเกา) มีพระนามเต็มในขณะนั้นวา “สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟามหิดลอดุลยเดช นเรศวนมหาราชาธิบดินทร จุฬาลงกรณินทรวราง กูร สมบูรณเบญจพรสิริสวัสดิ์ขัตติยวโรภโตสุชาติ คุณสังกาศเกียรติประกฤษฐลักษณะวิจิตรพิสิฏฐ บุรุษย ชนุดมรัตนพัฒนศักดิ์ อรรควรราชกุมาร” สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเปนพระบรมราชชนกในพระบาท สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีคุณูปการแกกิจการแพทยแผนปจจุบันและการสาธารณสุข ของประเทศไทยเปนอยางมาก ประชาชนโดยทั่วไปมักคุนเคยกับพระนามวา “กรมหลวงสงขลา นครินทร” หรือ “พระราชบิดา” และบางครั้งก็ปรากฏพระนามวา “เจาฟาทหารเรือ” หรือ “พระ ประทีปแหงการอนุรักษสัตวนํ้าของไทย” สวนชาวตางประเทศเรียกพระนามวา “เจาฟามหิดล” เมื่อพระองคทรงมีพระชนมายุ ๑๒ พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวโปรด เกลาฯ ใหมีพระราชพิธีมหามงคลโสกันต มีการสมโภช ๗ วัน ๗ คืน ระหวางวันที่ ๒๔-๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๖ หลังโสกันตแลว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานสุพรรณบัฏดังนี้ “เปนพระราชประเพณีโบราณมา ที่สมเด็จพระเจาลูกเธอเจาฟา เมื่อทรงพระชันษาเจริญขึ้น สมควรกาลแลว ก็พระราชทานพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนาม ตามควรที่ตั้งอยูในพระบรมราชตระกูล อันสูงศักดิ์บางพระองคโปรดเกลาฯ ใหดํารงพระเกียรติยศเปนเจาฟาตางกรม ทรงศักดินาเต็มตาม พระราชกําหนดเปนธรรมเนียมสืบมา ทรงพระราชดําริวา สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟาชายมหิดล ทรงพระเจริญวัย สมควรไดรับพระสุพรรณบัฏ เฉลิมพระนามขัตติยราชประเพณี จึงทรงพระกรุณา โปรดเกลาฯ ใหมีพระราชพิธีตามอยางที่เคยมีมาแตกอน ใหสถาปนาสมเด็จ พระเจาลูกยาเธอ เจา ฟาชายขึ้นเปน สมเด็จพระเจาลูกยาเธอเจาฟามหิดล อดุลยเดช นเรศวรมหาราชาธิบดินทร จุฬา ลงกรณินทรวรางกรู สมบูรณเบญจพรสิริสวัสดิ์ขัตติยวโรภโตสุชาติ คุณสังกาศเกียรติ ประกฤษฐ ลักษณวิจิตรพิสิฏฐบุรุษย ชนุดมรัตนพัฒนศักดิ์ อรรควรราชกุมาร กรมขุนสงขลานครินทร มุสิก นาม ใหทรงศักดินา ๔๐,๐๐๐ ตามพระราชกําหนด อยางสมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาตางกรม ใน พระบรมราชตระกูลอันสูงศักดิ์” 8_edit.indd 57 15/02/2013 14:06:56


๕๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ หลังจากพิธีโสกันตได ๑ ป สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงพระผนวชเปนสามเณรที่วัดบวรนิเวศวิหาร พรอมดวยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว (ซึ่งขณะนั้นทรงดํารงพระยศเปนสมเด็จพระบรมโอรสาราช) ซึ่งการนี้มีการ สมโภชที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ระหวางทรงผนวชประทับที่ “ตําหนักทรงพรต” ทรงลาผนวช เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ในเบื้องตนสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเขารับการศึกษา ณ โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง ในป พ.ศ. ๒๔๔๘ และทรงเขาเรียนนายรอยชั้นประถม หลัง จากนั้นไดเสด็จไปศึกษาตอที่ประเทศอังกฤษ พรอมดวยนักเรียนทุนหลวงในสมัยนั้นหลายพระองค และหลายคนดวยกันและเขาศึกษาในโรงเรียนแฮรโรว (HARROW) ในกรุงลอนดอน อังกฤษ จนถึงป พ.ศ. ๒๔๕๐ ทรงยายไปศึกษาตอที่โรงเรียนนายรอยชั้นสูงโกรสลิชเตอรเฟลเด ในประเทศเยอรมนี ทรงสอบไดเปนแฟนริคช (Fahnrich) ในป พ.ศ. ๒๔๕๔ คือ นักเรียนทําการ ไดคะแนนดีมาก โดย ทรงเขียนและแตงเรียงความไดอยางดี ไมตองสอบปากเปลา นักเรียนที่เขาสอบในครั้งนั้นมีถึง ๔๐๐ กวาคน มีผูทําคะแนนเสมอพระองคเพียงคนเดียวเทานั้น นับไดวาพระองคทรงเปนคนไทยคนแรก ที่สอบไลไดคะแนนสูงสุดเชนนี้ พระองคทรงเขาศึกษาวิชาทหารเรือ ณ โรงเรียนนายเรือเฟลนสบวรก เมือรคิว (Marineschule Flensburg Murwik) ประเทศเยอรมนี โดยทรงเขาเปนนักเรียนนายเรือเยอรมันรุน ๒๔๕๕ (CREW 1912) เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๕ และทรงไดออกแบบเรือดํานํ้าประกวดจนไดรับ รางวัล และเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ ทรงไดรับยศนายเรือตรี ทั้งในกองทัพเรือแหงเยอรมนี และแหงราช นาวีไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงมีพระราชดําริใหพระราชโอรส ๓ พระองค ที่ ทรงอยูในวัยที่สมควรและทรงมีพลานามัยสมบูรณ เสด็จไปศึกษาที่ยุโรป ดังที่เคยทรงปฏิบัติมากับ พระราชโอรสที่ทรงแข็งแรงพอ ในครั้งนี้ พระราชโอรสทั้ง ๓ พระองค คือ สมเด็จเจาฟาอัษฎางค เดชาวุธฯ กรมขุนนครราชสีมา สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร และสมเด็จเจา ฟาจุฑารุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณอินทราไชย ไดเสด็จออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ ถึงกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ปเดียวกัน สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรม ขุนสงขลานครินทรเสด็จไปประทับกับครอบครัวนายคอลเซสเตอรวิมส ในเมืองเล็กๆ เพื่อใหภาษา อังกฤษ และความรูอื่นๆ ดีขึ้น ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ พระองคเสด็จไปทรงศึกษาที่โรง เรียนแฮรโรวเปนเวลาปครึ่ง พ.ศ. ๒๔๕๐ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จไปศึกษาวิชาทหารบก ที่เมืองปอตสดัม ประเทศเยอรมนี โดยทรงศึกษาที่โรงเรียนนายรอยขั้นตน สมเด็จพระจักรพรรดิ วิลเฮลมที่ ๒ แหงเยอรมนีไดจัดนายรอยเอกเปนพระอภิบาล เมื่อทรงจบหลักสูตรโรงเรียนนายรอย ชั้นตนแลว เสด็จเขาโรงเรียนนายรอยชั้นสูงที่โกรสลิชเตอรเฟลเด (Gross Lichterfelde) ทรงศึกษา โรงเรียนนี้ ๒ ป ในปสุดทายทรงมีพระประสงคจะเปลี่ยนเหลาทัพไปศึกษาวิชาทหารเรือแทนที่จะ 8_edit.indd 58 15/02/2013 14:06:58


๕๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) เปนทหารบก ไกเซอรทรงอนุญาตดวยเงื่อนไขวา ตองทรงสอบวิชาทหารบกไดกอน ซึ่งทรงทําได อยางดี สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จไปศึกษาที่โรงเรียนนายเรือที่ Imperial German Naval College ระหวางที่ทรงศึกษาอยูทรงสอบไดเปนที่ ๑ และในปสุดทาย ของการศึกษา พระองคทรงชนะการประกวดการออกแบบเรือดํานํ้า ในป พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงสําเร็จ การศึกษาเปนนายเรือตรีในกองทัพเรือเยอรมนี และไดรับพระราชทานยศจากเมืองไทยเปนนายเรือ ตรีแหงราชนาวีไทย เมื่อพระชนมายุได ๒๑ พรรษา ทรงรับราชการในกองทัพเยอรมนีเปนเวลา ๓ ป วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จกลับ จากทวีปยุโรป พรอมกับพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟา จุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณอินทราชัย และสมเสด็จพระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจารังสิต ประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เพื่อทรงรวมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จ พระบรมชนกนาถ (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕) และไดรับพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ รัชกาลที่ ๕ ชั้นที่ ๑ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว พ.ศ. ๒๔๕๗ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงลาออกจากกองทัพ เรือเยอรมนี เสด็จนิวัติกลับประเทศไทย เนื่องจากการอุบัติสงครามโลก ครั้งที่ ๑ พระองคทรงเขา ราชการในกระทรวงทหารเรือ ในตําแหนงสํารองราชการ กรมเสนาธิการทหารเรือไดรับพระราชทาน ยศเปนนายเรือโท ตั้งแตวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘ พ.ศ. ๒๔๕๙ สมเด็จกรมพระยาชัยนาทนเรนทร ผูทรงดํารงตําแหนงผูชวยปลัดทูลฉลอง และ ผูบัญชาการราชแพทยาลัย ทรงพิจารณาเห็นวา โรงเรียนแพทยอยูในฐานะลาหลังมาก เมื่อเทียบ กับโรงเรียนในยุโรป โดยเฉพาะอยางยิ่งในดานวิทยาศาสตร ดังนั้น ทรงตกลงพระทัยที่จะปรับปรุง แตตองประสบปญหาการหาผูที่มีความรูมาเปนอาจารยไมได จึงทรงพยายามชักชวนผูรูมารวมงาน พรอมทั้งไดขอรองใหกระทรวงธรรมการติดตอกับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร ใหชวยจัดอาจารยในวิชา กายวิภาคศาสตร สรีรวิทยา พยาธิวิทยาและศัลยกรรมมา สมเด็จกรมพระยาชัยนาทนเรนทรไดเสด็จเขาเฝาสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลา นครินทรใหทรงหันมาสนพระทัยการแพทยและสาธารณสุขที่พระองคทรงไดเคยศึกษามา เมื่อสมเด็จ เจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงทราบถึงความยากลําบากและขาดแคลนของ ศิริราช ทรงสลดพระทัยเปนอยางยิ่ง กรมพระยาชัยนาทนเรนทรจึงกราบทูลขอใหสมเด็จฟามหิดล อดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเขามาชวยจัดการการศึกษาแพทย เนื่องจาก - สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเปนเจาฟาชั้นสูง หากทรงเขา มาจัดการเรื่องนี้จะทําใหกิจการแพทยเดนขึ้น มีผูโดยเสด็จชวยเหลืองานมากขึ้น - สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงมีรายไดสูงเพียงพอที่จะใชใน การบําเพ็ญพระกุศลสาธารณะ - สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเปนเจาฟาที่มีพระปญญาหลัก แหลมมีความเพียรกลา ทรงทําจริงไมยอทอ จะทําใหกิจการทางการแพทยเจริญกาวหนาไดอยาง รวดเร็ว 8_edit.indd 59 15/02/2013 14:07:00


