The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักศึกษา 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือนักศึกษา 2566

คู่มือนักศึกษา 2566

Keywords: คู่มือนักศึกษา 2566

ปที่ 2 ภาคเรียนที่2 (เรียนในสถานประกอบการ) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4121-2402 การออกแบบและการเขียนแบบดวยคอมพิวเตอร 3(0-9-0) 24-4121–2408 การสํารวจเพื่องานโยธาชั้นสูง 3(0-9-0) 24-4121-2601 การฝกประสบการณวิชาชีพเทคโนโลยีโยธา 3(0-9-0) 24-4121-3002 เทคโนโลยีการกอสราง 3(0-9-0) รวม 5 ภาคเรียน 75(34-106-85) สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 95


วิทยาเขต/คณะ/ภาควิชา วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี 1. รหัสและชื่อหลักสูตร ภาษาไทย: หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ตอเนื่อง) ภาษาอังกฤษ: Bachelor of Technology Program in Information Technology (Continuing Program) 2. ชื่อปริญญาและสาขาวิชา ชื่อเต็ม (ไทย) : เทคโนโลยีบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศ) ชื่อยอ (ไทย) : ทล.บ. (เทคโนโลยีสารสนเทศ) ชื่อเต็ม (อังกฤษ) : Bachelor of Technology (Information Technology) ชื่อยอ (อังกฤษ) : B.Tech. (Information Technology) 3. จํานวนหนวยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร ไมนอยกวา 75 หนวยกิต 4. ชื่อ ตําแหนง และคุณวุฒิการศึกษาของอาจารยผูรับผิดชอบหลักสูตร ลําดับ ที่ ชื่อ-สกุล ตําแหนง วิชาการ คุณวุฒิการศึกษา สําเร็จการศึกษา 1 นายมาโนชญ แกวกา อาจารย ค.อ.ม.คอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ค.บ.คอมพิวเตอรศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2 นางสาววรัท วรรณเกษมสุข อาจารย ค.อ.ม.คอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ วท.บ.วิทยาการคอมพิวเตอร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี มหาวิทยาลัยศรีปทุม 3 นายคชา โกศิลา อาจารย ค.อ.ม.คอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ค.บ.คอมพิวเตอรศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 4 นายประจิตร เลขตะระโก อาจารย วท.ม. เทคโนโลยีสารสนเทศ คอ.บ. วิศวกรรมไฟฟา มหาวิทยาลัยขอนแกน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทเวศร 5 นางบังอร เลขตะระโก อาจารย วท.ม. เทคโนโลยีสารสนเทศ คอ.บ. วิศวกรรมไฟฟา หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ตอเนื่อง) (หลักสูตรใหม พ.ศ. 2562) มหาวิทยาลัยขอนแกน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทเวศร 96 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


แผนการเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 (ผูจบ ปวส. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ) ปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1101 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการนําเสนอ 3(2-2-5) 24-4000-1201 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการเรียนรู 3(2-2-5) 24-4000 -2201 สถิติเพื่อการวิจัยเบื้องตน 3(2-2-5) 24-4000-2301 เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร 3(2-2-5) 24-4000-2308 งานเทคโนโลยีพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและวัสดุอุตสาหกรรม 3(2-2-5) 24-4901-2401 การพัฒนาโปรแกรมประยุกตเพื่องานโลจิสติกส 3(2-2-5) 24-4901-2408 การออกแบบกราฟกคอมพิวเตอร 3(2-2-5) ปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1202 ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรูในชีวิตจริง 3(2-2-5) 24-4000-1301 ทักษะการเรียนรูและการจัดการความรู 3(2-2-5) 24-4000-2101 วิทยาศาสตรเทคโนโลยีประยุกต 3(2-2-5) 24-4000-2302 การบริหารจัดการอุตสาหกรรมและการฝกอบรม 3(2-2-5) 24-4000-2310 ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ 3(2-2-5) 24-4901-2405 การเขียนโปรแกรมประยุกตบนอุปกรณเคลื่อนที่ 3(2-2-5) 24-4901-2406 การเขียนโปรแกรมประยุกตบนเว็บ 3(2-2-5) ปที่ 1 ภาคเรียน ฤดูรอน (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1402 การแกปญหาดวยนวัตกรรม 3(2-2-5) 24-4000-1603 ผูประกอบการรุนใหม 3(2-2-5) 24-4901-2501 โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ 1 3(2-2-5) ปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 (เรียนในสถานประกอบการ) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4901-2403 การสื่อสารขอมูลและเครือขาย 3(0-9-0) 24-4901-2404 เทคโนโลยีมัลติมีเดีย 3(0-9-0) 24-4901-2407 เทคโนโลยีเว็บ 3(0-9-0) 24-4901-2502 โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 3(0-9-0) ปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 (เรียนในสถานประกอบการ) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4901-2402 การประยุกตปญหาและจุดเสียของระบบเครือขาย 3(0-9-0) 24-4901-3004 การปฏิบัติการคอมพิวเตอรแบบคลาวด 3(0-9-0) 24-4901-3005 เทคโนโลยีสารสนเทศในงานโลจิสติกส 3(0-9-0) 24-4901-2601 การติดตั้งและบริหารเครือขาย 3(0-9-0) รวม 5 ภาคเรียน 75(34-106-85) สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 97


แผนการเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 (ผูจบ ปวส. สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร) ปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1101 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการนําเสนอ 3(2-2-5) 24-4000-1201 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการเรียนรู 3(2-2-5) 24-4000 -2201 สถิติเพื่อการวิจัยเบื้องตน 3(2-2-5) 24-4000-2301 เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร 3(2-2-5) 24-4000-2308 งานเทคโนโลยีพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและวัสดุอุตสาหกรรม 3(2-2-5) 24-4901-2401 การพัฒนาโปรแกรมประยุกตเพื่องานโลจิสติกส 3(2-2-5) 24-4901-2408 การออกแบบกราฟกคอมพิวเตอร 3(2-2-5) 24-3901-2001 โครงสรางขอมูลและอัลกอริทึม (รายวิชาปรับพื้นไมนับหนวยกิต) 3(1-4-3) ปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1202 ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรูในชีวิตจริง 3(2-2-5) 24-4000-1301 ทักษะการเรียนรูและการจัดการความรู 3(2-2-5) 24-4000-2101 วิทยาศาสตรเทคโนโลยีประยุกต 3(2-2-5) 24-4000-2302 การบริหารจัดการอุตสาหกรรมและการฝกอบรม 3(2-2-5) 24-4000-2310 ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ 3(2-2-5) 24-4901-2405 การเขียนโปรแกรมประยุกตบนอุปกรณเคลื่อนที่ 3(2-2-5) 24-4901-2406 การเขียนโปรแกรมประยุกตบนเว็บ 3(2-2-5) 24-3901-2003 การพัฒนาระบบฐานขอมูล (รายวิชาปรับพื้นไมนับหนวยกิต) 3(1-4-3) ปที่ 1 ภาคเรียน ฤดูรอน (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1402 การแกปญหาดวยนวัตกรรม 3(2-2-5) 24-4000-1603 ผูประกอบการรุนใหม 3(2-2-5) 24-4901-2501 โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ 1 3(2-2-5) ปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 (เรียนในสถานประกอบการ) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4901-2403 การสื่อสารขอมูลและเครือขาย 3(0-9-0) 24-4901-2404 เทคโนโลยีมัลติมีเดีย 3(0-9-0) 24-4901-2407 เทคโนโลยีเว็บ 3(0-9-0) 24-4901-2502 โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 3(0-9-0) ปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 (เรียนในสถานประกอบการ) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4901-2402 การประยุกตปญหาและจุดเสียของระบบเครือขาย 3(0-9-0) 24-4901-3004 การปฏิบัติการคอมพิวเตอรแบบคลาวด 3(0-9-0) 24-4901-3005 เทคโนโลยีสารสนเทศในงานโลจิสติกส 3(0-9-0) 24-4901-2601 การติดตั้งและบริหารเครือขาย 3(0-9-0) รวม 5 ภาคเรียน 75(34-106-85) 98 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


แผนการเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกอุดรธานี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 (ผูจบ ปวส. สาขาวิชาคอมพิวเตอรธุรกิจ) ปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1101 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและการนําเสนอ 3(2-2-5) 24-4000-1201 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและทักษะการเรียนรู 3(2-2-5) 24-4000 -2201 สถิติเพื่อการวิจัยเบื้องตน 3(2-2-5) 24-4000-2301 เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร 3(2-2-5) 24-4000-2308 งานเทคโนโลยีพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและวัสดุอุตสาหกรรม 3(2-2-5) 24-4901-2401 การพัฒนาโปรแกรมประยุกตเพื่องานโลจิสติกส 3(2-2-5) 24-4901-2408 การออกแบบกราฟกคอมพิวเตอร 3(2-2-5) 24-3901-1001 การโปรแกรมคอมพิวเตอรเชิงโครงสราง (รายวิชาปรับพื้นไมนับหนวยกิต) 3(1-4-3) 24-3901-1003 ระบบฐานขอมูลและการออกแบบ (รายวิชาปรับพื้นไมนับหนวยกิต) 3(1-4-3) ปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1202 ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรูในชีวิตจริง 3(2-2-5) 24-4000-1301 ทักษะการเรียนรูและการจัดการความรู 3(2-2-5) 24-4000-2101 วิทยาศาสตรเทคโนโลยีประยุกต 3(2-2-5) 24-4000-2302 การบริหารจัดการอุตสาหกรรมและการฝกอบรม 3(2-2-5) 24-4000-2310 ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ 3(2-2-5) 24-4901-2405 การเขียนโปรแกรมประยุกตบนอุปกรณเคลื่อนที่ 3(2-2-5) 24-4901-2406 การเขียนโปรแกรมประยุกตบนเว็บ 3(2-2-5) 24-3901-2001 โครงสรางขอมูลและอัลกอริทึม (รายวิชาปรับพื้นไมนับหนวยกิต) 3(1-4-3) 24-3901-2005 การโปรแกรมเชิงวัตถุดวยเทคโนโลยีจาวา (รายวิชาปรับพื้นไมนับหนวยกิต) 3(1-4-3) ปที่ 1 ภาคเรียน ฤดูรอน (เรียนในสถานศึกษา) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4000-1402 การแกปญหาดวยนวัตกรรม 3(2-2-5) 24-4000-1603 ผูประกอบการรุนใหม 3(2-2-5) 24-4901-2501 โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ 1 3(2-2-5) ปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 (เรียนในสถานประกอบการ) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4901-2403 การสื่อสารขอมูลและเครือขาย 3(0-9-0) 24-4901-2404 เทคโนโลยีมัลติมีเดีย 3(0-9-0) 24-4901-2407 เทคโนโลยีเว็บ 3(0-9-0) 24-4901-2502 โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 3(0-9-0) สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 99


ปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 (เรียนในสถานประกอบการ) รหัสวิชา ชื่อวิชา นก.(ท-ป-ศ) 24-4901-2402 การประยุกตปญหาและจุดเสียของระบบเครือขาย 3(0-9-0) 24-4901-3004 การปฏิบัติการคอมพิวเตอรแบบคลาวด 3(0-9-0) 24-4901-3005 เทคโนโลยีสารสนเทศในงานโลจิสติกส 3(0-9-0) 24-4901-2601 การติดตั้งและบริหารเครือขาย 3(0-9-0) รวม 5 ภาคเรียน 75(34-106-85) 100 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๑ ราชกิจจานุเบกษา พระราชบัญญัติ การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันท ี่ ๒๖ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๕๑ เปนปที่ ๖๓ ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด ็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศวา โดยที่เป นการสมควรมีกฎหมายวาด  วยการอาชีวศึกษา พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติให กระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ให ตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแหงชาติ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติการอาชีวศกษาึ พ.ศ. ๒๕๕๑” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับต ั้ งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป นต นไป สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 101


หนา ๒ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้ไมใชบังคับกับการจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ ซึ่งดําเนินการโดยหนวยงานของรัฐตามกฎหมายอื่น มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “การอาชีวศึกษา” หมายความวา กระบวนการศึกษาเพ ื่ อผลิตและพัฒนากําลังคนในด าน วิชาชีพระดับฝมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี “การฝกอบรมวิชาชีพ” หมายความวา การเพ ิ่ มพูนความรูและการฝกทักษะอาชีพระยะส ั้ นหรือ ระยะยาว ทั้งในและนอกสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งจัดข ึ้นเปนโครงการ หรือสําหรับกลุมเปาหมายเฉพาะภายใต หลักสูตรท ี่ คณะกรรมการการอาชีวศึกษากําหนด “สถาบัน” หมายความวา สถาบันการอาชีวศึกษาของรัฐที่จัดต ั้ งข ึ้ นเพ ื่ อดําเนินการจัดการ อาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ “สถานประกอบการ” หมายความวา สถานประกอบการที่รวมมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันการอาชีวศึกษาในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพ ื่ อจัดการอาชีวศึกษาและ การฝกอบรมวิชาชีพ ทั้งน ี้ ตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากําหนด “มาตรฐานการอาชีวศึกษา” หมายความวา ขอกําหนดเก ี่ ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพและ มาตรฐานในการจัดการอาชีวศึกษาที่พึงประสงค เพ ื่อใชเป นเกณฑในการสงเสริม การกํากับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา “กองทุน” หมายความวา กองทุนเพ ื่ อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ “คณะกรรมการการอาชีวศึกษา” หมายความวา คณะกรรมการการอาชีวศึกษาตามกฎหมาย วาด  วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมี อํานาจออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เม ื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล วใหใชบังคับได 102 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๓ ราชกิจจานุเบกษา หมวด ๑ บทท ั่วไป มาตรา ๖ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพต องเป นการจัดการศึกษาในด าน วิชาชีพท ี่ สอดคล องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติและแผนการศึกษาแหงชาติ เพ ื่ อผลิตและ พัฒนากําลังคนในด านวิชาชีพระดับฝมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี รวมท ั้งเป นการยกระดับ การศึกษาวิชาชีพใหสูงข ึ้ นเพ ื่อใหสอดคล องกับความต  องการของตลาดแรงงาน โดยนําความรูในทาง ทฤษฎีอันเป นสากลและภูมิปญญาไทยมาพัฒนาผูรับการศึกษาใหมีความรูความสามารถในทางปฏิบัติ และมีสมรรถนะจนสามารถนําไปประกอบอาชีพในลักษณะผูปฏิบัติหรือประกอบอาชีพโดยอิสระได มาตรา ๗ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพใหจัดไดในสถานศึกษา อาชีวศึกษาและสถาบันตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๘ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพใหจัดได โดยรูปแบบ ดังตอไปนี้ (๑) การศึกษาในระบบ เป นการจัดการศึกษาวิชาชีพท ี่ เน นการศึกษาในสถานศึกษา อาชีวศึกษาหรือสถาบันเป นหลัก โดยมีการกําหนดจุดมุงหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลท ี่เป นเง ื่อนไขของการสําเร ็ จการศึกษาท ี่ แนนอน (๒) การศึกษานอกระบบ เป นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุนในการกําหนด จุดมุงหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลท ี่เป นเง ื่อนไขของการสําเร็จ การศึกษา โดยเนื้ อหาและหลักสูตรจะต  องมีความเหมาะสมและสอดคล องกับสภาพปญหาและ ความต  องการของบุคคลแตละกลุม (๓) การศึกษาระบบทวิภาคี เป นการจัดการศึกษาวิชาชีพท ี่ เกิดจากข  อตกลงระหวาง สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหนวยงานของรัฐ ในเรื่ อง การจัดหลักสูตร การเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล โดยผูเรียนใชเวลาสวนหน ึ่งใน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหนวยงานของรัฐ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 103


