๔๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พระองคเคยทรงมีพระราชปรารภกับ ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล วา จะทรงพากเพียรศึกษา ใหสําเร็จโดยเร็ว แลวจะรีบเสด็จฯ กลับมา เพราะทรงหวงใยประเทศชาติและประชาชนชาวไทย เปนอันมาก “... ปริญญาดอกเตอรทางกฎหมายนั้นฉันรูสึกวาสําคัญสําหรับฉันมาก รูบางไหมวา เมือง ไหนที่ทําดีกรีดอกเตอรทางกฎหมายไดเร็วๆ ฉันอยากจะรีบเรียนใหเสร็จ แลวจะไดกลับมา ฉันเปน หวงเมืองไทยนัก ... เห็นจะไมมีวิทยาลัยไหนที่ฉันจะทําปริญญาดอกเตอรไดเร็วกวาที่สวิส อีกปครึ่งฉันก็จะ สําเร็จแลว ตกลงฉันจะกลับไปเรียนที่เดิม แลวฉันจะรีบมาเมืองไทย...” แมวาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลจะทรงพระเจริญวัยในทวีปยุโรป แตก็ทรง ไดรับการอบรมใหซาบซึ้งในความเปนไทย ดังจะเห็นไดจากการที่ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธ ศาสนา และทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงใชเวลาวางจากการเรียนศึกษาพระธรรมคําสอนตางๆ นอกจากนั้นยังทรงสนพระราชหฤทัยอยางมากในการศึกษาขนบประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย 8_edit.indd 49 15/02/2013 14:06:36
๕๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) เหตุการณในชวงสงครามโลก ครั้งที่ ๒ นับตั้งแตรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ สังคมไทยไดกาวสู ความเปนอารยะตามแบบตะวันตก โดยเฉพาะอยางยิ่งความเจริญที่ปรากฏอยูในรูปของวัตถุ อาทิ ถนน รถไฟ ไฟฟา ประปา เขื่อนชลประทาน โรงพยาบาล ระบบการสื่อสารคมนาคม ที่ทําการรัฐบาล หางราน อาคารบานเรือน เครื่องใชที่ทันสมัย ซึ่งมีเจานายและชนชั้นสูงเปนผูนําการเปลี่ยนแปลง สวนประชาชนทั่วไปเปนผูตาม อิทธิพลของเจานายและขุนนางยุคเกาในการนําสังคมไทยเริ่มลดลงอยางเห็นไดชัด โดยเฉพาะ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ในชวงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจา อยูหัว รัชการที่ ๗ คณะราษฎรมีบทบาทสูงในการนําสังคม สงครามโลก ครั้งที่ ๒ ในยุโรปเริ่มขึ้นในป พ.ศ. ๒๔๘๒ ตรงกับรัชสมัย รัชกาลที่ ๘ เมื่อเยอรมนี โดย อดอลฟ ฮิตเลอร ไดยกทัพบุกโปแลนดและอีกหลายประเทศในยุโรป สวนสถานการณทางเอเชีย ญี่ปุนเริ่มใชนโยบายชาตินิยมและกอสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นที่จีนและเกาหลี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เปนบุคคลหนึ่งที่เปนผูนําฝายทหารของคณะราษฎรและเปนหนึ่ง ในผูกอการเปลี่ยนแปลงการปกครองในฝายทหาร ไดขึ้นสูอํานาจและดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรี (ระหวาง พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๘๗) ซึ่งเปนชวงกอนและระหวางสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ในยุคนี้ มีการปลุก ระดมความรูสึกชาตินิยมอยางรุนแรง รวมทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไทยใหเปนสากลและ สอดคลองกับความเปนไปของโลก โดยไดมีบัญญัติเรียกวา “รัฐนิยม” ซึ่งแสดงนโยบายของประเทศ วาตองการใหประชาชนคนไทยรักหวงแหนและภูมิใจในความเปนไทย ดังนี้ ๑. เปลี่ยนชื่อจาก ประเทศสยาม เปน ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ๒. เปลี่ยนวันขึ้นปใหม จาก วันที่ ๑ เมษายน เปน วันที่ ๑ มกราคม ตามแบบสากล โดย เริ่มตั้งแต พ.ศ. ๒๔๘๔ (ในป พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงมีเพียง ๘ เดือน) และถือเปนวันเปลี่ยนปพุทธศักราช ๓. จัดกระบวนการใชอักษรไทยใหลดลงเหลือ ๓๑ ตัว โดยมีการใชอักษรที่แตกตางจาก ปจจุบัน เชน กฎหมาย-กดหมาย รัฐบาล-รัถบาล ศึกษาธิการ-สึกสาธิการ เปนตน การเปลี่ยนแปลงนี้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ใหเหตุผลวา ญี่ปุนยื่นขอเสนอใหเด็กไทยเรียนภาษาญี่ปุนและภาษาตาง ประเทศ แตทานไมประสงคจะใหเด็กไทยเรียนภาษาตางประเทศ จึงอางกับญี่ปุนวา เด็กไทยตอง เรียนภาษาแบบใหม จึงไมสามารถใหเรียนภาษาตางประเทศได ๔. ยกเลิกบรรดาศักดิ์ เชน ขุน หลวง พระยา ฯลฯ โดยใหใชเพียงชื่อ-สกุล เหมือนประชาชน ทั่วไปผูที่มีการเรียกขานและใชบรรดาศักดิ์ไดกลับมาใชชื่อ-นามสกุลของตน หรือใชนามสกุลที่เปน บรรดาศักดิ์แทน เชน หลวงพิบูลสงคราม เปน แปลก พิบูลสงคราม เปนตน ๕. ใหประชาชนยืนเคารพเมื่อมีการชักธงชาติ หรือเมื่อไดยินเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญ พระบารมี 8_edit.indd 50 15/02/2013 14:06:38
๕๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ๖. ใหใชคําวา “สวัสดี” เมื่อพบกัน หรือทักทายปราศรัย ๗. มีคําขวัญปลุกเราสังคม เชน เชื่อผูนําชาติพนภัย มาลานําไทยเปนมหาอํานาจ เปนตน ๘. ยกเลิกการนุงแบบโจงกระเบน โดยเปลี่ยนใหนุงกางเกง ผูหญิงใหใสกระโปรงแทนนุงผาถุง ใหมีการสวมหมวก (ถาไมสวมหมวก ถูกปรับอยางนอย ๒ บาท/ไมสวมหมวก เขาสถานที่ราชการ ไมได) สวมรองเทา-ถุงเทา หัดรําวงไทย (เพลงรําวงมาตรฐาน) ๙. เชิญชวนใหปรบมือ เมื่อชมการแสดง ๑๐. สรางคานิยมใหม เชน ไมนั่งกับพื้น จูบลาภรรยากอนและหลังจากทํางาน เปนตน ๑๑. ใหรูจักการเขาแถวเรียงลําดับเพื่อชมงานตางๆ ๑๒. หามประชาชนกินหมาก โดยใหโคนตนหมาก พลู ทิ้งใหหมด ๑๓. รณรงคใหประชาชนประหยัดดวยการกินกวยเตี๋ยว ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงสัตว หากไม ทําจะมีโทษ ๑๔. กําหนดการแตงกายใหเหมาะสมกับงานพิธีสมรสและงานศพ ๑๕. ใหมีการตั้งชื่อผูชายใหมีลักษณะเขมแข็ง สวนชื่อผูหญิงมีลักษณะออนโยน นิ่มนวล รวม ทั้งปรับชื่อบุคคลใหเหมาะกับเพศ เชน อําไพ เปลี่ยนเปน อภัย เปนตน ๑๖. ใหมีบัตรประจําตัวประชาชน ๑๗. จัดใหมีนิคมสรางตนเอง ๑๘ แหง และสถานสงเคราะหคนชราบางแค ๑๘. สงเสริมการศึกษาแกประชาชน โดยสรางสถาบันการศึกษาตางๆ มหาวิทยาลัย แพทยศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร เปนตน รวมทั้งขยายโรงเรียน อาชีวศึกษา และโรงเรียนฝกหัดครูไปยังภูมิภาค พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล ทรงนําลอรดเมานตแบตเตน ตรวจแถวทหาร 8_edit.indd 51 15/02/2013 14:06:42
๕๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ๑๙. จัดตั้งสํานักวัฒนธรรมฝายหญิง ๒๐. ประกาศสรางพุทธมณฑลบุรีในพื้นที่ระหวางจังหวัดสระบุรีและลพบุรี ๒๑. ใหขาราชการแตงตัวแบบตามที่กําหนด ๒๒. ใหใชคําขวัญปลุกใจทุกเชากอนเรียน ๒๓. สรางเมืองใหมที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อใหเปนเมืองยุทธศาสตรในชวงสงครามโลก ครั้งที่ ๒ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสรางวัดพระศรี มหาธาตุ ณ ตําบลบางเขน และตั้งคณะทูตไปเจริญไมตรีทางพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย ซึ่ง คณะทูตไดอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจา และดินจากสังเวชนียสถาน ๔ แหง คือ ดินจากสถานที่ประสูติ ตรัสรู ปฐมเทศนา และปรินิพพาน พรอมดวยกิ่งมหาโพธิ์ มาประดิษฐาน ไวที่วัดพระศรีมหาธาตุดวย นอกจากนี้ รัฐบาลยังไดรับสนองพระบรมราชโองการตราพระราชบัญญัติคณะสงฆขึ้นใหม โดยมีผลบังคับใชเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ สถานการณสงครามในประเทศไทยเริ่มขึ้นในวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ เมื่อคณะนิสิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตรและการเมือง รวมทั้งประชาชน รวมกันเดินขบวนเรียกรองรัฐบาลเพื่อเอาดินแดนคืนจากฝรั่งเศส จากเหตุการณ ร.ศ. ๑๒๒ เชน เสียมราฐ พระตะบอง จําปาศักดิ์ เปนตน ทามกลางกระแสชาตินิยมอยางรุนแรง จอมพล ป. พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรีและผูบังคับบัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ไดสงทหารขามพรมแดนเขา ยึดดินแดนคืนทันที พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลใหการตอนรับนําลอรดเมานตแบตเตน 8_edit.indd 52 15/02/2013 14:06:45
๕๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในเหตุการณดังกลาว เกิดการยิงตอสูกันอยางหนักระหวางทหารไทยกับทหารฝรั่งเศส ในบาง ชวงทหารไทยสามารถจับทหารโมร็อกโก ซึ่งเปนทหารประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสมาได และนํา เชลยศึกเหลานั้นมาแสดงใหประชาชนดูที่สวนสัตวเขาดินวนา โดยการตอสูที่เปนที่กลาวขานมาก ที่สุดคือ ยุทธนาวีที่เกาะชาง จังหวัดตราด เมื่อเรือหลวงธนบุรีของกองทัพเรือไทยไดเขาตอสูกับ เรือรบลามอตตปเกตของฝรั่งเศส เรือหลวงธนบุรีเสียเปรียบเรือรบลามอตตปเกตทุกดาน ทั้งดาน เทคโนโลยีหรือกําลังพล ในที่สุดเรือหลวงธนบุรีโดยการบังคับบัญชาของ นาวาโทหลวงพรอมวีระ พันธถูกยิงจมลง นายทหารบนเรือเสียชีวิตรวม ๓๖ นาย รวมทั้งหลวงพรอมวีระพันธ แตในขณะ เดียวกัน สามารถสรางความเสียหายใหแกเรือรบลามอตตปเกต จนฝรั่งเศสไมกลาสงเรือรบมาลาด ตะเวนในนานนํ้าอาวไทยอีกเลย เหตุการณนี้ไดถูกเรียกในเวลาตอมาวา ยุทธนาวีเกาะชาง สวนกองทัพอากาศไทย เครื่องบินรบของไทยและฝรั่งเศสไดปะทะกันในสมรภูมิภาคตะวัน ออก การตอสูที่ไดรับการกลาวขานมาก คือ ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม เรืออากาศโทศานิต นวลมณี ไดนํา เครื่องขับไลแบบคอรแซร เขาโจมตีทิ้งระเบิดเมืองเวียงจันทนในระยะตํ่า เครื่องบินของเรืออากาศโท ศานิตถูกกระสุนปนตอสูอากาศของเครื่องบินรบฝรั่งเศส ทําใหเกิดไฟลุกทวมเครื่องบิน นักบิน พลปนหลังไดเสียชีวิตทันทีเนื่องจากถูกกระสุน เรืออากาศโทศานิตกระโดดรมลงในฝงไทย แตได รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกไฟคลอกและกระสุนทะลุหัวเขา ถูกสงเขารักษาตัวในโรงพยาบาลที่ กรุงเทพมหานคร และเสียชีวิตในเวลาตอมา การตอสูดําเนินไปจนถึงปลายเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ญี่ปุนแสดงเจตจํานงเขามาไกล เกลี่ยความขัดแยง ซึ่งเหตุการณไดยุติลงโดยฝรั่งเศสไดมอบดินแดนบางสวนคืนใหแกไทย ไทยจึง จัดการปกครองดินแดนดังกลาวเปน ๔ จังหวัด คือ จังหวัดพิบูลสงคราม จังหวัดพระตะบอง จัง หวัดนครจัมปาศักดิ์และจังหวัดลานชาง เหตุการณการสูรบระหวางไทยกับฝรั่งเศสในครั้งนี้เรียก กรณีพิพาทอินโดจีน หรือ สงคราม อินโดจีน ซึ่งตอมาไดมีการสรางอนุสาวรียชัยสมรภูมิขึ้นเปนที่ระลึกถึงเหตุการณครั้งนี้ดวย ในวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ตั้งแตเวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น. กองทัพญี่ปุนไดยกพลขึ้น บกที่ประจวบคีรีขันธ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา สุราษฎรธานี ปตตานีและบางปู สมุทรปราการ และบุกเขาประเทศไทยทางบกที่อรัญประเทศ กองทัพญี่ปุนสามารถขึ้นบกไดโดยไมไดรับการตอตาน ที่บางปู สวนทางภาคใตและทางอรัญประเทศมีการตอสูตานทานอยางหนักของทหารไทย ประชาชน ทั่วไปและอาสาสมัครที่เปนเยาวชน ที่เรียกวา ยุวชนทหารในบางจังหวัด เชน การรบที่สะพานทา นางสังข จังหวัดชุมพร กลาวคือ กลุมยุวชนทหารและกองกําลังผสมทหารตํารวจซึ่งกําลังจะตอสู ปะทะกันอยูที่สะพานทานางสังข ซึ่งมีอนุสาวรียเชิดชูเกียรติยุวชนทหารผูเสียชีวิตและผูรวมตอสู ในครั้งนั้น ที่ริมสะพานทานางสังข เปนรูปยุวชนทหารพรอมกับอาวุธปนยาวติดดาบปลายปนในทา เฉียงอาวุธ ยืนอยูบนแทน สรางแลวเสร็จ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ 8_edit.indd 53 15/02/2013 14:06:47