๖๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๖๐ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จเขาศึกษาวิชา สาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยฮารวารด ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหวางที่ทรงศึกษาอยูนั้น พระองค พระราชทานทุนใหแกนักเรียนแพทย ไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกา จํานวน ๒ ทุน ซึ่งทางโรงเรียนแพทย ไดคัดเลือกออกมา ปรากฏวาไดนักเรียนพยาบาลมา ๒ คน นางสาวสังวาล ตะละภัฏ (ตอมาคือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) และนางลิปธรรม ศรีพยัตต ระหวางที่พระองคทรงศึกษาอยูนี้ ทรงใหพระนามวา มิสเตอรมหิดล สงขลา โดยประทับ ณ อพารทเมนทเชา ซึ่งมีเพียง ๔ หอง และมีคนใชเพียงคนเดียว ซึ่งเปนที่ชื่นชมของชาวอเมริกันมาก ดังบทความของ ดร. เอลลิส วา “ในมหาวิทยาลัยฮารวารด ก็ทรงเปนเพียงนักเรียนแพทยผูหนึ่งที่ไมใชเจานาย ในพระนาม บัตรก็มีวา “มิสเตอรมหิดล สงขลา” ในเวลาที่ประทับอยูในประเทศที่ไมมีเจานาย พระองคทานก็ ไมใชเจานาย เราถือวาการที่วางพระองคเชนนี้ เปนการใหเกียรติยศอันแทจริงแกประเทศของเรา และสมกับพระลักษณะของการเปนเจานายที่แทจริง” วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ได อภิเษกสมรสกับนางสาวสังวาล ตะละภัฏ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๔ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรง สําเร็จการศึกษา และทรงไดรับประกาศนียบัตรการสาธารณสุข ดังนั้น พระองคพรอมพระชายาจึง เสด็จยุโรปประทับที่เมืองเอดินเบิรก สกอตแลนด ทรงเปนผูแทนรัฐบาลไทยในการเจรจากับ มูลนิธิ ร็อกกี้เฟลเลอรเกี่ยวกับการชวยเหลือดานการศึกษาวิชาแพทยในประเทศไทย ซึ่งบรรลุผลสําเร็จให กับรัฐบาลไทย การเสด็จประเทศอังกฤษในครั้งนี้ พระองคทรงตั้งพระทัยจะศึกษาวิชาแพทยใหจบ แต เนื่องจากมีอุปสรรค เพราะทรงพระประชวรดวยโรคของพระวักกะ (ปอด) ประกอบกับที่อังกฤษมี อากาศชื้นและเย็นไมเหมาะสมกับโรค กอปรกับพระราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา เจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งให สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุน สงขลานครินทร ทรงดํารงตําแหนงอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย และรับตําแหนงในเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. ๒๔๖๖ ดังนั้น สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร จึงเสด็จนิวัติกลับพระนคร วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๘ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร พรอม พระชายาและพระธิดาเสด็จยุโรป เพื่อไปศึกษาเรื่องแพทยตอ โดยทรงเลือกวิชากุมารเวชศาสตร และพระองคเสด็จกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงมีความเห็นวา นักเรียนแพทยที่ สําเร็จการศึกษาจากตางประเทศจะไดศึกษาเพียงเฉพาะโรคที่เกิดขึ้นในเขตนั้นเทานั้น เมื่อกลับมา ประเทศไทยควรจะศึกษาตออีก ๑ ป เพื่อจะใหไดรับความรูและความชํานาญโรคของประเทศไทย แตทางการก็มิอาจทําไดดังพระราชประสงค เปนเหตุใหไมทรงพอพระราชหฤทัย ดังนั้น พระองค 8_edit.indd 60 15/02/2013 14:07:02


๖๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) จึงทรงเปลี่ยนพระราชหฤทัยจากจะทรงทํางานในโรงพยาบาลศิริราช มาเปน เสด็จไปโรงพยาบาล แมคคอรมิค จังหวัดเชียงใหม สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงมีความเอาใจใสในการรักษา ประชาชนอยางมาก ชาวเมืองเชียงใหมจึงขนานพระนามของพระองควา หมอเจาฟา เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ เวลา ๑๖.๔๕ น. สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรม สงขลานครินทร เสด็จสวรรคตดวยพระโรคฝบิดในพระยกนะ (ตับ) โดยมีโรคแทรกซอนคือพระ ปปผาสะบวมนํ้าและพระหทัยวาย พระชนมายุ ๓๗ ป ๘ เดือน ๒๓ วัน ในชวงเวลาที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทรทรงรับราชการในกองทัพ เรือทรงจัดทําโครงการเกี่ยวกับเรือดํานํ้า ถึงแมจะไมไดดังพระประสงคในชวงเวลานั้น แตอีก ๒๐ ป ตอมากองทัพเรือไดสั่งตอเรือดํานํ้า จํานวน ๔ ลํา คือ เรือหลวงมัจฉานุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสิน สมุทร และเรือหลวงพลายชุมพล นอกจากเรื่องเรือดํานํ้า พระองคยังทรงรางโครงการสรางกําลัง ทางเรือทั้งกองทัพไวดวยซึ่งปจจุบันกองทัพเรือไดจัดตั้งฐานทัพเรือและสถานีทหารเรือ พรอมกับจัด สงกําลังทหารเรือ ไปประจําตามฐานทัพเรือและสถานีเรือ สอดคลองกับแนวพระราชดําริโครงการ สรางเรือรบ ดานการแพทยนั้น ตลอดระยะเวลา ๑๐ ป ที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลา นครินทร ทรงเกี่ยวของกับการแพทย พระองคทรงบําเพ็ญพระราชกรณียกิจไวมากมาย ทรงอุทิศ ทั้งพระราชทรัพยและพระวรกาย พระสติกําลังเพื่อการแพทยโดยแท ดานการสาธารณสุข สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมสงขลานครินทร ทรงเคยสํารวจ สุขาภิบาลในกรุงเทพฯ เพื่อเปรียบเทียบกับตางประเทศที่ทรงศึกษามา ทรงชวยอบรมสาธารณสุข มณฑล และเคยทรงปรารภวา จะใหมีการเผาศพดวยไฟฟา เพื่อใหเปนไปตามหลักสูตรสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๕๑๓ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มีพระราชโองการโปรด เกลาฯ ประกาศเฉลิมพระนามพระอัฐิสมเด็จพระราชบิดาวา “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดช วิกรม พระบรมราชชนก” และในสมัยปจจุบันการเขียนพระนามของพระองคก็นิยมเขียนวา “มหิดล อดุลยเดช” สวนนามสกุลนั้น เมื่อสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมสงขลานครินทร ทรงศึกษาอยูที่ตาง ประเทศพระองคทรงใชพระนามวา “Mr. Mahidol Songkla” สวนสมเด็จพระศรีนครินทรทรา บรมราชชนนีใชพระนามวา “Mrs. Sonkla” ดังนั้น พระโอรสและพระธิดาของพระองคจึงใชนามสกุล วา “สงขลา” หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ไดพระราชทานนามสกุล สําหรับผูสืบสานพระบรมราชวงศชั้น ๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ โดยเชื้อพระวงศที่สืบสายพระโลหิตจาก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใหใชราชสกุลวา “มหิดล” จนถึงปจจุบัน 8_edit.indd 61 15/02/2013 14:07:04


๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 62 15/02/2013 14:07:07


๖๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลตํารวจเอกหญิง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พระนามที่นิยมเรียกกันวา สมเด็จยา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระนามเดิมวา สังวาล (ไมมีนามสกุล เนื่องจากพระ ราชบัญญัติขนานนามสกุลเริ่มมีในป พ.ศ. ๒๔๖๕) เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตยที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๓ ณ จังหวัดนนทบุรี ทรงเปนบุตรคนที่ ๓ ในพระชนกและพระชนนีคํา ทรงมีพระภคินี และพระเชษฐา ๒ คน ซึ่งถึงแกกรรมตั้งแตเยาววัย คงเหลือแตพระอนุชาออนกวาพระองค ๒ ป คือ คุณถมยา พระองคเปนพระราชชนนีใน สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลปจจุบัน พระชนกชู มีอาชีพเปนชางทอง เปนบุตรชายของคหบดี ชื่อ ชุม มีเชื้อสายสืบมาจากผูดี เกาแถวตึกขาวมีบานเรือนอยูใกลๆ วัดอนงคาราม ฝงธนบุรี พระชนกชูถึงแกกรรมตั้งแตสมเด็จยา มีพระชนมายุ ๓ พรรษา และพระชนนีคําถึงแกกรรมเมื่อพระองคมีพระชนมายุ เพียง ๙ พรรษา หลังจากนั้น พระองคทรงอยูในความอุปการะของปาซวย พี่สาวของพระชนนีคํา ซึ่งมีอาชีพรับจาง มวนบุหรี่ และทําขนมขาย พระชนนีคํา มีมารดาชื่อผา พระชนนีคําเปนสตรีที่รูหนังสือซึ่งหาไดยากในสมัยนั้น จึงไดนํา ความรูนี้มาสอนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ดวยพระอุปนิสัยที่ชอบการเรียนรู และการ อานหนังสือตั้งแตยังทรงพระเยาว พระองคจึงทรงเปนผูที่มีไหวพริบ และเฉลียวฉลาด ตอมา ญาติของครอบครัวพระชนกชูไดแนะนําพระชนนีคํา ใหนําเสด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีไปฝาก คุณจันทร แสงชูโต ซึ่งเปนญาติและพระพี่เลี้ยงในสมเด็จพระราชปตุจฉา เจา ฟาไลยอลงกรณ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พระเชษฐภคินีในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลย เดชวิกรม พระบรมราชชนกและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาล ที่ ๕ กับ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา เพื่อถวายตัวเปนขาหลวง ในขณะนั้นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระชนมายุเพียง ๗-๘ พรรษา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงศึกษาที่โรงเรียนศึกษานารีไดไมนาน พระองคสง ไปศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา โดยประทับอยูบานคุณหวน หงสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงตัดสินพระทัยเขาโรงเรียนแพทย ผดุงครรภ และหญิงพยาบาลแหงศิริราช ตามคําชักชวนจากพระยาดํารงแพทยกุล หลังจากสําเร็จ การศึกษาทรงไดรับการคัดเลือกใหไปทรงศึกษาวิชาพยาบาลตอที่โรงเรียนแพทยมหาวิทยาลัยฮาร วารด สหรัฐอเมริกา พรอมกับนางสาวอุบล ปาลกะวงศ ณ อยุธยา เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จไปเรียนตางประเทศ จําเปนที่จะมีนามสกุลใน หนังสือเดินทาง แตในขณะนั้นยังไมมีนามสกุล จําเปนตองหานามสกุลให สมเด็จพระศรีนครินทรา 8_edit.indd 63 15/02/2013 14:07:09


๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 64 15/02/2013 14:07:14


๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บรมราชชนนีจึงทรงใชนามสกุลของขาราชบริพารที่มีนามสกุลคนหนึ่งคือ ขุนสงขลานครินทร (หลี ตะละภัฏ) เจากรมของสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร สมเด็จพระศรีคริน ทราบรมราชชนนีจึงมีพระนามในหนังสือเดินทางวา นางสาวสังวาล ตะละภัฏ(มีพระราชกฤษฎีกา ใหใชคํานํานามสตรี พ.ศ. ๒๔๖๐) ตอมา คุณถมยา พระอนุชาของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี เมื่อเจริญวัยแลว ไดไปขอจดทะเบียนที่อําเภอใชนามสกุล “ชูกระมล” ขณะที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร กําลังศึกษาวิชาแพทยป ๑ พระองคทรงพบและพอพระทัยกับสมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนี ดวยมีพระสิริโฉมงดงาม พระอุปนิสัย และพระคุณสมบัติอื่นๆ ดังนั้น สมเด็จพระเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลา นครินทร จึงทรงมีลายพระหัตถกราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจา พระราชมารดา ขอ พระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับ นางสาวสังวาล วันศุกรที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๓ ไดมีพิธีอภิเษกสมรสที่วังสระปทุม และหลังจากไดอภิเษก สมรสแลว สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร และพระชายา (สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี) เสด็จประพาสเมืองตางๆ ในทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา เพื่อทรงไปศึกษาที่ มหาวิทยาลัยฮารวารด และสถาบันเอ็มไอที เมืองบอสตัน หลังจากทั้ง ๒ พระองค ทรงจบการศึกษาแลวจึงเสด็จไปที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่ง สมเด็จพระบรมราชชนนีไดประสูติพระราชธิดาพระองคแรก เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามวา หมอมเจากัลยาณิวัฒนา มหิดล ซึ่งภายหลังทรงไดรับการสถาปนาพระอิสริยศักดิ์เปน สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิ วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ทั้ง ๒ พระองค ไดเสด็จกลับประเทศไทยพรอมดวยพระราชธิดา เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสมเด็จ พระบรมราชชนกทรงดํารงตําแหนงอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย พระองคประทับที่ประเทศไทย ประมาณ ๒๐ เดือน ก็ทรงประชวร แพทยจึงถวายคําแนะนําใหประทับในที่อากาศเย็น ที่เมือง ไฮเดลเบิรก ประเทศเยอรมนี สมเด็จพระศรีนครินทรทราบรมราชชนนี และพระราชธิดาจึงไดตาม เสด็จไปประทับดวย สมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนีไดประสูติพระราชโอรสพระองคแรก เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานพระนาม วา หมอมเจาอานันทมหิดล ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ เสด็จสวรรคต สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จกลับกรุงเทพฯ เพียง พระองคเดียวเพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ และประทับอยูจนถึงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว ในป พ.ศ. ๒๔๖๙ วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ สมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนีประสูติพระราชโอรส พระองคที่ ๒ ณ โรงพยาบาลเมาทออเบิรน เมืองเคมบริดจ สหรัฐอเมริกา ไดรับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ วา พระวรวงศเธอพระองคเจาภูมิพลอดุลยเดช 8_edit.indd 65 15/02/2013 14:07:16


๖๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ขณะที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงศึกษาวิชาแพทยปสุดทาย อยูที่บอสตัน พระองคทรงพระประชวรดวยโรคพระวักกะกําเริบ และพระโรคหวัด แตยังทรงสามารถ สอบไดปริญญาแพทยศาสตรขั้นเกียรตินิยม แตหลังจากสอบเสร็จ และพระประชวรโรคไสติ่งอักเสบ ทั้งสองพระองคไดพาพระราชโอรส พระราชธิดาเดินทางกลับประเทศไทย โดยประทับที่พระตําหนัก ใหมสรางขึ้นในวังสระปทุม ถนนพญาไท เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงรับ เชิญเปนแพทยประจําบานจากโรงพยาบาลแมคคอรมิค จังหวัดเชียงใหม ในเดือนตอมา พระองค เสด็จกลับกรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นทรงพระประชวรอยูเปนระยะเวลาประมาณ ๔ เดือน ก็ สิ้นพระชนม เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ที่พระตําหนักใหม วังสระปทุม ขณะที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร สิ้นพระชนม สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนีทรงมีพระชนมายุเพียง ๒๙ พรรษา ทรงตองรับหนาที่อบรมเลี้ยงดูพระราชโอรส พระราชธิดาทั้ง ๓ พระองค ตามลําพัง วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ คณะราษฎรกอการเปลี่ยนแปลงการปกครองเปนระบอบ ประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจา จึงทรงแนะให สมเด็จพระบรมราชชนนีพาพระราชนัดดาทั้ง ๓ พระองค เสด็จไปศึกษาตอที่เมืองโลซานน ประ เทศสวิตเซอรแลนด วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ทรงสละ ราชสมบัติ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจึงไดมีมติเห็นชอบตามกฎมณเฑียรบาลให พระวรวงศเธอ พระองคเจาอานันทมหิดล เปนพระมหากษัตริยพระองคที่ ๘ แหงพระบรมราชจักรีวงศ แตในขณะนั้น พระวรวงศเธอ พระองคเจาอานันทมหิดล ทรงมีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษา สภาผูแทนราษฎรจึงมีมติแตงตั้ง พระเจาวรวงศเธอ กรมหมื่นอนุวัฒนจาตุรนต พระเจาวรวงศเธอ พระองศเจาอาทิตยทิพอาภา และเจาพระยายมราช (ปน สุขุม) เปนคณะผูสําเร็จราชการแทน สมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงยายไปประทับที่บานเชาขนาดใหญที่เมืองปุยยี ใกลกับเมือง โลซานน เพื่อใหสมพระเกียรติของพระราชโอรส ทรงตั้งชื่อตําหนักใหมวา วิลลาวัฒนา พ.ศ. ๒๔๘๑ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พรอมดวยสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันท มหิดล พระเชษฐภคินี และพระราชอนุชา ไดเสด็จนิวัติกลับประเทศไทย เพื่อทรงเยี่ยมเยียนพสก นิกรเปนครั้งแรกโดยประทับอยูในพระนครเปนเวลากวา ๒ เดือน วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑ คณะผูสําเร็จราชการแทนพระองคไดประกาศสถาปนา พระอิสริยยศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเปน สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาล นอกจาก นั้นพระองคยังพระราชทานเงินสวนพระองคสรางโรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี สราง สุขศาลา จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ในป พ.ศ. ๒๔๘๕ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พรอมดวยสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล พระเชษฐภคินี และพระราชอนุชา เสดจกลับไปศึกษาตอที่ประเทศสวิตเซอรแลนด 8_edit.indd 66 15/02/2013 14:07:17


๖๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) โดยสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงเขาศึกษา วิชาเคมี ที่มหาวิทยาลัยโลซานนสวนพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลทรงเขาศึกษาวิชา นิติศาสตร ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ในป พ.ศ. ๒๔๘๖ และตอมาในป พ.ศ. ๒๔๘๖ สมเด็จพระเจา นองยาเธอ เจาฟาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเขาศึกษาทางดานวิทยาศาสตร ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ คณะแพทยเชิญเสด็จพระองคเขาประทับรักษาพระองค ณ ตึก ๘๔ ป โรงพยาบาลศิริราช ระหวางการประทับรักษาที่โรงพยาบาล คณะแพทยพบวา เกิดการ ติดเชื้อในกระแสพระโลหิต จึงไดถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพิ่ม ตอมามีพระอาการแทรกซอน มีการ อักเสบที่พระอันตะ (ลําไสใหญ) พระอันตคุณ (ลําไสเล็ก) และที่พระปปผาสะ (ปอด) ขางขวา คณะ แพทยไดพยายามถวายการรักษาจนพระอาการทั่วไปดีขึ้นบาง วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๘ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระอาการ ทรุดลงเนื่องดวยมีพระอาการแทรกซอนทางพระยกนะ (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไมทํางาน พระ หทัย (หัวใจ) ทํางานไมปกติ ความดันพระโลหิตตํ่าทําใหเกิดภาวะเปนกรดในพระโลหิต คณะแพทย ไดถวายการรักษาความผิดปกติของระบบตางๆ รวมทั้งการฟอกพระโลหิตดวยเครื่องไตเทียมและ กรองสารพิษซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของพระยกนะ แตพระอาการตั้งแตเชาจนเที่ยงของวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ คงอยูในภาวะวิกฤตจนกระทั่งเวลา ๒๑.๑๗ น. สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีเสด็จสวรรคต รวมพระชนมายุ ๙๔ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชพระราชทานพระราชพิธีถวายพระ เพลิงพระบรมศพ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ณ พระเมรุ ทองสนามหลวง 8_edit.indd 67 15/02/2013 14:07:20


๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 68 15/02/2013 14:07:24


๖๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ศาสตราจารย (พิเศษ) พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเจาพี่นาง เธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ประสูติเมื่อวันที่อาทิตยที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทรงเปนพระธิดาพระองคแรกในสมเด็จพระ มหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว และ สมเด็จ พระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา) และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หมอมสังวาล มหิดล ณ อยุธยา) พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตั้งถวายคือ เมย สงขลา (May Songkla) ซึ่งเปนเดือนที่พระองคประสูติ ตอมาเมื่อความทราบฝาละอองธุลีพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานพระนามวา หมอม เจาหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ทรง พระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสถาปนาขึ้นเปน พระวรวงศเธอ พระองคเจากัลยาณิวัฒนา พระองคทรงเปนสมเด็จพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล และ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออก พระนามเรียก สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร เปนการลําลองวา บี๋ ปลายป พ.ศ. ๒๔๖๙ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสด็จ พรอมดวยครอบครัวมหิดลไปยังนครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส ประเทศสหัฐอเมริกา เนื่องจากสมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงศึกษาวิชาการแพทย ณ มหาวิทยาลัย ฮารวารด ในขณะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงศึกษาดานจิตวิทยา การทําอาหาร และโภชนาการที่วิทยาลัยซิมมอนส สวนสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทรทรงเขาศึกษาในระดับอนุบาลที่โรงเรียนพารก (Park School) พ.ศ. ๒๔๗๑ หลังจากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงสําเร็จ การศึกษาแพทยศาสตรแลว พระองคทรงนําครอบครัวกลับประเทศไทย โดยประทับที่วังสระปทุม พระองคทรงเขารับการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนราชินี เมื่อสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสด็จสวรรคตในป พ.ศ. ๒๔๗๒ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ยังประทับ อยูในกรุงเทพฯ จนกระทั่งเกิดเหตุการณการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. ๒๔๗๕ สมเด็จพระ ศรีนครินทราบรมราชชนนี ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ในการที่จะทรงนําพระโอรสและพระธิดาไปประทับที่เมืองโลซานน ประเทศ สวิตเซอรแลนด 8_edit.indd 69 15/02/2013 14:07:26


๗๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ คณะผูสําเร็จราชการแทนพระองคในพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล จึงประกาศเฉลิมพระเกียรติยศ พระวรวงศเธอ พระองคเจากัลยา ณิวัฒนา ในฐานะที่ทรงเปนพระราชโสทรเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจาอยูหัว ขึ้นเปน สมเด็จพระเจา พี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทรทรงยายมาประทับที่พระตําหนักเลอดิส ตั้งอยูที่ซอยสุขุมวิท ๔๓ ถนนสุขุมวิท โดยมีพระ ตําหนักวิลลาวัฒนา ตั้งอยูที่ซอยสุขุมวิท ๔๗ ซึ่งตั้งอยูในอาณาบริเวณเดียวกันกับพระตําหนักเลอ ดิส โดยสรางแลวเสร็จเมื่อประมาณป พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อใชเปนที่ทรงงานหรือเปนที่รับแขกของ พระองค ตอมาเมื่อสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชครินทร สิ้นพระชนม ทานผูหญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาพรอมครอบครัว ไดยายเขามาอาศัย ณ พระ ตําหนักเลอดิส และพระตําหนักวิลลาวัฒนา สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ไดทรงบําเพ็ญ พระกรณียกิจมากมายแกประเทศชาติ เพื่อแบงเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีโครงการในพระอุปถัมภหลายรัอยโครงการ ดานการศึกษา : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงกอตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแหงประเทศไทยขึ้นในป พ.ศ. ๒๕๒๐ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ เปนอเนกประการ จนเปนที่ประจักษชัดในวงการศึกษา มหาวิทยาลัยตางๆ จํานวน ๑๐ กวาแหง และองคการระหวางประเทศไดถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ แดพระองค พระองคทรงไดรับการเทิดทูน พระเกียรติจากรัฐบาลและองคกรตางประเทศหลายแหง อาทิ รัฐบาลฝรั่งเศสและองคการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ (ยูเนสโก) นอกจากนี้ พระองคยังทรงเปนพระอาจารยสอนวิชาภาษาตางประเทศที่มหาวิทยาลัย ตางๆ อาทิ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร โดยเฉพาะที่คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร พระองคทรง เปนพระอาจารยประจํานานถึง ๘ ป โดยทรงเปนหัวหนาภาควิชาภาษาตางประเทศเอง และทรงเปน ผูดูแลและจัดทําหลักสูตรการสอนของอาจารยทั้งชาวไทยและชาวตางประเทศ ทรงจัดทําหลักสูตร ปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสําเร็จ ดวยการผสมผสานความรูดานภาษาและวรรณคดี ใหเขากันอยางเหมาะสม ดานสังคมสงเคราะห : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทรทรงอุทิศพระวรกายในการพัฒนาทองถิ่นชนบทและการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ยากจน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงตระหนักถึงปญหาชุมชนแออัด จึงเสด็จเยี่ยมชุมชนแออัดหลาย แหงในกรุงเทพมหานครเปนการสวนพระองค เชน ชุมชนคลองเตย ชุมชนวัดพระยายัง ชุมชนยาน สวนลุมพินี ชุมชนกองขยะซอยออนนุช ชุมชนเพชรเกษม ๑๐๔ เปนตน ทรงหวงใยเด็กและครอบครัว 8_edit.indd 70 15/02/2013 14:07:28