หนา ๔ ราชกิจจานุเบกษา เพ ื่อประโยชนในการผลิตและพัฒนากําลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถจัด การศึกษาตามวรรคหน ึ่งในหลายรูปแบบรวมกันก ็ได ทั้งน ี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันน ั้ นต  อง มุงเน  นการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป นสําคัญ มาตรา ๙ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ และ มาตรา ๘ ใหจัดตามหลักสูตรท ี่ คณะกรรมการการอาชีวศึกษากําหนด ดังตอไปนี้ (๑) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (๒) ประกาศนียบัตรวิชาชีพช ั้ นสูง (๓) ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจกําหนดหลักสูตรที่จัดข ึ้ นเพ ื่ อความรู หรือทักษะในการ ประกอบอาชีพหรือการศึกษาตอ ซึ่งจัดข ึ้นเปนโครงการหรือสําหรับกลุมเปาหมายเฉพาะได มาตรา ๑๐ เพ ื่อให บรรลุวัตถุประสงคตามมาตรา ๖ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรม วิชาชีพต  องคํานึงถึง (๑) การมีเอกภาพด านนโยบายและมีความหลากหลายในทางปฏิบัติโดยมีการกระจายอํานาจ จากสวนกลางไปสูสถานศึกษาอาชีวศึกษาและสถาบัน (๒) การศึกษาในด านวิชาชีพสําหรับประชาชนวัยเรียนและวัยทํางานตามความถนัดและ ความสนใจอยางท ั่ วถึงและตอเน ื่ องจนถึงระดับปริญญาตรี (๓) การมีสวนรวมของชุมชน สังคม และสถานประกอบการในการกําหนดนโยบาย การผลิตและพัฒนากําลังคน รวมท ั้ งการกําหนดมาตรฐานการอาชีวศึกษา (๔) การศึกษาที่มีความยืดหยุน หลากหลาย และมีระบบเทียบโอนผลการเรียนและระบบ เทียบประสบการณการทํางานของบุคคลเพ ื่ อเข  ารับการศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพอยางตอเน ื่ อง (๕) การมีระบบจูงใจใหสถานประกอบการมีสวนรวมในการจัดการอาชีวศึกษาและ การฝกอบรมวิชาชีพ (๖) การระดมทรัพยากรท ั้ งจากภาครัฐและเอกชนในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรม วิชาชีพ โดยคํานึงถึงการประสานประโยชนอยางท ั่ วถึงและเป นธรรม (๗) การมีระบบการพัฒนาครูและคณาจารยของการอาชีวศึกษาอยางตอเน ื่ อง เพ ื่อใหทันตอ ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 104 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๕ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๑ นอกจากอํานาจหน  าท ี่ ตามกฎหมายวาด วยการศึกษาแหงชาติและกฎหมายวาด  วย ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ให คณะกรรมการการอาชีวศึกษามีอํานาจหน  าท ี่ ดังตอไปนี้ (๑) พิจารณาเสนอแนะนโยบาย เป าหมายการผลิตและแผนการพัฒนากําลังคนด  านวิชาชีพ ตอรัฐมนตรี (๒) กําหนดหลักเกณฑการจัดตั้ง การรวม และการแยกสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน ตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ (๓) กําหนดหลักเกณฑในการรับเข าสมทบ การยกเลิกการสมทบ และการควบคุมดูแล สถานศึกษาอ ื่ นหรือสถานประกอบการ (๔) กําหนดหลักเกณฑเก ี่ ยวกับลักษณะของสถานประกอบการที่ จะเข  ารวมจัดการ อาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ หลักสูตรการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพในสถาน ประกอบการ ตลอดจนหลักเกณฑการฝกงาน และการเทียบโอนผลการเรียนหรือประสบการณทํางาน ในสถานประกอบการ เพ ื่ อขอรับคุณวุฒิการศึกษาจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน (๕) กําหนดหลักเกณฑเก ี่ ยวกับการกํากับดูแลและการให การรับรองมาตรฐานสถานศึกษา อาชีวศึกษา สถาบัน และสถานประกอบการใหสอดคล องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และแผนการศึกษาแหงชาติ (๖) กําหนดหลักเกณฑและเง ื่อนไขเกี่ ยวกับการไดรับสิทธิประโยชนและการเชิดชูเกียรติแก สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ หรือองคกรอื่น ตลอดจนการสงเสริมความรวมมือในการจัดการ อาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพระหวางสถานศึกษาอาชีวศึกษา สถาบัน และสถานประกอบการ (๗) กําหนดหลักเกณฑในการแตงตั้ง การทดสอบ การฝกอบรมและการออกใบรับรอง การเป นครูฝกในสถานประกอบการตามมาตรา ๕๕ (๘) เสนอแนะเก ี่ ยวกับการจัดสรรงบประมาณและการกําหนดนโยบายในการระดมทุน ทรัพยากร รายได หรือการจัดต ั้ งกองทุนอนต ื่ อรัฐมนตรี (๙) สงเสริม สนับสนุน กํากับ และดูแลระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา อาชีวศึกษา สถาบันหรือสถานประกอบการเพื่ อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 105


หนา ๖ ราชกิจจานุเบกษา (๑๐) แตงต ั้ งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลหน ึ่ งบุคคลใดเพื่ อกระทําการใด อันอยูในอํานาจหน  าท ี่ ของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (๑๑) ออกข  อบังคับ ระเบียบ และประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพ ื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ (๑๒) ปฏิบัติการอ ื่ นตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย หมวด ๒ สถานศึกษาอาชีวศึกษา มาตรา ๑๒ เพ ื่อประโยชนในการพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพเฉพาะด  าน หากสถานศึกษาอาชีวศึกษาแหงใดมีความเช ี่ ยวชาญหรือมีประสบการณเฉพาะด านในสาขาวิชาชีพ ให คณะกรรมการการอาชีวศึกษาสงเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาอาชีวศึกษาน ั้ นเพ ื่อใหสามารถ จัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพได อยางตอเน ื่ อง และไดรับการพัฒนาใหทันตอการ เปลี่ ยนแปลงของเทคโนโลยี หมวด ๓ สถาบันการอาชีวศึกษา สวนท ี่ ๑ การจัดตั้ง มาตรา ๑๓ สถานศึกษาอาชีวศึกษาสามารถรวมกันเป นสถาบันได การรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพ ื่ อจัดต ั้งเป นสถาบันให กระทําไดโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคํานึงถึงการประสานความรวมมือให เกิดประโยชนสูงสุดในการใช ทรัพยากรรวมกัน ทั้งน ี้ ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ในการดําเนินการตามวรรคสอง ถามีความเหมาะสมหรือมีความจําเป นจะแยกสถานศึกษา อาชีวศึกษาสวนหน ึ่ งสวนใดมารวมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาอีกแหงหน ึ่ งเพ ื่ อจัดต ั้งเป นสถาบันก ็ได 106 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๗ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๔ ในกรณีที่มีความเหมาะสมหรือมีความจําเปน จะจัดต ั้ งสถาบันเพ ื่ อดําเนินการ จัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได ทั้งน ี้ โดยใหออกเปน กฎกระทรวง มาตรา ๑๕ ใหสถาบันตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ เป นนิติบุคคลและเป นสวนราชการ ในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการแบงสวนราชการของสถาบันตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนดใน กฎกระทรวง สวนท ี่ ๒ การดําเนินการ มาตรา ๑๖ ใหสถาบันตามมาตรา ๑๕ เป นสถาบันอุดมศึกษาด  านวิชาชีพและเทคโนโลยี มีวัตถุประสงคใหการศึกษา สงเสริมวิชาการและวิชาชีพช ั้ นสูงที่ชํานาญการปฏิบัติการสอน การวิจัย การถายทอดวิทยาการและเทคโนโลยี ทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และอนุรักษสิ่งแวดล  อม รวมท ั้งให บริการวิชาการและวิชาชีพแกสังคม มาตรา ๑๗ สถาบันอาจแบงสวนราชการ ดังตอไปนี้ (๑) สํานักงานผูอํานวยการสถาบัน (๒) วิทยาลัย (๓) สํานัก (๔) ศูนย สถาบันอาจใหมีสวนราชการท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัยเพ ื่ อดําเนินการตาม วัตถุประสงคในมาตรา ๑๖ เป นสวนราชการของสถาบันอีกก ็ได สํานักงานผูอํานวยการสถาบันอาจแบงสวนราชการเปนฝายหรือหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นท ี่ มีฐานะเทียบเทาฝาย วิทยาลัยอาจแบงสวนราชการเป นคณะวิชา ภาควิชา แผนก หรือหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอื่น ที่มีฐานะเทียบเทาคณะวิชาหรือภาควิชา สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 107


หนา ๘ ราชกิจจานุเบกษา สํานัก หรือศูนย อาจแบงสวนราชการเป นแผนกหรือหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะ เทียบเทาแผนก มาตรา ๑๘ การจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกสํานักงานผูอํานวยการสถาบันวิทยาลัย สํานัก ศูนยหรือหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัย ใหทําเปนประกาศ กระทรวงศึกษาธิการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา การแบงสวนราชการภายในสํานักงานผูอํานวยการสถาบัน วิทยาลัย สํานัก ศูนย หรือ หนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัย ใหทําเป นข  อบังคับของสถาบัน มาตรา ๑๙ ภายใต ขอบวัตถุประสงคตามมาตรา ๑๖ สถาบันจะรับสถานศึกษาอ ื่ นหรือ สถานประกอบการเขาสมทบในสถาบันเพ ื่อประโยชนในการวิจัยและพัฒนามาตรฐานการอาชีวศึกษา และการฝกอบรมวิชาชีพได และมีอํานาจใหประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพช ั้ นสูง หรือปริญญาตรีแกผูที่ศึกษาจากสถานศึกษาหรือสถานประกอบการ และสําเร ็ จการศึกษาตามหลักเกณฑ ของสถาบันได การรับเข าสมทบ และการยกเลิกการเข าสมทบของสถานศึกษาอ ื่ นหรือสถานประกอบการตาม วรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามข อบังคับของสถาบันและประกาศในราชกิจจานุเบกษา การควบคุมสถานศึกษาอ ื่ นหรือสถานประกอบการที่ เข าสมทบในสถาบันใหเปนไปตาม ขอบังคับของสถาบัน มาตรา ๒๐ นอกจากเงินที่กําหนดไวในงบประมาณแผนดิน สถาบันอาจมีรายไดดังตอไปนี้ (๑) เงินผลประโยชน คาธรรมเนียม คาปรับ และคาบริการตาง ๆ ของสถาบัน (๒) เงินและทรัพยสินซ ึ่ งมีผูอุทิศให แกสถาบัน (๓) รายได หรอผลประโยชน ื ที่ได จากการลงทุนและจากทรัพยสินของสถาบัน (๔) รายได หรือผลประโยชนที่ไดจากการใชที่ราชพัสดุ ซึ่งสถาบันปกครอง ดูแล หรือใชประโยชน (๕) เงินอุดหนุนจากราชการสวนท  องถ ิ่ นหรือเอกชน หรือองคกรระหวางประเทศ หรือเงินอุดหนุนอ ื่ นท ี่ สถาบันไดรับเพ ื่อใชในการดําเนินกิจการของสถาบัน (๖) รายได หรือผลประโยชนอื่น 108 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๙ ราชกิจจานุเบกษา ใหสถาบันมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช และจัดหาผลประโยชนจากทรพยั สิน ของสถาบัน ทั้งท ี่เป นท ี่ ราชพัสดุตามกฎหมายวาด  วยท ี่ ราชพัสดุและท ี่เป นทรัพยสินอื่น รวมท ั้ งการจัดหา รายไดจากการให บริการและการจัดเก ็ บคาธรรมเนียมการศึกษาของสวนราชการในสถาบัน บรรดารายไดและผลประโยชนของสถาบัน เบ ี้ยปรับท ี่ เกิดจากการดําเนินการตามวัตถุประสงค ของสถาบัน เบ ี้ยปรับท ี่ เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบ ี้ยปรับท ี่ เกิดจากการผิดสัญญาซ ื้ อทรัพยสิน หรือสัญญาจ  างทําของที่ดําเนินการโดยใช เงินงบประมาณแผนดิน ไมเปนรายไดที่ตองนําสงคลัง ตามกฎหมายวาด  วยเงินคงคลัง และกฎหมายวาด  วยวิธีการงบประมาณ มาตรา ๒๑ บรรดาอสังหาริมทรัพยที่สถาบันไดมาโดยมีผูอุทิศให หรือได มา โดยการซื้ อหรือ การแลกเปลี่ ยนจากเงินและทรัพยสินซ ึ่ งมีผูอุทิศให แกสถาบนตั ั้ งแตวันท ี่ พระราชบัญญัตินี้มีผลใชบังคับ ไมถือเป นท ี่ ราชพัสดุและใหเป นกรรมสิทธ ิ์ ของสถาบัน มาตรา ๒๒ บรรดารายได และทรัพยสินของสถาบันจะต  องจัดการเพ ื่อประโยชนตามวัตถุประสงค ของสถาบันตามมาตรา ๑๖ เงินและทรัพยสินซ ึ่ งมีผูอุทิศให แกสถาบัน จะต  องจัดการตามเง ื่อนไขที่ผูอุทิศไดกําหนดไว และจะต องเปนไปตามวัตถุประสงคของสถาบัน แตถ ามีความจําเป นต องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกลาว สถาบันต องไดรับความยินยอมจากผูอุทิศให หรือทายาท หากไมมีทายาทหรือทายาทไมปรากฏจะต อง ไดรับอนุมัติจากสภาสถาบัน สวนท ี่ ๓ สภาสถาบันและผูบริหารสถาบัน มาตรา ๒๓ ใหมีคณะกรรมการสภาสถาบันในสถาบันแตละแหง จํานวนไมเกินสิบส ี่ คน ประกอบด วย (๑) นายกสภาสถาบัน ซึ่งรัฐมนตรีแตงต ั้งโดยคําแนะนําของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (๒) กรรมการสภาสถาบันโดยตําแหนง ได แก ผูอํานวยการสถาบัน (๓) กรรมการสภาสถาบันจํานวนส ี่ คน ซึ่งเลือกจากบุคคลที่สํานักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษาเสนอ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 109