๕๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในระยะแรกกองทัพญี่ปุนยังไมอาจบุกเขามาได ญี่ปุนไดประกาศวา ไมตองการยึดครองประเทศ ไทยแตจะขอใชไทยเปนทางผานไปยังพมาและอินเดียเทานั้น การตอสูทําทาวาจะยืดเยื้อตอไป ในวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ อัครราชทูตญี่ปุนเดินทางมาพบ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี พรอมกับคําขูวา ญี่ปุนไดเตรียมเครื่องบินทิ้งระเบิดไว ๒๕๐ ลํา ที่ไซงอน เพื่อจะมา ทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ ถาไทยไมยอมใหผาน รัฐบาลไทยเห็นวา ไมอาจตานทานกองกําลังญี่ปุนไดนาน จึงยอมยุติการตอสูและประกาศทางวิทยุใหทุกฝายหยุดยิง ไทยและญี่ปุนไดทําพิธีลงนามรวมเปน พันธมิตร ในวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในเวลานั้น ทหารญี่ปุนจํานวนมากไดเขาสูกรุงเทพฯ เต็มไปหมด และใชสถานที่ทางราชการ บางแหงเปนที่ทําการ รัฐบาลไทยประกาศใหญี่ปุนเปน มหามิตร ประชาชนทุกคนตองใหความรวม มือและสนับสนุนกับญี่ปุนอยางเต็มที่ การกระทําใดๆ ที่เปนปรปกษมีโทษถึงประหารชีวิต หากแต ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช เอกอัคราชทูตไทยประจําสหรัฐอเมริกา ไมอาจยอมรับการ ประกาศเปนพันธมิตรกับญี่ปุนของรัฐบาลไทย และประกาศขบวนการเสรีไทยขึ้นกับสหรัฐอเมริกา ในวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ พรอมๆ กับการเกิดขึ้นของขบวนการเสรีไทยในที่อื่นๆ ในขณะ เดียวกัน เสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลไทยก็สั่นคลอน เมื่อคณะราษฎรฝายพลเรือนหลายคน อาทิ นายปรีดี พนมยงค นายทวี บุณยเกตุ นายควง อภัยวงศ ไดแยกตัวออกมา เนื่องจากไมอาจ รับกับการกระทําของรัฐบาลเชนเดียวกัน และกลายเปนขบวนการเสรีไทยในประเทศไทย ในวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ รัฐบาลไทยประกาศสงครามกับอังกฤษ สหรัฐอเมริกา อยางเต็มที่ ผลของการประกาศสงครามทําใหไทยไดดินแดนในแหลมมลายูที่เสียใหอังกฤษกลับคืนมา (จังหวัดมาลัย) อีกทั้งกอตั้งสหรัฐไทยเดิม โดยสงกองทัพเขายึดและรวมดินแดนในแควนรัฐฉาน (เชียง ตุง เมืองพาน) รัฐกะยารวมทั้งเมืองตองยี และครึ่งหนึ่งของทะเลสาบอินเลในเขตประเทศพมาอีกดวย หลังจากนั้น ฝายสัมพันธมิตรเริ่มสงเครื่องบินเขามาทิ้งระเบิดในกรุงเทพฯ การทิ้งระเบิดครั้ง แรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ สถานการณโดยทั่วไปในกรุงเทพฯ นั้น ประชาชน ไดรับคําสั่งใหทําการพลางไฟ คือ การใชผาขนหนูหรือผาขาวมาปดบังแสงไฟในบาน ใหเหลือเพียง แสงสลัวๆ เพื่อปองกันมิใหเครื่องบินของฝายขาศึกมาทิ้งระเบิดลงได สวนสถานการณโดยรวมของ สงคราม ฝายอักษะมีทีทาวาจะไดรับชัยชนะในสมรภูมิยุโรปและแอฟริกาตอนเหนือ สวนในเอเชีย ญี่ปุนสามารถยึดมลายูและสิงคโปรไดแลว วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ประเทศไทยไดลงนามในสัญญารวมรบกับญี่ปุนจึงมาตั้งทัพ ในไทยในฐานะพันธมิตร ทหารไทย ถูกสงไปรบที่เชียงตุง โดยกอตั้งกองพลพายัพ เพื่อรบกับอังกฤษ และสาธารณรัฐประชาชนจีนตามขอตกลงแบงเขตการรบที่ทําไวกับญี่ปุนวา ตั้งแตรัฐกะยาจนถึง เมืองตองยีโดยยึดเสนแบงทะเลสาบอินเลเปนของไทย จนถึงแมนํ้าโขงเปนเขตการรบของไทย ฝาย ไทยตองรบเพื่อรักษาอาวุธยุทธภัณฑไวไมใหฝายสัมพันธมิตรยึด นอกจากนี้ กองทัพไทยยังสามารถ ขออาวุธของญี่ปุนมาเพิ่มเติมไดดวย 8_edit.indd 54 15/02/2013 14:06:49
๕๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) การทิ้งระเบิดในระยะแรก ระหวางป พ.ศ. ๒๔๘๖ ถึงกลางป พ.ศ. ๒๔๘๗ เปนการโจมตี ทิ้งระเบิดในเวลากลางคืน ตอมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๗ ฝายสัมพันธมิตรจึงไดเริ่มโจมตีทิ้ง ระเบิดในเวลากลางวันการทิ้งระเบิดมีการทิ้งระเบิด ผิดเปาหมายที่ตองการเปนจํานวนไมนอย เชน วัดราชบุรณราชวรวิหาร ทําใหภาพวาดของขรัวอินโขงถูกทําลาย เปนตน วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโตของญี่ปุนทรงประกาศยอมแพและ มีพระบรมราชโองการใหทหารญี่ปุนทั่วโลกวางอาวุธ รวมทั้งในประเทศไทย โดยญี่ปุนไดทําพิธียอม แพอยางเปนทางการ ณ อาวโตเกียว จากการยอมแพของญี่ปุนในครั้งนี้สงผลใหผูนําประเทศหลายประเทศที่เขารวมกับฝายอักษะ ตกเปนอาชญากรสงครามทั้งสิ้น สําหรับประเทศไทย นายควง อภัยวงศ ไดดํารงตําแหนงนายก รัฐมนตรี แทน จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งจะตองถูกแขวนคอในขอหาอาชญากรสงคราม นาย ควงฯ ไดเรงตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมออกกฎหมายที่เรียกวา ประกาศสันติภาพ ซึ่งทําใหการ ประกาศสงครามของไทยกับฝายสัมพันธมิตรเปนโมฆะ โดยอางเหตุวา ขณะที่ประกาศสงครามนั้น นายปรีดี พนมยงค ซึ่งเปนหนึ่งในคณะผูสําเร็จราชการแทนพระองคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ มิไดลงนามดวย ดังนั้น ประเทศไทยจึงมิไดตกอยูในฐานะประเทศผูแพ สงคราม แตประเทศสัมพันธมิตรบางประเทศ เชน อังกฤษ ไมยอมรับในสถานภาพนี้ของไทย และ เรียกรองสิทธิบางประการกับไทยเสมือนประเทศที่แพสงครามอื่นๆ ดวย ขณะที่ไทยไดเจรจาเรียก รองดินแดนบางสวนคืน นายควง อภัยวงศ จึงลาออกจากตําแหนงนายกรัฐมนตรี และนายเทวี บุณย เกตุ ขึ้นมาดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อรอให ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช เอกอัครราชทูต ไทยประจําสหรัฐอเมริกาและหัวหนาขบวนการเสรีไทยที่สหรัฐอเมริกา เพื่อมารับตําแหนงนายก รัฐมนตรีตามคํารองของนายปรีดี พนมยงค วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช เดินทางจากสหรัฐอเมริกาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ โดยจัดตั้งคณะรัฐบาลเพื่อแกปญหาสถานการณดังกลาว ดวย การเจรจากับอังกฤษและตกลงขอสัญญาบางประการกับอังกฤษจนแลวเสร็จ พรอมกับไดทําบันทึก อยางเปนทางการ ลงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เปนอันเสร็จภารกิจ และ ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช ไดยื่นใบลาออกในวันนั้นทันที แตตองอยูรักษาการไปจนถึงสิ้นเดือน ภายหลังจากสงครามโลก ครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง ประเทศตางๆ ทั่วโลกไดรวมตัวกันจัดตั้ง องคการสหประชาชาติขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ เพื่อแกไขปญหาสงครามโลกและ สรางสันติภาพรวมกัน 8_edit.indd 55 15/02/2013 14:06:51
๕๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 56 15/02/2013 14:06:55
๕๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บุคคลสําคัญ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เปนพระโอรสพระองคที่ ๖๙ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว และพระองคที่ ๗ ในสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรม ราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจา เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร เดือนยี่ ปเถาะ ขึ้น ๓ คํ่า (ตรงกับ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๕ (หรือ พ.ศ. ๒๔๓๔ ตามปฏิทินเกา) มีพระนามเต็มในขณะนั้นวา “สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟามหิดลอดุลยเดช นเรศวนมหาราชาธิบดินทร จุฬาลงกรณินทรวราง กูร สมบูรณเบญจพรสิริสวัสดิ์ขัตติยวโรภโตสุชาติ คุณสังกาศเกียรติประกฤษฐลักษณะวิจิตรพิสิฏฐ บุรุษย ชนุดมรัตนพัฒนศักดิ์ อรรควรราชกุมาร” สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเปนพระบรมราชชนกในพระบาท สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีคุณูปการแกกิจการแพทยแผนปจจุบันและการสาธารณสุข ของประเทศไทยเปนอยางมาก ประชาชนโดยทั่วไปมักคุนเคยกับพระนามวา “กรมหลวงสงขลา นครินทร” หรือ “พระราชบิดา” และบางครั้งก็ปรากฏพระนามวา “เจาฟาทหารเรือ” หรือ “พระ ประทีปแหงการอนุรักษสัตวนํ้าของไทย” สวนชาวตางประเทศเรียกพระนามวา “เจาฟามหิดล” เมื่อพระองคทรงมีพระชนมายุ ๑๒ พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวโปรด เกลาฯ ใหมีพระราชพิธีมหามงคลโสกันต มีการสมโภช ๗ วัน ๗ คืน ระหวางวันที่ ๒๔-๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๖ หลังโสกันตแลว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานสุพรรณบัฏดังนี้ “เปนพระราชประเพณีโบราณมา ที่สมเด็จพระเจาลูกเธอเจาฟา เมื่อทรงพระชันษาเจริญขึ้น สมควรกาลแลว ก็พระราชทานพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนาม ตามควรที่ตั้งอยูในพระบรมราชตระกูล อันสูงศักดิ์บางพระองคโปรดเกลาฯ ใหดํารงพระเกียรติยศเปนเจาฟาตางกรม ทรงศักดินาเต็มตาม พระราชกําหนดเปนธรรมเนียมสืบมา ทรงพระราชดําริวา สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟาชายมหิดล ทรงพระเจริญวัย สมควรไดรับพระสุพรรณบัฏ เฉลิมพระนามขัตติยราชประเพณี จึงทรงพระกรุณา โปรดเกลาฯ ใหมีพระราชพิธีตามอยางที่เคยมีมาแตกอน ใหสถาปนาสมเด็จ พระเจาลูกยาเธอ เจา ฟาชายขึ้นเปน สมเด็จพระเจาลูกยาเธอเจาฟามหิดล อดุลยเดช นเรศวรมหาราชาธิบดินทร จุฬา ลงกรณินทรวรางกรู สมบูรณเบญจพรสิริสวัสดิ์ขัตติยวโรภโตสุชาติ คุณสังกาศเกียรติ ประกฤษฐ ลักษณวิจิตรพิสิฏฐบุรุษย ชนุดมรัตนพัฒนศักดิ์ อรรควรราชกุมาร กรมขุนสงขลานครินทร มุสิก นาม ใหทรงศักดินา ๔๐,๐๐๐ ตามพระราชกําหนด อยางสมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาตางกรม ใน พระบรมราชตระกูลอันสูงศักดิ์” 8_edit.indd 57 15/02/2013 14:06:56
๕๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ หลังจากพิธีโสกันตได ๑ ป สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงพระผนวชเปนสามเณรที่วัดบวรนิเวศวิหาร พรอมดวยพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว (ซึ่งขณะนั้นทรงดํารงพระยศเปนสมเด็จพระบรมโอรสาราช) ซึ่งการนี้มีการ สมโภชที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ระหวางทรงผนวชประทับที่ “ตําหนักทรงพรต” ทรงลาผนวช เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ในเบื้องตนสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเขารับการศึกษา ณ โรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง ในป พ.ศ. ๒๔๔๘ และทรงเขาเรียนนายรอยชั้นประถม หลัง จากนั้นไดเสด็จไปศึกษาตอที่ประเทศอังกฤษ พรอมดวยนักเรียนทุนหลวงในสมัยนั้นหลายพระองค และหลายคนดวยกันและเขาศึกษาในโรงเรียนแฮรโรว (HARROW) ในกรุงลอนดอน อังกฤษ จนถึงป พ.ศ. ๒๔๕๐ ทรงยายไปศึกษาตอที่โรงเรียนนายรอยชั้นสูงโกรสลิชเตอรเฟลเด ในประเทศเยอรมนี ทรงสอบไดเปนแฟนริคช (Fahnrich) ในป พ.ศ. ๒๔๕๔ คือ นักเรียนทําการ ไดคะแนนดีมาก โดย ทรงเขียนและแตงเรียงความไดอยางดี ไมตองสอบปากเปลา นักเรียนที่เขาสอบในครั้งนั้นมีถึง ๔๐๐ กวาคน มีผูทําคะแนนเสมอพระองคเพียงคนเดียวเทานั้น นับไดวาพระองคทรงเปนคนไทยคนแรก ที่สอบไลไดคะแนนสูงสุดเชนนี้ พระองคทรงเขาศึกษาวิชาทหารเรือ ณ โรงเรียนนายเรือเฟลนสบวรก เมือรคิว (Marineschule Flensburg Murwik) ประเทศเยอรมนี โดยทรงเขาเปนนักเรียนนายเรือเยอรมันรุน ๒๔๕๕ (CREW 1912) เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๕ และทรงไดออกแบบเรือดํานํ้าประกวดจนไดรับ รางวัล และเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ ทรงไดรับยศนายเรือตรี ทั้งในกองทัพเรือแหงเยอรมนี และแหงราช นาวีไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงมีพระราชดําริใหพระราชโอรส ๓ พระองค ที่ ทรงอยูในวัยที่สมควรและทรงมีพลานามัยสมบูรณ เสด็จไปศึกษาที่ยุโรป ดังที่เคยทรงปฏิบัติมากับ พระราชโอรสที่ทรงแข็งแรงพอ ในครั้งนี้ พระราชโอรสทั้ง ๓ พระองค คือ สมเด็จเจาฟาอัษฎางค เดชาวุธฯ กรมขุนนครราชสีมา สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร และสมเด็จเจา ฟาจุฑารุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณอินทราไชย ไดเสด็จออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ ถึงกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ปเดียวกัน สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรม ขุนสงขลานครินทรเสด็จไปประทับกับครอบครัวนายคอลเซสเตอรวิมส ในเมืองเล็กๆ เพื่อใหภาษา อังกฤษ และความรูอื่นๆ ดีขึ้น ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ พระองคเสด็จไปทรงศึกษาที่โรง เรียนแฮรโรวเปนเวลาปครึ่ง พ.ศ. ๒๔๕๐ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จไปศึกษาวิชาทหารบก ที่เมืองปอตสดัม ประเทศเยอรมนี โดยทรงศึกษาที่โรงเรียนนายรอยขั้นตน สมเด็จพระจักรพรรดิ วิลเฮลมที่ ๒ แหงเยอรมนีไดจัดนายรอยเอกเปนพระอภิบาล เมื่อทรงจบหลักสูตรโรงเรียนนายรอย ชั้นตนแลว เสด็จเขาโรงเรียนนายรอยชั้นสูงที่โกรสลิชเตอรเฟลเด (Gross Lichterfelde) ทรงศึกษา โรงเรียนนี้ ๒ ป ในปสุดทายทรงมีพระประสงคจะเปลี่ยนเหลาทัพไปศึกษาวิชาทหารเรือแทนที่จะ 8_edit.indd 58 15/02/2013 14:06:58