๗๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในชุมชนแออัด โดยทรงรับมูลนิธิเด็กออนในสลัมใหอยูในพระอุปถัมภ มีผลใหเกิดโครงการพัฒนา เด็กเพิ่มขึ้นหลายโครงการ เชน โครงการพัฒนาเด็กในชุมชนและโครงการสาธารณสุขมูลฐานสําหรับ แมและเด็ก กองทุนนมและอาหารเสริม และกองทุนงบฉุกเฉิน เพื่อชวยเหลือเด็กที่ยากไรในชุมชน แออัดใหพนสภาวะขาดสารอาหาร เปนตน ดานสาธารณสุข : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร ทรงเปนประธานของมูลนิธิตางๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง มูลนิธิแพทยอาสาสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือ หมอกระเปาเขียว รวมทั้งมูลนิธิโรคไต และทรงเปนประธาน มูลนิธิหมอมเจาบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงคเกี่ยวกับการใหทุนการศึกษาแพทยตาม โครงการแพทยชนบท การใหทุนการศึกษาแกนักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแตขาดทุนทรัพย และการ ใหทุนการศึกษาสําหรับผูที่จะสมัครเปนอาจารยวิชาการพยาบาล พระองคทรงดํารงตําแหนงประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งทรงรวมกับสมเด็จพระศรีนครินราบรมราชชนนีกอตั้งขึ้นมา โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียน ดวยพระองคเอง และพระราชทานพระราชทรัพยประเดิมรวมกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนีพระราชทานในการกอตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อจัดทําขาเทียมและพระราชทานแกผูพิการ ขาขาดผูยากไรในชนบทโดยไมคิดมูลคา พระองคทรงดํารงตําแหนงประธานมูลนิธิถันยรักษในพระบรมราชูประถัมภสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนีอีกดวย ดานตางประเทศ : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทรเสด็จเยือนตางประเทศ ทั้งตามคํากราบทูลเชิญเสด็จอยางเปนทางการและเสด็จเยือน เปนการสวนพระองค ซึ่งเปนการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ รวมทั้งยังเปนโอกาสที่ พระองคทรงแนะนําใหชาวไทยรูจักประเทศในแงมุมตางๆ อยางถองแทดวย โดยทรงศึกษาขอมูล ศิลปวัฒนธรรมของประเทศที่จะเสด็จเยือนรวมถึงเรื่องขาวสารเสด็จเยือนตางประเทศทางโทรทัศน รวมการเฉพาะกิจแหงประเทศไทย ดานศาสนา : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงเจริญพระศรัทธาปสาทะในพระบวรพุทธศาสนา ทรงพระกรุณาเสด็จไปในการพระราชกุศล ตามคํากราบทูลเชิญอยูมิเคยขาด โดยมิไดเลือกวาเปนวัดที่ใหญโตหรือวัดเล็ก มีหรือไมมีชื่อเสียง แตประการใด แมแตวัดที่อยูในถิ่นทุรกันดารก็ตาม นอกจากนี้ พระองคทรงเปนองคประธานกิตติมศักดิ์การประดิษฐานพระไตรปฎกฉบับสากล อักษรโรมัน ฉบับแรกของโลก อีกทั้งยังทรงเปนองคประธานกอตั้งและองคประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิ รวมจิตต นอมเกลาฯ ในพระบรมราชินูปถัมภ ในการแปลและจัดพิมพพระไตรปฎกสากล อักษร โรมัน เพื่อพระราชทานแดนานาประเทศ ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๔๘ 8_edit.indd 71 15/02/2013 14:07:30


๗๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ดานศิลปวัฒนธรรม : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร ทรงสงเสริมงานแสดงดานศิลปวัฒนธรรม เชน ดนตรีคลาสสิก ละครอุปรากรฯ ลฯ อีกทั้ง ยังทรงเปนองคอุปถัมภงานแสดงประจําปและวงดนตรี เชน วงดุริยางคเยาวชนไทย พระองคยังทรงเปนองคอุปถัมภของวงซิมโฟนีออรเครสตราแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ดานวรรณกรรม : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร ทรงมีประปรีชาสามารถดานการเขียน ไดทรงริเริ่มออกวารสาร “รื่นรมย” โดยได ชักชวนใหพระสหายในวังสระปทุมเขียนเรื่องตั้งแตพระชนมายุประมาณ ๙ ชันษา ทรงทําหนาที่ บรรณาธิการและทรงเขียนบทความลงวารสารดวย นอกจากนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนีทรงสนับสนุนใหสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงอานนิทานภาษาอังกฤษและเรียบเรียง “นิทานสําหรับเด็ก” ซึ่งตอมาไดจัดพิมพแจกในงานวัน ประสูติของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจา วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๕ หลังจากนั้น พระองคทรงนิพนธหนังสืออีกหลายเลม ดังนี้ พระนิพนธ - จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา(ตีพิมพ ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๐๐) - แมเลาใหฟง (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๒๓, ๒๐๔ หนา) - พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๕ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ.๒๕๒๔) - เวลาเปนของมีคา (Busy Fingers) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๒๗, ๑๕๐ หนา) - เจานายเล็กๆ - ยุวกษัตริย (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๐, ๒๙๐ หนา) - ไปรษณีบัตรเจาฟา (Postcard Games) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๘, ๒๗๐ หนา) - เจาฟาทหารเรือ พ.ศ. ๒๔๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๔๕๘ (๑๙๓๓-๑๙๓๖) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๕, ๒๑๕ หนา) - ตราแผนดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนาม และนามยอ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๕, ๖๒ หนา) - สมเด็จเจาฟามหิดลฯ และงานศิลปะ (Primce Mahidol and Art) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๘, ๕๙ หนา) - จดหมายเหตุชาวบาน : ขาวสมเด็จยาสวรรคตจากหนังสือพิมพ (Popular From The Press, The Demise of the Princess Mother) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙, ๖๐๐ หนา) - สงเสด็จสมเด็จยา ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙, ๔๖๔ หนา) - มหามกุฎราชสันตติวงศ พระนามพระราชโอรสธิดา พระราชนัดดา (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๔๗, ๖๖๖ หนา) พระนิพนธแปล - นิทานสําหรับเด็ก (พีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๗๕ แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจา ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๕) 8_edit.indd 72 15/02/2013 14:07:32


๗๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) - The Spanish Coronation, Le Couronnement Espagnot, ราชาภิเษกพระเจากรุงสเปน - พระราชนิพนธภาษาอังกฤษในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว พระนิพนธแปลเปน ภาษาฝรั่งเศส โดยสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร และบทแปลภาษาไทย โดย หมอมหลวงปน มาลากุล [๓] ซึ่งเปนการเลาถึงการเสด็จเยือนประเทศ สเปนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ขณะทรงดํารงพระอิสริยยศเปน สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระนิพนธทองเที่ยว - ยูนาน : Yunnan - ๑ โหลในเมืองจีน (ปพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๒๘, ๒๐๓ หนา) - สายธารอารยธรรมจีน : ๗ ธานีแหงอาณาจักรกลาง (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๑, ๓๗๗ หนา) - จากโคริโอสูโคเรีย ๘ วันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๑, ๑๖๘ หนา) - ภูฐานเกาะเขียวบนแผนดิน : Bhutan : green island on land (๒๕๓๒, ๒๐๓ หนา) - ที่ไซบีเรียหนาวไหม : Is It Cold in Siberia (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ.๒๕๓๓, ๒๙๗ หนา) - ซินเจียง และกานซู ภาพจากดินแดนสุดหลาฟาเขียว : Xinjiang and Gansu Pictures form far away places (๒๕๓๓, ๒๗๐ หนา) - ตุรกี ดินแดนจักรพรรดิโรมันและลาสุลตานออตโตมัน : Turkey land of the Roman emperors and Ottoman sultans (ปที่พิมพ ๒๕๓๓, ๔๓๘ หนา) 8_edit.indd 73 15/02/2013 14:07:34


๗๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) - จีนตะวันออก ขึ้นเขา ลงทะเลสาบ เขาวัด (๒๕๓๗, ๒๙๐ หนา)- จีนอีสานและเสฉวน จาก แดนแมนจูสูภูงอไบ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๔๐, ๓๑๒ หนา) ดานกีฬา : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงมีพลังแหงการสรางสรรค เมื่อทรงพระเยาวทรงสนพระทัยและทรงเลนกีฬาหลายประเภท อาทิ เลนสกี กรรเชียงเรือ ตกปลา ขี่จักรยาน เดินภูเขา และทรงมาผาดโผน สวนแบคมินตันนั้น พระองค ทรงเลนตามอยางสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นอกจากทรงรวมเลนแลว ยังทรงสนับสนุน แบดมินตันหลายคนใหเขาแขงขันระดับนานาชาติ อีกทั้งยังทรงสนพระทัยเรื่องการขับรถยนต เครื่องยนตกลไก และรถสามลอ พระองคทรงมีพระปรีชาสามารถในการขับเครื่องบินปก ๒ ชั้น และทรงขับเฮลิคอปเตอรได อีกดวย โดยทรงเรียนการบินเปนนักบินหญิงอันดับตนๆ ของประเทศไทย ดานการถายภาพ : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร ทรงสนพระทัยในการถายภาพอยางจริงจัง ทรงเปนผูใฝรูการใชกลองบันทึกภาพ ซึ่งมิใช เพียงเพื่อเก็บภาพไวดูเลนเทานั้น หากแตพระองคทรงบันทึกภาพโดยมีจุดประสงคทั้งในแงศิลปะและ วิชาการ ทั้งการเสด็จเยือนสถานที่ตางๆ ทั้งในประเทศและตางประเทศ ทรงบันทึกภาพที่สนพระทัย ดวยพระองคเองเสมอ ภาพที่ทรงบันทึกไวเปนประโยชนอยางยิ่งเมื่อทรงจัดทําพระนิพนธในภายหลัง เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร ทรงมีพระอาการผิดปกติเกี่ยวกับพระนาภี (ทอง) และไดเขาประทับรักษา พระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยไดถวายการตรวจ พระวรกายและเอกซเรยคอมพิวเตอร ตรวจพบมะเร็งซึ่งเปนชนิดเดียวกับที่พระถันที่ทรงเคยไดรับ การถวายตรวจรักษาเมื่อ ๑๐ ปกอน โดยชวงเวลาหลังการถวายรักษาครั้งกอนนั้น ทรงมีสุขภาพดี และในการถวายตรวจติดตามพระสุขภาพจึงไดตรวจพบมะเร็งเกิดขึ้นใหมเมื่อ ๒ ปกอน นอกจากนี้ คณะแพทยไดถวายตรวจพระสมองดวยเอกซเรยคอมพิวเตอร พบวา มีเนื้อสมอง ดานซาย ตายเปนวงกวาง จากเสนเลือดสมองอุดตัน คณะแพทยไดถวายการรักษาพระอาการอยาง ใกลชิดจนสุดความสามารถ จนกระทั่งเมื่อวันพุธที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พระอาการประชวรได ทรุดลงตามลําดับ และสิ้นพระชนมเมื่อเวลา ๐๒.๕๔ น. รวมพระชนมายุ ๘๔ พรรษา หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหสํานักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี มีพระราชพิธีถวายสรง นํ้าพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา แลวทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเจาพนักงานเชิญพระศพลง สูหีบ ประดิษฐานหลังพระแทนแวนฟาทอง ประกอบพระโกศทองใหญ ภายใตเบญจปฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร ๕ ชั้น) ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง 8_edit.indd 74 15/02/2013 14:07:36