หนา ๑๐ ราชกิจจานุเบกษา (๔) กรรมการสภาสถาบันจํานวนส ี่ คน ซึ่งเลือกจากผูดํารงตําแหนงผูบริหารสถาบันจํานวน สองคน และครูหรือคณาจารยประจําที่มิไดเป นผูบริหารจํานวนสองคน (๕) กรรมการสภาสถาบันผูทรงคุณวุฒิจํานวนส ี่ คน ซึ่งรัฐมนตรีแตงต ั้ งจากบุคคลภายนอก สถาบันโดยคําแนะนําของกรรมการสภาสถาบันตาม (๓) และ (๔) ในจํานวนน ี้ จะต องเปน ผูทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนจํานวนหน ึ่ งคนและจากองคกรปกครองสวนท  องถ ิ่ นท ี่ สถาบัน หรือสถานศึกษาในสังกัดสถาบันน ั้ นต ั้ งอยูจํานวนหน ึ่ งคน คุณสมบัติของผูดํารงตําแหนงนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันตาม (๓) และ กรรมการสภาสถาบันผูทรงคุณวุฒิตาม (๕) หลักเกณฑ และวิธีการเลือกหรือสรรหากรรมการสภา สถาบันตาม (๓) (๔) และ (๕) ใหเปนไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหสภาสถาบันแตงต ั้ งรองผูอํานวยการสถาบันคนหน ึ่งเป นเลขานุการคณะกรรมการสภา สถาบันโดยคําแนะนําของผูอํานวยการสถาบัน มาตรา ๒๔ นายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) (๔) และ (๕) มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และจะแตงต ั้ งหรืออาจไดรับเลือกใหมอีกได นอกจากการพ  นจากตําแหนงตามวาระตามวรรคหนึ่ง นายกสภาสถาบันและกรรมการสภา สถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) (๔) และ (๕) พนจากตําแหนง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติของการเป นนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันในประเภทนั้น (๔) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก (๕) สภาสถาบันมีมติให ออกเพราะมีความประพฤติเส ื่ อมเสีย บกพรองตอหน  าท ี่ หรือหยอน ความสามารถ (๖) เป นบุคคลล  มละลาย (๗) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ การพ  นจากตําแหนงตาม (๕) ตองเปนไปตามมติสองในสามของจํานวนกรรมการสภาสถาบัน เทาที่มีอยู 110 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๑๑ ราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่ตําแหนงนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันวางลง ไมวาด  วยเหตุใดและยัง มิไดดําเนินการใหได มาซ ึ่ งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันแทนตําแหนงที่วาง ใหสภา สถาบันประกอบดวยกรรมการสภาสถาบันเทาที่มีอยู ในกรณีที่นายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) (๔) หรือ (๕) พนจากตําแหนงกอนครบวาระและไดมีการแตงต ั้ งหรือไดมีการเลือกผูดํารงตําแหนงแทนแลว ใหผูซึ่ง ไดรับการแตงต ั้ งหรือไดรับเลือกอยูในตําแหนงเทากับวาระท ี่ เหลืออยูของผูซึ่งตนแทน แตถาวาระการ ดํารงตําแหนงเหลืออยูนอยกวาเก าสิบวันจะไมดําเนินการใหมีผูดํารงตําแหนงแทนก ็ได ในกรณีที่นายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) (๔) และ (๕) พนจากตําแหนงตามวาระ แตยังมิได แตงต ั้ งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันผูทรงคุณวุฒิ หรือยังมิได เลือกกรรมการสภาสถาบันอ ื่ นข ึ้นใหม ใหนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบัน ซึ่งพ  นจากตําแหนงปฏิบัติหน  าที่ตอไปจนกวาจะไดมีนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันใหมแลว ใหมีการดําเนินการใหได มาซ ึ่ งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) (๔) และ (๕) ภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ผูนั้นพ  นจากตําแหนง มาตรา ๒๕ สภาสถาบันมีอํานาจและหน  าท ี่ ควบคุมดูแลกิจการท ั่วไปของสถาบัน และโดยเฉพาะ ใหมีอํานาจและหน  าท ี่ ดังตอไปนี้ (๑) อนุมัติแผนพัฒนาของสถาบันเก ี่ ยวกับการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพของ สถาบันใหสอดคล องกับนโยบายการศึกษาของชาติ (๒) ออกข  อบังคับ ระเบียบ และประกาศของสถาบันเก ี่ ยวกับการดําเนินการของสถาบัน (๓) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกสวนราชการของสถาบันตามมาตรา ๑๗ รวมท ั้ งการแบงหนวยงานภายในของสวนราชการดังกลาว (๔) อนุมัติการรับสถานศึกษาอ ื่ นหรือสถานประกอบการเขาสมทบและการยกเลิกการสมทบ ของสถานศึกษาอ ื่ นหรือสถานประกอบการดังกลาว (๕) พิจารณาให ความเห ็ นชอบหลักสูตรการศึกษาของสถาบันใหสอดคล องกับมาตรฐานท ี่ คณะกรรมการการอาชีวศกษากึ ําหนด (๖) อนุมัติการใหปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพช ั้ นสูง และประกาศนียบัตรวิชาชีพ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 111


หนา ๑๒ ราชกิจจานุเบกษา (๗) พิจารณาและให ความเห ็นชอบในการเข ารวมดําเนินการจัดต ั้ งศูนยวิจัย หองทดลองหรือ หองปฏิบัติการเพ ื่ อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพกับสถานประกอบการหรือภาคเอกชน ตามมาตรา ๕๓ (๘) กํากับมาตรฐานการศึกษา ควบคุมคุณภาพ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัด การศึกษาของสถาบันใหเปนไปตามมาตรฐานการอาชีวศึกษาทุกระดับ (๙) พิจารณาให ความเห ็ นเก ี่ ยวกับการแตงต ั้ งและถอดถอนศาสตราจารยและศาสตราจารยพิเศษ (๑๐) พิจารณาเสนอแนะตอรัฐมนตรีเพ ื่ อแตงต ั้ งหรือถอดถอนผูอํานวยการสถาบัน (๑๑) แตงต ั้ งและถอดถอนรองผูอํานวยการสถาบัน ผูชวยผูอํานวยการสถาบัน และอาจารยพิเศษ (๑๒) แตงต ั้ งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหน ึ่ งเพ ื่ อพิจารณาและ เสนอความเห ็นในเรื่ องหน ึ่ งเร ื่องใด หรือเพ ื่อมอบหมายใหปฏิบัติการอยางหน ึ่ งอยางใดอันอยูในอํานาจ และหน  าท ี่ ของสภาสถาบัน (๑๓) กําหนดนโยบายเกี่ ยวกับการจัดหารายได ออกข  อบังคับและวางระเบียบเก ี่ ยวกับ การบริหารการเงินและทรัพยสินของสถาบัน (๑๔) ให ความเห ็นชอบในการกําหนดตรา เคร ื่ องหมาย หรือสัญลักษณของสถาบัน (๑๕) ปฏิบัติหน  าที่อื่นท ี่ เก ี่ ยวข  องกับสถาบันที่มิได ระบุใหเป นอํานาจหน  าท ี่ ของผูใดโดยเฉพาะ มาตรา ๒๖ การประชุมสภาสถาบัน ใหเปนไปตามข อบังคับของสถาบัน มาตรา ๒๗ ใหมีผูอํานวยการสถาบันเป นผูบังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของ สถาบัน และใหมีรองผูอํานวยการสถาบันอยางน  อยหน ึ่ งคน กับท ั้ งอาจมีผูชวยผูอํานวยการสถาบัน หน ึ่ งคนหรือหลายคนก ็ได ทั้งน ี้ ตามจํานวนท ี่ สภาสถาบันกําหนดเพ ื่ อทําหน  าท ี่ และรับผิดชอบตามท ี่ ผูอํานวยการสถาบันมอบหมาย มาตรา ๒๘ ใหสภาสถาบันสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๐ เสนอรัฐมนตรี แตงต ั้งใหดํารงตําแหนงผูอํานวยการสถาบัน ทั้งน ี้ใหคํานึงถึงการมีสวนรวมของคณาจารยและ ขาราชการของสถาบัน ใหสภาสถาบันแตงต ั้ งรองผูอํานวยการสถาบันและผูชวยผูอํานวยการสถาบัน โดยคําแนะนํา ของผูอํานวยการสถาบันจากครูหรือคณาจารยผูมีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๐ 112 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๑๓ ราชกิจจานุเบกษา หลักเกณฑและวิธีการสรรหาบุคคลเพ ื่ อแตงต ั้งใหเป นผูอํานวยการสถาบัน รองผูอํานวยการ สถาบัน และผูชวยผูอํานวยการสถาบัน ใหเปนไปตามข อบังคับของสถาบัน มาตรา ๒๙ ผูอํานวยการสถาบันมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสี่ป และอาจไดรับแตงตั้ง ใหมอีกได แตจะดํารงตําแหนงเกินสองวาระติดตอกันมิได นอกจากการพ  นจากตําแหนงตามวาระตามวรรคหนึ่ง ผูอํานวยการสถาบันพ  นจากตําแหนง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภาสถาบันมีมติให ออกด วยคะแนนเสียงสองในสามของจํานวนกรรมการสภาสถาบัน เทาที่มีอยู เพราะมีความประพฤติเส ื่ อมเสีย บกพรองตอหน  าท ี่ หรือหยอนความสามารถ (๔) ถูกลงโทษทางวินัยอยางร  ายแรง หรือถูกส ั่งให ออกจากราชการเพราะเหตุมีมลทิน หรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนทางวินัยอยางรายแรง  (๕) ไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก (๖) เป นบุคคลล  มละลาย (๗) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไร  ความสามารถ เม ื่ อผูอํานวยการสถาบันพ  นจากตําแหนง ให รองผูอํานวยการสถาบันหรือผูชวยผูอํานวยการ สถาบันพ  นจากตําแหนงด  วย และใหมีการแตงต ั้ งผูอํานวยการสถาบันภายในเกาสิบวันนับแตวันท ี่ ผูอํานวยการสถาบันพ  นจากตําแหนง มาตรา ๓๐ ผูอํานวยการสถาบันและรองผูอํานวยการสถาบันต  องมีคุณสมบัติดังตอไปนี้ (๑) สําเร ็ จการศึกษาไมต่ํากวาช ั้นปริญญาเอกหรือเทียบเทาจากสถาบันอุดมศึกษา และไดทํา การสอนหรือมีประสบการณดานบริหารมาแล วไมนอยกวาสองปในสถานศึกษาอาชีวศึกษา สถาบัน หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น หรือเคยดํารงตําแหนงกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาอ ื่ นมาแล วรวมเปน เวลาไมนอยกวาสองป หรือ (๒) ไดรับปริญญาช ั้นใดชั้ นหน ึ่ งหรือเทียบเทาจากสถาบันอุดมศึกษา และไดทําการสอน หรือมีประสบการณดานการบริหารมาแล วไมนอยกวาสี่ปในสถานศึกษาอาชีวศึกษา สถาบัน หรือ สถาบันอุดมศึกษาอื่น หรือเคยดํารงตําแหนงกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาอ ื่ นมาแล วเป นเวลา ไมนอยกวาสี่ป สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 113


หนา ๑๔ ราชกิจจานุเบกษา ผูชวยผูอํานวยการสถาบันต องสําเร ็ จการศึกษาระดับปริญญาหรือเทียบเทาจากสถาบันอุดมศึกษา รวมท ั้ งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะต  องห  ามตามที่กําหนดในข อบังคับของสถาบัน มาตรา ๓๑ ผูอํานวยการสถาบันเป นผูแทนของสถาบันในกิจการท ั่วไป และใหมีอํานาจและ หน  าท ี่ ดังตอไปนี้ (๑) บริหารกิจการของสถาบันใหเปนไปตามกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ และประกาศของ ทางราชการและของสถาบัน จรรยาบรรณวิชาชีพ รวมท ั้งนโยบายและวัตถุประสงคของสถาบัน (๒) ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานท ี่ และทรัพยสินอ ื่ นของสถาบัน ใหเปนไปตามกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ และประกาศ ของทางราชการและของสถาบัน (๓) จัดทําแผนการดําเนินงาน แผนพัฒนาของสถาบัน งบประมาณประจําป และตลอดจน ติดตามการประเมินผลการดําเนินงานของสถาบัน (๔) เสนอรายงานประจําปเก ี่ ยวกับกจการดิ  านตาง ๆ ของสถาบันตอสภาสถาบัน (๕) ปฏิบัติหน  าที่อื่นตามกฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ และประกาศของทางราชการและ ของสถาบัน หรือตามที่สภาสถาบันมอบหมาย มาตรา ๓๒ ในกรณีที่ผูดํารงตําแหนงผูอํานวยการสถาบันไมอยูหรือไมอาจปฏิบัติราชการได ให รองผูอํานวยการสถาบันเป นผูรักษาราชการแทน ถามีรองผูอํานวยการสถาบันหลายคน ให รองผูอํานวยการสถาบันซ ึ่ งผูอํานวยการสถาบันมอบหมายเป นผูรักษาราชการแทน หากผูอํานวยการ สถาบันมิได มอบหมาย ให รองผูอํานวยการสถาบันซ ึ่ งมีอาวุโสสูงสุดเป นผูรักษาราชการแทน ในกรณีที่ไมมีผูดํารงตําแหนงผูอํานวยการสถาบัน หรือไมมีผูรักษาราชการแทนผูอํานวยการ สถาบันตามวรรคหนึ่ง หรือมีแตไมอาจปฏิบัติราชการได ใหนายกสภาสถาบันแตงต ั้ งผูมีคุณสมบัติตาม มาตรา ๓๐ เป นผูรักษาราชการแทนผูอํานวยการสถาบัน ใหผูรักษาราชการแทนตามวรรคหน ึ่ งหรือวรรคสองมีอํานาจและหน  าท ี่ เชนเดียวกับผูซึ่งตนแทน ในกรณีที่กฎหมาย ขอบังคับ ระเบียบ คําสั่ง มติคณะรัฐมนตรี มติคณะกรรมการ ตามกฎหมาย หรือมีคําส ั่ งของผูบังคับบัญชาแตงต ั้งใหผูดํารงตําแหนงน ั้นเป นกรรมการหรือใหมีอํานาจ และหน  าท ี่ อยางใด ก็ใหผูรักษาราชการแทนทําหน  าท ี่ กรรมการหรือมีอํานาจและหน  าท ี่ อยางนั้น ในระหวางรักษาราชการแทนด  วย 114 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๑๕ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓๓ ให รองผูอํานวยการสถาบันคนหน ึ่ งทําหน  าท ี่เป นผูบังคับบัญชา และรับผิดชอบ งานของสํานักงานผูอํานวยการสถาบัน วิทยาลัย สํานัก ศูนย หรือหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัย ใหมีผูอํานวยการเป นผูบังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาลัย สํานัก ศูนย หรือหนวยงาน ท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัยนั้น สวนราชการตามวรรคสองจะใหมีรองผูอํานวยการเพ ื่ อทําหน  าท ี่ ตามที่ผูอํานวยการ สวนราชการน ั้ นมอบหมายก ็ได มาตรา ๓๔ ใหตําแหนงผูอํานวยการวิทยาลัย ผูอํานวยการสํานัก ผูอํานวยการศูนย ผูอํานวยการหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัย และรองผูอํานวยการของตําแหนงดังกลาว เป นตําแหนงผูบริหารสถานศึกษาหรือบุคลากรทางการศึกษา แล  วแตกรณี ตามกฎหมายวาด  วยระเบียบ ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาตรา ๓๕ ใหตําแหนงผูอํานวยการสถาบันและตําแหนงรองผูอํานวยการสถาบันเปน ตําแหนงทเท ี่ ียบเทาตําแหนงอธิการบดีและตําแหนงรองอธิการบดีในหนวยงานการศึกษาท ี่ สอนระดับ ปริญญาตามกฎหมายวาด  วยระเบียบข  าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาตรา ๓๖ ผูดํารงตําแหนงผูอํานวยการสถาบัน รองผูอํานวยการสถาบัน ผูชวยผูอํานวยการ สถาบัน ผูอํานวยการวิทยาลัย ผูอํานวยการสํานัก ผูอํานวยการศูนย และผูอํานวยการหนวยงานท ี่ เรียกชื่อ อยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัย จะดํารงตําแหนงดังกลาวเกินหน ึ่ งตําแหนงในขณะเดียวกันมิได ผูดํารงตําแหนงตามวรรคหน ึ่ งจะรักษาราชการแทนตําแหนงอ ื่ นอีกหน ึ่ งตําแหนงได ทั้งน ี้ ตองไมเกิน หน ึ่ งร อยแปดสิบวัน มาตรา ๓๗ ในวิทยาลัยแตละแหงใหมีคณะกรรมการวิทยาลัยคณะหน ึ่ งมีหน  าท ี่ในการ สงเสริม สนับสนุน ใหคําปรึกษาและข อเสนอแนะในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ เพ ื่ อพัฒนาแนวทางการดําเนินงานของวิทยาลัย ประกอบด วยผูแทนครูหรือคณาจารย ผูแทนผูปกครอง ผูแทนองคกรชุมชน ผูแทนองคกรปกครองสวนท  องถิ่น ผูแทนศิษยเกาของวิทยาลัยแหงนั้น ผูแทนพระภิกษุสงฆ ผูแทนองคกรศาสนาอ ื่นในพื้ นท ี่ และผูทรงคุณวุฒิ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 115


