The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chumphon siripat, 2020-03-03 05:13:34

โครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรีและกีฬา

ซูมาอาดิด๋อย



ช่อื โครงการ : โครงการพฒั นาสนุ ทรยี ภาพด้านศลิ ปะ ดนตรีและกฬี า

ผู้จัดทำโครงการ : นางสาวกลั ยากร กุระสุนทร รหสั นกั เรียน ๖๐๒๒๐๔๐๐๖๙

นายชุมพล ศริ พิ ัฒน์ รหสั นักเรียน ๖๐๒๒๐๔๐๐๗๐

นายฐาพิสิฐ คชรนิ ทร์ รหสั นกั เรยี น ๖๐๒๒๐๔๐๐๗

นายธนสิ ร อ่ิมแย้ม รหสั นักเรียน ๖๐๒๒๐๔

นางสาวนทั ธมน สอนจนั ดา รหสั นกั เรียน ๖๐๒๒๐๔๐๐๘

นายนันทภัทร บญุ ศรี รหสั นกั เรยี น ๖๐๒๒๐๔๐๐๘๓

นางสาววลิ ันดา บุญพามา รหสั นักเรียน ๖๐๒๒๐๔๐๑๐๔

นางสาวสริ ายสุ กาญจนโอฬารศิริ รหสั นักเรยี น ๖๐๒๒๐๔๐๑๐๖

นางสาวอรจริ า ทาทอง รหสั นกั เรียน ๖๐๒๒๐๔๐๑๐๘

อาจารย์ทป่ี รึกษาโครงการ: นางสาวอจั ฉราภรณ์ เกลี้ยงพร้อม

สาขาวิชา : คอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง

ปกี ารศึกษา : ๒๕๖๒

บทคัดยอ่

โครงการพฒั นาสนุ ทรยี ภาพดา้ นศิลปะ ดนตรีและกีฬา มวี ัตถุประสงค์ (https://www.thairath.co.th/)
เพื่อสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นนักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ เพอื่ สง่ เสริมให้นักเรียนนกั ศกึ ษามจี ติ ใจออ่ นโยน
และกลา้ แสดงออก และเพอ่ื สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นนักศกึ ษามพี ื้นฐานความร้ทู างศิลปะ ดนตรีและกีฬา

ในการดำเนินโครงการนั้น ทางชมรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์ธุรกิจได้จัดทำโครงการพัฒนา
สุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรแี ละกฬี า เพ่อื ให้นกั เรยี น นกั ศึกษาได้มีสว่ นรว่ มในการทำกิจกรรมรว่ มกนั
คณะผู้จัดทำจึงได้จัดทำโครงการกิจกรรมเพื่อพฒั นาให้เป็น “น้ำหนึง่ ใจเดียวกันระหว่างรุน่ พี่และรุน่
น้อง” ตามแผนส่งเสริมคุณภาพกีฬาและนันทนาการกลุ่มนักเรียน นักศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์
ธุรกิจ จำนวน ๓๔๓ คน การสุ่มนักเรียน นักศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จากการสอบ
แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน ๑๐๐ ชดุ

ผลการนำเนินโครงการ การสำรวจเชงิ ปริมาณกลุม่ เป้าหมายที่ไดต้ อบแบบสอบถามความพึง
พอใจ จำนวน ๑๐๐ ชุด เพศชายคิดเป็นร้อยละ ๒๓ เพศหญิงคิดเป็นร้อยละ ๗๗ จำนวนตามอายุ
๑๕-๑๗ ปี คิดเปน็ รอ้ ยละ ๕๓ อายุ ๑๘-๒๔ ปขี น้ึ ไป คดิ เปน็ ร้อยละ ๔๗ อายุ ๒๕ ข้ึนไป คิดเป็นร้อย
ละ ๐ นักเรียนคิดเป็นรอ้ ยละ ๕๓ นักศึกษาคิดเป็นร้อยละ ๔๗



จากการประเมนิ ผลความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการ พบว่าความคิดเป็นของผปู้ ระเมินกล่มุ
ตวั อย่างทีใ่ ช้นักเรยี น นกั ศกึ ษาสาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ จำนวน ๑๐๐ ชดุ ผลที่ได้อยใู่ นระดับ มาก

ความสำคัญ : หน้ากากนกั รอ้ ง
รีไซเคลิ
สนุ ทรยี ภาพ



กติ ตกิ รรมประกาศ

การจัดทำโครงการพฒั นาสนุ ทรียภาพ ดา้ นศลิ ปะ ดนตรีและกฬี า สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็ด้วย
คำเสนอแนะ และความกรุณาอยา่ งดยี งิ่ ของทา่ นว่าท่ีเรอื ตรี ชูชีพ อรุณเหลอื ง ผู้อำนวยการวิทยาลยั เทคนิค
ระยองและรองผอู้ ำนวยการทกุ ฝ่ายทีไ่ ด้ให้คำแนะนำเสนอแนะ ขอ้ คดิ เหน็ ตา่ งๆ อกี ทัง้ ยังสละเวลามา
เพ่ือตรวจสอบข้อบกพร่องตา่ งๆ จึงใครข่ อกราบขอบพระคุณเปน็ อยา่ งสงู มา ณ โอกาสน้ี

ขอกราบขอบพระคณุ ท่านอาจารย์ศลิษา หนูเสมียน หวั หน้าสาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ธรุ กิจที่ให้
การสนบั สนุนในการจัดทำโครงการและแนะนำความคิดในการจัดทำรปู เล่มเอกสารโครงการอีกทั้งยัง
สละเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมหน้ากากนักรอ้ งรีไซเคิลคอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจในครัง้ น้ี

ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อัจฉราภรณ์ เกลี้ยงพร้อม ครูที่ปรึกษาชมรมวิชาชีพ
คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่ให้การสนับสนุนในการจัดทำโครงการ และแนวความคิดในการจัดทำรูปเล่ม
โครงการเอกสารโครงการรวมทั้งคำปรึกษาในการดำเนินงานจนประสบความสำเร็จลุล่วงตาม
วตั ถปุ ระสงค์

ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ศลิษา หนูเสมียน อาจารย์ปาณิสรา บำรุงรัตน์ อาจารย์
พัณณ์ชิตา คำมะฤทธิ์สินชัย อาจารย์อนิรุตติ์ บัวระพา อาจารย์วิทูล เยื่องย่าง อาจารย์ปรีชา คางงู
เหลือม อาจารย์อัจฉราภรณ์ เกลี้ยงพร้อม อาจารย์กนกพร รักษาเคน อาจารย์ครองขวัญ บัวยอม
อาจารย์ในแผนกวิชาท่ีให้การสนับสนนุ ในการจัดทำกจิ กรรมหนา้ กากนกั รอ้ งรไี ซเคิลคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ

คณุ ค่าและประโยชน์ของโครงการพัฒนาสนุ ทรียภาพ ดา้ นศิลปะ ดนตรีและกฬี า ฉบับน้ีคณะ
ผจู้ ัดทำขอมอบเปน็ เครอ่ื งบชู าพระคณุ คุณพ่อ คุณแม่ ครู-อาจารย์ ครอบครัว ตลอดจนผ้มู พี ระคณุ ทุก
ท่านที่ช่วยให้คณะผู้จัดทำมีความมานะพยายามและประสบผลสำเร็จในการศึกษา ผู้จัดทำมีความ
ซาบซงึ้ ใจความกรณุ าอนั ดยี งิ่ จากทุกท่านทไี่ ดก้ ลา่ วนาม และขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาสนี้

คณะผู้จดั ทำ

สารบญั ง

ใบรบั รองโครงการ หนา้
บทคดั ย่อ ก
กิตตกิ รรมประกาศ ข
สารบัญ ค
สารบัญตาราง ง-จ
สารบญั รปู ภาพ ฉ
บทที่ 1 บทนำ ช

ความเปน็ มาและความสำคัญ 1
วตั ถุประสงค์การวจิ ัย 1
เป้าหมาย 1
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ ับ 1
นิยามศพั ท์เฉพาะที่ใช้ในการวจิ ยั 2
บทท่ี 2 เอกสารและทฤษฎีทเี่ กย่ี วขอ้ ง
สนุ ทรียภาพ 3
ด้านศลิ ปะ 4
ดา้ นดนตรี 9
ดา้ นกฬี า 11
การประกวด 13

สารบญั (ต่อ) จ

บทท่ี 3 วธิ กี ารดำเนินการ หนา้

ขน้ั ตอนการเตรียมโครงการ 15
ประชากรและกลมุ่ เปา้ หมาย 15
ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน 15
เครือ่ งมือทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู 16
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู โครงการ 17
สถิตทิ ใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู 17
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
ผลการดำเนนิ การ 19
ตอนที่ ๑ ข้อมลู ทว่ั ไป 19
ด้านการดำเนนิ การ 23
ด้านการจดั กจิ กรรม 24
ด้านผลสมั ฤทธ์ิ 25
Descriptive Statistics 26
บทท่ี 5 สรุปผล การอภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผลการดำเนินโครงการ 28
ขอ้ เสนอแนะ 30
บรรณานุกรม
ภาคผนวก ก แบบความก้าวหนา้
ภาคผนวก ข แบบสอบถามความพงึ พอใจ
ภาคผนวก ค ประวตั ิผ้จู ัดทำ

สารบญั ตาราง ฉ

ตารางท่ี หน้า
15
3.1 แสดงตารางการปฏิบตั งิ าน 19
4.1 แสดงเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม 20
4.2 แสดงระดับการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม 21
4.3 แสดงอายุผู้ตอบแบบสอบถาม 22
4.4 แสดงระดับความพงึ พอใจของผ้ตู อบแบบประเมนิ ผล
23
ที่เข้าร่วมกจิ กรรมหนา้ กากนักรอ้ งรไี ซเคลิ ดา้ นการจดั โครงการ
4.5 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู แสดงระดบั ความพงึ พอใจของผตู้ อบแบบประเมนิ 24

ทเี่ ข้ารว่ มกจิ กรรมหนา้ กากนกั รอ้ งรีไซเคลิ ผลทไี่ ดร้ ับจากการเข้ารว่ มโครงการ 25
4.6 การวิเคราะห์ขอ้ มลู แสดงระดบั ความพึงพอใจของผตู้ อบแบบประเมินผล
26
ทเ่ี ขา้ รว่ มกิจกรรมหนา้ กากนักร้องรไี ซเคลิ ผลท่ีไดร้ ับจากการเข้าร่วมโครงการ
4.7 การวเิ คราะห์ข้อมลู แสดงสถิตริ ะดบั ความพงึ พอใจของนักเรียน

นกั ศึกษาท่เี ข้ารว่ มกิจกรรมหน้ากากนกั ร้องรีไซเคลิ
4.8 การวเิ คราะห์ข้อมลู แสดงระดับความพงึ พอใจของผ้ตู อบแบบสอบถาม

สารบญั ภาพ ช

ภาพที่ หนา้
4.1 แผนภูมแิ สดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม 19
4.2 แผนภมู ิแสดงระดบั ชนั้ ของผตู้ อบแบบสอบถาม 20
4.3 แผนภูมิแสดงอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม 21
4.4 แผนภมู ิแสดงสถานะของผตู้ อบแบบสอบถาม 22
4.5 แผนภูมคิ วามพงึ พอใจดา้ นการดำเนนิ การ 23
4.6 แผนภมู ิความพงึ พอใจด้านการจัดกจิ กรรม 24
4.7 แผนภมู แิ สดงความพึงพอใจด้านผลสมั ฤทธิ์ 25
4.8 แผนภูมิแสดงสรุประดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียนนกั ศกึ ษา 27

ทีเ่ ข้ารว่ มกจิ กรรมหนา้ กากนกั รอ้ งรไี ซเคลิ

บทที่ ๑
บทนำ

๑.๑ ความเปน็ มาของโครงการ
การพฒั นาสุนทรยี ภาพนนั้ เป็นความรสู้ ึกและรบั รู้ได้ถงึ ความงดงาม ทั้งที่อยู่ในธรรมชาติ

และเกดิ การสร้างสรรค์ จงึ เป็นสภาพการณแ์ ละความสัมพันธ์ของอารมณแ์ ละจติ ใจ ทมี่ ีตอ่ การรบั รู้
และช่ืนชมความงามของแตล่ ะบคุ คล ซ่ึงอาจพฒั นาต่อไปถึงข้ันซาบซึง้ ชื่นชม หลงใหล และสง่ ผลตอ่
บุคลกิ ภาพ รสนิยม ความรสู้ กึ นกึ คิด การตดั สนิ ใจ รวมทงั้ การกลา้ แสดงออก
(https://www.thairath.co.th/content/341567)

ดงั นั้น คณะผู้จัดทำสาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ ปวช. ๓ กลุ่ม ๓ วทิ ยาลยั เทคนิคระยองได้
เลง็ เห็นความสำคญั ของการพัฒนาสุนทรยี ภาพทางด้านตา่ งๆ เพือ่ ให้นักเรียนนักศกึ ษามคี วามรักความ
เขา้ ใจและกลา้ แสดงออกมากขนึ้ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

๑.๒ วัตถุประสงค์
๑.๒.๑ เพอ่ื สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นนกั ศกึ ษามคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
๑.๒.๒ เพื่อสง่ เสริมให้นกั เรียนนักศกึ ษามจี ติ ใจออ่ นโยนและกล้าแสดงออก
๑.๒.๓ เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้นักเรยี นนกั ศกึ ษามพี ื้นฐานความรู้ทางศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา

๑.๓ เปา้ หมาย
๑.๓.๑ เปา้ หมายเชิงปรมิ าณ
๑.๓.๑.๑ นกั เรียนนกั ศกึ ษา สาขาคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ จำนวน ๓๔๓ คน
๑.๓.๒ เป้าหมายเชิงคุณภาพ
๑.๓.๒.๑ นกั เรียนนักศึกษา สาขาคอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ มีความคดิ สรา้ งสรรค์และกลา้

แสดงออก

๑.๔ ผลทค่ี าดวา่ จะได้รับ
๑.๔.๑ นักเรยี นนกั ศกึ ษามีจิตใจอ่อนโยนและรกั ในสง่ิ ทท่ี ำ
๑.๔.๒ นกั เรียนนักศึกษารจู้ กั ใช้ความสามารถของตนเองมากขน้ึ
๑.๔.๓ นักเรยี นนกั ศึกษารจู้ กั ใช้ความสามารถของตนเองใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ส่วนรวม
๑.๔.๔ นักเรยี นนกั ศึกษาไดน้ ำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน

2

๑.๕ นิยามศัพท์เฉพาะ

๑.๕.๑ สุนทรยี ภาพ คอื ความงามในธรรมชาติหรอื งานศิลปะท่ีแตล่ ่ะบุคคลสามารถเข้าใจและ
รสู้ กึ ได้ หรือเปน็ ความรู้สกึ ที่เขา้ ใจของแตล่ ะ่ บคุ คลทม่ี ีต่อความงามในธรรมชาติหรืองานศลิ ปะ
(https://www.thairath.co.th/content/341567)