๗๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ขบวนการเสรีไทย เสรีไทยเปนขบวนการใตดินที่ดําเนินการระหวางสงครามมหาเอเชียบูรพา ซึ่งเปนสวนหนึ่ง ของสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ในชวง พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๔๘๘ มีวัตถุประสงคเพื่อตอตานการรุกราน ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุน รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทย ขบวนการเสรีไทยกําเนิดขึ้น ในวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ เมื่อกองทัพญี่ปุนยกทัพเขามาทางดานทิศตะวันออกและยกพลขึ้น บกจากอาวไทย เดิมเรียกขบวนการนี้วา “องคการตอตานญี่ปุน” ภายหลังถูกเปลี่ยนชื่อเปน “เสรี ไทย” มีบทบาทเปนแหลงขาวสําคัญของฝายสัมพันธมิตร การที่รัฐบาลไทยนําโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ยินยอมตกลงเขารวม กับญี่ปุนและประกาศสงครามตอสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ทําใหบุคคลสําคัญทางการเมืองการ ปกครอง ขาราชการ และชาวไทยทั้งในและนอกประเทศไมเห็นดวยกับนโยบายประกาศสงคราม มีการเคลื่อนไหวตอตานญี่ปุน แบงเปน ๓ กลุมคือ กลุมในประเทศ นําโดยนายปรีดี พนมยงค ขณะนั้นดํารงตําแหนงรัฐมนตรีคลัง กลุมคนไทยในสหรัฐอเมริกา นําโดย ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช อัครราชทูตไทยประจํากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีบทบาทสําคัญในการไมยอมสงคําประกาศสงครามตอสหรัฐอเมริกา และถือวาการประกาศ สงครามนั้นมิใชเจตนาของคนไทย 8_edit.indd 75 15/02/2013 14:07:39


๗๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) กลุมคนไทยในอังกฤษ นําโดยนักเรียนไทย ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ รวมทั้งสมเด็จพระนาง เจารําไพพรรณี พระราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ และราชนิกูลอีก หลายพระองค พ.ศ. ๒๔๘๕ อังกฤษไดรับสมาชิกเสรีไทยเขาเปนกําลังพลรวมในกองทัพอังกฤษ ชวงที่ จอมพล ป. พิบูลสงครามเปนนายกรัฐมนตรี การดําเนินงานของเสรีไทยทั้งสามกลุม ไมคอยประสบผลสําเร็จมากนัก เพราะขาดการประสานงานรวมกัน แตเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล โดยมี นายควง อภัยวงศ เปนนายกรัฐมนตรี ความรวมมือระหวางกันก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น แมวานาย ควง อภัยวงศ จะแถลงนโยบาย “รวมมือกับญี่ปุนโดยใกลชิด ตามสัญญาพันธกรณีที่ไดมีตอกันไว ดวยดี และใหความรวมมือกับญี่ปุนตามขอเรียกรองของญี่ปุนทุกประการ” แตขณะเดียวกันคณะ รัฐบาลก็มีรัฐมนตรีหลายคนที่เปนบุคคลระดับหัวหนาในองคการตอตานญี่ปุน และคอยใหความ ชวยเหลือองคการอยางลับๆ เสรีไทยมีเครือขายความรวมมือในจังหวัดตางๆ ทั่วประเทศ โดยไดรับความชวยเหลือจาก ฝายสัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกา และอังกฤษไดสงหนวยปฏิบัติการมาประจําในกรุงเทพฯ ดานฝาย ไทย นายปรีดี พนมยงค ไดสงทหารไปประจําที่กองบัญชาการของฝายสัมพันธมิตร ณ เมืองแคน ดี ลังกา พรอมกับสงทหาร ตํารวจ และพลเรือนไปรับการฝกกับ สํานักงานบริการดานยุทธศาสตร (O.S.S : Office of Strategic Services) ของสหรัฐอเมริกา และกองกําลัง ๑๓๖ ของอังกฤษ ใน อินเดียและลังกา นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งโรงเรียนนายทหารสารวัตร และโรงเรียนนายสิบสารวัตรทหาร โดย รับสมัครนิสิตจากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นักเรียนเตรียมปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร และการเมือง นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนักเรียนโรงเรียนเตรียมนายเรือ มาฝกใหเปน ผูบังคับบัญชาของกองกําลังใตดินเพื่อเตรียมสูรบกับกองทัพญี่ปุนในวันที่ฝายสัมพันธมิตรกําหนด มี การประชาสัมพันธใหคนไทยในประเทศรวมกันตอตานญี่ปุน สงขาวดานยุทธศาสตรทางทหารตลอด จนรายงานสภาพดินฟาอากาศใหฝายสัมพันธมิตรทราบ ซึ่งทําใหฝายสัมพันธมิตรสามารถปฏิบัติการ ทางทหารไดอยางมีประสิทธิภาพ การปะทะกันระหวางขบวนการเสรีไทยกับกองทัพญี่ปุนไมมีโอกาสเกิดขึ้น เพราะญี่ปุน ประกาศยอมจํานนอยางไมมีเงื่อนไข เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้ง ระเบิดปรมาณูถลมเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ เมื่อวันที่ ๖ และวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ แมวา ไทยจะรวมกับญี่ปุนในการประกาศสงคราม แตความรวมมืออยางลับๆ ของไทยกับฝายสัมพันธมิตร ทําใหไทยมีอํานาจตอรองในการเจรจากับฝายสัมพันธมิตรหลังสงครามยุติ โดยสหรัฐอเมริกาถือวา ไทย ไมเคยประกาศสงครามตอประเทศของตน ขณะที่อังกฤษยังดําเนินนโยบายตอไทยแตกตาง ไปจากสหรัฐอเมริกา 8_edit.indd 76 15/02/2013 14:07:41


๗๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สถานที่สําคัญ พระบรมราชานุสาวรีย ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ถือเปนวัดประจํารัชกาลของพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวอานันทมหิดล เนื่องจากเปนสถานที่ที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของพระองค ดังนั้น จึงมีการจัดสรางพระบรมราชานุสาวรียขึ้น ณ บริเวณลานประทักษิณ ชั้นลางมุมทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือ พระวิหารหลวง พระบรมรูปหลอดวยสําริด ขนาดเทาพระองคจริง ทรงฉลอง พระองคชุดจอมทัพประทับยืน ประดิษฐานบนแทนหินออนยกพื้นสูง มีแผนทองเหลืองจารึกเกี่ยว กับกําหนดการสรางพระบรมราชานุสาวรีย เบื้องหลังเปนแผนหินออนวงโคง ประดิษฐานพระ ปรมาภิไธยยอ “อปร” ภายใตพระมหาพิชัยมงกุฎ พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงเรียนเทพศิรินทร พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล พระองคทรงเขารับการศึกษา ณ โรงเรียน เทพศิรินทร เมื่อป พ.ศ. ๒๔๗๕ เลขประจําพระองค ๒๓๒๙ หลังจากนั้นอีกเพียง ๒ ป พระองคเจาอานันทมหิดลก็ไดเสด็จเถลิงถวัลยครองสิริราชสมบัติ เปนพระมหากษัตริย องคที่ ๘ แหงราชวงศจักรี พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลทรงมีความผูกพันกับโรงเรียนเทพศิรินทรมาโดย ตลอด มีพระมหากรุณาธิคุณลนเกลาลนกระหมอมแกโรงเรียนเทพศิรินทร สมาคมนักเรียนเกาฯ ตลอดจนนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร (ลูกแมรําเพย) ทุกคน 8_edit.indd 77 15/02/2013 14:07:43


๗๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงเรียนเทพศิรินทร มีขนาดเทาพระองคจริง ทรงฉลองพระองค ชุดจอมทัพประทับยืน เชนเดียวกับ พระบรมราชานุสาวรีย ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดําเนินทรงเปดพระบรมราชานุสาวรีย ดวย พระองคเอง เพื่อเปนการสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค คณะผูบริหาร คณะครู นักเรียน เกา นักเรียนปจจุบัน และ บุคลากรของโรงเรียนเทพศิรินทร จะจัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราช สักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล ในวันที่ ๙ มิถุนายน ของทุกๆ ป พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเปนโรงเรียนประจําจังหวัด (ชาย) เปดทําการสอนตั้งแตป พ.ศ. ๒๔๔๘ ตั้งอยูพระราชวังจันทรเกษม (พระราชวังหนาแหงกรุงศรีอยุธยา) ใกลกับวัดเสนาสนาราม เดิมเรียกชื่อวา “โรงเรียนตัวอยางประจํามณฑลกรุงเกา” ตอมาภายหลังเปลี่ยนชื่อเปน “โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย”และยายมาอยูในสถานที่ปจจุบัน พ.ศ. ๒๔๘๔ โรงเรียนไดรับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันท มหิดล รัชกาลที่ ๘ พระราชทานพระราชทรัพยสวนพระองคจํานวนหนึ่งแสนบาท สรางอาคารเรียน ๒ ชั้น ๑ หลัง หอประชุม ๑ หลังพรอมบานพักครูอีก ๒๐ หลัง ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจาลูกเธอทั้งสองพระองค เสด็จฯ ทรงมา เปดพระบรมราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ 8_edit.indd 78 15/02/2013 14:07:46


