The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suryana Hama, 2023-07-06 23:57:37

คู่มือการปลูกผักกาดหอม

การปลูกและประโยชน์

เรียบเรียงโดย นายกูอัซฮัร โวะ รหัสนักศึกษา 65305010001 ภาควิชา เกษตรศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีการเกษตร และประมงปัตตานี 2566


ผักกาดหอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Lactuca sativa L. วงค์ (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE) ชื่อท้องถิ่น ผักกาดยี (ภาคเหนือ), สลัด สลัดผัก ผักผัสลัด (ภาคกลาง), ผักกาดปี, พังฉาย พังฉ่าย พังฉ้าย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพืชที่มีถิ่นกำ เนิดในทวีปเอเชีย และยุโรป เป็นพืช ฤดูเดียว มีลำ ต้นอวบสั้น ช่วงข้อถี่ ใบจะเจริญ จากข้อเป็นกลุ่ม อาจห่อหัวหรือไม่ห่อหัว ลักษณะรูปร่วงและ สีแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้น อยู่กับสายพันธุ์ บางพันธุ์อาจมีใบหนาแข็ง บางพันธุ์ใบอ่อน นิ่ม มีสีเขียวอ่อนจน ถึงสีเขียวเข้ม สีน้ำ ตาลปนแดง สีแดง และสีน้ำ ตาล เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ผักกาดแก้ว ใบจะห่อหัวซ้อนกันเป็นหัวกลม ใบบาง กรอบ ขอบใบ หยักสีเขียวอ่อน หรือผักกาดหอมใบแดง เป็นลักษณะพันธุ์ไม่ห่อหัว ใบหยักเป็นคลื่น ขอบใบหยัก มีสี เขียวปนแดง ผักกาดหอมมีระบบรากแก้วที่สามารถเจริญลง ไปในดิน อย่างรวดเร็ว ช่อดอกเป็นแบบ panicle สูง 2-4 ฟุต ประกอบด้วยดอก 10-25 ดอกต่อช่อ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกสีเหลือง หรือ ขาวปนเหลือง ดอกจะบานช่วงเช้า และเป็นระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ


ขั้นตอนการปลูกผักกาดหอมหรือผักสลัด 1. การเตรียมดิน การปลูกผักกาดหอมหรือผักสลัด สามารถปลูกได้หลายแบบ นิยมปลูกในถุงดินก็ได้ หรือ ปลูกในถาดหลุมก็ได้แล้วแต่จะสะดวก จากนั้นนำ ดิน ปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าว ผสมกันในอัตรา1:1 จากนั้น รดน้ำ ให้ชุ่มแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 7 วัน 2. นำ ปุ๋ยที่ผสมแล้ว มาใส่ในดินหรือถาดหลุม ให้เต็มแล้วใช้ไม้จิ้มลงกลางหลุมแล้วหยอดเมล็ด ผักกาด หอมลงไป1-2เมล็ด แล้วกลบด้วยดินหรือวัสดุบางๆ จากนั้นรดน้ำ แล้วนำ ไปไว้ในที่ร่มรำ ไร 3. การรดน้ำ ควรรดน้ำ อย่างสม่ำ เสมอ วันละ2ครั้ง เช้าและเย็น 4. เมล็ดผักกาดหอมจะงอกหลังจากหยอดเมล็ดประมาณ 3-5วัน 5. เมื่อครบ7วัน หรือมีใบ3-5ใบ จากนั้นนำ ถุงดินไปวางที่แดด เพราะผักกาดหอมเป็นพืชที่ชอบแดด 6. เมื่อครบ 40-45 ก็สามารถนำ มาจำ หน่าย หรือ รับประทานได้เลย *คำ แนะนำ ควรรีบตัดผักกาดหอม อย่าปล่อยให้แก่เพราะจะทำ ให้แข็งและขมไม่น่ารับประทาน การดูแลรักษาผักกาดหอม ผักกาดหอมเป็นผักรากตื้น ดังนั้นการให้น้ำ จึงควรให้อย่างสม่ำ เสมอและเพียงพอ โดยระยะเวลา 2สัปดาห์แรกควรรดน้ำ ทุกวันเช้า-เย็น โดยพ่นน้ำ เป็นละอองเล็กๆเพื่อไม่ให้น้ำ ชุ่มแฉะมากเกินไป ข้อควรระวัง คือไม่ควรรดน้ำ ไปถูกหัวผักกาดหอมเพราะอาจจะทำ ให้เน่าได้ ส่วนการใส่ปุ๋ยผักกาดหอม ผักกาดหอมจะใส่ปุ๋ย ครั้งเดียวตอนเตรียมดินเท่านั้น การเก็บเกี่ยวผักกาดหอม ผักกาดหอมจะเก็บเกี่ยวได้หลังจากปลูกได้ประมาณ 40-45วัน ควรตัดทันทีเพราะถ้าผักกาดหอมแก่จะ ทำ ให้มีความเหนียวกระด้าง และมีรสชาติขม ไม่น่ารับประทาน และราคายังตกอีกด้วย วิธีตัดผักกาดหอมก็ ง่ายๆ โดยใช้มีดตัดตรงโคน แล้วนำ ไปชุบน้ำ เพื่อล้างน้ำ ยางออก มัดรวมเป็นมัดๆและจัดจำ น่ายต่อไป