๕๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) เปนทหารบก ไกเซอรทรงอนุญาตดวยเงื่อนไขวา ตองทรงสอบวิชาทหารบกไดกอน ซึ่งทรงทําได อยางดี สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จไปศึกษาที่โรงเรียนนายเรือที่ Imperial German Naval College ระหวางที่ทรงศึกษาอยูทรงสอบไดเปนที่ ๑ และในปสุดทาย ของการศึกษา พระองคทรงชนะการประกวดการออกแบบเรือดํานํ้า ในป พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงสําเร็จ การศึกษาเปนนายเรือตรีในกองทัพเรือเยอรมนี และไดรับพระราชทานยศจากเมืองไทยเปนนายเรือ ตรีแหงราชนาวีไทย เมื่อพระชนมายุได ๒๑ พรรษา ทรงรับราชการในกองทัพเยอรมนีเปนเวลา ๓ ป วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จกลับ จากทวีปยุโรป พรอมกับพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟา จุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณอินทราชัย และสมเสด็จพระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจารังสิต ประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เพื่อทรงรวมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จ พระบรมชนกนาถ (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕) และไดรับพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ รัชกาลที่ ๕ ชั้นที่ ๑ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว พ.ศ. ๒๔๕๗ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงลาออกจากกองทัพ เรือเยอรมนี เสด็จนิวัติกลับประเทศไทย เนื่องจากการอุบัติสงครามโลก ครั้งที่ ๑ พระองคทรงเขา ราชการในกระทรวงทหารเรือ ในตําแหนงสํารองราชการ กรมเสนาธิการทหารเรือไดรับพระราชทาน ยศเปนนายเรือโท ตั้งแตวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘ พ.ศ. ๒๔๕๙ สมเด็จกรมพระยาชัยนาทนเรนทร ผูทรงดํารงตําแหนงผูชวยปลัดทูลฉลอง และ ผูบัญชาการราชแพทยาลัย ทรงพิจารณาเห็นวา โรงเรียนแพทยอยูในฐานะลาหลังมาก เมื่อเทียบ กับโรงเรียนในยุโรป โดยเฉพาะอยางยิ่งในดานวิทยาศาสตร ดังนั้น ทรงตกลงพระทัยที่จะปรับปรุง แตตองประสบปญหาการหาผูที่มีความรูมาเปนอาจารยไมได จึงทรงพยายามชักชวนผูรูมารวมงาน พรอมทั้งไดขอรองใหกระทรวงธรรมการติดตอกับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร ใหชวยจัดอาจารยในวิชา กายวิภาคศาสตร สรีรวิทยา พยาธิวิทยาและศัลยกรรมมา สมเด็จกรมพระยาชัยนาทนเรนทรไดเสด็จเขาเฝาสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลา นครินทรใหทรงหันมาสนพระทัยการแพทยและสาธารณสุขที่พระองคทรงไดเคยศึกษามา เมื่อสมเด็จ เจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงทราบถึงความยากลําบากและขาดแคลนของ ศิริราช ทรงสลดพระทัยเปนอยางยิ่ง กรมพระยาชัยนาทนเรนทรจึงกราบทูลขอใหสมเด็จฟามหิดล อดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเขามาชวยจัดการการศึกษาแพทย เนื่องจาก - สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเปนเจาฟาชั้นสูง หากทรงเขา มาจัดการเรื่องนี้จะทําใหกิจการแพทยเดนขึ้น มีผูโดยเสด็จชวยเหลืองานมากขึ้น - สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงมีรายไดสูงเพียงพอที่จะใชใน การบําเพ็ญพระกุศลสาธารณะ - สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงเปนเจาฟาที่มีพระปญญาหลัก แหลมมีความเพียรกลา ทรงทําจริงไมยอทอ จะทําใหกิจการทางการแพทยเจริญกาวหนาไดอยาง รวดเร็ว 8_edit.indd 59 15/02/2013 14:07:00
๖๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๖๐ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จเขาศึกษาวิชา สาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยฮารวารด ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหวางที่ทรงศึกษาอยูนั้น พระองค พระราชทานทุนใหแกนักเรียนแพทย ไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกา จํานวน ๒ ทุน ซึ่งทางโรงเรียนแพทย ไดคัดเลือกออกมา ปรากฏวาไดนักเรียนพยาบาลมา ๒ คน นางสาวสังวาล ตะละภัฏ (ตอมาคือ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) และนางลิปธรรม ศรีพยัตต ระหวางที่พระองคทรงศึกษาอยูนี้ ทรงใหพระนามวา มิสเตอรมหิดล สงขลา โดยประทับ ณ อพารทเมนทเชา ซึ่งมีเพียง ๔ หอง และมีคนใชเพียงคนเดียว ซึ่งเปนที่ชื่นชมของชาวอเมริกันมาก ดังบทความของ ดร. เอลลิส วา “ในมหาวิทยาลัยฮารวารด ก็ทรงเปนเพียงนักเรียนแพทยผูหนึ่งที่ไมใชเจานาย ในพระนาม บัตรก็มีวา “มิสเตอรมหิดล สงขลา” ในเวลาที่ประทับอยูในประเทศที่ไมมีเจานาย พระองคทานก็ ไมใชเจานาย เราถือวาการที่วางพระองคเชนนี้ เปนการใหเกียรติยศอันแทจริงแกประเทศของเรา และสมกับพระลักษณะของการเปนเจานายที่แทจริง” วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ได อภิเษกสมรสกับนางสาวสังวาล ตะละภัฏ (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๔ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรง สําเร็จการศึกษา และทรงไดรับประกาศนียบัตรการสาธารณสุข ดังนั้น พระองคพรอมพระชายาจึง เสด็จยุโรปประทับที่เมืองเอดินเบิรก สกอตแลนด ทรงเปนผูแทนรัฐบาลไทยในการเจรจากับ มูลนิธิ ร็อกกี้เฟลเลอรเกี่ยวกับการชวยเหลือดานการศึกษาวิชาแพทยในประเทศไทย ซึ่งบรรลุผลสําเร็จให กับรัฐบาลไทย การเสด็จประเทศอังกฤษในครั้งนี้ พระองคทรงตั้งพระทัยจะศึกษาวิชาแพทยใหจบ แต เนื่องจากมีอุปสรรค เพราะทรงพระประชวรดวยโรคของพระวักกะ (ปอด) ประกอบกับที่อังกฤษมี อากาศชื้นและเย็นไมเหมาะสมกับโรค กอปรกับพระราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา เจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งให สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุน สงขลานครินทร ทรงดํารงตําแหนงอธิบดีกรมมหาวิทยาลัย และรับตําแหนงในเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. ๒๔๖๖ ดังนั้น สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร จึงเสด็จนิวัติกลับพระนคร วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๘ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร พรอม พระชายาและพระธิดาเสด็จยุโรป เพื่อไปศึกษาเรื่องแพทยตอ โดยทรงเลือกวิชากุมารเวชศาสตร และพระองคเสด็จกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงมีความเห็นวา นักเรียนแพทยที่ สําเร็จการศึกษาจากตางประเทศจะไดศึกษาเพียงเฉพาะโรคที่เกิดขึ้นในเขตนั้นเทานั้น เมื่อกลับมา ประเทศไทยควรจะศึกษาตออีก ๑ ป เพื่อจะใหไดรับความรูและความชํานาญโรคของประเทศไทย แตทางการก็มิอาจทําไดดังพระราชประสงค เปนเหตุใหไมทรงพอพระราชหฤทัย ดังนั้น พระองค 8_edit.indd 60 15/02/2013 14:07:02
๖๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) จึงทรงเปลี่ยนพระราชหฤทัยจากจะทรงทํางานในโรงพยาบาลศิริราช มาเปน เสด็จไปโรงพยาบาล แมคคอรมิค จังหวัดเชียงใหม สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงมีความเอาใจใสในการรักษา ประชาชนอยางมาก ชาวเมืองเชียงใหมจึงขนานพระนามของพระองควา หมอเจาฟา เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ เวลา ๑๖.๔๕ น. สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรม สงขลานครินทร เสด็จสวรรคตดวยพระโรคฝบิดในพระยกนะ (ตับ) โดยมีโรคแทรกซอนคือพระ ปปผาสะบวมนํ้าและพระหทัยวาย พระชนมายุ ๓๗ ป ๘ เดือน ๒๓ วัน ในชวงเวลาที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทรทรงรับราชการในกองทัพ เรือทรงจัดทําโครงการเกี่ยวกับเรือดํานํ้า ถึงแมจะไมไดดังพระประสงคในชวงเวลานั้น แตอีก ๒๐ ป ตอมากองทัพเรือไดสั่งตอเรือดํานํ้า จํานวน ๔ ลํา คือ เรือหลวงมัจฉานุ เรือหลวงวิรุณ เรือหลวงสิน สมุทร และเรือหลวงพลายชุมพล นอกจากเรื่องเรือดํานํ้า พระองคยังทรงรางโครงการสรางกําลัง ทางเรือทั้งกองทัพไวดวยซึ่งปจจุบันกองทัพเรือไดจัดตั้งฐานทัพเรือและสถานีทหารเรือ พรอมกับจัด สงกําลังทหารเรือ ไปประจําตามฐานทัพเรือและสถานีเรือ สอดคลองกับแนวพระราชดําริโครงการ สรางเรือรบ ดานการแพทยนั้น ตลอดระยะเวลา ๑๐ ป ที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลา นครินทร ทรงเกี่ยวของกับการแพทย พระองคทรงบําเพ็ญพระราชกรณียกิจไวมากมาย ทรงอุทิศ ทั้งพระราชทรัพยและพระวรกาย พระสติกําลังเพื่อการแพทยโดยแท ดานการสาธารณสุข สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมสงขลานครินทร ทรงเคยสํารวจ สุขาภิบาลในกรุงเทพฯ เพื่อเปรียบเทียบกับตางประเทศที่ทรงศึกษามา ทรงชวยอบรมสาธารณสุข มณฑล และเคยทรงปรารภวา จะใหมีการเผาศพดวยไฟฟา เพื่อใหเปนไปตามหลักสูตรสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๕๑๓ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มีพระราชโองการโปรด เกลาฯ ประกาศเฉลิมพระนามพระอัฐิสมเด็จพระราชบิดาวา “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดช วิกรม พระบรมราชชนก” และในสมัยปจจุบันการเขียนพระนามของพระองคก็นิยมเขียนวา “มหิดล อดุลยเดช” สวนนามสกุลนั้น เมื่อสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมสงขลานครินทร ทรงศึกษาอยูที่ตาง ประเทศพระองคทรงใชพระนามวา “Mr. Mahidol Songkla” สวนสมเด็จพระศรีนครินทรทรา บรมราชชนนีใชพระนามวา “Mrs. Sonkla” ดังนั้น พระโอรสและพระธิดาของพระองคจึงใชนามสกุล วา “สงขลา” หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ไดพระราชทานนามสกุล สําหรับผูสืบสานพระบรมราชวงศชั้น ๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ โดยเชื้อพระวงศที่สืบสายพระโลหิตจาก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใหใชราชสกุลวา “มหิดล” จนถึงปจจุบัน 8_edit.indd 61 15/02/2013 14:07:04
๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 62 15/02/2013 14:07:07
๖๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลตํารวจเอกหญิง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พระนามที่นิยมเรียกกันวา สมเด็จยา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระนามเดิมวา สังวาล (ไมมีนามสกุล เนื่องจากพระ ราชบัญญัติขนานนามสกุลเริ่มมีในป พ.ศ. ๒๔๖๕) เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตยที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๓ ณ จังหวัดนนทบุรี ทรงเปนบุตรคนที่ ๓ ในพระชนกและพระชนนีคํา ทรงมีพระภคินี และพระเชษฐา ๒ คน ซึ่งถึงแกกรรมตั้งแตเยาววัย คงเหลือแตพระอนุชาออนกวาพระองค ๒ ป คือ คุณถมยา พระองคเปนพระราชชนนีใน สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลปจจุบัน พระชนกชู มีอาชีพเปนชางทอง เปนบุตรชายของคหบดี ชื่อ ชุม มีเชื้อสายสืบมาจากผูดี เกาแถวตึกขาวมีบานเรือนอยูใกลๆ วัดอนงคาราม ฝงธนบุรี พระชนกชูถึงแกกรรมตั้งแตสมเด็จยา มีพระชนมายุ ๓ พรรษา และพระชนนีคําถึงแกกรรมเมื่อพระองคมีพระชนมายุ เพียง ๙ พรรษา หลังจากนั้น พระองคทรงอยูในความอุปการะของปาซวย พี่สาวของพระชนนีคํา ซึ่งมีอาชีพรับจาง มวนบุหรี่ และทําขนมขาย พระชนนีคํา มีมารดาชื่อผา พระชนนีคําเปนสตรีที่รูหนังสือซึ่งหาไดยากในสมัยนั้น จึงไดนํา ความรูนี้มาสอนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ดวยพระอุปนิสัยที่ชอบการเรียนรู และการ อานหนังสือตั้งแตยังทรงพระเยาว พระองคจึงทรงเปนผูที่มีไหวพริบ และเฉลียวฉลาด ตอมา ญาติของครอบครัวพระชนกชูไดแนะนําพระชนนีคํา ใหนําเสด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีไปฝาก คุณจันทร แสงชูโต ซึ่งเปนญาติและพระพี่เลี้ยงในสมเด็จพระราชปตุจฉา เจา ฟาไลยอลงกรณ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พระเชษฐภคินีในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลย เดชวิกรม พระบรมราชชนกและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาล ที่ ๕ กับ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา เพื่อถวายตัวเปนขาหลวง ในขณะนั้นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระชนมายุเพียง ๗-๘ พรรษา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงศึกษาที่โรงเรียนศึกษานารีไดไมนาน พระองคสง ไปศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา โดยประทับอยูบานคุณหวน หงสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงตัดสินพระทัยเขาโรงเรียนแพทย ผดุงครรภ และหญิงพยาบาลแหงศิริราช ตามคําชักชวนจากพระยาดํารงแพทยกุล หลังจากสําเร็จ การศึกษาทรงไดรับการคัดเลือกใหไปทรงศึกษาวิชาพยาบาลตอที่โรงเรียนแพทยมหาวิทยาลัยฮาร วารด สหรัฐอเมริกา พรอมกับนางสาวอุบล ปาลกะวงศ ณ อยุธยา เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จไปเรียนตางประเทศ จําเปนที่จะมีนามสกุลใน หนังสือเดินทาง แตในขณะนั้นยังไมมีนามสกุล จําเปนตองหานามสกุลให สมเด็จพระศรีนครินทรา 8_edit.indd 63 15/02/2013 14:07:09
๖๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 64 15/02/2013 14:07:14
๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บรมราชชนนีจึงทรงใชนามสกุลของขาราชบริพารที่มีนามสกุลคนหนึ่งคือ ขุนสงขลานครินทร (หลี ตะละภัฏ) เจากรมของสมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร สมเด็จพระศรีคริน ทราบรมราชชนนีจึงมีพระนามในหนังสือเดินทางวา นางสาวสังวาล ตะละภัฏ(มีพระราชกฤษฎีกา ใหใชคํานํานามสตรี พ.ศ. ๒๔๖๐) ตอมา คุณถมยา พระอนุชาของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี เมื่อเจริญวัยแลว ไดไปขอจดทะเบียนที่อําเภอใชนามสกุล “ชูกระมล” ขณะที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร กําลังศึกษาวิชาแพทยป ๑ พระองคทรงพบและพอพระทัยกับสมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนี ดวยมีพระสิริโฉมงดงาม พระอุปนิสัย และพระคุณสมบัติอื่นๆ ดังนั้น สมเด็จพระเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลา นครินทร จึงทรงมีลายพระหัตถกราบบังคมทูลสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจา พระราชมารดา ขอ พระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับ นางสาวสังวาล วันศุกรที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๓ ไดมีพิธีอภิเษกสมรสที่วังสระปทุม และหลังจากไดอภิเษก สมรสแลว สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร และพระชายา (สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี) เสด็จประพาสเมืองตางๆ ในทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา เพื่อทรงไปศึกษาที่ มหาวิทยาลัยฮารวารด และสถาบันเอ็มไอที เมืองบอสตัน หลังจากทั้ง ๒ พระองค ทรงจบการศึกษาแลวจึงเสด็จไปที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่ง สมเด็จพระบรมราชชนนีไดประสูติพระราชธิดาพระองคแรก เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามวา หมอมเจากัลยาณิวัฒนา มหิดล ซึ่งภายหลังทรงไดรับการสถาปนาพระอิสริยศักดิ์เปน สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิ วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ทั้ง ๒ พระองค ไดเสด็จกลับประเทศไทยพรอมดวยพระราชธิดา เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสมเด็จ พระบรมราชชนกทรงดํารงตําแหนงอธิการบดีกรมมหาวิทยาลัย พระองคประทับที่ประเทศไทย ประมาณ ๒๐ เดือน ก็ทรงประชวร แพทยจึงถวายคําแนะนําใหประทับในที่อากาศเย็น ที่เมือง ไฮเดลเบิรก ประเทศเยอรมนี สมเด็จพระศรีนครินทรทราบรมราชชนนี และพระราชธิดาจึงไดตาม เสด็จไปประทับดวย สมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนีไดประสูติพระราชโอรสพระองคแรก เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานพระนาม วา หมอมเจาอานันทมหิดล ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ เสด็จสวรรคต สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร เสด็จกลับกรุงเทพฯ เพียง พระองคเดียวเพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ และประทับอยูจนถึงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว ในป พ.ศ. ๒๔๖๙ วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ สมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนีประสูติพระราชโอรส พระองคที่ ๒ ณ โรงพยาบาลเมาทออเบิรน เมืองเคมบริดจ สหรัฐอเมริกา ไดรับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ วา พระวรวงศเธอพระองคเจาภูมิพลอดุลยเดช 8_edit.indd 65 15/02/2013 14:07:16
๖๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ขณะที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงศึกษาวิชาแพทยปสุดทาย อยูที่บอสตัน พระองคทรงพระประชวรดวยโรคพระวักกะกําเริบ และพระโรคหวัด แตยังทรงสามารถ สอบไดปริญญาแพทยศาสตรขั้นเกียรตินิยม แตหลังจากสอบเสร็จ และพระประชวรโรคไสติ่งอักเสบ ทั้งสองพระองคไดพาพระราชโอรส พระราชธิดาเดินทางกลับประเทศไทย โดยประทับที่พระตําหนัก ใหมสรางขึ้นในวังสระปทุม ถนนพญาไท เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ทรงรับ เชิญเปนแพทยประจําบานจากโรงพยาบาลแมคคอรมิค จังหวัดเชียงใหม ในเดือนตอมา พระองค เสด็จกลับกรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นทรงพระประชวรอยูเปนระยะเวลาประมาณ ๔ เดือน ก็ สิ้นพระชนม เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ที่พระตําหนักใหม วังสระปทุม ขณะที่สมเด็จเจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร สิ้นพระชนม สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนีทรงมีพระชนมายุเพียง ๒๙ พรรษา ทรงตองรับหนาที่อบรมเลี้ยงดูพระราชโอรส พระราชธิดาทั้ง ๓ พระองค ตามลําพัง วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ คณะราษฎรกอการเปลี่ยนแปลงการปกครองเปนระบอบ ประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจา จึงทรงแนะให สมเด็จพระบรมราชชนนีพาพระราชนัดดาทั้ง ๓ พระองค เสด็จไปศึกษาตอที่เมืองโลซานน ประ เทศสวิตเซอรแลนด วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ทรงสละ ราชสมบัติ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจึงไดมีมติเห็นชอบตามกฎมณเฑียรบาลให พระวรวงศเธอ พระองคเจาอานันทมหิดล เปนพระมหากษัตริยพระองคที่ ๘ แหงพระบรมราชจักรีวงศ แตในขณะนั้น พระวรวงศเธอ พระองคเจาอานันทมหิดล ทรงมีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษา สภาผูแทนราษฎรจึงมีมติแตงตั้ง พระเจาวรวงศเธอ กรมหมื่นอนุวัฒนจาตุรนต พระเจาวรวงศเธอ พระองศเจาอาทิตยทิพอาภา และเจาพระยายมราช (ปน สุขุม) เปนคณะผูสําเร็จราชการแทน สมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงยายไปประทับที่บานเชาขนาดใหญที่เมืองปุยยี ใกลกับเมือง โลซานน เพื่อใหสมพระเกียรติของพระราชโอรส ทรงตั้งชื่อตําหนักใหมวา วิลลาวัฒนา พ.ศ. ๒๔๘๑ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พรอมดวยสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันท มหิดล พระเชษฐภคินี และพระราชอนุชา ไดเสด็จนิวัติกลับประเทศไทย เพื่อทรงเยี่ยมเยียนพสก นิกรเปนครั้งแรกโดยประทับอยูในพระนครเปนเวลากวา ๒ เดือน วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๑ คณะผูสําเร็จราชการแทนพระองคไดประกาศสถาปนา พระอิสริยยศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเปน สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาล นอกจาก นั้นพระองคยังพระราชทานเงินสวนพระองคสรางโรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี สราง สุขศาลา จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ในป พ.ศ. ๒๔๘๕ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พรอมดวยสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล พระเชษฐภคินี และพระราชอนุชา เสดจกลับไปศึกษาตอที่ประเทศสวิตเซอรแลนด 8_edit.indd 66 15/02/2013 14:07:17
๖๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) โดยสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงเขาศึกษา วิชาเคมี ที่มหาวิทยาลัยโลซานนสวนพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลทรงเขาศึกษาวิชา นิติศาสตร ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ในป พ.ศ. ๒๔๘๖ และตอมาในป พ.ศ. ๒๔๘๖ สมเด็จพระเจา นองยาเธอ เจาฟาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเขาศึกษาทางดานวิทยาศาสตร ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ คณะแพทยเชิญเสด็จพระองคเขาประทับรักษาพระองค ณ ตึก ๘๔ ป โรงพยาบาลศิริราช ระหวางการประทับรักษาที่โรงพยาบาล คณะแพทยพบวา เกิดการ ติดเชื้อในกระแสพระโลหิต จึงไดถวายพระโอสถปฏิชีวนะเพิ่ม ตอมามีพระอาการแทรกซอน มีการ อักเสบที่พระอันตะ (ลําไสใหญ) พระอันตคุณ (ลําไสเล็ก) และที่พระปปผาสะ (ปอด) ขางขวา คณะ แพทยไดพยายามถวายการรักษาจนพระอาการทั่วไปดีขึ้นบาง วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๘ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระอาการ ทรุดลงเนื่องดวยมีพระอาการแทรกซอนทางพระยกนะ (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไมทํางาน พระ หทัย (หัวใจ) ทํางานไมปกติ ความดันพระโลหิตตํ่าทําใหเกิดภาวะเปนกรดในพระโลหิต คณะแพทย ไดถวายการรักษาความผิดปกติของระบบตางๆ รวมทั้งการฟอกพระโลหิตดวยเครื่องไตเทียมและ กรองสารพิษซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของพระยกนะ แตพระอาการตั้งแตเชาจนเที่ยงของวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ คงอยูในภาวะวิกฤตจนกระทั่งเวลา ๒๑.๑๗ น. สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีเสด็จสวรรคต รวมพระชนมายุ ๙๔ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชพระราชทานพระราชพิธีถวายพระ เพลิงพระบรมศพ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ณ พระเมรุ ทองสนามหลวง 8_edit.indd 67 15/02/2013 14:07:20
๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 68 15/02/2013 14:07:24
๖๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ศาสตราจารย (พิเศษ) พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเจาพี่นาง เธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ประสูติเมื่อวันที่อาทิตยที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทรงเปนพระธิดาพระองคแรกในสมเด็จพระ มหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว และ สมเด็จ พระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา) และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หมอมสังวาล มหิดล ณ อยุธยา) พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตั้งถวายคือ เมย สงขลา (May Songkla) ซึ่งเปนเดือนที่พระองคประสูติ ตอมาเมื่อความทราบฝาละอองธุลีพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานพระนามวา หมอม เจาหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ทรง พระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสถาปนาขึ้นเปน พระวรวงศเธอ พระองคเจากัลยาณิวัฒนา พระองคทรงเปนสมเด็จพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล และ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออก พระนามเรียก สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร เปนการลําลองวา บี๋ ปลายป พ.ศ. ๒๔๖๙ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสด็จ พรอมดวยครอบครัวมหิดลไปยังนครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส ประเทศสหัฐอเมริกา เนื่องจากสมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงศึกษาวิชาการแพทย ณ มหาวิทยาลัย ฮารวารด ในขณะที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงศึกษาดานจิตวิทยา การทําอาหาร และโภชนาการที่วิทยาลัยซิมมอนส สวนสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทรทรงเขาศึกษาในระดับอนุบาลที่โรงเรียนพารก (Park School) พ.ศ. ๒๔๗๑ หลังจากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงสําเร็จ การศึกษาแพทยศาสตรแลว พระองคทรงนําครอบครัวกลับประเทศไทย โดยประทับที่วังสระปทุม พระองคทรงเขารับการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนราชินี เมื่อสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสด็จสวรรคตในป พ.ศ. ๒๔๗๒ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ยังประทับ อยูในกรุงเทพฯ จนกระทั่งเกิดเหตุการณการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. ๒๔๗๕ สมเด็จพระ ศรีนครินทราบรมราชชนนี ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ในการที่จะทรงนําพระโอรสและพระธิดาไปประทับที่เมืองโลซานน ประเทศ สวิตเซอรแลนด 8_edit.indd 69 15/02/2013 14:07:26