๗๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) นับจนถึงปจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๕) โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเปดทําการเรียนการสอนเปนเวลา ถึง ๑๐๘ ป เพื่อเปนการสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันท มหิดล รัชกาลที่ ๘ ในวันที่ ๙ มิถุนายน ของทุกป คณะผูบริหาร คณะครู สมาคมนักเรียนเกาอยุธยา วิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ คณะกรรมการนักเรียน นักเรียนปจจุบันและศิษยเกาของโรงเรียน อยุธยาวิทยาลัย ไดจัดพิธีบําเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน รวมพิธีวางพวงมาลา และถวายราช สักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรียพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล หนาอาคาร พระราชทานสิริมงคลานันท พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงพยาบาลอานันทมหิดล พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ทรงบริจาคพระราชทรัพยสวน พระองคในการสรางโรงพยาบาลในจังหวัดลพบุรี และพระราชทานนามโรงพยาบาลแหงนี้วา โรง พยาบาลอานันทมหิดล หลังจากการสรางแลวเสร็จ พระองคเสด็จพระราชดําเนินมาทรงเปดโรงพยาบาลแหงนี้เมื่อ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ดังนั้น คณะกรรมการโรงพยาบาลจึงไดสรางพระบรมราชานุสาวรีย ประดิษฐาน ณ หนาตึกอํานวยการของโรงพยาบาล และไดประกอบพิธีเปด เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ พระบรมราชานุสาวรีย ณ คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย เนื่องดวยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ มีพระ ราชปรารภตอรัฐบาลในสมัยนั้น เรื่องการผลิตแพทยเพิ่มใหเพียงพอตอประชาชน อันเปนจุดกําเนิดโรงเรียนแพทยแหงที่ ๒ ของประเทศ ซึ่งปจจุบัน คือ คณะ แพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เพื่อเปนการนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ คณะกรรมการบริหาร สมาคมศิษยเกาแพทยจุฬาลงกรณรวมกับคณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ สภากาชาดไทย จึงได ขอให คุณไขมุก ชูโต เปนผูออกแบบปนพระบรมราชานุสาวรีย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินทรงวางศิลาฤกษแทนประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๘ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ พระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จ พระราชดําเนินทรงเปดพระบรมราชานุสาวรีย พระบรมราชานุสาวรีย ณ คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย เนื่องดวยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ มีพระ ราชปรารภตอรัฐบาลในสมัยนั้น เรื่องการผลิตแพทยเพิ่มใหเพียงพอตอประชาชน อันเปนจุดกําเนิดโรงเรียนแพทยแหงที่ ๒ ของประเทศ ซึ่งปจจุบัน คือ คณะ แพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เพื่อเปนการนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ คณะกรรมการบริหาร สมาคมศิษยเกาแพทยจุฬาลงกรณรวมกับคณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ สภากาชาดไทย จึงได ขอให คุณไขมุก ชูโต เปนผูออกแบบปนพระบรมราชานุสาวรีย 8_edit.indd 79 15/02/2013 14:07:48


๘๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 80 15/02/2013 14:07:54


๘๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สําเพ็ง สําเพ็ง เปนชุมชนชาวจีน และยานธุรกิจ ที่เปรียบเสมือน “ศูนยการคา” แหงแรกของกรุง รัตนโกสินทรมีประวัติความเปนมาอันยาวนานควบคูกับกรุงเทพมหานคร ตราบถึงปจจุบันนับเปน เวลากวา ๒๐ ทศวรรษ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทรเปนราชธานี เมื่อป พ.ศ. ๒๓๒๕ พระองคทรงโปรดฯ ใหชาวจีนซึ่งตั้งหลักแหลงอยูที่ทาเตียน และบริเวณใกลเคียง มาตั้งแตสมัยกรุงธนบุรีไปอยูที่สําเพ็ง ซึ่งบริเวณนอกเขตกําแพงพระนครทางดานตะวันตกเฉียงใต โดยมีอาณาบริเวณตั้งแตคลองวัดสามปลื้ม (วัดจักรวรรดิราชาวาส) จนถึงคลองวัดสามเพ็ง (วัดปทุม คงคา) เพื่อใชที่ดินเดิมซึ่งเปนที่ดอนและอยูกึ่งกลางพระนคร มาเปนที่ตั้งของพระบรมมหาราชวัง ศูนยกลางการบริหารราชการแผนดินของราชวงศใหม อีกทั้งเพื่อใหเปนไปตามนโยบายของทางการ ไทยในการควบคุมชาวตางชาติ ใหตั้งชุมชนอยูเรียงรายนอกเขตกําแพงพระนคร เปนการปองกันมิ ใหทาทายอํานาจทางการเมืองไดงาย อันเปนธรรมเนียมปฏิบัติสืบตอกันมาตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา คําวา “สําเพ็ง” นั้น มีผูสันนิษฐานที่มาของชื่อไว ดังนี้ กาญจนาคพันธุไดตั้งขอสันนิษฐานวา อาจมาจากมีคนชื่อ “เพ็ง” ๓ คน บริเวณนี้ จึงเรียก วา “สามเพ็ง” หรือ “สําเพ็ง” สมพงษ เกรียงไกรเพชร ไดสันนิษฐาน หนังสือเลาเรื่องเกาของไทย ไววา เปนเพราะบริเวณ สามเพ็งเปนสวน มีคลองขวางสองคลองคือ คลองเหนือวัดสามเพ็ง กับคลองวัดสามปลื้ม ทําใหพื้นที่ แบงออกเปนสามตอน หรือสามแผนซึ่งคนจีนเรียกเพี้ยนมาเปน สามเพ็ง ส. พลายนอย สันนิษฐานไวหนังสือ “บางกอก” วา แตกอนบริเวณนั้นคงเปนที่นํ้าลึก หรือ เปนทางสามแพง ซึ่งชาวจีนเรียกเพี้ยนเปนสามเพง และสําเพ็งในที่สุด บุปผา คุมมานนท กลาวไวในหนังสือศิลปวัฒนธรรมเรื่อง “สําเพ็งศูนยการคาแหงแรกของกรุง รัตนโกสินทร”วา สําเพ็งเปนชื่อที่เรียกเพี้ยนมาจากคําวา “สามเพ็ง” ซึ่งเปนชื่อวัดและชื่อคลอง ที่ อยูในบริเวณใกลเคียงกัน อาจเปนเพราะคนจีนในบริเวณนั้นเคยชินกับการออกเสียงสั้นๆ จึงทําให “สามเพ็ง” กลายเปน “สําเพ็ง” ในที่สุด โดยแทจริงแลว ชาวจีนอพยพเขามาในเมืองไทยเปนจํานวนมากตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยาถึง ตนสมัยกรุงรัตนโกสินทร (พ.ศ. ๒๐๒๕-๒๓๒๙) เพราะปญหาทางดานการเมือง การปกครอง และ เศรษฐกิจ และความอดอยากยากแคนในประเทศจีน ขณะที่ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ มี ความปลอดภัยทางการเมืองกอปรกับรัฐตองการใหชาวจีนมาชวยสรางความเจริญทางเศรษฐกิจ เพราะชาวจีนมีความรูและประสบการณดานการคาขาย การตอเรือ และการเดินเรือ การที่ชาวจีน สวนใหญเขามาตั้งหลักแหลงทํามาหากินในสําเพ็งเปนผลทําใหสําเพ็งเจริญเติบโตทางดานเศรษฐกิจ อยางรวดเร็ว จนกลายเปนยานธุรกิจการคาที่สําคัญแหงแรกของกรุงเทพฯ ในชวงสมัยนั้น 8_edit.indd 81 15/02/2013 14:07:56


๘๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในอดีต สําเพ็ง เปนแหลงขายสินคาทั้งปลีกและสง นอกจากนี้ยังเปนแหลงที่มาของธุรกิจ หลายประเภท เชน การรับจางปะชุนผา การตัดเย็บเสื้อผา การยอมสีผา การรับจางขัดรองเทา การ ใหกูยืมเงินหรือการจายเงินใหลวงหนาแลวใชคืนภายหลัง ดังกรณีชาวจีนที่อพยพเขามา ตลอดจน การรับจางเขียนหนังสือจีน เพื่อสงไปถึงญาติพี่นองที่อยูเมืองจีน การรับจางสงเงินไปใหครอบครัวที่ เมืองจีน นอกจากธุรกิจประเภทดังกลาว สําเพ็งยังมีธุรกิจใหบริการทางเพศเปนที่ขึ้นชื่ออีกดวย โดย มี “โคมเขียว” เปนสัญลักษณ ธุรกิจที่สําคัญอีกประเภทหนึ่งของสําเพ็งคือ “บอนการพนัน” ซึ่งมีอยู มากมายหลายอยาง เชน ไฮโล ถั่ว นํ้าเตา ลูกเตา โปสา เปนตน ดังนั้น นอกจากสําเพ็งจะเปนยาน ที่ดีคนทุกเพศทุกวัยมาจับจายซื้อสินคาแลว บางสวนโดยเฉพาะผูชายมักมาเที่ยวยานแหลงสําราญ ทั้งดานโลกียและการพนัน จึงมีบางคนตั้งตนเปนนักเลง และเซียนการพนัน บางครั้งมีเรื่องทะเลาะ เบาะแวงกัน ระหวางผูเขาไปเที่ยวกับเจาถิ่น หรือระหวางผูเขาไปเที่ยวดวยกันเองหรือระหวางเจาถิ่น แตละพวกกัน ถึงขั้นทํารายรางกายกัน จนตองตั้งเจาหนาที่ เพื่อใหเขาไปรักษาความสงบเรียบรอย ตอมาเมื่อประเทศไทยมีการทําสนธิสัญญากับประเทศตะวันตก โดยเริ่มจาก สนธิสัญญา เบาริง กับประเทศอังกฤษเปนประเทศแรกในป พ.ศ. ๒๓๙๘ ทําใหชาวจีนจํานวนมากหลั่งไหลเขา มาในเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาล ที่ ๕ ไดเปดการเดินเรือรับสงผูโดยสารระหวางกรุงเทพฯ กับเมืองซัวเถาโดยตรง สัปดาหละ ๑ ครั้ง การเดินทางจึงสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไมตองออมประเทศสิงคโปรดังแตกอน นอกจากนี้ ชาวจีน พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลเสด็จประพาสสําเพ็ง 8_edit.indd 82 15/02/2013 14:07:58