๑.๕.๒ ศลิ ปะ คือ การกระทำขน้ั ตอนของการสรา้ งชนิ้ งานขนึ้ โดยมนษุ ย์แต่ส่วนใหญแ่ ลว้ จะมี
ความหมายเกย่ี วกบั การสรา้ งสรรค์,สนุ ทรยี ภาพ,หรอื สรา้ งอารมณ์ตา่ ง ๆ
(https://sites.google.com/)

๑.๕.๓ ดนตรี คอื เสยี งและโครงสรา้ งทีจ่ ดั เรียงอยา่ งเป็นระเบยี บแบบแผน ซ่ึงมนุษยใ์ ชป้ ระกอบ
กิจกรรมศิลปะท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั เสียงโดยดนตรีน้นั แสดงออกมาในด้านระดบั เสียง
(https://th.wikipedia.org/)

๑.๕.๔ กีฬา คือ กิจกรรมหรือการเล่นเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินหรอื เพ่ือความแข็งแรง
ของรา่ งกาย หรอื ผ่อนคลายความเคร่งเครยี ดในจติ ใจ (https://schmilano.wordpress.com/)



บทท่ี ๒
เอกสารและทฤษฎีท่เี กีย่ วข้อง

ในการจดั ทำโครงการพฒั นาสนุ ทรยี ภาพ ด้านศลิ ปะ ดนตรี และกฬี าผจู้ ดั ทำไดร้ วบรวมแนวคดิ ทฤษฎแี ละ
หลกั การตา่ งๆจากเอกสารหรืองานวจิ ยั ทีเ่ ก่ยี วข้องเพ่ือเปน็ แนวทางในการจดั ทำโครงการคร้งั นี้ผู้จัดทำได้ศึกษา
เอกสารทเี่ กี่ยวข้องต่างๆดังน้ี

๒.๑ สนุ ทรยี ภาพ
๒.๒ ดา้ นศิลปะ
๒.๓ ดา้ นดนตรี
๒.๔ ดา้ นกีฬา
๒.๕ การประกวด
๒.๑ สุนทรียภาพ
๒.๑.๑ ความหมายของสุนทรยี ภาพ

สุนทรียภาพ คือ ความซาบซึ้งในคุณค่าของส่ิงที่มีความงาม ความไพเราะ และความรู้สึกซาบซ้ึง
ในคุณค่าของความงามจะก่อให้เกิดประสบการณ์ และถ้าได้ผ่านการศึกษาอบรมจนเป็นนิสัยจะกลายเป็นรสนิยม
(https://www.thairath.co.th/content/341567)

๒.๒.๒ ความสำคญั ของการพัฒนาสนุ ทรยี ภาพ
สุนทรียภาพ เป็นความรู้สึกและรับรไู้ ด้ถงึ ความงดงาม ทั้งท่ีอยู่ในธรรมชาติ และเกิดข้ึนจากการ

สรา้ งสรรค์ จึงเปน็ สภาพการณ์และความสัมพันธ์ของอารมณน์ อกจากความหมายท่วั ไปของคำว่า“สุนทรยี ภาพ”ซึ่ง
มกั จะให้ความสำคัญกบั ความรู้สึก หรอื อารมณ์ และศิลปะที่สร้างความสขุ หรืออารมณ์ และศิลปะท่ีสร้างความสุข
หรือความพึงพอใจแล้วยังขยายความไปถึงความรู้สึกอ่นื ๆ (https://www.jobpub.com/)

๒.๒.๓ ข้ันตอนการพัฒนาสนุ ทรยี ภาพ
๒.๒.๑ พฒั นานักเรียนใหม้ ีความชน่ื ชมและเข้ารว่ มกิจกรรมด้านสุนทรียภาพดา้ นศิลปะ ดนตรี

และกฬี าใหไ้ ด้อย่างมคี วามสุข
๒.๒.๒ ให้นักเรียนมีผลงานและชื่นชมผลงานดา้ นสนุ ทรียภาพด้านศลิ ปะดนตรีและกีฬาของตน

และของผูอ้ ื่นด้วยได้ อยา่ งเต็มใจ
๒.๒.๓ ให้ไดม้ ีสว่ นไดร้ ว่ มกิจกรรมดา้ นสนุ ทรียภาพดา้ นศิลปะดนตรี และกีฬา
๒.๒.๔ คุณประโยชน์ของการมสี นุ ทรียภาพ

คุณประโยชนข์ องการมีสนุ ทรยี ภาพภายในตัวบคุ คลหรอื ในพลเมอื งของประเทศน้นั มมี ากเกนิ กว่าจะ
บรรยายไดใ้ นเวลาและพนื้ ท่ีสำหรับการอ่านอันจำกัดสุนทรียภาพเปน็ ส่วนภาพ



เป็นสว่ นสำคญั ของความเป็นมนุษยแ์ ละการเข้าถงึ และตระหนักถึงความสำคัญและคุณประโยชนน์ ัน้
แท้จรงิ แลว้ ไมอ่ าจเกิดขน้ึ ไดด้ ีนกั ด้วยการบอกกลา่ วใหเ้ ชือ่ ถือ จดจำ หรอื รับรู้ แต่ตอ้ งเกิดจากการ
เรียนรูด้ ว้ ยตัวเอง

๒.๒ ดา้ นศิลปะ
๒.๒.๑ ความหมายของด้านศลิ ปะ
ศิลปะ คอื การเลยี นแบบธรรมชาติ การแสดงออกของบคุ ลกิ ภาพทางอารมณ์

ของมนษุ ย์ การส่อื สารอย่างหนึง่ ระหว่างมนษุ ย์ การระบายความปรารถนาในใจของศลิ ปินออกมาการ
แสดงออกของผลงานด้านตา่ งๆท่ีสร้างสรรค์จากความหมายและคำนิยามทางศิลปะท่ีได้นำมากล่าว
อา้ งไว้ขา้ งต้น จะเห็นไดว้ ่าผลงานท่ีเรยี กกนั วา่ เป็น “ศลิ ปะ” จะมที ัศนะที่แตกต่างกันออกไป ยากท่ีจะ
หาข้อสรุปที่แน่นอนหรือกำหนดลักษณะของงานศิลปะได้โดยในแต่ละยุคสมัยท่านผู้รู้ได้กำหนด
ความหมายของศิลปะไปตามบริบทของตนเอง ซ่ึงย่อมจะมีความแตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงไปตาม
สภาพสังคม สิ่งแวดล้อม และความเจริญก้าวหนา้ ของเทคโนโลยีอย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่ยอมรบั กนั ใน
ประการหน่ึงว่า ผลงานทถี่ ือว่าเป็นงานศิลปะจะต้องเป็นงานที่มีการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เกิดข้ึนมาเอง
กล่าวคือ “จะตอ้ งมีมนษุ ย์เป็นผสู้ ร้างสรรคผ์ ลงานนนั้ (http://paduansak.blogspot.com/ฝ)

๒.๒.๒ ความสำคัญของศลิ ปะ
โดยทว่ั ไปแล้วถ้าหากถามถึงวา่ ในชวี ิตประจุบนั ของคนเรานน้ั ตอ้ งการอะไรและมี

อะไรเป็นเครอื่ งยึดเหนีย่ วจติ ใจกเ็ ห็นจะเปน็ ศิลปะน่ันเองเพราะว่ามันสามารถสะกดทกุ อย่างไวใ้ ห้อยู่
เฉยๆ ไดแ้ ตภ่ าพความทรงจำยงั เหมอื นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปไหนอย่างแน่นอน ถา้ จะใหพ้ ดู วา่ มี
ความสำคัญอย่างไรกบั ชวี ติ ประจำวัน ศิลปะภาพวาดนน้ั สามารถทำใหค้ ำทเี่ ป็นโรคต่างๆ ไม่วา่ จะเป็น
โรคซมึ เศร้าและอกี หลายโรคนนั้ สามารถหายไดเ้ ช่นกนั ในทางการแพทย์แต่ถ้าในทางการศึกษามนั
สามารถฝกึ สมาธใิ หก้ บั คนทมี่ สี มาธิสน้ั ให้กลบั มาปกตไิ ดอ้ ีกดว้ ยทีส่ ำคญั มันเป็นเหมอื นสงิ่ เตอื นใจอีก
อยา่ งเลยก็ว่าได้ใหค้ นทเ่ี คยเดนิ ทางผิดนน้ั กลบั มามอี าชพี เล้ยี งปากเล้ยี งทอ้ งเลยกไ็ ด้เพราะว่าไม่วา่ เรา
จะอยทู่ ่ไี หนศลิ ปะกเ็ กดิ ไดห้ มดไม่วา่ จะอยขู่ า้ งถนนหรือสวนสาธารณะกเ็ ชน่ กัน ในยคุ นเ้ี ป็นสงั คมของ
คนสมัยใหม่สงิ่ ท่ีเขา้ มาใหม่ๆ นั้นกเ็ กิดจากเดก็ วยั ร่นุ ทผ่ี นั ชวี ติ ตวั เองมาชอบในศลิ ปะการวาดเปน็
จำนวนมากโดยผ่านส่ือกลางอิเล็กทรอนกิ ส์ เปน็ ปัจจัยสำคัญอีกอย่างเลยกว็ ่าได้
(https://sites.google.com/)

๒.๒.๓ ประเภทของศลิ ปะ
ปจั จุบัน ศิลปะได้สร้างสรรคผ์ ลงานศิลปะไว้มากมายหายประเภทซ่ึงเราสามารถ

แบ่งประเภทของศลิ ปะ ออกเป็น ๒ ประเภทใหญๆ่ ตามประเภทของความงาน คือ



๑. วิจติ รศิลป์ คือ ศิลปะที่อำนวยประโยชน์ทางใจที่มุ่งเน้นความงดงามและความพึงพอใจ
มากกว่าประโยชน์ใชส้ อยหรือสงิ่ ทมี่ นษุ ยส์ รา้ งสรรค์ข้นึ เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการ ทางดา้ นจติ ใจและ
อารมณ์

๒. ประยุกต์ศิลป์ คือ ศิลปะที่อำนวยประโยชน์ทางกายมุ่งเน้นประโยชน์ทางการใช้สอย
มากกวา่ ความงามหรือสง่ิ ท่ีมนษุ ย์สรา้ งขึน้ เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการ ทางรา่ งกาย
จากคามหมาย ความงามและประเภทของศิลปะ สรปุ ได้ว่า ศิลปะคือส่ิงท่ีมนุษย์สรา้ งสรรค์ข้ึน เพื่อ
ความงามและความพอใจ สิ่งใดที่เกิดขึน้ เองตามธรรมชาตแิ ม้จะมีความงดงาม
(https://sites.google.com/)

ศิลปะมี ๒ ประเภท คอื
๑. ความงามทางกายภาพ
๒. ความงามทางใจ

ความงามทางกายเป็นศลิ ปะทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับวิถีชีวติ ของเรา เราสัมผัส และเห็นคุณค่าได้อย่าง
เปน็ รปู ธรรม สว่ นความทางใจเปน็ ศิลปะที่มีคณุ ค่าทางนามธรรม ทำให้เรามคี วามเปน็ มนษุ ยท์ ี่สมบรูณ์
สามารถ ดำเนินวิถชี ีวิตไดอ้ ย่างมีความสขุ

ดงั น้ัน ศิลปะจึงมีความผูกพนั กับชีวติ ความเป็นอยู่ของเราอย่างขาดไม่ได้ เราจะพบศิลปะอยู่
ในทุกหนทุกแหง่ ที่เราผ่านไปคล้ายกบั อากาศท่เี ราหายใจเข้าไปทีเดยี ว

๒.๒.๔ องค์ประกอบของศลิ ปะ
เปน็ องคป์ ระกอบที่ถกู กำหนดขน้ึ โดยธรรมชาติ เปน็ องค์ประกอบ มูลฐานของ ความ

งาม ในการออกแบบ จำเป็นต้องเข้าใจคุณค่าและมูลฐาน ท่ีสำคัญของความงาม สามารถนำไปใช้ให้
เกดิ ความกลมกลืน องค์ประกอบของศิลปะประกอบด้วย จุด (point) เส้น (line) สี (colour) รูปรา่ ง
รูปทรง (shape and form) ลักษณะผิว (texture) ลวดลาย (pattern) และช่องว่าง (space or
volumn)

๑. จุด (point)
ถือว่าเปน็ สว่ นประกอบท่เี ลก็ ที่สดุ ทีจ่ ะเร่มิ ตน้ ไปสูส่ ่วนอน่ื ๆ จงึ เปน็ จุดท่ีมีมวล (mass)

และมีปริมาตร ได้ด้วย จะมีขนาดเล็กหรอื ใหญ่ ก็ได้ การใช้จุด ก็เพ่ือบอกถึงความต่อเน่ือง เชื่อมโยง
การเน้นนำสายตา หรือจะใชเ้ น้น ใหเ้ กดิ ความเด่น ขององคป์ ระกอบอน่ื ๆ กไ็ ด้ จดุ จะกำหนดตำแหนง่
ในทีว่ า่ ง โดยความรสู้ กึ ของเราแล้ว จุดไมม่ ีความยาว ความกวา้ ง และความลึก ฉะน้ันจดุ จงึ อยู่น่งิ ไม่มี
การเคล่ือนไหว (static) ไม่มที ศิ ทาง และเปน็ ศนู ย์รวม ( centralized)

๒. เส้น (line)
เส้นในทางเรขาคณติ หรอื ในทาง การเขยี นแบบน้ัน หมายถงึ จุดท่เี รยี งตอ่ ๆ กันสว่ นใหญ่

ใช้เคร่ืองมือเขยี นแบบกำหนดขนาดและทิศทางแตเ่ ส้นในการออกแบบจะมีอิสระทั้ง ขนาด ทิศทาง
ระยะ มสี ภาพเปน็ ตัวแบง่ พื้นท่ี หรือกำหนดบรเิ วณว่าง (space) และสร้างรูปทรง ขององคป์ ระกอบ



ต่าง ๆ เส้นในการออกแบบจะให้ความรู้สึกต่อการมองด้วย เช่น ให้ความรู้สึก เคล่ือนไหว ความ
ต่อเนื่องสัมพันธ์ และการนำสายตา ลักษณะของเส้นในการ ออกแบบ มีลักษณะต่าง ๆ เช่น
– เส้นตั้งตรง ให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแกร่ง แน่นอน ตรง สง่า แสดงถึงความสูง เส้นต้ังที่ปรากฏใน
สวน เชน่ ตน้ ไม้ เสาโคมไฟ กำแพง ร้วั
– เส้นนอนหรือเสน้ ระดบั ให้ความรู้สึกราบเรียบ สงบ พักผ่อน เชน่ เส้นท่ีขอบฟ้า ไกล ตัดกับทะเล
ยามเย็น ในทางการจัดสวนเส้นนอนจะสร้างพ้ืนท่ีในทางราบ เช่น สนามหญ้า ผิวน้ำ ทางเดิน เส้นที่
เกิดจากการตัดแต่งตน้ ไม้ เชน่ แนวของเข็มญี่ปุ่น แสยก อทิ ธพิ ลของเส้นนอนในสวนจะช่วยลด ความ
สูงโดดของเส้นต้ัง ถือเป็นมิติ ลวงตา
– เส้นโค้ง ใหค้ วามรสู้ ึกนมุ่ นวล อ่อนไหว สบาย และความเป็นอสิ ระ การเคลื่อนที่ จะเหน็ ได้ว่า ในการ
ออกแบบสวน จะใช้เส้นโค้งมาก เช่น เส้นที่ไหลคดเค้ียว ของสนามหญ้า ทางเดินเท้า ถนน สระน้ำ
– เส้นทะแยง เส้นขวาง เส้นซิกแซก เส้นเหล่าน้ีให้ความรู้สึกเคล่ือนไหว รวดเร็ว ตื่นเต้น แข็งกร้าว
อทิ ธิพลของเสน้ ลักษณะนี้ คือ ความมแี บบแผน นา่ เกรงขาม จึงเป็นเสน้ ทมี่ กั ใช้ ตกแต่งสวนประดิษฐ์