๗๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ คณะผูสําเร็จราชการแทนพระองคในพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล จึงประกาศเฉลิมพระเกียรติยศ พระวรวงศเธอ พระองคเจากัลยา ณิวัฒนา ในฐานะที่ทรงเปนพระราชโสทรเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจาอยูหัว ขึ้นเปน สมเด็จพระเจา พี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทรทรงยายมาประทับที่พระตําหนักเลอดิส ตั้งอยูที่ซอยสุขุมวิท ๔๓ ถนนสุขุมวิท โดยมีพระ ตําหนักวิลลาวัฒนา ตั้งอยูที่ซอยสุขุมวิท ๔๗ ซึ่งตั้งอยูในอาณาบริเวณเดียวกันกับพระตําหนักเลอ ดิส โดยสรางแลวเสร็จเมื่อประมาณป พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อใชเปนที่ทรงงานหรือเปนที่รับแขกของ พระองค ตอมาเมื่อสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชครินทร สิ้นพระชนม ทานผูหญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาพรอมครอบครัว ไดยายเขามาอาศัย ณ พระ ตําหนักเลอดิส และพระตําหนักวิลลาวัฒนา สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ไดทรงบําเพ็ญ พระกรณียกิจมากมายแกประเทศชาติ เพื่อแบงเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีโครงการในพระอุปถัมภหลายรัอยโครงการ ดานการศึกษา : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงกอตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแหงประเทศไทยขึ้นในป พ.ศ. ๒๕๒๐ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ เปนอเนกประการ จนเปนที่ประจักษชัดในวงการศึกษา มหาวิทยาลัยตางๆ จํานวน ๑๐ กวาแหง และองคการระหวางประเทศไดถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ แดพระองค พระองคทรงไดรับการเทิดทูน พระเกียรติจากรัฐบาลและองคกรตางประเทศหลายแหง อาทิ รัฐบาลฝรั่งเศสและองคการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ (ยูเนสโก) นอกจากนี้ พระองคยังทรงเปนพระอาจารยสอนวิชาภาษาตางประเทศที่มหาวิทยาลัย ตางๆ อาทิ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร โดยเฉพาะที่คณะศิลปศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร พระองคทรง เปนพระอาจารยประจํานานถึง ๘ ป โดยทรงเปนหัวหนาภาควิชาภาษาตางประเทศเอง และทรงเปน ผูดูแลและจัดทําหลักสูตรการสอนของอาจารยทั้งชาวไทยและชาวตางประเทศ ทรงจัดทําหลักสูตร ปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสําเร็จ ดวยการผสมผสานความรูดานภาษาและวรรณคดี ใหเขากันอยางเหมาะสม ดานสังคมสงเคราะห : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทรทรงอุทิศพระวรกายในการพัฒนาทองถิ่นชนบทและการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ยากจน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทรงตระหนักถึงปญหาชุมชนแออัด จึงเสด็จเยี่ยมชุมชนแออัดหลาย แหงในกรุงเทพมหานครเปนการสวนพระองค เชน ชุมชนคลองเตย ชุมชนวัดพระยายัง ชุมชนยาน สวนลุมพินี ชุมชนกองขยะซอยออนนุช ชุมชนเพชรเกษม ๑๐๔ เปนตน ทรงหวงใยเด็กและครอบครัว 8_edit.indd 70 15/02/2013 14:07:28
๗๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในชุมชนแออัด โดยทรงรับมูลนิธิเด็กออนในสลัมใหอยูในพระอุปถัมภ มีผลใหเกิดโครงการพัฒนา เด็กเพิ่มขึ้นหลายโครงการ เชน โครงการพัฒนาเด็กในชุมชนและโครงการสาธารณสุขมูลฐานสําหรับ แมและเด็ก กองทุนนมและอาหารเสริม และกองทุนงบฉุกเฉิน เพื่อชวยเหลือเด็กที่ยากไรในชุมชน แออัดใหพนสภาวะขาดสารอาหาร เปนตน ดานสาธารณสุข : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร ทรงเปนประธานของมูลนิธิตางๆ โดยเฉพาะอยางยิ่ง มูลนิธิแพทยอาสาสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือ หมอกระเปาเขียว รวมทั้งมูลนิธิโรคไต และทรงเปนประธาน มูลนิธิหมอมเจาบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงคเกี่ยวกับการใหทุนการศึกษาแพทยตาม โครงการแพทยชนบท การใหทุนการศึกษาแกนักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแตขาดทุนทรัพย และการ ใหทุนการศึกษาสําหรับผูที่จะสมัครเปนอาจารยวิชาการพยาบาล พระองคทรงดํารงตําแหนงประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งทรงรวมกับสมเด็จพระศรีนครินราบรมราชชนนีกอตั้งขึ้นมา โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียน ดวยพระองคเอง และพระราชทานพระราชทรัพยประเดิมรวมกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนีพระราชทานในการกอตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อจัดทําขาเทียมและพระราชทานแกผูพิการ ขาขาดผูยากไรในชนบทโดยไมคิดมูลคา พระองคทรงดํารงตําแหนงประธานมูลนิธิถันยรักษในพระบรมราชูประถัมภสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนีอีกดวย ดานตางประเทศ : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทรเสด็จเยือนตางประเทศ ทั้งตามคํากราบทูลเชิญเสด็จอยางเปนทางการและเสด็จเยือน เปนการสวนพระองค ซึ่งเปนการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ รวมทั้งยังเปนโอกาสที่ พระองคทรงแนะนําใหชาวไทยรูจักประเทศในแงมุมตางๆ อยางถองแทดวย โดยทรงศึกษาขอมูล ศิลปวัฒนธรรมของประเทศที่จะเสด็จเยือนรวมถึงเรื่องขาวสารเสด็จเยือนตางประเทศทางโทรทัศน รวมการเฉพาะกิจแหงประเทศไทย ดานศาสนา : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงเจริญพระศรัทธาปสาทะในพระบวรพุทธศาสนา ทรงพระกรุณาเสด็จไปในการพระราชกุศล ตามคํากราบทูลเชิญอยูมิเคยขาด โดยมิไดเลือกวาเปนวัดที่ใหญโตหรือวัดเล็ก มีหรือไมมีชื่อเสียง แตประการใด แมแตวัดที่อยูในถิ่นทุรกันดารก็ตาม นอกจากนี้ พระองคทรงเปนองคประธานกิตติมศักดิ์การประดิษฐานพระไตรปฎกฉบับสากล อักษรโรมัน ฉบับแรกของโลก อีกทั้งยังทรงเปนองคประธานกอตั้งและองคประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิ รวมจิตต นอมเกลาฯ ในพระบรมราชินูปถัมภ ในการแปลและจัดพิมพพระไตรปฎกสากล อักษร โรมัน เพื่อพระราชทานแดนานาประเทศ ตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๔๘ 8_edit.indd 71 15/02/2013 14:07:30
๗๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ดานศิลปวัฒนธรรม : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร ทรงสงเสริมงานแสดงดานศิลปวัฒนธรรม เชน ดนตรีคลาสสิก ละครอุปรากรฯ ลฯ อีกทั้ง ยังทรงเปนองคอุปถัมภงานแสดงประจําปและวงดนตรี เชน วงดุริยางคเยาวชนไทย พระองคยังทรงเปนองคอุปถัมภของวงซิมโฟนีออรเครสตราแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ดานวรรณกรรม : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร ทรงมีประปรีชาสามารถดานการเขียน ไดทรงริเริ่มออกวารสาร “รื่นรมย” โดยได ชักชวนใหพระสหายในวังสระปทุมเขียนเรื่องตั้งแตพระชนมายุประมาณ ๙ ชันษา ทรงทําหนาที่ บรรณาธิการและทรงเขียนบทความลงวารสารดวย นอกจากนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนีทรงสนับสนุนใหสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงอานนิทานภาษาอังกฤษและเรียบเรียง “นิทานสําหรับเด็ก” ซึ่งตอมาไดจัดพิมพแจกในงานวัน ประสูติของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจา วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๕ หลังจากนั้น พระองคทรงนิพนธหนังสืออีกหลายเลม ดังนี้ พระนิพนธ - จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา(ตีพิมพ ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๐๐) - แมเลาใหฟง (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๒๓, ๒๐๔ หนา) - พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๕ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ.๒๕๒๔) - เวลาเปนของมีคา (Busy Fingers) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๒๗, ๑๕๐ หนา) - เจานายเล็กๆ - ยุวกษัตริย (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๐, ๒๙๐ หนา) - ไปรษณีบัตรเจาฟา (Postcard Games) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๘, ๒๗๐ หนา) - เจาฟาทหารเรือ พ.ศ. ๒๔๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๔๕๘ (๑๙๓๓-๑๙๓๖) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๕, ๒๑๕ หนา) - ตราแผนดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนาม และนามยอ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๕, ๖๒ หนา) - สมเด็จเจาฟามหิดลฯ และงานศิลปะ (Primce Mahidol and Art) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๘, ๕๙ หนา) - จดหมายเหตุชาวบาน : ขาวสมเด็จยาสวรรคตจากหนังสือพิมพ (Popular From The Press, The Demise of the Princess Mother) (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙, ๖๐๐ หนา) - สงเสด็จสมเด็จยา ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙, ๔๖๔ หนา) - มหามกุฎราชสันตติวงศ พระนามพระราชโอรสธิดา พระราชนัดดา (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๔๗, ๖๖๖ หนา) พระนิพนธแปล - นิทานสําหรับเด็ก (พีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๗๕ แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจา ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๕) 8_edit.indd 72 15/02/2013 14:07:32
๗๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) - The Spanish Coronation, Le Couronnement Espagnot, ราชาภิเษกพระเจากรุงสเปน - พระราชนิพนธภาษาอังกฤษในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว พระนิพนธแปลเปน ภาษาฝรั่งเศส โดยสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร และบทแปลภาษาไทย โดย หมอมหลวงปน มาลากุล [๓] ซึ่งเปนการเลาถึงการเสด็จเยือนประเทศ สเปนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ขณะทรงดํารงพระอิสริยยศเปน สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระนิพนธทองเที่ยว - ยูนาน : Yunnan - ๑ โหลในเมืองจีน (ปพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๒๘, ๒๐๓ หนา) - สายธารอารยธรรมจีน : ๗ ธานีแหงอาณาจักรกลาง (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๑, ๓๗๗ หนา) - จากโคริโอสูโคเรีย ๘ วันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๑, ๑๖๘ หนา) - ภูฐานเกาะเขียวบนแผนดิน : Bhutan : green island on land (๒๕๓๒, ๒๐๓ หนา) - ที่ไซบีเรียหนาวไหม : Is It Cold in Siberia (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ.๒๕๓๓, ๒๙๗ หนา) - ซินเจียง และกานซู ภาพจากดินแดนสุดหลาฟาเขียว : Xinjiang and Gansu Pictures form far away places (๒๕๓๓, ๒๗๐ หนา) - ตุรกี ดินแดนจักรพรรดิโรมันและลาสุลตานออตโตมัน : Turkey land of the Roman emperors and Ottoman sultans (ปที่พิมพ ๒๕๓๓, ๔๓๘ หนา) 8_edit.indd 73 15/02/2013 14:07:34
๗๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) - จีนตะวันออก ขึ้นเขา ลงทะเลสาบ เขาวัด (๒๕๓๗, ๒๙๐ หนา)- จีนอีสานและเสฉวน จาก แดนแมนจูสูภูงอไบ (ตีพิมพครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๔๐, ๓๑๒ หนา) ดานกีฬา : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงมีพลังแหงการสรางสรรค เมื่อทรงพระเยาวทรงสนพระทัยและทรงเลนกีฬาหลายประเภท อาทิ เลนสกี กรรเชียงเรือ ตกปลา ขี่จักรยาน เดินภูเขา และทรงมาผาดโผน สวนแบคมินตันนั้น พระองค ทรงเลนตามอยางสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นอกจากทรงรวมเลนแลว ยังทรงสนับสนุน แบดมินตันหลายคนใหเขาแขงขันระดับนานาชาติ อีกทั้งยังทรงสนพระทัยเรื่องการขับรถยนต เครื่องยนตกลไก และรถสามลอ พระองคทรงมีพระปรีชาสามารถในการขับเครื่องบินปก ๒ ชั้น และทรงขับเฮลิคอปเตอรได อีกดวย โดยทรงเรียนการบินเปนนักบินหญิงอันดับตนๆ ของประเทศไทย ดานการถายภาพ : สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร ทรงสนพระทัยในการถายภาพอยางจริงจัง ทรงเปนผูใฝรูการใชกลองบันทึกภาพ ซึ่งมิใช เพียงเพื่อเก็บภาพไวดูเลนเทานั้น หากแตพระองคทรงบันทึกภาพโดยมีจุดประสงคทั้งในแงศิลปะและ วิชาการ ทั้งการเสด็จเยือนสถานที่ตางๆ ทั้งในประเทศและตางประเทศ ทรงบันทึกภาพที่สนพระทัย ดวยพระองคเองเสมอ ภาพที่ทรงบันทึกไวเปนประโยชนอยางยิ่งเมื่อทรงจัดทําพระนิพนธในภายหลัง เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร ทรงมีพระอาการผิดปกติเกี่ยวกับพระนาภี (ทอง) และไดเขาประทับรักษา พระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยไดถวายการตรวจ พระวรกายและเอกซเรยคอมพิวเตอร ตรวจพบมะเร็งซึ่งเปนชนิดเดียวกับที่พระถันที่ทรงเคยไดรับ การถวายตรวจรักษาเมื่อ ๑๐ ปกอน โดยชวงเวลาหลังการถวายรักษาครั้งกอนนั้น ทรงมีสุขภาพดี และในการถวายตรวจติดตามพระสุขภาพจึงไดตรวจพบมะเร็งเกิดขึ้นใหมเมื่อ ๒ ปกอน นอกจากนี้ คณะแพทยไดถวายตรวจพระสมองดวยเอกซเรยคอมพิวเตอร พบวา มีเนื้อสมอง ดานซาย ตายเปนวงกวาง จากเสนเลือดสมองอุดตัน คณะแพทยไดถวายการรักษาพระอาการอยาง ใกลชิดจนสุดความสามารถ จนกระทั่งเมื่อวันพุธที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พระอาการประชวรได ทรุดลงตามลําดับ และสิ้นพระชนมเมื่อเวลา ๐๒.๕๔ น. รวมพระชนมายุ ๘๔ พรรษา หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหสํานักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี มีพระราชพิธีถวายสรง นํ้าพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา แลวทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเจาพนักงานเชิญพระศพลง สูหีบ ประดิษฐานหลังพระแทนแวนฟาทอง ประกอบพระโกศทองใหญ ภายใตเบญจปฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร ๕ ชั้น) ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง 8_edit.indd 74 15/02/2013 14:07:36