หนา ๑๖ ราชกิจจานุเบกษา นอกจากกรรมการตามวรรคหน ึ่ งแลว คณะกรรมการวิทยาลัยอาจมีผูแทนสถานประกอบการ ดานธุรกิจ การพาณิชย การเกษตร หรืออุตสาหกรรม ผูแทนหอการค  าจังหวัด และผูแทนองคกรด  าน อาชีวศึกษาในพื้ นท ี่ เป นกรรมการเพ ิ่ มข ึ้นได ในกรณีที่วิทยาลัยใดไมอาจมีผูแทนประเภทใดประเภทหนึ่ งตามท ี่ไดกําหนดไวในวรรคหนึ่ง ให คณะกรรมการวิทยาลัยของวิทยาลัยนั้น ประกอบด วยกรรมการเทาที่มีอยู จํานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ การประชุม วาระการดํารงตําแหนงและการพ  นจากตําแหนงของคณะกรรมการวิทยาลัย ใหเปนไป ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง สวนท ี่ ๔ ตําแหนงทางวิชาการ มาตรา ๓๘ คณาจารยประจําซ ึ่ งสอนช ั้นปริญญาในสถาบันมีตําแหนงทางวิชาการ ดังตอไปนี้ (๑) ศาสตราจารย (๒) รองศาสตราจารย (๓) ผูชวยศาสตราจารย (๔) อาจารย คุณสมบัติ หลักเกณฑและวิธีการแตงต ั้ งและถอดถอนคณาจารยประจําตามวรรคหนึ่ง ใหเป นไปตามกฎหมายวาด  วยระเบียบข  าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ศาสตราจารยนั้น จะได ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงต ั้งโดยคําแนะนําของสภาสถาบัน มาตรา ๓๙ ศาสตราจารยพิเศษนั้น จะได ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้ง จากผูซึ่งเปน หรือเคยเป นอาจารยพิเศษในวิชาที่ผูนั้นมีความชํานาญเป นพิเศษโดยคําแนะนําของสภาสถาบัน คุณสมบัติและหลักเกณฑในการแตงต ั้ งศาสตราจารยพิเศษ ใหเปนไปตามข อบังคับของ สถาบัน 116 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๑๗ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๐ สภาสถาบันอาจแตงต ั้ งผูซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมและมิไดเป นคณาจารยประจํา ของสถาบันเป นรองศาสตราจารยพิเศษ ผูชวยศาสตราจารยพิเศษ หรืออาจารยพิเศษได คุณสมบัติ หลักเกณฑและวิธีการแตงต ั้ งรองศาสตราจารยพิเศษ ผูชวยศาสตราจารยพิเศษ และอาจารยพิเศษตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามข อบังคับของสถาบัน มาตรา ๔๑ ใหผูเปนศาสตราจารย   ศาสตราจารยพิเศษ รองศาสตราจารยรองศาสตราจารย พิเศษ ผูชวยศาสตราจารยหรือผูชวยศาสตราจารยพิเศษ มีสิทธิใชตําแหนงทางวิชาการดังกลาว เป นคํานําหน  านามเพ ื่ อแสดงวิทยฐานะไดตลอดไป การใชคํานําหน  านามตามวรรคหนึ่ง ใหใชอักษรยอดังตอไปนี้ ศาสตราจารย ใชอักษรยอ ศ. ศาสตราจารยพิเศษ ใชอักษรยอ ศ. (พิเศษ) รองศาสตราจารย ใชอักษรยอ รศ. รองศาสตราจารยพิเศษ ใชอักษรยอ รศ. (พิเศษ) ผูชวยศาสตราจารย ใชอักษรยอ ผศ. ผูชวยศาสตราจารยพิเศษ ใชอักษรยอ ผศ. (พิเศษ) สวนท ี่ ๕ ปริญญาและเคร ื่ องหมายวิทยฐานะ มาตรา ๔๒ สถาบันมีอํานาจใหปริญญาตรีในสาขาวิชาที่มีการสอนในสถาบันได การเรียกช ื่อปริญญาในสาขาวิชา และการใชอักษรยอสําหรับสาขาวิชาน ั้นใหตราเป นพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๔๓ สภาสถาบันโดยความเห็ นชอบของคณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจออก ขอบังคับกําหนดใหผูสําเร ็ จการศึกษาระดับปริญญาตรีไดรับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหน ึ่ งหรือ ปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับสองได มาตรา ๔๔ สภาสถาบันอาจออกข  อบังคับกําหนดใหมีประกาศนียบัตรออกให แกผูสําเร็จ การศึกษาเฉพาะวิชาได สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 117


หนา ๑๘ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๕ สถาบันมีอํานาจใหปริญญากิตติมศักด ิ์ แกบุคคลซ ึ่ งสภาสถาบันเห ็ นวาทรงคุณวุฒิ สมควรแกปริญญานั้น แตจะใหปริญญาดังกลาวแกคณาจารยประจํา ผูดํารงตําแหนงตาง ๆ ในสถาบัน นายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันในขณะดํารงตําแหนงน ั้ นมิได สาขาของปริญญากิตติมศักด ิ์ และหลักเกณฑการใหปริญญากิตติมศักด ิ์ใหเปนไปตามข อบังคับ ของสถาบัน มาตรา ๔๖ สภาสถาบันอาจกําหนดใหมีครุยวิทยฐานะหรือเข ็ มวิทยฐานะเป นเคร ื่ องหมาย แสดงวิทยฐานะของผูไดรับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพช ั้ นสูงและประกาศนียบัตรวิชาชีพได และอาจกําหนดใหมีครุยประจําตําแหนงกรรมการสภาสถาบัน ครุยประจําตําแหนงผูบริหาร หรือครุย ประจําตําแหนงคณาจารยของสถาบันได การกําหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และสวนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข ็ มวิทยฐานะ และครุยประจําตําแหนง ใหตราเป นพระราชกฤษฎีกา ครุยวิทยฐานะ เข ็ มวิทยฐานะ และครุยประจําตําแหนงจะใชในโอกาสใด โดยมีเง ื่อนไขอยางใด ใหเปนไปตามข อบังคับของสถาบัน มาตรา ๔๗ สภาสถาบันอาจกําหนดใหมีตรา สัญลักษณ เคร ื่ องหมายของสถาบัน เคร ื่ องแบบ เคร ื่ องหมาย หรือเคร ื่ องแตงกายของนักศึกษาได โดยทําเป นข  อบังคับของสถาบันและประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา การใช ตรา สัญลักษณ เคร ื่ องหมายของสถาบันเพ ื่ อการค  าหรือการใชสิ่งดังกลาวที่มิใชเพื่อ ประโยชนของสถาบันตามวรรคหนึ่ง ตองไดรับอนุญาตเป นหนังสือจากสถาบัน หมวด ๔ ความรวมมือในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ มาตรา ๔๘ เพ ื่อประโยชนในการพัฒนามาตรฐานการอาชีวศึกษาของชาติ ใหสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดําเนินการประสาน สงเสริม และสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาของ สถานศึกษาเอกชน ใหสามารถจัดการอาชีวศึกษาสอดคล องกับนโยบายและมาตรฐานการอาชีวศึกษา 118 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๑๙ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๙ สถานศึกษาอาชีวศึกษาของเอกชนอาจเข  ารวมเป นเครือขายของสถาบัน เพ ื่อประโยชนในการรวมมือทางวิชาการ การสร างคุณภาพการอาชีวศึกษาเอกชน ใหสอดคล องกับ ระบบมาตรฐานการอาชีวศึกษาของชาติ เพ ื่อสามารถใช ทรัพยากรรวมกันให เกิดประโยชนสูงสุด ทั้งน ี้ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๐ สถาบันต  องจัดระบบการจัดการให เอ ื้ ออํานวยแกผูมีประสบการณ ผูผานการ ฝกอบรมจากสถานประกอบการที่ไดรับการรับรอง ผูเรียนท ี่ สะสมผลการเรียนไว และผูที่ผานการ ฝกอบรมตามกฎหมายวาด วยการสงเสริมการพัฒนาฝมือแรงงาน ใหสามารถเทียบโอนผลการเรียนหรือ ประสบการณดานวิชาชีพเพ ื่อใหไดคุณวุฒิการศึกษาในหลักสูตรตาง ๆ ได ทั้งน ี้ ตามหลักเกณฑ ที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากําหนด มาตรา ๕๑ ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีที่เป นความรวมมือระหวางสถานศึกษา อาชีวศึกษาหรือสถาบัน และสถานประกอบการ ใหเปนไปตามข อตกลงระหวางสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบัน และสถานประกอบการ มาตรา ๕๒ สถานประกอบการใดที่ประสงคจะดําเนินการจัดการอาชีวศึกษา และการ ฝกอบรมวิชาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ใหยื่นคําขอตอเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพ ื่อให ไดรับการรับรองประโยชนตามกฎหมาย ทั้งน ี้ ใหถือวาไมเป นการขัดหรือแย  งกับการจัดการศึกษา ขั้นพ ื้ นฐานรูปแบบศูนยการเรียนตามกฎหมายวาด วยการศึกษาแหงชาติ การย ื่ นคําขอและการพิจารณาใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง การจัดการอาชีวศึกษาในสถานประกอบการใหจัดการสอนตามหลักสูตรการอาชีวศึกษาและ การฝกอบรมวชาชิ ีพ หรือจัดการสอนตามหลักสูตรท ี่สถานประกอบการรวมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันจัดทําข ึ้นโดยความเห็ นชอบของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หลักเกณฑ และวิธีการดําเนินการตามวรรคสาม ใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการการ อาชีวศึกษากําหนด มาตรา ๕๓ สถานประกอบการหรือภาคเอกชนอาจเข  ารวมดําเนินการจัดต ั้ งศูนยวิจัย หองทดลองหรือห องปฏิบัติการเพ ื่ อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ ในสถานศึกษา อาชีวศึกษาหรือสถาบันของรัฐหรือเอกชนไดตามความตกลงของสถานศึกษาหรือสถาบันและสถาน ประกอบการนั้น ทั้งน ี้ เพ ื่อประโยชนดานความรวมมือในการพัฒนากําลังคน การวิจัยและพัฒนาเพื่อ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 119