๓. รปู ร่างและรปู ทรง (form and shape)
เมอ่ื เรามองเหน็ ตน้ ไม้ เส้นรอบนอกของทรงพมุ่ ที่มีลักษณะ คดโค้ง หรือเส้นตั้ง ของลำต้น

ซึ่งเป็นเสน้ รอบรปู ท่ีตดั กับบริเวณว่าง ส่ิงน้ัน คือ รูปร่าง (form) มี ๒ มิติ (กว้างกบั ยาว) ส่วนเนื้อท่ี
ภายในของทรงพุม่ หรอื ทรงกระบอก ของลำต้นน้ัน เป็นรปู ทรง (shape) มี ๓ มติ ิ ใหค้ วามรู้สึกเป็น
กลุ่มก้อน มีนำ้ หนกั มีเน้อื ท่ภี ายใน (กว้าง ยาว และลึก)
– รปู ร่าง รูปทรงธรรมชาติ เปน็ รปู รา่ งที่เกดิ ข้นึ ตามธรรมชาติ
– รูปร่าง รูปทรงเรขาคณิต เป็นรูปร่างท่ีประกอบด้วยเส้นตรงและเส้นโค้ง เช่น รูปคร่ึงวงกลม
รปู วงกลม รูปสามเหลยี่ ม รปู สีเ่ หลีย่ ม รูปหา้ เหล่ยี ม เป็นตน้
– รูปร่าง รูปทรงอิสระ เป็นรูปร่าง รูปทรงต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากรูปร่าง ธรรมชาติ และรูปร่าง
เรขาคณติ

๔. มวลและปริมาตร (mass and volume)
มวล หมายถึง เนื้อทั้งหมดของสาร ถ้าเป็น พุ่มไม้ ก็คือ พื้นท่ีภายในทรงพุ่มท้ังหมด มวล

ของหิน คือ เนอ้ื ที่แข็งแกร่งของหินปริมาตร (volume) คอื พ้ืนท่กี ินระวางในอากาศหรือบริเวณว่าง
(space) ของวัตถุต่าง ๆ กำหนดเปน็ รูปทรงที่แสดงเปน็ ๓ มติ ิ การกำหนดมวลและปรมิ าตร มกั จะถกู
เรียกกลืนไปกับ เรื่องของเนื้อท่ีและปรมิ าณ เช่น ใช้พันธุ์ไม้ในปริมาณที่มาก ๆ มาปลูกรวมกัน เพื่อ
สร้างเน้ือที่ ดังนั้นในการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ลงในพื้นท่ี จึงต้องคำนึงถึงปริมาณของวตั ถุและ
การใช้เนอื้ ที่



๕. ผวิ สมั ผัส (texture) หมายถึง ลกั ษณะพน้ื ผวิ หน้าของวตั ถุ เม่ือสัมผสั จับต้อง หรอื มองเหน็
แล้วรู้สึกได้ว่าหยาบ ละเอียด เป็นมัน ขรุขระ เป็นเส้น เป็นจุด เป็นกำมะหย่ี หรือพ้ืน

ผวิ สัมผัสเรียบ สม่ำเสมอ จะให้ลักษณะผิวสมั ผสั ละเอียด (Fine texture) ความรู้สึก ต่อ ลกั ษณะผิว
– ลกั ษณะผิวที่เรียบ จะใหค้ วามรู้สกึ ลื่น คลอ่ งตัว รวดเร็ว
– สว่ นลกั ษณะผิวทข่ี รุขระ หยาบ หรอื เนน้ เสน้ สูงตำ่ จะใหค้ วามร้สู ึก ม่นั คง แข็งแรง

๖. ลวดลาย (pattern) ลวดลายในการจัดสวน เป็นการจัดตกแต่งพน้ื ผิว (surface) ด้วยลกั ษณะ
ต่าง ๆ ให้เห็นเป็นลวดลายข้ึน อาจจะจัดโดยใช้ลักษณะซ้ำ ๆ กันของ จุด เส้น สี หรือ

รูปร่างบนพ้ืนผวิ เพ่ือปรงุ แตง่ พ้นื ผิวให้สวยงาม ผิวพน้ื ในสวน ที่สามารถกำหนด ลวดลายลงไปได้ เช่น
– พ้ืนผิวท่ีให้ ความรู้สึกอ่อนนุ่ม (sorf surface) ได้แก่ สนามหญ้ า พื้นที่โรยกรวด ทราย
– ผิวพ้ืนทใี่ ห้ความร้สู ึกกระด้าง (hard surface) ได้แก่ พ้ืนซิเมนต์ พ้ืนศิลาแลง พื้นอฐิ หรือพน้ื หนิ ขัด
– พ้ืนผิวท่ีให้ความรู้สึกค่อนข้างแขง็ (Semi-hard surface) ได้แก่ พ้ืนซิเมนตส์ ลับปหู ญา้

๒.๒.๕ การรบั รศู้ ิลปะเชิงปรัชญา
มนุษย์มีความเชื่อที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในเร่ืองอะไรเป็น ความรู้ความจริง และ

มนุษย์จะหาความรู้จริงนั้นได้อย่างไร ตลอด ถึงความดีความงามเมื่อมีความเชื่อท่ีแตกต่างกันเช่นนี้
การรับรู้ใน ส่ิงที่ตนเชื่อว่าคือความรู้ความจริงเท่านั้น ดังเช่นบางกลุ่มบางคน ๘ เช่ือในวัตถุ มี
ความเห็นว่าวัตถุธาตุเป็นความจริงท่ีแน่ชัดกล่มุ นี้คอื กลุ่มวัตถุนิยม (Realism) แต่บางกลุ่มเชือ่ ในจิต
เห็นวา่ จิตเปน็ ความจรงิ แท้ กลุ่มนีเ้ ป็นกลุ่มจติ นิยม (ldealism) และอีกกล่มุ เชอ่ื ในประสบการณ์ ถือ
ว่าประสบการณ์เท่าน้ันที่ให้ความรู้ความจริง สําหรับมนุษย์กลุ่มน้ีคือกลุ่มประสบการณ์นิยม
(Experimentalism) และนอกจากน้ียังมีกลุ่มอัตถิภาวะนิยม (Existentialism) กลุ่มนีโอ-โธมัสนิยม
(Neo-Thomaslism) หรอื กล่มุ อ่นื ๆ อีกมากมาย แต่ในท่ีนจ้ี ะนําไปพิจารณาเฉพาะสอง กลุ่มคอื กลุ่ม
วัตถุนิยม และกลุ่มจิตนิยม ท้ังน้ีเพราะมีความแตก ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนในเร่ืองการรับรู้ของ
มนุษย์

๑. การรับร้ตู ามความเช่ือของกล่มุ วตั ถุนิยม กลมุ่ นเ้ี ชื่อวา่ วตั ถหุ รือสสารจึงมเี ป็นความจรงิ แทใ้ น
ตัวของมันเอง มิใช่จิตใจ ของมนุษย์เป็นกําหนด ดังน้ันถึงแม้มนุษย์ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องวัตถุ ก็ยังมีอยู่
วตั ถุจะมีคณุ ค่าความดี ความงามอยู่ในตัวของมันเอง เมื่อมันมีความงามถึงแม้อยทู่ ่ีใดกย็ ังมีความงาม
มนุษย์สามารถ รับรู้วัตถุได้ด้วยการสัมผัสโดยอวัยวะท้ัง ห้า คือ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง (วิทย์
วศิ ทเวทย.์ ๒๕๒๗ : ๒๐-๒๘ ) ฉะน้ันงานศลิ ปะซึง่ เป็นวัตถุธาตุ เป็นสสารที่ต้องการท่ีอยู่ มนุษย์รบั รู้
งานศลิ ปะได้กด็ ้วยประสาทสัมผัสท้ังห้า หรอื ดา้ นใด ด้านหนึง่ นับเป็นการรับรใู้ นเชิงประจกั ษ์ คณุ ค่า
ของงานศิลปะข้ึน อยู่กบั กฎเกณฑ์ของสังคม มิได้ข้ึนอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ ชมศิลปะ เม่ือไร
เราได้ปะทะสัมพนั ธก์ บั งานศลิ ปะ เราจะประเมนิ ค่างานศลิ ปะโดยใช้กฎเกณฑข์ องสังคมมาเป็นเกณฑ์
ตัดสิน ถ้า งานศิลปะน้ัน ๆ ใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับเกณฑ์ของสังคม งาน ช้ินน้ันก็จะมีค่า มคี วาม



งามและคงคา่ ความงามต่อไป จนกวา่ สงั คมจะเปล่ยี นแปลงค่านยิ มหรือกฎเกณฑใ์ หมข่ ึ้นมาแทนทกี่ ฎ
เกณฑค์ า่ นยิ มเดมิ

๒. การรบั รตู้ ามความเชื่อกลุ่มจิตนิยม กลุ่มนี้มีความเชื่อ ของจิตว่า จิตเป็นตัวกําหนดหรือให้
ความรู้ความจรงิ คณุ ค่าความ งามได้ วตั ถเุ ป็นเพียงปัจจยั ภายนอกหรือตัวกระตุ้นจิตมนุษย์ เทา่ น้ัน แม้
มนุษยไ์ ม่ได้สมั ผัสกส็ ามารถใช้จิตคิดหาความจรงิ ได้ ๙ หรือถ้าจะกล่าวอีกนัยหนึ่งกค็ ือ สัมผสั ท้ัง ห้า
คอื ลิ้น กาย ตา หู จมูก เป็นเพียงตัวกระตุน้ ภายนอกทม่ี ีความสาํ คัญน้อย ส่ิงท่ี สําคัญที่สดุ ก็คอื จิตใจ
ของมนษุ ย์ท่คี ดิ หาเหตุผลแลตัดสินความจรงิ ดังนั้นงานศลิ ปะท่ีเป็นวตั ถุธาตุ สสารเป็นเพยี งสงิ่ กระตุ้น
มิไดม้ ีความสาํ คญั ประเด็นสําคัญอยู่ท่ีจติ ใจของมนุษยผ์ ้ชู มงาน ศลิ ปะนนั้ ๆ แมค้ ุณคา่ ความงามก็อย่ทู ี่
จิตใจของผู้ชมมิใชอ่ ยู่ท่ีงาน ศลิ ปะ การรบั รงู้ านศลิ ปะ มนุษย์สามารถรับรู้ดว้ ยจิตใจเปน็ สําคัญ จติ ใจ
เป็นตวั กาํ หนดใหม้ นษุ ยย์ อมรบั รเู้ ห็นคณุ ค่าความ งามซง่ึ คณุ ค่าความงามน้ี มนษุ ยม์ แี บบหรอื กฎเกณฑ์
กาํ หนด ตายตัว ถ้างานศลิ ปะนั้น ๆ มีลกั ษณะรูปแบบที่ใกล้เคียงหรือ เทา่ กับแบบทีไ่ ด้กําหนดไว้ งาน
ศลิ ปะน้ันก็มีความงามตาม ทรรศนะของผู้ชม ในทํานองเดียวกัน ถ้างามนศิลปะไม่ตรงกับ เกณฑ์ที่
กาํ หนดไว้ งานศลิ ปะนั้นกไ็ มม่ ีคุณค่าความงาม จะเห็นได้วา่ ปรัชญาทงั้ สองกล่มุ น้ี มคี วามแตกตา่ งกัน
อย่าง ชัดเจน กลุ่มแรกยึดถือวตั ถุธาตุคือความจริง เราจะรับรู้ได้จาก วตั ถุ ส่วนกลุ่มท่ีสองยึดถือว่า
จิตใจให้ความจริงสาํ หรับเรา จิต กําหนดสิ่งทีเ่ รารับรู้ เม่ือแตกต่างกันเช่นนี้การรบั รู้ในศลิ ปะย่อมจะ
แตกต่างกันดว้ ย อย่างไรก็ตามจดุ เร่ิมตน้ ท่ีรับรศู้ ลิ ปะน้ัน มาจากการสัมผสั อวัยวะเชน่ กันทั้งสองกลุ่ม
แตก่ ารรบั รู้ตีความหมายน้ันแตกต่างกนั เช่น กลุ่มวัตถุนิยมแปลความจากวัตถุ รปู รา่ ง รปู ทรง สี องค์
ประกอบจังหวะลลี าเสยี งทป่ี รากฏให้เหน็ หรือได้ยนิ ได้ฟังจากงาน ศลิ ปะนนั้ ๆ และงานศิลปะนั้น จะ
ถ่ายทอดอารมณ์ท่ีมีอยู่ในตัวของ มันไปสู้ผู้ชมงานศิลปะ หรือกล่าวอีกในหนึ่งก็คือ ผลงานศิลปะมี
อารมณ์อย่ใู นตวั ของมันเอง และจะถา่ ยทอดอารมณ์น้นั ให้ผชู้ มได้ รบั รู้ นักปรัชญาที่มีความเช่ือเช่นนี้
ได้แก่ ลีโอ ตอลสตอย (Leo tostoy) เองเกิล เวลอน (Eugene veron) และซันตายาน่า (George
Santayana) ส่วนกลุ่มจติ นิยมจะไม่แปลความหมาย การรบั รู้จากวัตถุธาตแุ ต่จะรบั รแู้ ปลความโดยใช้
จิตหรอื ความคิด เป็นสําคัญ สามารถกลา่ วไดว้ า่ กลมุ่ นม้ี ิได้เช่ือวา่ เสน้ สีเสยี งท่ี ๑๐ ปรากฏในงานศิลปะ
นน้ั มีอารมณ์ เพราะวัตถุไม่สามารถมีอารมณ์ ได้ อารมณ์น้ันจะมีเฉพาะในจิตใจของมนุษย์เทา่ นั้น ที่
เราพบเห็นสี แดงแล้วเกิดอารมณ์ต่ืนเต้นนั้นมิใช่สีแดงมีอารมณ์ต่ืนเต้น แต่จิต เราเองเกิดอารมณ์
ตนื่ เตน้ เม่อื เห็นสีแดง จิตเป็นผกู้ ําหนดหรอื เกดิ อารมณม์ ใิ ช่วตั ถุหรือสีเป็นผกู้ าํ หนดหรอื แสดงอารมณ์
ผู้ที่ สนับสนุนเชื่อความคิดนี้ได้แก่ คอลลิ่ง วูด (R.G.Colling wood) บล็อกเกอร์ (Block) เป็นต้น
(Janiee wongurawt.๒๕๓๑ ) ดังน้ันการท่ีมนุษย์เราเกิดการรับรู้เกิดสุนทรีย์ คือเกิดความ รู้สึก
อารมณ์ที่สะเทอื นใจในงานศิลปะได้น้นั โดยสรปุ แลว้ มีความ เชือ่ ในสองลักษณะใหญ่ ๆ ตามท่กี ีรติบญุ
เจือได้สรปุ ไว้คือ ก. อัตนิยม (Subjectism) สุนทรียะธาตมุ ิได้มีจริง ๆ แต่ มนุษย์ได้กําหนดข้ึนมาเอง
มาตรการตัดสินสนุ ทรยี ะธาตจุ งึ ไม่ ตายตัว เปน็ กลุม่ ปรัชญาจิตนยิ ม ข. ปรนัยนยิ ม (Objectivism) ถอื
ว่าสนุ ทรยี ะธาตุมีจริง โดย ไมข่ น้ึ กับความคิดจิตใจของมนษุ ยส์ ุนทรียะธาตมุ มี าตรการตายตวั แน่นอน



