The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Amy Matchima, 2023-09-25 11:54:23

ไทย

ไทย

สามัคคี เภทคำ ฉันท์ จัดจัทำ โดย 1) กฤติพงศ์ คุณคุบัวบัลา เลขที่ 19 2) มัชมัฌิมฌิา ไชยรัตรัน์ เลขที่ 20 3) ชนิดนิาภา เชาวนศรีมรีานนท์ เลขที่ 21 4) เปี่ยปี่มรักรัสิริสิริช่าช่งสาร เลขที่ 22 5) ฟ้าฟ้ใส อิฐรัตรัน์ เลขที่ 23 6) กวินวิกู่กักู่กังวาน เลขที่ 26 7) ธัญธัญาภรณ์ ศิริสัริมสัพันพัธ์ เลขที่ 28 8) สุพิสุชพิญา ลาภยั่งยั่ยืนยืเลขที่ 32 9) พิชพิชานันนัท์ จรีรัรีตรันชาติ เลขที่ 34 10) ธัญธันพ เจริญริสุขสุเลขที่ 39


บทที่ 5 ตัวอย่าย่งข้อข้สอบ บทที่ 1 ส่วส่นนำ บทที่ 3 เนื้อนื้เรื่อรื่งย่อย่ 01 06 03 04 สารบัญ บทที่ 4 คุณคุค่าของวรรณคดี บทที่ 2 ประวัติวั ติผู้แผู้ ต่ง 02


จุดจุประสงค์ ในสมัยมัรัชรักาลที่ 6 เกิดกิวิกวิฤตการณ์ ทั้งทั้ภายในและภายนอกประเทศ เช่นช่ เกิดกิสงครามโลกครั้งรั้ที่ 1 เกิดกิกบฏ ร.ศ. 130 ซึ่ง ซึ่ ส่งส่ผลกระทบต่อต่ความ มั่นมั่คงของบ้าบ้นเมือมืง นายชิตชิบุรบุทัตทั จึงจึ ได้แด้ต่งต่เรื่อ รื่ งสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ มีจุมีดจุประสงค์เค์พื่อ พื่ มุ่งมุ่ ชี้ค ชี้ วามสำ คัญคั ของความสามัคมัคี การร่วร่มกันกัเป็นป็ อันอัหนึ่ง นึ่ ใจเดียดีวกันกัของคนในชาติ มุ่งมุ่ สรรเสริญริธรรมแห่งห่ความ สามัคมัคี 1. ส่วนนำ ที่ม ที่ า เดิมดิเป็นป็นิทนิานสภาษิตษิที่แ ที่ ปลมาจากภาษา บาลีใลีนอรรถกถาสุมัสุงมัคลวิลวิาสินีสิทีนีฆทีนิกนิาย มหาวรรค ได้มีด้กมีารทูลทูเกล้าล้ฯ ถวาย รัชรักาลที่ ๖ และหวังวัจะได้ทด้รงพระ อนุเนุคราะห์ตห์รวจแก้ไก้ข แต่พต่ระองค์เค์สด็จด็ สวรรคตเสียสีก่อก่น ต่อต่มาสมเด็จด็กรม พระยาดำ รงฯ ได้ขด้อเรื่อ รื่ งนี้ม นี้ าพิมพิพ์แจก และเจ้าจ้พระยาธรรมศักศัดิ์มดิ์นตรี ในฐานะที่ เป็นป็เสนาบดีว่ดีาว่การกระทรวงธรรมการได้ นำ มาเป็นป็บทเรียรีนในชั้นชั้เรียรีน 01 รูปรูเเบบคำ ประพันพัธ์ คำ ประพันพัธ์ที่ธ์ ใที่ ช้แช้ต่งต่สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ ใช้ฉัช้นฉัท์แท์ละกาพย์สย์ลับลักันกั