โรคเนาดํา สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas campestris พบระบาดทั่วไปตามแหลงที่มีการปลูก ผัก โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือฤดูที่มีความชื้นสูง ชาวสวน บางแหงรูจักกันดีในนามของโรคใบทอง เพราะ ลักษณะอาการของพืชที่แสดงออกมาเมื่อเปนมาก โดยทั้งแปลง จะมีใบแหงเปนสีนํ้าตาลหรือเหลืองคลายสี ทอง เชื้อแบคทีเรียที่เปนสาเหตุของโรคนี้จะอาศัยอยูในดิน เมื่อฝน ตกจะระบาดไปทั่ว นอกจากนี้เชื้อยัง สามารถติดไปกับเมล็ดไดอีกดวย ลักษณะอาการ เชื้อสาเหตุสามารถเขาทําลายไดทุกระยะการเจริญเติบโต ในระยะตนกลาหรือตนออน พืชมักจะตาย ทันที โดยจะพบวาที่ขอบใบหรือใบเลี้ยงมีอาการไหมแหง เสนใบเนาเปนสีดํา ใบที่แสดงอาการ จะบางกวา ปกติตอมาใบจะแหงเปนสีนํ้าตาลและหลุดออกจากตน หากไมตายในระยะนี้ก็จะเกิดการชะงักการ เจริญ เติบโต ใบที่อยูตอนลางๆ ของตนจะหลุดรวงไปสวนใบที่เหลืออยูจะมีสีเหลืองและเสนใบมีสีดํา ในตนที่ โตแลวจะพบอาการบนใบแกที่อยูสวนลางๆ ของตน โดยอาการจะเริ่มเหลืองและแหงตายบริเวณขอบใบ ขึ้น กอน แลวคอยๆ ลามลึกเขามาในเนื้อใบตามแนวเสนใบที่อยูระดับเดียวกันจนจรดแกนกลางของใบ ทําใหเกิด อาการเหลืองหรือแหงสีนํ้าตาลเปนรูปตัววี (V) ขึ้น ซึ่งเปนลักษณะอาการเฉพาะของโรคนี้ ในราย ที่เปนรุน แรงเชื้อจะเขาไปเจริญเติบโตอยูที่กานใบ เมื่อนําเอาใบเหลานี้มาตัดหรือผาออกตามขวางจะเห็น สวนที่เปนทอ นาเนํ้าเป็นสีดํา สาเหตุการเกิดโรค และการป้องกันของผักกาดหอม