ในตวั เอง เป็นกลมุ่ ปรัชญาวตั ถนุ ิยม (กรี ตบิ ญุ เจอื .๒๕๒๐ : ๔-๖ ) บทสรุป ปัญหาทเ่ี ราพบโดยเฉพาะ
ในเรอื่ งของศลิ ปะก็คอื ปัญหาการ รับรู้ การช่นื ชมเพอ่ื เกิดความซาบซ้ึงเห็นคณุ คา่ และศิลป์ ของผทู้ ่ีจะ
ช่นื ชมศิลปะ โดยเฉพาะถ้าศิลปินผผู้ ลิตงานศิลปะหรือนัก วิชาการดา้ นศิลปะมีความเช่ือในลักษณะ
“ศิลปะไม่ตอ้ งอธิบาย เพราะงานศลิ ปะจะอธบิ ายและแสดงออกในตวั ของมันเอง” อยเู่ ชน่ นี้ โอกาสท่ี
ประชาชนผู้ชมงานศิลปะโดยทั่ว ๆ ไปจะเข้าใจซาบซ้ึง เห็นคุณค่าของศิลปะก็จะยากมากขึ้น เม่ือ
ประชาชนไมเ่ ข้าใจ กจ็ ะ ไมเ่ ห็นคณุ ค่าศลิ ปะและส่งผลกระทบไปส่วู งการศลิ ปะด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ
ดา้ นการสนับสนุนงานศลิ ปะก็จะมนี อ้ ยกอ่ ให้เกดิ ปญั หา ชอ่ งว่างระหว่างศลิ ปนิ กบั ประชาชน ซง่ึ เราจะ
พบเห็นอยูเ่ สมอ ๆ การที่ศิลปนิ สรา้ งงานศลิ ปะขน้ึ มาก็เพอื่ ใหป้ ระชาชนได้รับรู้ชืน่ ชม แต่ถา้ ประชาชน
ไม่สามารถรับรู้ช่ืนชมได้เชน่ นี้คงไม่มใี ครไปเสีย 11 เวลาชื่นชมในสิง่ ที่ตนไม่สามารถช่ืนชมรบั รไู้ ด้เป็น
แน่ ดังนัน้ ถา้ ต้องการให้ประชาชนผชู้ มให้การสนับสนุนชื่นชมงานศิลปะจาํ เป็นที่ผอู้ ยู่ในวงการศิลปะ
หรือศิลปินผู้สร้างเองต้องหาวิธีทําให้ผู้ชม สามารถรับรู้ช่ืนชมงามศิลปะได้ เมื่อพิจารณาหลักการ
ทฤษฎคี วามเช่ือทง้ั ทางด้านจิตวิทยา และปรัชญาแล้ว กพ็ บวา่ การทม่ี นุษย์เราจะรบั รชู้ ื่นชมงานศลิ ปะ
น้ัน มิใช่ส่ิงท่ียากเลย เรามีอิสระที่จะยึดถือแบบอัตนิยมหรือถ้าเหมือนผู้อ่ืนก็เป็นไปตามความเชื่อ
ปรนัยนิยม ซง่ึ เราสามารถอธิบายได้ โดยยึดหลักปรัชญาท้ังสองหลักน้ีสําหรับการรับรู้เบื้องต้นเราก็
สามารถยึดหลักจิตวิทยาการรับรู้จะเป็นในลักษณะวิธีการอนุมาน รับรู้เฉพาะส่วนรวม แล้วจึง
พจิ ารณารายละเอียดหรือวิธอี ุปมานที่ พิจารณารายละเอียดแลว้ จงึ ดูภาพรวมกไ็ ด้เช่นเดยี วกนั ทั้งนี้
แล้ว แต่ความเชื่อ ความชอบของแตล่ ะคน ตลอดถึงโอกาสเวลาและ สถานที่ ๆ เราจะได้ชน่ื ชมศิลปะ
น้ัน ๆ โดยสรุปเมื่อมนุษย์ตามธรรมชาติแล้วจะมีสมองมีความคิด และต้องการเสรีภาพ ฉะน้ันจึงให้
เสรภี าพสําหรับผชู้ มทกุ ๆคนท่ีจะใช้จิตใช้สมองความคดิ ความเชือ่ และจนิ ตนาการของตนเอง เพื่อชื่น
ชมศิลปะเมอ่ื เปน็ เชน่ น้ี เราผู้ชมงานศิลปะกค็ วรทไี่ ด้ใช้เต็ม ทีอ่ ย่างจริงจังเสียที
(http://art-philosophy.blogspot.com/)
๒.๓ ดา้ นดนตรี

๒.๓.๑ ความหมายด้านดนตรี
ดนตรีเป็นสง่ิ ทธ่ี รรมชาติใหม้ าพร้อม ๆ กับชีวิตมนุษย์โดยท่ีมนษุ ย์เองไม่รู้ตัว ดนตรี

เป็นท้ังศาสตร์และศิลป์อย่างหน่ึงที่ช่วยให้มนุษย์มีความสุข สนุกสนานร่ืนเริง ช่วยผ่อนคลาย
ความเครียดทั้งทางตรงและทางอ้อม ดนตรเี ป็นเคร่ืองกล่อมเกลาจิตใจของมนุษย์ให้มีความเบิกบาน
หรรษาให้เกิดความสงบและพักผอ่ น กล่าวคือในการดำรงชีพของมนษุ ย์ตงั้ แต่เกิดจนกระทงั่ ตายดนตรี
มคี วามเกยี่ วข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจสืบเนือ่ งมาจากความบันเทิงในรปู แบบต่าง ๆ โดยตรงหรือ
อาจเกิดจากขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ความเชอื่ เช่น เพลงกล่อมเด็ก เพลงประกอบในการ
ทำงาน เพลงท่เี กีย่ วข้องในงานพธิ กี าร เพลงสวดถึงพระผ้เู ป็นเจา้ ดนตรีเป็นศิลปะทีอ่ าศยั เสยี งเพ่ือเป็น
สื่อในการถา่ ยทอดอารมณค์ วามรู้สึกต่าง ๆ ไปสู่ ผฟู้ ังเป็นศิลปะทง่ี า่ ยต่อการสัมผสั ก่อใหเ้ กิดความสุข
ความปล้ืมปิติพึงพอใจให้แก่มนุษย์ได้ นอกจากน้ีได้มีนักปราชญ์ท่านหน่ึงได้กล่าวไว้ว่า “ดนตรีเป็น

๑๐

ภาษาสากลของมนุษยชาติ เกิดขึน้ จากธรรมชาติและมนุษย์ได้นำมาดัดแปลงแก้ไขให้ประณีตงดงาม
ไพเราะเม่อื ฟังดนตรแี ลว้ ทำใหเ้ กดิ ความรูส้ กึ นกึ คดิ ต่าง ๆ ” นัน้ กเ็ ปน็ เหตุผลหน่ึงท่ีทำให้เราได้ทราบว่า
มนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดภาษาใดก็สามารถรับรู้อรรถรสของดนตรีได้โดยใช้เสียงเป็นส่ือได้
เหมือนกันคำว่า “ดนตรี” มคี วามหมายที่กว้างและหลากหลายมากนอกจากน้ยี ังมกี ารนำดนตรีไปใช้
ประกอบในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยเชน่ การใช้ประกอบในภาพยนต์ เน่ืองจากดนตรีน้ันสามารถ
นำไปเป็นพ้ืนฐานในการสร้างอารมณ์ลักษณะต่าง ๆ ของแตล่ ะฉากได้ พธิ ีกรรมทางศาสนาก็มีการนำ
ดนตรีเข้าไปมีสว่ นรว่ มด้วยจงึ ทำให้มีความขลัง ความน่าเชื่อถอื ความศรทั ธา มีประสทิ ธิภาพมากข้ึน
นอกจากนี้ดนตรีบางประเภทถูกนำไปใชใ้ นการเผยแพร่ความเป็นอนั หนึ่งอันเดียวกันของกลุ่มคนหรือ
เชือ้ ชาติ บางครง้ั มนุษย์เราใช้ดนตรีเป็นเคร่ืองมอื ในการแยกประเภทของมนุษย์ออกเป็นกลุ่ม ๆ เช่น
วยั ร่นุ ในเมืองกจ็ ะชอบฟังเพลงทม่ี จี ังหวะหรอื ทำนองสนกุ ๆ ครน้ื เครงความรกั หวานซ้งึ ส่วนวัยรุ่นที่อยู่
ในชนบทกม็ กั จะชอบฟังประเภทเพลงเพือ่ ชีวิต เพลงลูกทุง่ วัยหนุ่มสาวก็ชอบเพลงทำนองอ่อนหวานที่
เกี่ยวกับความรกั สำหรบั ผ้ใู หญ่กม็ ักจะชอบฟงั เพลงที่มีจังหวะหรือทำนองท่ีฟังสบาย ๆ และชอบฟัง
เพลงทีค่ ุ้นเคย

มนษุ ยจ์ ำนวนมากไม่เข้าใจว่าดนตรีสำคญั อย่างไร ดนตรีจะมีคา่ ไดอ้ ยา่ งไรในเมื่อเรา
ไมส่ ามารถใช้มันเพ่ือทำอะไรได้เลยเพราะดนตรเี ปน็ การสื่อในลักษณะของนามธรรม โดยท่ัวไปแล้ว
มนุษย์เราเขา้ ใจว่าสง่ิ ของส่วนใหญ่สำคญั เพราะเราจำเป็นต้องใช้มนั ในลักษณะของรปู ธรรม แต่สำหรบั
ดนตรีและงานศลิ ปอ์ ื่น ๆ เช่น ภาพเขยี น รูปป้ัน ประติมากรรม บทกวี วรรณคดี ฯลฯ มีเพยี งกลมุ่ คน
ท่ีสนใจจรงิ ๆ เท่านัน้ ที่จะเข้าใจและซาบซงึ้ เพราะความสำคญั ของสง่ิ เหล่านั้นเป็นไปในแงข่ อง
จติ วทิ ยา ไม่ใชใ่ นแง่ของการปฏบิ ัติ

๒.๓.๒ ประโยชน์ของดนตรีตอ่ เดก็
ดนตรี เปน็ ศลิ ปะแห่งเสียงทีม่ นุษยชาติได้บรรจงสร้างสรรค์ขนึ้ ไว้ นับต้งั แตม่ นุษยไ์ ด้

ยนิ เสยี งจากธรรมชาติและพยายามลอกเลยี นเสียงจนกระท่ังสรา้ งเสียงดนตรขี ึ้นได้เสยี งดนตรีอยู่ค่กู บั
มนษุ ยม์ าโดยตลอดไม่วา่ ชนชาตใิ ด ภาษาใด ความเช่อื ทางศาสนาใดดนตรีสามารถเข้าไปอยู่ในวิถีชวี ิต
และวัฒนธรรมความเปน็ อยู่อันแสดงถงึ ความเจรญิ ทางจิตใจและอารยะธรรมของมนษุ ย์ชนชาตติ า่ ง ๆ
ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

การศึกษาดนตรีในปจั จบุ ันได้รบั การยอมรับใหเ้ ป็นวชิ าหน่ึงที่มีความจำเป็นต่อการ
พัฒนาเด็ก จากการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์พบวา่ ดนตรีมีผลต่อการพัฒนาสมองเด็ก เน่ืองจากใน
สมองมีสารเคมีบางตวั ท่ีมีผลตอ่ ความรูส้ ึก ความจำ การเรยี นรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ เราเรยี กสาร
นีว้ ่า สารสือ่ สัญญาณในสมอง Neurotransmitter) ได้แก่ สารเพื่อเกิดการกระตุ้น(excitatory)และ
สารเพ่ือการยับย้ัง (inhibitory) สารเคมีท้ัง ๒ ชุดนี้ ช่วยทำให้เด็กมีความตั้งใจ สนใจการเรียนรู้
มีสมาธิสารเคมีน้ีจะหลั่งมากเม่ือมีเด็กมีกิจกรรมท่ีผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย การได้รับคำ
ชมเชย การเล่นเป็นกลุ่ม การรอ้ งเพลง การไดร้ บั การสมั ผัสที่อบอนุ่ การเล่นดนตรีและการเรยี นศิลปะ

๑๑

โดยไม่ถูกบังคับ กระบวนการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรยี นมีความสขุ เกดิ จากความสมดลุ ของสมองทง้ั สอง
ซกี เมอ่ื สารเอนโดฟีน (endophine) หล่ังออกมาทำใหเ้ ด็กมีความสุข เป็นการเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
ของการเรียนรูท้ ม่ี ีคุณคา่ ถ้าสภาพแวดลอ้ มทางการเรียนร้กู ระตุ้นให้เด็กมีความเครียด กดดนั แขง่ ขัน
เพื่อเอาชนะ จะเป็นสารแอนดรีนาลีน (adrenalin) ซ่ึงเป็นการสร้างประสบการณ์เรียนรู้ที่ไม่พึง
ปรารถนา และสร้างความทรงจำทไี่ มด่ ีใหก้ ับเดก็ แนวคดิ ของความจำเปน็ ในการเรยี นดนตรสี ำหรบั เด็ก
ไดร้ บั สำคัญมากขึน้ ด้วย

๒.๓.๓ อิทธิพลดนตรีตอ่ สงั คม
ดนตรีเกดิ ข้ึนมาในโลกพร้อมๆกับมนุษยเ์ รานั้นเอง ในยุคแรกๆยังอาศัยในป่าดง ใน

ถำ้ แม้ในโพรงไม้กร็ ู้จกั การร้องรำทำเพลงตามธรรมชาติ เช่นรจู้ ักการปรมมือ เคาะหนิ เปา่ เปน็ ต้นกม็ ี
การเปล่ียนเปล่งเสยี งร้องออกมาตามเร่ือง ในยุคน้ันก็ทำไปเพื่ออ้อนวอนพระเจ้า เพ่ือชว่ ยตนพ้นภัย
บันดาลความสุขความอดุ ดมสมบรูณต์ า่ งๆให้แกต่ น โลกผา่ นมาหลายยคุ หลายสมัยเริ่มแรกที่เคยใช้ก็ได้
มวี วิ ฒั นาการไปตามความเจรญิ และความคดิ สรา้ งสรรค์ของมนษุ ยเ์ ครอื่ งดนตรีในสมัยเร่ิมแรกทีเ่ คยใช้
กไ็ ด้มวี ิวัฒนาการมาเปน็ ขั้นๆ