2.ประวัติผู้เเต่ง นายชิตชิบุรทัต เกิดเมื่อมื่วันวัที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ เป็นป็บุตรนายชู นางปริกริ ได้ รับรัการศึกษาขั้นขั้ต้นจากบิดบิาซึ่งซึ่เป็นป็เปรียรีญ ๕ ประโยค และได้เด้ข้าข้เรียรีนในโรงเรียรีนวัดวัราชบพิธพิ เป็นป็แห่งห่แรก แล้วย้าย้ยมาเรียรีนต่อจนสำ เร็จร็ชั้นชั้มัธมัยมบริบูริบูรณ์ที่ณ์ ที่โรงเรียรีนวัดวัสุทัสุทัศน์ ขณะนั้นนั้ อายุได้ ๑๕ ปี บิดบิาจึงจึจัดจัการให้บห้วชเป็นป็สามเณร ณ วัดวัราชบพิธพิสถิตมหาสีมสีาราม พระเจ้าจ้ว รวงศ์เธอ กรมหลวงชินชิวรสิริสิวัริฒวัน์ สมเด็จด็พระสังสัฆราชเจ้าจ้ทรงเป็นป็อุปัชฌาจารย์ นายชิตชิบุร ทัต เป็นป็ผู้รัผู้ กรัรู้ รักรัเรียรีน มีคมีวามรู้ใรู้นภาษาบาลีและฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วด้ยตนเองจนอยู่ใยู่น เกณฑ์ใช้ไช้ด้ นายชิตชิเริ่มริ่การประพันพัธ์เธ์มื่อมื่อายุ ๑๘ ปี ขณะนั้นนั้ ได้กด้ลับมาบวชเป็นป็สามเณรอีกเป็นป็ ครั้งรั้ที่สอง ณ วัดวัเทพศิรินริทราวาสและได้ย้ด้าย้ยไปอยู่ที่ยู่ ที่วัดวับวรนิเนิวศวิหวิาร จึงจึได้อุด้อุปสมบทที่วัดวันี้ ในฐานะเป็นป็ศิษย์ขย์องสมเด็จด็พระมหาสมณเจ้าจ้กรมพระวชิรชิญาณวโรรส สามเณรชิตชิ ได้สด้ร้าร้ง งานประพันพัธ์โธ์ดยใช้นช้ามปากกาเป็นป็ครั้งรั้แรกว่าว่ “เอกชน” จนเจริญริรุ่งรุ่โรจน์ขึ้น์ขึ้นขึ้ ในระยะเวลาอัน รวดเร็วร็ ในขณะที่สามเณรชิตชิมีอมีายุเพียพีง ๑๘ ปี ก็ได้รัด้บรัอาราธนาจากองค์สภานายกหอพระ สมุดวชิรชิญาณให้เห้ข้าข้ร่วร่มแต่งฉันท์สมโภชพระมหาเศวตฉัตรในงานพระราชพิธีพิฉัธี ฉัตรมงคล รัชรักาลที่ ๖ พ.ศ. ๒๔๕๔ ด้วด้ยผู้หผู้ นึ่งนึ่ต่อมาในปีพปี .ศ. ๒๔๕๘ นายชิตชิบุรทัตซึ่งซึ่อยู่ใยู่นเพศฆราวาส แล้วได้ส่ด้งส่บทประพันพัธ์กธ์าพย์ปย์ลุกลุใจลงในหนังนัสือสืพิมพิพ์ "สมุทรสาร" พระบาทสมเด็จด็ พระมงกุฎกุเกล้าเจ้าจ้อยู่หัยู่วหัได้ทด้อดพระเนตรต้นฉบับบัเดิมดิพอพระราชหฤทัยเป็นป็อันมาก ทรงพระ กรุณรุาโปรดเกล้าฯให้เห้จ้าจ้หน้าน้ที่ขอถ่าพภาพเจ้าจ้ของบทกาพย์ปย์ลุกลุใจลงพิมพิพ์ปพ์ระกอบด้วด้ย นายชิตชิ ใช้นช้ามสกุลกุเดิมดิว่าว่ชวางกูรกูต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ จึงจึได้รัด้บรัพระราชทาน นามสกุลกุว่าว่ "บุรทัต" และในปีเปีดียดีวกันนั้นนั้เองนายชิตชิบุรทัตได้สด้มรสกับจั่นจั่แต่หามีบุมีบุตรธิดธิา ด้วด้ยกันไม่ นามปากกาของชิตชิบุรทัต คือ "เจ้าจ้เงาะ"“เอกชน” “แมวคราว”ใช้ใช้นการประพันพัธ์ บทความต่าง ๆ ในหน้าน้หนังนัสือสืพิมพิพ์แพ์ละนิตนิยสารต่าง ๆ เสมอมาจนตลอดอายุ นายชิตชิบุรทัตถึงแก่กรรมเมื่อมื่วันวัที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๕ ด้วด้ยโรคลำ ไส้พิส้กพิาร ณ บ้าบ้นถนนวิสุวิทสุธิกธิษัตริย์ริ ย์รวมอายุได้ ๕๐ ปี สำ นักนังานสุดสุท้ายที่ประจำ อยู่คืยู่ คือหนังนัสือสืพิมพิพ์เพ์อกชน 02