๗๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ขบวนการเสรีไทย เสรีไทยเปนขบวนการใตดินที่ดําเนินการระหวางสงครามมหาเอเชียบูรพา ซึ่งเปนสวนหนึ่ง ของสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ในชวง พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๔๘๘ มีวัตถุประสงคเพื่อตอตานการรุกราน ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุน รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทย ขบวนการเสรีไทยกําเนิดขึ้น ในวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔ เมื่อกองทัพญี่ปุนยกทัพเขามาทางดานทิศตะวันออกและยกพลขึ้น บกจากอาวไทย เดิมเรียกขบวนการนี้วา “องคการตอตานญี่ปุน” ภายหลังถูกเปลี่ยนชื่อเปน “เสรี ไทย” มีบทบาทเปนแหลงขาวสําคัญของฝายสัมพันธมิตร การที่รัฐบาลไทยนําโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ยินยอมตกลงเขารวม กับญี่ปุนและประกาศสงครามตอสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ทําใหบุคคลสําคัญทางการเมืองการ ปกครอง ขาราชการ และชาวไทยทั้งในและนอกประเทศไมเห็นดวยกับนโยบายประกาศสงคราม มีการเคลื่อนไหวตอตานญี่ปุน แบงเปน ๓ กลุมคือ กลุมในประเทศ นําโดยนายปรีดี พนมยงค ขณะนั้นดํารงตําแหนงรัฐมนตรีคลัง กลุมคนไทยในสหรัฐอเมริกา นําโดย ม.ร.ว.เสนีย ปราโมช อัครราชทูตไทยประจํากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีบทบาทสําคัญในการไมยอมสงคําประกาศสงครามตอสหรัฐอเมริกา และถือวาการประกาศ สงครามนั้นมิใชเจตนาของคนไทย 8_edit.indd 75 15/02/2013 14:07:39
๗๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) กลุมคนไทยในอังกฤษ นําโดยนักเรียนไทย ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ รวมทั้งสมเด็จพระนาง เจารําไพพรรณี พระราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ และราชนิกูลอีก หลายพระองค พ.ศ. ๒๔๘๕ อังกฤษไดรับสมาชิกเสรีไทยเขาเปนกําลังพลรวมในกองทัพอังกฤษ ชวงที่ จอมพล ป. พิบูลสงครามเปนนายกรัฐมนตรี การดําเนินงานของเสรีไทยทั้งสามกลุม ไมคอยประสบผลสําเร็จมากนัก เพราะขาดการประสานงานรวมกัน แตเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล โดยมี นายควง อภัยวงศ เปนนายกรัฐมนตรี ความรวมมือระหวางกันก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น แมวานาย ควง อภัยวงศ จะแถลงนโยบาย “รวมมือกับญี่ปุนโดยใกลชิด ตามสัญญาพันธกรณีที่ไดมีตอกันไว ดวยดี และใหความรวมมือกับญี่ปุนตามขอเรียกรองของญี่ปุนทุกประการ” แตขณะเดียวกันคณะ รัฐบาลก็มีรัฐมนตรีหลายคนที่เปนบุคคลระดับหัวหนาในองคการตอตานญี่ปุน และคอยใหความ ชวยเหลือองคการอยางลับๆ เสรีไทยมีเครือขายความรวมมือในจังหวัดตางๆ ทั่วประเทศ โดยไดรับความชวยเหลือจาก ฝายสัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกา และอังกฤษไดสงหนวยปฏิบัติการมาประจําในกรุงเทพฯ ดานฝาย ไทย นายปรีดี พนมยงค ไดสงทหารไปประจําที่กองบัญชาการของฝายสัมพันธมิตร ณ เมืองแคน ดี ลังกา พรอมกับสงทหาร ตํารวจ และพลเรือนไปรับการฝกกับ สํานักงานบริการดานยุทธศาสตร (O.S.S : Office of Strategic Services) ของสหรัฐอเมริกา และกองกําลัง ๑๓๖ ของอังกฤษ ใน อินเดียและลังกา นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งโรงเรียนนายทหารสารวัตร และโรงเรียนนายสิบสารวัตรทหาร โดย รับสมัครนิสิตจากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นักเรียนเตรียมปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร และการเมือง นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนักเรียนโรงเรียนเตรียมนายเรือ มาฝกใหเปน ผูบังคับบัญชาของกองกําลังใตดินเพื่อเตรียมสูรบกับกองทัพญี่ปุนในวันที่ฝายสัมพันธมิตรกําหนด มี การประชาสัมพันธใหคนไทยในประเทศรวมกันตอตานญี่ปุน สงขาวดานยุทธศาสตรทางทหารตลอด จนรายงานสภาพดินฟาอากาศใหฝายสัมพันธมิตรทราบ ซึ่งทําใหฝายสัมพันธมิตรสามารถปฏิบัติการ ทางทหารไดอยางมีประสิทธิภาพ การปะทะกันระหวางขบวนการเสรีไทยกับกองทัพญี่ปุนไมมีโอกาสเกิดขึ้น เพราะญี่ปุน ประกาศยอมจํานนอยางไมมีเงื่อนไข เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้ง ระเบิดปรมาณูถลมเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ เมื่อวันที่ ๖ และวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ แมวา ไทยจะรวมกับญี่ปุนในการประกาศสงคราม แตความรวมมืออยางลับๆ ของไทยกับฝายสัมพันธมิตร ทําใหไทยมีอํานาจตอรองในการเจรจากับฝายสัมพันธมิตรหลังสงครามยุติ โดยสหรัฐอเมริกาถือวา ไทย ไมเคยประกาศสงครามตอประเทศของตน ขณะที่อังกฤษยังดําเนินนโยบายตอไทยแตกตาง ไปจากสหรัฐอเมริกา 8_edit.indd 76 15/02/2013 14:07:41
๗๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สถานที่สําคัญ พระบรมราชานุสาวรีย ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ถือเปนวัดประจํารัชกาลของพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวอานันทมหิดล เนื่องจากเปนสถานที่ที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของพระองค ดังนั้น จึงมีการจัดสรางพระบรมราชานุสาวรียขึ้น ณ บริเวณลานประทักษิณ ชั้นลางมุมทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือ พระวิหารหลวง พระบรมรูปหลอดวยสําริด ขนาดเทาพระองคจริง ทรงฉลอง พระองคชุดจอมทัพประทับยืน ประดิษฐานบนแทนหินออนยกพื้นสูง มีแผนทองเหลืองจารึกเกี่ยว กับกําหนดการสรางพระบรมราชานุสาวรีย เบื้องหลังเปนแผนหินออนวงโคง ประดิษฐานพระ ปรมาภิไธยยอ “อปร” ภายใตพระมหาพิชัยมงกุฎ พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงเรียนเทพศิรินทร พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล พระองคทรงเขารับการศึกษา ณ โรงเรียน เทพศิรินทร เมื่อป พ.ศ. ๒๔๗๕ เลขประจําพระองค ๒๓๒๙ หลังจากนั้นอีกเพียง ๒ ป พระองคเจาอานันทมหิดลก็ไดเสด็จเถลิงถวัลยครองสิริราชสมบัติ เปนพระมหากษัตริย องคที่ ๘ แหงราชวงศจักรี พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลทรงมีความผูกพันกับโรงเรียนเทพศิรินทรมาโดย ตลอด มีพระมหากรุณาธิคุณลนเกลาลนกระหมอมแกโรงเรียนเทพศิรินทร สมาคมนักเรียนเกาฯ ตลอดจนนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร (ลูกแมรําเพย) ทุกคน 8_edit.indd 77 15/02/2013 14:07:43
๗๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงเรียนเทพศิรินทร มีขนาดเทาพระองคจริง ทรงฉลองพระองค ชุดจอมทัพประทับยืน เชนเดียวกับ พระบรมราชานุสาวรีย ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดําเนินทรงเปดพระบรมราชานุสาวรีย ดวย พระองคเอง เพื่อเปนการสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค คณะผูบริหาร คณะครู นักเรียน เกา นักเรียนปจจุบัน และ บุคลากรของโรงเรียนเทพศิรินทร จะจัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราช สักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล ในวันที่ ๙ มิถุนายน ของทุกๆ ป พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเปนโรงเรียนประจําจังหวัด (ชาย) เปดทําการสอนตั้งแตป พ.ศ. ๒๔๔๘ ตั้งอยูพระราชวังจันทรเกษม (พระราชวังหนาแหงกรุงศรีอยุธยา) ใกลกับวัดเสนาสนาราม เดิมเรียกชื่อวา “โรงเรียนตัวอยางประจํามณฑลกรุงเกา” ตอมาภายหลังเปลี่ยนชื่อเปน “โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย”และยายมาอยูในสถานที่ปจจุบัน พ.ศ. ๒๔๘๔ โรงเรียนไดรับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันท มหิดล รัชกาลที่ ๘ พระราชทานพระราชทรัพยสวนพระองคจํานวนหนึ่งแสนบาท สรางอาคารเรียน ๒ ชั้น ๑ หลัง หอประชุม ๑ หลังพรอมบานพักครูอีก ๒๐ หลัง ในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจาลูกเธอทั้งสองพระองค เสด็จฯ ทรงมา เปดพระบรมราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ 8_edit.indd 78 15/02/2013 14:07:46
๗๙ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) นับจนถึงปจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๕) โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเปดทําการเรียนการสอนเปนเวลา ถึง ๑๐๘ ป เพื่อเปนการสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันท มหิดล รัชกาลที่ ๘ ในวันที่ ๙ มิถุนายน ของทุกป คณะผูบริหาร คณะครู สมาคมนักเรียนเกาอยุธยา วิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ คณะกรรมการนักเรียน นักเรียนปจจุบันและศิษยเกาของโรงเรียน อยุธยาวิทยาลัย ไดจัดพิธีบําเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน รวมพิธีวางพวงมาลา และถวายราช สักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรียพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล หนาอาคาร พระราชทานสิริมงคลานันท พระบรมราชานุสาวรีย ณ โรงพยาบาลอานันทมหิดล พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ทรงบริจาคพระราชทรัพยสวน พระองคในการสรางโรงพยาบาลในจังหวัดลพบุรี และพระราชทานนามโรงพยาบาลแหงนี้วา โรง พยาบาลอานันทมหิดล หลังจากการสรางแลวเสร็จ พระองคเสด็จพระราชดําเนินมาทรงเปดโรงพยาบาลแหงนี้เมื่อ วันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ดังนั้น คณะกรรมการโรงพยาบาลจึงไดสรางพระบรมราชานุสาวรีย ประดิษฐาน ณ หนาตึกอํานวยการของโรงพยาบาล และไดประกอบพิธีเปด เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ พระบรมราชานุสาวรีย ณ คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย เนื่องดวยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ มีพระ ราชปรารภตอรัฐบาลในสมัยนั้น เรื่องการผลิตแพทยเพิ่มใหเพียงพอตอประชาชน อันเปนจุดกําเนิดโรงเรียนแพทยแหงที่ ๒ ของประเทศ ซึ่งปจจุบัน คือ คณะ แพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เพื่อเปนการนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ คณะกรรมการบริหาร สมาคมศิษยเกาแพทยจุฬาลงกรณรวมกับคณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ สภากาชาดไทย จึงได ขอให คุณไขมุก ชูโต เปนผูออกแบบปนพระบรมราชานุสาวรีย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินทรงวางศิลาฤกษแทนประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๘ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ พระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จ พระราชดําเนินทรงเปดพระบรมราชานุสาวรีย พระบรมราชานุสาวรีย ณ คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย เนื่องดวยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ มีพระ ราชปรารภตอรัฐบาลในสมัยนั้น เรื่องการผลิตแพทยเพิ่มใหเพียงพอตอประชาชน อันเปนจุดกําเนิดโรงเรียนแพทยแหงที่ ๒ ของประเทศ ซึ่งปจจุบัน คือ คณะ แพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เพื่อเปนการนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ คณะกรรมการบริหาร สมาคมศิษยเกาแพทยจุฬาลงกรณรวมกับคณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ สภากาชาดไทย จึงได ขอให คุณไขมุก ชูโต เปนผูออกแบบปนพระบรมราชานุสาวรีย 8_edit.indd 79 15/02/2013 14:07:48
๘๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) 8_edit.indd 80 15/02/2013 14:07:54