๒.๓.๔ ดนตรกี ับชวี ติ ประจำวนั
ชวี ิตคนเราเกิดมาในช่วงระยะเวลาหนึ่งมีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตต้ังแต่การเกิด

แก่ เจ็บ ตาย หรอื วา่ ทุกอิริยาบถท่แี สดงออกทางอนิ ทรีย์ ๕ ก็มีความเก่ยี วข้องกบั ดนตรี ในชีวติ คนเรา
พูดถึงปัจจัยส่ีในการดำรงชีวิตแต่ในปัจจุบันอาจมีปัจจัย ๕ เข้ามาเก่ียวข้องคือ โทรศัพท์มือถือก็มี
เสียงเพลงเรียกว่าแสดงออกความเปน็ อัตตาของตนเอง ในสังคมดา้ นธุรกิจเพลงก็สามารถทำรายได้
มหาศาลใหก้ ับผู้ประกอบการ ทุกเทศกาลงานๆต่าง ชวี ิตมีความสขุ ความทุกข์ ดีใจ ฉลองความสำเร็จ
ก็มบี ทเพลงเข้ามาเกี่ยวข้องมาดวู า่ ความตอ้ งการของของมนษุ ย์แบ่งออกเปน็ ๒ ด้านใหญ่ๆ คอื

๑. ความตอ้ งการทางกาย ไดแ้ ก่ อาหาร เครอ่ื งนงุ่ หม่ ยารกั ษาโรคและท่ีอยูอ่ าศยั
๒. ความตอ้ งการทางจติ ใจ ได้แก่ ชน่ื ชมความงามของธรรมชาติ ศิลปะตา่ งๆ นาฎศลิ ป์ ดนตรี
๓. ดนตรีกบั ชีวิตประจำวัน ในชีวิตระจำวันคนเราต้องเก่ยี วข้องกับดนตรีอยู่เสมอจะหลีกเล่ียง
ไม่ได้เป็นสว่ นสำคัญส่วนหน่ึงของ ชวี ิตเช่นต่นื นอน เปดิ เพลงฟงั ขณะทำงานตา่ งๆ หรอื เดินทาง

๑๒

ถึงโรงเรยี น ร้องเพลงชาติขณะเรยี นใชเ้ พลงประกอบการเรียนโดยเฉพาะอนุบาลและประถมศึกษาต้อง

ใช้มากกว่าบทร้องอื่นๆในโรงเรียนโดยเฉพาะใช้ดนตรีประกอบกิจกรรมต่างๆกลับบ้าน พักผ่อนดู

โทรทศั น์ฟงั เพลง เพลงจากวิทยรุ ายการโทรทัศนจ์ ะขาดเพลงหรือดนตรีไม่ได้

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า

นักเรียนท่ีเรียนดนตรีจะมีสมาธิและตรรกวทิ ยาดีขนึ้ จนมผี ลให้การเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ได้คะแนน

สูงข้ึนในดา้ นธรุ กิจเสยี งดนตรใี นระดับที่พอดีจะชว่ ยกระตุน้ ให้เจ้าหน้าท่ผี ทู้ ำงานอารมณด์ มี คี วามขยัน

ขันแขง็ ทำงานมปี ระสิทธภิ าพขึน้ (https://th.wikipedia.org/)

๒.๔ ดา้ นกีฬา
๒.๔.๑ ความหมายของด้านกฬี า
กีฬาน้ันป ระกอบด้วยกิจกรรมปกติหรือทักษะที่อยู่ภายใต้กติกาซึ่งถูกกำ หนดโดย

ความเหน็ ท่ตี รงกนั โดยมจี ุดมุ่งหมายเพื่อการพกั ผ่อน การแข่งขัน ความเพลิดเพลิน ความสำเร็จ การ
พัฒนาของทักษะ หรอื หลายส่งิ รวมกนั กฬี าเป็นกิจกรรมที่ควบคู่กับการแข่งขนั และระบบคะแนนการ
กีฬา มีความสำคัญต่อการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตของประชาชน ท้ังในด้านสุขภาพ และพลานามัย และ
ด้านจิตใจ เป็นปัจจัยท่ีสำคัญที่ทำให้ประชาชนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว
ชุมชน และสงั คม นำไปสูก่ ารมสี ่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมอื งได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
กีฬาถกู นำไปใช้เป็นเครื่องมือ เพ่ือสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว และชมุ ชน ในประเทศท่ีพัฒนา
แล้วทั่วโลก จะอาศัยกระบวนการของกีฬา เพ่ือสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชน
ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกในการดำรงชีวิตที่มีคุณธรรม มีวินัย และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่
เคารพในสทิ ธิของตนเองและผู้อื่นเปน็ รากฐานท่ีดขี องสงั คม องค์กรของประเทศต่างๆทั่วโลก รวมท้ัง
องค์กรระหว่างประเทศจึงได้สนับสนุนให้มีการใช้กีฬา การออกกำลังกาย และนันทนาการ เป็น
เคร่อื งมือในการสง่ เสรมิ คณุ ภาพชีวติ ของประชากรของประเทศตน
กีฬา มีคุณลักษณะเฉพาะ คอื

-มคี วามสนุกสนาน
-มีความสุขเม่อื ได้เล่น
-มเี สนห่ แ์ หง่ ความท้าทาย(มี แพ้ มี ชนะ มชี นะ แลว้ ชนะอีก แพก้ ม็ )ี
-มคี วามสามารถดึงดูดผู้ชม ผู้ดู และส่ือตา่ งๆ รวมทงั้ ผสู้ นบั สนนุ สปอนเซอร(์ เกดิ เปน็ รายได้ เกดิ
เป็นธรุ กจิ กฬี า)
-สามารถ ดงึ ดูดผ้ชู มได้ทั่วทง้ั โลก(เช่น.การแขง่ ขันฟตุ บอลโลก,การแข่งขันกีฬาโอลมิ ปกิ ) ทำให้
เกดิ สมาชิก และแฟนคลบั ตามมา

๑๓

ชนดิ ของกฬี า อาจแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 4 กลมุ่ หลกั ๆ คือ
๑. ประเภทการแขง่ ขันความเร็ว
๒. ประเภทการแขง่ เปน็ คูแ่ ขง่ ขนั
๓. ประเภทการบรรลุผล
๔. ประเภทอน่ี ๆ
ต้นกำเนิดกีฬา กีฬา ประกอบด้วยกิจกรรมปกติหรือทักษะที่อยู่ภายใต้กติกาซ่ึงถูก

กำหนดโดยความเห็นที่ตรงกันโดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือการพักผ่อน การแข่งขัน ความเพลิดเพลิน
ความสำเร็จ การพัฒนาของทกั ษะ หรือหลายสิ่งรวมกัน กฬี าเป็นกจิ กรรมที่ควบคกู่ ับการแข่งขัน และ
ระบบคะแนน

๒.๔.๒ ความสำคญั ของการเล่นกฬี า
การออกกำลังกายมคี วามสำคัญต่อเด็กเป็นอย่างมาก ไม่วา่ จะเป็นการช่วยปรับสมดุล

ต่างๆ ของร่างกายซึง่ จะส่งผลใหร้ ่างกายทำงานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ ช่วยให้ลกู นอ้ ยสามารถ
เรียนรู้การอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างราบรื่น ช่วยฝึกให้เด็กมีวินัยต่อตนเอง รู้จักให้อภัยผู้อื่น มีน้ำใจ
นกั กีฬา ดังนน้ั พ่อแม่จึงควรท่ีจะสนับสนุนให้ลูกรู้จักที่จะออกกำลังกาย เพื่อท่ีเด็กจะไดม้ ีพัฒนาการ
ทางด้านต่างๆอย่างสูมบูรณ์กิจกรรมกีฬาสำหรับเด็ก กีฬาท่ีเด็กสามารถเล่นได้นั้นมีมากมายหลาย
อย่างไม่ว่าจะเป็นกีฬาฟุตบอล กีฬาวา่ ยน้ำ หรือการเต้นเอโรบิค เป็นต้น ซึ่งกีฬาแต่ละอย่างก็จะมีวิธี
ช่วยเสรมิ สรา้ งพัฒนาการในเด็กแตกต่างกันไป
กฬี าฟตุ บอล ช่วยเพิ่มความแขง็ แรงของกล้ามเนือ้ ขา เพราะกฬี าฟุตบอลเปน็ กฬี าท่ตี ้องเดินและวิง่ อยู่
ตลอดเวลา
กฬี าวา่ ยน้ำ เป็นกีฬาท่ีช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายจากความตึงเครยี ด และ ช่วยเสรมิ สรา้ งลกู นอ้ ยให้
ร้สู ึกกระปรีก้ ระเปรา่
การเตน้ แอโรบิค เป็นกฬี าที่ต้องเคลื่อนไหวรา่ งกายเป็นระยะเวลานาน จงึ ชว่ ยให้ระบบไหลเวียนของ
โลหติ ทำงานไดด้ ีข้ึน

จากประโยชนข์ องกฬี าขา้ งต้นจะเห็นได้วา่ การออกกำลังกายนั้นสามารถชว่ ยลดความเครยี ดของ
เด็ก และเสรมิ สร้างสมาธซิ งึ่ ชว่ ยในการเรยี นรู้

๒.๔.๓ วตั ถุประสงค์ของการเล่นกฬี า
๑. ส่งเสริมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอนามัย และเสริม

สมรรถภาพของรา่ งกายใหเ้ ปน็ วิถีชีวติ ของจฬุ าฯ
๒. เพม่ิ ศกั ยภาพการจดั การอาคารสถานที่ อุปกรณ์และสงิ่ อำนวยความสะดวกดา้ นการ

กีฬาของมหาวิทยาลัยใหอ้ ยู่ในสภาพพร้อมใชง้ าน สามารถใหบ้ ริการได้อยา่ งมีประสิทธิภาพสงู สดุ
๓. พัฒนากจิ กรรมกีฬาและนันทการรวมท้ังส่งเสรมิ การศึกษา โดยนำเทคโนโลยีด้าน

การกีฬาทีท่ นั สมัยเขา้ ชว่ ยจัดบรกิ ารในรูปแบบต่างๆ

๑๔

๔. ปรับประสิทธิภาพการบริหาร โดยเฉพาะการแสวงหาความสนับสนุนเพ่ือพัฒนา
โครงสร้างพ้ืนฐานสำหรบั กฬี า และนันทนาการให้เพยี งพอต่อการกีฬาเพอื่ ความเป็นเลศิ และการเล่น
กีฬาเพอ่ื พลานามยั

๒.๔.๔ ประเภทของกฬี า
กีฬา ตามความหมายปจั จบุ นั อาจแบง่ ตามจดุ ประสงคไ์ ด้เป็นสองประเภท คือกฬี าเพือ่

แข่งขันกับกีฬาเพ่ือสุขภาพในแต่ล่ะประเภทนั้น ผู้เล่นจำเป็นต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเต็มท่ีเพื่อที่จะ
เอาชนะคู่ต่อสู้แต่ในประเภทหลังคือ กีฬาเพ่ือสุขภาพนั้นไม่มีความจำเป็นต้องซ้อมหนัก การปฎิบัติ
หรอื ฝกึ ซ้อม
กระทำเพียงใหไ้ ด้ผลทต่ี ้องการเทา่ น้นั ผลท่ีว่านี้ อาจมหี ลายอย่างดงั ตอ่ ไปนี้

๑. เพอ่ื รกั ษาสขุ ภาพของร่างกายไว้ไมใ่ หเ้ ส่อื มโทรม เรยี กว่า กฬี าอนุรกั ษ์
๒. เพือ่ แกไ้ ขสภาพทเ่ี สอ่ื มโทรมใหกลับเปน็ ปกติ เรียกวา่ กฬี าแกไ้ ข
๓. เพื่อปอ้ งกันการเกิดโรคบางอยา่ ง เรยี กวา่ กีฬาปอ้ งกัน (https://th.wikipedia.org/)

๒.๕ การประกวด
๒.๕.๑ การประกวดหมายถึง
การแข่งขันเพื่อเลือกผทู้ ี่มีการแสดงที่ดีท่ีสดุ โดยมกี ารตัดสนิ โดยแต่ละฝา่ ยขึน้ ไปแย่ง

ชิงกันเพ่อื ส่งิ ใดสงิ่ หน่งึ เช่นการแขง่ ขนั ในธรรมชาติเพอ่ื ความอยู่รอด การแข่งขนั ทางธรุ กิจ การแขง่ ขนั
ทางดา้ นกฬี าและการขบั ร้องเพลง

๒.๕.๒ ประโยชน์ของการประกวด
ประโยชน์ของการประกวดแข่งขนั หาใชว่ ่ารางวัล ชยั ชนะแต่คือการพัฒนาตนของผู้

แข่งขันและทมี งาน ประกอบดว้ ย
๑. การฝกึ ฝนเอง เพราะทุกครั้งการประกวดแขง่ ขัน ตอ้ งเตรยี มตวั ฝึกซ้อม ทที่ ำให้ผเู้ ขา้ แข่งขัน
แขง้ แรงข้ึน เก่งขน้ึ ซงึ่ จะตัดไปตลอดโดยเฉพาะความรู้ ความสามารถ
๒. เรียนรู้จากู่แข่ง ส่วนน้ีเป็นประโยชน์สำคญั ท่ีสดุ ของการประกวดแข่งขันของทุกๆทีมเพราะ
ทำใหเ้ ราทราบว่าใครมคี วามสามารถะไร เพอื่ ใชพ้ ัฒนาความสามารถของตน
๓. เพมิ่ มติ รไว้พ่ึงพา สง่ิ หนึง่ ของการประกวดแข่งขนั คือการผูกมติ ร สรา้ งความสำพันธ์ ทำใหม้ ี
เพ่ือนเพม่ิ ข้ึนการมเี พ่อื นทำใหเ้ ราพงึ พากันได้
๔. แสดงความสามารถ ทกุ การประกวดแข่งขันคอื การแสดงความสามารถทำให้เรารู้ว่าใครมี
ความสามารถอะไรมอี ะไรดีเป็นทร่ี ้จู ัก

จะเห็นวา่ ประโยชนข์ องการประกวดแข่งขัน เป็นประโยชนท์ ่ีได้กันทกุ คนในการพัฒนาตนทงั้ ร่างกาย
ความสามรถ มิตรภาพท่ดี ที ีต่ ้องมีนำ้ ใจนักกีฬา ร้ชู นะ รูอ้ ภัย มีวินัย มารยาท

๑๕

และความสำคัญท่ีสุดคือการเรียนรู้ของทุกๆคนไว้ใช้พัฒนาตน หากไม่มีการประกวดแข่งขัน ก็ไม่มี
อะไรใหเ้ รียนรคู้ วามสามารถของคนอนื่ ๆได้การประกวดแข่งขันจงึ มปี ระโยชนแ์ ก่ทกุ คนไม่เพียงผ้ชู นะท่ี
ได้รบั รางวลั แต่คอื การเรียนรู้ การพฒั นาความสามารถและต้องใชใ้ หเ้ ปน็ ปะโยชน์