โรคราน้ำ ค้าง สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Peronospona parasitica โรคนี้สามารถเกิดขึ้นไดทุกระยะการ เจริญเติบโต ตั้ง แตเริ่มงอกจากเมล็ดจนกระทั่งโตเปนตนแก อาการเริ่มแรกจะเกิดขึ้นที่ดานใตใบ โดยจะ สังเกตเห็นกลุมผลสี ขาวหรือสีเทาของสปอรและเสนใยของเชื้อราเกิดขึ้นเปนกลุมๆ ตอมาดานหลังใบตรงที่ เดียวกันก็จะเกิดแผลสี เหลืองเนื่องมาจากมีเซลลตายขึ้น และจะเปลี่ยนเปนสีนํ้าตาลในที่สุด เนื้อใบตรงที่เกิด แผลจะมีลักษณะบาง และขอบแผลมีขอบเขตไมแนนอน แตคอนขางจะเปนรูปสี่เหลี่ยม ในกรณีที่เปนรุนแรงมี แผลเกิดขึ้นจํานว นมากทั่วไปอาจทําใหทั้งใบเหลืองและแหงตาย สําหรับในใบออนหรือใบเลี้ยงเมื่อเริ่มมีแผลสี เหลืองขึ้นที่ดาน หลังไป ใบมักจะหลุดรวงออกจากตนกอนที่จะแสดงอาการมากกวานี้ หากเกิดโรคนี้ในระยะ ตนกลามักจะ รุนแรง ทําใหตนโทรม ออนแอ และอาจถึงตายได การปองกันกําจัด เลือกใชเมล็ดพันธุที่สะอาดปราศจากเชื้อ ควรปลูกพืชสลับหมุนเวียนกันบนแปลง และควรปลูกใหระยะตนหา งกันพอสมควรไมเบียดกันแนนจนเกินไป ในกรณีที่เกิดโรคขึ้นกับผักในแปลงปลูก แลวอาจปองกันและลด ความเสียหายจากโรคลงได โดยใชสารเคมีอยางใดอยางหนึ่งตอไปนี้ฉีดพนใหกับผัก


โรคใบจุดของผักกาดหอม สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Cercospora longissima อาการมักพบที่ใบแกและ ใบลางของตน โดยอาการเริ่ม แรกจะเกิดเปนจุดเล็กๆ สีนํ้าตาล โดยเริ่มจากขอบใบแลวตอมาจัดแผลจะขยายสู สวนกลางของใบ ขอบแผลมี สีนํ้าตาลเขม สวนกลางของแผลจะแหงและเปนจุดสีฟางขาวทําใหดูคลายตากบ เมื่อแผลลุกลามารวมกันมากๆ จะทําใหเกิดอาการใบไหมทั้งใบ การปองกันกําจัด โดยการกําจัดวัชพืชในแปลงปลูกอยูเสมอ และเก็บใบหรือสวนที่เปนโรคไปเผา ทาลาย ํ และใชสารเคมีดังตอ ไปนี้ฉีดพนใหทั่วตนทึกๆ 5-7 วัน เชน เบนโนมลิ 50% อัตรา 6 กรัมตอนํ้า 20 ลิตร, แมนโคเซบ็ 80% อัตรา 30 กรัมตอนํ้า 20 ลิตร , คารเบนดาซมิ อตรา ั 10 กรัมตอนํ้า 20 ลิตร, มาเน็๋ บ อตรา ั 30 กรัมตอนํ้า 20 ลิตร, แคปตาฟอล อัตรา 30 กรัมตอนํ้า 20 ลิตร เปนตน


ช่วยให้นอนหลับง่าย ขับปัสสาวะ ล้างพิษ ขับเหงื่อ ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตาได้เป็นอย่างดี ประโยชน์จากการกินผักกาดหอม ข้อควรระวังในการรับประทานผักกาดหอม การรับประทานผักกาดหอมอาจปลอดภัยสำ หรับคนส่วนใหญ่ แต่บางครั้ง ผักกาดหอมอาจมีการปน เชื้อแบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E.coli) และอาจการปนเปื้อนสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง ดังนั้นก่อนนำ ไป ประกอบอาหารหรือรับประทานผักกาดหอม ควรล้างผักให้สะอาดด้วยน้ำ ยาล้างผัก และล้างน้ำ เปล่าให้ สะอาด หรือแช่ผักไว้ในน้ำ ผสมเกลือ 1 ช้อนโต๊ะเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำ สะอาด แบบเปิดไหลผ่าน เพื่อช่วยชะล้างสิ่งที่อาจปนเปื้อนมาในผักกาดหอม


Click to View FlipBook Version