๘๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) สําเพ็ง สําเพ็ง เปนชุมชนชาวจีน และยานธุรกิจ ที่เปรียบเสมือน “ศูนยการคา” แหงแรกของกรุง รัตนโกสินทรมีประวัติความเปนมาอันยาวนานควบคูกับกรุงเทพมหานคร ตราบถึงปจจุบันนับเปน เวลากวา ๒๐ ทศวรรษ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทรเปนราชธานี เมื่อป พ.ศ. ๒๓๒๕ พระองคทรงโปรดฯ ใหชาวจีนซึ่งตั้งหลักแหลงอยูที่ทาเตียน และบริเวณใกลเคียง มาตั้งแตสมัยกรุงธนบุรีไปอยูที่สําเพ็ง ซึ่งบริเวณนอกเขตกําแพงพระนครทางดานตะวันตกเฉียงใต โดยมีอาณาบริเวณตั้งแตคลองวัดสามปลื้ม (วัดจักรวรรดิราชาวาส) จนถึงคลองวัดสามเพ็ง (วัดปทุม คงคา) เพื่อใชที่ดินเดิมซึ่งเปนที่ดอนและอยูกึ่งกลางพระนคร มาเปนที่ตั้งของพระบรมมหาราชวัง ศูนยกลางการบริหารราชการแผนดินของราชวงศใหม อีกทั้งเพื่อใหเปนไปตามนโยบายของทางการ ไทยในการควบคุมชาวตางชาติ ใหตั้งชุมชนอยูเรียงรายนอกเขตกําแพงพระนคร เปนการปองกันมิ ใหทาทายอํานาจทางการเมืองไดงาย อันเปนธรรมเนียมปฏิบัติสืบตอกันมาตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา คําวา “สําเพ็ง” นั้น มีผูสันนิษฐานที่มาของชื่อไว ดังนี้ กาญจนาคพันธุไดตั้งขอสันนิษฐานวา อาจมาจากมีคนชื่อ “เพ็ง” ๓ คน บริเวณนี้ จึงเรียก วา “สามเพ็ง” หรือ “สําเพ็ง” สมพงษ เกรียงไกรเพชร ไดสันนิษฐาน หนังสือเลาเรื่องเกาของไทย ไววา เปนเพราะบริเวณ สามเพ็งเปนสวน มีคลองขวางสองคลองคือ คลองเหนือวัดสามเพ็ง กับคลองวัดสามปลื้ม ทําใหพื้นที่ แบงออกเปนสามตอน หรือสามแผนซึ่งคนจีนเรียกเพี้ยนมาเปน สามเพ็ง ส. พลายนอย สันนิษฐานไวหนังสือ “บางกอก” วา แตกอนบริเวณนั้นคงเปนที่นํ้าลึก หรือ เปนทางสามแพง ซึ่งชาวจีนเรียกเพี้ยนเปนสามเพง และสําเพ็งในที่สุด บุปผา คุมมานนท กลาวไวในหนังสือศิลปวัฒนธรรมเรื่อง “สําเพ็งศูนยการคาแหงแรกของกรุง รัตนโกสินทร”วา สําเพ็งเปนชื่อที่เรียกเพี้ยนมาจากคําวา “สามเพ็ง” ซึ่งเปนชื่อวัดและชื่อคลอง ที่ อยูในบริเวณใกลเคียงกัน อาจเปนเพราะคนจีนในบริเวณนั้นเคยชินกับการออกเสียงสั้นๆ จึงทําให “สามเพ็ง” กลายเปน “สําเพ็ง” ในที่สุด โดยแทจริงแลว ชาวจีนอพยพเขามาในเมืองไทยเปนจํานวนมากตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยาถึง ตนสมัยกรุงรัตนโกสินทร (พ.ศ. ๒๐๒๕-๒๓๒๙) เพราะปญหาทางดานการเมือง การปกครอง และ เศรษฐกิจ และความอดอยากยากแคนในประเทศจีน ขณะที่ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ มี ความปลอดภัยทางการเมืองกอปรกับรัฐตองการใหชาวจีนมาชวยสรางความเจริญทางเศรษฐกิจ เพราะชาวจีนมีความรูและประสบการณดานการคาขาย การตอเรือ และการเดินเรือ การที่ชาวจีน สวนใหญเขามาตั้งหลักแหลงทํามาหากินในสําเพ็งเปนผลทําใหสําเพ็งเจริญเติบโตทางดานเศรษฐกิจ อยางรวดเร็ว จนกลายเปนยานธุรกิจการคาที่สําคัญแหงแรกของกรุงเทพฯ ในชวงสมัยนั้น 8_edit.indd 81 15/02/2013 14:07:56
๘๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ในอดีต สําเพ็ง เปนแหลงขายสินคาทั้งปลีกและสง นอกจากนี้ยังเปนแหลงที่มาของธุรกิจ หลายประเภท เชน การรับจางปะชุนผา การตัดเย็บเสื้อผา การยอมสีผา การรับจางขัดรองเทา การ ใหกูยืมเงินหรือการจายเงินใหลวงหนาแลวใชคืนภายหลัง ดังกรณีชาวจีนที่อพยพเขามา ตลอดจน การรับจางเขียนหนังสือจีน เพื่อสงไปถึงญาติพี่นองที่อยูเมืองจีน การรับจางสงเงินไปใหครอบครัวที่ เมืองจีน นอกจากธุรกิจประเภทดังกลาว สําเพ็งยังมีธุรกิจใหบริการทางเพศเปนที่ขึ้นชื่ออีกดวย โดย มี “โคมเขียว” เปนสัญลักษณ ธุรกิจที่สําคัญอีกประเภทหนึ่งของสําเพ็งคือ “บอนการพนัน” ซึ่งมีอยู มากมายหลายอยาง เชน ไฮโล ถั่ว นํ้าเตา ลูกเตา โปสา เปนตน ดังนั้น นอกจากสําเพ็งจะเปนยาน ที่ดีคนทุกเพศทุกวัยมาจับจายซื้อสินคาแลว บางสวนโดยเฉพาะผูชายมักมาเที่ยวยานแหลงสําราญ ทั้งดานโลกียและการพนัน จึงมีบางคนตั้งตนเปนนักเลง และเซียนการพนัน บางครั้งมีเรื่องทะเลาะ เบาะแวงกัน ระหวางผูเขาไปเที่ยวกับเจาถิ่น หรือระหวางผูเขาไปเที่ยวดวยกันเองหรือระหวางเจาถิ่น แตละพวกกัน ถึงขั้นทํารายรางกายกัน จนตองตั้งเจาหนาที่ เพื่อใหเขาไปรักษาความสงบเรียบรอย ตอมาเมื่อประเทศไทยมีการทําสนธิสัญญากับประเทศตะวันตก โดยเริ่มจาก สนธิสัญญา เบาริง กับประเทศอังกฤษเปนประเทศแรกในป พ.ศ. ๒๓๙๘ ทําใหชาวจีนจํานวนมากหลั่งไหลเขา มาในเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาล ที่ ๕ ไดเปดการเดินเรือรับสงผูโดยสารระหวางกรุงเทพฯ กับเมืองซัวเถาโดยตรง สัปดาหละ ๑ ครั้ง การเดินทางจึงสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไมตองออมประเทศสิงคโปรดังแตกอน นอกจากนี้ ชาวจีน พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลเสด็จประพาสสําเพ็ง 8_edit.indd 82 15/02/2013 14:07:58
๘๓ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บางคนซึ่งเขามาอยูในประเทศไทยกอนหนานี้ไดทําหนาที่เปนคนกลางนําชาวจีนเขามาขายแรงงาน ในเมืองไทย โดยออกทุนเดินทางใหกอน แลวใหจายเงินคืนภายหลัง เมื่อไดคาจางแรงงานแลว ชาวจีน เหลานี้สวนใหญก็อพยพเขามาในสําเพ็ง ซึ่งเกือบทั้งหมดประกอบอาชีพคาขายตามถนัด ตามความ สามารถ ทุน และความสนใจ สวนผูไมมีทุนก็รับจางแบกหามสินคามีคลองใตวัดสามปลื้ม และคลอง เหนือวัดสําเพ็ง ทําใหการขนสงสินคาอยูในแถบจักรวรรดิและวัดสามปลื้มคึกคัก คนจีนแถวนี้มักไป จายตลาดโดยเรือ ขามไปสําเพ็ง สินคาที่สําเพ็งสวนใหญมาจากเมืองจีน โดยเรือสําเภาของชาวจีน เปนสวนมาก บางสวนนําเขามาโดยเรือสําเภาหลวง และเรือสําเภาของเจานายกับขุนนางผูใหญเรือ สําเภาของชาวจีนจอดเรียงแถวตามยาว จากแนวปากคลองรอบกรุงลงไปทางใต วันไหนมีเรือมากก็ จะจอดซอนกันเปน ๒ แถว หลังสนธิสัญญาเบาริง ไทยคาขายกับตางประเทศมากขึ้น เรือสินคาเขา มาที่กรุงเทพฯ มากขึ้นดวย พอคาก็จะจอดเรือเรียงรายกันไป ตางก็นําสินคามาวางขายบนดาดฟาเรือ การคาแบบนี้จะดําเนินไปเปนเวลาหลายชั่วโมง หลังจากนั้นพอคาก็จะนําสินคาที่เหลือไปจําหนาย ยังหางรานคาในสําเพ็ง ซึ่งเปนแหลงคาขายที่ใหญที่สุดของชาวจีนในสมัยนั้น พ.ศ. ๒๔๐๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๔ โปรดฯ ใหเริ่มกิจการ ตํารวจนครบาลขึ้นเปนครั้งแรก โดยเรียกวา “กองโปลิศ” มีการจางครูชาวยุโรปและชาวมลายูมา ฝกอบรมเพื่อใหตํารวจนครบาลรูจักระเบียบปฏิบัติแบบสากลในการรักษาความสงบเรียบรอยใน เขตพระนคร กองโปลิศไดเริ่มออกปฏิบัติงานเปนครั้งแรกในบริเวณสําเพ็ง จึงอาจกลาวไดวา สําเพ็งเปนไชนาทาวน (china Town) แหงแรกของกรุงรัตนโกสินทร ซึ่ง เปนที่รูจักกันอยางแพรหลาย ทั้งในหมูคนจีน คนไทย และคนชาติอื่นๆ โดยเฉพาะชาวตะวันตก สําหรับคนไทยนั้นมีหลายทานกลาวถึงสําเพ็งในสมัยที่ทานยังมีชีวิตอยู เชน สุนทรภู ไดกลาวถึง สําเพ็งไวใน “นิราศชมตลาดสําเพ็ง” ขุนวิจิตรมาตรา ในนามแฝง “กาญจนาคพันธุ” กลาวไวใน “เมื่อวานนี้” และพระยาอนุมานราชธนไดเลาไวใน “บันทึกความทรงจํา” เปนตน ในสวนของชาวตะวันตกนั้น สําเพ็งเปนสถานที่มิชชันนารีอเมริกัน เขามาตั้งหลักแหลงเพื่อ เผยแผศาสนาคริสตนิกายโปรเตสแตนตในเมืองไทย ตั้งแตเริ่มแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหลานภาลัย รัชกาลที่ ๒ โดยเขามาเชาบานแถววัดเกาะ สัมพันธวงศ ใกลตลาดสําเพ็ง ใชเปน ที่พักเพื่อเผยแพรศาสนา ตอมาเมื่อหมอบรัดเลยเขามาในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ นั่งเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๓ ก็ไดเขามาอยูในบานเชาดังกลาว และไดเปดที่พักเปน “โอสถศาลา” เพื่อแจกและขาย “ยาฝรั่ง” พรอมๆ กับเผยแผศาสนาไปดวย ตอมาก็ไดรับรักษาโรค ดวยวิธีการ แพทยแผนใหมตามแบบตะวันตก ปรากฏวา ลูกคาสวนใหญเปนคนจีน สวนการเผยแผศาสนาก็ได ผลบางในหมูคนจีนบริเวณนั้น ชาวจีนที่สําเพ็งอยูกันอยางแออัด สงผลใหเกิดความสกปรกรุงรัง โดย เฉพาะในบริเวณตอจากสะพานหันเขามาสําเพ็ง เดิมเปนถนนแคบๆ ปูดวยอิฐ สองฟากถนนเต็มไป ดวยโรงเรือน รานคาของคนจีนที่ปลูกกันอยางเบียดเสียด แออัด ทําดวยไมและรากไม จึงงายตอ การเกิดเพลิงไหมและลุกลาม ดังนั้น การตัดถนนในบริเวณดังกลาวนอกจากทําใหสะดวกแลวยัง ระงับเหตุรายเวลาเกิดเพลิงไหมอีกดวย 8_edit.indd 83 15/02/2013 14:08:00
๘๔ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ตอมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ ทรงเล็งเห็นวา สําเพ็ง นั้นเติบโตมากเกินไปแลว และยังเปนแหลงไมเจริญหูเจริญตา ฝรั่งหรือชาวตางชาติที่มาเห็นตางตําหนิ ติเตียน พระองคจึงมีรับสงใหสรางถนนตรงกลางสําเพ็ง เพื่อขยายชุมชนและยานการคาใหใหญโตมาก ยิ่งขึ้น ทําใหการคายานนี้สะดวกขึ้นอยางรวดเร็ว ถนนสายสําคัญที่แทบจะกลาวไดวาเปนถนนของคน จีน คือ ถนนสําเพ็ง ซึ่งเริ่มตนตั้งแตถนนจักรเพชร ตรงขามกับตรอกสะพานหัน ตอกับถนนพาหุรัด เกือบขนานกับถนนเยาวราช ผานถนนจักรวรรดิ และถนนราชวงศ จากนั้นขามถนนราชวงศไปทางใต จนถึงถนนโยธา ผานแขวงวัดสัมพันธวงศออกไปถนนทรงวาด ผานวัดปทุมคงคา ถนนสายนี้กวาง ประมาณ ๓ เมตร ยาว ๑,๙๕๐ เมตร รถแลนผานไปมาไมได ทั้งสองขางถนนเรียงรายไปดวยราน คาขาย ซึ่งลวนเปนของคนจีน พอคาที่สําเพ็งนอกจากคาขายในยานนี้แลวยังขายสงโดยติดตอกับพอคา หัวเมืองตางๆ อีกดวย สวนพอคาที่อื่นซึ่งสงสินคาจากตางประเทศ สวนใหญตองติดตอกับคนจีนใน สําเพ็งใหชวยรับสินคาสงออกไปจําหนายตออีกทอดหนึ่งในการขนสงสินคานั้น มักใชหาบกับรถเข็น สําเพ็งเปนศูนยการคาสําคัญของกรุงเทพฯ ที่ประชาชนสามารถซื้อสิ่งของไดตั้งแตของใชเล็กๆ นอยๆ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค เชน ถวย ชาม ภาชนะและของกินเกือบทุกชนิด เชน ผักผลไมสด ผลไมแหง ของดอง ยาจีน ผาแพรพรรณตางๆ ทองรูปพรรณ เครื่องใชไมสอยประเภทตางๆ เชน เครื่องใชทําดวย ไมลงนํ้ามัน เครื่องใชในการศึกษาเลาเรียน เครื่องมือทําจากเหล็ก เครื่องยนตเรือ เปนตน รวมทั้งสินคา ที่ไมอาจหาไดจากแหลงอื่น โดยเฉพาะสินคาที่มาจากเมืองจีน ดังนั้น บริเวณพื้นที่สําเพ็งที่เปรียบเหมือนเปนที่พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟาจุฬาโลกมหาราช จึงเปนยานชุมชนชาวจีนที่มีการขยายตัวทั้งดานชุมชนพื้นที่ และธุรกิจ อยางกวางขวาง ซึ่งยังคงรักษาวิถีชีวิตความเปนอยู ขนบธรรมเนียมแบบจีนไวไดมาก โรงเรียนเทพศิรินทร โรงเรียนเทพศิรินทร เปนโรงเรียนรัฐบาล และเปนโรงเรียนชายลวน สังกัดสํานักงานคณะ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู เลขที่ ๑๔๖๖ ถนนกรุงเกษม แขวงวัด เทพศิรินทราวาส เขตปอมปราบศัตรูพาย กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๔๑๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระชนมายุครบ เบญจเพส จึงมีพระราชดําริที่จะสรางพระอารามเพื่อทรงอุทิศพระราชกุศลถวายสนองพระเดช คุณแดองคพระราชชนนี คือ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ให สถาปนาวัดเทพศิรินทราวาสขึ้น โรงเรียนเทพศิรินทร ไดรับการสถาปนาจาก องคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ ดวยพระราชปรารภที่จะทํานุบํารุงการศึกษาเลาเรียนใหเจริญ แพรหลายขึ้นโดยรวดเร็วจึงทรงมีพระบรมราชโองการใหศึกษาสําหรับราษฎรขึ้น โดยพระเจานอง ยาเธอ พระองคเจาดิศวรกุมาร (กรมพระยาดํารงราชานุภาพ) ไดจัดตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมบาลี ขึ้น ภายในวัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งในชวงแรกของการจัดตั้งโรงเรียนนั้น โรงเรียนเทพศิรินทรไดอาศัย ศาลาการเปรียญภายในวัดเทพศิรินทราวาสเปนที่ทําการเรียนการสอน 8_edit.indd 84 15/02/2013 14:08:02