๒.๕.๓ เกณฑ์การประกวด
๑. จะเป็นการประกวดความสามารถพิเศษ เช่นร้องเพลง เต้น และอีกมากมาย เพื่อให้

ทกุ คนไดม้ คี วามกลา้ แสดงออก
๒. จะมีเกณฑ์การใหค้ ะแนนในส่วนตา่ งๆของการแสดง
๓. ผู้ที่ชนะจะมีของรางวัลให้เป็นการตอบแทน (https://dictionary.sanook.com/)



บทท่ี ๓
วิธกี ารดำเนินโครงการ

โครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา ใช้ระยะเวลา ๑๘ สัปดาห์ ต้ังแต่สัปดาห์ที่

๑ ไปจนถึงสัปดาห์ท่ี ๑๘ ของภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เป็นโครงการท่ีต้องการแสดงให้เห็น

ประโยชน์ในการดำเนินการจัดทำโครงการ คณะผู้จัดทำมีวิธีการดำเนินการเป็นลำดับข้ันตอน สามารถอธิบาย

เปน็ ข้ันตอนได้ ดังนี้

๓.๑ ขน้ั ตอนการเตรยี มโครงการ

๓.๑.๑ ปรึกษาอาจารย์เพ่ือจดั ทำโครงการ และสรปุ หวั ขอ้ โครงการในขนั้ ต้น

๓.๑.๒ เสนอโครงการ

๓.๑.๓ วางแผนและแบ่งหน้าท่ขี องแตล่ ะบคุ คลภายในกลมุ่ เพื่อการดำเนนิ งาน

๓.๑.๔ จดั ประชุมเพ่ือปรึกษาหารือกนั เกยี่ วกบั การดำเนินโครงการ

๓.๑.๕ จัดซอ้ื รางวัลตอบแทน เพือ่ ใชใ้ นการจดั โครงการ

๓.๑.๖ มกี ารตรวจสอบโครงการอยา่ งตอ่ เน่อื งและประเมนิ ผลโครงการ

๓.๑.๗ สรปุ ผลรายงานผลการปฏบิ ัตงิ าน

๓.๒ ประชากรและกลมุ่ เปา้ หมาย

ประชากร ได้แก่ นกั เรยี นระดับชนั้ ปวช. และนักศึกษาระดับชัน้ ปวส. สาขาวชิ า

คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ (https://sites.gppgle.com/sitebb24559r/khxng-tawxyang-thi-hem)

๓.๓ ขัน้ ตอนการดำเนินงาน

ดำเนนิ การจัดโครงการตามระยะเวลาทีก่ ำหนด

การดำเนินงาน ระยะเวลาดำเนนิ การ

ปี พ.ศ. ๒๕๖๒

รายงาน พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ.

๑. เสนอโครงการ

๒. ขออนมุ ัติ

๓. ดำเนินการ

๔ประเมินผล

ตาราง ท่ี ๓-๑ แสดงตารางการปฏบิ ัตงิ าน

๑๖

๓.๔ เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
๓.๔.๑ เครือ่ งมือท่ีใชใ้ นการศกึ ษาคร้ังนี้ เป็นเคร่ืองมือเชิงปริมาณ เป็นแบบสอบถามท่ผี ู้จัดทำ

โครงการสรา้ งขน้ึ จำนวน ๑ ฉบบั โดยยดึ ตามวตั ถุประสงคแ์ ละกรอบแนวคดิ ในการวิจยั แบง่ ออกเปน็
๓ ตอน คอื

ตอนท่ี ๑ เป็นแบบสอบถามปจั จยั บุคคลของผูต้ อบแบบสอบถาม ไดแ้ ก่ เพศ อายุ ระดบั ชนั้
ตอนที่ ๒ เปน็ แบบสอบถาม การจดั ทำโครงการพฒั นาสนุ ทรียภาพด้าน ศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา
มีลกั ษณะเป็นแบบสอบถามแบบมาตรฐานส่วนประมาณคา่ แบ่งเป็น ๕ ระดับ โดยคา่ แต่ละระดับมี
ความหมาย ดงั นี้
๕ หมายถึง มีความพึงพอใจมากทส่ี ุด
๔ หมายถึง มคี วามพึงพอใจมาก
๓ หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง
๒ หมายถงึ มีความพึงพอใจนอ้ ย
๑ หมายถึง มีความพงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ดุ
ตอนท่ี ๓ เป็นแบบสอบถามข้อเสนอแนะ การจัดทำโครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้าน ศิลปะ
ดนตรี และกีฬา
๓.๔.๒ การสรา้ งเครือ่ งมือทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดงั น้ี

การสร้างเคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดทำโครงการพัฒนาสุนทรียภาพ
ด้าน ศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า ผู้จัดทำโครงการได้สร้างขึ้นเอง ตามขัน้ ตอน ดังนี้

๓.๔.๒.๑ กำหนดโครงสร้างและขอบข่ายเนื้อหาสาระของแบบสอบถามโดยกำหนด
เนื้อหาสาระท่ีนำมาสร้างแบบสอบถาม ให้เห็นขอบเขตของคำถามท่ีสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ
ครอบคลุมเร่ืองที่จะศกึ ษา โดยคำแนะนำจากครูท่ปี รกึ ษาโครงการ

๓.๔.๒.๒ ศึกษาแนวทางทฤษฎีหลกั การสร้างแบบสอบถามจากเอกสาร ตำรา บทความ
ทางวิชาการ

๓.๔.๒.๓ ศึกษาวิธสี ร้างแบบสอบถามมาตราสว่ นประมาณค่า (สร้างแบบสอบถามฉบับ
ร่าง โดยเขียนข้อความให้สอดคล้องกับตัวแปรที่ศึกษาให้ครบถ้วนตามโครงสร้าง) ๕ ระดับ คือ
ระดบั ดีมาก ดี ปานกลาง นอ้ ยและปรับปรุง

๓.๔.๒.๔ ดำเนินการสร้างแบบสอบถามข้ึนมา ใหค้ รอบคลมุ กับการจดั ทำโครงการพัฒนา
สนุ ทรียภาพดา้ น ศิลปะ ดนตรี และกฬี า

๓.๔.๒.๕ ตรวจสอบคุณภาพแบบสอบถามเบื้องต้น โดยให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการและ
ผเู้ ช่ียวชาญตรวจสอบพิจารณา เพ่ือความเที่ยงตรงของเน้ือหา และความถูกต้องในสำนวนภาษาท่ีใช้

๑๗

เพ่ือให้คำถามครอบคลุมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ แล้วปรับปรุงแก้ไขตาม
คำแนะนำของครูทีป่ รกึ ษา

๓.๔.๒.๖ จดั ทำแบบสอบถามฉบบั สมบูรณ์ ตามคำแนะนำของครูท่ีปรกึ ษา นำมาจัดทำ
แบบสอบถามฉบับสมบูรณเ์ พอ่ื นำไปใช้ต่อไป (https://gsuite.google.com/)

๓.๕ การวิเคราะห์ข้อมูลโครงการ
๓.๕.๑ วิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงปริมาณการจัดทำโครงการพัฒนาสุนทรยี ภาพดา้ น ศิลปะ ดนตรี และ

กฬี า ซ่งึ มขี อ้ มลู ดังน้ี
๓.๕.๑.๑ วิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ ๑ ปจั จัยส่วนบุคคลของผ้ตู อบแบบสอบถามโดยแจก

แจงความถ่ี และการหาคา่ ร้อยละ
๓.๕.๑.๒ วิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ ๒ โดยหาค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแล้ว

นำมาเทยี บเกณฑ์ ตอ่ ไปนี้
คา่ ร้อยละ ๔.๕๐ – ๕.๐๐ หมายถงึ ความคิดเหน็ อยใู่ นระดบั ดมี าก
คา่ รอ้ ยละ ๓.๕๐ – ๔.๔๙ หมายถงึ ความคดิ เหน็ อยู่ในระดับดี
คา่ รอ้ ยละ ๒.๕๐ – ๑.๔๙ หมายถงึ ความคิดเหน็ อย่ใู นระดบั พอใช้
ค่าร้อยละ ๑.๕๐ – ๒.๔๙ หมายถึง ความคดิ เหน็ อยูใ่ นระดับน้อย
คา่ รอ้ ยละ ๑.๐๐ – ๑.๔๙ หมายถึง ความคดิ เหน็ อยู่ในระดับน้อยทีส่ ดุ

๓.๕.๑.๓ วิเคราะห์ข้อมูลตอนที่ ๓ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อเสนอแนะของนักเรียน
เก่ยี วกับโครงการพัฒนาสุนทรียภาพดา้ น ศิลปะ ดนตรี และกีฬา สรปุ หาข้อมูลนำมาสังเคราะห์และ
สรุปตามข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงและแก้ไขให้ดยี ่ิงขน้ึ ให้กับคณะผูจ้ ัดทำ
โครงการในครัง้ ตอ่ ไป

๓.๖ สถิติทใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ในการจัดทำโครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้าน ศิลปะ ดนตรี และกีฬา สถิติที่ใช้ในการ

วเิ คราะหข์ อ้ มลู แบ่งออกได้ ดงั นี้
การหาค่าสถติ พิ นื้ ฐาน คือ รอ้ ยละ คา่ เฉลี่ย และคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานทีไ่ ด้ โดยใชส้ ตู ร ดังน้ี

๓.๖.๑ คา่ สถิติร้อยละ

fx100

สตู ร P = n
เมอื่ P แทน ค่ารอ้ ยละ

F แทน จำนวนหรือความถ่ีท่ีต้องการหาค่าร้อยละ
N แทน จำนวนขอ้ มูลทงั้ หมด

๑๘

๓.๖.๒ การหาค่าเฉล่ีย (X)

x

สูตร N
เม่อื X แทน คะแนนตวั กลางเลขคณติ

 แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน

N แทน จำนวนคะแนนในข้อมลู นัน้

๓.๖.๓ การหาค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน
การวเิ คราะหส์ ว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน

สูตร S.D. = N

(Xi − X )2

i =1

N −1

S.D. แทน คา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐานของกลุ่มตวั อย่าง

 แทน ผลรวม

N แทน จำนวนคนในกลุ่มตวั อย่าง

X แทน คา่ เฉลยี่ ของกลุ่มตวั อยา่ ง

Xi แทน คะแนนแต่ละคา่

๑๙

บทที่ ๔
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู

๔.๑ ผลการดำเนนิ การ
การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปจากการติดตามประเมินผลโครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ

ดนตรี และกีฬา ผู้ประเมินดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายตามลำดับ ดังน้ี ตอนท่ี ๑
ข้อมูลทั่วไป ตอนท่ี ๒ ความพึงพอใจด้านต่างๆ ของโครงการ ตอนที่ ๓ ข้อเสนอแนะ ผู้ตอบแบบ
ประเมิน จำนวน ๑๐๐ คน

ตอนที่ ๑ ข้อมลู ท่วั ไป
ตารางที่ ๔-๑ การวิเคราะห์ขอ้ มูลการแสดงเพศของผู้ตอบแบบสอบถามท่ไี ดเ้ ขา้ ร่วม
โครงการพฒั นาสนุ ทรียภาพด้านศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า

ลำดบั ท่ี เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ
๑. ชาย ๒๓ ๒๓
๒. หญิง ๗๗ ๗๗
รวมทง้ั สน้ิ ๑๐๐ ๑๐๐

จากตารางที่ ๔-๑ พบวา่ การวิเคราะห์ข้อมูลของผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ คิดเป็น
รอ้ ยละของผู้ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา และส่งแบบสอบถาม
กลับคืนดังนี้ เพศชาย คิดเป็นร้อยละ ๒๓ ของประชากรทั้งหมดและเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ ๗๗
ประชากรทั้งหมด

แผนภมู ิแสดงระดับเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม

๒๓% ชาย
๗๗% หญงิ

ภาพท่ี ๔-๑ แผนภมู แิ สดงเพศของผูต้ อบแบบสอบถาม

๒๐

ตารางที่ ๔-๒ การวิเคราะห์ข้อมูลการแสดงระดบั ชน้ั ของผูต้ อบแบบสอบถามท่ไี ด้เขา้ รว่ ม
โครงการพฒั นาสุนทรียภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า

ลำดับท่ี ระดบั ชน้ั จำนวน (คน) ร้อยละ
๕๓ ๕๓
๑. ปวช. ๔๗ ๔๗
๑๐๐ ๑๐๐
๒. ปวส.

รวมทัง้ สนิ้

จากตารางท่ี ๔-๒ พบว่าการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามระดับช้ัน
คิดเป็นร้อยละของผู้ท่ีเข้าร่วมโครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา และส่ง
แบบสอบถามกลับคืนดังนี้ ระดับปวช. คิดเป็นร้อยละ ๕๓ ของประชากรท้ังหมด ระดับปวส. คิด
เป็นร้อยละ ๔๗ ของจำนวนประชากรทั้งหมด ระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ ๐ ของจำนวน
ประชากรทงั้ หมด

แผนภูมิแสดงระดับระดับชั้นของผู้ตอบแบบสอบถาม ปวช.
ปวส.
๔๗%
๕๓%

ภาพท่ี ๔-๒ แผนภมู แิ สดงระดบั ช้ันของผตู้ อบแบบสอบถาม

ตารางที่ ๔-๓ การวิเคราะห์ข้อมูลการแสดงอายขุ องผู้ตอบแบบสอบถามทไี่ ดเ้ ขา้ รว่ ม
โครงการพฒั นาสุนทรียภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา

๒๑

ลำดบั ท่ี อายุ จำนวน (คน) ร้อยละ
๕๓ ๕๓
๑. ๑๕-๑๗ ปี ๔๗ ๔๗
๐ ๐
๒. ๑๘-๒๔ ปี ๑๐๐ ๑๐๐

๓. ๒๕ ปขี น้ึ ไป

รวมท้งั สน้ิ

จากตารางท่ี ๔-๓ พบว่าการวเิ คราะหข์ ้อมลู ของผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ คดิ เป็น
ร้อยละของผู้ท่ีเข้าร่วมโครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า และส่งแบบสอบถาม
กลับคนื ดังนี้ อายุ ๑๕-๒๐ ปี คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐ ของประชากรท้ังหมด อายุ ๒๑-๒๕ ปี คิดเป็น
รอ้ ยละ ๐ ของจำนวนประชากรทง้ั หมด

แผนภมู แิ สดงระดับอายขุ องผู้ตอบแบบสอบถาม

๔๗%
๕๓% ๑๕-๑๗ีป
๑๘-๒๔ีป

ภาพที่ ๔-๓ แผนภมู ิแสดงอายุของผ้ตู อบแบบสอบถาม

ตารางท่ี ๔-๔ การวิเคราะหข์ อ้ มูลการแสดงสถานะของผู้ตอบแบบสอบถามทไี่ ด้เขา้ รว่ ม
โครงการพัฒนาสนุ ทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา

๒๒

ลำดับท่ี สถานะ จำนวน (คน) ร้อยละ
๑๐๐ ๑๐๐
๑. นักเรียน-นักศึกษา ๐ ๐
๑๐๐ ๑๐๐
๒. ครู-อาจารย์