หนา ๒๐ ราชกิจจานุเบกษา เสริมสร างมาตรฐานการอาชีวศึกษาและเพ ิ่ มพูนประสบการณของครู คณาจารย บุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษาหรือสถาบัน ใหทันตอความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รายได และทรัพยสินท ี่ เกิดจากการดําเนินการของสถานประกอบการตามวรรคหนึ่ง ใหเปนรายไดของสถานศึกษาหรือสถาบันนั้น หลักเกณฑและวิธีการในการเข ารวมดําเนินการของสถานประกอบการ หรือภาคเอกชนตาม วรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามข อบังคับของสถาบัน มาตรา ๕๔ สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ หรือองคกรอ ื่ นท ี่ให ความรวมมือในการ จัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ อาจไดรับสิทธิและประโยชน ดังตอไปนี้ (๑) การสนับสนุนด  านวิชาการและทรัพยากรตามสมควรแกกรณี (๒) การเชิดชูเกียรติแกสถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ หรือองคกรอื่น ที่ให ความรวมมือ ในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ มาตรา ๕๕ ครูฝกในสถานประกอบการตามมาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ ตองมีคุณสมบัติ อยางใดอยางหนึ่ง ดังตอไปนี้ (๑) เป นผูสําเร ็ จการศึกษาระดับอุดมศึกษาและผานการศึกษาหรือฝกอบรมวิชาการศึกษา ดานอาชีพ (๒) เป นผูชํานาญการด  านอาชีพโดยสําเร ็ จการศึกษาวิชาชีพไมต่ํากวาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ หรือผานการทดสอบมาตรฐานฝมือแรงงานแหงชาติ หรือมาตรฐานอ ื่ นตามท ี่ คณะกรรมการ การอาชีวศึกษากําหนด (๓) เป นผูเช ี่ ยวชาญด  านอาชีพเฉพาะสาขาซ ึ่ งสําเร ็ จการศึกษาวิชาชีพไมต่ํากวาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพที่มีประสบการณในสาขาอาชีพน ั้นไมนอยกวาห าป หรือสําเร ็ จการศึกษาวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช ั้ นสูงที่มีประสบการณในสาขาอาชีพน ั้นไมนอยกวาสามป หรือผูผานการ ทดสอบมาตรฐานฝมือแรงงานแหงชาติและมีประสบการณในการทํางานในสาขาอาชีพน ั้นไมนอยกวาห าป (๔) เป นผูมีประสบการณและประสบความสําเร ็จในอาชีพเฉพาะสาขา มีผลงานเป นท ี่ ยอมรับในสังคมและท  องถิ่น และสามารถถายทอดความรูได หลักเกณฑในการแตงตั้ง การทดสอบ การฝกอบรม และการออกใบรับรองการเป นครูฝก ในสถานประกอบการ ใหเปนไปตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากําหนด 120 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๒๑ ราชกิจจานุเบกษา หมวด ๕ การเงินและทรัพยากร มาตรา ๕๖ ใหจัดต ั้ งกองทุนข ึ้ นกองทุนหน ึ่งในสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เรียกวา “กองทุนเพ ื่ อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพ” มีวัตถุประสงคเพ ื่ อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษา การพัฒนา บุคลากร และความรวมมือในการจัดการอาชีวศึกษา ประกอบด วย (๑) เงินหรือทรัพยสินอ ื่ นท ี่สถานประกอบการหรือเอกชนมอบให แกกองทุน หรือที่มีผู บริจาคหรืออุทิศให แกกองทุน (๒) เงินท ี่ไดรับจากตางประเทศ รัฐบาลตางประเทศ หรือองคการระหวางประเทศ (๓) ดอกผลและผลประโยชนที่เกิดจากกองทุน (๔) รายได หรือผลประโยชนอื่นของกองทุน มาตรา ๕๗ เงินกองทุนใหใชจายได ดังตอไปนี้ (๑) การดําเนินงานและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพเคร ื่ องมือ อุปกรณ อาคารสถานท ี่ หลักสูตร กิจกรรม มาตรฐานสถานศึกษาและรูปแบบการศึกษาท ี่ สอดคล องกับมาตรฐานการศึกษา แหงชาติ และการพัฒนาบุคลากร รวมถึงนักเรียนและนักศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษา สถาบัน สถานประกอบการ และครูฝกในสถานประกอบการ ตลอดจนความรวมมอระหวื างหนวยงานดังกลาว (๒) การใหกูยืมแกผูสําเร ็ จการศึกษาอาชีวศึกษาเพ ื่อใชจายในการประกอบอาชีพโดยอิสระ (๓) เป นคาใชจายที่จําเปนในการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ การเบิกจายเงินกองทุนตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามระเบียบที่สํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษากําหนด หมวด ๖ บทกําหนดโทษ มาตรา ๕๘ ผูใดใช ครุยวิทยฐานะ เข ็ มวิทยฐานะ ครุยประจําตําแหนง เคร ื่ องแบบ เคร ื่ องหมาย หรือเคร ื่ องแตงกายของนักศึกษาหรือส ิ่งใดที่ เลียนแบบส ิ่ งดังกลาว โดยไมมีสิทธิที่จะใช สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 121


หนา ๒๒ ราชกิจจานุเบกษา หรือแสดงดวยประการใด ๆ วาตนมีตําแหนงใดในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษา หรือมีปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพช ั้ นสูง หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพของสถานศึกษาหรือสถาบัน โดยที่ตนไมมีสิทธิ ถาได กระทําเพ ื่อใหบุคคลอ ื่ นเช ื่ อวาตนมีสิทธิที่จะใช หรือมีตําแหนงหรือวิทยฐานะ เชนนั้น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกินห  าหม ื่ นบาท หรือท ั้ งจําท ั้งปรับ มาตรา ๕๙ ผูใดกระทําการดังตอไปนี้ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน ึ่งป หรือปรับไมเกิน หน ึ่ งแสนบาท หรือท ั้ งจําท ั้งปรับ (๑) ปลอม หรือทําเลียนแบบซ ึ่ งตรา สัญลักษณ หรือเคร ื่ องหมายของสถาบันไมวาจะทํา เป นสีใดหรือทําด  วยวิธีใด ๆ (๒) ใช ตรา สัญลักษณ หรือเคร ื่ องหมายของสถาบันปลอมหรือซ ึ่ งทําเลียนแบบ หรือ (๓) ใช หรือทําใหปรากฏซึ่ งตรา สัญลักษณ เคร ื่ องหมายของสถาบันที่วัตถุหรือสินค าใด ๆ โดยไมไดรับอนุญาต ถาผูกระทําความผิดตาม (๑) เป นผูกระทําความผิดตาม (๒) ดวย ใหลงโทษเฉพาะความผิด ตาม (๒) แตกระทงเดียว ความผิดตาม (๓) เป นความผิดอันยอมความได บทเฉพาะกาล มาตรา ๖๐ ใหสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่ตั้งข ึ้ นกอนวันท ี่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับเปน สถานศึกษาอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๑ ใหผูดํารงตําแหนงผูอํานวยการ หัวหน  าหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะ เทียบเทาวทยาลิ ัย รวมท ั้ งผูดํารงตําแหนงรองหรือผูชวยของผูดํารงตําแหนงดังกลาว ของสถานศึกษาใน สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ อยูในวันท ี่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ดํารงตําแหนงผูอํานวยการ หัวหน  าหนวยงานท ี่ เรียกช ื่ ออยางอ ื่ นที่มีฐานะเทียบเทาวิทยาลัย หรือผูดํารงตําแหนงรองหรือผูชวยของตําแหนงดังกลาว ตามพระราชบัญญัตินี้ 122 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หนา ๒๓ ราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๖๒ ในระหวางที่ยังมิได ตราพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ขอบังคับ ระเบียบ และประกาศ เพ ื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนําพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ขอบังคับ ระเบียบ หรือประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และข  อบังคับหรือระเบียบของสถานศึกษาอาชวศี ึกษา ที่ใช อยูในวันท ี่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับมาใชบังคับ โดยอนุโลม มาตรา ๖๓ ในระหวางที่ยังมิไดมีการแตงต ั้ งผูอํานวยการสถาบันตามมาตรา ๒๘ ให เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาตามกฎหมายวาด  วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทําหน  าที่รักษาการในตําแหนงผูอํานวยการสถาบันเป นการช ั่ วคราวจนกวาจะไดมีการแตงตั้ง ผูดํารงตําแหนงผูอํานวยการสถาบันตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งต องไมเกินหน ึ่ งร อยแปดสิบวันนับแตวันท ี่ รักษาการดังกลาว ผูรับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ จุลานนท นายกรัฐมนตรี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 123


หนา ๒๔ ราชกิจจานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน ี้ คือ โดยที่ กฎหมายวาดวยการศึกษาแหงชาติ ไดบัญญัติใหมีคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพ ื่ อควบคุมดูแลการจัดการอาชีวศึกษา รวมท ั้ งการดําเนินการจัดการ อาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยการอาชีวศึกษา ซึ่งการจัดการอาชีวศึกษาและ การฝกอบรมวิชาชีพน ั้ นถือเปนกระบวนการผลิตและพัฒนากําลังคนเพ ื่ อเพ ิ่ มผลผลิตและสงเสริมการพัฒนา เศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศใหไดระดับมาตรฐานสากล ทําใหประชาชนสามารถประกอบอาชีพ โดยอิสระและพ ึ่งตนเองได นอกจากน ี้ สมควรกําหนดใหมีสถาบันการอาชีวศึกษาซ ึ่งเปนสถานศึกษาของรัฐที่จัด การศึกษาระดับปริญญาและเปนนิติบุคคลในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมีการจัดการ อาชีวศึกษาที่ดําเนินการอยางเปนเอกภาพในดานนโยบายและมีการกระจายอํานาจไปสูระดับปฏิบัติ เพ ื่อให การจัดการอาชีวศึกษาและการฝกอบรมวิชาชีพในทุกระดับมีคุณภาพและประสิทธิภาพเกิดผลสําเร็จแกประชาชน โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษา อันจะเปนการสอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และแผนการศึกษาแหงชาติ จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ 124 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หน้า ๒๐ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อส าหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจ าต าแหน่งของสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรก าหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อส าหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจ าต าแหน่งของสถาบันการอาชีวศึกษา อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กับมาตรา ๔๒ วรรคสอง และมาตรา ๔๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อส าหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจ าต าแหน่งของสถาบัน การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ก าหนดปริญญาตรีในสาขาวิชาเทคโนโลยี เรียกว่า “เทคโนโลยีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ทล.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 125


หน้า ๒๑ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มาตรา ๔ ครุยวิทยฐานะชั้นปริญญาตรีของสถาบันเป็นเสื้อคลุมแขนยาวท าด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอด ยาวคลุมเข่า มีส ารดรอบขอบ ส ารดต้นแขน และส ารดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (๑) ส ารดรอบขอบและส ารดปลายแขน พื้นส ารดท าด้วยผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ตอนกลางส ารดมีแถบสีทอง กว้าง ๓.๔ เซนติเมตร และมีตราสถาบันท าด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน ขอบเป็นโลหะสีทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๔.๕ เซนติเมตร ติดบนส ารดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง (๒) ส ารดต้นแขน พื้นส ารดท าด้วยผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู กว้าง ๖.๕ เซนติเมตร มีแถบ สีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ตอนกลางส ารดมีแถบสีทอง กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร มาตรา ๕ เข็มวิทยฐานะของสถาบัน มีลักษณะเป็นรูปตราสถาบัน ท าด้วยโลหะดุนนูน ลงยาสีขาว ขอบเป็นโลหะลงยาสีทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๓.๘ เซนติเมตร มาตรา ๖ ครุยประจ าต าแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจ าต าแหน่งของนายก สภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน ผู้บริหารสถาบัน และคณาจารย์ของสถาบัน มีดังต่อไปนี้ (๑) นายกสภาสถาบัน ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวท าด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอด ยาวคลุมเข่า มีส ารดรอบขอบ ส ารดต้นแขน และส ารดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) ส ารดรอบขอบ พื้นส ารดท าด้วยผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จ านวนหกแถบ บนผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๘ เซนติเมตร มีส ารดเฉียงโดยพื้นส ารดท าด้วยผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู กว้าง ๑๐ เซนติเมตร วางเฉียง ๓๖ องศา ทาบบนส ารดรอบขอบบริเวณกลางอกเสื้อ มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริม ทั้งสองข้าง แบ่งครึ่งผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมูที่เหลือ ๘ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร บนผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู ณ จุดแบ่งครึ่งข้างละหนึ่งแถบ รวมสองแถบ และใช้แถบสีทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ทาบบนผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู ส่วนที่เหลือทั้งสองข้างมีตราสถาบันท าด้วยโลหะ ดุนนูนสีเงิน ขอบเป็นโลหะสีทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๖ เซนติเมตร ติดกลางส ารดเฉียงทั้งสองข้าง (ข) ส ารดต้นแขนและส ารดปลายแขน แบ่งเป็นสามตอน ระยะห่างตอนละ ๒ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร พื้นส ารดท าด้วยผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจ าต าแหน่งนายกสภาสถาบัน ท าด้วยโลหะสีทอง ประกอบด้วยตราสถาบันร้อยเรียงเป็นเส้น กึ่งกลางสายสร้อยประดับตราสถาบัน ยึดติดกับครุยประมาณ ร่องหัวไหล่ และมีโบสีทองสองชั้นประดับบนบ่าทั้งสองข้าง (๒) กรรมการสภาสถาบัน เช่นเดียวกับนายกสภาสถาบัน เว้นแต่สายสร้อยท าด้วยโลหะสีเงิน (๓) ผู้อ านวยการสถาบัน เช่นเดียวกับกรรมการสภาสถาบัน เว้นแต่สายสร้อยท าด้วยโลหะสีทอง และโบสีทองมีหนึ่งชั้น 126 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


หน้า ๒๒ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ (๔) รองผู้อ านวยการสถาบัน ผู้ช่วยผู้อ านวยการสถาบัน ผู้อ านวยการวิทยาลัย ผู้อ านวยการส านัก ผู้อ านวยการศูนย์ ผู้อ านวยการหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัย และรองผู้อ านวยการ ของต าแหน่งดังกล่าว เช่นเดียวกับผู้อ านวยการสถาบัน เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยประดับ (๕) คณาจารย์ เช่นเดียวกับรองผู้อ านวยการสถาบัน ผู้ช่วยผู้อ านวยการสถาบัน ผู้อ านวยการ วิทยาลัย ผู้อ านวยการส านัก ผู้อ านวยการศูนย์ ผู้อ านวยการหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า วิทยาลัย และรองผู้อ านวยการของต าแหน่งดังกล่าว เว้นแต่ส ารดรอบขอบพื้นส ารดท าด้วยผ้าสักหลาด สีแดงเลือดหมู กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบสีทอง กว้าง ๐.๗ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ทั้งสองข้าง ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร บนผ้าสักหลาดสีแดงเลือดหมู ส่วนที่เหลือทั้งสองข้าง มีตราสถาบันท าด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน ขอบเป็นโลหะสีทอง เส้นผ่าศูนย์กลาง ๖ เซนติเมตร ติดบนส ารด รอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง และไม่มีโบประดับ มาตรา ๗ ให้สถาบันจัดท าครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจ าต าแหน่ง ตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 127


หน้า ๒๓ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๓๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับ พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมาตรา ๔๒ วรรคสอง และมาตรา ๔๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การเรียกชื่อปริญญาในสาขาวิชา การใช้อักษรย่อส าหรับสาขาวิชา และการก าหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และ ครุยประจ าต าแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ 128 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผลการศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ของสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2564 โดยที่พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 6 และมาตรา 9 ก าหนดให้ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพต้องจัดตามหลักสูตรที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษาก าหนด โดยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง มาตรฐาน การศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และเกณฑ์มาตรฐาน คุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ พ.ศ. 2562 เพื่อผลิต และพัฒนาก าลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล จึงสมควรออกระเบียบว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผล การศึกษาตามหลักสูตร อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยค าแนะน าของคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาและ การประเมินผลการศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการของสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2564” ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิก ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาและการประเมินผล การศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการของสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2556 ข้อ 4 ให้ใช้ระเบียบนี้บังคับแก่สถาบันการอาชีวศึกษาที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ การอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งจัดการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ ข้อ 5 ในระเบียบนี้ “หลักสูตร” หมายความว่า หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต “รายวิชา” หมายความว่า หน่วยวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรในช่วงเวลาหนึ่งภาคเรียน มีทั้งที่บังคับ และให้เลือก “ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ” หมายความว่า การศึกษาตามหลักสูตร เทคโนโลยีบัณฑิต (ต่อเนื่อง) หลังจากจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ใช้อักษรย่อว่า “ทล.บ.” หนา ๑๘้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 129