๘๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๓๘ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาภาณุรังสีสวางวงศ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ วรเดช ทรงดําริที่จะสรางตึกเรียนสําหรับวัดเทพศิรินทราวาสขึ้น เพื่ออุทิศพระกุศล สนองพระเดช พระคุณแหงองคสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระชนนี และเพื่ออุทิศพระกุศลแก หมอมแมน ภาณุพันธุ ณ อยุธยา ชายาของพระองค ตึกเรียนหลังแรกนี้ไดรับการออกแบบใหมีศิลปะเปนแบบ โกธิคซึ่งถือวาเปนอาคารศิลปะโกธิคยุคแรกและมีที่เดียวในประเทศไทย โดยสมเด็จพระเจาวรวงศ เธอ เจาฟานริศรานุวัดติวงศ เปนผูออกแบบในการนี้ พระยาโชฏึกราชเศรษฐีไดบริจาคทุนทรัพยเพื่อ สรางตึกอาคารเรียนขึ้นดานขางของตึกเรียนหลังแรกอีกดวยป พ.ศ. ๒๔๔๕ ตึกเรียนหลังแรกของ โรงเรียนไดสรางเสร็จและไดทําพิธีเปดการเรียนการสอน ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๕ ดวยพระ มหากรุณาธิคุณแหงองคพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดพระราชทานนามตึกเรียนหลัง นี้วา ตึกแมนนฤมิตร และไดพระราชทานนามโรงเรียนวา “เทพศิรินทร” อีกทั้งยังทรงมีพระราชดําริ ใหยายโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มายังตึกแมนนฤมิตรอีกดวย เพื่อรอการกกอสรางตึกอาคาร เรียนที่โรงเรียนนั้น ตึกเรียนหลังที่สามของโรงเรียนเทพศิรินทรนั้น เกิดขึ้นในป พ.ศ. ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว พระราชทานทรัพยซึ่งเปนมรดกของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟา เยาวมาลยนฤมลกรมขุนสวรรคโลกลักษณวดี ใหกระทรวงศึกษาธิการจัดสรางตึกแมนนฤมิตรโดย ตึกเรียนหลังนี้ยังคงศิลปะโกธิค ซึ่งถือเปนสัญลักษณอยางหนึ่งของโรงเรียนเทพศิรินทร อาคารเรียน หลังนี้สรางเสร็จในปถัดมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนาม วา เยาวมาลยอุทิศ ทรงเปนผูติดตอให สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟามาลินีนพดารา กรมขุน ศรีสัชนาลัยสุรกัญญาและสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟานิภานภดล กรมขุนอูทองเขตขัตตินารี ไดทรงรวมกันบริจาค โรงเรียนเทพศิรินทร 8_edit.indd 85 15/02/2013 14:08:05
๘๖ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๗๔ โรงเรียนเทพศิรินทรไดเปดใชอาคารเรียนอีกหลังหนึ่งคือ ตึกปยราชบพิตร ปดิวรัดา ตึกนี้เกิดขึ้นจากที่ นายพลเอก สมเด็จพระเจาวรวงศเธอเจาฟายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรี ราเมศวร ไดทรงใหสรางขึ้น เพื่อเปนการอุทิศพระกุศลถวาย แดพระวิมาดาเธอ พระองคเจาสาย สวลีภิรมย กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปยมหาราชปดิวรัดา พระมารดาของพระองค ตึกเรียนอยูติดกัน กับตึกเยาวมาลยอุทิศ โดยตึกหลังนี้ก็ยังคงไวซึ่งศิลปะโกธิคเชนกัน พ.ศ. ๒๔๗๕ โรงเรียนเทพศิรินทร ไดรับเกียรติยศอันสูงสุดที่พระองคเจาอานันทมหิดลทรง เขารับการศึกษา หลังจากนั้นอีกเพียง ๒ ป พระองคเจาอานันทมหิดลไดเสด็จเถลิงถวัลยครองสิริ ราชสมบัติเปนพระมหากษัตริย องคที่ ๘ แหงราชวงศจักรี พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดลทรงมีความผูกพันกับโรงเรียนเทพศิรินทรมาโดย ตลอด ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณลนเกลาลนกระหมอมแกโรงเรียนเทพศิรินทร สมาคมนักเรียนเกา โรงเรียนเทพศิรินทร รวมทั้งนักเรียนปจจุบันของโรงเรียนเทพศิรินทร (ลูกแมรําเพย) ทุกคน ดวยเหตุที่โรงเรียนเทพศิรินทรตั้งอยูใกลสถานีรถไฟหัวลําโพง เปนเหตุใหโรงเรียนไมสามารถ หนีจากหายนะของสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ได โดยเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ ตึกแมนนฤมิตร และ ตึกโชฎึกเลาหเศรษฐี ซึ่งเปนตึกเรียนสองหลังแรกของโรงเรียนไดรับภัยทางอากาศจากการ ทิ้งระเบิด ทําใหไมสามารถใชทําการเรียนการสอนไดอีก ตลอดทั้งอาคารเรียนอีกหลายๆ หลังก็ได รับความเสียหายพอสมควร ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ วัดเทพศิรินทราวาส และสมาคมนักเรียน เกาโรงเรียนเทพศิรินทร ไดรวมกันสรางอาคารหลังใหมขึ้นมาทดแทนโดยคงศิลปะโกธิคอยูเชนเดิม อาคารหลังใหมนี้ไดรับการขนานนามวา ตึกแมนศึกษาสถาน โรงเรียนเทพศิรินทรมีการพัฒนาไปอยางรวดเร็ว เปนเหตุใหตองมีการขยายหองเรียนชั้น จน ในป พ.ศ. ๒๕๑๓ โรงเรียนเทพศิรินทรรวมกับสมาคมนักเรียนเทพศิรินทร ไดขออนุญาตวัดเทพศิริน ทราวาส ใชอาคารของวัดหลังหนึ่งสําหรับเปนที่ทําการเรียนการสอน อาคารหลังนั้นมีชื่อวา ตึกนิภา นภดล โดยอาคารนี้ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟานิภานภดล กรมขุนอูทองเขตขัตตินารี ได สรางขึ้นถวายแกวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อสรางโรงเรียนพระปริยัติธรรม สําหรับพระภิกษุสามเณร อยางไรก็ตาม ดวยการพัฒนาโรงเรียนเทพศิรินทรอยางรวดเร็ว ทําใหจํานวนหองเรียนไม เพียงพอ จึงทําใหตองมีการสรางตึกเรียนขึ้นมาใหม โรงเรียนตองรื้อถอนตึกเรียนเดิม ๒ หลัง คือ ตึกเยาวมาลยอุทิศ และ ตึกปยราชบพิตรปดิวรัดา สําหรับตึกใหมที่สรางขึ้นทดแทนเปนอาคาร เรียน ๖ ชั้น โดยใหชื่อวา ตึกเยาวมาลยอุทิศปยราชบพิตรปดิวรัดา ตามตึกเรียนสองหลังเดิม ซึ่ง ในครั้งนั้นสมเด็จพระเจาภคินีเธอ เจาฟาเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เสด็จพระดําเนินมา ในการวางศิลาฤกษ โรงเรียนเทพศิรินทร ไดเติบโตขึ้นเปนลําดับ จํานวนนักเรียนมากขึ้นทุกป จึงไดมีการสราง อาคารเรียนเพิ่มเติมอีก คือ อาคาร ๑๐๐ ป เทพศิรินทร อาคารรัชมังคลาภิเษก ๒๕๓๑ และ อาคาร เทิดพระเกียรติ 8_edit.indd 86 15/02/2013 14:08:06
๘๗ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) บรรณานุกรม กมล มโนชญากร, รองอํามาตยตรี. จดหมายเหตุเสด็จพระราชดําเนินมณฑลฝายเหนือ พ.ศ. ๒๔๖๔. พระนคร : โรงพิมพ โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๗๔. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, แนวพระราชดําริเการัชกาล. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๘. ประวัติศาสตร, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๑. กระทรวงศึกษาธิการ, ๑๑๑ ป กระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๔๖. ประวัติศาสตร, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๑ . เจดียสําคัญในเมืองไทย, พิมพครั้งที่ ๗, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๓๙. เลียบวัดใกลวัง, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๔๒. สังคมศึกษา, กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๑. เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป, ๒๕๒๕. กรมศิลปกร,คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป จดหมายเหตุการณอนุรักษกรุงรัตนโกสินทร, กรุงเทพฯ : สหประชาพาณิชย, ๒๕๒๕. พระมหากษัตริยในพระบรมราชจักกรีวงศกับประชาชน, กรุงเทพฯ : ชวนการพิมพ, ๒๕๒๕. กรมศิลปากร, งานพระเมรุมาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร, โดย นายยิ้ม ปณทยางกูร และคนอื่นๆ, กรุงเทพฯ : อมรินทรการ พิมพ ๒๕๒๘. กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ ๒๕/๑๘๙ เรื่อง รายงานการทรงพระอักษรและการสงสวนพระองคสมเด็จพระเจาอยูหัว ณ ตางประเทศ. ที่ ๑๗ ก/๑๘๙ เบ็ดเสร็จเรื่องการเสด็จฯ กลับพระนคร พ.ศ. ๒๔๘๘. “เการัชกาลในจักรีบรมมหาราชวงศ”, วงวรรณคดี (เมษายน ๒๔๙๐). คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป, พระมหากษัตริยในพระบรมราชจักรีวงศกับประชาชน. กรุงเทพฯ : ชวนการพิมพ, ๒๕๒๕. ชัยอนันต สมุทรวาณิช และคณะ, ขอมูลพื้นฐานกึ่งศตวรรษแหงการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย. กรุงเทพ มหานคร : เจาพระยาการพิมพ, ๒๕๒๕. ณัฐวุฒิ สุทธิสงคราม และประยุทธ สิทธิพันธ, ในหลวงอานันท. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพสยาม, ๒๕๒๒. ดวงพร ทีปะปาล, พระราชประวัติ ๑๐ มหาราชของไทย. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพอํานวยสาสน, ๒๕๒๔. ดนัย ไชยโยธา, รศ. (บรรณาธการ), ๕๓ มหากษัตริยไทย ธ ทรง ครองใจไทยทั้งชาติ, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๔๓. ประวัติศาสตรไทย : ยุคธนบุรีถึงกรุงรัตนโกสินทร, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๔๖. ดํารงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยา, ถึงหญิงใหญ. พระนคร : สํานักพิมพสมาคมสังคมศาสตรแหง ประเทศไทย ๒๕๐๘. ทองตอ กลวยไม ณ อยุธยา, พระบรมราชจักรีวงศ กับกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ : สหมิตรพริ้นติ้ง, ๒๕๓๙. เทพชู ทับทอง, กรุงเทพฯ ในอดีต. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ, ๒๕๔๐. ทัพบก, กอง. พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวกับกองทัพไทยในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ, กรุงเทพฯ : โอ. เอส. พริ้นติ้ง, ๒๕๔๒. ธานินทร กรัยวิเชียร, พระมหากษัตริยไทยในระบอบประชาธิปไตย, พิมพครั้งที่ ๓ , กรุงเทพฯ คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๓๐. 8_edit.indd 87 15/02/2013 14:08:08
๘๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ธนากิต, พระราชประวัติ ๙ รัชกาล และพระบรมราชินี. กรุงเทพฯ : สุวรียาสาสน, ๒๕๔๒. ธีรชัย ธนาเศรฐ, ปฐมกาลแหงกรุงรัตนโกสินทร. ธนบรรณ, ๒๕๓๖. นคร พันธณรงค, ประวัติศาสตรไทยสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร. พิมครั้งที่ ๒, กรุงเทพฯ : พิฆเนศร, ๒๕๑๖. ประยุทธ สิทธ.สามวัง. กรุงเทพมหานคร : ปริทัศนศาสตร, ๒๕๑๙. ประกอบ โชประการ ประยุทธ สิทธิพันธ และสมบูรณ คนฉลาด, ๙ พระมหากษัตริยไทยครองกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป, กรุงเทพฯ : กรุงเทพฯ รวมขาว, ๒๕๒๕. ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว. “เมื่อขาพเจาจากสยามมาสูสวิตเซอรแลนด”. วงวรรณคดี (สิงหาคม ๒๔๙๐). พรภิรมณ (เจียมธรรม) เชียงกูล, ประวัติศาสตรไทยสมัยใหม เลม ๑. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร, ๒๕๓๕. พระบริหารเทพธานี, ประวัติชาติไทย เลม ๒. กรุงเทพมหานคร : อมรการพิมพ. ๑๕๑๗. พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ, อานันทมหิดล ยุวกษัตริยแหงราชวงศจักรี. กรุงเทพฯ : บันทึกสยาม, ๒๕๕๐. พิมาน แจมจรัส, ราชวลี. กรุงเทพมหานคร : สํานักพิมพผานฟาพิทยา, ๒๕๐๙. โพธิ์ แซมลําเจียวก. ๙ มหาราชของไทย (พิมพครั้งที่ ๔), พระนคร : ธรรมบรรณาคาร ๒๕๑๕. เพลิง ภูผา, บุรุษแกรงปรีดี พนมยงค. กรุงเทพมหานคร : วันนะ, ๒๕๔๑. พีระพงษ สิทธิอมร, ดร. และคณะ, ประวัติศาสตรการเมืองไทย.กรุงเทพฯ : ซี แอนด เอ็น, ๒๕๔๙. วารี อัมไพวรรณ, พระราชประวัติพระมหากษัตริยและพระบรมราชินีแหงราชวงศจักรี. กรุงเทพฯ : ภัทรินทร , ๒๕๔๑. ศิริวรรณ คุมโห, พระราชประวัติพระมหากษัตริย ๙ รัชกาล. กรุงเทพฯ : เดอะบุคส, ม.ป.ป. สมบัติ จําปาเงิน, รัชกาลที่ ๘ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล. กรุงเทพฯ : ๒๐๒๐ เวิลดมีเดีย, ๒๕๔๒. สมพงษ เกษฒศิน, การปกครองของไทย.กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, ๒๔๑๘. สรรใจ แสงวิเชียร และ วิมลพรรณ ปตธวัชชัย. กรรณีสวรรคต ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙. พิมพครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ : แหลงพิมพ เรือใบ, ๒๕๑๗. สุขุม นวลสกุล และคณะ, การเมืองและการปกครองไทย. กรุงเทพฯ : มหวิทยาลัยรามคําแหง, ๒๕๒๕. สุภา พื้นนาค, พระราชประวัติ ๙ รัชกาล. พิมพครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ : อักษรวัฒนา, ๒๕๔๒. สิริ เปรมจิตต, จิตตสะอาด ศรียงค, พระบรมราชจักรีวงศ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพเสาวภาค, ๒๕๑๔. แสงเทียน ศรัทธาไทย, ร. ๘ ยุวกษัตริยรัตนโกสินทร. กรุงเทพฯ : พิมพครั้งที่ ๒, รมฟาสยาม, ม.ป.ป. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ, ๙ แผนดินของการปฏิรูประบบราชการ, กรุงเทพฯ : มปท, ๒๕๔๙. สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ, พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริยในราชวงศจักรี. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๓๗. องคการคาของคุรุสภา, หนังสือชุดภาพกรุงรัตนโกสินทรสองรอยป. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว, ๒๕๒๕. อุดม ประมวลวิทย, ๕๐ กษัตริยไทย.กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร, ๒๕๑๗. อุดม เชยกีวงศ, พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช. (รัชกาลที่ ๙) กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๙ อุดม เชยกีวงศ, การเมืองในประวัติศาสตรไทย. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ, ๒๔๑๗ อุดม เชยกีวงศ, ประวัติศาสตรไทยจากครูแสตมป. กรุงเทพ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๖. อุดม เชยกีวงศ, และคณะ, ประวัติศาสตรของไทย. กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๔๘. อุดม เชยกีวงศ, อนุสาวรีย วัด สะพาน คลอง ถนน. กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๔๙. อุดม เชยกีวงศ, พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ ๘). กรุงเทพฯ : ภูมิปญญา, ๒๕๕๐. 8_edit.indd 88 15/02/2013 14:08:10