รวมท้งั ส้นิ

จากตารางที่ ๔-๔ พบว่าการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามสถานะ
คิดเป็นร้อยละของผู้ท่ีเข้าร่วมโครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา และส่ง
แบบสอบถามกลับคืนดังนี้ นักเรียน-นักศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ของประชากรทั้งหมด ครู-
อาจารย์ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๐ ของจำนวนประชากรทั้งหมด

แผนภูมิแสดงระดบั สถานะของผตู้ อบแบบสอบถาม

๑๐๐% นักเรียน-
นกั ศึกษา

ภาพที่ ๔-๔ แผนภมู แิ สดงสถานะของผตู้ อบแบบสอบถาม

ตอนท่ี ๒ ความพงึ พอใจในดา้ นต่าง ๆ ของโครงการ
ตารางท่ี ๔-๕ การวเิ คราะหข์ ้อมูลการแสดงระดับความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามท่ี
ได้เขา้ ร่วมโครงการพัฒนาสุนทรียภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรีและกฬี า

๒๓

ด้านการดำเนนิ การ

เรือ่ งการประเมนิ x S.D. ระดับความพึงพอใจ

๑.๑ ผจู้ ดั ทำโครงการมกี ารประชาสมั พนั ธ์ใหท้ ราบ ๓.๘๕ ๐.๗๑ ปานกลาง

อยา่ งชัดเจน

๑.๒ ผู้จัดทำโครงการมกี ารจดั เตรยี มสถานท่ีในการ ๓.๕๗ ๐.๗๖ ปานกลาง

จัดกจิ กรรม

๑.๓ ผจู้ ัดทำโครงการแจง้ วันและเวลาในการจดั ๓.๔๖ ๐.๗๓ ปานกลาง

โครงการชดั เจน

ค่าเฉลยี่ รวม ๓.๖๓ ๐.๗๓ ปานกลาง

จากตารางที่ ๔-๕ พบว่า ระดับความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการพัฒนา
สนุ ทรียภาพดา้ นศิลปะ ดนตรี และกีฬา ด้านการดำเนินการในภาพรวมอยูใ่ นระดบั ปานกลาง (x = ๓.๖๓)
เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ด้านการดำเนินการ มีความคิดเห็นระดับมาก จำนวน ๓ ข้อตามลำดับได้แก่
ผู้จัดทำโครงการมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบ อย่างชัดเจน (x = ๓.๘๕) ผู้จัดทำโครงการมีการจัดเตรียม
สถานที่ในการจัดกิจกรรม (x = ๓.๕๗) ผู้จัดทำโครงการแจ้งวันและเวลาในการจัดโครงการชัดเจน
(x = ๓.๔๖)

4.00 3.85 แผแนผนภูมภแิมู สิคดวงาคมวพางึมพพองึ พใจอดใจ้านดกา้ นารกดาำรเดนำินเกนานิ รโครงการ

3.57 3.46

3.00 ีคาเฉล่ยี

2.00 ีสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
1.00 0.71 0.76 0.73

0.00
t1.1 t1.2 t1.3

ภาพที่ ๔-๕ แผนภมู ิความพงึ พอใจดา้ นการดำเนนิ การ

ตารางท่ี ๔-๖ การวเิ คราะห์ข้อมูลการแสดงระดับความพงึ พอใจของผตู้ อบแบบสอบถามท่ี
ไดเ้ ข้าร่วมโครงการพัฒนาสุนทรยี ภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า

๒๔

ด้านการจัดกิจกรรม

เรือ่ งการประเมนิ x S.D. ระดับความพงึ พอใจ
ปานกลาง
๒.๑ กิจกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นมีความน่าสนใจตรงตาม ๓.๔๒ ๐.๘๑ ปานกลาง
ปานกลาง
ความต้องการของทา่ น
ปานกลาง
๒.๒ ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรมความเหมาะ ๓.๔๔ ๐.๖๔

สม

๒.๓ สถานท่ีในการจัดกิจกรรมมคี วามเหมาะ ๓.๕๖ ๐.๗๐

สม

คา่ เฉลย่ี รวม ๓.๔๗ ๐.๗๑

จากตารางท่ี ๔-๖ พบว่า ระดับความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
พฒั นาสุนทรยี ภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา ด้านความพึงพอใจในภาพรวมอยูใ่ นระดับปานกลาง
(x =๓.๔๗) เมื่อพิจารณารายข้อพบวา่ ดา้ นความพึงพอใจ มคี วามเหน็ ระดับปานกลาง จำนวน ๓ ข้อ
ตามลำดับได้แก่ กิจกรรมที่เกิดข้ึนมีความน่าสนใจ(x =๓.๔๒) ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมความ
เหมาะสม(x =๓.๔๔) สถานทีใ่ นการจัดกิจกรรมมคี วามเหมาะสม (x =๓.๔๗)

แผนภูมิความพึงพอใจด้านการจดั กจิ กรรม

5.00 3.42 3.44 3.56 ีคาเฉลีย่

0.81 0.64 ีสวนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
0.70

0.00
t2.1 t2.2 t2.3

ภาพท่ี ๔-๖ แผนภมู ิความพงึ พอใจดา้ นการจดั กจิ กรรม

๒๕

ดา้ นผลสมั ฤทธิ์

เรอ่ื งการประเมนิ x S.D. ระดบั ความพงึ พอใจ
๓.๕๖ ๐.๖๔ ปานกลาง
๓.๑ กิจกรรมทจ่ี ดั ขนึ้ มโี อกาสให้มคี าวมกล้าทีจ่ ะ
แสดงออก ๓.๖๔ ๐.๗๒ ปานกลาง

๓.๒ กจิ กรรมทจ่ี ดั ขึ้นสง่ เสรมิ ให้มีความมัน่ ใจใน
ตัวเอง

ค่าเฉลย่ี รวม ๓.๖๐ ๐.๗๑ ปานกลาง

จากตารางท่ี ๔-๗ พบว่าระดับความพึงพอใจของนักเรียนนักศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการ
พัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา ผลสัมฤทธิ์ ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
(x = ๔.๒๗) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า ดา้ นผลสมฤทธิ์ มีความเห็นระดับปานกลาง จำนวน ๒ ข้อ
ตามลำดบั ได้แก่ ทำใหน้ ักเรียนมนี ิสยั รู้จกั ประหยัดและอดออม (x = ๓.๕๖) ทำใหน้ ักเรียนรู้จกั ใช้จา่ ย
อยา่ งมีสติ (x = ๓.๖๔)

3.56แผนภมู ิแสดงความพ3งึ.6พ4อใจด้านผลสัมฤทธิ์
4.00 ีคาเฉลย่ี
2.00 0.64 0.72 ีสวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน

0.00 t3.2
๓.๑

ภาพที่ ๔-๗ แผนภมู ิแสดงความพงึ พอใจด้านผลสมั ฤทธิ์

๒๖

Descriptive Statistics

ตารางที่ ๔-๘ แสดงสรปุ ระดับความพงึ พอใจของนักเรียนนักศกึ ษาทเ่ี ข้ารว่ ม
โครงการพัฒนาสุนทรียภาพดา้ นศิลปะ ดนตรี และกีฬา

เร่อื งประเมนิ N Mean Std. ระดับ
Deviation ประเมิน

๑. ด้านดำเนนิ การ

๑.๑ ผูจ้ ดั ทำโครงการมกี ารประชาสมั พันธ์ใหท้ ราบ ๑๐๐ ๔.๑๐ ๐.๗๑ มาก

อย่างชัดเจน

๑.๒ ผ้จู ดั ทำโครงการมกี ารจดั เตรียมสถานทีใ่ นการ ๑๐๐ ๔.๐๐ ๐.๗๖ มาก

จัดกจิ กรรม

๑.๓ ผจู้ ดั ทำโครงการแจง้ วันและเวลาในการจัด ๑๐๐ ๓.๙๖ ๐.๗๓ ปานกลาง

โครงการชัดเจน

๒. ดา้ นการจัดกิจกรรม

๒.๑ กิจกรรมทีเ่ กดิ ข้นึ มีความน่าสนใจตรงตาม ๑๐๐ ๓.๘๖ ๐.๘๑ ปานกลาง

ความตอ้ งการของทา่ น

๒.๒ ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรมความเหมาะสม ๑๐๐ ๓.๘๒ ๐.๖๔ ปานกลาง

๒.๓ สถานทใี่ นการจัดกจิ กรรมมีความเหมาะสม ๑๐๐ ๓.๙๒ ๐.๗๐ ปานกลาง

๓. ดา้ นผลสมั ฤทธิ์ของโครงการ ๑๐๐ ๔.๓๘ ๐.๖๔ มาก
๓.๑ กจิ กรรมทจี่ ดั ข้ึนมโี อกาสใหม้ คี าวมกลา้ ทจ่ี ะ ๑๐๐ ๔.๑๘ ๐.๗๒ มาก
แสดงออก
๓.๒ กิจกรรมทจ่ี ดั ข้นึ สง่ เสริมให้มคี วามม่นั ใจใน
ตวั เอง

ค่าเฉลย่ี รวม ๕๐ ๔.๐๕ ๐.๗๒ มาก

จากตารางท่ี ๔-๘ พบว่าการสรปุ ระดับความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามท่ีเข้าร่วม
โครงการพัฒนาสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา ภาพรวมอยู่ในความพึงพอใจระดับมาก

(x = ๔.๐๕)

๒๗

แผนภูมิแสดงสรปุ ระดบั ความพึงพอใจของนกั เรียนนกั ศกึ ษาทเ่ี ขา้ ร่วม
โครงการพฒั นาสุนทรยี ภาพด้านศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา

5.00

4.00

3.00

2.00

1.00
0.00

๑.๑ t1.2 t1.3 t2.1 t2.2 t2.3 t3.1 t3.2
ีคาเฉลี่ย ีสวนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

ภาพท่ี ๔-๘ แผนภูมิแสดงสรุประดับความพงึ พอใจของนักเรียนนกั ศึกษาทเ่ี ขา้ ร่วม
โครงการพัฒนาสนุ ทรยี ภาพดา้ นศิลปะ ดนตรี และกีฬา

๒๘

บทที่ ๕
สรปุ ผล การอภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ

๕.๑ สรุปผลการดำเนินโครงการ
๕.๑.๑ วตั ถุประสงค์
๕.๑.๑.๑ เพ่อื ให้นกั เรียนชื่นชม ร่วมกจิ กรรมและมผี ลงานดา้ นศลิ ปะ ดนตรี กีฬา
๕.๑.๑.๒ เพอ่ื ให้นกั เรยี นมีสุนทรยี ภาพและลักษณะนิสยั ด้าน ศลิ ปะ ดนตรี กฬี า
๕.๑.๑.๓ เพ่อื ใหน้ ักเรยี นมีสุขภาวะท่ีดี และมีสนุ ทรยี ภาพ กลา้ แสดงออกในกิจกรรม

ท่เี หมาะสม
๕.๑.๑.๔ เพอื่ สนบั สนนุ ใหน้ กั เรียนไดใ้ ชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์

๕.๑.๒ ผลทีค่ าดว่าจะได้รับ
๕.๑.๒.๑ นักเรยี นนกั ศึกษามีความสามัคคีในหมูค่ ณะ
๕.๑.๒.๒ นกั เรียนนกั ศกึ ษามสี ขุ นิสัย สุขภาพกาย สขุ ภาพจิตทดี่ ี
๕.๑.๒.๓ นักเรยี นนกั ศึกษามคี วามสขุ สนกุ สนานทไี่ ด้ทำกจิ กรรม
๕.๑.๒.๔ นักเรยี นนักศกึ ษาได้นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั

๕.๑.๓ กลมุ่ เปา้ หมาย
๕.๑.๓.๑ เชงิ ปริมาณ
นกั เรยี นนักศึกษา สาขาวชิ าคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
๕.๑.๓.๒ เชิงคณุ ภาพ
นักเรียนนักศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง

เห็นคณุ คา่ ในตนเอง มีความมน่ั ใจ และกล้าแสดงออก
๕.๑.๔ เครอ่ื งมือใชใ้ นการสร้างความพงึ พอใจ
จดั ทำแบบสอบถามความพึงพอใจ โครงการประหยัดและอดออม โดยแบบสอบถาม

ประกอบดว้ ย ๓ ส่วน
๕.๑.๔.๑ ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นคำถามเกี่ยวกับข้อมูล

สว่ นตัว ได้แก่ เพศ อายุ สถานะและระดบั ชั้น มีจำนวน ๔ ขอ้
๕.๑.๔.๒ สว่ นที่เป็นข้อมูลเกยี่ วกบั ศักยภาพทตี่ ้องการใหผ้ กู้ รอกแบบสอบถามประเมิน

ความพึงพอใจ ซึ่งประกอบด้วย ๓ ด้าน คือ ด้านการดำเนินการ ด้านความพึงพอใจและด้าน
ผลสัมฤทธิ์ โดยให้ผกู้ รอกแบบสอบถามเลอื กเพยี งคำตอบเดยี วในแตล่ ะคำถามจาก มากท่ีสุด ถึง น้อย
ที่สุด ซ่ึงเกณฑ์การใหค้ ะแนนเปน็ ดงั น้ี

มากท่ีสุด ๕ คะแนน

มาก ๔ คะแนน

ปานกลาง ๓ คะแนน

นอ้ ย ๒ คะแนน

นอ้ ยทส่ี ดุ ๑ คะแนน

๕.๑.๔.๓ สว่ นทเ่ี ป็นข้อมลู เสนอแนะท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถามมลี กั ษณะเปน็

คำถามปลายเปิด

๕.๑.๕ การวเิ คราะหข์ ้อมลู

การดำเนินโครงการครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาเห็นคุณค่าใน

ตนเอง มีความมัน่ ใจ และกล้าแสดงออก เพื่อเปน็ ประโยชนแ์ ละนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ของนกั เรียน

นกั ศึกษาระดบั ชั้น ปวช. และ ปวส. สาขาวิชาคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ รวมทัง้ ส้ินจำนวน ๑๐๐ คน

ในการประเมินคร้ังนไ้ี ด้กลมุ่ ประเมนิ จากการเขา้ ร่วมโครงการพฒั นาสุนทรยี ภาพ ดา้ น

ศลิ ปะ ดนตรี และกีฬาเพื่อให้กลุ่มประเมินทำแบบประเมิน การจดั ดำเนนิ โครงการพฒั นาสุนทรียภาพ

ด้านศลิ ปะ ดนตรีและกฬี าและนำแบบประเมนิ ทไี่ ด้ไปหาประสิทธภิ าพโดยใช้การหาค่าเฉลย่ี (x) และ

ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.)