3. เนื้อเรื่องย่อ พระเจ้าจ้อชาตศัตศัรูแรูห่งห่กรุงรุราชคฤห์ แคว้นว้มคธ ทรงมีวัมีสวัสการ พราหมณ์ผู้ณ์ฉผู้ ลาด และรอบรู้ศิรู้ ลศิ ปศาสตร์เร์ป็นป็ที่ปที่รึกรึษา มีพมีระประสงค์จค์ะขยายอาณาจักจัร ไปยังยัแคว้นว้วัชวัชีขชีองเหล่าล่กษัตษัริย์ริลิย์จลิฉวี ซึ่งซึ่ ปกครองแคว้นว้ โดยยึดยึมั่นมั่ ในอปริหริานิยนิ ธรรม (ธรรมอันอั ไม่เม่ ป็นป็ที่ตั้ที่งตั้แห่งห่ความเสื่อสื่ม) เน้นน้สามัคมัคีธคีรรมเป็นป็หลักลัการโจมตี แคว้นว้นี้ในี้ห้ไห้ด้จด้ะต้อต้งทำ ลายความสามัคมัคีนี้คี ในี้ห้ไห้ด้เด้สียสีก่อก่น วัสวัสการพราหมณ์ปุณ์ โปุรหิตหิที่ ปรึกรึษา จึงจึอาสาเป็นป็ ไส้ศึส้กศึ ไปยุแยุหย่ใย่ห้กห้ษัตษัริย์ริลิย์จลิฉวีแวีตกความสามัคมัคี โดยทำ เป็นป็ อุบอุายกราบทูลทูทัดทัทานการไปตีแตีคว้นว้วัชวัชี พระเจ้าจ้อชาตศัตศัรูแรูสร้งร้กริ้วริ้รับรัสั่งสั่ลงโทษ ให้เห้ฆี่ยฆี่นวัสวัสการ พราหมณ์ อย่าย่งรุนรุแรงแล้วล้เนรเทศไป ข่าวของวัสวัสการพราหมณ์ไณ์ปถึงถึนครเวสารี เมือมืงหลวงของแคว้นว้วัชวัชี กษัตษัริย์ริลิย์จลิฉวีรัวีบรัสั่งสั่ ให้วัห้สวัสการพราหมณ์เณ์ข้าข้รับรัราชการกับกักษัตษัริย์ริลิย์จลิฉวี ด้วด้ยเหตุที่ตุที่ เป็นป็ผู้มีผู้ สมีติปัติญปัญา มีวมีาทศิลศิ ป์ดีป์ ดีมีคมีวามรอบรู้ใรู้นศิลศิ ปะวิทวิยาการ ทำ ให้กห้ษัตษัริย์ริลิย์จลิฉวี รับรั ไว้ใว้นพระราชสำ นักนั ให้พิห้จพิารณาคดีคดีวามและสอนหนังนัสือสืพระโอรส วัสวัสการพรา หมณ์ไณ์ด้ทำด้ทำหน้าน้ที่อที่ย่าย่งเต็มต็ความรู้ครู้ วามสามารถ จนกษัตษัริย์ริลิย์จลิฉวีไวีว้วว้างพระทัยทัก็ ดำ เนินนิอุบอุายขั้นขั้ต่อต่ ไป คือคืสร้าร้งความคลางแคลงใจในหมู่พมู่ ระโอรส แล้สล้ลุกลุลามไปถึงถึ พระบิดบิา ซึ่งซึ่ต่าต่งก็เก็ชื่อชื่พระโอรส ทำ ให้ขุ่ห้ขุ่นเคือคืงกันกั ไปทั่วทั่ เวลาผ่าผ่นไป ๓ ปี เหล่าล่กษัตษัริย์ริ ย์ ลิจลิฉวีก็วีแก็ตกความสามัคมัคีกัคีนกัหมด แม้วัม้สวัสการ พราหมณ์ตีณ์กตีลองนัดนั ประชุมชุก็ไก็ม่มีม่ มี พระองค์ใค์ดมาร่วร่มประชุมชุวัสวัสการพราหมณ์จึณ์งจึลอบส่งส่ข่าวไปยังยัพระเจ้าจ้อชาตศัตศัรู ให้ทห้รงยกทัพทัมาตีแตีคว้นว้วัชวัชีไชีด้อด้ย่าย่งง่าง่ยดาย 03