๘๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บางคนซึ่งเขามาอยูในประเทศไทยกอนหนานี้ไดทําหนาที่เปนคนกลางนําชาวจีนเขามาขายแรงงาน ในเมืองไทย โดยออกทุนเดินทางใหกอน แลวใหจายเงินคืนภายหลัง เมื่อไดคาจางแรงงานแลว ชาวจีน เหลานี้สวนใหญก็อพยพเขามาในสําเพ็ง ซึ่งเกือบทั้งหมดประกอบอาชีพคาขายตามถนัด ตามความ สามารถ ทุน และความสนใจ สวนผูไมมีทุนก็รับจางแบกหามสินคามีคลองใตวัดสามปลื้ม และคลอง เหนือวัดสําเพ็ง ทําใหการขนสงสินคาอยูในแถบจักรวรรดิและวัดสามปลื้มคึกคัก คนจีนแถวนี้มักไป จายตลาดโดยเรือ ขามไปสําเพ็ง สินคาที่สําเพ็งสวนใหญมาจากเมืองจีน โดยเรือสําเภาของชาวจีน เปนสวนมาก บางสวนนําเขามาโดยเรือสําเภาหลวง และเรือสําเภาของเจานายกับขุนนางผูใหญเรือ สําเภาของชาวจีนจอดเรียงแถวตามยาว จากแนวปากคลองรอบกรุงลงไปทางใต วันไหนมีเรือมากก็ จะจอดซอนกันเปน ๒ แถว หลังสนธิสัญญาเบาริง ไทยคาขายกับตางประเทศมากขึ้น เรือสินคาเขา มาที่กรุงเทพฯ มากขึ้นดวย พอคาก็จะจอดเรือเรียงรายกันไป ตางก็นําสินคามาวางขายบนดาดฟาเรือ การคาแบบนี้จะดําเนินไปเปนเวลาหลายชั่วโมง หลังจากนั้นพอคาก็จะนําสินคาที่เหลือไปจําหนาย ยังหางรานคาในสําเพ็ง ซึ่งเปนแหลงคาขายที่ใหญที่สุดของชาวจีนในสมัยนั้น พ.ศ. ๒๔๐๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๔ โปรดฯ ใหเริ่มกิจการ ตํารวจนครบาลขึ้นเปนครั้งแรก โดยเรียกวา “กองโปลิศ” มีการจางครูชาวยุโรปและชาวมลายูมา ฝกอบรมเพื่อใหตํารวจนครบาลรูจักระเบียบปฏิบัติแบบสากลในการรักษาความสงบเรียบรอยใน เขตพระนคร กองโปลิศไดเริ่มออกปฏิบัติงานเปนครั้งแรกในบริเวณสําเพ็ง จึงอาจกลาวไดวา สําเพ็งเปนไชนาทาวน (china Town) แหงแรกของกรุงรัตนโกสินทร ซึ่ง เปนที่รูจักกันอยางแพรหลาย ทั้งในหมูคนจีน คนไทย และคนชาติอื่นๆ โดยเฉพาะชาวตะวันตก สําหรับคนไทยนั้นมีหลายทานกลาวถึงสําเพ็งในสมัยที่ทานยังมีชีวิตอยู เชน สุนทรภู ไดกลาวถึง สําเพ็งไวใน “นิราศชมตลาดสําเพ็ง” ขุนวิจิตรมาตรา ในนามแฝง “กาญจนาคพันธุ” กลาวไวใน “เมื่อวานนี้” และพระยาอนุมานราชธนไดเลาไวใน “บันทึกความทรงจํา” เปนตน ในสวนของชาวตะวันตกนั้น สําเพ็งเปนสถานที่มิชชันนารีอเมริกัน เขามาตั้งหลักแหลงเพื่อ เผยแผศาสนาคริสตนิกายโปรเตสแตนตในเมืองไทย ตั้งแตเริ่มแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหลานภาลัย รัชกาลที่ ๒ โดยเขามาเชาบานแถววัดเกาะ สัมพันธวงศ ใกลตลาดสําเพ็ง ใชเปน ที่พักเพื่อเผยแพรศาสนา ตอมาเมื่อหมอบรัดเลยเขามาในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ นั่งเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๓ ก็ไดเขามาอยูในบานเชาดังกลาว และไดเปดที่พักเปน “โอสถศาลา” เพื่อแจกและขาย “ยาฝรั่ง” พรอมๆ กับเผยแผศาสนาไปดวย ตอมาก็ไดรับรักษาโรค ดวยวิธีการ แพทยแผนใหมตามแบบตะวันตก ปรากฏวา ลูกคาสวนใหญเปนคนจีน สวนการเผยแผศาสนาก็ได ผลบางในหมูคนจีนบริเวณนั้น ชาวจีนที่สําเพ็งอยูกันอยางแออัด สงผลใหเกิดความสกปรกรุงรัง โดย เฉพาะในบริเวณตอจากสะพานหันเขามาสําเพ็ง เดิมเปนถนนแคบๆ ปูดวยอิฐ สองฟากถนนเต็มไป ดวยโรงเรือน รานคาของคนจีนที่ปลูกกันอยางเบียดเสียด แออัด ทําดวยไมและรากไม จึงงายตอ การเกิดเพลิงไหมและลุกลาม ดังนั้น การตัดถนนในบริเวณดังกลาวนอกจากทําใหสะดวกแลวยัง ระงับเหตุรายเวลาเกิดเพลิงไหมอีกดวย 8_edit.indd 83 15/02/2013 14:08:00


๘๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ตอมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ ทรงเล็งเห็นวา สําเพ็ง นั้นเติบโตมากเกินไปแลว และยังเปนแหลงไมเจริญหูเจริญตา ฝรั่งหรือชาวตางชาติที่มาเห็นตางตําหนิ ติเตียน พระองคจึงมีรับสงใหสรางถนนตรงกลางสําเพ็ง เพื่อขยายชุมชนและยานการคาใหใหญโตมาก ยิ่งขึ้น ทําใหการคายานนี้สะดวกขึ้นอยางรวดเร็ว ถนนสายสําคัญที่แทบจะกลาวไดวาเปนถนนของคน จีน คือ ถนนสําเพ็ง ซึ่งเริ่มตนตั้งแตถนนจักรเพชร ตรงขามกับตรอกสะพานหัน ตอกับถนนพาหุรัด เกือบขนานกับถนนเยาวราช ผานถนนจักรวรรดิ และถนนราชวงศ จากนั้นขามถนนราชวงศไปทางใต จนถึงถนนโยธา ผานแขวงวัดสัมพันธวงศออกไปถนนทรงวาด ผานวัดปทุมคงคา ถนนสายนี้กวาง ประมาณ ๓ เมตร ยาว ๑,๙๕๐ เมตร รถแลนผานไปมาไมได ทั้งสองขางถนนเรียงรายไปดวยราน คาขาย ซึ่งลวนเปนของคนจีน พอคาที่สําเพ็งนอกจากคาขายในยานนี้แลวยังขายสงโดยติดตอกับพอคา หัวเมืองตางๆ อีกดวย สวนพอคาที่อื่นซึ่งสงสินคาจากตางประเทศ สวนใหญตองติดตอกับคนจีนใน สําเพ็งใหชวยรับสินคาสงออกไปจําหนายตออีกทอดหนึ่งในการขนสงสินคานั้น มักใชหาบกับรถเข็น สําเพ็งเปนศูนยการคาสําคัญของกรุงเทพฯ ที่ประชาชนสามารถซื้อสิ่งของไดตั้งแตของใชเล็กๆ นอยๆ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค เชน ถวย ชาม ภาชนะและของกินเกือบทุกชนิด เชน ผักผลไมสด ผลไมแหง ของดอง ยาจีน ผาแพรพรรณตางๆ ทองรูปพรรณ เครื่องใชไมสอยประเภทตางๆ เชน เครื่องใชทําดวย ไมลงนํ้ามัน เครื่องใชในการศึกษาเลาเรียน เครื่องมือทําจากเหล็ก เครื่องยนตเรือ เปนตน รวมทั้งสินคา ที่ไมอาจหาไดจากแหลงอื่น โดยเฉพาะสินคาที่มาจากเมืองจีน ดังนั้น บริเวณพื้นที่สําเพ็งที่เปรียบเหมือนเปนที่พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟาจุฬาโลกมหาราช จึงเปนยานชุมชนชาวจีนที่มีการขยายตัวทั้งดานชุมชนพื้นที่ และธุรกิจ อยางกวางขวาง ซึ่งยังคงรักษาวิถีชีวิตความเปนอยู ขนบธรรมเนียมแบบจีนไวไดมาก โรงเรียนเทพศิรินทร โรงเรียนเทพศิรินทร เปนโรงเรียนรัฐบาล และเปนโรงเรียนชายลวน สังกัดสํานักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู เลขที่ ๑๔๖๖ ถนนกรุงเกษม แขวงวัด เทพศิรินทราวาส เขตปอมปราบศัตรูพาย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๔๑๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระชนมายุครบ เบญจเพส จึงมีพระราชดําริที่จะสรางพระอารามเพื่อทรงอุทิศพระราชกุศลถวายสนองพระเดช คุณแดองคพระราชชนนี คือ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ให สถาปนาวัดเทพศิรินทราวาสขึ้น โรงเรียนเทพศิรินทร ไดรับการสถาปนาจาก องคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ ดวยพระราชปรารภที่จะทํานุบํารุงการศึกษาเลาเรียนใหเจริญ แพรหลายขึ้นโดยรวดเร็วจึงทรงมีพระบรมราชโองการใหศึกษาสําหรับราษฎรขึ้น โดยพระเจานอง ยาเธอ พระองคเจาดิศวรกุมาร (กรมพระยาดํารงราชานุภาพ) ไดจัดตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมบาลี ขึ้น ภายในวัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งในชวงแรกของการจัดตั้งโรงเรียนนั้น โรงเรียนเทพศิรินทรไดอาศัย ศาลาการเปรียญภายในวัดเทพศิรินทราวาสเปนที่ทําการเรียนการสอน 8_edit.indd 84 15/02/2013 14:08:02


๘๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๓๘ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาภาณุรังสีสวางวงศ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ วรเดช ทรงดําริที่จะสรางตึกเรียนสําหรับวัดเทพศิรินทราวาสขึ้น เพื่ออุทิศพระกุศล สนองพระเดช พระคุณแหงองคสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระชนนี และเพื่ออุทิศพระกุศลแก หมอมแมน ภาณุพันธุ ณ อยุธยา ชายาของพระองค ตึกเรียนหลังแรกนี้ไดรับการออกแบบใหมีศิลปะเปนแบบ โกธิคซึ่งถือวาเปนอาคารศิลปะโกธิคยุคแรกและมีที่เดียวในประเทศไทย โดยสมเด็จพระเจาวรวงศ เธอ เจาฟานริศรานุวัดติวงศ เปนผูออกแบบในการนี้ พระยาโชฏึกราชเศรษฐีไดบริจาคทุนทรัพยเพื่อ สรางตึกอาคารเรียนขึ้นดานขางของตึกเรียนหลังแรกอีกดวยป พ.ศ. ๒๔๔๕ ตึกเรียนหลังแรกของ โรงเรียนไดสรางเสร็จและไดทําพิธีเปดการเรียนการสอน ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๕ ดวยพระ มหากรุณาธิคุณแหงองคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดพระราชทานนามตึกเรียนหลัง นี้วา ตึกแมนนฤมิตร และไดพระราชทานนามโรงเรียนวา “เทพศิรินทร” อีกทั้งยังทรงมีพระราชดําริ ใหยายโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มายังตึกแมนนฤมิตรอีกดวย เพื่อรอการกกอสรางตึกอาคาร เรียนที่โรงเรียนนั้น ตึกเรียนหลังที่สามของโรงเรียนเทพศิรินทรนั้น เกิดขึ้นในป พ.ศ. ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว พระราชทานทรัพยซึ่งเปนมรดกของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟา เยาวมาลยนฤมลกรมขุนสวรรคโลกลักษณวดี ใหกระทรวงศึกษาธิการจัดสรางตึกแมนนฤมิตรโดย ตึกเรียนหลังนี้ยังคงศิลปะโกธิค ซึ่งถือเปนสัญลักษณอยางหนึ่งของโรงเรียนเทพศิรินทร อาคารเรียน หลังนี้สรางเสร็จในปถัดมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนาม วา เยาวมาลยอุทิศ ทรงเปนผูติดตอให สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟามาลินีนพดารา กรมขุน ศรีสัชนาลัยสุรกัญญาและสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟานิภานภดล กรมขุนอูทองเขตขัตตินารี ไดทรงรวมกันบริจาค โรงเรียนเทพศิรินทร 8_edit.indd 85 15/02/2013 14:08:05