“ผู้เข้าศึกษา” หมายความว่า ผู้มาสมัครเข้าศึกษาในสถาบัน หรือสมัครฝึกอาชีพกับสถาน ประกอบการที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา “นักศึกษา” หมายความว่า ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาตามหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต ส าหรับนักศึกษาการศึกษาระบบทวิภาคีต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาและท าสัญญาการฝึกอาชีพกับ สถานประกอบการ “ภาคเรียน” หมายความว่า ช่วงเวลาที่สถานศึกษาเปิดท าการสอน โดยก าหนดให้ ๑ ปี การศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ ภาคเรียนปกติ และใน ๑ ภาคเรียน มีระยะเวลาจัดการศึกษารวม การวัดผล ๑๘ สัปดาห์ “ภาคเรียนฤดูร้อน” หมายความว่า ช่วงเวลาที่สถาบันเปิดท าการสอนในช่วงปิดภาคเรียน ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการเปิดภาคเรียนฤดูร้อนในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ “สถาบัน” หมายความว่า สถาบันการอาชีวศึกษา ของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อด าเนินการจัดการ อาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ “อาจารย์ประจ า” หมายความว่า คณาจารย์ประจ าของสถาบันการอาชีวศึกษานั้นที่มีหน้าที่ หลักทางด้านการสอน การวิจัย และปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาตามภาระงานที่รับผิดชอบในหลักสูตร ที่เปิดสอน “อาจารย์ที่ปรึกษา” หมายความว่า อาจารย์ประจ าในสาขาวิชาซึ่งสถาบันมอบหมายให้ท าหน้าที่ ให้ค าแนะน าปรึกษา ติดตามผลเกี่ยวกับการศึกษา ตักเตือนดูแลความประพฤติ ตลอดจนรับผิดชอบดูแล แผนการเรียนของนักศึกษา “อาจารย์ผู้สอน” หมายความว่า อาจารย์ประจ าและอาจารย์พิเศษผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ สอนรายวิชาในระดับปริญญา “อาจารย์ประจ าหลักสูตร” หมายความว่า อาจารย์ที่มีคุณวุฒิตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชา ของหลักสูตรที่เปิดสอน ซึ่งมีหน้าที่สอนและค้นคว้าวิจัยในสาขาวิชาดังกล่าว “อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร” หมายความว่า อาจารย์ประจ าหลักสูตรที่มีภาระหน้าที่ ในการบริหารและพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน ตั้งแต่การวางแผน การควบคุมคุณภาพ การติดตามประเมินผล และการพัฒนาหลักสูตร “อาจารย์พิเศษ” หมายความว่า ผู้สอนที่ไม่ใช่อาจารย์ประจ า “อาจารย์นิเทศก์” หมายความว่า อาจารย์ผู้สอนรายวิชาในสถานประกอบการ ท าหน้าที่ นิเทศ ให้ค าปรึกษา แนะน า ติดตาม วัดและประเมินผลนักศึกษาที่ฝึกอาชีพและฝึกประสบการณ์ สมรรถนะวิชาชีพ “การศึกษาในระบบ” หมายความว่า การจัดการศึกษาวิชาชีพที่เน้นการศึกษาในสถาบัน เป็นหลัก โดยมีการก าหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล ที่เป็นเงื่อนไขของการส าเร็จการศึกษาที่แน่นอน หนา ๑๙้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 130 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


“การศึกษาระบบทวิภาคี” หมายความว่า การจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่าง สถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ในเรื่องการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล โดยนักศึกษาใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถาน ประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ “สถานประกอบการ” หมายความว่า บริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้าน รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ร่วมมือกับสถาบันเพื่อจัดการอาชีวศึกษา “ผู้ควบคุมการฝึก” หมายความว่า ผู้ที่สถานประกอบการมอบหมายให้ท าหน้าที่ประสานงาน กับสถาบันในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี และรับผิดชอบดูแลการฝึกอาชีพของนักศึกษา ในสถานประกอบการ “ครูฝึก” หมายความว่า ผู้ท าหน้าที่วางแผนการฝึกอาชีพ ฝึกอาชีพ วัดผลและประเมินผล นักศึกษาในสถานประกอบการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษาก าหนด “มาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า ข้อก าหนดด้านสมรรถนะวิชาชีพ ซึ่งครอบคลุม เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ เพื่อใช้เป็น เกณฑ์ในการก ากับดูแล ตรวจสอบและประกันคุณภาพผู้ส าเร็จการศึกษา “การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า การทดสอบความรู้ ความสามารถ ตลอดจน ลักษณะนิสัย ในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ซึ่งก าหนดเกณฑ์ การตัดสินไว้ชัดเจน พร้อมทั้งจัดด าเนินการประเมินภายใต้เงื่อนไขที่เป็นมาตรฐาน “คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ” หมายความว่า คณะกรรมการผู้ท าหน้าที่ รับผิดชอบในการอ านวยการ ติดตาม และก ากับดูแลการประเมินมาตรฐานวิชาชีพของนักศึกษา ในสถานศึกษา “การเรียนแบบเต็มเวลา” หมายความว่า การจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนปกติหรือ ภาคฤดูร้อน โดยนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคเรียนตามเกณฑ์จ านวนหน่วยกิตมาตรฐาน ของการลงทะเบียนที่ก าหนดส าหรับการเรียนแบบเต็มเวลา “การเรียนแบบไม่เต็มเวลา” หมายความว่า การจัดการเรียนการสอนนอกเหนือจากการเรียน การสอนภาคเรียนปกติ โดยนักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคเรียนตามเกณฑ์จ านวนหน่วยกิต มาตรฐานของการลงทะเบียนที่ก าหนดส าหรับการเรียนแบบไม่เต็มเวลา ข้อ 6 ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอ านาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ หนา ๒๐้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 131


หมวด ๑ สภาพนักศึกษา ส่วนที่ ๑ พื้นความรู้และคุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา ข้อ 7 ผู้เข้าศึกษา ต้องมีพื้นความรู้และคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นผู้ส าเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาที่ตรงกับ สาขาวิชาที่จะเข้าศึกษา กรณีสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์ ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสถาบัน โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทั้งนี้ โดยค านึงถึงคุณภาพของผู้ส าเร็จการศึกษา (2) คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาให้เป็นไปตามที่สถาบันก าหนด ส่วนที่ ๒ การรับผู้เข้าศึกษา ข้อ 8 การรับผู้เข้าศึกษา ให้ท าการสอบคัดเลือก หรือคัดเลือกให้เป็นไปตามระเบียบ ที่สถาบันก าหนด สถาบันจะเป็นผู้สอบคัดเลือกหรือคัดเลือกนักศึกษาเองตามคุณสมบัติที่ก าหนดและ ตามจ านวนที่ได้ตกลงร่วมกับสถานประกอบการหรือด าเนินการร่วมกันก็ได้ การรับผู้เข้าศึกษาตามโครงการต่าง ๆ ของสถาบัน ให้สถาบันคัดเลือกตามคุณสมบัติที่ก าหนด ตามความเหมาะสมของโครงการนั้น ข้อ 9 ให้มีการตรวจร่างกายเฉพาะผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือก หรือได้รับการคัดเลือก โดยแพทย์ปริญญา ส่วนที่ ๓ การเป็นนักศึกษา ข้อ 10 ผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกเข้าศึกษา จะมีสภาพเป็นนักศึกษาเมื่อได้ขึ้นทะเบียน และช าระเงินค่าลงทะเบียนเรียนและค่าธรรมเนียมตามระเบียบที่สถาบันก าหนด หากผู้ผ่านการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกเข้าศึกษา ไม่มาขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาตามก าหนด ของสถาบัน จะถือว่าสละสิทธิ์ที่จะเข้าเป็นนักศึกษา เว้นแต่มีเหตุจ าเป็นและได้รับอนุมัติจากสถาบัน ผู้เข้าศึกษาต้องท าสัญญาการฝึกอาชีพกับสถานประกอบการ การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา และการท าสัญญาการฝึกอาชีพต้องกระท าด้วยตนเอง พร้อมทั้ง แสดงหลักฐานการส าเร็จการศึกษาตามวัน เวลา ที่สถาบันก าหนด โดยช าระเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่สถาบันก าหนด ทั้งนี้ ให้เสร็จสิ้นก่อนวันเปิดภาคเรียน หนา ๒๑้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 132 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


ข้อ ๑1 ให้สถาบันออกบัตรประจ าตัวให้แก่นักศึกษา โดยให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยบัตรประจ าตัวนักเรียนและนักศึกษา ส่วนที่ ๔ การพ้นสภาพและคืนสภาพนักศึกษา ข้อ ๑2 การพ้นสภาพนักศึกษา เป็นไปตามกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้ (๑) ส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตร (๒) ลาออก (๓) ถึงแก่กรรม (๔) สถาบันสั่งให้พ้นสภาพนักศึกษาในกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้ ก. ขาดเรียน ขาดการฝึกอาชีพ ขาดการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ หรือ ขาดการติดต่อเกินกว่า ๑๕ วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือมีพฤติกรรมอย่างอื่นที่แสดงว่าไม่มี ความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนหรือรับการฝึกอาชีพ หรือรับการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ ข. ไม่ยื่นค าร้องขอกลับเข้าศึกษาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันถัดจากวันครบก าหนดลาพัก การศึกษาหรือการฝึกอาชีพ ตามข้อ 19 ค. ไม่มาติดต่อเพื่อรักษาสภาพนักศึกษา ไม่ช าระค่าธรรมเนียมการรักษาสภาพนักศึกษา ทุกภาคเรียนที่พักการศึกษาตามข้อ 28 ง. ประพฤติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถาบัน หรือสถานประกอบการ หรือของทางราชการ หรือประพฤติผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง จนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่สถาบันหรือประพฤติตนเป็นภัย ต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จ. ได้รับโทษจ าคุก โดยค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก เว้นแต่เป็นโทษส าหรับความผิด ที่ได้กระท าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ฉ. ขาดพื้นความรู้ ตามข้อ 7 ช. พ้นสภาพนักศึกษา ตามข้อ 55 ข้อ 13 ผู้ที่พ้นสภาพนักศึกษา ตามข้อ 12 (๒) (๔) ก. ข. และ ค. ถ้าประสงค์จะขอ คืนสภาพการเป็นนักศึกษา จะต้องยื่นค าร้องขอต่อสถาบันแห่งนั้นภายใน ๑ ปี นับแต่วันถัดจาก วันพ้นสภาพนักศึกษาเมื่อสถาบันพิจารณาเห็นสมควรก็ให้รับเข้าศึกษาได้ ข้อ 14 การขอคืนสภาพการเป็นนักศึกษา ตามข้อ 13 ให้ปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ต้องเข้าศึกษาภายในสัปดาห์แรกของภาคเรียน เว้นแต่กลับเข้าศึกษาในภาคเรียนเดียวกัน (๒) ต้องศึกษาตามหลักสูตรที่ใช้อยู่ในขณะนั้น (3) ให้น าจ านวนหน่วยกิตของรายวิชาที่ประเมินได้ไว้ และเป็นรายวิชาที่ยังปรากฏอยู่ใน หลักสูตรนี้มานับรวม เพื่อพิจารณาตัดสินการส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตร หนา ๒๒้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 133


ส่วนที่ ๕ การพักการศึกษา ข้อ 15 สถาบันและสถานประกอบการอาจพิจารณาอนุญาตให้นักศึกษาลาพักการศึกษา หรือฝึกอาชีพได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อมีเหตุจ าเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง ต่อไปนี้ (๑) ได้รับทุนการศึกษาให้ไปศึกษา หรือดูงาน หรือเป็นตัวแทนของสถาบัน หรือสถานประกอบการ ในการเข้าร่วมประชุม หรือกรณีอื่น ๆ อันควรแก่การส่งเสริม (๒) เจ็บป่วยต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน โดยมีค ารับรองของแพทย์ปริญญา (๓) กรณีลาพักเพื่อรับราชการทหารกองประจ าการให้ลาพักได้จนกว่าจะได้รับการน าปลด (๔) เหตุจ าเป็นอย่างอื่นตามที่สถาบัน หรือสถาบันและสถานประกอบการจะพิจารณา เห็นสมควร ข้อ ๑6 นักศึกษาที่ขออนุญ าตลาพักการศึกษาหรือการฝึกอาชีพ ต้องยื่นค าขอ เป็นลายลักษณ์อักษรต่อสถาบัน หรือสถาบันและสถานประกอบการ มิฉะนั้นจะถือว่าขาดเรียน เว้นแต่เหตุสุดวิสัย ข้อ ๑7 สถาบันสั่งให้นักศึกษาพักการศึกษาหรือการฝึกอาชีพได้ โดยปฏิบัติตามข้อก าหนด เกี่ยวกับวินัยของนักศึกษาของสถาบันหรือระเบียบข้อบังคับของสถานประกอบการ นักศึกษาที่ขออนุญาตลาพักการศึกษาหรือการฝึกอาชีพตามข้อ ๑5 หรือถูกสั่งพักการศึกษา หรือการฝึกอาชีพตามข้อ ๑7 เป็นเวลาเกินกว่า ๑ ภาคเรียน ต้องช าระค่าธรรมเนียมการรักษา สภาพนักศึกษาทุกภาคเรียนที่พักการศึกษาตามระเบียบของสถาบัน ภายใน ๑๕ วัน นับจากวันประกาศ ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนถัดไป ข้อ ๑8 การอนุญาตให้นักศึกษาลาพักการศึกษาหรือการฝึกอาชีพ ให้สถาบันท าหลักฐาน เป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งให้นักศึกษาทราบ ข้อ 19 นักศึกษาที่ลาพักการศึกษาหรือการฝึกอาชีพ เมื่อครบก าหนดเวลาที่ลาพักการศึกษา หรือการฝึกอาชีพแล้ว ให้ยื่นค าร้องขอกลับเข้าศึกษาพร้อมด้วยหลักฐานการอนุญาตให้ลาพักการศึกษา หรือการฝึกอาชีพต่อสถาบันภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันถัดจากวันครบก าหนด หากพ้นก าหนดนี้ให้ถือว่า พ้นสภาพนักศึกษา เว้นแต่มีเหตุผลสมควร ส่วนที่ ๖ การลาออก ข้อ 20 นักศึกษาที่ประสงค์จะลาออกจากการเป็นนักศึกษา ต้องด าเนินการตามระเบียบ ที่สถาบันก าหนด หนา ๒๓้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 134 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