คุณคุค่าด้านสังสัคม - สะท้อท้นภาพการปกครองโดยระบอบสามัคมัคีธคีรรม และการประพฤติตติาม วัฒวันธรรม ๗ ประการ (อปริหริานิยนิธรรม) ซึ่งซึ่เป็นป็หลักลัธรรมที่ส่ที่งส่ผลให้เห้กิดกิความเจริญริ ของหมู่คมู่ ณะฝ่าฝ่ยเดียดีว • หมั่นมั่ ประชุมชุกันกัอยู่เยู่ นือนืงนิตนิย์ • เมื่อมื่มีภมีารกิจกิก็ปก็ระชุมชุปรึกรึษาหารือรืกันกั โดยไม่เม่บื่อบื่หน่าน่ย การประชุมชุ • ยึดยึมั่นมั่ ในจารีตรี ประเพณีอัณีนอัดีงดีาม ประพฤติดีติ ปดีฏิบัฏิติบัตติามโดยไม่ดัม่ดดัแปลง • เมื่อมื่ผู้ใผู้หญ่ใญ่ห้โห้อวาทสั่งสั่สอน ผู้น้ผู้ อน้ยย่อย่มปฏิบัฏิติบัตติามด้วด้ยความเคารพ • ไม่ทำม่ทำร้าร้ยข่มเหงบุตบุรและภรรยาผู้อื่ผู้ นอื่ • ไม่ลม่บหลู่ดูลู่ แดูคลนเจดียดีสถานที่ตที่นเคารพสักสัการะและทำ พิธีพิบธีวงสรวงตาม ประเพณี • ให้คห้วามคุ้มคุ้ ครองป้อป้งกันกัพระอรหันหัต์ใต์นแคว้นว้วัชวัชี - สะท้อท้นภาพการพิพพิากษาคดีแดีละการลงโทษ การลงโทษสมัยมั โบราณ มีกมีารโบย โกน ผมประจาน และประกาศขับขั ไล่ตล่ามพระราชโองการ – สะท้อท้นลักลัษณะสถาบัตบัยกรรมไทย ในสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ มีกมีารกล่าล่วถึงถึส่วส่น ประกอบต่าต่ง ๆ ของปราสาท เช่นช่ช่อช่ ฟ้าฟ้บราลี หางหงส์ เป็นป็ต้นต้และพรรณนาความ งดงามของปราสาทที่มีที่สมีามยอด – สะท้อท้นแนวคิดคิของคนในสังสัคม สะท้อท้นให้เห้ห็นห็ สภาพสังสัคมว่าว่ จะต้อต้งมีคมีวามสามัคมัคี จึงจึจะอยู่รยู่ อดได้ เมื่อมื่ ใดก็ตก็ามที่คที่วามเป็นป็ ปึกปึแผ่นผ่ความเป็นป็อันอัหนึ่งนึ่อันอัเดียดีวกันกัของ คนในชาติถูติกถูทำ ลาย เมื่อมื่นั้นนั้บ้าบ้นเมือมืงจะระส่ำ ระสาย ขาดความเป็นป็เอกภาพ ต่าต่งคน ต่าต่งหวาดระแวงกันกัขาดความไว้ใว้จกันกัทำ ให้ฝ่ห้าฝ่ยตรงข้าข้มมีโมีอกาสโจมตีไตีด้ง่ด้าง่ย 04 การอ่าอ่นสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์ไท์ด้เด้ปิดปิมุมมุมองของผู้อ่ผู้ าอ่นให้กห้ว้าว้งมากขึ้นขึ้ โดยการทราบถึงถึนิสันิยสั ใจคอของผู้คผู้ นเนื้อนื้เรื่อรื่งทั้งทั้หมดทำ ให้ผู้ห้อ่ผู้ าอ่นมีคมีวามรู้ เท่าท่ทันทัคนทราบถึงถึกลอุบอุายและเล่ห์ล่เห์ลี่ยลี่มต่าต่งๆที่มีที่ ใมีนสังสัคมจริงริจากที่วัที่สวั สการพราหมณ์ใณ์ช้ใช้นการหลอกเหล่าล่กุมกุารและได้เด้รียรีนรู้วิรู้ ธีวิกธีารใช้ปัช้ญปัญาเพื่อพื่ ให้บห้รรลุวัลุตวัถุปถุระสงค์โค์ดยไม่เม่สียสีเลือลืดเนื้อนื้ - สามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์เท์ป็นป็นิทนิานสุภสุาษิตษิสอนใจให้เห้ห็นห็ โทษของการแตกความ สามัคมัคี ที่ไที่ม่ไม่ด้มีด้ผมีลกระทบต่อต่บุคบุคลเท่าท่นั้นนั้แต่ยัต่งยัมีผมีลถึงถึสังสัคมส่วส่นรวมด้วด้ย นอกจากนี้ยันี้งยัแสดงให้เห้ห็นห็ความสำ คัญคัของการใช้สช้ติปัติญปัญาให้เห้กิดกิผล โดยไม่ ต้อต้งใช้กำช้กำลังลัอีกอีด้วด้ย - แก่นก่เรื่อรื่งหลักลัของเรื่อรื่งสามัคมัคีเคีภทคำ ฉันฉัท์คืท์อคื โทษของการแตกความ สามัคมัคี - ศิลศิ ปะการประพันพัธ์ เลือลืกสรรฉันฉัท์ชท์นิดนิต่าต่ง ๆมาใช้สช้ลับลักันกัอย่าย่งเหมาะสม กับกัเนื้อนื้เรื่อรื่งแต่ลต่ะตอน มีเมีสียสีงไพเราะอันอัเกิดกิจาการเล่นล่เสียสีงสัมสัผัสผั ใน ทั้งทั้เสียสีง สัมสัผัสผัพยัญยัชนะและเสียสีงสัมสัผัสผัสระ คุณคุค่าด้านเนื้อนื้หา 4. คุณค่าของวรรณคดี