๘๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๗๔ โรงเรียนเทพศิรินทรไดเปดใชอาคารเรียนอีกหลังหนึ่งคือ ตึกปยราชบพิตร ปดิวรัดา ตึกนี้เกิดขึ้นจากที่ นายพลเอก สมเด็จพระเจาวรวงศเธอเจาฟายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรี ราเมศวร ไดทรงใหสรางขึ้น เพื่อเปนการอุทิศพระกุศลถวาย แดพระวิมาดาเธอ พระองคเจาสาย สวลีภิรมย กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปยมหาราชปดิวรัดา พระมารดาของพระองค ตึกเรียนอยูติดกัน กับตึกเยาวมาลยอุทิศ โดยตึกหลังนี้ก็ยังคงไวซึ่งศิลปะโกธิคเชนกัน พ.ศ. ๒๔๗๕ โรงเรียนเทพศิรินทร ไดรับเกียรติยศอันสูงสุดที่พระองคเจาอานันทมหิดลทรง เขารับการศึกษา หลังจากนั้นอีกเพียง ๒ ป พระองคเจาอานันทมหิดลไดเสด็จเถลิงถวัลยครองสิริ ราชสมบัติเปนพระมหากษัตริย องคที่ ๘ แหงราชวงศจักรี พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลทรงมีความผูกพันกับโรงเรียนเทพศิรินทรมาโดย ตลอด ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณลนเกลาลนกระหมอมแกโรงเรียนเทพศิรินทร สมาคมนักเรียนเกา โรงเรียนเทพศิรินทร รวมทั้งนักเรียนปจจุบันของโรงเรียนเทพศิรินทร (ลูกแมรําเพย) ทุกคน ดวยเหตุที่โรงเรียนเทพศิรินทรตั้งอยูใกลสถานีรถไฟหัวลําโพง เปนเหตุใหโรงเรียนไมสามารถ หนีจากหายนะของสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ได โดยเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ตึกแมนนฤมิตร และ ตึกโชฎึกเลาหเศรษฐี ซึ่งเปนตึกเรียนสองหลังแรกของโรงเรียนไดรับภัยทางอากาศจากการ ทิ้งระเบิด ทําใหไมสามารถใชทําการเรียนการสอนไดอีก ตลอดทั้งอาคารเรียนอีกหลายๆ หลังก็ได รับความเสียหายพอสมควร ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ วัดเทพศิรินทราวาส และสมาคมนักเรียน เกาโรงเรียนเทพศิรินทร ไดรวมกันสรางอาคารหลังใหมขึ้นมาทดแทนโดยคงศิลปะโกธิคอยูเชนเดิม อาคารหลังใหมนี้ไดรับการขนานนามวา ตึกแมนศึกษาสถาน โรงเรียนเทพศิรินทรมีการพัฒนาไปอยางรวดเร็ว เปนเหตุใหตองมีการขยายหองเรียนชั้น จน ในป พ.ศ. ๒๕๑๓ โรงเรียนเทพศิรินทรรวมกับสมาคมนักเรียนเทพศิรินทร ไดขออนุญาตวัดเทพศิริน ทราวาส ใชอาคารของวัดหลังหนึ่งสําหรับเปนที่ทําการเรียนการสอน อาคารหลังนั้นมีชื่อวา ตึกนิภา นภดล โดยอาคารนี้ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟานิภานภดล กรมขุนอูทองเขตขัตตินารี ได สรางขึ้นถวายแกวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อสรางโรงเรียนพระปริยัติธรรม สําหรับพระภิกษุสามเณร อยางไรก็ตาม ดวยการพัฒนาโรงเรียนเทพศิรินทรอยางรวดเร็ว ทําใหจํานวนหองเรียนไม เพียงพอ จึงทําใหตองมีการสรางตึกเรียนขึ้นมาใหม โรงเรียนตองรื้อถอนตึกเรียนเดิม ๒ หลัง คือ ตึกเยาวมาลยอุทิศ และ ตึกปยราชบพิตรปดิวรัดา สําหรับตึกใหมที่สรางขึ้นทดแทนเปนอาคาร เรียน ๖ ชั้น โดยใหชื่อวา ตึกเยาวมาลยอุทิศปยราชบพิตรปดิวรัดา ตามตึกเรียนสองหลังเดิม ซึ่ง ในครั้งนั้นสมเด็จพระเจาภคินีเธอ เจาฟาเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เสด็จพระดําเนินมา ในการวางศิลาฤกษ โรงเรียนเทพศิรินทร ไดเติบโตขึ้นเปนลําดับ จํานวนนักเรียนมากขึ้นทุกป จึงไดมีการสราง อาคารเรียนเพิ่มเติมอีก คือ อาคาร ๑๐๐ ป เทพศิรินทร อาคารรัชมังคลาภิเษก ๒๕๓๑ และ อาคาร เทิดพระเกียรติ 8_edit.indd 86 15/02/2013 14:08:06


๘๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บรรณานุกรม กมล มโนชญากร, รองอํามาตยตรี. จดหมายเหตุเสด็จพระราชดําเนินมณฑลฝายเหนือ พ.ศ. ๒๔๖๔. พระนคร : โรงพิมพ โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๗๔. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, แนวพระราชดําริเการัชกาล. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๘. ประวัติศาสตร, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๑. กระทรวงศึกษาธิการ, ๑๑๑ ป กระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๔๖. ประวัติศาสตร, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๑ . เจดียสําคัญในเมืองไทย, พิมพครั้งที่ ๗, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๓๙. เลียบวัดใกลวัง, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๔๒. สังคมศึกษา, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๑. เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป, ๒๕๒๕. กรมศิลปกร,คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป จดหมายเหตุการณอนุรักษกรุงรัตนโกสินทร, กรุงเทพฯ : สหประชาพาณิชย, ๒๕๒๕. พระมหากษัตริยในพระบรมราชจักกรีวงศกับประชาชน, กรุงเทพฯ : ชวนการพิมพ, ๒๕๒๕. กรมศิลปากร, งานพระเมรุมาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร, โดย นายยิ้ม ปณทยางกูร และคนอื่นๆ, กรุงเทพฯ : อมรินทรการ พิมพ ๒๕๒๘. กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ ๒๕/๑๘๙ เรื่อง รายงานการทรงพระอักษรและการสงสวนพระองคสมเด็จพระเจาอยูหัว ณ ตางประเทศ. ที่ ๑๗ ก/๑๘๙ เบ็ดเสร็จเรื่องการเสด็จฯ กลับพระนคร พ.ศ. ๒๔๘๘. “เการัชกาลในจักรีบรมมหาราชวงศ”, วงวรรณคดี (เมษายน ๒๔๙๐). คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป, พระมหากษัตริยในพระบรมราชจักรีวงศกับประชาชน. กรุงเทพฯ : ชวนการพิมพ, ๒๕๒๕. ชัยอนันต สมุทรวาณิช และคณะ, ขอมูลพื้นฐานกึ่งศตวรรษแหงการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย. กรุงเทพ มหานคร : เจาพระยาการพิมพ, ๒๕๒๕. ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม และประยุทธ สิทธิพันธ, ในหลวงอานันท. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพสยาม, ๒๕๒๒. ดวงพร ทีปะปาล, พระราชประวัติ ๑๐ มหาราชของไทย. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพอํานวยสาสน, ๒๕๒๔. ดนัย ไชยโยธา, รศ. (บรรณาธการ), ๕๓ มหากษัตริยไทย ธ ทรง ครองใจไทยทั้งชาติ, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๔๓. ประวัติศาสตรไทย : ยุคธนบุรีถึงกรุงรัตนโกสินทร, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๔๖. ดํารงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยา, ถึงหญิงใหญ. พระนคร : สํานักพิมพสมาคมสังคมศาสตรแหง ประเทศไทย ๒๕๐๘. ทองตอ กลวยไม ณ อยุธยา, พระบรมราชจักรีวงศ กับกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ : สหมิตรพริ้นติ้ง, ๒๕๓๙. เทพชู ทับทอง, กรุงเทพฯ ในอดีต. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ, ๒๕๔๐. ทัพบก, กอง. พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวกับกองทัพไทยในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ, กรุงเทพฯ : โอ. เอส. พริ้นติ้ง, ๒๕๔๒. ธานินทร กรัยวิเชียร, พระมหากษัตริยไทยในระบอบประชาธิปไตย, พิมพครั้งที่ ๓ , กรุงเทพฯ คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๓๐. 8_edit.indd 87 15/02/2013 14:08:08


๘๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ธนากิต, พระราชประวัติ ๙ รัชกาล และพระบรมราชินี. กรุงเทพฯ : สุวรียาสาสน, ๒๕๔๒. ธีรชัย ธนาเศรฐ, ปฐมกาลแหงกรุงรัตนโกสินทร. ธนบรรณ, ๒๕๓๖. นคร พันธณรงค, ประวัติศาสตรไทยสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร. พิมครั้งที่ ๒, กรุงเทพฯ : พิฆเนศร, ๒๕๑๖. ประยุทธ สิทธ.สามวัง. กรุงเทพมหานคร : ปริทัศนศาสตร, ๒๕๑๙. ประกอบ โชประการ ประยุทธ สิทธิพันธ และสมบูรณ คนฉลาด, ๙ พระมหากษัตริยไทยครองกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป, กรุงเทพฯ : กรุงเทพฯ รวมขาว, ๒๕๒๕. ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว. “เมื่อขาพเจาจากสยามมาสูสวิตเซอรแลนด”. วงวรรณคดี (สิงหาคม ๒๔๙๐). พรภิรมณ (เจียมธรรม) เชียงกูล, ประวัติศาสตรไทยสมัยใหม เลม ๑. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร, ๒๕๓๕. พระบริหารเทพธานี, ประวัติชาติไทย เลม ๒. กรุงเทพมหานคร : อมรการพิมพ. ๑๕๑๗. พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ, อานันทมหิดล ยุวกษัตริยแหงราชวงศจักรี. กรุงเทพฯ : บันทึกสยาม, ๒๕๕๐. พิมาน แจมจรัส, ราชวลี. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพผานฟาพิทยา, ๒๕๐๙. โพธิ์ แซมลําเจียวก. ๙ มหาราชของไทย (พิมพครั้งที่ ๔), พระนคร : ธรรมบรรณาคาร ๒๕๑๕. เพลิง ภูผา, บุรุษแกรงปรีดี พนมยงค. กรุงเทพมหานคร : วันนะ, ๒๕๔๑. พีระพงษ สิทธิอมร, ดร. และคณะ, ประวัติศาสตรการเมืองไทย.กรุงเทพฯ : ซี แอนด เอ็น, ๒๕๔๙. วารี อัมไพวรรณ, พระราชประวัติพระมหากษัตริยและพระบรมราชินีแหงราชวงศจักรี. กรุงเทพฯ : ภัทรินทร , ๒๕๔๑. ศิริวรรณ คุมโห, พระราชประวัติพระมหากษัตริย ๙ รัชกาล. กรุงเทพฯ : เดอะบุคส, ม.ป.ป. สมบัติ จําปาเงิน, รัชกาลที่ ๘ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล. กรุงเทพฯ : ๒๐๒๐ เวิลดมีเดีย, ๒๕๔๒. สมพงษ เกษฒศิน, การปกครองของไทย.กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, ๒๔๑๘. สรรใจ แสงวิเชียร และ วิมลพรรณ ปตธวัชชัย. กรรณีสวรรคต ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙. พิมพครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : แหลงพิมพ เรือใบ, ๒๕๑๗. สุขุม นวลสกุล และคณะ, การเมืองและการปกครองไทย. กรุงเทพฯ : มหวิทยาลัยรามคําแหง, ๒๕๒๕. สุภา พื้นนาค, พระราชประวัติ ๙ รัชกาล. พิมพครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ : อักษรวัฒนา, ๒๕๔๒. สิริ เปรมจิตต, จิตตสะอาด ศรียงค, พระบรมราชจักรีวงศ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพเสาวภาค, ๒๕๑๔. แสงเทียน ศรัทธาไทย, ร. ๘ ยุวกษัตริยรัตนโกสินทร. กรุงเทพฯ : พิมพครั้งที่ ๒, รมฟาสยาม, ม.ป.ป. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ, ๙ แผนดินของการปฏิรูประบบราชการ, กรุงเทพฯ : มปท, ๒๕๔๙. สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ, พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริยในราชวงศจักรี. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๓๗. องคการคาของคุรุสภา, หนังสือชุดภาพกรุงรัตนโกสินทรสองรอยป. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๕. อุดม ประมวลวิทย, ๕๐ กษัตริยไทย.กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๑๗. อุดม เชยกีวงศ, พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช. (รัชกาลที่ ๙) กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๙ อุดม เชยกีวงศ, การเมืองในประวัติศาสตรไทย. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ, ๒๔๑๗ อุดม เชยกีวงศ, ประวัติศาสตรไทยจากครูแสตมป. กรุงเทพ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๖. อุดม เชยกีวงศ, และคณะ, ประวัติศาสตรของไทย. กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๔๘. อุดม เชยกีวงศ, อนุสาวรีย วัด สะพาน คลอง ถนน. กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๙. อุดม เชยกีวงศ, พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ ๘). กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๕๐. 8_edit.indd 88 15/02/2013 14:08:10


Click to View FlipBook Version