๕.๑.๖ อภิปรายผลการประเมนิ

จากการประเมินความพึงพอใจ โครงกาพัฒนาสุนทรียภาพ ด้านศิลปะ ดนตรแี ละ

กฬี า สามารถสรุปผลไดด้ ังน้ี

๕.๑.๖.๑ ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบ สอบถาม พบว่าเป็นเพศหญิง จำนวน ๗๗ คน

คิดเป็นร้อยละ ๗๗ เพศชาย จำนวน ๒๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓ ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

ระดับชั้น ปวช. และ ปวส. เป็นนักเรียนท้ังส้ิน ๑๐๐ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐ ของจำนวนนักเรียน

ทัง้ หมด มอี ายุ ๑๕ – ๑๗ ปี จำนวน ๕๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๓ ของจำนวนนักเรียนท้ังหมด มีอายุ

๑๘ – ๒๔ ปี จำนวน ๔๗ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๔๗ ของจำนวนนกั เรียนท้ังหมด มีสถานะเป็นนกั เรียน

ทั้งส้ิน ๑๐๐ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐ ของจำนวนนักเรยี นทงั้ หมด

๕.๑.๖.๒ ความพึงพอใจของนักเรียนตอ่ การดำเนนิ โครงการพัฒนาสนุ ทรียภาพ ดา้ น

ศิลปะ ดนตรี และกีฬา ซ่ึงประกอบไปด้วย ๓ ด้าน คือ ด้านการบริหารโครงการ ด้านการจัดทำ

โครงการและด้านประโยชน์ท่ีได้รบั จากการมีสว่ นรว่ มในโครงการ โดยภาพรวมอยใู่ นระดับ มาก (x=

๔.๐๘) และเม่ือพิจารณาเปน็ รายดา้ นปรากฏผลดังน้ี

(๑) ด้านการดำเนินงาน นักเรยี นมีความพึงพอใจตอ่ การดำเนินงานตา่ งๆ โดยภาพรวม

อยู่ในระดับปานกลาง (x = ๓.๖๓) ซึง่ เมื่อพจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบว่ามีความพึงพอใจ ขอ้ ๑ ผู้จดั ทำ

โครงการมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบอย่างชัดเจน (x = ๓.๕๖) อยู่ในระดับปานกลาง ข้อ ๒

ผจู้ ัดทำโครงการมีการจดั เตรียมสถานทีใ่ นการจดั กจิ กรรม (x = ๓.๕๗) มคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดับ
ปานกลาง และข้อ ๓ ผู้จัดทำโครงการแจ้งวันและเวลาในการจัดโครงการชัดเจน (x = ๓.๔๖) มี
ความพงึ พอใจในระดับปานกลาง

(๒) ด้านการจัดกิจกรรม นกั เรียนมีความพงึ พอใจต่อการจัดทำโครงการ โดยภาพรวม
อยใู่ นระดับปานกลาง (x = ๓.๔๗) ซง่ึ เมือ่ พิจารณาเปน็ รายข้อ พบวา่ มีความพงึ พอใจ ข้อ ๑ กจิ กรรม
ท่ีเกิดขึ้นมีความน่าสนใจ (x = ๓.๔๒) อยู่ในระดับมาก ข้อ ๒ ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมความ
เหมาะสม (x = ๓.๔๔) มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง และข้อ ๓ สถานที่ในการจัดกิจกรรมมี
ความเหมาะสม (x = ๓.๕๖) มคี วามพงึ พอใจในระดับปานกลาง

(๓) ด้านผลสัมฤทธิ์ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อผลสมั ฤทธ์ิที่ไดร้ ับจากโครงการ โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (x = ๓.๖๐) ซึ่งเมอ่ื พิจารณาเป็นรายขอ้ พบว่ามีความพึงพอใจ ข้อ
๑ กิจกรรมที่จัดข้ึนมีโอกาสให้มีคาวมกล้าท่ีจะแสดงออก(x = ๓.๕๖) อยู่ในระดับปานกลาง ข้อ ๒
กจิ กรรมท่จี ดั ข้ึนสง่ เสริมให้มีความมั่นใจในตวั เอง (x= ๓.๖๔) มคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดับปานกลาง

๕.๑.๗ สรปุ ผลการอภิปราย
๕.๑.๗.๑ ในการศกึ ษาขอ้ มลู ท่วั ไปพบว่า กลมุ่ ตัวอย่างทต่ี อบแบบสอบถาม สว่ นใหญ่

พบวา่ เปน็ เพศหญงิ จำนวน ๗๗ คน คดิ เป็นร้อยละ ๗๗ เพศชาย จำนวน ๒๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓
ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ระดบั ชน้ั ปวช. และ ปวส. เป็นนกั เรียนทั้งส้ิน ๑๐๐ คน คิดเป็นร้อยละ
๑๐๐ ของจำนวนนักเรียนท้ังหมด มีอายุ ๑๕ – ๑๗ ปี จำนวน ๕๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๓ ของ
จำนวนนักเรียนทั้งหมด มีอายุ ๑๘ – ๒๔ ปี จำนวน ๔๗ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๔๗ ของจำนวนนกั เรยี น
ทั้งหมด มีสถานะเป็นนักเรียนท้ังส้ิน ๑๐๐ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

๕.๑.๗.๒ จากการศึกษาข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียนต่อโครงการ ในด้านการ
บริหารโครงการ การจัดทำโครงการและประโยชน์ท่ีได้รับจากการร่วมโครงการ รวม ๓ ด้าน
โดยรวมนักศึกษามคี วามพงึ พอใจในระดับปานกลาง

๕.๒ ขอ้ เสนอแนะ
๕.๒.๑ ดา้ นการดำเนินการโครงการ ควรมกี ารประชาสมั พันธ์ใหท้ ัว่ ถงึ และเปน็ ทางการและมี

การประสานงานให้ดียง่ิ ขึน้
๕.๒.๒ ดา้ นความพึงพอใจต่อโครงการ อยากใหม้ กี ารประชาสัมพันธท์ ่ที ำใหน้ า่ สนใจยิ่งขนึ้
๕.๒.๓ ดา้ นผลสัมฤทธ์ิของโครงการ ควรจะมเี วลาทำกจิ กรรมนานกว่านี้

บรรณานุกรม

สุนทรียภาพ. URL : https://www.thairath.co.th/content/341567. [13 กุมภาพันธ์ 2563]
ศลิ ปะ. URL : https://sites.google.com/. [13 กุมภาพนั ธ์ 2563]
ดนตร.ี URL : https://th.wikipedia.org/. [13 กมุ ภาพันธ์ 2563]
กีฬา. URL : https://schmilano.wordpress.com/. [13 กมุ ภาพนั ธ์ 2563]
สุนทรยี ภาพ. URL : https://www.thairath.co.th/content/341567. [13 กุมภาพนั ธ์ 2563]
ความสำคัญของการพัฒนาสุนทรยี ภาพ. URL : https://www.jobpub.com/.
[14 กุมภาพนั ธ์ 2563]
ความหมายของดา้ นศลิ ปะ. URL : http://paduansak.blogspot.com/. [14 กมุ ภาพันธ์ 2563]
ความสำคญั ของศลิ ปะ. URL : https://sites.google.com/. [14 กมุ ภาพันธ์ 2563]
ประเภทของศลิ ปะ. URL : https://sites.google.com/. [14 กุมภาพนั ธ์ 2563]
การรบั รศู้ ลิ ปะเชิงปรชั ญา. URL : http://art-philosophy.blogspot.com/. [14 กมุ ภาพันธ์ 2563]
ความหมายดา้ นดนตรี. URL : https://th.wikipedia.org/.[14 กุมภาพันธ์ 2563]
ความหมายของด้านกีฬา. URL : https://th.wikipedia.org/.[14 กมุ ภาพนั ธ์ 2563]
การประกวด. URL : https://dictionary.sanook.com/.[15 กุมภาพนั ธ์ 2563]
เครื่องมือทีใ่ ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล. URL : https://gsuite.google.com/.[15 กมุ ภาพันธ์
2563]
เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู . URL :https://sites.gppgle.com/sitebb24559r/khxng-
tawxyang-thi-hem.[15 กมุ ภาพันธ์ 2563]

ภาพกิจกรรม
โครงการพัฒนาสุนทรียภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า
ในวันพธุ ที่ ๑๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.

ณ ลานเพลิน วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง

ภาพท่ี 1 ปา้ ย

ภาพท่2ี ลงชื่อเข้ากิจกรรม

ภาพกจิ กรรม
โครงการพัฒนาสนุ ทรียภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา
ในวันพุธ ท่ี ๑๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.

ณ ลานเพลิน วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง

ภาพท่ี3 บรรยากาศภายในงาน

ภาพท4ี่ บรรยากาศภายในงาน

ภาพกิจกรรม
โครงการพัฒนาสนุ ทรยี ภาพด้านศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า
ในวนั พธุ ท่ี ๑๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.

ณ ลานเพลนิ วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง

ภาพท5่ี กลา่ วเปิดงาน

ภาพท6ี่ บรรยากาศภายในงาน

ภาพกจิ กรรม
โครงการพัฒนาสนุ ทรียภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา
ในวันพุธ ท่ี ๑๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.

ณ ลานเพลิน วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง

ภาพท่ี7 บรรยากาศภายในงาน

ภาพท8ี่ บรรยากาศภายในงาน

ภาพกจิ กรรม
โครงการพัฒนาสุนทรียภาพดา้ นศลิ ปะ ดนตรี และกีฬา
ในวันพุธ ท่ี ๑๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.

ณ ลานเพลิน วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง

ภาพท่9ี บรรยากาศภายในงาน

ภาพท่1ี 0 บรรยากาศภายในงาน

ภาพกจิ กรรม
โครงการพฒั นาสุนทรยี ภาพด้านศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า
ในวนั พธุ ท่ี ๑๒ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.

ณ ลานเพลนิ วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง

ภาพที่11 บรรยากาศภายในงาน

ภาพท1่ี 2 ประกวดเคร่ืองแตง่ กาย

แบบสอบถามความพึงพอใจ
โครงการพฒั นาสนุ ทรยี ภาพด้านศลิ ปะ ดนตรแี ละกีฬา(Project )
วันพธุ ท่ี ๑๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ณ ลานเพลนิ วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง

คำชแ้ี จง โปรดทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ ง  หนา้ ข้อความตามความเปน็ จรงิ ของท่านมากทสี่ ดุ

ตอนท่ี ๑ ข้อมลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม (กรณุ าทำเครอื่ งหมาย ✓ หน้าข้อความตามความเป็นจรงิ )

๑.๑ เพศ  ชาย  หญงิ

๑.๒ อายุ  ๑๕- ๑๘ ปี  ๑๙ – ๒๒ ปี  ๒๓ ปขี ้ึนไป

๑.๓ สถานะ  ครู-อาจารย์  นักเรยี น-นักศึกษา

๑.๔ ระดบั ช้นั  ปวช.  ปวส.

ตอนท่ี ๒ ระดบั ความพงึ พอใจ (โปรดทำเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องท่ตี รงกบั ความพึงพอใจ)

ระดับความพงึ พอใจ ๕ : มากทส่ี ดุ ๔ : มาก ๓ : ปานกลาง ๒ : นอ้ ย ๑ : น้อยท่สี ุด

ระดบั ความพึงพอใจ

รายการประเมิน มากทีส่ ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยทส่ี ดุ

๕๔ ๓ ๒ ๑

๑. ดา้ นการดำเนนิ การ

๑.๑ ผู้จัดทำโครงการมกี ารประชาสมั พันธใ์ ห้ทราบอย่างชัดเจน

๑.๒ ผ้จู ดั ทำโครงการมกี ารจดั เตรียมสถานทใี่ นการจดั กจิ กรรม

๑.๓ ผจู้ ัดทำโครงการแจง้ วนั และเวลาในการจดั โครงการชัดเจน

๒. ดา้ นการจัดกิจกรรม

๒.๑ กจิ กรรมทีเ่ กิดขึน้ มีความนา่ สนใจตรงตามความต้องการของทา่ น

๒.๒ ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรมมีความเหมาะสม

๒.๓ สถานที่ในการจดั กจิ กรรมมคี วามเหมาะสม

๓. ดา้ นผลสมั ฤทธ์ิของโครงการ

๓.๑ กจิ กรรมทเ่ี กิดขึน้ มโี อกาสทำใหม้ ีความกล้าทีจ่ ะแสดงออก

๓.๒ กจิ กรรมทีจ่ ัดขึ้นสง่ เสริมใหม้ คี วามมนั่ ใจในตัวเอง

ตอนที่ ๓ ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ขอขอบคุณทใ่ี หค้ วามร่วมมือ
ชมรมวชิ าชีพคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง

ชอื่ -สกลุ : นางสาวกลั ยากร กรุ ะสนุ ทร
วนั /เดือน/ปี : เกิด ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๔
สญั ชาติ : ไทย เชือ้ ชาติ : ไทย ศาสนา : พทุ ธ ส่วนสูง : ๑๖๘ น้ำหนกั : ๕๗
กรปุ๊ เลือด : B(บ)ี
บา้ นท่อี ยู่ : ๑๒๓/๔๙ หมู่ ๓ ตำบลทับมา อำเภอเมอื งระยอง จงั หวัดระยอง ๒๑๐๐๐
โทรศพั ท์ : ๐๖๓๗๑๘๗๓๖๗
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๑-๒๕๖๒
ระดับประกาศนียบตั รวชิ าชีพ(ปวช.) สขาวชิ าคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง
เกรดเฉลีย่ สะสม : ๓.๔๑
ประวตั กิ ารฝึกงาน : โรบนิ สนั ระยอง

ชอ่ื -สกุล : นางสาวนัทธมน สอนจนั ดา
วัน/เดือน/ปี : เกิด ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๕
สัญชาติ : ไทย เชอื้ ชาติ : ไทย ศาสนา : พทุ ธ สว่ นสูง : ๑๖๕ นำ้ หนกั : ๖๑
กรุป๊ เลอื ด : o(โอ)
บ้านทอี่ ย:ู่ ๑๙/๔๘ ตำบลมาบตาพดุ อำเภอเมอื งระยอง จงั หวัดระยอง ๒๑๑๕๐
โทรศพั ท:์ ๐๙๘๓๘๗๕๙๐๗
ประวัตกิ ารศึกษา
ปีการศกึ ษา ๒๕๖๑-๒๕๖๒
ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) สขาวชิ าคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง
เกรดเฉลย่ี สะสม : ๓.๔๓
ประวตั กิ ารฝึกงาน: บริษทั ซีอาร์เอเชยี (ประเทศไทย) จำกดั

ช่ือ-สกลุ : นายสริ ายสุ กาญจนโอฬารศริ ิ
วนั /เดอื น/ปี : เกิด ๒๑ มิถนุ ายน ๒๕๔๔
สัญชาติ : ไทย เช้ือชาติ : ไทย ศาสนา : พทุ ธ ส่วนสูง : ๑๗๘ น้ำหนัก : ๗๓
กรุ๊ปเลือด : AB(เอบ)ี
บ้านท่อี ยู่ : ๑๙/๓ หมู่ ๔ ตำบลเชงิ เนิน อำเภอเมอื งระยอง จังหวดั ระยอง ๒๑๐๐๐
โทรศพั ท์: ๐๙๕๗๗๕๖๕๐๕
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปีการศึกษา ๒๕๖๑-๒๕๖๒
ระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.) สขาวชิ าคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
เกรดเฉลย่ี สะสม : ๓.๓๔
ประวตั กิ ารฝกึ งาน : บรษิ ทั ไออาร์พซี ี จำกดั มหาชน


Click to View FlipBook Version