• ใช้คำช้ คำง่าย ๆ ในบางตอน ทำ ให้ผู้ห้อ่ผู้ อ่านเข้าข้ใจได้ไม่ยม่ากนัก เช่นช่ตอนวัสวัสการพราหมณ์เข้าข้เมือมืงเวสาลี ซึ่งซึ่เป็นเมือมืงหลวงของแคว้นว้วัชวัชี • การใช้คำช้ คำที่มีเมีสียสีงเสนาะ เสียสีงเสนาะเกิดจากการใช้คำช้ คำเลียนเสียสีงธรรมชาติ มีกมีารย้ำ คำ ใช้คำช้ คำที่ก่อ ให้เห้กิดความรู้สึรู้กสึ • ใช้คำช้ คำที่ก่อให้เห้กิดความรู้สึรู้กสึเช่นช่ตอนพรรณนากองทัพของพระเจ้าจ้อชาตศัตรู • ใช้คำช้ คำที่มีคมีวามหมายกระชับชัคำ บางคำ ผู้อ่ผู้ อ่านอ่านแล้วเข้าข้ใจได้ทันทีโดยไม่ต้ม่ ต้องใช้ถ้ช้ ถ้อยคำ อื่นมาขยาย ความอีกเลย • การหลากคำ กวีจำวีจำเป็นต้องรู้จัรู้กจัคำ มากเพื่อพื่หลีกเลี่ยงการใช้คำช้ คำซ้ำ กัน ทำ ให้ผู้ห้อ่ผู้ อ่านเห็นห็ความเป็น อัจฉริยริะของกวี • การเพิ่มพิ่สัมสัผัสผัคำ ประพันพัธ์ไธ์ทยนิยมสัมสัผัสผัมากแม้ว่ม้าว่ฉันท์จะเป็นคำ ประพันพัธ์ที่ธ์ ที่ไทยรับรัมาจากอินเดีย ซึ่งซึ่แต่เดิมไม่มีม่สัมีมสัผัสผัเราก็เพิ่มพิ่สัมสัผัสผันอกเข้าข้ไปเพื่อพื่ ให้ไห้พเราะยิ่งยิ่ขึ้นขึ้นอกจากนี้ยังยัเพิ่มพิ่ครุ ลหุเหุข้าข้ไปใน กาพย์สุย์รสุางคนางค์ ๒๘ ทำ ให้เห้กิดลีลาคึกคักเหมาะสมกับท้องเรื่อรื่ง เช่นช่ตอนบรรยายการจัดจักองทัพของ พระเจ้าจ้อชาตศัตรู • การใช้โช้วหารภาพพจน์ คือถ้อยคำ ที่กวีเวีรียรีบเรียรีงอย่าย่งใช้โช้วหารไม่กม่ล่าวอย่าย่งตรงไปตรงมา เพราะ ต้องการให้ผู้ห้อ่ผู้ อ่านมีส่มีวส่นร่วร่มในการคิด เข้าข้ใจและรู้สึรู้กสึอย่าย่งลึกซึ้งซึ้ตามผู้แผู้ ต่งไปด้วย โวหารภาพพจน์ใน สามัคมัคีเภทคำ ฉันท์มีหมีลายตอน เช่นช่ - การเปรียรีบเทียบแบบอุปมาอุปไมย ได้แก่ การนำ ของสองสิ่งสิ่ที่มีลัมี ลักษณะคล้ายกันมาเปรียรีบ เทียบกันโดยมีคำมี คำว่าว่ดุจดุเหมือมืน คล้าย ปานประหนึ่ง เป็นคำ เชื่อชื่ม สิ่งสิ่ที่นำ มาเปรียรีบเทียบเรียรีกว่าว่อุปมา สิ่งสิ่ ที่รับรัเปรียรีบเทียบเรียรีกว่าว่อุปไมย เช่นช่ตอนพระเจ้าจ้อชาตศัตรูกริ้วริ้วัสวัสการพราหมณ์ - การเปรียรีบเทียบแบบอุปลักษณ์ ได้แก่การเปรียรีบเทียบโดยนัย ไม่กม่ล่าวเปรียรีบเทียบตรง ๆ อย่าย่งอุปมาอุปไมย แต่ผู้อ่ผู้ อ่านก็พอจะจับจัเค้าได้จากคำ ที่ผู้แผู้ ต่งใช้ เช่นช่ตอนวัสวัสการพราหมณ์กล่าวเปรียรีบ เทียบทหารของแคว้นว้วัชวัชีกัชี กับทหารของแคว้นว้มคธ • คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การเลือกสรรคำ วรรณคดีประเภทฉันท์แม้จะนิยมใช้คำ บาลีสันสกฤตก็ตาม เพราะต้องการ บังคับครุ ลหุ เช่น 05