ข้อ ๒1 นักศึกษาที่ลาออกแล้วได้รับอนุญาตให้กลับเข้าศึกษาในภาคเรียนเดียวกัน ให้ถือว่า นักศึกษาผู้นั้นมีสภาพนักศึกษามาตั้งแต่ต้นภาคเรียนนั้นทุกประการ หมวด ๒ การจัดการศึกษา ส่วนที่ ๑ การเปิดเรียน ข้อ ๒2 ให้สถาบันก าหนดวันเปิดและปิดภาคเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย ปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา หากสถาบันใดจะก าหนดวันเปิดและปิดภาคเรียนแตกต่าง ไปจากระเบียบดังกล่าว ให้รายงานส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทราบ ข้อ ๒3 สถาบันที่เปิดภาคเรียนฤดูร้อน ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย การเปิดภาคเรียนฤดูร้อนในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนที่ ๒ การลงทะเบียนรายวิชา ข้อ ๒4 สถาบันต้องจัดให้นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชาต่างๆ ให้เสร็จก่อนวันเปิดภาคเรียนนั้น ตามระยะเวลาที่สถาบันก าหนด ข้อ ๒5 การลงทะเบียนรายวิชาต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา โดยเป็นไป ตามข้อก าหนดของหลักสูตร ข้อ ๒6 นักศึกษาต้องลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเอง ตามวันและเวลาที่สถาบันก าหนด ในกรณีที่นักศึกษาไม่สามารถมาลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเองได้ จะมอบหมายให้ผู้อื่น มาลงทะเบียนแทน ให้สถาบันพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ข้อ ๒7 สถาบันอาจให้นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชาภายหลังก าหนดตามข้อ ๒4 ก็ได้ โดยให้ สถาบันก าหนดวันสิ้นสุดการลงทะเบียนตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน หรือไม่เกิน ๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน การลงทะเบียนรายวิชาตามวรรคหนึ่ง นักศึกษาต้องช าระค่าปรับตามที่สถาบันก าหนด ข้อ ๒8 นักศึกษาที่มิได้ลงทะเบียนรายวิชาภายในวันและเวลาที่สถาบันก าหนด ตามข้อ ๒7 ถ้าประสงค์จะรักษาสภาพนักศึกษา ต้องติดต่อรักษาสภาพนักศึกษาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันถัด จากวันสิ้นสุดการลงทะเบียน หากพ้นก าหนดนี้ให้ถือว่าพ้นสภาพนักศึกษา เว้นแต่มีเหตุผลสมควร ข้อ 29 นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชาได้ไม่น้อยกว่าภาคเรียนละ 9 หน่วยกิต และไม่เกิน ภาคเรียนละ ๒๒ หน่วยกิต ส าหรับการเรียนแบบเต็มเวลา และได้ไม่เกินภาคเรียนละ 9 หน่วยกิต หนา ๒๔้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 135


ส าหรับการเรียนแบบไม่เต็มเวลา ส่วนการลงทะเบียนรายวิชาในภาคเรียนฤดูร้อน ให้ลงทะเบียน ได้ไม่เกิน 9 หน่วยกิต หากมีเหตุผลและความจ าเป็นในการให้นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชาที่แตกต่างไปจากเกณฑ์ข้างต้น อาจท าได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากสถาบัน ส่วนที่ ๓ การเปลี่ยน การเพิ่ม และการถอนรายวิชา ข้อ 30 นักศึกษาจะขอเปลี่ยนรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว หรือขอเพิ่มรายวิชาต้องกระท า ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียน หรือภายใน ๕ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดูร้อน ส่วนการขอถอน รายวิชาต้องกระท าภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันเปิดภาคเรียนหรือภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันเปิด ภาคเรียนฤดูร้อน การถอนรายวิชาภายหลังก าหนดตามวรรคหนึ่งอาจกระท าได้ ถ้าสถาบันพิจารณาเห็นว่า มีเหตุผลสมควร การขอเปลี่ยน ขอเพิ่ม หรือขอถอนรายวิชา ต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์ผู้สอนประจ ารายวิชา ข้อ 31 การถอนรายวิชาภายในก าหนด ตามข้อ 30 ไม่ต้องลงรายวิชานั้นในใบแสดง ผลการศึกษา การถอนรายวิชาภายหลังก าหนด ให้ลงอักษร “ถ.” ในใบแสดงผลการศึกษาช่อง “ระดับผลการศึกษา” ส่วนที่ 4 การศึกษาโดยไม่นับจ านวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ข้อ ๓2 สถาบันอาจอนุญาตให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดวิชาหนึ่งเพื่อเป็นการเสริม ความรู้ โดยไม่นับจ านวนหน่วยกิตของรายวิชานั้นมารวมเพื่อการส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตรก็ได้ ข้อ ๓3 เมื่อได้ท าการวัดและประเมินผลการศึกษาแล้วได้ระดับผลการศึกษาผ่าน ให้บันทึก “ม.ก.” ลงในใบแสดงผลการศึกษาช่อง “ระดับผลการศึกษา” ถ้าผลการประเมินไม่ผ่าน ไม่ต้องบันทึก รายวิชานั้น และให้ถือเป็นการสิ้นสุดส าหรับการศึกษารายวิชานั้น โดยไม่นับจ านวนหน่วยกิตมารวม เพื่อการส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ส่วนที่ 5 การนับเวลาเรียนเพื่อสิทธิในการประเมินสรุปผลการศึกษา ข้อ ๓4 นักศึกษาต้องมีเวลาเรียนในแต่ละรายวิชาไม่ต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียน ส าหรับรายวิชานั้น จึงจะมีสิทธิรับการประเมินสรุปผลการศึกษา หนา ๒๕้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 136 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย สถาบันอาจพิจารณาผ่อนผันได้เป็นราย ๆ ไป ข้อ ๓5 การนับเวลาเรียนให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) เวลาเปิดเรียนเต็มภาคเรียนปกติรวมการประเมินผลรายวิชา ภาคเรียนละ ๑๘ สัปดาห์ (2) นักศึกษาที่ย้ายสถาบันระหว่างภาคเรียน ให้น าเวลาเรียนจากสถาบันทั้งสองแห่งมารวมกัน (3) นักศึกษาที่ลาออกแล้ว ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าศึกษาในภาคเรียนเดียวกัน ให้นับเวลา เรียนที่เรียนแล้วมารวมกัน (4) นักศึกษาที่ลาพักการศึกษาหรือฝึกอาชีพในภาคเรียนใดได้รับอนุญาตให้กลับเข้าเรียน หรือฝึกอาชีพในภาคเรียนเดียวกันให้นับเวลาเรียนหรือฝึกอาชีพก่อนและหลังการลาพักการเรียน หรือการฝึกอาชีพในภาคเรียนนั้นมารวมกัน (5) นักศึกษาที่ถูกสั่งพักการศึกษาจะไม่นับเวลาเรียนในระหว่างถูกสั่งพักการศึกษา (6) รายวิชาที่มีอาจารย์ผู้สอนหรือครูฝึกตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป และแยกกันสอน ให้น าเวลาเรียน ที่ศึกษากับอาจารย์ผู้สอนหรือครูฝึกทุกคนมารวมกัน (7) ถ้ามีการเปลี่ยนรายวิชา หรือเพิ่มรายวิชา ให้นับเวลาเรียนตั้งแต่เริ่มเรียนรายวิชาใหม่ ส่วนที่ 6 การขออนุญาตเลื่อนการประเมิน ข้อ ๓6 นักศึกษาที่ไม่สามารถเข้ารับการประเมินผลรายวิชาตามวันและเวลาที่สถาบันก าหนด สถาบันอาจอนุญาตให้เลื่อนการประเมินผลรายวิชา ได้ในกรณีต่อไปนี้ (๑) ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย (๒) ถูกควบคุมตัวโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย (๓) เป็นตัวแทนของสถาบัน หรือสถานประกอบการ ในการเข้าร่วมประชุมหรือกิจกรรมพิเศษ อย่างอื่น โดยได้รับความยินยอมจากสถาบันหรือสถานประกอบการ (๔) มีความจ าเป็นอย่างอื่น โดยสถาบัน หรือสถาบันและสถานประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นความจ าเป็นอย่างแท้จริง ข้อ ๓7 นักศึกษาที่ประสงค์จะขออนุญาตเลื่อนการประเมินผลรายวิชา ต้องยื่นค าร้อง พร้อมทั้งหลักฐานประกอบต่อสถาบันก่อนการประเมินไม่น้อยกว่า ๓ วัน หากไม่สามารถกระท าได้ ให้สถาบันพิจารณาเป็นราย ๆ ไป การอนุญาตให้เลื่อนการประเมินผลรายวิชาให้สถาบันท าเป็นลายลักษณ์อักษรมอบให้นักศึกษา ข้อ ๓8 นักศึกษาจะขออนุญาตเลื่อนการประเมินผลรายวิชาออกไปได้ไม่เกินวันก าหนด การประเมินสรุปผลการศึกษาปลายภาคเรียนของภาคเรียนถัดไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสถาบัน เป็นราย ๆ ไป หนา ๒๖้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 137


ข้อ 39 ถ้าเป็นกรณีที่สามารถก าหนดวันประเมินผลรายวิชาได้ ให้สถาบันก าหนด วันประเมินผลรายวิชาไว้ในหนังสืออนุญาตให้เลื่อนการประเมินผลรายวิชา แต่ถ้าไม่สามารถกระท าได้ ให้เป็นหน้าที่ของนักศึกษาซึ่งพร้อมที่จะรับการประเมินผลรายวิชายื่นค าร้องต่อสถาบันเพื่อขอเข้ารับ การประเมินผลรายวิชาพร้อมทั้งหลักฐานการอนุญาตให้เลื่อนการประเมินผลรายวิชา ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันก าหนดการประเมินสรุปผลการศึกษาปลายภาคเรียนของภาคเรียนถัดไป หากพ้นก าหนดนี้ให้ถือว่าขาดการประเมินผลรายวิชาและให้สถาบันท าการประเมินตัดสินผลการศึกษา หมวด ๓ การประเมินผลการศึกษา ส่วนที่ ๑ หลักการในการประเมินผลการศึกษา ข้อ 40 ให้สถาบันมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินผลการศึกษารายวิชาที่เรียนและ ฝึกปฏิบัติในสถาบัน โดยให้สถาบันและสถานประกอบการมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในการประเมิน ผลการศึกษารายวิชาที่เรียนและฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ข้อ ๔1 ให้ประเมินผลการศึกษาเป็นรายวิชาตามระบบหน่วยกิต ตามสภาพจริงต่อเนื่อง ตลอดภาคเรียน รวมทั้งการประเมินสรุปผลการศึกษา ซึ่งครอบคลุมจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และเนื้อหาวิชา โดยใช้เครื่องมือและวิธีการหลากหลายตามความเหมาะสม ส่วนที่ ๒ วิธีการประเมินผลการศึกษา ข้อ ๔2 ให้สถาบันท าการประเมินผลการศึกษารายวิชาที่เรียนและฝึกปฏิบัติในสถาบัน เมื่อสิ้นภาคเรียน หรือเมื่อสิ้นสุดการศึกษาหรือการปฏิบัติงานในแต่ละรายวิชา ส าหรับรายวิชาที่เรียนและฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ให้สถาบันและสถานประกอบการ โดยอาจารย์นิเทศก์และครูฝึกร่วมกันประเมินผลการศึกษา เมื่อสิ้นสุดการเรียนและฝึกปฏิบัติ ในแต่ละรายวิชา ให้มีการประเมินเพื่อพัฒนาและการประเมินสรุปผลการศึกษา โดยพิจารณาจากการประเมิน ในแต่ละกิจกรรมและงานที่มอบหมาย ในอัตราส่วนตามความส าคัญของแต่ละกิจกรรมหรืองานที่มอบหมาย ให้ด าเนินการประเมินผลการศึกษาส าหรับนักศึกษาที่ศึกษาในรูปแบบการศึกษาระบบทวิภาคี จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ตามวิธีการที่อาจารย์นิเทศก์และครูฝึกก าหนด โดยความเห็นชอบของสถาบัน หนา ๒๗้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 138 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


ข้อ ๔3 ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้ ร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับผลการเรียน ๔.๐ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ร้อยละ 75 - 79 ระดับผลการเรียน ๓.๕ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ร้อยละ 70 - 74 ระดับผลการเรียน ๓.๐ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 65 - 69 ระดับผลการเรียน ๒.๕ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ ค่อนข้างดี ร้อยละ 60 - 64 ระดับผลการเรียน ๒.๐ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ร้อยละ 55 - 59 ระดับผลการเรียน ๑.๕ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อน ร้อยละ 50 - 54 ระดับผลการเรียน ๑.๐ หมายถึง ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก ต่ ากว่าร้อยละ 50 ระดับผลการเรียน ๐ หมายถึง ผลการเรียนต่ ากว่าเกณฑ์ การบันทึกระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชาลงในใบแสดงผลการเรียนฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ตัวอักษรแสดงระดับผลการศึกษาในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้ 4.0 ใช้ตัวอักษร A หมายถึง Excellent 3.5 ใช้ตัวอักษร B+ หมายถึง Very Good 3.0 ใช้ตัวอักษร B หมายถึง Good 2.5 ใช้ตัวอักษร C+ หมายถึง Fairly Good 2.0 ใช้ตัวอักษร C หมายถึง Fair 1.5 ใช้ตัวอักษร D+ หมายถึง Poor 1.0 ใช้ตัวอักษร D หมายถึง Very Poor 0 ใช้ตัวอักษร F หมายถึง Fail ข้อ ๔4 รายวิชาใดที่แสดงระดับผลการเรียนตามข้อ ๔3 ไม่ได้ ให้ใช้ตัวอักษรต่อไปนี้ ข.ร. หมายถึง ขาดเรียน ไม่มีสิทธิเข้ารับการประเมินสรุปผลการศึกษา เนื่องจาก มีเวลาศึกษาต่ ากว่าร้อยละ ๘๐ โดยสถาบันพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ส าหรับรายวิชาที่เรียน หรือฝึกปฏิบัติในสถาบัน ข.ป. หมายถึง ขาดการปฏิบัติงาน หรือปฏิบัติงานไม่ครบตามเกณฑ์ โดยสถาบัน และสถานประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร ส าหรับรายวิชาที่เรียนหรือฝึกปฏิบัติ ในสถานประกอบการ ข.ส. หมายถึง ขาดการประเมินสรุปผลการศึกษา โดยสถาบันพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุผลสมควร ถ. หมายถึง ถอนรายวิชาภายหลังก าหนด ท. หมายถึง ทุจริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายให้ท า หนา ๒๘้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 139