06 5.ตัวอย่างข้อสอบ 1.ตัวละครใดมีบทบาทสูงสุดในเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ ก. วัสสการพราหมณ์ ข. พระเจ้าอชาตศัตรู ค.กษัตริย์ลิจฉวี งฺฺพระราชโอรสลิจฉวี 2. เมืองหลวงของแคว้นวัชชีชื่อว่าอะไร ก.พาราณสี ข.เวสาลี ค.ราชคฤห์ ง.มคธ 3. การกระทำ การกระทำ ของวัสสการพราหมณ์ตรงกับสำ นวนไทยว่ากระไร ก. เห็นขี้ดีกว่าไส้ ข.ไส้ศึก ค. เกลือเป็นหนอน ง. น้ำ น้ำ ร้อนปลาเป็น น้ำ เย็นปลาตาย 4. แคว้นวัชชีใช้ธรรมข้อใดในการปกครองบ้านเมือง ก. พรหมวิหารสี่ ข. สามัคคีธรรม ค.อปริหานิยธรรม ง.ฆราวาสธรรม 5. ให้ผู้ใดมีบทบาทในการทำ ให้แคว้นวัชชีพ่ายแพ้แพ้คว้นมคธ ก.พระเจ้าอชาตศัตรู ข. พระเทวทัต ค.พระเจ้าพิมพิพิสพิาร ง.วัสสการพราหมณ์


Click to View FlipBook Version