ม.ส. หมายถึง ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการประเมินครบทุกครั้ง และหรือไม่ส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการศึกษารายวิชาตามก าหนดด้วยเหตุสุดวิสัย ม.ท. หมายถึง ไม่สามารถเข้ารับการประเมินทดแทนการประเมินส่วนที่ขาด ของรายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ภายในภาคเรียนถัดไป ม.ก. หมายถึง การศึกษาโดยไม่นับจ านวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการส าเร็จการศึกษา ตามหลักสูตร และผลการประเมินผ่าน การบันทึกตัวอักษรที่แสดงระดับผลการเรียนลงในใบแสดงผลการเรียนฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ตัวอักษรแสดงระดับผลการศึกษาในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้ ข.ร. ใช้อักษร I.C. หมายถึง Insufficient class attendance ข.ป. ใช้อักษร I.P. หมายถึง Incomplete practical assignment ข.ส. ใช้อักษร I.L. หมายถึง Incomplete learning assessment ถ. ใช้อักษร W.A. หมายถึง Withdraw after dead line ท. ใช้อักษร C. หมายถึง Cheating ม.ส. ใช้อักษร N.C. หมายถึง Not complete ม.ท. ใช้อักษร U.T. หมายถึง Unable to undertake substitute Assessment ม.ก. ใช้อักษร N.Cr. หมายถึง Non - credit ข้อ ๔5 ในกรณีต่อไปนี้ให้ตัดสินผลการศึกษาเป็นระดับ ๐ (ศูนย์) เฉพาะรายวิชา (๑) ได้ ข.ร. (๒) ได้ ข.ป. (๓) ได้ ข.ส. (๔) ได้ ถ. (๕) ได้ ท. (๖) ได้ ม.ท. ข้อ ๔6 นักศึกษาที่ท าการทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริตในการสอบ หรืองานที่มอบหมาย ให้ท าในรายวิชาใด ให้สถาบันพิจารณาด าเนินการ ดังนี้ (๑) ให้ได้คะแนน ๐ (ศูนย์) เฉพาะครั้งนั้น หรือ (๒) ให้ระดับผลการเรียนเป็น ๐ (ศูนย์) โดยบันทึก “ท.” ลงในใบแสดงผลการศึกษาช่อง “ระดับผลการศึกษา” ในรายวิชานั้น หรือ ด าเนินการตาม (๒) และตัดคะแนนความประพฤติตามระเบียบว่าด้วยการตัดคะแนน ความประพฤติที่สถาบันก าหนดตามความร้ายแรงแล้วแต่กรณี หนา ๒๙้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 140 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


ข้อ 47 การค านวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) ให้น าผลบวกของผลคูณระหว่างจ านวนหน่วยกิต ของแต่ละรายวิชากับระดับผลการศึกษา หารด้วยผลบวกของจ านวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา คิดทศนิยมสองต าแหน่งไม่ปัดเศษ (๒) ให้ค านวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย จากรายวิชาที่ได้ระดับผลการศึกษาตามข้อ 43 และข้อ ๔5 รายวิชาที่นักศึกษาเรียนซ้ า เรียนแทน ให้ใช้ระดับผลการศึกษาสุดท้ายและนับจ านวน หน่วยกิตมาเป็นตัวหารเพียงครั้งเดียว (๓) ให้ค านวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ดังนี้ (ก) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจ าภาคเรียน ค านวณจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการศึกษา ตาม (๒) เฉพาะในภาคเรียนหนึ่ง ๆ (ข) ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ค านวณจากรายวิชาที่เรียนมาทั้งหมดและได้ระดับ ผลการศึกษาตาม (๒) ตั้งแต่สองภาคเรียนขึ้นไป ข้อ 48 ผู้ที่ได้ ม.ส. และไม่สามารถเข้ารับการประเมินทดแทนภายในเวลาที่สถาบันก าหนด ให้สถาบันบันทึก “ม.ท.”ลงในใบแสดงผลการศึกษา ช่อง “ระดับผลการศึกษา” เว้นแต่ได้ ม.ส. ตามข้อ ๓5 (๓) ให้สถาบันและหรือสถานประกอบการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป กรณีผู้ที่ได้ ม.ส. เนื่องจากไม่สามารถส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาได้ตาม ก าหนดให้นักศึกษาส่งงานนั้นภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันประกาศผลการศึกษารายวิชา หากไม่สามารถ ด าเนินการได้ให้สถาบันประเมินผลการเรียนจากคะแนนที่มีอยู่ เว้นแต่มีเหตุจ าเป็นที่สถาบันพิจารณา เห็นสมควร ให้สถาบันหรือสถานประกอบการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ทั้งนี้ ให้ด าเนินการให้เสร็จสิ้น ภายในก าหนดการประเมินสรุปผลการศึกษาของภาคเรียนถัดไป ข้อ 49 นักศึกษาต้องเข้ารับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียน รายวิชาครบทุกรายวิชาตามหลักสูตร หรือตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพก าหนด ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษาก าหนด นักศึกษาจะส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตรได้ จะต้องเข้ารับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ และผลการประเมินผ่านเกณฑ์ที่ก าหนด ส่วนที่ ๓ การตัดสินผลการศึกษา ข้อ 50 การตัดสินผลการศึกษาให้ด าเนินการ ดังนี้ (๑) ตัดสินผลการศึกษาเป็นรายวิชา (๒) รายวิชาที่มีผลการศึกษาตั้งแต่ระดับ ๑.0 ขึ้นไป ถือว่าประเมินผ่านและให้นับจ านวน หน่วยกิตของรายวิชานั้นเป็นจ านวนหน่วยกิตสะสม (๓) เมื่อได้ประเมินผลการศึกษาแล้วนักศึกษาที่มีผลการศึกษาระดับ ๐ (ศูนย์) ตามที่ก าหนดไว้ หนา ๓๐้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 141


(๔) ในข้อ 43 และ ข้อ ๔5 ถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่ก าหนดให้ศึกษาในแต่ละสาขาวิชา ให้ศึกษาซ้ ารายวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเลือก จะศึกษาซ้ า หรือศึกษารายวิชาอื่นแทนก็ได้ ในกรณีที่ให้ศึกษารายวิชาอื่นแทนให้ลงหมายเหตุว่าให้ศึกษาแทนรายวิชาใด ข้อ 51 การตัดสินผลการศึกษาเพื่อส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ให้ถือตามเกณฑ์ต่อไปนี้ (๑) ได้รายวิชาและจ านวนหน่วยกิตสะสมในทุกหมวดวิชา ครบถ้วนตามที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่สถาบันก าหนด (๒) ได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ ากว่า ๒.๐๐ (๓) ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานวิชาชีพ ข้อ 52 ให้สถาบันเป็นผู้อนุมัติผลการเรียนและการส าเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ข้อ ๕3 นักศึกษาผู้ใดประสงค์จะลงทะเบียนเรียนเพิ่ม เพื่อประเมินปรับค่าระดับคะแนน เฉลี่ยสะสมให้สูงขึ้น ให้สถาบันด าเนินการให้ศึกษาเพิ่มภายในเวลาที่เห็นสมควร การนับจ านวนหน่วยกิต สะสมในกรณีนี้ให้นับหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียนทุกรายวิชา ข้อ ๕4 ให้สถาบันพิจารณาเกณฑ์การพ้นสภาพเนื่องจากผลการศึกษาของนักศึกษา ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 2 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 40 หน่วยกิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ ากว่า 1.75 ให้สถาบันพิจารณา ว่าควรให้เรียนต่อไปหรือพ้นสภาพนักศึกษา (2) เมื่อนักศึกษาได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 4 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 72 หน่วยกิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ ากว่า 1.90 ให้สถาบันพิจารณา ว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักศึกษา ส่วนที่ ๔ การเทียบโอนผลการศึกษา ข้อ 55 การโอนผลการศึกษา ให้สถาบันที่รับนักศึกษาเข้าศึกษารับโอนผลการศึกษา ที่ได้รับความเห็นชอบจากสถาบัน ข้อ 56 สถาบันจะรับโอนผลการศึกษารายวิชาจากหลักสูตรอื่นซึ่ง ก.พ. รับรองคุณวุฒิ ไม่ต่ ากว่าระดับปริญญาตรี หรือจากหลักสูตรอื่นใดที่มีรายวิชาลักษณะเดียวกัน แต่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น ของสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ (๑) เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ ากว่า ร้อยละ ๗๕ และมีจ านวน หน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรที่ใช้ระเบียบนี้ (๒) รายวิชาที่ได้ระดับผลการศึกษาตั้งแต่ ๒.๐ หรือระดับคะแนนตัวอักษร C ขึ้นไป สถาบันจะรับโอนผลการศึกษาหรือจะท าการประเมินใหม่แล้วจึงรับโอนรายวิชานั้นก็ได้ หนา ๓๑้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 142 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


(3) การขอโอนผลการศึกษาและหน่วยกิต สถาบันจะรับโอนได้ไม่เกิน 3 ใน 4 ของจ านวน หน่วยกิตรวมของหลักสูตรที่รับโอน (4) รายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่รับโอนผลการศึกษา ต้องน ามาค านวณระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมด้วย ข้อ 57 เมื่อนักศึกษาขอโอนผลการศึกษา ให้สถาบันด าเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการประเมิน สรุปผลการศึกษา ภาคเรียนแรกที่นักศึกษาเข้าเรียน ข้อ 58 การบันทึกผลการศึกษา ตามข้อ 55 ข้อ 56 ลงในใบแสดงผลการศึกษา ให้ใช้รหัสวิชาและชื่อรายวิชาตามหลักสูตร โดยแสดงหมายเหตุว่าเป็นรายวิชาที่รับโอนมาจากหลักสูตรอื่น หรือจากการเทียบรายวิชารหัสวิชาใด ยกเว้นมีข้อก าหนดเฉพาะในเรื่องนั้น ๆ ข้อ 59 นักศึกษาที่มีประสบการณ์ในงานอาชีพ หรือท างานในอาชีพนั้นอยู่แล้ว หรือ มีความรู้ในรายวิชาตามหลักสูตรนี้มาก่อนเข้าศึกษา จะขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์การท างาน ในสถานประกอบการ เพื่อนับจ านวนหน่วยกิตสะสมส าหรับรายวิชานั้นได้ ตามหลักเกณฑ์ที่สถาบันก าหนด โดยสถาบันจัดให้มีระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ถ้าผลการประเมินไม่ผ่าน นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนปกติในภาคเรียนนั้นหรือ ขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ในภาคเรียนต่อไปได้ ข้อ 60 นักศึกษาที่สถาบันให้พ้นสภาพนักศึกษาตามข้อ ๕4 แล้วสอบเข้าศึกษาใหม่ ในสถาบันเดิมหรือสถาบันแห่งใหม่ได้ ให้สถาบันรับโอนผลการศึกษาเฉพาะรายวิชาที่ยังปรากฏอยู่ใน หลักสูตรปัจจุบันที่เปิดสอน และได้ระดับผลการศึกษาตั้งแต่ ๒.๐ ขึ้นไป ข้อ 61 นักศึกษาที่ขอโอนผลการศึกษารายวิชาตามข้อ 55 หรือขอประเมินเทียบโอน ความรู้และประสบการณ์ ต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาในสถาบันนั้นไม่น้อยกว่า ๑ ภาคเรียน ข้อ 62 ให้สภาสถาบันเป็นผู้อนุมัติผลการเทียบโอนผลการศึกษา หมวด ๔ การขอส าเร็จการศึกษาและอนุมัติการให้ปริญญา ส่วนที่ ๑ การขอส าเร็จการศึกษาและการขอขึ้นทะเบียนบัณฑิต ข้อ 63 นักศึกษาที่มีสิทธิขอส าเร็จการศึกษา ต้องมีเกณฑ์คุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ (๑) ศึกษารายวิชาได้ครบตามหลักสูตร และข้อก าหนดของสาขานั้น ทั้งนี้ ระยะเวลา การศึกษา 4 ภาคเรียน ส าหรับการลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา หรือไม่เกิน 12 ภาคเรียน ส าหรับ การลงทะเบียนเรียนไม่เต็มเวลา นับตั้งแต่วันขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา โดยไม่นับภาคเรียนที่ลาพักการเรียน หรือถูกสั่งพักการเรียนรวมเข้าด้วย (๒) มีหน่วยกิตสะสมไม่ต่ ากว่าที่หลักสูตรก าหนดไว้ และผ่านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ หนา ๓๒้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 143


(๓) มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นบัณฑิต และไม่มีหนี้สินผูกพันต่อสถาบัน (๔) ต้องยื่นค าร้องขอส าเร็จการศึกษาในภาคเรียนที่นักศึกษาคาดว่าจะส าเร็จการศึกษา ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันเปิดภาคเรียนนั้น ตามข้อบังคับของสถาบัน นักศึกษาที่ไม่ด าเนินการตามข้อ (๔) จะไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาในแต่ละ ภาคเรียนนั้น และจะต้องช าระค่ารักษาสภาพการเป็นนักศึกษาจนถึงภาคเรียนที่นักศึกษายื่นค าร้องขอ ส าเร็จการศึกษาให้มีการประเมินเพื่อพัฒนาและการประเมินสรุปผลการศึกษา โดยพิจารณาจาก การประเมินในแต่ละกิจกรรมและงานที่มอบหมาย ในอัตราส่วนตามความส าคัญของแต่ละกิจกรรม หรืองานที่มอบหมาย ให้ด าเนินการประเมินผลการศึกษาส าหรับนักศึกษาที่ศึกษาในรูปแบบการศึกษาระบบทวิภาคี จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ตามวิธีการที่ครูฝึกและอาจารย์นิเทศก์ก าหนดโดยความเห็นชอบ ของสถาบัน ข้อ 64 นักศึกษาที่ส าเร็จการศึกษาต้องขอขึ้นทะเบียนบัณฑิต โดยยื่นค าร้องขอขึ้นทะเบียนบัณฑิต พร้อมช าระเงินค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต ตามขั้นตอนที่สถาบันก าหนด ข้อ 65 การเสนอชื่อเพื่ออนุมัติการให้ปริญญา ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน ส่วนที่ ๒ ปริญญาเกียรตินิยม ข้อ 66 ให้สภาสถาบันโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจออกข้อบังคับ ก าหนดให้ผู้ส าเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งหรือปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับสองได้ ภายใต้แนวทางดังนี้ (1) ลงทะเบียนรายวิชาในสถาบันไม่ต่ ากว่า ๗๒ หน่วยกิต (2) ส าเร็จการศึกษาในระยะเวลาที่หลักสูตรก าหนด ทั้งนี้ไม่นับระยะเวลาที่นักศึกษา ขอลาพักการศึกษาตามระเบียบนี้ (3) ต้องไม่มีผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ต่ ากว่าพอใช้ ในรายวิชาใดวิชาหนึ่ง (4) นักศึกษาผู้ส าเร็จการศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม (2) และ (3) ที่มีค่าระดับ คะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ ากว่า ๓.๗๕ ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (5) นักศึกษาผู้ส าเร็จการศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม (2) และ (3) ที่มีค่าคะแนนเฉลี่ย สะสมไม่ต่ ากว่า ๓.๕๐ ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับสอง (6) การเสนอชื่ออนุมัติการให้ปริญญาเกียรตินิยม ให้สถาบันน าเสนอต่อสภาสถาบันในคราวเดียวกัน กับที่เสนอขออนุมัติปริญญาประจ าภาคเรียนนั้น หนา ๓๓้ ่ เลม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๖๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ 144 สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 กระทรวงศึกษาธิการ


Click to View FlipBook Version